ธิดา ถาวรเศรษฐ Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/ธิดา-ถาวรเศรษฐ/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Tue, 19 May 2026 14:03:47 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 นับถอยหลังอีก 4 ปี คดีสลายการชุมนุม ‘คนเสื้อแดง’ เมษายน-พฤษภาคม 53 หมดอายุความ https://thestandard.co/red-shirt-crackdown-statute-limitations/ Tue, 19 May 2026 14:03:47 +0000 https://thestandard.co/?p=1208994 ผู้ร่วมกิจกรรมจุดเทียนรำลึกครบรอบ 16 ปี เหตุการณ์สลายการชุมนุมคนเสื้อแดง

ครบรอบ 16 ปี เหตุการณ์เมษายน-พฤษภาคม 2553 ในงานรำลึกและ […]

The post นับถอยหลังอีก 4 ปี คดีสลายการชุมนุม ‘คนเสื้อแดง’ เมษายน-พฤษภาคม 53 หมดอายุความ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผู้ร่วมกิจกรรมจุดเทียนรำลึกครบรอบ 16 ปี เหตุการณ์สลายการชุมนุมคนเสื้อแดง

ครบรอบ 16 ปี เหตุการณ์เมษายน-พฤษภาคม 2553 ในงานรำลึกและสดุดีวีรชน นำโดย คณะประชาชนทวงความยุติธรรม 2553 (คปช. 53) รวมถึงกลุ่มคนเสื้อแดง ร่วมกันจัดกิจกรรม ที่ถนนราชประสงค์ บริเวณสะพานลอยที่ 1 ฝั่งเซ็นทรัลเวิลด์ ในวันนี้ (19 พฤษภาคม)

 

เริ่มจากการประกอบพิธีสงฆ์ ถวายสังฆทานอุทิศส่วนกุศลให้ผู้เสียชีวิตจากการสลายการชุมนุมคนเสื้อแดง รวมถึงผู้ที่ถูกยิงเสียชีวิต 6 คนภายในวัดปทุมวนาราม ในเวลา 17.00 น. ที่วัดปทุมวนาราม

 

จากนั้น ธิดา ถาวรเศรษฐ เลขาธิการคณะกรรมการคณะประชาชนฯ กล่าวสดุดีและอ่านแถลงการณ์ โดยได้ทวงถามความยุติธรรมให้แก่ผู้เสียชีวิตร่วม 100 ราย และผู้บาดเจ็บ กว่า 1,283 ราย ตลอดเวลาที่ผ่านมาความพยายามทวงความยุติธรรมถูกขัดขวางอย่างหนัก

 

โดยเฉพาะหลังเหตุการณ์รัฐประหารปี 2557 ที่ทำให้การดำเนินคดีเอาผิดผู้สั่งการและเจ้าหน้าที่ทหารหยุดชะงัก คดีไต่สวนการตายกว่า 62 คดีถูกกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ตีรวบให้เป็นการตายปกติ ส่งผลให้ผู้กระทำผิดยังคงลอยนวล ขณะที่คดีความเหลืออายุความอีกเพียง 4 ปีเท่านั้น

 

นอกจากนี้ คปช.53 ยังแสดงความผิดหวังต่อพรรคเพื่อไทย ซึ่งอดีตเคยเป็นมิตรร่วมต่อสู้ แต่เมื่อก้าวขึ้นมาเป็นรัฐบาลกลับไม่ตอบสนองข้อเรียกร้องในการทวงความยุติธรรม และยังพบการขัดขวางในชั้นคณะ กรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎร

 

ด้วยเหตุนี้ คปช.53 จึงตั้งความหวังไว้ที่พรรคประชาชน รวมถึงพรรคการเมืองฝ่ายประชาธิปไตยอื่นๆ ให้เร่งผลักดันการแก้ไขกฎหมาย 3 ประเด็นหลัก ได้แก่:

 

  • กำหนดให้คดีที่เจ้าหน้าที่รัฐกระทำความผิดอาญาต่อประชาชน ไม่มีอายุความ
  • แก้ไขกฎหมายให้ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ที่ทำผิดอาญาต่อประชาชน ไม่อยู่ในอำนาจของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง (ให้พิจารณาในศาลปกติ)
  • แก้ไข พ.ร.บ.ธรรมนูญศาลทหาร ให้ทหารที่ทำความผิดทางอาญาต่อพลเรือน ต้องขึ้นศาลพลเรือน

 

ก่อนที่ในเวลา 19.30 น. เป็นการจุดเทียนรำลึกและวางดอกไม้ อธิษฐานจิตต่อดวงวิญญาณวีรชน เมษา-พฤษภา 2553

 

ผู้ร่วมกิจกรรมจุดเทียนรำลึกครบรอบ 16 ปี เหตุการณ์สลายการชุมนุมคนเสื้อแดง 1ผู้ร่วมกิจกรรมจุดเทียนรำลึกครบรอบ 16 ปี เหตุการณ์สลายการชุมนุมคนเสื้อแดง 2ผู้ร่วมกิจกรรมจุดเทียนรำลึกครบรอบ 16 ปี เหตุการณ์สลายการชุมนุมคนเสื้อแดง 3ผู้ร่วมกิจกรรมจุดเทียนรำลึกครบรอบ 16 ปี เหตุการณ์สลายการชุมนุมคนเสื้อแดง 4ผู้ร่วมกิจกรรมจุดเทียนรำลึกครบรอบ 16 ปี เหตุการณ์สลายการชุมนุมคนเสื้อแดง 5ผู้ร่วมกิจกรรมจุดเทียนรำลึกครบรอบ 16 ปี เหตุการณ์สลายการชุมนุมคนเสื้อแดง 6ผู้ร่วมกิจกรรมจุดเทียนรำลึกครบรอบ 16 ปี เหตุการณ์สลายการชุมนุมคนเสื้อแดง 7ผู้ร่วมกิจกรรมจุดเทียนรำลึกครบรอบ 16 ปี เหตุการณ์สลายการชุมนุมคนเสื้อแดง 8

The post นับถอยหลังอีก 4 ปี คดีสลายการชุมนุม ‘คนเสื้อแดง’ เมษายน-พฤษภาคม 53 หมดอายุความ appeared first on THE STANDARD.

]]>
19 ปี ‘นวมทอง ไพรวัลย์’ ประชาชน-คนการเมือง ร่วมรำลึกสดุดีวีรชนรัฐประหาร 2549 https://thestandard.co/nuamthong-praiwan-coup-anniversary/ Fri, 31 Oct 2025 10:25:53 +0000 https://thestandard.co/?p=1138272 19 ปี นวมทอง ไพรวัลย์ ประชาชน-คนการเมือง ร่วมรำลึกสดุดี วีรชนรัฐประหาร 2549

วันนี้ (31 ตุลาคม) ที่สดมภ์อนุสรณ์ นวมทอง ไพรวัลย์ สะพา […]

The post 19 ปี ‘นวมทอง ไพรวัลย์’ ประชาชน-คนการเมือง ร่วมรำลึกสดุดีวีรชนรัฐประหาร 2549 appeared first on THE STANDARD.

