ธรรม์ธีร์ สุกโชติรัตน์ – THE STANDARD https://thestandard.co สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Mon, 22 Aug 2022 10:39:25 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.5.5 ไทยสร้างไทยเสนอไอเดีย ตั้งสหภาพแรงงาน Gig Worker เป็นตัวกลางให้ฟรีแลนซ์กำหนดสวัสดิการ-ค่าแรง https://thestandard.co/thaisangthaiparty-gig-worker/ Mon, 22 Aug 2022 10:39:25 +0000 https://thestandard.co/?p=670344 พรรคไทยสร้างไทย

วันนี้ (22 สิงหาคม) ดร.ธรรม์ธีร์ สุกโชติรัตน์ ผู้อำนวยก […]

The post ไทยสร้างไทยเสนอไอเดีย ตั้งสหภาพแรงงาน Gig Worker เป็นตัวกลางให้ฟรีแลนซ์กำหนดสวัสดิการ-ค่าแรง appeared first on THE STANDARD.

]]>
พรรคไทยสร้างไทย

วันนี้ (22 สิงหาคม) ดร.ธรรม์ธีร์ สุกโชติรัตน์ ผู้อำนวยการศูนย์ดิจิทัลเพื่อสร้างพลังของประชาชน พรรคไทยสร้างไทย กล่าวว่า ปัจจุบันเศรษฐกิจโลกและประเทศไทยกำลังแย่ GDP ของประเทศไทยต่ำที่สุดในอาเซียน ขาดการลงทุนใหม่ๆ การส่งออกสู้ประเทศเพื่อนบ้านไม่ได้ กำลังจะเข้าสู่วิกฤตขาดแคลนแรงงานจากสังคมผู้สูงวัย อีกทั้งวิกฤตเศรษฐกิจหลังโควิด ค่าครองชีพสูง ประกอบกับการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารก็ยิ่งทำให้ต้นทุนการผลิตและต้นทุนในการใช้ชีวิตขึ้นสูงตามกัน ซึ่งองค์กรขนาดเล็กและคนทำงานตัวเล็กๆ จะได้รับผลกระทบก่อนเสมอ ทางรอดคือ เราต้องทำให้คนตัวเล็กมีความเข้มแข็งด้วยการเพิ่มรายได้ ลดต้นทุน-ค่าครองชีพ และสร้างความมั่นคง ซึ่งการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมจะช่วยยกระดับความสามารถในการผลิตของแรงงานได้

 

“วันนี้ Gig Economy จึงมีความสำคัญมากขึ้นไปอีก เพราะจุดเด่นคือมีความยืดหยุ่นกับทั้งนายจ้างและแรงงาน แรงงานสามารถรับทำงานได้หลายที่ที่มีงาน ส่วนองค์กรก็ไม่ต้องแบกรับภาระรายจ่ายประจำที่เกิดจากความผันผวนของตลาด แต่ข้อเสียคือความเสี่ยงถูกผลักไปที่ Gig Worker ซึ่งตัวผมก็ถือเป็นแรงงานอิสระลักษณะนี้ จึงเข้าใจดีว่าเราต้องเจอกับปัญหาอะไรบ้าง เช่น ความมั่นคงของรายได้ สวัสดิการด้านความปลอดภัยและสุขภาพที่ไม่สามารถเข้าถึงประกันสังคมหรือประกันสุขภาพได้ แม้บางบริษัทจะมีสวัสดิการให้ แต่ก็มีเกณฑ์ขั้นต่ำที่ต้องทำงานส่งให้ถึงซึ่งทำได้ยาก นอกจากนี้ยังมีความมั่นคงด้านการสร้างฐานะที่หลายคนไม่สามารถเข้าถึงเครื่องมือทางการเงิน หรือยื่นกู้ธนาคารไม่ผ่าน” ดร.ธรรม์ธีร์กล่าว

 

ขณะเดียวกัน ดร.ธรรม์ธีร์เสนอด้วยว่า ควรให้มีการจัดตั้งสหภาพแรงงาน Gig Worker เพื่อเข้ามาดูแลตรงส่วนนี้ ทั้งสวัสดิภาพและสวัสดิการ รวมถึงมีข้อตกลงด้านการกำหนดราคาค่าแรงในแต่ละประเภทไม่ให้ตัดราคาไปต่ำกว่าต้นทุน เพราะในตลาดฟรีแลนซ์ ต่างคนต่างเสนอราคาเพื่อแลกแรงงาน หากมีบางคนต้องการงานด่วนหรือทุ่มลดราคาเพื่อดึงลูกค้าจนเกิดเป็น Price War ก็ทำให้ตลาดพัง และผลเสียก็เกิดกับแรงงานด้วยกัน ซึ่งสหภาพที่จะเกิดขึ้นก็ควรจะเข้ามาดูแลส่วนนี้เพื่อไม่ให้มีใครขาดทุน อีกทั้งยังมีเรื่องการพัฒนาทักษะ การรวมตัวกันเพื่อจัดหาเทรนนิ่งพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานฝีมือแรงงานให้สูงขึ้น พร้อมทั้งการรวมตัวกันจะสามารถต่อรองกับนายจ้างให้เกิดความเป็นธรรมในด้านต่างๆ ได้

 

ดร.ธรรม์ธีร์เชิญชวนให้มาร่วมลงชื่อผลักดันการก่อตั้งสหภาพแรงงานเพื่อแรงงานอิสระ หรือ Gig Worker และฟรีแลนซ์ ผ่านทาง https://www.d-vote.com/thuntee/95 ที่แบ่งเป็น 11 กลุ่มงาน ได้แก่ กลุ่มงานศิลปะและออกแบบ, งานคอนเทนต์, งานการตลาดและโฆษณา, งานสถาปัตยกรรมและวิศวกรรม, งานดิจิทัลและเขียนโปรแกรม, งานช่างภาพ วิดีโอ ตัดต่อ, งานอีคอมเมิร์ซ, งานที่ปรึกษา, งานขับรถ ส่งอาหาร, งานรับจ้างทั่วไป และอื่นๆ จากนั้นระบบ D-Vote จะเป็นตัวกลางเพื่อประสานขอเอกสารที่จำเป็นต่อการจัดตั้งสหภาพแรงงานฯ ทางอีเมลหรือเบอร์โทรศัพ์ เพื่อรวมกลุ่มจัดตั้งสหภาพให้กับแต่ละกลุ่มงาน

