ธนาคารกลางสิงคโปร์ Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/ธนาคารกลางสิงคโปร์/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Tue, 17 Mar 2026 13:07:49 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 สิงคโปร์สั่งอายัดทรัพย์กว่า 160 ล้านดอลลาร์! สอบสวนบริษัทจัดการกองทุน ‘Capital Asia Investments’ โยงเครือข่ายฟอกเงินระดับโลก https://thestandard.co/singapore-capital-asia-money-laundering/ Mon, 09 Mar 2026 13:10:07 +0000 https://thestandard.co/?p=1185917 ภาพประกอบการอายัดทรัพย์และสอบสวนคดีฟอกเงินในสิงคโปร์

ทางการสิงคโปร์เปิดปฏิบัติการครั้งใหญ่บุกเข้าตรวจสอบบริษ […]

The post สิงคโปร์สั่งอายัดทรัพย์กว่า 160 ล้านดอลลาร์! สอบสวนบริษัทจัดการกองทุน ‘Capital Asia Investments’ โยงเครือข่ายฟอกเงินระดับโลก appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพประกอบการอายัดทรัพย์และสอบสวนคดีฟอกเงินในสิงคโปร์

ทางการสิงคโปร์เปิดปฏิบัติการครั้งใหญ่บุกเข้าตรวจสอบบริษัทจัดการกองทุนที่ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้อง หลังพบเบาะแสพัวพันกับเครือข่ายฟอกเงินข้ามชาติและขบวนการต้มตุ๋น (Scams) จากต่างประเทศ พร้อมสั่งอายัดทรัพย์สินในบัญชีธนาคารและหลักทรัพย์มูลค่ารวมกว่า 160 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ (ประมาณ 4,200 ล้านบาท)

 

เมื่อวันที่ 9 มีนาคม กองบัญชาการตำรวจสิงคโปร์ (SPF) และธนาคารกลางสิงคโปร์ (MAS) ได้ออกแถลงการณ์ร่วมกันถึงความคืบหน้าของปฏิบัติการบังคับใช้กฎหมายที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 5 มีนาคมที่ผ่านมา โดยพุ่งเป้าไปที่บริษัท Capital Asia Investments (CAI) ซึ่งเป็นบริษัทจัดการกองทุนที่ได้รับใบอนุญาตในสิงคโปร์

 

ผลจากการปฏิบัติการ มีดังนี้

 

  • การจับกุม: ผู้อำนวยการของบริษัท Capital Asia Investments จำนวน 2 ราย ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวเพื่อดำเนินคดี
  • การอายัดทรัพย์สิน: เจ้าหน้าที่ได้สั่งอายัดทรัพย์สินในบัญชีธนาคารและบัญชีหลักทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับบริษัทและนิติบุคคลในเครือ รวมมูลค่ากว่า 160 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์

 

MAS ระบุว่า จากการตรวจสอบด้านการกำกับดูแล พบว่าบริษัทมี “ความล้มเหลวในการควบคุมภายในอย่างร้ายแรง” โดยเฉพาะในด้านการปฏิบัติตามข้อกำหนดเพื่อต่อต้านการฟอกเงิน (Anti-Money Laundering)

 

รัฐบาลสิงคโปร์ย้ำดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด ‘อย่างเด็ดขาด’

 

สำนักงานรายงานธุรกรรมที่น่าสงสัย (Suspicious Transaction Reporting Office) ได้ส่งข้อมูลข่าวสารทางการเงินที่ระบุว่า บริษัท CAI และเครือข่ายมีความเกี่ยวข้องกับโครงข่ายการฟอกเงินระดับนานาชาติ โดยเชื่อว่าเงินที่นำมาฟอกนั้นเป็นรายได้ที่ได้จากการกระทำความผิดขององค์กรอาชญากรรมในต่างประเทศ ซึ่งรวมถึงการหลอกลวงหรือแก๊งคอลเซ็นเตอร์ (Scams)

 

ทางการสิงคโปร์ย้ำชัดว่า จะดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดอย่างเด็ดขาด โดยความผิดฐานฟอกเงินมีโทษจำคุกสูงสุด 10 ปี หรือปรับไม่เกิน 500,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนความผิดตามกฎหมายบริการและการตลาดทางการเงิน (Financial Services and Markets Act 2022) อาจมีโทษปรับสูงสุดถึง 1 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์

