ที่ดิน Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/ที่ดิน/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Tue, 08 Sep 2026 01:24:07 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 10 ชาติถือครอง ‘ที่ดิน-คอนโด’ ไทย สูงสุด ทะลุ 1 ล้านไร่-4.1 ล้าน ตร.ม. ‘พณ.’ กางข้อมูลสแกนนอมินี https://thestandard.co/foreign-land-condo-nominee-scan/ Tue, 08 Sep 2026 01:24:07 +0000 https://thestandard.co/?p=1251883 ภาพอินโฟกราฟิกแสดงข้อมูล 10 ชาติถือครองที่ดินและคอนโดในไทย

กรมพัฒน์ฯ เปิดสถิตินิติบุคคลทุนต่างชาติถือครอง ที่ดิน-ค […]

The post 10 ชาติถือครอง ‘ที่ดิน-คอนโด’ ไทย สูงสุด ทะลุ 1 ล้านไร่-4.1 ล้าน ตร.ม. ‘พณ.’ กางข้อมูลสแกนนอมินี appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพอินโฟกราฟิกแสดงข้อมูล 10 ชาติถือครองที่ดินและคอนโดในไทย

กรมพัฒน์ฯ เปิดสถิตินิติบุคคลทุนต่างชาติถือครอง ที่ดิน-คอนโด เผยยอดทะลุ 1 ล้านไร่ ห้องชุด 4 ล้าน ตร.ม. พร้อมกางข้อมูล 10 สัญชาติ ครองอสังหาฯ สูงสุด

 

 
 

พูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า กรมได้นำข้อมูลสถิติที่ได้รับจากกรมที่ดินมาดำเนินการตรวจสอบบูรณาการร่วมกัน เพื่อเอกซเรย์การถือครองที่ดินและอาคารชุด (คอนโดมิเนียม) ในส่วนของนิติบุคคลที่มีชาวต่างชาติร่วมลงทุน

 

โดยพบรายละเอียดภาพรวมการถือครองอสังหาริมทรัพย์ของนิติบุคคลกลุ่มดังกล่าว ดังนี้

 

  • การถือครองที่ดิน: มีนิติบุคคลที่มีชาวต่างชาติร่วมลงทุนจำนวน 36,277 ราย ถือครองโฉนดที่ดินรวม 305,838 แปลง คิดเป็นเนื้อที่รวมสูงถึง 1,060,000 ไร่ (1.06 ล้านไร่)
  • การถือครองอาคารชุด (คอนโดมิเนียม): มีนิติบุคคลที่มีชาวต่างชาติร่วมลงทุนจำนวน 7,082 ราย ถือครองห้องชุดรวม 76,840 ห้อง คิดเป็นเนื้อที่รวมกว่า 4.1 ล้านตารางเมตร

 

เปิด 5 จังหวัดที่มีการถือครองที่ดินสูงสุด

 

จากการตรวจสอบนิติบุคคลที่มีชาวต่างชาติร่วมลงทุนในสัดส่วน 0.01%-49.00% (ไม่รวมห้างหุ้นส่วนและบริษัทมหาชนจำกัด) พบพื้นที่ที่มีการถือครองโฉนดที่ดินมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่:

 

  1. กรุงเทพมหานคร: จำนวน 36,047 แปลง (เนื้อที่ 29,518.43 ไร่)
  2. ชลบุรี: จำนวน 29,214 แปลง (เนื้อที่ 95,846.83 ไร่)
  3. สมุทรปราการ: จำนวน 25,029 แปลง (เนื้อที่ 35,649.62 ไร่)
  4. ปทุมธานี: จำนวน 24,876 แปลง (เนื้อที่ 24,441.04 ไร่)
  5. นนทบุรี: จำนวน 19,874 แปลง (เนื้อที่ 12,563.45 ไร่)

 

10 อันดับสัญชาติถือครองโฉนดที่ดิน

 

ภาพรวมบริษัทจำกัดที่มีต่างชาติถือหุ้นสัดส่วน 0.01% – 49% (ไม่รวมห้างหุ้นส่วนและบริษัทมหาชน) ที่ถือครองที่ดิน มีจำนวนรวม 30,633 ราย รวม 102,647 แปลง เนื้อที่รวม 432,210.58 ไร่ ครอบคลุมผู้ถือหุ้นกว่า 147 สัญชาติ โดย 10 อันดับแรก ได้แก่

 

ภาพอินโฟกราฟิกแสดงข้อมูล 10 ชาติถือครองที่ดินและคอนโดในไทย 1

 

10 ถือครองอาคารชุด (คอนโดมิเนียม)

 

ภาพรวมบริษัทจำกัดที่มีต่างชาติถือหุ้นสัดส่วน 0.01% – 49% (ไม่รวมห้างหุ้นส่วนและบริษัทมหาชน) ที่ถือครองคอนโดมิเนียม มีจำนวนรวม 6,352 ราย รวม 33,927 ห้อง เนื้อที่รวม 1,997,175.24 ตารางเมตร ครอบคลุมผู้ถือหุ้นกว่า 112 สัญชาติ

 

โดย 10 อันดับแรก ได้แก่

 

ภาพอินโฟกราฟิกแสดงข้อมูล 10 ชาติถือครองที่ดินและคอนโดในไทย 2

 

พูนพงษ์ ย้ำว่า ตัวเลขการถือครองอสังหาริมทรัพย์ดังกล่าว “ยังไม่ได้หมายความว่าทั้งหมดเป็นนอมินีเนื่องจากเป็นการร่วมลงทุนระหว่างคนไทยและต่างชาติจริงตามกฎหมาย แต่ยอมรับว่า บางรายมีความเสี่ยงที่จะเป็นนอมินี”

 

ดังนั้น กรมพัฒนาธุรกิจการค้าจึงได้ส่งข้อมูลเชิงลึกไปยังหน่วยงานพันธมิตรหลายฝ่าย เพื่อเร่งตรวจสอบและลงรายละเอียดในทันที

 

การตรวจสอบจะครอบคลุมหลากหลายมิติ อาทิ บีโอไอและ กนอ. จะตรวจเช็กว่าผู้ได้รับสิทธิบัตรส่งเสริมมีการถือครองที่ดินตรงตามวัตถุประสงค์หรือไม่ ขณะที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจและ ปปง. จะเข้าสแกนเชิงลึกด้านเส้นทางการเงิน

 

หากพบธุรกรรมผิดปกติหรือมีพฤติกรรมใช้คนไทยถือหุ้นแทนต่างด้าว (นอมินี) จะดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการบิดเบือนระบบเศรษฐกิจและสร้างความเหลื่อมล้ำในการแข่งขัน

The post 10 ชาติถือครอง ‘ที่ดิน-คอนโด’ ไทย สูงสุด ทะลุ 1 ล้านไร่-4.1 ล้าน ตร.ม. ‘พณ.’ กางข้อมูลสแกนนอมินี appeared first on THE STANDARD.

]]>
“เมื่อที่ดินแพงขึ้นทุกปี บ้านที่คุ้มค่าต้องให้มากกว่าตัวเงิน” ถอดวิธีคิด Providence Lane Lasalle บ้านที่คืนเวลาให้ชีวิต จาก ‘สัมมากร’ [ADVERTORIAL] https://thestandard.co/providence-lane-lasalle/ Thu, 03 Sep 2026 05:14:21 +0000 https://thestandard.co/?p=1250168

ตลอด 5 ทศวรรษในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ สัมมากรเป็นที่ยอมร […]

The post “เมื่อที่ดินแพงขึ้นทุกปี บ้านที่คุ้มค่าต้องให้มากกว่าตัวเงิน” ถอดวิธีคิด Providence Lane Lasalle บ้านที่คืนเวลาให้ชีวิต จาก ‘สัมมากร’ [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>

ตลอด 5 ทศวรรษในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ สัมมากรเป็นที่ยอมรับเรื่องความน่าเชื่อถือและคุณภาพบ้าน แต่โจทย์การสร้างบ้านในปัจจุบันมีมากกว่านั้น ทั้งพฤติกรรมผู้บริโภค และความต้องการต่อพื้นที่พักอาศัยที่เปลี่ยนแปลงไป

 

 

นั่นคือโจทย์สำคัญของ ‘ณพน เจนธรรมนุกูล’ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สัมมากร จำกัด (มหาชน) ด้วยการนำความน่าเชื่อถือที่สะสมหลายสิบปีมาตอบคำถามใหม่ว่า บ้านแบบไหนจะตอบโจทย์ชีวิตยุคนี้และในอนาคต

 

วันนี้ THE STANDARD WEALTH ชวนคุยเรื่องความเปลี่ยนแปลงของผู้ซื้อบ้าน วิธีคิดในการพัฒนาโครงการ และความน่าสนใจของ “Providence Lane Lasalle” หนึ่งในโครงการของสัมมากร ที่สะท้อนแนวคิดต่อพื้นที่ เวลา และชีวิตที่เปลี่ยนไป

 

ณพน เจนธรรมนุกูล ซีอีโอสัมมากร ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับโครงการ Providence Lane Lasalle 1

‘ณพน เจนธรรมนุกูล’

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สัมมากร จำกัด (มหาชน)

 

คนซื้อบ้านหรูวันนี้ พวกเขาคิดถึงอะไร?

 

แม้ลูกค้าสัมมากรจะต่างกันทั้งเซกเมนต์ งบประมาณ ทำเล และช่วงชีวิต แต่ณพนเผยว่าสิ่งที่ทุกคนต้องการเหมือนกันคือ ‘Space’ ซึ่งวันนี้ไม่ได้หยุดอยู่แค่จำนวนตารางเมตร

 

“การซื้อบ้านคือความต้องการ Space ทั้งเพื่อตัวเองและกิจกรรมที่เพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะงานเสริม ออกกำลังกาย หรือพักผ่อน บ้านช่วยปลดล็อกให้ทำทุกอย่างได้สะดวกขึ้นโดยไม่ต้องออกไปข้างนอก ทำให้มีเวลาเพลิดเพลินกับสิ่งที่ชอบได้มากขึ้น”

 

ณพน เจนธรรมนุกูล ซีอีโอสัมมากร ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับโครงการ Providence Lane Lasalle 2

 

ณพนมองว่าช่วงโควิดทำให้เห็นการเปลี่ยนแปลงชัดขึ้น เมื่อคนอยู่บ้านมากขึ้น พื้นที่เดิมจึงต้องรองรับทั้งการทำงาน พักผ่อน ออกกำลังกาย และกิจกรรมของทุกคนในครอบครัว ประกอบกับความสนใจเรื่อง Well-being ที่ชัดเจนขึ้น ทำให้คนคาดหวังให้บ้านเป็นมากกว่าแค่ที่อยู่อาศัย

 

“หลังโควิด ไลฟ์สไตล์การใช้บ้านเปลี่ยนไปอย่างชัดเจนครับ บ้านไม่ใช่แค่พื้นที่สำหรับพักผ่อนหรือหลับนอน แต่กลายเป็นทั้งพื้นที่ทำงาน พื้นที่ปลอดภัย และพื้นที่สำหรับชาร์จพลัง ดังนั้นโจทย์ของเราคือ ทำอย่างไรให้ทุกตารางเมตรของบ้านเอื้อต่อการใช้ชีวิตจริง และช่วยส่งเสริมทั้งสุขภาพกายและสุขภาพใจของผู้อยู่อาศัย การออกแบบบ้านในวันนี้จึงต้องคิดถึงทั้งฟังก์ชัน ความยืดหยุ่น และคุณภาพชีวิตควบคู่กันครับ”

 

ณพน เจนธรรมนุกูล ซีอีโอสัมมากร ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับโครงการ Providence Lane Lasalle 3

 

สำหรับกลุ่มผู้ซื้อบ้านระดับ 15-30 ล้านบาท สิ่งที่มองหาไม่ใช่แค่พื้นที่ที่กว้างขึ้น แต่คือบ้านที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ได้จริง ทั้งพื้นที่ทำงาน ความเป็นส่วนตัว รองรับสัตว์เลี้ยง และทำเลที่ช่วยประหยัดเวลาในชีวิตประจำวัน

 

“สำหรับบางคน นี่อาจไม่ใช่บ้านหลังแรก สิ่งที่ต้องแลกเปลี่ยนกันคือทำเลกับพื้นที่ หากต้องการบ้านขนาดใหญ่มีสวนก็อาจต้องอยู่ไกลออกไป แต่ถ้าต้องการประหยัดเวลาและอยู่ใกล้เมืองมากขึ้น ก็ต้องบริหารพื้นที่อีกรูปแบบหนึ่ง”

 

การสร้างบ้านต้องเริ่มจากความเข้าใจในวิถีชีวิตผู้อยู่อาศัย

 

สำหรับสัมมากร การพัฒนาโครงการไม่ได้เริ่มจากตัวบ้าน แต่เริ่มจากการ “สวมหมวกเป็นผู้อยู่อาศัย” เพื่อเข้าใจให้ชัดเจนว่าคนที่จะมาอยู่มีวิถีชีวิตแบบไหน มีกิจกรรมอะไร และมี Pain Point อะไรในชีวิตประจำวัน

 

“เพราะบ้านหลังหนึ่งไม่ได้มีแค่เรื่องความสวยงาม แต่คือเรื่องของการใช้งานจริง การออกแบบจึงต้องเข้าใจกลุ่มเป้าหมาย เพื่อให้ทีมการตลาดและทีมพัฒนาผลิตภัณฑ์ร่วมมือกันตอบโจทย์ชีวิต ทั้งพื้นที่ รูปแบบ ราคา และสิ่งอำนวยความสะดวก อย่างบ้านสำหรับผู้ที่ไม่ได้ซื้อเป็นหลังแรก ซึ่งมักมีกิจกรรมและของสะสมเยอะขึ้นตามจำนวนคน พื้นที่ต่าง ๆ เช่น ตู้เสื้อผ้า หรือห้องน้ำสำหรับอยู่ร่วมกันจึงต้องเพียงพอ เราจึงนำ Pain Point และความต้องการเหล่านี้มาใช้เป็นโจทย์ตั้งต้นในการออกแบบ”

 

ณพน เจนธรรมนุกูล ซีอีโอสัมมากร ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับโครงการ Providence Lane Lasalle 4

 

ตัวอย่างที่ชัดเจนคือเรื่องที่จอดรถ สัมมากรออกแบบให้กว้างกว่าขั้นต่ำตามกฎหมาย เพื่อรองรับรถขนาดใหญ่หรือหลายคันของบ้านระดับบน และป้องกันปัญหาประตูชนกันที่ดูเล็กน้อยแต่สามารถสร้างความหงุดหงิดได้ในชีวิตประจำวัน

 

“การพัฒนาบ้านลักชัวรีสำหรับผม ไม่ได้หมายถึงการใส่ทุกฟังก์ชันหรูหราเข้าไปเพื่อให้บ้านดูสวยงามแค่วันแรก แต่คือการออกแบบที่คิดถึงการอยู่อาศัยระยะยาว หากฟังก์ชันไหนมีอายุใช้งานจำกัด หรือเสี่ยงเป็นภาระในการดูแลในอนาคต เราเลือกที่จะหลีกเลี่ยง เพื่อให้บ้านเป็นพื้นที่แห่งความสบายใจเมื่อเวลาผ่านไป”

 

การออกแบบบ้านต้องคำนึงถึงอนาคตระยะยาว เพราะครอบครัวมักอยู่อาศัยในบ้านหลังเดิมกว่า 50 ปี พื้นที่ในบ้านจึงต้องมีความยืดหยุ่นเพื่อรองรับชีวิตที่เปลี่ยนไปในแต่ละช่วง

 

ณพน เจนธรรมนุกูล ซีอีโอสัมมากร ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับโครงการ Providence Lane Lasalle 5

 

“ตัวอย่างเช่น การกั้นห้องเพิ่มเมื่อลูกเติบโตขึ้น หรือการปรับพื้นที่เก็บของให้รองรับการติดตั้งลิฟต์ในอนาคตเมื่อขึ้นบันไดไม่สะดวก โดยไม่ต้องรื้อโครงสร้างใหญ่ การคิดเผื่อลักษณะนี้ช่วยให้บ้านรองรับความต้องการที่เปลี่ยนแปลงได้ในอีก 10-20 ปีข้างหน้า”

 

ทำไมต้องลาซาล? ทำเลที่คืนเวลาให้คนอยู่อาศัย

 

สัมมากรเลือกทำเลลาซาลสำหรับโครงการ Providence Lane Lasalle เพราะตอบโจทย์การอยู่อาศัยจริง โดยเป็นทำเลที่เดินทางเข้าเมืองสะดวก แต่ยังรักษาบรรยากาศความสงบเอาไว้ได้อย่างลงตัว

 

“ลาซาลเป็นซอยที่ค่อนข้างเงียบ และมี Community ที่แข็งแรง ที่สำคัญคือโครงการหมู่บ้านใหม่มีไม่เยอะ เพราะที่ดินขนาดใหญ่หาได้ยาก ส่วนใหญ่เราจะเห็นการพัฒนาเป็นคอนโดมากกว่า เพราะฉะนั้นบ้านที่อยู่ในพื้นที่ลักษณะนี้จึงมีความหายากอยู่ในตัว”

 

การมีโรงเรียนนานาชาติในพื้นที่ยิ่งตอกย้ำคุณค่าของทำเล เพราะความใกล้โรงเรียนและเมืองไม่ได้แค่อำนวยความสะดวก แต่แปลงเป็น “เวลา” ที่คืนให้ครอบครัวในทุกวัน

 

“ทำเลใกล้เมืองหรือใกล้โรงเรียนช่วยคืนเวลามหาศาลให้ผู้อยู่อาศัย จากที่ต้องเสียเวลาเดินทางวันละหลายชั่วโมง ก็เปลี่ยนเป็นเวลาคุณภาพสำหรับครอบครัว ได้ทำกิจกรรมร่วมกัน หรือมีเวลาออกกำลังกาย หากคำนวณเวลาที่ประหยัดได้สะสมหลายปี มันคือสิ่งที่มีคุณค่ามหาศาลจนประเมินค่าเป็นตัวเลขได้ยาก”

 

การอยู่ใกล้เมืองมีข้อจำกัดเรื่องราคาที่ดินที่สูงขึ้น ซึ่งส่งผลให้ราคาบ้านขยับตาม สัมมากรจึงต้องหาจุดสมดุลระหว่างทำเล พื้นที่ใช้สอย และระดับราคาที่เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย

 

ณพน เจนธรรมนุกูล ซีอีโอสัมมากร ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับโครงการ Providence Lane Lasalle 6

 

“โจทย์ของเราคือการหาสมดุลระหว่างทำเลใกล้เมือง พื้นที่ใช้สอย และมูลค่าที่สมเหตุสมผลในทำเลศักยภาพอย่างลาซาล เราตั้งใจให้บ้านมีพื้นที่ใช้สอยกว้างขวาง รองรับกิจกรรมของผู้อยู่อาศัยได้จริง และสำหรับผู้ที่ให้ความสำคัญกับเวลาและการใช้ชีวิตใกล้เมือง ลาซาลคือทำเลที่ตอบโจทย์ครับ”

 

Providence Lane Lasalle บ้านที่ออกแบบเพื่อยกระดับให้ชีวิต

 

ก่อนเริ่มออกแบบโครงการ Providence Lane Lasalle สัมมากรกำหนดกลุ่มเป้าหมายที่หลากหลายตั้งแต่ต้น ทั้งครอบครัวที่ต้องการลดเวลาเดินทางให้ลูก คู่รักที่ต้องการขยายพื้นที่จากคอนโด รวมถึงคู่รักที่ไม่มีลูกแต่ต้องการพื้นที่สำหรับสัตว์เลี้ยงและกิจกรรมส่วนตัว

 

“Providence Lane Lasalle อาจไม่ใช่บ้านหลังแรกของทุกคน แต่เราตั้งใจพัฒนาขึ้นเพื่อคนที่ให้ความสำคัญกับ ‘เวลา’ เป็นอันดับต้น ๆ เพราะเราเชื่อว่าเวลาคือต้นทุนที่มีค่าที่สุด การออกแบบของเราจึงมุ่งเน้นที่การตัดทอนข้อจำกัด และคืนเวลาส่วนตัว เพื่อให้บ้านรองรับทุกความสุขได้อย่างเต็มที่”

 