 

“ตามหลักคิดของพรรคไทยสร้างไทยคือ Liberate และ Empower คนตัวเล็ก เพราะพวกเราคือรากฐานของเศรษฐกิจ ผมเองในฐานะ Gig Worker คนหนึ่ง จึงได้เริ่มประสานให้เกิดสหภาพแรงงาน เพื่อให้แรงงานอิสระทุกคนเข้าถึงสวัสดิการและความมั่นคงในชีวิต” ดร.ธรรม์ธีร์กล่าว

The post ไทยสร้างไทยเสนอไอเดีย ตั้งสหภาพแรงงาน Gig Worker เป็นตัวกลางให้ฟรีแลนซ์กำหนดสวัสดิการ-ค่าแรง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ธรรมธีร์ ไทยสร้างไทย ล่ารายชื่อโหวตสอบจริยธรรม ส.ว. ตั้งเครือญาติเข้าทำงาน และตัดอำนาจร่วมเลือกนายกฯ https://thestandard.co/thumtee-from-thai-sang-thai-party-find-names-vote-on-cousin-co-work/ Wed, 22 Jun 2022 04:42:41 +0000 https://thestandard.co/?p=644863 ธรรม์ธีร์ สุกโชติรัตน์

วันนี้ (22 มิถุนายน) ดร.ธรรม์ธีร์ สุกโชติรัตน์ ผู้อำนวย […]

The post ธรรมธีร์ ไทยสร้างไทย ล่ารายชื่อโหวตสอบจริยธรรม ส.ว. ตั้งเครือญาติเข้าทำงาน และตัดอำนาจร่วมเลือกนายกฯ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ธรรม์ธีร์ สุกโชติรัตน์

วันนี้ (22 มิถุนายน) ดร.ธรรม์ธีร์ สุกโชติรัตน์ ผู้อำนวยการศูนย์ดิจิทัลเพื่อสร้างพลังของประชาชน พรรคไทยสร้างไทย แถลงข่าวเปิดแพลตฟอร์ม ‘D-vote’ ล่ารายชื่อเพื่อยื่นตรวจสอบสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ที่แต่งตั้งเครือญาติเข้ามาทำงานในสภากินเงินเดือนจากภาษีประชาชน พร้อมทั้งเปิดช่องทางให้ประชาชนร่วมแสดงความคิดเห็นต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 272 เพื่อปิดสวิตช์อำนาจ ส.ว. แต่งตั้งในการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี

 

หลังจากที่ก่อนหน้านี้ iLaw เปิดชื่อ ส.ว. แต่งตั้งญาติ 50 คนเป็นผู้ช่วยของตัวเอง และฝากเลี้ยงไว้กับ ส.ว. คนอื่น ทั้งยังพบทหาร คนใกล้ชิดกับคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) อีกกว่าครึ่งพันมานั่งเป็นคณะทำงานของ ส.ว. ตามโควตา ส.ว. 1 คนต่อคณะทำงาน 8 คน ตามข้อมูลเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2563 ทำให้วุฒิสภาต้องใช้เงินภาษีของประชาชนจ่ายค่าตอบแทนทั้งตัว ส.ว. 250 คน คนละเป็นแสนต่อเดือน คณะทำงานหลักหมื่นต่อคน และยังไม่นับรวมสวัสดิการอื่นๆ อีก เฉลี่ยปีละ 387.33 ล้านบาท

 

หลายฝ่ายออกมาแสดงความกังวล รวมทั้งพี่น้องประชาชน ภาควิชาการ และเรียกร้องให้มีการสอบจริยธรรม ส.ว. ที่เข้าข่ายดังกล่าว ขณะเดียวกันเหลือเวลาอีกไม่ถึงปีที่สภาผู้แทนราษฏรชุดนี้จะสิ้นสุดลง แต่ ส.ว. ยังคงมีอำนาจในการโหวตเลือกนายกฯ อยู่   

 

ดร.ธรรม์ธีร์ยืนยันว่าไม่เห็นด้วยกับบทเฉพาะกาลที่ระบุให้ระหว่าง 5 ปีแรก ส.ว. มีสิทธิ์ร่วมโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีได้ เพราะคนเหล่านี้คือ ส.ว. ที่มากจากการแต่งตั้ง และหาก ส.ว. ชุดนี้อยู่ครบวาระก็เท่ากับว่าจะเลือกนายกรัฐมนตรีได้ถึง 2 คน เพราะสภาผู้แทนราษฎรมีอายุเพียง 4 ปีเท่านั้น หาก ส.ว. ทั้ง 250 คนไม่มีเสียงแตก การเลือกตั้งสมัยหน้าประชาชนก็อาจจะได้กลุ่มคนเผด็จการเช่นเดิมมาบริหารประเทศ

 

นอกจากนี้ ดร.ธรรม์ธีร์ยังเห็นว่าวุฒิสภาควรตรวจสอบจริยธรรมของ ส.ว. ที่แต่งตั้งเครือญาติของตนมาดำรงตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญ ผู้ชำนาญการ และผู้ช่วยดำเนินการประจำตัวของ ส.ว. ที่มีลักษณะเป็นไปเพื่อผลประโยชน์ของตนเอง เพื่อให้ความกระจ่างกับประชาชน

 

