ทราย เจริญปุระ – THE STANDARD https://thestandard.co สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Wed, 09 Nov 2022 09:12:42 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.5.5 สองสมาชิกกลุ่มบุรีรัมย์ปลดแอกเข้ารับทราบข้อกล่าวหา ม.112 กรณีแฟชั่นโชว์สีลม เพนกวิน-ทรายให้กำลังใจ https://thestandard.co/2buriram-liberation-clan-members-acknowledge-the-allegations-of-section-112/ Thu, 17 Dec 2020 09:48:54 +0000 https://thestandard.co/?p=432635 กลุ่มบุรีรัมย์ปลดแอก

วันนี้ (17 ธันวาคม) ที่สถานีตำรวจนครบาลยานนาวา จตุพร แซ […]

The post สองสมาชิกกลุ่มบุรีรัมย์ปลดแอกเข้ารับทราบข้อกล่าวหา ม.112 กรณีแฟชั่นโชว์สีลม เพนกวิน-ทรายให้กำลังใจ appeared first on THE STANDARD.

]]>
กลุ่มบุรีรัมย์ปลดแอก

วันนี้ (17 ธันวาคม) ที่สถานีตำรวจนครบาลยานนาวา จตุพร แซ่อึง และเยาวชนอายุ 16 ปี สมาชิกกลุ่มบุรีรัมย์ปลดแอก เข้าพบพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลยานนาวา เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาตามหมายเรียกในคดีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 จากกรณีแต่งกายในชุดไทยไปร่วมกิจกรรมแฟชั่นโชว์ที่ถนนสีลมเมื่อวันที่ 29 ตุลาคมที่ผ่านมา หลังจากที่ วริษนันท์ ศรีบวรธนกิตติ์ หรือแอดมินเจน หนึ่งในแอดมินเพจเชียร์ลุง มาแจ้งความไว้ก่อนหน้านี้

 

จตุพรกล่าวว่ากิจกรรมในวันนั้นตนไม่ได้มีเจตนาอื่นใด เพียงแค่อยากแต่งชุดไทยตามธีมงานแฟชั่นวีกเท่านั้น ซึ่งใครจะแต่งกายอย่างไรก็ได้ ไม่ได้เตี๊ยมกันมา ส่วนที่กางร่มก็เป็นการโปรโมตสินค้าที่จะเอามาขาย แต่กลับมีคนตีความไปเอง ยืนยันไม่มีความกังวล พร้อมจะสู้คดี และตอนนี้จะให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา สำหรับกิจกรรมหลังจากนี้จะมีวงดนตรีต่างๆ รวมถึงวงสามัญชน มาเล่นดนตรีให้กำลังใจจนถึงเวลา 15.30 น. 

 

ด้าน คุ้มเกล้า ส่งสมบูรณ์ ทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน เปิดเผยว่า กรณีนี้ทราบว่ามีผู้สนับสนุนรัฐบาลมาแจ้งความดำเนินคดีในข้อหามาตรา 112 ไว้ว่าเยาวชนรายนี้แต่งกายในชุดครอปท็อป และจตุพรแต่งกายในชุดไทย วันนี้ผู้ต้องหาตามหมายเรียกจึงมาพบพนักงานสอบสวนเพื่อรับทราบข้อกล่าวหา ซึ่งเป็นหมายแรกของทั้งสองคน แต่กรณีของเยาวชนจะต่างจากคดีของผู้บรรลุนิติภาวะแล้ว โดยพนักงานสอบสวนจะนำตัวเยาวชนส่งศาลเยาวชนและครอบครัวกลางเพื่อพิจารณาการปล่อยตัว ซึ่งพนักงานสอบสวนยืนยันจะปล่อยตัวกลับบ้านเหมือนผู้ต้องหาคดีเดียวกันในพื้นที่อื่น โดยบรรยากาศหน้าโรงพักมีมวลชนจำนวนหนึ่งแต่งกายด้วยชุดไทยมาให้กำลังใจ

 

ขณะที่การ์ด WeVo กว่า 20 คนนำรถติดเครื่องขยายเสียงและเวทีมาตั้งเพื่อเตรียมจัดกิจกรรมที่ถนนสุรศักดิ์ หน้าสถานีตำรวจนครบาลยานนาวา โดยตำรวจกว่า 100 นายได้ตั้งแผงเหล็กล้อมไว้หน้าสถานีตำรวจ ส่วนตำรวจจราจรได้ปิดถนนมุ่งหน้าพระรามที่ 3 ไว้หนึ่งช่องทาง ส่งผลให้ปริมาณรถหนาแน่น แต่ยังพอเคลื่อนตัวได้ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่แจ้งว่าการจัดกิจกรรมครั้งนี้ กลุ่มผู้จัดไม่ได้แจ้งล่วงหน้าตามที่กฎหมายกำหนด

 

หลังรับทราบข้อกล่าวหานานกว่า 2 ชั่วโมง พนักงานสอบสวนได้นำตัวเยาวชนส่งศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง เพื่อให้ศาลทำการตรวจสอบกระบวนการดำเนินคดีกับเยาวชนที่เกิดขึ้นว่าได้ปฏิบัติอย่างถูกต้องตามขั้นตอนหรือไม่

 

ขณะที่นำตัวเยาวชนขึ้นรถไปยังศาล ได้มีกลุ่มผู้ชุมนุมที่มาให้กำลังใจเข้าไปล้อมรถที่เยาวชนขึ้นไป เนื่องจากมีความกังวลว่าตำรวจจะนำตัวเยาวชนไปที่อื่น จึงขอส่งตัวแทนเข้าไป พบว่าในรถคันดังกล่าวมีทนายความและญาติอยู่ภายในรถด้วย กลุ่มผู้ชุมนุมจึงให้ดอกไม้เป็นกำลังใจ ก่อนเปิดทางให้รถคันดังกล่าวไปศาลเพื่อดำเนินการตามกฎหมาย 

 

ขณะที่เวลาประมาณ 13.30 น. จตุพรระบุว่าวันนี้ตนได้ขอใช้สิทธิ์ไม่เซ็นรับทราบข้อกล่าวหา พร้อมกับปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ตำรวจจึงปล่อยตัวชั่วคราวเนื่องจากได้เดินทางมาตามหมายเรียก พร้อมนัดสอบคำให้การเพิ่มเติมอีกครั้งในวันที่ 11 มกราคม 2564 ก่อนจะส่งอัยการในวันที่ 20 มกราคมเพื่อเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมายต่อไป 

 

ด้าน เพนกวิน-พริษฐ์ ชิวารักษ์ แต่งกายด้วยชุดไทยสีแดงพร้อมทาปากด้วยสีจัดจ้าน โดยเดินทางมาร่วมกิจกรรมหน้าสถานีตำรวจนครบาลยานนาวา พื่อร่วมให้กำลังใจจตุพรและเยาวชนอายุ 16 ปีที่มารายงานตัวรับทราบข้อหาตามความผิดในประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 กรณีแต่งกายในชุดไทยไปร่วมกิจกรรมแฟชั่นโชว์ที่ถนนสีลม เมื่อวันที่ 29 ตุลาคมที่ผ่านมา

 

พริษฐ์ระบุว่าวันนี้ตนมาเป็นกำลังใจให้ทุกคนที่ถูกแจ้งข้อหามาตรา 112 ในฐานะผู้ต้องคดีเดียวกัน โดยมองว่ากฎหมายข้อนี้ลิดรอนสิทธิเสรีภาพ แม้กระทั่งการแต่งกายด้วยชุดไทยยังเข้าข่ายความผิด 

 