ณพน เจนธรรมนุกูล ซีอีโอสัมมากร ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับโครงการ Providence Lane Lasalle 7

 

“ผมมองว่าบ้านที่ดีต้องปรับตัวตามผู้อยู่อาศัยได้ ไม่ใช่คนอยู่ต้องปรับตัวตามบ้าน เราจึงตั้งใจทลายกรอบสถาปัตยกรรมแบบเดิม ๆ ทิ้งไป เพื่อมอบอิสระสูงสุดให้ลูกบ้าน ไม่ว่าอนาคตครอบครัวจะขยายหรือไลฟ์สไตล์จะเปลี่ยนไป บ้านหลังนี้ก็พร้อมที่จะถูกปรับแต่งและเติบโตไปพร้อมกับพวกเขาได้เสมอ”

 

โครงสร้างบ้านออกแบบให้ยืดหยุ่น ไร้เสากลางบ้าน มีพื้นที่ Double Volume ที่สามารถกั้นห้องหรือต่อเติมพื้นเพิ่มได้ในอนาคตตาม Life Stage ของสมาชิกที่เติบโตขึ้น โดยไม่ต้องรื้อบ้านครั้งใหญ่

 

Providence Lane Lasalle ถูกออกแบบเป็นโครงการเพียง 14 ยูนิตที่เน้นความเป็นส่วนตัวเป็นหลัก ทั้งเรื่องจำนวนบ้าน ระยะห่าง และการลดเสียงในพื้นที่สำคัญ

 

“ความเป็นส่วนตัวคือจุดสำคัญที่เราตั้งใจออกแบบให้ดีที่สุด นอกจากการเว้นระยะห่างระหว่างบ้านแล้ว ยังมีการเสริมฉนวนกันเสียงในห้องสำคัญ ใส่ใจรายละเอียดตั้งแต่การคำนวณช่องอากาศไปจนถึงการเลือกใช้วัสดุลดทอนเสียงอย่างมีประสิทธิภาพ”

 

นอกจากฟังก์ชัน ตัวบ้านยังสะท้อนปรัชญาการออกแบบที่สัมมากรรักษาไว้ คือความสวยเหนือกาลเวลา ซึ่งณพนมองว่าจากประสบการณ์ยาวนาน ทำให้เห็นว่าดีไซน์บางแบบอาจดูเก่าเร็ว แต่บางแบบยังคงมีเสน่ห์ยาวนานหลายสิบปี

 

“จากประสบการณ์ 56 ปีที่ผ่านมา เราได้เรียนรู้ว่าดีไซน์ที่ตามกระแสมาก ๆ มักจะดูเก่าเร็ว สัมมากรจึงให้ความสำคัญกับความงามแบบ Timeless ที่เน้นความสมมาตรและการเลือกใช้วัสดุที่ทนทาน สำหรับ Providence Lane Lasalle เรานำหลักการนี้มาต่อยอดด้วยสไตล์ Modern Contemporary เพื่อให้บ้านดูร่วมสมัย แต่ยังคงความคลาสสิกที่มองกี่ปีก็ยังสวยงาม โดยยึดหลักเดิมคือภายนอกเรียบง่ายและภายในยืดหยุ่น เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยปรับเปลี่ยนพื้นที่ได้ตามความต้องการของชีวิตตัวเอง”

 

ณพน เจนธรรมนุกูล ซีอีโอสัมมากร ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับโครงการ Providence Lane Lasalle 8

 

สำหรับณพน Providence Lane Lasalle จึงเป็นหนึ่งในภาพของบ้านที่สัมมากรอยากทำต่อไป คือบ้านที่ไม่ได้เพิ่มเพียงพื้นที่ใช้สอย แต่ช่วยลดความเครียด เพิ่มเวลา และเปิดพื้นที่ให้เจ้าของบ้านทำสิ่งที่ตัวเองให้คุณค่าได้มากขึ้น

 

“Providence Lane Lasalle มุ่งสร้างบ้านเพื่อยกระดับประสิทธิภาพชีวิต โดยลดความเครียด เพิ่มเวลาพักผ่อน และสร้างความสุขอย่างแท้จริง สำหรับผู้ซื้อระดับนี้ที่ประสบความสำเร็จแล้ว การเลือกที่อยู่อาศัยจึงควรเพิ่มคุณค่าให้ชีวิต ทั้งการเพิ่มเวลา พื้นที่ส่วนตัวสำหรับทำงาน และพื้นที่กระชับความสัมพันธ์กับลูกหรือสัตว์เลี้ยง ซึ่งเป็นสิ่งที่เราตั้งใจมอบให้แก่ผู้อยู่อาศัยทุกคน”

 

ก้าวต่อไปของสัมมากร แบรนด์ที่ต้องอยู่ในใจคนรุ่นต่อไป

 

สัมมากรปรับโปรดักต์และวิธีคิดให้ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่มากขึ้น แต่ณพนยังคงให้ความสำคัญกับความน่าเชื่อถือที่สะสมมานาน เพราะธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ต้องสร้างความเชื่อมั่นให้ลูกบ้านในระยะยาว ไม่ใช่เพียงแค่วันที่ตัดสินใจซื้อ

 

“สิ่งที่มีค่าที่สุดของสัมมากรตลอด 5 ทศวรรษ คือความไว้วางใจจากลูกบ้าน การที่เรายังเห็นบ้านหลังแรกๆ ของโครงการเมื่อหลายสิบปีก่อนยังคงอยู่ นั่นไม่ใช่แค่เครื่องพิสูจน์คุณภาพการก่อสร้าง แต่คือความรับผิดชอบที่เราต้องรักษามาตรฐานนี้ไว้ พร้อมๆ กับการพัฒนาโปรดักต์ให้ตอบโจทย์ยุคสมัยที่เปลี่ยนไป”

 

ณพน เจนธรรมนุกูล ซีอีโอสัมมากร ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับโครงการ Providence Lane Lasalle 9

 

สัมมากรมุ่งขยายความหมายของคำว่า Quality ให้ครอบคลุมการใช้งานจริง ทั้งฟังก์ชันที่ตอบโจทย์ชีวิตประจำวัน พื้นที่ที่ยืดหยุ่นตามช่วงชีวิต และทำเลที่ช่วยคืนเวลาให้ผู้อยู่อาศัย

 

นอกจากนี้บริษัทยังเน้นสร้างแบรนด์กับคนรุ่นใหม่ แม้คาดว่า Gen Z อาจเริ่มจากคอนโดมิเนียม แต่สัมมากรต้องการสร้างความคุ้นเคยกับแบรนด์ไว้ล่วงหน้า เพื่อให้ชื่อสัมมากรอยู่ในใจเมื่อความต้องการเปลี่ยนไปในอนาคต

 

“เราทราบดีว่าจุดเริ่มต้นการอยู่อาศัยของคนรุ่นใหม่อาจเริ่มจากคอนโดมิเนียม เราพยายามทำให้แบรนด์สัมมากรเติบโตไปพร้อมกับพวกเขาตั้งแต่วันนี้ เพื่อพิสูจน์ว่าแบรนด์ที่อยู่มายาวนานก็สามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ได้ และเมื่อถึงวันที่พวกเขาพร้อมจะขยับขยาย สัมมากรจะเป็นชื่อแรกที่พวกเขาเชื่อใจในอนาคต”

 

ความสำเร็จที่แท้จริงเกิดขึ้นหลังการขาย เมื่อผู้อยู่อาศัยได้ใช้งานพื้นที่จริงและเปลี่ยนแบบบ้านบนกระดาษให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต

 

ณพน เจนธรรมนุกูล ซีอีโอสัมมากร ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับโครงการ Providence Lane Lasalle 10

 

“การได้เห็นผู้อยู่อาศัยเข้ามาใช้ชีวิตและได้รับประโยชน์จริงจากพื้นที่ที่เราตั้งใจออกแบบ คือสิ่งสะท้อนความสำเร็จที่มีความหมายที่สุดสำหรับเรา ไม่ว่าจะเป็นเสียงชื่นชมจากลูกบ้านในแง่ฟังก์ชันการใช้งาน สภาพแวดล้อมภายในหมู่บ้าน หรือการที่พื้นที่เหล่านั้นช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของพวกเขาให้ดีขึ้น”

 

เมื่อมองย้อนกลับไป สิ่งที่สัมมากรพยายามรักษาจากอดีตกับสิ่งที่กำลังสร้างสำหรับอนาคตอาจไม่ใช่คนละเรื่องกันนัก เพราะท้ายที่สุดแล้ว ความเชื่อมั่นในบ้านหนึ่งหลังไม่ได้เกิดจากการที่มันยืนอยู่ได้นานเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการที่บ้านยังสามารถทำหน้าที่กับชีวิตของคนที่อยู่ข้างในได้ แม้ชีวิตนั้นจะเปลี่ยนไปตามเวลา

 

และสำหรับแบรนด์บ้านที่เดินทางมาหลายทศวรรษ โจทย์ต่อจากนี้จึงไม่ใช่เพียงทำให้คนรุ่นใหม่ “รู้จัก” สัมมากร แต่คือทำให้เมื่อถึงวันที่พวกเขาต้องเลือกบ้านสักหลัง ชื่อของสัมมากรจะยังถูกพูดถึงและนึกถึงเสมอ

 

ณพน เจนธรรมนุกูล ซีอีโอสัมมากร ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับโครงการ Providence Lane Lasalle 11

 

เพราะ ‘เวลา’ คือต้นทุนที่มีค่าที่สุด ร่วมค้นหาความหมายของการอยู่อาศัยที่ลงตัวได้ที่ Providence Lane Lasalle บ้านที่คืนเวลาให้คุณได้โฟกัสกับความสุขอย่างเต็มที่ พร้อมดีไซน์ที่คิดเผื่ออนาคต รองรับทุกจังหวะชีวิตที่เปลี่ยนไปอย่างสมบูรณ์แบบ สัมผัสประสบการณ์การใช้ชีวิตที่เหนือกว่า ในราคาเริ่มต้น 25 ล้านบาท*

 

ดูรายละเอียดโครงการเพิ่มเติมได้ที่ https://sam.co.th/4qvE0Ow หรือโทร. 1427

 

ภาพ: Headline on Cover

The post “เมื่อที่ดินแพงขึ้นทุกปี บ้านที่คุ้มค่าต้องให้มากกว่าตัวเงิน” ถอดวิธีคิด Providence Lane Lasalle บ้านที่คืนเวลาให้ชีวิต จาก ‘สัมมากร’ [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
MCOT รับมือสื่อทีวีขาลง เดินแผนปลดล็อกที่ดิน 3 ผืน ประเดิม รัชดา-พระราม 9 มูลค่า 9,000 ล้าน เดินหน้าเปิดประมูลปล่อยเช่า สัญญาเช่ายาว 30 ปี พร้อมจับมือพาร์ตเนอร์ รุกตลาด ‘ซีรีส์ AI’ https://thestandard.co/mcot-land-ratchada-rama9-ai-series/ Tue, 18 Aug 2026 05:24:38 +0000 https://thestandard.co/?p=1243145 ภาพมุมสูงที่ดินเปล่า 50 ไร่ ย่านรัชดา-พระราม 9 ของ อสมท

ท่ามกลางมรสุมลูกใหญ่ของอุตสาหกรรมสื่อแบบดั้งเดิม (Tradi […]

The post MCOT รับมือสื่อทีวีขาลง เดินแผนปลดล็อกที่ดิน 3 ผืน ประเดิม รัชดา-พระราม 9 มูลค่า 9,000 ล้าน เดินหน้าเปิดประมูลปล่อยเช่า สัญญาเช่ายาว 30 ปี พร้อมจับมือพาร์ตเนอร์ รุกตลาด ‘ซีรีส์ AI’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพมุมสูงที่ดินเปล่า 50 ไร่ ย่านรัชดา-พระราม 9 ของ อสมท

ท่ามกลางมรสุมลูกใหญ่ของอุตสาหกรรมสื่อแบบดั้งเดิม (Traditional Media) โดยเฉพาะทีวรที่กำลังเผชิญหน้ากับภาวะการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) หรือ MCOT ในฐานะรัฐวิสาหกิจด้านสื่อสารมวลชนที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ก็มีความจำเป็นต้องปรับตัว โดยประกาศ ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ ‘MCOT Next’

 

ประเด็นสำคัญ

 

 
 

ดร. ญาดา กาศยปนันทน์ กรรมการ รักษาการในตำแหน่งกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ อสมท ต้องเปลี่ยนวิธีคิดจากการพึ่งพาเม็ดเงินโฆษณาทางทีวีที่หดตัวลง ไปสู่การสร้างกลไกขับเคลื่อนการเติบโตใหม่ (New Growth Engine) ด้วยการบริหารทรัพย์สินและรุกคืบสู่โลกดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ

 

โดยแผนหนึ่งในการปรับโครงสร้างธุรกิจของ อสมท ในสร้างรายได้และกระแสเงินสดแหล่งใหม่ คือการบริหารที่ดินทำเลทองผืนใหญ่ที่สุดที่ยังหลงเหลืออยู่ใจกลางย่านธุรกิจอย่าง ย่านรัชดา-พระราม 9 เนื้อที่รวมกว่า 50 ไร่ ซึ่งมีราคาประเมินพุ่งสูงถึงตารางวาละกว่า 400,000 บาท คิดเป็นมูลค่าสินทรัพย์รวมกว่า 9,000 ล้านบาท

 

โดนที่ดินผืนนี้มีถือว่ามีทำเลที่มีศักยภาพที่สูง ดังนี้

 

  • ทิศเหนือ ติดศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทยและกระทรวงวัฒนธรรม
  • ทิศใต้ ติดถนนเทียมร่วมมิตร
  • ทิศตะวันออก ติดลำชวดกระทุ่มโพง
  • ทิศตะวันตก ติดที่ดินการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟม.) และศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศจีน

 

โดยมีทำเลตั้งอยู่ติดกับสถานี Interchange ร่วมของรถไฟฟ้าถึง 2 สาย ได้แก่ สายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์ – ศูนย์วัฒนธรรม – มีนบุรี ซึ่งมีกำหนดเปิดให้บริการรถไฟฟ้าชุดแรกในช่วงกลางปี 2570 และ สายสีน้ำเงิน ช่วงบางซื่อ – ท่าพระ และหัวลำโพง – บางแค โดยโครงการจะถูกออกแบบให้เชื่อมต่อตรงกับสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินแบบไร้รอยต่อ (Seamless Integration) เพื่อดึงดูดปริมาณผู้ใช้บริการ และเพิ่มมูลค่าการพัฒนาเชิงพาณิชย์สูงสุด

 

นอกจากนี้ อสมท ยังได้ขจัดข้อกังวลของนักลงทุนเรื่องทางเข้า-ออก โดยเปิดเผยว่าได้ ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ร่วมกับ รฟม. เพื่อขอสิทธิ์ใช้ที่ดินของ รฟม. เป็นทางเข้า-ออกสู่ทางสาธารณะจำนวน 2 ช่องทาง ขนาดความกว้างช่องทางละ 20 เมตร พร้อมทั้งมีสิทธิ์ทางเข้า-ออกภาระจำยอมฝั่งกระทรวงวัฒนธรรมที่จะถูกส่งต่อสิทธิ์นี้ให้แก่ผู้ชนะการประมูล

 

ขณะที่ข้อจำกัดด้านผังเมือง อสมท ได้รับการยืนยันจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า พื้นที่รอบข้างได้ปรับเป็นผังสีแดงทั้งหมดแล้ว และที่ดิน 50 ไร่นี้ กำลังอยู่ในขั้นตอนร่วมกับกรุงเทพมหานครในการปรับเปลี่ยนผังเมืองจากสีน้ำตาลแดงเป็น ‘ผังสีแดง’ (พื้นที่พาณิชยกรรม) ซึ่งคาดว่าจะเสร็จสิ้นภายในปีหน้า ส่งผลให้นักลงทุนสามารถพัฒนาโครงการในรูปแบบมิกซ์ยูส (Mixed-Use) ขนาดใหญ่ ทั้งอาคารสูง อาคารสำนักงาน ศูนย์การค้า หรือโรงแรมระดับชั้นนำได้อย่างเต็มศักยภาพ

 

ภาพมุมสูงที่ดินเปล่า 50 ไร่ ย่านรัชดา-พระราม 9 ของ อสมท 1

ที่ดินเปล่าพื้นที่ 50 ไร่ ย่านรัชดา – พระราม 9 มูลค่า 9,000 ล้านบาท ของ อสมท

 

กางไทม์ไลน์ประมูลเช่า 30 ปี เผยแผนสำรอง ‘เช่าระยะสั้น’ สร้าง Cash Flow

 

อสมท ได้เริ่มเปิดขายซองเอกสารประกวดราคา (TOR) สำหรับการเช่าที่ดินระยะยาว 30 ปี ตั้งแต่วันที่ 10 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดยมีกำหนดปิดจำหน่ายซองในวันที่ 26 สิงหาคม 2569 สำหรับขั้นตอนถัดไปในไทม์ไลน์ประมูลมีดังนี้

 

  • 2 กันยายน 2569 เชิญผู้ซื้อซองประมูลร่วมประชุมเพื่อชี้แจงรายละเอียดและตอบข้อซักถามเชิงเทคนิคและกฎหมายร่วมกับที่ปรึกษา
  • พฤศจิกายน 2569 กำหนดยื่นข้อเสนอโครงการอย่างเป็นทางการ
  • พฤษภาคม 2570 คาดว่าจะสามารถประกาศรายชื่อกลุ่มทุนอสังหาริมทรัพย์ระดับบิ๊กเนม (Developer) ของไทยที่ชนะการประมูล

 

สำหรับผลตอบแทนที่ อสมท จะได้รับตลอดระยะเวลาสัญญา 30 ปี ได้รับการออกแบบโครงสร้างรายได้ออกเป็น 3 ส่วนหลัก ประกอบด้วย เงินกินเปล่า (Upfront Payment), ค่าเช่ารายปี (โดยกำหนดให้มีช่วงเวลายกเว้นค่าเช่าเพื่อก่อสร้างหรือ Grace Period ในช่วง 3 ปีแรก และปรับขึ้นค่าเช่า 10% ทุกๆ 3 ปีตามสูตรคำนวณ), และส่วนแบ่งรายได้จากโครงการ (Revenue Sharing)

 

อย่างไรก็ดี ดร. ญาดา ประเมินสถานการณ์อย่างรัดกุมท่ามกลางทิศทางธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ยังคงอยู่ในช่วงชะลอตัว โดยจัดเตรียม แผนสอง คือ การปล่อยเช่าระยะสั้น”เพื่อพยุงสภาพคล่องในกรณีที่การประมูลระยะยาวไม่เป็นไปตามเป้าหมาย ปัจจุบันที่ดินผืนนี้พร้อมใช้งานทันทีเนื่องจากผู้เช่าระยะสั้นรายล่าสุดได้ดำเนินการปรับและปรับถมพื้นที่ให้เรียบร้อยแล้ว

 

ที่ผ่านมาที่ดินแปลงนี้ได้รับความสนใจเช่าใช้ชั่วคราวอย่างต่อเนื่อง เช่น การจัดเทศกาลดนตรีระดับโลก เช่น งาน S2O ช่วงสงกรานต์ และพื้นที่ถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศ ซึ่ง อสมท ประเมินว่า หากจัดตั้งทีมขาย (Sales Team) เพื่อทำการตลาดปล่อยเช่าระยะสั้นอย่างจริงจังตลอดทั้งปี จะสามารถสร้างรายได้หมุนเวียนไหลกลับเข้าสู่องค์กรได้มากกว่า 100 ล้านบาทต่อปี

 

เดินหน้าลุยแลนด์แบงก์อีก 2 แปลง ‘หนองแขม-บางใหญ่’ ภายในสิ้นปีนี้

 

นอกเหนือจากแปลงรัชดาฯ แล้ว อสมท ยังเตรียมปลดล็อกทรัพย์สินที่ดินแปลงรองอีก 2 แปลงเพื่อสร้างรายได้ต่อเนื่อง โดยคาดว่าจะเสนออนุมัติและเปิดประมูลเช่าระยะยาวภายในสิ้นปีนี้โดยไม่ต้องรอผลการประมูลของแปลงรัชดาฯ ได้แก่

 

  • ที่ดินแปลงหนองแขม (อดีตสถานีส่งสัญญาณช่อง 3 เดิม) ตั้งอยู่บนผังเมืองสีเหลือง/สีส้ม เป็นย่านที่อยู่อาศัยหนานแน่นปานกลาง และอยู่ติดกับโรงพยาบาล จึงมีศักยภาพสูงในการพัฒนาเชิงพาณิชย์ที่หลากหลาย
  • ที่ดินแปลงบางใหญ่ ปัจจุบันเป็นผังเมืองสีเขียวทแยงขาว (พื้นที่อนุรักษ์เกษตรกรรมและจำกัดสิ่งปลูกสร้างแนวราบ) แม้จะมีข้อจำกัดทางผังเมือง แต่ล่าสุดมีกลุ่มเอกชนติดต่อทาบทามเพื่อเสนอขอพัฒนาเป็นศูนย์ข้อมูลคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ (Data Center) แล้ว

 

เผชิญโจทย์หิน ‘ทีวีดิจิทัลหลังปี 72’ และภาวะสุญญากาศทางนโยบาย กสทช.

