ธีรัจชัย พันธุมาศ Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/ธีรัจชัย-พันธุมาศ/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Tue, 30 Jun 2026 06:11:16 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 ศาลฎีกาเริ่มพิจารณาคดี 44 สส. อดีตก้าวไกล นัดไต่สวนพยานปากแรก 25 สิงหาคม ต่อเนื่องถึงปลายปี ทั้งหมด 17 ปาก https://thestandard.co/44-mps-section-112-case/ Tue, 30 Jun 2026 06:11:16 +0000 https://thestandard.co/?p=1225024 ภาพประกอบข่าวศาลฎีกาเริ่มพิจารณาคดี 44 อดีต สส. ก้าวไกล

ศาลฎีกาเริ่มกระบวนการพิจารณาคดีมาตรฐานทางจริยธรรมของอดี […]

The post ศาลฎีกาเริ่มพิจารณาคดี 44 สส. อดีตก้าวไกล นัดไต่สวนพยานปากแรก 25 สิงหาคม ต่อเนื่องถึงปลายปี ทั้งหมด 17 ปาก appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพประกอบข่าวศาลฎีกาเริ่มพิจารณาคดี 44 อดีต สส. ก้าวไกล

ศาลฎีกาเริ่มกระบวนการพิจารณาคดีมาตรฐานทางจริยธรรมของอดีต 44 สส. พรรคก้าวไกลในวันนี้ (30 มิถุนายน) ศาลได้ออกนั่งพิจารณาคดีครั้งแรกในคดีหมายเลขดำ คมจ.1/2569 ซึ่งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เป็นผู้ยื่นคำร้องขอให้ศาลวินิจฉัยกรณี 44 อดีต สส. พรรคก้าวไกล ถูกกล่าวหาว่าฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง จากกรณีการร่วมลงชื่อเสนอร่างแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112

 

โดยศาลได้วางกรอบระยะเวลาการพิจารณาคดีไว้ที่ 1 ปี พร้อมทั้งมีคำสั่งยกคำร้องในคดีแทรกซ้อนที่มีผู้ขอให้ศาลสั่งระงับการปฏิบัติหน้าที่ของหัวหน้าพรรคประชาชนด้วย

 

ในการพิจารณาคดีนัดแรก ฝ่ายผู้ร้องมี พัฒนพงศ์ จันทร์เพ็ชรพูล ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. เข้าร่วมกระบวนการ ขณะที่ฝ่ายผู้คัดค้านทั้ง 44 คน ส่วนใหญ่ได้มอบหมายให้ทนายความรับมอบอำนาจเป็นตัวแทนเข้าร่วม โดยมีอดีต สส. บางส่วนเดินทางมาศาลด้วยตนเอง เช่น ธีรัจชัย พันธุมาศ สส. กทม. พรรคประชาชน และ พล.ต.ต. สุพิศาล ภักดีนฤนาถ อดีต สส. แบบบัญชีรายชื่อ และอดีตรองหัวหน้าพรรคก้าวไกล

 

ศาลฎีกาได้มีคำสั่งรับคำร้องคัดค้านของผู้คัดค้านไว้ทั้งหมด 44 คน พร้อมทั้งกำหนดนัดตรวจพยานหลักฐานในวันที่ 4 สิงหาคม เวลา 09.30 น. โดยกำหนดให้คู่ความทั้งสองฝ่ายยื่นแนวทางการไต่สวน และหากมีพยานหลักฐานที่ต้องให้ศาลออกหมายเรียก จะต้องดำเนินการยื่นต่อศาลก่อนวันที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 และต้องยื่นล่วงหน้าภายใน 7 วันก่อนวันนัด

 

ศาลได้กำหนดวันนัดไต่สวนพยานนัดแรกในวันที่ 25 สิงหาคม และนัดไต่สวนอย่างต่อเนื่องในวันที่ 22 กันยายน และวันที่ 27 ตุลาคม เวลา 09.30 น. โดยมีพยานที่จะเข้าสู่กระบวนการไต่สวนรวมทั้งหมด 17 ปาก

 

สำหรับผู้คัดค้านที่ 3 และผู้คัดค้านที่ 12 ได้แจ้งต่อศาลว่าไม่ได้แต่งตั้งทนายความ และจะดำเนินการคัดค้านรวมถึงไต่สวนพยานด้วยตนเอง

 

นอกจากการพิจารณาคดีหลัก ศาลยังมีคำสั่งเกี่ยวกับคำร้องของ นพรุจ วรชิตวุฒิกุล อดีตแกนนำกลุ่มพิราบขาว 2006 ที่ยื่นขอให้ศาลพิจารณาสั่งให้ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส. แบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน หยุดปฏิบัติหน้าที่ จากกรณีการให้สัมภาษณ์และแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการที่องคมนตรีเข้าร่วมการประชุมแก้ไขปัญหาภัยพิบัติร่วมกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รวมถึงการวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลในประเด็นระบอบสีน้ำเงิน

 

ศาลพิเคราะห์แล้วมีคำสั่งยกคำร้อง โดยระบุเหตุผลว่าผู้ยื่นคำร้องไม่ใช่คู่ความในคดีหลัก และไม่มีพยานหลักฐานเพียงพอ จึงไม่มีเหตุให้เปลี่ยนแปลงคำสั่ง

 

ด้านทนายความของณัฐพงษ์ได้ชี้แจงต่อศาลว่า การให้สัมภาษณ์ดังกล่าวเป็นการวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาล ไม่มีความเกี่ยวข้องกับกรณีที่ถูกกล่าวหาในคดี และไม่เข้าข่ายการกระทำซ้ำ จึงไม่ถือเป็นการฝ่าฝืนคำสั่งศาลแต่อย่างใด

 

ภายหลังเสร็จสิ้นกระบวนการพิจารณาคดี พล.ต.ต. สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ได้ให้สัมภาษณ์ถึงแนวทางการต่อสู้คดีว่า ตนได้ยื่นคำชี้แจงโต้แย้งในประเด็นความชอบด้วยกฎหมายของการได้มาซึ่งพยานหลักฐาน และจะดำเนินการต่อสู้ตามกระบวนการของศาลต่อไป โดยถือเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการในฐานะอดีต สส. และสมาชิกพรรคก้าวไกล ขณะที่บรรยากาศในวันนี้ได้มีการพูดคุยให้กำลังใจระหว่างกลุ่มอดีต สส. ด้วยกัน

 

ทางด้าน พัฒนพงศ์ จันทร์เพ็ชรพูล ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ชี้แจงถึงกระบวนการในส่วนของ ป.ป.ช. ว่า สำนวนที่นำส่งต่อศาลเป็นการรวบรวมพฤติการณ์ของแต่ละบุคคลอย่างละเอียด

 

สำหรับแนวทางการพิจารณาคดีว่าศาลจะดำเนินการพิจารณาแยกเป็นรายบุคคลหรือพิจารณารวมเป็นสำนวนเดียวนั้น จะขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศาล บัญชีรายชื่อพยานทั้ง 17 ปากที่ ป.ป.ช. ยื่นประกอบการพิจารณา ประกอบด้วยพนักงานเจ้าของสำนวน ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับรายละเอียดในสำนวน รวมถึงอดีต สส. พรรคก้าวไกลที่ ป.ป.ช. เคยเชิญมาให้ถ้อยคำในชั้นไต่สวน ซึ่งศาลจะเป็นผู้พิจารณาตัดสินว่าจะเรียกบุคคลใดเข้าสู่กระบวนการไต่สวนบ้างตามความเหมาะสม

The post ศาลฎีกาเริ่มพิจารณาคดี 44 สส. อดีตก้าวไกล นัดไต่สวนพยานปากแรก 25 สิงหาคม ต่อเนื่องถึงปลายปี ทั้งหมด 17 ปาก appeared first on THE STANDARD.

]]>
เปิดคำสั่งศาลฎีการับคำร้องคดีแก้ ม.112 ไฟเขียว 10 สส. พรรคประชาชน ไม่ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ https://thestandard.co/m112-petition-mps-continue-duty/ Fri, 24 Apr 2026 04:20:09 +0000 https://thestandard.co/?p=1200770 คำสั่งศาลฎีกา รับคดีแก้ ม.112 และไม่สั่งให้ 10 สส. พรรคประชาชน หยุดปฏิบัติหน้าที่

วันนี้ (24 เมษายน 2569) เวลา 10.30 น. ศาลฎีกาได้มีคำสั่ […]

The post เปิดคำสั่งศาลฎีการับคำร้องคดีแก้ ม.112 ไฟเขียว 10 สส. พรรคประชาชน ไม่ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
คำสั่งศาลฎีกา รับคดีแก้ ม.112 และไม่สั่งให้ 10 สส. พรรคประชาชน หยุดปฏิบัติหน้าที่

วันนี้ (24 เมษายน 2569) เวลา 10.30 น. ศาลฎีกาได้มีคำสั่งคดีหมายเลขดำที่ คมจ 1/2569 ระหว่าง คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ผู้ร้อง พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ที่ 1 กับพวกรวม 44 คน ผู้คัดค้าน เรื่อง การฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง

 

คดีนี้ ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้คัดค้านทั้งสี่สิบสี่เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคก้าวไกล กระทำการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง กล่าวคือ เมื่อระหว่างวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2564 ถึงวันที่ 20 มีนาคม 2566 ผู้คัดค้านทั้งสี่สิบสี่ร่วมกันเสนอร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่… ) พ.ศ. … (แก้ไขเกี่ยวกับความผิดฐานหมิ่นประมาท)

 

พร้อมบันทึกหลักการและเหตุผล บันทึกวิเคราะห์สรุปสาระสำคัญต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อนำเสนอสภาผู้แทนราษฎรพิจารณา โดยอาศัยสิทธิของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรซึ่งเป็นฝ่ายนิติบัญญัติ แต่บทบัญญัติดังกล่าวมีเนื้อหาเป็นการลดทอนสถานะความสำคัญ การรับรองคุ้มครอง การเทิดทูนองค์พระมหากษัตริย์ ที่ผู้ใดจะละเมิดมิได้ อันเป็นการขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 6 สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรแจ้งถึงข้อบกพร่องดังกล่าวให้ผู้คัดค้านทั้งสี่สิบสี่ทราบแล้ว

 

แต่ผู้คัดค้านทั้งสี่สิบสี่ยังคงยืนยันที่จะเสนอร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว ซึ่งมีเนื้อหาขัดต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย อันมีเจตนามุ่งร้ายโดยชัดแจ้งที่จะทำลายล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ ล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และก่อให้เกิดความเสียหายต่อชาติบ้านเมืองในวงกว้างอย่างร้ายแรง

 

การกระทำของผู้คัดค้านทั้งสี่สิบสี่จึงเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ฐานไม่ยึดมั่นและธำรงไว้ซึ่งการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฐานไม่พิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ เอกราช อธิปไตย บูรณภาพแห่งอาณาเขตและเขตที่ประเทศไทยมีสิทธิอธิปไตย เกียรติภูมิและผลประโยชน์ของชาติ ความมั่นคงของรัฐและความสงบเรียบร้อยของประชาชน

 

และฐานกระทำการใดที่ก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อเกียรติศักดิ์ของการดำรงตำแหน่ง ตามมาตรฐานทางจริยธรรมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ รวมทั้งผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน และหัวหน้าหน่วยงานธุรการของศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ พ.ศ. 2561 ข้อ 4 ข้อ 6 ข้อ 17 ประกอบข้อ 3 วรรคสอง และข้อ 27 ตามคำร้องฉบับลงวันที่ 9 เมษายน 2569 นั้น

 

ศาลฎีกามีคำสั่งให้รับคำร้องของผู้ร้องไว้พิจารณาวินิจฉัย ให้ส่งสำเนาคำร้องพร้อมเอกสารประกอบให้ผู้คัดค้านทั้งสี่สิบสี่ หากจะคัดค้านให้ยื่นคำคัดค้านภายใน 14 วัน

 

ทั้งนี้ ข้อเท็จจริงไม่ปรากฏว่า ผู้คัดค้านที่ 3 ที่ 7 ที่ 17 ที่ 19 ที่ 23 ที่ 24 ที่ 26 ที่ 34 ที่ 35 และที่ 38 (10 สส. พรรคประชาชน) มีพฤติการณ์กระทำซ้ำหรือกระทำต่อไปซึ่งการกระทำตามที่ถูกกล่าวหาตามคำร้องอันอาจก่อให้เกิดความเสียหาย ประกอบกับผู้คัดค้านดังกล่าวยังคงมีอำนาจหน้าที่อื่นต้องปฏิบัติในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

 

พฤติการณ์แห่งคดีจึงยังไม่สมควรให้ผู้คัดค้านที่ 3 ที่ 7 ที่ 17 ที่ 19 ที่ 23 ที่ 24 ที่ 26 ที่ 34 ที่ 35 และที่ 38 หยุดปฏิบัติหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 235 วรรคสาม พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 87 วรรคสาม ประกอบมาตรา 81 และระเบียบที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาว่าด้วยการพิจารณาพิพากษาคดีเกี่ยวกับการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง พ.ศ. 2561 ข้อ 12 วรรคสอง

 

จึงมีคำสั่งให้ผู้คัดค้านที่ 3 ที่ 7 ที่ 17 ที่ 19 ที่ 23 ที่ 24 ที่ 26 ที่ 34 ที่ 35 และที่ 38 ปฏิบัติหน้าที่ต่อไป โดยห้ามผู้คัดค้านดังกล่าวกระทำซ้ำหรือกระทำการใด ๆ หรือแสดงความคิดเห็น ซึ่งการกระทำที่ถูกกล่าวหาตามคำร้อง มิฉะนั้น ศาลอาจมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น

 

นัดพิจารณาครั้งแรก ในวันที่ 30 มิถุนายน 2569 และนัดตรวจพยานหลักฐานวันที่ 4 สิงหาคม 2569 เวลา 9.30 น. ทั้งสองนัด โดยให้ทั้งสองฝ่ายบริหารจัดการให้เหมาะสม ศาลจะไม่มีการเลื่อนนัด

 

สำหรับรายชื่อ 10 สส. พรรคประชาชน ประกอบด้วย

 

  • ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ
  • ศิริกัญญา ตันสกุล
  • รังสิมันต์ โรม ลงสมัคร
  • นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง ลงสมัคร
  • ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล
  • ณัฐวุฒิ บัวประทุม
  • สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ
  • ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์
  • ธีรัจชัย พันธุมาศ
  • เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร

The post เปิดคำสั่งศาลฎีการับคำร้องคดีแก้ ม.112 ไฟเขียว 10 สส. พรรคประชาชน ไม่ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศาลฎีกาประทับรับฟ้องคดีจริยธรรมร้ายแรง ปมแก้ ม.112 สั่ง 10 สส.พรรคประชาชน ‘ไม่ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่’ ให้ทำหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะมีคำพิพากษา https://thestandard.co/supreme-court-mps-article-112-duty/ Fri, 24 Apr 2026 04:03:55 +0000 https://thestandard.co/?p=1200766 Breaking-News

วันนี้ (24 เมษายน) เวลา 10.30 น. ศาลฎีกาอ่านคำสั่งในคดี […]

The post ศาลฎีกาประทับรับฟ้องคดีจริยธรรมร้ายแรง ปมแก้ ม.112 สั่ง 10 สส.พรรคประชาชน ‘ไม่ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่’ ให้ทำหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะมีคำพิพากษา appeared first on THE STANDARD.

]]>
Breaking-News

วันนี้ (24 เมษายน) เวลา 10.30 น. ศาลฎีกาอ่านคำสั่งในคดีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ยื่นคำร้องขอให้วินิจฉัยการฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงของ 44 อดีต สส.พรรคก้าวไกล กรณีเข้าชื่อเสนอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112

 

ศาลฎีกามีคำสั่ง ‘รับคำร้อง’ คดีดังกล่าวไว้พิจารณา และให้ ผู้คัดค้าน คือ สส.พรรคประชาชนจำนวน 10 คน ซึ่งอยู่ในกลุ่มผู้ถูกร้อง ‘ไม่ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่‘ ทำหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะมีคำพิพากษา

 

เนื่องจากเห็นว่า 10 สส. มีหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ เห็นสมควรให้ปฏิบัติหน้าที่ต่อได้ พร้อมกำชับห้ามผู้คัดค้าน กระทำซ้ำหรือกระทำการใดๆ หรือแสดงความคิดเห็น ซึ่งการกระทำที่ถูกกล่าวหาตามคำร้อง มิฉะนั้นศาลอาจมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น

 

ศาลฎีกากำหนดนัดพิจารณาครั้งแรกวันที่ 30 มิถุนายน 2569 ตรวจพยานหลักฐาน 4 สิงหาคม 2569 ศาลจะไม่เลื่อนวันนัดขอให้ทั้งสองฝ่ายเตรียมพร้อม

 

สำหรับ สส.พรรคประชาชนทั้ง 10 คน ประกอบด้วย สส. แบบบัญชีรายชื่อ 8 คน ได้แก่ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค, ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรค, สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ, ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล, รังสิมันต์ โรม, วาโย อัศวรุ่งเรือง, ณัฐวุฒิ บัวประทุม และ ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ และ สส. เขตกรุงเทพมหานคร 2 คน คือ ธีรัจชัย พันธุมาศ และ เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร

The post ศาลฎีกาประทับรับฟ้องคดีจริยธรรมร้ายแรง ปมแก้ ม.112 สั่ง 10 สส.พรรคประชาชน ‘ไม่ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่’ ให้ทำหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะมีคำพิพากษา appeared first on THE STANDARD.

