ท็อป-พิพัฒน์ อภิรักษ์ธนากร Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/ท็อป-พิพัฒน์-อภิรักษ์ธนา/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Thu, 15 May 2025 11:11:12 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 ‘ท็อป-พิพัฒน์ อภิรักษ์ธนากร’ ชายที่ทำให้การรักษ์โลกเป็นเรื่องสนุก https://thestandard.co/life/top-pipat-eco-friendly-lifestyle/ Thu, 15 May 2025 11:11:12 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1074768

ผมมีความเชื่อ…เชื่อว่าทุกคนมีสิทธิจะอยู่ในสิ่งแวดล้อมที […]

The post ‘ท็อป-พิพัฒน์ อภิรักษ์ธนากร’ ชายที่ทำให้การรักษ์โลกเป็นเรื่องสนุก appeared first on THE STANDARD.

]]>

ผมมีความเชื่อ…เชื่อว่าทุกคนมีสิทธิจะอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดี แต่สิทธิต้องมาพร้อมกับหน้าที่ที่พวกเราต้องช่วยกันคนละไม้คนละมือ คนละเล็กคนละน้อย

ท็อป-พิพัฒน์ อภิรักษ์ธนากร, CEO KidKid Co.

 


 

ในวันที่ปัญหาสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องของทุกคน ‘ท็อป-พิพัฒน์ อภิรักษ์ธนากร’ คือนักแสดงกลุ่มแรกที่หันมาสนใจด้านนี้อย่างจริงจัง และผันตัวมาขับเคลื่อนเพื่อโลกสีเขียว ไม่เพียงแต่วิธีการใช้ชีวิตอย่างยั่งยืนในรูปแบบของตัวเอง แต่ยังริเริ่มแอปพลิเคชัน ECOLIFE ที่ชวนให้คนที่สนใจ ไม่ว่าจะวัยไหน อาชีพอะไร ก็สามารถรักษ์โลกได้ง่ายๆ และสนุก เพราะเขาเชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้นได้ ต้องเริ่มจากพฤติกรรมเล็กๆ ของเราทุกคน

 

Eco Curious ตอนนี้เราจะพาคุณไปคุยกับ ท็อป-พิพัฒน์ อภิรักษ์ธนากร ถึงแนวคิดการใช้ชีวิตสีเขียว และแอป ECOLIFE เวอร์ชันใหม่ล่าสุด ที่เราชาว THE STANDARD LIFE การันตีได้ว่า ใช้ง่าย ใช้สนุก และเหมาะกับทุกคนเอามากๆ

 

ดูรายการเต็มได้ที่: https://www.instagram.com/p/DJndz9qoMm9 

 

 

Who is ‘ท็อป-พิพัฒน์ อภิรักษ์ธนากร’

 

ถ้าเป็นคนยุค 90s หรือ 2000 ย่อมต้องคุ้นเคยกับ ‘ท็อป-พิพัฒน์ อภิรักษ์ธนากร’ ในฐานะนักแสดงมากฝีมือ พอๆ กับภาพลักษณ์นักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ซึ่งตัวเขาบอกว่า เป็นเพียงแค่ผู้สนใจเท่านั้น แต่ยังไม่อาจเรียกได้ว่าเป็นนักสิ่งแวดล้อมแบบเต็มตัว แต่สำหรับเรา ‘ท็อป พิพัฒน์’ และ ‘นุ่น ศิรพันธ์’ คู่สามีภรรยาในวงการบันเทิงที่มีทั้งฝีมือและออกมาพูดเรื่องสิ่งแวดล้อมเป็นอันดับแรกๆ ในยุคที่ผู้คนยังไม่ใส่คำว่า ‘ยั่งยืน’ เท่าทุกวันนี้ 

 

“ถ้าพูดถึงเรื่องสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน ผมทำมา 16 ปี แล้ว ทำมากับคุณนุ่นนี่แหละ และตอนนี้ผมทำบริษัทชื่อว่า KidKid เป็น Sustainable Innovation Agency ก็คือ ถ้าเกิดบริษัทไหนอยากทำเรื่องความยั่งยืน แต่ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นยังไง จะสร้างการมีส่วนร่วมอย่างไร เราก็เข้าไป เพื่อที่จะไปทำให้ ไปคิดให้ เพราะผมคิดว่ากิจกรรมสิ่งแวดล้อม ไม่จำเป็นต้องเอะอะปลูกป่าเสมอไป มันมีวิธีการอย่างอื่นอีกตั้งเยอะแยะ”

 

Kid Kid Co., Ltd. ซึ่งเป็นกิจการเพื่อสังคม (Social Enterprise) ที่มุ่งเน้นการออกแบบผลิตภัณฑ์และบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม หนึ่งในโครงการสำคัญคือการพัฒนาแอปพลิเคชัน ‘ECOLIFE’ เพื่อส่งเสริมพฤติกรรมลดการใช้พลาสติกแบบครั้งเดียวและสร้างแรงจูงใจผ่านระบบสะสมคะแนน ซึ่งแอปพลิเคชันก็ถูกพัฒนามาสู่เวอร์ชัน 3 แล้ว ที่ใช้งานง่ายยิ่งขึ้น ไม่ต้องโหลดแอป สามารถเข้าใช้งานผ่าน Web-based ที่เชื่อมต่อกับ LINE ได้โดยตรง

 

 

How sustainable is it?

