ทองแดง Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/ทองแดง/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Sun, 22 Feb 2026 02:22:07 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 ศาลสูงสุดสหรัฐฯ สั่งล้มภาษีต่างตอบแทนทรัมป์ ไทยอานิสงส์ลดเหลือ 10% ชั่วคราว ปชป. เตือนรัฐบาล-ผู้ส่งออกเร่งรับมือสงครามการค้าระลอกใหม่ https://thestandard.co/trump-tariffs-thailand-trade-war/ Sun, 22 Feb 2026 02:22:07 +0000 https://thestandard.co/?p=1180661 วีระพงษ์ ประภา รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงข่าวเตือนรัฐบาลรับมือสงครามการค้า

วงการเศรษฐกิจโลกต้องเผชิญกับจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ เมื่อศ […]

The post ศาลสูงสุดสหรัฐฯ สั่งล้มภาษีต่างตอบแทนทรัมป์ ไทยอานิสงส์ลดเหลือ 10% ชั่วคราว ปชป. เตือนรัฐบาล-ผู้ส่งออกเร่งรับมือสงครามการค้าระลอกใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
วีระพงษ์ ประภา รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงข่าวเตือนรัฐบาลรับมือสงครามการค้า

วงการเศรษฐกิจโลกต้องเผชิญกับจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ เมื่อศาลสูงสุดสหรัฐอเมริกา (The US Supreme Court) มีมติ 6 ต่อ 3 พิพากษาให้การจัดเก็บภาษีต่างตอบแทน (Reciprocal Tariff) ภายใต้กฎหมาย IEEPA ที่รัฐบาลของโดนัลด์ ทรัมป์ บังคับใช้กับประเทศคู่ค้าทั่วโลกรวมถึงประเทศไทย (ซึ่งเผชิญอัตราภาษีที่ร้อยละ 19) ส่งผลให้เกิดสุญญากาศทางการค้าในทันที

 

อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา วีระพงษ์ ประภา รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ด้านเศรษฐกิจระหว่างประเทศ ได้ออกมาเตือนผู้ประกอบการไทยให้ระมัดระวังและอย่าเพิ่งชะล่าใจ เนื่องจากรัฐบาลทรัมป์ได้เตรียมแผนสำรองเพื่อตอบโต้กลับทันที โดยประเมินผลกระทบและข้อควรระวังสำหรับประเทศไทยออกเป็น 3 ประเด็นหลัก ดังนี้

 

1. ภาษีลดเหลือ 10% เป็นเพียงมาตรการชั่วคราว แม้ศาลจะสั่งยกเลิกภาษีร้อยละ 19 แต่รัฐบาลทรัมป์ได้อาศัยช่องโหว่ตามมาตรา 122 แห่งกฎหมายการค้าสหรัฐฯ (The Trade Act 1974) ประกาศเก็บภาษีร้อยละ 10 กับทุกประเทศทั่วโลกทันที โดยจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569

 

ผลดี: สินค้าไทยมีภาระภาษีลดลงจากร้อยละ 19 เหลือร้อยละ 10 ในระยะสั้น

 

ความเสี่ยง: กฎหมายดังกล่าวมีผลบังคับใช้เพียง 150 วัน (ถึงเดือนกรกฎาคม 2569) หลังจากนั้นสหรัฐฯ อาจนำมาตรา 301 มาใช้ไล่บี้ประเทศที่ถูกมองว่าทำการค้าไม่เป็นธรรม ละเมิดลิขสิทธิ์ หรือบิดเบือนค่าเงิน

 

2. เงินคืนภาษีมหาศาลตกเป็นของผู้นำเข้าสหรัฐฯ ประเด็นที่ผู้ส่งออกไทยต้องทำความเข้าใจคือ เงินภาษีที่ศาลสั่งให้คืนนั้น จะถูกจ่ายคืนให้กับผู้นำเข้าในฝั่งสหรัฐฯ ไม่ใช่ผู้ส่งออกไทย ทางออกของผู้ประกอบการไทยคือต้องรวมกลุ่มเจรจากับคู่ค้าเพื่อขอส่วนแบ่งหรือสิทธิประโยชน์คืน ซึ่งคาดว่าจะเป็นกระบวนการที่ยากและยืดเยื้อ เนื่องจากทางการสหรัฐฯ มีท่าทีชัดเจนว่าจะไม่ยอมจ่ายคืนโดยง่าย

 

3. แนะปรับกลยุทธ์เจรจารายสินค้า เมื่อกติกาโลกเปลี่ยน รัฐบาลไทยจำเป็นต้องปรับแผน โดยนายวีระพงษ์เสนอ 2 ยุทธศาสตร์สำคัญ คือ

 

เจรจารายตัว ดำเนินรอยตามประเทศอังกฤษ โดยเจรจาขอยกเว้นภาษีเป็นรายสินค้า ที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจไทยเพื่อสร้างแต้มต่อ

 

เตรียมเกราะป้องกันจัดเตรียมข้อมูลให้รัดกุมเพื่อโต้แย้งข้อกล่าวหาการค้าไม่เป็นธรรม ที่สหรัฐฯ อาจนำมาใช้อ้างอิงในการขึ้นภาษีรอบใหม่

 

นอกจากนี้ สินค้าในกลุ่มทองแดง อะลูมิเนียม และรถยนต์ ยังคงต้องเผชิญกับกำแพงภาษีต่อไป เนื่องจากอ้างอิงฐานกฎหมายคนละฉบับ (มาตรา 232) และมีความเป็นไปได้สูงที่รัฐบาลทรัมป์จะเพิ่มความเข้มข้นของมาตรการ ทั้งการขึ้นอัตราภาษีหรือขยายขอบเขตรายการสินค้าเพิ่มเติม

 

โดยสรุป แม้ประเทศไทยจะได้รับผลดีระยะสั้นจากการปรับลดอัตราภาษีเหลือร้อยละ 10 แต่สถานการณ์นี้เปรียบเสมือนสงครามตัวแทนทางการค้าที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดรายวัน ซึ่งการเจรจาเชิงรุกเท่านั้นที่จะเป็นทางรอดของเศรษฐกิจไทย

The post ศาลสูงสุดสหรัฐฯ สั่งล้มภาษีต่างตอบแทนทรัมป์ ไทยอานิสงส์ลดเหลือ 10% ชั่วคราว ปชป. เตือนรัฐบาล-ผู้ส่งออกเร่งรับมือสงครามการค้าระลอกใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
นักลงทุนเทขายหุ้นเทคสหรัฐฯ กดดัชนี Nasdaq 100 ร่วง 2% กังวลการทุ่มงบ AI ฉุดรั้งธุรกิจหลังกระแสคลั่งไคล้ https://thestandard.co/us-tech-stocks-nasdaq-ai-concerns/ Fri, 13 Feb 2026 06:57:35 +0000 https://thestandard.co/?p=1178191 กราฟดัชนี Nasdaq 100 แสดงการร่วงลงอย่างรุนแรง ท่ามกลางภาพรวมตลาดหุ้นเทคโนโลยี และความกังวลต่อการลงทุนใน AI

ดัชนี Nasdaq 100 ร่วง 2% เมื่อคืนนี้ (12 กุมภาพันธ์) หล […]

The post นักลงทุนเทขายหุ้นเทคสหรัฐฯ กดดัชนี Nasdaq 100 ร่วง 2% กังวลการทุ่มงบ AI ฉุดรั้งธุรกิจหลังกระแสคลั่งไคล้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
กราฟดัชนี Nasdaq 100 แสดงการร่วงลงอย่างรุนแรง ท่ามกลางภาพรวมตลาดหุ้นเทคโนโลยี และความกังวลต่อการลงทุนใน AI

