ธันย์นิชา เอกสุวรรณวัฒน์ Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/ธันย์นิชา-เอกสุวรรณวัฒน/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Wed, 11 Mar 2026 06:17:12 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 ศาลพิพากษายกฟ้องแอม ไซยาไนด์ คดีวางยาฆ่าเหยื่อรายที่ 3 ชี้หลักฐานครอบครองสารพิษไม่ชัดเจน แต่สั่งขังระหว่างอุทธรณ์ https://thestandard.co/am-cyanide-acquitted-appeal-detention/ Wed, 11 Mar 2026 06:14:51 +0000 https://thestandard.co/?p=1186462 แอม ไซยาไนด์ สรารัตน์ รังสิวุฒาภรณ์ ขณะถูกควบคุมตัวในศาล

วันนี้ (11 มีนาคม) ที่ ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลได้นัดฟ […]

The post ศาลพิพากษายกฟ้องแอม ไซยาไนด์ คดีวางยาฆ่าเหยื่อรายที่ 3 ชี้หลักฐานครอบครองสารพิษไม่ชัดเจน แต่สั่งขังระหว่างอุทธรณ์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
แอม ไซยาไนด์ สรารัตน์ รังสิวุฒาภรณ์ ขณะถูกควบคุมตัวในศาล

วันนี้ (11 มีนาคม) ที่ ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลได้นัดฟังคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ อ.274/2568 ซึ่งพนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 8 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง สรารัตน์ รังสิวุฒาภรณ์ หรือ แอม ไซยาไนด์ เป็นจำเลย ในความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อน จากกรณีการเสียชีวิตของ นิตยา แก้วบุปผา อายุ 36 ปี เมื่อช่วงวันที่ 22-23 สิงหาคม 2563 ซึ่งถูกกล่าวหาว่าจำเลยได้ผสมสารไซยาไนด์ลงในเครื่องดื่มให้ผู้ตายดื่มจนถึงแก่ความตาย โดยมีมูลเหตุจูงใจเพื่อประสงค์ต่อทรัพย์สิน

 

จากการรับฟังข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน ศาลได้พิเคราะห์ประเด็นสำคัญต่างๆ ดังนี้:

 

  • การพบเห็นจำเลยและสาเหตุการเสียชีวิต: แม้จำเลยจะปฏิเสธว่าไม่เคยไปหาผู้ตายที่ไซต์งานก่อสร้างใน จ.นครปฐม แต่พยานยืนยันว่าพบเห็นจำเลยจริง นอกจากนี้ ในส่วนของผลการชันสูตร แม้แพทย์นิติเวชในขณะนั้นไม่ได้ตรวจหาสารไซยาไนด์เนื่องจากไม่มีข้อสงสัย แต่เมื่อแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านพิษวิทยาจาก รพ.ศิริราช ตรวจสอบภาพถ่ายและผลการชันสูตรในภายหลัง พบว่าอาการสอดคล้องกับการรับสารไซยาไนด์ ศาลจึงเชื่อได้ว่าผู้ตายเสียชีวิตจากการได้รับสารไซยาไนด์จริง
  • มูลเหตุจูงใจด้านทรัพย์สิน: โจทก์อ้างว่าจำเลยฆ่าเพื่อประสงค์ต่อทรัพย์ แต่พยานหลักฐานชี้ว่า ผู้ตายได้นำรถยนต์ 2 คันไปจำนำไว้กับจำเลยในราคา 150,000 บาท และภายหลังการเสียชีวิต จำเลยได้ติดต่อให้สามีของผู้ตายมาไถ่ถอนรถคืน พฤติการณ์นี้จึงทำให้เกิดความสงสัยตามสมควรว่าจำเลยมีเจตนาฆ่าเพื่อชิงทรัพย์ตามที่โจทก์กล่าวอ้างหรือไม่
  • พยานหลักฐานการครอบครองสารพิษ: ประเด็นสำคัญที่ส่งผลต่อรูปคดีคือ ข้อมูลการสั่งซื้อสารไซยาไนด์ของจำเลย ปรากฏหลักฐานการซื้อในวันที่ 9 สิงหาคม 2565 ซึ่งเกิดขึ้นภายหลังเหตุการณ์ในคดีนี้ (ปี 2563) โจทก์ไม่สามารถนำสืบให้เห็นได้อย่างชัดเจนว่า ในช่วงเวลาเกิดเหตุ จำเลยมีสารไซยาไนด์ไว้ในครอบครองและนำมาใช้อย่างไร ทั้งนี้ ศาลไม่อาจนำคำพิพากษาในคดีอื่นมาเป็นผลร้ายต่อจำเลยในคดีนี้ได้ จึงต้องพิจารณาไปตามพยานหลักฐานเป็นรายคดีไป

 

จากพยานหลักฐานที่ยังมีความสงสัยตามสมควร ศาลจึงพิพากษา ยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลย โดยให้ยกฟ้องโจทก์และยกคำร้องเรียกค่าสินไหมทดแทนของผู้ร้องทั้ง 3 ราย อย่างไรก็ตาม ศาลมีคำสั่งให้ขังจำเลยไว้ในระหว่างกระบวนการอุทธรณ์

 

ด้าน ธันย์นิชา เอกสุวรรณวัฒน์ ทนายความของ สรารัตน์ เปิดเผยภายหลังรับฟังคำพิพากษาว่า คดีนี้ศาลเห็นว่าหลักฐานของโจทก์ไม่เพียงพอที่จะพิสูจน์การครอบครองไซยาไนด์ในปี 2563 และพฤติการณ์การรับจำนำรถก็เป็นการทำธุรกรรมตามปกติ ไม่เข้าข่ายการชิงทรัพย์ สำหรับแนวทางการต่อสู้ในคดีอื่นๆ นั้น จะแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก คือ คดีที่เกิดก่อนและหลังวันที่ 9 สิงหาคม 2565 (วันที่พบหลักฐานการสั่งซื้อไซยาไนด์) ซึ่งผลของคดีจะขึ้นอยู่กับความแน่นหนาของพยานหลักฐานในแต่ละสำนวน

 

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ก่อนหน้านี้ศาลอาญาได้มีคำพิพากษาในคดีที่เกี่ยวข้องกับ แอม ไซยาไนด์ ไปแล้วจำนวน 2 คดี ได้แก่ คดีฆาตกรรม ศิริพร ขันวงษ์ (ก้อย) ซึ่งศาลพิพากษาลงโทษประหารชีวิต และคดีฆาตกรรม พ.ต.ต.หญิง นิภา แสนจันทร์ (สารวัตรปู) ซึ่งศาลพิพากษาลงโทษจำคุกตลอดชีวิต ทั้งนี้ คดีของแอม ไซยาไนด์ มีการส่งฟ้องดำเนินคดีรวมทั้งสิ้น 15 คดี แบ่งเป็นคดีฆาตกรรม 14 คดี และพยายามฆ่าอีก 1 คดี

The post ศาลพิพากษายกฟ้องแอม ไซยาไนด์ คดีวางยาฆ่าเหยื่อรายที่ 3 ชี้หลักฐานครอบครองสารพิษไม่ชัดเจน แต่สั่งขังระหว่างอุทธรณ์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศาลนัดสืบพยานนัดแรก คดี ‘แอม ไซยาไนด์’ ทนายพัชเตรียม พล.ต.อ. สุรเชษฐ์-กรรชัย เบิกความ ฝั่งทนายเดชาเตรียมพยาน 89 ปาก https://thestandard.co/am-cyanide-case-first-hearing/ Thu, 04 Jul 2024 08:05:25 +0000 https://thestandard.co/?p=953947 เคส แอม ไซยาไนด์

วันนี้ (4 กรกฎาคม) ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดสืบพย […]

The post ศาลนัดสืบพยานนัดแรก คดี ‘แอม ไซยาไนด์’ ทนายพัชเตรียม พล.ต.อ. สุรเชษฐ์-กรรชัย เบิกความ ฝั่งทนายเดชาเตรียมพยาน 89 ปาก appeared first on THE STANDARD.

