ธวัช วงศ์สง่า Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/ธวัช-วงศ์สง่า/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Mon, 02 Mar 2026 06:24:41 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 กทม. โชว์ไฟจราจรอัจฉริยะบรรเทาปัญหารถติด เดินหน้าติดตั้ง-ปรับใช้ทั่วกรุงเทพ https://thestandard.co/bkk-smart-traffic-system/ Mon, 02 Mar 2026 06:04:28 +0000 https://thestandard.co/?p=1183348 ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าระบบสัญญาณไฟจราจรอัจฉริยะบริเวณแยกพระโขนง

วันนี้ (2 มีนาคม) ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเ […]

The post กทม. โชว์ไฟจราจรอัจฉริยะบรรเทาปัญหารถติด เดินหน้าติดตั้ง-ปรับใช้ทั่วกรุงเทพ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าระบบสัญญาณไฟจราจรอัจฉริยะบริเวณแยกพระโขนง

วันนี้ (2 มีนาคม) ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นำคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการปรับปรุงระบบสัญญาณไฟจราจรบริเวณแยกพระโขนง พร้อมเน้นย้ำวิสัยทัศน์ในการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้เพื่อแก้ไขปัญหาเมือง โดยเฉพาะวิกฤตจราจรที่สะสมมาอย่างยาวนาน ด้วยการยกระดับระบบควบคุมสัญญาณไฟจากรูปแบบเดิม (Fixed Time) สู่ระบบอัจฉริยะ (Adaptive Control)

 

การลงพื้นที่ในครั้งนี้ มี วิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยผู้บริหารสำนักการจราจรและขนส่ง ผู้อำนวยการเขตคลองเตย ผู้แทนกองบังคับการตำรวจจราจร นำโดย พล.ต.ต.ธวัช วงศ์สง่า รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) และเจ้าหน้าที่ สน.คลองตัน ร่วมให้ข้อมูลและสาธิตการทำงานของระบบ

 

ระบบ Adaptive Control จะทำงานผ่านกล้อง CCTV และใช้เทคโนโลยีประมวลผลภาพ (Image Processing) ในการตรวจจับปริมาณรถยนต์แบบเรียลไทม์ ก่อนส่งข้อมูลเข้าสู่ตู้ควบคุมที่ขับเคลื่อนด้วยอัลกอริทึมชุดใหม่ ทำให้สัญญาณไฟจราจรมี สมองกลสามารถคิด วิเคราะห์ และปรับเปลี่ยนเวลาไฟเขียว-ไฟแดงได้เองตามสถานการณ์จริงบนท้องถนน

 

กรุงเทพมหานครได้สรุปข้อเปรียบเทียบการทำงานระหว่างระบบเดิมและระบบใหม่ ดังนี้

 

หลักการทำงาน: ระบบเดิมจะตั้งเวลาไฟเขียว-ไฟแดงตายตัวตามรอบที่กำหนดไว้ล่วงหน้า ในขณะที่ระบบใหม่จะปรับระยะเวลาอัตโนมัติตามปริมาณรถจริงในแต่ละทิศทางแบบทันที

 

ความสอดคล้องกับสภาพจราจร: ระบบเดิมไม่สามารถตอบสนองต่อชั่วโมงเร่งด่วน หรือปริมาณรถที่เพิ่ม-ลดกะทันหันได้ ส่วนระบบใหม่จะใช้วิธีวิเคราะห์ความหนาแน่นและความยาวแถวคอยล่วงหน้าก่อนถึงแยกประมาณ 150 เมตร เพื่อจัดสรรเวลาให้เหมาะสมที่สุด

 

การแก้ปัญหาจราจรติดขัด: ระบบเดิมมักพบปัญหาปล่อยไฟเขียวทิ้งเปล่า (Lost Green Time) และรถติดค้างขวางกลางแยก (Grid Lock) แต่ระบบใหม่มีฟังก์ชันป้องกันรถขวางแยก หากตรวจพบว่าด้านหน้าระบายรถไม่ได้ จะทำการตัดไฟเขียวทันที

 

ประสิทธิภาพที่วัดผลได้: ระบบเดิมมักก่อให้เกิดความล่าช้าสะสมสูง ต่างจากระบบใหม่ที่สามารถลดความล่าช้าได้เฉลี่ย 10–41% (ตัวอย่างเช่น แยกสามเหลี่ยมดินแดง ลดความล่าช้าได้ถึง 41% และ แยกพระโขนง สามารถลดเวลารอจาก 12 นาที เหลือเพียง 5–6 นาที)

 

ผลกระทบต่อประชาชน: ระบบเดิมทำให้ประชาชนเสียเวลาโดยไม่จำเป็น สิ้นเปลืองพลังงาน และเพิ่มมลพิษจากการจอดรถติด ในขณะที่ระบบใหม่ช่วยประหยัดเวลาเดินทาง ลดการใช้น้ำมัน ลดการปล่อยไอเสีย และเพิ่มความคล่องตัวให้กับโครงข่ายถนน

 

สำหรับทิศทางการดำเนินงานในปี 2569 กรุงเทพมหานครเตรียมขยายผลการติดตั้งระบบ Adaptive Control เพิ่มเติมอีก 50 ทางแยก และมีแผนระยะยาวที่จะติดตั้งต่อเนื่องอีก 20 ทางแยก โดยจะมุ่งเน้นไปที่จุดตัดสำคัญที่เชื่อมต่อกันเป็นโครงข่ายถนน เพื่อให้การบริหารจัดการสัญญาณไฟมีความสอดประสานกันทั้งระบบ

 

ด้าน รองผู้ว่าฯ กทม. ระบุเพิ่มเติมว่า แม้จะมีระบบอัจฉริยะแล้ว แต่ขณะนี้ยังคงจำเป็นต้องมีเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำในบางทางแยก เพื่อคอยอำนวยความสะดวกในกรณีที่มีรถฉุกเฉินหรือเกิดอุบัติเหตุรถเสียขวางทาง อย่างไรก็ตาม ระบบนี้ได้ใช้หลักวิทยาศาสตร์และการคำนวณตัวเลขที่แม่นยำ ซึ่งในอนาคต กทม. มีแนวทางที่จะพัฒนาระบบให้สามารถรับข้อมูลและตัดสินใจเปิดทางให้กับรถฉุกเฉินได้โดยอัตโนมัติ