ดัชนี Nasdaq 100 ร่วง 2% เมื่อคืนนี้ (12 กุมภาพันธ์) หลังนักลงทุนกังวลกำไรของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี พร้อมกับการร่วงลงของราคาทองคำ โลหะเงิน และบิตคอยน์

 

​​ก่อนการประกาศตัวเลขเงินเฟ้อสำคัญในวันศุกร์นี้ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ลดลง 0.07% มาอยู่ที่ 4.10% ขณะที่การประมูลพันธบัตรอายุ 30 ปี มูลค่า 2.5 หมื่นล้านดอลลาร์ได้รับความต้องการซื้อในระดับสูงเป็นประวัติการณ์ ด้านบิตคอยน์ซื้อขายต่ำกว่า 66,000 ดอลลาร์ และราคาน้ำมันลดลงประมาณ 3%

 

ทางด้านราคาทองคำร่วงลงต่ำกว่า 5,000 ดอลลาร์ โดยมีสัญญาณว่าการซื้อขายด้วยระบบอัลกอริทึมยิ่งเร่งให้การปรับตัวลงของทองคำรุนแรงขึ้น ขณะที่ราคาเงินและทองแดงก็ปรับลดลงเช่นกัน ทองคำร่วงลงมากสุดถึง 4.1% ขณะที่ราคาเงินดิ่งลงถึง 11% ส่วนทองแดงในตลาดโลหะลอนดอน (LME) ลดลง 2.9% อย่างไรก็ตาม หลังจากนั้นโลหะมีค่าบางส่วนได้ฟื้นตัวกลับขึ้นมาได้บางส่วน

 

Nicky Shiels หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์โลหะของ MKS PAMP SA ระบุว่า แรงเทขายอาจถูกเร่งจากการเรียกหลักประกันเพิ่ม (margin call) ทำให้นักลงทุนบางรายจำเป็นต้องปิดสถานะในสินค้าโภคภัณฑ์ รวมถึงโลหะต่างๆ เพื่อเพิ่มสภาพคล่องในพอร์ตการลงทุน

 

ท่ามกลางการปรับตัวลงของหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐฯ หุ้นอย่าง Cisco Systems Inc. ดิ่งลง 12% หลังแนวโน้มอัตรากำไรที่ซบเซา ส่งสัญญาณว่าราคาชิปหน่วยความจำที่สูงขึ้นกำลังส่งผลกระทบ หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีขนาดใหญ่และกองทุน ETF ที่ติดตามบริษัทซอฟต์แวร์ร่วงลง 2.7% พร้อมกับความกังวลเกี่ยวกับการถูกดิสรัปต์จากปัญญาประดิษฐ์ (AI disruption)

 

นอกเหนือจากความกังวลว่าการลงทุนใน AI จะคุ้มค่าหรือไม่แล้ว ความกลัวเกี่ยวกับการถูกดิสรัปต์ทางธุรกิจก็กำลังเพิ่มสูงขึ้น ความกังวลเหล่านี้ทวีความรุนแรงขึ้นนับตั้งแต่สตาร์ทอัพด้าน AI อย่าง Anthropic เปิดตัวเครื่องมือใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อทำงานอัตโนมัติในอุตสาหกรรมต่างๆ จุดชนวนความกลัวว่านวัตกรรมเหล่านี้จะส่งผลร้ายต่อธุรกิจจำนวนนับไม่ถ้วน

 

Steve Sosnick จาก Interactive Brokers บอกว่า รู้สึกว่าภูมิทัศน์ของตลาด “เต็มไปด้วยกับระเบิด AI ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา นักลงทุนส่วนใหญ่มอง AI ในแง่ดี มันเคยเป็นคำถามที่ว่า AI จะทำอะไรได้บ้างเพื่อให้ธุรกิจหรืออุตสาหกรรมมีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่ตอนนี้ดูเหมือนจะเป็น AI จะทำลายโมเดลการทำกำไรของธุรกิจหรืออุตสาหกรรมได้อย่างไร และแทนที่จะค้นหาผู้ชนะ นักลงทุนกำลังล่าหาผู้แพ้ที่มีศักยภาพ”

 

“AI อาจกำลังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยการลงทุนรายจ่ายฝ่ายทุน (capex) มหาศาลและการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต แต่มันกำลังกลายเป็นผลลบสุทธิต่อตลาดหุ้น” Adam Crisafulli จาก Vital Knowledge กล่าว

 

ตลอด 2 ปีครึ่งที่ผ่านมา หุ้น AI ดูดซับกระแสเงินทุนแทบทั้งหมดขณะที่ตลาดส่วนที่เหลือซบเซา แต่การผูกขาดกระแสเงินทุนของ AI กำลังสิ้นสุดลง ตามความเห็นของ Brett Ewing จาก First Franklin Financial Services

 

ภาพ: Noam Galai/Getty Images

 

อ้างอิง:

The post นักลงทุนเทขายหุ้นเทคสหรัฐฯ กดดัชนี Nasdaq 100 ร่วง 2% กังวลการทุ่มงบ AI ฉุดรั้งธุรกิจหลังกระแสคลั่งไคล้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เงิน ทอง ทองแดง : สินแร่สามบทบาทในโลกเศรษฐกิจ https://thestandard.co/silver-gold-copper-minerals/ Wed, 28 Jan 2026 09:50:05 +0000 https://thestandard.co/?p=1170675 ภาพกราฟิกแสดงแร่เงิน ทองคำ และทองแดง สื่อถึงบทบาทในเศรษฐกิจและการลงทุน

ในช่วงปีที่ผ่านมาราคาสินแร่มีค่าหลากหลายชนิดต่างปรับตัว […]

The post เงิน ทอง ทองแดง : สินแร่สามบทบาทในโลกเศรษฐกิจ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพกราฟิกแสดงแร่เงิน ทองคำ และทองแดง สื่อถึงบทบาทในเศรษฐกิจและการลงทุน

ในช่วงปีที่ผ่านมาราคาสินแร่มีค่าหลากหลายชนิดต่างปรับตัวขึ้น กลายเป็นพระเอกของโลกการเงินอย่างที่นักลงทุนหลายท่านไม่ทันตั้งตัว

 

แรงที่สุดคือราคาแร่เงินพุ่ง 200% จาก 30ดอลลาร์/ออนซ์ มาที่ 100ดอลลาร์/ออนซ์

 

ราคาทองคำปรับตัวขึ้น 60% มาที่ระดับ 5000 ดอลลาร์/ออนซ์

 

ขณะที่ราคาสินแร่อุตสาหกรรมอย่างทองแดงก็ไม่น้อยหน้า ปรับตัวขึ้นกว่า 30% มาที่ระดับ 12800 ดอลลาร์/ตัน เช่นกัน

 

นักลงทุนหลายท่านเริ่มมองหาจุดร่วมของการปรับตัวขึ้น และตั้งคำถามว่า ปีนี้สินแร่มีค่าจะไปต่อหรือพอได้แล้ว ผมถือเป็นจังหวะที่ดีที่เราจะมาเรียนรู้อดีตและมองอนาคตของสินแร่สำคัญเหล่านี้ไปพร้อมกัน

 

เริ่มที่ ‘เงิน’ เป็นสินแร่ที่มีการเปลี่ยนแปลงมากที่สุด จากเงินตราสู่วัตถุดิบเทคโนโลยี ทำให้ราคามีความผันผวนมากที่สุด

 

ช่วงต้นศตวรรษที่ 20 แร่เงินถูกใช้เป็นส่วนประกอบของเงินเหรียญและทุนสำรองในหลายประเทศ ดีมานด์หลักมาจากเหรียญกษาปณ์และเครื่องประดับ ขณะที่อุปทานหลัก 70% มาจากผลพลอยได้จากเหมืองโลหะอื่น