ด้าน ทราย-อินทิรา เจริญปุระ ก็ได้เดินทางมาบริเวณนี้ด้วยเช่นกัน โดยให้สัมภาษณ์ว่าวันนี้มาร่วมให้กำลังใจกับทุกคน ส่วนตัวที่โดนหมายเรียกในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ของสถานีตำรวจนครบาลบางเขน กรณีชุมนุมที่กรมทหารราบที่ 11 เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ตนเองก็ยังสับสนว่าไปทำอะไรจึงถูกหมายเรียกข้อหานี้ ทั้งที่ตนก็ไม่ได้ทำอะไรมากเป็นพิเศษ กลายเป็นว่าใครจะแจ้งความในความผิดฐานนี้ก็ได้ใช่หรือไม่ หลังจากนี้หากถูกหมายอีกก็ไม่กังวล เพราะมันไม่สมเหตุสมผล และจะยังคงเดินหน้าทำกิจกรรมต่อไป

 

กลุ่มบุรีรัมย์ปลดแอก กลุ่มบุรีรัมย์ปลดแอก กลุ่มบุรีรัมย์ปลดแอก กลุ่มบุรีรัมย์ปลดแอก กลุ่มบุรีรัมย์ปลดแอก กลุ่มบุรีรัมย์ปลดแอก กลุ่มบุรีรัมย์ปลดแอก กลุ่มบุรีรัมย์ปลดแอก กลุ่มบุรีรัมย์ปลดแอก กลุ่มบุรีรัมย์ปลดแอก

 

The post สองสมาชิกกลุ่มบุรีรัมย์ปลดแอกเข้ารับทราบข้อกล่าวหา ม.112 กรณีแฟชั่นโชว์สีลม เพนกวิน-ทรายให้กำลังใจ appeared first on THE STANDARD.

]]>
สน.บางเขน ออกหมายเรียก ทราย เจริญปุระ ในความผิดตามมาตรา 112 https://thestandard.co/police-issued-sai-charoenpura-section-112/ Wed, 16 Dec 2020 08:15:34 +0000 https://thestandard.co/?p=432117 สน.บางเขน ออกหมายเรียก ทราย เจริญปุระ ในความผิดตามมาตรา 112

วันนี้ (16 ธันวาคม) ทราย-อินทิรา เจริญปุระ นักแสดง/พิธี […]

The post สน.บางเขน ออกหมายเรียก ทราย เจริญปุระ ในความผิดตามมาตรา 112 appeared first on THE STANDARD.

]]>
สน.บางเขน ออกหมายเรียก ทราย เจริญปุระ ในความผิดตามมาตรา 112

วันนี้ (16 ธันวาคม) ทราย-อินทิรา เจริญปุระ นักแสดง/พิธีกร ที่ประกาศตัวเป็นผู้สนับสนุนการชุมนุมของกลุ่มราษฎร ได้โพสต์ภาพหมายเรียกผู้ต้องหาผ่านทางเพจเฟซบุ๊กส่วนตัว พร้อมระบุข้อความสั้นๆ ว่า “โอเคนัมเบอร์วัน!”

 

หมายเรียกผู้ต้องหาดังกล่าว เป็นหมายเรียกคดีอาญา ระหว่าง พ.ต.ท. อนันต์ วรสาตร์ กับพวก (ผู้กล่าวหา) และอานนท์ นำภา กับพวก (ผู้ต้องหา) หมายมายัง อินทิรา เจริญปุระ ด้วยเหตุที่ต้องหาว่า ร่วมกันหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ ร่วมกันกระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา หนังสือ หรือวิธีอื่นใด อันมิใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ หรือมิใช่เพื่อแสดงความคิดเห็นหรือติชมโดยสุจริต ทั้งนี้ ให้อินทิราไปพบพนักงานสอบสวนที่สถานีตำรวจนครบาลบางเขน ในวันที่ 21 ธันวาคม 2563 เวลา 10.00 น.

 

ในเวลาต่อมา เพนกวิน-พริษฐ์ ชิวารักษ์ แกนนำกลุ่มราษฎร ได้ทวีตข้อความ พร้อมเอกสารหมายเรียกข้อหาเดียวกับอินทิราเช่นเดียวกัน

 

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

The post สน.บางเขน ออกหมายเรียก ทราย เจริญปุระ ในความผิดตามมาตรา 112 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไผ่ ดาวดิน-สมยศ เผชิญข้อหา ม.112 หนที่สองในชีวิต ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา เรียกร้องยกเลิกกฎหมายมาตรานี้ https://thestandard.co/phai-dao-din-somyot-faces-charges-of-section-112-second-time/ Tue, 08 Dec 2020 10:01:10 +0000 https://thestandard.co/?p=429671 ไผ่ ดาวดิน-สมยศ เผชิญข้อหา ม.112 หนที่สองในชีวิต ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา เรียกร้องยกเลิกกฎหมายมาตรานี้

วันนี้ (8 ธันวาคม) ที่สถานีตำรวจนครบาล (สน.) ชนะสงคราม […]

The post ไผ่ ดาวดิน-สมยศ เผชิญข้อหา ม.112 หนที่สองในชีวิต ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา เรียกร้องยกเลิกกฎหมายมาตรานี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไผ่ ดาวดิน-สมยศ เผชิญข้อหา ม.112 หนที่สองในชีวิต ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา เรียกร้องยกเลิกกฎหมายมาตรานี้

วันนี้ (8 ธันวาคม) ที่สถานีตำรวจนครบาล (สน.) ชนะสงคราม จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือ ไผ่ ดาวดิน และสมยศ พฤกษาเกษมสุข แกนนำกลุ่มคณะราษฎร เข้ารับทราบข้อกล่าวหาตามหมายเรียกพนักงานสอบสวน ฐานความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 กรณีการชุมนุม 19 กันยา ทวงอำนาจคืนราษฎร ที่ท้องสนามหลวง ซึ่งเป็นการเข้ารับทราบข้อกล่าวหาเพิ่มเติม หลังก่อนหน้านี้ได้เข้ารับทราบข้อกล่าวหาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 และคดีอื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับการชุมนุม เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา

 

ในการเข้ารับทราบข้อกล่าวหาวันนี้มีมวลชนเดินทางมาให้กำลังใจ มี เฮียบุ๊ง-ปกรณ์ พรชีวางกูร กับ ทราย-อินทิรา เจริญปุระ ร่วมทั้ง แอมมี่ The Bottom Blues ได้มาร่วมให้กำลังใจ พร้อมจัดรถกระบะโรงครัวแม่นาคมาแจกจ่ายอาหารและน้ำดื่มด้วย

 

ขณะที่ภายหลังการสอบปากคำนานกว่า 2 ชั่วโมง จตุภัทร์ กล่าวว่า เบื้องต้นพวกตนให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา โดยตำรวจได้ถอดเทปจากการปราศรัยที่สนามหลวงในวันดังกล่าวมาประกอบหลักฐานดำเนินคดี จากนี้จะให้ปากคำเป็นเอกสารมอบกับตำรวจอีกครั้งในวันที่ 8 มกราคม 2564 โดยในคำให้การ พวกตนยังยืนยันว่าไม่ยอมรับในมาตรา 112 และขอให้ยกเลิกกฎหมายข้อนี้ ขอเรียกร้องให้พวกเราออกมาช่วยกันรณรงค์ยกเลิกกฎหมายข้อนี้ โดยในวันที่ 10 ธันวาคมนี้ หากจะมีการชุมนุมก็อาจต้องดูตามสถานการณ์ก่อน เนื่องจากมีโรคโควิด-19 กลับมาแพร่ระบาดอีกครั้ง ยืนยันเราจะไม่เลิกชุมนุม หาก 3 ข้อเสนอไม่ได้รับการแก้ไข

 

ด้านสมยศ ได้ถือฟูกนอนออกมาด้วย กล่าวว่า ตอนแรกตัวเองคิดว่าจะต้องนอนค้างที่โรงพักในคืนนี้ แต่ตำรวจได้ปล่อยตัวไปโดยไม่กำหนดเงื่อนไขใด แม้จะต้องถูกจำคุกอีกเราก็ยอมสูญเสียอิสรภาพเพื่อยืนยันความบริสุทธิ์

 