 

ขณะที่ พล.ต.ต.ธวัช กล่าวสนับสนุนว่า การนำระบบ Adaptive มาใช้ ช่วยแบ่งเบาภาระของเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรได้อย่างมาก ทำให้การจราจรในช่วงเวลาเร่งด่วนมีความคล่องตัวและระบายรถได้ดีกว่าเดิม ซึ่งจะช่วยให้ตำรวจสามารถนำเวลาไปมุ่งเน้นภารกิจด้านการบังคับใช้กฎหมายจราจรในมิติอื่นได้อย่างเต็มที่มากขึ้น

 

ชัชชาติ กล่าวย้ำในช่วงท้ายว่า ระบบดังกล่าวไม่สามารถแก้ไขปัญหารถติดได้ 100% หากปราศจากความร่วมมือจากประชาชนในการเคารพกฎจราจรและหันมาใช้ระบบขนส่งสาธารณะ ระบบนี้เป็นเพียงหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญ ซึ่ง กทม. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะต้องเดินหน้านำเทคโนโลยีมาใช้ควบคู่ไปกับการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง เช่น การออกใบสั่งและการเอาผิดผู้ละเมิดกฎจราจร เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตการเดินทางของคนกรุงเทพฯ อย่างยั่งยืนต่อไป

 

ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าระบบสัญญาณไฟจราจรอัจฉริยะบริเวณแยกพระโขนง 1ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าระบบสัญญาณไฟจราจรอัจฉริยะบริเวณแยกพระโขนง 2ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าระบบสัญญาณไฟจราจรอัจฉริยะบริเวณแยกพระโขนง 3ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าระบบสัญญาณไฟจราจรอัจฉริยะบริเวณแยกพระโขนง 4ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าระบบสัญญาณไฟจราจรอัจฉริยะบริเวณแยกพระโขนง 5ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าระบบสัญญาณไฟจราจรอัจฉริยะบริเวณแยกพระโขนง 6ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าระบบสัญญาณไฟจราจรอัจฉริยะบริเวณแยกพระโขนง 7ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าระบบสัญญาณไฟจราจรอัจฉริยะบริเวณแยกพระโขนง 8ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าระบบสัญญาณไฟจราจรอัจฉริยะบริเวณแยกพระโขนง 9ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าระบบสัญญาณไฟจราจรอัจฉริยะบริเวณแยกพระโขนง 10ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าระบบสัญญาณไฟจราจรอัจฉริยะบริเวณแยกพระโขนง 11ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าระบบสัญญาณไฟจราจรอัจฉริยะบริเวณแยกพระโขนง 12

The post กทม. โชว์ไฟจราจรอัจฉริยะบรรเทาปัญหารถติด เดินหน้าติดตั้ง-ปรับใช้ทั่วกรุงเทพ appeared first on THE STANDARD.

]]>
คืบหน้าถนนสามเสน เจ้าหน้าที่รื้อโครงหลังคา สน.สามเสน พร้อมเสริมซีเมนต์รอบหลุมยุบ ผู้ว่าฯ ย้ำความปลอดภัยต้องมาก่อน https://thestandard.co/samsen-road-collapse-roof-removal-safety/ Mon, 06 Oct 2025 04:20:22 +0000 https://thestandard.co/?p=1126935 ถนนสามเสน

วันนี้ (6 ตุลาคม) ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเ […]

The post คืบหน้าถนนสามเสน เจ้าหน้าที่รื้อโครงหลังคา สน.สามเสน พร้อมเสริมซีเมนต์รอบหลุมยุบ ผู้ว่าฯ ย้ำความปลอดภัยต้องมาก่อน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ถนนสามเสน

วันนี้ (6 ตุลาคม) ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าสถานการณ์ ถนนสามเสนทรุดตัว บริเวณเขตดุสิต และการรื้อถอนอาคารสถานีตำรวจนครบาลสามเสน (สน.สามเสน) ที่ได้รับผลกระทบ

 

ชัชชาติกล่าวว่า การดำเนินงานเป็นไปตามแผนที่วางไว้ โดยเมื่อวานมีการ ถมดิน ลงไปในหลุมยุบแล้วประมาณ 800−1,000 ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ทำให้ปริมาณดินที่ถมไปแล้วรวมอยู่ที่ประมาณ 3,000−4,000 ลบ.ม.

 

นอกจากนี้ ยังมีการดำเนินการทางวิศวกรรมเพื่อความปลอดภัยและความมั่นใจในการทำงาน ดังนี้:
ทำ Coring: เพื่อเจาะสำรวจชั้นดินลงไปจนถึง อุโมงค์ชั้นล่าง เพื่อประเมินสภาพและเสริมความแข็งแรง
เสริมซีเมนต์: มีการเสริมความแข็งแรงของซีเมนต์โดยรอบบริเวณเพื่อเพิ่มความปลอดภัย

 

ในส่วนของการรื้อถอนอาคาร สน.สามเสน เมื่อวานนี้มีการ นำโครงหลังคาเหล็กออก และวันนี้จะดำเนินการต่อในส่วนด้านขวา คาดว่าจะใช้เวลาดำเนินการไปจนถึงวันที่ 7 ตุลาคม

 

สำหรับหลุมยุบใต้อาคาร ทางทีมงานได้ทำการ ถมทรายและดันไปชิดขอบ ซึ่งสามารถช่วยหยุดการสไลด์ของดินได้มากขึ้น โดยตอนนี้ถมสูงขึ้นจากพื้นหลุมเดิมแล้วประมาณ 5 เมตร ส่วน อาคารที่อยู่ใกล้เคียง สน.สามเสน ยังไม่มีการขยับ และ โรงพยาบาลวชิรพยาบาลยังคงเปิดให้บริการตามปกติ

 

ผู้ว่าฯ ชัชชาติกล่าวขอบคุณ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่ได้ให้กำลังใจและติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง

 

“ยังดำเนินการตามแผนที่วางไว้ต่อไป ตรงไหนช้าบ้างก็เพื่อความปลอดภัย ส่วนการเปิดใช้ถนน ต้องรอฝ่ายเทคนิคสรุปอีกครั้ง กทม. ยืนยันว่าการทำงานขอให้มีความปลอดภัยและคิดถึงอนาคต ให้ทำทีเดียวให้จบ ไม่ต้องกลับมาแก้ไขอีก” ชัชชาติกล่าวทิ้งท้าย

The post คืบหน้าถนนสามเสน เจ้าหน้าที่รื้อโครงหลังคา สน.สามเสน พร้อมเสริมซีเมนต์รอบหลุมยุบ ผู้ว่าฯ ย้ำความปลอดภัยต้องมาก่อน appeared first on THE STANDARD.

