ทางม้าลาย Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/ทางม้าลาย/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Wed, 21 Jan 2026 06:44:57 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 4 ปีโศกนาฏกรรม ‘หมอกระต่าย’ แม่โพสต์จี้รัฐเลิกแก้ปัญหาแบบไฟไหม้ฟาง เผยสถิติคนหยุดรถให้คนข้ามมีแค่ 13% https://thestandard.co/4rd-anniversary-dr-rabbit-road-safety-thailand/ Wed, 21 Jan 2026 06:44:57 +0000 https://thestandard.co/?p=1167699 4rd-anniversary-dr-rabbit-road-safety-thailand

วันนี้ (21 มกราคม) ถือเป็นวันครบรอบ 4 ปี ของเหตุการณ์โศ […]

The post 4 ปีโศกนาฏกรรม ‘หมอกระต่าย’ แม่โพสต์จี้รัฐเลิกแก้ปัญหาแบบไฟไหม้ฟาง เผยสถิติคนหยุดรถให้คนข้ามมีแค่ 13% appeared first on THE STANDARD.

]]>
4rd-anniversary-dr-rabbit-road-safety-thailand

วันนี้ (21 มกราคม) ถือเป็นวันครบรอบ 4 ปี ของเหตุการณ์โศกนาฏกรรมทางถนนที่ พญ.วราลัคน์ สุภวัตรจริยากุล หรือ หมอกระต่าย จักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ถูกรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ของเจ้าหน้าที่ตำรวจชนขณะเดินข้ามทางม้าลาย บริเวณหน้าสถาบันไตภูมิราชนครินทร์ ถนนพญาไท เมื่อปี 2565

 

ล่าสุดวันนี้ รัชนี สุภวัตรจริยากุล มารดาของหมอกระต่าย ได้ออกมาเคลื่อนไหวโพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊ก ‘Rabbit Crossing ทางกระต่าย’ ซึ่งเป็นเพจที่ก่อตั้งขึ้นเพื่อรณรงค์เรื่องความปลอดภัยบนท้องถนนและสานต่อเจตนารมณ์ของบุตรสาว โดยระบุข้อความว่า

 

“ความหวังและรอยยิ้มที่หายไปบนทางม้าลาย

 

ครอบครัวเราใฝ่ฝันที่จะเห็นหมอกระต่ายเป็นจักษุแพทย์ที่ดีและทำคุณประโยชน์กับประเทศชาติ ฝันนั้นชัดเจนขึ้นเมื่อเห็นลูกสู้อุตสาหะเล่าเรียนจนจบในสาขาย่อยที่ลูกชอบ แม่ดีใจที่ได้เห็นลูกมีครู อาจารย์ และเพื่อนๆ ที่รัก เมตตาและให้คำแนะนำกันมาได้อย่างสม่ำเสมอ

 

แต่แล้วเมื่อวันที่ 21 มกราคม 2565 เวลาบ่ายประมาณ 3 โมงกว่า ลูกถูกรถบิ๊กไบค์ชนเสีย ขณะข้าม #ทางม้าลาย หน้ารพ.สถาบันไตภูมิราชนครินทร์ซึ่งอยู่ใจกลางกทม. ผู้ก่อเหตุเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจขับรถผิดกฎหมายหลายกระทง ด้วยความเร็ว 128 กม/ชม.ในเขตชุมชนหนาแน่น ชนลูกบนทางม้าลายขณะที่เหลืออีกเพียงก้าวเดียวก็ถึงฝั่งที่ปลอดภัย ความใฝ่ฝันที่ลูกอยากถ่ายทอดความรู้ทางการแพทย์….ดับวูบไปในพริบตา มีเพียงความเศร้าโศกเจ็บช้ำกับครอบครัวเราเรื่อยมา

 

สถานการณ์ความปลอดภัยทางถนนในประเทศเราที่ผ่านมาและในปัจจุบันอยู่ในขั้นวิกฤติอย่างยิ่ง ตามข้อมูลของ WHO อุบัติเหตุทางถนนของเราสูงสุดในเอเชียและสูงเป็นอันดับ 9 ของโลก จำนวนผู้เสียชีวิตเกือบ 18,000 คน ต่อปีหรือ 50 คน ต่อวัน ยอดผู้เสียชีวิตขณะเดินข้ามถนนก็สูงกว่าปีละ 500 คน โดยพื้นที่เสี่ยงสูงสุดอยู่ในกทม.ปัญหาเหล่านี้สะท้อนให้เห็นความล้มเหลวในการบริหารจัดการเรื่องความปลอดภัยทางถนนของภาครัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้อย่างชัดเจน

 

วันที่ 21 มกราคม 2569 นี้ ครบรอบ 4 ปีของการเสียชีวิตของ #หมอกระต่าย ในคราวนั้นมีผู้ประมาณการสูญเสียต่อประเทศชาติไว้ 880 ล้านบาท ปัจจุบันอุบัติเหตุทางถนนยังคงทำให้ประเทศไทยมีมูลค่าการสูญเสียประมาณ 5.9 แสนล้านบาทต่อปี(คิดเป็นร้อย 3.3 ของ GDP) การลดอุบัติเหตุทางถนนยังห่างไกลเป้าหมายอีกมาก สะท้อนว่าปัญหาอุบัติเหตุทางถนนยังต้องเร่งแก้ไขอย่างจริงจัง โดยเฉพาะการบังคับใช้กฎหมาย ซึ่งทุกวันนี้มีคนผ่าฝืนไฟสัญญาณข้ามทางม้าลายใน กทม. สูงถึงหลักแสนต่อเดือน ในปี 2566 พบว่ามีเพียงร้อยละ 13 เท่านั้นที่หยุดรถให้คนข้าม เป็นพฤติกรรมทำผิดซ้ำซากไม่เกรงกลัวกฎหมาย เรื่องการขับรถเร็วกว่ากฎหมายกำหนดก็มีให้เห็นเป็นเรื่องปกติ

 

     เราอยากเห็นนโยบายลดอุบัติเหตุทางถนนจากรัฐบาลเป็นเรื่องสำคัญเสียที ไม่ว่าจะเป็นเรื่องปรับปรุงทางกายภาพของถนนให้ถูกหลักสากล การลดความเร็วในเขตเมือง การบังคับใช้กฎหมายในระบบขนส่งและการจราจรอย่างเคร่งครัด เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้ขับขี่ ให้เกิดความปลอดภัยต่อผู้ใช้ถนนอย่างจริงจังโดยเฉพาะคนเดินเท้า การมาทำกิจกรรมรณรงค์ในวันนี้เชื่อว่าทุกคนคงเหน็ดเหนื่อย โดยเฉพาะผู้สูญเสียที่จะต้องเป็นการย้ำเตือนโชคชะตากันเรื่อยไป

 

ที่ผ่านมาคุณพ่อได้อุทิศตัวสานต่อเจตนารมณ์การเป็นจักษุแพทย์ของหมอกระต่าย โดยเป็นจักษุแพทย์อาสาร่วมกับมูลนิธิรามาธิบดีและสำนักพระคลังข้างที่ ออกหน่วยผ่าตัดต้อกระจกทั่วประเทศ เดือนหน้าพ่อจะไปรับรางวัลจักษุแพทย์ดีเด่นระดับเอเชียแปซิฟิก สุดท้ายนี้คุณพ่อฝากบทกลอนถึงประชาชนทุกคนดังนี้

 

​​”กี่ล้านหยดน้ำตามารินหลั่ง​​

กี่แสนครั้งไห้เทวษถวิลหา

​ได้กอดแก้วพลันกลับไกลลับตา​​

ไร้ถ้อยคำอำลาแสนอาลัย

​ไฟไหม้ฟางสว่างวาบแล้วดับมอด​​

บอกจะถอดบทเรียนเปลี่ยนแก้ไข

​เป็นนิมิตหมายถนนคนปลอดภัย​​

โอ้..ผ่านไปอีกหลายครา..แค่คารม

​ทุกเลือดเนื้อเกื้อหนุนมีคุณค่า​​​

หนึ่งชีวิตหลายชีวามาขื่นขม

​คืนถนนปลอดภัยให้คนชม​​​

ค่าควรสมนามเลื่องเมืองอมร”

 

​หวังเป็นอย่างยิ่งว่า…เราทุกคนจะมีความปลอดภัยจากอุบัติเหตุทางถนน ไม่ใช่เฉพาะแค่วันนี้แต่เป็นในทุกๆวัน 

รัชนี สุภวัตรจริยากุล (แม่หมอกระต่าย)”

 

อ้างอิง : https://www.facebook.com/share/p/1BggPJKiri/

The post 4 ปีโศกนาฏกรรม ‘หมอกระต่าย’ แม่โพสต์จี้รัฐเลิกแก้ปัญหาแบบไฟไหม้ฟาง เผยสถิติคนหยุดรถให้คนข้ามมีแค่ 13% appeared first on THE STANDARD.

]]>
รำลึก 3 ปี ‘หมอกระต่าย’ เสนอ 3 ข้อเสนอลดอุบัติเหตุ https://thestandard.co/3-years-doctor-kratai/ Tue, 21 Jan 2025 08:50:55 +0000 https://thestandard.co/?p=1032660

วันนี้ (21 มกราคม) บริเวณทางข้ามถนนด้านหน้าโรงพยาบาลสถา […]

The post รำลึก 3 ปี ‘หมอกระต่าย’ เสนอ 3 ข้อเสนอลดอุบัติเหตุ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (21 มกราคม) บริเวณทางข้ามถนนด้านหน้าโรงพยาบาลสถาบันโรคไตภูมิราชนครินทร์ สุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย ประธานอนุกรรมการด้านโครงสร้างพื้นฐานและด้านยานพาหนะเกี่ยวกับการป้องกันและลดอุบัติเหตุเพื่อสร้างความปลอดภัยทางถนน พร้อมด้วย เบญจมาภรณ์ ลิมปิษเฐียร รองผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เครือข่ายพลังผู้สูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนน มูลนิธิเมาไม่ขับ และภาคีเครือข่าย ร่วมกันจัดกิจกรรม 21 มกราคม ‘วันความปลอดภัยของผู้ใช้ถนน’ ทางม้าลายปลอดเหตุ ทั่วประเทศปลอดภัย 

 

สุรชัยกล่าวว่า อุบัติเหตุในประเทศไทยยังมีความน่าเป็นห่วง จากข้อมูลของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ปี 2566 มีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนถึง 17,498 คน เฉลี่ยวันละ 48 คน และกลายเป็นผู้พิการตลอดชีวิตเฉลี่ยปีละ 10,000 คน 

 

กิจกรรมในวันนี้เป็นการรำลึกถึงการจากไปครบรอบ 3 ปีของ หมอกระต่าย-พญ.วราลัคน์ สุภวัตรจริยากุล ซึ่งเสียชีวิตจากอุบัติเหตุถูกรถจักรยานยนต์ชนขณะเดินข้ามทางม้าลาย และไม่เพียงแต่กรณีของหมอกระต่าย แต่ยังเป็นการรำลึกถึงเหยื่ออุบัติเหตุทางถนน และเตือนใจผู้ขับขี่ยานพาหนะทุกประเภทอย่างจริงจัง

 

ด้านเบญจมาภรณ์กล่าวว่า ความเร็วเป็นปัจจัยสำคัญของการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนถึง 70 เปอร์เซ็นต์ องค์การอนามัยโลกกำหนดว่า การใช้ความเร็ว 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมงในพื้นที่ชุมชนจะลดอัตราการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุได้ถึง 90 เปอร์เซ็นต์ 

 

ขณะที่ รัชนี สุภวัตรจริยากุล แม่ของหมอกระต่าย กล่าวว่า ในฐานะประธานเครือข่ายพลังผู้สูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนน มีข้อเสนอนโยบาย 3 ข้อต่อรัฐสภาและหน่วยงาน คือ 

 

  1. สร้างทางม้าลายปลอดภัยและปรับปรุงพื้นที่ทางม้าลายให้เห็นชัดเจน
  2. การบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง และกำหนดการใช้ความเร็วในเขตเมืองไม่เกิน 50 กิโลเมตรต่อชั่วโมง 
  3. ลดค่าใช้จ่ายเมื่อต้องการเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม 

 

ผู้เข้าร่วมกิจกรรมในวันนี้ร่วมกันไว้อาลัย จุดเทียน วางดอกไม้ บริเวณด้านหน้าโรงพยาบาล ทางม้าลายที่หมอกระต่ายเกิดอุบัติเหตุ พร้อมเดินรณรงค์ข้ามทางม้าลายโดยยกมือขวา ชูป้าย และธงแดง เพื่อแสดงสัญลักษณ์ขอข้ามทางม้าลาย

 

The post รำลึก 3 ปี ‘หมอกระต่าย’ เสนอ 3 ข้อเสนอลดอุบัติเหตุ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ถนนสีลมเริ่มใช้ที่แรก ทางม้าลายพร้อมจุดกลับรถมอเตอร์ไซค์ เอื้อคนเดินเท้า อำนวยความสะดวกผู้ขับขี่ https://thestandard.co/silom-crosswalk-and-turn/ Tue, 14 Jan 2025 08:50:32 +0000 https://thestandard.co/?p=1030351 silom-crosswalk-and-turn

วานนี้ (13 มกราคม) ช่างภาพข่าว THE STANDARD ลงพื้นที่สำ […]

The post ถนนสีลมเริ่มใช้ที่แรก ทางม้าลายพร้อมจุดกลับรถมอเตอร์ไซค์ เอื้อคนเดินเท้า อำนวยความสะดวกผู้ขับขี่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
silom-crosswalk-and-turn

วานนี้ (13 มกราคม) ช่างภาพข่าว THE STANDARD ลงพื้นที่สำรวจบริเวณ ‘ทางม้าลายพร้อมจุดกลับรถมอเตอร์ไซค์’ ที่ถนนสีลม กรุงเทพมหานคร จุดต้นแบบของการสร้างทางข้ามสำหรับคนเดินเท้าและจุดกลับรถจักรยานยนต์ร่วมกันที่เกาะกลางถนน 

