ทนายนกเขา-นิติธร ล้ำเหลือ Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/ทนายนกเขา-นิติธร-ล้ำเหลื/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Fri, 01 Aug 2025 04:22:40 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 กลุ่ม ‘รวมพลังแผ่นดิน’ มอบของบริจาคกองทัพบก ปลุกทหารยึดดินแดนคืนจากกัมพูชา https://thestandard.co/ruam-palang-donates-thai-army/ Fri, 01 Aug 2025 04:22:40 +0000 https://thestandard.co/?p=1102483

วันนี้ (1 สิงหาคม) ที่หน้ากองบัญชาการกองทัพ ถนนราช […]

The post กลุ่ม ‘รวมพลังแผ่นดิน’ มอบของบริจาคกองทัพบก ปลุกทหารยึดดินแดนคืนจากกัมพูชา appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (1 สิงหาคม) ที่หน้ากองบัญชาการกองทัพ ถนนราชดำเนิน คณะรวมพลังแผ่นดินปกป้องอธิปไตย นำโดย จตุพร พรหมพันธุ์, นิติธร ล้ำเหลือ, พิชิต ไชยมงคล, ใจเพชร กล้าจน และ แซมดิน เลิศบุศย์ นำกลุ่มมวลชนจำนวนหนึ่ง ซึ่งประกอบด้วย เครือข่าย คปท. กองทัพธรรม พรรคสัมมาธิปไตย และสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์  เดินทางมายื่นหนังสือและมอบดอกกุหลาบให้กำลังใจทหารบกที่ปฏิบัติหน้าที่ในการปกป้องอธิปไตยของชาติบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชาอย่างกล้าหาญ

 

รวมทั้งได้นำสิ่งของมามอบบริจาคให้กับทหารแนวหน้าตามชายแดน ไม่ว่าจะเป็นข้าวสาร อาหารแห้ง อาหารที่ให้พลังงาน เครื่องแต่งกาย ยากันยุง รวมทั้งแป้งแก้ผดผื่นตามร่างกาย โดยมี พล.ต.เกียรติศักดิ์ น้ำไชยศรี เลขานุการกองทัพบก เป็นตัวแทนรับมอบสิ่งของบริจาคดังกล่าว

 

จตุพรกล่าวว่า เราทราบดีว่า กองทัพบกเป็นเจ้าภาพหลักของสมรภูมินี้ แต่ก็ยังมีกองทัพอากาศ กองทัพเรือ ตำรวจ ทหารพราน และเจ้าหน้าที่อีกหลายเหล่าทัพทุกภาคส่วน รวมทั้งภาคประชาชนที่ต่างร่วมแรงร่วมใจเป็นหนึ่งเดียวในการทำหน้าที่ปกป้องประเทศ ที่พวกเรามาวันนี้เพื่อเป็นการให้กำลังใจในฐานะแนวหลัง

 

จตุพรเน้นย้ำถึงผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ว่า ประเทศไทยต้องไม่เสียแผ่นดินแม้แต่ตารางนิ้วเดียว เพราะสถานการณ์ในวันนี้สุ่มเสี่ยงต่อการสูญเสียดินแดน ถ้าประเทศไทยเสียดินแดน ทหารต้องไปยึดดินแดนเหล่านั้นกลับมา รัฐบาลไทยภายใต้การนำของ ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รักษาการนายกรัฐมนตรี กระทำผิดพลาด ไปเจรจากับฝ่ายกัมพูชาที่ประเทศมาเลเซีย โดยไม่ตรวจสอบยุทธภูมิทั้ง 11 จุดที่ปะทะกับกัมพูชา โดยเฉพาะจุดปราสาทตาควาย ซึ่งสถานการณ์ขณะนั้นยังไม่พร้อมที่จะต้องเจรจา จนส่งผลกระทบต่อยุทธภูมิบริเวณปราสาทตาควายตามที่ปรากฏข่าว เชื่อว่ามีประเทศมหาอำนาจอยู่เบื้องหลัง ซึ่งถือว่าเป็นการแทรกแซงของประเทศที่ 3

 

ส่วนประเด็นเรื่องของโรงพยาบาลตามแนวชายแดนที่ส่งผลกระทบกับการที่คนกัมพูชาจะข้ามมารักษา จตุพรกล่าวว่า ถ้าเป็นคนกัมพูชาที่เป็นแรงงานหรือทำงานในประเทศไทยก็มีสิทธิ์รักษาอยู่แล้ว เรายังยืนยันว่า เราจะไม่มีปัญหากับคนกัมพูชาในประเทศไทยด้วยกัน แต่ทำไมเราต้องยอมให้คนกัมพูชาที่ตอนนี้ยังอยู่ในประเทศพวกเขาข้ามมารักษาในประเทศไทย ทั้งที่ตอนนี้ประเทศไทยปิดชายแดนแล้ว จึงมองว่าประเด็นดังกล่าวไม่ควรมาถกเถียงเรื่องมนุษยธรรม เพราะยังไงก็คงไม่มีคนกัมพูชาข้ามมารักษาที่ประเทศไทยอยู่แล้ว

 

ด้าน พล.ต.เกียรติศักดิ์ น้ำไชยศรี เลขานุการกองทัพบก ตัวแทนของกองทัพบก กล่าวขอบคุณกำลังใจจากพี่น้องประชาชน ซึ่งทางกองทัพบกก็จะทำหน้าที่ปกป้องอธิปไตยของประเทศชาติเต็มขีดความสามารถต่อไป

 

The post กลุ่ม ‘รวมพลังแผ่นดิน’ มอบของบริจาคกองทัพบก ปลุกทหารยึดดินแดนคืนจากกัมพูชา appeared first on THE STANDARD.

]]>
มวลชนรวมพลังแผ่นดินฯ มอบกุหลาบ-ให้กำลังใจ ตชด. ปฏิบัติหน้าที่ชายแดนไทย-กัมพูชา https://thestandard.co/support-police-border/ Thu, 31 Jul 2025 08:02:52 +0000 https://thestandard.co/?p=1102150 support-police-border

วันนี้ (31 กรกฎาคม) กลุ่มมวลชนคณะรวมพลังแผ่นดินปกป้องอธ […]

The post มวลชนรวมพลังแผ่นดินฯ มอบกุหลาบ-ให้กำลังใจ ตชด. ปฏิบัติหน้าที่ชายแดนไทย-กัมพูชา appeared first on THE STANDARD.

]]>
support-police-border

วันนี้ (31 กรกฎาคม) กลุ่มมวลชนคณะรวมพลังแผ่นดินปกป้องอธิปไตย เคลื่อนขบวนจากกองบัญชาการกองทัพเรือ มาที่บริเวณด้านหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อให้กำลังใจตำรวจ ที่ปฏิบัติหน้าที่บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา โดยมีตำรวจรักษาความปลอดภัยบริเวณโดยรอบ 

 

สำหรับกลุ่มมวลชนในวันนี้ มีแกนนำ คือ พิชิต ไชยมงคล, จตุพร พรหมพันธุ์ และนิติธร ล้ำเหลือ ซึ่งกลุ่มมวลชนได้นำธงชาติไทยมาโบกสะบัดหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมทั้งชูป้ายข้อความ และนำดอกกุหลาบมามอบให้กำลังใจตำรวจ ท่ามกลางสภาพอากาศที่ร้อนจัด 

 

นอกจากนี้ บรรดาแกนนำกลุ่มยังได้อ่านแถลงการณ์ เพื่อให้กำลังใจทหารไทยทั้ง 3 เหล่าทัพ และตำรวจ ที่ร่วมกันปกป้องอธิปไตยของประเทศไทยตลอดแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ด้วยชีวิต รวมทั้งยังวิพากษ์วิจารณ์ท่าทีของรัฐบาลไทยที่เจรจาหยุดยิง ทั้งที่ฝ่ายไทยกำลังได้เปรียบและฝ่ายกัมพูชาที่ไม่ทำตามข้อตกลงหยุดยิง ซึ่งหลังจากเสร็จกิจกรรม กลุ่มมวลชนได้สลายตัวทันที

 

กลุ่มมวลชนชูธงชาติหน้า สตช. ให้กำลังใจตำรวจชายแดน กลุ่มมวลชนชูธงชาติหน้า สตช. ให้กำลังใจตำรวจชายแดน กลุ่มมวลชนชูธงชาติหน้า สตช. ให้กำลังใจตำรวจชายแดน กลุ่มมวลชนชูธงชาติหน้า สตช. ให้กำลังใจตำรวจชายแดน กลุ่มมวลชนชูธงชาติหน้า สตช. ให้กำลังใจตำรวจชายแดน

The post มวลชนรวมพลังแผ่นดินฯ มอบกุหลาบ-ให้กำลังใจ ตชด. ปฏิบัติหน้าที่ชายแดนไทย-กัมพูชา appeared first on THE STANDARD.

]]>
แม่ทัพภาค 2 รับโดรนจากกลุ่มรวมพลังแผ่นดิน แง้มจ่อปิดปราสาทตาเมือนธมขั้นต่ำ 7 วัน หากฝ่ายกัมพูชาฝ่าฝืนระเบียบ https://thestandard.co/border-drone-thailand/ Tue, 22 Jul 2025 05:17:36 +0000 https://thestandard.co/?p=1098327 border-drone-thailand

วันนี้ (22 กรกฎาคม) พล.ท.บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 […]

The post แม่ทัพภาค 2 รับโดรนจากกลุ่มรวมพลังแผ่นดิน แง้มจ่อปิดปราสาทตาเมือนธมขั้นต่ำ 7 วัน หากฝ่ายกัมพูชาฝ่าฝืนระเบียบ appeared first on THE STANDARD.