 

“สิงคโปร์ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการป้องกันไม่ให้ระบบการเงินของประเทศถูกใช้เป็นเครื่องมือในการฟอกเงินหรือกิจกรรมทางอาญาใดๆ และจะใช้มาตรการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มงวดที่สุดต่อผู้ฝ่าฝืน” แถลงการณ์ร่วมระบุ

 

ขณะนี้การสอบสวนยังคงดำเนินต่อไป โดยมีการประสานงานกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายในต่างประเทศเพื่อขยายผลถึงที่มาของเงินและเครือข่ายอาชญากรรมที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมด

 

ก.ล.ต. เผย ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว มีความคืบหน้าอย่างมาก

 

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ออกแถลงการณ์ ระบุว่า ตามที่มีข่าวปรากฏว่า หน่วยงานกำกับดูแลภาคการเงินของประเทศสิงคโปร์ ได้เข้าตรวจค้นและยึดทรัพย์สินจากบัญชีธนาคารและบัญชีหลักทรัพย์ พร้อมจับกุมกรรมการของกองทุน Capital Asia Investments (CAI) หลังพบความเชื่อมโยงที่อาจเกี่ยวข้องกับเครือข่ายฟอกเงินข้ามชาติ

 

เอนก อยู่ยืน รองเลขาธิการ ก.ล.ต. ในฐานะโฆษก กล่าวว่า กรณีข้างต้นเป็นการดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายการฟอกเงินของประเทศสิงคโปร์ ในส่วนการบังคับใช้กฎหมายของ ก.ล.ต. ได้เร่งดำเนินการ โดยได้ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมีความคืบหน้าไปอย่างมาก

 

ภาพ: mimisim / Shutterstock

อ้างอิง:

The post สิงคโปร์สั่งอายัดทรัพย์กว่า 160 ล้านดอลลาร์! สอบสวนบริษัทจัดการกองทุน ‘Capital Asia Investments’ โยงเครือข่ายฟอกเงินระดับโลก appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘สิงคโปร์’ เพิ่มการถือครองทองคำสำรองขึ้นถึง 30% ในเดือน ม.ค. ที่ผ่านมา https://thestandard.co/singapore-increase-gold-reserve/ Fri, 10 Mar 2023 08:31:57 +0000 https://thestandard.co/?p=761075 ทองคำสำรอง สิงคโปร์

ธนาคารกลางสิงคโปร์ได้เพิ่มปริมาณทองคำสำรองขึ้น 30% หรือ […]

The post ‘สิงคโปร์’ เพิ่มการถือครองทองคำสำรองขึ้นถึง 30% ในเดือน ม.ค. ที่ผ่านมา appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทองคำสำรอง สิงคโปร์

ธนาคารกลางสิงคโปร์ได้เพิ่มปริมาณทองคำสำรองขึ้น 30% หรือ 199 ตัน จาก 4.9 ล้านออนซ์ เป็น 6.4 ล้านออนซ์ ในเดือนมกราคมที่ผ่านมา ส่งผลให้ทองคำสำรองของสิงคโปร์มีมูลค่าเพิ่มขึ้นเป็น 4.5 พันล้านดอลลาร์ สอดคล้องท่าทีของธนาคารกลางจีนและตุรกีที่เพิ่มการถือครองทองคำขึ้นเช่นกัน

 

Ronan Manly นักวิเคราะห์โลหะมีค่าของ BullionStar ระบุว่า การเข้าซื้อทองคำในเดือนมกราคมที่ผ่านมา ถือเป็นการสั่งซื้อทองคำรายเดือนครั้งใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 2 ในประวัติศาสตร์ของสิงคโปร์ โดยการสั่งซื้อครั้งใหญ่ที่สุดเกิดขึ้นในปี 1968 ซึ่งสิงคโปร์มีการซื้อทองคำจำนวน 100 ตันจากแอฟริกาใต้

 