 

รศ.วิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ให้สัมภาษณ์กับทีมข่าวถึงที่มาของการปรับปรุงทางข้ามดังกล่าวว่า ต้องขอบคุณทีม Bangkok On Site ที่เสนอแนวความคิดนี้ ซึ่งสืบเนื่องมาจากข้อร้องเรียนของประชาชนที่ใช้ทางข้ามและพบปัญหาจักรยานยนต์ใช้เป็นพื้นที่กลับรถ

 

แม้ที่ผ่านมาจุดดังกล่าวกรุงเทพมหานครจะใช้ระบบกล้องวงจรปิดคอยตรวจจับจักรยานยนต์ที่ฝ่าฝืน แต่กลับไม่เป็นผล ดังนั้นภาคเอกชนจึงเสนอให้ทำช่องทางกลับรถให้อยู่ข้างกันกับทางคนเดินข้าม แต่แบ่งพื้นที่ให้ชัดเจน ซึ่งต่อมากรุงเทพมหานครนำข้อเสนอดังกล่าวมาศึกษาและทดลองทำที่ถนนสีลมเป็นแห่งแรก

 

หลังจากทดลองใช้งานจริงพบว่าเป็นประโยชน์อย่างมาก เพราะคนเดินเท้าปลอดภัยจากจักรยานยนต์ ส่วนจักรยานยนต์เองได้รับความสะดวกในการกลับรถ เพราะต้องยอมรับว่าตามแนวถนนใต้สถานีรถไฟฟ้าบางช่วงที่กลับรถอยู่ไกลมาก ทำให้เกิดการลักลอบใช้พื้นที่ทางข้าม

 

รศ.วิศณุ กล่าวต่อว่า กรุงเทพมหานครมีความตั้งใจที่จะต่อยอดโครงการดังกล่าว โดยจะเลือกถนนที่ทางกลับรถไม่เอื้ออำนวย ระยะห่างไกล แต่ไม่ได้เลือกจากพื้นที่ที่มีจักรยานยนต์มาก โดยสิ่งที่กรุงเทพมหานครคาดหวังคือจักรยานยนต์กับคนข้ามถนนสามารถใช้พื้นที่ร่วมกันได้ จักรยานยนต์ไม่ขับขี่ย้อนศรด้วยเหตุผลว่าที่กลับรถอยู่ไกล

 

ทั้งนี้ จากการสำรวจของช่างภาพ พบว่ายังมีจักรยานยนต์บางคันที่ไม่คุ้นชินทางกลับรถใหม่ จึงยังใช้ร่วมกับทางเดินเท้า ขณะที่ทางข้ามอื่นๆ ที่ยังไม่ได้รับการปรับปรุง มีจักรยานยนต์ใช้พื้นที่ทางข้ามกลับรถเป็นเรื่องปกติ

 

สีลมทางม้าลาย พร้อมจุดกลับรถ สีลมทางม้าลาย พร้อมจุดกลับรถ สีลมทางม้าลาย พร้อมจุดกลับรถ สีลมทางม้าลาย พร้อมจุดกลับรถ สีลมทางม้าลาย พร้อมจุดกลับรถ สีลมทางม้าลาย พร้อมจุดกลับรถ สีลมทางม้าลาย พร้อมจุดกลับรถ สีลมทางม้าลาย พร้อมจุดกลับรถ สีลมทางม้าลาย พร้อมจุดกลับรถ สีลมทางม้าลาย พร้อมจุดกลับรถ สีลมทางม้าลาย พร้อมจุดกลับรถ สีลมทางม้าลาย พร้อมจุดกลับรถ สีลมทางม้าลาย พร้อมจุดกลับรถ สีลมทางม้าลาย พร้อมจุดกลับรถ

The post ถนนสีลมเริ่มใช้ที่แรก ทางม้าลายพร้อมจุดกลับรถมอเตอร์ไซค์ เอื้อคนเดินเท้า อำนวยความสะดวกผู้ขับขี่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
2 ปีคดีหมอกระต่าย กับวินัยการใช้ถนนที่ยังเหมือนเดิม https://thestandard.co/walking-and-parking-at-the-crossing/ Sun, 21 Jan 2024 07:10:44 +0000 https://thestandard.co/?p=890278

วันนี้เมื่อ 2 ปีที่แล้ว (21 มกราคม 2565) เกิดเหตุการณ์ส […]

The post 2 ปีคดีหมอกระต่าย กับวินัยการใช้ถนนที่ยังเหมือนเดิม appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้เมื่อ 2 ปีที่แล้ว (21 มกราคม 2565) เกิดเหตุการณ์สะเทือนขวัญในสังคมไทย เมื่อ พญ.วราลัคน์ สุภวัตรจริยากุล หรือ หมอกระต่าย แพทย์ผู้ชำนาญการด้านจักษุวิทยา คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ถูกผู้ขี่รถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ชนขณะกำลังเดินข้ามทางม้าลายบริเวณหน้าสถาบันโรคไตภูมิราชนครินทร์ ถนนพญาไท จนเสียชีวิต 

 

การเสียชีวิตของ พญ.วราลัคน์ ถูกหยิบยกขึ้นมาให้สังคมได้ตระหนักถึงความปลอดภัยของผู้ใช้ถนน แม้เวลาจะล่วงเลยมาแล้ว 2 ปี เมื่อช่างภาพทีมข่าว THE STANDARD ลงสำรวจการใช้ถนนทั่วกรุงเทพฯ พบว่าผู้ใช้ถนนยังทำผิดกฎหมายจราจรอยู่

 

ตัวอย่างเช่น ผู้ขับขี่รถยังจอดทับเครื่องหมายทางม้าลาย ทั้งที่ควรจะต้องเว้นไว้สำหรับให้คนเดินข้าม รวมถึงมีผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ใช้บริเวณเกาะกลางถนนสำหรับคนข้ามเป็นจุดกลับรถ ขณะเดียวกันก็พบว่าประชาชนบางส่วนเลือกที่จะเสี่ยงดวงโดยไม่ใช้ทางม้าลายด้วยเช่นกัน 

 

ข้อมูลของกลุ่มงานจราจร สำนักงานยุทธศาสตร์ตำรวจ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พบว่า ปี 2565 มีสถิติการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน ทั้งหมด 21,843 ราย เกิดเหตุบนทางม้าลาย จำนวน 16 ราย และปี 2566 มีสถิติการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน ทั้งหมด 21,428 ราย และเกิดเหตุบนทางม้าลาย จำนวน 16 ราย ทั้ง 2 ปีเกิดขึ้นในพื้นที่กรุงเทพมหานครมากที่สุด

 

 

The post 2 ปีคดีหมอกระต่าย กับวินัยการใช้ถนนที่ยังเหมือนเดิม appeared first on THE STANDARD.

]]>
รำลึก 1 ปี ‘หมอกระต่าย’ จักษุแพทย์ผู้เป็นความหวัง สู่การรณรงค์ความปลอดภัยคนข้ามทางม้าลาย https://thestandard.co/1-year-commemoration-of-doctor-kratai/ Sat, 21 Jan 2023 11:15:28 +0000 https://thestandard.co/?p=740261

วันนี้ (21 มกราคม) บริเวณด้านหน้าโรงพยาบาลสถาบันโรคไตภู […]

The post รำลึก 1 ปี ‘หมอกระต่าย’ จักษุแพทย์ผู้เป็นความหวัง สู่การรณรงค์ความปลอดภัยคนข้ามทางม้าลาย appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (21 มกราคม) บริเวณด้านหน้าโรงพยาบาลสถาบันโรคไตภูมิราชนครินทร์ ถนนพญาไท คณะกรรมการบูรณาการกู้ชีพฉุกเฉินและความปลอดภัยทางถนน วุฒิสภา กรุงเทพมหานคร ภาคีเครือข่าย และ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ร่วมกิจกรรมรำลึก 1 ปี การจากไปของ พญ.วราลัคน์ สุภวัตรจริยากุล หรือ หมอกระต่าย สู่ความปลอดภัยของผู้ใช้ถนน

 

นพ.แท้จริง ศิริพานิช เลขาธิการมูลนิธิเมาไม่ขับ กล่าวว่า ในโอกาสครบรอบ 1 ปี การจากไปของหมอกระต่าย เพื่อเป็นการรำลึกถึง ประกอบกับรัฐบาลได้ประกาศให้วันที่ 21 มกราคมของทุกปี เป็นวันความปลอดภัยของผู้ใช้ถนน

 

มูลนิธิเมาไม่ขับได้ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ภาคีเครือข่ายรณรงค์ลดอุบัติเหตุทางถนน ภาครัฐ ภาคเอกชน เชิญชวนคนไทยทั่วประเทศร่วมกันส่งแสงเพื่อรำลึกถึงหมอกระต่ายในวันนี้ เวลา 15.09 น. ซึ่งเป็นเวลาที่หมอกระต่ายประสบอุบัติเหตุถูกรถจักรยานยนต์ของเจ้าหน้าที่ตำรวจชนเสียชีวิต

 

ด้วยการเปิดไฟหน้ารถเป็นเวลา 1 นาที สำหรับประชาชนที่สัญจรไปมาบนท้องถนน ส่วนผู้ที่ไม่ได้ขับขี่ยานพาหนะ ขอให้ช่วยเปิดไฟฉายจากโทรศัพท์มือถือของท่านส่องขึ้นไปบนท้องฟ้าเป็นเวลา 1 นาทีเช่นกัน

 

นพ.แท้จริงกล่าวว่า หมอกระต่ายเป็นจักษุแพทย์ผู้มีอนาคตไกล เป็นความหวังของผู้ป่วยหลายหมื่น หลายแสนคน ต้องมาเสียชีวิตจากเจ้าหน้าที่ผู้รักษากฎหมายละเมิดกฎแห่งความปลอดภัยบนท้องถนนเสียเอง ขณะที่หมอกระต่ายปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัดด้วยการข้ามทางม้าลาย

 

การจากไปของหมอกระต่ายจึงเป็นแรงบันดาลใจให้คนไทยลุกขึ้นมาเรียกร้องสิทธิในความปลอดภัยในการข้ามทางม้าลาย เกิดกระแสรณรงค์ให้รถหยุดให้คนข้ามทางม้าลายอย่างกว้างขวางทั่วประเทศ

 

The post รำลึก 1 ปี ‘หมอกระต่าย’ จักษุแพทย์ผู้เป็นความหวัง สู่การรณรงค์ความปลอดภัยคนข้ามทางม้าลาย appeared first on THE STANDARD.

]]>
กทม. ร่วมแคมเปญ ‘หยุด ก่อนทางข้าม’ สร้างความปลอดภัย-วินัยการใช้ทางม้าลาย จับมือตำรวจใช้ไม้แข็ง ควบคู่สร้างจิตสำนึก https://thestandard.co/bangkok-crosswalk-campaign/ Thu, 22 Sep 2022 01:55:24 +0000 https://thestandard.co/?p=684883

วานนี้ (21 กันยายน) ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร กรุงเทพม […]

The post กทม. ร่วมแคมเปญ ‘หยุด ก่อนทางข้าม’ สร้างความปลอดภัย-วินัยการใช้ทางม้าลาย จับมือตำรวจใช้ไม้แข็ง ควบคู่สร้างจิตสำนึก appeared first on THE STANDARD.

]]>

วานนี้ (21 กันยายน) ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร กรุงเทพมหานครร่วมกับภาคีเครือข่ายทางม้าลายปลอดภัย วินัยดี เช่น สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน กระทรวงมหาดไทย กระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงคมนาคม สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) คณะกรรมการบูรณาการกู้ชีพฉุกเฉินและความปลอดภัยทางถนน กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย

 

เพื่อจัดกิจกรรม Kick Off ทางม้าลายปลอดภัยวินัยดี ภายใต้แคมเปญ ‘หยุด ก่อนทางข้าม’ รณรงค์พร้อมกันทุกจังหวัดทั่วประเทศ โดยใช้พื้นที่กรุงเทพฯ เป็นศูนย์กลางในการรณรงค์ เพื่อกระตุ้นให้สังคมร่วมกันสร้างวัฒนธรรมและวินัยจราจร เพื่อความปลอดภัยทางถนน โดยเฉพาะบริเวณทางม้าลายคนข้ามให้มีความปลอดภัยทั้งคนเดินข้ามและผู้ขับขี่

 

ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวว่า กทม. ให้ความสำคัญกับเรื่องความปลอดภัยบนท้องถนน โดยดำเนินการทั้ง 3 ส่วน คือการปรับปรุงทางด้านกายภาพ การดูแลความปลอดภัยโดยสนับสนุนกำลังเทศกิจประจำหน้าโรงเรียน และการร่วมกับตำรวจในการบังคับเข้มงวดเรื่องการจับปรับผู้กระทำผิด

 

ในการปรับปรุงด้านกายภาพ โดยเฉพาะทางม้าลายในกรุงเทพฯ มีทั้งหมด 2,788 จุด ที่ผ่านมามีการปรับปรุง 1,286 จุด โดยการทาสีขาวและสีแดงให้เห็นชัดเจน ในเดือนกันยายน 2565 ได้ติดตั้งสัญญาณไฟจราจรทางแยกข้ามถนนเพิ่มเติมอีก 2 จุด รวมเป็น 540 แห่ง ติดตั้งสัญญาณทางข้ามชนิดกดปุ่มเพิ่ม 34 แห่ง รวมเป็น 271 แห่ง และติดตั้งสัญญาณไฟกะพริบเตือนทางข้ามเพิ่ม 50 แห่ง รวมเป็น 974 แห่ง และมีแผนจะปรับปรุงเพิ่มเติมในปีงบประมาณ 2566

 

ขณะเดียวกันในด้านการดูแลความปลอดภัย กทม. ได้จัดทำโครงการ School Care ดูแลนักเรียนบริเวณทางข้ามหน้าโรงเรียน และอำนวยความสะดวกด้านการจราจร 526 จุด แบ่งเป็นโรงเรียนสังกัด กทม. 437 แห่ง โรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) 45 แห่ง โรงเรียนเอกชน 43 แห่ง และจุดอื่นๆ 1 แห่ง ใช้เทศกิจ 574 รายต่อผลัด หรือ 1,148 รายต่อวัน ช่วงเวลาในการดูแล 2 ช่วง แบ่งเป็น ช่วงเช้า 06.30-08.30 น. ช่วงเย็น 14.30-16.30 น.

