รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังโดยข้อเสนอแนะของคณะกรรมการ […]
The post ‘คลัง’ สั่งถอนไลเซ่นที่ปรึกษาคริปโทฯ-โทเคนดิจิทัลของ Coindee ตามที่ ก.ล.ต. เสนอ มีผลตั้งแต่วันที่ 27 พ.ย.นี้เป็นต้นไป เหตุหยุดทำธุรกิจเกินเวลาที่กำหนด appeared first on THE STANDARD.
]]>
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังโดยข้อเสนอแนะของคณะกรรมการ ก.ล.ต. มีคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาตประกอบธุรกิจที่ปรึกษาสินทรัพย์ดิจิทัลของบริษัท คอยน์ดี จำกัด (Coindee) ตั้งแต่วันที่ 27 ตุลาคม 2568 ตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. มีมติเสนอแนะต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ด้วยเหตุที่หยุดประกอบธุรกิจเกินกว่าเวลาที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด
สืบเนื่องจาก Coindee ซึ่งได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลประเภทการเป็นที่ปรึกษาคริปโทเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลตามพระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561 (พ.ร.ก. สินทรัพย์ดิจิทัลฯ) ได้หยุดประกอบธุรกิจเกินกว่าระยะเวลาที่คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (คณะกรรมการ ก.ล.ต.) กำหนด โดยปรากฏข้อเท็จจริงต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ว่า กรรมการ ผู้จัดการ หรือบุคคลซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงาน ไม่อยู่ในสถานะที่จะบริหารจัดการกิจการ อันเป็นผลให้ไม่สามารถดำเนินธุรกิจตามที่ได้รับอนุญาตได้ และไม่มีช่องทางการติดต่อหรือให้บริการแก่ลูกค้าหรือผู้ลงทุน ซึ่งกระทบต่อการให้บริการอย่างมีนัยสำคัญ
โดยเมื่อวันที่ 31 มกราคม 2568 และวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2568 บริษัทแจ้งต่อ ก.ล.ต. ว่ากรรมการ ผู้จัดการ และผู้บริหารรวม 5 ราย ได้ลาออกและสิ้นสุดการปฏิบัติหน้าที่ตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2568 ส่งผลให้บริษัทเหลือกรรมการเพียง 1 ราย พนักงาน 2 ราย และไม่มีผู้จัดการที่รับผิดชอบการดำเนินงาน ต่อมาเมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2568 ก.ล.ต. ตรวจพบว่าไม่สามารถเข้าถึงเว็บไซต์ของบริษัทได้ และไม่มีความเคลื่อนไหวในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ รวมถึงไม่สามารถติดต่อบริษัทได้ทั้งทางไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์และทางโทรศัพท์ตามที่บริษัทเคยแจ้งไว้
คณะกรรมการ ก.ล.ต. ในการประชุมเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2568 พิจารณาแล้วเห็นว่า Coindee หยุดประกอบธุรกิจเกินกว่าเวลาที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด ตามข้อ 2(2) ประกอบข้อ 3(2) และ (3) ของประกาศคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ กธ. 9/2564 เรื่อง กำหนดเวลาการหยุดประกอบธุรกิจตามที่ได้รับอนุญาตอันเป็นเหตุให้ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลอาจถูกเพิกถอนการอนุญาตการประกอบธุรกิจ ลงวันที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2564 (ประกาศที่ กธ. 9/2564) จึงได้มีมติเสนอแนะต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เพื่อพิจารณาเพิกถอนใบอนุญาตประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลประเภทการเป็นที่ปรึกษาคริปโทเคอร์เรนซี และใบอนุญาตประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลประเภทการเป็นที่ปรึกษาโทเคนดิจิทัล
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังโดยข้อเสนอแนะของคณะกรรมการ ก.ล.ต. พิจารณาแล้วเห็นว่า Coindee หยุดประกอบธุรกิจเกินกว่าเวลาที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด ตามข้อ 2(2) ประกอบข้อ 3(2) และ (3) ของประกาศ ที่ กธ. 9/2564 จึงอาศัยอำนาจตามมาตรา 34 แห่ง พ.ร.ก. สินทรัพย์ดิจิทัลฯ เพิกถอนใบอนุญาตประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลประเภทการเป็นที่ปรึกษาคริปโทเคอร์เรนซี และใบอนุญาตประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลประเภทการเป็นที่ปรึกษาโทเคนดิจิทัลของ Coindee โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 27 ตุลาคม 2568 และให้บริษัทดำเนินการส่งคืนใบอนุญาตภายใน 15 วันนับแต่วันที่ 25 พฤศจิกายน 2568
ทั้งนี้ สำหรับลูกค้า Coindee หากมีข้อสงสัยสามารถติดต่อขอคำแนะนำได้ที่ “ศูนย์บริการประชาชน ก.ล.ต.” โทร 1207 หรือผ่านช่องทางเฟซบุ๊กเพจ “สำนักงาน กลต.” หรือ SEC Live Chat ที่เว็บไซต์ ก.ล.ต. หรืออีเมล [email protected]
The post ‘คลัง’ สั่งถอนไลเซ่นที่ปรึกษาคริปโทฯ-โทเคนดิจิทัลของ Coindee ตามที่ ก.ล.ต. เสนอ มีผลตั้งแต่วันที่ 27 พ.ย.นี้เป็นต้นไป เหตุหยุดทำธุรกิจเกินเวลาที่กำหนด appeared first on THE STANDARD.
