ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนา/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Tue, 14 Mar 2023 11:24:23 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 ครม. เห็นชอบเทงบ อนุมัติวงเงินชดเชยแก้หนี้สินเกษตรกรกองทุนฟื้นฟูฯ ให้ 4 ธนาคารรัฐ กว่า 1.5 หมื่นล้านบาท https://thestandard.co/cabinet-approved-farmer-debt/ Tue, 14 Mar 2023 11:24:23 +0000 https://thestandard.co/?p=762833 หนี้สินเกษตรกร

วันนี้ (14 มีนาคม) อนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐ […]

The post ครม. เห็นชอบเทงบ อนุมัติวงเงินชดเชยแก้หนี้สินเกษตรกรกองทุนฟื้นฟูฯ ให้ 4 ธนาคารรัฐ กว่า 1.5 หมื่นล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
หนี้สินเกษตรกร

วันนี้ (14 มีนาคม) อนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม. เห็นชอบแนวทางการดำเนินโครงการแก้ไขปัญหาหนี้สินเกษตรกรสมาชิกกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ซึ่งเป็นลูกหนี้ธนาคารของรัฐ 4 แห่ง คือ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ธนาคารออมสิน ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) และธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.)

 

โดยจัดสรรงบประมาณเพื่อจ่ายชดเชยให้กับธนาคารทั้ง 4 แห่ง เกษตรกรกลุ่มเป้าหมายตามโครงการฯ 50,621 ราย เป็นเงินทั้งสิ้น 15,481.657 ล้านบาท

 

กรณีเกษตรกรมีเหตุสุดวิสัยไม่สามารถชำระหนี้ได้ และได้ขอให้สำนักงานกองทุนฟื้นฟูฯ ชำระหนี้แทน ให้กองทุนฟื้นฟูฯ เสนอขอรับการจัดสรรงบฯ เพื่อชำระหนี้ให้แล้วเสร็จภายใต้ระยะเวลาที่กำหนดไว้ในแผนการชำระหนี้ตามสัญญา

 

ในการดำเนินการปรับโครงสร้างหนี้ดังกล่าวที่รัฐจะต้องรับภาระในการจัดสรรชดเชยให้กับธนาคารของรัฐ 4 แห่ง ได้แก่ เงินต้นครึ่งหลัง (ร้อยละ 50) และดอกเบี้ยของเงินต้นเดิม รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 15,481.657 ล้านบาท โดยเบิกจ่ายจากงบประมาณประจำปี พ.ศ. 2568-2580 ให้กับธนาคารที่เกษตรกรทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ จำแนกตามข้อมูลของแต่ละธนาคารได้ดังนี้

 

  • ธ.ก.ส. จำนวนลูกหนี้ 47,973 ราย เงินต้นครึ่งหลัง 7,340.176 ล้านบาท ดอกเบี้ย 6,718.949 ล้านบาท กรอบวงเงินชดเชย 14,059,125 ล้านบาท

 

  • ธ.ออมสิน จำนวนลูกหนี้ 552 ราย เงินต้นครึ่งหลัง 81.184 ล้านบาท ดอกเบี้ย 173.385 ล้านบาท กรอบวงเงินชดเชย 254.569 ล้านบาท

 

  • ธอส. จำนวนลูกหนี้ 2,008 ราย เงินต้นครึ่งหลัง 153.207 ล้านบาท ดอกเบี้ย 478.649 ล้านบาท กรอบวงเงินชดเชย 631.856 ล้านบาท

 

  • ธพว. จำนวนลูกหนี้ 88 ราย เงินต้นครึ่งหลัง 146.861 ล้านบาท ดอกเบี้ย 389.246 ล้านบาท กรอบวงเงินชดเชย 536.107 ล้านบาท

 

รวมจำนวนลูกหนี้ทั้งสิ้น 50,621 ราย เงินต้นครึ่งหลัง 7,721.428 ล้านบาท ดอกเบี้ย 7,760.229 ล้านบาท กรอบวงเงินชดเชย 15,481.657 ล้านบาท

 

กรณีการขอเงินชดเชยให้กับธนาคารของรัฐทั้ง 4 แห่ง เกิดปัญหาในทางปฏิบัติ ให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยสำนักงานกองทุนฟื้นฟูฯ กระทรวงการคลัง และธนาคารทั้ง 4 แห่ง หารือเพื่อกำหนดแนวทางแก้ไขปัญหาร่วมกันให้ได้ข้อยุติและนำเสนอขออนุมัติงบประมาณประจำปี

 

ทั้งนี้ เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการต้องไม่เป็นหนี้เกินกว่าจำนวนมูลหนี้ที่กำหนดไว้ในแผนการชำระหนี้ที่ได้ทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ไว้กับธนาคารเจ้าหนี้

 

อนุชากล่าวเพิ่มเติมว่า ที่ประชุม ครม. ยังย้ำให้เห็นถึงความสำคัญในการกำกับดูแลในการดำเนินโครงการ ต้องเป็นไปตามกฎหมาย ช่วยเหลือเกษตรกรอย่างทั่วถึง โปร่งใสและเป็นธรรม รวมทั้งมีมาตรการดูแล เพื่อสร้างวินัยด้านการเงินให้กับเกษตรกร เพื่อป้องกันปัญหาหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ในอนาคต