]]>
เคส แอม ไซยาไนด์

วันนี้ (4 กรกฎาคม) ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดสืบพยานโจทก์ในคดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 5 ได้เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง สรารัตน์ รังสิวุฒาภรณ์ หรือ แอม โดย พ.ต.ท. วิฑูรย์ รังสิวุฒาภรณ์ สามี และ ธันย์นิชา เอกสุวรรณวัฒน์ หรือ ทนายพัช ร่วมกันเป็นจำเลยที่ 1-3

 

ในความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน เพื่อตระเตรียมการหรือเพื่อสะดวกในการที่จะกระทำความผิดอย่างอื่น, ชิงทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย, ปลอมปนอาหาร ยาหรือเครื่องอุปโภคอื่นใด เพื่อบุคคลอื่นเสพหรือใช้ และการปลอมปนนั้นเป็นเหตุให้บุคคลอื่นถึงแก่ความตาย, ทำให้เสียหาย ทำลาย ซ่อนเร้น เอาไปเสีย หรือทำให้สูญหายหรือไร้ประโยชน์ ซึ่งพยานหลักฐานในการกระทำความผิด เพื่อจะช่วยผู้อื่นมิให้ต้องรับโทษหรือให้รับโทษน้อยลง, เป็นผู้ใช้ให้ผู้อื่นทำให้เสียหาย ทำลาย ซ่อนเร้น เอาไปเสีย หรือทำให้สูญหายหรือไร้ประโยชน์ ซึ่งพยานหลักฐานในการกระทำความผิด ในคดีการเสียชีวิตของ ศิริพร ขันวงษ์ หรือ ก้อย 

 

โดยในวันนี้ เดชา กิตติวิทยานันท์ ทนายความฝ่ายผู้เสียหาย ได้เดินทางมาที่ศาลพร้อมกับแม่ของก้อยและ รพี ชำนาญเรือ ผู้ประสานงานเหยื่อคดีแอม ไซยาไนด์ 

 

เดชาเปิดเผยว่า วันนี้เป็นการสืบพยานโจทก์นัดแรก ซึ่งมีแม่ของก้อยเป็นพยานปากแรกของฝั่งตน โดยรวมฝั่งโจทก์เบิกพยานบุคคลจำนวน 89 ปาก มีทั้งนักวิชาการ ตำรวจ เจ้าหน้าที่รัฐและเอกชน รวมทั้งวัตถุพยานต่างๆ ซึ่งศาลนัดสืบพยานฝั่งโจทก์จำนวน 20 นัด 

 

ส่วนตัวมั่นใจการทำงานของตำรวจที่นำโดย พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่ดูแลคดีในขณะนั้น และพนักงานอัยการ รวมถึงพยานหลักฐานต่างๆ ในสำนวนที่มีจำนวนหลายแฟ้ม ก็เชื่อมั่นว่าจำเลยไม่น่ารอด เพราะพยานหลักฐานค่อนข้างมัดแน่น เริ่มตั้งแต่ประเด็นการสั่งซื้อสารไซยาไนด์และนำสารไซยาไนด์ไปใช้ รวมทั้งพบสารไซยาไนด์ในรถของแอมและศพก้อย รวมถึงขวดสารไซยาไนด์ พยานแวดล้อมต่างๆ ที่ยืนยันสอดคล้องตรงกัน และคลิปวงจรปิดที่แน่นหนาพอสมควรในการเอาผิดจำเลย 

 

ส่วนที่ทนายพัชได้ยื่นเรื่องตาม พ.ร.บ.อุ้มหาย ต่อพนักงานอัยการ จะมีผลต่อคดีหรือไม่ ทนายเดชาระบุว่า พ.ร.บ.อุ้มหาย กับคดีนี้ไม่เกี่ยวข้องกัน เท่าที่ตนจำได้ตอนที่ยังไม่ส่งฟ้อง ทนายพัชเคยยื่นคำร้องดังกล่าวแก่ศาลแล้ว แต่ศาลยกคำร้องและให้ไปว่ากล่าวกันต่างหาก ดังนั้น ประเด็นตาม พ.ร.บ.อุ้มหาย ไม่เกี่ยวข้องกับคดีนี้ ซึ่งคดีนี้มีประเด็นเดียวคือ แอมวางยาพิษก้อยและชิงทรัพย์หรือไม่ ส่วนจำเลยที่ 2 ที่เป็นตำรวจและสามีของแอมนั้น จะมีส่วนในการทำลายพยานหลักฐานเพื่อช่วยแอมหรือไม่ ส่วนจำเลยที่ 3 ก็คือทนายพัช มีประเด็นว่า ได้เป็นคนใช้ให้จำเลยที่ 2 หรือสามีของแอมทำลายหลักฐานหรือไม่ เนื่องจากมีแชตการสนทนาที่ระบุว่า ถ้าไม่มีพยานหลักฐาน คดีหลุด ศาลยกฟ้องได้ สำหรับประเด็นที่ทนายพัชต่อสู้ว่า ตำรวจจับกุมแอมโดยมิชอบด้วยกฎหมายนั้น ไม่น่าจะมีผลต่อรูปคดี เนื่องจากในนัดตรวจพยานก่อนหน้านี้ แอมยอมรับสารภาพว่า ตำรวจได้ดำเนินการจับกุมโดยชอบ และมีหนึ่งในจำนวนพยานบุคคลที่ยอมรับในประเด็นนี้ 

 

ต่อมาทนายพัชเปิดเผยว่า ตนมีความพร้อมในคดีนี้มานานแล้ว ซึ่งระยะเวลาที่ศาลนัดพิจารณาคดีนั้นอาจช้าไป เลยอาจไม่ทันใจหลายๆ คน ซึ่งยืนยันว่าวันนี้ตนเตรียมพร้อมทางคดีอย่างเต็มที่ โดยดูได้จากทีมทนายความที่มาพร้อมกับตน ซึ่งฝั่งตนได้เบิกพยานบุคคลประมาณ 10 กว่าปาก ในจำนวนนี้ได้เชิญพยานบุคคลที่มีชื่อเสียงมาให้การในชั้นศาลด้วย เช่น พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ หักพาล และ กรรชัย กำเนิดพลอย ซึ่งคาดว่าน่าจะใช้เวลาสืบพยานถึงช่วงเดือนกันยายน

 

ส่วนเรื่องผลทางคดีนั้น ตนขอให้ศาลเป็นผู้ตัดสิน พวกตนและทีมทนายความมีหน้าที่เพียงนำเสนอข้อเท็จจริงอีกมุมมองหนึ่งที่โจทก์ไม่ได้นำเสนอให้ศาลเห็น ซึ่งจะมีประเด็นอะไรบ้าง ตนขอสงวนไว้เพื่อเป็นข้อต่อสู้ในชั้นศาล แต่อาจเป็นเรื่องของกล้องวงจรปิดหรือความสัมพันธ์ต่างๆ 

 

สำหรับประเด็นที่ถูกกล่าวหาว่า ทนายพัชมีส่วนร่วมให้ฝั่งจำเลยทำลายพยานหลักฐานนั้น ทนายพัชยืนยันว่า ตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง และบอกอีกว่า หน้าที่ของทนายความนั้นอยู่ภายใต้ข้อจำกัดตามกรอบของกฎหมาย แต่ตนมองว่า ก็มีอะไรบางอย่างอยู่ในกระบวนการที่ทำให้แอมรับสารภาพเช่นเดียวกัน

The post ศาลนัดสืบพยานนัดแรก คดี ‘แอม ไซยาไนด์’ ทนายพัชเตรียม พล.ต.อ. สุรเชษฐ์-กรรชัย เบิกความ ฝั่งทนายเดชาเตรียมพยาน 89 ปาก appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทนายความ แอม ไซยาไนด์ ยื่นร้องเอาผิด พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ กับพวก ผิด พ.ร.บ.อุ้มหายฯ กรณีคุมตัวไว้สโมสรตำรวจ-เข้าไปกดดันในคุก https://thestandard.co/am-saiyanide-sues-surachet-illegal-detention/ Fri, 26 Apr 2024 10:15:51 +0000 https://thestandard.co/?p=927170