]]>
รฟม. เร่งถมทรายหลุมทรุดตัว เตรียมเปิดจราจร 2 ช่องทาง 9 ต.ค. นี้ย้ำโครงสร้างเหล็กใต้อาคาร สน. เป็นเพียงค้ำยันชั่วคราว https://thestandard.co/mrta-sunken-hole-sam-sen-structural-update/ Thu, 02 Oct 2025 12:25:29 +0000 https://thestandard.co/?p=1125815

วันนี้ (2 ตุลาคม) กิตติ เอกวัลลภ ผู้ช่วยผู้ว่าการการรถไ […]

The post รฟม. เร่งถมทรายหลุมทรุดตัว เตรียมเปิดจราจร 2 ช่องทาง 9 ต.ค. นี้ย้ำโครงสร้างเหล็กใต้อาคาร สน. เป็นเพียงค้ำยันชั่วคราว appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (2 ตุลาคม) กิตติ เอกวัลลภ ผู้ช่วยผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการดำเนินงานบริเวณหลุมทรุดตัว โดยระบุว่า ภายหลังจากการเทคอนกรีตประมาณ 100 ลูกบาศก์เมตร เพื่อปิดโพรงที่พบตามจุดต่างๆ ภายในหลุมเมื่อวานนี้ (1 ตุลาคม) วันนี้ (2 ตุลาคม) เจ้าหน้าที่ได้เริ่มถมทรายลงไปแล้วปริมาตรกว่า 3,500 ลูกบาศก์เมตร คิดเป็นระดับความสูง 5 เมตร

 

กิตติกล่าวว่า แผนการทำงานต่อจากนี้จะยังคงถมทรายต่อเนื่องให้สูงขึ้นไปอีก 4 เมตร ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 3 วัน โดยจะเน้นการถมทรายไปที่ฝั่ง โรงพยาบาลวชิรพยาบาล เพื่อปรับผิวจราจรให้พร้อมสำหรับเปิดการสัญจร 2 ช่องทาง ในวันที่ 9 ตุลาคมนี้

 

สำหรับโครงสร้างเหล็กที่เห็นอยู่บริเวณด้านล่างอาคารสถานีตำรวจนครบาลสามเสนนั้น ผู้ช่วยผู้ว่าการ รฟม. ชี้แจงว่าเป็น โครงสร้างชั่วคราว ที่เจ้าหน้าที่นำมาใช้ค้ำยันระหว่างการดันวัสดุทรายเข้าไปใต้ตัวอาคาร เพื่อเสริมความแข็งแรงของโครงสร้าง

 

ด้าน ผู้ช่วยศาสตราจารย์นายแพทย์ จักราวุธ มณีฤทธิ์ คณบดีคณะแพทย์ศาสตร์วชิรพยาบาล เปิดเผยถึงสถานการณ์การให้บริการว่า เมื่อวานนี้ (1 ตุลาคม) เป็นวันที่มีผู้ป่วยเข้าใช้บริการมากที่สุดกว่า 5,000 คน โดยทางโรงพยาบาลสามารถให้บริการได้อย่างเต็มที่ และในจำนวนนี้มีผู้ป่วยประมาณ 700 คน ที่ใช้บริการรถรับส่งที่จัดเตรียมไว้สำหรับเดินทางออกจากโรงพยาบาลไปยัง 3 เส้นทางหลัก

 

สำหรับ วันพรุ่งนี้ (3 ตุลาคม) คาดว่าจะมีผู้ป่วยเข้าใช้บริการประมาณ 3,500 คน ซึ่งทางโรงพยาบาลได้เตรียมบุคลากรไว้ให้บริการอย่างพร้อมเพรียง รวมถึงได้ประสานงานกับผู้ให้บริการรถแท็กซี่ และมีการ เพิ่มบัตรคิวสำหรับรอรถ ไว้ให้ผู้ป่วยที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้เป็นการเฉพาะ หลังจากเมื่อวานนี้เกิดเหตุฝนตกหนักจนทำให้รถแท็กซี่ขาดช่วง ส่งผลให้ผู้ป่วยบางรายต้องรอรถเป็นเวลานานนับชั่วโมง

The post รฟม. เร่งถมทรายหลุมทรุดตัว เตรียมเปิดจราจร 2 ช่องทาง 9 ต.ค. นี้ย้ำโครงสร้างเหล็กใต้อาคาร สน. เป็นเพียงค้ำยันชั่วคราว appeared first on THE STANDARD.

]]>
ถอดบทเรียน 7 วัน ปิดหลุมยุบยักษ์ถนนสามเสน เบื้องหลังภารกิจเร่งด่วนของ กทม. และ รฟม. คืนผิวจราจรและสร้างความมั่นใจ https://thestandard.co/samsen-sinkhole-bangkok/ Thu, 02 Oct 2025 08:49:05 +0000 https://thestandard.co/?p=1125676 ถนนสามเสน

นับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ ถนนสามเสนบริเวณหน้าโรงพยาบาลวชิ […]

The post ถอดบทเรียน 7 วัน ปิดหลุมยุบยักษ์ถนนสามเสน เบื้องหลังภารกิจเร่งด่วนของ กทม. และ รฟม. คืนผิวจราจรและสร้างความมั่นใจ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ถนนสามเสน

นับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ ถนนสามเสนบริเวณหน้าโรงพยาบาลวชิรพยาบาลทรุดตัว เป็นหลุมยุบขนาดใหญ่เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2568 ได้กลายเป็นภารกิจเร่งด่วนที่ต้องอาศัยการบูรณาการและเทคนิคเชิงวิศวกรรมขั้นสูงตลอด 7 วันแรกของการฟื้นฟู