]]>
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล […]
The post ก.ล.ต. ปรับเกณฑ์เกี่ยวกับการโฆษณาของผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล เพื่อให้ทำโฆษณาอย่างเหมาะสม เริ่มมีผลตั้งแต่ 16 เม.ย. นี้ appeared first on THE STANDARD.
]]>
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ปรับปรุงหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการโฆษณาของผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล เพื่อให้มีความเหมาะสม ยืดหยุ่น สอดคล้องกับทางปฏิบัติของผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล และเป็นการส่งเสริมมาตรฐานของอุตสาหกรรม รวมทั้งสนับสนุนให้เกิดการโฆษณาอย่างรับผิดชอบ โดยหลักเกณฑ์มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 16 เมษายน 2568
ตามที่ ก.ล.ต. มีแนวคิดในการปรับปรุงหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการโฆษณาของผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล เพื่อให้ผู้ประกอบธุรกิจจัดทำและเผยแพร่โฆษณาอย่างเหมาะสมและรับผิดชอบ (Responsible Advertising) โดยผู้ลงทุนได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง มีคำเตือนความเสี่ยงที่เหมาะสม ในขณะเดียวกันผู้ประกอบธุรกิจก็สามารถปฏิบัติได้อย่างเหมาะสมสอดคล้องกับลักษณะของธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล โดยเปิดรับฟังความคิดเห็นจากผู้เกี่ยวข้องในช่วงเดือนมกราคม 2568 ซึ่งส่วนใหญ่เห็นด้วยกับหลักการและร่างประกาศตามที่เสนอ
ก.ล.ต. จึงออกประกาศ* เพื่อปรับปรุงหลักเกณฑ์ดังกล่าว โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้
ได้อย่างเพียงพอ
พร้อมกันนี้ ก.ล.ต. ปรับปรุงแนวปฏิบัติหลักเกณฑ์ในรายละเอียดเกี่ยวกับการจัดให้มีผู้แนะนำรายชื่อลูกค้า สำหรับการให้บริการเกี่ยวกับโทเคนดิจิทัล การโฆษณาและการส่งเสริมการขายของผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล เพื่อให้ผู้ประกอบธุรกิจสามารถปฏิบัติให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของหลักเกณฑ์ที่กำหนดได้อย่างถูกต้อง เหมาะสมและดำเนินการจัดให้มีการโฆษณาและส่งเสริมการขายอย่างรับผิดชอบ (Responsible Advertising)
ทั้งนี้ หลักเกณฑ์ที่ปรับปรุงดังกล่าวได้ประกาศลงราชกิจจานุเบกษาและมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 16 เมษายน 2568
The post ก.ล.ต. ปรับเกณฑ์เกี่ยวกับการโฆษณาของผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล เพื่อให้ทำโฆษณาอย่างเหมาะสม เริ่มมีผลตั้งแต่ 16 เม.ย. นี้ appeared first on THE STANDARD.
]]>
ไทยเล็งลดภาษีธุรกิจการเงินให้เทียบเท่ากับศูนย์กลางการเง […]
The post ไทยเล็งลดภาษีธุรกิจการเงิน แข่งสิงคโปร์-ฮ่องกง-ดูไบ ขึ้นเป็นศูนย์กลางการเงินแห่งใหม่ในภูมิภาค appeared first on THE STANDARD.
