ทหารเมียนมา Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/ทหารเมียนมา/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Wed, 01 Apr 2026 01:38:19 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 สู้รบเมียนลามกระสุนตกฝั่งไทย กระทบชาวบ้านแม่สอด กองกำลังนเรศวรยิงเตือน 4 นัดทันที https://thestandard.co/mae-sot-myanmar-border-clash/ Wed, 01 Apr 2026 01:25:42 +0000 https://thestandard.co/mae-sot-myanmar-border-clash/ ภาพสถานการณ์กระสุนปืนจาก การสู้รบ ใน เมียนมา ตกฝั่งไทย อำเภอ แม่สอด จังหวัด ตาก

วานนี้ (31 มีนาคม) ไมตรี ชูปรีชา ผู้บัญชาการกองกำลังนเร […]

The post สู้รบเมียนลามกระสุนตกฝั่งไทย กระทบชาวบ้านแม่สอด กองกำลังนเรศวรยิงเตือน 4 นัดทันที appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพสถานการณ์กระสุนปืนจาก การสู้รบ ใน เมียนมา ตกฝั่งไทย อำเภอ แม่สอด จังหวัด ตาก

วานนี้ (31 มีนาคม) ไมตรี ชูปรีชา ผู้บัญชาการกองกำลังนเรศวร (ผบ.กกล.นเรศวร) เปิดเผยว่า เมื่อเวลา 16.10 น. เกิดเหตุสู้รบระหว่างกองกำลังทหารเมียนมาและกลุ่มต่อต้าน บริเวณบ้านนิละป่าน ฝั่งประเทศเมียนมา ระหว่างการปะทะ มีกระสุนปืนไม่ทราบชนิดยิงข้ามมาตกในพื้นที่ฝั่งไทย บริเวณบ้านห้วยมหาวงศ์ ตำบลมหาวัน อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ส่งผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ และมีแรงงานชาวเมียนมาได้รับบาดเจ็บ

 

ภายหลังเกิดเหตุ ไมตรี ได้รายงานสถานการณ์ไปยัง วรเทพ บุญญะ แม่ทัพภาคที่ 3 และขออนุมัติยิงกระสุนควันเพื่อเตือน จำนวน 4 นัด โดยดำเนินการทันทีหลังเกิดเหตุ

 

ทั้งนี้ กองกำลังนเรศวรยืนยันว่า ยังคงปฏิบัติตามกฎการใช้กำลัง (Rules of Engagement: ROE) อย่างเคร่งครัด พร้อมติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

The post สู้รบเมียนลามกระสุนตกฝั่งไทย กระทบชาวบ้านแม่สอด กองกำลังนเรศวรยิงเตือน 4 นัดทันที appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชาวจีนหนีตายทะลักข้ามแดน หลังทหารเมียนมาเข้าควบคุมเคเคปาร์ค เต็มพื้นที่ https://thestandard.co/chinese-flee-after-kk-park-seizure/ Thu, 23 Oct 2025 02:45:15 +0000 https://thestandard.co/?p=1134409 ชาวจีนหนีตายทะลักข้ามแดน หลังทหารเมียนมาเข้าควบคุม เคเคปาร์ค เต็มพื้นที่

วานนี้ (22 ตุลาคม) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์บริเวณ […]

The post ชาวจีนหนีตายทะลักข้ามแดน หลังทหารเมียนมาเข้าควบคุมเคเคปาร์ค เต็มพื้นที่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชาวจีนหนีตายทะลักข้ามแดน หลังทหารเมียนมาเข้าควบคุม เคเคปาร์ค เต็มพื้นที่

วานนี้ (22 ตุลาคม) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-เมียนมา ด้านจังหวัดตากทวีความตึงเครียดขึ้นอีกครั้ง หลังเจ้าหน้าที่ทหารกองกำลังนเรศวรและทหารหน่วยเฉพาะกิจราชมนู อำเภอแม่สอด ได้ควบคุมตัวชาวจีนจำนวน 29 คน บริเวณท่าขนส่งสินค้า 29 บ้านแม่ใหม่ท่าซุง ตำบลแม่กุ อำเภอแม่สอด

 

การควบคุมตัวครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ชาวจีนกลุ่มดังกล่าวได้รีบหนีข้ามแม่น้ำเมยเข้ามาในเขตไทย เพื่อหลีกหนีปฏิบัติการกวาดล้างและปราบปรามชาวต่างชาติที่ทำงานและอาศัยอยู่ในพื้นที่เคเคปาร์ค (KK Park) ในอำเภอเมียวดี จังหวัดเมียวดี รัฐกะเหรี่ยง ประเทศเมียนมา ซึ่งเป็นที่รู้จักกันในฐานะแหล่งรวมแก๊งคอลเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่ โดยพื้นที่ดังกล่าวอยู่ตรงข้ามกับบ้านแม่กุใหม่ท่าซุง ตำบลแม่กุของไทย

 

มีรายงานว่า ปฏิบัติการทางทหารของเมียนมา ซึ่งร่วมกับชนกลุ่มน้อยพันธมิตร ได้เริ่มกวาดล้างจับกุมชาวต่างชาติมาตั้งแต่วันที่ 16 ตุลาคม 2568 และล่าสุดเมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2568 กองทัพเมียนมาสามารถเข้าควบคุมพื้นที่เคเคปาร์คได้ครบทุกโซน หลังจากสู้รบและขับไล่ทหารสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (เคเอ็นยู) ซึ่งเป็นฝ่ายต่อต้านออกจากพื้นที่ส่วนในได้สำเร็จ

 

ผลจากการเข้าควบคุมพื้นที่ทำให้ชาวต่างชาติ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพนักงานชาวจีนและจากประเทศอื่นๆ ต่างแตกกระเจิง หนีตายออกจากพื้นที่อย่างชุลมุน มีชาวจีนอีกหลายร้อยคนขนสัมภาระรีบหนี กระจายกันไปอาศัยในจุดที่อยู่ภายใต้การควบคุมของทหารฝ่ายกะเหรี่ยงที่ไม่มีทหารเมียนมาประจำการ

 

ขณะที่ในพื้นที่อื่นๆ ที่เป็นแหล่งรวมคอลเซ็นเตอร์ เช่น ที่ชะเวโก๊โก่ ตรงข้ามบ้านวังผา ตำบลแม่จะเรา อำเภอแม่ระมาด ซึ่งควบคุมดูแลโดยทหารกะเหรี่ยงบีจีเอฟ. และพื้นที่ฝั่งเมียนมาที่ควบคุมโดยฝ่ายกะเหรี่ยงดีเคบีเอ ก็ยังมีรายงานว่ามีชาวต่างชาติ เช่น ชาวเคนย่า ถูกทรมานและทุบตี และยังไม่ได้รับการปล่อยตัวออกมา

The post ชาวจีนหนีตายทะลักข้ามแดน หลังทหารเมียนมาเข้าควบคุมเคเคปาร์ค เต็มพื้นที่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทอ. ยืนยันพร้อมปกป้องน่านฟ้าไทย หลังพบอากาศยานทหารเมียนมาเข้าใกล้เขตแดนไทย https://thestandard.co/myanmar-military-aircraft-near-thailand-border/ Fri, 16 May 2025 07:48:28 +0000 https://thestandard.co/?p=1075022 อากาศยาน ทหารเมียนมา

วันนี้ (16 พฤษภาคม) พล.อ.ท. ประภาส สอนใจดี โฆษกกองทัพอา […]

The post ทอ. ยืนยันพร้อมปกป้องน่านฟ้าไทย หลังพบอากาศยานทหารเมียนมาเข้าใกล้เขตแดนไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
อากาศยาน ทหารเมียนมา

วันนี้ (16 พฤษภาคม) พล.อ.ท. ประภาส สอนใจดี โฆษกกองทัพอากาศ เปิดเผยกรณีที่อากาศยานทหารเมียนมาแบบ K-8 จำนวน 1 เครื่อง บินเข้าใกล้เขตแดนไทยบริเวณอำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี เมื่อเวลา 12.31 น. ที่ผ่านมา

 

โฆษกกองทัพอากาศกล่าวว่า หน่วยควบคุมและแจ้งเตือนทางอากาศ ได้ตรวจจับอากาศยานดังกล่าวในระยะเข้าใกล้แนวชายแดน และได้ดำเนินการตามระเบียบการปฏิบัติประจำทันที ด้วยการติดต่อแจ้งเตือนผ่านคลื่นความถี่ฉุกเฉิน (On Guard) พร้อมทั้งสั่งการให้เครื่องบินขับไล่ F-16 จากกองบิน 4 ขึ้นบินปฏิบัติภารกิจการบินลาดตระเวนรบเฝ้าระวังทางอากาศ เพื่อแสดงศักยภาพในการควบคุมและป้องกันน่านฟ้าไทยอย่างชัดเจน

 

ทั้งนี้อากาศยานทหารเมียนมาดังกล่าวได้เปลี่ยนทิศทางออกจากเขตแดนไทยในเวลา 12.48 น. โดยไม่มีพฤติกรรมรุกรานหรือกระทำการที่กระทบต่อความมั่นคงของประเทศไทยแต่อย่างใด

 

กองทัพอากาศขอยืนยันว่า การปกป้องอธิปไตยและความมั่นคงของน่านฟ้าไทย เป็นภารกิจหลักที่ดำเนินการอย่างเข้มงวด ต่อเนื่อง โดยมีการเฝ้าตรวจ ค้นหา พิสูจน์ฝ่าย และสกัดกั้นอากาศยานที่มีพฤติกรรมผิดปกติหรือเข้าใกล้เขตแดนในลักษณะที่อาจกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ รวมทั้งมีการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในและนอกพื้นที่อย่างใกล้ชิด เพื่อให้ประชาชนเชื่อมั่นในความปลอดภัยของน่านฟ้าไทย

 

สำหรับ แบบ K-8 หรือ คาราโครัม-8 เป็นเครื่องบินฝึกไอพ่นเครื่องยนต์เดียวขั้นสูงและเครื่องบินโจมตีเบาที่ออกแบบและผลิตร่วมกันโดย Hongdu Aviation Industry Corporation (HAIC) แห่งประเทศจีนและ Pakistan Aeronautical Complex (PAC)

The post ทอ. ยืนยันพร้อมปกป้องน่านฟ้าไทย หลังพบอากาศยานทหารเมียนมาเข้าใกล้เขตแดนไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
Radio Free Asia เผย รัฐบาลทหารเมียนมาเริ่มบังคับเกณฑ์ทหาร ชายอายุถึง 65 ปี ไม่เว้นคนพิการ https://thestandard.co/myanmar-junta-conscripting-up-to-65/ Sat, 07 Sep 2024 08:37:20 +0000 https://thestandard.co/?p=980863

Radio Free Asia รายงานโดยอ้างข้อมูลจากประชาชนในเมียนมาว […]

The post Radio Free Asia เผย รัฐบาลทหารเมียนมาเริ่มบังคับเกณฑ์ทหาร ชายอายุถึง 65 ปี ไม่เว้นคนพิการ appeared first on THE STANDARD.

]]>

Radio Free Asia รายงานโดยอ้างข้อมูลจากประชาชนในเมียนมาว่า รัฐบาลทหารเมียนมาได้เริ่มต้นการบังคับเกณฑ์พลเรือนชายอายุไม่เกิน 65 ปี ซึ่งรวมถึงผู้พิการ ในพื้นที่กรุงเนปิดอว์ ย่างกุ้ง มัณฑะเลย์ อิรวดี และรัฐกะเหรี่ยงทางตะวันออก เพื่อเข้าเป็นทหาร และทำหน้าที่ปกป้องหมู่บ้านและเมืองต่างๆ จากกองกำลังฝ่ายต่อต้าน ซึ่งรวมถึงกองกำลังชาติพันธุ์ติดอาวุธ

 

การบังคับเกณฑ์ทหารดังกล่าวมีขึ้นท่ามกลางความถดถอยของกองทัพเมียนมาที่พ่ายแพ้และเสียพื้นที่ปกครองหลายแห่งให้แก่กองกำลังชาติพันธุ์อย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา

 

โดยหนึ่งในผู้ให้ข้อมูลเผยว่า ในหลายเขตของภูมิภาคอิรวดี ผู้ชายที่มีอายุระหว่าง 35-65 ปี ถูกสั่งห้ามเดินทางออกนอกพื้นที่ โดยพวกเขาจะถูกเกณฑ์เข้าทำหน้าที่ในหน่วยอาสาสมัครท้องถิ่น และจะต้องจับสลากเพื่อเข้าร่วมในกองกำลังความมั่นคงสาธารณะ

 

ในบางหมู่บ้าน เช่น หมู่บ้าน Yae Kyi มีรายงานว่ารัฐบาลทหารได้บังคับเกณฑ์ผู้พิการเข้าร่วมกองกำลังดังกล่าวด้วย ซึ่งผู้ที่ไม่ต้องการเกณฑ์ทหารจะต้องจ่ายเงินให้แก่เจ้าหน้าที่

 

ติดอาวุธพลเรือน หวั่นนองเลือดมากขึ้น

 

การบังคับเกณฑ์ทหารดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากการประชุมระหว่าง พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผู้นำรัฐบาลทหาร กับเจ้าหน้าที่ในภูมิภาคมัณฑะเลย์ตอนกลาง เมื่อวันที่ 25 สิงหาคมที่ผ่านมา โดย พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย เรียกร้องให้ประชาชนเข้าร่วมกองกำลังความมั่นคงสาธารณะ เพื่อรักษาเสถียรภาพและหลักนิติธรรมของประเทศ

 

สำหรับผู้ที่ถูกเกณฑ์เข้าร่วมกองกำลังชุดใหม่นี้จะได้รับการติดอาวุธและรับหน้าที่ปกป้องเขตชุมชน หลังจากที่มีการตั้งคณะกรรมการกลางความมั่นคงของประชาชนและการต่อต้านก่อการร้าย (People’s Security and Counter-Terrorism Central Committee) เมื่อเดือนที่แล้ว

 

นักวิเคราะห์มองว่าความเคลื่อนไหวดังกล่าวของรัฐบาลทหาร ซึ่งตีความง่ายๆ คือการติดอาวุธพลเรือนให้ต่อสู้กับฝ่ายต่อต้านนั้น จะยิ่งนำไปสู่การนองเลือดเพิ่มขึ้น มากกว่าที่จะทำให้เกิดความมั่นคง

 

โดยคณะกรรมการจะแจกจ่ายอาวุธและอุปกรณ์ทางทหารอื่นๆ ตามความต้องการของแต่ละพื้นที่ขัดแย้ง ตลอดจนจัดหาอาหาร และดำเนินการฝึกอบรมการสู้รบและการแพทย์

 

นอกจากนี้ คณะกรรมการยังมีหน้าที่ในการขยายกำลังพลและคัดเลือกผู้เชี่ยวชาญที่สามารถใช้อาวุธยุทโธปกรณ์ที่มีเทคโนโลยีขั้นสูงอีกด้วย

 

ภาพ: Hkun Lat / Getty Images

อ้างอิง:

The post Radio Free Asia เผย รัฐบาลทหารเมียนมาเริ่มบังคับเกณฑ์ทหาร ชายอายุถึง 65 ปี ไม่เว้นคนพิการ appeared first on THE STANDARD.