]]>
border-drone-thailand

วันนี้ (22 กรกฎาคม) พล.ท.บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 รับมอบอากาศยานไร้คนขับ หรือโดรน จาก ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ในฐานะ ประธานมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน พร้อมด้วย นิติธร ล้ำเหลือ หรือ ‘ทนายนกเขา’ และ จตุพร พรหมพันธุ์ ตัวแทนจากกลุ่มรวมพลังแผ่นดินปกป้องอธิปไตย มูลค่ากว่า 10 ล้านบาท เพื่อนำไปมอบให้กับทหารในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา และในโอกาสต่อไปจะส่งมอบแอนตี้​โดรน​ 1 ลำ​ โดยขอให้แม่ทัพภาคที่​ 2 เป็นผู้เลือกเพื่อความเหมาะสมในพื้นที่

 

แม่ทัพภาคที่​ 2 กล่าวขอบคุณ​กลุ่ม​รวมพลังแผ่นดินฯ และประชาชนที่แสดงจุดยืนยึดแผ่นดินเป็นหลัก ไม่มีเบื้องหน้าเบื้องหลัง พร้อมทั้งขอชื่นชม ซึ่งทหารตามแนวชายแดนยังขาดแคลนสิ่งที่จำเป็น​ พร้อมกับกล่าวย้ำว่า จะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด และไม่ยอมให้เสียแผ่นดินเด็ดขาด แต่เรามีหลายวิธีและกำลังดำเนินการอยู่ ไม่จำเป็นที่จะต้องยกกำลังเข้าไปต่อสู้กัน

 

พล.ท. บุญสิน ยังกล่าวถึงกรณีสร้างรั้วกั้นชายแดนในบางจุดหากจำเป็น​ โดยระบุว่า ในพื้นที่กลุ่มปราสาทตาเมือน กัมพูชาไม่ยอมรับว่าเป็นของไทย​ ตอนนี้ทั้ง​ 2 ประเทศคุยกันคนละเรื่อง​ หากจะทำรั้วต้องยิงกันยึดพื้นที่กันให้ได้​ ไม่อย่างนั้นจะเกิดแรงเสียดทานจากกลุ่มมวลชน แม้เราจะยืนยันว่าเป็นของไทย แต่เขาไม่ยอมรับ นี่คือปัญหา​ที่เผชิญอยู่ในปัจจุบัน 

 

ขณะที่การจัดระเบียบการท่องเที่ยว แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวว่า นักท่องเที่ยวทุกชาติสามารถเดินทางมาท่องเที่ยวได้ แต่ต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบ​ของไทย​ หากมีการก่อกวน​หรือมีเรื่องชกต่อย​ จะสั่งปิดปราสาททันที 1 สัปดาห์​เพื่อจัดระเบียบใหม่​ และขณะนี้มีตำรวจภูธรภาค 3 มาสนับสนุนกองร้อยควบคุมฝูงชน และเจ้าหน้าที่ทหารพรานเข้ามาช่วยในพื้นที่ และคัดกรองอาวุธต่างๆ ก่อนเข้าไปยังตัวปราสาท พร้อมยืนยันว่าขณะนี้มีแผนรองรับและแผนเผชิญเหตุอยู่แล้ว​ แต่ปัจจุบันยังมองในแง่ดีว่าไม่มีเหตุการณ์อะไร 

 

พล.ท. บุญสิน เปิดเผยว่า ทางกัมพูชาขอไม่ให้ปิดปราสาท และได้พูดคุยกับ พล.ต. เนี๊ยะ​ วงศ์​ ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 42 ของกัมพูชา พร้อมเน้นย้ำ​ว่า ต้องควบคุมคนของตัวเองให้ได้ หากคุมไม่ได้ก็จะปิดปราสาทอย่างต่ำ 7 วัน เพื่อให้สถานการณ์​คลี่คลาย​ โดยจำกัดนักท่องเที่ยวบริเวณปราสาทให้ไม่เกินวันละ 100 คน

 

แม่ทัพภาคที่​ 2 ยืนยันว่า กองทัพไม่นิ่งเฉย​ แต่การเมืองก็ว่ากันไป​ แต่เราดูในเรื่องความมั่นคง​ กรณีที่ทหารเหยียบกับระเบิดก็เป็นอีกกรณีที่จะต้องเข้าไปแก้ไขปัญหา​ แม้ว่าทางกัมพูชาจะออกมายืนยันว่า ไม่ได้เป็นผู้วางทุ่นระเบิด แต่เราก็รู้ดีว่าประเทศเพื่อนบ้านเราเป็นอย่างไร เขาก็พยายามดิ้นให้หลุด​ เพราะหากกระทรวงการต่างประเทศของไทยเดินหน้าเรื่องนี้เต็มที่​ ก็จะสร้างความเสียหายกับศักดิ์ศรีของประเทศกัมพูชาเช่นกัน จึงเป็นหน้าที่ของกระทรวงการต่างประเทศ ที่ต้องดำเนินการ 

 

สำหรับในส่วนของทหารก็ได้ดำเนินการประท้วงไปแล้ว​ แต่หลังจากนี้จะไม่ใช้การเดินลาดตระเวนแบบเก่า ไม่เอาลูกน้องไปเสี่ยง แต่จะใช้รถไถและจะดำเนินการตรวจสอบพื้นที่อื่นๆ ด้วยว่ามีอีกหรือไม่ 

 

ทั้งนี้ พล.ท. บุญสิน ยังกล่าวถึงบุคคลที่จะมารับช่วงเป็นภาคที่ 2 คนต่อไป โดยยืนยันว่า ต้องมีบุคลิกเป็นผู้นำ ทำหน้าที่ให้ดี และเป็นหลักให้ประเทศชาติ ประชาชน และลูกน้อง ส่วนตัวเชื่อมั่นว่า ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) จะเลือกคนที่ดี ทำเพื่อผลประโยชน์ของประเทศ ในขณะที่ตนเองจะอยู่เบื้องหลัง คอยช่วยงานในฐานะพลเมืองที่ดี และมั่นใจว่าจะไม่มีปัญหาในช่วงรอยต่อ

The post แม่ทัพภาค 2 รับโดรนจากกลุ่มรวมพลังแผ่นดิน แง้มจ่อปิดปราสาทตาเมือนธมขั้นต่ำ 7 วัน หากฝ่ายกัมพูชาฝ่าฝืนระเบียบ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ปิดจบม็อบรวมพลังแผ่นดินฯ ชุมนุมอนุสาวรีย์ชัยฯ ย้ำพลังปกป้องอธิปไตยไทย ขับไล่ตระกูลชินวัตร https://thestandard.co/anti-shinawatra-rally-concludes/ Sun, 29 Jun 2025 02:40:40 +0000 https://thestandard.co/?p=1090568

วานนี้ (28 มิถุนายน) กลุ่มรวมพลังแผ่นดินปกป้องอธิปไตยรว […]

The post ปิดจบม็อบรวมพลังแผ่นดินฯ ชุมนุมอนุสาวรีย์ชัยฯ ย้ำพลังปกป้องอธิปไตยไทย ขับไล่ตระกูลชินวัตร appeared first on THE STANDARD.

]]>

วานนี้ (28 มิถุนายน) กลุ่มรวมพลังแผ่นดินปกป้องอธิปไตยรวมตัวกันที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เพื่อแสดงจุดยืนปกป้องอธิปไตยของชาติ โดยมีแกนนำและอดีตนักการเมืองชื่อดังร่วมปราศรัยโจมตีรัฐบาลและครอบครัวชินวัตร ประกาศยุติการจัดกิจกรรมในเวลา 21.40 น.

 

จตุพรปลุกม็อบเตรียมปักหลักยาว หากนายกฯ ไร้สำนึก

 

จตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน ขึ้นกล่าวปิดปราศรัย ว่า แผ่นดินรัชกาลที่ 10 จะไม่ยอมเสียดินแดนแม้แต่ตารางนิ้วเดียว ในอดีตที่เราแพ้พม่าเพราะเราไม่จัดการคนขายชาติ วันนี้มีประสบการณ์แล้ว ต้องจัดการคนขายก่อน

 

จตุพรกล่าวต่อว่า มีการพูดกันว่ากัมพูชาเสี้ยมให้ไทยแตกกัน แต่ส่วนตัวมองว่าคนไทยส่วนใหญ่รักชาติบ้านเมืองและสามัคคีกัน แตกแยกกับนายกรัฐมนตรี พ่อนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี ดังนั้นเราเรียกร้องให้นายกฯลาออก แต่นายกฯก็ไม่ลาออก ไม่ยุบสภา เรียกร้องให้พรรคร่วมฯ ถอนตัว ก็ไปแบ่งตำแหน่งกัน

 

เมื่อนายกฯ วางแผนอย่างแยบยล รู้อนาคตตัวเองว่ามีชะตากรรมโดยศาลรัฐธรรมนูญ จึงปรับ ครม.ให้ตัวเองนั่งควบรัฐมนตรีวัฒนธรรม เหมือนในประวัติศาสตร์มีนายกฯ คนเดียวที่นั่งควบกระทรวงวัฒนธรรม คือจอมพล ป.พิบูลสงคราม เพราะหากตำแหน่งนายกฯถูกสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ก็ได้นั่งใน ครม.ต่อไป

 

จตุพรกล่าวถึงกรณีคลิปเสียงว่า เป็นเรื่องที่คนไทยไม่อาจรับได้ กัมพูชามันยังรู้ทันเลยว่า นายกฯ คนนี้คบไม่ได้พยายามปั่นกันว่า ที่ฮุนเซนไลฟ์ และโพสต์ เป็นการร่วมมือกับการชุมนุมในวันนี้ ขอยืนยันว่า ตนเองไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนอะไร ผิดกับทักษิณ ชินวัตร เงียบปากตั้งแต่บัดนั้น ถ้ากัมพูชาบอกว่า มีเรื่องการหมิ่นสถาบันฯ หากคลิปนี้มีอยู่ อย่าว่าแต่แผ่นดิน น้ำ อากาศ คุณก็ไม่มีสิทธิ์อยู่แน่นอน เพราะคนไทยฟังแล้วไม่อาจจะรับได้

 