 

ต่อมาเมื่อโลกเลิกมาตรฐานเงิน บทบาทด้านการเงินลดลง อุปสงค์จากฝั่งอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นแทนที่เพราะคุณสมบัติทางเคมีที่โดดเด่นที่สุดในกลุ่มโลหะนำไฟฟ้า นำความร้อนได้ดี ทนการกัดกร่อน และมีคุณสมบัติในการฆ่าเชื้อ

 

สำหรับโลกการเงินปัจจุบัน โครงสร้างดีมานด์ของตลาดประกอบด้วย ภาคอุตสาหกรรมจริง 50–60% ตลาดการเงิน/การเก็งกำไร 30–40% และทุนสำรองของประเทศ 0–10%

 

ที่แร่เงินถูกใช้ในการเก็งกำไรมากที่สุด มาจากขนาดตลาดเงินที่เล็กเงินทุนไหลเข้าไม่มากก็ทำให้ราคาขยับแรง มีเรื่องราวซื้อขายได้สองฝั่งพร้อมกัน ทั้ง Safe haven รองจากทอง และโลหะเทคโนโลยี นอกจากนี้ก็ไม่มีธนาคารกลางหรือรัฐเป็นผู้เล่นใหญ่ที่มักควบคุมเสถียรภาพของราคาด้วย

 

ช่วงที่ดีที่สุด ของเงินในอดีตคือทศวรรษ 1970 – 1980 ที่เงินเฟ้อสูง การเก็งกำไรสูง ส่วนช่วงแย่ที่สุดคือหลังปี 1980 ที่ฟองสบู่โลกการเงินแตก ดอกเบี้ยขึ้น จนราคาเงินปรับตัวลงมากกว่า 90%

 

‘ทองคำ’ เป็นสินแร่ที่มีเรื่องราวมั่นคงที่สุด และมีบทบาทที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจ การเงิน และภูมิรัฐศาสตร์เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

 

ทองคำเป็นพื้นฐานของระบบเงินตราและทุนสำรองระหว่างประเทศมาตั้งแต่เริ่มต้น ด้วยคุณสมบัติทางเคมีที่เสถียรที่สุดในธรรมชาติ ไม่เป็นสนิม และไม่เสื่อมคุณภาพตามกาลเวลา

 

ระบบเงินตราใช้มาตรฐานทองคำ (Gold Standard) อย่างแพร่หลายช่วงศตวรรษ 19-20 ต่อเนื่องมาถึงระบบ Bretton Woods (ดอลลาร์ผูกกับทองคำ) ดีมานด์หลักจึงมาจากธนาคารกลาง และการใช้เป็นเครื่องประดับ ขณะที่อุปทานมาจากเหมืองทองคำและการรีไซเคิล

 

เมื่อโลกเลิกผูกค่าเงินกับทองคำในปี 1971 บทบาทของทองคำเปลี่ยนจากเงินของรัฐมาเป็นหลักประกันของความเชื่อมั่น เช่นทุนสำรองระหว่างประเทศ ส่วนในมุมตลาดการเงิน ทองคำกลายเป็นสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงเงินเฟ้อ ดอกเบี้ยต่ำ และป้องกันความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์

 

ปัจจุบันโครงสร้างดีมานด์ของทองคำประกอบด้วย เครื่องประดับและอุตสาหกรรมประมาณ 40–50% การลงทุนราว 30–40% และทุนสำรองของธนาคารกลางประมาณ 10–30% ทำให้ทองคำไม่ถูกเก็งกำไรมากเท่าเงิน

 

ช่วงที่ดีที่สุดของทองคำในอดีตคือทศวรรษ 1970 และช่วงวิกฤตการเงินโลกปี 2008–2011 มักเป็นช่วงที่เงินเฟ้อสูง หรือความเชื่อมั่นต่อระบบการเงินสั่นคลอน ขณะที่ช่วงแย่ที่สุด คือทศวรรษ 1980–1990 เมื่อดอกเบี้ยจริงสูง เศรษฐกิจเติบโตแข็งแกร่ง และโลกกลับมาเชื่อมั่นในระบบการเงิน

 

สุดท้าย ‘ทองแดง’ เป็นสินแร่ที่ผูกกับเศรษฐกิจจริงมากที่สุด และแทบไม่มีบทบาทในฐานะสินทรัพย์เก็งกำไรทางการเงินในอดีต

 

ทองแดงถูกใช้เป็นวัตถุดิบหลักของการพัฒนาโลกยุคอุตสาหกรรมนับตั้งแต่อดีตมาจนถึงปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นไฟฟ้า โทรศัพท์ รถยนต์ เครื่องจักร และโครงสร้างพื้นฐาน เพราะคุณสมบัติทางเคมีที่เหมาะสมสำหรับระบบไฟฟ้าและอุตสาหกรรม นำไฟฟ้าได้ดีมากรองจากเงินแต่มีต้นทุนต่ำกว่า นำความร้อนได้ดี แข็งแรง และยืดหยุ่น จึงเหมาะกับการใช้งานในระบบขนาดใหญ่ ตั้งแต่สายไฟ หม้อแปลง ไปจนถึงมอเตอร์และเครื่องจักรหนัก

 

ดีมานด์ของทองแดงเติบโตควบคู่ไปกับการลงทุนและการขยายตัวของเมือง ในเชิงโครงสร้าง ดีมานด์ของทองแดงมากกว่า 85–90% มาจากภาคเศรษฐกิจจริง อีกประมาณ 10–15% มาจากตลาดการเงินและการเก็งกำไรผ่านตลาดฟิวเจอร์ส หรือกองทุนสินค้าโภคภัณฑ์ และแทบไม่มีบทบาทในฐานะทุนสำรองของประเทศ ขณะที่อุปทานต้องพึ่งพาเหมืองขนาดใหญ่ ใช้เงินลงทุนสูง และใช้เวลานานในการพัฒนา

 

แม้ทองแดงจะมีความยืดหยุ่นของอุปทานต่ำ แต่มักไม่ใช่สินแร่ที่นักเก็งกำไรนิยม เพราะราคาถูกขับเคลื่อนด้วยคำสั่งซื้อขายจริงของภาคอุตสาหกรรม ตลาดมีขนาดใหญ่และลึก การปั่นราคาทำได้ยาก อีกทั้งการถือครองมีต้นทุนด้านการขนย้ายและการจัดเก็บสูง ต่างจากทองหรือเงินที่ถือในรูปสินทรัพย์การเงินได้ง่าย

 

ช่วงที่ดีที่สุดของทองแดงในอดีตคือทศวรรษ 2000 จากการเติบโตของจีนและการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ทั่วโลก ขณะที่ช่วงแย่ที่สุดคือ Great Depression และวิกฤตการเงินโลกปี 2008 เมื่อเศรษฐกิจโลกหยุดลงทุนพร้อมกัน ทำให้ราคาทองแดงปรับตัวลงมากกว่า 60%

 

รู้อย่างนี้…นักลงทุนควรลงทุนในสินแร่ปีนี้อย่างไร

 

ตรงไปตรงมาที่สุดสำหรับตลาดการเงินคือทองคำ นักลงทุนสามารถลงทุนเป็นสัดส่วนสินทรัพย์ทางเลือกสายปลอดภัยได้ สัดส่วนที่เหมาะสมคือ 5–10% ของพอร์ต ในปัจจุบันสามารถลงทุนได้ง่าย ซื้อขายได้ทั้งช่วงเช้าและกลางคืนผ่าน SET ด้วย DR GOLDUS19 ที่ลงทุนใน SPDR Gold ETF ตลาดสหรัฐฯ

 

