ธนวัฒน์ สุธรรมพันธุ์ Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/ธนวัฒน์-สุธรรมพันธุ์/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Thu, 11 Jun 2026 10:45:40 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 ไทยโตการใช้ AI เร็วเป็นอันดับ 2 ของโลก รองจากเกาหลีใต้ แต่ยังมีอีกกว่า 87.6% ที่ยังไม่เริ่มใช้ https://thestandard.co/thailand-ai-adoption-growth/ Tue, 09 Jun 2026 13:07:32 +0000 https://thestandard.co/?p=1216468 ภาพกราฟิกแสดงการเติบโตของ AI พร้อมข้อความ 'ไทยโตการใช้ AI เร็วอันดับ 2 ของโลก แต่ 87.6% ยังไม่เริ่มใช้' และภาพผู้บริหาร

ไมโครซอฟท์ ประเทศไทย เปิดเผยในงาน Microsoft AI Tour Ban […]

The post ไทยโตการใช้ AI เร็วเป็นอันดับ 2 ของโลก รองจากเกาหลีใต้ แต่ยังมีอีกกว่า 87.6% ที่ยังไม่เริ่มใช้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพกราฟิกแสดงการเติบโตของ AI พร้อมข้อความ 'ไทยโตการใช้ AI เร็วอันดับ 2 ของโลก แต่ 87.6% ยังไม่เริ่มใช้' และภาพผู้บริหาร

ไมโครซอฟท์ ประเทศไทย เปิดเผยในงาน Microsoft AI Tour Bangkok ว่า อัตราการนำ AI มาใช้อย่างจริงจังในกลุ่มวัยทำงานของไทยเพิ่มขึ้นจาก 9.1% ในครึ่งแรกของปี 2568 เป็น 12.4% ในไตรมาส 1/2569 หรือเติบโต 36.4% เทียบปีต่อปี ทำให้ไทยเป็นประเทศที่มีอัตราการเติบโตด้านการใช้ AI เร็วที่สุดเป็นอันดับ 2 ของโลก รองจากเกาหลีใต้

 

 
 

ตัวเลขนี้มาจากรายงาน Global AI Diffusion และ Work Trend Index 2026 ของไมโครซอฟท์ ที่สำรวจการใช้ AI ใน 147 ประเทศทั่วโลก

 

“โลกของเรากำลังนำ AI มาประยุกต์ใช้ในสเกลที่ใหญ่มาก” ธนวัฒน์ สุธรรมพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไมโครซอฟท์ ประเทศไทย และตลาดใหม่ ระบุพร้อมยกตัวอย่างว่า สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ได้ก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้านการรับเอา AI มาประยุกต์ใช้ ซึ่งไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ เพราะ UAE ได้จัดตั้งกระทรวง AI ล่วงหน้าถึง 2 ปีก่อนหน้าที่จะเกิดกระแส Generative AI ขึ้น ทำให้พวกเขากลายเป็นผู้นำด้านการนำเทคโนโลยีมาใช้อย่างแท้จริง

 

โอกาสยังเปิดกว้าง 87.6% ของคนไทยยังไม่เริ่มใช้ AI

 

แม้ภาพรวมอัตราการใช้ AI ของไทยที่ 12.4% จะยังตามหลังค่าเฉลี่ยโลกที่ 17.8% แต่เมื่อเจาะเฉพาะกลุ่ม Frontier Professional หรือผู้ใช้ AI ระดับสูง พบว่าไทยมีการใช้ AI สูงถึง 32% เทียบกับค่าเฉลี่ยโลกที่ 16% หรือมากกว่า 2 เท่า

 

ขณะที่มิติด้านภาวะผู้นำ คนทำงานไทย 51% มองว่าผู้นำในองค์กรของตนมีวิสัยทัศน์ด้าน AI ที่ชัดเจน สูงกว่าค่าเฉลี่ยโลกที่ 26% ราว 2 เท่าเช่นกัน

 

“วิสัยทัศน์ของผู้นำเป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดความสำเร็จของ AI และตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่าไทยอยู่ในทิศทางที่ถูกต้อง”

 

อย่างไรก็ตาม ธนวัฒน์ระบุว่ายังมีประชากรอีกกว่า 87.6% ในไทยที่ยังไม่ได้เริ่มใช้ AI ทั้งกลุ่มคนทำงานในโรงงาน, เกษตรกร, แพทย์, พยาบาล, ครู และนักเรียน ซึ่งเป็นโอกาสที่ยังไม่ถูกใช้ เพราะระบบนิเวศไม่ได้มีแค่พนักงานในออฟฟิศ

