ทมยันตี Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/ทมยันตี/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Tue, 21 Sep 2021 13:39:15 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 ทมยันตี นอกโลกนิยายและการเมือง: วงการวรรณกรรม กฎหมาย และความศรัทธา https://thestandard.co/thommayanti-literature-law-and-faith/ Tue, 21 Sep 2021 13:01:39 +0000 https://thestandard.co/?p=539114 ทมยันตี

เมื่อ ‘ทมยันตี’ นักเขียนนิยายเลื่องชื่อ ศิลปินแห่งชาติ […]

The post ทมยันตี นอกโลกนิยายและการเมือง: วงการวรรณกรรม กฎหมาย และความศรัทธา appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทมยันตี

เมื่อ ‘ทมยันตี’ นักเขียนนิยายเลื่องชื่อ ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ จากไปในวันที่ 13 กันยายนที่ผ่านมา มีกระแสกล่าวถึงทั้งด้านความอาลัยในผลงานสร้างสรรค์วรรณกรรม และการนำเอาประวัติทางการเมืองในอดีตมาทวงถามถึงการปลุกระดม ใส่ร้าย และก่อให้เกิดการสังหารหมู่ที่ได้กระทำลงไปในช่วง 6 ตุลาคม 2519 ซึ่งทั้งสองด้านล้วนเป็นความจริงที่เกิดขึ้นอย่างปฏิเสธไม่ได้

 

 

นิยายสะท้อนชีวิต

 

ตั้งแต่วัยเพียง 19 ปี คุณหญิงวิมล ศิริไพบูลย์ (เจียมเจริญ) ใช้นามปากกา ‘โรสลาเรน’ เขียนเรื่อง ‘ในฝัน’ สร้างโลกพาฝันแสนงดงามของเจ้าหญิง เจ้าชาย และดินแดนสมมติดุจเทพนิยายอันห่างไกล จนได้รับความนิยมจากนักอ่านสตรีอย่างท่วมท้น ก่อนจะคลี่คลายผลงานให้หลากหลาย ด้วยนามปากกา ‘ทมยันตี’, ‘ลักษณวดี’, ‘กนกเรขา’ และนามปากกาอื่นๆ ที่ใช้ไม่บ่อยนัก

 

จากโลกนิยายพาฝันของโรสลาเรน เมื่อชีวิตเติบโตขึ้น คุณหญิงวิมลได้เปลี่ยนแนวการเขียนมาเป็นเรื่องราวรัก ผสมกับเรื่องโศกนาฏกรรม สะท้อนสังคม หรืออิงประวัติศาสตร์ ในนามปากกาทมยันตี และเรื่องย้อนอดีต ประเทศดินแดนที่ห่างไกล ในนามปากกา ลักษณวดี การคลี่คลายทางวรรณกรรมนี้ บางส่วนบางตอนก็สะท้อนถึงชีวิตของผู้เขียนเอง ดังเช่น เรื่อง ‘มงกุฎหนาม’ ที่แฝงชีวิตในวัยเยาว์ ความขัดแย้งในบ้าน และแก้ต่างให้นิยายที่ถูกวิจารณ์ว่าดัดแปลงจากนิยายต่างประเทศ

 

การปลุกระดมและบทบาททางการเมือง ทำให้คุณหญิงวิมลก้าวเข้าสู่วงการการเมือง ได้รับแต่งตั้งให้เป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ สมาชิกวุฒิสภา และผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ เป็นฐานในการเขียนนิยายแนวการเมืองหลายเรื่อง เช่น ‘สตรีหมายเลขหนึ่ง’, ‘นายกหญิง’, ‘คุณหญิงนอกทำเนียบ’

 

ความขัดแย้งกับแวดวงวรรณกรรม และบทบาทที่ ‘ขวา’ จัดนี้เอง ทำให้ทมยันตีไม่เคยได้รับรางวัลวรรณกรรมจากวงการวรรณกรรมไทย ทั้งในยุคก่อนและหลังเหตุ 6 ตุลาคม 2519 แต่ทมยันตีก็ไม่ได้ใส่ใจเรื่องรางวัลไปมากกว่าความนิยมของนักอ่าน ดูเป็นเรื่องย้อนแย้ง เมื่อเรื่องราวชีวิตของทมยันตีที่เป็นที่นิยมของนักอ่าน แต่นักวิจารณ์เกลียดชังจนไม่ได้รับรางวัลใดๆ นั้นอาจเทียบได้กับ เมวิส แคลร์ นางเอกจากเรื่อง The Sorrow of Satan ที่เธอนำพล็อตมาดัดแปลงเป็นเรื่อง ‘เงา’

 

 

จากนิยายรักสู่ความเชื่อและศรัทธา

 

ภายหลังการหย่าร้างที่อื้อฉาว ลงหนังสือพิมพ์ติดต่อกัน และเมื่อคดีสิ้นสุดก็กลายเป็นคำพิพากษาฎีกาคลาสสิกในกรณีคดีครอบครัว ซึ่งนักเรียนกฎหมายต้องได้เรียนในชั้นเนติบัณฑิต รวมถึงต้องพ้นจากตำแหน่งทางการเมือง นิยายของทมยันตีก็เปลี่ยนจากเรื่องราวพาฝัน หรือความรักหนุ่มสาว มาเป็นเรื่องจริงจัง ความบาดหมาง ปวดร้าวของชีวิต และเมื่อเข้าสู่ทศวรรษที่ 2540 คุณหญิงวิมลก็เริ่มเข้าสู่โลกของจิตวิญญาณ ศรัทธาความเชื่อมากยิ่งขึ้น

 

นามปากกา ‘ทมยันตี’ เปลี่ยนไปเขียนนิยายแนวความเชื่อลี้ลับ พลังจิต เช่น ฌาน จิตา กฤตยา ทิพย์ ฯลฯ ควบคู่ไปกับนิยายแนวอิงประวัติศาสตร์ชาตินิยม รวมถึงใช้นามปากกา ‘มายาวดี’ และ ‘ทยุมณิ’ เขียนบทความเรื่องความเชื่อ พิธีกรรม ในนิตยสาร ‘ขวัญเรือน’ และ ‘กุลสตรี’

 

แนวทางความเชื่อของทมยันตี ดูจะเป็นการผสมผสานระหว่างพราหมณ์กับพุทธ โดยมีแกนกลางความศรัทธาแบบชาตินิยม-กษัตริย์นิยม เป็นหลัก ดังปรากฏในเรื่อง กษัตริยา, อตีตา, แก้วกัลยาแห่งแผ่นดิน หากอ่านจากงานคอลัมน์และนิยาย จะพบว่าทมยันตีเชื่อในความดีสูงสุดสมบูรณ์บางอย่าง และเชื่อมั่นว่าสิ่งที่ตนเองทำนั้นถูกต้องอยู่เสมอ

 

 

ทมยันตีกับการส่งเสริมงานเขียน

 

ในระหว่างนั้น กฎหมายลิขสิทธิ์ที่เปลี่ยนแปลงไปตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ทำให้คุณหญิงวิมลเรียกร้องสิทธิในผลงานนิยายของตน ที่เคยอนุญาตให้ตีพิมพ์ในอดีต เรียกคืนลิขสิทธิ์นิยายเรื่องเก่ามาให้สำนักพิมพ์ ณ บ้านวรรณกรรม จัดตีพิมพ์ใหม่เป็นชุดจนถึงปัจจุบัน

 

ภาพจำที่นักอ่านคุ้นชินของทมยันตีในยุคหลัง คือหญิงชราในชุดขาวห้อยสายประคำ นั่งประจำคอยพูดคุยกับนักอ่านน้อยใหญ่ในบูธสำนักพิมพ์ ณ บ้านวรรณกรรม กลางงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ หรือออกงานพูดสร้างแรงบันดาลใจในการเขียน ซึ่งทางสำนักพิมพ์ ณ บ้านวรรณกรรม จัดให้ตามโรงเรียนและสถาบันการศึกษาต่างๆ

 

จากการสร้างแรงบันดาลใจให้นักอ่านหันมาเขียนผลงานของตัวเอง ในปี 2548 สำนักพิมพ์ ณ บ้านวรรณกรรม จึงได้จัดประกวดนิยายชิงรางวัล ‘ทมยันตี อะวอร์ด’  ซึ่งจัดต่อเนื่องกันสามครั้ง ก่อนจะเลิกราไปในปี 2552 เนื่องจากปัญหาความล่าช้าในการพิจารณาประกาศผล และการตอบรับจากผู้อ่านที่ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร

 

บทบาทของ ‘ทมยันตี’ จึงตัดขาดออกจากการเมืองระดับประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการเคลื่อนไหวของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยในช่วง 2548-2550 หรือกลุ่ม กปปส. ในปี 2556-2557 แตกต่างจากเหล่านักเขียนชื่อดังในแวดวงวรรณกรรมไทยร่วมยุค ที่ดูเหมือนจะ ‘ใส่เสื้อเหลือง เป่านกหวีด’ กันเกือบทุกราย

 

 

ล้านนาเทวาลัย ชีวิตในบั้นปลาย

 

เมื่อคุณหญิงวิมลพบอาการป่วยโรคเส้นเลือดในสมองตีบ จึงไปสร้างสถานที่สงบเพื่อพักภาวนา ที่อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ ในชื่อ ‘ล้านนาเทวาลัย’ หรือชื่อเต็ม อวันตี สวรา ล้านนาเทวาลัย

 