 

อสมท กำลังเผชิญกับอุปสรรคสำคัญในการวางยุทธศาสตร์ระยะยาว เนื่องจากนโยบายของสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) หลังสิ้นสุดใบอนุญาตประกอบกิจการในปี 2572 ยังไม่มีความชัดเจน

 

ดร. ญาดา ยังสะท้อนความเห็นต่อในอดีตว่า มูลค่าการประมูลใบอนุญาตดิจิทัลทีวีที่สูงเกินจริง ในระดับพันล้านบาทต่อช่อ เป็นปัจจัยหลักที่กัดกินสภาพคล่องและฉุดรั้งองค์กรจนเข้าสู่จุดวิกฤต เช่นเดียวกับผู้ประกอบการช่องอื่นๆ ดังนั้น ในการเปลี่ยนผ่านสู่รอบหน้า อสมท จึงไม่สามารถเสี่ยงทุ่มเงินทุนมหาศาลเพื่อประมูลโครงข่ายทีวีในราคาเดิมได้อีกต่อไป

 

ยุทธศาสตร์ของช่อง 9 MCOT HD ต่อจากนี้ จึงมุ่งเน้นการเป็นสื่อกลางที่นำเสนอข้อเท็จจริงที่น่าเชื่อถือ มีความเป็นกลางทางข้อมูลและเน้นความเป็นจริง (Fact-based) โดยหลีกเลี่ยงการจัดรายการข่าวที่เน้นประเด็นดราม่ารุนแรงหรือใช้ถ้อยคำหยาบคายเพื่อเรียกเรตติ้ง พร้อมชูรายการหลักเพื่อสังคม เช่น ชัวร์ก่อนแชร์ และรายการเพื่อครอบครัว ควบคู่ไปกับการเตรียมความพร้อมในการถ่ายโอนเนื้อหา (Content) ไปสู่แพลตฟอร์มดิจิทัลอย่างเต็มตัว หากโครงข่ายทีวีดิจิทัลต้องปิดตัวลงหลังปี 2572

 

ภาพมุมสูงที่ดินเปล่า 50 ไร่ ย่านรัชดา-พระราม 9 ของ อสมท 2

ดร. ญาดา กาศยปนันทน์ กรรมการ รักษาการในตำแหน่งกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ อสมท

 

เล็งบุก ‘ซีรีส์ AI’ ไตรมาส 4 ควงพันธมิตรจีนแชร์รายได้ไร้ต้นทุนโครงสร้าง

 

เพื่อแก้ไขข้อจำกัดด้านงบประมาณที่ส่งผลต่อต้นทุนการผลิตคอนเทนต์ ซึ่งปกติแล้วการผลิตละครไทย 1 เรื่อง มีต้นทุนสูงถึง 10-20 ล้านบาท อสมท จึงเปิดเกมนวัตกรรมสื่อด้วยการเตรียมรุก ซีรีส์ AI คุณภาพสูง ภายในไตรมาสที่ 4 ของปีนี้

 

อสมท ได้เจรจาพันธมิตรกับบริษัทผู้ผลิตโปรดักชันภาพยนตร์ดิจิทัลและการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ยักษ์ใหญ่จากประเทศจีน ซึ่งได้รับการยอมรับว่าเป็นกลุ่มที่สามารถสร้างงานภาพ AI ได้เนียนและเสมือนจริงใกล้เคียงมนุษย์ที่สุด โดยการผลิตซีรีส์ AI ความยาวประมาณ 1.5 ชั่วโมง โดยทอนย่อยได้ราว 70 ตอนสั้น มีต้นทุนการผลิตต่ำกว่าละครทั่วไปอย่างมาก อยู่ที่ประมาณ 2-3 ล้านบาทต่อเรื่องเท่านั้น

 

โดยโมเดลธุรกิจของซีรีส์ AI นี้จะมีความพิเศษใน 2 ด้าน ดังนี้

 

  • การผลิตแบบ Dual-Format:ทุกเรื่องจะถูกถ่ายทำและตัดต่อออกเป็น 2 เวอร์ชัน คือ ‘แนวตั้ง’ สำหรับฉายบนแพลตฟอร์มมือถือและแท็บเล็ต และ ‘แนวนอน’ สำหรับออกอากาศผ่านทางหน้าจอทีวีดิจิทัลเพื่อดึงสปอนเซอร์โฆษณา
  • โมเดลการร่วมทุนแบบแบ่งปันผลกำไร (Profit-Sharing / Subscription) อสมท จะไม่มีค่าใช้จ่ายในการลงทุนพัฒนาโครงสร้างระบบสตรีมมิงใหม่ แต่จะใช้วิธีเปิดเมนูซีรีส์พิเศษเพิ่มขึ้นบนแอปพลิเคชันเดิมอย่าง MCOT Connect เพื่อให้ผู้ใช้บริการสมัครสมาชิก (Subscribe) และแชร์ส่วนแบ่งรายได้ร่วมกับผู้ผลิตจากจีน

 

สัญญาณฟื้นตัวครึ่งปีแรก 2569: ขาดทุนลดลง 9% ลีนองค์กร

 

สำหรับผลประกอบการในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2569 (มกราคม – มิถุนายน 2569) ส่งสัญญาณบวกและทิศทางการ Turnaround ที่ดีขึ้น ดังนี้

 

  • ผลขาดทุนปรับตัวลดลง 9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
  • ค่าใช้จ่ายภาพรวมลดลง 8% จากปีก่อน โดย อสมท สามารถควบคุมและจำกัดกรอบค่าใช้จ่ายทั้งปีให้อยู่ในระดับประมาณ 1,200 ล้านบาทเศษ
  • สภาพคล่องทางการเงินได้รับการปลดล็อก หลังจาก อสมท ได้รับเม็ดเงินชดเชยจากการเรียกคืนคลื่นความถี่จากสำนักงาน กสทช. จำนวน 491 ล้านบาท ซึ่งองค์กรได้นำเงินจำนวนนี้ไปชำระหนี้สินสถาบันการเงินทั้งหมดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ส่งผลให้ไม่มีภาระดอกเบี้ยจ่ายและคงเหลือเงินสดส่วนต่างมาใช้เสริมสภาพคล่องหมุนเวียนภายในองค์กร

 

 

The post MCOT รับมือสื่อทีวีขาลง เดินแผนปลดล็อกที่ดิน 3 ผืน ประเดิม รัชดา-พระราม 9 มูลค่า 9,000 ล้าน เดินหน้าเปิดประมูลปล่อยเช่า สัญญาเช่ายาว 30 ปี พร้อมจับมือพาร์ตเนอร์ รุกตลาด ‘ซีรีส์ AI’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘ธงทอง’ ชี้ การอุทิศที่ดินให้พระศาสนาเป็นบุญกุศลยิ่งใหญ่ มีกฎหมายคุ้มครอง ไม่อาจโอนเปลี่ยนมือตามอำเภอใจ https://thestandard.co/thongthong-temple-land-transfer-impossible/ Thu, 13 Aug 2026 08:48:11 +0000 https://thestandard.co/?p=1241462 ศาสตราจารย์พิเศษ ธงทอง จันทรางศุ แถลงข่าวเกี่ยวกับที่ธรณีสงฆ์

วันนี้ (13 สิงหาคม) ศาสตราจารย์พิเศษ ธงทอง จันทรางศุ ปร […]

The post ‘ธงทอง’ ชี้ การอุทิศที่ดินให้พระศาสนาเป็นบุญกุศลยิ่งใหญ่ มีกฎหมายคุ้มครอง ไม่อาจโอนเปลี่ยนมือตามอำเภอใจ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศาสตราจารย์พิเศษ ธงทอง จันทรางศุ แถลงข่าวเกี่ยวกับที่ธรณีสงฆ์

วันนี้ (13 สิงหาคม) ศาสตราจารย์พิเศษ ธงทอง จันทรางศุ ประธานคณะกรรมการคุ้มครองพระพุทธศาสนาแห่งชาติ แสดงความคิดเห็นถึงสถานะของที่ธรณีสงฆ์ว่า ตามคติความเชื่อทางพระพุทธศาสนาของสังคมไทย ซึ่งมีบทบัญญัติแห่งกฎหมายรองรับ ที่ดินซึ่งได้รับพระราชทานจากพระมหากษัตริย์ หรือมีผู้มีจิตศรัทธาอุทิศถวายไว้แก่พระศาสนา ย่อมเป็นสมบัติของสงฆ์เพื่อใช้ประโยชน์ในการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา

 

ธงทองระบุว่า ที่ธรณีสงฆ์ไม่ใช่ทรัพย์สินส่วนตัวของพระภิกษุภายในวัด และไม่ใช่ทรัพย์สินที่พระในวัดจะตกลงซื้อขายหรือโอนเปลี่ยนมือให้แก่บุคคลอื่นได้ตามอำเภอใจ แต่เป็นสมบัติของ ‘สงฆ์’ โดยส่วนรวม เพื่อประโยชน์แก่พระศาสนา รวมถึงเป็นเนื้อนาบุญให้พุทธศาสนิกชนได้บำเพ็ญกุศล และให้อานิสงส์แห่งการบริจาคดำรงสืบต่อไป

 

ตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบัน การโอนกรรมสิทธิ์ที่วัด ที่ธรณีสงฆ์ หรือศาสนสมบัติกลาง ต้องตราเป็นพระราชบัญญัติ เว้นแต่เป็นกรณีที่เข้าข้อยกเว้นตามกฎหมาย เช่น การเวนคืนเพื่อก่อสร้างสาธารณูปโภคสำหรับประโยชน์ของประชาชน ซึ่งอาจดำเนินการโดยพระราชกฤษฎีกา

 

อย่างไรก็ตาม หน่วยงานของรัฐที่รับโอนต้องชำระ ‘ค่าผาติกรรม’ ให้แก่วัดตามราคาตลาด และต้องได้รับความเห็นชอบจากมหาเถรสมาคมด้วย เนื่องจากไม่อาจถือเอาประโยชน์ของคนหมู่มากมาเป็นเหตุให้ละเลยเจตนาและศรัทธาของผู้บริจาคที่ดินไว้แก่พระศาสนาแต่เดิม

 

ธงทองกล่าวอีกว่า แม้ต่อมาวัดบางแห่งจะกลายเป็นวัดร้าง ไม่มีพระภิกษุพำนักอยู่ ที่ดินของวัดก็ไม่ได้กลายเป็นทรัพย์สินที่ไม่มีเจ้าของหรือเป็นเพียงที่ดินรกร้าง แต่ยังมีสถานะเป็นศาสนสมบัติกลาง โดยมีคณะสงฆ์ผ่านมหาเถรสมาคมรับผิดชอบดูแล ส่วนผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นจะนำเข้าสู่ส่วนกลางเพื่อใช้ทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา

 

นอกจากนี้ เมื่อที่ดินแปลงใดมีสถานะเป็นที่ธรณีสงฆ์แล้ว บุคคลอื่นย่อมไม่อาจเข้าครอบครองและอ้างกรรมสิทธิ์โดยหลักครอบครองปรปักษ์เช่นเดียวกับที่ดินของเอกชนทั่วไปได้

 

“การอุทิศที่ดินให้แก่พระศาสนาจึงเป็นบุญกุศลยิ่งใหญ่ มีผลยั่งยืน เป็นคติความเชื่อที่ปลูกฝังอยู่ในศรัทธาของประชาชนคนไทยผู้เป็นพุทธศาสนิกชนอย่างมั่นคงมาช้านาน ทั้งมีหลักกฎหมายรองรับและสนับสนุนแนวทางนี้มาโดยตลอดด้วย” ธงทองกล่าว

The post ‘ธงทอง’ ชี้ การอุทิศที่ดินให้พระศาสนาเป็นบุญกุศลยิ่งใหญ่ มีกฎหมายคุ้มครอง ไม่อาจโอนเปลี่ยนมือตามอำเภอใจ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทลายนอมินีต่างชาติเฟส 6 ตร. บุกพูลวิลล่าหัวหิน พบฮุบที่ดิน 100% จ่อฟัน 849 บริษัทต้องสงสัย มูลค่ากว่า 300 ล้าน https://thestandard.co/foreign-nominee-hua-hin-land/ Mon, 10 Aug 2026 07:20:30 +0000 https://thestandard.co/?p=1240324 เจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจค้นพูลวิลล่าในปฏิบัติการทลายนอมินีต่างชาติที่หัวหิน

วันนี้(10 สิงหาคม) พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำร […]

The post ทลายนอมินีต่างชาติเฟส 6 ตร. บุกพูลวิลล่าหัวหิน พบฮุบที่ดิน 100% จ่อฟัน 849 บริษัทต้องสงสัย มูลค่ากว่า 300 ล้าน appeared first on THE STANDARD.

]]>
เจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจค้นพูลวิลล่าในปฏิบัติการทลายนอมินีต่างชาติที่หัวหิน

วันนี้(10 สิงหาคม) พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผู้บัญชาการประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และ พล.ต.ต อาทร ชิ้นทอง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมด้วยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า และกรมที่ดิน กว่า 200 นาย เปิดปฏิบัติการ ทลายเครือข่ายนอมินีต่างชาติ เฟส 6 พูลวิลล่าเถื่อน ปูพรมตรวจค้นเป้าหมาย 15 จุด ในพื้นที่ อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

ดูภาพข่าว 

พล.ต.อ.สำราญ กล่าวว่า ผลการตรวจค้นบ้านพักทั้ง 2 หลัง พบประเด็นเกี่ยวข้องกับการถือครองทรัพย์สินของชาวต่างชาติ โดยในเบื้องต้นพบว่านอมินี ที่เป็นคนไทยกับชาวต่างชาติไม่รู้จักกัน และชาวต่างชาติเองก็ยืนยันว่าไม่รู้จักคนไทยที่มีชื่อเกี่ยวข้องกับการถือครองทรัพย์สิน ประเด็นสำคัญอีกส่วนคือเรื่องการถือครองที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ โดยจากการตรวจสอบบ้าน 2 หลัง พบลักษณะที่ชาวต่างชาติเป็นผู้ถือครองที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ 100%

 

โดยบ้านหลังแรก พบว่าชาวต่างชาติร่วมกับคนไทยจัดตั้งบริษัท แต่บริษัทดังกล่าวไม่ได้ประกอบธุรกิจใดๆ มีการอยู่อาศัย ส่วนบ้านหลังที่ 2 อยู่ในหมู่บ้านเดียวกัน เจ้าของชาวต่างชาติร่วมกับคนไทยจัดตั้งบริษัทเช่นกัน แต่จากข้อมูลเบื้องต้นพบว่าเจ้าของชาวต่างชาติ ให้การว่าไม่รู้จักคนไทยรายดังกล่าว ขณะเดียวกันชาวต่างชาติเป็นผู้ถือครองบ้านและที่ดิน รวมถึงอสังหาริมทรัพย์ 100% และมีการประกอบธุรกิจเปิดให้เช่าในลักษณะรายเดือน เดือนละ 50,000 บาท

 

ทั้งนี้การดำเนินการทั้งหมดจะต้องพิจารณาตามข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ทั้งพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างชาติ พระราชบัญญัติที่ดิน รวมถึงกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ว่าการประกอบธุรกิจดังกล่าวเข้าข่ายธุรกิจต้องห้ามหรือไม่

 

พล.ต.อ.สำราญ ระบุอีกว่า ช่วงเช้าที่ผ่านมานายกรัฐมนตรีได้กำชับเรื่องการดำเนินการปราบปรามนอมินี จึงได้เดินทางมายังหัวหิน พร้อมด้วยภาคีเครือข่ายและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินการตรวจสอบในพื้นที่

 

เบื้องต้นในพื้นที่หัวหินพบบริษัทประมาณ 849 บริษัทที่อยู่ในเครือข่ายต้องสงสัย โดยการปฏิบัติการครั้งนี้ดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 33 บริษัท ขณะที่ 2 หลังที่เข้าตรวจค้นในวันนี้ พบพฤติการณ์ที่ชัดเจนว่ามีประเด็นเกี่ยวข้องกับนอมินี เนื่องจากพบการถือครองที่ดินในลักษณะที่ชาวต่างชาติถือครอง 100% และมีการนำอสังหาริมทรัพย์ไปเปิดให้เช่า แม้บ้านอีกหลังหนึ่งจะพบการอยู่อาศัยแบบปกติ

 

สำหรับแนวทางดำเนินการกับที่ดินดังกล่าว พล.ต.อ.สำราญ ระบุว่า เบื้องต้นได้พูดคุยกับผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยให้เจ้าของดำเนินการขายทอดตลาด ซึ่งจะให้โอกาสเจ้าของขายทรัพย์สินด้วยตัวเองภายใน 180 วัน จากนั้นที่ดินจะกลับมาเป็นของประเทศไทย หากไม่สามารถขายได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ทางจังหวัดจะดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

 

เมื่อถามถึงกรณีบริษัทกฎหมายในประเทศไทยมีส่วนแนะนำชาวต่างชาติอย่างไร พล.ต.อ.สำราญ ระบุว่า “จะต้องดูจากคำให้การของบริษัทที่รับจดทะเบียนว่าเป็นผู้ดำเนินการในส่วนใด โดยชาวต่างชาติเป็นผู้จ่ายค่าดำเนินการให้” นอกจากนี้ยังพบหลักฐานเกี่ยวกับการจัดทำงบการเงินประจำปี มีการคิดค่าดำเนินการจัดทำบัญชีและงบการเงิน รวมถึงค่าใช้จ่ายในการทำนุบำรุงบริษัท

 

ในส่วนของชาวต่างชาติ เบื้องต้นให้การว่าดำเนินการตามคำแนะนำของบริษัทกฎหมาย ดังนั้นจะต้องพิจารณาถึงเจตนาในการดำเนินการด้วยว่า การจัดตั้งบริษัทและการนำทรัพย์สินไปประกอบธุรกิจปล่อยเช่ารายเดือนนั้น มีเจตนาอย่างไร ซึ่งเจ้าหน้าที่จะต้องสอบสวนและรวบรวมรายละเอียดตามข้อเท็จจริงให้ชัดเจน

 

พล.ต.อ.สำราญ ยังบอกอีกว่า ในส่วนของบริษัทกฎหมาย ตอนนี้ทราบแล้วว่าเป็นบริษัทของคนไทย โดยจากข้อมูลที่พบมีกรณีหนึ่งได้รับค่าจ้างเพียงเล็กน้อย เป็นค่าเอกสารประมาณ 500 บาท ขณะที่อีกกรณีหนึ่งให้ข้อมูลว่านายจ้างหรือเจ้าของเป็นผู้เตรียมหลักฐานของตัวเองและนำสำเนาเอกสารไปให้ดำเนินการ ดังนั้นการจะเข้าข่ายความผิดหรือไม่ จะต้องนำพยานหลักฐานทั้งหมดมาประกอบกันและพิสูจน์ถึงเจตนาของผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป

 

พล.ต.อ.สำราญ ยังฝากประชาสัมพันธ์ว่า “ผู้ที่ต้องการเข้ามาอยู่อาศัยหรือประกอบธุรกิจในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นกรณีใด ควรดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมาย”

 