“ผมได้พัฒนาแพลตฟอร์มเพื่อเป็นช่องทางในการแสดงจุดยืนให้กับประชาชน โดยเราเคยล่ารายชื่อพี่น้องประชาชนได้กว่า 600,000 รายชื่อ เพื่อยื่นฟ้องรัฐบาลกรณีบริหารจัดการโควิดล้มเหลวผิดพลาด จัดซื้อวัคซีนไม่ได้คุณภาพให้แก่ประชาชน ซึ่งขณะนี้เรื่องกำลังอยู่ที่ ป.ป.ช. ส่วนครั้งนี้รายชื่อของพี่น้องประชาชนมาร่วมลงชื่อพรรคไทยสร้างไทยจะนำรายชื่อดังกล่าวแนบท้ายในการเรียกร้องให้ผู้เกี่ยวข้องตรวจสอบจริยธรรมของ ส.ว. และผลักดันให้มีการแก้ไขบทเฉพาะกาลเรื่องยกเลิกอำนาจในการโหวตนายกรัฐมนตรี” ดร.ธรรม์ธีร์กล่าว

The post ธรรมธีร์ ไทยสร้างไทย ล่ารายชื่อโหวตสอบจริยธรรม ส.ว. ตั้งเครือญาติเข้าทำงาน และตัดอำนาจร่วมเลือกนายกฯ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไทยสร้างไทย เปิดตัว AR โปรโมตนโยบาย ‘บำนาญ 3,000 บาท’ นำร่องใช้ Metaverse ทำงานไร้รอยต่อ https://thestandard.co/thaisangthai-launched-ar-promoting-3000-baht-pension/ Mon, 24 Jan 2022 05:34:22 +0000 https://thestandard.co/?p=585868 ไทยสร้างไทย เปิดตัว AR

วันนี้ (24 มกราคม) คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธาน […]

The post ไทยสร้างไทย เปิดตัว AR โปรโมตนโยบาย ‘บำนาญ 3,000 บาท’ นำร่องใช้ Metaverse ทำงานไร้รอยต่อ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไทยสร้างไทย เปิดตัว AR

วันนี้ (24 มกราคม) คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานพรรคไทยสร้างไทย พร้อมด้วย ดร.ธรรม์ธีร์ สุกโชติรัตน์ ผู้อำนวยการศูนย์ดิจิทัลเพื่อสร้างพลังของประชาชน พรรคไทยสร้างไทย ร่วมกันแถลงข่าวถึงการนำเทคโนโลยี AR เพื่อสื่อสารนโยบายให้เข้าถึงประชาชนได้อย่างชัดเจน มีประสิทธิภาพนำร่องสู่การใช้ Metaverse เป็นพรรคการเมืองแรกของไทย โดยระบุว่า

 

ป้าย AR จะช่วยสร้างความเข้าใจของประชาชนที่มีต่อนโยบาย อุดมการณ์ และวิสัยทัศน์ต่างๆ ของพรรค เพียงแค่ยกโทรศัพท์ขึ้นมาสแกนก็จะพบกับ AR ของบุคคลต่างๆ ที่ทำหน้าที่สื่อสารและพูดคุยถึงรายละเอียดต่างๆ ซึ่งแนวคิดดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของ ‘Political Tech’ ที่พรรคไทยสร้างไทยจะทยอยออกมาให้พี่น้องประชาชนได้ใช้ เพื่อมีส่วนร่วมกับพรรคการเมืองอย่างเป็นประโยชน์ จับต้องได้

 

โดยป้ายแรกจะใช้กับนโยบายบำนาญประชาชนเดือนละ 3,000 บาท ที่จะพบกับ AR ของคุณหญิงสุดารัตน์ที่จะออกมาพูดคุยถึงหลักการของที่ทางพรรคตั้งใจดูแลผู้สูงอายุ ให้มีรายได้เพียงพอต่อการยังชีพ มุ่งดูแลสุขภาพ ผู้สูงอายุให้แข็งแรง มีส่วนร่วมสร้างสรรค์สังคมไทย และจะเป็นการลดภาระ ลดความกังวลของลูกหลาน ทำให้มีเงินตั้งตัวได้เร็วขึ้น โดยไม่ต้องแบกค่าใช้จ่ายของผู้สูงอายุ ทั้งยังช่วยพลิกฟื้นเศรษฐกิจของประเทศอีกด้วย

 

ทั้งนี้ เทคโนโลยีดังกล่าวจะเป็นการนำร่องไปสู่การใช้เทคโนโลยี Metaverse ของพรรคไทยสร้างไทย เพื่อเป้าหมายที่จะทำให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการคิดและลงมือทำกิจกรรมต่างๆ ร่วมกับพรรค ซึ่งเทคโนโลยีเหล่านี้จะตอบโจทย์พี่น้องประชาชน ไม่ว่าจะอยู่ในพื้นที่ใดของประเทศก็สามารถเข้ามามีส่วนร่วมได้อย่างไร้รอยต่อ

 

“ด้วยเทคโนโลยี Metaverse พี่น้องประชาชนและตัวแทนของพรรคจะสามารถไปมาหาสู่ และทำกิจกรรมร่วมกันได้กันได้ ไม่ว่าจะอยู่ในพื้นที่ห่างไกล ซึ่งการนำเทคโนโลยีดังกล่าวมาใช้กับกิจกรรมทางการเมืองนั้น เชื่อว่าจะทำให้พี่น้องประชาชนเข้าใจพรรค เข้าใจนโยบาย และเห็นถึงความตั้งใจที่จะทำงานมากยิ่งขึ้น เช่นเดียวกันพรรคก็จะได้เข้าใจความต้องการ เข้าใจความทุกข์ยากความเดือดร้อนของประชาชนมากยิ่งขึ้นเช่นกัน”

 