จตุพรกล่าวด้วยว่า ในวันที่ศาลฎีกาจะมีการพิจารณาเรื่องการรับโทษชั้น 14 และหากเปิดให้เข้าไปรับฟังประชาชนก็จะรู้ความจริงว่าขบวนการที่กราบบังคมทูลฯ อันเป็นเท็จ ถวายฎีกาเป็นเท็จ ไม่ตรงตามพระราชโองการ เป็นคนที่เอาไว้ไม่ได้ทั้งนี้เชื่อว่า หากแพทองธารถูกหยุดปฏิบัติหน้าที่ ภูมิธรรมจะต้องพ้นไปจากกรณี สว. และหาก ป.ป.ช. ดำเนินการเรื่องการใช้งบประมาณตาม มาตรา 144 ครม.ก็จะไปทั้งคณะ

 

“บ้านเมืองเราโชคดีที่สุด หากตระกูลชินวัตรไม่ทะเลาะกับตระกูลฮุน เราก็ยังโง่ แต่บัดนี้เราหูตาสว่างแล้ว และมีการพยายามปั่นว่าทะเลาะกันเพราะเรื่องบ่อนคาสิโน ผมยืนยันว่า 30-40 ปีที่ผ่านมา ทักษิณต้องพึ่งสมเด็จฮุน เซน แต่เมื่อมีความคิดจะทำเรื่องบ่อนคาสิโน จากเดิมที่รับปากว่าจะไม่ทำ ในที่สุดก็หักหลังระหว่างทาง จึงเป็นที่มาของคลิปหลุด เพราะความจริงบ่อนคาสิโนที่จะสร้างในประเทศไทยนั้น 50:50 กับทางกัมพูชา เหมือนแหล่งพลังงานที่เกาะกูด”

 

จตุพรกล่าวอีกว่า ตลอดการกลับมาของทักษิณ คนไทยได้เห็นตัวตน ได้เห็นทักษิณทำลายตัวเอง ก่อนหน้านี้ที่มีคนออกไปสู้เพื่อทักษิณ แต่วันนี้สารภาพแล้วว่ากระทำผิดจริง และบอกว่าสำนึกแล้ว แต่หลังจากได้รับการพักโทษ “คำพูดแรกบอกว่าเขายัดข้อหาให้ผมเยอะ และมาพูดอีกว่ารอ 6 เดือนกว่าจะนั่งเครื่องบินถึงบ้าน ต่อมาก็บอกว่าโกงพ่อมึงสิ อย่างนี้ได้หรือ”

 

จตุพรกล่าวต่อว่า เมื่อนักการเมืองตระบัดสัตย์ข้ามขั้ว ไม่ว่าสีใดก็ไม่เคยเห็นหัวประชาชน แต่ต้องการให้ประชาชนทะเลาะกัน แล้วก็ไปจับมือกัน และเมื่อข้ามขั้วกันแล้วก็ทยอยฆ่ากันเอง พรรคพลังประชารัฐโดนคนแรก พรรคภูมิใจไทยถอนตัวไปก่อน แต่พรรครวมไทยสร้างชาติ ยังหาทางรวมไม่ได้จนถึงวันนี้ มีความสุขกับสมบัติแบ่งกันชม ไทยจะเสียดินแดนก็ไม่เกี่ยว ได้ตำแหน่งไว้ก่อน ดังนั้นเราไม่ขอไว้ใจใคร ถ้าหากอยากให้ประเทศชาติดีขึ้น เราต้องเป็นผู้กำหนด

 

ส่วนที่มีคนบอกว่า วันนี้คนมาแค่ 3,000 คน ตนบอกว่าพอแล้ว เพราะคนที่เราจะจัดการมีแค่ 500 คน ขอส่งสัญญาณเตือนถึงรัฐบาล และบอกประชาชนให้พร้อมมาปักหลักค้างคืนจนกว่ารัฐบาลขายชาติจะออกไป

 

หากศาลรัฐธรรมนูญสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่แล้วยังไม่สำนึก เราก็จะประกาศยกระดับ ไม่เรียกร้องให้ลาออกหรือให้ถอนตัว แต่จะขับไล่สถานเดียว และหากปล่อยให้มีเรื่องเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ และปล่อยให้มีการพนันออนไลน์ถูกต้องตามกฎหมาย คาสิโนเข้าวันไหน เต็มหน้าสภาฯ วันนี้ประชาชนควรรวมหัวใจเป็นหนึ่งเดียว เพื่อปกป้องอธิปไตยของชาติ จับมือไล่แพทองธารออกไปก่อน

 

‘แผ่นดินนี้มีเจ้าของ’ นิติธรติงพฤติการณ์ขายชาติ

 

นิติธร ล้ำเหลือ แกนนำกลุ่มฯ กล่าวว่า การรวมตัวของประชาชนในวันนี้มีความหมายอย่างยิ่ง เพราะเป็นการยืนยันว่าแผ่นดินไทยมีเจ้าของ ซึ่งประกอบด้วยชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ประชาชนผู้รักชาติ และทหารกล้าที่ทำหน้าที่ดูแลประเทศ

 

นิติธรย้ำว่า ทักษิณ ชินวัตร, แพทองธาร ชินวัตร หรือตระกูลใดก็ตาม จะไม่สามารถบงการหรือใช้อำนาจตามอำเภอใจในประเทศไทยได้ พร้อมวิจารณ์ที่แพทองธารระบุว่าไทยไม่เสียหายจากการสนทนากับสมเด็จฮุนเซน โดยมองว่าเป็นการขาดความเข้าใจ และมองว่าเทคนิคที่นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงคือสายลับ หรือไส้ศึก ซึ่งเป็นกระบวนการขายชาติ

 

นิติธรกล่าวเพิ่มเติมว่า บรรพบุรุษไทยไม่เคยอบรมลูกหลานให้มีพฤติกรรมขายชาติ และยืนยันว่าประชาชนที่ออกมารวมตัวกันในวันนี้ได้แสดงเจตนาร่วมกันแล้วว่าจะไม่ยอมเป็นพรรคพวกกับกลุ่มคนที่มีพฤติกรรมดังกล่าว พร้อมชี้ว่าการเลือกตั้งหรือการรัฐประหารไม่เคยช่วยแก้ปัญหาของชาติได้ และประชาชนถูกใช้เป็นเครื่องมือในการเข้าสู่อำนาจมาโดยตลอด

 

“รัฐธรรมนูญระบุว่าทุกคนมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ แต่วันนี้มีจริงหรือไม่” นิติธรถาม พร้อมเรียกร้องให้ประชาชนตั้งคำถามว่าจะยอมให้นักการเมืองเหยียบหัวต่อไปหรือไม่ พร้อมย้ำว่าหากไม่แก้ปัญหาที่ต้นตอ ประเทศจะล้มเหลวและล่มสลายในที่สุด

 

นอกจากนี้นิติธรยังเรียกร้องให้จับตาการตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญในวันที่ 1 กรกฎาคมนี้ ที่จะมีการตัดสินคดีที่เกี่ยวข้องกับพฤติการณ์ของนายกรัฐมนตรี โดยระบุว่าจะจับตาดูว่าศาลจะตัดสินในคดีขายชาติอย่างไร

 

พุทธิพงษ์ปลุกใจคนไทย ‘รักแผ่นดิน’ พร้อมชน ถึงไหนถึงกันสุดซอย

 

พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และอดีตแกนนำ กปปส. ได้ขึ้นเวทีปราศรัย โดยเน้นย้ำถึงสิ่งที่คนไทยทุกคนมีเหมือนกันคือความหวงแหนแผ่นดินนี้

 

พุทธิพงษ์กล่าวชื่นชมผู้ชุมนุมที่แม้ฝนจะตกหรือต้องเหน็ดเหนื่อยก็ไม่ท้อถอย เพราะทุกคนรักและนึกถึงคุณของแผ่นดิน พร้อมระบุว่า “วันนี้แค่ซ้อมๆ ถ้ายังไม่ไปอีก ถึงไหนถึงกันสุดซอย”

 

ก่อนกล่าวถึงการที่นายกรัฐมนตรีไม่อยู่ในกรุงเทพฯ เนื่องจากไปตรวจน้ำท่วม โดยให้กำลังใจประชาชนที่ได้รับการดูแลอย่างดีจากข้าราชการและทหาร พร้อมตอบโต้คำถามที่ว่าทหารมีไว้ทำไม ด้วยการยืนยันว่า “ถ้าไม่เข้าข้างทหารจะมีแผ่นดินให้เหยียบวันนี้เหรอ” และกล่าวเสริมว่าทหารที่อยู่แนวหน้าคือผู้ที่ปกป้องแผ่นดินเพราะเป็น ‘ทหารของพระราชา’

 

ปานเทพชำแหละ MOU 44 ชี้ นายกฯ ถูกฮุนเซนจับเป็นตัวประกัน

 

ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ หนึ่งในแกนนำคณะรวมพลังแผ่นดิน ปกป้องอธิปไตยไทย ได้ขึ้นปราศรัยโดยเริ่มจากการฉายภาพการชุมนุมในสมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม ที่เรียกร้องแผ่นดินคืนจากฝรั่งเศสเมื่อ 85 ปีที่แล้ว พร้อมเล่าถึงการต่อสู้ในอดีต รวมถึงคดีเขาพระวิหาร และอธิบายถึง MOU 44 ที่ทักษิณ ชินวัตร และสมเด็จ ฮุนเซน เคยลงนามแถลงการณ์ร่วมกัน

 

ปานเทพวิจารณ์ว่ากัมพูชาเป็นประเทศที่สหประชาชาติระบุว่าเป็น สแกมเมอร์อาชญากรรมทางเทคโนโลยี แต่รัฐบาลไทยกลับให้อำนาจกองทัพบกในการเปิด-ปิดด่านผ่านสภาความมั่นคงแห่งชาติ ซึ่งทำให้ไม่มีคนไทยข้ามไปเล่นพนันและไม่มีคนไทยไปทำงานในแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ทำให้แก๊งเหล่านี้หายไป

 

อย่างไรก็ตาม ปานเทพมองว่าการปฏิบัติของรัฐบาลต่อเมียนมานั้นแตกต่างออกไป เพราะนายกรัฐมนตรีประกาศตัดน้ำตัดไฟและหยุดส่งน้ำมันกับเมียนมาที่เกี่ยวข้องกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์และการพนันออนไลน์ แต่กลับให้กัมพูชาเลือกตัดน้ำ ตัดไฟ ตัดเน็ตเอง

 

ดังนั้นปานเทพจึงมองว่านายกรัฐมนตรีและบิดาถูกสมเด็จ ฮุนเซนจับเป็นตัวประกันด้วยความลับและผลประโยชน์จำนวนมาก ซึ่งไม่เหมาะสมกับการเป็นนายกรัฐมนตรี เขาเรียกร้องว่าใครก็ตามที่จะมาเป็นนายกรัฐมนตรีจะต้องเป็นรัฐบาลที่ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนกับกัมพูชา และพรรคร่วมรัฐบาลต้องถอนตัวทันที

 

พร้อมเรียกร้องให้มีการยกเลิก MOU 44, ยกเลิกแผนที่ 1:200,000, และเรียกร้องให้มีการปิดด่าน รวมถึงตัดระบบสาธารณูปโภคที่ก่ออาชญากรรมทางเทคโนโลยีและคาสิโนในกัมพูชา ให้เหมือนกับการดำเนินการกับเมียนมาด้วย

 

The post ปิดจบม็อบรวมพลังแผ่นดินฯ ชุมนุมอนุสาวรีย์ชัยฯ ย้ำพลังปกป้องอธิปไตยไทย ขับไล่ตระกูลชินวัตร appeared first on THE STANDARD.

