ทุนสำรองต่างประเทศ Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/ทุนสำรองต่างประเทศ/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Wed, 22 Jul 2026 11:47:15 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.11 เปิดทุนสำรองฯ ไทยกลางปี 2569 ลดลง 3.4 พันล้านดอลลาร์จากสิ้นปีก่อน หลังบาทอ่อนค่าราว 7% กรุงศรีฯ มองไม่น่ากังวล ย้ำเสถียรภาพไทยยังแกร่ง https://thestandard.co/thai-reserves-drop-baht-weak/ Wed, 22 Jul 2026 11:47:15 +0000 https://thestandard.co/?p=1233854 ภาพธนบัตรไทยวางซ้อนกัน

ทุนสำรองฯ ไทย ณ มิถุนายนปีนี้ลดลง 3.4 พันล้านดอลลาร์สหร […]

The post เปิดทุนสำรองฯ ไทยกลางปี 2569 ลดลง 3.4 พันล้านดอลลาร์จากสิ้นปีก่อน หลังบาทอ่อนค่าราว 7% กรุงศรีฯ มองไม่น่ากังวล ย้ำเสถียรภาพไทยยังแกร่ง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพธนบัตรไทยวางซ้อนกัน

ทุนสำรองฯ ไทย ณ มิถุนายนปีนี้ลดลง 3.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เมื่อเทียบกับสิ้นปีก่อนหน้า ท่ามกลางการอ่อนค่าของเงินบาท ด้านกรุงศรีมองทุนสำรองฯ ไทยลดลง ไม่น่ากังวล เหตุการลดลงน้อยกว่าหลายประเทศในภูมิภาค และเพียงพอสำหรับการนำเข้าได้ราว 6 เดือน สะท้อนว่ากันชนด้านเสถียรภาพไทยยังแกร่ง

 

 
 

ตามข้อมูลของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) แสดงให้เห็นว่า เงินสำรองระหว่างประเทศสุทธิ (Net International Reserves) ล่าสุดอยู่ที่ 3.02 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐในมิถุนายน 2569 ลดลงจากช่วงสิ้นปี 2568 ซึ่งอยู่ที่ 3.05 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือลดลง 3.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ท่ามกลางการอ่อนค่าของเงินบาทราว 7.37% ตั้งแต่ต้นปี (YTD) จนถึงวันที่ 22 กรกฎาคม 2569 เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ

 

ภาพธนบัตรไทยวางซ้อนกัน 1

 

รุ่ง สงวนเรือง ผู้อํานวยการอาวุโส สายงานวางแผนโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จํากัด (มหาชน) กล่าวว่า แม้เงินสำรองระหว่างประเทศของไทยจะลดลง แต่ลดน้อยกว่าประเทศอื่นๆ ในภูมิภาค นอกจากนี้ ปัจจุบันทุนสำรองฯ ของไทยเพียงพอสำหรับการนำเข้าได้มากกว่า 6 เดือน สะท้อนว่ากันชนด้านเสถียรภาพของไทยยังอยู่ในระดับสูง

 

“ทุนสำรองฯ ของไทยที่ลดลง ถ้ามองในมุมกันชนด้านเสถียรภาพ ถามว่าน่ากังวลไหมว่า เงินบาทจะอยู่ในภาวะที่อ่อนค่าอย่างรวดเร็วและควบคุมไม่ได้ เราคิดว่า กันชนยังอยู่ในระดับที่สูงพอ”

 

“โดยหากนำทุนสำรองฯ ที่มีอยู่มาใช้เพื่อรองรับการนำเข้าเพียงอย่างเดียว โดยสมมติให้การส่งออกเป็นศูนย์ ทุนสำรองฯ ของไทยตอนนี้จะสามารถช่วยให้อยู่รอดได้ถึง 6 เดือน ซึ่งถือว่าเป็นระดับที่ยังอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน” รุ่งกล่าว

 

ภาพธนบัตรไทยวางซ้อนกัน 2

 

รุ่งกล่าวต่อว่า ทุนสำรองฯ ที่ลดระดับพันล้านดอลลาร์สหรัฐ สะท้อนได้ว่าแบงก์ชาติอาจเข้าดูแลจังหวะที่บาทอ่อน อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับหลายประเทศ เช่น อินโดนีเซีย อินเดีย และญี่ปุ่น ได้เข้าไปดูแลสูงกว่าไทยมาก ผ่านการขายดอลลาร์สหรัฐฯ แล้วซื้อสกุลเงินตัวเอง

 

โดยตามข้อมูล ‘การเปลี่ยนแปลงของทุนสำรองเงินตราต่างประเทศ’ (Change in Foreign Currency Reserves) โดยวัดหน่วยเป็น ‘จำนวนเดือนของการนำเข้า’ (months of imports) นับตั้งแต่ความขัดแย้งในอิหร่านเริ่มต้นขึ้นพบว่า อินเดีย เป็นประเทศที่ทุนสำรองฯ ลดลงมากที่สุด รองลงมาคือ อินโดนีเซีย และญี่ปุ่น

 

ส่วนไทยทุนสำรองฯ ลดลงประมาณ -0.3 เดือนของการนำเข้า นับตั้งแต่เกิดสงคราม ตามมาด้วยฟิลิปปินส์ และสิงคโปร์ ที่ทุนสำรองฯ ลดลงเช่นกันแต่น้อยกว่า

 

ภาพธนบัตรไทยวางซ้อนกัน 3

 

นอกจากนี้ รุ่งยังกล่าวต่อว่า การลดลงของทุนสำรองฯ ไทยที่ไม่เท่าบางประเทศในภูมิภาค สอดคล้องกับมุมมองของ วิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่ก่อนหน้านี้เคยให้ความเห็นว่า บาทอ่อนดีต่อส่งออกและท่องเที่ยว ดังนั้น ในความคิดของตลาดก็เลยมองว่า ธปท.คงปล่อยให้ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวระดับนี้ไปสักพัก