หากได้ไปเยือนล้านนาเทวาลัยที่เชียงใหม่ ก็จะได้พบกับความเป็น ‘ทมยันตี’ ในเชิงจิตวิญญาณเหมือนหลุดเข้าไปในโลกนิยาย ด้วยสะพานข้ามคลองน้ำเข้าสู่ระเบียงคดที่รายรอบด้วยเทวรูป และตำหนักกลางที่ประดิษฐานพระวิษณุและพระลักษมี เป็นองค์ประธาน มีพระศิวะและพระแม่ปรรพตีเป็นองค์รอง ประดับข้างด้วยพระพิฆเนศวรและพ่อแก่ฤๅษี เป็นเทวาลัยผสมผสานศิลปะล้านนากับรูปบูชาสมัยใหม่เข้าด้วยกัน

 

ในเทวาลัยยังมีหอพระ ห้องศาสตราวุธ และพื้นที่พำนักของทมยันตีแยกออกเป็นสัดส่วน นอกจากนี้ ยังมีพื้นที่จำหน่ายหนังสือ เทวรูป กำยาน เครื่องบูชาเทพเจ้า และตุ๊กตาคุณยายทมยันตีเป็นของที่ระลึก

 

ด้วยอาการป่วย ทำให้ทมยันตีออกพบปะผู้คนหรือออกงานสาธารณะน้อยลง รวมถึงน้อยครั้งที่จะให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน โดยเฉพาะในสภาพโรคระบาดโควิดที่ไม่มีการจัดงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ จนกระทั่งมีข่าวการถึงแก่อนิจกรรมในวันที่ 13 กันยายนที่ผ่านมา

 

หากชีวิตเปรียบดังนิยาย คุณหญิงวิมล ศิริไพบูลย์ หรือทมยันตี ก็คงเป็นนิยายมากสีสัน ชนิดที่หากส่งประกวดคงโดนกรรมการคัดออก เนื่องจากไม่น่าเชื่อว่าจะมีชีวิตคนเช่นนี้ได้อยู่จริง

The post ทมยันตี นอกโลกนิยายและการเมือง: วงการวรรณกรรม กฎหมาย และความศรัทธา appeared first on THE STANDARD.

]]>
ย้อนรอย 5 ผลงานภาพยนตร์และละครในตำนาน จากปลายปากกาของ ‘ทมยันตี’ https://thestandard.co/5-film-and-drama-thommayanti/ Mon, 13 Sep 2021 13:27:19 +0000 https://thestandard.co/?p=536204 ทมยันตี

ลมหายใจได้จากไป แต่ผลงานจะถูกจดจำต่อไป    ‘ทม […]

The post ย้อนรอย 5 ผลงานภาพยนตร์และละครในตำนาน จากปลายปากกาของ ‘ทมยันตี’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทมยันตี

ลมหายใจได้จากไป แต่ผลงานจะถูกจดจำต่อไป 

 

‘ทมยันตี’ หรือชื่อจริง คุณหญิงวิมล ศิริไพบูลย์ นักเขียนระดับแนวหน้าของประเทศ และศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ เสียชีวิตลงแล้วอย่างสงบในวันนี้ (13 กันยายน) ด้วยวัย 85 ปี

 

และถ้าชีวิตหมายถึงการเดินทาง ต้องยอมรับว่ารอยเท้าบนเส้นทางวรรณกรรมอันโดดเด่นของ ‘ทมยันตี’ นั้นได้สร้างสรรค์ผลงานที่ผู้คนจดจำไว้มากมาย

 

THE STANDARD POP ขอร่วมแสดงความอาลัยเจ้าของบทประพันธ์ชั้นเยี่ยมผู้ล่วงลับ ด้วยการพาทุกคนไปย้อนรอยผลงาน ‘ส่วนหนึ่ง’ จากนามปากกา ‘ทมยันตี’ ตลอดกว่า 70 ปี ที่ถูกนำมาสร้างต่อในรูปแบบละครโทรทัศน์และภาพยนตร์ครั้งแล้วครั้งเล่า อีกทั้งยังอยู่ในความทรงจำของผู้ชมนับแต่อดีตจนถึงทุกวันนี้ 

 

 

ภาพประกอบ: พิชามญชุ์ วรรณสาร

อ้างอิง:

The post ย้อนรอย 5 ผลงานภาพยนตร์และละครในตำนาน จากปลายปากกาของ ‘ทมยันตี’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ปิดตำนานนามปากกา ‘ทมยันตี’ คุณหญิงวิมล เสียชีวิตแล้วในวัย 85 ปี https://thestandard.co/famous-novelist-thommayanti-dies-aged-85/ Mon, 13 Sep 2021 09:48:01 +0000 https://thestandard.co/?p=536124 ทมยันตี

วันนี้ (13 กันยายน) คุณหญิงวิมล ศิริไพบูลย์ นักเขียนระด […]

The post ปิดตำนานนามปากกา ‘ทมยันตี’ คุณหญิงวิมล เสียชีวิตแล้วในวัย 85 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทมยันตี

วันนี้ (13 กันยายน) คุณหญิงวิมล ศิริไพบูลย์ นักเขียนระดับแนวหน้าของประเทศ และศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ ปี 2555 เจ้าของนามปากกา ‘ทมยันตี’ เสียชีวิตแล้วอย่างสงบ ในวัย 85 ปี

 

โดยทางเพจเฟซบุ๊ก ล้านนาเทวาลัย Lanna Devalai ได้โพสต์ข้อความระบุว่า “วันนี้ คุณยาย ‘ทมยันตี’ ท่านจากไปอย่างสงบ กำหนดการพิธีทางเราจะแจ้งต่อไป ตอนนี้ขอความเป็นส่วนตัวค่ะ”

 

ขณะที่หน้าเพจเฟซบุ๊ก สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย ได้เขียนข้อความแสดงความอาลัยว่า “ขอแสดงความอาลัยยิ่งต่อการจากไปของ คุณหญิงวิมล ศิริไพบูลย์ (ทมยันตี, ลักษณวดี, กนกเรขา, โรสลาเรน, มายาวดี) ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ พ.ศ. 2555”

 

สำหรับ คุณหญิงวิมล ศิริไพบูลย์ เกิดเมื่อ 10 กรกฎาคม 2479 เป็นนักเขียนระดับแนวหน้าของประเทศ เจ้าของนามปากกา ‘ทมยันตี’ อันโด่งดัง นอกจากนี้ยังรวมไปถึงผลงานในนามปากกา ลักษณวดี, กนกเรขา, โรสลาเรน, วัสสิกา และ มายาวดี 

 

โดยนวนิยายของ ‘ทมยันตี’ มีผลงานอันโด่งดังและถูกหยิบมาสร้างเป็นภาพยนตร์และละครโทรทัศน์จำนวนมาก เช่น คู่กรรม, ล่า, พิษสวาท, ใบไม้ที่ปลิดปลิว, ทวิภพ, ดั่งดวงหฤทัย, ค่าของคน, อุบัติเหตุ, ดาวเรือง, เวียงกุมกาม, คำมั่นสัญญา, พี่เลี้ยง, เลือดขัตติยา, โสมส่องแสง ฯลฯ

 

อย่างไรก็ตาม ‘ทมยันตี’ ได้ชื่อว่ามีความสัมพันธ์แน่นแฟ้นกับฝ่ายทหาร และสนับสนุนระบอบทหารในช่วงระยะเวลา 14 ตุลาคม 2516 ถึง 6 ตุลาคม 2519 เธอได้รับแต่งตั้งจากรัฐบาลทหารให้เป็นสมาชิกสภาปฏิรูปการปกครองแผ่นดินหลังการรัฐประหาร 6 ตุลาคม 2519

 

THE STANDARD ขอแสดงความเสียใจและร่วมไว้อาลัยต่อการสูญเสียบุคลากรคนสำคัญของแวดวงวรรณกรรมไว้ ณ โอกาสนี้

The post ปิดตำนานนามปากกา ‘ทมยันตี’ คุณหญิงวิมล เสียชีวิตแล้วในวัย 85 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
แสดงความเสียใจ ‘ทมยันตี’ คุณหญิงวิมล ศิริไพบูลย์ เสียชีวิตแล้วอย่างสงบ ในวัย 85 ปี https://thestandard.co/thommayanti-rip/ Mon, 13 Sep 2021 08:31:53 +0000 https://thestandard.co/?p=536068 Thommayanti

แสดงความเสียใจ วันนี้ (13 กันยายน) คุณหญิงวิมล ศิริไพบู […]

The post แสดงความเสียใจ ‘ทมยันตี’ คุณหญิงวิมล ศิริไพบูลย์ เสียชีวิตแล้วอย่างสงบ ในวัย 85 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
Thommayanti

แสดงความเสียใจ วันนี้ (13 กันยายน) คุณหญิงวิมล ศิริไพบูลย์ นักเขียนระดับแนวหน้าของประเทศ และศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ ปี 2555 เจ้าของนามปากกา ‘ทมยันตี’ เสียชีวิตแล้วอย่างสงบ ในวัย 85 ปี

 

โดยทางเพจเฟซบุ๊ก ล้านนาเทวาลัย Lanna Devalai ได้แจ้งข่าวร้ายของคนในแวดวงวรรณกรรม นักอ่านผู้เป็นแฟนนวนิยาย รวมไปถึงผลงานทั้งภาพยนตร์และละครว่า 

 

“วันนี้ คุณยาย ‘ทมยันตี’ ท่านจากไปอย่างสงบ กำหนดการพิธี ทางเราจะแจ้งต่อไป ตอนนี้ขอความเป็นส่วนตัวค่ะ” 