]]>
กลุ่มรวมพลังแผ่นดินปกป้องอธิปไตยหารือตำรวจ ยืนยันจัดม็อบไม่ค้างคืน-ไม่เคลื่อนที่ https://thestandard.co/gathering-victory-monument-june28/ Mon, 23 Jun 2025 05:25:52 +0000 https://thestandard.co/?p=1087912 gathering-victory-monument-june28

วันนี้ (23 มิถุนายน) กลุ่มคณะรวมพลังแผ่นดินปกป้องอธิปไต […]

The post กลุ่มรวมพลังแผ่นดินปกป้องอธิปไตยหารือตำรวจ ยืนยันจัดม็อบไม่ค้างคืน-ไม่เคลื่อนที่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
gathering-victory-monument-june28

วันนี้ (23 มิถุนายน) กลุ่มคณะรวมพลังแผ่นดินปกป้องอธิปไตย โดย จตุพร พรหมพันธุ์ และ นิติธร ล้ำเหลือ ตัวแทนกลุ่ม ได้เข้าหารือกับกองบังคับการตำรวจนครบาล 1 นำโดย พล.ต.ต. อัฏธพร วงศ์ศิริปรีดา ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการชุมนุมที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิในวันที่ 28 มิถุนายนนี้ 

 

บรรยากาศการหารือเป็นไปอย่างราบรื่น โดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง

 

สรุปข้อตกลงและรายละเอียดการชุมนุม:

 

พื้นที่ชุมนุม: จะใช้บริเวณฟุตบาทอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ฝั่งที่หันหน้าเข้าถนนดินแดง และจะใช้พื้นที่จราจร 1 ช่องทางบนถนนวงเวียนอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ

 

เวลาเตรียมพื้นที่: เริ่มปิดการจราจรและเข้าพื้นที่ติดตั้งอุปกรณ์เวทีตั้งแต่เวลา 00.00 น. ของวันที่ 27 มิถุนายน 2568 และจะอยู่ในพื้นที่จนถึงช่วงเช้าของวันที่ 28 มิถุนายน 2568 เพื่อเก็บอุปกรณ์

 

การจราจรและช่องทางฉุกเฉิน: ได้มีการหารือและจัดเตรียมช่องทางพิเศษสำหรับรถฉุกเฉินและผู้ป่วยที่จะเดินทางเข้าโรงพยาบาลในบริเวณใกล้เคียง เพื่อไม่ให้กีดขวางการจราจรและการเดินทาง

 

การดูแลความปลอดภัย: เจ้าหน้าที่ตำรวจและตัวแทนผู้ชุมนุมจะร่วมกันจัดตั้งจุดตรวจคัดกรองตามทางเข้า-ออกต่างๆ เพื่อดูแลความปลอดภัย

 ช่วงเวลาปราศรัย: จะเริ่มต้นปราศรัยประมาณ 16.00 น. และยืนยันว่าจะสิ้นสุดในเวลา 21.00 น. ตามที่ขออนุญาตไว้

 

รูปแบบการชุมนุม: ยืนยันว่าจะไม่มีการค้างคืนและไม่มีการเคลื่อนที่ไปยังจุดอื่น โดยคาดว่าประชาชนจะเริ่มทยอยเดินทางมาร่วมชุมนุมตั้งแต่ช่วงเที่ยงวัน

 

นิติธรเปิดเผยว่า ไม่มีความกังวลเกี่ยวกับการแทรกแซงจากประเทศเพื่อนบ้านตามที่มีข่าวปรากฏในโซเชียลมีเดีย แต่หากเกิดความวุ่นวายขึ้นในการชุมนุม เชื่อว่าอาจเป็นปัจจัยที่มาจากรัฐบาลที่ต้องการขัดขวาง อย่างไรก็ตาม จากการหารือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เชื่อว่าจะไม่เกิดความวุ่นวายขึ้น

 

ด้านจตุพรกล่าวเสริมว่า หากมีการแทรกแซงจริง ก็เชื่อว่าเกิดจากความผิดพลาดในการบริหารจัดการของรัฐบาล พร้อมทั้งเตือนว่า หากเกิดความวุ่นวายใดๆ ขึ้นในการชุมนุมครั้งนี้ การชุมนุมครั้งต่อไปจะย้ายไปที่ทำเนียบรัฐบาลอย่างแน่นอน

 

เชื่อว่าจะมีผู้เข้าร่วมเป็นจำนวนมาก และยืนยันว่าจะไม่มีการขนคนมาร่วมชุมนุม ส่วนจำนวนผู้เข้าร่วมจะมากหรือน้อยกว่าการชุมนุมในประเทศกัมพูชาหรือไม่ ขึ้นอยู่กับจุดยืนของประชาชน

 

เงื่อนไขในการยุติการชุมนุม คือรัฐบาลจะต้องสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนว่าจะมีมาตรการในการรักษาอธิปไตยที่เป็นรูปธรรม โดยไม่รวมถึงความผิดพลาดในการบริหารราชการแผ่นดินของนายกรัฐมนตรี ซึ่งจะมีการพิจารณาจากมติของกลุ่มผู้ชุมนุมอีกครั้ง

 

ภาพจตุพร พรหมพันธุ์ และ นิติธร ล้ำเหลือ ให้สัมภาษณ์สื่อ ภาพจตุพร พรหมพันธุ์ และ นิติธร ล้ำเหลือ ให้สัมภาษณ์สื่อ ภาพจตุพร พรหมพันธุ์ และ นิติธร ล้ำเหลือ ให้สัมภาษณ์สื่อ ภาพจตุพร พรหมพันธุ์ และ นิติธร ล้ำเหลือ ให้สัมภาษณ์สื่อ

The post กลุ่มรวมพลังแผ่นดินปกป้องอธิปไตยหารือตำรวจ ยืนยันจัดม็อบไม่ค้างคืน-ไม่เคลื่อนที่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
อดีต สว. สมชาย พร้อมคณะ แจ้งความเอาผิดนายกฯ ปมคลิปเสียง ‘ฮุน เซน’ ชี้เข้าข่ายกระทบความมั่นคงของรัฐ https://thestandard.co/paetongtarn-audio-case/ Thu, 19 Jun 2025 06:07:18 +0000 https://thestandard.co/?p=1086712 paetongtarn-audio-case

วันนี้ (19 มิถุนายน) ที่ศูนย์รับแจ้งความ กองบัญชาการตำร […]

The post อดีต สว. สมชาย พร้อมคณะ แจ้งความเอาผิดนายกฯ ปมคลิปเสียง ‘ฮุน เซน’ ชี้เข้าข่ายกระทบความมั่นคงของรัฐ appeared first on THE STANDARD.

]]>
paetongtarn-audio-case

วันนี้ (19 มิถุนายน) ที่ศูนย์รับแจ้งความ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) สมชาย แสวงการ อดีตสมาชิกวุฒิสภา (สว.) พร้อมด้วย นิติธร ล้ำเหลือ (ทนายนกเขา) และ คมสัน โพธิ์คง นักวิชาการกฎหมาย ได้เดินทางเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับ แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา หมวด 3 ความผิดต่อความมั่นคงของรัฐภายนอกราชอาณาจักร มาตรา 120 ถึง 128

 

การแจ้งความครั้งนี้สืบเนื่องมาจากกรณีคลิปเสียงสนทนาระหว่างนายกรัฐมนตรีกับ สมเด็จฮุน เซน อดีตนายกรัฐมนตรีกัมพูชา และปัจจุบันเป็นประธานวุฒิสภากัมพูชา ความยาว 17.06 นาที ซึ่งผู้แจ้งมองว่ามีพฤติกรรมล่อแหลมและอาจส่งผลกระทบต่อความเสียหายของประเทศชาติ

 

สมชายเปิดเผยว่า ในนามของกลุ่มประชาชน ได้มาดำเนินคดีอาญากับนายกรัฐมนตรีจากกรณีคลิปเสียงดังกล่าวที่นายกรัฐมนตรีเองได้ออกมายืนยันว่าเป็นของจริง โดยอ้างว่าเป็นเพียง เทคนิคการสนทนา

 

สมชายระบุว่า ในความเป็นจริงไม่สามารถกระทำเช่นนั้นได้ เนื่องจากมีผลกระทบต่อความมั่นคงภายนอกราชอาณาจักร จึงได้เข้าแจ้งความที่ บช.ก. เพื่อให้เป็นไปตามขั้นตอนทางสำนวนคดี ซึ่งจะมีการส่งเรื่องให้อัยการพิจารณาสั่งฟ้องต่อไป

 

นอกจากนี้ สมชายยังได้เรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีลาออกจากตำแหน่ง โดยให้เหตุผลว่าถ้อยคำบางส่วนในคลิปเสียงดังกล่าวเป็นการด้อยค่าแม่ทัพภาค 2 และเปิดเผยความลับหลายส่วนในกรณีของการเปิดและปิดด่านชายแดน รวมถึงข้อความที่แสดงนัยว่าหากสมเด็จฮุน เซน ต้องการจะทำอะไรก็จะสามารถทำได้