เมื่อถามถึงความเชื่อมโยงของบริษัทกฎหมายในพื้นที่หัวหินกับบริษัทกฎหมายในพื้นที่อื่นๆ ที่เจ้าหน้าที่เคยเข้าตรวจสอบก่อนหน้านี้ พล.ต.อ.สำราญ ระบุว่า “เบื้องต้นยังไม่พบความเชื่อมโยงระหว่างบริษัทกฎหมาย โดยต่างคนต่างดำเนินการของตัวเอง แต่เจ้าหน้าที่จะนำข้อมูลทั้งหมดมาเชื่อมโยงและตรวจสอบต่อไป และจะต้องส่งข้อมูลให้สภาทนายความพิจารณาตามมารยาททางวิชาชีพของทนายความ พร้อมยืนยันว่าแม้ยังไม่พบความเชื่อมโยงกัน แต่พบว่าพฤติการณ์มีลักษณะคล้ายกันในแทบทุกจังหวัดที่เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบ“

 

พล.ต.อ.สำราญ ยังกล่าวถึงกรณีที่มีการอ้างว่านี่ถือเป็นช่องว่างทางกฎหมายหรือไม่ ว่า ”มันเป็นช่องว่างทางกฎหมายที่ผิด และมันไม่ใช่ช่องว่างที่ถูกต้อง มันไม่มีช่องว่างทางกฎหมาย แต่มันเป็นการเลี่ยงที่จะถูกตรวจสอบให้ไม่ถึง”

 

เมื่อถามว่าบริษัทกฎหมายและบริษัทบัญชีมีส่วนรู้เห็นร่วมกันหรือไม่ พล.ต.อ.สำราญ ระบุว่า ต้องพิจารณาจากขั้นตอนการดำเนินงาน เนื่องจากบริษัทที่จัดตั้งขึ้นจะต้องมีการจัดทำและแจ้งงบดุลตามกฎหมาย

 

ส่วนกรณีที่มีชาวต่างชาติเข้ามาเกี่ยวข้อง ก็ต้องมีบริษัทบัญชีเข้ามาดำเนินการจัดทำงบการเงิน หรือในบางกรณีบริษัทกฎหมายบางแห่งก็รับทำบัญชีด้วย ซึ่งเจ้าหน้าที่เคยพบกรณีลักษณะนี้มาแล้วในพื้นที่เกาะพะงัน สำหรับความเสียหายในพื้นที่หัวหิน เบื้องต้นพบว่ามีมูลค่าประมาณ 300 ล้านบาท ซึ่งเป็นมูลค่าของที่ดินที่เจ้าหน้าที่ระบุว่า “ต้องดำเนินการเรียกกลับคืนมาให้เป็นทรัพย์สินของประเทศไทยตามขั้นตอนของกฎหมาย”

 

 

เจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจค้นพูลวิลล่าในปฏิบัติการทลายนอมินีต่างชาติที่หัวหิน 1เจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจค้นพูลวิลล่าในปฏิบัติการทลายนอมินีต่างชาติที่หัวหิน 2เจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจค้นพูลวิลล่าในปฏิบัติการทลายนอมินีต่างชาติที่หัวหิน 3เจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจค้นพูลวิลล่าในปฏิบัติการทลายนอมินีต่างชาติที่หัวหิน 4เจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจค้นพูลวิลล่าในปฏิบัติการทลายนอมินีต่างชาติที่หัวหิน 5เจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจค้นพูลวิลล่าในปฏิบัติการทลายนอมินีต่างชาติที่หัวหิน 6เจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจค้นพูลวิลล่าในปฏิบัติการทลายนอมินีต่างชาติที่หัวหิน 7เจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจค้นพูลวิลล่าในปฏิบัติการทลายนอมินีต่างชาติที่หัวหิน 8

The post ทลายนอมินีต่างชาติเฟส 6 ตร. บุกพูลวิลล่าหัวหิน พบฮุบที่ดิน 100% จ่อฟัน 849 บริษัทต้องสงสัย มูลค่ากว่า 300 ล้าน appeared first on THE STANDARD.

]]>
กรมธนารักษ์ เปิดใช้ D-Value ค้นหาราคาประเมินที่ดินออนไลน์ 24 ชั่วโมง รองรับยื่นกู้ผ่าน ‘ธอส.-ธ.ก.ส.-กรุงไทย’ https://thestandard.co/d-value-land-appraisal-online-loans/ Wed, 24 Jun 2026 07:46:16 +0000 https://thestandard.co/?p=1222221 ภาพกราฟิกแสดงบริการ D-Value สำหรับเช็กราคาประเมินที่ดินออนไลน์ พร้อมโลโก้ ธอส. ธ.ก.ส. และกรุงไทย

กรมธนารักษ์ เปิดใช้ D-Value ค้นหาราคาประเมินที่ดินออนไล […]

The post กรมธนารักษ์ เปิดใช้ D-Value ค้นหาราคาประเมินที่ดินออนไลน์ 24 ชั่วโมง รองรับยื่นกู้ผ่าน ‘ธอส.-ธ.ก.ส.-กรุงไทย’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพกราฟิกแสดงบริการ D-Value สำหรับเช็กราคาประเมินที่ดินออนไลน์ พร้อมโลโก้ ธอส. ธ.ก.ส. และกรุงไทย

กรมธนารักษ์ เปิดใช้ D-Value ค้นหาราคาประเมินที่ดินออนไลน์ 24 ชั่วโมง พร้อมระบบรับรองสำเนาบัญชีราคาประเมินทรัพย์สิน ใช้เป็นหลักฐานยื่นกู้ได้ 3 สถาบันการเงิน ‘ธอส.-ธ.ก.ส.-กรุงไทย’ พร้อมคาดราคาประเมินรอบใหม่ปี 2570-2573 ปรับสูงขึ้น แต่ยังต่ำกว่าราคาตลาด 10-15%

 

 

 

วันนี้ (24 มิถุนายน) ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เผยว่า กรมธนารักษ์ เปิดตัวบริการใหม่ ช่วยขับเคลื่อนให้ประชาชนเข้าถึงการประเมินราคาที่ดินออนไลน์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมระบบรับรองสำเนาบัญชีราคาประเมินทรัพย์สินแบบดิจิทัล ผ่านฟีเจอร์ D-Value

 

ฟีเจอร์ดังกล่าว ช่วยให้ประชาชนสามารถสืบค้นราคาประเมินที่ดินจากแผนที่ภาพถ่ายดาวเทียมได้แบบรายแปลง โดยไม่จำเป็นต้องทราบเลขที่โฉนด หรือ เลขที่ น.ส.3ก สำหรับที่ดิน

 

ดร.เอกนิติ ระบุว่า นับเป็นการยกระดับบริการภาครัฐ เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกให้ประชาชน โดยไม่ต้องเสียเวลาในการขอเอกสาร ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการทำเอกสาร

 

นอกจากนี้ ยังเอื้อให้ประชาชนทั่วไปสามารถต่อยอดการทำธุรกิจได้อีกด้วย โดยสามารถนำสำเนาบัญชีราคาประเมินทรัพย์สินแบบดิจิทัลไปเป็นหลักฐานในการยื่นขอสินเชื่อ ผ่านสถาบันการเงิน 3 แห่ง ดังนี้

 

1) ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.)

 

2) ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธ.ก.ส.)

 

3) ธนาคารกรุงไทย

 

ไม่เพียงเท่านั้น ระบบ D-Value ยังมีการเชื่อมโยงข้อมูลกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และการทางพิเศษแห่งประเทศไทย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ข้อมูลราคาประเมินของภาครัฐ และอำนวยความสะดวกต่อการดำเนินงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอีกด้วย

 

ราคาประเมินยังต่ำกว่าราคาตลาด

 

อย่างไรก็ตาม ดร.เอกนิติระบุว่า ราคาประเมินที่ดินในรอบบัญชีปัจจุบัน คือรอบปี พ.ศ. 2566-2569 ยังคงมีราคาประเมินต่ำกว่าราคาตลาดสูงราว 30-40% และคาดว่า ราคาประเมินที่ดินในรอบบัญชีใหม่ ปี พ.ศ. 2570-2573 จะมีราคาขยับสูงขึ้น แต่ยังคงต่ำกว่าราคาตลาดที่ 10-15% ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐานสากล

 

ทั้งนี้ กรมธนารักษ์มีระยะเวลาการประกาศใช้บัญชีกำหนดราคาประเมินทุนทรัพย์ ที่ดิน โรงเรือนสิ่งปลูกสร้าง และห้องชุด แต่ละคราวให้ใช้ได้ไม่เกิน 4 ปี นับตั้งแต่วันที่ประกาศใช้

 

ในกรณีที่ ราคาซื้อขายในตลาดมีความแตกต่างจากราคาประเมินมากพอสมควร ก็สามารถปรับปรุงแก้ไขราคาประเมินก่อนครบ 4 ปีได้ หรืออาจขยายเวลาการใช้บัญชีฯ ที่ประกาศใช้ครบ 4 ปี ออกไปไม่เกินคราวละหนึ่งปี ในกรณีที่มีความจำเป็น

 

หนุนข้อมูลโปร่งใสและปลอดภัย

 

ด้าน ดร.สันติธาร เสถียรไทย ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ระบุว่า การเปิดเผยข้อมูลราคาประเมินที่ดินให้เป็นสาธารณะ (Open Source) สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ 5T ของรัฐบาล ภายใต้หลักความโปร่งใส (Transparency) พร้อมระบุว่า รัฐบาลจะเดินหน้าต่อยอดให้ความโปร่งใสผสานอยู่ในทุกส่วนของนโยบาย

 

ส่วน อัครุตม์ สนธยานนท์ อธิบดีกรมธนารักษ์ ระบุว่า ระบบ D-Value จะมีการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชนทั่วไป โดยผู้ใช้งานจะต้องทำการยืนยันตัวตนผ่าน ‘ThaiD’ หรือ ‘เป๋าตัง’ ทุกครั้งที่เข้าสู่ระบบ

The post กรมธนารักษ์ เปิดใช้ D-Value ค้นหาราคาประเมินที่ดินออนไลน์ 24 ชั่วโมง รองรับยื่นกู้ผ่าน ‘ธอส.-ธ.ก.ส.-กรุงไทย’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไชยชนก​ไม่กังวล​ปมเสรีพิศุทธ์​จ่อแจ้งจับตระกูลชิดชอบ​รุกที่เขากระโดง​-ร้องศาลรธน. วินิจฉัยคุณสมบัตินายกฯ​ ยืนยัน​มีเอกสารส​ิทธิ์ https://thestandard.co/chaiyanok-seripisut-land-dispute/ Tue, 19 May 2026 03:23:26 +0000 https://thestandard.co/?p=1208661 ไชยชนก ชิดชอบ แถลงข่าวกรณีถูกแจ้งจับรุกที่เขากระโดง

วันนี้ (19 พฤษภาคม) ไชยชนก​ ชิดชอบ​ รัฐมนตรีว่าการกระทร […]

The post ไชยชนก​ไม่กังวล​ปมเสรีพิศุทธ์​จ่อแจ้งจับตระกูลชิดชอบ​รุกที่เขากระโดง​-ร้องศาลรธน. วินิจฉัยคุณสมบัตินายกฯ​ ยืนยัน​มีเอกสารส​ิทธิ์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไชยชนก ชิดชอบ แถลงข่าวกรณีถูกแจ้งจับรุกที่เขากระโดง

วันนี้ (19 พฤษภาคม) ไชยชนก​ ชิดชอบ​ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม​ ในฐานะเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย​ กล่าวถึงกรณี พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย จะลงพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ แจ้งจับตระกูลชิดชอบ เนื่องจากรุกที่ดินพื้นที่เขากระโดง​ ว่า​ ตนไม่กังวล ทุกอย่างอยู่ในกระบวนการของกฎหมายอยู่แล้ว

 

ส่วนมองว่าเป็นเรื่องเกมการเมืองหรือไม่นั้น​ ไชยชนก​ ยอมรับว่า​ มีความเป็นไปได้​ แต่ทุกอย่างอยู่ในกระบวนการของกฎหมายอยู่แล้ว ซึ่งต้องรอดูว่าจะเป็นอย่างไร เพราะเรามีเอกสารสิทธิ์ทุกอย่าง

 

ส่วนกรณีที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตรียมจะยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยคุณสมบัติและจริยธรรมของนายกรัฐมนตรีกรณีการละเว้นการดำเนินการยึดที่เขากระโดงนั้น ไชยชนก​กล่าวว่า ตามความเข้าใจของตนทุกอย่างอยู่ในกระบวนการตามกฎหมายมาสักระยะ ถึงไม่แน่ใจว่าไม่ได้ดำเนินการอย่างไร พร้อมยืนยันว่าไม่มีความกังวลใดๆ ทั้งสิ้น

The post ไชยชนก​ไม่กังวล​ปมเสรีพิศุทธ์​จ่อแจ้งจับตระกูลชิดชอบ​รุกที่เขากระโดง​-ร้องศาลรธน. วินิจฉัยคุณสมบัตินายกฯ​ ยืนยัน​มีเอกสารส​ิทธิ์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ป.ป.ช. เปิดทรัพย์สิน มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาฯ คนที่ 1 หลังพ้นตำแหน่ง สส. มีทรัพย์สิน 47.3 ล้านบาท ที่ดิน-ปืนเพียบ https://thestandard.co/mallika-assets-vice-speaker/ Fri, 03 Apr 2026 10:04:41 +0000 https://thestandard.co/?p=1194440 ภาพ มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช พร้อมข้อมูล ทรัพย์สิน 47.3 ล้านบาท หลังพ้นตำแหน่ง สส. โดย ป.ป.ช.

วันนี้ (3 เมษายน) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามก […]

The post ป.ป.ช. เปิดทรัพย์สิน มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาฯ คนที่ 1 หลังพ้นตำแหน่ง สส. มีทรัพย์สิน 47.3 ล้านบาท ที่ดิน-ปืนเพียบ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพ มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช พร้อมข้อมูล ทรัพย์สิน 47.3 ล้านบาท หลังพ้นตำแหน่ง สส. โดย ป.ป.ช.

วันนี้ (3 เมษายน) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยบัญชีทรัพย์สินหนี้สินของ มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 1 กรณีพ้นจากตำแหน่ง สส. สมัยที่แล้ว เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 68 โดยมัลลิกาแจ้งสถานะโสด ระบุมีทรัพย์สินรวม 47,365,882 บาท มีหนี้สินเป็นเงินเบิกเกินบัญชี 471,802 บาท

 

เปิดทรัพย์สิน มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช

 

ทรัพย์สินประกอบไปด้วยเงินสด 500,000 บาท เงินฝาก 11 บัญชี รวม 4,544,164 บาท เงินลงทุนส่วนใหญ่ในสลากออมสินพิเศษ, กองทุนเปิดรวม 5,663,049 บาท ที่ดิน 14 แปลงในอำเภอต่างๆ ของจังหวัดลพบุรี รวม 25,252,380 บาท โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง 7 หลัง แบ่งเป็นบ้านและกิจการให้เช่าห้องพักโรงแรม อาคารอเนกประสงค์ คลังสินค้า ห้องน้ำรวม อาคารพาณิชย์ รวมมูลค่า 8,076,736 บาท

 

ยานพาหนะ 4 คัน 1.8 ล้านบาท สิทธิและสัมปทาน 1,098,952 บาท ทรัพย์สินอื่น 430,600 บาท โดยเป็นอาวุธปืน 6 กระบอกๆ ละ 45,000 บาท สร้อยคอทองคำหนัก 2 บาท 1 เส้น 120,000 บาท กรอบพระ 1,600 บาท นาฬิกา Chanel สีดำ 25,000 บาท แหวนทองคำพร้อมพลอย 1 วง 10,000 บาท แหวนทองคำนพเก้า 1วง 8,000 บาท

 

นอกจากนี้ มัลลิกายังแจ้งรายได้รวมต่อปีประมาณ 1,562,720 บาท แบ่งเป็นเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่ง สส. 995,542 บาท เงินเดือนและเงินประจำตำแหน่ง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม 367,177 บาท ค่าบริการที่พัก เจ.พี. แลนด์ รีสอร์ท ลพบุรี 20,000 บาท ค่าเช่าตึก 180,000 บาท และแจ้งมีรายจ่ายต่อปีรวม 1,030,100 บาท โดยเป็นรายจ่ายบริษัทประกันชีวิต 3 บริษัท รวม 206,500 บาท ค่าอุปการะบิดามารดา 600,000 บาท ค่าท่องเที่ยว 200,000 บาท เงินบริจาค 20,000 บาท ค่าเช่าตึก 3,600 บาท

 

มัลลิกายังแจ้งว่า ปัจจุบันยังมีตำแหน่งเป็นผู้จัดการ เจ.พี. แลนด์ รีสอร์ท ที่ตำบลโพธิ์เก้าต้น อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี และประวัติการทำงานย้อนหลัง 5 ปี ตั้งแต่ปี 2562-2568 เป็น สส.ลพบุรี และวันที่ 24 กันยายน 68 ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ก่อนจะได้รับแต่งตั้งเป็นรองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 1 หลังการเลือกตั้งเมื่อ 8 กุมภาพันธ์ 69

The post ป.ป.ช. เปิดทรัพย์สิน มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาฯ คนที่ 1 หลังพ้นตำแหน่ง สส. มีทรัพย์สิน 47.3 ล้านบาท ที่ดิน-ปืนเพียบ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ครม.เห็นชอบผังเมืองรวมเชียงใหม่ฉบับใหม่ ปรับใช้ที่ดิน-เพิ่มถนน 18 สาย ดันเมืองโตยั่งยืน https://thestandard.co/chiang-mai-new-city-plan-approved/ Tue, 17 Mar 2026 07:10:46 +0000 https://thestandard.co/?p=1188453 ภาพประกอบข่าวการที่ครม.เห็นชอบผังเมืองรวมเชียงใหม่ฉบับใหม่ เพื่อการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน

วันนี้ (17 มีนาคม) ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนัก […]

The post ครม.เห็นชอบผังเมืองรวมเชียงใหม่ฉบับใหม่ ปรับใช้ที่ดิน-เพิ่มถนน 18 สาย ดันเมืองโตยั่งยืน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพประกอบข่าวการที่ครม.เห็นชอบผังเมืองรวมเชียงใหม่ฉบับใหม่ เพื่อการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน

วันนี้ (17 มีนาคม) ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบร่างประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การให้ใช้บังคับผังเมืองรวมเมืองเชียงใหม่ พ.ศ. …. ตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอ เพื่อกำหนดทิศทางการพัฒนาและการอนุรักษ์เมืองเชียงใหม่และพื้นที่เกี่ยวเนื่องให้สอดคล้องกับการเติบโตของเมืองในอนาคต ทั้งด้านการใช้ประโยชน์ที่ดิน การคมนาคมและการขนส่ง การสาธารณูปโภค บริการสาธารณะ และการดูแลสิ่งแวดล้อม

 

ลลิดากล่าวว่า ผังเมืองรวมเมืองเชียงใหม่ฉบับใหม่นี้ครอบคลุมพื้นที่ในท้องที่อำเภอเมืองเชียงใหม่ อำเภอสันทราย อำเภอแม่ริม อำเภอหางดง อำเภอสารภี อำเภอดอยสะเก็ดบางส่วน และอำเภอสันกำแพงบางส่วน จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีเป้าหมายสำคัญเพื่อสร้างความสมดุลระหว่างการพัฒนาเมืองกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ วัฒนธรรม และวิถีชีวิตของประชาชน พร้อมผลักดันเชียงใหม่สู่การเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของภาคเหนือที่มีคุณภาพและเติบโตอย่างยั่งยืน

 

สำหรับสาระสำคัญของการปรับปรุงผังเมืองครั้งนี้ มีการปรับขอบเขตพื้นที่ผังเมืองรวมให้ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 1,428.90 ตารางกิโลเมตร รวมทั้งปรับประเภทการใช้ประโยชน์ที่ดินให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่และทิศทางการพัฒนาเมืองมากขึ้น โดยกำหนดประเภทการใช้ประโยชน์ที่ดินไว้ 15 ประเภท เพิ่มจากเดิม 4 ประเภท ได้แก่ ที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นมาก ที่ดินประเภทอนุรักษ์ชนบทและเกษตรกรรม ที่ดินประเภทอนุรักษ์ป่าไม้ และที่ดินประเภทปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม

 

นอกจากนี้ ยังมีการปรับปรุงแผนผังด้านคมนาคมและการขนส่ง โดยเพิ่มแนวถนนโครงการใหม่ 18 สายทาง เพื่อรองรับการขยายตัวของเมืองและพื้นที่พัฒนาใหม่ และยกเลิกถนนโครงการเดิม 7 สายทาง ที่ไม่สอดคล้องกับสภาพพื้นที่และแนวทางการพัฒนาในปัจจุบัน

 

ในส่วนของข้อกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดิน ได้มีการปรับรายละเอียดให้เหมาะสมยิ่งขึ้น เช่น การแบ่งพื้นที่อยู่อาศัยหนาแน่นน้อยออกเป็นย่านย่อย เพื่อให้สอดคล้องกับบทบาทของแต่ละพื้นที่ รวมถึงเพิ่มข้อห้ามสำหรับกิจการที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชน เช่น การตั้งคลังน้ำมัน คลังแก๊สปิโตรเลียมเหลวเพื่อการจำหน่าย หรือโรงฆ่าสัตว์ในบางพื้นที่ พร้อมทั้งปรับแนวทางควบคุมกิจการอุตสาหกรรมให้มีความชัดเจนมากขึ้น

 

ลลิดา กล่าวว่า การจัดทำผังเมืองรวมเมืองเชียงใหม่ครั้งนี้ ดำเนินการตามขั้นตอนของพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. 2562 ครบถ้วนแล้ว และผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการผังเมือง รวมถึงการเปิดรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้เสียในพื้นที่ โดยได้นำข้อคิดเห็นที่เหมาะสมมาปรับปรุงร่างผังเมืองให้สอดคล้องกับสภาพจริงและความต้องการของประชาชน

 

ลลิดากล่าวเพิ่มเติมว่า ครม. ได้กำชับให้กระทรวงมหาดไทยนำความเห็นของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกระทรวงคมนาคม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ไปพิจารณาประกอบการดำเนินงานอย่างรอบคอบ เพื่อให้ผังเมืองรวมเมืองเชียงใหม่เป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาเมืองอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการรักษาสิ่งแวดล้อม มรดกทางวัฒนธรรม และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในระยะยาว

 

ทั้งนี้ การปรับปรุงผังเมืองรวมครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการกำหนดทิศทางการเติบโตของเชียงใหม่ในอนาคต ท่ามกลางแรงกดดันจากการขยายตัวของเมือง การท่องเที่ยว และการลงทุนที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

The post ครม.เห็นชอบผังเมืองรวมเชียงใหม่ฉบับใหม่ ปรับใช้ที่ดิน-เพิ่มถนน 18 สาย ดันเมืองโตยั่งยืน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ดีเอสไอยืนยันคดีเขากระโดงยังไม่จบ ส่งหลักฐานหนุน ป.ป.ช.-หน่วยงานรัฐ สู้คดีทวงคืนที่ดิน 995 แปลง https://thestandard.co/dsi-khao-kradoong-land-case/ Mon, 16 Mar 2026 07:19:15 +0000 https://thestandard.co/?p=1188100 ภาพเจ้าหน้าที่ ดีเอสไอ แถลงข่าวเกี่ยวกับคดีที่ดิน เขากระโดง

วันนี้ (16 มีนาคม) กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ออกเอกสารข่า […]

The post ดีเอสไอยืนยันคดีเขากระโดงยังไม่จบ ส่งหลักฐานหนุน ป.ป.ช.-หน่วยงานรัฐ สู้คดีทวงคืนที่ดิน 995 แปลง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพเจ้าหน้าที่ ดีเอสไอ แถลงข่าวเกี่ยวกับคดีที่ดิน เขากระโดง

วันนี้ (16 มีนาคม) กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ออกเอกสารข่าวชี้แจงข้อเท็จจริง กรณีที่ปรากฏกระแสข่าวในสื่อสังคมออนไลน์ ระบุว่ากรมสอบสวนคดีพิเศษได้ยุติการสืบสวนคดีข้อพิพาทที่ดินเขากระโดง จังหวัดบุรีรัมย์ จนทำให้สาธารณชนเกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนว่ากระบวนการตรวจสอบในเรื่องดังกล่าวเสร็จสิ้นและจะไม่มีการดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องแล้วนั้น

 

กรมสอบสวนคดีพิเศษ ขอยืนยันว่าข่าวดังกล่าวไม่เป็นความจริง และขอชี้แจงลำดับเหตุการณ์เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้องว่า กรณีนี้เริ่มต้นจากมีประชาชน 2 ราย เข้ายื่นเรื่องร้องเรียนให้ดีเอสไอดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่รัฐ โดยเฉพาะคณะกรรมการที่ตั้งขึ้นตามมาตรา 61 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน ซึ่งมีมติไม่เพิกถอน เอกสารสิทธิที่ดินเอกชนที่ทับซ้อนกับแนวเขตที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) แม้ว่าก่อนหน้านี้ศาลฎีกาจะมีคำพิพากษาชี้ขาดแล้วว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นที่ดินของรัฐ

 

ที่ผ่านมา กองคดีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้รับเรื่องไว้เป็นสำนวนสืบสวนที่ 97/2568 โดยได้รวบรวมพยานหลักฐานอย่างรัดกุม ทั้งคำพิพากษาศาล คำวินิจฉัยของคณะกรรมการกฤษฎีกา ข้อมูลจากสำนักงานที่ดินจังหวัดบุรีรัมย์ รวมถึงการลงพื้นที่หาข่าว และประสานข้อมูลร่วมกับกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.)

 

จากการสืบสวนพบว่า ข้อพิพาทที่ดินเขากระโดงมีการฟ้องร้องทางกฎหมายทั้งคดีแพ่ง คดีอาญา และคดีปกครอง รวมกันมากกว่า 18 คดี โดยในส่วนของคดีแพ่ง ศาลฎีกาได้พิพากษาถึงที่สุดแล้วว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นที่ดินของรัฐ นำไปสู่การฟ้องศาลปกครอง ซึ่งศาลปกครองได้สั่งให้กรมที่ดินตั้งคณะกรรมการตามมาตรา 61 เพื่อพิจารณาเพิกถอนเอกสารสิทธิ แต่ท้ายที่สุดคณะกรรมการฯ กลับมีมติไม่เพิกถอนเอกสารสิทธิทั้ง 995 แปลง จนนำไปสู่การฟ้องร้องในศาลปกครองเพิ่มเติมอีกคดีหนึ่ง

 

สำหรับประเด็นการเอาผิดทางอาญากับเจ้าหน้าที่รัฐ (คณะกรรมการตามมาตรา 61) พบว่ามีการไปร้องทุกข์กล่าวโทษไว้ทั้งที่ดีเอสไอ และ บก.ปปป. ซึ่งทาง บก.ปปป. ได้ทำการส่งสำนวนไปยังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อดำเนินการไต่สวนแล้ว ดังนั้น ภายใต้พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 ดีเอสไอจึงมีความจำเป็นต้องส่งสำนวนการสืบสวนไปรวมที่ ป.ป.ช. เพื่อให้การพิจารณาเป็นไปในทิศทางเดียวกันและถูกต้องตามขั้นตอนของกฎหมาย

 

อย่างไรก็ตาม ในประเด็นข้อหาบุกรุกที่ดินของรัฐนั้น กฎหมาย ป.ป.ช. มาตรา 30 ได้กำหนดให้เรื่องที่เกี่ยวเนื่องกันอยู่ในอำนาจการวินิจฉัยของ ป.ป.ช. ด้วยเช่นกัน ซึ่งหาก ป.ป.ช. มีมติประการใด หรือประสานขอให้ดีเอสไอช่วยดำเนินการเพิ่มเติม ดีเอสไอก็พร้อมสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจอย่างเต็มที่ นอกจากนี้ ดีเอสไอยังได้จัดส่งผลการสืบสวนทั้งหมดไปยังหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้นำไปใช้เป็นฐานข้อมูลในการต่อสู้คดีในชั้นศาลและปกป้องผลประโยชน์ของชาติ

 

กรมสอบสวนคดีพิเศษ กล่าวย้ำในตอนท้ายว่า การส่งสำนวนให้ ป.ป.ช. ไม่ใช่การยุติการดำเนินการในคดีเขากระโดงทั้งหมดตามที่สังคมเข้าใจ แต่เป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามกรอบกฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยดีเอสไอยังคงมุ่งมั่นที่จะป้องกัน ปราบปราม และสอบสวนคดีพิเศษภายใต้หลักนิติธรรมอย่างโปร่งใสต่อไป

The post ดีเอสไอยืนยันคดีเขากระโดงยังไม่จบ ส่งหลักฐานหนุน ป.ป.ช.-หน่วยงานรัฐ สู้คดีทวงคืนที่ดิน 995 แปลง appeared first on THE STANDARD.

]]>
MCOT เดินหน้าเปิดประมูลปล่อยเช่าที่ดิน รัชดา-พระราม 9 มูลค่า 9,000 ล้านบาท สัญญาเช่ายาว 30 ปี คาดเซ็นสัญญาภายในสิ้นปีนี้ แย้มมีเอกชนรายใหญ่สนใจกว่า 10 ราย https://thestandard.co/mcot-ratchada-rama-9-land-lease/ Fri, 13 Feb 2026 01:40:59 +0000 https://thestandard.co/?p=1178031 ภาพถ่ายมุมสูงของที่ดินเปล่าขนาด 50 ไร่ ใจกลางเมืองย่านรัชดา-พระราม 9 ซึ่งเป็นของ MCOT มูลค่ากว่า 9,000 ล้านบาท

บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) หรือ MCOT เดินหน้าปลดล็อกมูลค […]

The post MCOT เดินหน้าเปิดประมูลปล่อยเช่าที่ดิน รัชดา-พระราม 9 มูลค่า 9,000 ล้านบาท สัญญาเช่ายาว 30 ปี คาดเซ็นสัญญาภายในสิ้นปีนี้ แย้มมีเอกชนรายใหญ่สนใจกว่า 10 ราย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพถ่ายมุมสูงของที่ดินเปล่าขนาด 50 ไร่ ใจกลางเมืองย่านรัชดา-พระราม 9 ซึ่งเป็นของ MCOT มูลค่ากว่า 9,000 ล้านบาท

บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) หรือ MCOT เดินหน้าปลดล็อกมูลค่าทรัพย์สิน เตรียมเปิดประมูลปล่อยเช่าที่ดินใจกลางเมืองพื้นที่ 50 ไร่ ย่านรัชดา-พระราม 9 มูลค่ากว่า 9,000 ล้านบาท เตรียมเปิดประมูลใน Q1/69 ซึ่งขณะนี้มีกลุ่มเอกชนรายใหญ่แสดงความสนใจประมูลกว่า 10 ราย

 

สุนทรียา วงศ์ศิริกุล รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สายงานการเงิน และปฏิบัติหน้าที่หัวหน้าเจ้าหน้าที่ด้านการเงิน (CFO) บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) หรือ MCOT เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการพัฒนาที่ดินย่านรัชดา-พระราม 9 เนื้อที่รวมกว่า 50 ไร่ ภายหลัง เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมาบริษัทฯ จัดการประชุมรับฟังข้อเสนอแนะและข้อคิดเห็น (Market Sounding) จากนักลงทุนและนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ต่อข้อกำหนดและหลักเกณฑ์ การเข้าร่วมยื่นข้อเสนอโครงการให้เช่าเพื่อลงทุนพัฒนา และบริหารจัดการที่ดินเชิงพาณิชย์

 

โดยได้รับการตอบรับที่ดีจากกลุ่มผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ (Developer) รายใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์ฯ และสถาบันการเงินกว่า 40 ราย โดย อสมท มุ่งเป้าที่จะสร้างรายได้จากธุรกิจ Non-Broadcast เพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับองค์กรในระยะยาว ท่ามกลางความท้าทายของอุตสาหกรรมสื่อดั้งเดิม

 

 

ภาพถ่ายมุมสูงของที่ดินเปล่าขนาด 50 ไร่ ใจกลางเมืองย่านรัชดา-พระราม 9 ซึ่งเป็นของ MCOT มูลค่ากว่า 9,000 ล้านบาท 3

บรรยากาศการประชุม Market Sounding ของ อสมท ซึ่งมีกลุ่มผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และสถาบันการเงินกว่า 40 ราย ร่วมรับฟังข้อมูล และให้ความเห็น

 

เปิดไทม์ไลน์ประมูล ขายซองภายใน มี.ค. – เซ็นสัญญา ภาย ธ.ค. นี้

 

สำหรับแผนการดำเนินงาน อสมท เตรียมนำข้อเสนอแนะจากนักลงทุนไปปรับปรุง TOR และคาดว่าจะเปิดขายซองประมูลได้ภายในไตรมาส 1 นี้ หรือประมาณปลายเดือนมีนาคมนี้ หลังจากนั้นจะให้เวลาเอกชนจัดทำข้อเสนอ 60 วัน เปิดยื่นซองเดือนพฤษภาคมนี้ โดยกระบวนการคัดเลือกจะใช้เวลาประมาณ 2 เดือน ในช่วงมิถุนายน-กรกฎาคมนี้

 

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากมูลค่าทรัพย์สินโครงการนี้สูงเกินกว่า 50% ของสินทรัพย์รวม อสมท จำเป็นต้องจัดประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น (EGM) เพื่อขออนุมัติการทำรายการ ซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นในช่วงไตรมาส 4 นี้ และตั้งเป้าที่จะลงนามในสัญญาให้แล้วเสร็จภายในเดือนธันวาคมปีนี้ เพื่อเริ่มรับรู้รายได้ตั้งแต่ปี 2570 เป็นต้นไป

 

ชูโมเดล ‘Landlord’ ปล่อยเช่า 30 ปี ปิดประตูร่วมทุนโครงการเอง

 

สุนทรียา ระบุต่อ ย้ำชัดเจนว่า รูปแบบการหาประโยชน์จะเป็นการ ให้เช่าที่ดินระยะยาว 30 ปี เท่านั้น โดยไม่มีนโยบายร่วมทุน (Joint Venture : JV) เนื่องจาก อสมท ขาดความเชี่ยวชาญ ในด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และต้องการลดความเสี่ยงทางธุรกิจ โดยต้องการให้มืออาชีพเข้ามาบริหารจัดการ

 

ทั้งนี้ อสมท จะได้รับผลตอบแทนใน 3 ส่วนหลัก ในตลอดอายุสัญญา 30 ปี คือ 1. ค่าธรรมเนียมการจัดหาประโยชน์ (Upfront Fee) 2. ค่าเช่ารายปี โดยปรับขึ้น 10% ทุก 3 ปี และ 3. ส่วนแบ่งรายได้ (Revenue Sharing) อีกยังเปิดเงื่อนไขให้ผู้ชนะประมูลเช่าพื้นที่สามารถเจรจาต่อสัญญาเช่าเพิ่มได้อีก 30 ปี ก่อนที่สัญญาเดิมจะครบอายุ 5 ปี ซึ่งปัจจุบันมีผู้กลุ่มบริษัทพัฒนาอสังหารายใหญ่แสดงความสนใจมากว่า 10 ราย

 

สำหรับมูลค่าที่ดินแปลงนี้ จากการประเมินโดยบริษัทที่ปรึกษาเป็นรายชื่อที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ด้วย วิธี Market Approach บนสมมติฐานผังเมืองสีแดง ประเมินมูลค่าที่ดินต้นทุนอยู่ที่ประมาณ 9,000 ล้านบาท

 

“รายได้รวมค่าเช่าที่บริษัทฯ คาดหวังไว้ในช่วงอายุเช่า 30 ปี ตอนนี้มีการคำนวณไว้แล้วภายในบริษัทฯ แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ เพราะมีขั้นตอนของการประมูล ขณะที่ปัจจุบันในภาพรวมตลาดการเช่าที่ดินที่มีทำเลดีๆ เพื่อพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ สัญญาณเช่า 30 ปี จะมีค่าเช่าอยู่ที่ประมาณ 30-40% ของมูลค่าที่ดินแปลงนั้นๆ” สุนทรียากล่าว

 

ปลดล็อก ‘ทางเข้า-ออก’ และปม ‘ผังเมือง’

 

หนึ่งในประเด็นสำคัญที่นักลงทุนให้ความสนใจคือเรื่องทางเข้า-ออก และผังเมือง สุนทรียาชี้แจงว่า ปัจจุบันที่ดินแปลงนี้มีทางเข้า-ออกหลัก 2 ทาง ทางละ 20 เมตร ได้แก่

 

  • ด้านติดถนนเทียมร่วมมิตร มี MOU กับ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย(รฟม.) ไว้แล้ว สามารถใช้เป็นทางเข้า-ออกได้ โดยเสียค่าตอบแทนตามระเบียบ รฟม.
  • ด้านติดกระทรวงวัฒนธรรม มีภาระจำยอมให้สามารถออกสู่ถนนวัฒนธรรมได้กว้าง 14 เมตร

 

ส่วนประเด็นเรื่องผังเมืองที่ปัจจุบันยังเป็นพื้นที่สีน้ำตาล ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยหนาแน่นมาก แต่คาดการณ์ว่าผังเมืองรวม กทม. ฉบับใหม่ที่จะประกาศใช้ในปี 2570 จะปรับเป็นสีแดง ซึ่งจะทำให้ศักยภาพการพัฒนาสูงขึ้นมากจากเดิม แม้นักลงทุนจะมีความกังวลเรื่องความล่าช้าของการประกาศผังเมืองใหม่ แต่ อสมท ยืนยันที่จะใช้สมมติฐานราคาที่ดินแบบสีแดงในการประมูล แต่อาจมีการเจรจาเงื่อนไขสัญญาที่ยืดหยุ่นเพื่อความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย

 

ภาพถ่ายมุมสูงของที่ดินเปล่าขนาด 50 ไร่ ใจกลางเมืองย่านรัชดา-พระราม 9 ซึ่งเป็นของ MCOT มูลค่ากว่า 9,000 ล้านบาท 2

ที่ดินใจกลางเมืองพื้นที่ 50 ไร่ ย่านรัชดา-พระราม 9 มูลค่ากว่า 9,000 ล้านบาท ของ อสมท

 

จับตากลุ่มทุน ‘Mixed-use’ และข้อกำหนดผู้ถือหุ้นไทย

 

อสมท เปิดกว้างรูปแบบโครงการ ขึ้นอยู่กับข้อเสนอของนักลงทุน แต่คาดว่าด้วยขนาดที่ดินและทำเล น่าจะพัฒนาเป็นโครงการ Mixed-use ขนาดใหญ่ โดยกำหนดคุณสมบัติผู้ยื่นข้อเสนอต้องเป็นนิติบุคคลไทย ซึ่งถือหุ้นโดยคนไทยเกิน 51% เพื่อป้องกันปัญหาเรื่องนอมินีและการตรวจสอบในอนาคต

 

ส่วนกลุ่ม Data Center หรือ Tech ขนาดใหญ่ อาจมีข้อจำกัดเรื่องแหล่งพลังงาน (Green Energy) ที่ต้องใช้โรงไฟฟ้าโดยตรง ซึ่งพื้นที่นี้อาจยังไม่ตอบโจทย์ในทันที

 

เปิดแผนยุทธศาสตร์ ‘Turnaround’ พลิกฟื้นองค์กรสู่ยุคหลังสัมปทาน

 

สุนทรียา ยอมรับว่าธุรกิจสื่อดั้งเดิม คือ วิทยุและทีวีดิจิทัล (Broadcast) อยู่ในภาวะถดถอยและคงไม่เติบโตไปกว่านี้ โดยใบอนุญาตทีวีดิจิทัลและคลื่นวิทยุจะทยอยหมดอายุในช่วงปี 2571-2572 ดังนั้นให้เช่าที่ดินเพื่อทำโครงการพัฒนาที่ดินรัชดา-พระราม 9 จึงเป็นปัจจัยสำคัญ ในการหารายได้จากธุรกิจ Non-Broadcast เข้ามาเสริม รวมทั้งจะช่วยสร้างกระแสเงินสดให้เข้ามายังบริษัทฯ เพิ่มเติมสามารถนำเงินที่ได้นไปใช้ลงทุนในกลุ่มธุรกิจ Non Broadcast ซึ่งเป็นเทรนด์ในอนาคตเพื่อสร้างการเติบโตให้กับบริษัทฯ