]]>
กลุ่มต่อต้านชี้ กองทัพเมียนมาสูญเสียการควบคุมในเมืองสำคัญของมัณฑะเลย์ https://thestandard.co/myanmar-junta-loses-grip-on-major-mandalay-region-town-resistance/ Sat, 17 Aug 2024 06:39:41 +0000 https://thestandard.co/?p=972256 กองทัพเมียนมา

The Irrawaddy รายงานว่า กลุ่มต่อต้านเปิดฉากต่อสู้เดือดก […]

The post กลุ่มต่อต้านชี้ กองทัพเมียนมาสูญเสียการควบคุมในเมืองสำคัญของมัณฑะเลย์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
กองทัพเมียนมา

The Irrawaddy รายงานว่า กลุ่มต่อต้านเปิดฉากต่อสู้เดือดกับทหารเมียนมาภายใต้ปฏิบัติการพิเศษเขตมยินจาน (Myingyan District Special Operation) จนทำให้การบริหารงานของรัฐบาลทหารเมียนมาในเมืองมยินจาน (Myingyan) และนัวโทจี (Natogyi) ของภาคมัณฑะเลย์ต้องหยุดชะงักลง

 

กองกำลังพิทักษ์ประชาชนแห่งมยินจาน (Myingyan People’s Defense Force) เปิดเผยกับสำนักข่าว The Irrawaddy ว่า เมื่อวันเสาร์และวันจันทร์ที่ผ่านมา กลุ่มต่อต้านได้สู้รบกับทหารเมียนมาในเมืองนัวโทจีและเมืองตองทา (Taung Tha) ทำให้รัฐบาลทหารเมียนมาต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ในเมืองมยินจานที่อยู่ใกล้เคียง ขณะที่ชาวบ้านรายหนึ่งเปิดเผยว่า เขาไปที่สำนักงานบริหารงานทั่วไปของเมืองมยินจานเพื่อตรวจยืนยันสัญชาติ แต่พบว่าสำนักงานดังกล่าวปิดทำการ

 

นอกจากนี้ สมาชิกของกองกำลังพิทักษ์ประชาชนแห่งมยินจานยังเปิดเผยเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาด้วยว่า โรงพยาบาลในเมืองดังกล่าวก็ปิดทำการ ขณะที่ทหารเมียนมาได้ส่งตัวผู้ป่วยทุกคนกลับบ้าน ส่วนเจ้าหน้าที่การแพทย์ถูกส่งไปยังเมืองปะโคะกู (Pakokku) ด้านข้าราชการส่วนใหญ่ก็เดินทางออกไปกันหมดแล้ว

 

แต่ถึงกระนั้นรายงานก็ระบุด้วยว่า รัฐบาลทหารพยายามเสริมกำลังเข้าไปในเมืองมยินจาน โดยใช้โรงพยาบาล บ้านพักคนชรา และพื้นที่อื่นๆ ในเมือง เป็นที่มั่น

 

ประชาชนในท้องถิ่นเล่าว่า เมื่อเช้าวันจันทร์กองกำลังต่อต้านในเมืองตองทา ซึ่งอยู่ห่างจากเมืองมยินจานไปทางใต้ราว 21 กิโลเมตร ได้บุกโจมตีเป้าหมายของรัฐบาล 3 แห่งด้วยกัน ซึ่งรวมถึงสถานีส่งน้ำมันและก๊าซของจีน ขณะที่กองกำลังของรัฐบาลได้ถอยทัพไปยังเมืองมยินจาน โดยละทิ้งจุดตรวจบนถนนมยินจาน-ตองทา

 

ขณะเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา คณะกรรมการนัดหยุดงานประท้วง (General Strike Committee: GSC) ของเมืองตองทา ซึ่งทำหน้าที่ติดตามการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ในเมือง กล่าวว่า หน่วยงานที่อยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐบาลทหารเมียนมาในเมืองนี้ปิดทำการเกือบหมด ยกเว้นหน่วยงานบริหาร สถานีตำรวจ และหน่วยงานดับเพลิง

 

ส่วนสถานการณ์ในเมืองนัวโทจีนั้น สมาชิกของกองกำลังพิทักษ์ประชาชนแห่งมยินจานกล่าวว่า เจ้าหน้าที่รัฐส่วนใหญ่เดินทางออกจากเมืองไปแล้ว โดยเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา กลุ่มต่อต้านสามารถยึดเมืองดังกล่าวได้ชั่วคราว ก่อนที่จะต้องยอมล่าถอย เนื่องจากทหารเมียนมาเปิดฉากกระหน่ำโจมตีทางอากาศ

 

“เราไม่กล้านอนเลย เครื่องบินของกองทัพบินวนเวียนและทิ้งระเบิดลงใส่หลายหมู่บ้านในพื้นที่นี้ทุกคืน นอกจากนี้ยังมีการยิงถล่มหมู่บ้านหลายแห่งในช่วงกลางคืนด้วย” ชาวบ้านรายหนึ่งที่อาศัยอยู่ใกล้ชายแดนระหว่างเมืองตองทา นัวโทจี และมยินจาน กล่าวกับผู้สื่อข่าว

 

ภาพ: Google Maps

อ้างอิง:

The post กลุ่มต่อต้านชี้ กองทัพเมียนมาสูญเสียการควบคุมในเมืองสำคัญของมัณฑะเลย์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: ‘1027 ถึงล่าเสี้ยว’ ทหารเมียนมาตอบโต้กลับฝ่ายต่อต้านอย่างหนัก | THE STANDARD NOW SPECIAL https://thestandard.co/thestandardnow040867/ Mon, 05 Aug 2024 00:02:47 +0000 https://thestandard.co/?p=967223

‘1027 ถึงล่าเสี้ยว’ ทหารเมียนมาตอบโต้กลับฝ่ายต่อต้านอย่ […]

The post ชมคลิป: ‘1027 ถึงล่าเสี้ยว’ ทหารเมียนมาตอบโต้กลับฝ่ายต่อต้านอย่างหนัก | THE STANDARD NOW SPECIAL appeared first on THE STANDARD.

]]>

‘1027 ถึงล่าเสี้ยว’ ทหารเมียนมาตอบโต้กลับฝ่ายต่อต้านอย่างหนัก | THE STANDARD NOW SPECIAL

 

การสู้รบที่เมืองล่าเสี้ยว รัฐฉานเหนือของเมียนมา เป็นไปอย่างดุเดือด หลังกองกำลังโกก้าง และกลุ่มพันธมิตรฝ่ายต่อต้าน เปิดฉากสู้รบทหารอย่างหนัก มีผู้เสียชีวิตทะลุ 44 คนแล้วในสัปดาห์นี้

 

อีกด้าน พล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผู้นำรัฐบาลทหารเมียนมา ขยายระยะเวลาประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินออกไปอีก 6 เดือน อ้างเหตุผลเพื่อต้องการเวลาเพิ่มเติมในการรักษาเสถียรภาพและเตรียมจัดการเลือกตั้งในปี 2025

 

THE STANDARD NOW SPECIAL วิเคราะห์การสู้รบในเมียนมาและผลกระทบต่อไทยในทุกมิติกับแขกรับเชิญ รศ. ดร.ดุลยภาค ปรีชารัชช นายกสมาคมภูมิภาคศึกษา และอาจารย์คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

 

พบกันในรายการ THE STANDARD NOW SPECIAL กับ ณัฏฐา โกมลวาทิน วันที่ 4 สิงหาคม 2567 เวลา 20.00 น. เป็นต้นไป ทาง Facebook และ YouTube ของ THE STANDARD

The post ชมคลิป: ‘1027 ถึงล่าเสี้ยว’ ทหารเมียนมาตอบโต้กลับฝ่ายต่อต้านอย่างหนัก | THE STANDARD NOW SPECIAL appeared first on THE STANDARD.

]]>
กองกำลังต่อต้านรบเดือดทหารเมียนมาในเมืองล่าเสี้ยว พลเรือนเสียชีวิต 44 คน https://thestandard.co/battle-in-lashio-myanmar/ Sat, 03 Aug 2024 04:39:18 +0000 https://thestandard.co/?p=966810

สถานการณ์สู้รบในเมืองล่าเสี้ยว รัฐฉานเหนือของเมียนมา เป […]

The post กองกำลังต่อต้านรบเดือดทหารเมียนมาในเมืองล่าเสี้ยว พลเรือนเสียชีวิต 44 คน appeared first on THE STANDARD.

]]>

สถานการณ์สู้รบในเมืองล่าเสี้ยว รัฐฉานเหนือของเมียนมา เป็นไปอย่างดุเดือด หลังกองทัพพันธมิตรประชาธิปไตยแห่งชาติเมียนมา (Myanmar National Democratic Alliance Army: MNDAA) หรือกองกำลังโกก้าง และกลุ่มพันธมิตร เปิดฉากสู้รบทหารเมียนมา จนเป็นเหตุให้สัปดาห์นี้มีผู้เสียชีวิตทะลุ 44 คนแล้ว

 

สำนักข่าว Irrawaddy รายงานว่า กองกำลังโกก้างและกลุ่มพันธมิตรโจมตีเมืองล่าเสี้ยวตั้งแต่เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม ก่อนที่การต่อสู้จะดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง ข้อมูลจากกองทัพปลดปล่อยแห่งชาติตะอาง (Ta’ang National Liberation Army: TNLA) ซึ่งร่วมต่อสู้กับกองกำลังโกก้าง ระบุว่า ยอดพลเรือนที่เสียชีวิตอยู่ที่ 44 คน ณ วันพุธ (31 กรกฎาคม) โดยอ้างว่าการเสียชีวิตส่วนใหญ่มาจากการกระหน่ำยิงของทหารเมียนมา รวมถึงเหตุโจมตีทางอากาศ

 

นอกจากนี้ยังมีรายงานเพิ่มเติมด้วยว่า มีชาย 2 คนและหญิงอีก 3 คนเสียชีวิตจากเหตุทหารเมียนมาใช้ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศและการสู้รบที่ภาคพื้นเมื่อวันพุธ อีกทั้งยังมีเจ้าหน้าที่กู้ภัยคนหนึ่งถูกยิงบาดเจ็บด้วย

 

อย่างไรก็ตาม หน่วยกู้ภัยเมืองล่าเสี้ยวระบุว่า ยอดผู้เสียชีวิตที่รายงานไปข้างต้นอาจต่ำกว่าความเป็นจริง เนื่องจากทีมงานยังไม่สามารถเข้าถึงหลายพื้นที่ของเมืองได้ในตอนนี้ จึงเป็นไปได้ว่าอาจมีร่างผู้เสียชีวิตอีกจำนวนหนึ่งที่ยังไม่ได้ถูกเก็บกู้ พร้อมรายงานด้วยว่า มีพลเรือนที่บาดเจ็บจำนวนหนึ่งเสียชีวิตเนื่องจากขาดการดูแลทางการแพทย์ และถึงแม้ประชาชนจำนวนมากจะเดินทางออกจากเมืองล่าเสี้ยวแล้ว เนื่องจากหวั่นเกรงความปลอดภัย แต่ก็มีประชาชนกลุ่มหนึ่งที่ยังจำต้องอาศัยในเขตสู้รบ เนื่องจากไม่มีเงินมากพอที่จะย้ายไปอยู่ที่อื่น

 

ข้อมูลจากกองทัพปลดปล่อยแห่งชาติตะอางระบุว่า สถานการณ์ทางตอนเหนือของรัฐฉานค่อนข้างน่ากังวล โดยนับตั้งแต่วันที่ 25 มิถุนายน มีพลเรือน 113 คนที่ถูกสังหาร ขณะที่ยอดผู้บาดเจ็บอยู่ที่ 170 คน ส่วนบ้านเรือน ศาสนสถาน และโรงเรียน ถูกทำลายไปกว่า 105 แห่ง

 

แฟ้มภาพ: AFP

อ้างอิง:

The post กองกำลังต่อต้านรบเดือดทหารเมียนมาในเมืองล่าเสี้ยว พลเรือนเสียชีวิต 44 คน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ใครเป็นใครในการสู้รบเมียวดี ชายแดนไทย-เมียนมา https://thestandard.co/whos-who-in-the-myawaddy-battle/ Sat, 27 Apr 2024 12:00:41 +0000 https://thestandard.co/?p=927481

ตัวละครสำคัญในการสู้รบที่เมียวดี รัฐกะเหรี่ยงของเมียนมา […]

The post ใครเป็นใครในการสู้รบเมียวดี ชายแดนไทย-เมียนมา appeared first on THE STANDARD.