ทั้งนี้ ในอนาคตป้ายของพรรคไทยสร้างไทยทั้งหมดจะเป็น AR ซึ่งไม่เพียงเฉพาะป้ายนโยบายบำนาญประชาชน 3,000 บาทเท่านั้น แต่ทุกนโยบาย ทุกผู้สมัครของพรรคก็จะดำเนินการในลักษณะเดียวกัน

The post ไทยสร้างไทย เปิดตัว AR โปรโมตนโยบาย ‘บำนาญ 3,000 บาท’ นำร่องใช้ Metaverse ทำงานไร้รอยต่อ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไทยสร้างไทย ค้านการเก็บภาษีคริปโต ไม่เป็นธรรม ชี้ทำลายโอกาสคนรุ่นใหม่ที่จะสร้างรายได้จาก Digital Asset https://thestandard.co/thaisangthai-oppose-cryptocurrency-tax-collecting/ Mon, 10 Jan 2022 09:12:43 +0000 https://thestandard.co/?p=580865 ไทยสร้างไทย

วันนี้ (10 มกราคม) พรรคไทยสร้างไทย โดยคุณหญิงสุดารัตน์ […]

The post ไทยสร้างไทย ค้านการเก็บภาษีคริปโต ไม่เป็นธรรม ชี้ทำลายโอกาสคนรุ่นใหม่ที่จะสร้างรายได้จาก Digital Asset appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไทยสร้างไทย

วันนี้ (10 มกราคม) พรรคไทยสร้างไทย โดยคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ พร้อมด้วย ดร.ธรรม์ธีร์ สุกโชติรัตน์ ผู้อำนวยการศูนย์ดิจิทัลเพื่อสร้างพลังของประชาชน และนรุตม์ชัย บุนนาค ว่าที่ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) กรุงเทพมหานคร (กทม.) เขตบางคอแหลม-ยานนาวา แถลงจุดยืนคัดค้านการจัดเก็บภาษีที่ได้จากการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล หรือคริปโตเคอร์เรนซี พร้อมแสดงจุดยืนสนับสนุนให้ไทยเป็นศูนย์กลางการลงทุนของสินทรัพย์ดิจิทัล หรือ ‘Digital Asset Hub’ ของโลก 

 

คุณหญิงสุดารัตน์ระบุว่า การเก็บภาษีคริปโตเคอร์เรนซีสะท้อนการไม่เข้าใจโอกาสสร้างรายได้เข้าประเทศจาก Digital Asset ที่เป็น New Economy ของรัฐบาล เป็นการปิดกั้นโอกาสในการหารายได้ของคนรุ่นใหม่

 

การที่รัฐมีนโยบายจะเก็บภาษีจากรายได้ของผู้ทำกำไรจาก Digital Asset คงไม่มีใครว่า ถ้าเก็บอย่างเป็นธรรม ไม่เอาเปรียบผู้เสียภาษี ในทางตรงข้ามรัฐควรต้องส่งเสริมให้เกิดการใช้โอกาสในการสร้างรายได้จาก Digital Asset มากกว่า

 

ตามที่มีข่าวออกมาว่ารัฐจะเก็บภาษีคริปโตเคอร์เรนซี 2 ขั้น คือ

 

  1. เก็บภาษีหัก ณ ที่จ่ายหรือ Withholding Tax 15% ซึ่งผู้ซื้อคริปโตเคอร์เรนซีต้องเป็นผู้ทำการหักและนำส่งจากกำไรของผู้ขาย เป็นราย Transaction ซึ่งปฏิบัติได้ยาก ไม่ Practical เพราะเวลาซื้อขายซึ่งมักเกิดจากการทำธุรกรรมผ่านระบบ Exchange และ DeFi ทำเราไม่สามารถรู้ได้ว่าผู้ซื้อหรือผู้ขายอีกฝั่งคือใคร การออกหนังสือรับรองแก่ผู้ขายจึงแทบเป็นไปไม่ได้ และนักลงทุนที่เป็น Day Trade ซื้อขายหลายรายการต่อวัน หากต้องคำนวณและหักภาษีนำส่งเป็นราย Transaction แทบจะเป็นไปไม่ได้ที่บุคคลธรรมดาจะทำได้ถูกต้องทุก Transaction ตลอดปีภาษี เพราะไม่มีแผนกบัญชีเหมือนการทำในรูปแบบบริษัทมาคอยช่วยตรวจสอบแบ่งเบาภาระ หากในอนาคตเก็บภาษีจากการขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์แบบเดียวกันนี้ เชื่อว่านักลงทุนในตลาดหุ้นส่วนใหญ่ก็ไม่สามารถปฏิบัติตามได้เช่นกัน

 

  1. เก็บภาษีเงินได้ประจำปีตามอัตราก้าวหน้า (0-35%) ซึ่งก็คิดเฉพาะจาก Transaction ที่กำไรเช่นกัน ดังนั้นถึงแม้ลงทุนรวมแล้วทั้งปีจะขาดทุน แต่หากมี Transaction ใดที่กำไร ก็ต้องเสียภาษีอีก ซึ่งอย่างนี้ผิดหลักการ Capital Gain Tax ที่ประเทศอื่นๆ ทั่วโลกไม่ทำกันแบบนี้ เพราะการเก็บ Capital Gain Tax จะต้องรวมกำไร ขาดทุนทั้งปี หักลบกลบหนี้แล้วกำไรเท่าไรค่อยเสียภาษี จึงจะเป็นธรรมกับประชาชน ทั้งนี้การที่เสีย Withholding Tax 15% ไปแล้ว ก็ไม่มีสิทธิ์เลือกเลยว่าจะปล่อยให้หักไปเลยแล้วไม่ต้องยื่นประจำปี แต่กลับให้ต้องมาเสียเพิ่มหรือเคลมคืนเมื่อสิ้นปีเอง เป็นการสร้างภาระซ้ำซ้อนอีก

 