 

ขณะที่หน้าเพจเฟซบุ๊ก สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย  ได้เขียนข้อความแสดงความอาลัยว่า “ขอแสดงความอาลัยยิ่งต่อการจากไปของ คุณหญิงวิมล ศิริไพบูลย์ (ทมยันตี, ลักษณวดี, กนกเรขา, โรสลาเรน, มายาวดี) ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ พ.ศ. 2555”

 

คุณหญิงวิมล ศิริไพบูลย์ เกิดเมื่อ 10 กรกฎาคม 2479 เธอคือนักเขียนระดับแนวหน้าของประเทศ เจ้าของนามปากกา ‘ทมยันตี’ อันโด่งดัง นอกจากนี้ยังรวมไปถึงผลงานในนามปากกา ลักษณวดี, กนกเรขา, โรสลาเรน, วัสสิกา และมายาวดี  

 

โดยนวนิยายซึ่งผ่านปลายปากกาและหมึกพิมพ์ในฐานะวรรณกรรมของ ‘ทมยันตี’ นั้นเต็มไปด้วยผลงานอันโด่งดังซึ่งอยู่เหนือกาลเวลา และถูกหยิบมาสร้างเป็นภาพยนตร์และละครโทรทัศน์จำนวนมาก เช่น คู่กรรม, ล่า, พิษสวาท, ใบไม้ที่ปลิดปลิว, ทวิภพ, ดั่งดวงหฤทัย, ค่าของคน, อุบัติเหตุ, ดาวเรือง, เวียงกุมกาม, คำมั่นสัญญา, พี่เลี้ยง, เลือดขัตติยา, โสมส่องแสง ฯลฯ 

 

THE STANDARD POP ขอแสดงความเสียใจ และร่วมไว้อาลัยต่อการสูญเสียบุคลากรคนสำคัญของแวดวงวรรณกรรมที่มีคุณูปการต่อประวัติศาสตร์วงการบันเทิงไทยไว้ ณ โอกาสนี้ 

 

ภาพ: facebook.com / lannadevalai 

อ้างอิง: 

The post แสดงความเสียใจ ‘ทมยันตี’ คุณหญิงวิมล ศิริไพบูลย์ เสียชีวิตแล้วอย่างสงบ ในวัย 85 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
แนะนำละครไทยน่าดูประจำปี 2562 ครบครันที่สุด ทุกค่าย ทุกช่อง! https://thestandard.co/thai-drama-2562/ https://thestandard.co/thai-drama-2562/#respond Thu, 24 Jan 2019 12:10:35 +0000 https://thestandard.co/?p=185726

THE STANDARD POP รวบรวมโปรเจกต์ละครไทยปี 2562 มาให้คุณไ […]

The post แนะนำละครไทยน่าดูประจำปี 2562 ครบครันที่สุด ทุกค่าย ทุกช่อง! appeared first on THE STANDARD.

]]>

THE STANDARD POP รวบรวมโปรเจกต์ละครไทยปี 2562 มาให้คุณได้ติดตามกัน ครบทุกช่อง ทุกค่าย และต่างมีความน่าสนใจที่หลากหลาย ทั้งพาเหรด ‘นักแสดงอิสระ’ ที่ต่างรับงานหลากหลายช่อง เพิ่มมิติใหม่ๆ ให้กับวงการอย่างน่าสนใจ หรือรวมไปถึงการลุยละครของค่าย Change 2561 ของ พี่ฉอด-สายทิพย์ มนตรีกุล ที่หยิบยกเอาบทประพันธ์ชั้นครูมากมายมานำเสนอ แถมยังโผล่ไปอยู่เกือบทุกช่อง! รวมไปถึงอีกสิ่งน่าสนใจคือการเข้ามาลุยตลาดละครอย่างเต็มตัวของช่อง PPTV ที่พร้อมสู้ศึกกับช่องใหญ่ๆ อย่างไม่หวั่นเกรง

 

ช่อง 3 งัดไม้เด็ด ส่งละครพีเรียดกู้เรตติ้ง

เริ่มต้นกันที่ช่อง 3 หลังจากที่ครองตำแหน่งเจ้าของช่องที่มีละครเรตติ้งสูงสุดของปีเมื่อปีที่แล้วอย่าง บุพเพสันนิวาส ก็ดูยังไม่มีวี่แววว่าละครเรื่องไหนจะทำผลงานให้เรตติ้งช่องกระเตื้องขึ้นมาได้อีก โดยเฉพาะละครล็อตแรกของปีที่เปิดตัวใหม่ทั้งหมด เริ่มต้นจากละครดองค้างปีค้างชาติ บ่วงนฤมิต ที่เรตติ้งต่ำจนน่าใจหาย ไม่รู้เพราะตัวละครที่ดองไว้จนเก่า หรือกระแสสังคมในกรณีของนางเอกสาว แมท ภีรนีย์ ที่ส่งผลกระทบกับละครขนาดนี้

 

Photo: Instagram @verasalon

 

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเรายังเอาใจช่วยเธอในไม้เด็ดของช่อง 3 ปีนี้อย่าง ลิขิตรักข้ามดวงดาว ละครฟอร์มดีที่ซื้อลิขสิทธิ์มาจากซีรีส์เกาหลียอดฮิต You Who Came From the Stars ประกบคู่ครั้งแรกกับ ณเดชน์ คูกิมิยะ และที่เราอยากชมเป็นพิเศษ เพราะว่าสิ่งหนึ่งที่ต้องยอมรับจริงๆ คือ ภีรนีย์เป็นผู้หญิงที่รับบทคอเมดี้ได้ถึงกึ๋น ดูจากบทก่อนๆ ของเธออย่างบท ‘ลูกจัน’ ใน รักนี้…เจ้จัดให้ (2557) ที่เธอทำได้ยอดเยี่ยม แต่เราต้องมาลุ้นกันอีกทีว่าจะได้ฉายเมื่อไร เพราะว่าหนึ่งในนักแสดงนำอย่าง ณเดชน์ คูกิมิยะ ออกมาให้สัมภาษณ์เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมาว่า ละครเรื่องนี้เลื่อนฉายออกไปอย่างไม่มีกำหนด แต่เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา การถ่ายทำละครเรื่องนี้ก็ยังดำเนินไปอย่างปกติ โดยมีการอัปเดตภาพผ่านทางอินสตาแกรมส่วนตัวของผู้กำกับ ใหม่-ภวัต พนังคศิริ

 

นอกจากนี้ในช่วงต้นปีเรายังจะได้ชม ทองเอก หมอยา ท่าโฉลง การกลับสู่หน้าจออีกครั้งของ มาริโอ้ เมาเร่อ ที่ห่างหายไปเกือบ 2 ปีเต็มนับจากบท ‘หลาวเปิง’ ใน บ่วงบรรจถรณ์ เวอร์ชันรีเมกที่เงียบกริบเมื่อปี 2560 ความน่าสนใจของละครเรื่องนี้คือ การพลิกแพลงความโมเดิร์นของตัวละคร ยัดเข้าไปในฉากหลังยุคอยุธยาที่น่าสนใจ ทั้งยังอาจจะเจริญรอยตาม ‘พี่มากโมเดล’ ที่มีแก๊งอยุธยาคิวต์บอยมาเป็นจุดขาย จะออกหัวออกก้อยเราก็ไม่รู้

 

 

หมัดเด็ดที่สุดของช่อง 3 ปีนี้เราขอยกให้ 2 เรื่องที่น่าดูชมที่สุด เริ่มจาก กรงกรรม ละครพีเรียดจากค่ายแอคอาร์ตของ อ๊อฟ-พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง ที่ว่าด้วยเรื่องของการเวียนว่ายของกรรมที่ทำต่อกันไว้ของตัวละครจำนวน ‘เยอะมาก’ แต่ความน่าสนใจคือ การกลับมาเล่นละครอีกครั้งกับช่อง 3 ของ ใหม่ เจริญปุระ ในรอบ 29 ปี กับบท ‘ย้อย’ ตัวดำเนินเรื่องหลักที่ต้องฟาดฟันกับ เบลล่า-ราณี แคมเปน ที่พร้อมพลิกบทบาทเป็นโสเภณีร้ายๆ ครั้งแรก และเชื่อว่าเธอจะสลัดภาพแม่หญิงการะเกดออกไปได้จนหมด และสำหรับประเด็นอาการป่วยของผู้กำกับ อ๊อฟ พงษ์พัฒน์ ในช่วงหนึ่งที่ส่งผลให้เขาต้องพักรักษาตัวและไม่สามารถมานั่งแท่นผู้กำกับต่อได้ ละครเรื่องนี้จึงได้ อู๋-ธนากร โปษยานนท์ มาช่วยกำกับในอีก 30 เปอร์เซ็นต์ที่เหลือของเรื่อง

 

Photo: Instagram @noproblemfg

 

อีกหมัดเด็ดของช่อง 3 ที่น่าดูเหลือเกินคือ กลิ่นกาสะลอง ละครพีเรียดข้ามยุคข้ามเวลาของ ญาญ่า อุรัสยา และ เจมส์ มาร์ ความน่าสนใจคือ การได้ สันต์ ศรีแก้วหล่อ ผู้กำกับลูกหม้อของช่องวัน 31 มาลองเพิ่มรสชาติใหม่ๆ ให้กับช่อง 3 นับเป็นการเยือนถิ่นเก่าอีกครั้งของสันต์เองที่เคยกำกับละคร ฟ้าเพียงดิน ซึ่งเป็นละครเรื่องแรกในชีวิตของเขาให้กับวิกพระราม 4 เมื่อปี 2544 และที่เราบอกว่าละครเรื่องนี้คือหมัดเด็ดก็เพราะ ญาญ่า อุรัสยาจะเติบโตขึ้นไปอีกด้วยบทสาวเหนือ ‘ซ้องปีป’ แฝดร้ายสุดขั้วของนางเอก ซึ่งเราอยากเห็นนางเอกสาวคนนี้ในบทแบบนี้มานานแล้ว

 

ก้าวต่อไปของช่องวัน คือละครรีเมกเกือบทั้งหมด!