]]>
19 ปี นวมทอง ไพรวัลย์ ประชาชน-คนการเมือง ร่วมรำลึกสดุดี วีรชนรัฐประหาร 2549

วันนี้ (31 ตุลาคม) ที่สดมภ์อนุสรณ์ นวมทอง ไพรวัลย์ สะพานลอย ริมถนนวิภาวดีรังสิต หน้าสำนักงานใหญ่ หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ คณะประชาชนทวงความยุติธรรม 2553 ร่วมกับมูลนิธิวีรชนประชาธิปไตย จัดงาน ‘19 ปี 19 กันยา 2549 ต่อต้านรัฐประหาร รำลึก นวมทอง ไพรวัลย์’ เพื่อจัดงานรำลึกครบรอบ 19 ปีการเสียชีวิตของ นวมทอง ไพรวัลย์ ผู้ต่อต้านรัฐประหารปี 2549

 

ภายในงานมีการแขวนป้ายไวนิลข้อความ ‘19 ปี 19 กันยายน 2549 รำลึก นวมทอง ไพรวัลย์’ และ ‘นิรโทษกรรมให้คนเป็น ทวงความยุติธรรมให้คนตาย’ ประชาชนแต่งกายไว้ทุกข์ทยอยมาร่วมงาน มีอาหารและเครื่องดื่มบริการตลอดงาน

 

ทั้งนี้ ผู้ร่วมงานประกอบด้วย ธิดา ถาวรเศรษฐ, นพ.เหวง โตจิราการ, อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล โชคดี ร่มพฤกษ์ ศิลปินเพลงเพื่อราษฎร ขับร้องเพลง ‘วีรชนนวมทอง’ และบทเพลงเพื่อประชาธิปไตย

 

ช่วงท้าย อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ร่วมชูสามนิ้วและร้องเพลง ‘นักสู้ธุลีดิน’ และ ‘ทุ่งฝันวันใหม่’ สื่อถึงเสรีภาพและความเท่าเทียม พร้อมมีการวางพวงหรีดจากหลายกลุ่ม เช่น มูลนิธิวีรชนประชาธิปไตย, คณะประชาชนทวงความยุติธรรม 2553, ครอบครัวนวมทอง และ กลุ่มทะลุแก๊ส

 

จากนั้นเวลา 14.00 น. ผู้ร่วมงานยืนสงบนิ่งถวายความอาลัยแด่พระผู้เสด็จสู่สวรรคาลัย 1 นาที ก่อนเริ่มพิธีสงฆ์ โดยมี ศ.เกียรติคุณ นพ.สันต์ หัตถีรัตน์ ประธานมูลนิธิดวงประทีป เป็นประธานในพิธี

 

19 ปี ‘นวมทอง ไพรวัลย์’ ประชาชน-คนการเมือง ร่วมรำลึกสดุดี วีรชนรัฐประหาร 2549 1 19 ปี ‘นวมทอง ไพรวัลย์’ ประชาชน-คนการเมือง ร่วมรำลึกสดุดี วีรชนรัฐประหาร 2549 2 19 ปี ‘นวมทอง ไพรวัลย์’ ประชาชน-คนการเมือง ร่วมรำลึกสดุดี วีรชนรัฐประหาร 2549 3 19 ปี ‘นวมทอง ไพรวัลย์’ ประชาชน-คนการเมือง ร่วมรำลึกสดุดี วีรชนรัฐประหาร 2549 4 19 ปี ‘นวมทอง ไพรวัลย์’ ประชาชน-คนการเมือง ร่วมรำลึกสดุดี วีรชนรัฐประหาร 2549 5 19 ปี ‘นวมทอง ไพรวัลย์’ ประชาชน-คนการเมือง ร่วมรำลึกสดุดี วีรชนรัฐประหาร 2549 6 19 ปี ‘นวมทอง ไพรวัลย์’ ประชาชน-คนการเมือง ร่วมรำลึกสดุดี วีรชนรัฐประหาร 2549 7 19 ปี ‘นวมทอง ไพรวัลย์’ ประชาชน-คนการเมือง ร่วมรำลึกสดุดี วีรชนรัฐประหาร 2549 8 19 ปี ‘นวมทอง ไพรวัลย์’ ประชาชน-คนการเมือง ร่วมรำลึกสดุดี วีรชนรัฐประหาร 2549 9 19 ปี ‘นวมทอง ไพรวัลย์’ ประชาชน-คนการเมือง ร่วมรำลึกสดุดี วีรชนรัฐประหาร 2549 10 19 ปี ‘นวมทอง ไพรวัลย์’ ประชาชน-คนการเมือง ร่วมรำลึกสดุดี วีรชนรัฐประหาร 2549 11 19 ปี ‘นวมทอง ไพรวัลย์’ ประชาชน-คนการเมือง ร่วมรำลึกสดุดี วีรชนรัฐประหาร 2549 12 19 ปี ‘นวมทอง ไพรวัลย์’ ประชาชน-คนการเมือง ร่วมรำลึกสดุดี วีรชนรัฐประหาร 2549 13 19 ปี ‘นวมทอง ไพรวัลย์’ ประชาชน-คนการเมือง ร่วมรำลึกสดุดี วีรชนรัฐประหาร 2549 14

The post 19 ปี ‘นวมทอง ไพรวัลย์’ ประชาชน-คนการเมือง ร่วมรำลึกสดุดีวีรชนรัฐประหาร 2549 appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘เมื่อศัตรูกลายเป็นมิตร’ 2 ทศวรรษความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างเพื่อไทยและประชาธิปัตย์ https://thestandard.co/two-decades-of-conflict-between-pheu-thai-and-democrat/ Sat, 31 Aug 2024 02:16:24 +0000 https://thestandard.co/?p=977840

ความขัดแย้งทางการเมืองตลอด 2 ทศวรรษระหว่างพรรคเพื่อไทยแ […]

The post ‘เมื่อศัตรูกลายเป็นมิตร’ 2 ทศวรรษความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างเพื่อไทยและประชาธิปัตย์ appeared first on THE STANDARD.

]]>

ความขัดแย้งทางการเมืองตลอด 2 ทศวรรษระหว่างพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาธิปัตย์จบสิ้นอย่างเป็นทางการแล้วเมื่อเวลา 22.40 น. ของคืนวันที่ 29 สิงหาคมที่ผ่านมา 

 

เมื่อ เฉลิมชัย ศรีอ่อน หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์คนที่ 9 นำสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) และผู้บริหารพรรค แถลงมติตอบรับคำเชิญร่วมรัฐบาลพรรคเพื่อไทย ที่มี แพทองธาร ชินวัตร เป็นผู้นำรัฐบาล พร้อมส่งชื่อตนเองและ เดชอิศม์ ขาวทอง เลขาธิการพรรค ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีตามสัดส่วนโควตา

 

‘พระแม่ธรณีบีบมวยผม’ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำพรรค

ซึ่งประดิษฐานไว้ ณ ที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์

ภาพ: ฐานิส สุดโต 

 

หลังการปฏิวัติสยาม 2475 ให้หลังจากนั้น 14 ปี พรรคประชาธิปัตย์ถูกก่อตั้งขึ้นโดย ควง อภัยวงศ์ และกลุ่มคนที่มีแนวคิดและอุดมการณ์เหมือนกันมารวมตัวกันในปี 2489 

 

หากต้องเปรียบเทียบพรรคประชาธิปัตย์ในวันนี้เป็นมนุษย์แล้ว ก็น่าจะเข้าสู่ช่วงวัยผู้สูงอายุ ด้วยนับเนื่องตามอายุขัยแล้วยาวนานถึง 78 ปี ถือว่าผ่านร้อนผ่านหนาวทางการเมืองไทยมาอย่างโชกโชน 