วันนี้ (26 เมษายน) ที่สำนักงานการสอบสวน สำนักงานอัยการส […]

The post ทนายความ แอม ไซยาไนด์ ยื่นร้องเอาผิด พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ กับพวก ผิด พ.ร.บ.อุ้มหายฯ กรณีคุมตัวไว้สโมสรตำรวจ-เข้าไปกดดันในคุก appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (26 เมษายน) ที่สำนักงานการสอบสวน สำนักงานอัยการสูงสุด ธันย์นิชา เอกสุวรรณวัฒน์ ทนายความของ สรารัตน์ รังสิวุฒาภรณ์ หรือ แอม ผู้ต้องหาในคดีวางยาไซยาไนด์ เดินทางมายื่นหนังสือต่อ วัชรินทร์ ภาณุรัตน์ รองอธิบดีอัยการสำนักงานการสอบสวน และ ปรัชญา ทัพทอง อัยการพิเศษฝ่ายการสอบสวน 5 ให้ตรวจสอบดำเนินคดี พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) พร้อมชุดจับกุมสรารัตน์ ในกรณีได้กระทำผิดตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 เมื่อครั้งเข้าดำเนินการจับกุมสรารัตน์หรือไม่

 

ธันย์นิชากล่าวว่า วันนี้เดินทางมาร้องเรียน พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ และชุดจับกุม ให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทรมานฯ ได้พิจารณา โดยทำมา 7 ประเด็น ซึ่งอาจมีคนเข้าข่ายกระทำผิดหลายร้อยคน แต่มุ่งให้ตรวจสอบชุดจับกุมก่อน เนื่องจากกฎหมายเขียนไว้ว่าเวลาจับกุมต้องจะต้องมีการบันทึกวิดีโอ บันทึกภาพในลักษณะที่ต่อเนื่องจนกว่าจะถึงพนักงานสอบสวน แต่วันดังกล่าวจะเห็นได้ว่ามีการพาตัวผู้ต้องหาไปที่สโมสรตำรวจ ไม่ได้พาไปที่กองบังคับการกองปราบปรามเลย  

 

ที่น่าสังเกตคือจับกุมตัวกี่โมง กว่าจะนำไปถึงกี่โมง และกว่าจะได้ส่งตัวให้กับพนักงานสอบสวนเวลาใด มีช่วงเวลาที่หายตัวไปแล้ว พาไปไหน พาไปสโมสรตำรวจ พาไปสนามฟุตบอล อยากถามว่าพาไปทำอะไร 

 

ธันย์นิชากล่าวต่อว่า ตามหลักการควรที่จะพาตัวผู้ต้องหาไปส่งให้กับทางพนักงานสอบสวนโดยเร็วที่สุด และที่สำคัญควรจะต้องมีการบันทึกวิดีโอเอาไว้อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้พนักงานสอบสวนจะประจำอยู่ที่กองปราบฯ แต่ตอนจับกลับพาไปที่สโมสรตำรวจ ซึ่งอยากถามว่ามันใช่ที่ทำการของพนักงานสอบสวนหรือไม่ และพอนำตัวไปที่สโมสรตำรวจก็ไม่ได้มีการสอบสวนอะไรเพิ่มเติมใดๆ ด้วย เพราะว่าทนายก็ได้ไปตรวจสอบกล้องวงจรปิดและภาพข่าวย้อนหลังว่ามีการสอบปากคำหรือไม่ ซึ่งจริงๆ แล้วไม่ได้มีอะไรเลย ไปนั่งเฉยๆ เหมือนมีการพาไปแห่นางแมว พาไปเจอนักข่าว พาไปนั่งกับตำรวจ ในทางปฏิบัติก็ควรจะส่งตรงไปที่กองปราบเลย

 

และยังมีกรณีที่ พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ กับพวก ประกอบด้วย พล.ต.ต. นำเกียรติ ธีระโรจนพงษ์, พ.ต.อ. ภาคภูมิ พิศมัย มีการเข้าไปในเรือนจำไปลักษณะบังคับให้สรารัตน์รับสารภาพใช่หรือไม่ โดยเข้าไปจำนวนหลายครั้ง ไปวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ไปวันหยุดพิเศษ จนกระทั่งไปนอกเวลาทำการ ทั้งที่สรารัตน์กำลังตั้งครรภ์อยู่จนภายหลังแท้งลูก

The post ทนายความ แอม ไซยาไนด์ ยื่นร้องเอาผิด พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ กับพวก ผิด พ.ร.บ.อุ้มหายฯ กรณีคุมตัวไว้สโมสรตำรวจ-เข้าไปกดดันในคุก appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตำรวจแถลงปิดคดีไซยาไนด์ เหตุฆาตกรรมต่อเนื่อง 8 ปี รวม 15 คดี 75 ข้อหา โทษหนักประหารชีวิต คดีประวัติศาสตร์ที่ใช้ชุดสืบสวนมากที่สุด https://thestandard.co/police-vow-to-close-am-cyanide-case/ Fri, 30 Jun 2023 07:38:52 +0000 https://thestandard.co/?p=809911 แอม ไซยาไนด์

วันนี้ (30 มิถุนายน) ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พล […]

The post ตำรวจแถลงปิดคดีไซยาไนด์ เหตุฆาตกรรมต่อเนื่อง 8 ปี รวม 15 คดี 75 ข้อหา โทษหนักประหารชีวิต คดีประวัติศาสตร์ที่ใช้ชุดสืบสวนมากที่สุด appeared first on THE STANDARD.

]]>
แอม ไซยาไนด์

วันนี้ (30 มิถุนายน) ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นประธาน พร้อมด้วยคณะ และ วีรชัย พุทธวงศ์ อาจารย์ประจำภาควิชาเคมี คณะศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ร่วมแถลงคดี สรารัตน์ รังสิวุฒาภรณ์ หรือ แอม ผู้ต้องหาคดีไซยาไนด์ วางยาฆ่าเจ้าหนี้ 15 คดี ในพื้นที่ 8 จังหวัด โดยคดีแรกเกิดในปี 2558 ต่อเนื่องถึงปี 2566 มีผู้เสียชีวิต 14 ราย รอดชีวิต 1 ราย

 

พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ กล่าวว่า ผู้เสียชีวิตทั้งหมดมีความเกี่ยวพันกับแอมในฐานะเจ้าหนี้เงินกู้ นายหน้าขายรถมือสอง และวงแชร์ ซึ่งพนักงานสอบสวนชุดคลี่คลายคดีประกอบด้วยตำรวจสอบสวนกลาง โดยกองบังคับการปราบปราม ตำรวจภูธรภาค 7 ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้รวบรวมพยานหลักฐานจากพื้นที่เกิดเหตุเป็นภาพจากกล้องวงจรปิด สอบปากคำแพทย์ผู้ชันสูตร

 

ซึ่งสถาบันนิติเวชวิทยาได้ตรวจสอบเลือดและสารคัดหลั่งในกระเพาะของผู้เสียชีวิตรายสุดท้ายที่จังหวัดราชบุรี พบสารไซยาไนด์ในเนื้อตับ รวมพยานอื่นๆ ทั้งหมดกว่า 900 ปาก มีเอกสารเกี่ยวกับคดีถึง 26,500 แผ่น ใช้เวลาในการรวบรวมพยานหลักฐานมากกว่า 3 เดือน

 

พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ กล่าวต่อว่า คดีนี้ถือเป็นคดีที่ระดมชุดสืบสวนสอบสวนมากที่สุดในประเทศไทย จนสามารถสรุปสำนวนดำเนินคดีสรารัตน์รวม 15 คดี ประกอบด้วยความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่น ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ชิงทรัพย์โดยเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และปลอมปนอาหาร ยา หรือเครื่องอุปโภคบริโภคอื่นใด เพื่อบุคคลอื่นเสพหรือใช้ การปลอมปนนั้นเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และใช้เอกสารปลอม รวมกว่า 75 ข้อหา