เงินมักตามทองคำมาเป็นลำดับสอง เริ่มขึ้นจริงเมื่อทองยืนระดับสูง นักลงทุนเริ่มมองว่าทองแพง แต่ต้องการเก็งกำไรแร่มีค่าต่อเช่นปลายปีที่แล้ว การเก็งกำไรที่สะดวกที่สุดของนักลงทุนไทยตอนนี้ คือกองทุนรวมเช่น DAOL-SILVER ที่ลงทุนใน Global X Silver Miners ETF หรือ A-SLVP ที่ลงทุนใน iShares MSCI Global Silver and Metals Miners ETF

 

ราคาทองแดงมักปรับตัวขึ้นตามมาทีหลังสุด เพราะต้องรอแรงตอบสนองจากเศรษฐกิจจริง คำสั่งซื้อ การลงทุน และปริมาณความต้องการที่สูงขึ้นก่อน

 

สำหรับนักลงทุนไทย การลงทุนในทองแดง ยากกว่าทองคำและเงินเล็กน้อย เพราะต้องลงทุนตรงผ่าน ETF ต่างประเทศเช่น Global X Copper Miners ETF (COPX) ที่ประกอบด้วยกลุ่มบริษัทเหมืองขุดทองแดงทั่วโลก หรือ United States Copper Index Fund (CPER) ที่ใช้สถานะฟิวเจอร์สสร้างพอร์ตตามราคาทองแดงในตลาด COMEX

 

โดยสรุป ผมมองว่าการปรับตัวขึ้นของเงิน ทองคำ และทองแดงในปีที่ผ่านมา ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นภาพสะท้อนของโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงพร้อมกันหลายมิติ สินแร่แต่ละชนิด จึงตอบโจทย์ ความกลัว ความหวัง และการเติบโต ในจังหวะและสัดส่วนที่แตกต่างกันไปครับ

 

ภาพ: fotog/Getty Images

The post เงิน ทอง ทองแดง : สินแร่สามบทบาทในโลกเศรษฐกิจ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Copper Paradigm Shift: From Cyclical to Structural https://thestandard.co/copper-paradigm-shift-cyclical-structural/ Tue, 13 Jan 2026 07:19:55 +0000 https://thestandard.co/?p=1164577 **ทองแดง เปลี่ยน กระบวนทัศน์ จาก วัฏจักร สู่ โครงสร้าง**

ปี 2026 เปิดศักราชด้วยความร้อนแรงของตลาดการเงินโลกที่ไม […]

The post Copper Paradigm Shift: From Cyclical to Structural appeared first on THE STANDARD.

]]>
**ทองแดง เปลี่ยน กระบวนทัศน์ จาก วัฏจักร สู่ โครงสร้าง**

ปี 2026 เปิดศักราชด้วยความร้อนแรงของตลาดการเงินโลกที่ไม่ใช่เพียงแค่การปรับขึ้นของตลาดหุ้นหลายประเทศทั่วโลกที่กลับมาทำการซื้อขายเท่านั้น แต่ยังมาพร้อมกับความเสี่ยงเชิงภูมิรัฐศาสตร์ที่ซับซ้อน หลังประธานาธิบดี Donald Trump สั่งเปิดปฏิบัติการทางการทหารในเวเนซุเอลา ส่งผลให้ราคาสินค้าโภคภัณฑ์อย่างทองคำ เงิน และทองแดงปรับตัวขึ้นจากความกังวลด้านอุปทาน โดยเฉพาะในภาวะปัจจุบันที่ห่วงโซ่อุปทานมีความเปราะบางอยู่แล้วจากทั้งปัจจัยโครงสร้างและการเมืองระหว่างประเทศ

 

นอกจากทองคำและเงินที่ปรับตัวขึ้นอย่างโดดเด่นในช่วงปีที่ผ่านมา โลหะกลุ่ม Base Metals อาทิ ทองแดง เป็นอีกหนึ่งแร่ที่กำลังจะก้าวขึ้นมาเป็นโลหะน่าจับตาในปี 2026 จากบทบาทในฐานะโลหะเชิงยุทธศาสตร์ของสหรัฐฯ และการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง

 

ทองแดงหนึ่งในแร่ธาตุยุทธศาสตร์สำคัญ

 

  • ราคาทองแดงปรับตัวขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่เป็นประวัติการณ์ แตะระดับ 13,187 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน ในการซื้อขายที่ตลาดโลหะลอนดอน (LME) เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2026 โดยมีการปรับตัวขึ้นต่อเนื่องนับตั้งแต่ปี 2025 เนื่องจากทองแดงเป็นหนึ่งในแร่ที่รวมอยู่ในรายชื่อแร่ธาตุสำคัญภายใต้ “Final 2025 List of Critical Minerals” ซึ่งเป็นกลุ่มแร่ที่รัฐบาลสหรัฐฯ มองว่ามีความสำคัญต่อทั้งเศรษฐกิจและความมั่นคงของชาติ โดยอาจถูกนำไปสู่การพิจารณามาตรการเพิ่มเติมเช่นการขึ้นภาษีนำเข้า การควบคุมการส่งออก หรือการใช้มาตรการภายใต้กฎหมาย Section 232 เพื่อจัดการความเสี่ยงด้านห่วงโซ่อุปทานของแร่นั้น ๆ

 

  • ภายหลังจากสหรัฐฯ เพิ่มทองแดงเข้าสู่รายชื่อ Final 2025 List of Critical Minerals ผู้ค้าทองแดงได้เร่งซื้อ/นำเข้าทองแดงเข้าสู่สหรัฐฯ เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงจากมาตรการภาษี โดยข้อมูลจาก ING Group “Copper upside building on tight supply” (As of 8 Dec 2025) ซึ่งเผยว่าในเดือน ส.ค. 2025 การนำเข้าทองแดงบริสุทธิ์ของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นมากกว่า +50%YoY ขณะเดียวกัน สต็อกทองแดงในตลาด COMEX เพิ่มขึ้นเกิน 400,000 ตัน ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ การสะสมสต็อกดังกล่าวทำให้อุปทานทองแดงนอกสหรัฐฯ ตึงตัวมากขึ้น และเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ผลักดันราคาทองแดงทั่วโลกให้ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

 

บทบาทใหม่ในยุคพลังงานสะอาดและ AI

 

  • อุปสงค์ของทองแดงกำลังเกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง จากเดิมอุปสงค์ของทองแดงมีความสัมพันธ์กับการเติบโตทางเศรษฐกิจโลกเป็นหลัก โดยเฉพาะภาคอสังหาริมทรัพย์ของจีนเนื่องจากทองแดงถูกนำมาใช้ในภาคการก่อสร้าง ซึ่งปัจจุบันภาคอสังหาริมทรัพย์จีนยังไม่เกิดการฟื้นตัวเท่าที่ควร แต่อุปสงค์ของทองแดงกลับเริ่มถูกใช้ไปในกิจกรรมอื่นๆ มากขึ้น

 

  • ปัจจุบันทองแดงกลายเป็นหนึ่งในแร่ที่ขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่ Mega Trend ของโลก ไม่ว่าจะเป็นพลังงานสะอาด หรือการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานของโครงข่ายไฟฟ้าซึ่งเติบโตอย่างก้าวกระโดดจากการมาของอุตสาหกรรม AI เนื่องจากทองแดงมีคุณสมบัติเด่นด้านการนำไฟฟ้าสูงเป็นอันดับสองรองจากเงิน แต่ทองแดงมีข้อดีอีกอย่างคือความทนทานต่อการกัดกร่อนและมีราคาที่ถูกกว่าโดยเปรียบเทียบ โดยทองแดงสามารถส่งพลังงานไปยังศูนย์ข้อมูลหรือ AI Data Center ได้อย่างมีประสิทธิภาพและยังลดการสูญเสียพลังงานได้ดี