 

เคยเป็นทั้งแกนนำจัดตั้งรัฐบาล มีนายกรัฐมนตรีมาแล้วถึง 4 คน คือ ควง อภัยวงศ์, ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช, ชวน หลีกภัย และ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เคยเป็นพรรคร่วมรัฐบาลหรือกระทั่งฝ่ายค้าน ที่ถือว่าเป็นพรรคการเมืองที่มีผู้นำฝ่ายค้านมากที่สุด 

 

กล่าวโดยสรุป เส้นทางของพรรคการเมืองนี้ผ่านมาทุกฉากทัศน์การเมืองไทยแล้ว

 

และเส้นทางที่หลายฝ่ายไม่คาดคิด หรืออาจกล่าวได้ว่าอะไรที่ไม่คิดว่าจะได้เห็นก็ได้เห็นก็คือ เหตุการณ์ที่ต้องบันทึกในประวัติศาสตร์การเมืองไทยอีกครั้งหนึ่ง นั่นคือการที่พรรคประชาธิปัตย์จับมือร่วมรัฐบาลพรรคเพื่อไทย

 

เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้ทั้งพรรคประชาธิปัตย์และพรรคเพื่อไทยต่างได้รับ ‘ก้อนหิน’ และ ‘ก้อนอิฐ’​ มากเป็นพิเศษ เนื่องจากการเมืองไทยตลอด 2 ทศวรรษที่ผ่านมานับตั้งแต่ที่ ทักษิณ ชินวัตร ก้าวเข้าสู่เส้นทางการเมืองด้วยการก่อตั้งพรรคไทยรักไทยจนถึงปัจจุบันคือพรรคเพื่อไทย

 

พรรคประชาธิปัตย์ถือเป็นศัตรูคู่อาฆาต มีอุดมการณ์คนละขั้วมาโดยตลอด

 

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2541 ทักษิณก่อตั้งพรรคไทยรักไทย และนำทัพชนะศึกเลือกตั้ง 2 สมัยต่อเนื่องในการเลือกตั้งปี 2544 และปี 2548 จากนั้นในปี 2549 เขาถูกยึดอำนาจทำรัฐประหารโดย คมช. ทำให้ทักษิณต้องหลบภัยการเมืองไปอยู่นอกแผ่นดินเกิดยาวนานถึง 17 ปี 

 

ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคที่ยื่นฟ้องต่อ กกต. ให้ดำเนินคดียุบพรรคไทยรักไทย ด้วยสาเหตุเพราะทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง จ้างพรรคเล็กลงสมัครรับเลือกตั้ง ในเวลาต่อมาพรรคประชาธิปัตย์ก็ถูกพรรคไทยรักไทยฟ้องกลับว่ามีการสร้างพยานเท็จขึ้นมาป้ายสีปรักปรำ 

 

ท้ายที่สุด คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญอันมีที่มาจากคณะรัฐประหาร ได้วินิจฉัยยกคำร้องในส่วนพรรคประชาธิปัตย์ แต่มีมติให้ยุบพรรคไทยรักไทยและพรรคเล็กที่ถูกฟ้องร่วมในคดี รวมทั้งตัดสิทธิเลือกตั้งกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยจำนวน 111 คนและพรรคเล็กทั้งหมดเป็นเวลา 5 ปี 

 

จากนั้นพรรคไทยรักไทยขนองคาพยพมาอยู่พรรคใหม่ที่ชื่อว่า ‘พลังประชาชน’ เข้าสู่การเลือกตั้งในปี 2550 ที่นำโดย สมัคร สุนทรเวช แม้พรรคประชาธิปัตย์จะแพ้การเลือกตั้งและเป็นฝ่ายค้าน แต่ก็ได้ประกาศจัดตั้งรัฐบาลเงา เพื่อตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลพรรคพลังประชาชน พร้อมทั้งนำเสนอแนวทางการบริหารของพรรคประชาธิปัตย์ควบคู่ไปกับรัฐบาล ก่อนที่ในเวลาต่อมาศาลรัฐธรรมนูญจะตัดสินให้สมัครพ้นเก้าอี้นายกรัฐมนตรีจากกรณีรายการ ชิมไปบ่นไป

 

ต่อมาวันที่ 2 ธันวาคม 2551 ศาลรัฐธรรมนูญมีมติยุบ 3 พรรคการเมือง ได้แก่ พรรคพลังประชาชน พรรคชาติไทย และพรรคมัชฌิมาธิปไตย ด้วยข้อกล่าวหากระทำการที่เข้าข่ายทุจริตการเลือกตั้ง ซึ่งส่งผลให้คณะกรรมการบริหารพรรคทั้ง 3 พรรคจำนวน 109 คน ถูกตัดสิทธิทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี

 

คดีนี้เป็นผลมาจากการเลือกตั้งวันที่ 23 ธันวาคม 2550 ที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติเสียงข้างมากให้ใบแดง ยงยุทธ ติยะไพรัช สส. แบบบัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน เนื่องจากพบว่ามีการกระทำที่น่าเชื่อได้ว่าทุจริตการเลือกตั้ง ก่อนที่จะมีการตัดสินยุบพรรคตามมาตรา 237 ของรัฐธรรมนูญ 2550 เช่นเดียวกับพรรคชาติไทยและพรรคมัชฌิมาธิปไตย ที่กรรมการบริหารพรรคกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งเช่นกัน 

 

จากคดีดังกล่าวกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของการเมืองไทย เพราะ สมชาย วงศ์สวัสดิ์ ในฐานะรองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน ต้องพ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีจากการถูกตัดสิทธิทางการเมืองด้วยเช่นกัน 

 

จากนั้น สุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ เป็นผู้เดินหน้าดีลใหญ่กับพรรคร่วมรัฐบาลเดิมคือ พรรคชาติไทย, พรรคเพื่อแผ่นดิน (บางส่วน), พรรคมัชฌิมาธิปไตย และพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา รวมไปถึง สส. กลุ่มเพื่อนเนวิน (ที่เคยสังกัดพรรคพลังประชาชน) ที่ต่อมาก่อตั้งเป็นพรรคภูมิใจไทย ให้สนับสนุน อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 27 ถือเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 4 ของพรรค และถูกจดจำจากสาธารณชนว่ารัฐบาลชุดนี้ก่อตั้งขึ้นในค่ายทหาร

 

ขณะที่พรรคพลังประชาชนเดิมได้ก่อกำเนิดเปลี่ยนรูปใหม่เป็น ‘พรรคเพื่อไทย’ ในเวลาต่อมา ทำให้ฝ่ายทักษิณต้องเผชิญชะตากรรมทางการเมือง กลายเป็นฝ่ายค้านครั้งแรกด้วย 

 

อย่างไรก็ตาม ห้วงเวลาดังกล่าวยังเป็นช่วงเดียวกับที่กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือที่รู้จักกันในนาม ‘คนเสื้อแดง’ ซึ่งมีจุดเริ่มต้นมาจากการต่อต้านการรัฐประหารวันที่ 19 กันยายน 2549 และการแสดงพลังของคนชนบทที่เป็นฐานเสียงของพรรคไทยรักไทยและพรรคพลังประชาชน มีการชุมนุมประท้วงครั้งใหญ่ในเดือนเมษายน 2552 

 

ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ, ธิดา ถาวรเศรษฐ และ เหวง โตจิราการ

ขณะร่วมชุมนุมกิจกรรมแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ 

รำลึกครบรอบ 14 ปี เหตุสลายการชุมนุม

และมีภาพถ่ายของคนที่เสียชีวิตเป็นฉากหลัง

ภาพ: ฐานิส สุดโต

 

‘คนเสื้อแดง’ เลือกสถานที่ในการปักหลักชุมนุมบริเวณแยกราชประสงค์ ใจกลางกรุงเทพมหานคร ซึ่งต่อมานำไปสู่การมีมาตรการทางทหารในการสลายการชุมนุมโดยใช้ยุทธการล้อมปราบใหญ่ในเมือง และมีคนเสื้อแดงจำนวน 99 ชีวิตถูกสังหารกลางใจเมือง ทั้งยังบาดเจ็บกว่า 2,000 คน และกลายเป็นประวัติศาสตร์ที่สังคมไทยอยู่ในภาวะกล้ำกลืน ลืมไม่ได้ จำไม่ลง กับป้ายที่เขียนว่า ‘เขตใช้กระสุนจริง’

 

จากนั้นเข้าสู่การเลือกตั้งใหญ่ในปี 2554 จากพรรคพลังประชาชนสู่พรรคเพื่อไทย และทักษิณก็เปิดหน้าส่ง ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร น้องสาว เข้าสู่เส้นทางการเมืองอย่างเต็มตัว โดยใช้เวลาเพียง 49 วันก็สามารถสร้างประวัติศาสตร์เป็น ‘นายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของไทย’ ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ยังคงพ่ายแพ้การเลือกตั้งหนนี้เช่นเดิม

 

การก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของไทยของยิ่งลักษณ์ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบนัก ตั้งแต่ต้องเจอกับมหาอุทกภัยใหญ่ในปี 2554 ขณะที่อีก 2 ปีต่อมา​​ได้ก่อเกิดกลุ่มการเมืองที่ทำให้นายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกต้องพลัดพรากจากแผ่นดินเกิด นับเนื่องจนถึงเวลานี้ก็เกือบ 1 ทศวรรษแล้ว 

 

คณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือที่รู้จักกันในนาม ‘กปปส.’ ที่มี สุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ เป็นเลขาธิการ คือพายุลูกใหญ่ทางการเมืองของยิ่งลักษณ์ ที่ปมเหตุเริ่มต้นประท้วงจนหลุดเก้าอี้มาจากกรณีการเสนอให้ออกกฎหมายนิรโทษกรรมฉบับเหมาเข่ง ที่อาจรวมถึงทักษิณด้วย

 

การชุมนุมประท้วงกินเวลาเกือบปี ก่อนจะนำมาซึ่งการก่อรัฐประหาร โดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 นำโดย พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นหัวหน้าคณะก่อการ ก่อนที่ในเวลาต่อมา พล.อ. ประยุทธ์ จะก้าวขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 29 ด้วยตนเอง และอยู่ในตำแหน่งนี้ยาวนานถึง 8 ปี 363 วัน

 

ธิดา ถาวรเศรษฐ อดีตแกนนำ นปช.

ระหว่างร่วมกิจกรรม ‘รำลึกและสดุดีวีรชน 14 ปี เมษา-พฤษภา 2553’

ภาพ: ฐานิส สุดโต

 

THE STANDARD สนทนากับ ธิดา ถาวรเศรษฐ ในฐานะอดีตประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) และอดีตคนเสื้อแดง ถึงกรณีพรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคร่วมรัฐบาลเพื่อไทย ที่มี แพทองธาร ชินวัตร ลูกสาวนายใหญ่ทักษิณเป็นนายกรัฐมนตรี ว่า ส่วนตัว ณ เวลานี้ไม่ได้รู้สึกอะไรตั้งแต่พรรคเพื่อไทยได้ข้ามขั้วไปแล้ว ขณะเดียวกันพรรคประชาธิปัตย์ก็เกือบจะได้เข้าร่วมรัฐบาลตั้งแต่ 16 เสียงโหวตเห็นชอบ เศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกรัฐมนตรีแล้ว

 

พรรคประชาธิปัตย์เป็นหนึ่งในพรรคการเมืองที่อยู่ในขั้วรัฐบาลเดิม (รัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์) ดังนั้นบริบททางสังคมก็หมายความว่า “คุณเป็นพวกเดียวกันอยู่แล้ว” ดังนั้นการจับมือกับพรรคประชาธิปัตย์ในครั้งนี้ก็เพื่อให้รัฐบาลมีเสถียรภาพมากขึ้น และเพื่อป้องกันพรรคการเมืองอื่นออกเสียงได้เท่าที่ควรจะเป็น 

 

“ส่วนตัวอาจารย์ก็ไม่ได้รู้สึกแปลกใจ เรื่องใหญ่คือเขาตัดสินใจไปแล้ว ประชาธิปัตย์เป็นแค่ส่วนเล็กๆ เป็นส่วนย่อยที่เข้าไปเสริม”

 

ธิดากล่าวอีกว่า หากให้เธอพูดในฐานะอดีตประธาน นปช. และพูดความรู้สึกแทนคนเสื้อแดงก็รู้สึกว่าเหมือนถูกตอกย้ำ เพราะพรรคประชาธิปัตย์ถือเป็นตัวแทนของฝั่งอำมาตย์และขั้วอนุรักษนิยมในสมัยที่พรรคประชาธิปัตย์มีอำนาจ โดยเฉพาะเมื่อปี 2553 ที่ปราบปรามเข่นฆ่าประชาชน และการร่วมรัฐบาลในครั้งนี้ก็ถือว่าเป็นการตอกย้ำให้แผลของคนเสื้อแดงที่เคยมีอยู่ ‘ถูกกระทุ้ง’ ให้เจ็บปวดมากขึ้นอีกครั้ง 

 

ในส่วนของคนเสื้อแดงที่ยังสนับสนุนพรรคเพื่อไทย ธิดากล่าวว่า ไม่ใช่ว่าคนเหล่านั้น ‘ไม่เจ็บ’ กับสิ่งที่เกิดขึ้น แต่ยังมีความจงรักภักดีกับพรรคเพื่อไทย กล่าวคือถึงอย่างไรก็หยวนๆ ไม่อย่างนั้นก็จะไม่สามารถตั้งรัฐบาลได้ 

 

ขณะเดียวกันเวลานี้ความคิดของคนเสื้อแดงกระจายไปเป็นโหวตเตอร์ให้กับพรรคก้าวไกลและพรรคอนาคตใหม่ไปบ้างแล้ว แต่ส่วนที่ยังเหลืออยู่ คนที่ยังเลือกอยู่ ก็เพราะยังเชื่อว่าพรรคเพื่อไทยยังอยู่ในฟากฝั่งประชาธิปไตย ยังอยู่ในดินแดนเดียวกัน ส่วนตัวคิดว่าคนส่วนนี้น่าจะได้รับผลกระทบมากที่สุด 

 