The post ครม. เห็นชอบเทงบ อนุมัติวงเงินชดเชยแก้หนี้สินเกษตรกรกองทุนฟื้นฟูฯ ให้ 4 ธนาคารรัฐ กว่า 1.5 หมื่นล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
ส่องแบงก์รัฐ-พาณิชย์ ขึ้นดอกเบี้ยเงินกู้ เท่าไรกันบ้าง? หลัง กนง. ประชุมนัดแรกของปี 2566 https://thestandard.co/bank-loan-interest-info/ Mon, 30 Jan 2023 06:39:08 +0000 https://thestandard.co/?p=743600

แบงก์รัฐและแบงก์พาณิชย์แห่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ […]

The post ส่องแบงก์รัฐ-พาณิชย์ ขึ้นดอกเบี้ยเงินกู้ เท่าไรกันบ้าง? หลัง กนง. ประชุมนัดแรกของปี 2566 appeared first on THE STANDARD.

]]>

แบงก์รัฐและแบงก์พาณิชย์แห่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ หลังคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติเป็นเอกฉันท์ให้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% เป็น 1.50% ต่อปี ในการประชุมนัดแรกของปีนี้ เพื่อให้สอดคล้องการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและสถานการณ์การระบาดที่คลี่คลายลง

 

การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายครั้งนี้ แบงก์รัฐหลายแห่งต่างประกาศปรับขึ้นดอกเบี้ยตามเป็นครั้งแรกในรอบการขึ้นดอกเบี้ยครั้งนี้ แม้ว่าเมื่อปีก่อนได้ให้คำมั่นว่าจะตรึงอัตราดอกเบี้ยไว้เพื่อให้ลูกค้ามีเวลาปรับตัวและรักษากำลังซื้อเอาไว้

 


 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 


 

โดยธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ถือเป็นแบงก์รัฐรายแรกๆ ที่ประกาศปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ทุกประเภท 0.25% ต่อปี และนับเป็นการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินกู้เป็นครั้งแรกของ ธอส. ในรอบ 2 ปี 9 เดือนด้วย ตามมาด้วยธนาคารรายอื่นๆ ทั้งธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME Bank) ธนาคารออมสิน และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)

 

ด้านแบงก์พาณิชย์ก็ยืนยันว่า การขึ้นดอกเบี้ยรอบนี้ได้ขึ้นดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายย่อย ‘น้อยกว่า’ ลูกค้ารายใหญ่ สะท้อนความกังวลคุณภาพหนี้กลุ่มลูกค้ารายย่อยและผู้ประกอบการรายเล็ก

 

 

ภาพประกอบ: พรวลี จ้วงพุฒซา

The post ส่องแบงก์รัฐ-พาณิชย์ ขึ้นดอกเบี้ยเงินกู้ เท่าไรกันบ้าง? หลัง กนง. ประชุมนัดแรกของปี 2566 appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘แบงก์รัฐ’ มอบของขวัญปีใหม่ อัดมาตรการคืนเงิน ลดดอกเบี้ย สินเชื่ออัตราดอกเบี้ยพิเศษ ด้าน ‘ออมสิน’ เพิ่มรางวัลสลากพิเศษ รางวัลละ 1 ล้านบาท 24 รางวัล https://thestandard.co/bank-new-year-gifts/ Tue, 20 Dec 2022 10:37:05 +0000 https://thestandard.co/?p=726339

เปิดมาตรการหรือโครงการของขวัญปีใหม่ปี 2566 ของแบงก์รัฐ […]

The post ‘แบงก์รัฐ’ มอบของขวัญปีใหม่ อัดมาตรการคืนเงิน ลดดอกเบี้ย สินเชื่ออัตราดอกเบี้ยพิเศษ ด้าน ‘ออมสิน’ เพิ่มรางวัลสลากพิเศษ รางวัลละ 1 ล้านบาท 24 รางวัล appeared first on THE STANDARD.

]]>

เปิดมาตรการหรือโครงการของขวัญปีใหม่ปี 2566 ของแบงก์รัฐ และสถาบันการเงินเฉพาะกิจ เพื่อเสริมสภาพคล่อง ลดภาระค่าใช้จ่ายดอกเบี้ย และเสริมสร้างวินัยทางการเงินให้แก่ประชาชนและผู้ประกอบการ ซึ่งประกอบด้วย มาตรการคืนเงินหรือลดอัตราดอกเบี้ย สินเชื่ออัตราดอกเบี้ยพิเศษ รางวัลพิเศษของสลากออมสิน การลดค่างวดการผ่อนชำระ และการยกเว้นค่าดำเนินการค้ำประกันสินเชื่อ รวมทั้งสิ้น 15 โครงการ ได้แก่

 

ธนาคารออมสิน จำนวน 2 โครงการ คือ

  1. โครงการวินัยดี มีเงิน เพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้กับลูกค้าที่มีวินัยทางการเงิน สำหรับลูกค้าวงเงินกู้ไม่เกิน 200,000 บาท มีประวัติการชำระหนี้ดี ไม่น้อยกว่า 3 ปี จะได้รับเงินรายละ 500 บาท ซึ่งสามารถกดรับสิทธิผ่าน MyMo ได้ภายในวันที่ 25 ธันวาคม 2565
  2. โครงการสลากออมสินดิจิทัล 2 ปี ฉลองปีใหม่ 2566 เพื่อส่งเสริมการออมผ่านสลากออมสินพิเศษดิจิทัล สำหรับผู้ฝากสลากออมสินพิเศษ 2 ปี ทั้งใบสลากและดิจิทัล ในระหว่างวันที่ 2 ธันวาคม 2565 ถึงวันที่ 31 มกราคม 2566 โดยเพิ่มรางวัลพิเศษรางวัลละ 1 ล้านบาท จำนวน 12 รางวัล สำหรับงวดวันที่ 30 ธันวาคม 2565 และอีก 12 รางวัล สำหรับงวดวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2566 