 

กรุงศรีประเมินทิศทางค่าเงินปลายปี ให้กรอบที่ 32-34 บาทต่อดอลลาร์

 

รุ่งยังคาดการณ์ว่า ตลาดการเงินโลกพยายามหันเหจุดสนใจจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ไปสู่แนวโน้มดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) แม้ว่าข้อตกลงหยุดยิงยังคงเปราะบางตามกลยุทธ์การเจรจาและจะกระทบบรรยากาศการลงทุนอยู่เป็นระยะก็ตาม

 

ทั้งนี้ Fed ภายใต้การนำของประธานเควิน วอร์ช ตั้งใจปฏิรูปการสื่อสารและลดการให้สัญญาณชี้นำล่วงหน้าเกี่ยวกับทิศทางดอกเบี้ย ในภาวะเช่นนี้ ราคาสินทรัพย์ต่างๆ จะมีแนวโน้มผันผวนสูงขึ้นเมื่อมีการประกาศข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ หรือในช่วงที่การเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ ใกล้เข้ามา ขณะที่ทางด้านธนาคารกลางญี่ปุ่นยังคงมีท่าทีระมัดระวัง แต่คาดว่าจะทยอยขึ้นดอกเบี้ยเพื่อพยุงค่าเงินเยนต่อไป

 

สำหรับการเคลื่อนไหวของเงินบาทซึ่งอ่อนค่าลงในช่วงที่ผ่านมา สะท้อนยอดนำเข้าที่พุ่งสูงขึ้นจากการบริหารความมั่นคงด้านพลังงาน ส่งผลให้ไทยขาดดุลบัญชีเดินสะพัด

 

อย่างไรก็ตาม ในระยะข้างหน้า มีปัจจัยประคองค่าเงินบาทอยู่บ้าง ได้แก่ ราคาน้ำมันตลาดโลกที่แม้ผันผวนสูงแต่ซื้อขายห่างจากจุดสูงสุดของรอบอยู่พอสมควร รวมถึงกระแสเงินทุนต่างชาติไหลเข้า ขณะที่ภาวะขาดดุลแฝดของไทยอาจบรรเทาลงแม้ต้องใช้เวลา

 

โดยกลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์มองว่าเงินบาทมีโอกาสแข็งค่าขึ้นเล็กน้อยและแกว่งตัวในกรอบ 32-34 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2569 หาก Fed คงดอกเบี้ยตามสมมติฐานหลัก และดุลการค้าของไทยปรับตัวดีขึ้น

 

ทั้งนี้ ทิศทางเงินเฟ้อในสหรัฐฯ เป็นความเสี่ยงสำคัญต่อประมาณการค่าเงิน นอกจากนี้ คาดว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยจะถูกตรึงไว้ที่ 1.00% ในอีกหลายไตรมาสข้างหน้า ตราบใดที่แนวโน้มเศรษฐกิจและเงินเฟ้อไม่เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยมองว่าในบริบทที่เงินเฟ้อด้านต้นทุนสูงขึ้นเพียงชั่วคราว คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะให้น้ำหนักกับภาวะอุปสงค์ และเสถียรภาพภายในประเทศมากกว่าแรงกดดันจากปัจจัยภายนอก

 

ภาพธนบัตรไทยวางซ้อนกัน 4

 

ภาพ: Charlie143 / Shutterstock

The post เปิดทุนสำรองฯ ไทยกลางปี 2569 ลดลง 3.4 พันล้านดอลลาร์จากสิ้นปีก่อน หลังบาทอ่อนค่าราว 7% กรุงศรีฯ มองไม่น่ากังวล ย้ำเสถียรภาพไทยยังแกร่ง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทุนสำรองระหว่างประเทศ ‘ทั่วโลก’ วูบ หลังนานาประเทศทุ่มเงินพยุงสกุลเงินตนเอง สู้ดอลลาร์แข็ง ด้าน ‘ไทย’ ทุนสำรองฯ ร่วงกว่า 11% ในปี 2022 https://thestandard.co/foreign-reserves-shrank-2022/ Thu, 12 Jan 2023 06:22:13 +0000 https://thestandard.co/?p=736204

ทุนสำรองเงินตราต่างประเทศทั่วโลกลดลง 10% ในช่วง 9 เดือน […]

The post ทุนสำรองระหว่างประเทศ ‘ทั่วโลก’ วูบ หลังนานาประเทศทุ่มเงินพยุงสกุลเงินตนเอง สู้ดอลลาร์แข็ง ด้าน ‘ไทย’ ทุนสำรองฯ ร่วงกว่า 11% ในปี 2022 appeared first on THE STANDARD.

]]>

ทุนสำรองเงินตราต่างประเทศทั่วโลกลดลง 10% ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2022 ทำให้หลายประเทศมีความเสี่ยงด้านเสถียรภาพมากขึ้น ท่ามกลางความไม่แน่นอนต่างๆ โดยแม้ว่าความวุ่นวายในตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศเริ่มสงบลงแล้วในตอนนี้ แต่ความเสี่ยงก็ยังคงมีอยู่ หากเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นอีกครั้ง

 

ตามรายงานของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ระบุว่า ทุนสำรองเงินตราต่างประเทศทั่วโลก ณ สิ้นเดือนกันยายน ลดลงเหลือ 11.6 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ นับเป็นการลดลงต่ำกว่าระดับ 12 ล้านล้านดอลลาร์ ครั้งแรกตั้งแต่เดือนมีนาคม 2020 เนื่องจากหลายประเทศต่างพยายามปกป้องสกุลเงินของตนไม่ให้อ่อนค่า หลังจากเงินดอลลาร์แข็งค่าอย่างรวดเร็วในช่วงเวลาดังกล่าว