ธิดาขยายความเพิ่มว่า เมื่อพรรคเพื่อไทยมีการข้ามขั้วเพื่อจัดตั้งรัฐบาล สำหรับตนเองมองว่า ณ เวลานี้พรรคเพื่อไทยไม่ได้อยู่ในฝั่งพรรคประชาธิปไตยอีกต่อไป และได้เข้าไปเป็นแกนนำของฝั่งจารีตนิยมแล้ว แต่ยังไม่ถือว่าเป็นศัตรู เนื่องจากเพิ่งก้าวข้ามไปได้ไม่นาน ยังเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ แต่สุดท้ายต้องรอดูว่าจะถูกกลุ่มอำมาตย์จัดการอย่างไร เนื่องจากฝั่งอำมาตย์ก็ยังไม่ได้ไว้ใจพรรคเพื่อไทยขนาดนั้น 

 

“ถ้าไม่มีพรรคก้าวไกล พรรคเพื่อไทยก็ไม่มีวันนี้ เขาไม่ได้ไว้ใจและยังต้องการให้พรรคเพื่อไทยอยู่ใต้อาณัติ เชื่อว่าคุณทักษิณจะต้องถูกดำเนินคดีอีกมาก เพราะฝั่งอนุรักษนิยมยังคงกลัวและเกลียด”

 

ถึงกระนั้นธิดาก็กล่าวว่า ยังถึงไม่เวลาที่จะต้องมองว่าพรรคเพื่อไทยเป็นศัตรู เพราะยังหวังความร่วมมือในเรื่องต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ การพิจารณาร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรม รวมถึงแก้กฎหมายต่างๆ หากทำได้สำเร็จก็อาจจะรักษาฐานเสียงของคนเสื้อแดงที่ยังรักทักษิณและยังพอที่จะลงคะแนนเสียงให้อยู่

 

ธิดายังมองสถานการณ์ภายในพรรคประชาธิปัตย์ด้วยว่า พรรคประชาธิปัตย์ได้ล่มสลายในฐานะแกนนำพรรคอนุรักษนิยมไปแล้ว ในเวลานี้จึงทำได้เพียงแค่พยายามที่จะเกาะติดไปกับพรรคแกนนำรัฐบาลเท่านั้น 

 

ธิดาประเมินสถานการณ์อนาคตของรัฐบาลของแพทองธารว่า ตนเองไม่สามารถตอบได้ว่าจะอยู่ครบเทอมหรือไม่หรือนานแค่ไหน แต่เท่าที่ตนเองทราบ ความเป็นเอกภาพและความเกลียดชังของฝั่งอนุรักษนิยมที่มีต่อพรรคเพื่อไทยนั้นยังมีสูงมาก 

 

ดังนั้นเสถียรภาพของรัฐบาลไม่ได้อยู่ที่เสียงในสภามีเพียงพอหรือไม่ แต่จะรัฐบาลจะถูกช่องโหว่ทางกฎหมายเล่นงาน 

 

แม้จะมีความเชื่อมั่นว่ามีบิ๊กดีล กล่าวคือฝั่งจารีตนิยมยังต้องการตัว แต่ก็ต้องอยู่ภายใต้การถูกควบคุม โดยที่ไม่สามารถทำอะไรตามใจได้ ดังนั้นเราจะเห็นนโยบายดิจิทัลวอลเล็ตก็ไม่ได้อนุญาตให้ถูกทำตามใจชอบ ไม่สามารถทำนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ ตามที่เคยโฆษณาไว้ได้ 

 

“ต้องอยู่ภายใต้กรอบที่อนุญาตให้ทำได้ อย่าเกินขอบเขตและอย่าเปิดช่องโหว่ โดยเฉพาะการพูดว่าไม่ใช่การครอบงำแต่เป็นครอบครองนั้น ครอบครองนั้นแย่กว่าครอบงำด้วยซ้ำ เรื่องดังกล่าวนี้ไม่ใช่เรื่องที่ควรโอ้อวด ที่จะต้องเที่ยวไปประกาศหรือต้องพูด” ธิดากล่าวทิ้งท้าย

The post ‘เมื่อศัตรูกลายเป็นมิตร’ 2 ทศวรรษความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างเพื่อไทยและประชาธิปัตย์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
รำลึก 13 ปี อาลัยวีรชนเหตุการณ์สลายการชุมนุมคนเสื้อแดง https://thestandard.co/mourning-for-the-red-shirt-protesters/ Mon, 10 Apr 2023 11:11:35 +0000 https://thestandard.co/?p=775164

วันนี้ (10 เมษายน) ในวาระครบรอบ 13 ปี เหตุการณ์สลายการช […]

The post รำลึก 13 ปี อาลัยวีรชนเหตุการณ์สลายการชุมนุมคนเสื้อแดง appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (10 เมษายน) ในวาระครบรอบ 13 ปี เหตุการณ์สลายการชุมนุมคนเสื้อแดง ที่บริเวณหน้าอนุสรณ์สถาน 14 ตุลา มีประชาชนสวมเสื้อสีแดงมาร่วมรำลึกต่อเหตุการณ์เป็นจำนวนมาก บริเวณด้านในอนุสรณ์สถานมีการตั้งโต๊ะประดับภาพผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์

 

โดยมีนักกิจกรรมทางการเมืองมาร่วมด้วย เช่น ธิดา ถาวรเศรษฐ, จาตุรนต์ ฉายแสง, ภูมิธรรม เวชยชัย, ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ, ชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล และ รังสิมันต์ โรม อดีต ส.ส. พรรคก้าวไกล มาร่วมงานด้วย

 

สำหรับเหตุการณ์เมื่อเดือนมีนาคม 2553 กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ได้ปักหลักชุมนุมกันที่บริเวณสะพานผ่านฟ้าลีลาศและแยกราชประสงค์ เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ประกาศยุบสภา 

 

สถานการณ์การชุมนุมเป็นไปอย่างตึงเครียดต่อเนื่อง กระทั่งวันที่ 10 เมษายน รัฐบาลได้ส่งกองกำลังทหารเข้าสลายการชุมนุมที่บริเวณสะพานผ่านฟ้าฯ โดยในเวลาประมาณ 13.00 น. เจ้าหน้าที่ได้ฉีดน้ำออกจากกองบัญชาการกองทัพภาคที่ 1 และพยายามปิดประตูพร้อมขึงรั้วลวดหนาม และมีรายงานการใช้แก๊สน้ำตายิงเพื่อสลายการชุมนุมด้วย

 

จากนั้นจนถึงเวลาประมาณ 21.00 น. มีการปะทะกันอย่างต่อเนื่องระหว่างผู้ชุมนุมและเจ้าหน้าที่ของรัฐในบริเวณจุดต่างๆ ใกล้กับที่ชุมนุม เช่น ถนนดินสอและแยกคอกวัว ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 26 ราย แบ่งเป็นเจ้าหน้าที่ทหาร 5 นาย และพลเรือน 21 ราย

 

ทั้งนี้ เหตุการณ์สลายการชุมนุมดังกล่าวเป็นความรุนแรงทางการเมืองครั้งที่เลวร้ายที่สุดของกรุงเทพฯ ในรอบ 18 ปี

 

The post รำลึก 13 ปี อาลัยวีรชนเหตุการณ์สลายการชุมนุมคนเสื้อแดง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทนายเผย ตะวันฝากหากต้องสูญเสีย ขอให้ช่วยสู้ต่อในสิ่งที่เรียกร้อง รอลุ้นผลประกันตัวกลุ่มทะลุแก๊ซ 8 รายเย็นนี้ https://thestandard.co/tawan-admonish-ideology/ Mon, 06 Feb 2023 08:44:01 +0000 https://thestandard.co/?p=746563 ทนายเผย ตะวันฝากหากต้องสูญเสีย