 

  • นักวิเคราะห์จาก JP Morgan ประเมินว่า ความต้องการใช้ทองแดงในปี 2026 จะเพิ่มขึ้นเพราะโลกจะใช้ทองแดงสำหรับการสร้าง Data Center ประมาณ 475,000 ตัน ซึ่ง เพิ่มขึ้นราว 110,000 ตันจากปีนี้ และภายในปี 2030 ความต้องการใช้ทองแดงจาก Data Center อาจเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 1 ล้านตันต่อปี ผ่านบทความ JP Morgan “Base & Precious Metals Outlook 2026/27 Even greater heights” (As of 20 Nov 2025)

 

ทองแดงกำลังเผชิญข้อจำกัดด้านอุปทาน

 

  • บริษัท Freeport-McMoRan อินโดนีเซีย ซึ่งเป็นเหมืองทองแดงขนาดใหญ่อันดับสองของโลก โดยมีกำลังการผลิตราว 4% ของกำลังการผลิตทั่วโลก ประกาศภาวะสุดวิสัย (Force Majeure) เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2025 หลังเกิดเหตุโคลนถล่มขนาดใหญ่ที่เหมือง Grasberg เบื้องต้นนักกลยุทธ์สินค้าโภคภัณฑ์จาก ING ประเมินว่า กำลังการผลิตราว 70% ของเหมืองยังต้องใช้เวลาฟื้นตัว และคาดว่าจะกลับมาดำเนินงานได้เต็มกำลังการผลิตอีกครั้งในปี 2027

 

  • การเพิ่มกำลังการผลิตทองแดงจากเหมืองในระยะสั้นยังทำได้ยาก เนื่องจากการก่อสร้างเหมืองใหม่ต้องใช้เวลาพัฒนานาน อีกทั้งยังเผชิญกับความล่าช้าในการขอใบอนุญาต โดยแหล่งแร่ทองแดงที่มีคุณภาพสูงและมีความคุ้มค่าในการลงทุนเริ่มหาได้ยากโดยเฉพาะในเขตอำนาจศาลที่มีความเสี่ยงต่ำ (Tier 1) อาทิ ชิลี แคนาดา สหรัฐฯ และออสเตรเลีย ส่งผลให้การเริ่มโครงการใหม่ซึ่งต้องบุกเบิกในโซนอื่นที่กฎหมายด้านสิ่งแวดล้อมเข้มข้นกว่ามีต้นทุนสูงและมีความคุ้มค่าในการผลิตลดลง ขณะเดียวกันเหมืองทองแดงเดิมที่ดำเนินการอยู่ก็เผชิญกับความท้าทายในการควบคุมคุณภาพแร่ภายในเหมือง

 

ข้อจำกัดของการรีไซเคิลทองแดง

 

  • แม้ทองแดงมีอีกหนึ่งคุณสมบัติที่โดดเด่นคือ ความสามารถในการรีไซเคิลได้ 100% โดยไม่สูญเสียคุณสมบัติดั้งเดิม ทำให้ทองแดงรีไซเคิลสามารถทำหน้าที่เป็นแหล่งวัตถุดิบเสริมที่มีประสิทธิภาพควบคู่ไปกับการทำเหมืองทองแดงใหม่

 

  • อย่างไรก็ตามกระบวนการรีไซเคิลทองแดงเป็นกระบวนการที่มีความซับซ้อนและประกอบด้วยหลายขั้นตอน ตั้งแต่การรวบรวม การคัดแยก การหลอม ไปจนถึงการกลั่น โดยแต่ละขั้นตอนจำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีและแนวปฏิบัติที่แตกต่างกันไปตามประเภทของของเสีย รวมถึงการเผชิญข้อจำกัดอื่นๆ เช่น อุปสรรคในด้านกฎระเบียบพลังงานสะอาด และการเปลี่ยนแปลงทางการค้า

 

  • สถาบันทรัพยากรโลกเผยผ่านบทความ World Resources Institute “More Than Ore: The Pivotal Role Recycled Copper Can Play in the Energy Transition” (As of 7 Jan 2025) โดยประเมินว่าอัตราการรีไซเคิลทองแดงทั่วโลกต้องเพิ่มขึ้นจากราว 32% ในปัจจุบันเป็น 66% หากต้องการให้ทองแดงรีไซเคิลจากผลิตภัณฑ์ที่ใช้งานแล้วสามารถรองรับความต้องการทองแดงในอนาคต

 

กล่าวโดยสรุปคืออุปสงค์ของทองแดงในปัจจุบันกำลังเกิดความเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างในด้านที่เป็นบวก ส่งผลให้ทิศทางราคาของทองแดงมีโอกาสปรับตัวขึ้นต่อหรืออาจจะรักษาระดับราคาในปัจจุบันเอาไว้ได้ในช่วง 1-2 ปีนี้ ซึ่งเป็นบวกต่อภาคเอกชนและบริษัทจดทะเบียนที่อยู่ในห่วงโซ่อุปทานของการผลิตทองแดงดังนั้นการลงทุนในอุตสาหกรรมเหมืองจึงเป็นหนึ่งใน Theme การลงทุนที่น่าสนใจและมีปัจจัยพื้นฐานรองรับ

 

ภาพ: Bloomberg Creative/Getty images

The post Copper Paradigm Shift: From Cyclical to Structural appeared first on THE STANDARD.

]]>
จีนจ่อลดภาษีนำเข้าทองแดง-อะลูมิเนียมรีไซเคิล รับนโยบายสีเขียวและคาร์บอนต่ำ มีผล 1 ม.ค. 2025 https://thestandard.co/china-recycled-copper-aluminum-tax/ Sun, 29 Dec 2024 09:53:34 +0000 https://thestandard.co/?p=1025457

จีนจ่อลดภาษีนำเข้าทองแดง-อะลูมิเนียมรีไซเคิล สอดรับกับน […]

The post จีนจ่อลดภาษีนำเข้าทองแดง-อะลูมิเนียมรีไซเคิล รับนโยบายสีเขียวและคาร์บอนต่ำ มีผล 1 ม.ค. 2025 appeared first on THE STANDARD.

]]>

จีนจ่อลดภาษีนำเข้าทองแดง-อะลูมิเนียมรีไซเคิล สอดรับกับนโยบายสีเขียวและคาร์บอนต่ำ มีผล 1 ม.ค. 2025

 

กระทรวงการคลังของจีนประกาศปรับหมวดภาษีนำเข้า เตรียมลดอัตราภาษีนำเข้าก๊าซอีเทนและวัตถุดิบรีไซเคิลบางประเภทที่ทำจากทองแดงและอะลูมิเนียม เพื่อสอดรับกับนโยบายสีเขียวและคาร์บอนต่ำ ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคมเป็นต้นไป

 

โดยมีเป้าหมายเพิ่มการนำเข้าสินค้าคุณภาพสูง รวมถึงขยายความต้องการภายในประเทศ และจะมีการกำหนดอัตราภาษีนำเข้าชั่วคราวในระดับต่ำกว่าภาษีในประเทศ ซึ่งครอบคลุมสินค้าทั้งหมด 935 รายการ

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

หนึ่งในนั้นคือส่วนของอัตราภาษีนำเข้าสินค้าบางประเภท เช่น กากน้ำตาลและผงผสมสำเร็จที่มีน้ำตาลที่จะเพิ่มขึ้น แต่ในทางกลับกันจะมีการลดอัตราภาษีนำเข้าสำหรับสินค้าบางประเภท เช่น โพลีเมอร์โอเลฟินแบบวงจร ตามด้วยโคโพลีเมอร์ เอทิลีนไวนิลแอลกอฮอล์ และยานพาหนะระบบเกียร์อัตโนมัติที่ใช้เฉพาะทาง เช่น รถดับเพลิงและรถซ่อมบำรุง

 

รวมถึงสินค้าบางประเภท เช่น โซเดียมเซอร์โคเนียมไซโคลซิลิเกต เวกเตอร์ไวรัส และลวดโลหะผสมนิกเกิล-ไทเทเนียม ที่ใช้สำหรับการทำอุปกรณ์ทางการแพทย์ ก็จะลดภาษีลงเช่นกัน

 

ทั้งนี้ กระทรวงการคลังของจีนระบุอีกว่า ในส่วนของข้อตกลงการค้าเสรีระหว่างจีน-มัลดีฟส์ จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 มกราคม 2025 เป็นต้นไป

 

ภาพ: FOTOGRIN / Shutterstock

อ้างอิง:

The post จีนจ่อลดภาษีนำเข้าทองแดง-อะลูมิเนียมรีไซเคิล รับนโยบายสีเขียวและคาร์บอนต่ำ มีผล 1 ม.ค. 2025 appeared first on THE STANDARD.