 

สำหรับขั้นตอนการดำเนินการต่อไป สมชายกล่าวว่า การยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เป็นอีกขั้นตอนหนึ่งในอนาคต ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะต้องดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป พร้อมทั้งยืนยันว่าคลิปเสียงดังกล่าวจะมีผลสะท้อนต่อการเมืองอย่างแน่นอน

 

ทั้งนี้ ในวันพรุ่งนี้ (20 มิถุนายน) เวลา 10.00 น. จะมีการนัดประชุมจากภาคประชาชนที่รักประเทศชาติ เพื่อร่วมกันเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีลาออก โดยจะมีการแจ้งสถานที่นัดหมายอีกครั้ง

The post อดีต สว. สมชาย พร้อมคณะ แจ้งความเอาผิดนายกฯ ปมคลิปเสียง ‘ฮุน เซน’ ชี้เข้าข่ายกระทบความมั่นคงของรัฐ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เปิดฉากไต่สวน ‘ทักษิณชั้น 14’ ศาลซักเข้ม ผบ.เรือนจำ เจาะลึกขั้นตอนส่งตัว-วินิจฉัยแพทย์ สั่งเรียกอีก 20 พยาน https://thestandard.co/key-messages-thaksin-floor-14/ Fri, 13 Jun 2025 11:06:16 +0000 https://thestandard.co/?p=1084844

วันนี้ (13 มิถุนายน) นับเป็นวันแรกที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญา […]

The post เปิดฉากไต่สวน ‘ทักษิณชั้น 14’ ศาลซักเข้ม ผบ.เรือนจำ เจาะลึกขั้นตอนส่งตัว-วินิจฉัยแพทย์ สั่งเรียกอีก 20 พยาน appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (13 มิถุนายน) นับเป็นวันแรกที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเริ่มไต่สวนกรณีที่ ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เข้ารักษาตัวที่ ชั้น 14 ที่โรงพยาบาลตำรวจ หลังเดินทางกลับประเทศไทยในรอบ 15 ปี และเข้ารับทราบ 3 หมายจับ รวมถึงตามที่ทักษิณประกาศว่าจะกลับบ้านมาเลี้ยงหลาน

 

เป็นเวลานานกว่า 1 ชั่วโมงที่ศาลได้ใช้เวลาซักถาม ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร พยานคนแรกอย่างละเอียด พร้อมตามมาด้วยการสั่งเรียกเอกสารและพยานมาสอบเพิ่มเติมอีกถึง 20 ปาก

 

THE STANDARD ได้สรุปเหตุการณ์และสาระสำคัญที่เกิดขึ้นในห้องไต่สวนดังนี้

 

การไต่สวน ผบ.เรือนจำ ถามย้ำขั้นตอนการส่งตัว-ผลวินิจฉัยแพทย์

 

บุคคลแรกที่ศาลได้ไต่สวนคือ มานพ ชมชื่น ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครคนปัจจุบัน ซึ่งศาลได้ซักถามในขั้นตอนการส่งตัวผู้ต้องขังไปรักษานอกเรือนจำอย่างเข้มข้น 

 

มานพชี้แจงถึงกระบวนการในวันที่ 22 สิงหาคม 2566 ซึ่งเป็นวันที่รับตัวทักษิณจากศาลฎีกาฯ มายังเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ซึ่งมีการตรวจร่างกายโดย พญ.รวมทิพย์ สุภานันท์ แพทย์จากทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ ซึ่งลงรายละเอียดในใบรับรองแพทย์ว่า ทักษิณมีโรคความดันสูง โรคหัวใจ อยู่ในกลุ่ม 608 และแพทย์เขียนใบส่งตัวไว้ล่วงหน้าสำหรับกรณีฉุกเฉิน

 

ผู้บัญชาการเรือนจำฯ เปิดเผยว่า เวลา 22.00 น. ของวันดังกล่าว พยาบาลของสถานพยาบาลภายในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เข้าตรวจทักษิณ พบว่ามีความดันผิดปกติ ออกซิเจนในเลือดผิดปกติ มีอาการแน่นหน้าอก นอนไม่หลับ แขนขาอ่อนแรง พยาบาลจึงปรึกษาแพทย์ของทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ทางโทรศัพท์

 

ซึ่งแพทย์ให้ความเห็นว่าสามารถส่งตัวไปรักษานอกเรือนจำฯ ได้ทันที เนื่องจากมีใบส่งตัวอยู่แล้ว พัศดีเวรจึงมีคำสั่งตามคำวินิจฉัยแพทย์ และส่งตัวทักษิณไปรักษาที่โรงพยาบาลตำรวจ ซึ่งขั้นตอนนี้ไม่ได้มีการนำตัวทักษิณไปยังทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ก่อน

 

เมื่อศาลถามว่าปกติแพทย์มีการเขียนใบส่งตัวไว้ล่วงหน้าหรือไม่ มานพยืนยันว่ามี และเป็นเรื่องปกติในกรณีผู้ป่วยกลุ่ม 608 แต่กรณีของทักษิณตนไม่ทราบเหตุผล ส่วนอาการในคืนนั้นที่ตรงกับใบส่งตัวที่ถูกเขียนล่วงหน้า มานพระบุว่าตนเห็นแค่ตามรายงานเอกสารเท่านั้น

 

ประวัติการรักษาและข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

 

ศาลได้ทวงถามถึงประวัติการรักษาจากต่างประเทศของทักษิณ เนื่องจากยังไม่มีการส่งหลักฐานให้กับศาล พร้อมถามถึงรายละเอียดการส่งตัวผู้ต้องขังไปรักษานอกเรือนจำว่ามีขั้นตอนอย่างไร และอาศัยอำนาจกฎหมายใด

 

มานพชี้แจงว่า เป็นขั้นตอนตามมาตรา 55 ของพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ปี 2560 โดยไม่ได้ใช้การส่งตัวตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ป.วิอาญา) ซึ่งการส่งตัวตาม พ.ร.บ.ราชทัณฑ์นั้น จะนับวันการทุเลาโทษด้วย 

 

ผู้บัญชาการเรือนจำยังกล่าวว่า การส่งตัวทักษิณตาม พ.ร.บ.ราชทัณฑ์ มีการนับวันลดโทษ รวมถึงมีการซักถามถึงกฎกระทรวงที่ระบุว่านักโทษไม่สามารถแยกนอนห้องพิเศษได้ แต่มีข้อยกเว้นตามอาการ เช่น วัณโรค หรือป่วยวิกฤต

 

เมื่อถามว่าก่อนหน้านี้มีนักโทษคดีทางการเมืองถูกส่งไปรักษานอกเรือนจำแบบทักษิณหรือไม่ มานพตอบว่าตนไม่ทราบ แต่ในระยะเวลาที่ตนดำรงตำแหน่งมานั้นมี เช่น ผู้ป่วยจิตเวช หรือผู้ป่วยมะเร็งที่ส่งไปรักษานอกเรือนจำ

 

การควบคุมตัวและเอกสารเพิ่มเติม

 

ศาลยังถามต่อว่าขณะทักษิณรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลตำรวจ มีการส่งเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ไปควบคุมตลอดเวลาหรือไม่ มานพชี้แจงพร้อมแสดงเอกสารว่ามีการแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ 4 คน แบ่งเป็นเวรละ 2 คน สลับกลางวัน-กลางคืน โดย 1 คนสามารถเข้าเวรต่อเนื่องได้ 24 ชั่วโมง และมีการลงชื่อในสมุดเข้าเวรทุกครั้ง รวมถึงเซ็นเบิกค่าเงินเข้าเวรด้วย 

 

ศาลจึงขอหลักฐานการเบิกเงินเข้าเวร โดยให้ส่งมาพร้อมกับประวัติการรักษาตัวของทักษิณในต่างประเทศภายใน 15 วัน

 

การซักค้านพยานและข้อจำกัดของทนายความ

 

ศาลเปิดโอกาสให้คู่ความไต่สวนพยานได้ แต่ต้องไม่เป็นการซักค้านศาล โดย วิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความของทักษิณ ขออนุญาตศาลสอบถามข้อมูลบางส่วนกับพยานโดยตรงในชั้นไต่สวน

 

แต่ศาลชี้แจงว่าไม่สามารถอนุญาตให้ทนายความจำเลยถามคำถามต่อพยานได้โดยตรง แต่ศาลจะเป็นผู้พิจารณาแต่ละคำถามตามความเหมาะสม

 

ทนายวิญญัติเริ่มถามข้อที่ 1 ว่า กรมราชทัณฑ์ทำ MOU ร่วมกับโรงพยาบาลอื่น เช่น โรงพยาบาลตำรวจ ในการส่งตัวผู้ต้องขังที่ป่วยออกไปรักษานอกความดูแลของกรมราชทัณฑ์หรือไม่ ซึ่งศาลตอบแทนพยานว่ากรมราชทัณฑ์มี MOU ในเอกสารที่ยื่นต่อศาลอยู่แล้ว

 

คำถามที่ 2 ที่ผ่านมาทางเรือนจำฯ มีกรณีส่งตัวผู้ต้องขังที่ป่วยไปรักษาภายนอกโดยไม่ผ่านขั้นตอนโรงพยาบาลเรือนจำฯ หรือไม่ ซึ่งข้อนี้ศาลไม่อนุญาตให้ถาม

 

ส่วนคำถามที่ 3 พยานรู้อยู่แล้วใช่หรือไม่ว่าผู้ต้องขังมีประวัติการรักษาตัวจากต่างประเทศ ไม่ใช่เพิ่งมีอาการ มานพระบุว่า ไม่ทราบ

 

คำถามที่ 4 เรื่องจำนวนผู้ต้องขังที่ถูกคุมตัวออกไปรักษานอกเรือนจำทั่วประเทศในระหว่างมานพปฏิบัติราชการ ศาลไม่อนุญาตให้ถาม