]]>
9 เมษา นาฬิกาเริ่มเดิน: ชีวิตการเมือง 10 สส. พรรคประชาชน หลัง ป.ป.ช. นำคำร้องคดี 44 สส. ยื่นศาล https://thestandard.co/10-mps-people-party-nacc-court/ Thu, 09 Apr 2026 10:05:48 +0000 https://thestandard.co/?p=1196375 ภาพกลุ่ม สส. พรรคประชาชน 10 คน ขณะปฏิบัติหน้าที่ในรัฐสภา หลัง ป.ป.ช. ยื่นคดี 44 สส. ต่อศาล

สืบเนื่องจากสถานการณ์สำคัญทางการเมืองมาบรรจบในวันเดียวก […]

The post 9 เมษา นาฬิกาเริ่มเดิน: ชีวิตการเมือง 10 สส. พรรคประชาชน หลัง ป.ป.ช. นำคำร้องคดี 44 สส. ยื่นศาล appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพกลุ่ม สส. พรรคประชาชน 10 คน ขณะปฏิบัติหน้าที่ในรัฐสภา หลัง ป.ป.ช. ยื่นคดี 44 สส. ต่อศาล

สืบเนื่องจากสถานการณ์สำคัญทางการเมืองมาบรรจบในวันเดียวกัน 9 เมษายน นอกจากจะเป็นวันแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อรัฐสภา ซึ่งเสมือนเป็นเวทีแรกสำหรับ สส. พรรคร่วมฝ่ายค้านในการตรวจสอบและเสนอแนะต่อรัฐบาลอย่างเต็มรูปแบบ

 

ทว่าอีกเหตุการณ์หนึ่งคือเจ้าหน้าที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้นำเอกสารคำร้องคดี 44 สส. อดีตพรรคก้าวไกล ที่ร่วมเข้าชื่อเสนอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 จำนวนหลายหมื่นแผ่นส่งยังศาลฎีกาในช่วงเช้าวันนี้ โดยเป็นเสมือนก้าวแรกของการพิจารณาคดีดังกล่าว ซึ่งมีโทษสูงสุดอาจเป็นการตัดสิทธิการเมืองตลอดชีวิต

 

อย่างไรก็ตาม ตามกระบวนการแล้ว การยื่นเอกสารคำร้องวันนี้ถือเป็นขั้นตอนทางธุรการเท่านั้น หลังจากนี้ประธานศาลฎีกาจะต้องเรียกประชุมใหญ่ศาลฎีกาเพื่อให้มีการตั้งองค์คณะผู้พิพากษาจำนวน 9 คนโดยเร็ว และมีกรอบเวลาอีก 7 วัน เพื่อพิจารณาว่าจะประทับรับฟ้องหรือไม่ ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) วิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

 

ดังนั้น ขั้นตอนที่ศาลฎีกาจะมีคำสั่งให้ สส. ที่ถูก ป.ป.ช. ชี้มูลในคดี หยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราวจนกว่าคดีจะถึงที่สุด อาจยังต้องใช้เวลา ซึ่งมีโอกาสที่จะพ้นไปจากช่วงเวลาของการแถลงนโยบายระหว่าง 9-10 เมษายน

 

หรือตามที่หัวหน้าพรรคประชาชนได้ประเมินว่า อาจมีความชัดเจนหลังช่วงเทศกาลสงกรานต์ จึงถือว่ายังไม่มีผลกระทบต่อการอภิปรายของ สส. พรรคประชาชน ในการแถลงนโยบาย

 

ช่างภาพทีมข่าว THE STANDARD ได้เก็บภาพของ 10 สส. ซึ่งยังคงมีสถานะ สส. สังกัดพรรคประชาชนอยู่ในปัจจุบัน และได้เดินทางมาร่วมประชุมท่ีอาคารรัฐสภาในวันนี้ จากจำนวนทั้งหมด 44 สส. ที่ถูกชี้มูล

 

ในจำนวนนี้ประกอบด้วย สส. แบบบัญชีรายชื่อ 8 คน คือ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค, ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรค, สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ, ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล, รังสิมันต์ โรม, วาโย อัศวรุ่งเรือง, ณัฐวุฒิ บัวประทุม และ ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส่วนอีก 2 คน เป็น สส. กทม. คือ ธีรัจชัย พันธุมาศ และ เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร

 

หากมี ‘อุบัติเหตุทางการเมือง’ เกิดขึ้นในอนาคต อาจต้องมีการเลื่อน สส. แบบบัญชีรายชื่อ ทั้ง 8 คน ที่อยู่ในลำดับถัดไปของพรรคขึ้นมาทำหน้าที่แทน ขณะที่ สส. กทม. อีก 2 คน จะต้องมีการเลือกตั้งซ่อมในพื้นที่

 

ภาพกลุ่ม สส. พรรคประชาชน 10 คน ขณะปฏิบัติหน้าที่ในรัฐสภา หลัง ป.ป.ช. ยื่นคดี 44 สส. ต่อศาล 1ภาพกลุ่ม สส. พรรคประชาชน 10 คน ขณะปฏิบัติหน้าที่ในรัฐสภา หลัง ป.ป.ช. ยื่นคดี 44 สส. ต่อศาล 2ภาพกลุ่ม สส. พรรคประชาชน 10 คน ขณะปฏิบัติหน้าที่ในรัฐสภา หลัง ป.ป.ช. ยื่นคดี 44 สส. ต่อศาล 3ภาพกลุ่ม สส. พรรคประชาชน 10 คน ขณะปฏิบัติหน้าที่ในรัฐสภา หลัง ป.ป.ช. ยื่นคดี 44 สส. ต่อศาล 4ภาพกลุ่ม สส. พรรคประชาชน 10 คน ขณะปฏิบัติหน้าที่ในรัฐสภา หลัง ป.ป.ช. ยื่นคดี 44 สส. ต่อศาล 5ภาพกลุ่ม สส. พรรคประชาชน 10 คน ขณะปฏิบัติหน้าที่ในรัฐสภา หลัง ป.ป.ช. ยื่นคดี 44 สส. ต่อศาล 6ภาพกลุ่ม สส. พรรคประชาชน 10 คน ขณะปฏิบัติหน้าที่ในรัฐสภา หลัง ป.ป.ช. ยื่นคดี 44 สส. ต่อศาล 7ภาพกลุ่ม สส. พรรคประชาชน 10 คน ขณะปฏิบัติหน้าที่ในรัฐสภา หลัง ป.ป.ช. ยื่นคดี 44 สส. ต่อศาล 8ภาพกลุ่ม สส. พรรคประชาชน 10 คน ขณะปฏิบัติหน้าที่ในรัฐสภา หลัง ป.ป.ช. ยื่นคดี 44 สส. ต่อศาล 9ภาพกลุ่ม สส. พรรคประชาชน 10 คน ขณะปฏิบัติหน้าที่ในรัฐสภา หลัง ป.ป.ช. ยื่นคดี 44 สส. ต่อศาล 10ภาพกลุ่ม สส. พรรคประชาชน 10 คน ขณะปฏิบัติหน้าที่ในรัฐสภา หลัง ป.ป.ช. ยื่นคดี 44 สส. ต่อศาล 11ภาพกลุ่ม สส. พรรคประชาชน 10 คน ขณะปฏิบัติหน้าที่ในรัฐสภา หลัง ป.ป.ช. ยื่นคดี 44 สส. ต่อศาล 12ภาพกลุ่ม สส. พรรคประชาชน 10 คน ขณะปฏิบัติหน้าที่ในรัฐสภา หลัง ป.ป.ช. ยื่นคดี 44 สส. ต่อศาล 13ภาพกลุ่ม สส. พรรคประชาชน 10 คน ขณะปฏิบัติหน้าที่ในรัฐสภา หลัง ป.ป.ช. ยื่นคดี 44 สส. ต่อศาล 14ภาพกลุ่ม สส. พรรคประชาชน 10 คน ขณะปฏิบัติหน้าที่ในรัฐสภา หลัง ป.ป.ช. ยื่นคดี 44 สส. ต่อศาล 15ภาพกลุ่ม สส. พรรคประชาชน 10 คน ขณะปฏิบัติหน้าที่ในรัฐสภา หลัง ป.ป.ช. ยื่นคดี 44 สส. ต่อศาล 16ภาพกลุ่ม สส. พรรคประชาชน 10 คน ขณะปฏิบัติหน้าที่ในรัฐสภา หลัง ป.ป.ช. ยื่นคดี 44 สส. ต่อศาล 17ภาพกลุ่ม สส. พรรคประชาชน 10 คน ขณะปฏิบัติหน้าที่ในรัฐสภา หลัง ป.ป.ช. ยื่นคดี 44 สส. ต่อศาล 18ภาพกลุ่ม สส. พรรคประชาชน 10 คน ขณะปฏิบัติหน้าที่ในรัฐสภา หลัง ป.ป.ช. ยื่นคดี 44 สส. ต่อศาล 19ภาพกลุ่ม สส. พรรคประชาชน 10 คน ขณะปฏิบัติหน้าที่ในรัฐสภา หลัง ป.ป.ช. ยื่นคดี 44 สส. ต่อศาล 20

The post 9 เมษา นาฬิกาเริ่มเดิน: ชีวิตการเมือง 10 สส. พรรคประชาชน หลัง ป.ป.ช. นำคำร้องคดี 44 สส. ยื่นศาล appeared first on THE STANDARD.

]]>
ณัฐพงษ์ย้ำไม่เสียกำลังใจ หลัง ป.ป.ช. หอบเอกสารยื่นศาลฎีกาปมแก้ ม.112 คาดผลออกหลังสงกรานต์ ชี้อภิปรายสองวันเนื้อหาไม่ซ้ำ https://thestandard.co/natthaphong-pacc-section-112-songkran/ Thu, 09 Apr 2026 01:50:20 +0000 https://thestandard.co/?p=1196020 ภาพอินโฟกราฟิก ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ และข้อความคาดผลปมแก้ ม.112 หลังสงกรานต์

วันนี้ (9 เมษายน) ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประ […]

The post ณัฐพงษ์ย้ำไม่เสียกำลังใจ หลัง ป.ป.ช. หอบเอกสารยื่นศาลฎีกาปมแก้ ม.112 คาดผลออกหลังสงกรานต์ ชี้อภิปรายสองวันเนื้อหาไม่ซ้ำ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพอินโฟกราฟิก ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ และข้อความคาดผลปมแก้ ม.112 หลังสงกรานต์

วันนี้ (9 เมษายน) ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ก่อนประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา ว่า อยากให้ ติดตามการอภิปรายในสภาด้วยตนเอง ซึ่งวันนี้จะมีการอภิปรายถึงเวลา 02.00 น. และในวันพรุ่งนี้ (10 เมษายน) จะมีการอภิปรายถึงเวลา 23.00 น. ซึ่งพรรคประชาชนได้เตรียมบุคคลที่จะอภิปรายไว้ 20 คน โดยจะเริ่มในส่วนของเนื้อหาเกี่ยวกับความเดือดร้อนของประชาชน รวมถึงเรื่องอื่นๆ ที่ได้เตรียมการอภิปรายไว้อย่างครบถ้วน จึงขอให้ติดตามการอภิปรายทั้งสองวัน เชื่อว่าเนื้อหาแน่นและไม่ซ้ำซ้อน ส่วนเรื่องฝุ่น PM2.5 ก็เป็นเรื่องที่เราได้เตรียมไว้เช่นเดียวกับวิกฤตพลังงาน

 

นอกจากนี้ ณัฐพงษ์ยังกล่าวถึงการทำงานร่วมกันของฝ่ายค้าน ว่าการทำงานปกติจะมีการแบ่งสรรเวลากัน ซึ่งในการอภิปรายก็ต่างคนต่างเตรียม ไม่ได้มีการเอามาพูดในเรื่องของเนื้อหา ซึ่งอาจจะต่างจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ตามกฎหมายกำหนดให้มีการยื่นอภิปรายได้เพียงหนึ่งครั้งต่อสมัยการประชุมจึงต้องมีการหารือกัน

 

ส่วนที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เตรียมนำเอกสารสำนวนคดี 44 สส. พรรคก้าวไกล เสนอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ยื่นต่อศาลฎีกาในวันนี้ ซึ่งคาบเกี่ยวกับเวลาที่ สส. ปฏิบัติหน้าที่ในสภา ณัฐพงษ์ กล่าวว่า กระบวนการปกติที่ตนทราบถ้าไม่ได้มีการเร่งรัด หากศาลจะมีคำสั่งอย่างใดอย่างหนึ่งก็ต้องรอหลังเทศกาลสงกรานต์ ยืนยันว่าในการอภิปรายทั้งสองวันนี้พวกตนไม่ได้เสียสมาธิ พร้อมทำหน้าที่ทุกอย่างอย่างเต็มที่ แต่ก็ไม่ประมาท หากมีเหตุการณ์ที่คนกดปุ่มเร่งรัดกระบวนการ พร้อมย้ำว่า ในคดีนี้เป็นที่จับตาของประชาชน

 

สำหรับภายในพรรคประชาชนได้มีการพูดคุยในเรื่องความรู้สึกต่อกันบ้างหรือไม่ เนื่องจาก เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สส.กทม. พรรคประชาชน เคยบอกว่าในวันนี้เป็นเหมือนการอภิปรายครั้งสุดท้าย ณัฐพงษ์ระบุว่า มีการพูดคุยมาโดยตลอด ทั้งในส่วนของ เท่าพิภพ ตน ธีรัจชัย พันธุมาศ สส.กทม. สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ ยืนยันว่า 44 สส. ที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในขณะนี้ไม่มีใครเสียกำลังใจ ทุกคนพร้อมทำหน้าที่ในสภาอย่างเต็มที่ ถึงเวลาถ้าจะต้องมีอุบัติเหตุทางการเมือง สิ่งที่พวกเรารวมตัวกันในวันนี้คือการเมืองเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลง ไม่ว่าเราจะอยู่ในบทบาทไหน พร้อมที่จะขยับเขยื้อนการเมืองเพื่อประชาชนให้เดินไปข้างหน้า

 

ส่วนพรรคประชาชนจะรอดูความชัดเจนว่าศาลจะสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ หรือ ปรับโครงสร้างกรรมการบริหารพรรคนั้น ณัฐพงษ์กล่าวว่า ตนได้ให้สัมภาษณ์ไปตั้งแต่เมื่อวาน ว่าการประชุมใหญ่ของพรรคเป็นไปตามข้อบังคับ ที่พรรคจะต้องประชุมใหญ่อย่างน้อยหนึ่งครั้งภายในหนึ่งปี และในเดือนเมษายนเป็นเดือนที่ครบรอบระยะเวลาพอดี ดังนั้น ไม่ว่าจะมีคำสั่งหรือไม่ การประชุมใหญ่ก็จะต้องจัดภายในสิ้นเดือนเมษายน

The post ณัฐพงษ์ย้ำไม่เสียกำลังใจ หลัง ป.ป.ช. หอบเอกสารยื่นศาลฎีกาปมแก้ ม.112 คาดผลออกหลังสงกรานต์ ชี้อภิปรายสองวันเนื้อหาไม่ซ้ำ appeared first on THE STANDARD.