 

ECOLIFE คือแพลตฟอร์มสายกรีนที่อยากชวนคนเมืองและวัยรุ่นลุกขึ้นมาทำอะไรดีๆ ให้โลกแบบไม่ต้องฝืนตัวเอง เพราะแค่พกแก้วเอง แยกขยะ หรือปฏิเสธถุงพลาสติก ก็สะสมแต้มได้ แล้วเอาไปแลกส่วนลดร้านเด็ด หรือสิทธิพิเศษจากแบรนด์ที่เราชอบ ทำให้การรักษ์โลกไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ที่เท่และมีความหมาย

 

สิ่งที่น่าสนใจคือ ECOLIFE ยังเก็บข้อมูลจากสิ่งเล็ก ที่เราทำไว้หมด เช่น ลดพลาสติกไปกี่ชิ้น ลดคาร์บอนเท่าไหร่ เพื่อให้เราเห็นว่าแต่ละคนมีพลังแค่ไหน แถมยังช่วยให้องค์กรหรือมหาวิทยาลัยเอาไปใช้ต่อยอดเรื่องความยั่งยืนได้อีก ที่สำคัญคือใช้ผ่านไลน์ก็ได้ ไม่ต้องโหลดแอป แค่คลิกเดียวก็เริ่มเปลี่ยนพฤติกรรมให้โลกน่าอยู่ขึ้นได้

 

 

ใครอยากสอบถามข้อมูล ‘ECOLIFE’ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://ecolifeapp.com

The post ‘ท็อป-พิพัฒน์ อภิรักษ์ธนากร’ ชายที่ทำให้การรักษ์โลกเป็นเรื่องสนุก appeared first on THE STANDARD.

]]>
U ปรับ โลกเปลี่ยน โครงการดีๆ ที่บ่มเพาะแนวคิด Circular Living การใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่าในรั้วมหาวิทยาลัย โดย PTT Global Chemical หรือ GC [Advertorial] https://thestandard.co/gc-circular-living/ Fri, 11 Oct 2019 07:21:54 +0000 https://thestandard.co/?p=294609 GC Circular Living

เมื่อจำนวนประชากรบนโลกใบนี้มีแต่อัตราเพิ่มขึ้น ทรัพยากร […]

The post U ปรับ โลกเปลี่ยน โครงการดีๆ ที่บ่มเพาะแนวคิด Circular Living การใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่าในรั้วมหาวิทยาลัย โดย PTT Global Chemical หรือ GC [Advertorial] appeared first on THE STANDARD.

]]>
GC Circular Living

เมื่อจำนวนประชากรบนโลกใบนี้มีแต่อัตราเพิ่มขึ้น ทรัพยากรธรรมชาติที่เคยมีอยู่มากมายก็เริ่มลดน้อยถอยลง ทั้งยังมีการบริโภคและผลิตขยะจนทุกวันนี้กลายเป็นปัญหาใหญ่ที่แก้เท่าไรก็ไม่หมด ทุกวันนี้จึงมีทั้งภาคประชาชน และองค์กรเอกชนหลายภาคส่วนที่ร่วมใจกันเคลื่อนไหวจัดกิจกรรมดีๆ เพื่อสร้างค่านิยมและความตระหนักรู้ในการต้านวิกฤตดังกล่าว และรักษาให้โลกเรายังคงน่าอยู่ หนึ่งในโครงการดีๆ ที่ THE STANDARD เห็นว่าน่าสนใจมาก และอยากจะแนะนำให้ทุกคนได้รู้จักกันก็คือ ‘U ปรับ โลกเปลี่ยน’ โดย PTT Global Chemical หรือ GC ร่วมกับสถาบันการจัดการบรรจุภัณฑ์และรีไซเคิลเพื่อสิ่งแวดล้อม (TIPMSE) ที่อยากส่งเสริมให้คนรุ่นใหม่ได้รู้จัก และเข้าใจถึงแนวคิด Circular Living หรือการใช้ทรัพยากรแบบหมุนเวียน เต็มคุณค่า พร้อมนำแนวคิดนี้ไปใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างจริงจัง 

 

GC Circular Living

สองคู่รัก ท็อป-พิพัฒน์ อภิรักษ์ธนากร และ นุ่น-ศิรพันธ์ วัฒนจินดา 

วิทยากร Circular Icon ขวัญใจคนรุ่นใหม่ 

 

ด้วยเล็งเห็นว่าคนรุ่นใหม่เป็นกำลังสำคัญที่จะสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับโลกใบนี้ได้ GC จึงได้จัดโครงการบ่มเพาะความตระหนักรู้ให้นักศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา ได้รู้จักกับไลฟ์สไตล์ในแบบ Circular Living ที่สอดคล้องกับหลัก Circular Economy หรือเศรษฐกิจหมุนเวียนอันจะช่วยลดการเกิดขยะและของเสีย ลดการใช้ทรัพยากรอย่างสิ้นเปลือง ถือได้ว่าเป็นการปฏิวัติการใช้ทรัพยากรและการอนุรักษ์ทรัพยากร (Resource Revolution) เพื่อคงรักษาไว้ให้ลูกหลานของเราต่อไปในอนาคต โดยโครงการนี้ได้บุกเข้าไปในรั้วมหาวิทยาลัยของรัฐและเอกชนจำนวนถึง 10 แห่งด้วยกัน 