]]>

ตัวละครสำคัญในการสู้รบที่เมียวดี รัฐกะเหรี่ยงของเมียนมา ซึ่งมีพรมแดนติดกับประเทศไทย บริเวณอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก โดยขณะนี้การสู้รบเพื่อแย่งชิงความได้เปรียบทางยุทธศาสตร์ระหว่าง ‘กองทัพเมียนมา’ และ ‘กลุ่มกองกำลังชาติพันธุ์’ ที่นำโดยสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNU) และพันธมิตรฝ่ายต่อต้านรัฐบาลทหารเมียนมา ยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่องในหลายพื้นที่ แม้มีรายงานว่าบางจุดอย่างเมืองเมียวดีที่เคยเป็นพื้นที่สู้รบได้กลับมาสงบลงแล้วก็ตาม

 

และดูเหมือนว่า พ.อ. ชิต ตู่ ผู้นำกองกำลังแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNA) จะหันกลับไปจับมือกับกองทัพเมียนมาอีกครั้ง ด้วยการคุ้มกันและช่วยเปิดทางให้ทหารเมียนมากลับเข้าค่ายผาซอง หรือกองพันทหารราบที่ 275 ซึ่งเป็นฐานที่มั่นสุดท้ายของกองทัพในเมียวดีได้เมื่อช่วงกลางสัปดาห์นี้

 

การเลือกข้างของ พ.อ. ชิต ตู่ และกลุ่ม KNA จึงอาจเป็น ‘จุดเปลี่ยนสำคัญ’ ที่จะส่งผลต่อการสู้รบในเมียวดี รวมถึงสงครามกลางเมืองในเมียนมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

 

(ฝ่ายกองทัพเมียนมา)

พล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หล่าย

ผู้นำกองทัพและรัฐบาลทหารเมียนมา

ภาพ: STR / AFP

 

(ฝ่ายกองทัพเมียนมา)

กองกำลังพิทักษ์ชายแดน (BGF)

ภาพ: STR / AFP

 

(ฝ่ายกองทัพ หรือฝ่ายต่อต้าน?)

พ.อ. ชิต ตู่

ผู้นำกองกำลังแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNA)

(กลุ่มกะเหรี่ยง BGF เดิม)

ภาพ: Karen Information Center 

 

ทุนจีนสีเทา

ใกล้ชิด พ.อ. ชิต ตู่

ภาพ: The Irrawaddy

 

(ฝ่ายต่อต้านรัฐบาลทหาร)

พะโด ซอ กวยทูวิน

ผู้นำสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNU)

ภาพ: The Irrawaddy

 

(ฝ่ายต่อต้านรัฐบาลทหาร)

กองกำลังปลดปล่อยแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNLA)

ปีกทหารของ KNU

ภาพ: Karen National Union (KNU) / AFP

 

(ฝ่ายต่อต้านรัฐบาลทหาร)

กองกำลังพิทักษ์ประชาชน (PDF)

ภายใต้รัฐบาลเอกภาพแห่งชาติ (NUG)

ภาพ: Thierry Falise / LightRocket via Getty Images

 

The post ใครเป็นใครในการสู้รบเมียวดี ชายแดนไทย-เมียนมา appeared first on THE STANDARD.

]]>
กองกำลัง KNA หวนจับมือกองทัพเมียนมา อนาคตเมียวดีจะเป็นอย่างไร? https://thestandard.co/kna-returns-to-join-with-myanmar-army/ Thu, 25 Apr 2024 09:51:11 +0000 https://thestandard.co/?p=926716

หลังจากที่ปรากฏภาพว่า กองกำลังแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNA) ภ […]

The post กองกำลัง KNA หวนจับมือกองทัพเมียนมา อนาคตเมียวดีจะเป็นอย่างไร? appeared first on THE STANDARD.

]]>

หลังจากที่ปรากฏภาพว่า กองกำลังแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNA) ภายใต้การนำของ พ.อ. ชิต ตู่ ได้ช่วยเปิดทางให้กองทัพเมียนมากลับมาคุมกองพันทหารราบ 275 ในจังหวัดเมียวดี ใกล้กับชายแดนไทยได้อีกครั้ง ได้สร้างความไม่พอใจให้กับสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNU) รวมถึงกองกำลังปลดปล่อยแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNLA) ซึ่งเป็นปีกกองทัพของ KNU และพันธมิตรฝ่ายต่อต้านรัฐบาลทหารเมียนมาเป็นอย่างมาก

 

เดิมทีกองกำลัง KNA คือกองกำลังพิทักษ์ชายแดนกะเหรี่ยง (Karen BGF) ที่เคยสังกัดกองทัพเมียนมา แต่ในเดือนมีนาคม KNA ได้ประกาศตัดสัมพันธ์กับรัฐบาลทหารเมียนมา จัดตั้งกลุ่ม KNA ขึ้นแทนกลุ่ม BGF 

 

KNA หวนจับมือกองทัพเมียนมา

 

รศ.ดร.ดุลยภาค ปรีชารัชช รองผู้อำนวยการสถาบันเอเชียตะวันออกศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการเมืองเมียนมา กล่าวกับ THE STANDARD ว่า ทหารเมียนมาใช้กลยุทธ์ใหม่ นั่นคือ ข่มขู่จะทำลายล้างเมืองชเวโก๊กโก่ ซึ่งมีโครงสร้างทางเศรษฐกิจที่สำคัญ อีกทั้งยังเป็นแหล่งผลประโยชน์และแหล่งรายได้ของ พ.อ. ชิต ตู่ และกลุ่ม KNA ที่ร่วมลงทุนกับกลุ่มทุนจีนสีเทา

 

สิ่งที่เกิดขึ้น ‘ไม่ใช่เรื่องใหม่’ ในการสู้รบในเมียนมา ทั้งหมดเป็นเรื่องของพัฒนาการการสู้รบและการต่อรองผลประโยชน์ ที่ผ่านมากองทัพเมียนมาเสียเปรียบ ค่าน้ำหนักในการต่อรองของฝ่าย KNU และพันธมิตรจึงพุ่งสูงขึ้น แต่เมื่อรัฐบาลทหารขู่ที่จะทำลายผลประโยชน์ของกลุ่ม KNA จึงอาจเกิดการเจรจาต่อรองใหม่ เพื่อให้กลุ่ม KNA เอนกลับมาหากองทัพเมียนมาอีกครั้ง

 

โดย รศ.ดร.ดุลยภาค เชื่อว่า จุดนี้จะเป็น ‘จุดเปลี่ยนที่สำคัญ’ สำหรับการสู้รบในเมียวดี

 

ตัวละครสำคัญในรัฐกะเหรี่ยง

 

ฝ่ายกองทัพเมียนมา

  • มีแม่ทัพภาคอยู่ที่มะละแหม่ง (รัฐมอญ) และมีผู้บังคับบัญชากองพล 22 และ 44
  • กองกำลังพิทักษ์ชายแดน (BGF) ซึ่งมีหลายกลุ่มมากตามแนวชายแดน โดยหนึ่งในนั้นแถวเมียวดี เป็นอดีตกลุ่ม BGF ที่นำโดย พ.อ. ชิต ตู่ ซึ่งมีกำลัง 6,000-8,000 คน จึงทำให้การเลือกข้างของ พ.อ. ชิต ตู่ มีผลอย่างมากต่อการสู้รบในเมียวดี

 

กลุ่มทุนจีนสีเทา 

  • เข้าไปลงทุนในเมืองชเวโก๊กโก่และเคเคพาร์ก มีสายสัมพันธ์ใกล้ชิดกับกลุ่ม พ.อ. ชิต ตู่ โดยเน้นให้ความสำคัญกับผลประโยชน์ของกลุ่มทุนตัวเอง

 

ฝ่ายต่อต้านรัฐบาลทหารเมียนมา

  • สหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNU) โดยมีปีกการเมืองคือ กลุ่มผู้นำและเลขาธิการ KNU และมีปีกการทหารคือ กองกำลัง KNLA 
  • กองกำลังปกป้องประชาชน (PDF) ในนามของรัฐบาล NUG ก็มาร่วมรบกับกลุ่ม KNU เพื่อขับไล่ทหารเมียนมาในพื้นที่แถบนี้ 

 

เป้าหมายของกองกำลังชาติพันธุ์ในรัฐกะเหรี่ยง

 

รศ.ดร.ดุลยภาค อธิบายว่า พวกเขามีความต้องการตรงกัน นั่นคือ การเปลี่ยนให้รัฐกะเหรี่ยงเป็น ‘สหพันธรัฐประชาธิปไตย’ มีอำนาจของรัฐบาลรัฐกะเหรี่ยง บริหารจัดการทรัพยากรได้อย่างอิสระมากยิ่งขึ้น อนุรักษ์อัตลักษณ์และวัฒนธรรมได้มากขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางของรัฐบาล NUG จึงนำไปสู่การร่วมมือกัน

 

แต่กลุ่ม KNA ภายใต้การนำของ พ.อ. ชิต ตู่ มีลักษณะเป็นกลุ่มเฉพาะ เพราะถึงแม้ว่าจะมีเรือธงอยากได้รูปแบบการปกครองแบบสหพันธรัฐประชาธิปไตย และลดอำนาจทหารเมียนมาลง แต่ผลประโยชน์ในพื้นที่ของพวกเขาจะต้องมาเป็นอันดับแรก ถ้าผลประโยชน์ของกลุ่ม KNA ได้รับผลกระทบ พ.อ. ชิต ตู่ อาจเลือกเจรจาต่อรองและให้กองทัพเมียนมาคุ้มครองผลประโยชน์ของพวกเขา

 

นอกจากนี้ รศ.ดร.ดุลยภาค ยังระบุอีกว่า ในปีกนักรบของกลุ่ม KNU ลึกๆ แล้วต้องการก่อตั้ง ‘รัฐอิสระ’ โดยมีกลุ่มที่ต้องการสร้างสหพันธรัฐประชาธิปไตย และยังอยู่ในเมียนมา กับกลุ่มที่ต้องการแยกประเทศขึ้นใหม่ โดยปกครองด้วยระบอบสหพันธรัฐประชาธิปไตย ภายใต้ชื่อ ‘ประเทศกอทูเล’

 

สถานการณ์ล่าสุดในเมียวดี

 

พื้นที่ส่วนใหญ่ของเมียวดียังคงตกอยู่ภายใต้การควบคุมของกลุ่ม KNU และกองกำลังต่อต้านรัฐบาลทหารเมียนมา แม้ในขณะนี้ กองกำลัง KNA ของ พ.อ. ชิต ตู่ จะช่วยคุ้มกันและเปิดทางให้กองทัพเมียนมากลับเข้าสู่กองพัน 275 และชักธงชาติเมียนมาขึ้นสู่ยอดเสาได้อีกครั้งก็ตาม 

 

โดย รศ.ดร.ดุลยภาค เน้นย้ำว่า สมรภูมิรบไม่ได้อยู่ที่ตัวเมืองเมียวดีอย่างเดียว แต่ยังกระจายไปยังพื้นที่อื่นๆ แถบแม่น้ำเมยด้วยเช่นกัน โดยพื้นที่ทางตอนใต้ของรัฐก็ยังคงสู้รบและชิงความได้เปรียบกันอยู่

 

ทุนจีนในสงครามกลางเมืองเมียนมา

 

อิทธิพลของกลุ่มทุนจีนสีเทาเข้มข้นขึ้นอย่างมาก บรรดาเมืองสำคัญอย่างชเวโก๊กโก่ ทางตอนเหนือของเมียวดี รวมถึงเคเคพาร์ก ทางตอนใต้ของเมียวดี ซึ่งเป็นแหล่งลงทุนของกลุ่มทุนจีนเหล่านี้ แทบไม่ได้รับผลกระทบจากสงครามกลางเมืองในเมียนมา โดยเฉพาะในรัฐกะเหรี่ยงแต่อย่างใด สะท้อนถึงอิทธิพลและอำนาจในการต่อรองผลประโยชน์ที่มีสูงมาก 

 

รศ.ดร.ดุลยภาค ตั้งข้อสังเกตว่า ทุนจีนสีเทาไม่ได้พยายามแผ่อิทธิพลเพื่อควบคุมลุ่มน้ำโขงแต่เพียงอย่างเดียว แต่ขณะนี้อิทธิพลได้แผ่ปกคลุมเมียวดี เคเคพาร์ก และชเวโก๊กโก่ บริเวณลุ่มแม่น้ำเมย ซึ่งเป็นสาขาของแม่น้ำสาละวินแล้ว ขณะนี้มีเพียงรัฐกะยา ใกล้ชายแดนจังหวัดแม่ฮ่องสอนของไทย ที่จีนพยายามจะเข้าไปลงทุนในเขื่อนพลังน้ำ แต่เนื่องด้วยสถานการณ์การสู้รบที่เป็นไปอย่างดุเดือด และวัฒนธรรมพื้นถิ่นในรัฐกะยา ทำให้กลุ่มทุนจีนยังไม่สามารถเจาะพื้นที่ตรงจุดนี้ได้ 

 

หากในอนาคตกลุ่มทุนจีนเหล่านี้สามารถควบคุมการพัฒนาเมืองเศรษฐกิจในรัฐกะยา อิทธิพลของจีนจะไหลจากรัฐฉานใต้ ผ่านรัฐกะยา มาจนถึงรัฐกะเหรี่ยง ซึ่งจะคุมชายแดนไทยทางภาคเหนือและภาคตะวันตกเกือบทั้งหมด ซึ่งเป็นจุดที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดในทางภูมิรัฐศาสตร์ 

 

แฟ้มภาพ: Karen Information Center

The post กองกำลัง KNA หวนจับมือกองทัพเมียนมา อนาคตเมียวดีจะเป็นอย่างไร? appeared first on THE STANDARD.

]]>
กลุ่มกะเหรี่ยง KNU ตำหนิกองกำลัง KNA หลังกลับท่าที ปล่อยทหารเมียนมากลับเมียวดี https://thestandard.co/knu-blames-kna-forces/ Thu, 25 Apr 2024 04:07:17 +0000 https://thestandard.co/?p=926541

สหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNU) และกองกำลังปลดปล่อยแห่งชาต […]

The post กลุ่มกะเหรี่ยง KNU ตำหนิกองกำลัง KNA หลังกลับท่าที ปล่อยทหารเมียนมากลับเมียวดี appeared first on THE STANDARD.