]]>
มติที่ประชุม ป.ป.ช.ชุดใหญ่เห็นชอบยื่นศาลฎีกาคดีอดีต 44 สส.ก้าวไกลเข้าชื่อแก้ ม.112 จับตา 10 สส.ปชน. หยุดปฏิบัติหน้าที่หากศาลรับฟ้อง https://thestandard.co/pacc-approves-case-ex-mfp-mps/ Tue, 31 Mar 2026 08:50:49 +0000 https://thestandard.co/?p=1193238 ภาพการประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. ที่มีมติยื่นศาลฎีกาคดี 44 อดีต สส.พรรคก้าวไกล กรณีแก้ ม.112

วันนี้ (31 มีนาคม) ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าคดีกล่าว […]

The post มติที่ประชุม ป.ป.ช.ชุดใหญ่เห็นชอบยื่นศาลฎีกาคดีอดีต 44 สส.ก้าวไกลเข้าชื่อแก้ ม.112 จับตา 10 สส.ปชน. หยุดปฏิบัติหน้าที่หากศาลรับฟ้อง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพการประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. ที่มีมติยื่นศาลฎีกาคดี 44 อดีต สส.พรรคก้าวไกล กรณีแก้ ม.112

วันนี้ (31 มีนาคม) ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าคดีกล่าวหาอดีต 44 สส.พรรคก้าวไกล กรณีเข้าชื่อแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 โดยก่อนหน้านี้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติชี้มูลความผิดอดีต 44 สส.ทั้งหมด และขอขยายเวลาการยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาออกไปก่อนนั้น

 

ล่าสุด มีรายงานจากสำนักงาน ป.ป.ช.ว่า ในการประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. วันนี้ ที่ประชุมมีมติเห็นชอบร่างคำร้องเพื่อยื่นศาลฎีกา กรณีกล่าวหาอดีต 44 สส.พรรคก้าวไกล ในคดีฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรงเรียบร้อยแล้ว โดยขั้นตอนหลังจากนี้จะส่งคำร้องให้กับสำนักคดี ป.ป.ช. เพื่อยื่นคำร้องแก่ศาลฎีกาต่อไป

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หากศาลฎีกามีคำสั่งประทับรับฟ้องคดีดังกล่าว และไม่มีคำสั่งอื่นใด 10 สส.พรรคประชาชน (พรรคประชาชนในปัจจุบัน) ที่ตกเป็นหนึ่งใน 44 สส.อดีตพรรคก้าวไกลจะต้องถูกสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่โดยทันที

 

สำหรับรายชื่อของ 44 สส.พรรคก้าวไกล ที่อยู่ในสภาผู้แทนราษฎรชุดที่ 27 ในนามพรรคประชาชน (ปชน.) ที่มีความเสี่ยงถูกศาลสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ มีจำนวน 10 คน

 

แบ่งเป็น สส.บัญชีรายชื่อ 8 คน ประกอบด้วย

  • ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ
  • ศิริกัญญา ตันสกุล
  • รังสิมันต์ โรม
  • วาโย อัศวรุ่งเรือง
  • ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล
  • ณัฐวุฒิ บัวประทุม
  • สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ
  • ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์

 

และอีก 2 คนที่เป็น สส.แบ่งเขต ประกอบด้วย

  • ธีรัจชัย พันธุมาศ สส.กทม.
  • เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สส.กทม.

The post มติที่ประชุม ป.ป.ช.ชุดใหญ่เห็นชอบยื่นศาลฎีกาคดีอดีต 44 สส.ก้าวไกลเข้าชื่อแก้ ม.112 จับตา 10 สส.ปชน. หยุดปฏิบัติหน้าที่หากศาลรับฟ้อง appeared first on THE STANDARD.

]]>
สภาประมุขบาทหลวงคาทอลิกเรียกร้องรัฐสภาระงับร่างกฎหมาย Entertainment Complex ชี้คาสิโนนำมาสู่ปัญหาจริยธรรม https://thestandard.co/catholic-bishops-oppose-entertainment-complex-bill/ Wed, 09 Apr 2025 04:32:10 +0000 https://thestandard.co/?p=1062204 Entertainment Complex

วันนี้ (9 เมษายน) ที่อาคารรัฐสภา ตัวแทนสภาประมุขบาทหลวง […]

The post สภาประมุขบาทหลวงคาทอลิกเรียกร้องรัฐสภาระงับร่างกฎหมาย Entertainment Complex ชี้คาสิโนนำมาสู่ปัญหาจริยธรรม appeared first on THE STANDARD.

]]>
Entertainment Complex

วันนี้ (9 เมษายน) ที่อาคารรัฐสภา ตัวแทนสภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกทางประเทศไทย นำโดย อาร์ชบิชอปวีระ อาภรณ์รัตน์ ประธานสภาประมุขบาทหลวงฯ ยื่นหนังสือต่อ พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานผู้แทนราษฎรคนที่ 1 รวมถึง ธีรัจชัย พันธุมาศ สส. กทม. พรรคประชาชน ในฐานะตัวแทนผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร เพื่อคัดค้านร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร หรือ Entertainment Complex

 

บาทหลวงสุวัฒน์ เหลืองสอาด รองเลขาธิการสภาประมุขบาทหลวงฯ กล่าวว่า ศาสนจักรคาทอลิกมีภารกิจในการเป็นครูสอนศีลธรรมแก่มนุษยชาติ เพื่อประโยชน์ของการดำรงชีวิตอันดีงาม และจากการที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบในหลักการร่าง พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลตระหนักถึงบทบาทในการปกป้องประชาชน ด้วยการออกกฎหมายที่ชอบธรรม เป็นกฎหมายที่สอดคล้องกับศักดิ์ศรีของมนุษย์ และเป็นไปตามเหตุผลที่ถูกต้อง

 

ทั้งนี้ ขอยืนยันเจตนารมณ์ของพระศาสนจักรคาทอลิกในการแสดงจุดยืนคัดค้านอย่างหนักแน่น และเรียกร้องให้รัฐบาลทบทวน ยุติ และระงับร่าง พ.ร.บ. ดังกล่าว เพราะการอนุญาตให้การพนันและการมีบ่อนคาสิโนจะนำพาชีวิตผู้คนในสังคมไปสู่ปัญหาทางสังคมอีกมากมาย รวมถึงโดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มเด็กและเยาวชน จึงเรียกร้องให้รัฐบาลมุ่งเน้นพัฒนาเศรษฐกิจที่ยั่งยืนและสมดุลสอดคล้องกับการพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมของประชาชน 

 

พร้อมย้ำด้วยว่า ต่อต้านการมีบ่อนคาสิโนในประเทศไทย แต่ไม่ได้ต่อต้านในการสร้างธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจรที่เหมาะสมกับครอบครัวและทุกเพศทุกวัย ให้เป็นการแสวงหาความบันเทิง

 

The post สภาประมุขบาทหลวงคาทอลิกเรียกร้องรัฐสภาระงับร่างกฎหมาย Entertainment Complex ชี้คาสิโนนำมาสู่ปัญหาจริยธรรม appeared first on THE STANDARD.

]]>
กมธ.ป.ป.ช. เชิญผู้ว่าฯ สตง. ชี้แจงจะรับผิดชอบความสูญเสียอาคารถล่มอย่างไร งบสร้างกว่า 2 พันล้านบาท แต่ทนแผ่นดินไหวไม่ได้ https://thestandard.co/stong-collapse-accountability/ Thu, 03 Apr 2025 07:31:29 +0000 https://thestandard.co/?p=1060141 stong-collapse-accountability

วันนี้ (3 เมษายน) ที่อาคารรัฐสภา ธีรัจชัย พันธุมาศ สส.ก […]

The post กมธ.ป.ป.ช. เชิญผู้ว่าฯ สตง. ชี้แจงจะรับผิดชอบความสูญเสียอาคารถล่มอย่างไร งบสร้างกว่า 2 พันล้านบาท แต่ทนแผ่นดินไหวไม่ได้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
stong-collapse-accountability

วันนี้ (3 เมษายน) ที่อาคารรัฐสภา ธีรัจชัย พันธุมาศ สส.กทม. พรรคประชาชน ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.) สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยถึงการตรวจสอบเหตุอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แห่งใหม่ถล่ม โดยระบุว่า อาคารดังกล่าว ได้รับการอนุมัติงบประมาณจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) ด้วยงบประมาณกว่า 2,000 ล้านบาท ในปี 2563 และมีกำหนดสิ้นสุดโครงการปี 2566

 

อย่างไรก็ตาม โครงการดังกล่าวใช้เวลาก่อสร้างเกินมาแล้วกว่า 1 ปี  จึงทำให้เกิดคำถามว่า เหตุใดอาคารใช้งบประมาณกว่า 2,000 ล้านบาทที่ดำเนินการจัดสร้างโดย สตง. ไม่สามารถต้านทานแรงแผ่นดินไหวได้

 

ทั้งนี้ ยังปรากฏข้อเท็จจริงเพิ่มเติมอีกว่า การก่อสร้างอาคารดังกล่าว ดำเนินการโดยกลุ่มทุนจากประเทศจีนที่เข้ามาทำกิจการร่วมค้ากับกลุ่มทุนไทย ซึ่งล่าสุด 1 เมษายน ที่ผ่านมา เวลา 23.15 น. สถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย โพสต์ข้อความ เรียกร้องบริษัทจีนให้ความร่วมมือกับกระบวนการสอบสวนของรัฐบาลไทยอย่างเต็มที่

 

ทางกรรมาธิการการฯ จึงมีความเห็นว่า มีความจำเป็นในการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น โดยฝ่ายนิติบัญญัติดำเนินการควบคู่กับฝ่ายบริหารในการตรวจสอบ เพื่อให้การตรวจสอบเป็นไปอย่างเที่ยงธรรมโปร่งใส  และวันที่ 10 เมษายนนี้ กรรมาธิการจะเชิญ ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน มาชี้แจงว่า มีความรับผิดชอบต่อผู้เสียชีวิตอย่างไร มีการกำกับดูแลอย่างไร และใครจะเป็นผู้ร่วมรับผิดชอบต่องบประมาณ และเชิญสภาวิศวกร มาให้ข้อมูลเกี่ยวกับวัสดุเทคโนโลยีในการก่อสร้าง และสาเหตุของอาคารถล่มด้วย

 

รวมทั้งจะเชิญปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมร่วมชี้แจง เพราะประชาชนเกิดข้อสงสัย เช่น กระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง ของ สตง. ถูกต้องหรือไม่ เหตุใดจึงถล่มเพียงตึกเดียว, การตรวจรับงานในแต่ละงวดเป็นอย่างไร, การออกแบบก่อสร้างและวัสดุก่อสร้าง เช่น เหล็กที่ใช้เป็นเหล็กที่ได้มาตรฐานหรือไม่ โดยการตรวจสอบทั้งหมดจะนำมาเป็นบทเรียนเป็นมาตรฐานและข้อเสนอในการควบคุมการก่อสร้างภาครัฐต่อไป

The post กมธ.ป.ป.ช. เชิญผู้ว่าฯ สตง. ชี้แจงจะรับผิดชอบความสูญเสียอาคารถล่มอย่างไร งบสร้างกว่า 2 พันล้านบาท แต่ทนแผ่นดินไหวไม่ได้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
สส. พรรคประชาชน รุกถามกรมที่ดินออกโฉนด Thames Valley ได้อย่างไร เหตุยังไม่มีกฎหมายใดยกเลิกมติ ครม. พ.ศ. 2514 https://thestandard.co/peoples-party-questions-thames-valley-land/ Fri, 28 Mar 2025 05:50:10 +0000 https://thestandard.co/?p=1057467 Thames Valley

วันนี้ (28 มีนาคม) ที่กรมที่ดิน ศูนย์ราชการอาคารแจ้งวัฒ […]

The post สส. พรรคประชาชน รุกถามกรมที่ดินออกโฉนด Thames Valley ได้อย่างไร เหตุยังไม่มีกฎหมายใดยกเลิกมติ ครม. พ.ศ. 2514 appeared first on THE STANDARD.

]]>
Thames Valley

วันนี้ (28 มีนาคม) ที่กรมที่ดิน ศูนย์ราชการอาคารแจ้งวัฒนะ วิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน พร้อมด้วย ธีรัจชัย พันธุมาศ สส.กทม. และ เลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เดินทางเข้ายื่นหนังสือถึงกรมที่ดิน ขอให้เพิกถอนโฉนดที่ดินที่เป็นที่ตั้งของโรงแรม Thames Valley เขาใหญ่ โดยมี เจนกิจ เชฏฐวาณิชย์ รองอธิบดีกรมที่ดิน เป็นผู้รับหนังสือ

 

ธีรัจชัยกล่าวว่า เป็นการเข้ายื่นหนังสือ หลังจากที่ตนได้อภิปราย ที่ วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ชี้แจงว่า คำสั่งคณะปฏิวัติปี 2515 ได้ยกเลิกมติ ครม. 2514 ว่า พื้นที่ต้นน้ำลำธารได้ถูกยกเลิกไปแล้ว ระบุว่ามติ ครม. 2514 ได้ให้จัดตั้งนิคมสร้างตนเอง โดยให้คงพื้นที่ต้นน้ำลำธารไว้ทั้งหมด 3 แห่ง ซึ่งคำสั่งคณะปฏิวัติ 2515 ไม่ได้มีการยกเลิกพื้นที่ต้นน้ำลำธาร กรมที่ดินได้โต้แย้งว่าในปี 2537 มีการประชุมคณะกรรมการจัดที่ดินแห่งชาติ ได้อนุมัติออกเอกสารสิทธิ์ได้ แต่เมื่อไปตรวจสอบดูแล้วอาจจะคลาดเคลื่อน เหมือนอนุญาตคนที่บุกรุกไปแล้วให้มีสิทธิ์ได้ครอบครองแต่ไม่ได้กรรมสิทธิ์

 

ดังนั้นมติ ครม.ปี 2514 ยังอยู่คงเดิม ในส่วนของระเบียบกรมที่ดินคำสั่งที่ 43 การออกที่ดินต้องไม่ไปทับที่ต้นน้ำลำธาร จึงต้องตรวจสอบว่ากรมที่ดินแถลงออกมาได้อย่างไร ซึ่งการเดินทางมาวันนี้ต้องการให้อธิบดีกรมที่ดินตรวจสอบรายละเอียดอีกครั้ง และถ้าตรวจสอบแล้วพบว่าไม่มีสิทธิ์ออกโฉนดที่ดิน 4 แปลง ในพื้นที่ตำบลหมูสี อำเภอปากช่อง คือให้ดำเนินการตามกฎหมายคือเพิกถอนเอกสารสิทธิ์

 

ธีรัจชัยยืนยันว่า คำสั่งคณะปฏิวัติเทียบเท่ากับพระราชกฤษฎีกา แต่ในคำสั่งนั้นไม่มีการให้ยกเลิกมติ ครม. 2514 แต่ถ้าคำสั่งคณะปฏิวัติออกแทนพระราชบัญญัติสามารถยกเลิกได้ ทั้งนี้คำสั่งคณะกรรมการจัดที่ดินแห่งชาติก็ไม่ได้มีการอ้างถึงคำสั่งคณะปฏิวัติ แต่เป็นการแก้ปัญหาเรื่องที่ดิน ซึ่งอำนาจคณะกรรมการชุดนี้ต่ำกว่ามติ ครม. ซึ่งถ้าจะออกโดยชอบต้องยกเลิกมติ ครม.