ในรอบหลายเดือนที่ผ่านมา การแข็งค่าของเงินดอลลาร์ที่เริ่มช้าลง ได้ส่งผลให้ธนาคารกลางหลายแห่งทั่วโลกเริ่มทยอยเพิ่มการสะสมทองคำสำรอง ขณะที่นักลงทุนรายย่อยก็เริ่มมองทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ช่วยลดความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนของปัญหาภูมิรัฐศาสตร์และเงินเฟ้อมากขึ้น โดยธนาคารกลางจีนได้เพิ่มการถือครองทองคำติดต่อกันเป็นเวลา 4 เดือน ขณะที่ธนาคารกลางตุรกีถือเป็นผู้ซื้อทองคำรายใหญ่ที่สุดในปีที่ผ่านมา

 

ราคาทองคำ Spot ที่สิงคโปร์ในช่วงเช้าที่ผ่านมามีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย โดยอยู่ที่ระดับ 1,831.34 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่ในวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ราคาทองคำปรับสูงขึ้น 1% หลังรายงานตัวเลขการว่างงานของสหรัฐฯ ออกมาสูงกว่าคาด ซึ่งสะท้อนถึงความเป็นไปได้ที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ จะมีท่าทีผ่อนคลายมากขึ้นในการขึ้นดอกเบี้ย 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


อ้างอิง:

The post ‘สิงคโปร์’ เพิ่มการถือครองทองคำสำรองขึ้นถึง 30% ในเดือน ม.ค. ที่ผ่านมา appeared first on THE STANDARD.

]]>
ดอลลาร์สิงคโปร์อาจกลายเป็นสกุลเงินเอเชียที่แข็งค่าสุด หากธนาคารกลางคุมเข้มนโยบายการเงิน https://thestandard.co/dollar-singapore-asia-stronger/ Mon, 19 Sep 2022 12:30:23 +0000 https://thestandard.co/?p=683813

ดอลลาร์สิงคโปร์กลายเป็นสกุลเงินที่ยืดหยุ่นที่สุดในเอเชี […]

The post ดอลลาร์สิงคโปร์อาจกลายเป็นสกุลเงินเอเชียที่แข็งค่าสุด หากธนาคารกลางคุมเข้มนโยบายการเงิน appeared first on THE STANDARD.

]]>

ดอลลาร์สิงคโปร์กลายเป็นสกุลเงินที่ยืดหยุ่นที่สุดในเอเชีย เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐในปีนี้ โดยนักกลยุทธ์บางคนกำลังเดิมพันว่าดอลลาร์สิงคโปร์อาจจะแข็งค่าขึ้นอีก หากแรงกดดันด้านเงินเฟ้อบีบบังคับให้ธนาคารกลางสิงคโปร์ (MAS) คุมเข้มนโยบายอัตราแลกเปลี่ยนอีกครั้งในเดือนหน้า

 

Goldman Sachs Group, Citigroup และ MUFG Bank เป็นหนึ่งในบรรดาธนาคารหลายแห่งที่คาดการณ์ว่าดอลลาร์สิงคโปร์จะแข็งค่าขึ้นอีก หากธนาคารกลางสิงคโปร์คุมเข้มนโยบายการเงินต่อในการประชุมเดือนตุลาคม เพื่อควบคุมอัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน ซึ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 14 ปี เมื่อเดือนกรกฎาคม


ข่าวที่เกี่ยวข้อง


การคาดการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นหลังสกุลเงินหลักเกือบทุกสกุลอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) เตรียมปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อเนื่อง โดยจุดยืนของ MAS ทำให้ดอลลาร์สิงคโปร์แข็งค่า เมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ในเอเชีย

 

ขณะที่ Jeff Ng นักกลยุทธ์ของ MUFG Bank ในสิงคโปร์ เปิดเผยว่า ความเป็นไปได้ที่ MAS จะยกระดับความเข้มงวดด้านนโยบายอีกในเดือนหน้าอยู่ที่ 50% ซึ่งอาจส่งผลให้ดอลลาร์สิงคโปร์แข็งค่าขึ้นมากกว่า 1% เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐในเดือนถัดไป 

 

MUFG คาดการณ์ว่าดอลลาร์สิงคโปร์จะแข็งค่าขึ้นแตะ 1.38 เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐภายในสิ้นปีนี้ เทียบกับที่ปิด 1.4070 เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

 