 

ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จำนวน 4 โครงการ ได้แก่ 

  1. โครงการชำระดีมีคืน ปีบัญชี 2565 สำหรับลูกค้าเกษตรกรที่เป็นหนี้ปกติ ณ ปีบัญชี 2565 จำนวน 3 ล้านราย โดยเมื่อชำระดอกเบี้ยตามสัญญาที่มีสิทธิ์จะได้รับการคืนดอกเบี้ยเงินกู้เข้าบัญชีเงินฝากตามหลักเกณฑ์ และเงื่อนไขที่ ธ.ก.ส. กำหนด ระยะเวลาดำเนินโครงการตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2565 และสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2566 หรือเมื่อครบกำหนดวงเงินที่ ธ.ก.ส. กำหนด
  2. โครงการลดดอกเบี้ยแก้หนี้ภาคครัวเรือน ปีบัญชี 2565 สำหรับลูกค้าสินเชื่อที่มีสถานะเป็นหนี้ NPL หรือปรับปรุงโครงสร้างหนี้ ทั้งนี้ การลดอัตราดอกเบี้ยให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่ ธ.ก.ส. กำหนด ระยะเวลาดำเนินโครงการตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2565 ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2566
  3. มาตรการเสริมสภาพคล่องและฟื้นฟูลูกค้า ปีบัญชี 2565 โดยลูกค้าเกษตรกรที่เป็นหนี้ปกติ ณ ปีบัญชี 2565 สามารถขอยื่นกู้สินเชื่อเพิ่มเติมได้ 
  4. มาตรการสนับสนุนการให้สินเชื่อแก่ผู้ประกอบธุรกิจ (สินเชื่อเพื่อการปรับตัว) ปีบัญชี 2565 โดยลูกค้าเดิมและลูกค้าใหม่สามารถยื่นขอสินเชื่อ โดยได้รับอัตราดอกเบี้ยพิเศษ ทั้งนี้ ต้องยื่นขอภายในวันที่ 9 เมษายน 2566 

 

ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) จำนวน 1 โครงการ คือ

ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) มอบของขวัญปีใหม่สำหรับลูกค้าสินเชื่อบ้านที่มีวินัยการผ่อนชำระเงินงวดสินเชื่อบ้านสม่ำเสมอให้ได้รับ Cashback 1,000 บาท โดยแบ่งลูกค้าเป็น 2 กลุ่ม ประกอบด้วย ลูกค้ารายย่อยที่มีสถานะบัญชีปกติ ที่มีวงเงินกู้ไม่เกิน 2 ล้านบาท และมีวินัยในการผ่อนชำระย้อนหลังรวม 48 เดือน (นับถึงงวดเดือนพฤศจิกายน 2565) และลูกค้าที่เคยปรับปรุงโครงสร้างหนี้ ปัจจุบันมีสถานะบัญชีปกติ และมีประวัติการผ่อนชำระหนี้ย้อนหลัง 6 เดือน (นับถึงงวดเดือนพฤศจิกายน 2565) เพียงชำระเงินงวดผ่าน Application: GHB ALL หรือ GHB ALL GEN ติดกันไม่น้อยกว่า 2 เดือน (ในงวดเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม 2565 หรืองวดเดือนธันวาคม 2565 – มกราคม 2566) 

 

ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME D Bank) จำนวน 3 มาตรการ/โครงการ ได้แก่

  1. ผ่อนดี มีคืน เพื่อช่วยเหลือลูกค้ารายย่อยของ ธพว. ที่มีวงเงินสินเชื่อไม่เกิน 500,000 บาท และมีประวัติการชำระดี โดยได้รับบัตรกำนัลฟรี มูลค่าสูงสุด 300 บาท ระยะเวลาดำเนินโครงการตั้งแต่เดือนธันวาคม 2565 ถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2566
  2. มาตรการสนับสนุนผู้ประกอบการ SMEs เข้าถึงแหล่งเงินทุน สำหรับผู้ประกอบการ SMEs ที่มีวงเงินสินเชื่อไม่เกิน 50 ล้านบาท โดยได้รับบัตรเติมน้ำมันมูลค่าสูงสุด 5,000 บาท เมื่อได้รับอนุมัติสินเชื่อ ระยะเวลาดำเนินโครงการตั้งแต่เดือนธันวาคม 2565 ถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2566
  3. ส่งเสริมช่องทางการตลาดให้แก่ผู้ประกอบการ SMEs โดยลูกค้าสามารถซื้อสินค้าราคาพิเศษ จาก SME D Market (ส่วนลดสูงสุดร้อยละ 20 มากกว่า 300 รายการสินค้า) ภายในเดือนธันวาคม 2565

 

ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) จำนวน 2 มาตรการ

  1. มาตรการจ่าย All in 1 โดยลูกค้าเดิมและลูกค้าใหม่ที่เข้าร่วม 1 ใน 3 มาตรการ ดังนี้ 1) มาตรการสินเชื่อ EXIM Personal Biz 2) มาตรการสินเชื่อเพื่อผู้ส่งออกป้ายแดง และ 3) มาตรการสินเชื่อ EXIM Shield Financing จะได้รับอัตราดอกเบี้ยสูงสุดไม่เกินร้อยละ 6.60 ต่อปี ระยะเวลา 6 เดือน
  2. มาตรการรับเงินคืน ร้อยละ 2 ของดอกเบี้ยจ่ายสะสม โดยลูกค้าที่เข้าร่วมมาตรการปรับปรุงโครงสร้างหนี้อย่างยั่งยืนของ EXIM BANK จะได้รับเงินคืนร้อยละ 2 ของดอกเบี้ยจ่ายสะสม เป็นระยะเวลา 2 เดือน

 

ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ธอท.) จำนวน 1 โครงการ คือ

สินเชื่อไอแบงก์ยืนหนึ่ง ประกอบด้วย 1) สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย 2) โครงการสินเชื่อ Top Up และ 3) โครงการสินเชื่อบ้านแลกเงิน โดยลูกค้าทั่วไปที่เข้าร่วม 1 ใน 3 โครงการนี้ จะได้รับอัตรากำไรพิเศษ ระยะเวลาดำเนินโครงการตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2565 ถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2566 

 

บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) จำนวน 2 มาตรการ ได้แก่

  1. มาตรการยกเว้นค่าดำเนินการค้ำประกันสินเชื่อสำหรับผู้ประกอบการ SMEs โดยผู้ประกอบการ SMEs ที่ส่งคำขอให้ บสย. ค้ำประกันภายใต้โครงการดังนี้ 1) Bilateral Phase 7 (BI7) 2) Portfolio Guarantee Scheme (PGS) ระยะพิเศษ Soft Loan Extra และ 3) Thai Credit Guarantee Corporation Risk Based Pricing (TCG RBP) จะได้รับการยกเว้นค่าดำเนินการค้ำประกันสินเชื่อ ระยะเวลาดำเนินโครงการตั้งแต่วันที่ 1-31 มกราคม 2566
  2. มาตรการสำหรับลูกหนี้ บสย. สำหรับลูกหนี้ที่ประนอมหนี้กับ บสย. แล้ว และค้างชำระไม่เกิน 3 งวด จะได้รับการลดค่างวด ระยะเวลาดำเนินโครงการตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึงวันที่ 30 มีนาคม 2566

ข่าวที่เกี่ยวข้อง


 

The post ‘แบงก์รัฐ’ มอบของขวัญปีใหม่ อัดมาตรการคืนเงิน ลดดอกเบี้ย สินเชื่ออัตราดอกเบี้ยพิเศษ ด้าน ‘ออมสิน’ เพิ่มรางวัลสลากพิเศษ รางวัลละ 1 ล้านบาท 24 รางวัล appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘7 สถาบันการเงินรัฐ’ ออกมาตรการพักชำระหนี้อย่างน้อย 2 เดือน ช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากล็อกดาวน์ https://thestandard.co/gfa-issue-a-moratorium-on-debt-payments-for-at-least-2-months/ Thu, 15 Jul 2021 06:12:27 +0000 https://thestandard.co/?p=512918 สมาคมสถาบันการเงินของรัฐ

สมาคมสถาบันการเงินของรัฐ (สงร.) และธนาคารสมาชิกทุกแห่ง […]

The post ‘7 สถาบันการเงินรัฐ’ ออกมาตรการพักชำระหนี้อย่างน้อย 2 เดือน ช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากล็อกดาวน์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
สมาคมสถาบันการเงินของรัฐ

สมาคมสถาบันการเงินของรัฐ (สงร.) และธนาคารสมาชิกทุกแห่ง ประกอบด้วย ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (ธสน.) ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ธอท.) และบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ออกมาตรการช่วยเหลือพักชำระเงินต้นและพักชำระดอกเบี้ยหรือค่าธรรมเนียมให้แก่ลูกหนี้ SMEs และรายย่อย เป็นระยะเวลาอย่างน้อย 2 เดือน

 

ทั้งนี้ลูกหนี้ที่เข้าเกณฑ์รับความช่วยเหลือดังกล่าวจะต้องเป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรง คือลูกหนี้ทั้งที่เป็นนายจ้างและลูกจ้างในสถานประกอบการทั้งในพื้นที่ควบคุมและนอกพื้นที่ควบคุมที่ต้องปิดกิจการจากมาตรการป้องกันควบคุมโรคในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงสุด 10 จังหวัด เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดโควิดของภาครัฐ

 

โดยมาตรการจะเริ่มตั้งแต่งวดการชำระหนี้เดือนกรกฎาคม 2564 หรือเริ่มตั้งแต่งวดการชำระหนี้เดือนสิงหาคม 2564 เป็นต้นไป แล้วแต่กรณี ทั้งนี้เมื่อหมดระยะเวลาพักชำระหนี้แล้ว สถาบันการเงินเฉพาะกิจจะไม่เรียกเก็บเงินต้นและดอกเบี้ย หรือค่าธรรมเนียมที่ค้างอยู่ในทันที เพื่อไม่ให้เป็นภาระหนักกับลูกหนี้

 

สำหรับลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบโดยอ้อม คือ ลูกหนี้ที่ยังเปิดกิจการได้ แต่รายได้ลดลงจากมาตรการควบคุมการระบาดของภาครัฐ สถาบันการเงินเฉพาะกิจจะพิจารณาให้ความช่วยเหลือแก่ลูกหนี้ตามความจำเป็นและสอดคล้องกับสถานการณ์ของลูกหนี้