 

ชัชชาติกล่าวต่ออีกว่า การปรับปรุงทางม้าลาย กทม. จะทำให้ครอบคลุมทุกจุด แต่ไม่ใช่ทุกจุดที่จะต้องทำสัญญาณกดปุ่ม ซึ่งการติดตั้งสัญญาณเพิ่มเติมต้องพิจารณาจุดที่เหมาะสม บางจุดอาจไม่คุ้มที่จะติดตั้งเพราะเป็นถนนเส้นเล็ก แต่ขอให้มีแสงสว่างเพียงพอ อย่างไรก็ดี ถ้าไม่มีการหยุดรถให้คนข้าม ก็เป็นไปไม่ได้ที่ทางม้าลายจะปลอดภัย

 

“ต้องมี 3 ส่วน คือ เรื่องกายภาพต้องดี เรื่องจิตสำนึกต้องมี และการบังคับใช้กฎหมายที่ต้องเพิ่มขึ้น ขณะนี้ กทม. ได้ปรับป้ายความเร็วไม่เกิน 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง บริเวณทางม้าลาย เพื่อเตือนให้ผู้ขับขี่ชะลอความเร็ว ถ้าใช้ความเร็วเกินก็จะต้องมีการจับปรับ โดยทางตำรวจเป็นผู้ดำเนินการ ซึ่งจะต้องร่วมมือกับตำรวจดำเนินการจับปรับอย่างเข้มข้นต่อไป” ชัชชาติกล่าวในที่สุด

The post กทม. ร่วมแคมเปญ ‘หยุด ก่อนทางข้าม’ สร้างความปลอดภัย-วินัยการใช้ทางม้าลาย จับมือตำรวจใช้ไม้แข็ง ควบคู่สร้างจิตสำนึก appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไม่ว่าจะ ‘ทางม้าลาย’ หรือ ‘ทางกระต่าย’ ขอให้ทางนี้เป็นพื้นที่ปลอดภัยของคนข้ามถนน https://thestandard.co/crossroad-is-safezone-for-people/ Sat, 30 Apr 2022 11:06:52 +0000 https://thestandard.co/?p=623363 ทางม้าลาย

สัญลักษณ์ทางข้ามบนถนนจักรวรรดิ บริเวณตลาดสำเพ็ง ถูกเจ้า […]

The post ไม่ว่าจะ ‘ทางม้าลาย’ หรือ ‘ทางกระต่าย’ ขอให้ทางนี้เป็นพื้นที่ปลอดภัยของคนข้ามถนน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทางม้าลาย

สัญลักษณ์ทางข้ามบนถนนจักรวรรดิ บริเวณตลาดสำเพ็ง ถูกเจ้าหน้าที่ตีเส้นลงสีใหม่ เพื่อให้ผู้ใช้รถใช้ถนนสามารถสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจนทั้งกลางวันและกลางคืน เพราะทางข้ามจุดนี้มีผู้คนใช้สัญจรอย่างพลุกพล่าน จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีความปลอดภัย…แต่แม้จะเป็นทางข้ามที่แทบไม่ได้ถูกใช้งาน เราก็หวังว่าทางข้ามนั้นจะได้รับความสนใจและทำให้ปลอดภัยเช่นกัน

 

‘ทางกระต่าย’ เป็นบทเรียนหนึ่งที่ทำให้ทุกคนกลับมาสนใจทางข้ามถนนหรือทางม้าลายมากขึ้น นับตั้งแต่วันที่เกิดอุบัติเหตุที่ ส.ต.ต. นรวิชญ์ บัวดก ผู้บังคับหมู่ กองร้อยที่ 2 กองกำกับการ 1 กองบังคับการอารักขาและควบคุมฝูงชน (กก.1 บก.อคฝ.) ขี่จักรยานยนต์บิ๊กไบค์ชน พญ.วราลัคน์ สุภวัตรจริยากุล หรือหมอกระต่าย จักษุแพทย์ ภาควิชาจักษุวิทยา คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ขณะกำลังเดินข้ามทางม้าลายใกล้แยกพญาไทจนเสียชีวิต เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2565 

 

จนมาถึงวันที่ 25 เมษายน วันที่ศาลอาญานัดอ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำ อ.399/2565 ตัดสินจำคุก ส.ต.ต. นรวิชญ์ เป็นเวลา 1 ปี 15 วัน และปรับ 4,000 บาท ตลอดเวลาที่ผ่านมา ครอบครัว เพื่อน องค์กรอิสระต่างๆ มีการรณรงค์และย้ำเตือนให้ทุกหน่วย ทุกฝ่ายเล็งเห็นถึงความสำคัญของสัญลักษณ์จราจรประเภทนี้ ที่ไม่ว่าจะเรียกว่า ‘ทางม้าลาย’ หรือ ‘ทางกระต่าย’ ขอให้เป็นทางที่ปลอดภัยและได้มาตรฐาน

 

และวันนี้ (30 เมษายน) ครอบครัว คณาจารย์ และเพื่อนร่วมงาน ได้ร่วมกันจัดพิธีทำบุญ 100 วัน เพื่ออุทิศบุญกุศลและร่วมรำลึกถึงการจากไปของจักษุแพทย์หญิงที่ชื่อว่า ‘หมอกระต่าย’

 

The post ไม่ว่าจะ ‘ทางม้าลาย’ หรือ ‘ทางกระต่าย’ ขอให้ทางนี้เป็นพื้นที่ปลอดภัยของคนข้ามถนน appeared first on THE STANDARD.

]]>
เปิดรายละเอียดศาลสั่งจำคุก 1 ปี 15 วัน คดีตำรวจขับบิ๊กไบก์ชนหมอกระต่ายเสียชีวิตบนทางม้าลาย https://thestandard.co/doctor-kratai-bike-crash-case-punishment-detail/ Mon, 25 Apr 2022 06:48:01 +0000 https://thestandard.co/?p=621071 หมอกระต่าย

วันนี้ (25 เมษายน) ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก อ่านคำพิพากษา […]

The post เปิดรายละเอียดศาลสั่งจำคุก 1 ปี 15 วัน คดีตำรวจขับบิ๊กไบก์ชนหมอกระต่ายเสียชีวิตบนทางม้าลาย appeared first on THE STANDARD.

]]>
หมอกระต่าย

วันนี้ (25 เมษายน) ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก อ่านคำพิพากษา คดีหมายเลขดำ อ. 399/2565 ที่พนักอัยการคดีอาญา 3 เป็นโจทก์ฟ้อง ส.ต.ต. นรวิชญ์ บัวดก อายุ 21 ปี ผู้บังคับหมู่ กองร้อยที่ 2 กองกำกับการ 1 กองบังคับการอารักขาและควบคุมฝูงชน (กก.1 บก.อคฝ.) เป็นจำเลยในความผิด ฐานขับรถโดยประมาทหรือน่าหวาดเสียว 

 

จากกรณีเมื่อวันที่ 21 มกราคม 2565 ส.ต.ต. นรวิชญ์ จำเลย ขี่จักรยานยนต์บิ๊กไบก์ชน พญ.วราลัคน์ สุภวัตรจริยากุล หรือ หมอกระต่าย จักษุแพทย์ โรงพยาบาลราชวิถี ขณะกำลังเดินข้ามทางม้าลาย บริเวณหน้าโรงพยาบาลสถาบันโรคไตภูมิราชนครินทร์ ถนนพญาไท ถึงแก่ความตาย

 

ต่อมาศาลพิพากษาว่า ส.ต.ต. นรวิชญ์มีความผิดทุกข้อหาตามที่พนักงานอัยการยื่นฟ้อง แต่ศาลพิเคราะห์เห็นควรลงโทษในบทลงโทษหนักสุด อย่างไรก็ตาม ส.ต.ต. นรวิชญ์สารภาพ ศาลจึงลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่ง 

 

 

ภาพประกอบ: นิสากร ฤทธาภัย

The post เปิดรายละเอียดศาลสั่งจำคุก 1 ปี 15 วัน คดีตำรวจขับบิ๊กไบก์ชนหมอกระต่ายเสียชีวิตบนทางม้าลาย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชัชชาติชี้ กทม. ต้องเร่งแกัปัญหาทางม้าลาย ติดสัญญาณไฟ-เพิ่มแสงสว่าง เรียกร้องผู้ขับขี่เคารพกฎจราจรและสิทธิคนเดินถนน https://thestandard.co/chadchart-say-bangkok-must-fix-cross-road/ Fri, 22 Apr 2022 02:51:43 +0000 https://thestandard.co/?p=620011 ชัชชาติ สิทธิพันธุ์

วานนี้ (21 เมษายน) ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่ารา […]

The post ชัชชาติชี้ กทม. ต้องเร่งแกัปัญหาทางม้าลาย ติดสัญญาณไฟ-เพิ่มแสงสว่าง เรียกร้องผู้ขับขี่เคารพกฎจราจรและสิทธิคนเดินถนน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชัชชาติ สิทธิพันธุ์

วานนี้ (21 เมษายน) ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (ผู้ว่าฯ กทม.) หมายเลข 8 ลงพื้นที่หาเสียงย่านสำนักงานขนาดใหญ่ สี่แยกสาทร-นราธิวาส ก่อนให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน หลังทดลองข้ามทางม้าลายบนถนนนราธิวาสราชนครินทร์ ทำให้พบปัญหารถยนต์และรถจักรยานยนต์จอดทับทางม้าลาย บางส่วนขับขี่ด้วยความเร็วสูงโดยไม่สนใจสัญญาณไฟจราจรคนข้ามถนน 

 

ชัชชาติกล่าวว่า กทม. จำเป็นต้องเร่งปรับปรุงทางม้าลายให้มีมาตรฐานความปลอดภัย เพื่อคุ้มครองสิทธิพื้นฐานในการเดินเท้าของประชาชนทุกคน ด้วยการทาสีแถบทางข้ามให้ชัดเจน เห็นได้จากระยะไกล กำหนดเขตชะลอและหยุดรถ ติดตั้งแสงสว่าง สัญญาณไฟกะพริบ กล้องวงจรปิด CCTV และป้ายกำหนดความเร็วรถ ส่วนจุดที่มีคนข้ามถนนหนาแน่นควรติดตั้งสัญญาณไฟทางข้ามชนิดปุ่มกด 

 

“การให้ความสำคัญกับทางม้าลายเป็นเรื่องสำคัญ ต้องให้สิทธิคนเดินถนนเป็นลำดับแรก ส่วนรถยนต์เป็นสิทธิรองลงมา ทีมเพื่อนชัชชาติเคยทดลองนำธงไปติดตั้งบริเวณทางม้าลายหลายจุด เพื่อให้คนเดินเท้าได้ใช้โบกเป็นสัญญาณข้ามถนน ทั้งนี้ การสร้างความปลอดภัยเป็นเรื่องความร่วมมือของทั้งสองฝ่าย ทั้งภาครัฐที่ต้องปรับปรุงทางม้าลายให้มีมาตรฐานความปลอดภัย ขณะเดียวกันระเบียบวินัยของผู้ขับรถยนต์ก็เป็นสิ่งสำคัญ ต้องฝากผู้ขับขี่รถเคารพสิทธิของคนเดินถนนด้วย” ชัชชาติกล่าว 

 

ชัชชาติกล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบัน กทม. มีทางข้ามประมาณ 4,160 แห่ง โดยทางข้ามกว่า 3,000 แห่ง หรือประมาณ 74% ไม่ได้ติดตั้งสัญญาณไฟ ที่ผ่านมาสำนักการจราจรและขนส่ง กทม. มีนโยบายปรับปรุงทางข้าม 700 กว่าแห่งบริเวณโรงเรียนและโรงพยาบาล ส่วนใหญ่ปรับปรุงเฉพาะสีทางข้ามเท่านั้น ขณะที่ข้อมูลด้านอุบัติเหตุจากสำนักงานสถิติแห่งชาติพบว่า คนเดินถนนประสบอุบัติเหตุถึง 2,500-2,900 รายต่อปี โดยกว่า 1 ใน 3 เกิดขึ้นในพื้นที่ กทม. หรือเฉลี่ย 900 รายต่อปี

The post ชัชชาติชี้ กทม. ต้องเร่งแกัปัญหาทางม้าลาย ติดสัญญาณไฟ-เพิ่มแสงสว่าง เรียกร้องผู้ขับขี่เคารพกฎจราจรและสิทธิคนเดินถนน appeared first on THE STANDARD.

]]>
เจ้าหน้าที่นำ ‘กรวย’ วางกั้นบริเวณสี่แยกบางลำพู หลังเกิดเหตุรถเมล์สาย 82 ชนคนข้ามทางม้าลายเสียชีวิต https://thestandard.co/officers-placed-cone-at-bang-lamphu-intersection-after-bus-crashed/ Wed, 16 Mar 2022 09:41:58 +0000 https://thestandard.co/?p=606454 เจ้าหน้าที่นำ ‘กรวย’ วางกั้นบริเวณสี่แยกบางลำพู หลังเกิดเหตุรถเมล์สาย 82 ชนคนข้ามทางม้าลายเสียชีวิต

จากกรณีอุบัติเหตุรถโดยสารขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ข […]

The post เจ้าหน้าที่นำ ‘กรวย’ วางกั้นบริเวณสี่แยกบางลำพู หลังเกิดเหตุรถเมล์สาย 82 ชนคนข้ามทางม้าลายเสียชีวิต appeared first on THE STANDARD.