 

ด้วยโจทย์สำคัญคือการสอนเรื่องที่มีสาระอย่างไรไม่ให้น่าเบื่อ จึงได้จัดให้มีกระบวนการเรียนรู้อย่างสนุกสนานและเป็นกันเอง นำโดยวิทยากร Circular Icon ขวัญใจคนรุ่นใหม่อย่างสองคู่รัก ท็อป-พิพัฒน์ อภิรักษ์ธนากร และ นุ่น-ศิรพันธ์ วัฒนจินดา ผู้มีไลฟ์สไตล์ใส่ใจในเรื่องการใช้ทรัพยากร ทั้งคู่เป็น KOL ทางด้านสิ่งแวดล้อมและ Ecosystem ตัวจริงที่ทุกคนต่างก็ยอมรับ 

 

GC Circular Living

GC Circular Living

GC Circular Living

GC Circular Living

น้องๆ นักศึกษาต่างก็มีส่วนร่วมกันอย่างกระตือรือร้น 

 

มิวสิกวิดีโอที่ให้ทั้งความสนุกสนานและข้อคิด

 

กิจกรรมนี้ดำเนินไปอย่างสนุกสนาน โดยทั้งท็อปและนุ่นได้นำมิวสิกวิดีโอเรื่องราวสนุกๆ เกี่ยวกับ Circular Living มาให้ชม ทั้งยังชักชวนให้น้องๆ นักศึกษาได้ทำความรู้จักกับไลฟ์สไตล์ในแบบของ Circular Living ซึ่งทุกคนสามารถนำไปปฏิบัติในชีวิตจริงของตัวเองได้อย่างง่ายๆ และยังให้กำลังใจกับน้องๆ ด้วยว่า ทุกคนล้วนมีพลังสามารถช่วยกันปรับเปลี่ยนให้โลกใบนี้น่าอยู่มากขึ้น 

 

ท็อปและนุ่นยังกล่าวชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของการจัดการทรัพยากรในแบบ Circular Living อีกด้วยว่า ขึ้นอยู่กับจิตสำนึกและการรู้จักใช้ ซึ่งในปัจจุบันนั้นมักจะมีการมองว่าพลาสติกนั้นเป็นผู้ร้าย หากอันที่จริงแล้วอาจไม่ได้เป็นจริงตามนั้นเสมอไป เพราะหากรู้จักใช้แล้วจริงๆ แล้วก็สามารถทำประโยชน์ได้มากมาย ทว่ามนุษย์เองต่างหากที่เป็นผู้กระทำ โดยมลพิษในสิ่งแวดล้อมและปัญหาขยะนั้นเป็นผลจากการขาดจิตสำนึกและความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม

 

“เราสามารถลดการสร้างขยะได้ด้วยการพกพาภาชนะในชีวิตประจำวัน การพกกระบอกน้ำและปิ่นโตอาจจะเป็นเรื่องลำบากในตอนเริ่มแรก แต่เชื่อพวกพี่เถอะว่าพอเราทำจนชินติดเป็นนิสัยก็ง่ายแล้ว ทำให้สามารถช่วยลดการใช้ Single-use Plastic ได้ตั้งมากมาย และเมื่อจะทิ้งก็คัดแยกขยะลงถังรีไซเคิล ที่สำคัญคือต้องรู้ว่าขยะที่รีไซเคิลไม่ได้คือที่ปนเปื้อนกับเศษอาหาร ดังนั้นสิ่งที่เราพอจะช่วยกันทำได้คือการล้างทำความสะอาดและคัดแยกขยะเพื่อให้นำกลับไปรีไซเคิลได้ Circular Icon ทั้งสองคนกล่าว 

 

GC Circular Living

ตัวอย่างเนกไทผลิตภัณฑ์ที่ทอจากเส้นใยพลาสติกเป็นส่วนประกอบ

 

นอกจากนี้ยังได้มีตัวอย่างการใช้พลาสติกอย่างสร้างสรรค์ เช่น การใช้พลาสติกอย่างคุ้มค่าด้วยการนำมาใช้ซ้ำ การรีไซเคิล หรือการอัพไซเคิล และเพิ่มคุณค่าด้วยความคิดสร้างสรรค์ การออกแบบ และนวัตกรรมทางด้านวัสดุในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีมูลค่าเพิ่ม เช่น สินค้าแฟชั่น ของตกแต่งบ้าน นำไปสู่การสร้างสรรค์ชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

 

“ขยะที่ไร้ค่าจริงๆ แล้วไม่ไร้ค่า เพราะเราสามารถนำมารีไซเคิลและดีไซน์ใช้ใหม่ได้ พลาสติกไม่ใช่ผู้ร้าย พลาสติกก็เหมือนกับความรัก ถ้าเราดูแลเป็น มันมีคุณค่าเสมอ ถ้าเรารู้จักใช้ รู้จักวิธีจัดการ เช่น สามารถเอาไปใช้ในทางการแพทย์ เราสามารถนำเอาพลาสติกไปผสมเส้นใยผลิตเสื้อผ้า และที่เจ๋งกว่านั้นก็อย่างการนำขยะทะเลมารีไซเคิลเป็นเส้นใยในการทอเสื้อผ้า อย่างเสื้อที่พวกพี่ใส่กันมาวันนี้ก็มีเส้นใยพลาสติกอยู่ด้วยนะ หรือใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตพรมหรือรองเท้า ไปจนถึงดีไซน์ใช้ในผลิตภัณฑ์อื่นๆ ได้อีกตั้งมากมาย ถุงผ้าเองก็ไม่ได้ถูกต้องเสมอไป พลาสติกเองก็มีประโยชน์ถ้าเรารู้จักที่จะใช้อย่างสร้างสรรค์” ท็อปและนุ่นสรุป