 

Yoshimasa Maruyama จาก SMBC Nikko Securities กล่าวว่า ตัวเลขดังกล่าวน่าจะสะท้อนถึงการขายทุนสำรอง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเงินดอลลาร์ของประเทศต่างๆ ออกไปเพื่อพยุงสกุลเงินของตนเอง

 

โดยตามข้อมูลจากทางการญี่ปุ่น ระบุว่า ทุนสำรองของญี่ปุ่นลดลง 13% สู่ระดับ 1.23 ล้านล้านดอลลาร์ ณ สิ้นปี 2022 นับเป็นการลดลงครั้งแรกในรอบ 6 ปี หลังจากเงินเยนอ่อนค่าลงอย่างมากในเดือนกันยายนและตุลาคม โดยจุดหนึ่ง เงินเยนเคยอ่อนค่าทะลุ 151 เยนต่อดอลลาร์ ทำให้ทางการญี่ปุ่นตัดสินใจขายสินทรัพย์ในสกุลเงินดอลลาร์ออกไปเพื่อซื้อเงินเยน เพื่อพยายามยุติการอ่อนค่า

 

ทั้งนี้ ทุนสำรองระหว่างประเทศไม่ได้เป็นเพียงแหล่งเงินทุนสำคัญสำหรับการแทรกแซงตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศเท่านั้น แต่ยังเป็นแหล่งเงินทุนสำคัญสำหรับการชำระหนี้สกุลเงินต่างประเทศด้วย 

 

ดังนั้น การลดลงของทุนสำรองฯ จึงอาจทำให้หลายประเทศมีความเสี่ยงมากขึ้น ท่ามกลางความไม่แน่นอนต่างๆ

 

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สำหรับประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่อย่าง ‘ศรีลังกา’ ซึ่งมีทุนสำรองฯ ลดลงมากกว่า 40% ระหว่างสิ้นปี 2021 ถึงเดือนพฤศจิกายน 2022 ตามข้อมูลจาก IMF เนื่องจากการหยุดชะงักของภาคท่องเที่ยวส่งผลให้สกุลเงินต่างประเทศขาดแคลนอย่างหนัก 

 

ขณะที่ทุนสำรองฯ ของเกาหลีใต้ก็ลดลง 10% ท่ามกลางความพยายามที่จะพยุงเงินวอน ที่อ่อนค่าอย่างมากเช่นกันในปี 2022

 

‘ไทย’ ทุนสำรองร่วง 11% 

สำหรับประเทศไทย เงินสำรองระหว่างประเทศ ณ เดือนธันวาคมปี 2022 อยู่ที่ 216,632.54 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลง 11.93% เมื่อเทียบจากเดือนธันวาคม ปี 2021 ซึ่งอยู่ที่ 245,996.76 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยในปีที่แล้วเงินบาทของไทยเคยอ่อนค่าทะลุระดับ 38 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ช่วงเดือนตุลาคม

 

อย่างไรก็ตาม แนวโน้มปัจจุบันเริ่มเปลี่ยนแปลงแล้วในบางประเทศ เนื่องจากการแข็งค่าของเงินดอลลาร์ได้ผ่อนคลายลง ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ตัวอย่างเช่น ตุรกี ที่แม้ทุนสำรองฯ ได้ลดลงอย่างมาก เนื่องจากประธานาธิบดีเรเจป ไตยิป แอร์โดอัน (Recep Tayyip Erdogan) ยืนกรานที่จะรักษานโยบายการเงินแบบผ่อนคลายไว้ ทำให้ค่าเงินลีราอ่อนค่าหนัก อย่างไรก็ตาม เมื่อแรงกดดันต่อสกุลเงินผ่อนคลายลง ตุรกีก็พยายามเพิ่มทุนสำรองฯ ทำให้ระดับ ณ สิ้นปี 2022 สูงกว่าปี 2021 ได้

 

แต่กระนั้น ทุนสำรองฯ ในหลายประเทศก็ยังคงอยู่ในระดับต่ำอย่างน่าเป็นห่วง โดยอ้างอิงจากการประเมินความเพียงพอของเงินสำรองฯ (ARA) ของ IMF ซึ่งใช้พิจารณาว่า แต่ละประเทศมีทุนสำรองระหว่างประเทศเพียงพอหรือไม่

 

โดยตามจากข้อมูลของสถาบัน Dai-ichi Life Research Institute ของญี่ปุ่น ระบุว่า ปัจจุบันตุรกีมีทุนสำรองฯ เพียง 53% ของระดับที่จำเป็นภายใต้การประเมินแบบ ARA หรือต่ำกว่าคำแนะนำของ IMF ที่ 100-150%

 

ขณะที่จีน ซึ่งมีทุนสำรองเงินตราต่างประเทศมากที่สุดในโลก มีเงินสำรองอยู่ที่ประมาณ 60% ของตัวชี้วัด ARA บ่งชี้ว่าจีนยังคงมีความเสี่ยงที่จะเผชิญกับเงินทุนไหลออก (Capital Flight)

 

Toru Nishihama จาก Dai-ichi Life Research ยังกล่าวว่า สิ่งที่เลวร้ายที่สุดจบลงแล้ว เมื่อเทียบจากตอนที่เงินดอลลาร์แข็งค่าสูงสุด ในฤดูใบไม้ร่วงปี 2022 แต่หากดอลลาร์แข็งค่าอีกครั้ง ประเทศต่างๆ ก็จะมีข้อจำกัดในการพยุงสกุลเงินของตนเองอีกครั้ง

 

ทั้งนี้ หลายฝ่ายพากันคาดการณ์ว่า เงินดอลลาร์อาจแข็งค่าขึ้นอีกครั้ง หากอัตราเงินเฟ้อของสหรัฐฯ อยู่ในระดับสูงนานกว่าที่คาดการณ์ไว้ ทำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ ต้องคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงต่อไป