ขณะที่ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน รายงานว่า ทั้งสองคนถูกดำเนินคดีมาตรา 112 เป็นครั้งที่สองแล้ว โดยสมยศถูกกล่าวหาครั้งแรกเมื่อปี 2554 ติดคุกอยู่ 7 ปี ขณะที่ ไผ่ ดาวดิน ถูกกล่าวหาครั้งแรกปลายปี 2559 ติดคุกอยู่ 2 ปี 4 เดือน

 

 

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

The post ไผ่ ดาวดิน-สมยศ เผชิญข้อหา ม.112 หนที่สองในชีวิต ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา เรียกร้องยกเลิกกฎหมายมาตรานี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
แกนนำกลุ่มราษฎรทยอยเดินทางเข้าพื้นที่ชุมนุมหน้าไทยพาณิชย์สำนักงานใหญ่ เผยให้ติดตามบิ๊กเซอร์ไพรส์ https://thestandard.co/leaders-of-the-peoples-group-gradually-walked-into-the-assembly-area-front-of-scb-head-office-revealed-to-follow-big-surprise/ Wed, 25 Nov 2020 10:28:39 +0000 https://thestandard.co/?p=425062 แกนนำกลุ่มราษฎรทยอยเดินทางเข้าพื้นที่ชุมนุมหน้าไทยพาณิชย์สำนักงานใหญ่ เผยให้ติดตามบิ๊กเซอร์ไพรส์

วันนี้ (25 พฤศจิกายน) การชุมนุมของกลุ่มราษฎรที่นัดหมายบ […]

The post แกนนำกลุ่มราษฎรทยอยเดินทางเข้าพื้นที่ชุมนุมหน้าไทยพาณิชย์สำนักงานใหญ่ เผยให้ติดตามบิ๊กเซอร์ไพรส์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
แกนนำกลุ่มราษฎรทยอยเดินทางเข้าพื้นที่ชุมนุมหน้าไทยพาณิชย์สำนักงานใหญ่ เผยให้ติดตามบิ๊กเซอร์ไพรส์

วันนี้ (25 พฤศจิกายน) การชุมนุมของกลุ่มราษฎรที่นัดหมายบริเวณสำนักงานธนาคารไทยพาณิชย์ สำนักงานใหญ่ รัชโยธิน ในเวลา 15.00 น. มวลชนทยอยเดินทางมาปักหลักอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งการ์ดและทีมจัดเตรียมเวทีก็เริ่มทยอยมาติดตั้งและจัดเตรียมสถานที่

 

ล่าสุดเวลาประมาณ 16.00 น. ที่ผ่านมา แกนนำกลุ่มราษฎรได้ทยอยเดินทางเข้ามาในพื้นที่ชุมนุม อาทิ เพนกวิน-พริษฐ์ ชิวารักษ์, รุ้ง-ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล, ลูกเกด-ชลธิชา แจ้งเร็ว, มายด์-ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล, ไมค์-ภาณุพงศ์ จาดนอก รวมถึง ทราย-อินทิรา เจริญปุระ ที่เดินทางมาร่วมสังเกตการณ์ในที่ชุมนุม

 

สำหรับรายละเอียดกิจกรรมยังไม่มีข้อมูลที่แน่ชัดว่าจะประกอบด้วยกิจกรรมใดและจะสิ้นสุดในช่วงเวลาไหน แต่แกนนำแจ้งว่าจะมีบิ๊กเซอร์ไพรส์ ขอให้ติดตามรายละเอียดอีกครั้ง

 

 

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

The post แกนนำกลุ่มราษฎรทยอยเดินทางเข้าพื้นที่ชุมนุมหน้าไทยพาณิชย์สำนักงานใหญ่ เผยให้ติดตามบิ๊กเซอร์ไพรส์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: คุยกับ ‘ทราย เจริญปุระ’ แม่ยกชุมนุมใหญ่ 19 กันยายน https://thestandard.co/anti-government-rally-19-sep2020-8/ Sat, 19 Sep 2020 04:19:02 +0000 https://thestandard.co/?p=398327

คุยกับ ‘ทราย เจริญปุระ’ แม่ยกชุมนุมใหญ่ 19 กันยายน

The post ชมคลิป: คุยกับ ‘ทราย เจริญปุระ’ แม่ยกชุมนุมใหญ่ 19 กันยายน appeared first on THE STANDARD.

]]>

คุยกับ ‘ทราย เจริญปุระ’ แม่ยกชุมนุมใหญ่ 19 กันยายน

The post ชมคลิป: คุยกับ ‘ทราย เจริญปุระ’ แม่ยกชุมนุมใหญ่ 19 กันยายน appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘นางนาก’ ฉลองครบรอบ 20 ปี เตรียมคืนจอภาพยนตร์อีกครั้งกรกฎาคมนี้ https://thestandard.co/20-years-nang-nak/ Thu, 27 Jun 2019 13:57:26 +0000 https://thestandard.co/?p=266013

นางนาก ตำนานภาพยนตร์ไทย ผลงานกำกับของ อุ๋ย-นนทรีย์ นิมิ […]

The post ‘นางนาก’ ฉลองครบรอบ 20 ปี เตรียมคืนจอภาพยนตร์อีกครั้งกรกฎาคมนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>

นางนาก ตำนานภาพยนตร์ไทย ผลงานกำกับของ อุ๋ย-นนทรีย์ นิมิบุตร เตรียมนำกลับมาฉายบนจอภาพยนตร์อีกครั้งในโอกาสครบรอบ 20 ปี ในช่วงระหว่างวันที่ 25-31 กรกฎาคมนี้ 

 

ย้อนเวลากลับไป 23 กรกฎาคม 2542 นางนาก (Nang Nak) เข้าฉายในโรงภาพยนตร์ในช่วงรอยต่อที่หนังไทยกำลังเปลี่ยนผ่านจากยุคซบเซาที่สุดในประวัติศาสตร์ โดยช่วงปี 2530-2540 ตลอดทั้งปีเรียกได้ว่ามีหนังไทยเข้าฉายในโรงภาพยนตร์เพียงปีละสิบกว่าเรื่อง และบางปีมีไม่ถึงสิบเรื่อง เนื่องจากผู้ชมนิยมชมภาพยนตร์ต่างประเทศที่มีคุณภาพที่ดีและเรื่องราวที่สนุกหลากหลายกว่า 

 

ขณะเดียวกันการเข้าฉายของ นางนาก ผลงานกำกับของ อุ๋ย-นนทรีย์ นิมิบุตร เขียนบทโดย วิศิษฏ์ ศาสนเที่ยง ผลิตและจัดจำหน่ายโดย ไท เอ็นเตอร์เทนเมนต์ ก็ได้สร้างความแตกต่าง 

 

เพราะถึงแม้เรื่องเล่าขานเกี่ยวกับตำนาน ‘แม่นาคพระโขนง’ จะถูกหยิบมาสร้างเป็นละครโทรทัศน์และภาพยนตร์ครั้งแล้วครั้งเล่า แต่การหยิบงานที่เหมือนจะช้ำแล้วช้ำอีกขึ้นมาปัดฝุ่นทำใหม่ด้วยคุณภาพโปรดักชันที่ยกระดับบทภาพยนตร์ที่ทำการบ้านทางประวัติศาสตร์มาอย่างดี อีกทั้งการแสดงของ เมฆ-วินัย ไกรบุตร ในบท มาก และทราย-อินทิรา เจริญปุระ ในบท นาก เองก็ยอดเยี่ยม สมจริง เต็มไปด้วยบรรยากาศน่าสะพรึงกลัว ทั้งหมดส่งให้ประสบความสำเร็จทั้งในแง่คำวิจารณ์และรายได้ โดยเมื่อจบโปรแกรมฉาย นางนาก สร้างปรากฏการณ์ด้วยการเป็นภาพยนตร์ไทยเรื่องแรกที่สามารถทำรายได้ทะลุ 150 ล้านบาท โค่นแชมป์เก่าภาพยนตร์ที่ทำสถิติรายได้สูงสุดของประเทศไทยอย่าง Titanic ได้อย่างไม่มีใครคาดคิด 