 

นอกจากนี้พนักงานสอบสวนยังสรุปสำนวนดำเนินคดีกับบุคคลใกล้ชิดสรารัตน์อีก 2 รายที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำลายพยานหลักฐาน ได้แก่ พ.ต.ท. วิฑูรย์ รังสิวุฒาภรณ์ อดีตสามีแอมคนล่าสุด และ ธันย์นิชา ทนายความส่วนตัวของสรารัตน์ ดำเนินคดีฐานเพื่อจะช่วยผู้อื่นมิต้องรับโทษหรือรับโทษน้อยลง ร่วมกันทำให้เสียหาย ทำลาย ซ่อนเร้น เอาไปเสีย หรือทำให้สูญหาย หรือทำให้ไร้ประโยชน์ ซึ่งพยานหลักฐานในการกระทำผิด

 

พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ กล่าวว่า คดีนี้เป็นคดีประวัติศาสตร์ของประเทศไทยที่ผู้ต้องหาวางแผนฆาตกรรมต่อเนื่องยาวนานกว่า 8 ปี โดยวางยาพิษให้เหยื่อกินจนเสียชีวิตในลักษณะเหมือนการเจ็บป่วยด้วยภาวะการทำงานของหัวใจล้มเหลว เพื่อให้ญาติไม่มีข้อสงสัย ก่อนหวังเอาทรัพย์สินจากเหยื่อหรือล้างหนี้ที่เคยยืมกันมา

 

ซึ่งมีผลการวิจัยพบว่าหากฆาตกรเป็นผู้หญิงจะเกี่ยวกับการแสวงหาผลประโยชน์จากคนใกล้ชิด หากเป็นผู้ชายจะเกี่ยวกับการฆ่าเรื่องทางเพศและล่าเหยื่อเป็นหลัก ส่วนฆาตกรรมต่อเนื่องคือการฆ่าคนมากกว่า 2 คนขึ้นไป โดยทิ้งระยะเวลาห่างกัน ต่างจากการสังหารหมู่ ทั้งนี้ ขอให้มั่นใจว่าสามารถดำเนินคดีผู้ต้องหาได้แน่นอน และจะไม่เกิดเหตุซ้ำเช่นคดี สมคิด พุ่มพวง ฆาตกรต่อเนื่องที่ออกจากเรือนจำมาก่อเหตุซ้ำแน่ พร้อมยืนยันว่าสรารัตน์มีสภาพจิตปกติทุกอย่าง

 

พ.ต.อ. เอนก เตาสุภาพ รอง ผบก.ป. กล่าวว่า หลังมีผู้เสียชีวิตที่จังหวัดราชบุรี พบหลักฐานจากกล้องวงจรปิดที่มีบุคคลต้องสงสัยมาด้วยกันกับผู้ตายเดินลงไปที่ท่าน้ำก่อนขึ้นมาและหลบหนีออกไป เมื่อตรวจสอบพบว่าผู้ต้องหาได้ลักทรัพย์ของผู้ตายไป จึงเปิดคดี และมารดาผู้ตายสงสัยว่าเป็นการตายผิดธรรมชาติ จึงมาร้องเรียนที่กองปราบปราม ก่อนที่ กก.5 บก.ป. ลงพื้นที่สืบสวนข้อเท็จจริง และได้รับสารคัดหลั่งจากผู้ตายมาตรวจที่สถาบันนิติเวช พบสารพิษไซยาไนด์ในเลือดและกระเพาะอาหารในปริมาณเข้มข้นสูง ทั้งยังได้ข้อมูลจากพยานบุคคลที่ได้รับถุงดำบรรจุสารโพแทสเซียมไซยาไนด์มาจากสรารัตน์ ดังนั้นจึงเชื่อได้ว่าสรารัตน์ลงมือก่อเหตุจริง จึงขออนุมัติศาลออกหมายจับมาดำเนินคดี จากนั้นมีญาติผู้ตาย 13 ราย และผู้รอดชีวิต 1 ราย สงสัยว่าญาติตนเองประสบเหตุในลักษณะเดียวกัน จึงร้องทุกข์ในหลายพื้นที่ ทั้งตำรวจนครบาล ภ.4 และ ภ.7 เมื่อ ผบ.ตร. เห็นว่าคดีเกิดขึ้นทั่วประเทศ จึงมีคำสั่งโอนคดีมายัง บก.ป. เมื่อสืบสวนสอบสวนพบมูลเหตุจูงใจหลัก 2 เรื่อง คือ 1. ฆ่าเพื่อเอาทรัพย์สินเหยื่อไป และ 2. ผู้ตายและผู้ต้องหามีความเกี่ยวข้องกัน โดยผู้ต้องหาหลอกยืมเงินผู้ตาย ให้เงินไปปล่อยกู้และรับดอกเบี้ยอัตราสูง และเล่นแชร์ ซึ่งไม่มีเหยื่อรู้ตัวว่าจะถูกสังหาร

 

พ.ต.อ. เอนก กล่าวว่า แนวทางการสืบสวนยังพบว่าผู้ต้องหาติดพนันออนไลน์ มีหนี้ในระบบและนอกระบบจำนวนมาก จึงต้องหาเงินมาชดใช้คืนด้วยวิธีการดังกล่าว โดยพบพฤติกรรมก่อเหตุมี 3 ประการ คือ 1. ขับรถไปรับผู้ตายออกมารับประทานอาหารจากที่บ้าน ก่อนลอบวางไซยาไนด์และนำไปส่งบ้านกระทั่งผู้ตายเสียชีวิต 2. รับผู้ตายจากบ้านและลอบวางไซยาไนด์จนเสียชีวิต และ 3. ส่งแคปซูลยาอ้างเป็นยาลดความอ้วนไปให้ผู้ตายถึงที่บ้าน ซึ่งมีคดีเดียวในจังหวัดมุกดาหาร หลังผู้ต้องหาเห็นผู้ตายต้องการจะลดน้ำหนักหลังคลอด

 

พ.ต.อ. เอนก กล่าวว่า หลังก่อเหตุผู้ต้องหาจะโทรศัพท์หาผู้เสียหายหรือคนใกล้ตัวผู้เสียหายว่ามีอาการผิดปกติหรือไม่ หากมีอาการแล้วจะตัดขาดการติดต่อไป จากนั้นผู้ต้องหาพยายามทำลายพยานหลักฐานโดยไปเอาโทรศัพท์มือถือผู้เสียชีวิตออกมา ก่อนนำโทรศัพท์อีกเครื่องไปสลับไว้แทน หรือหาทางเอาโทรศัพท์จากญาติผู้เสียชีวิตมาทำลายข้อมูลในโทรศัพท์ที่จะเชื่อมโยงมาถึงตัว รวมถึงยังเอาทรัพย์สินต่างๆ ของผู้เสียชีวิต และทำหลักฐานเท็จเพื่อไปเอาทรัพย์สินจากญาติผู้เสียชีวิตด้วย

 

สำหรับความเกี่ยวข้องของผู้ต้องหาที่มีความใกล้ชิดกับสรารัตน์นั้น หลังผู้ต้องหาลงมือสังหารผู้เสียหายที่จังหวัดราชบุรี ก็ได้นำทรัพย์สินใส่กระเป๋ากลับไปหาอดีตสามีที่จังหวัดกาญจบุรี ก่อนอดีตสามีจะไปฝากไว้ที่บ้านเกิดแม่ในจังหวัดสุโขทัย จากนั้นสรารัตน์จึงแจ้งแม่อดีตสามีให้ส่งกระเป๋ากลับมา โดยอดีตสามีได้วางแผนร่วมกันกับทนายเพื่อนำกระเป๋าไปซุกซ่อนที่อยู่ของพยานในอำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี

 