ปีที่แล้วต้องยกให้เป็นปีที่ช่องวันเร่งเครื่องเหยียบมิดไมล์เพื่อจะได้ต่อสู้กับคู่แข่งช่องใหญ่ๆ และแน่นอนว่าพวกเขาทำได้แล้ว ทั้งการมาถึงของ เมีย 2018, พรหมไม่ได้ลิขิต, เรือนเบญจพิษ และ เลือดข้นคนจาง ละครช่วงใหม่ที่กวาดสายตาคนในออนไลน์ไปอย่างท่วมท้น และในปีนี้ต้องบอกว่าพวกเขามีโปรเจกต์มากมายหลากหลายแนวให้เราได้ชมแรงกระเพื่อมใหม่ๆ ของละครไทย

 

ภาพจากละคร หน้ากากแก้ว

 

เริ่มต้นจากละครที่คาบเกี่ยวมาจากปีที่แล้ว หน้ากากแก้ว ที่เรตติ้งกระเตื้องไปพร้อมๆ กับความสนุกและชั้นเชิงในการเล่าเรื่องที่พลิกแพลงไปมาอย่างน่าติดตาม พร้อมทั้งการแสดงของ ป๊อก-ปิยธิดา มิตรธีรโรจน์ ที่สะใจเหลือเกิน เหลืออีกเพียงไม่กี่ตอน ละครก็จะจบแล้ว เราขอยืนยันตรงนี้ว่า แนท อนิพรณ์ ไม่สามารถทำให้เราติดตามเธอไปตลอดรอดฝั่งได้ ด้วยความด้อยประสบการณ์ของเธอในช่วงแรกๆ ของละคร เธอจึงไม่ได้นำพาผู้ชมเข้าถึงตัวละครใดๆ เลย แต่อย่างน้อยๆ ในช่วงหลังที่ตัวละครของ ‘ลูกแก้ว’ ฟื้นขึ้นมาแล้ว เธอจะตีตื้นการแสดงขึ้นมาได้อย่างน่าสนใจ เราคอยเอาใจช่วยอยู่

 

หน้าปกหนังสือ ใบไม้ที่ปลิดปลิว และ ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก ขณะกำลังฟิตติ้งบท ‘นิรา’

 

Photo: Instagram @djpchod

 

โปรเจกต์หนึ่งที่ฮือฮาอย่างมาก หลังจากฟิตติ้งกันไปเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา คือการหยิบเอาบทประพันธ์สุดดราม่าของ ทมยันตี เรื่อง ใบไม้ที่ปลิดปลิว มาทำเป็นละคร โดยเป็นครั้งแรกที่ค่าย Change 2561 ของ พี่ฉอด-สายทิพย์ มนตรีกุล ณ อยุธยา จะป้อนละครให้ช่องวัน ละครว่าด้วยเรื่องราวความรักช้ำๆ ของ ‘นิรา’ ผู้หญิงข้ามเพศคนหนึ่งที่มีต่ออาแท้ๆ ของเธอ บทหนักๆ นี้จะได้ ใบเฟิร์น-พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์ มานำแสดง ซึ่งเธอต้องใช้แสนยานุภาพทางการแสดงอย่างมากในการรับบทเป็นผู้หญิงข้ามเพศ แน่นอนว่าท้าทายตัวเธอ และคาดหวังว่าจะส่งให้เธอยืนหนึ่งบนเวทีรางวัลต้นปีหน้าได้อย่างแน่นอน นอกจากนี้ยังมีชื่อของ เจี๊ยบ-วรรธนา วีรยวรรธน รับหน้าที่เขียนบทโทรทัศน์อีกด้วย รวมถึงการกลับมารับเล่นละครอีกครั้งของ แซม-ยุรนันท์ ภมรมนตรี ในรอบ 11 ปี!

 

 

ล็อตต่อไปของละครช่องวัน 31 คุณจะได้ชม ทะเลริษยา ละครเก่าจากปี พ.ศ. 2549 ที่ได้ อ้อม-พิยดา จุฑารัตนกุล รับบท ‘ภาวิณี’ ที่เป็นบทเดิมของ นก-สินจัย เปล่งพานิช พร้อมโปรยขายของกันสุดฤทธิ์ว่าเป็นบทบาทที่ร้ายกาจที่สุดของเธอ แน่นอนว่าฝีมือการแสดงเธอไปไกลมากๆ แล้วคงไม่ร้ายอ่อนแรงเหมือนตอนเรื่อง อาทิตย์ชิงดวง หรอก นอกจากนี้ยังเป็นการร่วมงานกันในละครยาวครั้งแรกของพิยดาและ แท่ง-ศักดิ์สิทธิ์ แท่งทอง หลังจากร่วมชายคา บางรักซอย 9 และ ซอย 9/1 กันมากว่า 10 ปี ส่วนอีกเรื่องคือ รักไม่ลืม ที่ได้ โอบ-โอบนิธิ วิวรรธนวรางค์ ขึ้นแท่นพระเอกเต็มตัว ประกบกับ มิลลี่-คามิลลา กิตติวัฒน์ กับเรื่องราวความรักของคนความจำเสื่อม หลงๆ ลืมๆ เจือด้วยความบู๊แอ็กชันตามล่าห้ำหั่นที่น่าจะเข้าสูตรฮิตได้ไม่ยาก

 

ภาพจากละคร หัวใจศิลา

 

ช่องวันปีนี้ยังมีละครรีเมกอีกเพียบ ทั้งการที่ ต่อ-ธนภพ ลีรัตนขจร จะมาพิสูจน์พลังทางการแสดงของเขาใน หัวใจศิลา ละครเก่าที่เคยออกฉายเมื่อ 12 ปีก่อน โดยธนภพจะมารับบท ‘ศิลา’ บทเดิมที่ บี้-สุกฤษฎิ์ วิเศษแก้ว เคยแสดงไว้ ความน่าสนใจที่สุดของละครเรื่องนี้นอกเหนือจากบทพระเอกแล้ว ยังเป็นการประชันฝีมือของสองสาวนักแสดงที่โคจรมาเจอกันครั้งแรกบนจออย่าง นุ่น-ศิรพันธ์ วัฒนจินดา และ แอน-สิเรียม ภักดีดำรงฤทธิ์ ฟาดพลังถลึงตากันจอแตกแน่นอน!

 

ภาพจากละคร หีบหลอนซ่อนวิญญาณ

 

ปีนี้ช่องวัน 31 ยังส่ง หีบหลอนซ่อนวิญญาณ โดยมี เฌอเบลล์-ลัลณ์ลลิน เตจะสา เวศซ์ รับบทผีเอื้องจันทร์ ผีตัวหลักของเรื่อง พร้อมยังเป็นการกระโดดข้ามช่องครั้งแรกของสองสาว กระติ๊บ-ชวัลกร วรรธนพิสิฐกุล และ นุ่น-รมิดา ประภาสโนบล ที่จะมาเสริมให้ละครแข็งแรงขึ้นอีกด้วย, ฤกษ์สังหาร นิยายขึ้นหิ้งอีกเรื่องของวรรณวรรธน์ ที่แฟนๆ รอคอยกันมาเนิ่นนานว่าเมื่อไรจะมีคนหยิบนิยายเรื่องนี้มาทำละครสักที จนในที่สุดก็ตกไปอยู่ในมือของผู้กำกับอย่าง สันต์ ศรีแก้วหล่อ (เลือดขัตติยา, พิษสวาท, ล่า) ที่มั่นใจได้เลยว่าจะต้องออกมาน่าสนใจ โดยตัวนิยายเองที่เป็นเรื่องราวเชิงการเมืองและไสยศาสตร์น่าจะถูกใจคนดูไม่น้อย โดยตอนนี้วางตัว ฌอห์ณ จินดาโชติ รับบทนำ, ภูตพิศวาส การกลับมาอีกครั้งของภูตสาวผีดิบที่กัดคอดูดเลือดเป็นอาหาร น่าสนใจตรงที่เป็นการนำเอาสองนักแสดงดาวรุ่งของช่องวัน ทั้ง ฟิล์ม-ธนภัทร กาวิละ และ ใบเฟิร์น-อัญชสา มงคลสมัย มาแสดงร่วมกัน ซึ่งถ้าเกิดฮิตเปรี้ยงปร้างขึ้นมา ว่าที่พระ-นางแถวหน้าคนใหม่คงไม่พ้นสองคนนี้แน่นอน เพราะด้วยฝีมือทางการแสดงแล้ว พวกเขาไม่แพ้ใครแน่นอน, แก้วขนเหล็ก อีกโปรเจกต์ที่ได้พระเอกอย่าง โอม-อัชชา นามปาน กระโดดจากช่อง 3 มารับบทนำในเรื่องประกบกับ หนูนา-หนึ่งธิดา โสภณ และ ซี-ศิวัฒน์ โชติชัยชรินทร์ ที่เป็นการร่วมงานกับช่องนี้เป็นครั้งแรกเช่นกัน

 