 

นอกจากนั้นในแง่ประวัติศาสตร์ ผลจากความสำเร็จอย่าง นางนาก ในครั้งนั้นยังส่งให้แวดวงภาพยนตร์ไทยทั้งผู้สร้างและผู้ชมกลับมาคึกคักอีกครั้ง ขณะเดียวกันมันก็เป็นต้นทางให้ผู้กำกับฝีมือดีทั้งหน้าใหม่และหน้าเก่าสร้างผลงานภาพยนตร์ไทยที่ยกระดับคุณภาพตามออกมาอีกมากมาย 

 

สำหรับคนรุ่นใหม่ที่สนใจในภาพยนตร์ นางนาก ไท เอ็นเตอร์เทนเมนต์ ผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์ นางนาก ได้ร่วมมือกับโมโนฟิล์ม นำภาพยนตร์เรื่องนี้มาฉายอีกครั้งในวาระครบรอบ 20 ปี เรื่อง นางนาก ในรูปแบบ 4K ระหว่างวันที่ 25-31 กรกฎาคมนี้ ส่วนจะเป็นในโรงภาพยนตร์ใดบ้าง THE STANDARD POP ทราบเมื่อไรจะเก็บมารายงานต่ออีกครั้ง

 

 

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

The post ‘นางนาก’ ฉลองครบรอบ 20 ปี เตรียมคืนจอภาพยนตร์อีกครั้งกรกฎาคมนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
อร่อยสร้างภาพ รายการทำอาหารสไตล์ ‘ทราย เจริญปุระ’ กลับมาแบบใส่ใจสุขภาพ-ไร้ผงปลิดชีพ https://thestandard.co/inthira-charoenpura-cooking/ https://thestandard.co/inthira-charoenpura-cooking/#respond Fri, 11 Jan 2019 06:00:02 +0000 https://thestandard.co/?p=178229

ก่อนที่เราจะได้รู้จักกับช่องยูทูบสัญชาติไทยที่โด่งดังใน […]

The post อร่อยสร้างภาพ รายการทำอาหารสไตล์ ‘ทราย เจริญปุระ’ กลับมาแบบใส่ใจสุขภาพ-ไร้ผงปลิดชีพ appeared first on THE STANDARD.

]]>

ก่อนที่เราจะได้รู้จักกับช่องยูทูบสัญชาติไทยที่โด่งดังในปัจจุบันอยู่มากมายหลายช่อง แน่นอนว่า ‘อร่อยสร้างภาพ’ คือหนึ่งในรายการออนไลน์ยอดฮิตในวันที่คอนเทนต์รูปแบบดังกล่าวยังไม่ได้แพร่หลายนัก เพราะรายการนี้ออกอากาศครั้งแรกทางช่องยูทูบ Spokedark TV เมื่อเดือนมิถุนายน ปี 2012

 

สิ่งหนึ่งที่แฟนๆ ชื่นชอบกันมาก นอกเหนือจากเรื่องการทำอาหารกินเองง่ายๆ แล้ว การดำเนินรายการของ ‘ทราย เจริญปุระ’ ที่มีสไตล์เป็นของตัวเองอย่างมากก็เป็นอีกปัจจัยที่ทำให้รายการสนุกและน่าติดตาม พร้อมทั้งไอเดียชื่อรายการ อร่อยสร้างภาพ ก็นับเป็นลูกเล่นที่เราจดจำได้ เพราะเธอจะนำภาพอาหารที่ทำเสร็จสรรพแล้วถ่ายอย่างสวยงามและอัปโหลดลงในอินสตาแกรมส่วนตัวของเธอ สร้างสรรค์ภาพสมชื่อรายการ

 

หลังจากห่างหายไป 1 ปีนิดๆ ล่าสุดเมื่อวันที่ 9 มกราคมที่ผ่านมา ช่อง ‘อร่อยสร้างภาพ’ ในยูทูบได้อัปโหลดวิดีโอชิ้นใหม่ขึ้นมาในชื่อ ‘เมนูคลีนแต่อร่อยเว่อร์ กัวคาโมเล่กับไก่ย่าง ทำง่ายสบายกระเป๋า’ ซึ่งยังคงเป็นการร่วมงานกับทีมงานจาก Spokedark TV เช่นเคย แถมรายการดังกล่าวยังเปิดตัวผู้ดำเนินรายการร่วมคนใหม่อย่าง ‘คุณตูน’ ผู้เป็นนักโภชนาการส่วนตัวของทรายเอง นอกเหนือจากจะสร้างสีสันและรสชาติใหม่ๆ ให้กับรายการแล้ว อร่อยสร้างภาพ ที่กลับมาครั้งนี้ยังหันมาทำเมนูสุขภาพง่ายๆ พร้อมให้ความรู้เล็กๆ น้อยๆ เกี่ยวกับอาหารสุขภาพด้วย ฉะนั้นแฟนๆ ที่รอชมทรายสาดผงปลิดชีพ (ผงชูรส) ลงไปในจานอาหารคงต้องอดไปตามระเบียบ

 

ก้าวย่างสำคัญที่สุดที่แตกต่างจากรายการอาหารทั่วๆ ไปคือการที่ทรายนำเสนอช่วงหนึ่งในชีวิตของเธอได้อย่างน่าสนใจ ปัจจุบันเธอกำลังสนใจในเรื่องการออกกำลังกายและการควบคุมอาหาร ฉะนั้นการที่เธอหยิบยกความสนใจดังกล่าวขึ้นมานำเสนอเพื่อให้เกิดแรงขับเคลื่อนและแรงบันดาลใจใหม่ๆ ให้กับผู้ชมก็นับเป็นการกลับมาที่น่าติดตามทีเดียว

 

ติดตามรายการ อร่อยสร้างภาพ ของ ทราย เจริญปุระ ได้ทางยูทูบ www.youtube.com/channel/UCnApm6vozp-OimWCGfsJbdA

 

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

The post อร่อยสร้างภาพ รายการทำอาหารสไตล์ ‘ทราย เจริญปุระ’ กลับมาแบบใส่ใจสุขภาพ-ไร้ผงปลิดชีพ appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/inthira-charoenpura-cooking/feed/ 0
ทราย เจริญปุระ กับบทเรียนที่ได้รู้จากโรคซึมเศร้า https://thestandard.co/thestandarddaily-sine-intira/ https://thestandard.co/thestandarddaily-sine-intira/#respond Wed, 13 Jun 2018 10:44:54 +0000 https://thestandard.co/?p=97467

The post ทราย เจริญปุระ กับบทเรียนที่ได้รู้จากโรคซึมเศร้า appeared first on THE STANDARD.

]]>

The post ทราย เจริญปุระ กับบทเรียนที่ได้รู้จากโรคซึมเศร้า appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/thestandarddaily-sine-intira/feed/ 0
ทราย เจริญปุระ กับหนังสือใหม่ ‘3 วันดี 4 วันเศร้า’ – THE STANDARD Daily 7 พฤษภาคม 2561 https://thestandard.co/thestandarddaily07052561/ https://thestandard.co/thestandarddaily07052561/#respond Tue, 08 May 2018 03:47:22 +0000 https://thestandard.co/?p=89129

THE STANDARD Daily ประจำวันที่ 7 พฤษภาคม 2561 เวลา 20.0 […]

The post ทราย เจริญปุระ กับหนังสือใหม่ ‘3 วันดี 4 วันเศร้า’ – THE STANDARD Daily 7 พฤษภาคม 2561 appeared first on THE STANDARD.