 

โดยตลาด AI ของไทยกำลังเปลี่ยนผ่านจากช่วง ‘การทดลองใช้’ ไปสู่ ‘การสร้างความสำเร็จทางธุรกิจ’ (Business Success) ขณะที่ความท้าทายหลักยังอยู่ที่เรื่องทักษะ และความน่าเชื่อถือกับความปลอดภัย

 

องค์กรไทยนำ AI ใช้งานจริง ตั้งแต่แบงก์ถึงโรงไฟฟ้า

 

ภายในงานมีองค์กรไทยหลายแห่งเปิดตัวอย่างการใช้ AI จริง โดย LH Bank เปิดตัว GENIE AI บนแอป LHB You ผู้ช่วยธนาคารที่สั่งงานด้วยเสียงรายแรกของไทย พัฒนาบน Azure OpenAI Service รองรับภาษาไทย อังกฤษ และจีนกลาง

 

ด้าน AutoX ผู้ให้บริการสินเชื่อจำนำทะเบียนรถในกลุ่ม SCBX นำ Azure OpenAI มาตรวจสอบการสื่อสารกับลูกค้าผ่านคอลเซ็นเตอร์ได้ครบ 100% ทุกสาย จากเดิมที่ใช้เจ้าหน้าที่สุ่มตรวจได้เพียง 5-10%

 

ขณะที่ SCGC พัฒนาทักษะ AI ให้พนักงานกว่า 5,000 คนในไทยและเวียดนามตั้งแต่ปี 2567 ใช้ AI ประมวลผลเอกสารกว่า 2,000,000 หน้าอย่างแม่นยำ 100% ประหยัดเวลากว่า 4,000 ชั่วโมง และลดเวลาวิเคราะห์ข้อมูลลงกว่า 80%

 

ส่วน GPSC แกนนำธุรกิจไฟฟ้ากลุ่ม ปตท. นำ Copilot Studio และ Microsoft Fabric มาวางแผนซ่อมบำรุงโรงไฟฟ้าล่วงหน้า 

 

ไมโครซอฟท์ลงทุนกว่า 1 พันล้านดอลลาร์ เร่งพัฒนาทักษะคนไทย

 

ไมโครซอฟท์ขยายความร่วมมือด้านการพัฒนาทักษะ AI โดยร่วมกับ SCBX ฝึกอบรมพนักงานไปแล้วกว่า 15,171 คน และร่วมกับ AIS Business เปิดโครงการ ‘AI Ready for SMEs’ นำ AI ของไมโครซอฟท์ผนวกกับโครงสร้างเครือข่ายของ AIS ให้ผู้ประกอบการรายย่อยเข้าถึงได้ง่ายขึ้น

 

ขณะที่โครงการ Microsoft Elevate พัฒนาทักษะให้คนไทยแล้วกว่า 780,000 คนในรอบ 10 เดือน พร้อมมอบประกาศนียบัตรรับรองกว่า 350,000 ใบ

 

ทั้งนี้ เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ไมโครซอฟท์ประกาศลงทุนกว่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3.6 หมื่นล้านบาท) ระหว่างปี 2569-2571 เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI และคลาวด์ในไทย

 

สำหรับงาน AI Tour Bangkok จัดขึ้นต่อจากงานประชุมนักพัฒนาประจำปีของไมโครซอฟท์ Build 2026 เมื่อวันที่ 2-3 มิถุนายนที่ผ่านมา

 

ภาพ : ThongSam / Shutterstock

The post ไทยโตการใช้ AI เร็วเป็นอันดับ 2 ของโลก รองจากเกาหลีใต้ แต่ยังมีอีกกว่า 87.6% ที่ยังไม่เริ่มใช้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: ผ่าโลก ChatGPT-Generative AI ในวันที่ AI เก่งกว่าคน เสี่ยงแค่ไหน? | Economic Forum 2023 https://thestandard.co/the-standard-economic-forum-23112023-23/ Thu, 23 Nov 2023 12:17:52 +0000 https://thestandard.co/?p=869100

ผ่าโลก ChatGPT-Generative AI ในวันที่ AI เก่งกว่าคน เสี […]

The post ชมคลิป: ผ่าโลก ChatGPT-Generative AI ในวันที่ AI เก่งกว่าคน เสี่ยงแค่ไหน? | Economic Forum 2023 appeared first on THE STANDARD.