]]>

สหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNU) และกองกำลังปลดปล่อยแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNLA) ซึ่งเป็นปีกกองทัพของ KNU ออกมาตำหนิกองกำลังแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNA) ภายใต้การนำของ พ.อ. ชิต ตู่ ที่ช่วยเปิดทางให้กองทัพเมียนมากลับมาคุมกองพันทหารราบ 275 ในจังหวัดเมียวดี ใกล้กับชายแดนไทยได้อีกครั้ง โดย KNA เดิมคือกองกำลังพิทักษ์ชายแดนกะเหรี่ยง (Karen BGF) ภายใต้กองทัพเมียนมา ก่อนจะประกาศตัดสัมพันธ์กันเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา และตั้ง KNA ขึ้นมาแทน แต่ผู้นำ KNA ยังมีสายสัมพันธ์ที่ดีกับระบอบทหารเมียนมา

 

พะโด ซอ ตอ นี จากคณะกรรมการบริหารกลางของสหภาพ KNU เผยว่า เบื้องต้นกองกำลัง KNLA และพันธมิตรได้ถอนตัวออกจากเมียวดีเป็นการชั่วคราวแล้ว เพื่อหลีกเลี่ยงการตกหลุมพรางและการถูกโจมตีทางอากาศจากกองทัพเมียนมาที่อาจจะเกิดขึ้นหลังจากนี้ พร้อมยังยืนยันว่าพื้นที่โดยรอบเมียวดียังคงอยู่ภายใต้การควบคุมของกองกำลัง KNLA

 

ก่อนหน้านี้กองกำลัง KNLA และพันธมิตร ซึ่งรวมถึงกองกำลัง KNA ได้ร่วมกันโจมตีกองพัน 275 ซึ่งเป็นกองทหารสุดท้ายของรัฐบาลทหารเมียนมาที่ปกป้องเมียวดี เมื่อวันที่ 9 เมษายนที่ผ่านมา และยึดกองพันได้สำเร็จ ทำให้กลุ่มกองกำลังชาติพันธุ์เหล่านี้สามารถควบคุมพื้นที่ตามแนวชายแดนรัฐกะเหรี่ยงกับประเทศไทยได้เพิ่มมากขึ้น

 

ต่อมากองกำลัง KNA กลับลำและเอนเอียงเข้าหากองทัพเมียนมาในที่สุด จนปรากฏภาพว่ากองกำลัง KNA ได้คุ้มกันและยินยอมให้กองทัพเมียนมานำธง KNU ที่กองพัน 275 ลง และชักธงชาติเมียนมาขึ้นสู่ยอดเสาอีกครั้งเมื่อวันที่ 23 เมษายนที่ผ่านมา

 

โดยสหภาพ KNU ให้คำมั่นว่ากองกำลัง KNLA และพันธมิตรจะต่อสู้จนกว่าระบอบเผด็จการทหารเมียนมาจะล่มสลาย พร้อมทั้งเดินหน้ากำจัดกองกำลังทหารที่พยายามจะเข้ามายึดเมืองคืนต่อไป

 

นักวิเคราะห์บางคนมองว่าการเปิดทางให้ทหารกองทัพเมียนมากลับเข้ากองพัน 275 ไม่ใช่ประเด็นสำคัญของกองกำลังฝ่ายต่อต้านรัฐบาล เพราะเชื่อว่าจุดมุ่งหมายสำคัญที่สุดคือการโจมตีกองกำลังเสริมกว่า 1,000 คนของกองทัพเมียนมาที่ติดอยู่บริเวณเทือกเขาดอว์นา (Dawna) ซึ่งอาจกลายเป็นภัยคุกคามต่อกองกำลังฝ่ายต่อต้านในอนาคต

 

ด้านนักรบของกองกำลังป้องกันประชาชน (PDF) ในรัฐกะเหรี่ยงกล่าวว่า เขาไม่เข้าใจการตัดสินใจของ KNU หลังจากกลุ่มต่อต้านรัฐบาลได้รับคำสั่งให้ล่าถอยเป็นระยะๆ ในจังหวะที่ใกล้จะได้รับชัยชนะในการสู้รบ

 

เราเสียใจต่อผู้เสียชีวิต เรารู้สึกหดหู่กับสิ่งที่เกิดขึ้น เราไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้ เราจะตายก่อนที่การเปลี่ยนแปลงใดๆ จะเกิดขึ้น

 

แฟ้มภาพ: Thierry Falise / LightRocket via Getty Images

อ้างอิง:

The post กลุ่มกะเหรี่ยง KNU ตำหนิกองกำลัง KNA หลังกลับท่าที ปล่อยทหารเมียนมากลับเมียวดี appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผู้อพยพเมียนมา ใน อ.แม่สอด ชุดสุดท้าย 658 คน ข้ามฝั่งกลับเมียวดีแล้ว หลังสถานการณ์สงบ https://thestandard.co/the-last-group-of-myanmar-refugees/ Wed, 24 Apr 2024 11:35:48 +0000 https://thestandard.co/?p=926374

วันนี้ (24 เมษายน) ผู้สื่อข่าวรายงานจาก อำเภอแม่สอด จัง […]

The post ผู้อพยพเมียนมา ใน อ.แม่สอด ชุดสุดท้าย 658 คน ข้ามฝั่งกลับเมียวดีแล้ว หลังสถานการณ์สงบ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (24 เมษายน) ผู้สื่อข่าวรายงานจาก อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก พบว่าสถานการณ์การสู้รบระหว่างกองกำลัง KNLA ของกลุ่มกะเหรี่ยง KNU กับทหารเมียนมาในพื้นที่จังหวัดเมียวดี ตรงข้ามอำเภอแม่สอด เป็นไปอย่างสงบ ไร้เสียงปืนตลอดทั้งวัน และไม่มีปฏิบัติการทางทหารจากฝ่ายใด 

 

ขณะที่ทหารหน่วยเฉพาะกิจราชมนูเผยว่า ช่วงเช้าวันนี้กลุ่มชาวเมียนมาที่อพยพข้ามมาฝั่งที่อำเภอแม่สอด ชุดสุดท้ายจำนวน 658 คน ได้เดินทางกลับไปยังฝั่งเมียนมาแล้วด้วยความสมัครใจ โดยยังคงเหลือผู้อพยพเมียนมาเพียง 77 คน ที่บ้านหนองหลวง อำเภออุ้มผาง ทำให้ทางการต้องปิดพื้นที่ปลอดภัยชั่วคราวลง

 

ด้าน พะโด ซอ ตอนี (Padoh Saw Taw Nee) โฆษกกลุ่มสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNU) เปิดเผยว่า กองกำลัง KNLA ถอนกำลังออกไปจากเมียวดีชั่วคราว และเคลื่อนย้ายไปปฏิบัติการโจมตีฝ่ายทหารเมียนมา กองพล 55 ที่พยายามเสริมกำลังเข้ามา ตามแผนปฏิบัติการ ‘อ่องเส่ยะ’ ของสภาทหาร SAC ซึ่งมีเป้าหมายหลักเพื่อยึดคืนเมียวดี  

 

ส่วนกรณีที่กองทัพกะเหรี่ยงแห่งชาติ (KNA) ของพันเอก หม่อง ชิตู นำทหารเมียนมาไปเปลี่ยนธงชาติที่ค่ายผาซอง หรือกองพันทหารราบเบาที่ 275 ในเมียวดีนั้น ทางโฆษก KNU ระบุว่า ไม่ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ และไม่ต้องการให้กลุ่มกะเหรี่ยง KNU กับ KNA เกิดความแตกแยกอีก โดยยืนยันว่า KNU มีเป้าหมายที่ใหญ่กว่านอกเหนือจากการเปลี่ยนชนชั้นผู้ปกครอง คือการเปลี่ยนระบบการปกครองทั้งหมดที่กำลังย่ำแย่

The post ผู้อพยพเมียนมา ใน อ.แม่สอด ชุดสุดท้าย 658 คน ข้ามฝั่งกลับเมียวดีแล้ว หลังสถานการณ์สงบ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เกิดอะไรในเมียวดี? สรุปเหตุกะเหรี่ยง KNU ปะทะเดือดทหารเมียนมา ทำผู้อพยพนับพันทะลักเข้าไทย https://thestandard.co/what-happened-in-myawaddy/ Mon, 22 Apr 2024 07:46:39 +0000 https://thestandard.co/?p=925360

การสู้รบระหว่างกลุ่มกะเหรี่ยง KNU กับกองทัพเมียนมาในเมื […]

The post เกิดอะไรในเมียวดี? สรุปเหตุกะเหรี่ยง KNU ปะทะเดือดทหารเมียนมา ทำผู้อพยพนับพันทะลักเข้าไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>

การสู้รบระหว่างกลุ่มกะเหรี่ยง KNU กับกองทัพเมียนมาในเมืองเมียวดี ติดกับชายแดนอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ทวีความตึงเครียดในช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังกองกำลังติดอาวุธ KNLA ของกลุ่มกะเหรี่ยง KNU เปิดฉากใช้เครื่องยิงลูกระเบิดและโดรนโจมตีทหารกองพัน 275 ราว 150 คน ซึ่งปักหลักอยู่บริเวณใต้สะพานมิตรภาพไทย-เมียนมาแห่งที่ 2 โดยเกิดการปะทะรุนแรงตั้งแต่คืนวันศุกร์ที่ผ่านมา (19 เมษายน) มีเสียงปืนและระเบิดดังเป็นระยะ ขณะที่กองทัพเมียนมาส่งเครื่องบินขับไล่ทิ้งระเบิดโจมตีในพื้นที่หลายระลอก 

 

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ประชาชนเมียนมาจำนวนมากอพยพหนีการสู้รบข้ามมาฝั่งไทย ท่ามกลางการเฝ้าระวังอย่างเต็มที่ของฝ่ายความมั่นคงไทย โดยการสู้รบนี้ยังไม่สิ้นสุด และยังไม่แน่ว่าจะรุนแรงมากขึ้นอีกหรือไม่

 

ผู้อพยพทะลักไทย 

 

ผลจากการสู้รบตลอด 3 วันที่ผ่านมา ส่งผลให้มีพลเรือนเสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 10 คน ขณะที่มีชาวเมียนมาทยอยอพยพหนีการสู้รบมาอาศัยอยู่ริมแม่น้ำเมยติดกับชายแดนไทย และเกือบ 3,000 คนได้อพยพข้ามมาฝั่งไทยเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (20 เมษายน) ซึ่งทางการไทยได้จัดพื้นที่ปลอดภัยชั่วคราว 4 แห่งในแม่สอดไว้รองรับ

 

อย่างไรก็ตาม กองทัพเมียนมายังคงทิ้งระเบิดโจมตีเป็นระยะจนถึงช่วงเที่ยงคืนที่ผ่านมา ซึ่งล่าสุดเช้าวันนี้ (22 เมษายน) พบว่าการสู้รบดูเหมือนจะสงบลง ทำให้ผู้อพยพกว่า 1,200 คนตัดสินใจเดินทางกลับไปยังเมียวดีแล้ว 

 

ส่วนบรรยากาศที่ด่านพรมแดนสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมาแห่งที่ 1 พบว่าตอนนี้ปิดทำการชั่วคราว และจะอนุญาตให้มีการข้ามแดนได้เฉพาะผู้ถือหนังสือเดินทางหรือเคลื่อนย้ายผู้ป่วยกรณีฉุกเฉินเท่านั้น 

 

ทางด้านกระทรวงการต่างประเทศจะมีการจัดตั้ง ‘วอร์รูม’ เพื่อติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยมีกระทรวงการต่างประเทศเป็นเจ้าภาพและหน่วยงานด้านความมั่นคงเป็นหลัก เพื่อให้เกิดความเป็นเอกภาพ  

 

ปานปรีย์ พหิทธานุกร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ในฐานะหัวหน้าคณะติดตามสถานการณ์ความขัดแย้งในเมียนมาบริเวณชายแดนแม่สอด-เมียวดี เปิดเผยว่า จะมีการประชุมคณะกรรมการความคืบหน้าสถานการณ์ในวันพรุ่งนี้ (23 เมษายน) ก่อนจะมีการแถลง โดยยืนยันว่าไทยมีการเตรียมแผนรองรับสถานการณ์ในระยะยาวแล้ว

 

ปฏิบัติการยึดคืนเมียวดี ข่าวลืออาวุธเคมี?

 

การปะทะระหว่างกองกำลัง KNLA กับทหารกองพัน 275 ซึ่งเป็นกองพันสุดท้ายในเมียวดีที่ยังไม่ยอมจำนน เกิดขึ้นหลังจากที่หลายวันก่อนหน้านี้รัฐบาลทหารเมียนมาได้ประกาศเดินหน้า ‘ปฏิบัติการอองซียา: Operation Aung Zeya’ ซึ่งมีเป้าหมายหลักคือยึดคืนเมืองเมียวดี

 

ท่าทีของกองทัพเมียนมาที่ระดมส่งเครื่องบินรบและเฮลิคอปเตอร์จู่โจม โจมตีทางอากาศ ประกอบกับพยายามส่งกำลังภาคพื้นดินไปยังเมียวดี แสดงให้เห็นถึงความพยายามอย่างเต็มที่ของรัฐบาลทหารที่ต้องการรักษาเส้นเลือดการค้าชายแดนไทย-เมียนมาเส้นนี้ไว้ให้ได้ แม้โอกาสจะพลิกสถานการณ์เป็นไปได้ค่อนข้างยาก

 

โดยปฏิบัติการอองซียาของรัฐบาลทหารจะไม่สามารถสำเร็จได้ หากกองกำลังทหารเมียนมาไม่สามารถนำกำลังบุกไปถึงเมียวดี

 

จุดสำคัญจุดหนึ่งที่ทหารเมียนมาจะต้องฝ่าไปให้ได้ก่อนเข้าถึงตัวเมืองเมียวดีคือ เมืองกอกะเร็ก ซึ่งมีกองกำลังผสม KNLA และ PDF วางกำลังป้องกันเต็มที่ โดยรายงานล่าสุดพบว่า ทหารกองทัพเมียนมายังไม่สามารถฝ่าแนวกั้นที่เมืองแห่งนี้ไปได้

 

อย่างไรก็ตาม รายงานจาก Khit Thit Media อ้างข้อมูลจากทหารหน่วยเสือเผือก กองกำลังหลักของ KNLA ว่า ทหารเมียนมาได้ใช้โดรนทิ้งระเบิดเคมี ทำให้กองกำลังฝ่าย KNLA ต้องถอยทัพ ซึ่งหลายคนพบว่าเกิดอาการเวียนหัวและอาเจียนอย่างหนัก ขณะที่มีการเผยแพร่คลิปวิดีโอของทหารที่บาดเจ็บจากอาวุธเคมี แต่ยังไม่ได้รับการตรวจสอบและยืนยัน

 

แฟ้มภาพ: Athit Perawongmetha / File Photo / Reuters

อ้างอิง:

The post เกิดอะไรในเมียวดี? สรุปเหตุกะเหรี่ยง KNU ปะทะเดือดทหารเมียนมา ทำผู้อพยพนับพันทะลักเข้าไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
จับตาเมียนมาวิกฤต ส่อฉุดการค้าชายแดนไทยสูญเหลือต่ำกว่า 1 แสนล้านบาท ด้านธุรกิจไทยช่วง 3 ปีที่ผ่านมาถอนลงทุนเหลือไม่ถึง 100 ราย https://thestandard.co/myanmar-crisis-drag-down-thai-border-trade/ Mon, 22 Apr 2024 05:14:37 +0000 https://thestandard.co/?p=925309

สถานการณ์ชายแดนไทย-เมียนมากลับมาตึงเครียดอีกครั้ง ล่าสุ […]

The post จับตาเมียนมาวิกฤต ส่อฉุดการค้าชายแดนไทยสูญเหลือต่ำกว่า 1 แสนล้านบาท ด้านธุรกิจไทยช่วง 3 ปีที่ผ่านมาถอนลงทุนเหลือไม่ถึง 100 ราย appeared first on THE STANDARD.