 

สงร. ระบุว่า ลูกหนี้สามารถติดต่อกับสถาบันการเงินเจ้าหนี้เพื่อแสดงความประสงค์ขอรับความช่วยเหลือได้ตั้งแต่วันที่ 19 กรกฎาคม 2564 ทั้งนี้หากลูกหนี้สามารถให้ข้อมูลหลักฐานที่ชัดเจนถึงผลกระทบของกิจการหรือการจ้างงาน จะทำให้การพิจารณาให้ความช่วยโดยเจ้าหนี้สามารถทำได้อย่างรวดเร็ว

The post ‘7 สถาบันการเงินรัฐ’ ออกมาตรการพักชำระหนี้อย่างน้อย 2 เดือน ช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากล็อกดาวน์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
5 แบงก์รัฐ-บสย. ปรับเวลาเปิด-ปิดสาขา ในห้างปิด 17.00 น. นอกห้าง 15.30 น. จำกัดจำนวนลูกค้า https://thestandard.co/5-state-banks-adjust-opening-closing-time/ Thu, 15 Apr 2021 07:47:01 +0000 https://thestandard.co/?p=476086 5 แบงก์รัฐ-บสย. ปรับเวลาเปิด-ปิดสาขา ในห้างปิด 17.00 น. นอกห้าง 15.30 น. จำกัดจำนวนลูกค้า

สมาคมสถาบันการเงินของรัฐและธนาคารสมาชิก ได้แก่ ธนาคารอา […]

The post 5 แบงก์รัฐ-บสย. ปรับเวลาเปิด-ปิดสาขา ในห้างปิด 17.00 น. นอกห้าง 15.30 น. จำกัดจำนวนลูกค้า appeared first on THE STANDARD.

]]>
5 แบงก์รัฐ-บสย. ปรับเวลาเปิด-ปิดสาขา ในห้างปิด 17.00 น. นอกห้าง 15.30 น. จำกัดจำนวนลูกค้า

สมาคมสถาบันการเงินของรัฐและธนาคารสมาชิก ได้แก่ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.), ธนาคารออมสิน, ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.), ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (ธสน.), ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ธอท.) ออกมาตรการป้องกันโรคโควิด-19 ระลอกใหม่สำหรับงานบริการสาขา ตามแนวทางของกระทรวงสาธารณสุขและหน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง ดังนี้

 

1. ธนาคารอาจพิจารณาปิดสาขาบางแห่งชั่วคราวสำหรับพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงต่อการแพร่ระบาดตามประกาศของจังหวัดหรือรัฐบาล ซึ่งลูกค้ายังคงสามารถใช้บริการที่ตู้ ATM หรือทำธุรกรรมผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์หรือออนไลน์ได้ตามปกติ ทั้งนี้ ลูกค้าสามารถตรวจสอบรายชื่อสาขาที่ปิดการบริการทางเว็บไซต์ของแต่ละธนาคาร

 

2. ปรับเวลาปิดสาขาทั่วประเทศ เริ่มวันที่ 16 เมษายน 2564  

 

  • สาขาในห้าง/สาขาที่เปิดให้บริการ 7 วัน ปิดไม่เกินเวลา 17.00 น.
  • สาขาภายนอกปิดไม่เกินเวลา 15.30 น.

 

3. จำกัดช่องให้บริการและจำกัดจำนวนลูกค้าในสาขา เพื่อเว้นระยะห่างที่เหมาะสม

 

4. กรณีสาขาใดมีพนักงานหรือลูกค้าติดเชื้อเข้าใช้บริการ

 

  • ให้แต่ละธนาคารปิดเพื่อพ่นฆ่าเชื้อทันที และเปิดทำการเมื่อเสร็จสิ้น
  • พนักงานที่สัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วย ให้ตรวจเชื้อและกักตัวเองในที่พักทันที (Self-Quarantine at Home) ในระยะเวลาตามมาตรฐานกระทรวงสาธารณสุข
  • จัดให้มีพนักงานปฏิบัติงานทดแทน ซึ่งเป็นพนักงานที่ไม่เกี่ยวข้องกับการสัมผัสเชื้อเข้าปฏิบัติหน้าที่แทน

 

มาตรการดังกล่าวเป็นไปเพื่อความปลอดภัยของพนักงานและลูกค้าเป็นสำคัญ รวมทั้งเป็นการร่วมมือกับภาครัฐในการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ด้วย โดยธนาคารจะกลับมาให้บริการตามปกติโดยเร็วที่สุดเมื่อสถานการณ์เริ่มคลี่คลายลง

 

ขณะที่บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ลูกค้า คู่ค้า และผู้เกี่ยวข้อง สามารถติดต่อ บสย. สำนักงานเขตต่างๆ และศูนย์ปรึกษาทางการเงิน SMEs (บสย. FA Center) ให้บริการในช่วงเวลา 08.30-16.30 น.

The post 5 แบงก์รัฐ-บสย. ปรับเวลาเปิด-ปิดสาขา ในห้างปิด 17.00 น. นอกห้าง 15.30 น. จำกัดจำนวนลูกค้า appeared first on THE STANDARD.