 

GC Circular Living

นักศึกษาผู้โชคดีที่ร่วมกิจกรรมรับของที่ระลึก

ซึ่งล้วนเป็นผลิตภัณฑ์ Upcycling ตามหลัก Circular Living  

 

เรียกได้ว่าเป็นกิจกรรมสุดสร้างสรรค์ที่ช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้น้องๆ นักศึกษาได้ปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ และหันมาเป็นกำลังสำคัญที่จะช่วยกันใช้ชีวิตในแบบ Circular Living อันจะช่วยให้โลกเรายังคงน่าอยู่ยิ่งขึ้น เชื่อแน่ว่าจากโครงการ U ปรับ โลกเปลี่ยน ในครั้งนี้จะต้องมีคนรุ่นใหม่ที่หันมาช่วยกันเพิ่มขึ้นอีกมากแน่นอน

 

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

The post U ปรับ โลกเปลี่ยน โครงการดีๆ ที่บ่มเพาะแนวคิด Circular Living การใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่าในรั้วมหาวิทยาลัย โดย PTT Global Chemical หรือ GC [Advertorial] appeared first on THE STANDARD.

]]>
ECOLIFE หนทางใหม่ของการลดขยะพลาสติก สนุก ง่าย และวัดผลได้จริง https://thestandard.co/ecolifeapp/ Wed, 10 Jul 2019 06:37:10 +0000 https://thestandard.co/?p=269318 ECOLIFE

คุณเคยลองนับดูหรือไม่ ว่าในหนึ่งวัน มือของคุณสัมผัสพลาส […]

The post ECOLIFE หนทางใหม่ของการลดขยะพลาสติก สนุก ง่าย และวัดผลได้จริง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ECOLIFE

คุณเคยลองนับดูหรือไม่ ว่าในหนึ่งวัน มือของคุณสัมผัสพลาสติกทั้งหมดกี่ชิ้น มีสักกี่ชิ้นที่คุณใช้งานมันเกินหนึ่งครั้ง แล้วมีอีกกี่ชิ้นที่คุณทิ้งลงถังขยะโดยที่ยังไม่ได้แม้แต่จะใช้ทำอะไรเลย

 

ในโลกสมัยใหม่ที่เต็มไปด้วยผลิตภัณฑ์จากพลาสติก เราปฏิเสธไม่ได้เลยว่าพลาสติกได้กลายเป็นส่วนประกอบสำคัญของชีวิตเราทุกคน พลาสติกกลายมาเป็นเหมือนเพื่อนสนิทที่มีโอกาสได้เจอหน้ากันอยู่บ่อยๆ ในแต่ละวันผลิตภัณฑ์จากพลาสติกเหล่านี้มักจะแวะเวียนมาให้เราได้พบเจอ ทักทาย และบอกลากันอย่างไม่ขาดสาย มันเป็นเหมือนเพื่อนที่เราพึ่งพาได้อยู่เสมอ เราจะเรียกเพื่อนคนนี้มาใช้งานเมื่อไรก็ได้ พอไม่ต้องการแล้วก็แค่บอกลากันไป ทิ้งมันไว้ในถังขยะ ดูเหมือนว่าเราจะรักเพื่อนคนนี้มาก จนกระทั่งวันหนึ่งที่เราต้องใจสลายเมื่อพบกับความจริงที่ว่า ทุกๆ ครั้งที่เราโบกมือลาพลาสติกอย่างไม่แยแส คือทุกๆ ครั้งที่สัตว์ทะเลต้องทนทรมานจากขยะพลาสติก ทุกๆ ครั้งที่ปะการังถูกทับถมด้วยขยะ และคือทุกๆ ครั้งที่ระบบนิเวศถูกทำลาย

 

ทุกวันนี้ หลายๆ ประเทศทั่วโลกเริ่มให้ความสำคัญกับการลดขยะพลาสติกมากขึ้นเรื่อยๆ และทุกพื้นที่ทั่วโลกต่างก็พยายามรณรงค์ให้ผู้คนเห็นความสำคัญของการลดขยะพลาสติกทั้งในระดับครัวเรือน และระดับองค์กรอย่างจริงจัง 

 

อย่างไรก็ตาม การรณรงค์ในหลายๆ ภาคส่วนก็ยังไม่เกิดผลลัพธ์ใดๆ ที่ชัดเจน โดยเฉพาะในประเทศไทยที่หลายๆ กลุ่มหรือองค์กรยังคงไม่ได้ให้ความสนใจกับการลดขยะพลาสติกมากเท่าที่ควร ทั้งๆ ที่ขยะพลาสติกยังคงถูกทิ้งอย่างต่อเนื่องในปริมาณมากจนยากที่จะเพิกเฉยได้

 