]]>

THE STANDARD Daily ประจำวันที่ 7 พฤษภาคม 2561 เวลา 20.00 น. เป็นต้นไป

 

  • เปิดใจ ทราย เจริญปุระ กับตัวตน ณ วันนี้ เธอผ่านเรื่องราวชีวิตอันหนักอึ้งอะไรมาบ้าง และเธอผ่านมันมาได้อย่างไร รวมทั้งหนังสือใหม่ที่ถอดจากชีวิตจริง ‘3 วันดี 4 วันเศร้า’
  • พร้อมอัปเดตข่าวสารวันนี้ ประชาชนกว่าสามหมื่นร่วมต้อนรับนายกฯ พร้อม ครม. เยือนบุรีรัมย์ ท่ามกลางกระแสพลังดูด
  • ด้าน กสทช. เตรียมสั่งระงับโฆษณาอาหารเสริม เครื่องสำอางเกินจริงเพิ่ม เตรียมแจ้งความดารา-คนดัง

 

สามารถติดตาม THE STANDARD Daily ได้เป็นประจำทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 20.00 น. เป็นต้นไป ที่ Facebook Live และ Youtube Live ของ thestandardth

 

 

The post ทราย เจริญปุระ กับหนังสือใหม่ ‘3 วันดี 4 วันเศร้า’ – THE STANDARD Daily 7 พฤษภาคม 2561 appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/thestandarddaily07052561/feed/ 0
‘ความพยาบาทเป็นของหวาน’ ทำความรู้จัก ‘ล่า’ ละครระดับตำนานจากปลายปากกา ทมยันตี https://thestandard.co/effects-and-aftermath-of-rape/ https://thestandard.co/effects-and-aftermath-of-rape/#respond Wed, 13 Dec 2017 07:00:57 +0000 https://thestandard.co/?p=14678

  ที่มาของเรื่องนี้ว่ากันว่า เมื่อปี 2517 ทมยันตีไ […]

The post ‘ความพยาบาทเป็นของหวาน’ ทำความรู้จัก ‘ล่า’ ละครระดับตำนานจากปลายปากกา ทมยันตี appeared first on THE STANDARD.

]]>

 

ที่มาของเรื่องนี้ว่ากันว่า เมื่อปี 2517 ทมยันตีได้ไปพบเด็กหญิงคนหนึ่งวัย 13-14 ปี ที่โรงพยาบาล เด็กคนนั้นไม่รับรู้เรื่องราวอะไร มีเพียงรอยยิ้มและดวงตาใสซื่อบริสุทธิ์ เมื่อสอบถามญาติก็ได้ความว่า เด็กหญิงถูกคนร้ายในละแวกบ้านข่มขืนอย่างทารุณ จากนั้นจึงกลายเป็นคนบ้า

 

“ล่า” คือละครตีแผ่มุมมืดของสังคมไทยที่หลายคนยังคงติดตากับความเครียด หดหู่ แม้จะผ่านมา 23 ปีแล้วก็ตาม

 

ทำไมต้อง ‘ล่า’ ?

คอวรรณกรรม หรือคนที่อายุ 30 ขึ้นไปอาจจะคุ้นเคยกันดีกับ ล่า แต่สำหรับคนไม่เข้าข่ายนั้นคงสงสัยอยู่บ้างว่าทำไมละครเรื่องหนึ่งจึงกลายเป็นประเด็นตั้งแต่ยังไม่ทันออนแอร์

 

ถ้าจะให้บอกคงเป็นเพราะ ล่า ไม่ใช่ละครทั่วไปที่จบด้วยความแฮปปี้เอ็นดิ้งของพระ-นาง และไม่ใช่ละครที่แปะยี่ห้อ ‘สะท้อนสังคม’ ไว้เพื่อเป็นข้ออ้างในการนำเสนอฉากแรงๆ เพื่อเรียกเรตติ้ง   

 

ล่า ว่าถึงเรื่องราวของสองแม่ลูกที่ใช้ชีวิตอยู่ในสลัม จนกระทั่งวันหนึ่งพวกเธอเข้าไปพัวพันกับแก๊งนักเลง 7 คนจนพวกนั้นถูกจับ การแก้แค้นของพวกมันคือการดักฉุดเธอและลูกไปข่มขืน เหตุการณ์นั้นทำให้ลูกสาวของเธอเสียสติ เมื่อเข้ารับการผ่าตัดเพื่อรักษาก็กลับกลายเป็นคนไร้ความรู้สึก ไร้ความทรงจำ ส่วนกลุ่มนักเลงที่ติดคุกแค่ไม่กี่ปีก็ออกมาเพราะผู้มีอิทธิพลคุ้มหัว สุดท้ายคนเป็นแม่เลยต้องตั้งตนเป็นศาลเตี้ยหาทางล่าทรชนเหล่านั้นเอง ให้สมกับประโยคสำคัญของเรื่องที่ว่า ‘ความพยาบาทเป็นของหวาน’  

 

     

นวนิยายแนวดราม่าเรื่องนี้ ประพันธ์โดย ทมยันตี หรือคุณหญิงวิมล ศิริไพบูลย์  ซึ่งความที่เนื้อหาพูดถึงหญิงสาวที่ถูกข่มเหงทำร้ายแล้วลุกมาล้างแค้น ทำให้หลายคนอดนึกถึง I Spit on Your Grave หนังอันโด่งดังของผู้กำกับ มีเออร์ ซาร์ชี (Meir Zarchi) เมื่อปี 1978 ที่มีเนื้อหาใกล้เคียงกันไม่ได้ ซึ่งทมยันตีก็เคยให้สัมภาษณ์ไว้ว่า

 

“ตอนเขียนดิฉันอยู่เมืองไทย เชิด ทรงศรี อยู่เมืองนอก เขากลับมาก็บอกว่ามีหนังเรื่องหนึ่งคล้ายเรื่อง ล่า มาก ชื่อเรื่อง I Spit on Your Grave ดิฉันถามว่าเคยเป็นนิยายไหม เขาบอกไม่เคย เป็นหนังเลย ก็แปลก ทำไมละม้ายกัน เราก็เออๆ ออกมาจากไหนก็ช่างมัน เราจะเขียนนวนิยายของเรา ถ้าเหมือนกันก็ช่างเขา”

 

     

อย่างไรก็ตาม จริงๆ แล้วที่มาของเรื่องนี้ว่ากันว่า เมื่อปี 2517 ทมยันตีได้ไปพบเด็กหญิงวัย 13-14 ปีคนหนึ่งที่โรงพยาบาล เด็กคนนั้นไม่รับรู้เรื่องราวอะไร มีเพียงรอยยิ้มและดวงตาใสซื่อบริสุทธิ์ เมื่อสอบถามญาติก็ได้ความว่า เด็กหญิงถูกคนร้ายในละแวกบ้านข่มขืนอย่างทารุณ จากนั้นจึงกลายเป็นคนบ้า อารมณ์ร้าย ตกใจ หวาดกลัว และหวีดร้องเมื่อเจอผู้ชาย แม้กระทั่งกับหมอที่รักษา เจอทีไรก็มักจะวิ่งไปซ่อนตัวในมุมมืด ในที่สุดหมอจึงตัดเส้นประสาทส่วนความจำของเด็กคนนั้นเพื่อขจัดความกลัว

 

ฟังแล้วนักเขียนดังสะเทือนใจ จึงเขียนเป็นนวนิยายสะท้อนความรู้สึกของผู้เป็นแม่ว่าเป็นอย่างไรหากลูกโดนเช่นนั้น โดยตีพิมพ์ครั้งแรกในนิตยสารลลนา ของสุวรรณี สุคนธา เมื่อปี 2519 และถูกสร้างเป็นหนังเมื่อปี 2520 นำแสดงโดย อรัญญา นามวงศ์, สมบัติ เมทะนี, ลลนา สุลาวัลย์  

การแสดงของนก สินจัย เป็นที่กล่าวขวัญมาก เพราะเธอทำการบ้านหนักจนเข้าถึงตัวละครได้เป็นอย่างดี ถึงขนาดว่าเมื่อแสดงเสร็จก็ไม่สามารถสลัดคาแรกเตอร์นี้ออกได้ ต้องให้แม่ชีเทศน์เพื่อให้หลุดจากตัวละคร

Photo: th.13322.com

 