 

กรุงเทพมหานคร (กทม.) พร้อมด้วยการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ทำงานอย่างต่อเนื่องเพื่อหยุดการเคลื่อนตัวของดินและเร่งคืนพื้นที่จราจรให้ได้ตามกำหนดเป้าหมาย

 

THE STANDARD สรุปไทม์ไลน์ความคืบหน้า ปัญหาอุปสรรค และความเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจในช่วง 7 วันแรกของการแก้ไขวิกฤตครั้งนี้

 

วันที่ 1 (24 กันยายน) การตอบสนองฉุกเฉินและประกาศอพยพ

 

ในวันแรกหลังเกิดเหตุ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. ได้เปิดเผยผลการประชุมศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ โดยเน้นย้ำถึงการจัดการปัญหาเฉพาะหน้าอย่างเร่งด่วน เป้าหมายหลักคือการหยุดการไหลของดินสู่ช่องว่างใต้ดิน โดยมีการตัดสินใจใช้ กระสอบทรายถึง 50,000 ลูก (500 ลบ.ม.) เพื่ออุดช่องว่างใต้ดินเป็นการชั่วคราว ซึ่งถือเป็นวิธีที่เหมาะสมที่สุดในสถานการณ์ฉุกเฉินและไม่กระทบต่อการใช้อุโมงค์ในอนาคต

 

  • ปัญหาอุปสรรค: การอุดช่องว่างยังไม่สมบูรณ์ 100% เนื่องจากมี โครงสร้างเหล็กของการไฟฟ้าพังลงมาขวางทาง จำเป็นต้องมีการหารือร่วมกับผู้เชี่ยวชาญเพื่อจัดการต่อไป
  • มาตรการสำคัญ: จุดที่น่ากังวลที่สุดคือพื้นที่ใต้ สถานีตำรวจนครบาลสามเสน เนื่องจากเสาเข็มอาคารเสียหายและเสี่ยงพังถล่ม กทม. จึงต้องสั่ง อพยพเจ้าหน้าที่ตำรวจกว่า 50 นาย และประชาชนในห้องแถวกว่า 20 ครัวเรือน ออกจากพื้นที่ทันที นอกจากนี้ยังมีการสั่ง งดรับผู้ป่วยนอก (OPD) ที่โรงพยาบาลวชิรพยาบาลเป็นเวลา 1-2 วัน เพื่อลดความแออัดของการจราจร

 

ถนนสามเสน

วันที่ 24 กันยายน 2568

 

วันที่ 2 (25 กันยายน) ประกาศภัยพิบัติและเริ่มเทคอนกรีต

 

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ได้ประกาศให้พื้นที่เกิดเหตุเป็นเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัยในพื้นที่เขตดุสิต เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการใช้งบประมาณและการสนับสนุนอุปกรณ์ การดำเนินการเปลี่ยนจากกระสอบทรายสู่การแก้ไขถาวรมากขึ้น

 

  • ความคืบหน้าเชิงเทคนิค: เริ่มดำเนินการ เทคอนกรีต ลงไปอุดรูอุโมงค์ โดยเป็นคอนกรีตกำลังอัดไม่มากเพื่อป้องกันในระยะแรกและง่ายต่อการรื้อถอนในภายหลัง จากที่คาดว่าจะใช้คอนกรีต 500 คิวบิกเมตร ได้มีการเทไปแล้ว 350 คิวบิกเมตร โดยมีเป้าหมายคือการเทวัสดุอื่น ๆ เช่น หินคลุก และบดอัดขึ้นมาเพื่อคืนผิวจราจรโดยเร็วที่สุด
  • การจัดการน้ำ: มีการใช้มาตรการเชิงเทคนิคในการ บล็อกหัวท้ายท่อระบายน้ำ 4 จุด เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำฝนไหลเข้ามาในหลุมยุบ ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญ

 

วันที่ 25 กันยายน 2568

 

วันที่ 3-4 (26-27 กันยายน) การสนับสนุนจากรัฐบาลและการฉีดสเปรย์คอนกรีต

 

  • การแก้ไขปัญหาเริ่มเดินหน้าอย่างเป็นระบบมากขึ้น โดย กทม. ได้สนับสนุนอุปกรณ์และปั๊มน้ำเพิ่มเติม เพื่อเร่งระบายน้ำภายใต้การกำกับดูแลของ รฟม. และผู้เชี่ยวชาญ
  • ความมั่นคงของงาน: มีการเทคอนกรีตลงไปอย่างต่อเนื่องปริมาณรวม 1,105 คิว เพื่อปิดช่องเปิดสู่สถานี นอกจากนี้ยังมีการติดตั้งเครื่องสูบน้ำไฟฟ้ากำลังสูบ 0.25 ลบ.ม./วินาที
  • เทคนิคพิเศษ: เริ่มใช้เทคนิค สเปรย์คอนกรีต (Shotcrete) ซึ่งเป็นทรายผสมซีเมนต์ฉีดพ่นลงไปใต้สถานีตำรวจสามเสน เพื่อเสริมความมั่นคงแข็งแรง โดยมีกำหนดจะให้เสร็จในวันที่ 8 ตุลาคม
  • บทบาทรัฐบาล: อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบความคืบหน้าด้วยตนเองในคืนวันที่ 26 กันยายน และผู้ว่าฯ ชัชชาติได้กล่าวขอบคุณสำหรับการลงพื้นที่หลายครั้ง ซึ่งสร้างขวัญกำลังใจแก่เจ้าหน้าที่และเป็นบทเรียนในการตรวจสอบการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายอื่น ๆ

 

ถนนสามเสน

วันที่ 26 กันยายน 2568

 

วันที่ 27 กันยายน 2568

 

วันที่ 5-7 (28 กันยายน- 1 ตุลาคม) การเก็บซากวัสดุและการถมทรายซีเมนต์ครั้งใหญ่

 