]]>
Goldman Sachs ชี้ความต้องการน้ำมันและทองแดงในจีนกำลังเฟื่องฟู ขณะที่ราคาน้ำมันเริ่มฟื้นตัวจากแนวโน้มอุปทานทั่วโลกที่ตึงตัว https://thestandard.co/goldman-sachs-say-oil-and-copper-china-high-demand/ Mon, 02 Oct 2023 12:18:13 +0000 https://thestandard.co/?p=849563 Goldman Sachs น้ำมันและทองแดง

Goldman Sachs ค้นพบว่าความต้องการทองแดงในจีนเพิ่มขึ้น 8 […]

The post Goldman Sachs ชี้ความต้องการน้ำมันและทองแดงในจีนกำลังเฟื่องฟู ขณะที่ราคาน้ำมันเริ่มฟื้นตัวจากแนวโน้มอุปทานทั่วโลกที่ตึงตัว appeared first on THE STANDARD.

]]>
Goldman Sachs น้ำมันและทองแดง

Goldman Sachs ค้นพบว่าความต้องการทองแดงในจีนเพิ่มขึ้น 8% เมื่อเทียบเป็นรายปี ขณะที่ความต้องการแร่เหล็กและน้ำมันเพิ่มขึ้น 7% และ 6% ตามลำดับ ซึ่งเป็นระดับที่เหนือการคาดการณ์ของ Goldman Sachs และคาดว่าความต้องการสินค้าโภคภัณฑ์หลักในจีนกำลังเติบโตในอัตราที่แข็งแกร่ง

 

ในรายงานของ Goldman Sachs ระบุว่า ความต้องการที่แข็งแกร่งนี้ส่วนใหญ่เชื่อมโยงกับการเติบโตที่แข็งแกร่งจากเศรษฐกิจสีเขียว โครงข่ายไฟฟ้า และอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์และรับเหมาก่อสร้าง

 

ในขณะที่ภาคอสังหาของจีนกำลังต่อสู้ดิ้นรนอย่างหนัก Goldman Sachs ก็ได้ตั้งข้อสังเกตว่า เศรษฐกิจสีเขียวของจีนยังคงแสดงความแข็งแกร่งจนถึงปัจจุบัน ส่งผลให้ความต้องการโลหะที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนผ่านสีเขียว เช่น ทองแดง เพิ่มขึ้น

 

นักเศรษฐศาสตร์ของ Goldman Sachs ระบุว่า ความนิยมของทองแดงในจีนส่วนใหญ่มาจากการติดตั้งพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งในปี 2023 จำนวนการติดตั้งในทุกส่วนที่เกี่ยวข้องเพิ่มขึ้นเท่าตัวจากปีที่แล้ว

 

รายงานเมื่อเดือนมิถุนายนของ Global Energy Monitor กล่าวว่า กำลังการผลิตพลังงานแสงอาทิตย์ในจีนสูงถึง 228 GW ซึ่งเป็นระดับที่มากกว่าส่วนที่เหลือของโลกรวมกัน และจีนกำลังเดินหน้าเพิ่มกำลังการผลิตลมและพลังงานแสงอาทิตย์เป็น 2 เท่าภายในปี 2030

 

นอกจากนี้ การฟื้นตัวของภาคการผลิตของจีนยังช่วยเพิ่มความต้องการโลหะพื้นฐาน เช่น อะลูมิเนียม โดยมูลค่าการผลิตภาคอุตสาหกรรมของจีนขยายตัว 4.5% ในเดือนสิงหาคม เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ซึ่งสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ที่ 3.9% และมูลค่าเพิ่มของการผลิตอุปกรณ์เพิ่มขึ้น 5.4% เมื่อเทียบเป็นรายปี 

 

ขณะที่ความต้องการน้ำมันของจีนเพิ่มขึ้นจากการฟื้นตัวอย่างรวดเร็วในภาคบริการที่ใช้น้ำมันจำนวนมาก เช่น การขนส่ง แม้นักวิเคราะห์เชื่อว่าความต้องการอาจลดลงอย่างรวดเร็วในอนาคตก็ตาม

 

รายงานของ Goldman Sachs ตั้งข้อสังเกตว่า “ความต้องการน้ำมันของจีนได้รับการสนับสนุนจากการเดินทางและเที่ยวบินจำนวนมากภายในประเทศ ในมุมมองของเรา ความต้องการที่แข็งแกร่งนี้ยังคงยั่งยืน แม้เราคาดว่าการเติบโตจะชะลอตัวลงอย่างมีนัยสำคัญในปีหน้าก็ตาม”

 

ราคาน้ำมันเริ่มกลับมาทรงตัว หลังจากที่ปรับตัวลดลงอย่างหนักเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เนื่องจากนักลงทุนกลับมาสนใจกับแนวโน้มอุปทานทั่วโลกที่ตึงตัว ขณะที่ข้อตกลงที่ช่วยให้รัฐบาลสหรัฐอเมริการอดพ้นวิกฤต Shutdown ช่วยฟื้นคืนความเสี่ยงที่ยอมรับได้ 

 

ราคาน้ำมันดิบเบรนต์ล่วงหน้าเดือนธันวาคมเพิ่มขึ้น 17 เซนต์ หรือ 0.18% สู่ 92.37 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลภายในเช้าวันนี้ (2 ตุลาคม) หลังจากลดลง 90 เซนต์เมื่อวันศุกร์ที่แล้ว และสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเบรนต์พฤศจิกายนร่วงลง 7 เซนต์ เหลือ 95.31 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ราคาน้ำมันดิบ WTI ล่วงหน้าของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 26 เซนต์ หรือ 0.29% สู่ 91.05 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากร่วงไป 92 เซนต์เมื่อวันศุกร์

 

ดัชนีทั้งสองปรับตัวขึ้นเกือบ 30% ในไตรมาสที่ 3 จากการคาดการณ์การขาดดุลน้ำมันดิบทั่วโลกในไตรมาส 4 หลังจากที่ซาอุดีอาระเบียและรัสเซียขยายเวลาหั่นการผลิตจนถึงสิ้นปีนี้

 

นักวิเคราะห์ของ ING กล่าวว่า แม้ OPEC+ จะไม่มีการเปลี่ยนแปลงนโยบายการผลิต เนื่องจากความแข็งแกร่งของตลาดในช่วงนี้ แต่ซาอุดีอาระเบียอาจเริ่มผ่อนคลายนโยบายโดยสมัครใจที่ 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน และแม้ซาอุดีอาระเบียยังกังวลถึงแนวโน้มอุปสงค์ของจีน แต่จากข้อมูล PMI ที่ออกมาในช่วงสุดสัปดาห์แสดงให้เห็นว่า กิจกรรมโรงงานของจีนขยายตัวเป็นครั้งแรกในรอบ 6 เดือน และอาจเป็นสัญญาณว่าเศรษฐกิจจีนเริ่มมีเสถียรภาพแล้ว

 

อ้างอิง:

The post Goldman Sachs ชี้ความต้องการน้ำมันและทองแดงในจีนกำลังเฟื่องฟู ขณะที่ราคาน้ำมันเริ่มฟื้นตัวจากแนวโน้มอุปทานทั่วโลกที่ตึงตัว appeared first on THE STANDARD.