]]>
เจ้าหน้าที่นำ ‘กรวย’ วางกั้นบริเวณสี่แยกบางลำพู หลังเกิดเหตุรถเมล์สาย 82 ชนคนข้ามทางม้าลายเสียชีวิต

จากกรณีอุบัติเหตุรถโดยสารขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) สาย 82 หมายเลข 5-40168 วิ่งให้บริการจากสนามหลวงมุ่งหน้าท่าน้ำพระประแดง ชนคนข้ามถนนบนทางม้าลายบริเวณสี่แยกบางลำพู เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 11 มีนาคม โดยผู้ได้รับบาดเจ็บเสียชีวิตในเวลาต่อมา

 

ล่าสุดวันนี้ (16 มีนาคม) ช่างภาพ THE STANDARD ลงพื้นที่สำรวจจุดเกิดเหตุสี่แยกบางลำพู ภายหลังทางสำนักงานเขตพระนครร่วมกับสถานีตำรวจนครบาลชนะสงคราม และสำนักการจราจรและขนส่ง กรุงเทพมหานคร ได้ลงพื้นที่ตรวจบริเวณทางข้ามแยกบางลำพู เพื่อวางแผนหาแนวทางป้องกันและแก้ไขการเกิดอุบัติเหตุ 

 

โดยพบว่าเจ้าหน้าที่ได้นำ ‘กรวย’ มาวางกั้นตรงบริเวณทางม้าลาย เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาการเกิดอุบัติเหตุเบื้องต้น ส่วนการแก้ปัญหาในระยะยาวยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าสำนักงานเขตฯ จะดำเนินการป้องกันในกรณีที่เกิดขึ้นอย่างไรต่อไป

 

ด้าน ขสมก. ก็ได้ออกมาแถลงแสดงความเสียใจและขออภัยกับครอบครัวผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว พร้อมยืนยันว่าจะชดเชยค่าเสียหายและเยียวยาต่อผู้ได้รับความเสียหายให้กับครอบครัวของผู้เสียชีวิตทั้งหมด

 

The post เจ้าหน้าที่นำ ‘กรวย’ วางกั้นบริเวณสี่แยกบางลำพู หลังเกิดเหตุรถเมล์สาย 82 ชนคนข้ามทางม้าลายเสียชีวิต appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตำรวจขับบิ๊กไบค์ชนหมอกระต่ายเสียชีวิต แถลงสารภาพทุกข้อหาต่อศาล ไม่ขอสู้คดี ศาสสั่งสืบเสาะเพิ่ม นัดฟังคำพิพากษา 25 เม.ย. นี้ https://thestandard.co/police-crash-motorcycle-into-doctor-kratai/ Tue, 22 Feb 2022 08:55:07 +0000 https://thestandard.co/?p=597235 ตำรวจขับบิ๊กไบค์ชนหมอกระต่ายเสียชีวิต แถลงสารภาพทุกข้อหาต่อศาล ไม่ขอสู้คดี ศาสสั่งสืบเสาะเพิ่ม นัดฟังคำพิพากษา 25 เม.ย. นี้

หลังจากที่วันนี้ (22 กุมภาพันธ์) พนักงานอัยการ สำนักงาน […]

The post ตำรวจขับบิ๊กไบค์ชนหมอกระต่ายเสียชีวิต แถลงสารภาพทุกข้อหาต่อศาล ไม่ขอสู้คดี ศาสสั่งสืบเสาะเพิ่ม นัดฟังคำพิพากษา 25 เม.ย. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตำรวจขับบิ๊กไบค์ชนหมอกระต่ายเสียชีวิต แถลงสารภาพทุกข้อหาต่อศาล ไม่ขอสู้คดี ศาสสั่งสืบเสาะเพิ่ม นัดฟังคำพิพากษา 25 เม.ย. นี้

หลังจากที่วันนี้ (22 กุมภาพันธ์) พนักงานอัยการ สำนักงานคดีอาญา ได้สั่งฟ้อง ส.ต.ต. นรวิชญ์ บัวดก ที่ขับขี่รถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์พุ่งชน พญ.วราลัคน์ สุภวัตรจริยากุล หรือหมอกระต่าย เสียชีวิตขณะข้ามทางม้าลาย ใน 9 ข้อหา ได้แก่ 

 

  1. นำรถที่มิได้ติดแผ่นป้ายทะเบียนมาใช้ในทางเดินรถ 
  2. ฝ่าฝืนใช้รถที่ไม่ได้เสียภาษีประจำปี
  3. ใช้รถที่ไม่ได้จัดให้มีการประกันความเสียหายสำหรับผู้ประสบภัย
  4. นำรถไม่สมบูรณ์มาขับและไม่ติดกระจกมองข้าง
  5. ขับรถไม่ชิดขอบทางด้านซ้าย
  6. ขับรถจักรยานยนต์เร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด
  7. ขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่น
  8. ขับรถโดยไม่ปฏิบัติตามเครื่องหมายบนพื้นทาง
  9. ขับรถโดยประมาทหรือน่าหวาดเสียว อันอาจเกิดอันตรายต่อบุคคลหรือทรัพย์สิน และกระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย

 

ขณะเดียวกัน สำนักงานอัยการยังมีคำขอให้ริบรถจักรยานยนต์ที่พนักงานสอบสวนยึดไว้เป็นของกลาง และมีคำขอให้ศาลเพิกถอนหรือพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ของผู้ต้องหาด้วย โดยการริบหรือพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาลว่าจะให้พักใช้เป็นระยะเวลากี่ปี

 

ต่อมาศาลได้สอบคำให้การ ส.ต.ต. นรวิชญ์ โดยอ่านและอธิบายฟ้องแล้วสอบถาม ว่า จะให้การรับสารภาพหรือปฏิเสธ ซึ่ง ส.ต.ต. นรวิชญ์ แถลงให้การรับสารภาพ ไม่ต่อสู้คดี 

 

ศาลจึงมีคำสั่งให้พนักงานคุมประพฤติ สืบเสาะประวัติการศึกษา สถานะทางครอบครัว และอื่นๆ ของ ส.ต.ต. นรวิชญ์ แล้วรายงานให้ศาลทราบเพื่อใช้ประกอบการพิจารณา โดยนัดฟังคำพิพากษาวันที่ 25 เมษายนนี้ เวลา 09.00 น.

The post ตำรวจขับบิ๊กไบค์ชนหมอกระต่ายเสียชีวิต แถลงสารภาพทุกข้อหาต่อศาล ไม่ขอสู้คดี ศาสสั่งสืบเสาะเพิ่ม นัดฟังคำพิพากษา 25 เม.ย. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เปิดภาพ ‘ทางม้าลาย’ แยกอโศก พบเคารพกฎมากขึ้น แต่บางส่วนยังฝ่าไฟแดง ย้อนศร https://thestandard.co/asoke-cross-road-traffic-behaviour/ Sat, 19 Feb 2022 02:33:25 +0000 https://thestandard.co/?p=596099 เปิดภาพ ‘ทางม้าลาย’ แยกอโศก พบเคารพกฎมากขึ้น แต่บางส่วนยังฝ่าไฟแดง ย้อนศร

วันนี้ (18 กุมภาพันธ์) ช่างภาพ THE STANDARD ลงพื้นที่สำ […]

The post เปิดภาพ ‘ทางม้าลาย’ แยกอโศก พบเคารพกฎมากขึ้น แต่บางส่วนยังฝ่าไฟแดง ย้อนศร appeared first on THE STANDARD.

]]>
เปิดภาพ ‘ทางม้าลาย’ แยกอโศก พบเคารพกฎมากขึ้น แต่บางส่วนยังฝ่าไฟแดง ย้อนศร

วันนี้ (18 กุมภาพันธ์) ช่างภาพ THE STANDARD ลงพื้นที่สำรวจจุดสัญจร บริเวณแยกอโศกมนตรี พบว่าภาพรวมยังมีผู้ใช้รถใช้ถนนบางส่วนที่ยังฝ่าฝืนกฎจราจร เช่น ฝ่าไฟแดง ขี่รถย้อนศร แต่ส่วนใหญ่เริ่มให้ความสำคัญกับ ‘ทางม้าลาย’ กันมากขึ้น หลังเกิดคดีอุบัติเหตุ พญ.วราลัคน์ สุภวัตรจริยากุล หรือหมอกระต่าย ถูกชนเสียชีวิตบริเวณทางม้าลายถนนพญาไทช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมา

 

ทั้งนี้ หนึ่งในตัวแปรที่มีผลทำให้ผู้สัญจรผ่านแยกอโศกมนตรีให้ความสำคัญกับกฎจราจรมากขึ้น เนื่องจากก่อนหน้านี้มีการนำเสนอข่าวที่ได้รับการเปิดเผยจาก ร.ต.อ. พงศกร ขวัญเมือง โฆษกกรุงเทพมหานคร ว่าได้ปรับปรุงทางกายภาพของแยกอโศกมนตรี ด้วยการขยายทางม้าลายให้กว้างขึ้น ทาสีแดง-ขาว ระบุข้อความ ‘พื้นที่จับปรับ’ เพื่อไม่ให้รถจอดคร่อมทางม้าลาย ด้วยความมุ่งหวังที่ต้องการปรับวินัยจราจรของผู้คนให้ดีขึ้น

 

อีกหนึ่งไฮไลต์คือการนำกล้องระบบ AI มาช่วยเจ้าหน้าที่ตำรวจจับภาพและเก็บข้อมูลผู้ฝ่าฝืนกฎจราจร ส่งผลให้เดือนมกราคม 2565 เพียงเดือนเดียว พบการกระทำผิดที่แยกอโศกมนตรีกว่า 25,000 ครั้ง

 

The post เปิดภาพ ‘ทางม้าลาย’ แยกอโศก พบเคารพกฎมากขึ้น แต่บางส่วนยังฝ่าไฟแดง ย้อนศร appeared first on THE STANDARD.

]]>
สำรวจทางม้าลายสามมิติที่จุฬาฯ หลังโลกออนไลน์แชร์ แต่มีข้อสังเกตว่าอาจหลอกตา หวั่นเกิดอุบัติเหตุ https://thestandard.co/chula-cross-road-survey/ Tue, 01 Feb 2022 12:37:00 +0000 https://thestandard.co/?p=589365 สำรวจทางม้าลายสามมิติที่จุฬาฯ หลังโลกออนไลน์แชร์ แต่มีข้อสังเกตว่าอาจหลอกตา หวั่นเกิดอุบัติเหตุ

เกิดกระแสในโลกออนไลน์หลังมีการแชร์ภาพ ‘ทางม้าลายสามมิติ […]

The post สำรวจทางม้าลายสามมิติที่จุฬาฯ หลังโลกออนไลน์แชร์ แต่มีข้อสังเกตว่าอาจหลอกตา หวั่นเกิดอุบัติเหตุ appeared first on THE STANDARD.

]]>
สำรวจทางม้าลายสามมิติที่จุฬาฯ หลังโลกออนไลน์แชร์ แต่มีข้อสังเกตว่าอาจหลอกตา หวั่นเกิดอุบัติเหตุ

เกิดกระแสในโลกออนไลน์หลังมีการแชร์ภาพ ‘ทางม้าลายสามมิติ’ ในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งไอเดียนี้ได้รับความร่วมมือจากสมาคมนิสิตเก่า คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กับสำนักงานจัดการทรัพย์สิน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยทีมที่ชนะการออกแบบและประกวดคือ ทีม ‘Color Chart Cross’ โดยจุดแรกคือถนนประตูคณะบัญชี จุฬาฯ ทางเชื่อมจามจุรีสแควร์

 

อย่างไรก็ตาม ทางม้าลายสามมิติดังกล่าว นอกจากจะมีการแชร์และชื่นชมถึงไอเดียดังกล่าวที่ช่วยให้ผู้ใช้รถใช้ถนนสามารถสังเกตทางข้าม และช่วยให้เกิดความระมัดระวังในขณะที่มีผู้คนข้ามถนน แต่ก็มีการตั้งข้อสังเกตเช่นเดียวกันว่าอาจจะ ‘หลอกตา’ และไม่สามารถใช้งานได้จริง หรืออาจทำให้เกิดอุบัติเหตุเพิ่มขึ้นแทนที่จะลดลง เพราะความตกใจของผู้ขับรถ

 

The post สำรวจทางม้าลายสามมิติที่จุฬาฯ หลังโลกออนไลน์แชร์ แต่มีข้อสังเกตว่าอาจหลอกตา หวั่นเกิดอุบัติเหตุ appeared first on THE STANDARD.

]]>
กทม. เพิ่มสัญญาณไฟกะพริบ ทาสีโคลด์พลาสติกสีแดง หวังเพิ่มความปลอดภัยในการข้ามทางม้าลาย https://thestandard.co/bangkok-increase-light-signals/ Tue, 01 Feb 2022 09:18:46 +0000 https://thestandard.co/?p=589188 กทม. เพิ่มสัญญาณไฟกะพริบ ทาสีโคลด์พลาสติกสีแดง หวังเพิ่มความปลอดภัยในการข้ามทางม้าลาย

วันนี้ (1 กุมภาพันธ์) ชาตรี วัฒนเขจร รองปลัดกรุงเทพมหาน […]

The post กทม. เพิ่มสัญญาณไฟกะพริบ ทาสีโคลด์พลาสติกสีแดง หวังเพิ่มความปลอดภัยในการข้ามทางม้าลาย appeared first on THE STANDARD.