ล่า’ รางวัล

แม้จะถูกสร้างเป็นหนังในเวอร์ชันแรก แต่ ล่า ที่ตราตรึงแฟนๆ คงเป็นฉบับละครเมื่อปี 2537 ซึ่งเอ็กแซ็กท์หยิบมาทำ โดยได้นก-สินจัย เปล่งพานิช รับบทแม่ผู้แบกรับความแค้น ส่วนลูกที่ถูกกระทำ งัด-สุพล วิเชียรฉาย ผู้กำกับ ชักชวนเด็กสาววัย 13 ปี ทราย เจริญปุระ เข้าสู่งานแสดงเป็นครั้งแรก และแจ้งเกิดได้เป็นอย่างดี

 

     

นอกจากเนื้อหาละครที่ถือว่ารุนแรงมากในยุคนั้น การแสดงของนก สินจัย ยังเป็นที่กล่าวขวัญมาก เพราะเธอทำการบ้านหนักจนเข้าถึงตัวละครได้เป็นอย่างดี ถึงขนาดว่าเมื่อแสดงเสร็จก็ไม่สามารถสลัดคาแรกเตอร์นี้ออกได้ ต้องให้แม่ชีเทศน์เพื่อให้หลุดจากตัวละคร โดยผลของความทุ่มเททำให้เธอคว้ารางวัลนักแสดงนำหญิงดีเด่นจากเวทีโทรทัศน์ทองคำ ครั้งที่ 9 พ.ศ. 2537 ไปครอง พร้อมกับปรากฏการณ์ที่นักแสดงและผู้ร่วมงานในหอประชุมแทบทุกคนลุกขึ้นปรบมือให้

 

 

ส่วน ล่า เวอร์ชัน 2017 ที่ผู้จัด กล้วย-ปรารถนา บรรจงสร้าง มารีเมกให้เอ็กแซ็กท์นั้น เดาไว้ล่วงหน้าได้เลยว่าจะส่งให้ หมิว-ลลิตา ปัญโญภาส นางเอกในตำนานซึ่งมารับบทแม่ได้ขึ้นไปยืนบนเวทีประกาศรางวัลในฐานะผู้เข้าชิงนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมในหลายเวทีแน่นอน

 

 

ล่า’ อย่างลงลึก

ไม่เพียงแค่เหล่านักแสดงอย่างหมิว ลลิตา, แท่ง-ศักดิ์สิทธิ์  แท่งทอง, เต๋า-สมชาย เข็มกลัด, ศตวรรษ ดุลยวิจิตร, รัดเกล้า อามระดิษ ฯลฯ ที่น่าจับตา ในส่วนของตัวบทก็น่าสนใจไม่แพ้กัน เพราะนอกจาก 4 นักเขียนบทมือดีของเอ็กแซ็กท์ คือพิมพ์มาดา พัฒนอลงกรณ์, วรรณถวิล สุขน้อย, พิมสิรินทร์ พงษ์วานิชสุข, วีรพล บุญเลิศ ยังมีเซอร์ไพรส์อีก

 

 

นั่นคือได้คณะแพทย์ นำทีมโดย นพ. วิทวัส ศิริประชัย หรือจ่าพิชิต ขจัดพาลชน แห่งแฟนเพจเฟซบุ๊ก Drama Addict มาเป็นที่ปรึกษาในการแก้ไขปรับปรุงเนื้อหาของโรคจิตเวช อาการต่างๆ รวมถึงการรักษาให้สอดคล้องกับปัจจุบัน

 

“พล็อตจะลงถึงเรื่องการข่มขืน ภาวะบาดแผลในจิตใจหลังถูกข่มขืน ภาวะซึมเศร้า อาการทางจิตเวช การฆ่าตัวตาย บลาๆ ประเด็นหนักมาก และคนเขียนบทเขาก็ทุ่มเทแก้ไขบท เพื่อให้ละครมันออกมาดี เพื่อสื่อให้คนดูเข้าใจว่าการข่มขืนมันเลวร้ายและสร้างผลกระทบกับแม่ลูกคู่หนึ่งได้รุนแรงแสนสาหัสขนาดไหน คือกรูกับเพื่อนไม่ได้เสนอตัวไปเป็นที่ปรึกษา แต่คนเขียนบท ทีมละครเขาติดต่อมาเอง เพราะเขาอยากทำละครเรื่องนี้ให้ออกมาดีที่สุด มีประโยชน์กับประชาชนที่สุด มีความถูกต้องของข้อมูลทางการแพทย์มากที่สุด” จ่าพิชิตระบุไว้ในเพจ เพื่ออธิบายถึงความตั้งใจให้ละครไทยจะช่วยปรับเปลี่ยนสังคมให้ดีขึ้นโดยสอดแทรกค่านิยมดีๆ ไปกับละคร

The post ‘ความพยาบาทเป็นของหวาน’ ทำความรู้จัก ‘ล่า’ ละครระดับตำนานจากปลายปากกา ทมยันตี appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/effects-and-aftermath-of-rape/feed/ 0
เมื่อ ‘ทราย เจริญปุระ’ สู้ไม่ถอย! ดำเนินคดีสื่อดัง… วงการสื่อได้บทเรียนอะไร? https://thestandard.co/intira-jaroenpura-and-professional-ethics-journal/ https://thestandard.co/intira-jaroenpura-and-professional-ethics-journal/#respond Tue, 14 Nov 2017 12:21:57 +0000 https://thestandard.co/?p=45487

     ร้อนแรงมากๆ สำหรับวงการสื่อเวลานี้ […]

The post เมื่อ ‘ทราย เจริญปุระ’ สู้ไม่ถอย! ดำเนินคดีสื่อดัง… วงการสื่อได้บทเรียนอะไร? appeared first on THE STANDARD.

]]>

     ร้อนแรงมากๆ สำหรับวงการสื่อเวลานี้ คงหนีไม่พ้นประเด็นที่ ‘ทราย เจริญปุระ’ นักแสดงสาวมากฝีมือ ควงคู่ทนายเกิดผล แก้วเกิด บุกโรงพักสถานีตำรวจภูธรรัตนาธิเบศร์ แจ้งความสื่อดัง ‘สำนักข่าวสปริงนิวส์’ และบรรดากลุ่มนักเลงคีย์บอร์ด ที่ได้เข้ามาคอมเมนต์ใต้ข่าวกันอย่างคึกคะนอง

     ต้นเหตุมาจากพาดหัวข่าวที่ทำให้เธอเสียหาย ใช้ถ้อยคำที่รุนแรง สื่อความหมายทำให้คนทั่วไปเข้าใจผิดว่าเธอเป็น ‘ลูกทรพี’ แถมยังมีการนำภาพที่เธอยืนคู่กับมารดาตอนที่มาส่งเข้ารับการรักษาอาการป่วยด้วยโรคซึมเศร้าและอัลไซเมอร์ ที่โรงพยาบาลศรีธัญญา จ.นนทบุรี มาใช้ประกอบด้วย แม้ภายหลังจะมีการออกแถลงการณ์จากสำนักข่าวดังกล่าวเพื่ออธิบายถึงความ ‘คลาดเคลื่อน’ และมีบุคคลโทรศัพท์ไปทำความเข้าใจแล้วก็ตาม

     หลังจากเข้าแจ้งความเมื่อวันที่ 12 พ.ย. ที่ผ่านมา ล่าสุดวันนี้ ‘ทราย เจริญปุระ’ เข้าพบพนักงานสอบสวนอีกครั้ง เพื่อยื่นพยานหลักฐานและให้การเพิ่มเติม โดยได้แจ้งความดำเนินคดีเพิ่มอีก 4 ราย รวมจำนวนผู้ถูกแจ้งความ 7 รายแล้ว และเธอได้มอบหมายให้ทนายความไปหาเพิ่มเติมอีกถ้ามีกรณีแบบนี้

 

 

เปิดใจ ‘ทราย เจริญปุระ’ ประกาศ เดินหน้าสู้ไม่ถอย

     ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 12 พ.ย. ในการเข้าแจ้งความร้องทุกข์ ต่อพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีกับสำนักข่าวดังกล่าว ทราย เจริญปุระ ให้สัมภาษณ์ว่า