]]>
ERG ทุ่ม 1.8 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มการขุดทองแดงและโคบอลต์รับดีมานด์พุ่ง https://thestandard.co/erg-african-copper-cobalt-output/ Wed, 08 Feb 2023 02:28:55 +0000 https://thestandard.co/?p=747322

สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า กลุ่ม Eurasian Resources […]

The post ERG ทุ่ม 1.8 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มการขุดทองแดงและโคบอลต์รับดีมานด์พุ่ง appeared first on THE STANDARD.

]]>

สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า กลุ่ม Eurasian Resources Group Sarl หรือ ERG บริษัทเหมืองแร่รายใหญ่ที่รัฐบาลคาซัคสถานถือหุ้นอยู่ 40% วางแผนทุ่มเงินกว่า 1.8 พันล้านดอลลาร์ เพื่อเพิ่มผลผลิตทองแดงและโคบอลต์ในเหมืองที่คองโก แอฟริกา เป็นเท่าตัว หลังความต้องการโลหะมีค่าเหล่านี้เพิ่มขึ้น เนื่องจากความพยายามในช่วงเปลี่ยนผ่านพลังงานจากเชื้อเพลิงฟอสซิลไปสู่พลังงานสีเขียวที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม 

 

เบเนดิกต์ โซบอตกา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ERG ระบุว่า การผลิตรถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้นทำให้มีความต้องการใช้แบตเตอรี่ ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงกับความต้องการใช้ทองแดงและโคบอลต์ในตลาดโลก โดยการคาดการณ์แร่โลหะอย่างทองแดงที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ทำให้บริษัท ERG มีแนวโน้มเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง 

 

นอกจากนี้โซบอตกายังให้สัมภาษณ์กับสื่อท้องถิ่นระหว่างเข้าร่วมการประชุม Indaba Investing in African Mining ที่เมืองเคปทาวน์ ว่า จากที่เคยเป็นเพียงแค่คนกลุ่มน้อยในมุมมืดของตลาด วันนี้ ERG กลายเป็นศูนย์กลางที่ได้รับความสนใจจากทั้งฝั่งของผู้ผลิตและรัฐบาลเจ้าของประเทศ 

 


 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

 


 

รายงานระบุว่า ปัจจุบัน ERG ผลิตทองแดง 200,000 ตัน และโคบอลต์ 25,000 ตันต่อปี ซึ่งหากสถานการณ์ในตลาด EV เป็นไปอย่างที่คาดการณ์ไว้ โซบอตการะบุว่า บริษัทก็เตรียมพร้อมรับมือกับการผลิตที่เพิ่มขึ้น โดยโครงการส่วนใหญ่อยู่ในสถานะที่พร้อมสำหรับการก่อสร้าง ขณะที่บริษัทเหมืองหลายแห่งต้องใช้เวลาหลายปีในการพัฒนาโครงการใหม่

 

ทั้งนี้ ผลผลิตทองแดงและโคบอลต์ส่วนใหญ่ที่นำมาใช้ในปัจจุบันมาจากแหล่งแร่ที่ถูกค้นพบเมื่อกว่า 1 ปีที่แล้ว

 

ขณะเดียวกัน ERG กำลังพิจารณาลงทุนในโรงไฟฟ้าพลังน้ำขนาดเล็ก รวมถึงที่เก็บพลังงานแสงอาทิตย์และแบตเตอรี่สำหรับการผลิต ตลอดจนพิจารณาทบทวนการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินขนาดอย่างน้อย 600 เมกะวัตต์ในโมซัมบิก เนื่องจากไม่มีความสามารถในการส่งไฟฟ้าเพียงพอไปยังคองโก 

 

อ้างอิง:

The post ERG ทุ่ม 1.8 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มการขุดทองแดงและโคบอลต์รับดีมานด์พุ่ง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: น้ำตาลนิวไฮ ของขาดตลาด ดัน Food Inflation พุ่ง | Morning Wealth 8 กุมภาพันธ์ 2566 https://thestandard.co/morning-wealth-08022023/ Wed, 08 Feb 2023 01:19:12 +0000 https://thestandard.co/?p=747285

ราคาน้ำตาลพุ่ง! แตะสูงสุดรอบ 6 ปี เหตุอุปทานตึงตัว เสี่ […]

The post ชมคลิป: น้ำตาลนิวไฮ ของขาดตลาด ดัน Food Inflation พุ่ง | Morning Wealth 8 กุมภาพันธ์ 2566 appeared first on THE STANDARD.

]]>

ราคาน้ำตาลพุ่ง! แตะสูงสุดรอบ 6 ปี เหตุอุปทานตึงตัว เสี่ยงดัน Food Inflation ทะยานต่อ รายละเอียดเป็นอย่างไร

ประเมินราคา ‘น้ำตาลโลก’ ทำนิวไฮ แค่ชั่วคราวหรือไปได้ต่อ? พูดคุยกับ ชลัช ชินธรรมมิตร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.น้ำตาลขอนแก่น (KSL) 

โลกอาจเผชิญปัญหาขาดแคลน ‘ทองแดง’ จนสร้างแรงกดดันด้านเงินเฟ้อทั่วโลกให้เลวร้ายลง นักวิเคราะห์ประเมินอย่างไร

 

ติดตาม รายการ Morning Wealth ทุกวัน จันทร์ – ศุกร์ เวลา 7.00-8.00 น. ทาง Facebook และ YouTube ของ THE STANDARD WEALTH

 

อัปเดตข่าวสารจากสำนักข่าวเศรษฐกิจ ธุรกิจ และการลงทุน โดยทีมข่าว THE STANDARD ได้ที่ https://thestandard.co/wealth/

The post ชมคลิป: น้ำตาลนิวไฮ ของขาดตลาด ดัน Food Inflation พุ่ง | Morning Wealth 8 กุมภาพันธ์ 2566 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชิปไม่หายแล้ว แต่โลกอาจเผชิญปัญหาขาดแคลน ‘ทองแดง’ แทน นักวิเคราะห์คาดวิกฤตอาจลากยาวไปถึงปี 2030 จ่อดันราคาพุ่ง 2 เท่า https://thestandard.co/the-world-faces-a-copper-shortage/ Tue, 07 Feb 2023 07:14:33 +0000 https://thestandard.co/?p=747039

นักวิเคราะห์บางคนคาดว่าปัญหา ‘ทองแดง’ ขาดแคลนจะดำเนินต่ […]

The post ชิปไม่หายแล้ว แต่โลกอาจเผชิญปัญหาขาดแคลน ‘ทองแดง’ แทน นักวิเคราะห์คาดวิกฤตอาจลากยาวไปถึงปี 2030 จ่อดันราคาพุ่ง 2 เท่า appeared first on THE STANDARD.