ซึ่งทันทีที่มีการประกาศการเก็บภาษีแบบนี้ ปริมาณการเทรดใน Exchange ไทยลดลงทันทีถึง 25-45% แสดงให้เห็นว่าหากรัฐดึงดันจะใช้แนวปฏิบัตินี้ต่อไป ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่าจะให้ Exchange ไทยเป็นผู้เก็บภาษีแทนอีกด้วย จะส่งผลให้นักลงทุนย้ายไปใช้แพลตฟอร์มของต่างประเทศเพื่อที่จะไม่ต้องเสียภาษีแน่นอน ซึ่งจะเกิดความเสียหายกับธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลไทยที่หลายธุรกิจได้ลงทุนจนได้ใบอนุญาตไปแล้ว และสุดท้ายรัฐก็จะไม่สามารถเก็บได้แม้กระทั่ง VAT หรือภาษีเงินได้นิติบุคคลจากธุรกิจไทย

 

พรรคไทยสร้างไทยจึงขอคัดค้านการเก็บ Withholding Tax 15% ซึ่งสร้างภาระให้ประชาชน และถ้าจะเก็บจาก Capital Gain Tax ควรเก็บหลังจากหักลบกำไรขาดทุนในแต่ละปีตามหลักสากล

 

คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวด้วยว่า พรรคไทยสร้างไทยเห็นโอกาสที่ยิ่งใหญ่ของโลกยุคใหม่ เราจึงมีนโยบายที่จะสร้างประเทศไทยให้เป็น ‘ศูนย์กลางการลงทุนของสินทรัพย์ดิจิทัล’ หรือ ‘Digital Asset Hub’ ของโลก เพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ (Foreign Direct Investment: FDI) ให้มาลงทุนในประเทศไทย ซึ่งจะทำให้ประเทศไทยมีรายได้เข้ามามากมาย และยังเป็นการพัฒนาบุคลากรของไทยเราให้เก่งยิ่งขึ้น

 

โดยการทำให้ไทยเป็น Digital Asset Hub ไม่ใช่เรื่องยากหรือไกลเกินฝัน เพียงรัฐเข้าใจ มีวิสัยทัศน์ สนับสนุนส่งเสริม ปลดล็อกกฎเกณฑ์ที่เป็นอุปสรรคขวางกั้นความสามารถของคนรุ่นใหม่ แทนการมองเป็นทาสที่ต้องออกกฎควบคุมบังคับและจ้องรีดภาษีเท่านั้น พรรคไทยสร้างไทยเห็นว่าการไม่เก็บภาษีคริปโตเคอร์เรนซีสำหรับการเทรดบน Exchange ที่ได้รับอนุญาตในประเทศไทยเหมือนการเทรดหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ (หรือในอนาคตควรเพิ่มการลดหย่อนจากการลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆ รวมถึงสินทรัพย์ดิจิทัลเป็นระยะเวลา 10 ปี เหมือนการซื้อ SSF เป็นบันไดขั้นต่อไป) เป็นการส่งเสริมให้ไทยเป็น Digital Asset Hub จะสร้างรายได้ให้รัฐมากมายกว่าการออกนโยบายเก็บภาษีคริปโตเคอร์เรนซี ที่ทำให้คนส่วนใหญ่จะหันไปเทรด Exchange ต่างประเทศ ในที่สุดประเทศไทยก็จะไม่ได้ประโยชน์ใดๆ และไทยจะเป็นประเทศที่ตกยุค ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง

 

พรรคไทยสร้างไทยมีเป้าหมายสนับสนุนให้คนไทยทุกคนได้มีโอกาสทำมาหากินให้ได้ง่ายที่สุด ให้ทุกคนร่ำรวยอย่างยั่งยืน รัฐจึงจะเก็บภาษีได้ ไม่ต้องกู้มาใช้อย่างทุกวันนี้ ซึ่งแสดงให้เห็นแล้วว่านโยบายเศรษฐกิจและการคลังดำเนินการมาอย่างผิดพลาดแบบนี้ตลอด 7 ปี

 

ดังนั้นในทุกนโยบายของพรรคไทยสร้างไทย เราจึงมุ่งเน้นการปลดปล่อย (Liberate) ประชาชนจากรัฐราชการรวมศูนย์ กฎหมาย ระเบียบที่เป็นอุปสรรคขวางกั้นการทำมาหากินของประชาชน การสร้างพลัง (Empower) ให้ประชาชนมีช่องทางและเครื่องมือสร้างรายได้ในโลกยุคใหม่ให้มากที่สุด

The post ไทยสร้างไทย ค้านการเก็บภาษีคริปโต ไม่เป็นธรรม ชี้ทำลายโอกาสคนรุ่นใหม่ที่จะสร้างรายได้จาก Digital Asset appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภูมิใจไทย-ไทยสร้างไทย ถามสรรพากร เก็บภาษีคริปโตคิดรอบคอบหรือยัง ชี้กฎหมายไม่เป็นธรรม รัฐต้องเปลี่ยนวิธีคิด https://thestandard.co/bhumjaithai-thaisangthai-cryptocurrency-tax/ Fri, 07 Jan 2022 11:02:56 +0000 https://thestandard.co/?p=580154 ภูมิใจไทย-ไทยสร้างไทย ถามสรรพากร

วันนี้ (7 มกราคม) สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ สมาชิกสภาผู้ […]

The post ภูมิใจไทย-ไทยสร้างไทย ถามสรรพากร เก็บภาษีคริปโตคิดรอบคอบหรือยัง ชี้กฎหมายไม่เป็นธรรม รัฐต้องเปลี่ยนวิธีคิด appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภูมิใจไทย-ไทยสร้างไทย ถามสรรพากร