 

อ้างอิง:

The post ทุนสำรองระหว่างประเทศ ‘ทั่วโลก’ วูบ หลังนานาประเทศทุ่มเงินพยุงสกุลเงินตนเอง สู้ดอลลาร์แข็ง ด้าน ‘ไทย’ ทุนสำรองฯ ร่วงกว่า 11% ในปี 2022 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทุนสำรองฯ ญี่ปุ่น หดเหลือ 1.19 ล้านล้านดอลลาร์ ลดลงเป็น ‘เดือนที่ 3’ ติดต่อกัน หลังโหมแทรกแซงค่าเงิน https://thestandard.co/boj-reserve-fund-decrease/ Tue, 08 Nov 2022 04:33:38 +0000 https://thestandard.co/?p=705679 ทุนสำรองเงินตราต่างประเทศ

ทุนสำรองเงินตราต่างประเทศของ ญี่ปุ่น ปรับลดลงเป็นเดือนท […]

The post ทุนสำรองฯ ญี่ปุ่น หดเหลือ 1.19 ล้านล้านดอลลาร์ ลดลงเป็น ‘เดือนที่ 3’ ติดต่อกัน หลังโหมแทรกแซงค่าเงิน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทุนสำรองเงินตราต่างประเทศ

ทุนสำรองเงินตราต่างประเทศของ ญี่ปุ่น ปรับลดลงเป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกัน โดยลดลงมาอยู่ที่ระดับ 1.19 ล้านล้านดอลลาร์ ณ สิ้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่งเป็นผลมาจากการเข้าแทรกแซงค่าเงินเยนที่ทำสถิติอ่อนค่าในรอบ 32 ปี

 

นับจากต้นปีเงินเยนอ่อนค่าลงไปแล้วกว่า 30% โดยปัจจัยหลักเกิดจากส่วนต่างดอกเบี้ยระหว่างญี่ปุ่นและสหรัฐฯ ที่ถ่างกว้างมากขึ้นตามการขึ้นดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ในขณะที่ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ยังยืนกรานที่จะใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลายเพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


เมื่อวันที่ 22 กันยายนที่ผ่านมา ญี่ปุ่นได้ตัดสินใจใช้เงินราว 2 หมื่นล้านดอลลาร์เข้าแทรกแซงค่าเงินเยนเป็นครั้งแรกในรอบ 24 ปี และตลาดเชื่อว่าญี่ปุ่นยังมีการเข้าแทรกแซงค่าเงินต่อเนื่องหลังจากนั้น แม้ว่าทางการปฏิเสธที่จะยืนยันข้อมูลดังกล่าว โดยประเมินว่าญี่ปุ่นได้ใช้เงินราว 2.8 ล้านล้านเยนและ 6.35 ล้านล้านเยนเพื่อเข้าแทรกแซงค่าเงินในเดือนกันยายนและตุลาคมตามลำดับ

 

อย่างไรก็ดี ปัจจุบันญี่ปุ่นก็ยังคงมีสถานะเป็นประเทศที่มีระดับทุนสำรองเงินตราต่างประเทศสูงเป็นอันดับ 2 ของโลก โดยเป็นรองเพียงจีนที่มีทุนสำรองเงินตราต่างประเทศราว 3 ล้านล้านดอลลาร์ประเทศเดียวเท่านั้น

 

ก่อนหน้านี้ Bloomberg ได้รายงานข่าวว่า นับตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ทุนสำรองเงินตราต่างประเทศของธนาคารกลางทั่วโลกได้ปรับลดลงรวมกันแล้วประมาณ 1 ล้านล้านดอลลาร์ หรือ 7.8% ซึ่งนับเป็นการลดลงมากที่สุดตั้งแต่เริ่มรวบรวมข้อมูลในปี 2003 

 

จีนเป็นประเทศที่มีมูลค่าทุนสำรองเงินตราต่างประเทศลดลงมากที่สุดถึง 204,662 ล้านดอลลาร์ ตามมาด้วยญี่ปุ่นที่ลดลง 167,694 ล้านดอลลาร์ และสวิตเซอร์แลนด์ที่ลดลง 143,442 ล้านดอลลาร์

 

อ้างอิง:

The post ทุนสำรองฯ ญี่ปุ่น หดเหลือ 1.19 ล้านล้านดอลลาร์ ลดลงเป็น ‘เดือนที่ 3’ ติดต่อกัน หลังโหมแทรกแซงค่าเงิน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทุนสำรองฯ ไทย 9 เดือนแรก ‘ลดฮวบ 5 หมื่นล้านดอลลาร์’ ผลจากดอลลาร์แข็งและการดูแลความผันผวนของค่าเงิน https://thestandard.co/international-reserve-funds/ Tue, 11 Oct 2022 10:11:02 +0000 https://thestandard.co/?p=694407 เงินทุนสำรองระหว่างประเทศ

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รายงานตัวเลขเงินทุนสำรองระหว […]

The post ทุนสำรองฯ ไทย 9 เดือนแรก ‘ลดฮวบ 5 หมื่นล้านดอลลาร์’ ผลจากดอลลาร์แข็งและการดูแลความผันผวนของค่าเงิน appeared first on THE STANDARD.