]]>
ไทยเล็งลดภาษีธุรกิจการเงินให้เทียบเท่ากับศูนย์กลางการเงินอื่น หวังเบียดสิงคโปร์, ฮ่องกง และดูไบ ขึ้นเป็นศูนย์กลางการเงินแห่งใหม่ในภูมิภาค พร้อมเตรียมร่างกฎหมายใหม่ดึงดูดต่างชาติในธุรกิจหลัก 5 ประเภท ได้แก่ ธุรกิจธนาคาร, ธุรกิจหลักทรัพย์, ธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า, ธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล และธุรกิจประกันภัย
วันนี้ (19 กรกฎาคม) เผ่าภูมิ โรจนสกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวในคำปาฐกถาว่า ภายใต้วิสัยทัศน์ ‘Ignite Finance’ ไทยเตรียมจัดเก็บภาษีที่เทียบเท่ากับศูนย์กลางการเงินอื่น และเตรียมร่าง ‘กฎหมายธุรกิจการเงิน’ ฉบับใหม่ เพื่อเสนอตัวเป็นคู่แข่งกับประเทศต่างๆ ในภูมิภาค เช่น สิงคโปร์, ฮ่องกง และดูไบ เพื่อขึ้นเป็นศูนย์กลางการเงินโลก (Thailand Financial Center)
เผ่าภูมิกล่าวอีกว่า ภายใต้วิสัยทัศน์ Ignite Finance จะมุ่งเน้นไปที่ธุรกิจหลัก 5 ประเภท ได้แก่ ธุรกิจธนาคาร, ธุรกิจหลักทรัพย์, ธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า, ธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล และธุรกิจประกันภัย ผ่าน 3 กุญแจสำคัญ ได้แก่ การปรับปรุงกฎหมายธุรกิจการเงินใหม่, การปรับปรุงสิทธิประโยชน์ใหม่ และการปรับปรุง Ecosystem ใหม่
กุญแจดอกที่ 1: กฎหมายที่พร้อมรับอนาคต: ภาครัฐจะผลักดันร่างกฎหมายที่จะสร้างกรอบการกำกับดูแลแบบเบ็ดเสร็จ เพื่อให้กระบวนการทั้งหมดตั้งแต่การขอใบอนุญาตจนถึงการกำกับดูแลมีประสิทธิภาพ อีกทั้งเพื่อให้มีการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างรวดเร็วและตอบโจทย์ผู้ประกอบธุรกิจ
กุญแจดอกที่ 2: สิทธิประโยชน์รูปแบบใหม่: ตัวอย่างเช่น การให้วีซ่าทำงานแก่บุคลากรและวีซ่าที่เกี่ยวข้องของครอบครัว, การจัดเก็บภาษีที่เทียบเท่ากับศูนย์กลางการเงินอื่น และโครงการเพิ่มแรงจูงใจอื่นๆ เช่น เงินสนับสนุน (Grant)
กุญแจดอกที่ 3: ระบบนิเวศแห่งอนาคต: จะพัฒนากรอบกฎหมายที่เข้มแข็งและโปร่งใสที่จะเป็นพื้นฐานที่สำคัญในการทำธุรกิจทางการเงิน เหมือนที่ประเทศไทยได้ออกกฎหมายว่าด้วยการประกอบสินทรัพย์ดิจิทัล รวมถึงให้ความสำคัญกับโครงสร้างพื้นฐานที่ทันสมัย เพื่อสนับสนุนธุรกิจและคุณภาพชีวิตของบุคลากร
“ประเทศไทยหายไปจากเรดาร์การเป็นศูนย์กลางทางการเงิน ในระบบโลกาภิวัตน์ (Globalization) ทุกประเทศแย่งกันดึงดูดเม็ดเงิน วันนี้เราจึงต้องการสร้างเครื่องมือนี้ (กฎหมายธุรกิจการเงิน) ในการดึงดูดเม็ดเงินเข้ามาในประเทศ” เผ่าภูมิกล่าว
ในช่วงถาม-ตอบ ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า ไทยจำเป็นต้องลดภาษีลงมาให้เท่ากับสิงคโปร์หรือไม่ เผ่าภูมิตอบว่า เรื่องสิทธิประโยชน์ทางภาษีจำเป็นต้องแข่งกับสิงคโปร์ แต่การแข่งขันสามารถทำได้หลายรูปแบบ
ขณะที่ ลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง ตอบคำถามในเชิงหลักการ โดยระบุว่า ถ้าอัตราภาษีของไทยยังสูงกว่าสิงคโปร์ก็แข่งขันได้ยาก แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่ที่ว่าไทยต้องการอะไร หากต้องการสูสีก็เพียงแค่ต้องปรับลดอัตราภาษีต่างๆ มาให้ใกล้เคียงกับสิงคโปร์ แต่หากไทยต้องการได้เปรียบก็อาจต้องลดอัตราภาษีลงมาให้ต่ำกว่า
ตามการรวบรวมข้อมูลของ THE STANDARD WEALTH พบว่า ไทยค่อนข้างมีอัตราภาษีที่สูงกว่าศูนย์กลางการเงินอื่นๆ ในภูมิภาค รวมถึงสิงคโปร์และดูไบ

The post ไทยเล็งลดภาษีธุรกิจการเงิน แข่งสิงคโปร์-ฮ่องกง-ดูไบ ขึ้นเป็นศูนย์กลางการเงินแห่งใหม่ในภูมิภาค appeared first on THE STANDARD.
]]>
TDX ผนึก เรียลเอ็กซ์ และ Token X ลุยพัฒนาโทเคนดิจิทัลเพ […]
The post TDX จับมือ เรียลเอ็กซ์ และ Token X เดินหน้าเปิดตลาดเทรดโทเคน คาดเหรียญ RealX ประเดิมรายแรกภายในปี 66 appeared first on THE STANDARD.