วันนี้ (6 กุมภาพันธ์) กฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความจากศูนย์ […]

The post ทนายเผย ตะวันฝากหากต้องสูญเสีย ขอให้ช่วยสู้ต่อในสิ่งที่เรียกร้อง รอลุ้นผลประกันตัวกลุ่มทะลุแก๊ซ 8 รายเย็นนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทนายเผย ตะวันฝากหากต้องสูญเสีย

วันนี้ (6 กุมภาพันธ์) กฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน กล่าวถึงอาการของ ตะวัน-ทานตะวัน ตัวตุลานนท์ และ แบม-อรวรรณ ภู่พงษ์ สองนักกิจกรรมที่ประท้วงกระบวนการยุติธรรมด้วยการอดอาหาร

 

โดยกฤษฎางค์ระบุว่า ทั้งสองคนมีอาการวิงเวียนศีรษะตลอดเวลา และขอนอนขณะปรึกษาเรื่องคดีความกัน ซึ่งทั้งสองคนยังคงปฏิเสธการรับยา น้ำเกลือ และวิตามินต่างๆ ตนคาดว่าคงเหลือเวลาอีกไม่มาก เมื่อตอนเช้าตนได้เข้าพบกับผู้บริหารศาลอาญาขอความกรุณาให้พิจารณาข้อเรียกร้องของทั้งสองคนที่ขอให้ดำเนินการปล่อยตัวกลุ่มทะลุแก๊ซ จำนวน 8 ราย

 

กฤษฎางค์กล่าวต่อไปว่า หลายคนที่ติดคุกเป็นนักศึกษา ติดอยู่ไม่ต่ำกว่า 3 เดือน คนที่สูงสุดติดอยู่กว่า 300 วันหรือ 9 เดือน โดยไม่ได้รับการประกันตัวหลังการยื่นขอประกันตัวมาแล้ว คนเหล่านี้โดนกล่าวหาในโทษของการมีระเบิดปิงปองและระเบิดประทัดยักษ์ ซึ่งพวกเขาได้ปฏิเสธข้อกล่าวหานั้นมาโดยตลอด ขณะนี้ไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าคดีดังกล่าวนั้นจะดำเนินการพิจารณาคดีเมื่อใด และไม่ทราบว่าพวกเขาจะต้องติดคุกไปอีกนานแค่ไหน 

 

กฤษฎางค์กล่าวด้วยว่า ตนอยากให้ทั้งทานตะวันและอรวรรณเข้ารับการรักษาตัว เพราะอาจจะเกิดการสูญเสีย ไม่ชีวิตก็อวัยวะสำคัญบางส่วน แต่ทานตะวันได้ตอบว่า เธอยังอยู่ไหว ถ้าไม่ไหวเธอจะหลับไปเลย ยืนยันที่จะรอว่าศาลอาญาจะให้ประกันตัวคนกลุ่มนี้หรือไม่ และจะไม่รับการช่วยเหลือใดๆ ซึ่งตามการคาดการณ์ของกฤษฎางค์ คาดว่าศาลอาญาจะมีคำสั่งในช่วงเย็นของวันนี้ 

 

“ทานตะวันยังบอกด้วยว่าสิ่งที่เธอเรียกร้อง หากเธอพ่ายแพ้หรือต้องสูญเสีย อยากให้ทุกคนต่อสู้ให้ได้สิ่งที่เธอเสนอได้หรือไม่ หากศาลให้การประกันตัวคนเหล่านั้นคงเป็นทางออกที่ดีสำหรับทุกฝ่าย” กฤษฎางค์กล่าว 

 

ทั้งนี้ กฤษฎางค์ยืนยันกับอธิบดีศาลอาญาว่าการกระทำของทั้งสองคนนั้นไม่ได้เป็นการกดดันศาล แต่ทรมานตัวเองเพื่อเรียกร้องให้สังคม ศาล อัยการ และตำรวจ เห็นว่าข้อเรียกร้องของทั้งสองคนนั้นเป็นเรื่องที่จริงจัง ไม่ได้ยื่นจดหมายเพียงฉบับเดียวแล้วจบ แต่ทั้งสองคนเอาชีวิตเป็นเดิมพัน หากข้อเรียกร้องของทั้งสองคนได้รับการอนุญาตในการปล่อยตัวกลุ่มทะลุแก๊ซชั่วคราว ทั้งสองคนก็จะปฏิบัติตามที่รับปากกับศาลและสังคมไว้ 

 

โดยกฤษฎางค์ได้อ้างคำกล่าวของทานตะวันว่า

 

“นี่ไม่ใช่ชัยชนะเหนือศาลหรือเป็นการบีบบังคับศาล อยากให้ผู้พิพากษาเข้าใจตรงนี้ แต่เป็นเรื่องของการที่อยากให้สังคมเปลี่ยนแปลงไป มีหลักเกณฑ์ มีกติกาที่คุ้มครองสิทธิของทุกคน” 

 

กฤษฎางค์ยังได้กล่าวถึงความรู้สึกของครอบครัวทั้งสองคนไว้ด้วยว่า ตนเข้าใจความรู้สึกของคนเป็นพ่อแม่ เรื่องเหล่านี้ไม่ใช่บทละครที่เรียกร้องให้คนเห็นใจ พ่อแม่คงไม่ต้องการให้ลูกอยู่ในสภาพเช่นนี้ 

 

ด้าน ธิดา ถาวรเศรษฐ อดีตแกนนำคนเสื้อแดง ได้เดินทางมาเยี่ยมอาการของทานตะวันและอรวรรณที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ โดยเธอเห็นว่าสถานการณ์ตอนนี้เข้าขั้นวิกฤตแล้ว จึงมาให้กำลังใจในฐานะนักต่อสู้ที่ผ่านการต่อสู้มา 50 ปี 

 

ธิดากล่าวต่อไปว่า เธอรู้สึกรักและเป็นห่วงลูกหลาน จึงอยากให้พวกเขาได้ต่อสู้ต่อไปข้างหน้า อย่างไรก็ตาม เธออยากขอชีวิตของทั้งสองคนไว้ไม่ได้เพื่อตัวเขา หรือครอบครัว แต่เพื่อประชาชนคนไทยทั้งปัจจุบันและอนาคต เพราะคุณสมบัติของทั้งสองคนคือคุณสมบัติของผู้นำที่ยิ่งใหญ่ในการต่อสู้ต่อไป 

 

พร้อมทั้งได้ฝากจดหมายให้กำลังใจเยาวชนทั้งสองผ่านไปทางทนายความ โดยที่ใจความสำคัญของจดหมายคือ เธอรักและเป็นห่วงทั้งสองคนอย่างมาก นับถือวีรกรรมที่ยิ่งใหญ่ เธอเข้าใจกับการต่อสู้ของทั้งสองคน เธอขอเป็นตัวแทนคนเสื้อแดงและผู้รักประชาธิปไตย ให้ทั้งสองคนมีชีวิตต่อไปเพื่อเป็นกำลังสำคัญของการต่อสู้เพื่อประชาชน