เมื่อวันสิ่งแวดล้อมโลกที่ผ่านมา นุ่น-ศิรพันธ์ วัฒนจินดา และ ท็อป-พิพัฒน์ อภิรักษ์ธนากร คู่รักนักสิ่งแวดล้อม กล้าที่จะนำเสนอวิธีการใหม่ที่แตกต่างออกไป วิธีการที่ยังไม่เคยเกิดขึ้นที่ไหนในโลก วิธีการที่จะทำให้ทุกคนสามารถลดขยะพลาสติกได้ง่ายๆ และบอกลาเพื่อนรักพลาสติกของเราได้อย่างเป็นมิตร นอกจากจะไม่ต้องเสียอะไรแล้ว ทุกๆ คน ทุกๆ ภาคส่วน ทุกๆ สิ่งมีชีวิต รวมถึงสิ่งแวดล้อมกลับจะมีแต่ได้กับได้ 

 

THE STANDARD ขอพาทุกคนไปพบกับแอปพลิเคชัน ECOLIFE หนทางใหม่ของการลดขยะพลาสติก ที่ไม่ได้แค่ให้ประโยชน์แก่ทุกฝ่าย แต่สนุก ง่าย และวัดผลได้จริง

พลาสติกไม่ใช่ผู้ร้าย แต่เขาถูกสร้างขึ้นมา เราควรใช้เขาให้คุ้มกับไอเดียที่ทำให้เขาเกิดมา เขาเกิดมาแล้วเขาอยู่ได้ 400 กว่าปีนะ ใช้เขาให้คุ้มค่าหน่อยเถอะ

ECOLIFE

 

แอปพลิเคชันนี้เริ่มต้นอย่างไร

ท็อป: เริ่มต้นจากความอยากของผมก่อน อยากทำ ก็เลยไปขอเงินภรรยา (หัวเราะ) 

 

ถ้าถามว่าทำอย่างไรดีให้คนสามารถทำอะไรที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมได้ อย่างแรกคือต้องง่าย สองคือต้องทำให้รู้สึกสนุกและอยากมีส่วนร่วมด้วย ต่อมาคือเราต้องการวัดผลให้ได้อย่างเป็นรูปธรรม และสุดท้ายคือมันน่าจะดีนะถ้าเกิดคนมาช่วยกันทำดีเพื่อสิ่งแวดล้อมแล้วได้ประโยชน์ตอบแทนไปเลย 

 

โดยเรามีแนวคิดว่าอยากให้คนไทยได้รู้จักสัตว์ของไทย ดังนั้นเราเลยเอาสัตว์ต่างๆ ที่อยู่ในป่า ในธรรมชาติ และในเมืองไทย มาวาดเป็นตัวละครทั้งหมด ส่วนตัวละครที่เอามาชูโรงมี 5 ตัว เป็นสัตว์ที่มีอยู่จริงที่อาศัยอยู่ที่ขั้วโลก แต่น้ำแข็งที่ขั้วโลกกำลังละลายเขาก็เลยต้องอพยพย้ายมาอยู่บ้านเรา พอมาอยู่บ้านเรา สัตว์ต่างๆ ที่มีอยู่ในประเทศไทยก็ช่วยกันลดขยะพลาสติกเพื่อทำให้สภาพแวดล้อมดีขึ้น เพื่อที่วันหนึ่งเมื่อโลกใบนี้ดีขึ้น เราก็จะส่งพวกเขากลับบ้านได้

 

ECOLIFE

 

ECOLIFE มีวิธีการใช้งานอย่างไร

นุ่น: วิธีการใช้งานก็คือเปิดแอปพลิเคชัน ECOLIFE แล้วก็ไปหา QR Code ของ ECOLIFE สำหรับร้านนั้นๆ สมมติว่าวันนี้เราพกกระบอกน้ำมา พอไปถึงร้านเราก็บอกพนักงานว่าวันนี้เราไม่เอาแก้ว พอกดปุ่มที่เขียนว่า Scan ก็จะมีรูปของประเภทพลาสติกให้เลือก เราก็เลือกรูปแก้ว เลือกปุ๊บมันก็จะเป็นกล้อง แล้วเราก็ไปสแกน QR Code ที่มีรูปน้องหมีที่เขามีให้ที่ร้าน พอสแกนปุ๊บ พื้นที่มันจะเพิ่มขึ้น ตัวการ์ตูนในแอปฯ ของแต่ละคนมันจะโตขึ้น โหลดมาครั้งแรกก็จะได้ไข่มา พอเริ่มลดการใช้พลาสติก ไข่มันก็จะเริ่มแตกออกมาเป็นตัวอ่อน ลดอีกสองสามครั้งก็จะโตกลายเป็นตัวเต็มวัย พอได้หนึ่งตัวมาสะสมแล้วก็จะได้ไข่ฟองใหม่มา แต่เราก็จะไม่รู้หรอกว่าลูกของเราตัวต่อไปจะออกมาเป็นตัวไหน มันจะเป็นการสุ่ม เหมือนการเลี้ยงทามาก็อตจิให้โตนั่นแหละ แค่การให้อาหารของตัวละครในนี้ก็คือการลด Single-use Plastic

 