]]>
TDX ผนึก เรียลเอ็กซ์ และ Token X ลุยพัฒนาโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน ผ่าน ‘ศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลไทย’ หวังผู้ระดมทุนกับผู้ลงทุนเข้าถึงตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลง่ายขึ้น คาดรายแรก เหรียญ RealX พร้อมให้เทรดภายในปีนี้
แมนพงศ์ เสนาณรงค์ ประธานกรรมการ บริษัท ศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลไทย จำกัด (TDX) บริษัทในกลุ่มตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า ศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลไทย (TDX) ได้รับการอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ให้เริ่มประกอบธุรกิจการเป็นศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล ประเภทโทเคนดิจิทัล (Digital Asset Exchange) เมื่อเดือนกันยายน 2565 ล่าสุด คณะรัฐมนตรีได้มีมติอนุมัติในหลักการให้มีการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลและภาษีมูลค่าเพิ่มให้แก่ผู้ออกโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน (Investment Token) รวมทั้งออกพระราชกฤษฎีกายกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลภายใต้ Digital Asset Exchange ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงาน ก.ล.ต.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง:
“จากพัฒนาการดังกล่าว ทำให้ผู้ประกอบธุรกิจสนใจระดมทุนผ่านช่องทางการออกโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุนเพิ่มมากขึ้น TDX จึงสนับสนุนการระดมทุนผ่านการออกโทเคนดิจิทัล ตามแผนกลยุทธ์ทำให้การลงทุนเป็นเรื่องง่ายสำหรับผู้ประกอบการและผู้ลงทุน โดยเป็นแพลตฟอร์มแบบเปิดที่พร้อมเชื่อมต่อกับ ICO Portal และ Market Participant ที่เกี่ยวข้อง”
ล่าสุด TDX ได้ร่วมกับ บริษัท เรียล เอสเตท เอกซ์โพเนนเชียล จำกัด (RealX) ผู้ออกโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน และ บริษัท โทเคน เอกซ์ จำกัด (Token X) ภายใต้กลุ่มเอสซีบี เอกซ์ (SCBX Group) ผู้ให้บริการระบบเสนอขายโทเคนดิจิทัล (ICO Portal) ศึกษาความเป็นไปได้ทางการนำโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุนเข้ามาจดทะเบียนซื้อขายใน TDX ซึ่งเป็นตลาดรองของการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล สำหรับความร่วมมือในครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญของนวัตกรรมการลงทุนในอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลไทย ด้วยการพัฒนาโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุนจากการนำกระแสรายรับที่เกิดจากสินทรัพย์อ้างอิง (Asset-Backed) มา Tokenize และสามารถซื้อขายได้ในหน่วยย่อย ผู้ลงทุนเข้าถึงการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลได้ง่ายขึ้น
ทั้งนี้ คาดว่า TDX จะสามารถเปิดให้บริการซื้อขายโทเคนดิจิทัลตัวแรกภายในปี 2566 นี้ โดย TDX พร้อมเปิดรับความร่วมมือจากพันธมิตรทั้ง ICO Portal และ Digital Asset Broker เข้ามาเชื่อมต่อ เพื่อร่วมกันสร้างระบบนิเวศสินทรัพย์ดิจิทัลโดยเป็นศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลครบวงจร
ด้าน ดร.วีรพงษ์ ชุติภัทร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เรียล เอสเตท เอกซ์โพเนนเชียล จำกัด ผู้ออกโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน ‘เรียลเอ็กซ์’ กล่าวว่า ‘โทเคนดิจิทัล’ เป็นนวัตกรรมการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลที่ตอบโจทย์การลงทุนยุคใหม่ โดยเฉพาะกับผู้ลงทุนที่มีประสบการณ์หรือคุ้นเคยกับการลงทุนในทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REIT) ขณะที่การออกโทเคนดิจิทัลนั้นเป็นการนำสินทรัพย์มาแปลงเป็นโทเคนดิจิทัล (Tokenization) เพื่อแบ่งเป็นหน่วยลงทุนขนาดเล็ก จึงเพิ่มโอกาสให้ทุกคนสามารถเข้าถึงการลงทุนในสินทรัพย์ได้โดยไม่ต้องใช้เงินจำนวนมาก ล่าสุด RealX ได้ร่วมกับ TokenX ในการออกและเตรียมเสนอขายโทเคนดิจิทัล ‘เรียลเอ็กซ์’
โดยนำคอนโดมิเนียมหรูใจกลางเมือง 3 โครงการ จากกลุ่ม บมจ.ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ (ORI) เป็นสินทรัพย์อ้างอิง (Condo-Backed Token) เป็นครั้งแรกในประเทศไทย และได้ร่วมกับ TDX ศึกษาความเป็นไปได้ในการนำโทเคนดิจิทัล ‘เรียลเอ็กซ์’ เข้าจดทะเบียนซื้อขายในตลาดรองเพื่อเพิ่มช่องทางในการซื้อขายเปลี่ยนมือของผู้ลงทุนและเพิ่มความสะดวกแก่ผู้ที่ต้องการลงทุนในโทเคนดิจิทัล
ขณะที่ จิตตินันท์ ชาติสีหราช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โทเคน เอกซ์ จำกัด หรือ Token X บริษัทภายใต้กลุ่มเอสซีบี เอกซ์ (SCBX Group) ซึ่งเป็นผู้ให้บริการระบบเสนอขายโทเคนดิจิทัลในประเทศไทย (ICO Portal) ที่ได้รับความเห็นชอบจากสำนักงาน ก.ล.ต. กล่าวว่า TokenX เห็นถึงความสำคัญของโทเคนดิจิทัลที่เข้ามามีบทบาทในโลกการลงทุนยุคใหม่มากขึ้น จึงร่วมกับพาร์ตเนอร์และผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมต่างๆ ที่ต้องการนำสินทรัพย์มาระดมทุนผ่านการออกโทเคนดิจิทัล พร้อมทั้งเชื่อมต่อกับผู้ลงทุนที่ต้องการเข้าถึงการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล
โดยการให้บริการระบบเสนอขายโทเคนดิจิทัลที่ออกใหม่ ทำหน้าที่กลั่นกรองโทเคนดิจิทัล รวมถึงสนับสนุนการนำโทเคนดิจิทัลเข้าจดทะเบียนซื้อขายในตลาดรองผ่านศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงาน ก.ล.ต. เพื่อเพิ่มช่องทางในการซื้อขายเปลี่ยนมือของผู้ลงทุน ล่าสุด TokenX ได้ร่วมกับ บริษัท เรียล เอสเตท เอกซ์โพเนนเชียล จำกัด ผู้ออกโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน เตรียมเสนอขายโทเคนดิจิทัล ‘เรียลเอ็กซ์’ แก่ผู้ลงทุน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
The post TDX จับมือ เรียลเอ็กซ์ และ Token X เดินหน้าเปิดตลาดเทรดโทเคน คาดเหรียญ RealX ประเดิมรายแรกภายในปี 66 appeared first on THE STANDARD.