]]>

สถานการณ์ชายแดนไทย-เมียนมากลับมาตึงเครียดอีกครั้ง ล่าสุดเมื่อช่วงเช้ามืดของวันที่ 20 เมษายน ฝ่ายต่อต้านใช้เครื่องยิงระเบิดและโดรนทิ้งระเบิดโจมตีทหารเมียนมา บริเวณใต้สะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา แห่งที่ 2 อำเภอเมียวดี ห่างจากแนวชายแดนตรงข้ามอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ประมาณ 1.5 กิโลเมตร

 

ขณะที่กองทัพอากาศไทยสั่งการให้เครื่องบินรบแบบ F-16 จำนวน 2 ลำ ปฏิบัติภารกิจบินลาดตระเวน เพื่อแสดงท่าทีและป้องปรามการบินล้ำแดน บริเวณพื้นที่ตามแนวชายแดนไทย-เมียนมา จังหวัดกำแพงเพชรและจังหวัดตาก

 

ล่าสุดยังมีรายงานข่าวระบุว่า รัฐบาลไทย โดยกระทรวงการต่างประเทศ ส่งจดหมายเชิญเรียกฝ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชนมาประชุมร่วมกันในวันที่ 23 เมษายนนี้ เพื่อหารือ ร่วมประเมิน และเตรียมแผนการรับมือกับสถานการณ์รุนแรงที่กำลังเกิดขึ้นกับพรมแดนของไทย

 

ก่อนหน้านี้ ช่วงบ่ายวันที่ 19 เมษายน กระทรวงพาณิชย์ได้ส่งจดหมายเชิญหน่วยงานภาคธุรกิจเอกชนไทย ประกอบด้วย สมาชิกคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ได้แก่ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย, สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสมาคมธนาคารไทย และสภาธุรกิจไทย-เมียนมา มาร่วมประชุมด่วนเพื่อจัดตั้ง War Room เพื่อเฝ้าติดตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้นด้วย

 

กริช อึ้งวิฑูรสถิตย์ ประธานสภาธุรกิจไทย-เมียนมา เปิดเผยกับ THE STANDARD WEALTH ว่า ช่วงก่อนเกิดสถานการณ์โควิดแพร่ระบาดในปี 2563 ในเมียนมา อัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินจ๊าดของเมียนมาจะอยู่ที่ประมาณ 1,100 จ๊าดต่อดอลลาร์ แต่เมื่อเกิดโควิดแพร่ระบาด ส่งผลกระทบต่อค่าเงินจ๊าดให้มีทิศทางอ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งก่อนเกิดการเปลี่ยนแปลงการปกครองในเมียนมาช่วงต้นปี 2564 ค่าเงินจ๊าดอ่อนค่าตกลงไปอยู่ที่ระดับประมาณ 1,340-1,350 จ๊าดต่อดอลลาร์

 

นอกจากนี้ ภายหลังจากการเปลี่ยนแปลงการปกครองในเมียนมา ส่งผลให้ธุรกิจธนาคารพาณิชย์ในเมียนมาเริ่มมีปัญหา เพราะประชาชนเกิดความกังวล จึงแห่ออกไปถอนเงินฝากออกจากธนาคารพาณิชย์จนทำให้ธนาคารต้องปิดลง ซึ่งกดดันให้ค่าเงินจ๊าดในปี 2564 อ่อนค่าลงไปอยู่ที่ประมาณ 1,700-1,800 จ๊าดต่อดอลลาร์ ต่อมาในเดือนสิงหาคม 2565 ค่าเงินจ๊าดร่วงลงไปอย่างหนักอยู่ที่ประมาณ 4,600 จ๊าดต่อดอลลาร์ 

 

เงินจ๊าดอ่อนค่าร่วงหนัก 3 เท่าตัว

 

ทั้งนี้ ความเคลื่อนไหวด้านอัตราแลกเปลี่ยนถือเป็นความเสี่ยงสำคัญที่จะกระทบต่อภาคธุรกิจไทยที่มีการค้าขายลงทุนทำธุรกิจในเมียนมา เนื่องจากโดยปกติแล้ว ภาคธุรกิจของไทยจะต้องใช้เงินดอลลาร์สำหรับนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศเพื่อส่งออกไปยังเมียนมา โดยได้รับชำระค่าสินค้ากลับมาเป็นเงินจ๊าด รวมถึงสินค้าที่ผลิตจากประเทศไทยที่ส่งไปยังเมียนมาเอง ทุกใบแจ้งหนี้ (Invoice) ที่รัฐบาลกำหนดบังคับให้ใช้เงินดอลลาร์เป็นสกุลเงินหลัก ซึ่งเป็นความเสี่ยงที่สูง ดังนั้น การที่ธุรกิจเอกชนต้องแบกรับภาระอัตราแลกเปลี่ยนที่มีความผันผวนสูง จึงเป็นความเสี่ยงสำหรับภาคธุรกิจไทยที่ลงทุนทำธุรกิจกับเมียนมา 

 

“ค่าเงินดอลลาร์เปรียบกับค่าเงินจ๊าด เมื่อเปรียบแล้วค่าเงินจ๊าดหายไปประมาณ 3 เท่าตัว แน่นอนว่าธุรกิจไทยในช่วงนั้นที่มีการค้าขายก็จะขาดทุนประมาณ 3 เท่าตัวทันทีเช่นกัน จากผลกระทบเรื่องอัตราแลกเปลี่ยนผันผวน ส่วนสถานการณ์วันนี้ค่าเงินจ๊าดเริ่มนิ่งมาอยู่ที่ประมาณ 3,400-3,500 จ๊าดต่อดอลลาร์”

 

นอกจากนี้ การเปลี่ยนแปลงการปกครองภายในของเมียนมาที่เกิดขึ้นในปี 2564 ทำให้เกิดการต่อต้านของกลุ่มไม่เห็นด้วย และทำให้เกิดผลกระทบและความวุ่นวายตามมา

 

3 ปี เศรษฐกิจเมียนมาทรุดหนัก ไทย-เทศแห่ถอนลงทุน

 

ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา การลงทุนต่างชาติ (FDI) ในเมียนมาหายไป 3 เท่า ในช่วงนั้นเริ่มเห็นบริษัทต่างชาติแห่ถอนการลงทุน เนื่องจากค่าเงินจ๊าดผันผวน กระแสเงินสดในประเทศ สภาวะเศรษฐกิจ เงินเฟ้อพุ่ง ค่าแรงไม่สอดคล้องกับค่าครองชีพ ดังนั้น หากถามว่าถึงวันนี้นักลงทุนใช้เหตุผลอะไรที่ต้องลงทุนในเมียนมา ส่วนใหญ่จะมองว่า

 

“แม้ปัจจัยหลายๆ อย่างจะดี ค่าแรงถูก หรืออะไรก็แล้วแต่ แต่หากเป็นเรื่องการเมืองที่ไม่นิ่ง มีการแซงก์ชัน ก็ไม่เหมาะที่จะลงทุนต่อไปได้”

 

สำหรับบริษัทไทยที่เข้าไปทำธุรกิจการค้าและลงทุนในเมียนมาเวลานี้ จากที่เคยมีพันกว่ารายในช่วง 3 ปีก่อน ก็เริ่มลดลงเหลือ 400 ราย และขณะนี้ก็ได้ทยอยถอนตัวออกมา เหลือบางรายที่ยังทำการค้าการลงทุนจริงๆ อยู่ไม่ถึง 100 รายเท่านั้น

 

ดังนั้น อนาคตอันใกล้หากไม่สามารถเจรจาหรือยุติลงได้ คาดว่ามูลค่าการค้าชายแดนไทย-เมียนมาในปีนี้อาจเหลือเพียงไม่ถึง 1 แสนล้านบาท จาก 2 แสนกว่าล้านบาท (มูลค่าการค้าชายแดนรวม 8 แสนล้านบาทต่อปี) เพราะการสู้รบครั้งนี้ไม่เหมือนในอดีต เนื่องจากเป็นการสู้รบ 3 ฝ่าย ระหว่างทหารรัฐบาล ฝ่ายต่อต้าน รวมถึงกองกำลังชาติพันธุ์ของกลุ่มกะเหรี่ยงที่มีที่ตั้งอยู่บริเวณรอยต่อชายแดนเมียวดี-แม่สอด ซึ่งห่างกับไทยเพียงแม่น้ำเมยกั้นไม่ถึง 1 กิโลเมตร ตรงนี้น่าห่วง เพราะไทยทำการค้าผ่านชายแดนแม่สอด-เมียวดีมากกว่า 80% ส่วนที่เหลือคือ แม่สาย-ท่าขี้เหล็กและระนอง-เกาะสอง 

 

“อย่าลืมว่าเราขายของไม่ได้ขายผ่านแม่น้ำเมยแล้วจบ เมื่อผ่านเข้าไปในเมียนมาจะกระจายสินค้าจากเมียวดีไปที่เมืองการค้าหลักคือ ย่างกุ้งและมัณฑะเลย์ ประเด็นคือ กว่าจะกระจายสินค้าผ่านเมียวดีไปยังเมืองเหล่านี้ก็ต้องผ่านสมรภูมิ ซึ่งไม่มีอะไรรับประกันได้เลยว่าจะปลอดภัย เราอาจต้องเตรียมใจไว้เลยว่า 3-6 เดือนยังเป็นช่วงระยะสั้น ประคองไปได้ หากลากยาวไป 1-2 ปี ผมว่าน่าห่วงกว่า เพราะพฤติกรรมผู้บริโภค (Consumer Behavior) หรือความคุ้นชินสินค้าเราจะเลือนหายไป ถ้าไม่ปรับแผนไปสู่การขนส่งในโลจิสติกส์อื่นๆ เช่น ทางเรือ ซึ่งตรงนี้จะต้องผ่านการหารือระหว่างรัฐบาล” 

 

จับตากำลังซื้อใหม่จากนักธุรกิจเมียนมา ขนเงินสดลงทุนอสังหาไทย

 

อย่างไรก็ตาม ภาคธุรกิจไทยเองก็ต้องปรับตัว โดยการปรับแผนจากเดิมที่เข้าไปลงทุนในเมียนมา ก็ต้องปรับด้วยการดึงดูดนักลงทุนเมียนมามาไทย ซึ่งน่าสนใจว่า ชาวเมียนมาในกลุ่มคนที่มีกำลังซื้อนั้นเป็นกลุ่มนักลงทุนที่มีเงินสดสูง ถ้าเราสามารถดึงเขามาลงทุนในไทยได้จะเป็นประโยชน์

 

“โดยเนเจอร์นักธุรกิจเมียนมามีเงิน และลงทุนโดยการซื้อเงินสด โดยเฉพาะภาคอสังหาริมทรัพย์ ชาวเมียนมามาซื้อคอนโดไทยมากขึ้นอย่างมาก กว้านซื้อคอนโดสุขุมวิทจำนวนมาก จนทำให้ขณะนี้ชาวเมียนมามาทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในไทยมากสุดเป็นอันดับ 3 รองจากจีนและรัสเซีย”

 

นอกจากนี้ ยังมีอีกหลายธุรกิจที่ชาวเมียนมาสนใจมาลงทุนในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนด้านการศึกษา อาหาร พลังงาน เครื่องสำอาง และอีกหลายเซ็กเตอร์ ซึ่งสัปดาห์หน้าสภาธุรกิจไทย-เมียนมาจะพานักธุรกิจไทยเดินทางไปโรดโชว์ที่เมียนมา เพื่อดึงดูดนักลงทุนเมียนมามาลงทุนในไทย 

 

สำหรับไทยกับเมียนมา ถือเป็นประเทศที่มีการค้าชายแดนร่วมกันใหญ่เป็นอันดับ 3 ของประเทศเพื่อนบ้าน 

 

ข้อมูลจากกรมการค้าต่างประเทศระบุว่า ไทยและเมียนมามีการค้าร่วมกันมากถึง 257,620 ล้านบาทต่อปี 

 

ไทยขาดดุลการค้า 751 ล้านบาท และมีด่านชายแดนสำคัญ ได้แก่ ด่านแม่สอด โดยไทยส่งออก 93,747 ล้านบาท นำเข้า 13,311 ล้านบาท

รองลงมาเป็นด่านสังขละบุรี ส่งออก 1,292 ล้านบาท นำเข้า 71,456 ล้านบาท

ด่านประจวบคีรีขันธ์ ส่งออก 1,008 ล้านบาท นำเข้า 36,856 ล้านบาท

ด่านระนอง ส่งออก 15,477 ล้านบาท นำเข้า 5,876 ล้านบาท 

 

สินค้าส่งออกส่วนใหญ่ของไทยเป็นน้ำมันดีเซล น้ำมันสำเร็จรูป และน้ำมันปาล์ม ขณะที่สินค้านำเข้า ได้แก่ ก๊าซธรรมชาติ ธัญพืช และสัตว์น้ำ

The post จับตาเมียนมาวิกฤต ส่อฉุดการค้าชายแดนไทยสูญเหลือต่ำกว่า 1 แสนล้านบาท ด้านธุรกิจไทยช่วง 3 ปีที่ผ่านมาถอนลงทุนเหลือไม่ถึง 100 ราย appeared first on THE STANDARD.