The post ทนายเผย ตะวันฝากหากต้องสูญเสีย ขอให้ช่วยสู้ต่อในสิ่งที่เรียกร้อง รอลุ้นผลประกันตัวกลุ่มทะลุแก๊ซ 8 รายเย็นนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
นัดอ่านฎีกาครั้งที่ 6 คดีปฏิบัติหน้าที่มิชอบ อดีตอธิบดี DSI กับพวกแจ้งข้อหาฆ่าคนตาย อภิสิทธิ์-สุเทพสลายม็อบ นปช. ปี 53 แต่ไร้แวว ‘ธาริต’ มาศาล https://thestandard.co/former-dsi-with-abhisit-suthep-case/ Fri, 09 Dec 2022 05:04:47 +0000 https://thestandard.co/?p=721773

วันนี้ (9 ธันวาคม) ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดอ่านค […]

The post นัดอ่านฎีกาครั้งที่ 6 คดีปฏิบัติหน้าที่มิชอบ อดีตอธิบดี DSI กับพวกแจ้งข้อหาฆ่าคนตาย อภิสิทธิ์-สุเทพสลายม็อบ นปช. ปี 53 แต่ไร้แวว ‘ธาริต’ มาศาล appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (9 ธันวาคม) ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดอ่านคำพิพากษา ศาลฎีกา ครั้งที่ 6 คดีปฏิบัติหน้าที่มิชอบ หมายเลขดำ อ.310/2556 ที่ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี และ สุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และอดีตผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ผอ.ศอฉ.) ร่วมกันเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง ธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI), พ.ต.ท. วรรณพงษ์ คชรักษ์ อดีตหัวหน้าชุดสอบสวน คดีการเสียชีวิตของประชาชนและเจ้าหน้าที่รัฐจากเหตุรุนแรงทางการเมือง ปี 2553, พ.ต.ต. ยุทธนา แพรดำ และ ร.ต.อ. ปิยะ รักสกุล ในฐานะพนักงานสอบสวน ร่วมกันเป็นจำเลยที่ 1-4 ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานร่วมกันปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริต และเป็นเจ้าพนักงานสอบสวนกระทำการ โดยมีเจตนากลั่นแกล้งให้ผู้อื่นได้รับโทษอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157, 200 วรรคสอง 

 

จากกรณีเมื่อระหว่างเดือนกรกฎาคม 2554 – 13 ธันวาคม 2555 จำเลยทั้งสี่ ในฐานะพนักงานสอบสวน DSI ได้ตั้งข้อหากับโจทก์ทั้งสอง สั่งฆ่าประชาชน และอื่นๆ ซึ่งเป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริง และเจตนากลั่นแกล้งโจทก์ให้ต้องรับโทษทางอาญา จากการที่ ศอฉ. ออกคำสั่งให้ใช้กำลังเจ้าหน้าที่กระชับพื้นที่การชุมนุมกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เมื่อปี 2553 ที่ชุมนุมขับไล่ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ให้ออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี โดยจำเลยทั้งสี่ให้การปฏิเสธ ต่อสู้คดี 

 

สำหรับคดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องจำเลยทั้งสี่ โจทก์ทั้งสองยื่นอุทธรณ์ ต่อมาศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ เห็นว่าจำเลยทั้งสี่กระทำผิดตามฟ้อง ให้ลงโทษจำคุกจำเลยทั้งสี่คนละ 3 ปี ลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุกจำเลยคนละ 2 ปี โดยไม่รอลงอาญา จำเลยทั้งสี่ยื่นฎีกา และยื่นคำร้องอ้างว่ามีพยานหลักฐานใหม่ในคดี ขอให้ศาลฎีกาพิจารณาและมีคำพิพากษาใหม่ โดยก่อนหน้านี้ศาลเลื่อนฟังคำพิพากษาศาลฎีกามาหลายครั้ง เนื่องจากธาริตขอเลื่อนโดยอ้างเหตุป่วย

 

นอกจากนี้ในครั้งที่แล้ว พะเยาว์ อัคฮาด แม่ของ กมนเกด อัคฮาด พยาบาลอาสาที่เสียชีวิตที่วัดปทุมวนาราม ได้ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความฝ่ายที่สามในฐานะผู้เสียหายในคดีด้วย ซึ่งก็มีรายงานว่าหลังจากนั้นมีญาติผู้เสียชีวิตหลายรายได้ยื่นคำร้องสอดเข้ามาอีกเช่นกัน

 

โดยในช่วงเช้าวันนี้มีเพียงจำเลยที่ 2-4 เดินทางมาร่วมฟังคำพิพากษา เดินเลี่ยงสื่อมวลชนเดินขึ้นไปยังห้องพิจารณาคดี น.พ.เหวง โตจิราการ และ ธิดา ถาวรเศรษฐ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) มาให้กำลังใจและติดตามสถานการณ์ รวมทั้ง สวัสดิ์ เจริญผล ทนายความของฝ่ายโจทก์ ยังไม่พบว่าธาริตเดินทางมายังศาลแต่อย่างใด

 

ด้านสวัสดิ์กล่าวว่า วันนี้ครบ 1 ปีที่เลื่อนฟังคำพิพากษาแล้ว ไม่ทราบว่าวันนี้ธาริตจะมาฟังคำพิพากษาหรือไม่ และยังต้องรอศาลอาญาพิจารณาว่าศาลฎีกาจะพิจารณาให้ญาติผู้ตายยื่นสำนวนเพิ่มได้หรือไม่ ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล

 

The post นัดอ่านฎีกาครั้งที่ 6 คดีปฏิบัติหน้าที่มิชอบ อดีตอธิบดี DSI กับพวกแจ้งข้อหาฆ่าคนตาย อภิสิทธิ์-สุเทพสลายม็อบ นปช. ปี 53 แต่ไร้แวว ‘ธาริต’ มาศาล appeared first on THE STANDARD.

]]>
จตุพรออกคุกแล้ว พร้อมเดินหน้าต่อ จัดงานเลี้ยงต้อนรับคึกคัก https://thestandard.co/jatuporn-prompan-released-from-prison/ https://thestandard.co/jatuporn-prompan-released-from-prison/#respond Sat, 04 Aug 2018 08:21:28 +0000 https://thestandard.co/?p=111787

เช้าวันนี้ (4 ส.ค.) เวลา 06.45 น. เรือนจำพิเศษกรุงเทพมห […]

The post จตุพรออกคุกแล้ว พร้อมเดินหน้าต่อ จัดงานเลี้ยงต้อนรับคึกคัก appeared first on THE STANDARD.