  • ปัญหาอุปสรรคใหม่: วันที่ 30 กันยายน มีการปรับแผนเล็กน้อย เนื่องจากตรวจสอบพบ โพรงใต้ปูนที่เทลงไป จึงต้องหยุดการถมทรายและทำการ ฉีดคอนกรีต 65 คิว เข้าไปอุดโพรงก่อน ตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ
  • การเตรียมถมกลับ: ได้มีการเร่ง เก็บซากวัสดุ อาทิ เสาไฟฟ้า หม้อแปลงไฟ สายไฟ ที่ตกค้างในหลุม คาดว่าจะแล้วเสร็จตามกำหนด
  • ภารกิจใหญ่: เริ่มต้นการ ถมทรายผสมซีเมนต์ (backfill) โดยมีเป้าหมายใช้ทรายรวม 8,000 ลูกบาศก์เมตร ซึ่งจะต้องใช้รถบรรทุกกว่า 1,000 เที่ยว ผู้ว่าฯ ชัชชาติจึงต้องขอความร่วมมือประชาชนให้ หลีกเลี่ยงเส้นทาง และให้ผู้ที่จะมาโรงพยาบาลวชิรพยาบาลใช้รถสาธารณะ เนื่องจากจะมีการนำรถบรรทุกขนาดใหญ่เข้ามาในพื้นที่จำนวนมาก
  • ความมั่นใจ: รฟม. และ กทม. ยังคงตั้งเป้าหมายที่จะ เปิดการจราจรได้ภายในวันที่ 8 ตุลาคม หากไม่มีปัญหาอุปสรรคสำคัญ โดย ณ วันที่ 1 ตุลาคม ได้มีการถมทรายไปแล้วประมาณ 1,300 ลูกบาศก์เมตร

 

วันที่ 28 กันยายน 2568

 

วันที่ 29 กันยายน 2568

 

วันที่ 30 กันยายน 2568

 

วันที่ 1 ตุลาคม 2568

 

ตลอด 7 วันที่ผ่านมา การแก้ไขปัญหาหลุมยุบถนนสามเสนเป็นไปอย่างรวดเร็วและเป็นระบบภายใต้การกำกับดูแลของ ผู้บัญชาการเหตุการณ์ในพื้นที่ แต่ยังต้องเผชิญกับความท้าทายทางเทคนิค เช่น โครงสร้างใต้ดินที่พังลงมา และการอุดโพรงใต้คอนกรีต การจัดการความเสี่ยงจากน้ำฝนก็เป็นอีกปัจจัยที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

 

นอกจากความคืบหน้าทางวิศวกรรมแล้ว สิ่งที่น่าสนใจคือการบูรณาการความร่วมมือระหว่าง กทม., รฟม., และรัฐบาล รวมถึงความเอาใจใส่ต่อผู้ที่ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะการสั่งอพยพ สน.สามเสน และการประสานงานให้ รพ.วชิรพยาบาลกลับมาเปิดให้บริการเต็มรูปแบบ

 

ขณะนี้การถมทรายเพื่อคืนผิวจราจรเป็นหัวใจสำคัญของภารกิจต่อไป ทุกสายตาจึงจับจ้องไปยังเส้นตาย วันที่ 8 ตุลาคม 2568 ว่าจะสามารถคืนเส้นทางสัญจรที่สำคัญนี้ให้แก่ประชาชนได้สำเร็จตามแผนที่วางไว้หรือไม่

The post ถอดบทเรียน 7 วัน ปิดหลุมยุบยักษ์ถนนสามเสน เบื้องหลังภารกิจเร่งด่วนของ กทม. และ รฟม. คืนผิวจราจรและสร้างความมั่นใจ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผบ.ตร. สั่งการด่วน 3 ข้อให้หน่วยในสังกัดรับมือเหตุ ถนนสามเสนหน้าโรงพยาบาลวชิรพยาบาลทรุด https://thestandard.co/samsen-road-subsidence-vajira-hospital/ Wed, 24 Sep 2025 05:50:25 +0000 https://thestandard.co/?p=1122203 เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเหตุ ถนนสามเสน ทรุดหน้าโรงพยาบาลวชิรพยาบาล

วันนี้ (24 กันยายน) พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บั […]

The post ผบ.ตร. สั่งการด่วน 3 ข้อให้หน่วยในสังกัดรับมือเหตุ ถนนสามเสนหน้าโรงพยาบาลวชิรพยาบาลทรุด appeared first on THE STANDARD.

]]>
เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเหตุ ถนนสามเสน ทรุดหน้าโรงพยาบาลวชิรพยาบาล

วันนี้ (24 กันยายน) พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังประชุมร่วมกับนายกรัฐมนตรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กรณีเหตุพื้นผิวจราจร ถนนสามเสน บริเวณด้านหน้าโรงพยาบาลวชิรพยาบาลเกิดการทรุดตัวเป็นหลุมขนาดใหญ่

 

ระบุว่าในวันนี้ได้มีการสั่งการให้ทุกหน่วยที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการเร่งด่วน 3 ข้อ 1 คือ ดูแลพี่น้องประชาชนที่ใช้รถใช้ถนนต้องอำนวยความสะดวกด้านการจราจรกำหนดเส้นทางเบี่ยงพื้นที่เกิดเหตุ ประชาสัมพันธ์ให้ทราบว่าจะต้องใช้ถนนใดและถนนส่วนไหนที่ต้องหลีกเลี่ยงซึ่งจะต้องมีการประสานกับทางกรุงเทพมหานครอย่างใกล้ชิด

 

ข้อที่ 2 เจ้าหน้าที่ตำรวจจะต้องมีการสำรวจอาคารที่ทำการ สน.สามเสน และอาคารที่พักซึ่งเป็นแฟลตที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์นี้

 

ทางตำรวจได้มีการประสานกับรฟม.และบริษัทผู้ก่อสร้างรถไฟฟ้าใต้ดินแล้ว จะต้องมีการประเมินตรวจสอบความเสียหาย จากการประเมินภายนอกเห็นว่า เสาเข็มด้านหน้าของสน.ได้รับความเสียหาย 2 ต้น

 

ในข้อที่ 3 ตำรวจจะมีการสอบสวนว่าสาเหตุที่เกิดขึ้นเกิดจากอะไรจะต้องมีการดำเนินการตามขั้นตอนและหน้าที่ ในส่วนโรงพยาบาลได้มีการสั่งการ ให้กองบัญชาการตำรวจนครบาลประสานงานกับผู้อำนวยการโรงพยาบาลเพื่ออำนวยความสะดวกช่วยเหลือในสิ่งที่โรงพยาบาลจะร้องขอต่อไป