วันนี้ (7 มกราคม) สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) จังหวัดศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาผลกระทบจากการประกอบธุรกิจออนไลน์และการทำธุรกรรมผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ สภาผู้แทนราษฎร โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุถึงการที่กรมสรรพากรจะมีการเก็บภาษีคริปโต 15% โดยระบุว่า เอาให้ชัวร์ก่อนไหมภาษีคริปโต โลกหมุนทุกวัน โลกหมุนเร็วขึ้น

 

ตอนนี้มีการพูดถึงภาษีคริปโตกันจำนวนมากว่ากรมสรรพากรจะมีการเก็บภาษีจากกำไร 15% และยังคงสร้างความสับสนและความกังวลต่อประชาชนจำนวนมาก เนื่องจากความไม่ชัดเจนในรูปแบบ วิธีการ แนวทางในการปฏิบัติ ถ้าคนทั่วไปอ่านก็คงคิดว่าทุกรายการที่ขายแล้วมีกำไรคือหัก ณ ที่จ่ายเลย 15% แล้วที่ยังเป็นตัวแดงค้างอยู่ละจะทำอย่างไร ในมุมของท่านอาจจะบอกว่าก็ไม่คิดไง แฟร์ แต่ในมุมของชาวบ้านคือเขาจะเอากำไรมาถัวขาดทุนเปล่า

 

“ฝากถึงสรรพากรด้วยนะครับว่าแนวทางและวิธีการท่านต้องคิดให้รอบคอบ ปกติตัวเลขในพอร์ตลงทุนน่าจะขึ้นลงทุกวัน กำไรจะเก็บก็เข้าใจได้ แต่ถ้าภาพรวมเขาขาดทุนอยู่จะทำอย่างไร สมมติเหรียญบางตัวราคาไหลลงเหวเลย เขาชิงขายก่อนแล้วไปช้อนซื้อต่ำๆ ขายทำกำไรระยะสั้น แต่ยังคงขาดทุน จะไปเก็บภาษีเขาได้หรือ ผมลองคิดวิธีเล่นๆ การเก็บภาษีลักษณะนี้ก็ค่อนข้างยากอยู่ เช่น ถ้ามีรอบประเมิน เช่น 31 มีนาคม จะประเมินกำไรขาดทุน แต่รายได้เขายังไม่ได้รับ (Unrealized) จะประเมินอย่างไร” สิริพงศ์ระบุ และอธิบายเพิ่มเติมว่า

 

ก้าวนี้ของสรรพากรสำคัญมาก อย่าทำให้กลายเป็น

  1. รังแกประชาชน ประเภทเธอได้ฉันเอาหมด เธอเสียเรื่องของเธอ
  2. รังแกผู้ประกอบการไทย เพราะเขาจะมุดไปเทรดที่อื่นหมด
  3. รังแกเด็กดี อันนี้ไม่ต้องอธิบาย

 

“สรรพากรควรคิดภาษีจากผู้ให้บริการเทรดที่เขาได้คอมมิชชันจากการซื้อขาย ดีกว่าจากประชาชนโดยตรงดีกว่าหรือไม่ เรื่องนี้เป็นเรื่องใหม่ แต่ก็ไม่ได้ใหม่เกินไป อย่าทำให้ความไม่ชัดเจนในนโยบายมาทำให้คนเขาหนีจากระบบหมด ผมเชื่อว่าภาษีทุกคนยินดีเสียถ้าเราเก็บเขาแบบเป็นธรรมและใช้ภาษีให้คุ้มค่า” สิริพงศ์ระบุในท้ายที่สุด

 

ด้าน ดร.ธรรม์ธีร์ สุกโชติรัตน์ ผู้อำนวยการศูนย์ดิจิทัลเพื่อสร้างพลังของประชาชน พรรคไทยสร้างไทย กล่าวถึงกรณีกรมสรรพากรออกมาชี้แจงประเด็นภาษีคริปโต ตามพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 19) พ.ศ. 2561 ว่า ตามกฎหมายที่บังคับใช้ในปัจจุบันสำหรับนักลงทุน มีการจัดเก็บภาษีในระดับ ‘ธุรกรรม’ กล่าวคือเมื่อทำรายการแล้วได้กำไรต้องเสียภาษีทันที แต่เมื่อทำรายการแล้วขาดทุนกลับไม่มีการนำมาหักลบจากจำนวนภาษีที่ต้องเสีย ซึ่งเป็นแนวปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรมต่อนักลงทุน ไม่ทันต่อยุคสมัย ซึ่งต่างประเทศที่สนับสนุนให้มีการลงทุนเกิดขึ้นภายในประเทศจะไม่ใช้วิธีคิดแบบนี้

 

วิธีคิดภาษีเฉพาะกำไรจากการลงทุนแบบรายธุรกรรม โดยไม่หักลบธุรกรรมที่ขาดทุน และยังต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายอีก 15% เป็นวิธีคิดที่ไม่เป็นธรรม สร้างภาระ เพราะแค่นักลงทุนซื้อขายเกินสองธุรกรรมต่อวันก็แทบเป็นไปไม่ได้ที่จะปฏิบัติตามได้ถูกต้องสมบูรณ์ตลอดปีภาษี เป็นการลดแรงจูงใจประชาชนที่ลงทุนภายในประเทศ สวนทิศทางกับกระแสนักลงทุนชาวไทยและภาคเอกชนไทยที่ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลกำลังเติบโต ซึ่งหากในปี 2565 ที่ประกาศไว้ว่ามีแผนจะเริ่มจัดเก็บภาษีในตลาดหุ้น ซึ่งตามหลักอาจใช้มาตรฐานแบบเดียวกันนี้ นักลงทุนในตลาดหุ้นคงย้ายไปนอกประเทศตามไปด้วยเช่นกัน

 