]]>

ผ่าโลก ChatGPT-Generative AI ในวันที่ AI เก่งกว่าคน เสี่ยงแค่ไหน? โดย ณภัทร-ศุภศรณ์-ธนวัฒน์

The post ชมคลิป: ผ่าโลก ChatGPT-Generative AI ในวันที่ AI เก่งกว่าคน เสี่ยงแค่ไหน? | Economic Forum 2023 appeared first on THE STANDARD.

]]>
คว้าโอกาสหรือตกขบวน ประเทศไทยพร้อมเข้าสู่ยุค AI หรือยัง? https://thestandard.co/the-standard-economic-forum-23112023-22/ Thu, 23 Nov 2023 11:57:09 +0000 https://thestandard.co/?p=869093 ดร.ณภัทร จาตุศรีพิทักษ์ ผู้ก่อตั้ง Vialink และกรรมการบริหาร สถาบันอนาคตไทยศึกษา, ดร.ศุภศรณ์ สุวจนกรณ์ อาจารย์ประจำสถาบันวิทยสิริเมธี และธนวัฒน์ สุธรรมพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด

วันนี้ (23 พฤศจิกายน) ในงาน THE STANDARD ECONOMIC FORUM […]

The post คว้าโอกาสหรือตกขบวน ประเทศไทยพร้อมเข้าสู่ยุค AI หรือยัง? appeared first on THE STANDARD.

]]>
ดร.ณภัทร จาตุศรีพิทักษ์ ผู้ก่อตั้ง Vialink และกรรมการบริหาร สถาบันอนาคตไทยศึกษา, ดร.ศุภศรณ์ สุวจนกรณ์ อาจารย์ประจำสถาบันวิทยสิริเมธี และธนวัฒน์ สุธรรมพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด

วันนี้ (23 พฤศจิกายน) ในงาน THE STANDARD ECONOMIC FORUM 2023: FUTURE READY THAILAND เศรษฐกิจไทยไล่ล่าอนาคต เวที Thailand’s Roadmap for Generative AI ความพร้อมประเทศไทยในโลก Generative AI ซึ่งร่วมแลกเปลี่ยนโดย ดร.ณภัทร จาตุศรีพิทักษ์ ผู้ก่อตั้ง Vialink และกรรมการบริหาร สถาบันอนาคตไทยศึกษา, ดร.ศุภศรณ์ สุวจนกรณ์ อาจารย์ประจำสถาบันวิทยสิริเมธี และธนวัฒน์ สุธรรมพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด 

 

ภายใต้การมาของ Generative AI ที่หลายประเทศกำลังคว้าโอกาส หลายภาคส่วนกำลังได้รับผลกระทบนั้น เมื่อมองประเด็นนี้ในไทย ดร.ณภัทร กล่าวว่า ในฐานะผู้ประกอบการที่อยู่ในแวดวงนี้ ประเทศไทยเรายังไม่ถึงจุด AI Transformation ด้วยซ้ำ เรายังอยู่ในจุด Digital Transformation ไทยจึงควรตั้งต้นที่จะเข้าไปให้ถึงจุดที่รู้จักและเริ่มใช้ AI ก่อน เพราะนี่เป็นโอกาสที่จะทำให้เศรษฐกิจเติบโตขึ้นได้ โดยไม่เบียดเบียนแรงงาน และมีพื้นที่ที่ทำให้ผู้ถือหุ้นและแรงงานมีความสุขทั้งสองฝ่าย 

 

อีกเรื่องคือตลาดแรงงานไทยน่าเป็นห่วงมาก ไทยยังมีการเก็บข้อมูลน้อยเกินไปว่าตอนนี้ตลาดแรงงานเป็นอย่างไร ซึ่งในสหรัฐอเมริกา ข้อมูลเมื่อปี 2019 พบว่า บริษัทที่หันไปใช้ AI 3% ส่งผลกระทบต่อแรงงานถึง 13% ปัจจุบันตัวเลขอาจสูงกว่านี้ และหมายความว่าแรงงานจะได้รับผลกระทบในวงกว้างเพิ่มขึ้นไปอีก การที่ไทยยังไม่มีข้อมูลในส่วนนี้จึงอาจกระทบต่อการกำหนดนโยบายได้ 

 

อย่างไรก็ตาม ดร.ณภัทร เชื่อว่าไทยมีศักยภาพเพียงพอในด้าน AI เพียงแค่ทำอย่างไรให้ดีขึ้น ขณะเดียวกันก็ควรดึงดูดแรงงานด้าน AI หรือเทคโนโลยีเข้ามาในไทยมากขึ้นด้วย 