ช่อง 7 มุ่งหาคนเมืองกระเตื้องเรตติ้ง

ช่อง 7 สีทีวีเพื่อคุณปีนี้เรายังจะได้เห็นก้าวใหม่ๆ จากละครช่องนี้อย่างแน่นอน ซึ่งแน่นอนว่ามีละครหลายๆ เรื่องที่ช่องตั้งใจขายกลุ่มคนเมืองมากขึ้น ทั้งยังจะได้เห็นผลงานของนักแสดงหน้าใหม่ๆ ที่พร้อมชิมลางโชว์ฝีมือทางการแสดงให้คุณได้ชม และเราภาวนาให้ละครช่อง 7 สีได้มีบทบาทเข้าชิงรางวัลของละครให้มากขึ้นในปีนี้

 

 

โปรเจกต์ที่น่าสนใจที่สุดคือการหวนกลับมาบ้านเดิมของ นุ่น-วรนุช ภิรมย์ภักดี ที่เธอจะกลับมาโชว์ศักยภาพทางการแสดงใน เพลิงเสน่หา ละครพีเรียดย้อนยุคที่เธอจะมาประชันการแสดงกับ เคลลี่ ธนะพัฒน์ และ เจี๊ยบ-โสภิตนภา ชุ่มภาณี นับเป็นความเซอร์ไพรส์ที่แฟนๆ รอคอย หลังจากเธอวนเวียนไปฝากผลงานเยี่ยมๆ ระดับมาสเตอร์พีซไว้ในช่องอื่นๆ มาแล้ว ทั้ง ‘อีลำยอง’ ใน ทองเนื้อเก้า และ ‘คุณอุบล’ ใน พิษสวาท และนี่เป็นการกลับหวนสู่จอเจ็ดสีในรอบ 8 ปี นับจากละครเรื่อง เส้นตายสลายโสด ที่เป็นละครเรื่องสุดท้ายของเธอกับวิกหมอชิต

 

ส่วนอีกสาวเบอร์ต้นของช่องอย่าง มิน พีชญา ก็พร้อมแสดงความสามารถของเธออย่างเต็มที่ใน สองนรี ละครเก่าที่ แอน ทองประสม เคยแสดงไว้เมื่อปี 2542 และพีชญาจะมารับบท ‘ปณิธี’ สาวสองร่างสุดแซ่บ ประกบคู่กับสองหนุ่ม ธันวา สุริยจักร และเกรท สพล การันตีความละเมียดละไมในโปรเจกต์นี้ด้วยค่ายพอดีคำ

 

Photo: Instagram @sammycowelll

 

นอกจากนี้เรายังจะได้ชมละครรีเมกอีกเรื่องที่น่าดูสุดๆ อย่าง หลงเงาจันทร์ ที่เคยสร้างปรากฏการณ์ถนนโล่งในตอนจบมาแล้วจากเวอร์ชันเก่าในปี 2549 ส่วนเวอร์ชันล่าสุดนี้บทของ ‘พิมพ์’ สาวอ่อนแอผู้น่าสงสารตกเป็นของ แซมมี่ เคาวเวลล์ ที่ไม่รู้ว่าเวอร์ชันนี้เธอจะพูดไดอะล็อก ‘พิมพ์ไม่สู้’ ได้น่าสงสารจนเรียกคะแนนจากผู้ชมได้มากแค่ไหน

 

ภาพจากละคร เมียน้อย (บน) และ ก่อนอรุณจะรุ่ง (ล่าง)

 

GMM 25 ยังเน้นละครประเด็นแรง

ฟากบ้าน GMM 25 ปีนี้นอกจากจะมีซีรีส์ของ GMMTV รอจ่อคิวฉายมากมายแล้ว ดูเหมือนว่าละครของช่องนี้ก็จะทวีความเข้มข้นมากขึ้นไปอีก ทั้งในเรื่องเนื้อหาที่ยังคงมีละครให้ ‘ตัวละครหญิง’ ได้แสดงพลังงานและอำนาจทางเพศของตัวเองกันออกมา โดยเฉพาะสองเรื่องแรกของล็อตประเดิมต้นปี ทั้ง เมียน้อย บทประพันธ์ของ ทมยันตี ซึ่งในเรื่องนี้น่าจะเป็นการเติบโตทางการแสดงของ มุก-วรนิษฐ์ ถาวรวงศ์ ที่เธอจะต้องก้าวผ่านการเป็นนักแสดงหญิงหน้าใส กร้านโลกขึ้นด้วยบทที่หนักหน่วง แถมยังได้ประกบกับนักแสดงระดับฝีมืออีกมากมาย ฉะนั้นเราควรจับตาดูเธอเอาไว้ให้ดี

 

ส่วนอีกเรื่องอย่าง ก่อนอรุณจะรุ่ง ที่จุดขายหลักๆ ของเรื่องที่การประพันธ์บทเองครั้งแรกของ อาจารย์ศัลยา สุขะนิวัตติ์ ที่ฝากผลงานการเขียนบทโทรทัศน์ยอดเยี่ยมมาแล้วหลายเรื่อง ทั้ง ดอกส้มสีทอง, ทรายสีเพลิง, ดอกโศก และ บุพเพสันนิวาส และกับเรื่องนี้เป็นเรื่องแรกที่อาจารย์ศัลยาพล็อตเรื่องขึ้นมา ว่าด้วยเรื่องของ ‘อรุณฉาย’ เด็กสาวที่ถูกพ่อตัวเองข่มขืน และหลังจากนั้นคือการสำรวจชีวิตของเธอและครอบครัวที่ต้องฝ่าฟันโศกนาฏกรรมนี้ไปให้ได้ นอกเหนือจากบทที่เชื่อขนมกินได้ว่าต้องยอดเยี่ยม เรายังคิดถึงการแสดงของ กวาง-กมลชนก เขมะโยธิน ที่หวนกลับมาแสดงละครดราม่าจัดๆ อีกครั้งหนึ่ง

 

GMM 25 ยังมีผลงานจากค่าย Change 2561 ของพี่ฉอด สายทิพย์ รอลงจอฉายอีกเพียบ ทั้ง นางมาร ซึ่งคงต้องนับว่าเป็นละครพีเรียดเรื่องแรกของค่ายนี้ที่หยิบเอาบทประพันธ์ของ เพไนย เพียงศูนย์ ที่เคยนำมาทำเป็นละครเมื่อ 17 ปีก่อน โดยในเวอร์ชันใหม่นี้ได้ จั๊กจั่น อคัมย์สิริ, รัดเกล้า อามระดิษ, ใหม่ สุคนธวา และ กระติ๊บ ชวัลกร มาร่วมสังคายนาเรื่องราวของความแค้นข้ามโลกข้ามภพ ซึ่งมีผู้กำกับมากฝีมืออย่าง มะเดี่ยว-ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล กุมบังเหียนขับเคลื่อนความแซ่บนี้

 

 

รวมไปถึงละครที่เคยดังถึงขีดสุดมาแล้วในอดีต ทั้ง ตกกระไดหัวใจพลอยโจน นำมารีเมกใหม่ พา ‘คุณนายเต่าร้อง’ บทเก่าที่น่ารักเหลือเกินของ แหม่ม-คัทลียา แมคอินทอช ให้กลับมามีชีวิตอีกครั้งโดยนักแสดงสาว ยิปโซ-อริย์กันตา มหาพฤกษ์พงศ์ ประกบคู่กับ เป้-อารักษ์ อมรศุภศิริ ในบทนายอำเภอชาติ ที่ ติ๊ก-เจษฎาภรณ์ ผลดี เคยแสดงไว้

 

ส่วนอีกเรื่องที่ GMM 25 นำมารีเมกเช่นกันนั่นคือ รักนี้หัวใจเราจอง ละครเก่าเมื่อปี 2550 ที่ได้ เคน ธีรเดช ประกบคู่กับ เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ์ โดยในเวอร์ชันใหม่นี้บท ‘นายถั่วพู’ ตกเป็นของ โทนี่ รากแก่น ส่วนบท ‘ราวีน่า’ อยู่ในมือของ แพต-ชญานิษฐ์ ชาญสง่าเวช ซึ่งเรายังหวั่นใจในพลังงานของชญานิษฐ์ในบทนางเอกเต็มตัว หลังจากที่เธอรับบทนำสำคัญใน ไร้เสน่หา ในปีที่ผ่านมา และเธอยังทำได้ไม่โดดเด่นนัก ฉะนั้นเราจะรอชมการปล่อยของของเธอในเรื่องนี้ เพราะเราเชื่อว่าเธอจะสามารถแบกบทโรแมนติกคอเมดี้เช่นนี้ได้อย่างน่าสนใจ

 

Photo: Instagram @golfanuwatfans

 

ส่วนอีกเรื่องที่เปิดเผยออกมานิดหน่อยคือ เนื้อใน บทประพันธ์ของ กฤษณา อโศกสิน ที่ยังไม่เคยนำมาทำเป็นละคร และนี่เป็นครั้งแรกที่ตัวละคร ‘ปลี’ จะได้ออกมาโลดแล่นนอกหนังสือ แต่ทีนี้ด้วยเนื้อหาที่รุนแรงว่าด้วยการต่อสู้เชิงอำนาจทางเพศของตัวละคร ไม่รู้ว่าผู้กำกับและทีมเขียนบทจะตีความออกมาเป็นอย่างไรให้ร่วมสมัย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นรายชื่อนักแสดงที่จะมาร่วมเผยเนื้อในของมนุษย์นั้นน่าสนใจมากๆ! โดยเฉพาะการปรากฏตัวของ คริส หอวัง, ไอซ์ อภิษฎา, รถเมล์ คะนึงนิจ, ปุยฝ้าย ณัฎฐพัชร์ และดิว อริสรา ในเรื่องเดียวกัน คงฟาดฟันพลังหญิงกันอย่างเต็มที่ ส่วนที่แฟนนิยายแอบครวญกันเบาๆ คือ พลังของฝ่ายชายที่ยังไม่แข็งแรงและน่าสนใจมากพอ ทั้ง กอล์ฟ อนุวัฒน์ และ อาร์ต พศุตม์ รอชมตัวอย่างเต็มๆ กันอีกที