The post ผบ.ตร. สั่งการด่วน 3 ข้อให้หน่วยในสังกัดรับมือเหตุ ถนนสามเสนหน้าโรงพยาบาลวชิรพยาบาลทรุด appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชัชชาติเผยเหตุถนนสามเสนทรุด ดินไหลเข้าสถานีรถไฟฟ้าจุดเชื่อมต่อภายในอุโมงค์เสียหาย ส่งผลกระทบอาคารที่พัก-สน. https://thestandard.co/chadchart-samsen-road-collapse/ Wed, 24 Sep 2025 03:58:34 +0000 https://thestandard.co/?p=1122152

วันนี้ (24 กันยายน) เมื่อเวลา 09.50 น. ชัชชาติ สิทธิพัน […]

The post ชัชชาติเผยเหตุถนนสามเสนทรุด ดินไหลเข้าสถานีรถไฟฟ้าจุดเชื่อมต่อภายในอุโมงค์เสียหาย ส่งผลกระทบอาคารที่พัก-สน. appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (24 กันยายน) เมื่อเวลา 09.50 น. ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้ากรณีพื้นผิวจราจรถนนสามเสน บริเวณหน้าโรงพยาบาลวชิรพยาบาล เกิดการทรุดตัวเป็นหลุมลึกขนาด 30×30 เมตรลึก 20 เมตร

 

ชัชชาติระบุว่า จุดที่คาดว่าเป็นต้นเหตุเป็นจุดที่อุโมงค์เชื่อมต่อกับสถานีรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ เป็นส่วนก่อสร้างที่ลึกลงไปจากพื้นผิวจราจร 30 เมตร ลักษณะเป็นปล่องเข้าไปประสานจุดที่เป็นเชื่อมต่อ ปัญหาที่เกิดขึ้นคือดินไหลถล่มเข้าไปภายในสถานีหลังจากจุดเชื่อมเสียหาย จนเปิดทางให้ดินไหลเข้าไปได้

 

ความเสียหายขยายวงกว้างจากเหตุที่ท่อประปาแตกและมีน้ำไหลทะลัก ความเสียหายจึงยิ่งขยายวงกว้าง รุนแรง ซึ่ง เวลา 09.30 น. น้ำประปาที่ไหลเข้าสถานีขณะนี้หยุดแล้ว

 

ทั้งนี้ รอบบริเวณจะไม่ได้รับผลกระทบเรื่องน้ำประปาและไฟฟ้า เนื่องจากเจ้าหน้าที่สามารถจัดสรรส่วนทดแทนให้กับประชาชนที่อยู่อาศัยได้ แต่บริเวณใกล้ที่เกิดเหตุยังถือว่าอยู่ในความอันตราย ฝั่งที่อันตรายคือฝั่ง สน.สามเสน ส่วนตึกโรงพยาบาลไม่เกิดผลกระทบเนื่องจากมีกำแพงลึกขวางอยู่ใต้ดินระหว่างโรงพยาบาลและพื้นที่ก่อสร้าง

 

จากนี้เป็นหน้าที่ของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ในการตรวจสอบพื้นที่ก่อสร้างรถไฟฟ้าโดยเฉพาะสายสีม่วงใต้ ในฐานะเป็นเจ้าของโครงการในบริเวณใกล้เคียงว่าจะได้รับผลกระทบสิ่งใดหรือไม่

 

ส่วนกรณีผู้ป่วยนอกได้สั่งให้หยุดให้บริการก่อน ทั้งนี้ กทม. มีการสั่งให้ติดตั้งกล้องวงจรปิดรอบบริเวณเพิ่มเติม และเลเซอร์จับการเคลื่อนตัวของตึก โดยใช้เครื่องมือเดียวกับเหตุอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ถล่ม เพื่อเฝ้าระวังผลกระทบหลังจากนี้ นอกจากนี้ กรุงเทพมหานครได้มีการตั้งศูนย์บัญชาการและจะมีการประชุมในช่วงเที่ยงวันนี้

The post ชัชชาติเผยเหตุถนนสามเสนทรุด ดินไหลเข้าสถานีรถไฟฟ้าจุดเชื่อมต่อภายในอุโมงค์เสียหาย ส่งผลกระทบอาคารที่พัก-สน. appeared first on THE STANDARD.

]]>
รอง ผบช.น. ประเมินถนนสามเสน คาดใช้เวลาซ่อมแซมกว่า 1 เดือน หลังเกิดเหตุถนนทรุดเป็นหลุมยักษ์ https://thestandard.co/road-collapse-1-month-repair/ Wed, 24 Sep 2025 03:55:33 +0000 https://thestandard.co/?p=1122149

วันนี้ (24 กันยายน) พล.ต.ต. ธวัช วงศ์สง่า รองผู้บัญชากา […]

The post รอง ผบช.น. ประเมินถนนสามเสน คาดใช้เวลาซ่อมแซมกว่า 1 เดือน หลังเกิดเหตุถนนทรุดเป็นหลุมยักษ์ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (24 กันยายน) พล.ต.ต. ธวัช วงศ์สง่า รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวภายหลังลงพื้นที่สำรวจพื้นผิวจราจรทรุดตัวบริเวณหน้าโรงพยาบาลวชิรพยาบาล ว่า ความเสียหายถือว่าเกิดขึ้นได้น้อย เนื่องจากในช่วงนี้เป็นช่วงก่อนการปิดเทอม นักเรียนในโรงเรียนรอบๆ บริเวณทยอยเดินทางเข้าสอบ จึงไม่ได้เป็นการเดินทางเข้าพื้นที่พร้อมกันตามปกติ

 

จากการประเมินสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ณ ขณะนี้ ตำรวจพบว่าเสาไฟฟ้าล้ม 2 ต้นลงไปในถนนที่ทรุดตัว เบื้องต้นเหตุเกิดขึ้นตั้งแต่เวลา 05.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งว่ามีดินทรุดตัวความลึก 10 เมตร แต่ไม่ได้มีการปิดจราจรทั้งหมด มีเพียงการกั้นพื้นที่ที่ดินทรุดไว้เพื่อป้องกันอุบัติเหตุ