 

คำถามที่ 5 ตามกฎกระทรวงเรื่องการคุมตัวผู้ต้องขังนอกเรือนจำ เจ้าหน้าที่ต้องมีการควบคุมตัวตลอดเวลาใช่หรือไม่ ศาลแจ้งกลับว่านัดหมายเรียกพยานซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ที่ควบคุมตัวทักษิณมาไต่สวนแล้ว จึงไม่อนุญาตให้ถาม

 

คำถามที่ 6 เรื่องแนวทางปฏิบัติกฎกระทรวงปี 2563 และมาตรฐานการควบคุมตัวผู้ต้องขังนอกเรือนจำ (SOP) เกิดขึ้นก่อนกรณีของทักษิณหรือไม่ มานพยืนยันว่าใช่

 

คำถามที่ 7 เรื่องการรับโทษแล้วหรือไม่ของทักษิณ สืบเนื่องจากที่ราชทัณฑ์ซักประวัติ ถ่ายรูป ตรวจร่างกายเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2566 ศาลไม่อนุญาตให้ถามเพราะจะเป็นผู้วินิจฉัยเอง

 

คำถามที่ 8 เรื่องจำนวนพยาบาลวิชาชีพที่ปฏิบัติงานในเรือนจำ มานพระบุว่า พยาบาล 1 คนต่อ 1 เวร จะต้องดูแลผู้ต้องขัง 4,000 คน

 

คำถามที่ 9 กลุ่ม 608 ของราชทัณฑ์คือกลุ่มอะไร ศาลแนะนำว่าทนายจำเลยควรสอบถามแพทย์มากกว่า แต่ทนายวิญญัติยืนยันจะถามผู้บัญชาการเรือนจำ มานพจึงชี้แจงว่า กลุ่ม 608 หมายถึงกลุ่มผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป ป่วยด้วย 8 โรค ซึ่งเป็นกลุ่มที่เรือนจำต้องดูแลอย่างใกล้ชิด และคำว่ากลุ่ม 608 เกิดขึ้นในสมัยการแพร่ระบาดของโควิด

 

กำหนดนัดหมายเพิ่มเติมและพยานปากสำคัญ

 

ต่อมาเวลา 10.30 น. ทนายวิญญัติได้ขออนุญาตศาลขยายระยะเวลาการส่งเอกสารเพิ่มเติมภายในวันที่ 23 มิถุนายนนี้ และขอเบิกตัวพยานฝ่ายจำเลยที่มีส่วนเกี่ยวข้อง โดยจะส่งรายชื่อและรายละเอียดให้ศาลพิจารณา

 

ศาลระบุว่า ในคดีดังกล่าวจะมีการไต่สวนอีกหลายนัดและมีการเรียกพยานมา และขอให้ทนายจำเลยทำเรื่องมาตามระเบียบกฎหมาย ซึ่งศาลจะวินิจฉัยเองว่าจะได้หรือไม่

 

ทนายวิญญัติยังขอศาลไม่ให้มีนัดในเดือนกรกฎาคม เนื่องจากทักษิณมีกำหนดนัดคดี ม.112 ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ซึ่งจะต้องไปปรากฏตัว 

 

แต่ศาลชี้แจงว่าทางศาลเองมีข้อจำกัดในการกำหนดนัดผู้พิพากษาและการจัดเตรียมสถานที่ จึงขอให้ทีมทนายความจัดสรรเวลาและผู้มาฟัง การไต่สวนทางทักษิณไม่จำเป็นต้องเดินทางมาด้วยตนเอง สามารถมอบหมายทนายความให้เป็นตัวแทนได้ 

 

ทนายความวิญญัติชี้แจงว่า อยากขอความเมตตาเนื่องจากเป็นทนายความเพียงคนเดียวที่ได้เข้าเยี่ยมทักษิณขณะพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลตำรวจ อีกทั้งทักษิณจำเป็นต้องมีทนายความที่ไว้วางใจในการเดินทางขึ้นศาลแต่ละครั้ง

 

ท้ายที่สุด ศาลได้นัดไต่สวนพยานในครั้งถัดไปคือวันที่ 4, 8, 15, 18, 25 และ 30 กรกฎาคม 2568 พร้อมเรียกพยานสอบ 3 นัดถัดไปรวม 20 ปาก โดยแบ่งเป็น:

 

4 กรกฎาคม: กลุ่มแพทย์ พยาบาล ทั้งในสถานพยาบาลในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ, ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ และโรงพยาบาลตำรวจ

 

8 กรกฎาคม: กลุ่มเจ้าหน้าที่เรือนจำที่ไปควบคุมทักษิณที่โรงพยาบาลตำรวจ

 

15 กรกฎาคม: กลุ่มผู้บริหารกรมราชทัณฑ์ ได้แก่ อธิบดีกรมราชทัณฑ์, รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์, อดีตผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ และอดีตผู้บัญชาการทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์

 

เรียกเอกสารเพิ่มเติมจากคู่ความและบรรยากาศในห้องไต่สวน

 

นอกจากนี้ ศาลยังได้เรียกเอกสารเพิ่มจากฝ่ายโจทก์ คือสำนักงานอัยการสูงสุด และ ป.ป.ช. โดยขอเอกสารจาก ป.ป.ช. ถึงรายงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน (กสม.) และมติแพทยสภาเมื่อวานนี้ (11 มิถุนายน) ที่มีการพิจารณากรณีส่งตัวทักษิณรักษาที่ชั้น 14 ส่วนสำนักงานอัยการสูงสุดศาลไม่ได้ขออะไรเพิ่ม และไม่ได้มีการชี้แจงในชั้นศาลเพิ่มเติมเช่นกัน

 

สำหรับบรรยากาศในห้องไต่สวน องค์คณะผู้พิพากษา 5 ท่าน มี 3 ท่านที่ผลัดกันซักถามผู้บัญชาการเรือนจำใช้เวลาประมาณ 40 นาที จากนั้นเปิดโอกาสให้ทางทนายจำเลยซักถาม 20 นาที ก่อนจะอ่านสรุปรายงานพร้อมนัดวันไต่สวน

 

ระหว่างการไต่สวน มานพตอบทุกคำถาม แต่ไม่สามารถตอบได้ละเอียดในบางคำถาม เนื่องจากเพิ่งมาดำรงตำแหน่งหลังจากเกิดเรื่องแล้ว ทันทีที่การไต่สวนจบ วิญญัติได้เดินเข้าไปพูดคุยกับมานพด้วยเช่นกัน

 

นอกจากนี้ในห้องไต่สวน ยังมี นิติธร ล้ำเหลือ หรือทนายความนกเขา, ชาญชัย อิสระเสนารักษ์ อดีต สส. พรรคประชาธิปัตย์, ผศ. นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ ศิษย์เก่าคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 

 

และอดีตแนวร่วมกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย, คมสัน โพธิ์คง นักวิชาการด้านนิติศาสตร์ และ วีรพัฒน์ ปริยวงศ์ นักกฎหมายอิสระ เข้าร่วมสังเกตการณ์การพิจารณาครั้งนี้ด้วย

The post เปิดฉากไต่สวน ‘ทักษิณชั้น 14’ ศาลซักเข้ม ผบ.เรือนจำ เจาะลึกขั้นตอนส่งตัว-วินิจฉัยแพทย์ สั่งเรียกอีก 20 พยาน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทนายนกเขาเตือน “รัฐบาลต้องยกระดับ” ด้านทักษิณส่งทนายวิญญัติเข้าไต่สวนคดีชั้น 14 ต่อศาลฎีกาฯ https://thestandard.co/thaksin-hospital-hearing-supreme-court/ Fri, 13 Jun 2025 03:15:40 +0000 https://thestandard.co/?p=1084597 thaksin-hospital-hearing-supreme-court

วันนี้ (13 มิถุนายน) คู่ความในคดีกรมราชทัณฑ์อนุญาตให้ ท […]

The post ทนายนกเขาเตือน “รัฐบาลต้องยกระดับ” ด้านทักษิณส่งทนายวิญญัติเข้าไต่สวนคดีชั้น 14 ต่อศาลฎีกาฯ appeared first on THE STANDARD.

]]>
thaksin-hospital-hearing-supreme-court

วันนี้ (13 มิถุนายน) คู่ความในคดีกรมราชทัณฑ์อนุญาตให้ ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เข้ารักษาตัวที่ชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ ทยอยเดินทางเข้าร่วมการไต่สวน ตามนัดหมายของศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

 

เวลาประมาณ 08.30 น. วิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความที่ได้รับมอบอำนาจจากทักษิณที่ไม่ได้เดินทางมาด้วยตนเอง เดินทางมาถึงศาลฎีกาฯ โดยจะขอให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนต่อเมื่อเสร็จสิ้นกระบวนการแล้ว

 

ขณะที่ ชาญชัย อิสระเสนารักษ์ อดีต สส. พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะผู้ยื่นคำร้อง พร้อมด้วย นิติธร ล้ำเหลือ หรือ ทนายนกเขา นักเคลื่อนไหวทางการเมือง ได้มาร่วมสังเกตการณ์การไต่สวนเช่นกัน

 

นิติธรกล่าวในตอนหนึ่งว่า หากความจริงในคดีนี้กระจ่างขึ้นจะส่งผลกระเทือนต่อนายกรัฐมนตรี รวมถึงรัฐมนตรี ตั้งแต่รัฐปัจจุบันตลอดจนรัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน เนื่องจากปล่อยปละละเลยในกระบวนการให้ทักษิณได้เข้ารักษาตัวที่ชั้น 14 พร้อมย้ำว่า ในฐานะผู้ชุมนุมไม่จำเป็นต้องยกระดับ แต่รัฐบาลต่างหากที่ต้องยกระดับ

 

อาคารศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง อาคารศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง อาคารศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง อาคารศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง อาคารศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

The post ทนายนกเขาเตือน “รัฐบาลต้องยกระดับ” ด้านทักษิณส่งทนายวิญญัติเข้าไต่สวนคดีชั้น 14 ต่อศาลฎีกาฯ appeared first on THE STANDARD.