 

 

ละครช่อง 8 มาเรื่อยๆ อย่างเรียงๆ

ส่วนช่อง 8 เองก็ยังลุยหน้าละครต่อไป หลังจากที่ สาปกระสือ และ ซิ่นลายหงส์ ทำหน้าที่ในการเป็นละครกู้เรตติ้งช่องได้อย่างยอดเยี่ยม และในปีนี้ช่อง 8 ก็เตรียมส่ง ปมรักสลับหัวใจ ออกมาให้แฟนๆ ได้ชม ความแข็งแรงของละครเรื่องนี้คือนักแสดงนำที่น่าสนใจ ทั้ง แอนดริว เกร็กสัน และ เชียร์ ฑิฆัมพร ที่จะมาในเรื่องราวดราม่าโรแมนติกที่แอนดริวจะต้องรับบทฝาแฝดผู้หลงรักผู้หญิงคนเดียวกัน

 

 

นอกจากนี้ช่อง 8 ยังปล่อย ดงผู้ดี เวอร์ชันรีเมกที่เคยแจ้งเกิด ‘หนูขม’ แต้ว-ณฐพร เตมีรักษ์ มาแล้วเมื่อ 10 ปีก่อน โดยเวอร์ชันล่าสุดนี้ได้ค่ายสามัญการละครของ ตั้ว-ศรัณยู วงษ์กระจ่าง มารับหน้าที่กำกับ และที่สำคัญบทพระเอกของเรื่องอย่าง ‘อาชาติสยาม’ ก็ยังตกเป็นของ สมาร์ท-กฤษฎา พรเวโรจน์ ซึ่งเป็นบทเดียวกันกับเมื่อ 10 ปีที่แล้วนั่นแหละ! ส่วนละคร เพลิงริษยา ก็เป็นอีกเรื่องที่พระเอกตัวสูงชะลูด ณัฐรัฐ โมริส เลอกรอง ข้ามช่องมาเล่นเป็นครั้งแรก ประกบกับ โซฟี่-อัปสรสิริ อินทรคูสิน น้องสาวคนเก่งของ ชิน ชินวุฒิ ที่กระโดดจากบ้านหมอชิตมารับบทร้ายครั้งแรก นอกจากนี้ช่อง 8 ยังจะมีละครของ ตูมตาม-ยุทธนา เปื้องกลาง ที่ข้ามช่องมาแสดงในเรื่อง บุษบาเปื้อนฝุ่น ประกบกับ แซนดี้-ชลิดา กล่ำปาน นางเอกใหม่ของช่อง แถมตัวบทยังมีความเป็นนางเอกสู้ชีวิต น่าจะถูกใจแฟนๆ ละครค่ำได้ไม่น้อย

 

รองเท้านารี และ ภมร สองนิยายที่กำลังจะกลายเป็นละครช่องอมรินทร์ทีวี

 

ก้าวใหม่ของอมรินทร์ทีวีคือละครสองรส

ส่วนช่องที่จะเริ่มลุยตลาดละครอย่างน่าสนใจในปีหน้าก็คงต้องพูดถึงช่องอมรินทร์ทีวี ที่จะเริ่มหันมาจับตลาดละครบ้าง ซึ่งยังคงเป็นผลงานจากบ้าน Change 2561 ของพี่ฉอดอีกเช่นกัน (ขยันจริงๆ) โดยเปิดเผยชื่อละครออกมาแล้วทั้ง 2 เรื่อง ได้แก่ รองเท้านารี และ สามีสีทอง โดยเรื่องแรกนั้นเป็นนิยายจากบ้านอมรินทร์เอง ซึ่งประพันธ์โดยดาริส อันมีตัวละครหลักเป็นผู้หญิงโสด 4 คน 4 สไตล์ โดยอุปมาอุปไมยการเลือกคู่ครองของพวกเธอผ่านรองเท้า 4 คู่ เพื่อหาคู่ที่เหมาะสมที่สุด และ 4 สาวที่ว่าจะรับบทโดย โฟร์ ศกลรัตน์, แก้ว จริญญา, ยิปโซ อริย์กันตา และ โฟกัส จีระกุล ซึ่งคาดว่าจะออกอากาศในช่วงเดือนตุลาคม

 

ส่วน สามีสีทอง เป็นการนำเอาบทประพันธ์เรื่อง ภมร ของ กฤษณา อโศกสิน มาตีความใหม่และนำเสนอให้ร่วมสมัย โดยในนิยายนั้นว่าด้วยเรื่องของความไม่สมบูรณ์แบบของครอบครัว 3 ครอบครัวซึ่งเป็นเพื่อนสนิทกัน และเราจะได้เห็นนักแสดงรุ่นใหญ่มากมายมาปะทะกันอย่างสุดฝีมือ ทั้ง นุสบา ปุณณกันต์, ศรราม เทพพิทักษ์, ลภัสรดา ช่วยเกื้อ, วรฤทธิ์ เฟื่องอารมย์, แคทรียา อิงลิช และ ฟลุค-เกริกพล มัสยวาณิช โดยมีคิววางแผนฉายในช่วงกลางปีนี้

 

 

แรงกระเพื่อมใหม่วงการละครไทย

ถ้าคุณคิดว่าละครไทยยังมีความหลากหลายไม่มากพอ ในปีนี้เราขอให้คุณอย่าประมาทช่อง PPTV ที่พร้อมจัดทัพละครมากมายมาให้คุณได้ชมในปีนี้ ซึ่งมีรายชื่อของนักแสดงอิสระมากมายรวมอยู่ในนั้น

 

เริ่มต้นจากการหยิบเอาบทประพันธ์ของ แก้วเก้า ที่ชื่อ กลับไปสู่วันฝัน มาทำเป็นละคร ซึ่งมีความน่าสนใจอย่างมากกับละครแฟนตาซีดราม่า ว่าด้วยเรื่องของ ‘พิมพ์ฉัตร’ สาวใหญ่วัย 50 ปีที่ได้รับโอกาสให้ย้อนวัยกลับไปเป็นสาวอีกครั้ง และนี่จะเป็นการเลือกบทที่น่าสนใจมากๆ อีกครั้งของ ป๊อก-ปิยธิดา มิตรธีรโรจน์ ที่จะรับบท ‘พิมพ์ฉัตร’ ร่วมด้วย ออย ธนา, สมาร์ท กฤษฎา, บีม กวี ส่วนอีกเรื่องที่ยังไม่ทราบรายละเอียดอะไรมากนักคือ วุ่นรักนักข่าว การโคจรมาเจอกันครั้งแรกอย่างเป็นทางการของ นุ่น วรนุช และ แอนดริว เกร็กสัน เป็นผลงานของบ้านทีวีธันเดอร์ที่จะผลิตให้กับช่อง PPTV ในปีนี้ ซึ่งไม่น่าเชื่อเลยว่าตลอดระยะเวลาในประวัติศาสตร์วงการโทรทัศน์ไทย สองพระ-นางคู่นี้จะไม่เคยเจอกันมาก่อน

 

ทางด้านรายชื่อผู้จัดเองก็ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน โดยเฉพาะละครเรื่อง ปาฏิหาริย์กาลเวลา กับการมานั่งแท่นผู้กำกับของ ตั้ว-ศรัณยู วงษ์กระจ่าง ในช่องนี้ เราคงจะได้เห็นอะไรใหม่ๆ อย่างแน่นอน โดยเรื่องราวยังไม่เปิดเผยอะไรมากมาย แต่เราจะได้หนุ่มกอล์ฟ อนุวัฒน์ ประกบกับ รถเมล์ คะนึงนิจ, กวาง วรรณปิยะ และ ไอซ์ ศรัณยู

 

 

รวมไปถึงผลงานของผู้จัด น้ำฝน กุลณัฐ ที่ชื่อ ลวง ล่า ฆ่า รัก ละครแนวสืบสวนสอบสวนที่ได้ พิ้งกี้ สาวิกา กลับมารับบทนางเอกเดี่ยวๆ อีกครั้งประกบคู่กับ อาร์ต พศุตม์ และด้วยสายสัมพันธ์อันดีงามระหว่างบ้าน PPTV และกันตนา เราจึงจะได้เห็นอดีตละครเย็นยอดฮิตกลับมารีเมกอีกครั้งอย่าง ธิดาซาตาน กวาดเอาลูกศิษย์ลูกหาจากชายคา The Face Thailand มาแสดงกันเพียบ ทั้ง ฟิลลิปส์ ณัทธนพล (แชมป์ The Face Men Thailand คนแรก) ประกบคู่กับ 4 สาว 4 ธาตุ สกาย มาเรีย, เทีย ทวีพาณิชย์พันธุ์, เจสซี่ กิระนา จากบ้าน The Face และอีกหนึ่งสาวจากบ้าน The Star อย่าง แอปเปิ้ล ลาภิสรา ส่วนอีกเรื่องที่กันตนาจะป้อนให้กับทางช่อง PPTV คือ ฝ่าดงพยัคฆ์ ละครบุกป่าฝ่าดงที่มี แมน ธฤษณุ, น้ำหวาน รักษ์ณภัค และ ติช่า กันติชา นำแสดง นี่เรายังนึกภาพติช่าบุกป่าฝ่าดงจับปืนถือมีดไม่ออกเลยจริงๆ นะ

 

และนี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของละครไทยในปี 2562 นี้ เราต้องมาคอยจับตาดูกันว่าปีนี้เทรนด์ละครไทยที่ได้ทั้งเรตติ้งและกระแสจะมีแนวโน้มไปในทิศทางไหน แต่ความน่าชื่นใจเรื่องหนึ่งคือ การที่เราได้เห็นการเคลื่อนไหวของนักแสดงหลายๆ คนที่เริ่มหันมารับงานอิสระไม่ขึ้นตรงกับช่อง ซึ่งนับว่าเป็นการเพิ่มรสชาติใหม่ๆ ให้กับวงการโทรทัศน์ที่น่าสนใจ

 

ภาพประกอบ : Weerapat L.