]]>
กะเหรี่ยง KNU ยึดฐานกองพัน 275 ที่มั่นสุดท้ายของทหารเมียนมาในเมียวดี หลังรบเดือดตลอดคืน https://thestandard.co/karen-knu-seizes-battalion-275-base/ Thu, 11 Apr 2024 03:31:47 +0000 https://thestandard.co/?p=921732

ความคืบหน้าสถานการณ์สู้รบที่เมืองเมียวดี ติดกับชายแดนอำ […]

The post กะเหรี่ยง KNU ยึดฐานกองพัน 275 ที่มั่นสุดท้ายของทหารเมียนมาในเมียวดี หลังรบเดือดตลอดคืน appeared first on THE STANDARD.

]]>

ความคืบหน้าสถานการณ์สู้รบที่เมืองเมียวดี ติดกับชายแดนอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ล่าสุดเมื่อเวลา 06.00 น. ที่ผ่านมา มีรายงานยืนยันว่า กองกำลังผสม 3 ฝ่าย ได้แก่ กองทัพปลดปล่อยแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNLA) ของกลุ่มกะเหรี่ยง KNU, กองกำลังพิทักษ์ประชาชน (PDF) และกองกำลังแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNA ชื่อเดิมคือกองกำลังพิทักษ์ชายแดน BGF) สามารถบุกเข้ายึดฐานบัญชาการกองพันทหารราบที่ 275 ซึ่งเป็นฐานที่มั่นสุดท้ายของกองทัพเมียนมาที่เมืองเมียวดีได้แล้ว ภายหลังการสู้รบอย่างดุเดือดตลอด 2 วันที่ผ่านมา โดยมีเสียงปืนและระเบิดดังต่อเนื่องเป็นระยะ

 

โต ซอ แลต เลขาธิการสื่ออิสระเมียนมา เปิดเผยต่อ THE STANDARD ว่า ทหารของกองพัน 275 ได้ทิ้งฐานที่มั่นที่อยู่ใกล้ทางเข้าเมืองเมียวดีแล้ว หลังพ่ายแพ้ในการสู้รบ

 

ขณะที่ Karen Information Center: KIC สื่อท้องถิ่นรัฐกะเหรี่ยง ระบุว่า ทหารเมียนมาของกองพัน 275 ราว 200 นาย รวมถึงกำลังพลที่บาดเจ็บจากการสู้รบ ได้หนีออกจากฐานบัญชาการไปยังบริเวณสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา แห่งที่ 2 ตั้งแต่ช่วงเวลา 23.00 น. วานนี้ (10 เมษายน) 

 

ทั้งนี้ กองกำลัง KNLA และ BGF ได้เข้าควบคุมสถานการณ์ภายในเมียวดี ท่ามกลางการเฝ้าระวังความเคลื่อนไหวของกองทัพเมียนมา ซึ่งพยายามโจมตีตอบโต้ด้วยการส่งเครื่องบินรบทิ้งระเบิด และมีรายงานว่า กองทัพได้มีการส่งกำลังทหารพร้อมรถหุ้มเกราะจากเมืองพะอัน เมืองเอกของรัฐกะเหรี่ยง ไปยังเมียวดีแล้ว 

 

การสู้รบที่รุนแรงขึ้นยังส่งผลให้ประชาชนเมียนมามากกว่า 1,000 คน อพยพเข้ามาในแม่สอด ผ่านด่านชายแดนสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา แห่งที่ 1 

 

โดยบรรยากาศในแม่สอดพบว่า ทางกองทัพไทยมีการเสริมกำลังทหารเพื่อควบคุมความปลอดภัยบริเวณชายแดน

 

ภาพ: Karen Information Center: KIC

The post กะเหรี่ยง KNU ยึดฐานกองพัน 275 ที่มั่นสุดท้ายของทหารเมียนมาในเมียวดี หลังรบเดือดตลอดคืน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: ทหารเมียนมาอ่อนกำลัง หากเมียวดีแตกอาจกระทบไทย มาตรการทางมนุษยธรรมต้องรอบคอบ | THE STANDARD NOW (HL) https://thestandard.co/thestandardnow090467-2/ Wed, 10 Apr 2024 02:31:54 +0000 https://thestandard.co/?p=921364

รัฐบาลทหารเมียนมาอ่อนกำลัง หากเมียวดีแตกอาจกระทบไทย ต้อ […]

The post ชมคลิป: ทหารเมียนมาอ่อนกำลัง หากเมียวดีแตกอาจกระทบไทย มาตรการทางมนุษยธรรมต้องรอบคอบ | THE STANDARD NOW (HL) appeared first on THE STANDARD.

]]>

รัฐบาลทหารเมียนมาอ่อนกำลัง หากเมียวดีแตกอาจกระทบไทย ต้องออกมาตรการทางมนุษยธรรมอย่างรอบคอบ

The post ชมคลิป: ทหารเมียนมาอ่อนกำลัง หากเมียวดีแตกอาจกระทบไทย มาตรการทางมนุษยธรรมต้องรอบคอบ | THE STANDARD NOW (HL) appeared first on THE STANDARD.

]]>
รัฐบาลทหารเมียนมาต่ออายุภาวะฉุกเฉินอีก 6 เดือน คุมอำนาจปกครองหลังรัฐประหารครบ 3 ปี https://thestandard.co/myanmar-embattled-junta-extends-emergency-rule-eve-coup-anniversary/ Thu, 01 Feb 2024 05:41:56 +0000 https://thestandard.co/?p=894707 รัฐบาลทหารเมียนมา

วานนี้ (31 มกราคม) รัฐบาลทหารเมียนมาประกาศขยายระยะเวลาภ […]

The post รัฐบาลทหารเมียนมาต่ออายุภาวะฉุกเฉินอีก 6 เดือน คุมอำนาจปกครองหลังรัฐประหารครบ 3 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
รัฐบาลทหารเมียนมา

วานนี้ (31 มกราคม) รัฐบาลทหารเมียนมาประกาศขยายระยะเวลาภาวะฉุกเฉินต่ออีก 6 เดือน หลังจากที่ประกาศใช้มาตั้งแต่การรัฐประหารเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2021 โดยเป็นความพยายามเพื่อควบคุมอำนาจการปกครอง 

 

Myawaddy สื่อกองทัพเมียนมา เผยแพร่รายงานผ่าน Telegram ระบุว่า “พล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หล่าย นายกรัฐมนตรี และผู้บัญชาการทหารสูงสุด จำเป็นต้องขยายเวลาภาวะฉุกเฉินออกไป เพื่อดำเนินงานที่จำเป็นในการนำประเทศกลับสู่สภาวะปกติที่มีสันติภาพและเสถียรภาพ”

 

ประกาศดังกล่าวมีขึ้นท่ามกลางสถานการณ์สู้รบระหว่างกองทัพเมียนมากับกองกำลังชาติพันธุ์ที่ทวีความตึงเครียดต่อเนื่อง ซึ่งจนถึงตอนนี้ มีรายงานว่ากองกำลังสามารถยึดเมืองต่างๆ ได้แล้ว 35 แห่ง โดยถือเป็นความท้าทายครั้งใหญ่ของกองทัพเมียนมา

 

ขณะที่กองทัพรัฐบาลทหารได้ใช้ปืนใหญ่และเครื่องบินรบพยายามปราบปรามกองกำลังชาติพันธุ์ที่จับมือกับรัฐบาลเอกภาพแห่งชาติ หรือรัฐบาลเงา NUG (National Unity Government) ในการรุกคืบเข้ายึดเมืองต่างๆ 

 

NUG พร้อมคุย แต่กองทัพต้องสละอำนาจ

 

ทั้งนี้ NUG และ 3 กองกำลังชาติพันธุ์ ได้ออกแถลงการณ์ล่าสุดวานนี้ โดยแสดงท่าทีเปิดกว้างสำหรับการเจรจากับกองทัพเมียนมา แต่ต้องเป็นไปภายใต้เงื่อนไข 6 ข้อ รวมถึงการที่กองทัพวางมือจากการเมือง และอยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐบาลพลเรือน

 

ความพ่ายแพ้ในหลายสมรภูมิของกองทัพ ส่งผลให้แรงกดดันในรัฐบาลทหารเมียนมาเพิ่มมากขึ้น โดย ริชาร์ด ฮอร์ซีย์ ที่ปรึกษาอาวุโสด้านเมียนมาของ Crisis Group ชี้ว่าจุดอ่อนของกองทัพถูกเปิดเผยในช่วงหลายเดือนมานี้ จากการสูญเสียทหารและดินแดนต่างๆ ประกอบกับแรงกดดันจากภายในของมิน อ่อง หล่าย

 

“การกุมอำนาจของกองทัพเมียนมามีความไม่แน่นอนมากกว่าครั้งใดๆ ในช่วง 60 ปีที่ผ่านมา แต่ดูเหมือนกองทัพมุ่งมั่นที่จะต่อสู้ต่อไป และรักษาขีดความสามารถสำหรับการใช้ความรุนแรง โจมตีพลเรือนและโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่ที่สูญเสียไป โดยใช้กำลังทางอากาศและปืนใหญ่” เขากล่าว

 

ภาพ: Lamin Tun / Anadolu Agency / Getty Images

อ้างอิง:

The post รัฐบาลทหารเมียนมาต่ออายุภาวะฉุกเฉินอีก 6 เดือน คุมอำนาจปกครองหลังรัฐประหารครบ 3 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘80 วัน ยึด 33 เมือง’ กลุ่มชาติพันธุ์เมียนมารุกหนัก ถล่มทัพเผด็จการทหาร กับข้อตกลงหยุดยิงที่ไม่มีจริง https://thestandard.co/myanmar-ethnic-groups-push-hard/ Thu, 18 Jan 2024 13:15:59 +0000 https://thestandard.co/?p=889437

สงครามระหว่างกองทัพเมียนมากับกองกำลังชาติพันธุ์ที่เรียก […]

The post ‘80 วัน ยึด 33 เมือง’ กลุ่มชาติพันธุ์เมียนมารุกหนัก ถล่มทัพเผด็จการทหาร กับข้อตกลงหยุดยิงที่ไม่มีจริง appeared first on THE STANDARD.

]]>

สงครามระหว่างกองทัพเมียนมากับกองกำลังชาติพันธุ์ที่เรียกตัวเองว่า ‘กลุ่มพันธมิตรสามภราดรภาพ’ (Three Brotherhood Alliance) ทวีความตึงเครียดอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (11 มกราคม) จะปรากฏสัญญาณบวก จากการที่ทั้งสองฝ่ายตกลงหยุดยิงชั่วคราวภายหลังการเจรจาที่นครคุนหมิง ซึ่งมีรัฐบาลจีนเป็นตัวกลาง 

 

แต่สัญญาณนั้นกลับ ‘หายไป’ อย่างรวดเร็ว หลังมีรายงานการละเมิดข้อตกลงและเปิดฉากสู้รบ ซึ่งทั้งสองฝ่ายอ้างว่าอีกฝ่ายโจมตีก่อน

 

และนี่คือภาพรวมสถานการณ์ในเมียนมานับตั้งแต่ที่กลุ่มพันธมิตรสามภราดรภาพเปิดฉากสงครามภายใต้ปฏิบัติการ 1027 เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2023 จนถึงวันนี้ (17 มกราคม) ผ่านไปประมาณ 80 กว่าวัน พบว่ารัฐบาลเผด็จการทหารเมียนมาสูญเสียไปแล้ว 33 เมือง และกำลังสูญเสียโมเมนตัมในการสู้รบมากขึ้นเรื่อยๆ

 

33 เมืองใน 80 วัน และการหยุดยิงที่ไม่มีจริง

 

ภายในระยะเวลาไม่กี่วันหลังเริ่มปฏิบัติการ 1027 พันธมิตรสามภราดรภาพ ประกอบด้วย กองทัพอาระกัน (AA), กองกำลังโกก้าง หรือกองทัพพันธมิตรประชาธิปไตยแห่งชาติเมียนมา (MNDAA) และกองทัพปลดปล่อยแห่งชาติตะอาง (TNLA) สามารถนำกำลังเข้ายึดหลายเมืองสำคัญทางตอนเหนือของรัฐฉาน เช่น เมืองชินฉ่วยฮ่อและแสนหวี 

 

ขณะที่การสู้รบเริ่มขยายไปยังเขตสะกาย รัฐกะฉิ่น ชิน และรัฐกะเหรี่ยง โดยกองกำลังชาติพันธุ์อื่นๆ เช่น กองทัพปลดปล่อยประชาชน (PLA), กองทัพปลดปล่อยประชาชนบามาร์ (BPLA), กองกำลังป้องกันประชาชน (PDF) และแนวร่วมประชาธิปไตยแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNDF) 

 

โดยกองกำลัง PDF ของรัฐบาลเอกภาพแห่งชาติ หรือรัฐบาลเงาเมียนมา ยังได้เข้ายึด 3 เมืองในเขตสะกาย จากความร่วมมือกับกองทัพกะฉิ่นอิสระ (KIA), กองทัพอาระกัน (AA) และกองกำลังปกป้องรัฐชิน (CNDF)

 

ช่วงเดือนพฤศจิกายนและธันวาคมเป็นช่วงที่กองกำลังชาติพันธุ์เดินหน้ารุกไล่ทหารเมียนมาอย่างหนักและบุกเข้ายึดครองเมืองต่างๆ ทั้งในตอนเหนือของรัฐฉานและรัฐชินได้สำเร็จรวมแล้วเกือบ 30 เมือง 