     “ต้องทำให้เป็นคดีตัวอย่างกันบ้างทั้งทางสำนักข่าวและกลุ่มคนที่เข้ามาโพสต์คอมเมนต์หลายราย ซึ่งกรณีสำนักข่าว ต้องมีการกลั่นกรองกันหลายขั้นตอนก่อนลงข่าวไป มันไม่ใช่การสะกดคำผิดนะ หรือแมวพิมพ์มือลั่นลงเว็บข่าว ได้เห็นข่าวแว็บแรกนี่อึ้งไปเลย มันไม่โอเค ไม่ใช่จะมาพาดหัวข่าวยังไงก็ได้”

     จากนั้นในเวลาต่อมา สำนักข่าวดังกล่าวได้ออกแถลงการณ์แสดงความเสียใจและขออภัยต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ยืนยันว่าไม่ได้มีเรื่องโกรธเคืองหรือบาดหมางกับทราย เจริญปุระ เป็นการส่วนตัว และการนำเสนอข่าวเป็นไปด้วยความสุจริตและปราศจากอคติ

     ทั้งนี้การพาดหัวข่าวเป็นลักษณะของการตั้งคำถามเพื่อเปรียบเทียบกับการปฏิบัติ และให้ประเด็นมีความชัดเจนมากขึ้น อย่างไรก็ตามทีมข่าวโซเชียลมีเดียสปริงนิวส์ จะดำเนินคดีเอาผิดบุคคลที่สามที่นำเอาประเด็นดังกล่าวไปขยายความกล่าวหาทำให้เกิดความเข้าใจผิด (คลิกอ่านที่นี่)

 

 

     ทรายบอกว่า แถลงการณ์ดังกล่าวออกมาภายหลังจากที่เธอเข้าแจ้งความ แต่ไม่ปรากฏคำว่า “ขอโทษ” แต่อย่างใด

     เธอให้สัมภาษณ์กับ THE STANDARD ถึงการเดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนอีกครั้งในวันนี้ (14 พ.ย.) ว่าเป็นการนำพยานหลักฐานมาให้เพิ่มเติม และ ดำเนินคดีเพิ่มอีก 4 ราย ซึ่งในรายละเอียดการดำเนินคดี นอกจากข้อหาหมิ่นประมาท ก็จะต้องดูข้อกฎหมายเกี่ยวกับ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์

     “จริงๆ แล้วอาชีพทรายกับสื่อมวลชนอยู่ร่วมกันมานาน อยู่ร่วมกันมาอย่างสงบสุขตลอด มีอะไรก็พูดคุยได้ ครั้งนี้ถือว่ามากเกินไป ก็เข้าใจว่านักข่าวต้องทำตามหน้าที่ มีเสรีภาพสื่อ แต่อันนี้เป็นเสรีภาพที่มากเกินไป ไม่ใช่ว่าอยากเขียนอะไรก็เขียนได้ ทรายว่ามันไม่ใช่ แม้จะมีการพยายามติดต่อมาขอโทษ แต่เป็นการขอโทษในทางส่วนตัว แต่ตอนที่คุณเขียนข่าวมันออกไปในทางสาธารณะ มันก็ไม่โอเค”

     ทรายบอกว่าเธอต้องเผชิญเรื่องแบบนี้มานานมากเกือบ 8 ปี ครั้งนี้เลยสุดจะทน

 

 

     ขณะที่สภาพจิตใจตอนนี้ก็ดีขึ้น ตอนแรกไม่อยากบอกแม่ แต่คิดว่ามาวันนี้แม่คงรู้ ทรายจึงตัดสินใจบอกแม่ ซึ่งแม่ก็ให้กำลังใจ ให้สู้ต่อไป

     “สำหรับคนที่เป็นสื่อไม่ใช่ไม่ดีทุกคน มันก็เหมือนทุกๆ งานทุกๆ ที่ ที่มันมีคนดีและไม่ดี บางทีไม่ใช่เรื่องของสื่อ เขาทำหน้าที่ของเขา แต่คอมเมนต์ต่างหากที่เป็นปัญหา ตัดสินเรารุนแรงกว่า รวมทั้งการที่อยากได้ยอดเยอะๆ อยากได้ไลก์ อยากให้เป็นประเด็น มันทำให้ขาดความยับยั้งชั่งใจ ขาดความเห็นอกเห็นใจ การพยายามเข้าสู่ความจริงมันน้อยลงไป”

     ทรายย้ำอีกว่า เวลาที่ต้องเผชิญกับเรื่องเหล่านี้ พอเสียหายไปแล้วมานั่งแก้ข่าวคนก็ไม่ได้สนใจที่จะฟังแล้ว

 

 

‘สื่อ’ อยากได้ยอดไลก์ แต่ไม่แคร์ ‘ความน่าเชื่อถือ’

     ต่อปรากฏการณ์นี้ ผู้ช่วยศาสตราจารย์พิจิตรา สึคาโมโต้ หัวหน้าภาควิชาวารสารสนเทศ คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แสดงความคิดเห็นต่อ THE STANDARD ว่า

     ปัจจุบันสื่อออนไลน์แข่งขันกันที่ยอดของผู้ชมเป็นหลัก ซึ่งพูดกันตรงๆ ก็เป็นเรื่องรู้ๆ กันอยู่แล้วสำหรับคนในวงการ การพาดหัวข่าวหากเป็นกรณีของหนังสือพิมพ์ ก็จะดูไม่รุนแรงเท่าไร แต่พอขยับมาเป็นการพาดหัวข่าวในออนไลน์ “ต้องแรง ต้องมีหมัดฮุก” สร้างความเร้าใจให้กับคนที่เข้ามาอ่าน เพื่อหวังยอด หวังเอ็นเกจเมนต์มากๆ

     “เหตุการณ์ของคุณทราย สะท้อนถึงการออกมาปกป้องสิทธิของเธอ แม้จะไม่ได้เป็นเคสแรกๆ ที่ประกาศฟ้องสื่อ ที่ผ่านมาก็มี แต่สิ่งที่ทำให้ดูแตกต่างก็คือในฐานะ นักแสดงที่ต้องอยู่กับสื่อ เมื่อหันกลับไปดูเราก็จะเห็นว่าน้อยมากที่นักแสดงจะมีปัญหากับสื่อ ยิ่งนักแสดงที่มีช่องมีสังกัดด้วยแล้วยิ่งยาก เธอก็แสดงให้เห็นว่าเธอต้องการปกป้องสิทธิของเธอ”

     ผู้ช่วยศาตราจารย์พิจิตรา บอกอีกว่า การแข่งขันที่สูงขึ้นของสื่อทำให้บางทีการนำเสนอเน้นไปที่ความหวือหวา ทำให้มันไม่ยั่งยืน พอทำแบบนี้แม้จะไวรัล แต่ทำให้แบรนด์ของสำนักข่าวตกต่ำลง โดนแหล่งข่าวแจ้งความ เสียเครดิต สุดท้ายเป็นการไปลดทอน ‘ความน่าเชื่อถือ’ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่อันตรายมากที่สุด เพราะการที่สำนักข่าวขาดความน่าเชื่อถือแล้ว คนอ่านก็จะไม่สนใจอีกต่อไป ฐานของคนที่เคยเชื่อมั่นก็จะลดลงจนแทบไม่เหลือสำหรับบางคน

 

 

สื่ออาวุโส มอง ‘ทราย’ ฟ้องสื่อ เป็นสิทธิ และเห็นว่าสื่อต้องรับผิดชอบ

     นิธินันท์ ยอแสงรัตน์ ผู้สื่อข่าวอาวุโสที่คร่ำหวอดในวงการสื่อมาหลายสิบปี และเฝ้ามองความเคลื่อนไหวของสังคม ให้ความเห็นกับ THE STANDARD ว่า เรื่องนี้ไม่รู้ใจคนเขียนข่าว แต่จากที่เคยทำข่าว เขียนข่าว แก้ไขข่าวในฐานะบรรณาธิการ มองว่า การใส่เครื่องหมายคำถาม ‘?’ หลังคำว่า ‘ลูกทรพี’ มองได้ 2 มุม