]]>
SME D Bank จับมือ บสย. เติมทุน SMEs ผ่านบริการ ‘SME D ยกกำลัง 3’ https://thestandard.co/sme-d-bank-3/ Fri, 14 Feb 2020 10:22:08 +0000 https://thestandard.co/?p=331309

กอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะประธ […]

The post SME D Bank จับมือ บสย. เติมทุน SMEs ผ่านบริการ ‘SME D ยกกำลัง 3’ appeared first on THE STANDARD.

]]>

กอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะประธานกรรมการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank กล่าวว่า จากมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 7 มกราคมที่ผ่านมา เห็นชอบมาตรการ ‘ต่อเติม เสริมทุน SMEs สร้างไทย’ เพื่อช่วยเหลือ SMEs ในการเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันท่ามกลางเศรษฐกิจที่ยังคงไม่แน่นอน ดังนั้น ธพว. และบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ร่วมกันขับเคลื่อนตามมาตรการดังกล่าว ผ่านการสนับสนุนผู้ประกอบการเข้าถึงแหล่งทุนดอกเบี้ยต่ำ ลดต้นทุนธุรกิจ ผ่านบริการ ‘SME D ยกกำลัง 3’ ภายใต้โครงการสินเชื่อเพื่อยกระดับเศรษฐกิจชุมชน (Local Economy Loan) วงเงิน 10,000 ล้านบาท    

 

สำหรับบริการ ‘SME D ยกกำลัง 3’ เปิดโอกาสเติมทุนให้ทั้งนิติบุคคลและบุคคลธรรมดา วัตถุประสงค์เพื่อต้องการให้ผู้ประกอบการมีเงินทุนนำไปใช้หมุนเวียน ลงทุน ขยาย ปรับปรุงกิจการ มีจุดเด่นอัตราดอกเบี้ยต่ำคือ นิติบุคคลและบุคคลธรรมดา ที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) อัตราดอกเบี้ย 3 ปีแรกอยู่ที่ 3% ต่อปี ปีที่ 4-7 อัตราดอกเบี้ย MLR วงเงินกู้สูงสุด 5 ล้านบาท 

 

ส่วนบุคคลธรรมดาอัตราดอกเบี้ย 3 ปีแรกอยู่ที่ 5% ต่อปี ปีที่ 4-7 อัตราดอกเบี้ย MLR วงเงินกู้สูงสุด 2 ล้านบาท กำหนดระยะเวลาผ่อนนานสูงสุดถึง 7 ปี นอกจากนี้จะฟรีค่าธรรมเนียมค้ำประกัน บสย. 3 ปี (จากปกติฟรีค่าธรรมเนียมค้ำประกัน บสย. 2 ปี) โดยกำหนดเวลายื่นกู้ภายในวันที่ 31 พฤษภาคม 2563 นี้ หรือจนกว่าจะหมดวงเงินสินเชื่อรวมของโครงการ แล้วแต่อย่างหนึ่งอย่างใดจะถึงก่อน  

 

ทั้งนี้กลุ่มธุรกิจที่สามารถยื่นขอสินเชื่อดังกล่าวได้ เช่น ธุรกิจบริการ ธุรกิจเกษตรแปรรูป ธุรกิจท่องเที่ยว หรือธุรกิจเกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว ผู้ประกอบการใหม่ หรือมีนวัตกรรม ธุรกิจค้าส่ง-ค้าปลีก และผู้ประกอบอาชีพอิสระ เป็นต้น  

 

ทั้งนี้ทาง ธพว. ตั้งเป้าหมายว่า บริการเติมทุน ‘SME D ยกกำลัง 3’ จะสนับสนุนผู้ประกอบการ SMEs เข้าสู่แหล่งทุนไม่น้อยกว่า 4,000 ราย ก่อให้เกิดการจ้างงานเฉลี่ยไม่น้อยกว่า 25,000 คนต่อปี และสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจได้ไม่น้อยกว่า 50,000 ล้านบาท

 

The post SME D Bank จับมือ บสย. เติมทุน SMEs ผ่านบริการ ‘SME D ยกกำลัง 3’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ของขวัญปีใหม่! ธพว. ออกมาตรการเจาะ SME เพิ่มรายได้-ลดค่างวด-ดอกเบี้ยพิเศษ https://thestandard.co/sme-d-bank/ Fri, 27 Dec 2019 07:23:58 +0000 https://thestandard.co/?p=316126 SME D Bank

นารถนารี รัฐปัตย์ รองกรรมการผู้จัดการ รักษาการแทนกรรมกา […]

The post ของขวัญปีใหม่! ธพว. ออกมาตรการเจาะ SME เพิ่มรายได้-ลดค่างวด-ดอกเบี้ยพิเศษ appeared first on THE STANDARD.