]]>
ก.ล.ต. แจ้งกล่าวโทษผู้กระทำความผิด 2 ราย ที่เกี่ยวข้องก […]
The post ก.ล.ต. กล่าวโทษผู้ทำผิด 2 รายกับตำรวจ มีเอี่ยวเว็บไซต์ 1000x.live ทำธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลเถื่อน appeared first on THE STANDARD.
]]>
ก.ล.ต. แจ้งกล่าวโทษผู้กระทำความผิด 2 ราย ที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์ 1000x.live กับตำรวจ บก.ปอศ. ฐานประกอบธุรกิจผู้ค้าสินทรัพย์ดิจิทัลโดยไม่ได้รับอนุญาต เข้าข่ายผิดกฎหมาย พ.ร.ก.สินทรัพย์ดิจิทัลฯ
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ระบุว่า ก.ล.ต. ได้กล่าวโทษผู้กระทำความผิด 2 ราย ที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์ 1000x.live กรณีประกอบธุรกิจผู้ค้าสินทรัพย์ดิจิทัลโดยไม่ได้รับอนุญาต โดย ก.ล.ต. ได้กล่าวโทษ 1000X Limited (1000X) และ วรวัฒน์ นาคแนวดี ต่อกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) ในความผิดกรณีร่วมกันกระทำการเข้าข่ายการประกอบธุรกิจผู้ค้าสินทรัพย์ดิจิทัลโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการปฏิบัติฝ่าฝืนมาตรา 26 ซึ่งต้องระวางโทษตามมาตรา 66 แห่งพระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561 (พ.ร.ก.สินทรัพย์ดิจิทัลฯ) ประกอบมาตรา 83 แห่งประมวลกฎหมายอาญา
โดย ก.ล.ต. ได้รับแจ้งเบาะแสและตรวจสอบพบว่า ตั้งแต่วันที่ 12 มกราคม 2565 1000X เป็นผู้ให้บริการเว็บไซต์ www.1000x.live (เว็บไซต์ 1000x.live) ได้ให้บริการหรือแสดงต่อบุคคลทั่วไปว่าพร้อมจะให้บริการแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัลในนามของตนเองเป็นทางค้าปกติ
โดยกระทำนอกศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล และมีการชักชวนและประชาสัมพันธ์ผ่านเฟซบุ๊กเพจชื่อ 1000X Thailand เป็นภาษาไทย รวมทั้งวรวัฒน์ซึ่งเป็นเจ้าของและผู้ดูแลการดำเนินการของ ACTPAY รับทำหน้าที่ให้บริการระบบแจ้งเตือนเมื่อมีธุรกรรมการฝากถอนเกิดขึ้นกับ 5,000 wallet address บนเว็บไซต์ 1000x.live อันทำให้เว็บไซต์ดังกล่าวมีระบบที่ครบถ้วนสมบูรณ์ต่อการดำเนินธุรกิจ
สำหรับการกระทำของ 1000X และวรวัฒน์เข้าข่ายร่วมกันประกอบธุรกิจผู้ค้าสินทรัพย์ดิจิทัลตามมาตรา 3 แห่ง พ.ร.ก.สินทรัพย์ดิจิทัลฯ ซึ่ง 1000X และวรวัฒน์ดำเนินการโดยไม่ได้รับอนุญาต จึงเป็นการปฏิบัติฝ่าฝืนมาตรา 26 อันมีความผิดและระวางโทษตามมาตรา 66 แห่ง พ.ร.ก.สินทรัพย์ดิจิทัลฯ ประกอบมาตรา 83 แห่งประมวลกฎหมายอาญา ทั้งนี้ 1000X ยังคงดำเนินการในลักษณะดังกล่าวอยู่ และวรวัฒน์มีการดำเนินการในช่วงตั้งแต่วันที่ 12 มกราคม 2565 ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2565
ก.ล.ต. จึงกล่าวโทษ 1000X และวรวัฒน์ ต่อ บก.ปอศ. เพื่อพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
อนึ่ง การกล่าวโทษของ ก.ล.ต. เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของกระบวนการบังคับใช้กฎหมายทางอาญาเท่านั้น ภายใต้กระบวนการนี้ การพิจารณาวินิจฉัยว่าบุคคลใดเป็นผู้กระทำผิดกฎหมายเป็นขั้นตอนในอำนาจการสอบสวนของพนักงานสอบสวน การสั่งฟ้องคดีของพนักงานอัยการ ตลอดจนดุลพินิจของศาลยุติธรรม ตามลำดับ