]]>
กทม. เพิ่มสัญญาณไฟกะพริบ ทาสีโคลด์พลาสติกสีแดง หวังเพิ่มความปลอดภัยในการข้ามทางม้าลาย

วันนี้ (1 กุมภาพันธ์) ชาตรี วัฒนเขจร รองปลัดกรุงเทพมหานคร (รองปลัด กทม.) เปิดเผยว่า กทม. โดยสำนักการจราจรและขนส่ง ได้ดำเนินการติดตั้งสัญญาณไฟกะพริบเตือนทางข้าม (ทางม้าลาย) และสัญญาณไฟจราจรทางข้ามชนิดกดปุ่มหรือสัญญาณไฟจราจรอัจฉริยะ เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการข้ามถนนของประชาชน ซึ่งที่ผ่านมาได้ดำเนินการติดตั้งสัญญาณไฟกะพริบเตือนทางข้ามไปแล้ว 896 จุด และได้ดำเนินการติดตั้งสัญญาณไฟจราจรทางข้ามชนิดกดปุ่ม (ที่มีสภาพบังคับแสดงสัญญาณเขียว-เหลือง-แดง) ไปแล้ว 240 แห่ง โดยในปี 2565 มีแผนงานที่จะติดตั้งสัญญาณไฟกะพริบเตือนทางข้ามเพิ่มเติมอีก 50 แห่ง และติดตั้งสัญญาณไฟจราจรทางข้ามชนิดกดปุ่มเพิ่มเติมอีก 100 แห่ง 

 

รวมทั้งจะพัฒนาและติดตั้งระบบตรวจจับผู้ฝ่าฝืนกระทำผิดไม่หยุดรถให้คนข้าม หรือจอดรถกีดขวางทางข้าม โดยใช้ระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) บริเวณทางแยก และบริเวณทางข้ามที่ติดตั้งสัญญาณไฟจราจรชนิดกดปุ่ม โดยจะประสานความร่วมมือกับสถานีตำรวจนครบาลท้องที่ในการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบเพื่อให้ครอบคลุมพื้นที่ กทม. ต่อไป 

 

ซึ่งนอกจากการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการเพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้ข้ามถนนบริเวณทางข้าม และบังคับใช้กฎหมายกับผู้ฝ่าฝืนกระทำผิดไม่หยุดรถให้คนข้าม หรือจอดรถกีดขวางทางข้ามแล้ว สำนักการจราจรและขนส่งยังได้ดำเนินการปรับปรุงกายภาพบริเวณก่อนถึงทางข้าม เพื่อสร้างความตระหนักเตือนให้ผู้ขับขี่ยานพาหนะผ่านบริเวณทางข้ามชะลอความเร็วและหยุดยานพาหนะให้คนเดินข้ามถนน ด้วยการจัดทำเครื่องหมายทางข้าม โดยเฉพาะบริเวณทางข้ามหน้าโรงเรียน โรงพยาบาล และทางแยก ด้วยสีโคลด์พลาสติกสีแดง เพื่อให้มีความแตกต่างจากผิวการจราจรและเครื่องหมายจราจรโดยทั่วไป รวมถึงเพื่อให้ผู้ขับขี่สามารถมองเห็นทางข้ามได้ชัดเจนยิ่งขึ้น 

 

โดยที่ผ่านมาได้ดำเนินการจัดทำทางข้ามด้วยสีโคลด์พลาสติกสีแดงไปแล้ว 559 จุด อีกทั้งจัดทำเส้นเตือนชะลอความเร็ว และเส้น Optical Speed Bar ในบริเวณก่อนถึงทางข้ามในจุดอื่นๆ เพื่อควบคุมผู้ขับขี่ยานพาหนะให้อยู่ในช่องทางของตนเอง ซึ่งมองดูแล้วจะเหมือนถนนแคบลง ทำให้ผู้ขับขี่เพิ่มความระมัดระวังมากขึ้นและลดความเร็วก่อนถึงทางข้าม รวมทั้งบำรุงรักษาเครื่องหมายจราจรทางข้ามและป้ายเตือนทางข้ามให้อยู่ในสภาพที่ผู้ขับขี่ยานพาหนะสามารถมองเห็นได้ชัดเจน

The post กทม. เพิ่มสัญญาณไฟกะพริบ ทาสีโคลด์พลาสติกสีแดง หวังเพิ่มความปลอดภัยในการข้ามทางม้าลาย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ส่องสถานการณ์อุบัติเหตุทางถนนของ ‘คนเดินเท้า’ ในประเทศไทย https://thestandard.co/walking-people-accident-in-thailand/ Mon, 31 Jan 2022 12:56:16 +0000 https://thestandard.co/?p=588880

เหตุการณ์ที่ ส.ต.ต. นรวิชญ์ บัวดก ผบ.หมู่ กองร้อยที่ 2 […]

The post ส่องสถานการณ์อุบัติเหตุทางถนนของ ‘คนเดินเท้า’ ในประเทศไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>

เหตุการณ์ที่ ส.ต.ต. นรวิชญ์ บัวดก ผบ.หมู่ กองร้อยที่ 2 กองกำกับการ 1 กองบังคับการอารักขาและควบคุมฝูงชน ซึ่งขี่บิ๊กไบค์ชน พญ.วราลัคน์ สุภวัตรจริยากุล หรือ ‘หมอกระต่าย’ แพทย์ผู้ชำนาญการด้านจักษุวิทยา ภาควิชาจักษุวิทยา คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ขณะเธอกำลังข้ามทางม้าลายจนเธอเสียชีวิต เป็นหนึ่งในเครื่องสะท้อนภาพความไม่ปลอดภัยบนท้องถนนของประเทศไทย ซึ่งในกรณีนี้เกี่ยวข้องกับ ‘คนเดินเท้า’

 

THE STANDARD รวบรวมข้อมูลบางส่วนมาสะท้อนว่า ‘คนเดินเท้า’ ในประเทศไทยต้องเผชิญกับสถานการณ์อุบัติเหตุแบบไหน และเราจะหาทางออกจากสถานการณ์นี้ได้อย่างไรเพื่อไม่ให้เกิดความสูญเสียขึ้นอีก และต่อไปนี้คือสิ่งที่ ‘ข้อมูล-แหล่งข่าว’ บอกกับเรา

 

 

 

ส่องภาพรวมอุบัติเหตุทางถนนในไทย ใน ‘ทศวรรษแห่งความปลอดภัยทางถนน’

  • ต้องอธิบายก่อนว่า ข้อมูลด้านอุบัติเหตุในประเทศไทยมีหลายหน่วยงานที่เก็บข้อมูลของตนเองและอาจจะมีขอบข่ายที่เหมือนหรือต่างกันไป ซึ่งข้อมูลแรกว่าด้วยจำนวนคนเดินเท้าที่เกิดอุบัติเหตุจราจรทางบกที่เราหยิบมานำเสนอต่อไปนี้ เป็นข้อมูลของสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ปรากฏบนเว็บไซต์สำนักงานสถิติแห่งชาติ
  • เราพบว่าจำนวนการรับแจ้งอุบัติเหตุจราจรทางบกในรอบ 10 ปี (2554-2563) มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตั้งแต่ปี 2555 และสูงสุดในปี 2561 อยู่ที่ 103,719 ราย จากนั้นจึงลดลงเรื่อยๆ จนในปี 2563 มีอุบัติเหตุที่ได้รับแจ้ง 93,750 ราย
  • พล.ต.ต. เอกรักษ์ ลิ้มสังกาศ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 คณะทำงานแก้ปัญหาจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้สัมภาษณ์กับ THE STANDARD ระบุว่า ในระยะหลัง ผลสืบเนื่องจากสถานการณ์โควิดทำให้จำนวนอุบัติเหตุลดลงในทุกพื้นที่ของประเทศ และหากสถานการณ์โควิดดีขึ้น เชื่อว่าจำนวนอุบัติเหตุจะกลับมาเพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้ยังเป็นไปได้ว่าสถิติอุบัติเหตุที่ตำรวจได้รับแจ้งจะต่ำกว่าจำนวนอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นจริง เพราะในขณะคดีที่ตกลงกันได้แล้วมาไม่ถึงตำรวจ ตัวเลขตรงนี้ก็อาจจะขาดหายไป ซึ่งส่วนใหญ่เป็นอุบัติเหตุเล็กน้อยหรือบาดเจ็บไม่มาก

 

 

ข้อมูลย้อนหลังเผย พบการแจ้งอุบัติเหตุจราจรทางบกของคนเดินเท้าเฉลี่ยราว 6-8 คนต่อวัน และเหตุกว่า 1 ใน 3 ของทั้งประเทศอยู่ในพื้นที่ ‘นครบาล’

  • ขณะที่จำนวนการรับแจ้งอุบัติเหตุจราจรทางบกของ ‘คนเดินเท้า’ ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติตลอด 10 ปีนี้ (2554-2563) อยู่ในช่วง 2,092-3,100 คนต่อปี หากคิดเฉลี่ยคร่าวๆ ต่อวันจะประมาณได้ว่า มีการรับแจ้งอุบัติเหตุจราจรคนเดินเท้าเฉลี่ยวันละราว 6-8 คน
  • สิ่งที่น่าสนใจก็คือ มีการแบ่งข้อมูลไว้ด้วยว่า หากแบ่งตามพื้นที่รับผิดชอบของตำรวจแล้ว ตลอด 10 ปีนี้ แต่ละปีมีคนเดินเท้าถูกรับแจ้งว่าเกิดอุบัติเหตุจราจรเฉพาะในพื้นที่ของกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) มากถึงราวร้อยละ 30-42 ของจำนวนการรับแจ้งอุบัติเหตุคนเดินเท้าทั้งหมด หรือหากคิดเฉลี่ยทั้ง 10 ปี สัดส่วนนี้จะอยู่ที่ร้อยละ 35.51 ซึ่งคิดเป็นราว 1 ใน 3 ของจำนวนการรับแจ้งอุบัติเหตุคนเดินเท้าทั้งหมด
  • ข้อมูลนี้ยังไปสอดคล้องกับเนื้อหาที่ปรากฏในรายงาน ‘เปิดมุมมองสะท้อนความจริงของผู้เปราะบางบนถนน (VRUs)’ ที่พิมพ์เมื่อปี 2562 และมี ศ.นพ.ไพบูลย์ สุริยะวงศ์ไพศาล จากคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นบรรณาธิการ โดยการสนับสนุนของศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน มูลนิธินโยบายถนนปลอดภัย และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) รายงานฉบับนี้ระบุจากข้อมูลคดีอุบัติเหตุจราจรที่รับแจ้งเฉลี่ยในช่วง 3 ปี ระหว่างปี 2558-2560 ว่ามีสัดส่วนการเกิดอุบัติเหตุทางถนนของคนเดินเท้าในเขตพื้นที่นครบาลสูง 1 ใน 3 (ร้อยละ 34) เมื่อเทียบกับจำนวนการรับแจ้งทั่วประเทศ
  • ด้าน พล.ต.ต. เอกรักษ์ ระบุว่า การที่อุบัติเหตุจราจรของคนเดินเท้าเกิดขึ้นในพื้นที่ ‘นครบาล’ ถึง 1 ใน 3 ของจำนวนอุบัติเหตุจราจรของคนเดินเท้าทั้งประเทศนั้น เนื่องจากในเมืองหลวงจะมีทางข้ามมากกว่าปกติ และมีการจราจรคับคั่ง จึงทำให้เกิดอุบัติเหตุในจำนวนที่สูง

 

 

 

ใน ‘ทศวรรษแห่งความปลอดภัยทางถนน’ มีคนเดินเท้าในไทยเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนเฉลี่ยเกือบ 2 คนต่อวัน แต่ช่วงปี 2560-2563 สถานการณ์มีแนวโน้มดีขึ้น

  • ส่วนสถิติจำนวนผู้เสียชีวิตที่เป็นคนเดินเท้าต่อจากนี้จะมาจากข้อมูลอีกชุดหนึ่ง ที่มีชื่อว่า ‘จำนวนผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน (3 ฐาน)’ ซึ่งมาจากการประมวลผลฐานข้อมูลเพื่อเชื่อมโยงหาข้อมูลของผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน จำนวน 3 ฐานข้อมูลด้วยกัน ได้แก่ ฐานข้อมูลใบมรณบัตร, ระบบ POLIS ซึ่งเป็นระบบบันทึกข้อมูลอุบัติเหตุจราจรของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และระบบ E-Claim เป็นระบบบันทึกข้อมูลของบริษัทกลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด ดังนั้นข้อมูลชุดนี้จึงไม่สามารถเชื่อมความสัมพันธ์ได้โดยตรงกับข้อมูลในรายงานของกระทรวงคมนาคมที่เราเสนอไปก่อนหน้านี้
  • ข้อมูลจำนวนผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน (3 ฐาน) ระบุว่า ในช่วงปี 2554-2563 ซึ่งเป็นช่วงปีที่ประเทศไทยได้ประกาศให้เป็น ‘ทศวรรษแห่งความปลอดภัยทางถนน’ มี ‘คนเดินเท้า’ เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนรวมทั้งสิ้น 6,739 คนตลอด 10 ปีนี้ นั่นหมายความว่าหากคิดโดยเฉลี่ยแล้ว จะมีคนเดินเท้าเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนในประเทศไทยวันละ 1.84 คน
  • เมื่อสังเกตจำนวนคนเดินเท้าที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนในแต่ละปี พบว่าจำนวนดังกล่าวมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นและลดลงอย่างไม่แน่นอนระหว่างปี 2554-2560 แต่หลังจากนั้นก็มีแนวโน้มลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยในปี 2560-2563 มีคนเดินเท้าเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนปีละ 847, 571, 438 และ 355 คนตามลำดับ

 

 

 

คนเดินเท้าที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนส่วนใหญ่เป็นวัยกลางคนถึงสูงอายุตอนต้น ช่วงเวลาเกิดเหตุมากที่สุดคือ ‘เย็นถึงค่ำ’