 

ทางด้าน ดร.ศุภศรณ์ มองว่า วันนี้ไทยต้องตามโลกให้ทัน ไทยควรสนับสนุนให้มีการใช้ AI มากขึ้นมากกว่าควบคุมกำกับดูแล แต่สิ่งที่น่ากังวลต่อจากนี้คือ AI กับระบบการศึกษาไทย เพราะ ChatGTP ไม่ได้ทำได้แค่สรุปเป็น แต่สามารถคิดวิเคราะห์ได้ทุกอย่างเหมือนที่หลักสูตรไทยพยายามสอน สิ่งที่อาจเกิดขึ้นคือ ถ้านักเรียนหรือผู้ใช้พึ่งพา AI มากเกินไป ก็อาจส่งผลให้พวกเขาไม่ได้ใช้ความสามารถของตัวเองเลย ดังนั้นทักษะที่ทุกคนควรมีต่อจากนี้คือตั้งคำถามเป็น เราต้องตั้งคำถามกับ AI อยู่เสมอว่าเชื่อถือได้หรือไม่

 

ส่วนธนวัฒน์มีความเห็นว่า AI ไม่ได้จะมาแทนเรา แต่เป็นคนที่ใช้ AI ต่างหากที่จะมาแทนที่ เมื่อวันนี้ทั้งโลกเริ่มใช้ AI กันแล้ว ถ้าหากไทยไม่ใช้ AI ก็อาจไม่รอด และเรามีโอกาสที่จะยกระดับแรงงานทักษะต่ำให้สามารถมีผู้ช่วยที่มีทักษะสูงได้ แต่โอกาสนั้นจะต้องมาพร้อมกับความรับผิดชอบเสมอ เราต้องสร้างความเชื่อมั่นว่า AI จะยังอยู่ในกรอบที่มนุษย์สามารถควบคุมได้ ให้เป็นการสร้างโอกาสมากกว่าสร้างผลกระทบ

The post คว้าโอกาสหรือตกขบวน ประเทศไทยพร้อมเข้าสู่ยุค AI หรือยัง? appeared first on THE STANDARD.

]]>
โควิด-19 เร่งไทยเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล รัฐต้องบูรณาการ ธุรกิจต้องปรับ คนต้องพัฒนา https://thestandard.co/economic-forum-digital-transformation/ Sun, 31 May 2020 10:04:59 +0000 https://thestandard.co/?p=368436

เริ่มต้นเซสชันบ่ายของวันสุดท้ายสำหรับ THE STANDARD ECON […]

The post โควิด-19 เร่งไทยเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล รัฐต้องบูรณาการ ธุรกิจต้องปรับ คนต้องพัฒนา appeared first on THE STANDARD.

]]>

เริ่มต้นเซสชันบ่ายของวันสุดท้ายสำหรับ THE STANDARD ECONOMIC FORUM ด้วยหัวข้อ ‘Digital Transformation เมื่อไวรัสบังคับให้โลกหมุนไว เราจะชนะได้อย่างไร’ ภายใต้การร่วมเสวนาของ สมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน), อภิรัตน์ หวานชะเอม Chief Digital Officer บริษัท เอสซีจี ซิเมนต์-ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง จำกัด และ ธนวัฒน์ สุธรรมพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด โดยมี สุทธิชัย หยุ่น เป็นผู้ดำเนินการเสวนา

 

เปิดฉากการเสวนาผ่านมุมมองของสมชัยต่อการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล (Digital Transformation) ในไทย โดยระบุว่า เป็นที่พูดถึงมาอย่างน้อย 4-6 ปีแล้ว แต่โควิด-19 กระตุ้นและบังคับให้ต้องปรับตัวเร็วขึ้น โดยมองว่าความปกติวิถีใหม่ (New Normal) ควรจะเป็นความปกติที่ควรทำมานานแล้ว

 

เทคโนโลยีมีความพร้อมมากขึ้น ไม่ว่าจะในแง่ของอุปกรณ์ที่ราคาถูกลง หรือโครงข่ายที่พัฒนาขึ้นมาถึงระดับ 5G ที่มีคุณสมบัติด้านความเร็ว ความหน่วงต่ำ (Low Latency) และมีขอบเขตมหาศาล (Mass Scale)

 