ส่วนเงื่อนไขตามข้อกฎหมายที่พิจารณางดเว้นโทษประหารหากผู้ต้องหาเป็นหญิงตั้งครรภ์นั้น ตามที่สรารัตน์ได้แท้งลูกไปแล้ว จึงถือว่าไม่เข้าเงื่อนไขข้างต้น และข้อหาที่สั่งฟ้องมีโทษสูงสุดถึงขั้นประหารชีวิต ขณะที่สำนวนทั้ง 15 คดีจะเริ่มทยอยส่งให้อัยการภายในวันนี้

 

พ.ต.อ. ทัศน์ภูมิ พิศมัย รองผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 (ผบก.สส.ภ.4) กล่าวว่า จากการตรวจสอบไซยาไนด์ที่ใช้ก่อเหตุมียี่ห้อชื่อแพรีแอค ผลิตที่ประเทศสเปน นำเข้าโดย 1 ใน 5 บริษัทในไทย ซึ่งเป็นไซยาไนด์ที่มีความเข้มข้นถึง 75% และสั่งนำเข้ามา 2,000 ขวด ตั้งแต่ปี 2564 ซึ่งพบเป็นล็อตเดียวกันกับขวดของกลางที่ใช้

 

สำหรับสินค้าพบว่าคงเหลือที่ 543 ขวด และอีก 1,600 กว่าขวดถูกจำหน่ายไปหลายแห่ง ทั้งสถานศึกษาและเทรดเดอร์ต่างๆ 6 แห่ง ที่ประชาชนสามารถสั่งซื้อได้ โดยพบว่ามีแห่งหนึ่งจำหน่ายให้ประชาชนแล้วนำไปใช้ฆ่าตัวตาย ฆ่าสัตว์ หรือใช้ผิดวัตถุประสงค์ สำหรับสรารัตน์ได้สั่งซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ของบริษัทแห่งหนึ่งข้างต้น และผู้ต้องหาให้จัดส่งผ่านแมสเซนเจอร์แทนไปรษณีย์

The post ตำรวจแถลงปิดคดีไซยาไนด์ เหตุฆาตกรรมต่อเนื่อง 8 ปี รวม 15 คดี 75 ข้อหา โทษหนักประหารชีวิต คดีประวัติศาสตร์ที่ใช้ชุดสืบสวนมากที่สุด appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตำรวจเตรียมปิดคดีวางยาไซยาไนด์ของ ‘แอม-อดีตสามี-ทนายพัช’ ศุกร์นี้ ยืนยันชุดสอบปากคำไม่ได้บีบคั้นจนแอมแท้งลูก https://thestandard.co/police-close-cyanide-poisoning-case/ Wed, 28 Jun 2023 09:47:12 +0000 https://thestandard.co/?p=808837 สุรเชษฐ์ หักพาล

วันนี้ (28 มิถุนายน) พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญช […]

The post ตำรวจเตรียมปิดคดีวางยาไซยาไนด์ของ ‘แอม-อดีตสามี-ทนายพัช’ ศุกร์นี้ ยืนยันชุดสอบปากคำไม่ได้บีบคั้นจนแอมแท้งลูก appeared first on THE STANDARD.

]]>
สุรเชษฐ์ หักพาล

วันนี้ (28 มิถุนายน) พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงความคืบหน้าในคดีของ แอม-สรารัตน์ รังสิวุฒาภรณ์ ผู้ต้องหาในคดีวางยาไซยาไนด์ฆ่าผู้อื่น 15 ราย ว่าตำรวจจะสามารถส่งสำนวนให้อัยการเพื่อสั่งฟ้องทั้ง 15 สำนวนภายในวันศุกร์ที่ 30 มิถุนายนนี้ 

 

โดยจะเป็นการปิดสำนวนในส่วนของที่ สรารัตน์, ธันย์นิชา เอกสุวรรณวัฒน์ หรือ ทนายพัช ทนายความของสรารัตน์ และ พ.ต.ท. วิฑูรย์ รังสิวุฒาภรณ์ อดีตสามีแอมเป็นผู้ต้องหา หลังจากนั้นสัปดาห์ต่อไปจะเริ่มทำการสืบสวนในส่วนของเว็บไซต์พนันออนไลน์ และเงินจำนวน 78 ล้านบาทของแอม ซึ่งขณะนี้ได้รวบรวมพยานหลักฐานเกือบแล้วเสร็จ รวมถึงกรณีดำเนินคดีกับโรงงานอุตสาหกรรม และเทรดเดอร์ (ผู้ค้าปลีก) ที่เกี่ยวข้องกับการจำหน่ายสารไซยาไนด์ ทั้งหมดก็จะแล้วเสร็จ

 

กรณีที่วันนี้ทนายพัชไปยื่นขอให้ศาลอาญาไต่สวนฉุกเฉินเพื่อคัดค้านการฝากขังครั้งที่ 6 โดยระบุว่า แอมไม่ได้เข้ารับการพิจารณาการฝากขังผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ จึงเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรมในเรื่องนี้ พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ระบุว่า จะไม่ส่งผลต่อการส่งสำนวนของพนักงานสอบสวนที่จะเกิดขึ้นวันศุกร์นี้ โดยยืนยันว่าการแจ้งข้อกล่าวหาในส่วนของแอมนั้นมีทนายความเข้าร่วมรับฟังทั้งหมดตลอดเวลาที่ผ่านมา จึงไม่หนักใจเพราะเป็นการดำเนินการภายใต้กรอบของกฎหมาย และยืนยันว่าตำรวจมีหลักฐานพร้อมและเชื่อมโยงกันแล้ว 

 

พล.ต.อ. สุรเชษฐ์กล่าวต่อว่า การดำเนินคดีอาญาต้องดำเนินต่อไป ส่วนการฟ้องร้องเป็นสิทธิที่ผู้ต้องหาสามารถทำได้โดยทางตำรวจจะส่งสำนวนให้ทันภายในผัดนี้ (30 มิถุนายน) ตามกำหนดเดิมเพื่อให้อัยการมีเวลาพิจารณาสำนวนได้ละเอียดรอบคอบยิ่งขึ้น ที่ผ่านมาชุดสืบสวนสอบสวนมีการหารือทางอัยการถึงความคืบหน้าคดีตลอดเวลา จึงเชื่อว่าไม่เป็นปัญหาในการส่งสำนวน 

 

ส่วนกรณีที่ทนายความให้ข้อมูลว่าชุดสอบสวนที่เข้าไปสอบปากคำแอมในเรือนจำมีการสอบปากคำจนแอมรู้สึกบีบคั้นทางจิตใจและเป็นเหตุให้แท้งลูก เรื่องนี้ตนอยากให้รอแพทย์ชี้แจงถึงสาเหตุการแท้งลูกของแอมก่อน แต่ยืนยันว่าชุดสอบปากคำไม่ได้บีบคั้นหรือบีบบังคับแอม เจ้าตัวรู้สึกผ่อนคลายและให้ความร่วมมือกับตำรวจดี ไม่มีท่าทีตึงเครียดแต่อย่างใด จึงเชื่อว่าไม่ใช่สาเหตุที่แอมแท้งลูก ซึ่งระหว่างสอบปากคำมีเจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์เฝ้าดูแล

 

พล.ต.อ. สุรเชษฐ์กล่าวว่า ตัวของแอมเองเป็นฝ่ายเขียนหนังสือถึงเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์เพื่อขอพบตน ทั้งนี้สำนวนคดีทั้งหมดของแอมไม่มีความจำเป็นต้องให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติรับทราบ เนื่องจากตนเป็นหัวหน้าคณะสอบสวน เพียงแต่ต้องรายงานความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง

The post ตำรวจเตรียมปิดคดีวางยาไซยาไนด์ของ ‘แอม-อดีตสามี-ทนายพัช’ ศุกร์นี้ ยืนยันชุดสอบปากคำไม่ได้บีบคั้นจนแอมแท้งลูก appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทนายพัช คดี ‘แอม ไซยาไนด์’ ปฏิเสธซ่อนเร้นหลักฐาน ฟ้องกลับตำรวจ ม.157 – พ.ร.บ.อุ้มหายฯ รอง ผบ.ตร. ชี้ เวรกรรมมีอยู่จริง https://thestandard.co/proctor-cyanide-murders-denies-hiding-evidence/ Fri, 26 May 2023 09:16:28 +0000 https://thestandard.co/?p=795653 ทนายพัช