ทั้งนี้ ผู้ซื้อขายสามารถตรวจสอบรายชื่อผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลที่ได้รับใบอนุญาตได้ที่ www.sec.or.th และแอปพลิเคชัน SEC Check First หรือหากมีข้อสอบถามหรือมีเบาะแสเกี่ยวกับการดำเนินการที่น่าสงสัย โปรดแจ้งที่ศูนย์บริการประชาชน ก.ล.ต. โทร. 1207 หรือเฟซบุ๊กเพจ สำนักงาน กลต. หรือ SEC Live Chat ที่เว็บไซต์ ก.ล.ต. เพื่อการตรวจสอบในเชิงลึกต่อไป
ข่าวที่เกี่ยวข้อง:
The post ก.ล.ต. กล่าวโทษผู้ทำผิด 2 รายกับตำรวจ มีเอี่ยวเว็บไซต์ 1000x.live ทำธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลเถื่อน appeared first on THE STANDARD.
]]>
ก.ล.ต. เปิดรับฟังความเห็นร่างประกาศเกี่ยวกับการห้ามผู้ป […]
The post ก.ล.ต. จ่อสั่งห้ามผู้ประกอบการสินทรัพย์ดิจิทัลให้บริการที่จ่ายผลตอบแทนแก่ผู้ฝากและการให้กู้ยืม appeared first on THE STANDARD.
]]>
ก.ล.ต. เปิดรับฟังความเห็นร่างประกาศเกี่ยวกับการห้ามผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลให้บริการหรือสนับสนุนการให้บริการ Deposit Taking & Lending
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อร่างประกาศเกี่ยวกับการห้ามผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลให้บริการหรือสนับสนุนการให้บริการรับฝากสินทรัพย์ดิจิทัลที่มีการจ่ายผลตอบแทนแก่ผู้ฝากและการให้กู้ยืม (Deposit Taking & Lending) เพื่อเพิ่มความคุ้มครองผู้ซื้อขายและประชาชนจากความเสี่ยงทางธุรกิจของผู้ให้บริการ และเพื่อให้เกิดความชัดเจนเกี่ยวกับขอบเขตการกำกับดูแลของภาครัฐ
ตามที่ ก.ล.ต. มีแนวคิดในการห้ามผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลให้บริการหรือสนับสนุนการให้บริการ Deposit Taking & Lending เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับผู้ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลและประชาชนจากการหยุดให้บริการ รวมถึงปัญหาทางการเงินของผู้ให้บริการในรูปแบบดังกล่าว ซึ่งอาจเกิดขึ้นในลักษณะต่อเนื่องหรือพร้อมๆ กันหลายแห่งเช่นเดียวกับที่ได้เกิดขึ้นกับผู้ให้บริการในต่างประเทศในช่วงที่ผ่านมา และเพื่อให้เกิดความชัดเจนเกี่ยวกับขอบเขตการกำกับดูแลธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล เนื่องจากธุรกิจดังกล่าวไม่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของภาครัฐ
ก.ล.ต. จึงได้จัดทำร่างประกาศตามหลักการที่ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นจากผู้เกี่ยวข้องไปเมื่อเดือนกันยายน-ตุลาคม 2565 ตามมติของคณะกรรมการ ก.ล.ต. ในการประชุมครั้งที่ 12/2565 เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2565 และขอรับฟังความคิดเห็นต่อร่างประกาศดังกล่าว ซึ่งมีสาระสำคัญดังนี้
ทั้งนี้ ก.ล.ต. ได้เผยแพร่เอกสารรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างประกาศดังกล่าวบนเว็บไซต์ ก.ล.ต. แล้ว ผู้ที่เกี่ยวข้องและผู้สนใจสามารถแสดงความคิดเห็นได้ถึงวันที่ 7 เมษายน 2566
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
The post ก.ล.ต. จ่อสั่งห้ามผู้ประกอบการสินทรัพย์ดิจิทัลให้บริการที่จ่ายผลตอบแทนแก่ผู้ฝากและการให้กู้ยืม appeared first on THE STANDARD.
]]>
แมทธิว แม็คเดอร์มอตต์ หัวหน้าฝ่ายด้านสินทรัพย์ดิจิทัลขอ […]
The post ‘Goldman Sachs’ เล็งรับพนักงานด้านธุรกิจคริปโตเพิ่ม แม้จะปลดพนักงานในตำแหน่งอื่นออกไปกว่า 3,200 ตำแหน่ง appeared first on THE STANDARD.