ความพร้อมทั้งแง่เทคโนโลยีและพฤติกรรมนี้ ไทยมีความพร้อมมากขึ้น และเปิดโอกาสให้กระบวนการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล (Digitization) เกิดได้มากขึ้น

 

โดยทั่วไปแล้ว การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลช่วยเหลือความสะดวกสบาย ลดต้นทุนได้อย่างมหาศาล และเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน สมชัยชี้ว่า โควิด-19 ทำให้เห็นความสำคัญของการเปลี่ยนผ่านตรงนี้ว่าจำเป็นต่อการบริหารความเสี่ยง (Risk Management) และการปรับโมเดลธุรกิจแบบใหม่ โดยเขาเชื่อว่า ทุกคนจำเป็นต้องเผชิญกับความกลัว เพื่อเรียนรู้และปรับตัวเข้ากับพฤติกรรมใหม่

 

เพื่อการรอดพ้นจากวิกฤตครั้งนี้ องค์กรต่างๆ ไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ต้องปรับ เช่นเดียวกับภาครัฐ หากจะผลักดันให้เกิดไทยแลนด์ 4.0 ขึ้นนั้น ภาครัฐต้องมีการบูรณาการการทำงานและแผนให้มากขึ้น เปลี่ยนบทบาทมาเป็นผู้สนับสนุนมากกว่าผู้ควบคุมด้วยการแก้ไขกฎหมายให้พร้อม และต้องใช้ทรัพยากรที่เข้าถึงให้เกิดประโยชน์มากที่สุด

 

ในมุมมองของการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล อภิรัตน์เห็นความสำคัญในการเริ่มจากตัวบุคคลผ่านการเปลี่ยนวิธีคิด (Mindset) และต้องท้าทายสภาพที่เป็นอยู่ (Status Quo) ความปกติใหม่ (New Normal) อันเป็นความเปลี่ยนแปลงจากโควิด-19 กระตุ้นให้ความท้าทายเหล่านี้เกิดขึ้นโดยไม่หยุดเพียงแค่เรื่องของดิจิทัล แต่ยังรวมไปถึงการทำงาน จนทำให้เห็นภาพของการทำงานจากบ้าน (Work from Home) และเห็นว่าประสิทธิภาพไม่เสียไป

 

อย่างไรก็ตาม ความปกติใหม่บางอย่างจะอยู่ถาวรและบางอย่างจะหายไป โดยในส่วนหลังอาจมองได้ว่าเกิดขึ้นจากความกลัวหรือโดนบังคับ แต่หากมีทางแก้อย่างวัคซีนขึ้นแล้ว ก็จะหมดไป เพราะความปกตินี้มีคุณค่า (Value) น้อยกว่าแรงเสียดทาน (Friction) ในทางกลับกัน หากคุณค่ามากกว่าแรงเสียดทาน ก็จะทำให้พฤติกรรมนั้นๆ คงดำเนินต่อไป

 

สำหรับขั้นต่อไป อภิรัตน์ระบุว่า ภายใต้สถานการณ์อย่างโควิด-19 ภาคธุรกิจต้องเข้าใจและตามความรู้สึกอ่อนไหว (Sentiment) ให้ทัน ว่าผู้บริโภครู้สึกอย่างไรในช่วงนี้ การเลือกสิ่งใดสิ่งหนึ่งมากกว่าสิ่งอื่นๆ (Preference) ว่าเขาจะเลือกอะไร อย่างโจทย์หลักในปัจจุบัน อย่างความปลอดภัยหรือความหรูหรา และพฤติกรรม โดยส่วนหนึ่งต้องเข้าใจว่าความปกติใหม่ไม่ได้เท่ากันทุกคนและทุกที่ เมื่อเข้าใจส่วนนี้ ธุรกิจก็ต้องปรับเปลี่ยนในระดับหลัก (Core) อย่างการเอาฉากมากั้นระหว่างโต๊ะในร้านอาหารที่เป็นการทำเพื่อให้ธุรกิจหลักดำเนินไปได้ หลังจากนั้นจึงมาขยายธุรกิจเดิมไปหาโอกาสใหม่ (Adjacent) และใช้เทคโนโลยีสร้างโอกาสธุรกิจใหม่ด้วยโมเดลธุรกิจใหม่ (New Business Model) 

 