]]>

เช้าวันนี้ (4 ส.ค.) เวลา 06.45 น. เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ปล่อยตัว จตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หลังพ้นโทษจำคุกเป็นเวลา 1 ปี 15 วัน ในคดีหมิ่นประมาท อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี โดยมีภรรยาและแกนนำ นปช. พร้อมด้วยมวลชนมารอต้อนรับ

 

 

จตุพรให้สัมภาษณ์ขอขอบคุณกลุ่ม นปช. รวมถึงนักโทษการเมือง เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในระยะเวลา 1 ปี 15 วันที่ผ่านมา หลังออกจากเรือนจำจะมีการปรึกษาหารือเพื่อหาทางออกให้ประเทศชาติบ้านเมืองต่อไป

 

จากนั้นจตุพรก็เดินทางกลับถึงบ้านพักย่านวัชรพล โดยมีมวลชนรอให้การต้อนรับ พร้อมจัดเลี้ยงอาหารและเครื่องดื่มเอาไว้ด้วย นอกจากนี้ยังมีแกนนำ นปช. มากันคับคั่ง ทั้ง ก่อแก้ว พิกุลทอง, ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ, วรชัย เหมะ, ธิดา ถาวรเศรษฐ และ วีระกานต์ มุสิกพงศ์ ด้วย

The post จตุพรออกคุกแล้ว พร้อมเดินหน้าต่อ จัดงานเลี้ยงต้อนรับคึกคัก appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/jatuporn-prompan-released-from-prison/feed/ 0
15 แกนนำ นปช. กังขา ถูกอัยการฟ้องซ้ำชุมนุมปี 52 จี้เอาผิดแกนนำ กปปส. ยุยงล้มเลือกตั้ง https://thestandard.co/udd-15-leaders-and-pdrc-political-gatherings-case/ https://thestandard.co/udd-15-leaders-and-pdrc-political-gatherings-case/#respond Mon, 26 Mar 2018 09:32:45 +0000 https://thestandard.co/?p=79837

เช้าวันนี้ที่ศาลอาญา นายแพทย์เหวง โตจิราการ, นางธิดา ถา […]

The post 15 แกนนำ นปช. กังขา ถูกอัยการฟ้องซ้ำชุมนุมปี 52 จี้เอาผิดแกนนำ กปปส. ยุยงล้มเลือกตั้ง appeared first on THE STANDARD.

]]>

เช้าวันนี้ที่ศาลอาญา นายแพทย์เหวง โตจิราการ, นางธิดา ถาวรเศรษฐ, นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ และแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) จำนวน 15 คน เดินทางมาที่ศาลตามที่พนักงานอัยการนัดเพื่อส่งฟ้องต่อศาลคดีการชุมนุมปี 2552 ที่บริเวณสะพานชมัยมรุเชฐ หน้าทำเนียบรัฐบาล ในข้อหาร่วมกันยุยงส่งเสริมก่อให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง

 

โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นเหตุการณ์ต่อเนื่องเดียวกันกับการชุมนุมที่แกนนำ นปช. ได้นำมวลชนกลุ่มคนเสื้อแดงบุกล้มการประชุมอาเซียนที่โรงแรมรอยัล คลิฟ บีช เมืองพัทยา ในปี 2552 ซึ่งได้มีการส่งฟ้องต่อศาลไปแล้ว และอยู่ระหว่างกระบวนการพิจารณา

 

 

นายแพทย์เหวงมองว่าการชุมนุมที่เกิดขึ้นในปี 2552 เป็นกรณีเดียวกัน แต่มีเหตุการณ์ย่อยเกิดขึ้นหลายจุด ดังนั้นหากจะมีการดำเนินคดีก็ควรรวมเป็นสำนวนคดีเดียวกัน ควรจะฟ้องในจุดที่เป็นศูนย์กลางใหญ่ จึงตั้งขอสังเกตว่าเหตุใดจึงได้มีการนำคดีนี้ขึ้นมาดำเนินการอีกครั้ง ทั้งที่เหตุการณ์ผ่านไปนานแล้วถึง 9 ปี ซึ่งการที่อัยการปัดฝุ่นนำคดีนี้ขึ้นมาส่งฟ้องในครั้งนี้ สงสัยว่าเป็นความตั้งใจของ คสช. หรือไม่

 

 

ด้านนายณัฐวุฒิให้สัมภาษณ์ก่อนยื่นขอประกันตัวต่อศาลอาญาภายหลังอัยการส่งฟ้องในคดีชุมนุมปี 2552 ว่าไม่มีข้อกังวลใดๆ เพราะมั่นใจในความบริสุทธิ์และพยานหลักฐาน แต่สงสัยว่าการส่งฟ้องครั้งนี้ถือเป็นการฟ้องซ้ำกับคดีชุมนุมที่พัทยาหรือไม่ ซึ่งก่อนหน้านี้ นปช. ได้ยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมแล้ว และอยู่ในกระบวนการพิจารณาของอัยการ แต่ในที่สุดกลุ่ม นปช. ก็ถูกฟ้อง ทั้งนี้เห็นว่ากระบวนการยุติธรรมจะต้องเป็นบรรทัดฐานเดียวกัน ถ้าจะเทียบเคียงกับคดีการชุมนุมของกลุ่ม กปปส. ที่มีการดำเนินคดีกับกลุ่ม กปปส. พัทลุง ที่ขัดขวางการจัดการเลือกตั้งในเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2556 ดังนั้นจะต้องดำเนินคดีกับแกนนำที่ขึ้นเวทีกลางใน กทม. ที่ยุยงปลุกปั่นกลุ่มผู้ชุมนุมที่พัทลุงด้วยหรือไม่

 

นายณัฐวุฒิยังกล่าวถึงกรณีการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนอยากเลือกตั้งว่า เห็นว่ากลุ่มผู้ชุมนุมสามารถดูแลกันได้ดี และฝ่ายความมั่นคงก็ปฏิบัติหน้าที่ที่ไม่มีความรุนแรงหรือกระทบกระทั่งได้ เพียงแต่ผู้มีอำนาจควรที่จะเปิดใจให้ผู้เห็นต่างได้แสดงออกบ้าง ซึ่งต้องยอมรับว่ากำหนดการเลือกตั้งเคลื่อนออกไป ทำให้กลุ่มคนอยากเลือกตั้งจึงอยากถามถึงความชัดเจน มองว่าการเคลื่อนไหวจะไม่นำไปสู่สถานการณ์ที่ลุกลามบานปลายอย่างที่ผู้มีอำนาจกังวล

 

 

ส่วน นปช. จะร่วมชุมนุมกับกลุ่มคนอยากเลือกตั้งที่จะปักหลักชุมนุมในเดือนพฤษภาคมหรือไม่นั้น กลุ่ม นปช. ยังไม่มีการหารือกันในเรื่องนี้ พร้อมยืนยันว่า เงื่อนไขที่จะนำไปสู่เหตุการณ์ความรุนแรงไม่ได้อยู่ที่กลุ่มคนอยากเลือกตั้ง แต่อยู่ที่กลุ่มคนไม่อยากเลือกตั้ง ซึ่งไม่ทราบว่ามีจำนวนเท่าใด และแฝงตัวอยู่ในกลุ่มผู้มีอำนาจด้วยหรือไม่ เพราะหากมีจำนวนมาก สถานการณ์ก็น่าเป็นห่วง

 

 

นายณัฐวุฒิกล่าวถึงการยืนยันการเป็นพรรคเพื่อไทยของกลุ่ม นปช. ด้วยว่ายังไม่ได้หารือกัน รอให้ถึงวันที่ 1 เมษายนนี้ ซึ่งเป็นวันที่ คสช. อนุญาตให้พรรคการเมืองเดิมทำกิจกรรมได้เสียก่อน แต่สมาชิก นปช. ทุกคนมีสิทธิ์ทางการเมืองที่จะไปร่วมกิจกรรมกับพรรคการเมืองใดก็ได้ ตราบใดที่อุดมการณ์ทางการเมืองตรงกัน คือไม่สนับสนุนนายกรัฐมนตรีคนนอก และไม่สนับสนุนรัฐประหาร

 

The post 15 แกนนำ นปช. กังขา ถูกอัยการฟ้องซ้ำชุมนุมปี 52 จี้เอาผิดแกนนำ กปปส. ยุยงล้มเลือกตั้ง appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/udd-15-leaders-and-pdrc-political-gatherings-case/feed/ 0