 

หลังขึ้นปีใหม่ในวันที่ 4 มกราคม กองทัพเมียนมาก็ได้สูญเสียเมืองเล่าก์ก่าย เมืองเอกของเขตปกครองพิเศษโกก้าง ซึ่งเป็นที่รู้จักในฐานะฐานที่มั่นของแก๊งคอลเซ็นเตอร์จากจีน ที่มีคนไทยและคนอีกหลายชาติตกเป็นเหยื่อค้ามนุษย์ โดยกองกำลัง MNDAA ได้เข้าควบคุมและประกาศให้เมืองนี้กลายเป็น ‘เขตปลอดเผด็จการทหาร’ 

 

จากนั้น MNDAA ยังได้ยึดเมืองโหป่างและปันหล่อง และได้ส่งมอบให้กองทัพรวมแห่งรัฐว้า (United Wa State Army: UWSA) ซึ่งเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ที่ทรงอำนาจมากที่สุดในเมียนมา ขณะที่กลุ่ม TNLA  ก็ได้เข้ายึดเมืองโก้ดขาย 

 

อย่างไรก็ตาม ผลการเจรจาระหว่างผู้แทนกลุ่มพันธมิตรสามภราดรภาพและรัฐบาลทหารเมียนมาที่นครคุนหมิง ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากจีน มีรายงานว่าทั้งสองฝ่ายตกลงหยุดยิงชั่วคราวในพื้นที่สมรภูมิทางตอนเหนือของรัฐฉาน 

 

แต่หลังจากนั้นก็ปรากฏรายงานจากสื่อเมียนมา เช่น Irrawaddy และ Radio Free Asia ว่า การหยุดยิงนั้นยุติลง โดย Irrawaddy รายงานว่า กองทัพรัฐบาลทหารได้ละเมิดข้อตกลงในวันรุ่งขึ้นด้วยการโจมตีทางอากาศและยิงปืนใหญ่ใส่เป้าหมายกองกำลังชาติพันธุ์ในหลายเมือง และเกิดการปะทะกับกองกำลัง TNLA ในเมืองจ็อกเม, ล่าเสี้ยว และโมกก์

 

ขณะที่เมืองปะแลตวะในรัฐชิน เป็นเมืองล่าสุดที่กองกำลังชาติพันธุ์เข้ายึดไว้ได้ และประกาศเป็นเขตปลอดทหารเช่นเดียวกัน ทำให้จนถึงตอนนี้มี 33 เมืองแล้วที่อยู่ภายใต้การควบคุมของกองกำลังชาติพันธุ์

 

โอกาสลุกลามสู่รัฐล้มเหลว

 

รศ.ดร.ดุลยภาค ปรีชารัชช รองผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการ สถาบันเอเชียตะวันออกศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มองฉากทัศน์ของสถานการณ์สู้รบในเมียนมา ณ ตอนนี้อาจเป็นไปได้ 2 มุม คือ

 

  1. การเจรจาสันติภาพโดยมีจีนเป็นตัวคั่นกลาง อาจช่วยไม่ให้กองกำลังชาติพันธุ์เคลื่อนทัพรุกไปถึงใจกลางอำนาจของรัฐบาลทหารเมียนมา เช่น เมืองหลวงอย่างเนปิดอว์ และเมืองข้างเคียงอย่างย่างกุ้ง มัณฑะเลย์ และตะนาวศรี
  2. ฝ่ายต่อต้านยึดครองพื้นที่ได้มากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งจะบีบให้กองทัพเมียนมายอมเจรจา เพื่อรักษาศูนย์กลางอำนาจไม่ให้ถูกทำลาย 

 

อย่างไรก็ตามเขาชี้ว่า หากมองย้อนไปในอดีต ช่วงที่เมียนมาได้เอกราชจากอังกฤษใหม่ๆ ในปี 1948 ก็เคยเกิดสงครามกลางเมือง และอำนาจของกองทัพเมียนมาในช่วงนั้นก็อ่อนมาก แต่ท้ายที่สุดก็สามารถกลับมาฟื้นฟูและไล่โจมตีกลุ่มกบฏได้ สะท้อนว่าสถานการณ์ ณ ตอนนี้ก็ยังมีความไม่แน่นอนจากหลายๆ ปัจจัย

 

ขณะที่ทิศทางของสถานการณ์ในระยะยาวก็อาจเกิดได้ 2 มุม คือ

 

  1. เมียนมาอาจก้าวไปสู่การเป็นรัฐล้มเหลว (Failed State) หรือรัฐที่ใกล้จะล่มสลาย จากการที่สงครามกลางเมืองยังไม่ยุติ ความเกลียดชังระหว่างผู้คน ประชาชน และรัฐบาลทหาร ที่เพิ่มมากขึ้น และการที่รัฐบาลประสบปัญหาในการส่งมอบบริการสาธารณะหรือโครงสร้างพื้นฐานแก่ประชาชน
  2. เมียนมาอาจถูกแบ่งเป็น 2-3 ส่วน ได้แก่ ใจกลางอำนาจ และอีกส่วนจะเป็นพื้นที่รอบนอก เป็นดินแดนสมาพันธรัฐทั้งเขตปลดปล่อย NUG รัฐว้า ตลอดจนพื้นที่ปกครองของรัฐชาติพันธุ์อื่นๆ 

 

โดย รศ.ดร.ดุลยภาค กล่าวว่า “สิ่งสำคัญสำหรับรัฐบาลทหารคือ การรวมอำนาจสู่ศูนย์กลางไม่ให้ประเทศแตกแยก แต่หากการสู้รบยังเดินหน้าตึงเครียดต่อไปเช่นนี้ ในระยะยาวทางออกของประเทศก็คงหนีไม่พ้นการเจรจาพูดคุยเรื่องการแบ่งอำนาจหรือสหพันธรัฐ”

 

‘จีน’ ตัวกลางสันติภาพหรือผู้หนุนหลังกองกำลังชาติพันธุ์

 

ปฏิบัติการ 1027 ของพันธมิตรสามภราดรภาพ เกิดขึ้นโดยมีสโลแกนว่า ‘กวาดล้างแก๊งหลอกลวง ช่วยเหลือเพื่อนร่วมชาติของเรา’ ซึ่งออกแบบมาเพื่อชนะใจพันธมิตรสำคัญรายที่ 4 ซึ่งก็คือ ‘จีน’ 

 

โดยจีนซึ่งมีพรมแดนติดกับเขตปกครองตนเองโกก้างในรัฐฉาน ทางตอนเหนือของเมียนมา แสดงความไม่พอใจที่แก๊งอาชญากรจากจีนผู้อยู่เบื้องหลังขบวนการค้ามนุษย์และแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ได้รับอนุญาตให้ดำเนินการในพื้นที่ภายใต้การควบคุมของกองทัพเผด็จการทหาร 

 

คาดว่ามีเหยื่อของขบวนการนี้กว่า 120,000 คนถูกหลอกให้ไปทำงานและควบคุมตัวในเมียนมา ในจำนวนนี้มีชาวจีนที่ทั้งเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์และถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์เหล่านี้หลอกลวงจนสิ้นเนื้อประดาตัว

 

ช่วงปลายปีที่ผ่านมา พันธมิตรสามภราดรภาพพยายามบุกยึดเขตปกครองตนเองโกก้างมาแล้ว 2 ครั้ง แต่ก็ล้มเหลว กระทั่งล่าสุดเมื่อวันที่ 4 มกราคม จึงสามารถยึดเมืองเล่าก์ก่าย เมืองเอกของโกก้าง และฐานที่มั่นสำคัญของแก๊งอาชญากรจีนไว้ได้

 

โดยเขตโกก้างนั้นมีความเชื่อมโยงกับจีนมายาวนาน ชาวบ้านที่อาศัยอยู่จำนวนมากเป็นชนพื้นเมืองชาวจีน ร้านค้าและอาคารบ้านเรือนจำนวนมากมีป้ายภาษาจีนติดให้เห็นเป็นปกติ โดยในช่วงกลางศตวรรษที่ 20 พื้นที่นี้ยังทำหน้าที่เป็นฐานทัพของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งเมียนมาด้วย

 

หลังการล่มสลายของพรรคคอมมิวนิสต์เมียนมาในปี 1989 เผิงเจียเฉิง ขุนศึกในท้องถิ่นซึ่งถูกขนานนามว่า ‘กษัตริย์โกก้าง’ ได้หันไปจงรักภักดีต่อรัฐบาลทหารเมียนมา ซึ่งกองทัพเมียนมายอมให้โกก้างเป็นเขตปกครองตนเอง และอนุญาตให้เผิงคงกองกำลังของเขาในพื้นที่ แม้ว่าจะยังมีจีนเป็นผู้อุปถัมภ์ที่สำคัญ

 

ในปี 2009 เผิงถูกโค่นล้มในการทำรัฐประหาร ซึ่งนำโดย ไป่ซั่วเฉิง ผู้นำอันดับ 2 โดยไป๋อนุญาตให้กองทัพรัฐบาลประจำการอยู่ในโกก้าง ในขณะที่ชาวบ้านได้รับสัญชาติเมียนมา

 

ขณะที่ไป๋ยังเปิดพื้นที่ให้แก๊งอาชญากรจากจีนหนีข้ามพรมแดนเข้ามาซ่อนตัวและเคลื่อนไหวตั้งแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เพื่อแลกกับ ‘ส่วย’ จำนวนมหาศาล ซึ่งยังเป็นประโยชน์ต่อรัฐบาลทหารเมียนมาด้วย ส่งผลให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ในโกก้าง โดยเฉพาะที่เล่าก์ก่าย ขยายตัวอย่างรวดเร็ว

 

ส่วนเจียเฉิง ภายหลังถูกโค่นอำนาจก็กลับมาปรากฏตัวอีกครั้งในฐานะผู้นำของ MNDAA โดยต่อสู้กับกองทัพเมียนมาเป็นครั้งคราว แต่ไม่ประสบความสำเร็จอย่างมีนัยสำคัญ

 

หลังจากที่เขาเสียชีวิตไปในปี 2022 เผิงเติ้นเหริน ลูกชายของเขา ได้เข้ามารับช่วงต่อและวางแผนยึดคืนเขตอำนาจในโกก้างที่เสียไปทันที และเข้าร่วมในพันธมิตรสามภราดรภาพ เปิดฉากปฏิบัติการ 1027 

 

การรุกคืบเข้ายึดพื้นที่โกก้างและกวาดล้างแก๊งคอลเซ็นเตอร์อย่างรวดเร็ว โดยส่งตัวผู้ร่วมขบวนการกว่า 40,000 คนให้ทางการจีน ทำให้จีนเริ่มหันมาแสดงบทบาทที่ชัดเจนมากขึ้นในปัญหาความขัดแย้งของเมียนมา โดยเป็นตัวกลางเจรจาไกล่เกลี่ยระหว่างพันธมิตรสามภราดรภาพกับกองทัพรัฐบาลทหารเมียนมา 

 

นักวิเคราะห์ตั้งข้อสังเกตว่า ความสำเร็จช่วงแรกของปฏิบัติการจากฝ่ายกองกำลังชาติพันธุ์ แท้ที่จริงแล้วอาจเกิดขึ้นเพราะได้รับการสนับสนุนจากจีน

 

“ผู้นำจีนอาจพยายามยิงปืนนัดเดียวได้นก 2 ตัว รัฐบาลจีนสามารถใช้ปฏิบัติการกวาดล้างแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เพื่อสนับสนุนกองกำลังท้องถิ่นอย่างลับๆ ในขณะที่ควบคุมพื้นที่ด้วยวิธีนั้น” เติ้งอวี่เหวิน นักวิจารณ์การเมืองและอดีตนักข่าวชาวจีน กล่าว 

 

โดยเขาชี้ว่า การสนับสนุนปฏิบัติการของกองกำลังชาติพันธุ์ นอกจากจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับจุดยืนและความสำคัญของจีนต่อเมียนมาแล้ว ในขณะเดียวกันก็ขจัดภัยคุกคามจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ด้วย และเชื่อว่าผู้นำคนใหม่ของกองกำลังชาติพันธุ์ที่จะเข้ามาควบคุมเขตปกครองตนเองโกก้าง จะต้องสะท้อนผลประโยชน์ของจีนได้ดีขึ้น

 

ทั้งนี้ รศ.ดร.ดุลยภาค ให้ความเห็นต่อบทบาทของจีนต่อสถานการณ์สู้รบที่เกิดขึ้น โดยมองว่า นอกจากประเด็นปัญหาแก๊งอาชญากรรมแล้ว เรื่องผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจก็อาจเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่มีผลเช่นกัน เช่น หากรัฐบาลเมียนมายอมไฟเขียวโครงการเมกะโปรเจกต์ของจีนอย่างโครงการท่าเรือน้ำลึกในรัฐอาระกัน จีนก็อาจจะพอใจและมีส่วนช่วยยับยั้งท่าทีของกองกำลังชาติพันธุ์ไม่ให้รุกคืบไปถึงใจกลางอำนาจของรัฐบาลทหารได้ แม้จะยับยั้งได้ไม่ทั้งหมดก็ตาม

 

ไทยชูบทบาทข้างอาเซียน หนุนสันติภาพเมียนมา

 

ในการประชุม World Economic Forum ที่เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 16 มกราคมที่ผ่านมา ปานปรีย์ พหิทธานุกร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้เข้าร่วมการหารือ Diplomacy Dialogue on Myanmar โดยย้ำจุดยืนและบทบาทของไทยต่อสถานการณ์ความขัดแย้งที่กำลังเกิดขึ้นในเมียนมาว่า “ไทยจะมีบทบาทเชิงรุกและสร้างสรรค์ ทั้งร่วมกับอาเซียนและได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านของเมียนมา ตลอดจนหุ้นส่วนต่างๆ ของอาเซียน เพื่อส่งเสริมสันติภาพ เสถียรภาพ และความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันในเมียนมา”

 

ขณะที่ย้ำถึงความจำเป็นที่ทุกฝ่ายในเมียนมาจะต้องมีส่วนร่วมในการเจรจา เพื่อนำไปสู่ความปรองดองและทางออกทางการเมืองอย่างสันติ

 

รองนายกรัฐมนตรีกล่าวถึงสิ่งแรกที่ไทยจะดำเนินการในทันทีคือ การให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมตามที่เมียนมาต้องการ โดยเฉพาะข้อริเริ่มในการยกระดับการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่ประชาชนเมียนมาตามแนวชายแดนไทย-เมียนมา 

 

ด้าน รศ.ดร.ดุลยภาค แสดงความเห็นต่อท่าทีของรัฐบาลไทยว่า ในแง่หลักการก็สมเหตุสมผล โดยไทยเป็นประเทศเพื่อนบ้านใกล้ชิด ก็ต้องมีบทบาทที่แอ็กทีฟขึ้นโดยอัตโนมัติ 

 

ซึ่งประเด็นที่ควรพูดถึงเยอะคือ เรื่องระเบียงช่วยเหลือทางมนุษยธรรม (Humanitarian Corridor) ที่จะช่วยส่งเสริมบทบาทและภาพลักษณ์ของไทยทั้งในด้านการทูตและมนุษยธรรม แต่ก็มีข้อพึงระวังคือ การเลือกพื้นที่ชายแดนสำหรับเปิดระเบียงมนุษยธรรม เนื่องจากพื้นที่ของฝ่ายรัฐบาลทหารและฝ่ายกองกำลังชาติพันธุ์อาจมีความได้เปรียบ-เสียเปรียบต่างกัน และอาจส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์กับไทยได้

 

ภาพ: Chaiwat Subprasom / Reuters

อ้างอิง:

The post ‘80 วัน ยึด 33 เมือง’ กลุ่มชาติพันธุ์เมียนมารุกหนัก ถล่มทัพเผด็จการทหาร กับข้อตกลงหยุดยิงที่ไม่มีจริง appeared first on THE STANDARD.