 

นอกจากนี้ ยังบอกอีกว่าปี 2567 คณะกรรมการ ป.ป.ช. ชี้มูลที่ดินแปลงที่ 1 และแปลงที่ 2 ว่ามีการชี้มูลความผิด ส่วนพื้นที่โรงแรมThames Valley อยู่แปลงที่ 3  แม้จะอยู่คนละแปลงแต่เป็นพื้นที่ต้นน้ำลำธารเหมือนกัน

 

ด้าน วิโรจน์ ยืนยันว่า มติ ครม. 2514 กำหนดพื้นที่ ที่ดิน Thames Valley เป็นต้นน้ำลำธารอยู่ ยังไม่มีคำสั่งใดทางกฎหมายในการยกเลิกมติ ครม. 2514 ดังนั้น พื้นที่ต้นน้ำลำธารยังอยู่ ดังนั้น เมื่อพื้นที่ต้นน้ำลำธารยังอยู่ตาม พ.ร.บ. ให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน 2497 และกฎกระทรวง ฉบับที่ 43 ข้อที่14(5) ยืนยันชัดเจนว่าพื้นที่ที่เป็นภูเขาต้นน้ำลำธารออกโฉนดไม่ได้ คำถามคือการออกโฉนดที่เป็นที่ตั้งของ Thames Valley ว่าการมีโฉนดไม่ได้แปลว่าที่ดินแปลงนั้นถูกต้อง จึงต้องการให้มีการตรวจสอบว่ามีการออกโฉนดได้อย่างไร

 

อย่างไรก็ตาม กรมที่ดินได้ออกเอกสารชี้แจง ว่า การออก น.ค.3 ให้แก่ราษฎรในพื้นที่ต้นน้ำลำธารเนื้อที่ประมาณ 3.3 หมื่นไร่ เพื่อปลูกป่าตามโครงการปลูกป่าเพื่อทดแทนและอนุรักษ์ที่ดิน และกรมที่ดินได้ออกโฉนด ที่ดินและ น.ส.3 ก. เนื้อที่ประมาณ 5.2 หมื่นไร่ ไม่ได้ออกโฉนดที่ดินในบริเวณที่ถูกอภิปรายแม้แต่พื้นที่เดียว ทั้งนี้พื้นที่ต้นน้ำลำธารในนิคมสร้างตนเองลำตะคอง ไม่ได้เป็นพื้นที่หวงห้ามเด็ดขาด คณะกรรมการจัดที่ดินแห่งชาติ จึงมีมติให้ออก น.ค.3 เพื่อเป็นหลักฐานไปออกโฉนดที่ดินหรือ น.ส.3 ก. ในพื้นที่ต้นน้ำลำธาร ของนิคมสร้างตนเองลำตะคอง จึงเป็นไปตามนโยบายบริหารที่ดิน และชอบด้วยระเบียบกฎหมายที่เกี่ยวข้องทุกประการ

 

The post สส. พรรคประชาชน รุกถามกรมที่ดินออกโฉนด Thames Valley ได้อย่างไร เหตุยังไม่มีกฎหมายใดยกเลิกมติ ครม. พ.ศ. 2514 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ธีรัจชัยโชว์หลักฐาน ที่ดิน Thames Valley เขาใหญ่ อยู่ใน เขตห้ามออกโฉนด อนุทินยืนยันพร้อมให้ตรวจสอบ https://thestandard.co/no-confidence-debate-2568-25/ Mon, 24 Mar 2025 16:37:18 +0000 https://thestandard.co/?p=1056165

วันนี้ (24 มีนาคม) ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วันที่ 26 […]

The post ธีรัจชัยโชว์หลักฐาน ที่ดิน Thames Valley เขาใหญ่ อยู่ใน เขตห้ามออกโฉนด อนุทินยืนยันพร้อมให้ตรวจสอบ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (24 มีนาคม) ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วันที่ 26 สมัยสามัญประจำปีครั้งที่ 2 วาระพิจารณาญัตติเปิดอภิปรายเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล เป็นวันแรก ธีรัจชัย พันธุมาศ สส.กทม. พรรคประชาชน อภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี แพทองธาร ชินวัตร โดยเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับโรงแรม Thames Valley เขาใหญ่ ซึ่งแพทองธารถือหุ้นใหญ่ และเคยเป็นกรรมการบริษัทก่อนเข้าดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี โดยระบุว่าโรงแรมแห่งนี้ตั้งอยู่ในพื้นที่ต้องห้ามตามกฎหมาย ทั้งเขตนิคมสร้างตนเองลำตะคองและพื้นที่ต้นน้ำลำธาร ซึ่งไม่สามารถออกโฉนดหรือใช้เพื่อการพาณิชย์ได้

 

ธีรัจชัยอ้างอิงแผนที่ของกรมพัฒนาที่ดิน และข้อมูลจาก GISTDA ซึ่งระบุว่าที่ดินแปลงดังกล่าวอยู่ในเขตต้นน้ำลำธารประเภท 1A ตามมติ ครม. ปี 2514 ซึ่งห้ามใช้ประโยชน์หรือออกเอกสารสิทธิ์ แต่กลับพบว่าที่ดินโรงแรมถูกออกโฉนดโดยสมบูรณ์

 

“ถ้าที่ดินของประชาชนทั่วไปถูกเพิกถอนเพราะออกโดยไม่ชอบ ที่ดินของแพทองธารออกมาได้อย่างไร”

 

พร้อมตั้งข้อสังเกตว่ากระบวนการออกโฉนดของที่ดินแปลงนี้มีความผิดปกติ เพราะครอบครัวแพทองธารซื้อที่ดินในปี 2537 ซึ่งเป็นเพียง น.ส.3 ก. แต่กลับสามารถเปลี่ยนเป็นโฉนดได้ภายในเวลาเพียง 2 ปี ซึ่งเร็วกว่าปกติ

 

นอกจากนี้ เขายังเปรียบเทียบกรณีโรงแรม Thames Valley เขาใหญ่ กับกรณีสนามกอล์ฟแรนโช ชาญวีร์ของครอบครัว อนุทิน ชาญวีรกูล ที่ถูกตั้งข้อสงสัยเรื่องการออกเอกสารสิทธิ์ โดยระบุว่าที่ดินของสนามกอล์ฟยังคงเป็น น.ส.3 ก. ไม่สามารถเปลี่ยนเป็นโฉนดได้เพราะอาจทับพื้นที่ ส.ป.ก. แต่ที่ดินของแพทองธารกลับสามารถออกโฉนดได้ทั้งที่อยู่ในพื้นที่ต้องห้าม พร้อมตั้งคำถามว่า นี่คือการใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือทางการเมืองเพื่อเล่นงานคู่แข่งหรือไม่

 

ธีรัจชัยยังชี้ให้เห็นว่า แม้จะมีการออกโฉนดโดยสมบูรณ์แล้ว แต่ตามกฎหมายว่าด้วยนิคมสร้างตนเอง พ.ศ. 2511 การใช้ที่ดินในเขตนิคมเพื่อการพาณิชย์ เช่นการทำโรงแรมหรือสนามกอล์ฟ ต้องได้รับอนุญาตจากอธิบดีกรมพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ก่อน ทว่า โรงแรม Thames Valley เขาใหญ่ ไม่เคยได้รับอนุญาตดังกล่าว นอกจากนี้ ในปี 2558 รัฐบาล คสช. ได้เข้าตรวจสอบรีสอร์ตในพื้นที่เขาใหญ่และพบว่าโรงแรมแห่งนี้อาจมีปัญหาทางกฎหมาย แต่กลับไม่มีการดำเนินการใดๆ

 

“นี่คือหลักฐานชัดเจนว่าแพทองธารไม่เพียงแต่ละเมิดกฎหมาย แต่ยังเลือกใช้กฎหมายเพื่อตรวจสอบผู้อื่น ในขณะที่จงใจละเว้นการตรวจสอบตนเองและครอบครัว” ธีรัจชัยกล่าว 

 

ธีรัจชัยชี้ว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. เพิ่งชี้มูลความผิดเจ้าหน้าที่กรมที่ดินที่ออกโฉนดทับพื้นที่ต้องห้ามเมื่อปี 2567 ซึ่งเป็นกรณีที่เกิดขึ้นในพื้นที่ใกล้เคียงกัน ถ้ากรณีอื่นถูกสอบสวนแล้ว ที่ดินของแพทองธารจะรอดไปได้อย่างไร

 

ธีรัจชัยยังเน้นว่า ปัญหานี้ไม่ใช่เพียงเรื่องของการถือครองที่ดินโดยไม่ชอบ แต่สะท้อนถึงพฤติกรรมของนายกรัฐมนตรีที่ ไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ ใช้อำนาจบริหารอย่างฉ้อฉล และเอื้อประโยชน์แก่ครอบครัวของตนเองเหนือผลประโยชน์ของประเทศ

 

“นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของการละเมิดกฎหมาย แต่คือการทำให้กฎหมายกลายเป็นเครื่องมือทางการเมืองของตระกูลชินวัตร”

 

ธีรัจชัยเรียกร้องให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรใช้อำนาจที่ได้รับจากประชาชน ลงมติไม่ไว้วางใจ ไม่ให้นางสาวแพทองธาร ชินวัตร ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อไป โดยย้ำว่านี่ไม่ใช่แค่การตรวจสอบเรื่องที่ดิน แต่เป็นบทพิสูจน์ว่าสภาจะยอมให้ผู้บริหารประเทศละเมิดกฎหมายโดยไม่ต้องรับผิดชอบหรือไม่

 

อนุทินยืนยัน หากโฉนดไม่ถูกต้องพร้อมเพิกถอน

 

ด้าน อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยชี้แจงว่า ขอใช้สิทธิ์พาดพิงหลังจากที่ถูกเอ่ยชื่อตนเอง นามสกุล และคนในครอบครัว โดยขอชื่นชมผู้อภิปรายที่ได้ใช้ช่วงโลว์ซีซันในการโฆษณาโครงการที่เขาใหญ่ให้

 

อนุทินกล่าวต่อว่า การอภิปรายครั้งนี้ ผู้อภิปรายได้อภิปรายเนื้อหาตรงกลาง โดยไม่ได้อภิปรายในจุดเริ่มต้น ครอบครัวของตนเอง หรือครอบครัวของนายกรัฐมนตรี หรือผู้ที่มีที่ดินอยู่ในพื้นที่เขาใหญ่ ก่อนที่ครอบครัวของตนเองได้ซื้อที่ดินแปลงนี้ ตนเองได้มีโอกาสได้ไปสำรวจด้วย ซึ่งคนที่แนะนำกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน รวมถึงนายก อบต. ซึ่งการที่เราได้ตัดสินใจซื้อที่ดินนี้เป็นส่วนหนึ่งของการลงทุน

 

อนุทินกล่าวว่าตอนที่ซื้อเราเป็นคนนอก และไม่ได้มีตำแหน่งใดๆ เป็นเพียงนักลงทุนธรรมดา โดยเห็นว่าที่ดินดังกล่าวนี้เป็นที่ดินที่น่าลงทุน และเจ้าของที่ดินเดิมก็มีโฉนดที่ดิน ซึ่งราคาเท่าไหร่ก็เท่านั้น แต่สิ่งที่สำคัญคือ หากมีการเปลี่ยนมือของการครอบครองที่ดิน ต้องเดินทางไปที่กรมที่ดินเพื่อให้มีการจัดทำโฉนด โอนที่ดิน และมีการจ่ายเงิน ซึ่งยืนยันว่ากระบวนการทุกอย่างทำโดยเจตนาสุจริตทั้งสิ้น มีโฉนด มีตราครุฑ และมีสำนักงานที่ดินประทับรับโอน

 

ทั้งนี้ เมื่อที่ดินดังกล่าวมีการตรวจสอบโดยนักการเมืองท่านหนึ่ง โดยไม่ได้กล้าเข้าไปในสถานที่พื้นที่ดังกล่าว เพราะที่ดินดังกล่าวยังเป็นโฉนดอยู่ โดยมีการเปิดเผยว่า จะมีการไปตรวจสอบว่าเป็นที่ดินของ ส.ป.ก. หรือไม่ หรือเป็นที่ดิน น.ส.3. ก หรือไม่ ซึ่งเจ้าพนักงานที่ดินเท่านั้นที่จะทราบความจริง โดยที่ตนเองไม่สามารถทราบได้ หากตรวจสอบแล้วว่า มีการออกโฉนดที่ไม่ถูกต้อง หากจำเป็นต้องเพิกถอน ก็ต้องเพิกถอน ยืนยันว่าเราทำตามกฎหมาย ยินดีที่จะปฏิบัติตามกฎหมาย และใช้สิทธิ์ของเราเหมือนที่ดินอัลไพน์ แต่หากที่ดินได้มาโดยสุจริตก็มีสิทธิ์ที่จะเรียกร้องค่าเสียหายเช่นกัน

 

ดังนั้นที่มีการระบุว่า เพราะตนเองเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ต้องเป็นคนที่ใหญ่กว่าเท่านั้นจึงจะตรวจสอบได้ เรื่องดังกล่าวนี้ เป็นนายกรัฐมนตรีก็ถูกตรวจสอบแล้ว หากตรวจสอบและถูกต้องก็ต้องให้ความเป็นธรรม แต่หากตรวจสอบแล้วไม่ถูกต้องก็ต้องเพิกถอนเป็นเรื่องปกติ แต่เรื่องนี้ผู้อภิปรายได้ทำลายบรรยากาศการลงทุนธุรกิจท่องเที่ยวที่เขาใหญ่ได้หยุดลงอย่างสิ้นเชิง ที่เคยมัดจำไว้ก็ทิ้งมัดจำไปแล้ว ส่วนใครที่คิดว่าจะซื้อก็ไม่ไปซื้อแล้ว คนที่เดือดร้อนที่สุดก็คือประชาชน

The post ธีรัจชัยโชว์หลักฐาน ที่ดิน Thames Valley เขาใหญ่ อยู่ใน เขตห้ามออกโฉนด อนุทินยืนยันพร้อมให้ตรวจสอบ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ประเสริฐเผย ทักษิณเป็นห่วงคนไทยประสบภัยคอลเซ็นเตอร์ ย้ำรัฐบาลไม่นิ่งนอนใจ ประสานไปหลายประเทศแล้ว https://thestandard.co/prasert-thaksin-call-center-scam/ Thu, 26 Dec 2024 08:26:21 +0000 https://thestandard.co/?p=1024104

วันนี้ (26 ธันวาคม) ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ […]

The post ประเสริฐเผย ทักษิณเป็นห่วงคนไทยประสบภัยคอลเซ็นเตอร์ ย้ำรัฐบาลไม่นิ่งนอนใจ ประสานไปหลายประเทศแล้ว appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (26 ธันวาคม) ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 5 สมัยสามัญประจำปีครั้งที่ 2 วาระกระทู้ถามทั่วไป ธีรัจชัย พันธุมาศ สส. กทม. พรรคประชาชน ตั้งคำถามต่อ ประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เรื่องปัญหาการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี

 

ธีรัจชัยตั้งข้อสังเกตว่า การกำกับธุรกรรมทางออนไลน์ที่เข้าข่ายหลอกลวงประชาชน สถาบันการเงินหรือธนาคารควรมีส่วนร่วมรับผิดชอบ ขอรัฐบาลอย่าเกรงใจนายทุนธนาคาร รวมถึงยังถามกรณีที่ ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวระหว่างการปราศรัยว่ารู้จุดแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่ต่างประเทศ เช่น อาคารชั้น 25 ที่ปอยเปต ประเทศกัมพูชา หรือที่เมียวดี ประเทศเมียนมา พร้อมระบุว่าส่งคนไปประสานแล้ว จึงสอบถามว่ามีอำนาจจริงหรือไม่

 

ด้านประเสริฐชี้แจงตอนหนึ่งว่า รัฐบาลเตรียมออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ขณะนี้ดำเนินการแล้ว แต่อยู่ระหว่างการขอความเห็นจากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ก่อนจะส่งขอความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษา ทั้งนี้ ในรายละเอียดของ พ.ร.ก. นั้นจะกำหนดการอายัดและคืนเงินให้ทำได้รวดเร็ว ตั้งใจไม่เกิน 6 เดือนคืนได้ แต่วิธีเก่าใช้เวลา 1-2 ปีเป็นอย่างน้อย

 

ประเสริฐกล่าวด้วยว่า บัญชีม้าที่ยึดอายัดและมีเงินคืน มีที่มาและที่ไปจำนวนมาก สามารถระงับได้ทันที แต่เงินในบัญชีปรากฏเจ้าทุกข์หลายราย ทั้งนี้ มาตรการที่เกี่ยวกับธนาคารนั้นกำหนดให้มีส่วนร่วมรับผิดชอบเหมือนกับเครือข่ายมือถือ พร้อมย้ำว่าไม่มีความเกรงใจธนาคารหรือโอเปอเรเตอร์ แต่เราเกรงใจประชาชน

 

“ดังนั้นไม่ต้องห่วงว่าคณะกรรมการและป้องกันภัยไซเบอร์ของเราจะเอาใจธนาคาร โดยหลังปีใหม่นี้จะได้เห็น หากพบข้อความไม่เหมาะสม เป็นภัย หรือข้อความหลอกลวงประชาชน ข้อความต้องถูกยกเลิก หากโอเปอเรเตอร์ไม่ทำตามต้องมีส่วนรับผิดชอบกรณีที่ผู้เสียหายกดลิงก์ดูดเงิน” ประเสริฐระบุ

 

ประเสริฐยังชี้แจงว่า การตัดวงจรของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ใช้ความพยายามมาก ส่วนมาตรการของต่างประเทศที่เป็นประโยชน์นำมาใช้ ส่วนของเราใช้และต่างชาตินำไปใช้ก็มี เช่น การปิดกั้นข้อมูลนำเข้าคอมพิวเตอร์ที่ไม่พึงประสงค์ โดยใช้อำนาจของรัฐมนตรีตามกฎหมาย ที่สิงคโปร์นำไปใช้ รวมถึงการอายัดบัญชี

 

สำหรับกรณีของทักษิณ ประเสริฐระบุว่า ทักษิณมีความเป็นห่วงคนไทย โดยกระทรวงดิจิทัลฯ ไม่นิ่งนอนใจ ที่ผ่านมาประสานงานไปยังประเทศมาเลเซีย เมียนมา จีน สปป.ลาว กัมพูชา เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลเข้าไปปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ทั้งนี้ ขอขอบคุณในความห่วงใย รัฐบาลไม่นิ่งนอนใจ และจะดำเนินการเรื่องดังกล่าวให้ถึงที่สุด

 

ทั้งนี้ วันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภา ฝากตอนท้ายว่า ตนเองได้รับเรื่องร้องเรียนจากทูตของ 2 ประเทศว่ามีคนในประเด็นเขาถูกจับและบังคับให้เป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่ประเทศเพื่อนบ้าน โดยถูกหลอกมาเมืองไทยว่าจะมาท่องเที่ยวและมีงานทำ แต่กลับถูกจับและส่งไปประเทศเพื่อนบ้าน มีประเทศหนึ่งถูกจับ 13 คน อีกประเทศ 30 คน หากเป็นแบบนี้ทำให้เสียบรรยากาศการท่องเที่ยว ซึ่งไม่เป็นผลดี อยากให้รัฐบาลแก้ไขโดยด่วน

The post ประเสริฐเผย ทักษิณเป็นห่วงคนไทยประสบภัยคอลเซ็นเตอร์ ย้ำรัฐบาลไม่นิ่งนอนใจ ประสานไปหลายประเทศแล้ว appeared first on THE STANDARD.