MAS แตกต่างจากธนาคารกลางส่วนใหญ่ที่ใช้อัตราดอกเบี้ยเพื่อรับมือกับอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานที่เพิ่มขึ้น เนื่องจาก MAS พยายามควบคุมให้ดอลลาร์สิงคโปร์แข็งค่าขึ้น เมื่อเทียบกับตะกร้าสกุลเงินของคู่ค้ารายใหญ่แทน 

 

อย่างไรก็ตาม แม้ว่า MAS จะคุมเข้มนโยบายการเงินเป็นครั้งที่ 4 ในปีนี้ ก็ไม่มีหลักประกันว่าดอลลาร์สิงคโปร์จะแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ เนื่องจากดอลลาร์สิงคโปร์อ่อนค่าลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบกว่า 2 ปี เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา

 

ทั้งนี้ บททดสอบดอลลาร์สิงคโปร์อีกครั้งจะมีขึ้นในวันศุกร์นี้ (23 กันยายน) จากการเปิดเผยตัวเลขดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน (Core CPI) ในเดือนสิงหาคม ซึ่งคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 5% จากปีก่อนหน้า ทำให้ค่าเงินดอลลาร์สิงคโปร์อาจอยู่ภายใต้แรงกดดัน หากตัวเลขดังกล่าวสร้างความผิดหวัง และทำให้ MAS มีแนวโน้มคุมเข้มนโยบายลดลง

 

อ้างอิง:

 


 

ช่องทางติดตาม THE STANDARD WEALTH


Twitter: twitter.com/standard_wealth
Instagram: instagram.com/thestandardwealth
Official Line: https://lin.ee/xfPbXUP

The post ดอลลาร์สิงคโปร์อาจกลายเป็นสกุลเงินเอเชียที่แข็งค่าสุด หากธนาคารกลางคุมเข้มนโยบายการเงิน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ธปท. ชู PromptPay ข้ามประเทศ ปักธงสิงคโปร์ เริ่มต้นรายย่อยต่อยอดภาคธุรกิจ https://thestandard.co/bot-promptpay-across-country-start-with-singapore/ Thu, 06 May 2021 12:00:45 +0000 https://thestandard.co/?p=485067 ธปท. ชู PromptPay ข้ามประเทศ ปักธงสิงคโปร์ เริ่มต้นรายย่อยต่อยอดภาคธุรกิจ

เมื่อไทยมีระบบโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินอย่าง PromptPay […]

The post ธปท. ชู PromptPay ข้ามประเทศ ปักธงสิงคโปร์ เริ่มต้นรายย่อยต่อยอดภาคธุรกิจ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ธปท. ชู PromptPay ข้ามประเทศ ปักธงสิงคโปร์ เริ่มต้นรายย่อยต่อยอดภาคธุรกิจ

เมื่อไทยมีระบบโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินอย่าง PromptPay ที่ช่วยให้การโอนเงินรายย่อยสะดวกและทันทีมากขึ้น จนตอนนี้ปริมาณการใช้งานต่อวันสูงถึง 22.3 ล้านรายการ และ PromptPay จะไม่ได้โอนเงินได้แค่ในประเทศไทยเท่านั้น 

 

สิริธิดา พนมวัน ณ อยุธยา ผู้ช่วยผู้ว่าการสายนโยบายระบบการชำระเงินและเทคโนโลยีทางการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ธปท. และธนาคารกลางสิงคโปร์ (MAS) เปิดตัวการเชื่อมโยงระบบการชำระเงินรายย่อยครั้งแรกของโลก ระหว่าง PromptPay ของไทย และ PayNow ของสิงคโปร์ ให้รายย่อยสามารถโอนเงินข้ามประเทศได้ทันที โดยใช้เวลาราว 1-2 นาที จากเดิมที่ใช้เวลา 1-2 วัน ในค่าธรรมเนียมที่ลดลง

 

ทั้งนี้ การเชื่อมระบบระหว่างไทยกับสิงคโปร์เริ่มต้นทำร่วมกันในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ซึ่งการทำระบบการโอนเงินระหว่างประเทศ (Cross-Border Fund Transfer / Remittance) ถือเป็นบริการที่ซับซ้อน 

 