]]>
The Irrawaddy เผย กองทัพเมียนมาคุมตัวต่างชาติ-คนไทย 500 คน ไว้ในพื้นที่สู้รบรัฐฉาน บังคับใช้แรงงาน-ใช้เป็นโล่มนุษย์ https://thestandard.co/myanmar-army-detains-foreigners/ Fri, 03 Nov 2023 02:44:00 +0000 https://thestandard.co/?p=862016

วานนี้ (2 พฤศจิกายน) สำนักข่าว The Irrawaddy ได้เผยแพร่ […]

The post The Irrawaddy เผย กองทัพเมียนมาคุมตัวต่างชาติ-คนไทย 500 คน ไว้ในพื้นที่สู้รบรัฐฉาน บังคับใช้แรงงาน-ใช้เป็นโล่มนุษย์ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วานนี้ (2 พฤศจิกายน) สำนักข่าว The Irrawaddy ได้เผยแพร่รายงานว่า มีชาวต่างชาติราว 500 คน ถูกกองทัพรัฐบาลทหารเมียนมาควบคุมตัวไว้ที่เมืองเล่าก์ก่ายทางตะวันออกเฉียงเหนือของรัฐฉาน ซึ่งกำลังเป็นพื้นที่สู้รบรุนแรงระหว่างทหารเมียนมากับกองกำลังพันธมิตรชาติพันธุ์

 

โดยในกลุ่มชาวต่างชาติเหล่านี้ รวมถึงชาวไทย 189 คน และพลเมืองจากประเทศต่างๆ เช่น เนปาล เอธิโอเปีย และ สปป.ลาว ซึ่งถูกล่อลวงไปบังคับใช้แรงงานในธุรกิจหลอกลวงทางออนไลน์ และเพิ่งจะได้รับการช่วยเหลือจากหน่วยต่อต้านการค้ามนุษย์เมื่อไม่นานนี้ 

 

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ด้านมนุษยธรรมในเมียนมาชี้ว่า หน่วยต่อต้านการค้ามนุษย์ซึ่งควบคุมโดยรัฐบาลทหารไม่ได้ส่งมอบกลุ่มชาวต่างชาติทั้งหมดให้กับเจ้าหน้าที่ของแต่ละประเทศ แต่กลับส่งไปยังค่ายทหารในพื้นที่แนวหน้าของการสู้รบ

 

หนึ่งในผู้ที่มีส่วนร่วมช่วยเหลือชาวต่างชาติเหล่านี้ให้สัมภาษณ์กับ The Irrawaddy ว่า “กองทัพเมียนมาได้บังคับใช้แรงงานกลุ่มชาวต่างชาติทั้งหมด โดยให้สร้างบังเกอร์ ขุดสนามเพลาะ และขนไม้ซุง และใช้พวกเขาเป็นโล่มนุษย์” พร้อมทั้งระบุว่ากลุ่มชาวต่างชาติถูกควบคุมตัวไว้ที่แนวหน้าของพื้นที่สู้รบ ซึ่งมีความเสี่ยงจากการต่อสู้ที่อาจปะทุขึ้นได้ทุกเมื่อ ขณะที่เน้นย้ำว่าพวกเขาจำเป็นต้องได้รับการช่วยเหลือส่งกลับไปยังประเทศบ้านเกิด

 

“พวกเขากำลังถูกควบคุมตัวในพื้นที่ที่มีการสู้รบอย่างดุเดือด ในแนวหน้าของฐานที่มั่นกองทัพ กลุ่มพันธมิตรภราดรภาพ (กองกำลังชาติพันธุ์) สามารถเปิดการโจมตีต่อเล่าก์ก่ายเมื่อใดก็ได้ ชาวต่างชาติเหล่านี้จะติดอยู่ในการสู้รบ และหากพวกเขาถูกสังหารระหว่างการโจมตีของกลุ่มชาติพันธุ์ รัฐบาลทหารก็น่าจะพยายามใส่ร้ายกลุ่มพันธมิตรภราดรภาพว่ามุ่งเป้าไปที่พลเรือนชาวต่างชาติ พวกเขาเก็บชาวต่างชาติไว้ที่แนวหน้าเพื่อใช้เป็นโล่มนุษย์” 

 

ด้าน เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้โพสต์ข้อความผ่านทางโซเชียลมีเดียวานนี้ (2 พฤศจิกายน) ระบุถึงสถานการณ์กองกำลังพันธมิตรภราดรภาพปะทะกองทัพเมียนมาว่า ตนเองได้รับรายงานเกี่ยวกับสถานการณ์ในเมียนมาที่มีคนไทยและชาติอื่นๆ ติดอยู่ในเมืองเล่าก์ก่ายจากการสู้รบ

 

โดยสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงย่างกุ้ง ได้ประสานทางการเมียนมาให้ช่วยเหลือคนไทยจำนวน 162 คน และจัดให้พักในพื้นที่ปลอดภัยแล้ว และขณะนี้สถานเอกอัครราชทูตฯ กำลังหารือกับทางการเมียนมา เพื่อช่วยให้คนไทยทั้งหมดกลับไทยโดยเร็ว

 

อ้างอิง:

The post The Irrawaddy เผย กองทัพเมียนมาคุมตัวต่างชาติ-คนไทย 500 คน ไว้ในพื้นที่สู้รบรัฐฉาน บังคับใช้แรงงาน-ใช้เป็นโล่มนุษย์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
รัฐบาลทหารเมียนมาอภัยโทษ ออง ซาน ซูจี 5 ข้อหา เนื่องในวันเข้าพรรษา https://thestandard.co/myanmar-junta-pardons-ex-leader-suu-kyi-five-offences-state-media/ Tue, 01 Aug 2023 11:27:18 +0000 https://thestandard.co/?p=824273 ออง ซาน ซูจี

วันนี้ (1 สิงหาคม) สื่อของทางการเมียนมารายงานว่า ออง ซา […]

The post รัฐบาลทหารเมียนมาอภัยโทษ ออง ซาน ซูจี 5 ข้อหา เนื่องในวันเข้าพรรษา appeared first on THE STANDARD.

]]>
ออง ซาน ซูจี

วันนี้ (1 สิงหาคม) สื่อของทางการเมียนมารายงานว่า ออง ซาน ซูจี อดีตผู้นำรัฐบาลพลเรือนของเมียนมาวัย 78 ปี ได้รับการอภัยโทษในความผิด 5 ข้อหาด้วยกัน จากจำนวนข้อหาทั้งหมด 19 ข้อหาที่เธอถูกดำเนินคดีและโดนตัดสินโทษจำคุกรวม 33 ปี แต่ไม่ได้มีการระบุรายละเอียดชัดเจนว่าเป็นข้อหาใดบ้างที่ได้รับการอภัยโทษ

 

ซอ มิน ตุน โฆษกรัฐบาลทหารเมียนมา เปิดเผยกับ Eleven Media Group ซึ่งเป็นสื่อใหญ่ในประเทศ ว่า การอภัยโทษดังกล่าวจะลดโทษจำคุกของซูจีลง 6 ปี

 

นอกจากนี้สภาบริหารแห่งรัฐเมียนมายังได้อภัยโทษให้กับอดีตประธานาธิบดีอู วิน มยิน ซึ่งถูกจับกุมในเวลาไล่เลี่ยกับซูจี หลังการรัฐประหารในปี 2021 ส่งผลให้ลดโทษจำคุกลง 4 ปี

 

โดยการอภัยโทษแก่สองอดีตผู้นำครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการอภัยโทษแก่ผู้ต้องขังจำนวนกว่า 7,000 คนเนื่องในวันเข้าพรรษา ซึ่งโดยปกติแล้วเมียนมาจะอภัยโทษแก่ผู้ต้องขังจำนวนมากตามวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาต่างๆ

 

นับตั้งแต่ที่ถูกดำเนินคดี ซูจีได้ปฏิเสธความผิดในทุกข้อหา ตั้งแต่การยุยงปลุกปั่น การโกงการเลือกตั้ง ไปจนถึงการทุจริตคอร์รัปชัน และได้ยื่นอุทธรณ์ต่อคดีเหล่านี้ ขณะที่เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ทางการเมียนมาได้ย้ายซูจีออกจากเรือนจำในกรุงเนปิดอว์ ไปกักตัวในอาคารรัฐบาลแห่งหนึ่งภายในเมือง โดยเธอจะถูกกักตัวในอาคารดังกล่าวเพียงลำพังเป็นเวลา 1 ปี 

 

แฟ้มภาพ: Suhaimi Abdullah / Getty Images

อ้างอิง:

The post รัฐบาลทหารเมียนมาอภัยโทษ ออง ซาน ซูจี 5 ข้อหา เนื่องในวันเข้าพรรษา appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผู้นำอาเซียนออกแถลงการณ์เรียกร้องยุติความรุนแรงในเมียนมา เปิดทางเจรจาสันติภาพ https://thestandard.co/asean-leaders-urge-end-myanmar-violence/ Wed, 10 May 2023 11:24:08 +0000 https://thestandard.co/?p=788059

ผู้นำอาเซียนออกแถลงการณ์ร่วมภายหลังการประชุมสุดยอดครั้ง […]

The post ผู้นำอาเซียนออกแถลงการณ์เรียกร้องยุติความรุนแรงในเมียนมา เปิดทางเจรจาสันติภาพ appeared first on THE STANDARD.

]]>

ผู้นำอาเซียนออกแถลงการณ์ร่วมภายหลังการประชุมสุดยอดครั้งที่ 42 ที่เมืองลาบวน บาโจ (Labuan Bajo) ของอินโดนีเซีย ในวันนี้ (10 พฤษภาคม) โดยเรียกร้องให้ยุติสถานการณ์ความรุนแรงในเมียนมา พร้อมเปิดทางสำหรับการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม และมีการเจรจาระดับชาติที่ครอบคลุมเพื่อยุติปัญหา

 

“เรากังวลอย่างมากกับความรุนแรงที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในเมียนมา และเรียกร้องให้ยุติความรุนแรงและการใช้กำลังทุกรูปแบบในทันที” แถลงการณ์ระบุ พร้อมเรียกร้องให้มี “สภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยต่อการส่งมอบความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมอย่างปลอดภัยและทันท่วงที”

 

การประชุมอาเซียนครั้งนี้มีขึ้นท่ามกลางสถานการณ์สู้รบในเมียนมาที่ทวีความรุนแรงขึ้น โดยกองทัพเมียนมาเพิ่มการโจมตีทั้งทางบกและทางอากาศต่อกองกำลังฝ่ายต่อต้านและกองกำลังชนกลุ่มน้อย

 

นอกจากนี้แถลงการณ์ของผู้นำอาเซียน ยังประณามการก่อเหตุโจมตีขบวนรถของกลุ่มนักการทูตอาเซียนและเจ้าหน้าที่ช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมที่เกิดขึ้นในรัฐฉานเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยเน้นย้ำว่าผู้ที่ก่อเหตุต้องรับผิดชอบ

 

ทั้งนี้ ประเด็นสถานการณ์ในเมียนมาถือเป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญของการประชุมผู้นำอาเซียนครั้งนี้ ซึ่งเป็นครั้งแรกของปีและจะสิ้นสุดในวันพรุ่งนี้ (11 พฤษภาคม) โดยประธานาธิบดีโจโก วิโดโด ของอินโดนีเซีย ในฐานะประธานอาเซียนคนปัจจุบัน ยังเรียกร้องให้ชาติสมาชิกอาเซียนร่วมมือกันเพื่อรับมือกับความท้าทายในภูมิภาค

 

อย่างไรก็ตาม อันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ได้กล่าวนอกรอบการประชุมผู้นำ โดยระบุว่า “มาเลเซียรู้สึกผิดหวังที่ยังคงขาดความคืบหน้าในการดำเนินการอย่างมีความหมายและแท้จริงตามแผนสันติภาพ 5PC (ฉันทามติ 5 ประการ เพื่อยุติความขัดแย้งในเมียนมา)”

 

ภาพ: BAY ISMOYO / POOL / AFP

อ้างอิง:

The post ผู้นำอาเซียนออกแถลงการณ์เรียกร้องยุติความรุนแรงในเมียนมา เปิดทางเจรจาสันติภาพ appeared first on THE STANDARD.

]]>