]]>
พรรคประชาชน แนะ กทม. เปิดความเห็นประชาชนต่อร่างผังเมืองรวมฯ เป็นสาธารณะ อย่าด่วนส่งมหาดไทย https://thestandard.co/recommends-bma-open-up-public-opinions-on-the-draft-city-plan/ Mon, 09 Sep 2024 10:50:58 +0000 https://thestandard.co/?p=981549

วันนี้ (9 กันยายน) ที่อาคารอนาคตใหม่ สมาชิกสภาผู้แทนราษ […]

The post พรรคประชาชน แนะ กทม. เปิดความเห็นประชาชนต่อร่างผังเมืองรวมฯ เป็นสาธารณะ อย่าด่วนส่งมหาดไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (9 กันยายน) ที่อาคารอนาคตใหม่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) พรรคประชาชน นำโดย ณัฐพงศ์ เปรมพูลสวัสดิ์ สส. กรุงเทพฯ, ศุภณัฐ มีนชัยนันท์ สส. กรุงเทพฯ และ ธีรัจชัย พันธุมาศ สส. กรุงเทพฯ ร่วมแถลงข่าวความคืบหน้าการจัดทำผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร (ปรับปรุงครั้งที่ 4) ตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การผังเมือง พ.ศ. 2562 ภายหลังเสร็จขั้นตอนรับฟังความเห็นของประชาชนเมื่อวันที่ 30 สิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งอดีตพรรคก้าวไกลต่อเนื่องถึงพรรคประชาชนได้ติดตามอย่างต่อเนื่อง

 

ณัฐพงศ์กล่าวว่า ขั้นตอนและกระบวนการในการวางและจัดทำผังเมืองรวมกรุงเทพมหานครมีทั้งหมด 18 ขั้นตอน โดยขั้นตอนที่ 5 คือการประชุมรับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของประชาชน ซึ่งพวกเรา สส. กรุงเทพฯ พรรคประชาชน รู้สึกภาคภูมิใจที่มีส่วนทำให้ประชาชนให้ความสนใจอย่างมากเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา ทำให้กรุงเทพมหานคร (กทม.) ตัดสินใจขยายเวลารับฟังความคิดเห็นออกไปอีก 6 เดือน และมีการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นจนครบ 50 เขต

 

โดยจากการเข้าร่วมสังเกตการณ์เวทีรับฟังความคิดเห็นในเขตต่างๆ พบว่า มีทั้งสิ่งที่ดีขึ้นและสิ่งที่ควรปรับปรุง เช่น มีการเปิดรับฟังความคิดเห็นอย่างทั่วถึง ไม่รวบรัดขั้นตอน และไม่จำกัดการแสดงความคิดเห็นของประชาชน รวมถึงมีเอกสารประกอบให้อย่างครบถ้วน อย่างไรก็ตาม เวทีรับฟังความคิดเห็นส่วนใหญ่ยังมีผู้เข้าร่วมจำนวนน้อย เพียง 20-30 คน ประชาชนที่รับทราบอยู่ในวงจำกัด และอาจมีเนื้อหาที่เข้าใจได้ยาก กทม. จึงควรสื่อสารกับประชาชนมากขึ้น

 

นอกจากนี้ยังมีหลายประเด็นในเชิงเนื้อหาที่ประชาชนเรียกร้องจนน่าจะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้ เช่น กรณีการขยายถนนสาย ก. (ขนาดเขตทาง 12 เมตร) และสาย ข. (ขนาดเขตทาง 16 เมตร) ที่ปรากฏตามร่างผังโครงการคมนาคมขนส่งมานานหลายปี แต่ยังไม่มีความคืบหน้าและมีแนวโน้มว่าจะไม่สามารถดำเนินการได้ แต่ยังคงปรากฏในผัง ทำให้พี่น้องประชาชนกังวลใจว่าคนที่มีกรรมสิทธิ์ที่ดินหรือมีที่พักอาศัยในบริเวณที่เป็นถนนจะถูกรอนสิทธิหรือเวนคืนหรือไม่ ต่อมาผู้แทนจากสำนักการวางผังและพัฒนาเมือง กทม. ได้ยืนยันในทุกเวทีแล้วว่าจะมีการยกเลิกการขยายถนนสาย ก. และสาย ข. ที่ประชาชนไม่เห็นด้วย และจะไปปรับปรุงโครงข่ายในบริเวณที่สามารถพัฒนาได้จริงแทน

 

อีกกรณีคือแผนผังการใช้ประโยชน์ที่ดิน คือพื้นที่สีขาวและมีกรอบกับเส้นทแยงสีเขียว หรือเรียกว่า ‘พื้นที่เขียวลาย’ เป็นพื้นที่อนุรักษ์ชนบทและเกษตรกรรมในฝั่งกรุงเทพฯ ตะวันออก เช่น เขตหนองจอก, เขตมีนบุรี และเขตลาดกระบัง ที่เดิมถูกออกแบบไว้เป็นพื้นที่รับน้ำ ก็ได้ทราบว่า กทม. กำลังพิจารณาลดขนาดความกว้างของพื้นที่เขียวลาย จากเดิม 5 กิโลเมตร เหลือ 1 กิโลเมตร และเปลี่ยนไปใช้คลองและท่อในการระบายน้ำมากขึ้น เนื่องจากผู้แทนของ กทม. เคยให้ข้อมูลว่าพื้นที่บริเวณนั้นไม่ได้ใช้ในการรับน้ำอย่างเต็มที่อยู่แล้ว

 

ณัฐพงศ์กล่าวต่อว่า หลังจากนี้จะเข้าสู่ขั้นตอนที่ 6 สำนักการวางผังและพัฒนาเมือง กทม. จะต้องนำความคิดเห็นของพี่น้องประชาชนทั้งหมดไปประมวลผลเพื่อปรับปรุงร่างผังเมืองรวมฯ และนำเข้าสู่การพิจารณาของชั้นคณะกรรมการที่ปรึกษาผังเมืองรวม รับฟังความคิดเห็นจากกรมโยธาธิการและผังเมือง และคณะกรรมการผังเมืองจังหวัดต่อไป

 

หลังจากนั้นในขั้นตอนที่ 10 ประชาชนจะได้เห็นร่างผังเมืองรวมฉบับปรับปรุงในขั้นตอนการปิดประกาศ 90 วัน เราจะได้เห็นว่าความเห็นของประชาชนถูกนำไปใช้ในการปรับปรุงร่างผังเมืองรวมฯ หรือไม่ นี่จะเป็นขั้นตอนสุดท้ายที่ประชาชนจะได้มีส่วนร่วมตาม พ.ร.บ.การผังเมือง ฉบับนี้ จึงขอให้ร่วมกันติดตามเรื่องนี้ต่อไป

 

จากนั้นศุภณัฐกล่าวว่า ในขั้นตอนรับฟังความคิดเห็น มีประชาชนเข้าไปแสดงความเห็นอย่างล้นหลามประมาณหมื่นความเห็น ถือว่าเป็นการสร้างบรรทัดฐานใหม่ต่อการจัดทำผังเมืองในอนาคต อย่างไรก็ดี สิ่งที่พรรคประชาชนขอเรียกร้องไปยัง กทม. ต่อจากนี้ คือเรื่องการเปิดเผยความเห็นทั้งหมดของประชาชน พร้อมทั้งการให้เหตุผลว่าความเห็นที่มีการนำเสนอนั้นเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย และได้มีการนำไปปฏิบัติตามหรือไม่ อย่างไร ที่สำคัญ กทม. ต้องนำร่างผังเมืองรวมฯ ใหม่มาให้ประชาชนพิจารณาอย่างถี่ถ้วนก่อนส่งร่างผังเมืองรวมฯ ไปยังขั้นต่อไป เพื่อให้ประชาชนเห็นภาพรวมว่าผังเมืองที่มีการปรับแก้ไขนั้นสอดคล้องไปในทิศทางเดียวกับที่ประชาชนแสดงความคิดเห็นไว้หรือไม่

 

“ขอให้ กทม. อย่าเพิ่งรีบส่งร่างให้กระทรวงมหาดไทย ขอให้เปิดโอกาสให้ประชาชนได้พิจารณาและแสดงความเห็นอย่างถี่ถ้วนก่อน เพราะเมื่อส่งร่างผังเมืองรวมฯ ให้กระทรวงมหาดไทยแล้ว โอกาสในการแก้แทบเป็นไปไม่ได้” ศุภณัฐกล่าว

 

ศุภณัฐกล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังมีอีกหลายเรื่องในแง่หลักการการทำผังเมืองรวมที่อยากเชิญชวนประชาชนร่วมกันจับตา และพรรคประชาชนขอเรียกร้องความชัดเจนจาก กทม. ไม่ว่าจะเป็น

 

  1. ผังสีขาว ซึ่งเป็นที่ดินทหาร ที่ไม่มีกฎหมายผังเมืองไปกำกับ เสมือนว่าเป็นรัฐอิสระ จะทำอะไรก็ได้ อยู่เหนือกฎหมายผังเมือง ต่างจากที่ดินของพี่น้องประชาชนที่กำหนดชัดเจนว่าให้ทำอะไรได้หรือไม่ได้ ทางเราทราบมาว่าทหารไม่ได้ติดขัดถ้าจะมีกฎหมายไปกำกับ จึงขอทราบความชัดเจนจาก กทม. ว่าที่ดินผังสีขาวของทหารจะต้องให้อยู่ใต้ผังเมืองได้หรือยัง

 

  1. ผังที่โล่ง ซึ่งกำหนดให้เป็นสถานที่สาธารณประโยชน์เพื่อการนันทนาการและการรักษาสิ่งแวดล้อม แต่พบว่ามีการนำสนามกอล์ฟของเอกชนที่มีการเก็บค่าบริการมาใส่ในผังที่โล่งด้วย ซึ่งขัดกับเจตนารมณ์การทำผังเมือง ทาง กทม. จะปรับแก้หรือไม่

 

  1. ผังสีเขียวลาย แม้มีแนวโน้มที่ชัดเจนว่า กทม. จะลดพื้นที่ทางน้ำไหลผ่าน (Floodway) แต่ก็ยังมีอีกส่วนหนึ่งที่เหลืออยู่ ต้องการความชัดเจนว่า กทม. จะมีกลไกอย่างไรในการดูแลประชาชนที่ถูกรอนสิทธิอยู่ในพื้นที่

 

  1. ตรรกะในการปรับผังสีแดงที่ให้มี FAR (Floor Area Ratio) หรืออัตราส่วนพื้นที่อาคารรวมต่อพื้นที่ดินสูงขึ้น ซึ่งยังไม่มีความชัดเจนในหลักการ บางแปลงมีการปรับอย่างเฉพาะเจาะจง และ กทม. ไม่สามารถอธิบายได้ว่าทำไมเลือกปรับแปลงนี้ ในขณะที่แปลงติดกันหรือแปลงที่มีคุณสมบัติเหมือนกันในทำเลเดียวกัน กลับปรับให้ไม่เท่ากันหรือไม่ได้รับการปรับ นอกจากนั้นที่ดินบางแปลงยังบังเอิญไปตรงกับที่ดินของกลุ่มทุนขนาดใหญ่ จึงอดคิดไม่ได้ว่าอาจมีรายการ ‘คุณขอมา’ หรือไม่

 

  1. ผังสีน้ำเงิน ซึ่งสงวนไว้ทำสถานที่ราชการ แต่กลับปรับผังสีน้ำเงินเปลี่ยนเป็นสีแดงเพื่อเตรียมนำที่ดินของรัฐเหล่านั้นไปให้ใครบางคนมาทำกิจการบางอย่างหรือไม่อย่างไร อยากให้ กทม. ชี้แจงเหตุผลในการปรับ และควรแจ้งประชาชนให้ทราบอย่างชัดเจน ทั้งนี้ พรรคประชาชนไม่ได้คัดค้านการนำที่ดินของภาครัฐบางแห่งมาทำกิจการเชิงพาณิชย์เพื่อสร้างรายได้ แต่สิ่งที่เราสงสัยคือประชาชนรับทราบการกระทำเหล่านี้มาก่อนหรือไม่ ได้มีการแจ้งประชาชนหรือไม่ และการปรับตรงนี้จะปรับเพื่อเปิดกว้างให้ทุกกลุ่มเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมหรือไม่

 

“ทำไมกลุ่มทุนบางกลุ่มมีการขยับตัวต่อบางพื้นที่เรียบร้อยแล้ว ทำไมพวกเขาถึงรู้ล่วงหน้าหรือมั่นใจว่าจะมีการปรับผังในลักษณะนี้ มีการคุยกันหลังบ้านมาก่อนหรือไม่ หรือมีประชาชนคนไหนเรียกร้องหรือว่าอยากให้ที่ดินของราชการตรงนี้ลดน้อยลงแล้วเปลี่ยนเป็นที่ดินเชิงพาณิชย์มากขึ้น หรือส่วนใหญ่เป็นการเรียกร้องของกลุ่มทุนเป็นหลัก” ศุภณัฐตั้งคำถาม

 

  1. มีที่ดินหลายแปลงอยู่ในแนวที่จะถูกเวนคืนทำถนนและสะพาน แต่แนวนี้มีมานานแล้ว ไม่มีการทำเสียที อาจติดปัญหาเรื่องงบประมาณหรือการจัดลำดับความสำคัญ ทำให้ประชาชนเจ้าของที่ดินไม่สามารถทำอะไรกับที่ดินได้ เพราะเกรงว่าจะมีการเวนคืน ในขณะที่คนจะซื้อก็ไม่กล้าซื้อเพราะกลัวซื้อแล้วจะถูกเวนคืน

 

  1. เรื่องการปรับ FAR Bonus (มาตรการส่งเสริมการพัฒนาด้วยการเพิ่มอัตราส่วนพื้นที่อาคารรวมต่อพื้นที่ดิน) ให้เจาะจงในแต่ละพื้นที่ เพื่อให้ตอบสนองต่อปัญหาในแต่ละพื้นที่และตรงกับความต้องการของประชาชน ซึ่ง กทม. ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะปรับอย่างไร

 

  1. ข้อกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินแต่ละประเภท มีความผิดปกติหรือไม่สมเหตุสมผล เช่น การอนุญาตสร้างโรงแรมหรือสร้างสำนักงานในผังสีน้ำตาล ซึ่งหลายผังสามารถสร้างได้มากกว่าผังสีแดงบางผังด้วยซ้ำ หรือการกำหนดให้สร้างโรงงานขยะในผังสีเหลือง หรือการให้สร้างแพลนต์ปูนในกรุงเทพฯ

 

  1. การกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินของกิจการหรืออาคารบางประเภทให้มีความชัดเจน ไม่เช่นนั้นจะเป็นการตีขลุม เนื่องจากมีหลายกิจการที่ถูกจัดอยู่ในประเภทพาณิชย์ แต่ประชาชนไม่สามารถรู้ได้ว่าจริงๆ แล้วเป็นพาณิชย์อะไร เช่น สถานบริการ หรือบางกิจการที่อาจสร้างข้อถกเถียงในสังคมในอนาคตขึ้นได้ถ้ามีการออกใบอนุญาต จึงขอให้ กทม. ประสานกับหน่วยงานราชการต่างๆ เพื่อทราบว่าจะมีการอนุญาตกิจการเหล่านี้หรือไม่ หากมี ขอให้จัดประเภทใหม่และใส่ในร่างผังเมืองรวมฯ ให้เรียบร้อย เพื่อป้องกันความขัดแย้งและสร้างความชัดเจนให้ประชาชนในพื้นที่