ท็อป: ตอนนี้คอลเล็กชันจะแบ่งเป็น Forest, Sea, Field และ Wetland ซึ่งเป็นภูมิประเทศที่อยู่ในบ้านเรา ตอนแรกแต่ละตัวในคอลเล็กชันจะยังเป็นเงาอยู่ แล้วตัวละครที่ยังไม่ได้ปรากฏโฉมก็คือสัตว์ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่นั้นจริงๆ ถ้าเราสะสมพื้นที่สะสมตัวละครไปเรื่อยๆ ตัวละครที่เราได้มาแล้วก็จะโผล่เป็นสีขึ้นมา แล้วมันจะมีแรร์ไอเท็มด้วยนะ เช่น ช่วงต้นปีที่ผ่านมาเป็นปีหมู เราเลยทำตัวละครหมูทอง เป็นหมูที่ใส่สร้อยทอง ถือทองเต็มไปหมด เพื่อให้คนที่ใช้ในช่วงปีใหม่ หรือในอนาคตเราอาจจะไปเข้าร่วมกับที่บางที่เพื่อสร้างตัวละครให้กับสถานที่นั้น สมมติว่าถ้าคุณมาใช้บริการสถานที่นั้นไปเรื่อยๆ คุณอาจจะได้แรร์ไอเท็มที่มันเกิดจากการดีไซน์ให้กับสถานที่นั้นเป็นพิเศษด้วย

 

นุ่น: ทุกครั้งที่เราสแกนลดขยะ เราก็จะได้คะแนน ECO POINT มา ซึ่งจะจำกัดอยู่ที่ 10 ครั้งหรือ 10 คะแนนต่อวัน เพราะว่ามันจะมีระบบ Redeem จากผู้สนับสนุนของเราที่ให้นำคะแนนมาแลกของได้ อย่างสตาร์บัคส์หรือโอโตยะ ร้านเหล่านี้ที่เข้ามาร่วมกับเรา ก็สามารถใช้ ECO POINT ในการแลกของหรือแลกรับส่วนลดได้ เพราะฉะนั้น ECO POINT ก็จะมีค่ามาก เลยจำกัดว่าไม่เกิน 10 คะแนนต่อวัน แต่ถ้าอยากช่วยกันลดขยะเพื่อให้ตัวละครมันโตขึ้นจะลดกี่ครั้งก็ได้

 

คิดว่าปัญหาของสังคมไทยที่ทำให้คนยังใช้พลาสติกกันอยู่คืออะไร

ท็อป: มันคือความเคยชิน เมื่อก่อนนี้ตอนที่ผมเด็กๆ มันก็ยังไม่ได้มีพลาสติกเยอะมากขนาดนี้ ยิ่งรุ่นพ่อรุ่นแม่เราก็ยิ่งไม่ได้มีขนาดนี้ ย้อนกลับไปรุ่นยายเมื่อก่อนเขาก็ถือตะกร้ากัน แต่พอมันเกิดความเคยชิน ผลิตภัณฑ์พลาสติกต่างๆ ก็มีออกมาจนเยอะเกินไป แล้วปัญหาสำหรับบ้านเรา ณ เวลานี้คือพอใช้เยอะเกินไป ในขณะที่การจัดการยังไม่ดีพอ มันก็เลยกลายเป็นปัญหาสะสม พอเป็นปัญหาสะสมสิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ รุ่นเราเห็นปัญหา แต่รุ่นเด็กกว่าเราจะเป็นคนรับเคราะห์ แล้วถ้ายังไม่มีการทำอะไรเลย สุดท้ายเคราะห์นี้ก็จะมีต่อเนื่องไปเรื่อยๆ ไม่จบไม่สิ้น

 

Single-use Plastic ถ้าแปลจริงๆ ก็คือพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง ซึ่งก็คืออะไรก็ตามที่คุณใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้งไปซึ่งมีหลายประเภท แต่ 4 ประเภทที่เราเห็นว่าคนใช้เยอะและเป็นปัญหามากที่สุดก็คือ หนึ่งถุงพลาสติก สองคือหลอด สามคือแก้ว และสี่ก็คือช้อนส้อมพลาสติกนี่แหละ อย่างเวลาเราไปซื้อเครื่องดื่มมันจะมีทั้งแก้ว ฝาปิด หลอด ทิชชู แล้วก็ถุงพลาสติก ส่วนมากยังไม่ได้ใช้งานให้คุ้มค่าเลย ดูดแป๊บเดียวก็ทิ้งหมดแล้ว พลาสติกพวกนี้มันส่งผลระยะยาว เพราะมันมีอายุที่จะอยู่บนโลกนี้ได้เป็นร้อยปี ก็เลยคิดว่าถ้าอย่างนั้นเรามาลด 4 ประเภทนี้ก่อนที่เป็นประเภทหลักๆ เพราะว่ามันเป็นขยะที่เยอะแล้วก็จัดการลำบาก

 

นุ่น: เราพยายามพูดตลอดว่า พลาสติกไม่ใช่ผู้ร้าย แต่เขาถูกสร้างขึ้นมา เราควรใช้เขาให้คุ้มกับไอเดียที่ทำให้เขาเกิดมา เขาเกิดมาแล้วเขาอยู่ได้ 400 กว่าปีนะ ใช้เขาให้คุ้มค่าหน่อยเถอะ แล้วเราก็ไม่ได้บอกว่าใครถือถุงพลาสติกแล้วเป็นคนเลว เพราะเรากินชานมไข่มุกมันก็มีวันที่จังหวะนั้นไม่รู้จะไปหาหลอดสเตนเลสจากที่ไหน ถ้าจำเป็นมันก็ต้องใช้ แต่ถ้าวันไหนมันไม่จำเป็นก็แค่ลดสักหน่อย คิดดูว่าถ้าเราลดแค่คนละสองถุง ภาพรวมของคนทั้งโลกมันก็ลดได้เยอะมากแล้ว อยากให้มองภาพรวมเพราะถ้าเรามองแค่ตัวเองมันก็จะลดได้แค่สองถุง