การบังคับใช้กฎหมายต้องคำนึงถึงหลักการความเป็นธรรม มีประสิทธิภาพ และปฏิบัติได้ง่าย แต่กฎหมายที่บังคับใช้ในปัจจุบันไม่ตอบโจทย์ทั้ง 3 ข้อ วันนี้ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลถือเป็นโอกาสของคนตัวเล็กและธุรกิจเกิดใหม่ที่จะเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระดับโลก ในโลกยุคนี้ทุกครั้งที่ภาครัฐจะออกกฎระเบียบเชิงบังคับควบคุม จำเป็นต้องคิดถึงแนวทางเชิงสนับสนุนควบคู่ไปด้วยเสมอ และคำนึงถึงผลบวกให้มากกว่าผลลบเสมอ เพื่อให้ประชาชนและประเทศไม่เสียโอกาส หากยังประเมินผลกระทบได้ไม่ครบด้านต้องอนุญาตให้ทำก่อน อย่าเพิ่งรีบออกกฎระเบียบเพิ่ม ไม่เช่นนั้นการพัฒนาไม่เกิด ต้องใช้ Sandbox Mindset เพื่อให้โอกาสแทนการตัดโอกาส จึงอยากขอให้ภาครัฐรีบทบทวนแนวทางปฏิบัติดังกล่าวก่อนจะสายเกินไปจนไม่มีใครสนใจการลงทุนภายในประเทศ

 

นอกจากนี้ ดร.ธรรม์ธีร์ยังตั้งคำถามถึงกรณีที่สํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ประกาศกํากับดูแล Non-Fungible Token (NFT) ว่ามีมาตรการส่งเสริมและสนับสนุนผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องเพื่อให้เกิดการพัฒนาและเติบโตอย่างไร เพราะ NFT เป็นหนึ่งในกลไกที่นำมาประยุกต์ใช้ เพื่อสร้างความแข็งแรงของทรัพย์สินทางปัญญา และ Soft Power

 

ดังนั้น ก.ล.ต. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรใช้ Sandbox Mindset เน้นการออกกฎระเบียบที่สนับสนุนคุ้มครองสิทธิทรัพย์สินทางปัญญาของผู้ประกอบการ เพื่อจูงใจให้เกิดการพัฒนาและเติบโตของ NFT ในประเทศไทย ไม่ให้ซ้ำรอยกฎระเบียบที่ผ่านมา ที่เมื่อออกมาแล้วคนไทยไม่อยากทำธุรกิจในประเทศตัวเอง ยูนิคอร์นตัวแรกที่ก่อตั้งโดยคนไทยไม่ได้ (จดทะเบียน) อยู่ในประเทศไทยแล้ว อย่าให้ยูนิคอร์นตัวถัดๆ ไป ต้องบินออกไปนอกประเทศอีกเลย

 

“หากภาครัฐตั้งใจทำเพื่อการพัฒนาประเทศและต้องการนำรายได้เข้าประเทศจริง การออกกฎระเบียบเพื่อสร้างโอกาสให้กับการลงทุนและธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลเป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก เพราะจะสร้างรายได้และเกิดเม็ดเงินหมุนเวียนเข้าประเทศที่สามารถจัดเก็บภาษีได้มากยิ่งกว่า และนำไปสู่การพัฒนาอีกระดับจนประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการลงทุนสินทรัพย์ดิจิทัลระดับภูมิภาคได้ ซึ่งการสร้าง Sandbox Mindset ให้กับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องคือคำตอบ โดยนโยบายของพรรคไทยสร้างไทยเห็นว่าภาษีสินทรัพย์ดิจิทัลนั้นไม่เพียงแต่ควรเว้นการเก็บภาษีเท่านั้น ยังควรให้สิทธิประโยชน์นักลงทุนเพื่อใช้ลดหย่อนภาษีเงินได้ เพื่อสนับสนุนอีกด้วย” ดร.ธรรม์ธีร์กล่าวในท้ายที่สุด

The post ภูมิใจไทย-ไทยสร้างไทย ถามสรรพากร เก็บภาษีคริปโตคิดรอบคอบหรือยัง ชี้กฎหมายไม่เป็นธรรม รัฐต้องเปลี่ยนวิธีคิด appeared first on THE STANDARD.

]]>
เปิดตัว ‘ดร.เรือบิน’ ผู้ร่วมก่อตั้งสตาร์ทอัพด้าน Government Tech รายแรกของไทยร่วมทีมไทยสร้างไทย สร้าง Metaverse ทำนโยบายทางตรงจากประชาชน https://thestandard.co/thamthee-sukchotirat-join-thaisangthai/ Sat, 25 Dec 2021 10:50:51 +0000 https://thestandard.co/?p=575883 ธรรม์ธีร์ สุกโชติรัตน์

วันนี้ (25 ธันวาคม) คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธา […]

The post เปิดตัว ‘ดร.เรือบิน’ ผู้ร่วมก่อตั้งสตาร์ทอัพด้าน Government Tech รายแรกของไทยร่วมทีมไทยสร้างไทย สร้าง Metaverse ทำนโยบายทางตรงจากประชาชน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ธรรม์ธีร์ สุกโชติรัตน์

วันนี้ (25 ธันวาคม) คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานพรรคไทยสร้างไทย เปิดตัว ‘ดร.ธรรม์ธีร์ สุกโชติรัตน์’ หรือ ดร.เรือบิน อดีตผู้ร่วมก่อตั้งสตาร์ทอัพด้าน Government Tech รายแรกของไทย (iTAX) เป็นผู้อำนวยการศูนย์ดิจิทัลเพื่อสร้างพลังของประชาชน พรรคไทยสร้างไทย

 