 

แม้การบันทึกรายได้ทางบัญชีจะต้องหารเฉลี่ยตลอดสัญญา 30 ปี ทำให้ไม่ได้มีการรับกำไรแบบก้อนในปีแรก แต่กระแสเงินสดที่ได้จะนำไปลงทุนต่อยอดในธุรกิจใหม่ที่อยู่ในแผนงานของบริษัทฯ

 

ภาพถ่ายมุมสูงของที่ดินเปล่าขนาด 50 ไร่ ใจกลางเมืองย่านรัชดา-พระราม 9 ซึ่งเป็นของ MCOT มูลค่ากว่า 9,000 ล้านบาท 1

สุนทรียา วงศ์ศิริกุล รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สายงานการเงิน และปฏิบัติหน้าที่หัวหน้าเจ้าหน้าที่ด้านการเงิน (CFO) ของ MCOT

 

“เราตั้งเป้าว่าภายในปี 2571 สัดส่วนรายได้จากธุรกิจ Non-Broadcast ซึ่งรวมถึงค่าเช่าที่ดินแปลงนี้ จะขยับขึ้นมาอยู่ที่ 20-25% ของรายได้รวม จากปัจที่มีสัดส่วนประมาณ 10% และคาดหวังว่าปี 2571 จะเป็นปีที่เห็นการ Turnaround หรือการพลิกฟื้นกลับมามีกำไรของ อสมท. ได้อย่างชัดเจน” สุนทรียากล่าว

 

นอกจากที่ดินแปลงนี้ อสมท ยังมีที่ดินรอการพัฒนาอีก 2 แปลง คือ ที่ดินย่านบางไผ่ ขนาดพื้นที่ประมาณ 59 ไร่ และหนองแขม ขนาดพื้นที่ประมาณ 40 ไร่ ซึ่งจัดเป็นทรัพย์สินเพื่อการลงทุน ที่จะทยอยนำมาสร้างมูลค่าเพิ่มในลำดับถัดไปในอนาคต

The post MCOT เดินหน้าเปิดประมูลปล่อยเช่าที่ดิน รัชดา-พระราม 9 มูลค่า 9,000 ล้านบาท สัญญาเช่ายาว 30 ปี คาดเซ็นสัญญาภายในสิ้นปีนี้ แย้มมีเอกชนรายใหญ่สนใจกว่า 10 ราย appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลือกตั้ง 2569 : เดชรัตมุ่งพลิกโฉมภาคการเกษตร-ชนบท เพิ่มตัวช่วย ส่งเสริมให้เป็นอาชีพที่มั่นคง https://thestandard.co/dechrut-transform-agriculture-rural-stability/ Sun, 11 Jan 2026 11:48:25 +0000 https://thestandard.co/?p=1163950 เดชรัตมุ่งพลิกโฉมภาคการเกษตร-ชนบท เพิ่มตัวช่วย ส่งเสริมให้เป็นอาชีพที่มั่นคง

วันนี้ (11 มกราคม) เดชรัต สุขกำเนิด ผู้อำนวยการศูนย์นโย […]

The post เลือกตั้ง 2569 : เดชรัตมุ่งพลิกโฉมภาคการเกษตร-ชนบท เพิ่มตัวช่วย ส่งเสริมให้เป็นอาชีพที่มั่นคง appeared first on THE STANDARD.

]]>
เดชรัตมุ่งพลิกโฉมภาคการเกษตร-ชนบท เพิ่มตัวช่วย ส่งเสริมให้เป็นอาชีพที่มั่นคง

วันนี้ (11 มกราคม) เดชรัต สุขกำเนิด ผู้อำนวยการศูนย์นโยบายเพื่ออนาคต ในฐานะผู้ถูกวางตัวเป็นรองนายกรัฐมนตรี ด้านคุณภาพชีวิต ในรัฐบาลพรรคประชาชน กล่าวถึงวิสัยทัศน์ในการพลิกโฉมชนบทและการเกษตรไทย

 

เดชรัตระบุว่า จากการลงพื้นที่พูดคุยพบว่า ปัญหารากฐานของการเกษตรมีอยู่ 3 ประกอบด้วยขาดความมั่นคงและความมั่นใจ ทั้งในเรื่องขาดเอกสารสิทธิ์ที่ดินความผันผวนด้านสภาพแวดล้อม หรือภาวะตลาดและราคาที่แปรปรวน เกษตรกรยังขาดทางเลือกในการปรับปรุงบำรุงดิน และขาดตัวช่วย เช่นผู้ให้บริการจักรกลด้านการเกษตร แต่มีข้อจำกัดไม่สามารถเช่าซื้อได้เหมือนซื้อรถยนต์

 

“รัฐบาลที่ผ่านมานิยมช่วยเหลือแบบให้เปล่า พรรคประชาชนจะเปลี่ยนให้เป็นการช่วยเหลือแบบมีเป้าหมาย ให้พี่น้องประชาชนในชนบท มีผลิตภาพ มีความเป็นธรรม และมีศักดิ์ศรีเพิ่มขึ้น”

 

เดชรัตกล่าวว่า เกษตรกรแบ่งออกได้เป็น 4 กลุ่มหลัก

 

  • กลุ่มแรกคือเกษตรกรสูงวัย มีปัญหามีหนี้สิน อยากจะเกษียณอายุ พักผ่อน แต่ออกจากภาคเกษตรไม่ได้ เพราะติดกับดักวงจรหนี้ พรรคประชาชนจะปิดจบหนี้สำหรับเกษตรกรสูงวัยอายุเกิน 70 ปี

 

  • กลุ่มที่ 2 เกษตรกรที่ต้องการโฟกัสตลาดท้องถิ่น รับมือได้กับภาวะโลกรวน ตอบโจทย์ผลิตภัณฑ์ที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพและโภชนาการ ต้องเข้าถึงตัวเลือกในการส่งออก

 

  • กลุ่มที่มีศักยภาพแข่งขันได้ในเวทีโลก ต้องการลดต้นทุนเพิ่มผลผลิตและมีมาตรฐานทัดเทียมกับนานาชาติ

 

  • กลุ่มที่หัวไวใจสู้ เป็นเกษตรกรรุ่นใหม่ ต้องเข้าถึงเทคโนโลยีทุน ตลาด เพื่อจะก้าวหน้าในเวทีโลก

 

นอกจากนี้ รัฐบาลพรรคประชาชน จะเร่งรัดการออกโฉนดที่ดินในพื้นที่ซึ่งไม่มีข้อพิพาท ปฏิรูปกฎหมายที่ดินและป่าไม้ให้มีความเป็นธรรม มีกองทุนเร่งรัดการพิสูจน์สิทธิ์ในที่ดิน ส่งเสริมการจัดการป่าอนุรักษ์ให้ชุมชนมีโอกาสจัดการและเป็นเจ้าของ ส่งเสริมการปลูกไม้ยืนต้นในพื้นที่เกษตรกรเพื่อเป็นทางเลือกระยะยาว รวมถึงเพิ่มเครื่องมือและตัวช่วย ทั้งการจัดการดิน จัดการแหล่งน้ำ กำกับดูแลตลาดให้มีราคาที่เป็นธรรมและแน่นอน

The post เลือกตั้ง 2569 : เดชรัตมุ่งพลิกโฉมภาคการเกษตร-ชนบท เพิ่มตัวช่วย ส่งเสริมให้เป็นอาชีพที่มั่นคง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ธรรมนัสประกาศทวงคืนที่ดิน ส.ป.ก. จากนายทุน บอกไม่คืนเจอ ม.44 ยึดจัดสรรใหม่ให้เกษตรกร จ่อใช้ไม้แข็งแก้ปัญหาล้ง-ผู้รับซื้อมะพร้าว https://thestandard.co/thammanat-alro-land-tycoons/ Fri, 21 Nov 2025 08:06:44 +0000 https://thestandard.co/?p=1145859 ธรรมนัสประกาศทวงคืนที่ดิน ส.ป.ก. จากนายทุน บอกไม่คืนเจอ ม.44 ยึดจัดสรรใหม่ให้เกษตรกร จ่อใช้ไม้แข็งแก้ปัญหาล้ง-ผู้รับซื้อมะพร้าว

วันนี้ (21 พฤศจิกายน) ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐม […]

The post ธรรมนัสประกาศทวงคืนที่ดิน ส.ป.ก. จากนายทุน บอกไม่คืนเจอ ม.44 ยึดจัดสรรใหม่ให้เกษตรกร จ่อใช้ไม้แข็งแก้ปัญหาล้ง-ผู้รับซื้อมะพร้าว appeared first on THE STANDARD.

]]>
ธรรมนัสประกาศทวงคืนที่ดิน ส.ป.ก. จากนายทุน บอกไม่คืนเจอ ม.44 ยึดจัดสรรใหม่ให้เกษตรกร จ่อใช้ไม้แข็งแก้ปัญหาล้ง-ผู้รับซื้อมะพร้าว

วันนี้ (21 พฤศจิกายน) ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย วิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมคณะ ลงพื้นที่ตรวจราชการจังหวัดราชบุรี

 

ร.อ. ธรรมนัสได้เปิดปฏิบัติการ Kick off ขับเคลื่อนนโยบายแก้ไขปัญหาการครอบครองที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) โดยมิชอบ ซึ่งถือเป็นการประกาศสงครามกับการถือครองที่ดินผิดกฎหมาย และเดินหน้าจัดสรรที่ดินคืนให้เกษตรกรผู้ยากไร้เป็นรูปธรรมครั้งใหญ่ในพื้นที่ตำบลรางบัว อำเภอจอมบึง โดยได้ปักป้ายประกาศแจ้งเตือนผู้ครอบครองที่ดินในเขต ส.ป.ก. พร้อมทั้งขับรถแมคโครล้มต้นปาล์ม

 

จากนั้น ร.อ. ธรรมนัสได้เดินทางไปยังสำนักงานเทศบาลตำบลด่านทับตะโก และที่ว่าการอำเภอบ้านคา เพื่อมอบโฉนดที่ดินและปัจจัยการผลิตให้เกษตรกร รวมจำนวนกว่า 800 ราย ถือเป็นการมอบสิทธิในที่ดินทำกินครั้งใหญ่ในจังหวัดราชบุรี

 

ร.อ. ธรรมนัสกล่าวช่วงหนึ่งว่า จากการตรวจสอบของ ส.ป.ก. ราชบุรี พบพื้นที่ในตำบลรางบัว อำเภอจอมบึง มีผู้ครอบครองที่ดินโดยมิชอบจำนวน 165 ราย 166 แปลง รวมกว่า 6,500 ไร่ ซึ่งเป็นพื้นที่ในโครงการป่าฝั่งซ้ายแม่น้ำภาชี เดิมเป็นป่าสวนแห่งชาติ ก่อนส่งมอบให้ ส.ป.ก. เพื่อจัดสรรให้เกษตรกร แต่กลับถูกนายทุนบุกรุกถือครองเป็นเวลานาน ซึ่งขณะนี้ ส.ป.ก. ได้เพิกถอนสิทธิผู้ถือครองผิดกฎหมายแล้ว และเปิดให้ประชาชนผู้ยากไร้ยื่นขอจัดสรรที่ดินใหม่ มีผู้ยื่นคำขอกว่า 3,300 ราย ซึ่งเกินกว่าพื้นที่รองรับได้ คาดว่าระยะแรกจะจัดสรรให้เกษตรกรได้จำนวน 152 ราย รวมพื้นที่ 1,520 ไร่ โดยเกษตรกรจะเช่าที่ดินในอัตราไร่ละ 100 บาทต่อปี

 

ร.อ. ธรรมนัสกล่าวย้ำว่า นี่คือเป็นนโยบายของตนตั้งแต่เป็นรัฐมนตรีช่วยฯ และกลับมาคราวนี้ก็จะสานต่อนโยบายเก่า คือ ยึดคืนที่ดินที่เป็นของหลวงทุกคืนสู่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและนำไปจัดสรรให้กับพี่น้องเกษตรกรที่มีปัญหาที่ทำกินทั่วประเทศ โครงการนี้ไม่ใช่เพียงเฉพาะที่ราชบุรี แต่ดำเนินการพร้อมกันใน 28 จังหวัดทั่วประเทศ และเป็นการเริ่มต้นปฏิบัติการที่จะขยายไปให้ครบ 72 จังหวัดทั่วประเทศตามเป้าหมาย

 

“ผมขอเตือนไปยังผู้ครอบครองผิดกฎหมายว่า หากไม่คืนที่ดินตามประกาศ จะถูกบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง ดังนั้นคุยกันดีๆ คืนดีๆ ก็ไม่มีปัญหา แต่ถ้าไม่คืนจะใช้มาตรา 44 ที่ยังใช้ได้อยู่ ผมไม่ต้องเสียเวลาไปฟ้องร้อง ผมจะผลักดันให้จอมบึงเป็นเมืองต้นแบบ หรือจอมบึงโมเดล สำหรับการปฏิรูปที่ดินทั้งระบบ เกษตรกรจะมีที่ดินทำกิน มีแหล่งน้ำ มีอาชีพมั่นคง และมีที่อยู่อาศัยถาวร เป็นโครงการต้นแบบที่ต้องการขยายไปทั่วประเทศ” ร.อ. ธรรมนัสกล่าว

 

ร.อ. ธรรมนัสยังสั่งการให้กรมพัฒนาที่ดิน และกรมชลประทาน ลงพื้นที่วางแผนพัฒนาระบบน้ำ โครงสร้างพื้นฐาน และปรับปรุงพื้นที่ทำกินใหม่ทั้ง 3 โซนในอำเภอจอมบึง โดยใช้งบประมาณปี 2569 ประมาณ 140 ล้านบาท นอกจากนี้ ตนได้ประสานไปยัง พอช. เพื่อสร้างบ้านให้เกษตรกรผู้ย้ายเข้าพื้นที่ใหม่กว่า 100 หลัง โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เมื่อเราจะเอาชาวบ้านมาอยู่ตรงนี้ ต้องส่งเสริมให้มีที่อยู่ที่มั่นคง มีอาชีพที่มั่นคง จัดระบบนิเวศให้ดี ทั้งนี้ขอขอบคุณนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดราชบุรี ที่รับทำถนนให้พี่น้องชาวบ้านในตำบลลางบัวด้วย

 

ในด้านปัญหาพืชเศรษฐกิจ โดยเฉพาะมะพร้าว ร.อ.ธรรมนัส ระบุว่า ได้ติดตามปัญหาราคามะพร้าวน้ำหอมตกต่ำในราชบุรีอย่างใกล้ชิด โดยตลาดจีนยังต้องการผลผลิตจำนวนมาก แต่กลับมีความผิดปกติในห่วงโซ่การซื้อขายมะพร้าวภายในประเทศ จึงเตือนผู้รับซื้อและล้งต่างๆ ว่า อย่าเอาเปรียบเกษตรกรมากเกินไป ไม่อย่างนั้นตนจะใช้ไม้แข็ง ซึ่งตอนนี้ตนสามารถแก้ราคาทุเรียนและลำไยได้สำเร็จแล้ว และเตรียมดำเนินการกับมะพร้าวอย่างจริงจังเช่นกัน

 

“พี่น้องล้งหรือพี่น้องที่เกี่ยวข้องกับต้นทางของพี่น้องเกษตรกรจนถึงผู้บริโภค อะไรที่ท่านทำไม่ถูก อย่าทำ อย่าเอาเปรียบเกษตรกรมากเกินไป อย่าให้ผมต้องใช้ไม้แข็ง คุยกันดีๆ ช่วยกันและกันนะครับ เหมือนทุเรียนที่เราผ่านพ้นวิกฤตมาแล้ว ลำไยกำลังจะผ่านพ้นวิกฤตมะพร้าวมาอีกแล้ว อีกเรื่องหนึ่งคือ ปลายี่สก ถือเป็นสัตว์น้ำเศรษฐกิจของพี่น้องชาวจังหวัดราชบุรี ซึ่งมันได้หายวิถีชีวิตของคนที่นี่ผมจะมาฟื้นให้มันกลับมาเหมือนในอดีต โดยได้สั่งการอธิบดีกรมประมงแล้วว่า ให้มาทำดำเนินการให้เกิดรูปธรรม และผมจะลงมาติดตามความคืบหน้าอีกครั้งหนึ่ง”

 

ร.อ. ธรรมนัสยังกล่าวถึงคณะกรรมการนโยบายข้าวที่ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ท่านเป็นประธานประชุมไปเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว ซึ่งผมติดภารกิจจึงมอบหมายให้ นเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าประชุมแทน ทุกอย่างที่เป็นนโยบายทั้งหมด หรือที่ยังไม่เอาเข้าที่ประชุม ตนจะหารือส่วนตัวกับท่านนายกฯ และเชื่อว่าท่านจะฟังตน ซึ่งท่านก็ดีใจที่สามารถขยับราคาข้าวหอมมะลิให้สูงขึ้นแตะ 13,800 บาท/ตัน ได้ ส่วนราคาข้าวเหนียวของพี่น้องภาคอีสานและภาคเหนือ ตนก็กำลังเร่งแก้ไขให้เช่นกัน

The post ธรรมนัสประกาศทวงคืนที่ดิน ส.ป.ก. จากนายทุน บอกไม่คืนเจอ ม.44 ยึดจัดสรรใหม่ให้เกษตรกร จ่อใช้ไม้แข็งแก้ปัญหาล้ง-ผู้รับซื้อมะพร้าว appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตำรวจตามยึดที่ดิน-ทรัพย์สินมูลค่ากว่าหมื่นล้านบาท หลังเปิดปฏิบัติการกวาดล้างทุจริตเงินบริจาควัดพระบาทน้ำพุ https://thestandard.co/police-seize-billion-baht-assets/ Thu, 13 Nov 2025 05:25:48 +0000 https://thestandard.co/?p=1142838 ตำรวจตามยึดที่ดิน-ทรัพย์สินมูลค่ากว่าหมื่นล้านบาท หลังเปิดปฏิบัติการกวาดล้างทุจริตเงินบริจาค วัดพระบาทน้ำพุ

วันนี้ (13 พฤศจิกายน) สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 26 สิงหาค […]

The post ตำรวจตามยึดที่ดิน-ทรัพย์สินมูลค่ากว่าหมื่นล้านบาท หลังเปิดปฏิบัติการกวาดล้างทุจริตเงินบริจาควัดพระบาทน้ำพุ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตำรวจตามยึดที่ดิน-ทรัพย์สินมูลค่ากว่าหมื่นล้านบาท หลังเปิดปฏิบัติการกวาดล้างทุจริตเงินบริจาค วัดพระบาทน้ำพุ

วันนี้ (13 พฤศจิกายน) สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2568 กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ได้ร่วมกับ สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.), สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (สำนักงาน ป.ป.ช.), สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ(สำนักงาน ป.ป.ท.) และ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (สำนักงาน ป.ป.ง.) เปิดปฏิบัติการสำคัญชื่อ Operation Endgame: ปฏิบัติการคืนศรัทธา บอกลางมงาย สไตล์ CIB เพื่อกวาดล้างการทุจริตเงินบริจาคของวัดพระบาทน้ำพุ

 

ปฏิบัติการดังกล่าวเกิดจากการรับเรื่องร้องเรียนจาก ดร.ตฤณห์ โพธิ์รักษา นักอาชญาวิทยา เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2568 ว่า เสกสันน์ ทรัพย์สืบสกุล หรือที่รู้จักกันในชื่อ ทูตสื่อวิญญาณ หรือ หมอบี มีพฤติการณ์ทุจริตเงินบริจาคที่รับผ่านเพจเฟซบุ๊ก งมงาย สไตล์หมอบี ซึ่งอ้างว่าเป็นสะพานบุญนำเงินไปมอบให้วัดพระบาทน้ำพุ จังหวัดลพบุรี เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยโรคเอดส์

 

จากการตรวจสอบพบว่า ตั้งแต่วันที่ 29 สิงหาคม 2562 ถึงปี 2568 บัญชีธนาคารในชื่อ ใจฟ้าอาทรประชานาถ โดย เสกสันน์ ทรัพย์สืบสกุล มียอดเงินบริจาคจากประชาชนหมุนเวียนเข้าบัญชี กว่า 300 ล้านบาท