 

ECOLIFE

 

ECOLIFE เข้าถึงผู้คนได้อย่างไร

นุ่น: จริงๆ แล้วการใช้ Single-use Plastic โดยเฉพาะพวกถุงพลาสติกส่วนใหญ่อยู่ที่ตลาด ซึ่งตลาดพวกนี้เวลานุ่นลงพื้นที่นุ่นรู้เลยว่าคุณป้าทุกคนเขาก็มีใจอยากช่วยนะ แต่จะให้ไปบอกลูกค้าว่า ป้าไม่ให้ถุงนะ มันก็ยาก เขาก็เลยบอกว่าแอปฯ เราเหมือนเป็นเครื่องจูงใจให้คนอยากจะเริ่มลดจากตัวเขาเอง 

 

ความน่ารักก็คือในช่วงที่เราเปิดตัว มีคนที่เชียงใหม่บอกว่า พี่ หนูอยากใช้แต่ที่เชียงใหม่ไม่มีสักร้านที่ร่วมกับแอปฯ เลย เราก็บอกว่า ถ้าอย่างนั้นหนูก็ไปหามานะว่าร้านไหนน่าสนใจ แล้วหนูก็ไปชวนเขามา เพราะนุ่นเชื่อว่าเราจะมีร้านที่เรารู้จัก ร้านประจำที่จริงๆ เจ้าของร้านเขามีใจแต่ข่าวสารอาจจะไปไม่ถึง ก็เลยบอกให้เขาไปติดต่อมาเลย เดี๋ยวทำโค้ดส่งไปให้ ไม่มีค่าใช้จ่ายอะไร เราอยากเป็นเครื่องมือแล้วก็คอยสนับสนุนทุกโครงการ ไม่ว่าจะเป็นตลาด ร้านค้า หรือว่าโรงเรียน เพื่อที่สุดท้ายเราจะได้มีข้อมูลที่จะทำให้คนทั้งประเทศเห็นว่า ถ้าเราช่วยกันมันลดได้จริงๆ นะ

 

ถ้าตลาดหรือโครงการไหนสนใจจะเข้าร่วม ตอนนี้จะมีเพจกลางคือเฟซบุ๊ก ECOLIFE app แค่อินบ็อกซ์เข้ามา เราจะมีแอดมินรอตอบอยู่ ไม่ว่าจะเป็นยูสเซอร์ที่มีปัญหาในการใช้งาน หรือร้านค้าที่อยากเข้าร่วมก็ทักเข้ามาได้เลย จริงๆ โครงการต่างๆ เราก็สนใจนะ อย่างเช่น โครงการวิ่งที่มีการแจกแก้ว ซึ่งหลายๆ ที่เราก็เริ่มเห็นว่ามีการพยายามทำให้การวิ่งมันกรีนมากขึ้น แบบนี้เราอยากไปร่วมด้วย เพราะเราเชื่อว่าทำบ่อยๆ คนจะค่อยๆ เปลี่ยน เราไม่เชื่อเรื่องของการทำใหญ่ทีเดียวแล้วเดี๋ยวคนก็ลืม เราพยายามบอกว่า ECOLIFE มันคือการทำทุกๆ วัน

 

ท็อป: ไม่อยากอัปเปอร์คัต พยายามแย็บไปเรื่อยๆ (หัวเราะ)

 

หลายคนมองว่าการใช้ชีวิตแบบ ECO เป็นเรื่องยาก มีวิธีการพูดกับคนเหล่านี้อย่างไร

ท็อป: ไม่ต้องพูด แค่ทำ ทำเลย ทำให้เห็น เริ่มต้นจากการทำเอง อย่างเช่น ผมมีขยะอยู่หนึ่งกอง ผมก็แยกหนังสือพิมพ์ แยกขวดแชมพูหรืออะไรที่เป็นพลาสติกไว้เป็นสามสี่ถัง ขวด แก้ว กระป๋องอลูมิเนียม อะไรก็ตามที่ขายได้ก็แยกเอาไว้ แล้วผมก็เอาไปขาย แล้วก็ให้แม่บ้านเห็นว่าเราเอาไปขาย เขาก็ไปด้วยแล้วก็เห็นเลยว่าได้เงิน หลังจากนั้นเขาก็ทำตาม การทำให้เห็นนี่แหละดีกว่าการที่คอยพูดด้วยซ้ำ

 

เว็บไซต์ชื่อ ecolifeapp.com มีขึ้นมาเพื่อที่จะบอกว่าแต่ละวันในการช่วยกันลดขยะ เราลดกันไปได้กี่ชิ้นแล้ว ให้เห็นกันแบบเรียลไทม์ได้เลย นับจำนวนได้เลยว่ากี่ชิ้น แล้วขยะแต่ละประเภทลดลงไปได้เท่าไร คนที่เข้ามาดาวน์โหลดวันนี้มีเท่าไร ซึ่งตอนนี้ก็มีคนดาวน์โหลดแล้วสองหมื่นกว่าคน ลดไปได้เกือบสามแสนชิ้นแล้ว