]]>

นักวิเคราะห์บางคนคาดว่าปัญหา ‘ทองแดง’ ขาดแคลนจะดำเนินต่อไปตลอดทั้งปีนี้ และลากยาวไปจนถึงปี 2030 จนอาจทำให้ราคาพุ่ง 2 เท่า สร้างแรงกดดันต่อเงินเฟ้อ และบีบบังคับให้ธนาคารกลางต้องรักษาอัตราดอกเบี้ยที่สูงต่อไป

 

สถานีโทรทัศน์ CNBC รายงานว่า ขณะนี้โลกกำลังเผชิญกับปัญหาการขาดแคลนทองแดง เนื่องมาจากปัญหาจากฝั่งอุปทานในทวีปอเมริกาใต้ และแรงกดดันด้านอุปสงค์ที่สูงขึ้น โดยการขาดแคลนทองแดงนี้อาจเป็นอีกตัวบ่งชี้ว่าแรงกดดันด้านเงินเฟ้อทั่วโลกจะเลวร้ายลง และส่งผลให้ธนาคารกลางต้องคงท่าทีแข็งกร้าวต่อไปอีกนาน

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง


 

ทั้งนี้ ทองแดงเป็นเสมือนเครื่องตรวจวัดสุขภาพเศรษฐกิจโลก เนื่องจากเป็นวัตถุดิบที่ถูกใช้ในหลายอุตสาหกรรม ตั้งแต่อุปกรณ์ไฟฟ้าไปจนถึงเครื่องจักรอุตสาหกรรม

 

ด้าน Robin Griffin รองประธานฝ่ายโลหะและเหมืองแร่จาก Wood Mackenzie กล่าวว่า เรากำลังคาดการณ์ว่าการขาดแคลนทองแดงจะดำเนินไปจนถึงปี 2030 โดยมีสาเหตุหลักมาจากเหตุการณ์ความไม่สงบอย่างต่อเนื่องในเปรู และความต้องการทองแดงที่สูงขึ้นในอุตสาหกรรมการเปลี่ยนถ่ายพลังงาน

 

“ทุกครั้งที่เกิดความไม่สงบทางการเมืองจะส่งผลกระทบมากมาย และสิ่งที่ชัดเจนคือความเป็นไปได้ว่าเหมืองขุดทองแดงจะต้องปิดตัว” Griffin เสริม

 

โดยในวันนี้ (7 กุมภาพันธ์) ทองแดงถูกซื้อขายอยู่ที่ 4.051 ดอลลาร์ต่อปอนด์ เพิ่มขึ้น 5.99% จากต้นปี (YTD)

 

ปัญหาฝั่งอุปทานจาก ‘อเมริกาใต้’ เป็นสาเหตุหลัก

เปรูซึ่งครองสัดส่วน 10% ของอุปทานทองแดงทั่วโลกได้เผชิญกับการประท้วง นับตั้งแต่อดีตประธานาธิบดี Pedro Castillo ถูกขับออกจากตำแหน่งในเดือนธันวาคม 

 

ทำให้เมื่อวันที่ 20 มกราคม Glencore ซึ่งเป็นบริษัทเหมืองทองแดงในเปรู เพิ่งประกาศว่ากำลังระงับการดำเนินงานของเหมืองทองแดง Antapaccay หลังจากถูกผู้ประท้วงบุกปล้นและจุดไฟเผา

 

นอกจากนี้ ชิลีซึ่งถือเป็นผู้ผลิตทองแดงรายใหญ่ที่สุดของโลก คิดเป็น 27% ของอุปทานทั่วโลก ก็ผลิตทองแดงลดลง 7% ในเดือนพฤศจิกายน เมื่อเทียบจากปีก่อน

 

ด้าน Goldman Sachs ระบุในบันทึกลงวันที่ 16 มกราคมว่า โดยรวมแล้วเชื่อว่าชิลีน่าจะผลิตทองแดงได้น้อยลงในช่วงปี 2023-2025

 

ความต้องการ ‘ทองแดง’ กำลังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

การเปิดประเทศอีกครั้งของจีน การเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์ และการเปลี่ยนผ่านทางพลังงาน ได้กระตุ้นความต้องการทองแดงอย่างมาก และทำให้ทรัพยากรทองแดงมีความตึงเครียดมากขึ้น

 

Tina Teng นักวิเคราะห์ตลาดจาก CMC Markets กล่าวว่า การเปิดประเทศอีกครั้งของจีนมีผลกระทบอย่างมากต่อราคาทองแดง เนื่องจากจะช่วยปรับปรุงแนวโน้มอุปสงค์ และจะผลักดันราคาทองแดงให้สูงขึ้น ท่ามกลางปัญหาการขาดแคลนอุปทาน อันเป็นผลมาจากการเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานสะอาด ซึ่งทำให้การขุดทำได้ยากขึ้นด้วย

 

ดังนั้น Teng จึงคาดว่าปัญหาการขาดแคลนทองแดงอาจคงอยู่ต่อไปจนถึงปี 2024-2025 พร้อมมองว่าเมื่อถึงเวลานั้นราคาทองแดงอาจเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า

 

ผู้เชี่ยวชาญบางคนเตือน อย่ามองในแง่ร้ายเกินไป

อย่างไรก็ตาม Timna Tanners กรรมการผู้จัดการจาก Wolfe Research กลับมองว่าเป็นเรื่องปกติที่จะเห็นการหยุดชะงัก และตนไม่คิดว่าปัญหานี้จะน่ากังวลกว่าปกติ พร้อมคาดการณ์ว่าในปี 2023 จะเห็นเหมืองใหม่ๆ เพิ่มขึ้นหลายแห่ง นอกจากนี้ กิจกรรมและการบริโภคทองแดงอาจไม่ได้พุ่งกระฉูด ขณะที่จีนผ่อนคลายมาตรการ Zero-COVID

 

อ้างอิง:

The post ชิปไม่หายแล้ว แต่โลกอาจเผชิญปัญหาขาดแคลน ‘ทองแดง’ แทน นักวิเคราะห์คาดวิกฤตอาจลากยาวไปถึงปี 2030 จ่อดันราคาพุ่ง 2 เท่า appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: ราคาทองแดง จ่อสูงขึ้นปีหน้าหลังจีนผ่อนคลาย Zero-COVID | THE STANDARD WEALTH https://thestandard.co/morning-wealth-14122022-3/ Wed, 14 Dec 2022 06:00:39 +0000 https://thestandard.co/?p=723481

‘ราคาทองแดง’ ซึ่งถูกมองว่าเป็นตัวชี้วัดสุขภาพทางเศรษฐกิ […]

The post ชมคลิป: ราคาทองแดง จ่อสูงขึ้นปีหน้าหลังจีนผ่อนคลาย Zero-COVID | THE STANDARD WEALTH appeared first on THE STANDARD.

]]>

‘ราคาทองแดง’ ซึ่งถูกมองว่าเป็นตัวชี้วัดสุขภาพทางเศรษฐกิจสำคัญของโลก เนื่องจากเป็นวัตถุดิบสำคัญของหลายอุตสาหกรรม จ่อสูงขึ้นในปี 2023 หลังจีนผ่อนคลาย Zero-COVID ผู้เชี่ยวชาญคาดราคาขยับแตะ 12,000 ดอลลาร์ต่อตัน ติดตามได้ในไฮไลต์นี้

 

ติดตาม รายการ Morning Wealth ทุกวัน จันทร์ศุกร์ เวลา 7.00-8.00 . ทาง Facebook และ YouTube ของ THE STANDARD WEALTH

 

อัปเดตข่าวสารจากสำนักข่าวเศรษฐกิจ ธุรกิจ และการลงทุน โดยทีมข่าว THE STANDARD ได้ที่ https://thestandard.co/wealth/

The post ชมคลิป: ราคาทองแดง จ่อสูงขึ้นปีหน้าหลังจีนผ่อนคลาย Zero-COVID | THE STANDARD WEALTH appeared first on THE STANDARD.

]]>