]]>
SME D Bank

นารถนารี รัฐปัตย์ รองกรรมการผู้จัดการ รักษาการแทนกรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank กล่าวว่า ธพว. ออกมาตรการพิเศษมอบเป็นของขวัญให้แก่ผู้ประกอบการ SMEs แบ่งเป็น 3 ส่วนหลัก ได้แก่ 

 

1. มาตรการลดภาระการชำระหนี้ ทาง ธพว. เปิดให้ลูกค้าชั้นดีที่มีวงเงินกู้ไม่เกิน 5 ล้านบาท สามารถยื่นความจำนงขอลดภาระการชำระส่วนเงินต้น คงเหลือชำระเฉพาะดอกเบี้ยได้นานสูงสุด 6 เดือน หลังจากนั้นจึงชำระเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยตามปกติ ทั้งนี้เพื่อช่วยเพิ่มสภาพคล่องและลดรายจ่ายให้ลูกค้าของธนาคาร 

 

2. สินเชื่อดอกเบี้ยพิเศษ 

 

2.1 สำหรับบุคคลธรรมดา ใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน ลงทุนขยายธุรกิจ อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 0.51% ต่อเดือน วงเงินกู้สูงสุด 2 ล้านบาท หากจด VAT ได้วงเงินกู้สูงสุด 5 ล้านบาท หรือลงทุนซื้อเครื่องจักรแปรรูปสินค้า คิดอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 0.33% ต่อเดือน วงเงินกู้สูงสุด 15 ล้านบาท

 

2.2 สำหรับกลุ่มนิติบุคคล นำไปเสริมสภาพคล่อง เพิ่มเงินทุนหมุนเวียน ขยายธุรกิจ อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 0.44% ต่อเดือน วงเงินกู้สูงสุด 5 ล้านบาท หากเป็นกรณีปรับปรุงโรงงานจะคิดอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 0.33% ต่อเดือน ในวงเงินกู้สูงสุด 15 ล้านบาท สำหรับธุรกิจนิติบุคคลภาคการผลิต ภาคบริการ และภาคค้าส่งค้าปลีก ที่มีลูกหนี้การค้าที่เป็นหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ และบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ สามารถขอ ‘สินเชื่อ SMART Factoring บัญชีเดียว’ ซึ่งมีอัตราดอกเบี้ยเริ่มต้น 0.57% ต่อเดือน รับซื้อสูงสุด 90% ของมูลหนี้ทางการค้า ให้เครดิตนาน 180 วัน 

 

3. การเพิ่มรายได้ โดยส่งเสริมให้ SMEs มาออกบูธในงาน ‘The Best SMEs Gift Fest’ และสนับสนุนให้สร้างรายได้ผ่านแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซอย่าง Lazada และ Thailandpostmart.com 

 

“มาตรการเพิ่มรายได้ ลดภาระการชำระหนี้และสินเชื่อดอกเบี้ยพิเศษที่ ธพว. มอบให้เป็นของขวัญแก่ SME ไทย เชื่อว่าจะเป็นข่าวดีสร้างรอยยิ้ม คืนความสุขให้แก่ SME ไทย มีส่วนกระตุ้นเศรษฐกิจให้เกิดความคึกคักและสร้างเศรษฐกิจ โดยเฉพาะระดับฐานรากให้เติบโตอย่างยั่งยืน” นารถนารีกล่าวในที่สุด

 

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

The post ของขวัญปีใหม่! ธพว. ออกมาตรการเจาะ SME เพิ่มรายได้-ลดค่างวด-ดอกเบี้ยพิเศษ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ม.หอการค้าไทย เผยดัชนี SMEs Q2/2562 ปรับลดทุกด้าน เชื่อมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจะช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้น https://thestandard.co/smes-q2-2562/ Thu, 22 Aug 2019 07:16:05 +0000 https://thestandard.co/?p=280735 SMEs

วันนี้ (22 ส.ค.) ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยา […]

The post ม.หอการค้าไทย เผยดัชนี SMEs Q2/2562 ปรับลดทุกด้าน เชื่อมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจะช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
SMEs

วันนี้ (22 ส.ค.) ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ร่วมกับธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank แถลงดัชนีสถานการณ์ธุรกิจ SMEs และดัชนีความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจ SMEs ประจำไตรมาสที่ 2/2562 จาก 1,239 ตัวอย่างทั่วประเทศ โดยสำรวจ 3 ดัชนี ได้แก่

 

1. ดัชนีสถานการณ์ธุรกิจ SMEs (SMEs Situation Index)

2. ดัชนีความสามารถในการทำธุรกิจ (SMEs Competency Index)

3. ดัชนีความยั่งยืนของธุรกิจ SMEs (SMEs Sustainability Index) นำมาประมวลให้เห็นถึงดัชนีความสามารถในการแข่งขันของ SMEs (SMEs Competitiveness Index)  

 

โดย ผศ.ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย รองอธิการบดีอาวุโสวิชาการและงานวิจัย และผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เผยว่า ดัชนีสถานการณ์ธุรกิจ ไตรมาส 2/2562 อยู่ที่ 42.7 ปรับตัวลด 1.0 จุด เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ผ่านมา (1/2562) และคาดไตรมาส 3/2562 จะอยู่ที่ 41.9 เมื่อจำแนกตามลักษณะการเป็นลูกค้า พบว่ากลุ่มที่ไม่ใช่ลูกค้าของ ธพว. ดัชนีสถานการณ์ธุรกิจปรับจากระดับ 37.4 มาอยู่ที่ระดับ 36.2 ส่วนกลุ่มที่เป็นลูกค้า ธพว. ดัชนีสถานการณ์ธุรกิจ จากระดับ 49.0 มาอยู่ที่ระดับ 48.0

 