 

จนกระทั่งเวลา 07.00 น. การจราจรยังเป็นไปอย่างปกติ และเกิดเหตุพื้นผิวจราจรทรุดตัวเวลาประมาณ 07.30 น. ทั้งนี้ ไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ ส่วนของทรัพย์สิน มีเพียงตัวสถานีตำรวจสามเสน โรงพยาบาลวชิรพยาบาลที่ยังไม่มีผลกระทบ แต่การเข้าสู่โรงพยาบาลต้องขอให้ผู้ที่มีความจำเป็นหลีกเลี่ยงพื้นที่ด้านหน้าโรงพยาบาล ให้เข้าทางด้านหลังแทน

 

อย่างไรก็ตาม ขอให้เลี่ยงถนนสามเสนทั้งหมดในช่วงแยกวชิรพยาบาลกับแยกซังฮี้ คาดว่าจะปิดถนนประมาณ 1 เดือน ส่วนความเสียหายในภาพรวมขณะนี้เกิดขึ้นในบริเวณก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีม่วงเท่านั้น

The post รอง ผบช.น. ประเมินถนนสามเสน คาดใช้เวลาซ่อมแซมกว่า 1 เดือน หลังเกิดเหตุถนนทรุดเป็นหลุมยักษ์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตำรวจคาด ผู้ชุมนุมม็อบอนุสาวรีย์ชัยฯ ช่วงเย็นเกิน 10,000 คน เจ้าหน้าที่ยึดอาวุธมีด-คัตเตอร์ที่จุดคัดกรองได้จำนวนมาก https://thestandard.co/mob-victory-monument-police-seize-weapons/ Sat, 28 Jun 2025 11:09:42 +0000 https://thestandard.co/?p=1090442 เจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งจุดตรวจค้นรอบม็อบอนุสาวรีย์ชัยฯ ตรวจยึดอาวุธมีดและคัตเตอร์จำนวนมาก ขณะผู้ชุมนุมเริ่มหนาแน่น

วันนี้ (28 มิถุนายน ) พล.ต.ต. ธวัช วงศ์สง่า รองผู้บัญชา […]

The post ตำรวจคาด ผู้ชุมนุมม็อบอนุสาวรีย์ชัยฯ ช่วงเย็นเกิน 10,000 คน เจ้าหน้าที่ยึดอาวุธมีด-คัตเตอร์ที่จุดคัดกรองได้จำนวนมาก appeared first on THE STANDARD.

]]>
เจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งจุดตรวจค้นรอบม็อบอนุสาวรีย์ชัยฯ ตรวจยึดอาวุธมีดและคัตเตอร์จำนวนมาก ขณะผู้ชุมนุมเริ่มหนาแน่น

วันนี้ (28 มิถุนายน ) พล.ต.ต. ธวัช วงศ์สง่า รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) เปิดเผยถึงสถานการณ์การจราจรโดยรอบอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิที่มีการจัดการชุมนุมว่า รถยังคงเคลื่อนตัวได้ แม้จะมีการปิดการจราจรบางส่วน โดยเมื่อเวลา 12.00 น. ได้มีการปิดเส้นทางที่มาจากถนนราชวิถี และเวลา 14.00 น. ได้ปิดถนนพหลโยธินขาเข้า โดยปัดรถให้ใช้เส้นทางใต้ทางด่วนดินแดง เนื่องจากมีประชาชนจำนวนมากบริเวณหน้าเวที

 

จากการใช้โดรนสำรวจเมื่อเวลา 15.30 น. พบผู้ชุมนุมประมาณ 6,000 คน และคาดการณ์ว่าจะมีประชาชนเข้าร่วมสมทบเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่องในช่วงเย็น โดยอาจสูงถึง 10,000 คนก่อนเวลา 18.00 น. ซึ่งเป็นเวลาเคารพธงชาติ 

 

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้เตรียมแผนบริหารจัดการจราจรเพิ่มเติม หากจำเป็นต้องปิดการจราจรบริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ โดยรถจากพหลโยธินจะถูกให้เลี้ยวเข้าใต้ทางด่วนดินแดง, รถจากสามเหลี่ยมดินแดงจะให้เลี้ยวไปทางถนนราชปรารภ, รถจากถนนราชวิถีจะให้เลี้ยวออกที่แยกตึกชัย และรถจากเส้นพญาไทจะให้เลี้ยวขวาไปเส้นจตุรทิศ

 

ด้าน พล.ต.ต. ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) เปิดเผยว่า วันนี้เจ้าหน้าที่ได้จับกุมพิบูลย์ อายุ 42 ปี ชาวกรุงเทพฯ ในข้อหาทำร้ายร่างกายเจ้าพนักงานและพกพาอาวุธมีดไปในที่สาธารณะ โดยนำตัวส่ง สน.พญาไท เบื้องต้นทราบว่าพิบูลย์ไม่พอใจเจ้าหน้าที่ที่ตรวจค้นและพบอาวุธมีดที่พกมา

 

นอกจากนี้ผลจากการตั้งจุดตรวจคัดกรองจนถึงเวลา 16.00 น. เจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดอาวุธมีดได้ 7 เล่ม และคัตเตอร์ 17 เล่ม ซึ่งจะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป รวมถึงยังสามารถจับกุมบุคคลที่มีหมายจับตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ของศาลอาญาได้ 1 ราย เพื่อนำตัวส่งดำเนินคดี

 

ในส่วนของการจับกุมคนงาน 8 คนบริเวณถนนวิภาวดี ซึ่งเบื้องต้นเป็นชาวเมียนมาและกัมพูชา เจ้าหน้าที่ได้นำตัวส่ง สน.ดินแดง โดยทั้งหมดอ้างว่ากำลังจะไปทำงาน และยังไม่พบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อความวุ่นวายในการชุมนุมแต่อย่างใด

 

พล.ต.ต. ธีรเดช กล่าวย้ำว่า สถานการณ์โดยรวมยังไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง แต่เจ้าหน้าที่ก็จะไม่ประมาท และจะปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย

 

เจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งจุดตรวจค้นรอบม็อบอนุสาวรีย์ชัยฯ ตรวจยึดอาวุธมีดและคัตเตอร์จำนวนมาก ขณะผู้ชุมนุมเริ่มหนาแน่น

The post ตำรวจคาด ผู้ชุมนุมม็อบอนุสาวรีย์ชัยฯ ช่วงเย็นเกิน 10,000 คน เจ้าหน้าที่ยึดอาวุธมีด-คัตเตอร์ที่จุดคัดกรองได้จำนวนมาก appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: บังคับใช้แล้ว จำกัดความเร็ว 60 กม./ชม. ถนนเกือบทุกสายใน กทม. | NEWS DIGEST #81 https://thestandard.co/news-digest-24122024/ Tue, 24 Dec 2024 12:26:30 +0000 https://thestandard.co/?p=1023346

ราชกิจจาฯ ประกาศจำกัดความเร็วรถไม่เกิน 60 กม./ชม. ถนนทุ […]

The post ชมคลิป: บังคับใช้แล้ว จำกัดความเร็ว 60 กม./ชม. ถนนเกือบทุกสายใน กทม. | NEWS DIGEST #81 appeared first on THE STANDARD.

]]>

ราชกิจจาฯ ประกาศจำกัดความเร็วรถไม่เกิน 60 กม./ชม. ถนนทุกสายใน กทม. ยกเว้น 13 สาย พล.ต.ต. ธวัช วงศ์สง่า รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ปฏิบัติราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล หัวหน้าเจ้าพนักงานจราจรในเขตกรุงเทพมหานคร ให้สัมภาษณ์กับรายการ NEWS DIGEST ถึงที่มาของประกาศข้อบังคับดังกล่าว

The post ชมคลิป: บังคับใช้แล้ว จำกัดความเร็ว 60 กม./ชม. ถนนเกือบทุกสายใน กทม. | NEWS DIGEST #81 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตำรวจนครบาลจัดกำลังตำรวจจราจรกว่า 200 นาย ดูแลเส้นทางเสด็จฯ-อำนวยความสะดวกให้ประชาชนชมขบวนพยุหยาตราทางชลมารคพรุ่งนี้ https://thestandard.co/road-traffic-on-the-royal-barge-procession-day/ Sat, 26 Oct 2024 07:26:32 +0000 https://thestandard.co/?p=1000436

วันนี้ (26 ตุลาคม) พล.ต.ต. ธวัช วงศ์สง่า รองผู้บัญชาการ […]

The post ตำรวจนครบาลจัดกำลังตำรวจจราจรกว่า 200 นาย ดูแลเส้นทางเสด็จฯ-อำนวยความสะดวกให้ประชาชนชมขบวนพยุหยาตราทางชลมารคพรุ่งนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (26 ตุลาคม) พล.ต.ต. ธวัช วงศ์สง่า รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ดูแลงานจัดการจราจรพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน โดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารคในวันพรุ่งนี้ (27 ตุลาคม) กล่าวว่า เบื้องต้นจัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรดูแลในเส้นทางพื้นที่เสด็จพระราชดำเนินและพื้นที่ประชาชนเฝ้ารับเสด็จฯ สองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาและเส้นทางเสด็จพระราชดำเนินกลับ รวมกำลังจากหน่วยต่างๆ มากกว่า 200 นาย

 

พล.ต.ต. ธวัช กล่าวว่า เส้นทางเสด็จฯ ด้วยขบวนพยุหยาตราทางชลมารคจะผ่านสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาทั้งสิ้น 5 สะพาน คือ สะพานกรุงธนหรือสะพานซังฮี้, สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า, สะพานพระราม 8, สะพานพระพุทธยอดฟ้า และสะพานพระปกเกล้า ตั้งแต่เวลา 15.00 น. เป็นต้นไป

 

เจ้าหน้าที่ตำรวจจะไม่ปิดการจราจรทั้ง 5 สะพานดังกล่าว โดยจะให้รถสามารถสัญจรข้ามผ่านไปมาได้ตามปกติ แต่ห้ามรถหยุดดูขบวนเด็ดขาด เพราะจะทำให้เกิดผลกระทบด้านการจราจร ส่วนประชาชนที่จะเดินข้ามสะพานทั้ง 5 แห่งจะปิดไม่ให้เดินผ่านในช่วงที่มีขบวนพยุหยาตราเสด็จพระราชดำเนินผ่าน จึงขอให้ติดตามชมขบวนหรือรอรับเสด็จฯ บริเวณริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาและเส้นทางต่างๆ เท่านั้น

 

ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงเส้นทางบริเวณท่าวาสุกรีตั้งแต่เวลา 15.00 น. เป็นต้นไป ซึ่งจะเป็นช่วงที่เสด็จพระราชดำเนินมาเข้าขบวนเรือ และขอให้หลีกเลี่ยงในช่วงหลังเวลา 17.00 น. ที่วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร เพราะจะเป็นช่วงเวลาที่เสด็จพระราชดำเนินกลับ

 

สำหรับที่จอดรถซึ่งจะใช้รองรับประชาชนที่มาเฝ้ารับเสด็จฯ และชมขบวนเรือ สามารถนำรถมาจอดได้ที่ท้องสนามหลวง, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์, ราชนาวีสโมสร และพื้นที่จอดรถอื่นๆ แต่คาดว่าจะไม่สามารถรองรับจำนวนประชาชนที่จะเดินทางมาได้เพียงพอ จึงขอให้หลีกเลี่ยงการนำรถส่วนบุคคลมา ให้ใช้รถสาธารณะแทน อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าการจัดการจราจรในลักษณะดังกล่าวจะไม่ทำให้เกิดผลกระทบต่อการเดินทางของประชาชนโดยรอบพื้นที่การจัดงาน รวมทั้งจุดเฝ้ารับเสด็จฯ และชมขบวนเรือตามที่ต่างๆ

The post ตำรวจนครบาลจัดกำลังตำรวจจราจรกว่า 200 นาย ดูแลเส้นทางเสด็จฯ-อำนวยความสะดวกให้ประชาชนชมขบวนพยุหยาตราทางชลมารคพรุ่งนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>