 

ด้านธีรัจชัยกล่าวว่า การจัดทำผังเมืองรวม กทม. ครั้งนี้ ไม่ได้เป็นการเริ่มทำผังเมืองใหม่ตาม พ.ร.บ.การผังเมือง พ.ศ. 2562 แต่เป็นการนำร่างผังเมืองที่จัดทำตั้งแต่ปี 2560 ซึ่งยังมีองค์ประกอบไม่ครบ นำเอามา ‘ล้างน้ำ’ และรับฟังความคิดเห็นใหม่ ซึ่งการทำเช่นนี้อาจคลาดเคลื่อนต่อหลักการของ พ.ร.บ.การผังเมือง พ.ศ. 2562 โดยเฉพาะมาตรา 9 ที่ระบุว่าก่อนการจัดทำผังเมืองต้องจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของประชาชน ต้องมีการประชาสัมพันธ์ให้ทราบด้วยวิธีการที่หลากหลายและทั่วถึง เพียงพอต่อการที่ประชาชนจะเข้าใจถึงผลกระทบและแนวทางการเยียวยาความเดือดร้อนหรือความเสียหายแก่ประชาชนหรือชุมชน แต่สิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้เป็นการนำร่างผังเมืองเก่ามารับฟังความเห็นทันที นี่คือข้อผิดปกติ

 

ในการรับฟังความคิดเห็นที่ได้ไปสังเกตการณ์ มักจะเอาข้อดีของผังเมืองที่ทำสำเร็จรูปมาแล้วให้ประชาชนฟังและให้รายละเอียดที่เป็นเทคนิคซับซ้อน กลายเป็นพิธีการการรับฟังโดยไม่มีการพูดถึงผังเมืองที่ดีว่าควรเป็นอย่างไร ไม่มีกรอบแนวความคิดเรื่องการสร้างเมืองระยะยาวที่น่าอยู่สำหรับคนทุกคน ทำให้เป็นที่สงสัยว่าร่างผังเมืองนี้เอื้อประโยชน์คนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ไม่ใช่เมืองเพื่อคนทุกกลุ่มหรือไม่

 

ธีรัจชัยกล่าวว่า ขณะนี้พรรคประชาชนโดยทีมผังเมืองกำลังร่างกฎหมายผังเมือง โดยจะเริ่มจากการวางแนวคิดการทำผังเมืองที่ดีก่อน ซึ่งเราสามารถเรียนรู้ได้จากหลายเมืองทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นการวางระบบสาธารณูปโภคที่มีความเป็นธรรม รักษาสมดุลกับสิ่งแวดล้อม จากนั้นค่อยลงรายละเอียดให้ประชาชนแสดงความเห็น พร้อมกันนี้ พรรคประชาชนจะติดตามตรวจสอบการจัดทำร่างผังเมืองรวมของ กทม. ต่อไป เพื่อสร้างกรุงเทพฯ ที่เป็นเมืองของทุกคน

The post พรรคประชาชน แนะ กทม. เปิดความเห็นประชาชนต่อร่างผังเมืองรวมฯ เป็นสาธารณะ อย่าด่วนส่งมหาดไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ธีรัจชัยจี้นายกฯ ทบทวนเก้าอี้ รมว.ศึกษาฯ หลัง ป.ป.ช. ชี้มูล ‘เพิ่มพูน’ ผิดวินัยคดีบอส อยู่วิทยา https://thestandard.co/theerajchai-urged-pm-to-review-edu-minister/ Fri, 15 Sep 2023 10:25:21 +0000 https://thestandard.co/?p=842109 ธีรัจชัย พันธุมาศ

วันนี้ (15 กันยายน) ที่อาคารอนาคตใหม่ ธีรัจชัย พันธุมาศ […]

The post ธีรัจชัยจี้นายกฯ ทบทวนเก้าอี้ รมว.ศึกษาฯ หลัง ป.ป.ช. ชี้มูล ‘เพิ่มพูน’ ผิดวินัยคดีบอส อยู่วิทยา appeared first on THE STANDARD.

]]>
ธีรัจชัย พันธุมาศ

วันนี้ (15 กันยายน) ที่อาคารอนาคตใหม่ ธีรัจชัย พันธุมาศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) กทม. พรรคก้าวไกล แถลงข่าวต่อกรณีความคืบหน้าที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลความผิด พล.ต.อ. เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะอดีตผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมทั้งส่งเรื่องให้นายกรัฐมนตรีดำเนินการทางวินัย กรณีการดำเนินคดีของ วรยุทธ อยู่วิทยา ที่ขับรถชนตำรวจเสียชีวิต ซึ่งเต็มไปด้วยข้อสงสัยว่ามีการให้ความช่วยเหลือผู้ต้องหา เปลี่ยนแปลงความเร็วรถให้ต่ำกว่าความเป็นจริง การทำสำนวนเพื่อให้สั่งไม่ฟ้อง การสั่งย้ายนายตำรวจที่ต้องการออกหมายแดง การสั่งย้ายนายตำรวจที่จะทำความเห็นแย้งกรณีอัยการสั่งไม่ฟ้อง และความไม่ปกติอื่นๆ ที่เกิดขึ้น จนนำไปสู่การสั่งไม่ฟ้องของอัยการและการหลบหนีออกนอกประเทศของวรยุทธ

 

ธีรัจชัยกล่าวว่า ตนได้มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา มาในสภาสมัยที่แล้ว ตลอดจนมีกระบวนการในกรรมาธิการ ป.ป.ช. สอบสวนจนสิ้นกระแสความ และส่งเรื่องให้กรรมการ ป.ป.ช. ดำเนินการต่อหลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจจนเกิดความคืบหน้าในวันนี้ ซึ่งกรณีดังกล่าวเป็นความผิดของคนหลายกลุ่ม รวมถึงตัว พล.ต.อ. เพิ่มพูน ที่ปัจจุบันเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการด้วย

 

กรณีดังกล่าวแม้จะเป็นกระบวนการเอาผิดทางวินัย แต่นายกรัฐมนตรีซึ่งเป็นประธานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ในฐานะผู้บังคับบัญชา ควรมีการพิจารณาดำเนินการต่อถึงความเหมาะสมในการดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการด้วย

 

ธีรัจชัยกล่าวต่อไปว่า เรื่องนี้ตนมีคำถามว่านายกรัฐมนตรีจะดำเนินการอย่างไรต่อคดีทางวินัยที่ ป.ป.ช. ส่งมา เพื่อให้เกิดผลเป็นจริง เกิดความเชื่อมั่นของประชาชนต่อกระบวนการยุติธรรมของประเทศ สิ่งที่ประชาชนสนใจคือความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงความยุติธรรมระหว่างคนรวยกับคนจน อย่างที่เห็นในกรณีนี้ว่ามีคนสามารถได้รับความช่วยเหลือผ่านกลไกต่างๆ ให้สามารถออกนอกประเทศและไม่ถูกดำเนินคดีมาจนถึงวันนี้ได้

 

สิ่งที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้ชี้มูลมาเป็นการรับรองว่ามีความพยายามของคนกลุ่มนี้ในการช่วยเหลือวรยุทธอยู่จริง ดังนั้นผู้นำที่เป็นฝ่ายบริหารและเห็นกระบวนการยุติธรรมที่เหลื่อมล้ำต้องพิสูจน์ความจริงใจ ดำเนินการเรื่องนี้ให้สิ้นกระแสความ ตรวจสอบคนที่ยังไม่ถูกดำเนินคดีให้ถูกดำเนินคดีให้หมด รวมทั้งการติดตามวรยุทธมาดำเนินคดีในประเทศไทย ซึ่งสามารถทำได้ทันทีด้วยการสั่งการให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติประสานงานกับประเทศทางยุโรป ตรวจสอบว่ามีการเดินทางเข้าออกประเทศของวรยุทธหรือไม่ ด้วยการยืนยันตัวตนด้วยข้อมูลชีวภาพ (Biometrics) และสามารถตามจับได้ไม่ยากถ้าใส่ใจในการทำ

 

ธีรัจชัยกล่าวต่อไปว่า ทั้งนี้ ส่วนตัวเห็นว่าโทษที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ชี้มูลออกมานั้นยังไม่ครอบคลุมและยังไม่หนักพออย่างที่ควรจะเป็น หลายเรื่องเป็นความผิดวินัยไม่ร้ายแรง หลายเรื่องก็ยังไม่ชัดเจน และยังมีหลายบุคคลที่ยังไม่ถูกดำเนินคดี ดังนั้นตนจะยังคงตรวจสอบติดตามเรื่องนี้ต่อไป ที่สำคัญในส่วนของผู้นำประเทศ ถ้ามีความจริงใจต้องดำเนินการเรื่องนี้ต่ออย่างตรงไปตรงมา โดยเฉพาะในส่วนของการติดตามจับกุมวรยุทธอย่างที่ตนได้กล่าวไปข้างต้น และไม่ควรมีการดึงเวลาไปเรื่อยๆ อีกต่อไปแล้ว

 

“แต่ผมเชื่อว่าท่านนายกฯ ไม่กล้า เนื่องจากพรรคที่ท่าน (พล.ต.อ. เพิ่มพูน) สังกัดเป็นพรรคที่สำคัญ มีเสียงสูงในขณะนี้ ผมคิดว่าท่านไม่กล้า แต่ท่านจะทำอย่างไรก็ลองอธิบายให้คนเข้าใจก็แล้วกัน ถ้าท่านประสงค์จะทำให้กระบวนการยุติธรรมของไทยเป็นธรรมไม่เหลื่อมล้ำ ท่านต้องเร่งทำโดยเร็ว แต่ถ้าท่านดึงเวลาไปเรื่อยๆ ก็หมายความว่าท่านไม่ได้มีความจริงใจที่จะทำให้กระบวนการยุติธรรมของประเทศตรงไปตรงมาและเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย” ธีรัจชัยกล่าว

The post ธีรัจชัยจี้นายกฯ ทบทวนเก้าอี้ รมว.ศึกษาฯ หลัง ป.ป.ช. ชี้มูล ‘เพิ่มพูน’ ผิดวินัยคดีบอส อยู่วิทยา appeared first on THE STANDARD.

]]>
ประมวลภาพประชุมสภาก่อนเสนอชื่อ ‘เศรษฐา’ นั่งนายกฯ วันนอร์ vs. ธีรัจชัย ก้าวไกล ประท้วงวุ่นประธานสภาไม่เป็นกลาง https://thestandard.co/30th-prime-minister-vote-22082023-3/ Tue, 22 Aug 2023 05:50:40 +0000 https://thestandard.co/?p=832313 โหวตนายก รอบ 3

วันนี้ (22 สิงหาคม) ที่รัฐสภา การประชุมร่วมรัฐสภาที่มี […]

The post ประมวลภาพประชุมสภาก่อนเสนอชื่อ ‘เศรษฐา’ นั่งนายกฯ วันนอร์ vs. ธีรัจชัย ก้าวไกล ประท้วงวุ่นประธานสภาไม่เป็นกลาง appeared first on THE STANDARD.

]]>
โหวตนายก รอบ 3

วันนี้ (22 สิงหาคม) ที่รัฐสภา การประชุมร่วมรัฐสภาที่มี วันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา เป็นประธานการประชุม โดยมีวาระสำคัญคือการพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลเป็นนายกรัฐมนตรีตามรัฐธรรมนูญมาตรา 272 ซึ่งในวันนี้พรรคเพื่อไทยจะเสนอชื่อ เศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 ของประเทศไทย

 

วันมูหะมัดนอร์ขึ้นบัลลังก์ทำหน้าที่ประธานรัฐสภาตั้งแต่เวลา 10.00 น. ซึ่งก่อนเข้าสู่วาระการประชุม ประธานรัฐสภาได้ชี้แจงสาเหตุการสั่งเลื่อนการประชุมรัฐสภาเมื่อวันที่ 4 สิงหาคมที่ผ่านมา หลังจาก รังสิมันต์ โรม สส. บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ได้เสนอญัตติด่วนด้วยวาจา ให้ที่ประชุมรัฐสภาพิจารณาทบทวนมติรัฐสภาในการเลือกนายกรัฐมนตรี ครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคมที่ผ่านมา ที่ห้ามเสนอชื่อ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล เป็นนายกรัฐมนตรีซ้ำได้ในสมัยประชุมนี้

 

จากนั้นประธานรัฐสภาใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญมาตรา 80 วินิจฉัยไม่รับญัตติด่วนด้วยวาจาที่รังสิมันต์เสนอมา ซึ่งการใช้อำนาจประธานรัฐสภาตีตกญัตติดังกล่าว ทำให้ สส. ของพรรคก้าวไกลลุกขึ้นประท้วงการทำหน้าที่ของประธานรัฐสภา

 

โดยไฮไลต์อยู่ที่ ธีรัจชัย พันธุมาศ สส. กรุงเทพฯ พรรคก้าวไกล ได้ลุกขึ้นประท้วงถึงการทำหน้าที่ของประธานรัฐสภาที่ไม่เป็นกลาง และไม่กล้าใช้อำนาจประธานรัฐสภาชี้ขาด และรู้เห็นเป็นใจกับเสียงข้างมากของวุฒิสภาและพรรคขั้วรัฐบาลเก่า จนทำให้วันมูหะมัดนอร์เรียกร้องให้ธีรัจชัยถอนคำพูดที่กล่าวหาตนเองรู้เห็นเป็นใจกับเสียงข้างมาก

 

ระหว่างนั้นวันมูหะมัดนอร์กล่าวด้วยน้ำเสียงมีอารมณ์ให้ธีรัจชัยถอนคำพูด ‘รู้เห็นเป็นใจ’ พร้อมกล่าวว่า ข้อกล่าวหาว่าตนเองรู้เห็นเป็นใจนั้นเป็นข้อกล่าวหาที่รุนแรง ประธานสภาจะรู้เห็นเสียงข้างมากได้อย่างไร ยืนยันว่าซื่อสัตย์ต่อตัวเอง หากไม่ถอนให้นั่งลงพร้อมปิดไมค์ กล่าวต่อไปอีกว่าคำสั่งของประธานสภาถือว่าเด็ดขาด

 

หลังการปะทะคารมกันระหว่างวันมูหะมัดนอร์กับธีรัจชัยเสร็จสิ้น รังสิมันต์ได้ลุกขึ้นขอถอนญัตติด่วนด้วยวาจาดังกล่าว เพื่อให้รัฐสภาสามารถเดินหน้าเข้าสู่วาระการประชุมรัฐสภาเพื่อพิจารณาบุคคลดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อไป

 

จากนั้น นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว สส. น่าน ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ได้เสนอชื่อ เศรษฐา ทวีสิน บุคคลที่มีรายชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อที่สมควรเป็นนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 88 พร้อมยืนยันว่าเศรษฐามีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ จึงขอให้ที่ประชุมรัฐสภาพิจารณาตามขั้นตอนต่อไป

 

The post ประมวลภาพประชุมสภาก่อนเสนอชื่อ ‘เศรษฐา’ นั่งนายกฯ วันนอร์ vs. ธีรัจชัย ก้าวไกล ประท้วงวุ่นประธานสภาไม่เป็นกลาง appeared first on THE STANDARD.

]]>
รัฐสภาเริ่มพิจารณาโหวตนายกฯ รอบ 3 โรมยอมถอนญัตติทบทวนโหวตพิธาซ้ำ หลังวันนอร์ของขึ้น สั่ง สส. ธีรัจชัย ถอนคำพูด รู้เห็นเป็นใจกับเสียงข้างมาก https://thestandard.co/30th-prime-minister-vote-22082023-1/ Tue, 22 Aug 2023 05:06:54 +0000 https://thestandard.co/?p=832271 โหวตนายก รอบ 3

วันนี้ (22 สิงหาคม) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุมรัฐสภ […]

The post รัฐสภาเริ่มพิจารณาโหวตนายกฯ รอบ 3 โรมยอมถอนญัตติทบทวนโหวตพิธาซ้ำ หลังวันนอร์ของขึ้น สั่ง สส. ธีรัจชัย ถอนคำพูด รู้เห็นเป็นใจกับเสียงข้างมาก appeared first on THE STANDARD.