 

การสืบสวนของ กองกำกับการ 1 กองบังคับการปราบปราม พบหลักฐานที่เชื่อได้ว่า เสกสันน์ (หมอบี) ไม่ได้นำเงินบริจาคเข้าวัดทั้งหมด โดยมีการนำเงินไปใช้ประโยชน์ส่วนตัวบางส่วน และส่วนที่นำไปมอบให้ พระราชวิสุทธิประชานาถ (หลวงพ่ออลงกต) เจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุในขณะนั้น กลับพบว่าอดีตเจ้าอาวาสผู้นี้ ไม่ได้นำเงินเข้าสู่ระบบของวัด แต่ได้นำไปทุจริตใช้เป็นประโยชน์ส่วนตัวทั้งหมด เช่น ให้บุคคลภายนอกกู้ยืม และนำไปซื้อทรัพย์สินส่วนตัวโดยใส่ชื่อผู้อื่นถือครองแทน

 

เจ้าหน้าที่จึงขออนุมัติศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางออกหมายจับ และเข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย 17 จุด ทั้งในกรุงเทพฯ และลพบุรี เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2568 พร้อมจับกุมผู้ต้องหา 2 ราย ได้แก่:

 

  1. อลงกต พูลมุข (อดีตพระราชวิสุทธิประชานาถ/หลวงพ่ออลงกต) อายุ 65 ปี ในข้อหาเป็นเจ้าพนักงานเบียดบังทรัพย์, ปฏิบัติหน้าที่มิชอบหรือโดยทุจริต และความผิดฐานฟอกเงิน
  2. เสกสันน์ ทรัพย์สืบสกุล (หมอบี) อายุ 43 ปี ในข้อหาผู้สนับสนุนการกระทำความผิดในทุกฐานความผิดข้างต้น รวมถึงฟอกเงิน

 

นอกเหนือจากการจับกุม CIB ได้มุ่งเน้นการติดตามทรัพย์สินที่ถูกแอบแฝงถือครองไว้เพื่อนำกลับคืนสู่วัดพระบาทน้ำพุ จนนำมาสู่การตรวจยึดของกลางสำคัญ ได้แก่ รถยนต์ 3 คัน มูลค่าประมาณ 8 ล้านบาท (ยึดจากบุคคลใกล้ชิดหมอบี), เงินสดรวมประมาณ 2,562,350 บาท, กระเป๋าแบรนด์เนม 3 ใบ, เช็คนำฝาก 21 ใบ มูลค่า 52 ล้านบาท (ยึดจากอดีตหลวงพ่ออลงกต) และโฉนดที่ดินรวม 23 ฉบับ พื้นที่ 323 ไร่ 1 งาน 60 ตารางวา (รวมมูลค่าที่ดินหมอบีพร้อมสิ่งปลูกสร้างกว่า 70 ล้านบาท)

 

ที่สำคัญ CIB ได้ติดตามทรัพย์สินที่ถูกถือครองแทนวัดพระบาทน้ำพุกลับคืนมาได้อีกจำนวนมาก คิดเป็นเนื้อที่ดินรวมประมาณ 7,200 ไร่เศษ ประกอบด้วย โฉนดที่ดิน 411 ฉบับ พื้นที่รวม 2,258 ไร่ 3 งาน 28.5 ตารางวา และหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (389 แปลง) พื้นที่รวม 4,957 ไร่ 2 งาน 74 ตารางวา รวมถึงยานพาหนะประเภทรถยนต์และรถที่ใช้ในการเกษตรรวม กว่า 60 คัน เมื่อรวมราคาประเมินที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างและยานพาหนะทั้งหมด มีมูลค่ารวมกว่าหนึ่งหมื่นล้านบาท

 

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังได้รวบรวมหลักฐานเพื่อมอบให้วัดพระบาทน้ำพุดำเนินคดีฟ้องร้องทางแพ่งเพื่อเรียกร้องเงินที่ถูกนำไปใช้อีกร่วม 200 ล้านบาท

 

ทั้งนี้ ผู้ต้องหาทั้งสองรายได้ใช้สิทธิขอให้การปฏิเสธในเบื้องต้น และ CIB ยังคงเดินหน้าสืบสวนขยายผลหาผู้กระทำความผิดอื่นที่เกี่ยวเนื่องกับการหาผลประโยชน์จากวัดพระบาทน้ำพุต่อไป

The post ตำรวจตามยึดที่ดิน-ทรัพย์สินมูลค่ากว่าหมื่นล้านบาท หลังเปิดปฏิบัติการกวาดล้างทุจริตเงินบริจาควัดพระบาทน้ำพุ appeared first on THE STANDARD.

]]>
พีมูฟ ปักหลักหน้าทำเนียบรัฐบาล ย้ำ 3 ข้อเรียกร้อง คืนสิทธิที่ดิน-คุ้มครองคนอยู่กับป่า https://thestandard.co/p-move-land-forest-protection/ Sun, 02 Nov 2025 08:29:44 +0000 https://thestandard.co/?p=1138852 พีมูฟ ปักหลัก หน้า ทำเนียบรัฐบาล ย้ำ 3 ข้อเรียกร้อง คืนสิทธิที่ดิน-คุ้มครองคนอยู่กับป่า

วันนี้ (2 พฤศจิกายน) ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรร […]

The post พีมูฟ ปักหลักหน้าทำเนียบรัฐบาล ย้ำ 3 ข้อเรียกร้อง คืนสิทธิที่ดิน-คุ้มครองคนอยู่กับป่า appeared first on THE STANDARD.

]]>
พีมูฟ ปักหลัก หน้า ทำเนียบรัฐบาล ย้ำ 3 ข้อเรียกร้อง คืนสิทธิที่ดิน-คุ้มครองคนอยู่กับป่า

วันนี้ (2 พฤศจิกายน) ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (ขปส.) หรือ ‘พีมูฟ’ พร้อมด้วย สมัชชาชุมชนคนอยู่กับป่า (สชป.) เดินทางมาปักหลักที่บริเวณหน้าสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (กพร.) ฝั่งทำเนียบรัฐบาลอีกครั้ง เพื่อยืนยันสิทธิที่ควรได้ หลังรัฐบาลภายใต้การนำของอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ออกคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 358/2568 แต่งตั้ง คณะกรรมการแก้ไขปัญหาของพีมูฟ อย่างเป็นทางการ

 

คณะกรรมการดังกล่าวมี โสภณ ซารัมย์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน และ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นรองประธาน โดยเตรียมจัดการประชุมคณะกรรมการชุดใหญ่ครั้งแรกในวันที่ 3 พฤศจิกายนนี้ ณ ห้องประชุม 501–502 อาคาร กพร.

 

ทั้งนี้ ได้ยื่น 3 ข้อเสนอของประชาชน เพื่อความเป็นธรรมและอนาคตของชุมชน

 

1. เดินหน้าโฉนดชุมชนให้เกิดจริง คืนสิทธิในการถือครองที่ดินให้ประชาชน กระจายอำนาจการจัดการที่ดินอย่างเป็นธรรม
2. แก้กฎหมายอุทยานฯ สงวนสัตว์ป่า 2562 ให้สอดคล้องกับชีวิตของคนอยู่กับป่า เคารพสิทธิชุมชน ตามมติ ครม. 1 เมษายน 2568
3. ยุติแนวคิดยุบสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน ให้ธนาคารที่ดินอยู่ต่อ เพื่อคนจน คนไร้ที่ดิน ได้มีโอกาสสร้างชีวิตบนผืนดินไทย

 

พีมูฟย้ำว่า การประชุมคณะกรรมการในครั้งนี้ ถือเป็นจุดชี้ชะตาว่ารัฐบาล ภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล และรองนายกรัฐมนตรีทั้งสอง จะฟังเสียงประชาชนจริงหรือไม่

The post พีมูฟ ปักหลักหน้าทำเนียบรัฐบาล ย้ำ 3 ข้อเรียกร้อง คืนสิทธิที่ดิน-คุ้มครองคนอยู่กับป่า appeared first on THE STANDARD.

]]>
การรถไฟฯยื่นขับไล่ผู้ครอบครองที่ดินเขากระโดงเพิ่มอีก 90 แปลง ชี้เป็นกลุ่มที่ครอบครองที่ดินไว้เป็นจำนวนมาก ย้ำเพื่อรักษาทรัพย์สินราชการ https://thestandard.co/srt-evicts-land-khao-kradong/ Wed, 29 Oct 2025 04:18:37 +0000 https://thestandard.co/?p=1136816 การรถไฟฯ ยื่นขับไล่ผู้ครอบครองที่ดิน เขากระโดง เพิ่มอีก 90 แปลง ชี้เป็นกลุ่มที่ครอบครองที่ดินไว้เป็นจำนวนมาก ย้ำเพื่อรักษาทรัพย์สินราชการ

วันนี้ (29 ตุลาคม) การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยว […]

The post การรถไฟฯยื่นขับไล่ผู้ครอบครองที่ดินเขากระโดงเพิ่มอีก 90 แปลง ชี้เป็นกลุ่มที่ครอบครองที่ดินไว้เป็นจำนวนมาก ย้ำเพื่อรักษาทรัพย์สินราชการ appeared first on THE STANDARD.

]]>
การรถไฟฯ ยื่นขับไล่ผู้ครอบครองที่ดิน เขากระโดง เพิ่มอีก 90 แปลง ชี้เป็นกลุ่มที่ครอบครองที่ดินไว้เป็นจำนวนมาก ย้ำเพื่อรักษาทรัพย์สินราชการ

วันนี้ (29 ตุลาคม) การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยว่า ภายหลังจากที่การรถไฟฯ ได้ยื่นฟ้องเพิกถอน หรือฟ้องขับไล่ ผู้ยึดถือครอบครองที่ดินเลขที่ 3466 และ 8564 บริเวณแยกเขากระโดงเอง ที่ศาลจังหวัดบุรีรัมย์เมื่อวันที่ 14 ตุลาคมที่ผ่านมา รวมทั้งยื่นฟ้องเพิ่มเติมอีก ในกลุ่มคดีที่เกี่ยวข้องกับบริษัทนิติบุคคลและผู้ครอบครองที่ดินแปลงใหญ่ที่นำไปใช้ในเชิงพาณิชย์

 

ประกอบด้วย ผู้ยึดถือครอบครองที่ดินเลขที่ 3477, 24091, 3476, 3742, 3743, 115572, 9160, 3285 และ 30222 เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา และยื่นฟ้องเพิ่มเติมอีก ในกลุ่มคดีส่วนใหญ่ซึ่งเป็นผู้ที่ครอบครองที่ดินไว้จำนวนมาก ประกอบด้วย ผู้ยึดถือครอบครองที่ดินเลขที่ 600, 601, 602, 1095, 1096, 2767, 2869, 3188, 3195, 3863, 8626, 8662, 8811, 9235 และ 25091 เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2568 แล้วนั้น

 

ในวันที่ 29 ตุลาคม 2568 การรถไฟฯ ได้ยื่นฟ้องเพิ่มเติมอีก ในกลุ่มซึ่งเป็นผู้ที่ครอบครองที่ดินไว้จำนวนมาก ประกอบด้วย ผู้ยึดถือครอบครองที่ดินเลขที่ 2360, 2546, 2665, 2670, 2671, 2684, 2685, 2765, 2767, 2869, 3128, 3129, 3189, 3286, 3375, 3376, 3377, 3378, 3379, 3380, 3381, 3416, 3417, 3863, 8692, 8916, 9167, 11315, 11447, 15351, 15970, 15971, 16441, 17397, 19160, 19161, 22364, 22365, 22367, 22368, 22462, 22529, 22990, 22991, 22992, 22993, 22995, 24448, 24452, 25952, 25953, 25955, 28654, 37640, 53530, 53895, 59724, 112017, 112018, 112019, 112020, 112021, 112022, 115904, 121449, 121450, 122887, 122888, 122889, 122890, 122891, 122892, 122893, 125978, 127403, 127404, 127405, 127406, 127407, 127408, 127409, 127410, 133688, 133689, 136046, 136047, 136048, 152353, 152354 และ 152355

 

การรถไฟฯ ขอยืนยันว่า พื้นที่พิพาทกรณีเขากระโดงเป็นพื้นที่ของการรถไฟแห่งประเทศไทย การรถไฟฯ จะร่วมกับสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจรถไฟแห่งประเทศไทย ดำเนินการให้ข้อพิพาทที่เป็นความสับสนในสังคมได้ข้อยุติโดยเร็ว จึงขอนำพิสูจน์สิทธิกันในศาล และเชื่อมั่นว่าศาลจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ทั้งนี้ การฟ้องร้องครั้งนี้ เพื่อเป็นการรักษาทรัพย์สินของทางราชการ และเพื่อประโยชน์สูงสุดของการรถไฟฯ ดูน้อยลง

 

อ้างอิง : https://www.facebook.com/share/p/16zHf2SRQX/

The post การรถไฟฯยื่นขับไล่ผู้ครอบครองที่ดินเขากระโดงเพิ่มอีก 90 แปลง ชี้เป็นกลุ่มที่ครอบครองที่ดินไว้เป็นจำนวนมาก ย้ำเพื่อรักษาทรัพย์สินราชการ appeared first on THE STANDARD.

]]>
“ที่ดินของรัฐต้องเป็นของรัฐ” อนุทิน ยืนยันเดินหน้าใช้กฎหมายจัดการคดีเขากระโดง-ฮั้ว สว. https://thestandard.co/anutin-land-khao-kradong/ Sat, 06 Sep 2025 02:26:15 +0000 https://thestandard.co/?p=1116122 อนุทิน เขากระโดง

วานนี้ (5 กันยายน) อนุทิน ชาญวีรกูล ว่าที่นายกรัฐมนตรี […]

The post “ที่ดินของรัฐต้องเป็นของรัฐ” อนุทิน ยืนยันเดินหน้าใช้กฎหมายจัดการคดีเขากระโดง-ฮั้ว สว. appeared first on THE STANDARD.

]]>
อนุทิน เขากระโดง

วานนี้ (5 กันยายน) อนุทิน ชาญวีรกูล ว่าที่นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ดินเขากระโดงและประเด็นฮั้ว สว. โดยยืนยันว่าทุกอย่างต้องเป็นไปตามกฎหมาย และที่ดินของรัฐต้องเป็นของรัฐ

 

เมื่อถามถึงกรณีที่ภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ว่าหากเลือกอนุทิน ที่ดินเขากระโดงจะหายไปตลอดกาล อนุทินกล่าวว่า จะให้ตนพูดว่าอย่างไรดี แต่ขอให้ความมั่นใจ อะไรเป็นของรัฐก็ต้องเป็นของรัฐ แต่ขอให้ทำตามกฎหมาย อย่ามายัดเยียดหรือปรุงแต่งเหมือนที่เขาทำกันมา พร้อมย้ำว่า จะใช้กฎหมายอย่างเต็มที่ทั้งเรื่องที่ดินเขากระโดงและเรื่องฮั้ว สว. รวมถึงอะไรก็ตามที่จงใจใส่ร้ายป้ายสีเพื่อประโยชน์ของคนบางกลุ่ม

 

อนุทินกล่าวต่อว่า “พวกเราไม่ได้ทำ เมื่อเราไม่ได้ทำก็ไม่มีใครสามารถเอาผิดพวกเราได้ ยกเว้นพวกที่จะเอาเรื่องนี้มาใส่ร้ายป้ายสี” พร้อมบอกว่าไม่ต้องบอกก็รู้ว่าใคร

 

ส่วนเรื่องความกังวลในการทำงานร่วมกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) อนุทินกล่าวว่า ตนเองไม่กังวล แต่กังวลว่าดีเอสไอจะทำไม่ดี จึงจะเข้าไปกำกับดูแลเพื่อให้ทุกอย่างเป็นไปอย่างถูกต้องและโปร่งใส ไม่ให้เป็นเครื่องมือของนักการเมืองที่ใช้อำนาจรัฐข่มเหงประชาชน

 

ถ้าคนอย่างพวกตนยังโดนกล่าวหา กลั่นแกล้งขนาดนี้ แล้วประชาชนทั่วไปเวลาโดนแบบนี้บ้างจะเป็นอย่างไร ฉะนั้นตรงนี้หากเข้ามาแล้วก็ต้องทำให้ดีขึ้น ให้อำนาจการกลั่นแกล้งและความพยายามทั้งหลายที่จะยัดเยียดข้อหา หรือใช้อำนาจรัฐก่อให้เกิดโทษแก่ผู้ที่เป็นฝ่ายตรงข้าม สิ่งพวกนี้ต้องหมดไป และยืนยันว่าจะใช้หลัก Justice for all (ความยุติธรรมสำหรับทุกคน)

 

อนุทินยังกล่าวทิ้งท้ายว่าบ้านเมืองนี้ขื่อมีแป มีกฎหมาย อย่าให้คนพาลมาทำแบบนี้เพื่อประโยชน์ของตัวเองนั่นไม่ได้ พร้อมกับย้ำว่าจะไม่มีการเช็กบิลใครย้อนหลัง และยุคของตนจะไม่มีเจ๊เก็บตังค์อย่างแน่นอน

The post “ที่ดินของรัฐต้องเป็นของรัฐ” อนุทิน ยืนยันเดินหน้าใช้กฎหมายจัดการคดีเขากระโดง-ฮั้ว สว. appeared first on THE STANDARD.