วันนี้ (26 พฤษภาคม) ธันย์นิชา เอกสุวรรณวัฒน์ หรือ ทนายพ […]

The post ทนายพัช คดี ‘แอม ไซยาไนด์’ ปฏิเสธซ่อนเร้นหลักฐาน ฟ้องกลับตำรวจ ม.157 – พ.ร.บ.อุ้มหายฯ รอง ผบ.ตร. ชี้ เวรกรรมมีอยู่จริง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทนายพัช

วันนี้ (26 พฤษภาคม) ธันย์นิชา เอกสุวรรณวัฒน์ หรือ ทนายพัช ทนายความของ สรารัตน์ รังสิวุฒาภรณ์ หรือ แอม ผู้ต้องหาในคดีไซยาไนด์ พร้อม ไชยา คุ้มอ่ำ ทนายความที่ปรึกษากฎหมายของธันย์นิชา กล่าวภายหลังเข้าพบพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามเพื่อรับทราบข้อกล่าวหา ‘ช่วยเหลือผู้อื่นมิให้ต้องรับโทษ หรือให้รับโทษน้อยลงโดยการทำให้เสียหาย ทำลาย ซ่อนเร้น เอาไปเสีย ซึ่งพยานหลักฐานในการกระทำความผิด’ 

 

โดยไชยาระบุว่า การออกหมายเรียกทนายพัชให้มารับทราบข้อกล่าวหา เชื่อว่าเป็นการเตะตัดขากันให้พุ่งเป้าไปที่ทนายพัช และพยายามตัดสิทธิไม่ให้ทนายพัชเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับคดีนี้ จึงอยากขอโอกาสให้ทนายพัชเข้าไปช่วยเหลือลูกความอย่างเต็มที่ ซึ่งเป็นสิทธิของลูกความที่จะเลือกทนายเข้ามาช่วยเหลือคดี

 

ด้านทนายพัชกล่าวปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา และยืนยันว่าไม่เห็นหรือเกี่ยวข้องกับทรัพย์สินของ ก้อย ผู้เสียชีวิตในคดีนี้ ตนไม่เคยส่งกระเป๋าให้ก้อย และไม่เคยให้คำแนะนำใดๆ ทั้งสิ้น ซึ่งที่ผ่านมาตนไม่เคยใช้และไม่เคยรู้จักกระเป๋าแบรนด์เนมเลย ข้อกล่าวหานี้เป็นการซัดทอดมาจากผู้ต้องหาคนอื่น ซึ่งไม่ทราบว่ามีเหตุผลอะไรที่ซัดทอดมาถึงตนเอง

 

ส่วนประเด็นที่ว่าเคยรู้จักก้อยมาก่อนหน้านี้หรือไม่ ทนายพัชปฏิเสธตอบคำถามกับสื่อมวลชน ขอไปตอบในสำนวน และตอนนี้ยืนยันว่ายังเป็นทนายความหลักให้แอมอยู่ ส่วนจะมีทนายความคนไหนเข้ามาช่วยเหลือเรื่องคดีด้วยก็สามารถทำได้ เป็นสิทธิของผู้ต้องหาที่สามารถแต่งตั้งทนายความคนอื่นเพิ่มได้ แต่ต้องสอดคล้องกับทนายหลัก และทนายหลักต้องยินยอม ซึ่งก่อนหน้านี้มีรายงานว่ามีทนายความคนอื่นได้เข้าไปขอคัดสำนวนและขอเข้าไปพบแอมหลายครั้ง

 

ส่วนประเด็นที่ว่าแอมจะมีการฟ้องหมิ่นประมาทบุคคลต่างๆ ทั้งพิธีกรและสื่อมวลชน ทนายพัชระบุว่าเรื่องนี้อยู่ระหว่างหารือกับกลุ่มทนาย แต่ยืนยันว่าขณะนี้เตรียมจะฟ้องร้องอย่างแน่นอน ซึ่งตนยืนยันว่าการทำหน้าที่ของทนายความมีหน้าที่ไปศาล ไม่ใช่มีหน้าที่ไปออกสื่อ ตนเองก็จะฟ้องร้องหมิ่นประมาทกับสื่อมวลชนบางสำนักด้วย สำหรับการฟ้องร้องตำรวจนอกจากมาตรา 157 แล้ว จะใช้มาตราใหม่คือ พ.ร.บ.อุ้มหายฯ เข้ามาเพิ่มเติม 

 

ด้าน พ.ต.อ. เอนก เตาสุภาพ รองผู้บังคับการปราบปราม เปิดเผยว่า เบื้องต้นจากการสอบปากคำทนายพัช เจ้าตัวให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา และให้การแย้งในประเด็นต่างๆ ที่พนักงานสอบสวนสงสัย ซึ่งคำให้การต่างๆ ค่อนข้างขัดแย้งกับข้อมูลการสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

 

ทั้งนี้ ยืนยันว่าพยานหลักฐานที่ใช้ดำเนินคดีกับทนายพัช มีความชัดเจนว่าผู้ต้องหามีพฤติการณ์เกินกว่าการเป็นทนายความ และเกินกว่าขอบเขตตามมรรยาททนายความของสภาทนายความ จึงถือว่าเป็นการกระทำความผิดที่เกี่ยวข้องกับการทำลายพยานหลักฐาน 

 

ด้าน พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) กล่าวถึงกรณีที่ทนายพัชให้สัมภาษณ์ว่าเตรียมจะฟ้องกลับตำรวจใน พ.ร.บ.อุ้มหายฯ ฐานบังคับขู่เข็ญให้แอมรับสารภาพ ว่าการสอบปากคำแอมทุกครั้งที่ไปในเรือนจำ เป็นการร้องขอของผู้ต้องหาเอง และยืนยันทุกครั้งที่สอบไม่ได้ข่มขู่หรือบังคับขู่เข็ญอะไร เพราะปัจจุบันตัวของแอมเองก็ยังไม่ได้รับสารภาพ ยังปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาอยู่เลย 

 

ส่วน พ.ร.บ.อุ้มหายฯ สร้างขึ้นมาเพื่อใช้กับตำรวจนอกรีต แต่ไม่ใช่คณะทำงานของคดีนี้ เพราะคดีดังกล่าวตั้งคณะทำงานขึ้นมาในรูปแบบคณะทำงาน เป็นไปตามมาตรฐานวิชาชีพ ยึดผลประโยชน์ของประชาชนและประเทศเป็นหลัก แต่หากตัวของทนายพัชยืนยันว่าจะฟ้องก็ฟ้องไป แต่สุดท้ายก็ต้องจำนนต่อหลักฐาน เพราะคดีนี้หลักฐานไกลแล้ว หากหลักฐานไม่เพียงพอศาลคงไม่ออกหมายเรียกผู้ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงทนายด้วย 

 

“กฎหมายก็เป็นส่วนหนึ่ง แต่เวรกรรมก็มีอยู่จริง” พล.ต.อ. สุรเชษฐ์กล่าว

The post ทนายพัช คดี ‘แอม ไซยาไนด์’ ปฏิเสธซ่อนเร้นหลักฐาน ฟ้องกลับตำรวจ ม.157 – พ.ร.บ.อุ้มหายฯ รอง ผบ.ตร. ชี้ เวรกรรมมีอยู่จริง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทนายความแอมผิดนัดตำรวจ หลังถูกเชิญตัวรับทราบข้อหา ยักย้ายหลักฐานเพื่ออำพรางคดีไซยาไนด์ https://thestandard.co/am-lawyer-postponed-police-appointment/ Tue, 23 May 2023 01:56:44 +0000 https://thestandard.co/?p=793945 ธันย์นิชา เอกสุวรรณวัฒน์