]]>
เงินทุนสำรองระหว่างประเทศ

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รายงานตัวเลขเงินทุนสำรองระหว่างประเทศล่าสุดของไทย พบว่า ณ สิ้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา ระดับเงินสำรองระหว่างประเทศสุทธิ (Net International Reserves) อยู่ที่ 228,174 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 5 ปี โดยหากนับเฉพาะเดือนกันยายน ทุนสำรองฯ มีการปรับลดลงจากเดือนก่อนหน้าราว 1.53 หมื่นล้านดอลลาร์ หรือ 6.7% และหากนับจากต้นปีที่ผ่านมา ทุนสำรองฯ ปรับลดลงไปแล้วราว 5.1 หมื่นล้านดอลลาร์ หรือ 18.2%

 

อย่างไรก็ดี เมื่อเร็วๆ นี้ ธปท. ได้มีการชี้แจงถึงสาเหตุของทุนสำรองฯ ที่ลดลงอย่างต่อเนื่องว่ามาจาก 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่

  1. ผลตอบแทนการลงทุน
  2. การตีมูลค่าสินทรัพย์ (Valuation)
  3. การดำเนินนโยบายค่าเงินของ ธปท.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง


โดยระบุว่า การเปลี่ยนแปลงของเงินทุนสำรองฯ ไทย นับจากต้นปีที่ผ่านมา สาเหตุหลักไม่ได้เกิดจากการเข้าแทรกแซงค่าเงินของ ธปท. แต่ส่วนใหญ่เกิดจากการตีมูลค่าของสินทรัพย์ (Valuation) ของเงินทุนสำรองฯ ที่เปลี่ยนแปลงไปเพราะเงินสกุลดอลลาร์แข็งค่าขึ้น รวมถึงทองคำที่มีมูลค่าลดลงเมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์ พร้อมยืนยันว่าเงินทุนสำรองฯ ที่ลดลงยังไม่ใช่เรื่องที่น่ากังวล และจะไม่กระทบเสถียรภาพการเงินไทยจนเกิดวิกฤตแบบปี 2540

 

เนื่องจากเสถียรภาพการเงินของไทยก็มีความแข็งแกร่งเพิ่มขึ้นมากจากปี 2540 เห็นได้จากสัดส่วนเงินทุนสำรองฯ ต่อหนี้ต่างประเทศระยะสั้นที่ปัจจุบันสูงถึง 2.6 เท่า และเงินทุนสำรองฯ ต่อมูลค่าการนำเข้าที่สูงถึง 9.6 เท่า ขณะที่ดุลบัญชีเดินสะพัดในปี 2565 และ 2566 คาดว่าจะขาดดุลราว 1.5% ก่อนกลับมาเกินดุล 0.9% ตามลำดับ

 

ทั้งนี้ จากการรวบรวมข้อมูลของ THE STANDARD WEALTH พบว่า ปัจจุบันไทยมีระดับเงินทุนสำรองฯ สูงเป็นอันดับที่ 15 ของโลก โดยจีนนับเป็นประเทศที่มีทุนสำรองฯ มากที่สุดในโลก อยู่ที่ 3,193,579 ล้านดอลลาร์ ตามมาด้วยญี่ปุ่นที่ 1,238,056 ล้านดอลลาร์ และสวิตเซอร์แลนด์ที่ 950,635 ล้านดอลลาร์

 

ขณะที่ข้อมูลจาก Bloomberg ระบุว่า นับจากต้นปีที่ผ่านมา ทุนสำรองเงินตราต่างประเทศของธนาคารกลางทั่วโลกได้ปรับลดลงรวมกันแล้วประมาณ 1 ล้านล้านดอลลาร์ หรือ 7.8% ซึ่งนับเป็นการลดลงมากที่สุดตั้งแต่เริ่มรวบรวมข้อมูลในปี 2003 โดยจีนเป็นประเทศที่มีมูลค่าทุนสำรองฯ ลดลงมากที่สุดถึง 204,662 ล้านดอลลาร์ ตามมาด้วยญี่ปุ่นที่ลดลง 167,694 ล้านดอลลาร์ และสวิตเซอร์แลนด์ที่ลดลง 143,442 ล้านดอลลาร์

 

ทุนสำรอง

 

หนึ่งในสาเหตุสำคัญของการลดลงเกิดจากการตีมูลค่าเป็นเงินดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าสูงสุดในรอบ 2 ทศวรรษ เมื่อเทียบกับสกุลเงินสำรองอื่นๆ เช่น ยูโรและเยน ทำให้มูลค่าการถือครองสกุลเงินเหล่านี้ลดลง

 

นอกจากนี้ เงินสำรองฯ ที่ลดลงยังสะท้อนให้เห็นถึงความตึงเครียดในตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ที่บังคับให้ธนาคารกลางจำนวนมากขึ้นต้องเปิดหีบเงินสำรองฯ ของตัวเองเพื่อนำมาใช้ป้องกันการอ่อนค่าของสกุลเงินตนเอง

 

ล่าสุด ธปท. ​ยังมีการเผยแพร่บทความหัวข้อ ‘เงินบาทผันผวน แบงก์ชาติทำอะไร’ โดยเนื้อหาระบุว่า หน้าที่การดูแลอัตราแลกเปลี่ยนของ ธปท. ไม่ใช่การทำให้ค่าเงินอยู่ในระดับนิ่งๆ แต่ ธปท. จะปล่อยให้อัตราแลกเปลี่ยนมีการเคลื่อนไหวไปตามแรงซื้อแรงขาย หรือที่เรียกว่ากลไกตลาด และจะเข้า ‘ดูแล’ เมื่อเกิดความผันผวนสูงผิดปกติที่อาจส่งผลต่อระบบเศรษฐกิจเท่านั้น โดยการ ‘ดูแล’ ของแบงก์ชาติเป็นเพียงการซื้อเวลาให้ผู้ประกอบการได้ปรับตัวและทำได้เพียงช่วงสั้นๆ เพราะการฝืนกระแสตลาดจะเป็นการสะสมความเสี่ยงที่จะก่อปัญหาในระยะยาว

 