]]>
อนุทินเตือนอธิบดีกรมที่ดินคนใหม่ อย่าเซ็นเพิกถอนสุ่มสี่สุ่มห้า ปมเขากระโดง ระวังซ้ำรอยติดคุก เชื่อภูมิธรรมใช้มาตรฐานเดียวคดีอัลไพน์ https://thestandard.co/anutin-warning-khao-kradong-land-dispute/ Tue, 05 Aug 2025 08:29:54 +0000 https://thestandard.co/?p=1103835 อนุทิน ชาญวีรกูล เตือนอธิบดีกรมที่ดินระวังผลทางกฎหมาย ปมเพิกถอนโฉนด เขากระโดง

วันนี้ (5 สิงหาคม) ที่พรรคภูมิใจไทย อนุทิน ชาญวีรกูล หั […]

The post อนุทินเตือนอธิบดีกรมที่ดินคนใหม่ อย่าเซ็นเพิกถอนสุ่มสี่สุ่มห้า ปมเขากระโดง ระวังซ้ำรอยติดคุก เชื่อภูมิธรรมใช้มาตรฐานเดียวคดีอัลไพน์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
อนุทิน ชาญวีรกูล เตือนอธิบดีกรมที่ดินระวังผลทางกฎหมาย ปมเพิกถอนโฉนด เขากระโดง

วันนี้ (5 สิงหาคม) ที่พรรคภูมิใจไทย อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึง กรณีที่หากอธิบดีกรมที่ดินคนใหม่เซ็นเพิกถอนโฉนดที่ดิน เขากระโดง จะมีผลอย่างไรต่อไปว่า ต้องดูตามกฎหมาย ถ้าสุ่มสี่สุ่มห้า เซ็นแล้วผิดกฎหมาย ทำไปด้วยเจตนารมณ์ที่ไม่บริสุทธิ์ จงใจทำให้เกิดความเสียหาย หรือเป็นการกลั่นแกล้งกัน ก็ให้ดูว่าในสมัยก่อนมีอธิบดีกรมที่ดิน อดีตปลัดกระทรวง ต้องถูกโทษจำคุกเรื่องแบบนี้เราก็เห็นกันมาหมดแล้ว การไปเพิกถอนมติหรืออะไรต่างๆ ก็เห็นตัวอย่างกันมาหมดแล้ว ถ้าใครที่ทำเพื่อที่ต้องการจะมาดำรงตำแหน่งนี้ ก็ไม่มีใครห้าม และไม่มีอะไรมาห้ามให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบหรือความเสียหายไม่ให้เขาดำเนินคดีกลับ

 

เมื่อถามว่า ที่ดินเขากระโดง จะอยู่แค่ระดับอธิบดีหรือฝ่ายการเมืองจะได้รับผลกระทบด้วยหรือไม่ อนุทินกล่าวว่า ตนไม่ทราบ ส่วนนี้ต้องไปถามผู้ที่เสียหาย 

 

เมื่อถามว่า ภูมิธรรมประกาศใช้มาตรฐานเดียวกันกับกรณีที่ดินอัลไพน์ เชื่อหรือไม่ อนุทินกล่าวว่า ถ้าคนระดับท่านพูดก็ต้องเชื่อ แต่ขอให้ท่านทำให้เร็วเหมือนกับเรื่องเขากระโดง 

 

เมื่อถามว่า มองอย่างไร ที่มีการเดินหน้าเพิกถอนที่ดินเขากระโดง ทำให้ 4 อธิบดีถูกโยกย้ายออกจากตำแหน่ง เหมือนเป็นการล้างบาง อนุทินกล่าวว่า อธิบดีกรมที่ดินขอย้ายตัวเองเพราะปฏิเสธที่จะปฏิบัติตามข้อสั่งการ 

 

เมื่อถามว่าอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย โดนโยกย้ายอีกหนึ่งตำแหน่ง อนุทิน กล่าวว่า ตรงนี้ไม่รู้ว่าโดนเรื่องอะไร 

 

เมื่อถามต่อว่า เป็นการตั้งใจล้างบางสายสีน้ำเงินหรือไม่ อนุทินตอบทันทีว่า อธิบดีปภ. ไม่ใช่สายสีน้ำเงิน ซึ่งอธิบดี ปภ.อยู่กับ เสริมศักดิ์ พงษ์พานิช อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ตั้งแต่เป็นเด็กติดตามกันมา ซึ่งเสริมศักดิ์เองก่อนหน้านี้ก็มีข่าวว่าจะมานั่งเป็น มท.1 – มท.2 ด้วยซ้ำ อันนี้จึงไม่เกี่ยวกับสายสีน้ำเงินแน่นอน และไม่เกี่ยวกับตนแน่นอน เพราะใครๆก็รู้ว่าอธิบดี ปภ.  ทำงานมาตั้งแต่เป็นรุ่นเด็กอยู่แล้วว่าอยู่กับใครมา

 

เมื่อถามว่าสุดท้ายที่ดินเขากระโดง มองว่าต้องรื้อหรือจะยื้อกันไปอีกนานหรือไม่ อนุทินกล่าวว่า ตนไม่รู้ว่าจะใช้คำว่ายื้อถูกหรือไม่ เพราะเรื่องพวกนี้ เป็นเรื่องของกฎหมาย สมัยตนอยู่กระทรวงมหาดไทยก็ยัง เรียกอธิบดีกรมที่ดิน มาถามว่าถ้าตนไม่ใช่ มท.1 ผลจะเป็นแบบนี้หรือไม่ ท่านก็ยังยืนยัน นอนยัน นั่งยัน ว่าก็เป็นแบบนี้ ไม่ว่าใครจะมาเป็น มท.1 ผลของคณะกรรมการมาตรา 61 ก็เป็นเช่นนี้ 

 

อนุทินกล่าวว่า ตนยังบอกให้ทุกคนเป็นพยานบันทึกกันไว้ ซึ่งตนก็มีบันทึกไปที่ปลัดกระทรวงมหาดไทย ขอให้ดำเนินการทุกอย่างในเรื่องนี้ เพราะเป็นที่สนใจของประชาชน และเป็นเรื่องที่มีความกังขา ขอให้ทำให้ถูกต้องทุกอย่าง ใครที่คิดว่าทำถูกต้องตามกฎหมายก็ทำไป และรับผิดชอบในสิ่งที่ตนเองได้กระทำ ถ้าทำไม่ผิดมันก็ไม่ผิด

 

เมื่อถามว่า ถ้าประชาชนที่ได้รับโฉนดอย่างถูกต้องถูกเพิกถอนสิทธิ์ จะมีคำแนะนำอย่างไร อนุทิน กล่าวว่า ควรต้องหาวิธีแก้ไขกันต่อไป เพราะไม่ใช่แค่ชาวบ้าน แต่เศรษฐกิจก็จะพังไปหมด ซึ่งที่ดินส่วนใหญ่มีโฉนดหมดแล้ว คงไม่มีใครโง่ที่จะซื้อที่ดินที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย เรื่องของที่ดินไม่ใช่การโอนเฉพาะ 2 ฝ่าย เจ้าหน้าที่กรมที่ดินต้องรับรู้ ไม่ใช่ว่าโอนวันนี้อีก 3 ปี 5 ปี จะไปเพิกถอน ไม่เช่นนั้นจะไม่มีใครกล้าลงทุน

 

“หากไม่ลงทุน ทุกอย่างก็กระจุกอยู่ในเมืองใหญ่ๆ เอาชัวร์ๆ ซื้อบนถนนสีลม สุขุมวิท เท่านั้นหรือ อีกหน่อยตำบลปากช่อง เขาค้อ สันกำแพง ก็ไม่มีใครกล้าไปลงทุน ถ้าทำแบบนี้ ทุกอย่างต้องมีความชัดเจน”

 

อนุทิน กล่าวต่อว่า รัฐธรรมนูญมีการคุ้มครองอยู่แล้ว แต่บางคนก็ตีลูกมึนไปทำความเดือดร้อนให้ประชาชน ขออย่าลืมว่าเขากระโดงมีกว่า 900 ครอบครัว ไม่ใช่จ้องแต่ครอบครัวการเมือง แล้วได้รับผลกระทบไปด้วยก็ไม่รู้จะพูดอย่างไร 

 

ส่วนจะให้มีการฟ้องร้องกลับหรือไม่นั้น อนุทิน บอกว่า ตนไม่มีที่ดินตรงนั้น คงตอบแทนไม่ได้ แต่เห็นว่ารัฐบาลควรมีมาตรการคุ้มครอง ไม่ใช่พอถึงเวลาก็เอาเงินภาษีประชาชนมาเวนคืน

 

ส่วนกรณีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ลงพื้นที่ตรวจสอบสนามบินขนงพระว่า อาจรุกล้ำทางสาธารณะนั้น อนุทิน กล่าวว่า ประเด็นนี้ก็ให้หน่วยงานตรวจสอบ และมีเอกสารหลักฐานที่จะต้องไปชี้แจง

 

เมื่อถามต่อว่า ดีเอสไอควรจะไปตรวจสอบรีสอร์ตบนที่ดินของ แพทองธาร ด้วยหรือไม่ อนุทิน หัวเราะ พร้อมย้อนว่า “ชอบถามแบบนี้” ก่อนกล่าวต่อว่า หากจะทำก็ต้องทำให้เท่าเทียมกันทุกคน แต่การเที่ยวไปตรวจที่ตรงนั้นตรงนี้ แล้วอีกหน่อยใครจะกล้าลงทุน เศรษฐกิจก็นิ่งหมด พร้อมย้ำว่า เศรษฐกิจดีขึ้น เพราะมีการเปลี่ยนมือ การลงทุน การขาย การได้กำไร คนถึงจะไปจับจ่ายใช้สอย ใช้เงิน เศรษฐกิจต้องหมุนด้วยเงิน 

 

ฉะนั้น หากทำแบบนี้ อีกหน่อยมีคนนำที่ดินต่างจังหวัดมาขายใครจะกล้าซื้อ แล้วโฉนดถูกต้องหรือไม่ใครจะทราบ เพราะบางโฉนดออกมาตั้งแต่ พ.ศ. 2480 จะไม่ถูกได้อย่างไรก็ต้องอนุมานว่าถูกไว้ก่อน จึงขออย่าใช้กลไกทางราชการมากลั่นแกล้งทางการเมือง แบบนี้ถือว่าไม่มีประโยชน์ เพราะหากมีการเปลี่ยนขั้วเปลี่ยนข้างก็โดนกลับ ประเทศไทยก็ไม่สงบสุข “ทีนี้รู้หรือยังทำไมประเทศไทยไม่สงบสุข เพราะคนแบบนี้ไง”

The post อนุทินเตือนอธิบดีกรมที่ดินคนใหม่ อย่าเซ็นเพิกถอนสุ่มสี่สุ่มห้า ปมเขากระโดง ระวังซ้ำรอยติดคุก เชื่อภูมิธรรมใช้มาตรฐานเดียวคดีอัลไพน์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศุภชัย ภูมิใจไทย ถามภูมิธรรม ที่ดินอัลไพน์-เขากระโดง ใช้มาตรฐานเดียวกัน ใครจะติดคุกรายต่อไป https://thestandard.co/suphachai-khaokradong-alpine/ Tue, 05 Aug 2025 04:46:35 +0000 https://thestandard.co/?p=1103725 suphachai-khaokradong-alpine

วันนี้ (5 สิงหาคม) ศุภชัย ใจสมุทร ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎห […]

The post ศุภชัย ภูมิใจไทย ถามภูมิธรรม ที่ดินอัลไพน์-เขากระโดง ใช้มาตรฐานเดียวกัน ใครจะติดคุกรายต่อไป appeared first on THE STANDARD.

]]>
suphachai-khaokradong-alpine

วันนี้ (5 สิงหาคม) ศุภชัย ใจสมุทร ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีที่ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า จะใช้มาตรฐานเดียวกันในการจัดการเรื่องของสนามกอล์ฟอัลไพน์ กับเขากระโดง จึงอยากจะทบทวนให้ฟังว่า ตั้งแต่ เนื่อม ชำนาญชาติศักดา ได้ทำพินัยกรรมยกที่ดินจำนวน 732 ไร่ ให้กับวัดธรรมิการามวรวิหาร จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ วันที่ 22 พฤศจิกายน 2512 

 

ต่อมาเนื่อมถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2514 จึงมีการตั้งผู้จัดการมรดก แทนที่ที่ดินดังกล่าวจะถูกจดทะเบียนโอนให้เป็นกรรมสิทธิ์ของวัดก็หาไม่ เพราะพระราชเมธาภรณ์ อดีตเจ้าอาวาส แสดงเจตจำนงจะขายที่ดินของวัด แต่ผู้จัดการมรดกเดิมที่มีจำนวน 3 คนไม่ยอม อดีตเจ้าอาวาสจึงตั้งมูลนิธิมหามกุฏฯ ให้เป็นผู้จัดการมรดก 

 

ต่อมาได้โอนที่ดินทั้งสองแปลงให้แก่มูลนิธิมหามกุฏฯ แล้วจดทะเบียนขายให้แก่บริษัท อัลไพน์ เรียลเอสเตต กับ บริษัท อัลไพน์ กอล์ฟแอนด์สปอร์ตคลับ ในวันที่ 31 ส.ค. 2533 รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 130 ล้านบาท โดยบริษัทดังกล่าวมีนางอุไรวรรณ เทียนทอง (ภรรยาของนายเสนาะ เทียนทอง) และนายชูชีพ หาญสวัสดิ์ เป็นผู้ถือหุ้น 

 

ต่อมาทางบริษัทอัลไพน์ฯ ได้ขายหุ้นให้กับคุณหญิงพจมาน ชินวัตร ซึ่งในปี 2544 อธิบดีกรมที่ดินได้เพิกถอนการจดทะเบียนการโอนที่ดินเพื่อคืนที่ดินนั้นให้กับวัดเป็นที่ธรณีสงฆ์แล้ว ต่อจากนั้นปี 2545 ยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองปลัดกระทรวง (รักษาการปลัดกระทรวงมหาดไทย ขณะนั้น) มีคำสั่งให้เพิกถอนคำสั่งของอธิบดีกรมที่ดินนั้น แล้วก็คืนโฉนดที่ดินให้กับบริษัทอัลไพน์ฯ ในที่สุดคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เห็นว่า ยงยุทธ ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ แล้วก็ถูกดำเนินคดีในศาลอาญาทุจริต จนปีพ.ศ. 2563 ศาลพิพากษาให้ ยงยุทธ จำคุก 2 ปี ตามคำพิพากษา นั่นคือในส่วนของกรณีอัลไพน์ฯ 

 

สำหรับกรณีที่ดินเขากระโดง เรื่องนี้ที่มีการเสนอให้มีการเพิกถอนโฉนดที่ดินมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2552 ซึ่งอธิบดีกรมที่ดินในขณะนั้น ได้มีตั้งคณะกรรมการตามมาตรา 61 ประมวลกฎหมายที่ดิน ในที่สุดคณะกรรมการชุดนั้นก็เห็นว่าการออกเอกสารสิทธิ์โฉนดที่ดิน น.ส.3 ไม่ได้คลาดเคลื่อน และไม่ชอบด้วยกฎหมาย อธิบดีกรมที่ดินในขณะนั้นก็ได้เห็นชอบกับคณะกรรมการ และให้ยุติเรื่องไม่เพิกถอนเอกสารสิทธิ์ เรื่องนี้

 

จนกระทั่งปี 2564 การรถไฟได้ไปฟ้องกรมที่ดิน ขอให้ใช้อำนาจเพิกถอนที่ดิน แต่ศาลปกครองมีคำพิพากษาให้กรมที่ดินไปตั้งคณะกรรมการตามมาตรา 61 เหมือนตอนปี 2552 ที่อธิบดีตั้งมาครั้งหนึ่งแล้ว และรอบนี้ผลก็เหมือนกัน คือมีความเห็นตามคณะกรรมการที่เสนอว่า การออกเอกสารสิทธิ์ไม่ได้คลาดเคลื่อน หรือไม่ชอบด้วยกฎหมาย และมีความเห็นชอบตามมตินั้น คือ ไม่เพิกถอน พอไม่เพิกถอน 

 

สิ่งที่เกิดขึ้นคือเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา 21 กรกฎาคม 2568 ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ให้เดชอิศม์ ขาวทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ตั้งคณะกรรมการขึ้นมา 7 คน ซึ่ง 7 คนนี้ให้ไปตรวจสอบคําสั่งของอธิบดีกรมที่ดินที่เห็นชอบในการไม่เพิกถอน และหลังจากนั้น เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา มีคําสั่งว่า ‘ให้มีการเพิกถอนโฉนดที่ดิน’

 

ทั้งนี้ ศุภชัย กล่าวอีกว่า จากการที่ได้ไล่เรียงตามลำดับไทม์ไลน์จนมาถึงตรงนี้ มีการตั้งข้อสังเกตว่า แสดงว่ามีคนที่ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเรื่องของการให้เพิกถอนเรื่องนี้ ซึ่งตนไม่ทราบว่าใครที่จะต้องรับผิดชอบบ้าง เพราะกรณีที่เห็นชอบให้ไม่เพิกถอน มีตั้งแต่ อธิบดีกรมที่ดิน รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงมหาดไทย ก็มีความเห็นเหมือนกันหมด รวมทั้งคณะกรรมการที่ตั้งไปตามมาตรา 61 หรือการตั้งคณะกรรมการที่ตั้งมาโดย มท.3 ตามคำสั่งของ มท.1 ให้มาตรวจสอบอธิบดีกรมที่ดินเรื่องนี้ ก็มีประเด็นว่ามันชอบ หรือไม่ชอบด้วยกฎหมาย 

 

“ถ้าบอกว่านายยงยุทธ ที่ติดคุกไป ผมก็อยากรู้เหมือนกันว่าในที่สุดแล้ว กรณีเรื่องเขากระโดงจะมีการติดคุกกันเหมือนกับกรณีเรื่องของอัลไพน์ฯ หรือไม่ ผมอยากติดตามดูว่าใครจะติดคุกในกรณีเรื่องเขากระโดงบ้าง” ศุภชัย ระบุทิ้งท้าย

The post ศุภชัย ภูมิใจไทย ถามภูมิธรรม ที่ดินอัลไพน์-เขากระโดง ใช้มาตรฐานเดียวกัน ใครจะติดคุกรายต่อไป appeared first on THE STANDARD.

]]>
ดีเอสไอขยายผลคดีเขากระโดง พบการรถไฟฯ แจ้งการครอบครองที่ดินตั้งแต่ปี 2498 https://thestandard.co/dsi-khao-kradong-land-investigation/ Tue, 05 Aug 2025 04:12:21 +0000 https://thestandard.co/?p=1103701 dsi-khao-kradong-land-investigation

วันนี้ (5 สิงหาคม) กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เริ่มการสืบส […]

The post ดีเอสไอขยายผลคดีเขากระโดง พบการรถไฟฯ แจ้งการครอบครองที่ดินตั้งแต่ปี 2498 appeared first on THE STANDARD.

]]>
dsi-khao-kradong-land-investigation

วันนี้ (5 สิงหาคม) กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เริ่มการสืบสวนกรณีข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการครอบครองและออกเอกสารสิทธิที่ดินบริเวณเขากระโดง จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งอาจเป็นที่ดินของรัฐและเกี่ยวข้องกับกลุ่มบุคคลหลายฝ่าย โดยการดำเนินการดังกล่าวเป็นการขยายผลหลังจากมีผู้ร้องขอให้ตรวจสอบการได้มาซึ่งสิทธิครอบครองที่ดินที่อาจไม่ชอบด้วยกฎหมาย

 

คณะพนักงานสืบสวนได้เริ่มสอบปากคำพยานบุคคลที่เกี่ยวข้อง และรวบรวมพยานหลักฐานจากหน่วยงานต่างๆ เช่น กรมที่ดิน, การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) และจังหวัดบุรีรัมย์

 

จากการสืบสวนเบื้องต้นพบว่า เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2498 การรถไฟฯ ได้แจ้งการครอบครองที่ดิน (ส.ค.1) เลขที่ 1180 เนื้อที่ประมาณ 5,083 ไร่ โดยอาศัยอำนาจตามพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตสร้างทางรถไฟ พ.ศ. 2464 เนื่องจาก รฟท. ได้เข้าครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินดังกล่าวมาก่อนวันที่ประมวลกฎหมายที่ดินมีผลบังคับใช้ (1 ธันวาคม 2497)

 

ดีเอสไอระบุว่า การแจ้ง ส.ค.1 ดังกล่าวไม่ก่อให้เกิดสิทธิขึ้นใหม่แก่ผู้แจ้ง และมาตรา 10 แห่งประมวลกฎหมายที่ดินยังระบุว่าที่ดินที่ถูกหวงห้ามตามกฎหมายมาก่อนหน้านั้นยังคงเป็นที่หวงห้ามต่อไป 

 

ดังนั้น การแจ้ง ส.ค.1 ของราษฎรรายอื่นในพื้นที่จึงไม่สามารถนำไปออกเอกสารสิทธิที่ดินได้ เว้นแต่จะสามารถพิสูจน์ได้ว่าครอบครองมาก่อนพระราชกฤษฎีกา พ.ศ. 2464

 

ข้อมูลการสืบสวนยังเปิดเผยว่า ในเดือนมิถุนายน 2530 การรถไฟฯ ได้เคยยื่นขอออกโฉนดที่ดินจาก ส.ค.1 ฉบับเดียวกันนี้ และได้รับโฉนดที่ดินไปแล้ว 13 แปลง เนื้อที่รวมประมาณ 477 ไร่ ส่วนที่เหลือยังมีเหตุขัดข้องจึงยังค้างอยู่ที่สำนักงานที่ดินจังหวัดบุรีรัมย์

 

นอกจากนี้ ยังพบว่าในสารบบที่ดินมีหนังสือแจ้งเตือนระบุว่า ‘หนังสือแสดงสิทธิในที่ดินฉบับนี้อยู่ในเขตที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย’ โดยเตือนให้แจ้งคู่กรณีทราบว่าเอกสารสิทธิอาจถูกยกเลิกเพิกถอนได้ ก่อนจะทำการจดทะเบียนสิทธิหรือนิติกรรมใดๆ ต่อไป

 

ดีเอสไอระบุว่า พบผู้ครอบครองที่ดินในเขตการรถไฟฯ ซึ่งเป็นนิติบุคคลเพียงรายเดียวที่มีการครอบครองที่ดินมากกว่า 400 ไร่ หากการสืบสวนพบว่ามีการกระทำความผิดอาญาเกี่ยวกับการออกเอกสารสิทธิที่ดิน อาจเข้าข่ายความผิดมูลฐานการฟอกเงินในคดีที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรธรรมชาติ รวมถึงอาจมีเจ้าหน้าที่ของรัฐหลายหน่วยงานเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งดีเอสไอจะดำเนินการสืบสวนตามอำนาจหน้าที่ต่อไป

The post ดีเอสไอขยายผลคดีเขากระโดง พบการรถไฟฯ แจ้งการครอบครองที่ดินตั้งแต่ปี 2498 appeared first on THE STANDARD.

]]>