คุณหญิงสุดารัตน์ได้แถลงผ่านระบบ Metaverse จากหาดใหญ่ เข้ามาพูดคุยกับนักข่าวที่ทำการพรรคไทยสร้างไทยที่กรุงเทพฯ โดยกล่าวว่า พรรคไทยสร้างไทยคือพรรคที่ประชาชนเป็นเจ้าของ ดังนั้นพรรคจึงเน้นขบวนการการมีส่วนร่วมของประชาชน ผ่านทั้งการออกไปพบปะพี่น้องประชาชนแบบค่ำไหนนอนนั่น ในคาราวานสร้างไทย 77 จังหวัด หรือที่เราเรียกว่า ‘On Ground’ ซึ่งจะร่วมกับ ‘On Space’ คือการใช้เทคโนโลยีให้ประชาชนมีส่วนร่วมกับพรรค ซึ่งเป็นพรรคการเมืองแรกของประเทศไทยที่ใช้ Political Tech เพื่อให้เสียงของประชาชนมีความสำคัญไม่เฉพาะในวันกาบัตรเลือกตั้งเท่านั้น แต่จะมีความสำคัญทุกวัน เพราะทุกเสียงของประชาชนจะถูกนำมาสร้างนโยบาย และเมื่อพรรคไทยสร้างไทยได้รับเลือกตั้งได้ ส.ส. ในสภา โดยเฉพาะในวาระสำคัญ จะมีการนำเทคโนโลยีดังกล่าวมาให้ประชาชนมีส่วนร่วมด้วย โดยมอบให้ ดร.ธรรม์ธีร์เป็นผู้อำนวยการศูนย์ดิจิทัลฯ

 

ดร.ธรรม์ธีร์กล่าวว่า ด้วยเทคโนโลยีนี้และ ส.ส. ของพรรคไทยสร้างไทย ประชาชนจะไม่ได้เสียงดังเพียงวันที่กาบัตรเลือกตั้ง แต่ประชาชนจะเป็นเจ้าของพรรคและเป็นผู้กำหนดทิศทางให้พรรคไทยสร้างไทยในทุกการตัดสินใจทางการเมือง โดยประชาชนจะมีส่วนร่วมตั้งแต่การวางนโยบายด้านต่างๆ จากนั้นเมื่อ ส.ส. ของพรรคได้เข้าสภา ทุกการโหวตและการปฏิบัติหน้าที่ที่สำคัญ เราจะทำตามสิ่งที่ประชาชนสั่งให้เราทำผ่านแอปพลิเคชันนี้

 

ดร.ธรรม์ธีร์กล่าวเพิ่มเติมว่า การกระจายอำนาจสู่มือประชาชนด้วยเทคโนโลยีบล็อกเชนยังสามารถใช้เพิ่มประสิทธิภาพของหน่วยงานราชการ เช่น การให้ประชาชนเป็นผู้ตั้งตัวชี้วัด (KPI) ของข้าราชการกับการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) หรือการลดความเหลื่อมล้ำ รวมถึงการติดตามและตรวจสอบการทำงานและการใช้งบประมาณของรัฐ เพื่อสร้างให้หน่วยงานรัฐมุ่งทำงานเพื่อประชาชนอย่างแท้จริงและโปร่งใส โดยทางพรรคจะนำเทคโนโลยี Metaverse เพื่อใช้ทดสอบและนำร่องกระบวนการดังกล่าวนี้ด้วย

 

ด้าน ธิดารัตน์ ยิ่งเจริญ ผู้อำนวยการศูนย์นโยบาย พรรคไทยสร้างไทย กล่าวว่า พรรคมีกรอบนโยบายที่มุ่งปลดปล่อยประชาชน (Liberate) จากพันธนาการระบบอำนาจนิยมและรัฐราชการ และเพิ่มพลังให้แก่ประชาชน (Empower) เพื่อช่วยเหลือคนตัวเล็ก การรับฟังเสียงประชาชนเพื่อนำไปทำนโยบายเป็นวิธีการที่ตอบโจทย์ความมุ่งหวังของพรรคในการคืนอำนาจให้แก่ประชาชน เราเชื่อว่านโยบายที่ดีต้องตอบโจทย์ความต้องการที่แท้จริงของประชาชน

 

ชลเดช เขมะรัตนา นายกสมาคมฟินเทคประเทศไทย ในฐานะผู้ร่วมพัฒนาแพลตฟอร์ม D-Vote.com หรือ Decentralized Vote กล่าวว่า การเข้าถึงและการรับฟังเสียงประชาชนโดยตรงนั้นเป็นเรื่องที่จำเป็น ชลเดชจึงมองว่า Blockchain-Based Voting Platform ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่โปร่งใสและตรวจสอบได้นี้ จะเป็นการกระจายอำนาจสู่ประชาชนที่แท้จริง จึงต้องขอขอบคุณทางพรรคที่เห็นความสำคัญในการฟังเสียงประชาชน และสนับสนุนแพลตฟอร์มนี้ให้ประชาชนได้เข้าถึง รวมถึงความมุ่งมั่นที่จะนำไปพัฒนาประเทศให้ตรงจุด แก้ปัญหาได้ตรงประเด็น เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศต่อไป

 

สำหรับ ดร.ธรรม์ธีร์ สุกโชติรัตน์ เป็นที่ปรึกษาให้กับสถาบันการศึกษา, สตาร์ทอัพ, SMEs, บริษัทมหาชน และองค์กรภาครัฐกว่า 20 องค์กร และเป็นผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทนวัตกรรมด้าน GovTech, FinTech, E-Commerce และ Health Tech เคยได้รับรางวัลจากรายการแข่งขันสตาร์ทอัพพันล้าน จากการช่วยให้ประชาชนสามารถยื่นและใช้สิทธิทางภาษีได้สะดวก โดยแอปพลิเคชันดังกล่าวทำให้เกิดกระแสการทำ GovTech ในภาครัฐของไทยด้วย

The post เปิดตัว ‘ดร.เรือบิน’ ผู้ร่วมก่อตั้งสตาร์ทอัพด้าน Government Tech รายแรกของไทยร่วมทีมไทยสร้างไทย สร้าง Metaverse ทำนโยบายทางตรงจากประชาชน appeared first on THE STANDARD.

]]>