วานนี้ (22 พฤษภาคม) จากกรณีพนักงานสอบสวนกองบังคับการปรา […]

The post ทนายความแอมผิดนัดตำรวจ หลังถูกเชิญตัวรับทราบข้อหา ยักย้ายหลักฐานเพื่ออำพรางคดีไซยาไนด์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ธันย์นิชา เอกสุวรรณวัฒน์

วานนี้ (22 พฤษภาคม) จากกรณีพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปราม ประสานติดต่อให้ ธันย์นิชา เอกสุวรรณวัฒน์ หรือ ทนายพัช ซึ่งเป็นทนายความของ แอม-สรารัตน์ รังสิวุฒาภรณ์ ผู้ต้องหาคดีวางยาฆ่าชิงทรัพย์ ก้อย-ศิริพร ขันวงษ์ อายุ 32 ปี เข้าพบ เพื่อทำการแจ้งข้อหาในความผิดตามมาตรา 184 ‘ช่วยเหลือผู้อื่นมิให้ต้องรับโทษ หรือให้รับโทษน้อยลงโดยการทำให้เสียหาย ทำลาย ซ่อนเร้น เอาไปเสีย ซึ่งพยานหลักฐานในการกระทำความผิด’ 

 

หลังพนักงานสอบสวนพบพยานหลักฐานว่าทนายพัชมีส่วนเกี่ยวข้องหรืออยู่เบื้องหลังการจัดฉากยักย้ายหลักฐานเพื่ออำพรางคดี โดยทนายพัชนัดหมายพนักงานสอบสวนว่าจะเดินทางมาเข้าพบพนักงานสอบสวนในเวลา 19.00 น. แต่สุดท้ายไม่ได้เข้าพบในวันเวลาดังกล่าว

 

อีกทั้งเมื่อเจ้าหน้าที่พยายามโทรศัพท์ไปสอบถามก็ไม่สามารถติดต่อได้ ซึ่งหากหลังจากนี้ในวันต่อๆ ไปยังไม่สามารถติดต่อทนายพัชเพื่อนัดหมายวันเวลาที่แน่นอนได้ ทางพนักงานสอบสวนอาจมีการพิจารณาออกหมายเรียกมาเข้าพบอย่างเป็นทางการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป

The post ทนายความแอมผิดนัดตำรวจ หลังถูกเชิญตัวรับทราบข้อหา ยักย้ายหลักฐานเพื่ออำพรางคดีไซยาไนด์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
แอมให้การปฏิเสธทุกคดี ขอให้การในชั้นศาลเท่านั้น ไม่ขอพบใครอีก ทนายแนะนำแอม “เรามีเพียง 1 ชีวิต อย่างดีก็แค่ประหาร” https://thestandard.co/sararat-denied-all-allegetions/ Fri, 05 May 2023 06:56:03 +0000 https://thestandard.co/?p=785441

วันนี้ (5 พฤษภาคม) ธันย์นิชา เอกสุวรรณวัฒน์ ทนายความของ […]

The post แอมให้การปฏิเสธทุกคดี ขอให้การในชั้นศาลเท่านั้น ไม่ขอพบใครอีก ทนายแนะนำแอม “เรามีเพียง 1 ชีวิต อย่างดีก็แค่ประหาร” appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (5 พฤษภาคม) ธันย์นิชา เอกสุวรรณวัฒน์ ทนายความของ สรารัตน์ รังสิวุฒาภรณ์ หรือ แอม ผู้ต้องหาในคดีไซยาไนด์ กล่าวภายหลังเข้าพบแอมภายในทัณฑสถานหญิงกลาง ประมาณ 1 ชั่วโมง ว่า เมื่อแอมได้เจอกับตนเองไม่ได้มีทีท่าเครียดและยังคงยิ้มแย้มปกติ

 

ส่วนทางคดีวันนี้แอมยังรับทราบข้อกล่าวหาไม่ครบทุกคดี รับทราบไปเพียง 8 คดีเท่านั้น ซึ่งแอมได้ให้การปฏิเสธในทุกคดีและขอให้การในชั้นศาล พร้อมบอกกับตนเองมาว่าหลังจากนี้ไม่ต้องให้ใครมารบกวนเขาอีก ขอให้มีแค่ทนายความมาได้เพียงคนเดียว เนื่องจากเขาไม่อยากลงมาพบบ่อยๆ อยู่ในช่วงตั้งครรภ์ด้วย

 

ส่วนในวันพรุ่งนี้ (6 พฤษภาคม) ที่ พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จะเข้ามาพบนั้น ตนเองก็บอกไปว่าให้แอมรายงานท่านไปเหมือนวันนี้ให้ท่านได้ยินด้วยตนเอง พร้อมยอมรับว่าจากที่ พ.ต.ท. วิฑูรย์ รังสิวุฒาภรณ์ หรือ รองผู้กำกับอ๊อฟ อดีตสามีของแอม เข้ามาพบเมื่อวานนี้ (4 พฤษภาคม) ทำให้แอมเครียดและรู้สึกอ่อนไหว ส่วนมากจะพูดคุยถึงเรื่องที่บ้านและครอบครัวมากกว่า

 

ธันย์นิชากล่าวต่อไปว่า ได้บอกกับแอมว่า “อย่างดีก็แค่ประหารชีวิต และข้อหานี้ถ้าจะประหารชีวิตก็จะต้องสุดๆ จริงๆ ชีวิตเรามีเพียง 1 ชีวิต หากจะรับสารภาพอันหนึ่งก็จะมีผลต่อคดีอื่นๆ ด้วย และคดีมี 3 ศาล หากถึงชั้นฎีกาแล้วยังขอถวายฎีกาได้อีก และหากจะประหารชีวิตก็จะต้องสุดจริงๆ” ทางแอมก็ยืนยันว่าจะสู้คดีและขอให้การในชั้นศาลเท่านั้น

 

“ขณะนี้มั่นใจในพยานหลักฐานที่แอมมีในคดีของ ศิริพร หรือ ก้อย ส่วนในคดีอื่นๆ ดิฉันขอเวลาไปรวบรวมพยานหลักฐานก่อน เพราะดิฉันจะเป็นทนายความให้กับแอมในทุกคดี ซึ่งดิฉันก็ได้ให้กำลังใจแอมให้สู้” ธันย์นิชากล่าว

 

ธันย์นิชากล่าวต่อไปว่า ด้านแอมก็ให้กำลังใจเธอโดยถามว่า “พี่เหนื่อยไหม เลยบอกไม่เหนื่อย” ยืนยันว่าไม่หนักใจในการทำคดี เพราะมีหน้าที่ในการนำเสนอให้ผู้พิพากษาได้เห็น ส่วนการตัดสินเป็นอำนาจของศาล การชั่งน้ำหนักพยานก็เป็นศาลที่จะใช้ดุลพินิจเช่นกัน

The post แอมให้การปฏิเสธทุกคดี ขอให้การในชั้นศาลเท่านั้น ไม่ขอพบใครอีก ทนายแนะนำแอม “เรามีเพียง 1 ชีวิต อย่างดีก็แค่ประหาร” appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทนายเชื่อ แอมไม่รับสารภาพคดีไซยาไนด์ส่วนของก้อยแน่นอน แต่คดีอื่นไม่แน่ใจ พร้อมผดุงความยุติธรรมให้ https://thestandard.co/lawyer-ready-to-help-am-cyanide/ Fri, 05 May 2023 05:31:41 +0000 https://thestandard.co/?p=785395

วันนี้ (5 พฤษภาคม) ธันย์นิชา เอกสุวรรณวัฒน์ ทนายความของ […]