โควิด-19 ปลุกให้ตระหนักความสำคัญว่าแรงงานใหม่ๆ จะสร้างรายได้ให้ไทยในฐานะประเทศสูงวัยได้อย่างไร โดยคำตอบหนึ่งอาจมาจากเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative Economy) และสตาร์ทอัพ ซึ่งจะข้ามผ่านไปถึงจุดนั้นได้ต้องมีการเปลี่ยนแปลงวิธีคิด พัฒนาบุคคล พัฒนาทักษะ แล้วจึงเป็นการพัฒนาเทคโนโลยี ก่อนยกตัวอย่างว่าไทยถือเป็นศูนย์กลางการแพทย์ และเราสามารถพัฒนาระบบการแพทย์ระยะไกล (Remote Medication) ได้

 

ด้านธนวัฒน์เห็นด้วยกับผู้ร่วมเสวนาอีกสองท่านในประเด็นความพร้อมและประเด็นคุณค่ากับแรงเสียดทาน ก่อนคาดการณ์ว่า โควิด-19 ผลักให้เกิดระบบผสม (Hybrid) ไม่ว่าจะในที่ทำงานหรือสถานศึกษา เนื่องจากเห็นถึงความเป็นไปได้ในการลดความจำเป็นทางกายภาพลง (Physicality) และเทคโนโลยีสามารถทำให้เราติดตาม เก็บข้อมูลของ Engagement ได้ จนทำให้ขอบเขตของโลกเสมือนจับเข้าได้กับทุกอุตสาหกรรม โดยยกตัวอย่างโรงพยาบาลใช้ Chatbot เพื่อประเมินอาการของประชาชนได้โดยไม่ต้องเสี่ยงติดเชื้อจากการเดินทางไปหาหมอถึงที่

 

แม้ถูกตั้งคำถามจากผู้ดำเนินรายการว่า ทิศทางอาจไม่ได้อยู่แค่ระบบผสม แต่อาจไปทางใดทางหนึ่งเลย อภิรัตน์ยังคงยืนยันเช่นเดิม พร้อมขยายเพิ่มเติมว่า เวลาคิดจินตนาการภาพใหม่ (Reimagine) อาจจะต้องไปให้สุดทาง เพื่อเข้าใจขีดความสามารถของเทคโนโลยี แต่ในแง่ของการใช้อาจอยู่กลางๆ แบบระบบผสมไปก่อน

 

ในการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล อภิรัตน์ได้เน้นย้ำความสำคัญของความเชื่อใจและความปลอดภัยบนดิจิทัลด้วย

 

เทคโนโลยีใหม่ๆ เอื้อต่อการเรียนรู้และสร้างทักษะใหม่ (Reskill) ทำให้โอกาสของภาคธุรกิจมีมหาศาลมาก ในส่วนของ SMEs และสตาร์ทอัพ มีความไวในการปรับตัวรับมากกว่าบริษัทใหญ่ๆ แต่อาจขาดปัจจัยด้านธุรกิจ 

 

สำหรับความท้าทายจากอัตราการว่างงาน ธนวัฒน์มองว่า ทุกคนต้องมี Growth Mindset เพื่อเรียนรู้ทุกอย่าง ไม่ใช่รู้ทุกอย่าง (Learn it all not know it all) ดังนั้น การพัฒนาทักษะทางดิจิทัลเพื่อป้อนเข้าตลาดมีความสำคัญและยังตอบโจทย์ภาคธุรกิจด้วย

 

เมื่อเริ่มต้นช่วงการถามตอบ (Q&A) นั้น ธนวัฒน์กล่าวถึงคำถามประเด็นความมั่นคงทางไซเบอร์ว่า เทคโนโลยีสามารถยกระดับความมั่นคงของบริษัทได้ผ่านระบบรับรองความถูกต้อง (Authenticate) และผู้ประกอบการจำเป็นต้องลงทุนในส่วนนี้ไม่ต่างไปจากการลงทุนติดกล้องวงจรปิด ในส่วนการใช้งาน ผู้บริโภคต้องตระหนักว่าข้อมูลของตัวเองมีค่าและจำเป็นต้องตรวจสอบการมอบความยินยอม (Consent) ทุกครั้ง

 

อภิรัตน์ได้ตอบคำถามเพิ่มเติมถึงการเปลี่ยนผ่านองค์กรว่า ต้องทำให้สะดวกและเป็นมิตร เพื่อเอื้อต่อการก้าวข้าม พร้อมเข้าใจว่า คนในองค์กรอาจแบ่งได้เป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ Early adopter, Early follower และ Late follower โดยการมาของโควิด-19 ทำให้คนกลุ่มสามขยับตัวมาอยู่ในกลุ่มสองมากขึ้น นอกจากนี้องค์กรต้องเปลี่ยนตัวเองให้ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลมากขึ้น