หากจะต่อยอดบริการ/ธุรกรรมอื่นๆ หรือการเชื่อมโยงระบบนี้ในประเทศอื่นๆ ยังต้องดูทั้งปัจจัยโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งประเทศนั้นๆ ต้องมีระบบ Fast Payment System เหมือนไทย เช่น เวียดนาม อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ฯลฯ (สปป.ลาว อยู่ระหว่างการพิจารณาเรื่องระบบ) รวมถึงความต้องการและเงื่อนไขของธนาคารพาณิชย์และส่วนที่เกี่ยวข้องในแต่ละประเทศ 

 

โดยในกรณีของไทยและสิงคโปร์ขณะนี้จะเริ่มต้นที่รูปแบบบุคคลต่อบุคคล จำกัดวงเงินโอนไม่เกิน 1,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ต่อวัน (โอนเข้าไทยไม่เกิน 25,000 บาทต่อวัน) ขณะนี้เปิดให้บริการ 6 วัน (29 เมษายน – 4 พฤษภาคม 2564) มียอดธุรกรรมรวม 11 ล้านบาท เฉลี่ย 3,700 บาทต่อรายการ โดยทาง ธปท. จะติดตามอย่างใกล้ชิดถึงโอกาสในการต่อยอด หรือขยายวงเงินเพิ่มขึ้น (โดยเริ่มต้นที่ 4 ธนาคารไทย และ 3 ธนาคารในสิงคโปร์)

 

ทั้งนี้ เดิมคาดว่าในช่วงสิ้นปี 2564 หากเห็นภาคธุรกิจสนใจการให้บริการนี้อาจจะขยายเพดานวงเงินให้ภาคธุรกิจสามารถทำธุรกรรมได้สะดวกยิ่งขึ้น ซึ่งเบื้องต้นหากเห็นจำนวนธุรกรรมสูงอาจจะมีการปรับเพดานวงเงินในช่วงไตรมาส 3/64 

 

อย่างไรก็ตาม ระบบโครงสร้าง PromptPay ของไทย ยังให้บริการในรูปแบบอื่นๆ เช่น การสแกน QR Code ณ จุดบริการเพื่อจ่ายเงินในต่างประเทศ หรือ Cross-Border QR Payment ระหว่างไทยกับหลายประเทศ เช่น ญี่ปุ่น เวียดนาม กัมพูชา สปป.ลาว และสิงคโปร์ 

The post ธปท. ชู PromptPay ข้ามประเทศ ปักธงสิงคโปร์ เริ่มต้นรายย่อยต่อยอดภาคธุรกิจ appeared first on THE STANDARD.

]]>
แบงก์ชาติสิงคโปร์ ไฟเขียวไลเซนส์ดิจิทัลแบงกิ้งให้ ‘3 บริษัทยักษ์’ Grab-Singtel, Sea และ Ant Group https://thestandard.co/mas-awards-digital-full-bank-licences-to-grab-singtel-and-sea-ant-gets-digital/ Fri, 04 Dec 2020 13:38:42 +0000 https://thestandard.co/?p=428784

ธนาคารกลางสิงคโปร์ หรือ MAS ให้ไลเซนส์ ‘ดิจิทัลแบงกิ้ง’ […]

The post แบงก์ชาติสิงคโปร์ ไฟเขียวไลเซนส์ดิจิทัลแบงกิ้งให้ ‘3 บริษัทยักษ์’ Grab-Singtel, Sea และ Ant Group appeared first on THE STANDARD.

]]>

ธนาคารกลางสิงคโปร์ หรือ MAS ให้ไลเซนส์ ‘ดิจิทัลแบงกิ้ง’ ให้กับ Grab-Singtel และ Sea ส่วน Ant Group ของแจ็ค หม่า ได้ไลเซนส์ดิจิทัลแบงกิ้งด้าน Wholesale 

 

เมื่อวันศุกร์ที่ 4 ธันวาคม ธนาคารกลางสิงคโปร์ หรือ Monetary Authority of Singapore (MAS) ได้มอบใบอนุญาตธนาคารดิจิทัลเต็มรูปแบบให้กับกลุ่ม บริษัท Grab-Singtel และ Sea ยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยี ขณะที่ Ant Group ได้รับไลเซนส์ดิจิทัลแบงกิ้งด้าน Wholesale โดยนี่ถือเป็นครั้งแรกสำหรับประเทศสิงคโปร์ที่ให้ไลเซนส์กับบริษัทด้านเทคโนโลยีในการให้บริการทางการเงิน ทั้งนี้ เพื่อสนับสนุนการเปิดเสรีอุตสาหกรรมการเงิน 