ในบทความดังกล่าว ธปท. ได้แนะนำให้ผู้ประกอบการ โดยเฉพาะธุรกิจ SMEs เตรียมตัวรับมือกับความผันผวน ผ่านการบริหารความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งปัจจุบันมีอยู่หลายเครื่องมือด้วยกัน เช่น สัญญา Forward ที่จะช่วยให้ผู้ประกอบการไม่ต้องลุ้นว่าเมื่อแปลงรายได้หรือรายจ่ายสกุลเงินตราต่างประเทศเป็นบาทแล้วจะได้เงินบาทเท่าไร เพราะได้จองราคาไว้ล่วงหน้าก่อนแล้ว หรือการทำ Netting/Matching รายได้รายจ่ายสกุลเงินตราต่างประเทศ เพื่อให้เกิดการหักกลบรายรับรายจ่ายสกุลเงินตราต่างประเทศกันไป เป็นต้น เครื่องมือเหล่านี้จะทำให้ผู้ประกอบการล็อกรายได้และรายจ่าย (ต้นทุน) ที่เป็นเงินบาทได้

The post ทุนสำรองฯ ไทย 9 เดือนแรก ‘ลดฮวบ 5 หมื่นล้านดอลลาร์’ ผลจากดอลลาร์แข็งและการดูแลความผันผวนของค่าเงิน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ส่องทุนสำรองฯ 15 อันดับแรกของโลก มูลค่าลดลงแค่ไหนนับจากต้นปี https://thestandard.co/world-reserve-fund/ Mon, 10 Oct 2022 04:51:16 +0000 https://thestandard.co/?p=693636 ทุนสำรอง

ทุนสำรองเงินตราต่างประเทศทั่วโลกกำลังลดลงอย่างรวดเร็วเป […]

The post ส่องทุนสำรองฯ 15 อันดับแรกของโลก มูลค่าลดลงแค่ไหนนับจากต้นปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทุนสำรอง

ทุนสำรองเงินตราต่างประเทศทั่วโลกกำลังลดลงอย่างรวดเร็วเป็นประวัติการณ์ ส่วนหนึ่งมาจากธนาคารกลางหลายประเทศได้เข้าแทรกแซงตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ เพื่อสนับสนุนสกุลเงินของตน ท่ามกลางการแข็งค่าของดอลลาร์

 

ท่ามกลางประเทศที่มีทุนสำรองฯ มากที่สุด 15 อันดับแรกของโลก จีนนับเป็นประเทศที่มีทุนสำรองฯ มากที่สุดในโลก อยู่ที่ 3,193,579 ล้านดอลลาร์ และเป็นประเทศที่มีมูลค่าทุนสำรองฯ ลดลงมากที่สุดถึง 204,662 ล้านดอลลาร์ ในเดือนกันยายน จากต้นปีที่ 3,398,241 ล้านดอลลาร์


ข่าวที่เกี่ยวข้อง


โดย Wang Chunying รองผู้อำนวยการและโฆษกสำนักแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศแห่งรัฐ ระบุว่า “การลดลงของทุนสำรองฯ จีนมาจากปัจจัยต่างๆ รวมถึงการเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยนและราคาสินทรัพย์ในตลาดการเงินโลก ดัชนีดอลลาร์สหรัฐที่สูงขึ้น และราคาของสินทรัพย์ทางการเงินทั่วโลกลดลงอย่างรวดเร็ว” พร้อมยืนยันว่า “กระแสเงินทุนข้ามพรมแดนโดยทั่วไปจะทรงตัวในเดือนกันยายน และอุปสงค์และอุปทานในตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศในประเทศยังคงสมดุลโดยทั่วไป”

 

ขณะที่เงินสำรองฯ ของประเทศไทยลดลง 50,982 ล้านดอลลาร์ ในเดือนกันยายน อยู่ที่ 228,174 ล้านดอลลาร์ แข็งแกร่งเป็นอันดับที่ 15 ของโลก โดยเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ยังยืนยันว่า สัดส่วนเงินสำรองต่อหนี้ต่างประเทศระยะสั้นของไทยทรงตัวอยู่ที่ 3.0 เท่า ในไตรมาส 2 ของปีนี้ เพียงพอต่อการรองรับหนี้ต่างประเทศ

 

สำหรับสหรัฐอเมริกาที่มีทุนสำรองฯ ลดลงนับจากต้นปี เป็นผลมาจากมูลค่าสินทรัพย์ในสกุลเงินต่างประเทศอย่างเช่นยูโรและเยนลดลง รวมถึงมูลค่าทองคำที่ถือไว้ลดลงนับตั้งแต่ต้นปีด้วย

 

ในทางกลับกัน ซาอุดีอาระเบียเป็นประเทศที่พึ่งพาการส่งออกน้ำมัน เมื่อราคาน้ำมันปรับเพิ่มขึ้นจึงส่งผลให้เงินไหลเข้าประเทศมากขึ้น ทุนสำรองจึงเพิ่มขึ้นด้วย

 

ทุนสำรอง

 

ภาพประกอบ: ธิดามาศ เขียวเหลือ

The post ส่องทุนสำรองฯ 15 อันดับแรกของโลก มูลค่าลดลงแค่ไหนนับจากต้นปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทุนสำรองฯ ทั่วโลกร่วง 1 ล้านล้านดอลลาร์ ลดหนักสุดเป็นประวัติการณ์ หลังแบงก์ชาติทั่วโลกแห่แทรกแซงค่าเงิน หนุนสกุลเงินท้องถิ่น https://thestandard.co/world-reserves-shrink-1-trillion/ Thu, 06 Oct 2022 06:36:26 +0000 https://thestandard.co/?p=691936

ทุนสำรองเงินตราต่างประเทศทั่วโลกกำลังลดลงอย่างรวดเร็วเป […]

The post ทุนสำรองฯ ทั่วโลกร่วง 1 ล้านล้านดอลลาร์ ลดหนักสุดเป็นประวัติการณ์ หลังแบงก์ชาติทั่วโลกแห่แทรกแซงค่าเงิน หนุนสกุลเงินท้องถิ่น appeared first on THE STANDARD.