 

จุดเด่นของ ECOLIFE คืออะไร

ท็อป: แอปฯ นี้มันเป็นแอปฯ ที่อยากจะให้ทุกคนวินวิน ร้านค้าก็ได้ลดต้นทุน คือถุงพลาสติก แก้ว หรือหลอด ของพวกนี้มันมีต้นทุนในการซื้อมาทั้งนั้น ถ้าไม่ต้องแจก คุณก็จะลดต้นทุนตรงนี้ลงไปได้ เจ้าของตลาด เจ้าของสถานที่ คุณก็ต้องจัดการกับขยะ งบประมาณที่ลงไปในส่วนนี้มันก็จะลดน้อยลง สภาพแวดล้อมกับสถานที่มันก็จะสะอาดสะอ้าน ดูดียิ่งขึ้น พร้อมๆ กับคนก็จะรู้สึกดีถ้าเรามีแคมเปญแบบนี้ ภาครัฐที่จะต้องมาดูจัดการ ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของเขต จังหวัด หรือว่าในส่วนของประเทศ งบประมาณที่คุณจะต้องลงไปในส่วนนี้มันก็อาจจะลดน้อยลง เอางบไปทำอย่างอื่น เอาไปปลูกต้นไม้เพิ่มพื้นที่สีเขียวไหม ไปทำสวนสาธารณะที่อยู่ในชุมชนไหม หรือว่าไปให้การศึกษา ทำให้เด็กๆ ได้มีการศึกษาที่ดีขึ้น คุณภาพชีวิตดีขึ้นไหม

 

นุ่น: ผู้ใช้ก็ได้ความสนุก ได้ตุ๊กตามาสะสม ได้ช่วยลดขยะพลาสติก แล้วก็ได้ ECO POINT มาแลกของ หรือว่าแลกเป็นส่วนลดจากร้านค้าที่เข้าร่วมก็ได้นะคะ

 

ท็อป: โมเดลแบบนี้ทั่วโลกก็ยังไม่มีนะ เราก็หวังว่าถ้าในอนาคตต่อไป ถ้ามันทำให้ประเทศนี้ดีขึ้น มันอาจจะไปประเทศอื่นต่อๆ ไปที่ที่มีปัญหาอย่างนี้เหมือนกันได้

 

สุดท้ายมันจะไม่เกิดผลอะไรมาก ถ้าไม่มีร้านที่มีเครือข่าย หรือศูนย์การค้าที่สามารถออกนโยบายให้ร้านที่อยู่ในเครือได้เข้ามาร่วมกับเรา คุณจะทำแคมเปญอะไรอยู่เราก็สามารถเข้าไปช่วยเหลือได้ เราไม่ได้จะเข้าไปเปลี่ยนแคมเปญหลัก แต่เราทำเพื่อที่จะช่วยกันวัดผล แล้วผมก็อยากที่จะให้ผลนี้ส่งไปถึงคนที่ดูแลประเทศของเราต่อไป ให้เขาเห็นว่ามีคนที่ร่วมกันทำได้ขนาดนี้จริงๆ ให้เขามีความมั่นใจมากขึ้นจากผลที่พวกเราช่วยกัน ว่ามันสามารถออกกฎหมายในเรื่องนี้ได้ แล้วปัญหาปลายทางมันก็จะลดน้อยลงไปในที่สุด

 

สนใจศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.ecolifeapp.com

หรือเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ ECOLIFE ได้ผ่านทาง www.facebook.com/ECOLIFEapp

 

 

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

The post ECOLIFE หนทางใหม่ของการลดขยะพลาสติก สนุก ง่าย และวัดผลได้จริง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ท็อป-พิพัฒน์ พิธีกรและนักออกแบบผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม – THE STANDARD Daily 2 กรกฎาคม 2562 https://thestandard.co/thestandarddaily02072562/ Wed, 03 Jul 2019 02:37:54 +0000 https://thestandard.co/?p=267644 thestandarddaily

THE STANDARD Daily ประจำวันที่ 2 กรกฎาคม 2562&nbsp […]

The post ท็อป-พิพัฒน์ พิธีกรและนักออกแบบผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม – THE STANDARD Daily 2 กรกฎาคม 2562 appeared first on THE STANDARD.

]]>
thestandarddaily

THE STANDARD Daily ประจำวันที่ 2 กรกฎาคม 2562 เวลา 20.00 

 

  • ส่องดัชนีผลการปฏิบัติงานด้านสิ่งแวดล้อม การพัฒนาของไทยเป็นมิตรกับมนุษย์และธรรมชาติมากแค่ไหน
  • ต่อด้วยคุยสด เปิดเส้นทางชีวิต ท็อป-พิพัฒน์ อภิรักษ์ธนากร พิธีกรและนักออกแบบผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

 

สามารถติดตาม THE STANDARD Daily ได้เป็นประจำทุกวันจันทร์ศุกร์ เวลา 20.00 เป็นต้นไป ที่ Facebook Live และ Youtube Live ของ thestandardth

The post ท็อป-พิพัฒน์ พิธีกรและนักออกแบบผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม – THE STANDARD Daily 2 กรกฎาคม 2562 appeared first on THE STANDARD.

]]>