]]>
แมทธิว แม็คเดอร์มอตต์ หัวหน้าฝ่ายด้านสินทรัพย์ดิจิทัลของ Goldman Sachs เล็งเปิดรับพนักงานสำหรับหน่วยธุรกิจด้านคริปโตเพิ่มขึ้นในปีนี้ แม้จะมีการปลดพนักงานในตำแหน่งอื่นไปกว่า 3,200 ตำแหน่ง ซึ่งมากที่สุดนับตั้งแต่วิกฤตซับไพรม์ในปี 2008-2009
แม้ทาง เดนิส โคลแมน ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินของ Goldman Sachs จะกล่าวไว้ในงานประชุมผู้ถือหุ้นว่า ทางบริษัทอาจต้องชะลอการจ้างงานพนักงานเข้ามาใหม่ แทนตำแหน่งที่เพิ่งถูกเลิกจ้างไป
โดย แมทธิว แม็คเดอร์มอตต์ ชี้ว่าธนาคารนั้นมีมุมมองบวกต่อ ‘สินทรัพย์ดิจิทัล’ เป็นอย่างมาก พร้อมมองหากรณีศึกษาในการใช้งานจริง
เขายังได้กล่าวเพิ่มเติมกับสำนักข่าว Bloomberg ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ว่าทางบริษัทได้ขยายทีมด้านคริปโตจากพนักงานเพียงแค่ 4 คนในปี 2020 สู่พนักงานราว 70 คนในช่วงปีนี้
และจากความเห็นของคนวงใน การไล่ออกกว่า 3,200 คนนั้นกระทบบุคลากรตั้งแต่ระดับจูเนียร์จนไปถึงซีเนียร์ เพื่อให้ธนาคารกลับไปโฟกัสกับธุรกิจเดิมของธนาคารเอง ซึ่งคือการเงินและการลงทุนมากขึ้น
ซึ่งในเดือนธันวาคม ปี 2022 ที่ผ่านมา แมทธิวได้กล่าวว่า ทางบริษัทพบโอกาสเข้าลงทุนในบริษัทคริปโตที่มีศักยภาพในราคาที่เหมาะสมมากขึ้น หลังแพลตฟอร์มเทรดคริปโต FTX ล่มสลายลงไป ซึ่งทางบริษัทก็กำลังสอบทานทางธุรกิจอยู่ในขณะนั้น
ข่าวที่เกี่ยวข้อง:
อ้างอิง:
The post ‘Goldman Sachs’ เล็งรับพนักงานด้านธุรกิจคริปโตเพิ่ม แม้จะปลดพนักงานในตำแหน่งอื่นออกไปกว่า 3,200 ตำแหน่ง appeared first on THE STANDARD.
]]>
สำนักงาน ก.ล.ต. เปิดรับฟังความเห็นต่อร่างประกาศเกี่ยวกั […]
The post ก.ล.ต. เตรียมสั่งธุรกิจ คริปโตเคอเรนซี่ เปิดเผยความเสี่ยงการซื้อขาย-กำหนดเงื่อนไขให้ลูกค้ายินยอมรับทราบความเสี่ยงก่อนใช้บริการ appeared first on THE STANDARD.
]]>
สำนักงาน ก.ล.ต. เปิดรับฟังความเห็นต่อร่างประกาศเกี่ยวกับแนวทางการกำกับดูแลการซื้อขาย คริปโตเคอร์เรนซี เตรียมสั่งธุรกิจ ‘คริปโต’ เปิดเผยความเสี่ยงการซื้อขาย-กำหนดเงื่อนไขให้ลูกค้ายินยอมรับทราบความเสี่ยงก่อนใช้บริการ
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ระบุว่า ก.ล.ต. ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อร่างประกาศเกี่ยวกับแนวทางการกำกับดูแลการซื้อขายคริปโตเคอร์เรนซี โดยกำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับคริปโตเคอร์เรนซีเปิดเผยความเสี่ยงจากการซื้อขายคริปโตเคอร์เรนซี
รวมทั้งจัดให้ผู้ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลยินยอมรับทราบความเสี่ยงดังกล่าวก่อนใช้บริการ เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ซื้อขายมีความรู้ ความเข้าใจในความเสี่ยงจากการลงทุนในคริปโตเคอร์เรนซี รวมถึงมีข้อมูลประกอบการตัดสินใจในการลงทุนอย่างเพียงพอ
ทั้งนี้ ตามที่ ก.ล.ต. ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นจากผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลและบุคคลทั่วไปต่อการปรับปรุงการเปิดเผยความเสี่ยงจากการซื้อขายคริปโตเคอร์เรนซีและการกำหนดมูลค่าขั้นต่ำในการซื้อสินทรัพย์ดิจิทัล ระหว่างวันที่ 15 กันยายน – 17 ตุลาคม 2565 โดยได้รับความเห็นและข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์จากผู้ประกอบธุรกิจและผู้ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล ก.ล.ต. จึงได้พิจารณาทบทวนแนวทางการกำกับดูแลการซื้อขายคริปโตเคอร์เรนซี
โดยคณะกรรมการ ก.ล.ต. ในการประชุมครั้งที่ 16/2565 วันที่ 1 ธันวาคม 2565 ได้มีมติเห็นชอบในการยกเลิกการกำหนดมูลค่าการซื้อสินทรัพย์ดิจิทัลต่อธุรกรรมขั้นต่ำ (Minimum Purchase) และเห็นควรปรับปรุงหลักเกณฑ์การเปิดเผยความเสี่ยงจากการซื้อขายคริปโตเคอร์เรนซี และให้ ก.ล.ต. ดำเนินการยกร่างประกาศที่เกี่ยวข้องต่อไป