 

ผู้บริหารจากเอสซีจีรายนี้ได้ยังมองอีกว่า ปัจจุบันไทยมีทรัพยากรมนุษย์พอและไม่พอ โดยเราจำเป็นต้องขยายมุมมองให้กว้างกว่าการฝึกอบรมที่เป็นทางการ (Formal training) หรือปริญญา (Degree) เท่านั้น การทำเช่นนี้จะช่วยให้เห็นคนที่มีความสามารถมากขึ้น

 

ช่วงท้ายของการเสวนาปิดลงด้วยคำถามจากผู้ชมถึงความสำคัญที่ภาครัฐ เอกชน และประชาชน ควรเริ่มทำเพื่อดูดซับเทคโนโลยีให้มากขึ้น ทางธนวัฒน์ชี้ว่า ทุกส่วนจำเป็นต้องร่วมมือกัน เพื่อการพัฒนาทักษะทางดิจิทัลให้มีความพร้อมในการรับมือความไม่แน่นอน ขณะเดียวกันอภิรัตน์มองว่า ภาคประชาชนสามารถพัฒนาความรู้ได้ผ่านทางออนไลน์ และเพิ่มทักษะการใช้เทคโนโลยีให้มากขึ้น ส่วนสำหรับภาครัฐเองควรลดต้นทุนเทคโนโลยีอย่าง 5G เพื่อสร้างแต้มต่อและให้การสนับสนุนเศรษฐกิจสร้างสรรค์

 

ภาพ: ฐานิส สุดโต

The post โควิด-19 เร่งไทยเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล รัฐต้องบูรณาการ ธุรกิจต้องปรับ คนต้องพัฒนา appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไมโครซอฟท์มองต่าง AI ไม่ได้มาแทนมนุษย์ แต่ช่วยเพิ่มศักยภาพ แนะทุกองค์กรควรสร้างคนแบบ Tech Intensity https://thestandard.co/ai-tech-intensity/ https://thestandard.co/ai-tech-intensity/#respond Wed, 28 Nov 2018 11:49:14 +0000 https://thestandard.co/?p=155519

ไมโครซอฟท์มองมุมต่าง เชื่อ AI ไม่ได้มาแทนมนุษย์ แต่ช่วย […]

The post ไมโครซอฟท์มองต่าง AI ไม่ได้มาแทนมนุษย์ แต่ช่วยเพิ่มศักยภาพ แนะทุกองค์กรควรสร้างคนแบบ Tech Intensity appeared first on THE STANDARD.

]]>

ไมโครซอฟท์มองมุมต่าง เชื่อ AI ไม่ได้มาแทนมนุษย์ แต่ช่วยเพิ่มศักยภาพในการทำงาน เผยมีประสิทธิภาพด้านทักษะพอๆ กับมนุษย์ในหลายด้าน เปรยอาจมีบทบาทในแวดวงเฮลธ์เทคมากขึ้น แนะทุกองค์กรควรสร้างคนแบบ Tech Intensity เพื่อติดอาวุธองค์กร

 

วันนี้ (28 พ.ย.) ไมโครซอฟท์ ประเทศไทย ได้บอกเล่าเรื่องราวและบทบาทของ AI ในการขับเคลื่อนประเทศไทย โดยระบุว่า จุดยืนการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ของไมโครซอฟท์คือไม่ได้พัฒนาให้มาแทนที่มนุษย์ เพราะเชื่อว่ามันจะเข้ามาเพิ่มศักยภาพของมนุษย์มากกว่า

 

ตัวอย่างท่ีเห็นได้ชัดๆ คือ ปัจจุบันไทยมีจิตแพทย์ราว 884 คน ในจำนวนนี้ต้องให้บริการคนไทย 70 ล้านคน ถือเป็นอัตราส่วนที่ไม่สมเหตุสมผลเลย​ (จิตแพทย์ 1 คนต่อคนไข้ราว 80,000 คน) แต่ถ้าสามารถพัฒนา AI หรือแชตบอตมาช่วยเหลือให้คำปรึกษาคน ตอบคำถามเบื้องต้น สกรีนหรือนัดช่วงเวลาก่อนพบแพทย์ ก็ถือเป็นการนำ AI มาเพิ่มศักยภาพของมนุษย์

 