ด้านดัชนีความสามารถในการทำธุรกิจ ไตรมาสที่ 2/2562 อยู่ที่ระดับ 48.8 ปรับตัวลดลง 1.1 จุด เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ผ่านมา และคาดไตรมาส 3/2562 จะอยู่ที่ 48.1 เมื่อจำแนกตามลักษณะการเป็นลูกค้า พบว่ากลุ่มที่ไม่ได้เป็นลูกค้า ธพว. ดัชนีความสามารถในการทำธุรกิจจากระดับ 42.2 มาอยู่ที่ระดับ 40.8 ขณะที่กลุ่มที่เป็นลูกค้า ธพว. จากระดับ 57.8 มาอยู่ที่ระดับ 56.8

 

SMEs

 

และด้านดัชนีความยั่งยืนของธุรกิจ ไตรมาสที่ 2/2562 อยู่ที่ระดับ 51.8 ปรับตัวลดลง 0.7 จุด เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ผ่านมา และคาดไตรมาส 3/2562 จะอยู่ที่ 50.8 เมื่อจำแนกลักษณะตามการเป็นลูกค้า พบว่ากลุ่มที่ไม่ได้เป็นลูกค้า ธพว. ดัชนีจากระดับ 45.3 มาอยู่ที่ระดับ 44.5 ขณะที่กลุ่มที่เป็นลูกค้า ธพว. จากระดับ 59.6 มาอยู่ที่ระดับ 59.1  

 

นอกจากนี้ ผศ.ดร.ธนวรรธน์ ยังได้กล่าวต่อว่า จาก 3 ดัชนีข้างต้น นำมาสู่ดัชนีความสามารถในการแข่งขันของ SMEs ไตรมาสที่ 2/2562 พบว่า อยู่ที่ระดับ 47.8 ปรับตัวลดลง 0.9 จุด เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ผ่านมา และคาดว่าในไตรมาสที่ 3/2562 จะอยู่ที่ระดับ 46.9 เมื่อจำแนกตามลักษณะการเป็นลูกค้า พบว่ากลุ่มที่ไม่ได้เป็นลูกค้า ธพว. ดัชนีความสามารถในการแข่งขันลดลงจาก 41.6 มาอยู่ที่ 40.5 ส่วนลูกค้า ธพว. ดัชนีความสามารถในการแข่งขันจาก 55.5 มาอยู่ที่ 54.7

 

อย่างไรก็ตาม ผลสำรวจดังกล่าวดำเนินการก่อนที่รัฐบาลจะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่เมื่อมีมาตรการกระตุ้นดังกล่าวออกมาแล้ว เชื่อว่าจะมีส่วนสำคัญทั้งทางตรงและทางอ้อม ไม่ว่าจะเป็น ช่วยให้คนมีรายได้และเพิ่มการใช้จ่ายมากขึ้น นักท่องเที่ยวมากขึ้น ธุรกิจมีสภาพคล่องและรายได้มากขึ้น ต้นทุนธุรกิจลดลงจากภาระอัตราดอกเบี้ยลดลง ทำให้สถานการณ์ของ SMEs ไทยขยับปรับดีขึ้น   

 

อย่างไรก็ตาม พงชาญ สำเภาเงิน รองกรรมการผู้จัดการ รักษาการแทนกรรมการผู้จัดการ SME D Bank กล่าวเสริมว่า จากผลสำรวจดังกล่าว กลุ่ม SME ที่เป็นลูกค้า ธพว. ค่าเฉลี่ยดัชนีทุกด้านยังสูงกว่ากลุ่มที่ไม่ได้เป็นลูกค้า ธพว. เนื่องจากธนาคารมีกระบวนการพัฒนาผู้ประกอบการคู่กับการให้เงินกู้ เช่น การจัดอบรม จับคู่ธุรกิจ ช่วยขยายตลาด และต่อยอดพัฒนาผลิตภัณฑ์ เป็นต้น ทำให้ลูกค้า ธพว. มีศักยภาพ สามารถปรับตัวทันโลกธุรกิจยุคใหม่ ดังนั้น ธนาคารจะเดินหน้าแนวทางพัฒนาผู้ประกอบการต่อเนื่อง เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้ผู้ประกอบการมีภูมิคุ้มกันทางธุรกิจ ลดผลกระทบจากปัจจัยภายนอกควบคู่กับเติมทุนด้วยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ สร้างโอกาสนำไปใช้เสริมสภาพคล่อง, ลงทุน, ขยาย, ปรับปรุงธุรกิจ หรือเป็นทุนหมุนเวียน ช่วยให้ศักยภาพสามารถปรับตัวก้าวข้ามอุปสรรคที่เกิดขึ้นได้   

 

ทั้งนี้ ธนาคารเตรียมผลิตภัณฑ์สินเชื่อดอกเบี้ยพิเศษไว้รองรับ เช่น สินเชื่อนิติบุคคล 555 วงเงินกู้สูงสุด 15 ล้านบาท ดอกเบี้ยเฉลี่ย 7 ปี อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้น 0.479% ต่อเดือน สินเชื่อเพื่อยกระดับเศรษฐกิจชุมชน คิดดอกเบี้ยถูก นิติบุคคล 3 ปีแรกเพียง 0.25% ต่อเดือน และบุคคลธรรมดา 3 ปีแรกเพียง 0.42% ต่อเดือน เป็นต้น ตั้งเป้าว่าภายในปีนี้ (2562) จะสนับสนุนผู้ประกอบการเข้าถึงแหล่งทุนได้กว่า 60,000 ล้านบาท

 

 

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

The post ม.หอการค้าไทย เผยดัชนี SMEs Q2/2562 ปรับลดทุกด้าน เชื่อมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจะช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้น appeared first on THE STANDARD.

]]>