]]>
จตุพรยืนยันไม่ได้กระหายสงคราม ชี้ นายกฯ อ่อนแอทำชาติสุ่มเสี่ยงเสียดินแดน ท้าทักษิณไปศาล 13 มิ.ย. https://thestandard.co/jatupron-thaksin-court/ Sat, 07 Jun 2025 07:20:51 +0000 https://thestandard.co/?p=1082773 jatupron-thaksin-court

วันนี้ (7 มิถุนายน) ที่รามอินทรา 40 จตุพร พรหมพันธุ์ อด […]

The post จตุพรยืนยันไม่ได้กระหายสงคราม ชี้ นายกฯ อ่อนแอทำชาติสุ่มเสี่ยงเสียดินแดน ท้าทักษิณไปศาล 13 มิ.ย. appeared first on THE STANDARD.

]]>
jatupron-thaksin-court

วันนี้ (7 มิถุนายน) ที่รามอินทรา 40 จตุพร พรหมพันธุ์ อดีตประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) และ นิติธร ล้ำเหลือ หรือ ทนายนกเขา นักกิจกรรมและนักเคลื่อนไหวทางการเมือง ร่วมกันแถลงข่าวกิจกรรมหัวข้อ ‘เมื่อประเทศไทยมีปัญหา ถึงเวลาของคนไทยทุกคน ที่ต้องมาร่วมกันทำวาระเพื่อชาติ’

 

จตุพรระบุว่า เคยกล่าวไว้ว่าหากไทยกับกัมพูชาจะมีปัญหา จะต้องไม่ใช่ช่วงที่ตระกูลชินวัตรเป็นนายกรัฐมนตรี เพราะสองครอบครัวนี้สนิทสนมกันมาก อดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร มีบ้านอยู่ที่กรุงพนมเปญ และลูกของน้องสาวก็เป็นดองกับผู้แทนในกัมพูชา ส่วนตัวจตุพรก็รู้จัก ฮุน เซน และ ฮุน มาเนต แต่ย้ำว่าสามารถแยกแยะได้ระหว่างการรู้จักส่วนตัวกับผลประโยชน์ของชาติ โดยเฉพาะเรื่องดินแดน

 

จตุพรกล่าววิจารณ์การทำหน้าที่ของนายกรัฐมนตรี และ ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ว่าสะท้อนความอ่อนแอมาโดยตลอด

 

จตุพรยังกล่าวว่า แม้ไทยไม่ได้เป็นสมาชิกศาลโลก แต่การสร้างความชอบธรรมในกระบวนการอื่นๆ จากความอ่อนแอของนายกรัฐมนตรี ทั้งพูดไม่รู้เรื่อง ควบคุมตัวเองไม่ได้ ไม่เหมาะสมกับสถานการณ์การเมืองที่สุ่มเสี่ยงจะต้องเสียดินแดน โดยย้ำว่า “เราเป็นประเทศที่เสียดินแดนมากกว่าที่เหลืออยู่ และจะไม่ยอมเสียดินแดนแม้แต่ตารางนิ้วเดียวอีกต่อไป”

 

การออกแถลงการณ์ของรัฐบาลที่เรียงตามลำดับไม่ได้สะท้อนความแข็งแกร่งของประเทศนี้ แม้กระทั่งภูมิธรรมออกแถลงการณ์ช่วง 07.00 น. ก็ยังไม่ได้แสดงว่าประเทศแข็งแรง จนกระทั่งผู้บัญชาการทหารบกออกคำสั่งให้กองกำลังบูรพา กองกำลังสุรนารีพิจารณาเปิด-ปิดด่านชายแดน และเชื่อว่าในอีกไม่กี่วันข้างหน้า แม่ทัพภาคที่ 2 จะประกาศใช้กฎอัยการศึกตามตะเข็บชายแดน

 

“การที่เราได้รัฐบาลที่มีความอ่อนแอในวันที่เราต้องการความเข้มแข็ง แน่นอนไม่มีใครกระหายสงคราม ตามที่มีการปลุกเรื่องการกระหายสงคราม แต่บทเรียนของเราการเจรจาระหว่างรองนายกรัฐมนตรีควบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของสองชาติที่สระแก้วนั้น ที่นายกฯ บอกว่าโอเค โอเค แต่ท้ายที่สุดทางกัมพูชาปฏิเสธทุกข้อ แล้วเราต้องยอมรับความเป็นจริงว่า ประเทศเขาได้นักรบปกครอง บ้านเมืองเราได้นักอะไรก็ไม่รู้ปกครอง จนกระทั่งปัจจุบัน ไม่มีความเท่าทันในการที่จะทำหน้าที่ปกป้องดินแดน” จตุพรกล่าว

 

จตุพรเชื่อว่าประชาชนไทยและกัมพูชาที่ทำงานในแต่ละประเทศจะไม่เกิดปัญหาต่อกัน นี่เป็นเรื่องระหว่างรัฐกับรัฐ กองทัพกับกองทัพ การออกมาเรียกร้องเรื่องดินแดนไม่ใช่การเรียกร้องรัฐประหารตามที่มีการปั่นกระแส “ถ้าคนไทยประเทศนี้เงียบเพราะกลัวการทำรัฐประหาร เพื่อแลกกับการเสียดินแดนนั้น เป็นเรื่องที่อธิบายไม่ได้เลย”

 

ในวันที่ 10 มิถุนายนนี้ จะมีการประกาศแสดงจุดยืน และในวันที่ 11 มิถุนายน จะเดินทางไปที่แพทยสภา เวลา 10.00 น. เพราะเชื่อว่านี่จะเป็นจุดเปลี่ยน และเกิน 60 เสียงในแพทยสภาจะยืนตามมติเดิม โต้กลับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข

 

สำหรับวันที่ 13 มิถุนายน ที่ศาลฎีกานัดพร้อมและไต่สวน จตุพรได้กล่าวถึงทักษิณ ว่า “ให้แสดงความกล้าหาญ ท่านพูดถึงผมว่าผมเข้าป่าไปแล้ว แต่ว่าท่านกล้าไปศาลหรือไม่ ที่พูดอวดดีตามที่ต่างๆ นั้น ขอถามว่าจะไปที่ศาลฎีกาหรือไม่ ผมไม่ต้องการฟังเหตุผลว่าป่วยอีกแล้ว ถ้าไปต้องไปในวันนั้น

 

“และถ้าศาลพิจารณาเสร็จในวันนั้นก็ต้องน้อมรับคำสั่ง จึงจะได้เป็นแบบอย่าง ไม่ใช่ไปเก่งตามงานวันเกิด หรือตามงานต่างๆ แต่งานที่ตัวเองจะต้องรับผิดชอบ ในฐานะที่เคยเป็นผู้นำประเทศ เป็นนายกรัฐมนตรีถึง 2 ครั้งนั้น ควรจะต้องใช้ความกล้าหาญ กล้าประกาศว่าหัวเด็ดตีนขาด ตายเป็นตาย คุกเป็นคุกเลยไหม ว่าวันที่ 13 นี้ จะไปที่ศาลฎีกา”

 

จตุพรยังกล่าวถึงประเด็นสุดท้ายที่กัมพูชานัดประชุม JBC ที่กรุงพนมเปญ ซึ่งกัมพูชายืนยันว่าจะไม่นำ 4 เรื่องเข้าหารือ และจะไปศาลโลกอย่างเดียว แต่ทางการไทยยังคงพยายามเจรจาแม้ไม่มีวาระนี้แล้ว

 

“หลักการในเรื่องการปักปันเขตแดน ตรงไหนตกลงกันไม่ได้ ต่างฝ่ายต่างอ้างสิทธิ์ จะไม่มีใครมีสิทธิ์เข้าไป และตกลงกันว่าวันใดที่จุดนั้นมีความเจริญเท่าเทียมกัน ค่อยมาเจรจากันอีกครั้ง แต่ไม่ใช่มาขุดคูเรด ในเขตพื้นที่อ้างสิทธิ์กันได้ นั่นคือการรุกล้ำ และแสดงความเป็นเจ้าของ

 

“และหลังจากที่ภูมิธรรมไปเจรจา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กัมพูชา เขากลับไปออกแถลงการณ์ไม่ถอนกำลัง และไม่ถอย ประเทศไทยก็ไม่มีมาตรการใดๆ เมื่อเขาครอบครองก็มีหลักการเดียว เหมือนกฎหมายปิดปากกรณีปราสาทเขาพระวิหาร เราจะไปเสียโง่ซ้ำประเด็นเดิมๆ นี้ไม่ได้ เพราะฉะนั้นหัวใจหลักของเรื่องในประเทศไทย วันที่ 12-13 นั่นคือจะเปลี่ยนที่สำคัญ และถ้าทักษิณให้ความร่วมมือก็ไปที่ศาลฎีกา ส่วนหลังจากไปใช้ชีวิตในเรือนจำ เชื่อว่าร้อยทั้งร้อยไม่ไป” จตุพรกล่าว

 

จตุพรเน้นย้ำว่า การเสียดินแดนเกิดจากทัศนคติของคนในชาติ “วันนี้เราในฐานะเป็นคนไทยที่มองเห็นว่าเศรษฐกิจก็พัง การเมืองก็พัง ขบวนการยุติธรรมก็พัง และจะเสียดินแดนอีกนั้น ดังนั้นจึงถึงเวลาที่คนไทยต้องทำหน้าที่

 

“ขอย้ำว่า นี่คือการปกป้องประเทศ ไม่ใช่การเรียกร้องรัฐประหาร การไม่รักชาติแล้วอ้างว่าคนที่เขารักชาติเรียกร้องรัฐประหารในแผ่นดินนี้ ถ้าจะมีใครเรียกร้องรัฐประหารนั้นก็มีทางเดียว คือความอ่อนแอของตัวนายกรัฐมนตรี การสะท้อนทุกเรื่องของพ่อนายกฯ การไม่รู้จักหน้าที่ของรองนายกและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นั่นคือการเรียกรัฐประหารตัวจริง คนไทยมีหน้าที่ปกป้องแผ่นดิน เช่นเดียวกับทหารที่เขาต้องทำหน้าที่ เพราะฉะนั้นอย่าไปโทษใครการทำหน้าที่ของรัฐบาล อ้างความสนิทสนม นี่นายกฯ เพิ่งไปที่กัมพูชามา เราก็มีปัญหากับดินแดน ก่อนหน้านี้ไปจีนมา นักท่องเที่ยวจีนหายหมด ขอร้องอย่าไปที่ไหนอีก” จตุพรกล่าว