]]>

ทุนสำรองเงินตราต่างประเทศทั่วโลกกำลังลดลงอย่างรวดเร็วเป็นประวัติการณ์ หลังจากธนาคารกลางทั่วโลกเข้าแทรกแซงตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ เพื่อสนับสนุนสกุลเงินของตน ท่ามกลางการแข็งค่าของดอลลาร์สหรัฐ

 

ตามข้อมูลจาก Bloomberg ระบุว่า ทุนสำรองเงินตราต่างประเทศทั่วโลกลดลงประมาณ 1 ล้านล้านดอลลาร์ หรือ 7.8% ในปีนี้ เหลืออยู่ที่ 12 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ นับเป็นการลดลงมากที่สุด ตั้งแต่ Bloomberg เริ่มรวบรวมข้อมูลในปี 2003


ข่าวที่เกี่ยวข้อง


ส่วนหนึ่งของการลดลงในปีนี้เกิดจากการตีมูลค่าเป็นดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าสูงสุดในรอบ 2 ทศวรรษ เมื่อเทียบกับสกุลเงินสำรองอื่นๆ เช่น ยูโร และเยน ทำให้มูลค่าการถือครองสกุลเงินเหล่านี้ลดลง 

 

นอกจากนี้ เงินสำรองฯ ที่ลดลงยังสะท้อนให้เห็นถึงความตึงเครียดในตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ที่บังคับให้ธนาคารกลางจำนวนมากขึ้นต้องเปิดหีบเงินสำรองฯ ของตัวเองเพื่อนำมาใช้ป้องกันการอ่อนค่าของสกุลเงินตนเอง

  

ในปีนี้ทุนสำรองฯ ของอินเดียร่วงลง 9.6 หมื่นล้านดอลลาร์ไปแล้ว เหลืออยู่ที่ 5.38 แสนล้านดอลลาร์ ขณะที่ธนาคารกลางอินเดียเปิดเผยว่า การเปลี่ยนแปลงของการประเมินมูลค่า (Valuation Change) ของสินทรัพย์คิดเป็น 67% ของปริมาณสำรองที่ลดลงในช่วงปีงบประมาณ ซึ่งเริ่มเมื่อเดือนเมษายน ซึ่งหมายความว่าส่วนที่เหลือมาจากการแทรกแซง เพื่อสนับสนุนค่าเงินรูปีที่อ่อนค่าไปประมาณ 9% เมื่อเทียบกับดอลลาร์ในปีนี้ และแตะระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์เมื่อเดือนที่แล้ว

 

ขณะที่ทางการญี่ปุ่นเปิดเผยว่า ได้ใช้เงินประมาณ 2 หมื่นล้านดอลลาร์ในเดือนกันยายน เพื่อชะลอการอ่อนค่าของเงินเยนในการแทรกแซงตลาดเงินตราต่างประเทศครั้งแรก นับตั้งแต่ปี 1998 ซึ่งจะคิดเป็นประมาณ 19% ของการลดลงของเงินสำรองฯ ในปีนี้ 

 

ด้านสาธารณรัฐเช็กก็ได้เข้าแทรกแซงค่าเงินเป็นส่วนทำให้ทุนสำรองฯ ลดลง 19% ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์

 

ปัจจุบันธนาคารกลางส่วนใหญ่ยังคงมีกระสุนเพียงพอที่จะดำเนินการแทรกแซงต่อไป โดยทุนสำรองฯ ของอินเดียยังคงสูงกว่าระดับปี 2017 ถึง 49% และเพียงพอที่จะจ่ายสำหรับการนำเข้าถึง 9 เดือน สำหรับธนาคารกลางอื่นๆ รวมถึงอินโดนีเซีย มาเลเซีย จีน และไทย เตรียมจะเปิดเผยข้อมูลทุนสำรองเงินตราต่างประเทศล่าสุดในวันศุกร์นี้

 

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลที่รวบรวมโดย Bloomberg แสดงให้เห็นว่า ยังมีธนาคารกลางอีกหลายประเทศที่มีเงินสำรองฯ เหลือน้อยมาก เช่น เงินสำรองฯ ของปากีสถานเหลือเพียง 1.4 หมื่นล้านดอลลาร์ หลังจากลดลงไป 42% ในปีนี้ ไม่เพียงพอสำหรับการนำเข้าในช่วง 3 เดือนข้างหน้าด้วยซ้ำ

 

อ้างอิง:

 


 

ช่องทางติดตาม THE STANDARD WEALTH

The post ทุนสำรองฯ ทั่วโลกร่วง 1 ล้านล้านดอลลาร์ ลดหนักสุดเป็นประวัติการณ์ หลังแบงก์ชาติทั่วโลกแห่แทรกแซงค่าเงิน หนุนสกุลเงินท้องถิ่น appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: ฮ่องกง ย้ำ ทุนสำรองระหว่างประเทศมีเพียงพอรักษาระดับค่าเงินให้ผูกติดกับดอลลาร์สหรัฐได้ https://thestandard.co/morning-wealth-26072022-3/ Tue, 26 Jul 2022 06:00:57 +0000 https://thestandard.co/?p=658937 ฮ่องกง

พอล ชาน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ฮ่องกง เปิดเผยว่า […]

The post ชมคลิป: ฮ่องกง ย้ำ ทุนสำรองระหว่างประเทศมีเพียงพอรักษาระดับค่าเงินให้ผูกติดกับดอลลาร์สหรัฐได้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ฮ่องกง