 

เช่นเดียวกับธนาคารทั่วไป 4 บริษัทที่ได้รับใบอนุญาตนี้ จะสามารถให้บริการแก่ลูกค้ารายย่อย เช่น การเปิดบัญชีเงินฝาก รวมถึงบัตรเดบิตและบัตรเครดิต อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการธนาคารดิจิทัลจะไม่มีการเปิดสาขา โดยจะให้บริการทั้งหมดแบบออนไลน์ ซึ่งแตกต่างจากธนาคารทั่วไป เช่น DBS, OCBC และ UOB ให้บริการธนาคารบางอย่างผ่านอินเทอร์เน็ต หรือผ่านโมบายล์แอปพลิเคชัน

 

ขณะเดียวกัน ธนาคารดิจิทัลเต็มรูปแบบยังสามารถให้บริการลูกค้าองค์กรได้ด้วย โดยธนาคารกลางของสิงคโปร์ได้ออกใบอนุญาตธนาคารดิจิทัลประเภท Wholesale ให้กับ Ant Group เพื่อให้สามารถทำธุรกิจธนาคารได้เหมือนกับ Greenland Financial Holdings, Linklogis HongKong และ Beijing Co-operative Equity Investment Fund Management

 

แบงก์ชาติสิงคโปร์ระบุในแถลงการณ์ว่า ผู้ได้รับใบอนุญาตธนาคารดิจิทัลเต็มรูปแบบจะต้องมีคุณสมบัติตรงตามข้อกำหนดที่ครบถ้วน และเข้าเงื่อนไขที่กำหนดทั้งหมด ก่อนที่ MAS จะให้ใบอนุญาตธนาคารดิจิทัลตามลำดับ และคาดการณ์ว่า ทั้ง 4 รายจะเริ่มดำเนินธุรกิจในสิงคโปร์ในต้นปี 2565

 

โดยผู้ถือใบอนุญาตใหม่ทั้ง 4 รายนี้ เอาชนะคู่แข่งอีก 10 รายเช่น Razer Youth Bank และกลุ่มที่นำโดย V3 Group ของ Ron Sim และ EZ-Link ของ Osim

 

Ravi Menon ประธาน MAS กล่าวว่า ธนาคารกลางใช้กระบวนการที่ยึดหลักคุณธรรมอย่างเข้มงวด เพื่อเลือกกลุ่มธนาคารดิจิทัลที่แข็งแกร่ง และคาดหวังให้พวกเขาเติบโตควบคู่ไปกับอุตสาหกรรมธนาคาร และยกระดับบริการทางการเงินที่มีคุณภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับภาคธุรกิจ และบุคคลยังไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้สะดวก พวกเขาจะเสริมความแข็งแกร่งให้ภาคการเงินของสิงคโปร์ และสำหรับเศรษฐกิจดิจิทัลในอนาคต

 

ทั้งนี้ สิงคโปร์ไม่ใช่ประเทศเดียวที่เร่งผลักดันดิจิทัลแบงกิ้ง โดยเมื่อเดือนพฤษภาคมปีที่แล้ว ฮ่องกงได้ออกใบอนุญาตดิจิทัลแบงกิ้งเพิ่มอีก 4 ใบ ทำให้ปัจจุบันมีผู้ถือใบอนุญาตดังกล่าวทั้งหมด 8 ใบ ได้แก่ Ant SME Services ซึ่งเป็นหน่วยงานหนึ่งของ Ant Group และบริษัท Xiaomi-AMTD Group ชื่อ Insight Fintech HK

 

นอกจากนี้ ประเทศต่างๆ เช่น ฟิลิปปินส์ จีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ก็มีดิจิทัลแบงกิ้ง เช่นกัน 

 

 

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

อ้างอิง:

The post แบงก์ชาติสิงคโปร์ ไฟเขียวไลเซนส์ดิจิทัลแบงกิ้งให้ ‘3 บริษัทยักษ์’ Grab-Singtel, Sea และ Ant Group appeared first on THE STANDARD.

]]>