The post ทนายเชื่อ แอมไม่รับสารภาพคดีไซยาไนด์ส่วนของก้อยแน่นอน แต่คดีอื่นไม่แน่ใจ พร้อมผดุงความยุติธรรมให้ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (5 พฤษภาคม) ธันย์นิชา เอกสุวรรณวัฒน์ ทนายความของ สรารัตน์ รังสิวุฒาภรณ์ หรือ แอม ผู้ต้องหาในคดีไซยาไนด์ เดินทางมาทัณฑสถานหญิงกลางเพื่อพบกับแอม โดยให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่าตนคือคนที่แอมร้องขอให้พบตามที่ได้กล่าวกับ พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ โดยได้รับการติดต่อจากพนักงานสอบสวนวานนี้ (4 พฤษภาคม)

 

ธันย์นิชากล่าวต่อไปว่า รู้จักกับแอมมา 2 ปีกว่าแล้ว และแอมเป็นคนที่น่ารักมาก ตั้งแต่คุยกับแอมครั้งแรกจนถึงตอนนี้ เชื่อว่าแอมน่าจะรับสารภาพยากมาก เพราะเป็นสิทธิของฝั่งผู้ต้องหาที่ต้องดูพยานหลักฐานโจทก์ก่อนว่าครบถ้วน ฟังขึ้นหรือไม่ 

 

ส่วนตัวยังไม่เห็นพยานหลักฐานที่ชัดเจนจากตำรวจ เห็นแต่พยานหลักฐานที่ปรากฏตามสื่อ อย่างไรก็ตาม พยานหลักฐานที่อยู่ในสำนวนตามบัญชีพยานหลักฐานจะปรากฏในวันนัดตรวจพยาน โดยเฉพาะพยานหลักฐานในคดีของศิริพร หรือ ก้อย ซึ่งตนเห็นเป็นประจักษ์แน่ชัดตามสื่อต่างๆ ประกอบกับคำให้การของแอมค่อนข้างมั่นใจแน่ชัดว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการตายของก้อย ส่วนคดีอื่นๆ เท่าที่ทราบตอนนี้ยังแจ้งข้อกล่าวหาไม่ครบทุก 14 คดี แต่ยืนยันว่าจะรับทำทุกคดีให้กับแอม แม้ว่าจะเป็นคดีที่อัตราโทษสูงถึงประหารชีวิตก็ตาม 

 

ธันย์นิชากล่าวอีกว่า วันนี้จะเข้าไปพูดคุยกับแอมและแจ้งสิทธิต่างๆ ซึ่งยืนยันมั่นใจว่าในคดีของก้อย แอมไม่รับสารภาพแน่นอน ส่วนคดีอื่นๆ นั้นต้องไปคุยกับแอมก่อน ซึ่งก็ต้องพิจารณาจากพยานหลักฐาน เพราะแอมอาจจะกระทำความผิดในคดีอื่นก็เป็นได้ ดังนั้นตัวทนายเองก็ยังไม่มั่นใจในคดีอื่นๆ แต่มั่นใจว่าคดีของก้อยยังไม่ผิดและไม่รับสารภาพ 

 

อย่างไรก็ตาม หากแอมต้องการที่จะรับสารภาพในคดีอื่นๆ ตนจะให้คำแนะนำว่าให้แอมรับสารภาพในชั้นศาลเท่านั้น ไม่ให้รับสารภาพในชั้นพนักงานสอบสวน ทั้งนี้ก็เป็นสิทธิของตัวแอมเอง 

 

“แม้ว่าแอมจะอยู่ในสถานะของผู้ต้องหาหรือจำเลย แต่ตามมรรยาททนายความแล้ว ไม่ว่าจะเป็นทนายให้กับโจทก์หรือจำเลย ก็มีหน้าที่ต้องผดุงความยุติธรรมและให้คำปรึกษาแนะนำทางกฎหมายอันเป็นประโยชน์แก่ลูกความให้ถึงที่สุด เพราะตราบใดที่ศาลยังไม่ตัดสิน จำเลยก็ยังถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่” ธันย์นิชากล่าว

The post ทนายเชื่อ แอมไม่รับสารภาพคดีไซยาไนด์ส่วนของก้อยแน่นอน แต่คดีอื่นไม่แน่ใจ พร้อมผดุงความยุติธรรมให้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทนายความแอมไม่ยื่นประกันตัว แสดงความบริสุทธิ์ใจ รับสังคมสงสัยมากไป ขอให้เป็นตามกระบวนการยุติธรรม https://thestandard.co/am-lawyer-did-not-submit-bail/ Thu, 27 Apr 2023 05:57:03 +0000 https://thestandard.co/?p=782103 แอม คดีฆ่า

วันนี้ (27 เมษายน) ธันย์นิชา เอกสุวรรณวัฒน์ ทนายความของ […]

The post ทนายความแอมไม่ยื่นประกันตัว แสดงความบริสุทธิ์ใจ รับสังคมสงสัยมากไป ขอให้เป็นตามกระบวนการยุติธรรม appeared first on THE STANDARD.

]]>
แอม คดีฆ่า

วันนี้ (27 เมษายน) ธันย์นิชา เอกสุวรรณวัฒน์ ทนายความของ สรารัตน์ รังสิวุฒาพรณ์ หรือ แอม ผู้ต้องหาในคดีฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน กล่าวถึงสาเหตุที่ไม่มีการยื่นประกันตัวแอม เพราะมีความเห็นร่วมกันกับลูกความที่ไม่ต้องการให้ประกันตัว และเป็นสิทธิ์ของลูกความ เพื่อให้ศาลเห็นว่าลูกความจะไม่ไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน 

 

โดยเมื่อช่วงเช้าตนได้ส่งทีมทนายความไปพบกับลูกความที่ทัณฑสถานหญิงกลางแล้ว เพื่อนำของใช้ส่วนตัว เช่น เสื้อผ้า แว่นตา ไปให้ ซึ่งลูกความเองตอนนี้มีภาวะเครียดเนื่องจากอยู่ในช่วงตั้งครรภ์  

 

ธันย์นิชากล่าวต่อไปว่า ขณะนี้ตนรับว่าความให้แอมในคดีการเสียชีวิตของศิริพรหรือก้อยเท่านั้น แต่หากมีคดีอื่นที่เกี่ยวข้องกับแอม ในกรณีที่เกี่ยวพันกันก็คงต้องดูแลเองทั้งหมด เพราะตนมองแอมเป็นเหมือนน้องสาวจึงต้องดูแล และก่อนหน้านี้ตนก็เคยว่าความให้แอมในคดีฉ้อโกงที่ถูกบุคคลล้มละลายมาหลอกยืมเงิน

 

ตนเคยพูดกับแอมว่า สิ่งใดที่เขาทำขึ้นมามันถูกสังคมเคลือบแคลงและสงสัย ก็เพราะตัวเองมีพฤติกรรมแบบนั้น เป็นใคร ใครก็สงสัย และไม่แปลกที่จะสงสัย แต่เขาสงสัยกันมากเกินไป สุดท้ายก็ขึ้นอยู่กับกระบวนการยุติธรรม หากศาลมีคำสั่งฟ้องก็จะเป็นหน้าที่ของทนายความที่ต้องดูแล

 

ขณะที่ พ.ต.อ. เอนก เตาสุภาพ รองผู้บังคับการปราบปราม กล่าวว่า วันนี้ยังไม่มีการเรียกบุคคลใดเข้ามาสอบทั้งนั้น ซึ่งตอนนี้เจ้าหน้าที่หลายหน่วยกำลังทำงานในพื้นที่ โดยหลังจากนี้จะมีการประสานข้อมูลระหว่างหน่วยงาน หากพบว่าข้อมูลใดที่เป็นประโยชน์กับคดีการเสียชีวิตของก้อย กองบังคับการปราบปรามรับผิดชอบ ก็จะขอข้อมูลในส่วนนั้นมาประกอบสำนวน และวันพรุ่งนี้ (28 เมษายน) ทางกองปราบฯ จะเข้าไปประชุมคดีร่วมกับ พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่สโมสรตำรวจ ถนนวิภาวดีรังสิต

The post ทนายความแอมไม่ยื่นประกันตัว แสดงความบริสุทธิ์ใจ รับสังคมสงสัยมากไป ขอให้เป็นตามกระบวนการยุติธรรม appeared first on THE STANDARD.

]]>