]]>
โหวตนายก รอบ 3

วันนี้ (22 สิงหาคม) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุมรัฐสภาที่มี วันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา เป็นประธานการประชุม โดยมีวาระสำคัญในการพิจารณาบุคคลดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ครั้งที่ 3 

 

ทั้งนี้ ก่อนเข้าสู่วาระการประชุม ประธานรัฐสภาได้ชี้แจงสาเหตุการสั่งเลื่อนการประชุมรัฐสภาเมื่อวันที่ 4 สิงหาคมที่ผ่านมา หลังจาก รังสิมันต์ โรม สส. บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ได้เสนอญัตติด่วนด้วยวาจา ให้ที่ประชุมรัฐสภาพิจารณาทบทวนมติรัฐสภาในการเลือกนายกรัฐมนตรี ครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคมที่ผ่านมา ที่ห้ามเสนอชื่อ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล เป็นนายกรัฐมนตรีซ้ำได้ในสมัยประชุมนี้ ว่า เนื่องจากในระหว่างนั้นผู้ตรวจการแผ่นดินได้ยื่นคำร้องถึงศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยมติของรัฐสภาไปแล้ว จึงกังวลว่าหากรัฐสภาเปิดให้มีการพิจารณาก็อาจส่งผลกระทบและละเมิดต่อกระบวนการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญได้ จึงสั่งเลื่อนการประชุมดังกล่าวออกไป และหากในวันนี้ (22 สิงหาคม) รังสิมันต์ยังคงติดใจ ก็สามารถเสนอใหม่ได้ 

 

โดยรังสิมันต์ได้ขอเสนอญัตติด่วนด้วยวาจา เพื่อขอให้ที่ประชุมรัฐสภาได้พิจารณาทบทวนมติรัฐสภาในการเลือกนายกรัฐมนตรี ครั้งที่ 2 ที่ผ่านมา เนื่องจากมีนักวิชาการด้านกฎหมายออกมาแสดงความคิดเห็นว่า มติของรัฐสภาดังกล่าวไม่ถูกต้อง ที่ทำให้ข้อบังคับการประชุมรัฐสภาใหญ่กว่ารัฐธรรมนูญ ทั้งที่รัฐธรรมนูญไม่ได้กำหนดว่าจะไม่สามารถเสนอชื่อบุคคลเป็นนายกรัฐมนตรีซ้ำไม่ได้ และไม่ควรให้การตีความในลักษณะดังกล่าวกลายเป็นบรรทัดฐานในอนาคต พร้อมย้ำว่า การเสนอให้รัฐสภาทบทวนมติรัฐสภานั้น ไม่ใช่ความพยายามของตนเองที่จะทำให้ชื่อของพิธากลับมาเสนอซ้ำในรัฐสภาได้ เพราะพรรคก้าวไกลไม่ได้อยู่ในสถานะที่จะเสนอบุคคลเป็นนายกรัฐมนตรีได้ เพราะ 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลเดิมนั้นได้แยกย้ายกันไปหมดแล้ว 

 

ขณะที่ประธานรัฐสภาใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 80 วินิจฉัยไม่รับญัตติด่วนด้วยวาจาที่รังสิมันต์เสนอมา เพราะเห็นว่าการใช้ข้อบังคับการประชุมรัฐสภาประกอบรัฐธรรมนูญที่ผ่านมานั้นเป็นไปโดยชอบแล้ว พร้อมชี้แจงว่า ฝ่ายกฎหมายเห็นว่าไม่ควรให้มีการทบทวนมติดังกล่าว เนื่องจากจะทำให้การตัดสินใจของฝ่ายนิติบัญญัติไม่น่าเชื่อถือ ซึ่งรวมถึงเรื่องอื่นๆ ด้วย และพร้อมเคารพความเห็นชอบรังสิมันต์และความคิดเห็นของสังคมด้วย 

 

อย่างไรก็ตาม การใช้อำนาจประธานรัฐสภาตีตกญัตติดังกล่าว ทำให้ สส. ของพรรคก้าวไกล ลุกขึ้นประท้วงการทำหน้าที่ของประธานรัฐสภา เนื่องจากศาลรัฐธรรมนูญไม่ได้มีคำวินิจฉัยใดๆ และมีเพียงคำสั่งไม่รับคำร้องเท่านั้น 

 

โดย ธีรัจชัย พันธุมาศ สส. กรุงเทพฯ พรรคก้าวไกล ได้ลุกขึ้นประท้วงถึงการทำหน้าที่ของประธานรัฐสภาที่ไม่เป็นกลาง และไม่กล้าใช้อำนาจประธานรัฐสภาชี้ขาด รวมถึงรู้เห็นเป็นใจกับเสียงข้างมากของวุฒิสภาและพรรคขั้วรัฐบาลเก่า จนทำให้วันมูหะมัดนอร์เรียกร้องให้ธีรัจชัยถอนคำพูดที่กล่าวหาว่าตนเองรู้เห็นเป็นใจกับเสียงข้างมาก 

 

พร้อมยืนยันว่า ตนเองก็ไม่ทราบว่าเสียงข้างมากในการลงมติดังกล่าวจะเป็นไปในทิศทางใด และไม่มีใครประท้วงในที่ประชุมว่าประธานรัฐสภาจะให้เสียงข้างมากลงมติ 

 

โดยระหว่างนั้นวันมูหะมัดนอร์กล่าวด้วยน้ำเสียงมีอารมณ์ให้ธีรัจชัยถอนคำพูด ก่อนที่ธีรัจชัยจะยอมถอนคำพูด 

 

“ไม่อนุญาต เพราะคุณกล่าวหาผมรุนแรง ประธานจะรู้เห็นเสียงข้างมากได้อย่างไร ผมยังนึกเลยว่าเสียงข้างมากจะไม่เห็นด้วยด้วยซ้ำไป แต่เมื่อมีการเสนอญัตติเข้ามา ก็ต้องพิจารณาตามนั้น คุณธีรัจชัยต้องเข้าใจ เราต้องมีความซื่อสัตย์ต่อตัวเอง ผมซื่อสัตย์ต่อตัวเอง 

 

“ถ้าไม่ถอนประเด็นนี้ ผมเสียหาย และคนข้างนอกมองว่าประธานรู้เห็นเป็นใจ ถ้าไม่ถอน ผมไม่พูด นั่งลงครับ ไม่เดี๋ยวครับ นั่งลง จะนั่งลงไหม จะนั่งลงไหม คุณกล่าวหา คุณไม่ถอนไม่ได้ คำสั่งของประธานถือว่าเด็ดขาด การให้ถอน ให้นั่ง ถือว่าเด็ดขาด ถ้าถอนผมให้นั่ง ถ้าไม่ถอนผมไม่ให้นั่ง” วันมูหะมัดนอร์กล่าว

 

ทั้งนี้ หลังการปะทะคารมกันระหว่างวันมูหะมัดนอร์กับธีรัจชัยเสร็จสิ้น รังสิมันต์ได้ลุกขึ้นขอถอนญัตติด่วนด้วยวาจาดังกล่าว เพื่อให้รัฐสภาสามารถเดินหน้าเข้าสู่วาระการประชุมรัฐสภา เพื่อพิจารณาบุคคลดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อไป

The post รัฐสภาเริ่มพิจารณาโหวตนายกฯ รอบ 3 โรมยอมถอนญัตติทบทวนโหวตพิธาซ้ำ หลังวันนอร์ของขึ้น สั่ง สส. ธีรัจชัย ถอนคำพูด รู้เห็นเป็นใจกับเสียงข้างมาก appeared first on THE STANDARD.

]]>
ก้าวไกลเปิดตัว ‘ศุภณัฐ มีนชัยนันท์’ ทายาทตระกูลดัง ลง ส.ส. จตุจักร ด้านพิจารณ์หวังพรรคแลนสไลด์ กทม. https://thestandard.co/kaoklai-launches-supanat/ Tue, 07 Mar 2023 03:55:16 +0000 https://thestandard.co/?p=759392 ศุภณัฐ มีนชัยนันท์

วานนี้ (6 มีนาคม) ที่พรรคก้าวไกล พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ร […]

The post ก้าวไกลเปิดตัว ‘ศุภณัฐ มีนชัยนันท์’ ทายาทตระกูลดัง ลง ส.ส. จตุจักร ด้านพิจารณ์หวังพรรคแลนสไลด์ กทม. appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศุภณัฐ มีนชัยนันท์

วานนี้ (6 มีนาคม) ที่พรรคก้าวไกล พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล และ ธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส. บัญชีรายชื่อ ในฐานะผู้ดูแลการเลือกตั้งสนามกรุงเทพฯ พร้อมด้วย รังสิมันต์ โรม โฆษกพรรค ร่วมแถลงข่าวเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. กรุงเทพฯ เขตจตุจักร คือ ศุภณัฐ มีนชัยนันท์ หรือ แบงค์

 

พิจารณ์กล่าวว่า ปัจจุบันคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยังอยู่ในช่วงการรับฟังความเห็นของประชาชนเกี่ยวกับการแบ่งเขต ซึ่งไม่ว่าการแบ่งเขตจะออกมาในรูปแบบใด อาจสร้างความได้เปรียบเสียเปรียบแก่บางพรรคการเมือง แต่พรรคก้าวไกลไม่มีความหนักใจ ยืนยันจะสู้ในทุกสนาม เพราะเราเชื่อในการเมืองที่ไม่ได้อาศัยหัวคะแนนหรือระบบอุปถัมภ์เพื่อสร้างบุญคุณกับพี่น้องประชาชน แต่พรรคก้าวไกลยึดหลักการและผลประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง

 

ตลอด 4 ปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะในสภาหรือนอกสภาจะ ส.ส. บัญชีรายชื่อ หรือ ส.ส. เขต พรรคก้าวไกลพิสูจน์แล้วว่าแม้เป็นพรรคร่วมฝ่ายค้านก็ผลักดันกฎหมายหรือตรวจสอบรัฐบาลได้อย่างเข้มข้น หากเราได้มีอำนาจบริหารและเป็นรัฐบาลก็พร้อมจะเปลี่ยนแปลงประเทศไทยในอีก 4 ปี

 

ดังนั้น ไม่ว่าฝ่ายตรงข้ามจะใช้กลเม็ดใดในการแบ่งเขต เชื่อว่าพี่น้องชาวกรุงเทพฯ จะไว้วางใจมอบคะแนนเสียงให้พรรคก้าวไกล และเชื่อว่าจะแลนด์สไลด์ในกรุงเทพฯ ได้สำเร็จ โดยวันนี้ขอแนะนำว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. คนใหม่ ที่ทำให้พรรคก้าวไกลมีว่าที่ผู้สมัครครบทุกเขตในกรุงเทพฯ นั่นคือ ศุภณัฐ มีนชัยนันท์ หรือ แบงค์

 

ด้านศุภณัฐกล่าวถึงเหตุผลที่ตัดสินใจร่วมงานกับพรรคก้าวไกลว่า ตนเป็นคนหนึ่งที่เห็นความเหลื่อมล้ำและความล้าหลังของประเทศ จากการบริหารที่ย่ำแย่ของรัฐบาลยุคปัจจุบัน การเลือกตั้งรอบนี้ถือเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อว่าจะอยู่กับการเมืองแบบอดีต อยู่กับ 3 ป. หรือจะสร้างการเมืองแบบใหม่ที่ดีกว่าเดิม สำหรับตนแล้ว พรรคก้าวไกลคือคำตอบของประเทศ จึงอาสาเข้ามาขับเคลื่อนนโยบายพรรคเพื่อประชาชนทุกคน

 

“เหตุผลว่าทำไมผมถึงเลือกทำงานกับพรรคก้าวไกล เพราะ 4 ปีที่ผ่านมา พรรคก้าวไกลได้พิสูจน์บทบาทในสภาได้อย่างเด่นชัดที่สุด ว่ากำลังต่อสู้กับระบบอุปถัมภ์ ทุนผูกขาด” ศุภณัฐกล่าว

 

ด้านรังสิมันต์กล่าวถึงการหาเสียงของพรรคก้าวไกลในช่วงที่ผ่านมาว่า ตลอดสัปดาห์ที่แล้ว แกนนำสำคัญของพรรคก้าวไกลลงพื้นที่หาเสียงในหลายจังหวัดทางภาคอีสานคือ ร้อยเอ็ด ขอนแก่น อุดรธานี ได้รับการตอบรับดีมากจากประชาชน พี่น้องชาวอีสานเชื่อว่าพรรคก้าวไกลจะสร้างความเปลี่ยนแปลงในสังคมไทยได้อย่างแท้จริง และเชื่อว่า พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ จะเป็นนายกรัฐมนตรีแห่งความเปลี่ยนแปลง ที่ไม่พาประเทศไทยกลับไปสู่จุดเดิม

 

โดยนอกจากการเปิดตัวแกนนำอดีตพรรคอนาคตใหม่อย่าง ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, ปิยบุตร แสงกนกกุล และ พรรณิการ์ วานิช เป็นผู้ช่วยหาเสียงของพรรคก้าวไกลแล้ว ในพื้นที่อื่นๆ ก็มีแกนนำพรรคลงพื้นที่เช่นกัน เช่นตนลงพื้นที่ภาคใต้ที่นครศรีธรรมราชและชุมพร มีประชาชนภาคใต้สะท้อนว่าต้องการเห็นความเปลี่ยนแปลง เพราะที่ผ่านมาเลือกกี่ครั้งก็ได้ผลเหมือนเดิม รู้สึกเบื่อหน่ายการเมืองแบบอดีต ดังนั้นเชื่อว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ สายลมแห่งการเปลี่ยนแปลงคงไม่พัดไปที่ภาคอีสานเท่านั้น แต่ที่ภาคใต้ก็จะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ด้วย

 

ส่วนสัปดาห์นี้ แกนนำพรรคก้าวไกลจะลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ระหว่างวันที่ 11-12 มีนาคมนี้ พิธาจะเดินสายลงพื้นที่ภาคใต้และเปิดตัวนโยบายสุขภาพที่จังหวัดนครศรีธรรมราช กระบี่ และภูเก็ต และในวันที่ 12 มีนาคม จะเปิดตัวนโยบายและว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. กรุงเทพฯ ครบทั้ง 33 เขต สำหรับสถานที่และเวลาจะแจ้งให้ทราบต่อไป

The post ก้าวไกลเปิดตัว ‘ศุภณัฐ มีนชัยนันท์’ ทายาทตระกูลดัง ลง ส.ส. จตุจักร ด้านพิจารณ์หวังพรรคแลนสไลด์ กทม. appeared first on THE STANDARD.

]]>
ประชุมรัฐสภาถกตัดอำนาจ ส.ว. ล่ม หลัง ส.ว. ลาประชุม 95 คน คาดหนีการวิจารณ์การใช้อำนาจเลือกนายกฯ https://thestandard.co/parliament-meeting-080266/ Wed, 08 Feb 2023 06:45:39 +0000 https://thestandard.co/?p=747496 การประชุมร่วมรัฐสภา

วันนี้ (8 กุมภาพันธ์) การประชุมร่วมรัฐสภานัดพิเศษ ชวน ห […]

The post ประชุมรัฐสภาถกตัดอำนาจ ส.ว. ล่ม หลัง ส.ว. ลาประชุม 95 คน คาดหนีการวิจารณ์การใช้อำนาจเลือกนายกฯ appeared first on THE STANDARD.