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

The post แนะนำละครไทยน่าดูประจำปี 2562 ครบครันที่สุด ทุกค่าย ทุกช่อง! appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/thai-drama-2562/feed/ 0
15 ปี ทวิภพ The Siam Renaissance ภาพยนตร์ที่ล้มเหลวด้านรายได้ แต่กินใจอย่างที่สุด https://thestandard.co/14-yaers-the-siam-renaissance/ https://thestandard.co/14-yaers-the-siam-renaissance/#respond Mon, 19 Mar 2018 03:07:30 +0000 https://thestandard.co/?p=78171

กระแส บุพเพสันนิวาส ละครโรแมนติกที่ออเจ้าการะเกดพาย้อนย […]

The post 15 ปี ทวิภพ The Siam Renaissance ภาพยนตร์ที่ล้มเหลวด้านรายได้ แต่กินใจอย่างที่สุด appeared first on THE STANDARD.

]]>

กระแส บุพเพสันนิวาส ละครโรแมนติกที่ออเจ้าการะเกดพาย้อนยุคกลับไปอิ่มเอมกับเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ สังคม การเมือง ในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชแห่งกรุงศรีอยุธยากำลังโด่งดังไปทั่วทุกมุมเมือง

 

แต่เมื่อนึกถึงพล็อตประเภทตัวละครยุคปัจจุบันพาย้อนสู่อดีต ทวิภพ จากบทประพันธ์ขึ้นหิ้งของ คุณหญิงวิมล ศิริไพบูลย์ หรือทมยันตี คืออีกหนึ่งงานที่อยู่ในความทรงจำและน่าสนใจไม่แพ้กัน

 

บทประพันธ์ ทวิภพ ถูกนำมาสร้างทั้งในรูปแบบภาพยนตร์และละครโทรทัศน์หลายครั้ง ซึ่งแทบทุกครั้งก็ล้วนแต่ประสบความสำเร็จ มีเพียงครั้งเดียวเท่านั้นที่ถือว่า ‘ล้มเหลว’ ในด้านรายได้และกระแสความนิยม นั่นคือเวอร์ชันภาพยนตร์ที่เข้าฉายในปี 2547 กำกับโดย สุรพงษ์ พินิจค้า ด้านตัวละครเอกอย่าง มณีจันทร์ รับบทโดย ฟลอเรนซ์ วนิดา เฟเวอร์ ส่วนบทบาท หลวงอัครเทพวรากร รับบทโดย รังสิโรจน์ พันธุ์เพ็ง

 

ทวิภพ The Siam Renaissance สร้างโดย บริษัท ฟิล์ม บางกอก จำกัด ด้วยทุนถึง 100 ล้านบาท ซึ่งถือว่าสูงมากในยุคนั้น ยิ่งไปกว่านั้น สุรพงษ์ พินิจค้า ในฐานะผู้กำกับ เลือกจะปรับเปลี่ยนโครงสร้างของเรื่องให้แตกต่างจากบทประพันธ์ในฉบับดั้งเดิมที่เคยเน้นเรื่องราวความรักโรแมกติกข้ามภพ โดยมีฉากหลังเป็นบรรยากาศสังคมและการเมืองของประเทศสยามในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ยุคแห่งการล่าอาณานิคมจากตะวันตก ที่สุดท้ายสยามต้องสูญเสียดินแดนไปในช่วงวิกฤต ร.ศ. 112 ให้กลายเป็นภาพยนตร์ที่เข้มข้นขึ้นในแง่ข้อมูลทางประวัติศาสตร์ด้วยงานสร้างที่เนรมิตขึ้นอย่างประณีต ละเอียด งดงาม

 

 

สำคัญที่สุดนอกจากเนื้อหา สิ่งที่ทำให้ ทวิภพ เวอร์ชัน 2547 ถูกจดจำคือความคมคายของบทภาพยนตร์ที่สามารถสะท้อนสภาพสังคมไทยทั้งในอดีตและปัจจุบันได้อย่างหนักแน่น มีชั้นเชิง หนึ่งในฉากคลาสสิกที่ถูกจดจำคือบทสนทนาระหว่างสองตัวละครคู่พระ-นางของเรื่อง

 

หลวงอัครเทพวรากร: สยามต้องขึ้นกับใครไหมในเวลานั้น

มณีจันทร์: เราเป็นเอกราชมาตลอด แต่ก็เสียดินแดนบ้าง เราเปลี่ยนชื่อจากสยามเป็นประเทศไทย

หลวงอัครเทพวรากร: ไหนแม่มณีลองเล่าซิ บ้านเมืองตอนนั้นเป็นอย่างไร
มณีจันทร์: บ้านเมืองเจริญมาก มีตึกสูงมากมาย ทุกอย่างเปลี่ยนไปหมด มีรถยนต์ ไฟฟ้า โรงหนัง เราแต่งตัวแบบตะวันตก นับถือฝรั่งมากกว่าพวกเดียวกัน เรามีทุกอย่างที่ตะวันตกมี เราเป็นทุกอย่างที่ตะวันตกเป็น เรากินทุกอย่างที่ตะวันตกกิน เราชอบทุกอย่างที่ตะวันตกบอกให้ชอบ เราอยากเป็นเขา และปฏิเสธที่จะเป็นเรา

หลวงอัครเทพวรากร: ไหนว่าเราไม่ได้เป็นเมืองขึ้น แล้วเรายังมีพระเจ้าแผ่นดินไหม

มณีจันทร์: นี่คือสิ่งเดียวที่ทำให้เรารู้สึกว่าเรายังเป็นเราอยู่

 

ถึงแม้ว่าภาพยนตร์ ทวิภพ The Siam Renaissance ซึ่งเข้าฉายในปี 2547 จะล้มเหลวด้านรายได้ แต่ในแง่ของคุณภาพ ตัวหนังกลับได้รับเสียงชื่นชมและเป็นที่จดจำ แม้จะผ่านกาลเวลามานานถึงขวบปีที่ 15 แล้วก็ตาม

The post 15 ปี ทวิภพ The Siam Renaissance ภาพยนตร์ที่ล้มเหลวด้านรายได้ แต่กินใจอย่างที่สุด appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/14-yaers-the-siam-renaissance/feed/ 0
‘ความพยาบาทเป็นของหวาน’ ทำความรู้จัก ‘ล่า’ ละครระดับตำนานจากปลายปากกา ทมยันตี https://thestandard.co/effects-and-aftermath-of-rape/ https://thestandard.co/effects-and-aftermath-of-rape/#respond Wed, 13 Dec 2017 07:00:57 +0000 https://thestandard.co/?p=14678

  ที่มาของเรื่องนี้ว่ากันว่า เมื่อปี 2517 ทมยันตีไ […]

The post ‘ความพยาบาทเป็นของหวาน’ ทำความรู้จัก ‘ล่า’ ละครระดับตำนานจากปลายปากกา ทมยันตี appeared first on THE STANDARD.

]]>

 

ที่มาของเรื่องนี้ว่ากันว่า เมื่อปี 2517 ทมยันตีได้ไปพบเด็กหญิงคนหนึ่งวัย 13-14 ปี ที่โรงพยาบาล เด็กคนนั้นไม่รับรู้เรื่องราวอะไร มีเพียงรอยยิ้มและดวงตาใสซื่อบริสุทธิ์ เมื่อสอบถามญาติก็ได้ความว่า เด็กหญิงถูกคนร้ายในละแวกบ้านข่มขืนอย่างทารุณ จากนั้นจึงกลายเป็นคนบ้า

 

“ล่า” คือละครตีแผ่มุมมืดของสังคมไทยที่หลายคนยังคงติดตากับความเครียด หดหู่ แม้จะผ่านมา 23 ปีแล้วก็ตาม

 

ทำไมต้อง ‘ล่า’ ?