ก.ล.ต. จึงเปิดรับฟังความคิดเห็นต่อร่างประกาศเกี่ยวกับแนวทางการกำกับดูแลการซื้อขายคริปโตเคอร์เรนซี ซึ่งมีหลักการที่สำคัญ ดังนี้
1. หลักเกณฑ์การเปิดเผยข้อมูล กำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจศูนย์ซื้อขายคริปโตเคอร์เรนซี นายหน้าซื้อขายคริปโตเคอร์เรนซี และผู้ค้าคริปโตเคอร์เรนซี ต้องเปิดเผยคำเตือนความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการซื้อขายคริปโตเคอร์เรนซี
โดยมีข้อความดังนี้ “คริปโตเคอร์เรนซีมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจำนวน” โดยจะต้องสามารถมองเห็นข้อความคำเตือนได้อย่างชัดเจน พร้อมทั้งแจ้งผลการประเมินความเหมาะสมในการลงทุน และการจัดสรรและกำหนดสัดส่วนการลงทุนที่เหมาะสมก่อนให้ลูกค้าใช้บริการ อีกทั้ง ผู้ประกอบธุรกิจจะต้องจัดให้ผู้ซื้อขายให้ความยินยอมรับทราบความเสี่ยงดังกล่าวก่อนใช้บริการด้วย
2. วันที่ประกาศมีผลใช้บังคับ กำหนดให้หลักเกณฑ์มีผลใช้บังคับ 30 วันนับแต่วันที่ประกาศลงราชกิจจานุเบกษา ซึ่งคาดว่าจะมีผลใช้บังคับในช่วงกลางปี 2566
ทั้งนี้ ก.ล.ต. ได้เผยแพร่เอกสารรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างประกาศเกี่ยวกับแนวทางการกำกับดูแลการซื้อขายคริปโตเคอร์เรนซี บนเว็บไซต์ ก.ล.ต. www.sec.or.th/TH/Pages/PB_Detail.aspx?SECID=874 และระบบกลางทางกฎหมาย Law.go.th ผู้ที่สนใจสามารถแสดงความคิดเห็นได้ที่เว็บไซต์ หรือทางอีเมล [email protected] หรือ [email protected] จนถึงวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2566
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
The post ก.ล.ต. เตรียมสั่งธุรกิจ คริปโตเคอเรนซี่ เปิดเผยความเสี่ยงการซื้อขาย-กำหนดเงื่อนไขให้ลูกค้ายินยอมรับทราบความเสี่ยงก่อนใช้บริการ appeared first on THE STANDARD.
]]>
สำนักงาน ก.ล.ต. เตรียมปรับเกณฑ์ด้านเงินทุนของผู้ประกอบธ […]
The post ก.ล.ต. จ่อปรับเกณฑ์คุมเข้ม ‘ธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล’ สั่งเพิ่มเงินทุนแรกเข้าเป็น 50-100 ล้านบาท ตามความเสี่ยงที่สูงขึ้น appeared first on THE STANDARD.
]]>
สำนักงาน ก.ล.ต. เตรียมปรับเกณฑ์ด้านเงินทุนของผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล โดยกำหนดเงินทุนแรกเข้าเพิ่มขึ้นเป็น 50-100 ล้านบาท พร้อมสั่งให้ดำรงเงินกองทุนตามความเสี่ยงให้เพียงชดเชยความเสียหายให้ลูกค้าได้
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดรับฟังความคิดเห็นการปรับปรุงหลักเกณฑ์ด้านเงินทุนของผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล ให้มีความพร้อมและมีเงินทุนเพียงพอรองรับการประกอบธุรกิจอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือในตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล เพิ่มการคุ้มครองผู้ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล และเพิ่มความยืดหยุ่นให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง:
ตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. ในการประชุมครั้งที่ 8/2565 เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2565 มีมติเห็นชอบหลักการการปรับปรุงหลักเกณฑ์ด้านเงินทุนของผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล ได้แก่ ศูนย์ซื้อขาย นายหน้าซื้อขาย และผู้ค้า เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือในตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล เพิ่มการคุ้มครองผู้ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล และเพิ่มความยืดหยุ่นให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล ก.ล.ต. จึงเปิดรับฟังความคิดเห็นต่อการปรับปรุงหลักเกณฑ์ดังกล่าว โดยมีสาระสำคัญดังนี้
The post ก.ล.ต. จ่อปรับเกณฑ์คุมเข้ม ‘ธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล’ สั่งเพิ่มเงินทุนแรกเข้าเป็น 50-100 ล้านบาท ตามความเสี่ยงที่สูงขึ้น appeared first on THE STANDARD.
]]>