ธนวัฒน์ สุธรรมพันธุ์ กรรมการผู้จัดการบริษัท ไมโครซอฟท์ ประเทศไทย จำกัด บอกว่า ไมโครซอฟท์ได้ทำงานร่วมกับบริษัทชั้นนำในหลายๆ อุตสาหกรรม เพื่อนำ AI ไปพัฒนาในการทำงานร่วมกัน ทั้งภาคธนาคาร ค้าปลีก หรือแม้กระทั่งน้ำมันและก๊าซ โดยที่ทุกวันนี้ไมโครซอฟท์ได้พัฒนาให้ทุกๆ บริการของตนมีปัญญาประดิษฐ์เป็นพื้นฐานในการทำงาน

 

“มองจากความสามารถของ AI ที่พัฒนาโดยไมโครซอฟท์ ณ ปัจจุบันถือว่าปัญญาประดิษฐ์ของพวกเขาสามารถยกระดับทักษะการทำงานในบางด้านได้ทัดเทียมกับมนุษย์แล้ว เช่น ความสามารถในการแยกแยะวัตถุหรือส่ิงต่างๆ จากภาพ, แยกแยะเสียงพูดของบุคคลและสัตว์, ความสามารถในการแปลภาษา และความสามารถในการอ่านบทความแล้วสรุปความ”

 

ด้าน พิจิกา วัชราภิชาต นักวิจัยชาวไทยผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์และวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ หนึ่งในทีมวิจัยของไมโครซอฟท์ที่ศูนย์วิจัยในเคมบริดจ์ให้ความเห็นในมุมมองที่สอดคล้องกันว่า AI Machine Learning จะเข้ามามีบทบาทในเฮลธ์เทค (Health Technology) มากขึ้น โดยความสามารถและทักษะที่น่าสนใจคือ การอ่านค่ารหัสพันธุกรรม (Genetic Code) ที่มีความแตกต่างกันมากถึงล้านระดับ และเปรียบเสมือน Big Data ในร่างกายมนุษย์เพื่อวิเคราะห์ความเสี่ยงของการป่วยเป็นโรคต่างๆ รวมถึงการคิดค้นตัวยาใหม่ๆ ผ่านความสามารถในการค้นหาชีวเคมีได้เร็วขึ้นที่จะช่วยลดต้นทุนไปได้อีกมหาศาล

 

“ณ วันนี้ในแง่ของความแม่นยำในการทำงานของ AI สามารถทำได้ดี แต่สเตปต่อไปที่ทีมพัฒนาและนักวิจัยจะต้องทำให้ได้คือ พัฒนาให้มันสามารถไว้เนื้อเชื่อใจได้ ต้องโปร่งใส และอธิบายที่ไปที่มาของการพยากรณ์โรคต่างๆ ได้ด้วยความมั่นใจ นอกจากนี้ในอนาคตมันควรจะมีความสามารถในการเรียนรู้ได้ด้วยตัวเองด้วย”

 

สุดท้ายแล้ว ธนวัฒน์ยังแนะนำให้ทุกๆ องค์กรควรจะมีวัฒนธรรมและบุคลากรแบบ ‘Tech Intensity’ เป็นของตัวเอง ไม่เช่นนั้นก็จะสู้กับองค์กรอื่นไม่ได้ โดยคำแนะนำหลักๆ 2 ประการคือ ต้องนำเทคโนโลยีจากข้างนอกที่มีอยู่แล้วเข้ามาใช้ในองค์กรให้เร็ว หรือสร้างขึ้นมาใหม่ด้วยตัวของตัวเอง ไม่ควรสร้างนวัตกรรมที่ธรรมดาหรือมีอยู่แล้วในตลาด พร้อมกับสนับสนุนให้พนักงานทำในสิ่งท่ียูนีก ไม่ซ้ำกับของเดิมที่มีในตลาด จะได้ไม่เสียเวลาในการแข่งขันและทรานฟอร์มธุรกิจ

 

ถ้าใครสงสัยว่า Tech Intensity คืออะไร มันคือนิยามของกลยุทธ์ดิจิทัลที่ไมโครซอฟท์ได้แนะนำให้องค์กรและภาคธุรกิจทั่วโลกนำไปปรับใช้เพื่อก่อให้เกิดการคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ และช่วยขับเคลื่อนการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัล

 

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

The post ไมโครซอฟท์มองต่าง AI ไม่ได้มาแทนมนุษย์ แต่ช่วยเพิ่มศักยภาพ แนะทุกองค์กรควรสร้างคนแบบ Tech Intensity appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/ai-tech-intensity/feed/ 0