      1. ไม่ได้เจตนา ไม่ได้ฉุกคิดเลยว่ากำลังพิจารณาบุคคลในข่าวเป็นลูกทรพี แต่คำว่า ลูกทรพี อาจมาจากคำที่มีคนอื่นๆ กำลังใช้กล่าวหาบุคคลในข่าว เป็น ‘hot topic’ ณ ขณะนั้น ผู้เขียนข่าวจึงเอามาตั้งคำถามว่า อย่างนี้ลูกทรพีจริงหรือ ซึ่งนัยหนึ่ง เหมือนเปิดโอกาสแก้ต่างให้บุคคลในข่าวที่กำลังถูกกล่าวหา

      2. ตั้งใจเพื่อเรียกยอดวิว เพราะเมื่ออ่านทั้งข้อความจนจบ จะรู้สึกว่าไม่น่าคิดแบบโลกสวย เนื่องจากมันชวนให้ผู้อ่านงงๆ ว่าน่าจะมีเหตุการณ์อะไรที่ไม่สวยระหว่างแม่ลูก เข้าข่าย clickbait เพื่อประโยชน์ของสื่อ มากกว่าประโยชน์ของผู้บริโภคสื่อและบุคคลในข่าว

     “นับว่าผิดจริยธรรมการทำสื่อในแง่ของการจำกัดความเสียหาย harm และ damage limitation ซึ่งสื่อต้องทำงานอย่างระมัดระวังไม่ให้บุคคลหรือสังคมเสียหายโดยไม่จำเป็น”

     “กรณีคุณทรายเห็นว่าเป็นสิทธิที่คุณทรายฟ้องได้ และควรฟ้องเมื่อรู้สึกว่าตนเองได้รับความเสียหาย และสื่อสารมวลชนควรต้องตระหนักถึงความรับผิดชอบตามบทบาทและหน้าที่ซึ่งต้องมีจริยธรรมตามอาชีพ ทุกวันนี้เหมือนคนทำสื่อหลายคนละเลย ลองไปถามว่าอะไรคือจริยธรรมของอาชีพ อาจนึกไม่ออกก็ได้”

 

อ้างอิง:

The post เมื่อ ‘ทราย เจริญปุระ’ สู้ไม่ถอย! ดำเนินคดีสื่อดัง… วงการสื่อได้บทเรียนอะไร? appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/intira-jaroenpura-and-professional-ethics-journal/feed/ 0
เตรียมตัวให้พร้อม การ ‘ล่า’ ที่โหดร้ายที่สุดของ ‘หมิว ลลิตา’ https://thestandard.co/thehunt2560/ https://thestandard.co/thehunt2560/#respond Mon, 06 Nov 2017 08:15:58 +0000 https://thestandard.co/?p=41121

     การกลับมาอีกครั้งในรอบ 23 ปี ของละค […]

The post เตรียมตัวให้พร้อม การ ‘ล่า’ ที่โหดร้ายที่สุดของ ‘หมิว ลลิตา’ appeared first on THE STANDARD.

]]>

     การกลับมาอีกครั้งในรอบ 23 ปี ของละครเรื่อง ‘ล่า’ หนึ่งในโปรเจกต์วงการโทรทัศน์ที่เราตื่นเต้นมากที่สุดในปีนี้ เพราะได้นักแสดงรุ่นใหญ่อย่าง หมิว-ลลิตา ปัญโญภาส มาเป็นนางเอก พร้อมกับ เต๋า-สมชาย เข็มกลัด, แทค-ภรัณยู โรจนวุฒิธรรม, โจ๊ก-อัครินทร์ อัครนิธิเมธรัฐ, แจ็ค-เฉลิมพล ทิฆัมพรธีรวงศ์, เผือก-พงศธร จงวิลาส ฯลฯ รับบทเป็นทรชนทั้ง 7 ที่จะต้องถูกเธอล่าเพื่อล้างแค้น

 

 

     ‘ล่า’ เป็นละครโทรทัศน์ที่ดัดแปลงมาจากนวนิยายขึ้นหิ้งของทมยันตี ว่าด้วยชีวิตแสนเศร้าของ ‘มธุสร’ คุณแม่เลี้ยงเดี่ยวที่ต้องอาศัยอยู่กับลูกสาวเพียงลำพัง กระทั่งวันหนึ่งเธอและลูกสาวถูกแก๊งนักเลงรุมข่มขืนจนลูกสาวกลายเป็นคนเสียสติ แต่กฎหมายกลับลงโทษคนเหล่านั้นไม่ได้ เธอจึงตัดสินใจออก ‘ล่า’ ผู้ชายเหล่านั้นเพื่อแก้แค้น และทำให้เธอค้นพบว่า ‘ความพยาบาทเป็นของหวาน’ ที่ตัวเองเธอเองค่อยๆ ถลำลึกลงไปเรื่อยๆ

     จุดเด่นอย่างหนึ่งของเรื่อง ล่า คือทุกครั้งที่นำมาสร้างจะต้องมีนักแสดงระดับ ‘คุณภาพ’ มามีส่วนร่วมทุกครั้ง ครั้งแรกเรื่อง ล่า ถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ในปี 2520 นำแสดงโดย อรัญญา นามวงศ์, สมบัติ เมทะนี, ลลนา สุลาวัลย์ ฯลฯ ครั้งที่ 2 ถูกสร้างเป็นละครโทรทัศน์เมื่อปี พ.ศ. 2537 ที่ทำให้ สินจัย เปล่งพานิช คว้ารางวัลโทรทัศน์ทองคำ สาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมมาครอง และยังเป็นการแจ้งเกิดละครเรื่องแรกของ ด.ญ.ทราย เจริญปุระ อีกด้วย

 

 

     ในเวอร์ชัน 2560 นอกจากหมิวและกลุ่มทรชนที่เรากล่าวถึงด้านบน ยังมีนักแสดงรุ่นเก๋าเข้ามาช่วยเพิ่มความเข้มข้นให้กับการล่าครั้งนี้อีกกลายคน เช่น ศักดิ์สิทธิ์ แท่งทอง, ศตวรรษ ดุลยวิจิตร, กรุณพล เทียนสุวรรณ, กฤตธีรา อินพรวิจิตร, อริศรา วงษ์ชาลี, ภูริ หิรัญพฤกษ์ โดยเฉพาะ รัดเกล้า อามระดิษ ที่เราอยากให้จับตาดูเป็นพิเศษกับอาจารย์ที่เป็นผู้สอนวิชาการ ‘ล่า’ ทั้งหมดให้กับนางเอกของเรา

     อีกหนึ่งความน่าสนใจในครั้งนี้คือ หมิว จะต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองมากถึง 7 บุคลิก เพื่อทำการ ‘ล่า’ ทรชนทั้ง 7 ด้วยวิธีที่แตกต่างกัน ซึ่งถือว่าเป็นความท้าทายที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิต เพราะเธอกลัวการแต่งหน้าด้วยเทคนิคพิเศษมาก แต่ในครั้งนี้เธอจะต้องหล่อพิมพ์ซิลิโคนทั้งหน้า ซึ่งผู้กำกับได้ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า ถึงขนาดทำให้นางเอกระดับหมิว ลลิตา แต่งหน้าไปร้องไห้ไป

     ละครเรื่อง ล่า จะออกอากาศทุกวันจันทร์และอังคาร เวลา 21.15 น. ทางช่อง ONE 31 สามารถรับชมย้อนหลังได้ที่ Line TV เริ่มออกอากาศเดือนพฤศจิกายนนี้

The post เตรียมตัวให้พร้อม การ ‘ล่า’ ที่โหดร้ายที่สุดของ ‘หมิว ลลิตา’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/thehunt2560/feed/ 0