  • เมื่อดูอายุของคนเดินเท้าที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน พบว่าผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่ในแต่ละปีเป็นคนเดินเท้าในกลุ่มอายุวัยกลางคนจนถึงผู้สูงอายุตอนต้น ยกเว้นปี 2554 ที่มีผู้เสียชีวิตค่อนข้างมากในกลุ่มช่วงอายุตั้งแต่ 15-59 ปี 
  • อย่างไรก็ตาม ตลอดทั้ง 10 ปีนี้ น่าสังเกตว่ามีคนเดินเท้าที่เป็นผู้สูงอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป เสียชีวิตจากอุบัติเหตุจราจรรวมอยู่ที่ 1,996 ราย คิดเป็นร้อยละ 29.61 ของคนเดินเท้าที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนในทุกช่วงอายุ ส่วนเด็กเล็กอายุ 0-4 ปี เสียชีวิตรวมอยู่ที่ 274 คน หรือคิดเป็นราวร้อยละ 4 ของจำนวนคนเดินเท้าที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนในทุกช่วงอายุด้วย
  • นอกจากนี้ ข้อมูลการตายจากอุบัติเหตุทางถนน (3 ฐาน) ที่ปรากฏบนเว็บไซต์ศูนย์ความร่วมมือด้านข้อมูลการบาดเจ็บ กรมควบคุมโรค (https://dip.ddc.moph.go.th/new/บริการ/3base_status_new) ยังมีข้อมูลช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุทางถนนกับคนเดินเท้าจนนำไปสู่การเสียชีวิตไว้ด้วย แม้จะมีเพียงข้อมูลจากบริษัทกลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถเท่านั้น โดยพบว่าผู้เสียชีวิตในช่วงอายุส่วนใหญ่จะเกิดเหตุในช่วงเย็นถึงค่ำมากกว่าช่วงเวลาอื่น โดยเฉพาะช่วงเวลา 19.00-19.59 น. ยกเว้นในช่วงอายุ 15-19 ปี ที่พบว่าเกิดเหตุที่นำไปสู่การเสียชีวิตมากที่สุดในช่วงเวลา 17.00-17.59 น. และมีบางช่วงอายุที่ข้อมูลด้านเวลายังไม่สามารถบ่งชี้แนวโน้มได้ชัดเจนนัก เช่น กลุ่มเด็ก 0-14 ปี และผู้สูงอายุตั้งแต่ 85 ปีขึ้นไป

 

 

 

‘สิงห์บุรี-ฉะเชิงเทรา-พังงา’ พบอัตราคนเดินเท้าเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนต่อ 1 แสนประชากรสูงสุดปี 2563

  • จากการคำนวณของ THE STANDARD โดยใช้จำนวนประชากรกลางปีของกระทรวงสาธารณสุขบนเว็บไซต์สำนักงานสถิติแห่งชาติ และจำนวนผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน (3 ฐาน) จากการประมวลฐานข้อมูลใบมรณบัตร, ระบบ POLIS ของ สตช. และระบบ E-Claim พบว่าจังหวัดที่มี ‘อัตราจำนวนคนเดินเท้าที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนต่อประชากร 1 แสนคน’ ในปี 2563 สูงที่สุดในประเทศ 3 อันดับแรก ได้แก่ อันดับ 1 ‘สิงห์บุรี’ มีจำนวนคนเดินเท้าเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน 3.38 คนต่อประชากร 1 แสนคน ตามมาด้วยอันดับ 2 ‘ฉะเชิงเทรา’ 2.09 คน และอันดับ 3 ‘พังงา’ 1.89 คน
  • อีกด้านหนึ่ง 7 จังหวัดต่อไปนี้เป็น 7 จังหวัดที่ไม่มีคนเดินเท้าเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนเลยในปี 2563 หรือคิดเป็น 0 คนต่อ 1 แสนประชากร ซึ่งต่ำที่สุดในประเทศ ประกอบด้วยสมุทรสงคราม, นครนายก, ยโสธร, ปราจีนบุรี, สมุทรสาคร, ระนอง และนนทบุรี
  • ขณะที่กรุงเทพมหานคร สถานการณ์ล่าสุดในปี 2563 มีจำนวนคนเดินเท้าที่ถูกบันทึกว่าเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน 6 คน หรือคิดเป็น 0.11 คนต่อ 1 แสนประชากร ซึ่งถือว่าดีกว่าเมื่อเริ่มช่วง ‘ทศวรรษแห่งความปลอดภัย’ ในปี 2554 โดยปีนั้นจำนวนดังกล่าวอยู่ที่ 23 คน หรือ 0.40 คนต่อ 1 แสนประชากร อย่างไรก็ตาม จำนวนคนเดินเท้าที่เสียชีวิตดังกล่าวก็ยังสูงกว่าเมื่อปี 2558 ที่จำนวนดังกล่าวเคยลงไปแตะที่ระดับ 2 คน หรือคิดเป็น 0.04 คนต่อ 1 แสนประชากรมาแล้ว
  • พล.ต.ต. เอกรักษ์ อธิบายถึงสถานการณ์ในกรุงเทพมหานครที่มีจำนวนอุบัติเหตุจราจรของคนเดินเท้าสูง แต่อัตราเสียชีวิตกลับสวนทางกันว่า ในเขตเมือง รถจะทำความเร็วได้ไม่สูงเท่ากับในต่างจังหวัด ดังนั้นอุบัติเหตุที่รุนแรงมักจะเกิดในพื้นที่นอกเขตเมืองเนื่องจากมีการใช้ความเร็วสูง

 

 

ส่วน ‘ร้อยเอ็ด-บุรีรัมย์-ฉะเชิงเทรา’ พบ ‘จำนวน’ คนเดินเท้าเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนสูงสุดปี 2563

  • ในแง่จำนวนผู้เสียชีวิต (ที่ไม่ใช่อัตราต่อ 1 แสนประชากร) ซึ่งอาจจะสะท้อนความจำเป็นที่หน่วยงานรัฐจะต้องให้ความสำคัญในการแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุในอีกมุมมองหนึ่ง ปรากฏว่าปี 2563 จังหวัดร้อยเอ็ดมีจำนวนคนเดินเท้าเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนสูงสุดถึง 20 คน รองลงมาคือบุรีรัมย์ 19 คน และฉะเชิงเทรา 15 คนตามลำดับ

 

 

สถิติทางหลวงชี้ สาเหตุของอุบัติเหตุชนคนเดินเท้าอันดับ 1 เกิดจาก ‘ขับรถเร็วเกินอัตรากำหนด’

  • แล้วสาเหตุที่ทำให้คนเดินเท้าเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนมาจากอะไร? ข้อมูลที่เราพอจะหาได้ มาจากรายงานอุบัติเหตุจราจรบนทางหลวงแผ่นดินของสำนักอำนวยความปลอดภัย กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม ช่วงปี 2554-2563 ที่พบว่า ‘การขับรถเร็วเกินอัตรากำหนด’ ครองแชมป์สาเหตุหลักของอุบัติเหตุ ‘ชนคนเดินเท้า’ (เฉพาะบนทางหลวง) ในทุกปี คิดเป็นสาเหตุของอุบัติเหตุประเภทนี้เกือบครึ่งหรือเกินครึ่งหนึ่งของทั้งหมด ขณะที่อีกสาเหตุซึ่งติดโผว่าพบบ่อยเป็นอันดับ 2 ในทุกปีเช่นกันคือ ‘การตัดหน้าระยะกระชั้นชิด’
  • และยังมีสาเหตุอื่นอีกที่พบได้น้อยแต่พบบ่อย (ทุกปีหรือเกือบทุกปี) ได้แก่ ‘การหลับใน’ และ ‘เมาสุรา’

 

 

 

ผลศึกษาโดยรวมของโลกชี้ คนเดินเท้า ‘ตาย-เจ็บ’ สาเหตุสำคัญเพราะ ‘ถูกรถชนขณะข้ามถนน’

  • รายงาน ‘เปิดมุมมองสะท้อนความจริงของผู้เปราะบางบนถนน (VRUs)’ ซึ่งมี ศ.นพ.ไพบูลย์ สุริยะวงศ์ไพศาล จากคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นบรรณาธิการ ที่เราเคยอ้างถึงไปก่อนหน้านี้ยังระบุว่า กลุ่มคนเดินเท้าเป็นหนึ่งใน ‘กลุ่มผู้เปราะบางบนถนน’ (Vulnerable Road Users: VRUs) คือกลุ่มที่ขาดเครื่องป้องกัน หรือกลุ่มที่มีศักยภาพในการปกป้องตนเองน้อย ซึ่งนอกจากคนเดินเท้าแล้ว VRUs ยังรวมถึงผู้ใช้รถจักรยานยนต์ ผู้ใช้รถจักรยาน เด็ก และผู้ที่สูงอายุมากด้วย
  • สำหรับสถานการณ์ทั่วโลก บทความของ สุเมธี สนธิกุล นักวิจัยอิสระ ที่อยู่ในรายงานฉบับดังกล่าว เผยผลการศึกษาโดยรวมเกี่ยวกับคนเดินเท้าทั่วโลก ซึ่งพบว่าสาเหตุสำคัญที่ทำให้คนเดินเท้าเสียชีวิตหรือบาดเจ็บเกิดจากการถูกรถชนขณะข้ามถนน และคนเดินเท้าในประเทศที่มีรายได้สูงมักเกิดอุบัติเหตุถูกรถชนในเขตเมือง
  • บทความของสุเมธี สนธิกุล ยังระบุต่อไปว่า “จากการสำรวจประเทศที่มีรายได้น้อยถึงปานกลางในแถบเอเชีย แอฟริกา ยุโรปตะวันออก และอเมริกากลาง พบว่า 84% ของถนนทั้งหมดไม่มีพื้นที่ทางเท้าให้แก่ผู้สัญจร รวมทั้งผู้ขับขี่ยานพาหนะยังใช้ความเร็วสูงกว่า 40 กม./ชม. ขณะที่การติดไฟฟ้าแสงสว่างเพิ่มเติมตามถนนและทางข้ามในประเทศออสเตรเลียช่วยลดอุบัติเหตุรถชนคนเดินเท้าได้ถึง 59% ดังนั้นสิ่งอำนวยความสะดวกบนถนนที่ไม่เพียงพอ ถือเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการยับยั้งตัวเลขการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถชนคนเดินเท้าทั่วโลก” 
  • ส่วนภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีสัดส่วนคนเดินเท้าที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนน้อยที่สุดเมื่อเทียบกับภูมิภาคอื่นทั่วโลก และประเทศไทยก็มีสัดส่วนคนเดินเท้าที่เสียชีวิตต่ำเมื่อเทียบกับผู้ใช้รถเช่นกัน อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีคนเดินเท้าอีกจำนวนหนึ่งที่เสียชีวิต บาดเจ็บ หรือทุพพลภาพจากอุบัติเหตุทางถนน

 

ภาพ: Photographee.eu / Shutterstock

 

 

‘ความเร็ว’ มีผลต่อคนเดินเท้าที่ถูกรถชน – ‘ทางเท้า’ สำคัญต่อความปลอดภัย

  • มาถึงการยกระดับความปลอดภัยให้คนเดินเท้ากันบ้าง สุเมธี สนธิกุล ระบุในบทความของเขาถึงแนวคิดด้านวิศวกรรมเพื่อเพิ่มความปลอดภัยคนเดินเท้า อย่างในเรื่อง ‘การใช้ความเร็ว’ ก็มีวิธีการที่สามารถทำได้ เช่น การมีมาตรการควบคุมความเร็ว การติดตั้งป้ายเตือน ป้ายจำกัดความเร็ว หรืออุปกรณ์ยับยั้งการจราจรตามหลักวิศวกรรม ทั้งนี้ ความเร็วนั้นมีผลต่อระยะหยุดปลอดภัย และส่งผลต่อคนเดินเท้าที่ถูกรถชน โดยหากคนเดินเท้าถูกชนด้วยความเร็ว 30 กม./ชม. จะเสี่ยงต่อการเสียชีวิต 45% บาดเจ็บ 50% และโอกาสที่จะไม่บาดเจ็บเลยมี 5% แต่หากถูกชนด้วยความเร็วที่เพิ่มขึ้นเป็น 40 กม./ชม. จะมีโอกาสเสียชีวิตสูงถึง 85% และมีโอกาสบาดเจ็บ 15 % เป็นต้น
  • ประเด็นต่อมาคือเรื่อง ‘พื้นที่หยุดรอข้ามทางและทางเท้า’ ได้แก่ การออกแบบเกาะกลางแบบยก เหมาะสำหรับถนนในเขตเมืองที่ใช้ความเร็วต่ำ เขตทางไม่กว้าง มีการข้ามถนนมาก และผิวจราจรกว้าง โดยพื้นที่ภายในเกาะสามารถพัฒนารูปแบบเพื่อให้เหมาะสมกับการข้ามทางได้ ต่อมาคือทางเท้า ถนนที่ไม่มีทางเท้าหรือขอบทางเท้าจะเกิดอุบัติเหตุรถชนคนเดินเท้ามากกว่าถนนที่มีทางเท้าถึง 1.5-2.0 เท่า ส่วนถนนที่มีทางเท้า เครื่องหมายจราจร สัญญาณไฟคนเดินข้าม และป้ายเตือนคนข้ามน้อยกว่าที่ควร มักมีโอกาสเสี่ยงสูงที่จะเกิดอุบัติเหตุรถชนคนเดินเท้าได้

 

ภาพ: Adumm76 / Shutterstock

 

 

‘ทางข้าม’ เป็นอย่างไรถึงจะปลอดภัยสูง?