คอวรรณกรรม หรือคนที่อายุ 30 ขึ้นไปอาจจะคุ้นเคยกันดีกับ ล่า แต่สำหรับคนไม่เข้าข่ายนั้นคงสงสัยอยู่บ้างว่าทำไมละครเรื่องหนึ่งจึงกลายเป็นประเด็นตั้งแต่ยังไม่ทันออนแอร์

 

ถ้าจะให้บอกคงเป็นเพราะ ล่า ไม่ใช่ละครทั่วไปที่จบด้วยความแฮปปี้เอ็นดิ้งของพระ-นาง และไม่ใช่ละครที่แปะยี่ห้อ ‘สะท้อนสังคม’ ไว้เพื่อเป็นข้ออ้างในการนำเสนอฉากแรงๆ เพื่อเรียกเรตติ้ง   

 

ล่า ว่าถึงเรื่องราวของสองแม่ลูกที่ใช้ชีวิตอยู่ในสลัม จนกระทั่งวันหนึ่งพวกเธอเข้าไปพัวพันกับแก๊งนักเลง 7 คนจนพวกนั้นถูกจับ การแก้แค้นของพวกมันคือการดักฉุดเธอและลูกไปข่มขืน เหตุการณ์นั้นทำให้ลูกสาวของเธอเสียสติ เมื่อเข้ารับการผ่าตัดเพื่อรักษาก็กลับกลายเป็นคนไร้ความรู้สึก ไร้ความทรงจำ ส่วนกลุ่มนักเลงที่ติดคุกแค่ไม่กี่ปีก็ออกมาเพราะผู้มีอิทธิพลคุ้มหัว สุดท้ายคนเป็นแม่เลยต้องตั้งตนเป็นศาลเตี้ยหาทางล่าทรชนเหล่านั้นเอง ให้สมกับประโยคสำคัญของเรื่องที่ว่า ‘ความพยาบาทเป็นของหวาน’  

 

     

นวนิยายแนวดราม่าเรื่องนี้ ประพันธ์โดย ทมยันตี หรือคุณหญิงวิมล ศิริไพบูลย์  ซึ่งความที่เนื้อหาพูดถึงหญิงสาวที่ถูกข่มเหงทำร้ายแล้วลุกมาล้างแค้น ทำให้หลายคนอดนึกถึง I Spit on Your Grave หนังอันโด่งดังของผู้กำกับ มีเออร์ ซาร์ชี (Meir Zarchi) เมื่อปี 1978 ที่มีเนื้อหาใกล้เคียงกันไม่ได้ ซึ่งทมยันตีก็เคยให้สัมภาษณ์ไว้ว่า

 

“ตอนเขียนดิฉันอยู่เมืองไทย เชิด ทรงศรี อยู่เมืองนอก เขากลับมาก็บอกว่ามีหนังเรื่องหนึ่งคล้ายเรื่อง ล่า มาก ชื่อเรื่อง I Spit on Your Grave ดิฉันถามว่าเคยเป็นนิยายไหม เขาบอกไม่เคย เป็นหนังเลย ก็แปลก ทำไมละม้ายกัน เราก็เออๆ ออกมาจากไหนก็ช่างมัน เราจะเขียนนวนิยายของเรา ถ้าเหมือนกันก็ช่างเขา”

 

     

อย่างไรก็ตาม จริงๆ แล้วที่มาของเรื่องนี้ว่ากันว่า เมื่อปี 2517 ทมยันตีได้ไปพบเด็กหญิงวัย 13-14 ปีคนหนึ่งที่โรงพยาบาล เด็กคนนั้นไม่รับรู้เรื่องราวอะไร มีเพียงรอยยิ้มและดวงตาใสซื่อบริสุทธิ์ เมื่อสอบถามญาติก็ได้ความว่า เด็กหญิงถูกคนร้ายในละแวกบ้านข่มขืนอย่างทารุณ จากนั้นจึงกลายเป็นคนบ้า อารมณ์ร้าย ตกใจ หวาดกลัว และหวีดร้องเมื่อเจอผู้ชาย แม้กระทั่งกับหมอที่รักษา เจอทีไรก็มักจะวิ่งไปซ่อนตัวในมุมมืด ในที่สุดหมอจึงตัดเส้นประสาทส่วนความจำของเด็กคนนั้นเพื่อขจัดความกลัว

 

ฟังแล้วนักเขียนดังสะเทือนใจ จึงเขียนเป็นนวนิยายสะท้อนความรู้สึกของผู้เป็นแม่ว่าเป็นอย่างไรหากลูกโดนเช่นนั้น โดยตีพิมพ์ครั้งแรกในนิตยสารลลนา ของสุวรรณี สุคนธา เมื่อปี 2519 และถูกสร้างเป็นหนังเมื่อปี 2520 นำแสดงโดย อรัญญา นามวงศ์, สมบัติ เมทะนี, ลลนา สุลาวัลย์  

การแสดงของนก สินจัย เป็นที่กล่าวขวัญมาก เพราะเธอทำการบ้านหนักจนเข้าถึงตัวละครได้เป็นอย่างดี ถึงขนาดว่าเมื่อแสดงเสร็จก็ไม่สามารถสลัดคาแรกเตอร์นี้ออกได้ ต้องให้แม่ชีเทศน์เพื่อให้หลุดจากตัวละคร

Photo: th.13322.com

 

ล่า’ รางวัล

แม้จะถูกสร้างเป็นหนังในเวอร์ชันแรก แต่ ล่า ที่ตราตรึงแฟนๆ คงเป็นฉบับละครเมื่อปี 2537 ซึ่งเอ็กแซ็กท์หยิบมาทำ โดยได้นก-สินจัย เปล่งพานิช รับบทแม่ผู้แบกรับความแค้น ส่วนลูกที่ถูกกระทำ งัด-สุพล วิเชียรฉาย ผู้กำกับ ชักชวนเด็กสาววัย 13 ปี ทราย เจริญปุระ เข้าสู่งานแสดงเป็นครั้งแรก และแจ้งเกิดได้เป็นอย่างดี

 

     

นอกจากเนื้อหาละครที่ถือว่ารุนแรงมากในยุคนั้น การแสดงของนก สินจัย ยังเป็นที่กล่าวขวัญมาก เพราะเธอทำการบ้านหนักจนเข้าถึงตัวละครได้เป็นอย่างดี ถึงขนาดว่าเมื่อแสดงเสร็จก็ไม่สามารถสลัดคาแรกเตอร์นี้ออกได้ ต้องให้แม่ชีเทศน์เพื่อให้หลุดจากตัวละคร โดยผลของความทุ่มเททำให้เธอคว้ารางวัลนักแสดงนำหญิงดีเด่นจากเวทีโทรทัศน์ทองคำ ครั้งที่ 9 พ.ศ. 2537 ไปครอง พร้อมกับปรากฏการณ์ที่นักแสดงและผู้ร่วมงานในหอประชุมแทบทุกคนลุกขึ้นปรบมือให้

 

 

ส่วน ล่า เวอร์ชัน 2017 ที่ผู้จัด กล้วย-ปรารถนา บรรจงสร้าง มารีเมกให้เอ็กแซ็กท์นั้น เดาไว้ล่วงหน้าได้เลยว่าจะส่งให้ หมิว-ลลิตา ปัญโญภาส นางเอกในตำนานซึ่งมารับบทแม่ได้ขึ้นไปยืนบนเวทีประกาศรางวัลในฐานะผู้เข้าชิงนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมในหลายเวทีแน่นอน

 

 

ล่า’ อย่างลงลึก

ไม่เพียงแค่เหล่านักแสดงอย่างหมิว ลลิตา, แท่ง-ศักดิ์สิทธิ์  แท่งทอง, เต๋า-สมชาย เข็มกลัด, ศตวรรษ ดุลยวิจิตร, รัดเกล้า อามระดิษ ฯลฯ ที่น่าจับตา ในส่วนของตัวบทก็น่าสนใจไม่แพ้กัน เพราะนอกจาก 4 นักเขียนบทมือดีของเอ็กแซ็กท์ คือพิมพ์มาดา พัฒนอลงกรณ์, วรรณถวิล สุขน้อย, พิมสิรินทร์ พงษ์วานิชสุข, วีรพล บุญเลิศ ยังมีเซอร์ไพรส์อีก

 

 

นั่นคือได้คณะแพทย์ นำทีมโดย นพ. วิทวัส ศิริประชัย หรือจ่าพิชิต ขจัดพาลชน แห่งแฟนเพจเฟซบุ๊ก Drama Addict มาเป็นที่ปรึกษาในการแก้ไขปรับปรุงเนื้อหาของโรคจิตเวช อาการต่างๆ รวมถึงการรักษาให้สอดคล้องกับปัจจุบัน

 

“พล็อตจะลงถึงเรื่องการข่มขืน ภาวะบาดแผลในจิตใจหลังถูกข่มขืน ภาวะซึมเศร้า อาการทางจิตเวช การฆ่าตัวตาย บลาๆ ประเด็นหนักมาก และคนเขียนบทเขาก็ทุ่มเทแก้ไขบท เพื่อให้ละครมันออกมาดี เพื่อสื่อให้คนดูเข้าใจว่าการข่มขืนมันเลวร้ายและสร้างผลกระทบกับแม่ลูกคู่หนึ่งได้รุนแรงแสนสาหัสขนาดไหน คือกรูกับเพื่อนไม่ได้เสนอตัวไปเป็นที่ปรึกษา แต่คนเขียนบท ทีมละครเขาติดต่อมาเอง เพราะเขาอยากทำละครเรื่องนี้ให้ออกมาดีที่สุด มีประโยชน์กับประชาชนที่สุด มีความถูกต้องของข้อมูลทางการแพทย์มากที่สุด” จ่าพิชิตระบุไว้ในเพจ เพื่ออธิบายถึงความตั้งใจให้ละครไทยจะช่วยปรับเปลี่ยนสังคมให้ดีขึ้นโดยสอดแทรกค่านิยมดีๆ ไปกับละคร

The post ‘ความพยาบาทเป็นของหวาน’ ทำความรู้จัก ‘ล่า’ ละครระดับตำนานจากปลายปากกา ทมยันตี appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/effects-and-aftermath-of-rape/feed/ 0