]]>
การประชุมร่วมรัฐสภา

วันนี้ (8 กุมภาพันธ์) การประชุมร่วมรัฐสภานัดพิเศษ ชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช …. ซึ่งเป็นการเสนอแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 159 ให้นายกรัฐมนตรีต้องเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และยกเลิกมาตรา 272 ตัดอำนาจสมาชิกวุฒิสภาเลือกนายกรัฐมนตรี ที่มี นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส. น่าน และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กับคณะเป็นผู้เสนอ

 

โดยในวันนี้นัดหมายประชุมเวลา 09.00 น. ประธานการประชุมได้กดออดให้สมาชิกเข้าห้องประชุม แต่ผ่านไป 1 ชั่วโมงครึ่ง มีสมาชิกแสดงตนเข้าประชุมเพียง 277 คน จากสมาชิกที่ปฏิบัติหน้าที่ทั้งหมด 667 คน ถือว่ายังไม่ครบองค์ประชุม จึงไม่สามารถเปิดประชุมได้

 

ซึ่งมีรายงานข่าวว่า ส.ว. จะไม่เข้าร่วมประชุมเพื่อไม่ให้เปิดการประชุมได้ เพื่อปิดโอกาสพรรคฝ่ายค้านรุมอภิปรายวิจารณ์การทำหน้าที่และอำนาจของ ส.ว. ที่มีอำนาจโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ทั้งที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งของประชาชน

 

ช่วงหนึ่ง จิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส. กรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ลุกขึ้นหารือว่า เรามีกำหนดรอเปิดประชุมหรือไม่ ถ้ามีควรจะต้องใช้เวลารอเท่าใด หากเปิดประชุมไม่ได้ก็จะได้เลิกประชุม เพราะถ้ารอต่อไปจะค่าเปลืองแอร์ ทั้งนี้ จากการสอบถามเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรทราบว่าธรรมเนียมปฏิบัติไม่มีการกำหนดเวลารอ ถ้าอย่างนั้นก็คงต้องอดทนรอไปอีก 4 ชั่วโมงหรือไม่ และทราบมาว่า ส.ว. บางส่วนขอลาประชุม

 

ด้าน ธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส. พรรคก้าวไกล หารือเพิ่มเติมว่า ขณะนี้มี ส.ว. มาร่วมประชุม 44 คน จาก 250 คน ส่วน ส.ส. มาร่วมประชุม 275 คน จาก 500 คน ถือว่าเกินกึ่งหนึ่งแล้ว เวลาได้ล่วงเลยจากเวลาที่นัดประชุมไว้มาแล้ว 2 ชั่วโมง และวันนี้เป็นการพิจารณาตัดอำนาจ ส.ว แต่ ส.ว. ไม่ยอมมาร่วมประชุม คิดว่าการประชุมรัฐสภาในวันนี้จะมีการเล่นเกมเรื่ององค์ประชุมหรือไม่ การตัดอำนาจของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งแล้วไม่ยอมมาประชุมถือว่าเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่

 

ขณะที่วันนี้ ส.ส. แจ้งลา 15 คน ส่วน ส.ว. ลา 95 คน จากนั้นชวนได้ปิดการแสดงตน ผลปรากฏว่ามีสมาชิกแสดงตน 308 คน หลังเปิดให้แสดงตนกว่า 3 ชั่วโมง ถือว่าไม่ครบองค์ประชุม และสั่งปิดประชุมในเวลา 12.02 น.

The post ประชุมรัฐสภาถกตัดอำนาจ ส.ว. ล่ม หลัง ส.ว. ลาประชุม 95 คน คาดหนีการวิจารณ์การใช้อำนาจเลือกนายกฯ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ส.ต.ท.หญิง ยอมรับ มีความสัมพันธ์กับสมาชิกรัฐสภารายหนึ่งจริง ตั้งแต่ปี 2555 แจงสมัครเป็นตำรวจเพราะคุณสมบัติตรงกับตัวเองพอดี https://thestandard.co/kornsiri-admit-relationship/ Wed, 19 Oct 2022 11:39:35 +0000 https://thestandard.co/?p=697420 กรศศิร์ บัวแย้ม

วันนี้ (19 ตุลาคม) ธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส. บัญชีรายชื่อ […]

The post ส.ต.ท.หญิง ยอมรับ มีความสัมพันธ์กับสมาชิกรัฐสภารายหนึ่งจริง ตั้งแต่ปี 2555 แจงสมัครเป็นตำรวจเพราะคุณสมบัติตรงกับตัวเองพอดี appeared first on THE STANDARD.

]]>
กรศศิร์ บัวแย้ม

วันนี้ (19 ตุลาคม) ธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร (กมธ.ป.ป.ช.) แถลงข่าวถึงกรณีคดี ส.ต.ท.หญิง กรศศิร์ บัวแย้ม

 

โดยธีรัจชัยระบุว่า กรณีคดี ส.ต.ท.หญิง กรศศิร์ บัวแย้ม คณะกรรมาธิการได้สอบข้อเท็จจริงมาระยะหนี่ง ซึ่งเมื่อ 2 สัปดาห์ที่แล้ว ทางคณะกรรมาธิการได้เชิญ พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะเจ้าของคดีและตัวแทนของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ถึง 2 ครั้ง โดย พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ได้ให้ข้อเท็จจริงค่อนข้างชัดเจนทุกประเด็น ตั้งแต่ขั้นตอนการเข้ารับราชการของ ส.ต.ท.หญิง กรศศิร์ การดำเนินการ รวมถึงการขออนุญาตย้ายไปส่วนต่างๆ แต่เอกสารบางส่วนยังไม่ได้ส่งมาให้กรรมาธิการจำนวนมาก 

 

ธีรัจชัยระบุต่อไปว่า ในส่วนที่คณะกรรมาธิการสงสัยหลายเรื่อง วันนี้ทางคณะกรรมาธิการได้สอบข้อเท็จจริงจาก ส.ต.ท.หญิง กรศศิร์จากเรือนจำที่จังหวัดราชบุรี โดย ส.ต.ท.หญิง กรศศิร์ยอมรับถึงความสัมพันธ์กับสมาชิกรัฐสภาท่านหนึ่งตั้งแต่ปี 2555-2562 โดยมีการติดต่อกันอย่างต่อเนื่อง ซึ่ง ส.ต.ท.หญิง กรศศิร์ไม่ทราบว่าตนเองเข้ารับราชการได้อย่างไร แต่ได้มีการสมัครโดยบังเอิญที่ในขณะนั้นเปิดรับแค่ 2 ตำแหน่ง มีการยกเว้นอายุ แล้วพบว่าคุณสมบัติเข้ากับตนเองพอดี

 

“ส.ต.ท.หญิง บอกว่าไม่ทราบในส่วนตรงนั้น แต่ความสัมพันธ์กับสมาชิกรัฐสภาท่านหนึ่งซึ่งเป็นกรรมาธิการร่วมกับผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติในขณะนั้น นี่คือข้อเท็จจริงที่ค่อนข้างที่จะยุติในส่วนตรงนี้” ธีรัจชัยกล่าว

 

ธีรัจชัยกล่าวต่อไปว่า ตอนนี้กรรมาธิการสามารถประมวลภาพต่างๆ ได้ชัดเจนขึ้น ในการที่ ส.ต.ท.หญิง กรศศิร์ได้รับแต่งตั้งในคณะกรรมาธิการ 4 คณะในสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และวุฒิสภา เห็นชัดถึงระบบอุปถัมภ์ของประเทศไทย

 

ส่วนเรื่องการขอตัวไปช่วยงานที่ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ธีรัจชัยระบุว่า ส.ต.ท.หญิง กรศศิร์ยอมรับว่าไม่ได้ไปราชการตามที่ระบุไว้จริง แต่อยู่ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและราชบุรี โดยเคยไปในพื้นที่เพื่อรับคำสั่งเพียง 2 ครั้งแบบไม่ได้ค้างคืน

 

ส่วนการไปดูงานต่างประเทศ ส.ต.ท.หญิง กรศศิร์ยอมรับว่าไปดูงานจริง แต่มีค่าใช้จ่ายที่ออกเองบางส่วน และสมาชิกรัฐสภาท่านนั้นออกให้

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า สมาชิกรัฐสภาคนนี้ผิดจริยธรรมหรือไม่ ธีรัจชัยขอให้รอข้อเท็จจริงอีกรอบ ตนได้ถามถึงความสัมพันธ์กับท่านอื่นด้วย แต่ก็ยังไม่มีความชัดเจน หลายอย่างคลี่คลายแล้ว ทั้งนี้ ทางกรรมาธิการขอให้ พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ส่งเอกสารที่ขอไปเพิ่มเพื่อกลับมาพิจารณาในกรรมาธิการ พร้อมยืนยันว่าจะมีการเชิญสมาชิกรัฐสภารายนั้นเข้าชี้แจงในกรรมาธิการอย่างแน่นอน

The post ส.ต.ท.หญิง ยอมรับ มีความสัมพันธ์กับสมาชิกรัฐสภารายหนึ่งจริง ตั้งแต่ปี 2555 แจงสมัครเป็นตำรวจเพราะคุณสมบัติตรงกับตัวเองพอดี appeared first on THE STANDARD.

]]>
กมธ.ป.ป.ช. กังขา ศาลยกฟ้องสุเทพและจำเลยทั้งหมด คดีสร้างโรงพักทดแทน 396 แห่ง ทั้งที่ ป.ป.ช. ยื่นสอบเอง https://thestandard.co/police-station-building-case/ Wed, 21 Sep 2022 07:01:42 +0000 https://thestandard.co/?p=684625 ธีรัจชัย พันธุมาศ

วันนี้ (21 กันยายน) ธีรัจชัย พันธุมาศ สมาชิกสภาผู้แทนรา […]

The post กมธ.ป.ป.ช. กังขา ศาลยกฟ้องสุเทพและจำเลยทั้งหมด คดีสร้างโรงพักทดแทน 396 แห่ง ทั้งที่ ป.ป.ช. ยื่นสอบเอง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ธีรัจชัย พันธุมาศ

วันนี้ (21 กันยายน) ธีรัจชัย พันธุมาศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.) สภาผู้แทนราษฎร แถลงข่าวถึงกรณีที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองยกฟ้องสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี คดีฮั้วประมูลก่อสร้างโรงพัก ว่าเหตุใดคดีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เป็นต้นเหตุในการฟ้องเอง ถึงถูกยกฟ้องในชั้นสำนวน มันถูกต้องและทำได้เต็มที่แล้วหรือไม่ เนื่องจากข้อเท็จจริงดังกล่าว ป.ป.ช. ได้ตั้งกรรมการไต่สวน คือ วิชา มหาคุณ อดีตประธานอนุกรรมการไต่สวน ได้ตั้งประเด็นตั้งสินบนไว้ด้วย ซึ่งต่อมาเปลี่ยนเป็น พล.ต.อ. วัชรพล ประสารราชกิจ ซึ่งเป็นประธาน ป.ป.ช. คนปัจจุบัน ทำให้รูปแบบการสอบสวนเปลี่ยนไป และท้ายที่สุดผลการพิจารณาออกมาคือพิพากษายกฟ้องจำเลยทั้งหมด 

 

ธีรัจชัยยังกล่าวถึงความคืบหน้าการพิจารณากรณีนาฬิกาหรู พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ว่า กมธ.ป.ป.ช. ได้ออกหนังสือเชิญ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล อดีตรองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้จัดการมรดกของ ปัฐวาท สุขศรีวงศ์ มาชี้แจง แต่ยังไม่ได้ตอบรับอย่างเป็นทางการว่าจะมาหรือไม่

 

นอกจากนั้นในวันพรุ่งนี้ (22 กันยายน) กมธ.ป.ป.ช. ได้ออกจดหมายเชิญ พล.ต.อ. สถาพร หลาวทอง และ ปรีชา เลิศกมลมาศ อดีต ป.ป.ช. มาให้ข้อเท็จจริงกับ กมธ.ป.ป.ช. แต่ยังไม่มีการตอบรับว่าจะมาหรือไม่ เนื่องจาก กมธ.ป.ป.ช. ยังมีข้อสงสัยว่านาฬิกาดังกล่าวเป็นของปัฐวาทจริงหรือไม่ เพราะจากตรวจสอบไม่พบในบัญชีมรดก โดยยืนยันว่า กมธ.ป.ป.ช. จะเดินหน้าพิจารณาเรื่องนี้ต่อไป

 

นอกจากนั้น ธีรัจชัยยังกล่าวถึงกรณีที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติงบลับ 1,321 ล้านบาทของกระทรวงกลาโหมว่า ขึ้นอยู่กับว่าจะเอางบประมาณดังกล่าวไปใช้ในส่วนใด แต่หากนำไปใช้สำหรับกำลังพล เช่นกรณีของ ส.ต.ท.หญิง ที่มีชื่อไปอยู่ที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า แต่ไม่ได้ไปจริง ก็ควรใช้งบไปใช้ส่วนอื่นดีกว่า เพราะจะกลายเป็นเขียนเช็คเปล่าให้ ครม. สั่งจ่าย ต้องมีวัตถุประสงค์ และโปร่งใส ตรวจสอบได้ บางเรื่องก็ไม่เหมาะสม

The post กมธ.ป.ป.ช. กังขา ศาลยกฟ้องสุเทพและจำเลยทั้งหมด คดีสร้างโรงพักทดแทน 396 แห่ง ทั้งที่ ป.ป.ช. ยื่นสอบเอง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ธีรัจชัยขอสังคมช่วยจับตาคดีนาฬิกาประวิตร หลังพบหลักฐานใหม่ แต่ ป.ป.ช. ไม่ชัดเจนว่าจะกลับมาพิจารณาคดีอีกครั้ง https://thestandard.co/prawit-wongsuwan-watch/ Tue, 13 Sep 2022 04:43:17 +0000 https://thestandard.co/?p=680653 ธีรัจชัย พันธุมาศ

วันนี้ (13 กันยายน) ธีรัจชัย พันธุมาศ สมาชิกสภาผู้แทนรา […]

The post ธีรัจชัยขอสังคมช่วยจับตาคดีนาฬิกาประวิตร หลังพบหลักฐานใหม่ แต่ ป.ป.ช. ไม่ชัดเจนว่าจะกลับมาพิจารณาคดีอีกครั้ง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ธีรัจชัย พันธุมาศ

วันนี้ (13 กันยายน) ธีรัจชัย พันธุมาศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.) สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงความคืบหน้าในการขอให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) รื้อคดีนาฬิกาหรูของ พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี มาพิจารณาอีกครั้ง 

 

หลังปรากฏหลักฐานใหม่ตรวจสอบมรดกของ ปัฐวาท สุขศรีวงศ์ เพื่อนของ พล.อ. ประวิตร แล้วไม่พบนาฬิกาอยู่ในบัญชีมรดก ซึ่งจากการที่ได้พบกับประธาน ป.ป.ช. และคณะ กลับอ้างว่ายังไม่ทราบว่าเรื่องนี้เป็นการพบหลักฐานใหม่หรือไม่ ยังไม่พบผู้ร้อง และ ป.ป.ช. ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะตรวจสอบหรือไม่ 

 

ธีรัจชัยยังตั้งข้อสังเกตว่าที่ ป.ป.ช. ไม่ทำให้เรื่องดังกล่าวสิ้นกระแสความ เร่งรีบ เป็นเพราะที่มาของ ป.ป.ช. มาจากวุฒิสภา และประธาน ป.ป.ช. เคยเป็นอดีตผู้ใต้บังคับบัญชาของ พล.อ. ประวิตร แทนที่จะหยิบมาดำเนินการเพื่อให้พ้นข้อครหา ทำงานตรงไปตรงมาเพื่อให้ความจริงปรากฏชัด โดยอาจทำหนังสือผ่านกระบวนการกฎหมายระหว่างประเทศขอข้อมูลจากบริษัทแม่ผู้ผลิตนาฬิกาหรู ซึ่งก็จะทราบว่าใครเป็นเจ้าของตัวจริง

 

ทั้งนี้ ทาง กมธ.ป.ป.ช. มีข้อเสนอให้กรรมการ ป.ป.ช. 3 ข้อ ได้แก่

  1. ตรวจสอบเชิงลึก 
  2. ตรวจสอบทรัพย์มรดกให้ชัด 
  3. ส่งหนังสือถึงบริษัทแม่ เพื่อให้รู้เจ้าของตัวจริง

 

ธีรัจชัยยังระบุว่า ตนได้ไปสอบถามกรรมการ ป.ป.ช. เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาว่าสามารถนำกลับมาพิจารณาใหม่ได้หรือไม่ แต่ประธาน ป.ป.ช. กลับโยนให้กรรมการเป็นคนตอบ โดยระบุว่าในส่วนของกฎหมาย ป.ป.ช. เรื่องนี้ไม่เคยมีการปรากฏมาก่อน โดยหลักฐานใหม่ยังไม่มีความชัดเจน

 

อย่างไรก็ตาม ธีรัจชัยเชื่อว่ามติ 5 ต่อ 3 ของ ป.ป.ช. ในการวินิจฉัยประเด็นนาฬิกาเพื่อนนั้น ยังมี ป.ป.ช. บางส่วนเห็นว่าเป็นประเด็นที่มีข้อสงสัยและหยิบมาตรวจสอบได้ให้สิ้นกระแสความ แต่หากไม่ทำขอให้สังคมช่วยกันติดตาม เพื่อทำเรื่องนี้ให้กระจ่าง

The post ธีรัจชัยขอสังคมช่วยจับตาคดีนาฬิกาประวิตร หลังพบหลักฐานใหม่ แต่ ป.ป.ช. ไม่ชัดเจนว่าจะกลับมาพิจารณาคดีอีกครั้ง appeared first on THE STANDARD.

]]>