พอล ชาน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ฮ่องกง เปิดเผยว่า ฮ่องกงมีเงินทุนสำรองเงินตราต่างประเทศจำนวนมากถึงประมาณ 4.4 แสนล้านดอลลาร์ฮ่องกง ซึ่งมากเพียงพอที่จะรักษาระบบการผูกติดค่าเงินดอลลาร์ฮ่องกงกับดอลลาร์สหรัฐต่อไป แม้ว่าการปรับขึ้นดอกเบี้ยของสหรัฐฯ จะนำไปสู่ภาวะเงินทุนไหลออกก็ตาม

 

ติดตามรายการ Morning Wealth ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 07.00-08.00 น. ทาง Facebook และ YouTube ของ THE STANDARD WEALTH

 


 

ช่องทางติดตาม THE STANDARD WEALTH


Twitter: twitter.com/standard_wealth
Instagram: instagram.com/thestandardwealth
Official Line: https://lin.ee/xfPbXUP

The post ชมคลิป: ฮ่องกง ย้ำ ทุนสำรองระหว่างประเทศมีเพียงพอรักษาระดับค่าเงินให้ผูกติดกับดอลลาร์สหรัฐได้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
จีนเผย ทุนสำรองต่างประเทศลดลง เหตุเผชิญปัจจัยไม่แน่นอนรุมเร้า https://thestandard.co/chinas-fx-reserves-fall-in-march/ Fri, 08 Apr 2022 02:49:44 +0000 https://thestandard.co/?p=615531 ทุนสำรองต่างประเทศ

สำนักงานบริหารการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศแห่งชาติจีน […]

The post จีนเผย ทุนสำรองต่างประเทศลดลง เหตุเผชิญปัจจัยไม่แน่นอนรุมเร้า appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทุนสำรองต่างประเทศ

สำนักงานบริหารการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศแห่งชาติจีน หรือ State Administration of Foreign Exchange (SAFE) เปิดเผยว่า ปริมาณทุนสำรองเงินตราต่างประเทศของจีนในเดือนมีนาคมปรับตัวลดลง กระนั้นปริมาณกระแสเงินที่ไหลเวียนข้ามพรมแดนยังอยู่ในระดับที่สมเหตุสมผลและสมดุล ขณะที่ตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศยังคงมีเสถียรภาพดีอยู่

 

รายงานระบุว่า สัดส่วนการถือครองเงินตราต่างประเทศของจีนในเดือนมีนาคมอยู่ในระดับมากกว่า 3.18 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลงจากเดือนกุมภาพันธ์ 25,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 0.8% จากเดือนกุมภาพันธ์ก่อนหน้า

 

หวังชุนอิง รองหัวหน้าสำนักงาน SAFE ให้เหตุผลของการลดลงที่เกิดขึ้นว่า เป็นผลจากการเพิ่มขึ้นของดัชนีดอลลาร์สหรัฐ บวกกับการเปลี่ยนแปลงของราคาสินทรัพย์ทางการเงินทั่วโลกที่ได้รับแรงหนุนจากปัจจัยต่างๆ เช่น ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ความคาดหวังที่มีต่อนโยบายการเงินของประเทศเศรษฐกิจชั้นนำหลักๆ ของโลก และสถานการณ์การระบาดของโควิด

 

วันเดียวกัน เว็บไซต์ข่าว Global Times ของทางการจีน รายงานความคืบหน้าของการเดินหน้าผลักดันให้เมืองเซินเจิ้นกลายเป็นศูนย์กลางทางเทคโนโลยีของจีน ซึ่งรวมถึงเทคโนโลยีทางการเงิน หรือฟินเทค ที่ทางเซินเจิ้นเพิ่งจะเสร็จสิ้นการทดสอบแอปพลิเคชันฟินเทคใหม่ๆ จำนวนหนึ่งเมื่อไม่นานมานี้

 

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของความตั้งใจของรัฐบาลจีนที่เลือกเมืองเซินเจิ้น เพื่อผลักดันให้เป็นศูนย์กลางทางด้านตลาดการเงินที่เพียบพร้อมด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ทันสมัย

 

จูเหวินบิน สมาชิกคณะผู้ตรวจสอบของคณะกรรมการกำกับดูแลหลักทรัพย์ของจีน สาขาเซินเจิ้น กล่าวว่า การทดลองล่าสุดนี้มุ่งเป้าไปที่สถาบันการเงินหลักของเมืองเซินเจิ้น เช่น ตลาดหลักทรัพย์เซินเจิ้น สถาบันหลักทรัพย์และตลาดฟิวเจอร์ หรือตลาดตราสารทุนระดับภูมิภาค ว่าจะสามารถนำเทคโนโลยีสารสนเทศยุคใหม่ เช่น คลาวด์คอมพิวติ้งและบิ๊กดาต้า มาส่งเสริมตลาดทุนได้อย่างไร

 

ทั้งนี้ ความพยายามของเซินเจิ้นในการเลือกโครงการทดลองนวัตกรรมฟินเทคเกิดขึ้นหลังจากหน่วยงานท้องถิ่นได้ออกเอกสาร เพื่อสนับสนุนการพัฒนาฟินเทคของเมืองผ่านมาตรการเฉพาะมากกว่า 30 มาตรการ ยกตัวอย่างเช่น การกำหนดจะให้โบนัสมากถึง 20 ล้านหยวนแก่สถาบันไฮเทคอย่างศูนย์ข้อมูลและศูนย์วิจัยทางวิทยาศาสตร์ ที่ตั้งรกรากอยู่ในเซินเจิ้น เพื่อสนับสนุนการพัฒนาคลัสเตอร์ของบริษัทฟินเทคในเซินเจิ้น 

 

อ้างอิง:

The post จีนเผย ทุนสำรองต่างประเทศลดลง เหตุเผชิญปัจจัยไม่แน่นอนรุมเร้า appeared first on THE STANDARD.

]]>