  • แล้วทางข้ามถนนที่ดีเป็นอย่างไร? บทความของ สุเมธี สนธิกุล ระบุว่า การออกแบบ ‘ทางข้ามระดับพื้น’ ที่ดี ต้องเลือกตำแหน่งการสร้างที่เหมาะสมและสามารถรองรับปริมาณคนเดินข้ามได้อย่างเพียงพอ ทางข้ามต้องมีระยะทางที่สั้น คนเดินเท้าทั่วไป ผู้พิการ และผู้ใช้รถเข็น สามารถข้ามได้อย่างสะดวก อยู่ในจุดที่ผู้ขับขี่สามารถหยุดชะลอความเร็วเพื่อให้ทางกับคนเดินข้ามได้อย่างปลอดภัย นอกจากนี้ยังสามารถติดตั้งป้ายเตือนคนเดินข้าม สัญญาณไฟคนเดินข้าม ในพื้นที่ที่มีการจราจรหนาแน่น และใช้วิธีเพิ่มความปลอดภัยให้ผู้สูงอายุ อย่างการเพิ่มเวลาสัญญาณไฟคนเดินข้าม การทำทางลาดขึ้น-ลงระหว่างผิวถนนและขอบทางเท้า ขยายพื้นที่ทางเท้า ตีเส้นจราจรและเส้นหยุดรถก่อนทางข้าม เป็นต้น
  • ส่วนการสร้าง ‘ทางข้ามต่างระดับ’ เช่น สะพานลอย อุโมงค์ และทางลอยเดินฟ้า (Skywalk) เป็นการออกแบบโครงสร้างเพื่อรองรับคนเดินเท้าไม่ให้ต้องตัดกระแสจราจรบนท้องถนน เหมาะที่จะก่อสร้างในบริเวณที่มีคนเดินเท้าสัญจรไป-มาเป็นจำนวนมาก เช่น เขตโรงเรียน เขตเมือง ย่านศูนย์กลางธุรกิจการค้า
  • สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมในบทความ ‘การเดินเท้าในเมืองใหญ่ กับความปลอดภัยทางถนน’ ของสุเมธี ในรายงาน ‘เปิดมุมมองสะท้อนความจริงของผู้เปราะบางบนถนน (VRUs)’ ได้ที่ http://www.roadsafetythai.org/edoc/doc_20190805142128.pdf

 

ภาพ: zuperia / Shutterstock

 

 

ปัจจัยและมาตรการอะไรอีกที่มีผลต่อความปลอดภัยของ ‘คนเดินเท้า’?

  • ไม่ใช่แค่เพียงปัจจัยด้านความเร็ว การสร้างทางเท้า ทางข้าม หรือเกาะกลางถนนเท่านั้นที่มีผลต่อความปลอดภัยของคนเดินเท้า สุเมธียังเคยระบุไว้ในรายงานฉบับสมบูรณ์ของโครงการ ‘จัดทำชุดคู่มือเสริมสร้างความปลอดภัยของคนเดินเท้า’ เมื่อปี 2556 ว่าการออกแบบถนน หรือแม้แต่การวางแผนการใช้ประโยชน์ที่ดินของเมือง ก็มีส่วนต่อความปลอดภัยของคนเดินเท้าเช่นกัน อย่างถนนที่ออกแบบให้มีความกว้างมากและมีหลายช่องจราจร หรือถนนที่มีช่องจราจรกว้างและมีความเร็วออกแบบ (ความเร็วจำกัดเริ่มต้นสำหรับถนนที่วางแผนก่อสร้าง) สูง ก็จะเพิ่มความเสี่ยงต่ออุบัติเหตุรถชนคนเดินข้าม หรือการวางแผนที่ดินที่ต้องการให้คนหันมาใช้ระบบขนส่งสาธารณะแทนรถส่วนตัวมากขึ้น และส่งเสริมให้คนใช้ทางเท้าในการสัญจรหรือเดินมายังจุดใช้บริการขนส่งสาธารณะ ก็จำเป็นจะต้องพิจารณาความปลอดภัยของคนเดินเท้าควบคู่กับการพัฒนาพื้นที่ เป็นต้น
  • ยังมีมีมาตรการอื่นเพื่อปรับปรุงความปลอดภัยของคนเดินเท้า เช่น เผยแพร่ข้อมูลให้แก่ผู้ใช้รถเกี่ยวกับความปลอดภัยของคนเดินเท้า การพัฒนาและบังคับใช้กฎหมายจราจรเพื่อควบคุมพฤติกรรมเสี่ยง การส่งเสริมมาตรการลดปริมาณการจราจรหรือการเดินทางสำหรับพื้นที่ที่มีคนเดินเท้ามาก การปรับปรุงการมองเห็นสภาพข้างทาง โดยเฉพาะเวลาที่มีความสว่างน้อย หรือแม้แต่การปรับปรุงระบบการแพทย์ฉุกเฉินสำหรับช่วยเหลือคนเดินเท้าที่บาดเจ็บ เป็นต้น
  • อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจากรายงานฉบับนี้ได้ที่ http://www.roadsafetythai.org/edoc/doc_20210204144301.pdf
  • และอีกส่วนหนึ่ง พล.ต.ต. เอกรักษ์ กล่าวว่าต้องแก้ปัญหาความปลอดภัยคนเดินเท้าที่ ‘ระบบ’ โดยขณะนี้กำลังมีการแก้ไขกฎหมาย และในวันที่ 31 มกราคมนี้ ร่างพระราชบัญญัติจราจรทางบกฉบับแก้ไขจะเข้าสู่การพิจารณาของสภา ซึ่งเขาระบุว่า “การเพิ่มสมรรถนะการบังคับใช้กฎหมายให้เข้มแข็งขึ้น มีมาตรการลงโทษที่ค่อนข้างรุนแรงขึ้นกับผู้ที่จงใจฝ่าฝืน จะเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้ขับขี่ให้เคารพกฎหมายมากขึ้น ก็จะทำให้มีวินัยจราจรมากขึ้น อุบัติเหตุจะลดลงครับ”
  • นอกจากนี้ พล.ต.ต. เอกรักษ์ ยังกล่าวต่อไปว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยทางของคนเดินเท้าจะต้องให้ความสนใจและปรับปรุงแนวทางแก้ปัญหา รวมถึงผู้ขับขี่ที่ปฏิบัติตามกฎจราจร ไม่ประมาท ก็จะทำให้อุบัติเหตุลดลงเช่นกัน เขาย้ำว่าอุบัติเหตุเกิดจาก ‘คน รถ และถนน’ หากทั้ง 3 อย่างนี้มีประสิทธิภาพ อุบัติเหตุก็จะไม่เกิดขึ้น

 

ภาพประกอบ: กริน วสุรัฐกร

ภาพ: AerialPerspective Images / Getty Images

อ้างอิง:

The post ส่องสถานการณ์อุบัติเหตุทางถนนของ ‘คนเดินเท้า’ ในประเทศไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
กทม. พบจุดเสี่ยง ‘ทางม้าลาย’ 100 จุด เตรียมตั้งกล้อง AI จับผู้ฝ่าฝืน ทำป้ายเตือน-ทาสีแดงเส้นทางข้าม https://thestandard.co/bangkok-found-100-cross-road-risk-spot/ Fri, 28 Jan 2022 08:15:51 +0000 https://thestandard.co/?p=587781 กทม. พบจุดเสี่ยง ‘ทางม้าลาย’ 100 จุด เตรียมตั้งกล้อง AI จับผู้ฝ่าฝืน ทำป้ายเตือน-ทาสีแดงเส้นทางข้าม

วันนี้ (28 มกราคม) พล.ต.ท. โสภณ พิสุทธิวงษ์ รองผู้ว่ารา […]

The post กทม. พบจุดเสี่ยง ‘ทางม้าลาย’ 100 จุด เตรียมตั้งกล้อง AI จับผู้ฝ่าฝืน ทำป้ายเตือน-ทาสีแดงเส้นทางข้าม appeared first on THE STANDARD.

]]>
กทม. พบจุดเสี่ยง ‘ทางม้าลาย’ 100 จุด เตรียมตั้งกล้อง AI จับผู้ฝ่าฝืน ทำป้ายเตือน-ทาสีแดงเส้นทางข้าม

วันนี้ (28 มกราคม) พล.ต.ท. โสภณ พิสุทธิวงษ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (รองผู้ว่าฯ กทม.) ร่วมประชุมการบูรณาการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนในเส้นทางข้าม (ทางม้าลาย) โดยมี พล.ต.อ. ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย ร.ต.อ. พงศกร ขวัญเมือง โฆษก กทม., ประพาส เหลืองศิรินภา ผู้อำนวยการสำนักการจราจรและขนส่ง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุม 

 

โดยที่ประชุมได้หารือมาตรฐานและรูปแบบเส้นทางข้าม (ทางม้าลาย) ตามหลักวิศวกรรมจราจร การตรวจสอบข้อมูลเส้นทางข้ามในแต่ละพื้นที่เพื่อปรับปรุงให้เหมาะสมและป้องกันอุบัติเหตุ การบังคับใช้กฎหมายข้อหาฝ่าฝืนเครื่องหมายจราจรเส้นทางข้าม การกำหนดความเร็วในเขตชุมชนโดยเฉพาะในทางข้าม และการพิจารณาปรับปรุงรูปแบบเครื่องหมายเส้นทางข้าม การติดตามการดำเนินการกำหนดใบอนุญาตขับขี่สำหรับรถจักรยานยนต์ขนาด 400 ซีซีขึ้นไป (บิ๊กไบค์) ระบบตัดคะแนนและสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับขี่

 

พล.ต.ท. โสภณกล่าวภายหลังการประชุมว่า ในการประชุมวันนี้ทาง กทม. ได้ร่วมหารือมาตรการป้องกันและลดอุบัติเหตุในเส้นทางข้าม (ทางม้าลาย) โดยได้รับมอบหมายให้ดำเนินการแก้ไขปัญหาที่จุดเกิดอุบัติเหตุ บริเวณทางม้าลาย หน้าสถาบันไตภูมิราชนครินทร์ ถนนพญาไท โดยเร่งด่วน โดยจะติดตั้งสัญญาณไฟคนข้ามแบบกดปุ่ม ซึ่งจะสามารถดำเนินการแล้วเสร็จภายใน 2 สัปดาห์ รวมทั้งทาสีแดงและขยายความกว้างเส้นทางข้ามเพื่อให้ผู้ขับขี่มองเห็นได้ชัดเจน โดยสามารถดำเนินการแล้วเสร็จภายใน 2 วัน และการติดตั้งกล้อง CCTV AI เพื่อตรวจจับผู้ฝ่าฝืนเส้นทางข้าม ซึ่งจะใช้ระยะเวลาติดตั้งประมาณ 30 วัน เพื่อเกิดความปลอดภัยสูงสุด 

 

ส่วนการแก้ไขปัญหาในภาพรวมของเส้นทางข้าม ในเบื้องต้น กทม. จะขอจัดสรรงบประมาณเพื่อทำการติดตั้งสัญญาณไฟแบบกดปุ่ม รวมทั้งปรับกายภาพบริเวณทางข้ามที่สำรวจแล้วพบว่ามีความเสี่ยง จำนวน 100 จุด ส่วนจุดอื่นๆ จะดำเนินการปรับปรุงป้ายเตือน ป้ายกำหนดความเร็ว ทาสีแดงพื้นเส้นทางข้าม เส้นชะลอความเร็ว เพื่อความปลอดภัยของประชาชน 

 

ทั้งนี้ ในพื้นที่ กทม. มีทางข้ามรวม 3,280 จุด ทำการติดตั้งสัญญาณไฟกระพริบ 1,277 จุด ติดตั้งสัญญาณไฟแบบกดปุ่ม 226 จุด และทาสีแดงพื้นเส้นทางข้ามแล้ว 430 จุด 

The post กทม. พบจุดเสี่ยง ‘ทางม้าลาย’ 100 จุด เตรียมตั้งกล้อง AI จับผู้ฝ่าฝืน ทำป้ายเตือน-ทาสีแดงเส้นทางข้าม appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายกฯ สั่งการ กทม. เร่งติดตั้งไฟจราจรข้ามทางม้าลาย เพิ่มความปลอดภัยให้ประชาชน https://thestandard.co/pm-order-bangkok-set-up-traffic-light-for-cross-road/ Fri, 28 Jan 2022 07:50:09 +0000 https://thestandard.co/?p=587778 นายกฯ สั่งการ กทม. เร่งติดตั้งไฟจราจรข้ามทางม้าลาย เพิ่มความปลอดภัยให้ประชาชน

วันนี้ (28 มกราคม) ธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกร […]

The post นายกฯ สั่งการ กทม. เร่งติดตั้งไฟจราจรข้ามทางม้าลาย เพิ่มความปลอดภัยให้ประชาชน appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายกฯ สั่งการ กทม. เร่งติดตั้งไฟจราจรข้ามทางม้าลาย เพิ่มความปลอดภัยให้ประชาชน

วันนี้ (28 มกราคม) ธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มีความห่วงใยต่อความปลอดภัยของผู้ใช้ทางม้าลาย สั่งกำชับให้กรุงเทพมหานคร (กทม.) ดำเนินการติดตั้งไฟจราจรข้ามทางม้าลาย เพิ่มความปลอดภัยให้กับประชาชนมากขึ้น ให้เร่งดำเนินการ โดยเฉพาะทางม้าลายในจุดเสี่ยง แก้ไขปัญหาลดอุบัติเหตุ พร้อมพิจารณานำนวัตกรรม ‘ไฟจราจรอัจฉริยะ’ (Smart Traffic Light) ปิด-เปิดไฟเขียวให้คนข้ามทางม้าลายโดยอัตโนมัติ มาใช้งาน ลดปัญหาสัญญาณไฟจราจรข้ามทางม้าลายแบบเดิมที่ประชาชนผู้ใช้ทางม้าลายต้องเสียเวลายืนรอข้ามถนนหลายนาที

 

ธนกรยังกล่าวต่อไปว่า นายกรัฐมนตรียังฝากความห่วงใยไปถึงผู้ใช้รถใช้ถนนทุกคนให้พึงระลึกอยู่เสมอถึงความปลอดภัย มีน้ำใจต่อเพื่อนร่วมทางและผู้ใช้ถนน ความปลอดภัยเป็นสิ่งสำคัญต่อการใช้รถใช้ถนน นอกเหนือจากการเคารพกฎจราจรแล้ว คนใช้รถใช้ถนนจะต้องไม่ประมาทด้วย พร้อมให้ถอดบทเรียนกรณีอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นล่าสุด เพื่อลดความสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินจากภัยบนท้องถนนด้วย 

The post นายกฯ สั่งการ กทม. เร่งติดตั้งไฟจราจรข้ามทางม้าลาย เพิ่มความปลอดภัยให้ประชาชน appeared first on THE STANDARD.

]]>
พิสูจน์หลักฐาน ตรวจสอบทางม้าลายจุด ‘หมอกระต่าย’ เพิ่มเติม วัดระยะทางคำนวณความเร็ว เป็นพยานหลักฐานคดี https://thestandard.co/doctor-kratai-extra-site-investigation/ Fri, 28 Jan 2022 07:04:15 +0000 https://thestandard.co/?p=587739 พิสูจน์หลักฐาน ตรวจสอบทางม้าลายจุด ‘หมอกระต่าย’ เพิ่มเติม วัดระยะทางคำนวณความเร็ว เป็นพยานหลักฐานคดี

จากกรณี ส.ต.ต.นรวิชญ์ บัวดก ผบ.หมู่ กองร้อยที่ 2 กองกำก […]

The post พิสูจน์หลักฐาน ตรวจสอบทางม้าลายจุด ‘หมอกระต่าย’ เพิ่มเติม วัดระยะทางคำนวณความเร็ว เป็นพยานหลักฐานคดี appeared first on THE STANDARD.

]]>
พิสูจน์หลักฐาน ตรวจสอบทางม้าลายจุด ‘หมอกระต่าย’ เพิ่มเติม วัดระยะทางคำนวณความเร็ว เป็นพยานหลักฐานคดี

จากกรณี ส.ต.ต.นรวิชญ์ บัวดก ผบ.หมู่ กองร้อยที่ 2 กองกำกับการ 1 กองบังคับการอารักขาและควบคุมฝูงชน (กก.1 บก.อคฝ.) ขี่รถบิ๊กไบค์ ยี่ห้อดูคาติ รุ่นมอนสเตอร์ ทะเบียน 1 กผ 9942 เชียงราย ชน พญ.วราลัคน์ สุภวัตรจริยากุล หรือหมอกระต่าย จักษุแพทย์ ภาควิชาจักษุวิทยา ขณะกำลังเดินข้ามทางม้าลายจนเป็นเหตุให้เสียชีวิต 

 

ล่าสุด วันนี้ (28 มกราคม) ที่บริเวณทางม้าลายหน้าโรงพยาบาลสถาบันโรคไตภูมิราชนครินทร์ เขตพญาไท พล.ต.ต. ฉัตรชัย นันทมงคล ผู้บังคับการกองพิสูจน์หลักฐานกลาง สํานักงานพิสูจน์หลักฐานตํารวจ (สพฐ.) สํานักงานตํารวจแห่งชาติ (ตร.) พร้อมเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญและพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจนครบาล (สน.) พญาไท ลงตรวจสอบจุดเกิดอุบัติเหตุรถบิ๊กไบค์พุ่งชน ‘หมอกระต่าย’ เสียชีวิตระหว่างเดินข้ามทางม้าลาย หลังได้รับการประสานจากพนักงานสอบสวนเจ้าของคดี เพื่อคลายความสงสัยของประชาชนในเรื่องความเร็วรถ โดยเจ้าหน้าที่นำตลับสายวัดและอุปกรณ์ทางเทคนิคมาวัดระยะทาง จุดช่วงถนน ความกว้าง และทางยาวถนน เพื่อนำไปคำนวณระยะทางและความเร็วรถจักรยานยนต์ในช่วงระหว่างเกิดเหตุ

 

พล.ต.ต. ฉัตรชัยกล่าวว่า วันนี้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบในเรื่องของรายละเอียดต่างๆ ในสถานที่เกิดเหตุจริงเพื่อนำข้อมูลประกอบสำนวนคดีให้มีความรัดกุมมากขึ้น โดยเฉพาะการตรวจวัดระยะทางบนถนนตามจุดช่วงเริ่มต้น จนมาถึงจุดเกิดเหตุ เพื่อคำนวณหาความเร็วของรถขณะเกิดเหตุ แม้ว่าข้อมูลหลักฐานนี้จะสามารถตรวจสอบได้จากกล้องวงจรปิด แต่เพื่อความชัดเจนจึงจำเป็นต้องลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบจากสถานที่จริง

 

พล.ต.ต. ฉัตรชัยยืนยันว่า ตำรวจทำงานมาโดยตลอดและมีการตรวจสอบรถจักรยานยนต์คันที่เกิดเหตุไปแล้ว ซึ่งในส่วนของการตรวจสอบพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ รวมทั้งผลความเร็วรถจักรยานยนต์ในวันเกิดเหตุ มั่นใจว่าจะอยู่ภายในกรอบระยะเวลา 30 วัน จะสามารถสรุปผลได้ 

 

ทั้งนี้ คดีอุบัติเหตุนั้นตามปกติโดยทั่วไปจะเป็นอำนาจหน้าที่และขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของพนักงานสอบสวนว่าจะร้องขอให้ สพฐ.ตร. เข้าไปตรวจสอบหรือไม่

 

ส่วนการตรวจสอบจากสถานที่จริงแม้ว่าในวันนี้ ถึงแม้จะมีการเปลี่ยนแปลงสภาพไปจากวันเกิดเหตุ เช่น มีการขีดสีตีเส้น ทาสีเพิ่มนั้น ถือว่าไม่ใช่อุปสรรค เพราะก่อนหน้านี้ได้เก็บรวบรวมพยานหลักฐานไปแล้ว

The post พิสูจน์หลักฐาน ตรวจสอบทางม้าลายจุด ‘หมอกระต่าย’ เพิ่มเติม วัดระยะทางคำนวณความเร็ว เป็นพยานหลักฐานคดี appeared first on THE STANDARD.

]]>
สภ.อุบลฯ ปรับร้านค้าตั้งโต๊ะบนทางข้ามทางม้าลาย 500 บาท หลังมีภาพตั้งร้านชิลว่อนโซเชียล https://thestandard.co/ubon-police-station-charged-500-baht-for-cross-road-table-set-up/ Fri, 28 Jan 2022 05:27:58 +0000 https://thestandard.co/?p=587680 สภ.อุบลฯ ปรับร้านค้าตั้งโต๊ะบนทางข้ามทางม้าลาย 500 บาท หลังมีภาพตั้งร้านชิลว่อนโซเชียล

จากกรณีที่สังคมโซเชียลแชร์ภาพเกี่ยวกับร้านค้าแห่งหนึ่ง […]

The post สภ.อุบลฯ ปรับร้านค้าตั้งโต๊ะบนทางข้ามทางม้าลาย 500 บาท หลังมีภาพตั้งร้านชิลว่อนโซเชียล appeared first on THE STANDARD.

]]>
สภ.อุบลฯ ปรับร้านค้าตั้งโต๊ะบนทางข้ามทางม้าลาย 500 บาท หลังมีภาพตั้งร้านชิลว่อนโซเชียล

จากกรณีที่สังคมโซเชียลแชร์ภาพเกี่ยวกับร้านค้าแห่งหนึ่ง ได้ทำการวางโต๊ะ-เก้าอี้ เพื่อเปิดร้านให้บริการบริเวณทางข้ามทางม้าลาย หน้าโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ จนนำไปสู่การวิพากษ์วิจารณ์เป็นวงกว้าง พร้อมตั้งคำถามว่าการกระทำในลักษณนี้ถูกหรือไม่ หรือมีหน่วยงานใดกำกับดูแลหรือไม่นั้น

 

วานนี้ (27 มกราคม) ทางเพจเฟซบุ๊ก ‘งานจราจร สภ.เมืองอุบลราชธานี’ โพสต์ภาพและข้อความถึงกรณีดังกล่าว ระบุว่าสถานีตำรวจภูธร (สภ.) เมืองอุบลราชธานี โดย พ.ต.ต. ไพศาล ศุภโกศล สว.จร.สภ.เมืองอุบลราชธานี พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่เทศกิจฯ ดำเนินการตรวจสอบพบว่า มีการกระทำความผิดจริงตามที่ปรากฏทางสื่อโซเซียล จึงได้เรียกเจ้าของร้านค้าเข้าพบพนักงานสอบสวน แจ้งข้อหาฯ และดำเนินการเปรียบเทียบปรับ เป็นจำนวนเงิน 500 บาท แก่เจ้าของร้านดังกล่าว ในข้อหาวางสิ่งของบนทางเท้าฯ พร้อมกันนี้ได้ชี้แจงทำความเข้าใจในข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เจ้าตัวเข้าใจดีและยินดีให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี

 

อย่างไรก็ตาม หลังจากนั้นในเวลา 18.30 น. เจ้าหน้าที่จาก สภ.เมืองอุบลราชธานี ลงพื้นที่หน้าโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์อีกครั้ง เพื่อประชาสัมพันธ์ถึงผู้ประกอบการ ร้านค้า และร้านจำหน่ายอาหารบริเวณหน้าโรงพยาบาล ให้ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) จราจรทางบก พ.ศ. 2522 และ พ.ร.บ.รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ. 2535 ในการตั้งวางสิ่งของบนผิวจราจร ซึ่งผู้ประกอบการร้านค้า ร้านจำหน่ายอาหาร เข้าใจและยินดีให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ เพราะหากฝ่าฝืนด้วยการวางสิ่งกีดขวางบนทางเท้า มีโทษเทียบปรับ 500 บาท

The post สภ.อุบลฯ ปรับร้านค้าตั้งโต๊ะบนทางข้ามทางม้าลาย 500 บาท หลังมีภาพตั้งร้านชิลว่อนโซเชียล appeared first on THE STANDARD.

]]>
12 ฉากเดินถนนในโลกภาพยนตร์ ที่ชวนให้เก็บไปฝันว่าสักวัน ‘ชีวิตเราจะดี ลงตัว และปลอดภัย’ ได้แบบนี้บ้าง https://thestandard.co/12-cinematic-street-scenes/ Wed, 26 Jan 2022 14:03:47 +0000 https://thestandard.co/?p=587100 ฉากเดินถนน

หลายต่อหลายครั้ง ภาพยนตร์ก็ไม่ได้เป็นแค่ภาพยนตร์ หากแต่ […]

The post 12 ฉากเดินถนนในโลกภาพยนตร์ ที่ชวนให้เก็บไปฝันว่าสักวัน ‘ชีวิตเราจะดี ลงตัว และปลอดภัย’ ได้แบบนี้บ้าง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ฉากเดินถนน

หลายต่อหลายครั้ง ภาพยนตร์ก็ไม่ได้เป็นแค่ภาพยนตร์ หากแต่หลายฉากหลายตอนที่มันได้ทำหน้าที่ไปไกลกว่านั้น ด้วยการสะท้อนภาพชุมนุม เมือง ถนนหนทาง วัฒนธรรม และวิถีชีวิต ดึงดูดให้แฟนภาพยนตร์อยากจะเก็บกระเป๋าออกเดินทางไปตามรอย 

 

เช่นเดียวกับที่ภาพยนตร์รอมคอมยอดฮิตอย่าง Notting Hill ทำได้ ด้วยอานิสงส์แห่งเรื่องราวความรักชวนฝัน บรรยากาศเมือง ผู้คน และถนนหนทาง ทำให้หลังจากภาพยนตร์ออกฉายในปี 1999 แฟนๆ ก็แห่แหนเดินทางไปตามรอยร้านหนังสือของ วิลเลียม แทคเกอร์ (รับบทโดย ฮิวจ์ แกรนต์) ที่ทำให้พบรักกับ แอนนา สกอตต์ (รับบทโดย จูเลีย โรเบิร์ตส) ที่เมืองนอตติงฮิล กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ​    

 

ขณะที่ Before Sunrise (1995) มิตรภาพระหว่างการเดินทางของ เจสซี (รับบทโดย อีธาน ฮอว์ก) หนุ่มอเมริกัน และ ซีลีน (รับบทโดย จูลี เดลปี) สาวฝรั่งเศส ที่พบกันบนรถไฟระหว่างทาง ก่อนทั้งคู่จะได้ใช้เวลาหนึ่งคืนเดินเล่นรอบเมืองเวียนนา ประเทศออสเตรีย และมันสร้างความประทับใจจนนำพามาซึ่งภาคต่อใน Before Sunset (2004) และ Before Midnight (2013)

 

เช่นเดียวกัน THE STANDARD POP ได้รวบรวมฉากน่าประทับใจจากภาพยนตร์ที่ฉายให้ได้เห็นสภาพเมืองและถนนหนทาง พร้อมๆ กับภาพฝันว่า ‘สักวัน’ เมืองของเราจะมีสภาพทางเท้าและถนนหนทางปลอดเสาและสายไฟฟ้า หรือแม้กระทั่งวินัยจราจรของคนบนท้องถนนที่ดีและปลอดภัยมากกว่าที่เป็นอยู่ในเวลานี้ 

 

ฉากเดินถนน

Notting Hill (1999) 

 

Begin Again (2013)

 

Blue Valentine (2010) 

 

Before Sunrise (1995)  

 

Before Sunset (2004)

 

Before Midnight (2013)

 

Midnight in Paris (2011) 

 

The Secret Life of Walter Mitty (2013)

 

Lost in Translation (2003)

 

About Time (2013)

 

La La Land (2016)

 

Silver Linings Playbook (2012) 

 

 

ภาพประกอบ: เทียนจรัส วงศ์พิเศษกุล

The post 12 ฉากเดินถนนในโลกภาพยนตร์ ที่ชวนให้เก็บไปฝันว่าสักวัน ‘ชีวิตเราจะดี ลงตัว และปลอดภัย’ ได้แบบนี้บ้าง appeared first on THE STANDARD.

]]>