 

จตุพรยังกล่าวว่า ในภูมิภาคนี้กัมพูชามีความมั่นคงภายในมากที่สุด หากไปทางฝั่งมาเลเซีย อันวาร์ไม่ได้แข็งแรงแบบซีกกัมพูชา และในวันที่ 13 มิถุนายน เชื่อมั่นว่าทักษิณจะไม่ไปศาล “ตนอยากทายผิด อยากหน้าแตก แต่ตนเชื่อว่าเขาไม่ไป” จตุพรระบุว่าช่องทางตะเข็บไทย-กัมพูชามีจำนวนมากที่สามารถออกไปได้ หากมีการปล่อยปละละเลย

 

และที่ผ่านมาการออกนอกประเทศของทักษิณ รวมถึงอดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร หากไม่ได้รับความร่วมมือจากผู้มีอำนาจ ก็ไม่มีทางออกไปได้ “ครั้งนี้ก็เหมือนกันสถานการณ์ขณะนี้ช่องทางธรรมชาติ กองกำลังบูรพา หรือสุรนารี ย่อมที่จะรู้กันเป็นอย่างดีว่ามีช่องไหนบ้าง ดังนั้นตนก็ยังเห็นว่าถ้าจะมีการออกนอกประเทศ ช่องทางเดียวเท่านั้นคือกัมพูชา”

The post จตุพรยืนยันไม่ได้กระหายสงคราม ชี้ นายกฯ อ่อนแอทำชาติสุ่มเสี่ยงเสียดินแดน ท้าทักษิณไปศาล 13 มิ.ย. appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘ชาญชัย-สมชาย-นิติธร’ ทวงถามความคืบหน้า ป.ป.ช. ร้องถอดถอนนายกฯ นำงบใช้หนี้มาแจกดิจิทัลวอลเล็ต https://thestandard.co/ppc-thaksin-digital-wallet/ Mon, 26 May 2025 07:23:12 +0000 https://thestandard.co/?p=1078594 ppc-thaksin-digital-wallet

วานนี้ (25 พฤษภาคม) ที่สำนักงานการป้องกันและปราบปรามการ […]

The post ‘ชาญชัย-สมชาย-นิติธร’ ทวงถามความคืบหน้า ป.ป.ช. ร้องถอดถอนนายกฯ นำงบใช้หนี้มาแจกดิจิทัลวอลเล็ต appeared first on THE STANDARD.

]]>
ppc-thaksin-digital-wallet

วานนี้ (25 พฤษภาคม) ที่สำนักงานการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชาญชัย อิสระเสนารักษ์ อดีต สส. พรรคประชาธิปัตย์ พร้อม สมชาย แสวงการ อดีตสมาชิกวุฒิสภา (สว.) และ นิติธร ล้ำเหลือ หรือ ทนายนกเขา เข้าติดตามทวงถามความคืบหน้ากรณีร้องให้ตรวจสอบการปรับลดงบประมาณของรัฐบาลยุค เศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี และ แพทองธาร ชินวัตร เพื่อใช้ในโครงการดิจิทัลวอลเล็ต เป็นการฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญมาตรา 144 ที่ยื่นเรื่องร้องเรียนไว้ต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2568 ที่ผ่านมา 

 

ชาญชัยระบุว่า วันนี้ได้นำคำสั่งและความเห็นจาก 3 หน่วยงานที่รัฐบาลเคยสอบถามเกี่ยวกับโครงการดิจิทัลวอลเล็ต ประกอบด้วยธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานกฤษฎีกา และคณะกรรมการ ป.ป.ช. ที่แสดงความเห็นค้านว่าการผลักดันโครงการดังกล่าวอาจทำให้เกิดความเสียหาย 

 

แต่กลับเกิดเหตุตาลปัตรขึ้นเมื่อรัฐบาลนำเงินในการจัดงบประมาณไว้ใช้หนี้ ซึ่งเป็นเงินที่ทางธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธ.ก.ส.) ต้องนำเงินดังกล่าวนี้ไปจ่ายคืนในวงเงินกู้ ทำให้ ธ.ก.ส. ไม่มีเงินไปชำระหนี้กับธนาคารทั้ง 4 สถาบัน เป็นเหตุให้ธนาคารทั้งหมดไม่มีเงินไปใช้หนี้ กลับนำเงินมาแจกในโครงการดิจิทัลวอลเล็ต ซึ่งขัดต่อรัฐธรรมนูญ เพราะถือว่าเป็นการปรับลดงบประมาณ 

 

“ตามกฎหมายแล้วได้ระบุบางคำไว้ว่า รัฐบาลจะต้องจัดสรรงบประมาณเพื่อชำระเงินกู้ที่นำมาช่วยเหลือเกษตรกร โดยผมจะทำคดีนี้ให้เป็นกรณีศึกษา เพราะได้เกิดผลกระทบขึ้นแล้ว จะเห็นได้ว่า ธ.ก.ส. นิ่งเฉย ไม่ได้ช่วยเหลือเกษตรกร ปล่อยให้ราคาข้าวและผลผลิตทางการเกษตรตกต่ำ เพราะ ธ.ก.ส. มีเพดานเงินกู้เต็มวงเงินแล้ว จากเหตุการณ์กระทำของรัฐบาล” ชาญชัยกล่าว

 

ด้านสมชายเผยว่า ในรัฐธรรมนูญตั้งแต่ปี 2540 และ 2550 จนถึงปัจจุบัน กำหนดไว้อย่างชัดเจนว่าห้ามตัดงบประมาณที่นำไปใช้หนี้ตามกฎหมาย ซึ่งหากฝ่าฝืน มีบทลงโทษในรัฐธรรมนูญปี 2560 ซึ่งรัฐบาลได้กระทำผิด โดยมีมติคณะรัฐมนตรี และมติคณะกรรมาธิการนำเงินไปแจกในดิจิทัลวอลเล็ต นำไปสู่ความเสียหายที่เห็นได้ชัด โดยเฉพาะดิจิทัลวอลเล็ตเฟสที่ 3 ไม่ควรเกิดขึ้นได้ การที่รัฐบาลตัดเงินจากมาตรา 144 ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องห้ามถือว่ารัฐบาลเบี้ยวหนี้ 

 

สมชายยกเปรียบเทียบคดีจำนำข้าว ที่รัฐบาลขณะนั้นได้ใช้งบไป 900,000 ล้านบาท และขายข้าวได้ส่วนหนึ่ง แต่ยังขาดทุน 500,000 ล้านบาท ซึ่งก็มีการตั้งงบใช้หนี้มาทุกปี ซึ่งตอนนี้เหลือหนี้ประมาณ 30,000 ล้านบาท โดยงบประมาณ 30,000 ล้านบาท ยังคงอยู่ในสถาบันการเงินทั้ง 5 แห่ง วันนี้เท่ากับไม่มีเงินไปจ่ายหนี้โครงการจำนำข้าว แต่เอาเงินไปแจก 

 

“ขณะนี้ประเทศไทยได้เสียเครดิตแล้ว การไปกู้เงินนั้นทำไม่ได้ เพราะรัฐบาลได้เบี้ยวหนี้ไปแล้ว ซึ่งทำให้ธนาคารเอกชนในประเทศไทย และธนาคารโลก (World Bank) จับตามองประเทศไทย ว่ามีพฤติกรรมเบี้ยวหนี้ของรัฐบาล ดังนั้นถือว่าความผิดได้สำเร็จแล้ว จึงขอให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีหน้าที่ตรวจสอบและมีมติส่งความเห็นไปที่ศาลรัฐธรรมนูญให้มีการวินิจฉัย หรือชี้ว่าการกระทำนั้นมีความผิด และก่อให้เกิดความเสียหาย เพื่อป้องกันการทำงบประมาณตามใจชอบ” สมชายกล่าว 

 

ส่วนนิติธรกล่าวว่า ตามระยะเวลาการพิจารณาของ ป.ป.ช. มีเวลา 45 วัน ซึ่งตอนนี้ผ่านมาแล้ว 30 วัน จึงอยากให้ ป.ป.ช. พิจารณาโดยพลัน เพื่อให้อยู่ในกรอบเดียวกับศาลรัฐธรรมนูญ และเชื่อว่า ป.ป.ช. เองจะเร่งการพิจารณา รวมถึงการพิจารณาเอกสารเพิ่มเติม แต่ถ้าหากไม่ทัน เมื่อถึงเวลานั้นค่อยว่ากันอีกครั้ง

The post ‘ชาญชัย-สมชาย-นิติธร’ ทวงถามความคืบหน้า ป.ป.ช. ร้องถอดถอนนายกฯ นำงบใช้หนี้มาแจกดิจิทัลวอลเล็ต appeared first on THE STANDARD.

]]>
กลุ่มต้านทักษิณ​รวมพลังหน้าทำเนียบรัฐบาล ยื่นหนังสือถึงนายกฯ​ เรียกเทวดาชั้น​ 14 ​กลับคุก​ ชวนจับตา 27 ม.ค. ลุ้นคำสั่งศาลฎีกา https://thestandard.co/anti-thaksin-group-rallies-government-house/ Tue, 21 Jan 2025 06:31:48 +0000 https://thestandard.co/?p=1032604 กลุ่มต้านทักษิณ

วันนี้ (21 มกราคม) ที่ทำเนียบรัฐบาล แกนนำกลุ่มเคลื่อนไห […]

The post กลุ่มต้านทักษิณ​รวมพลังหน้าทำเนียบรัฐบาล ยื่นหนังสือถึงนายกฯ​ เรียกเทวดาชั้น​ 14 ​กลับคุก​ ชวนจับตา 27 ม.ค. ลุ้นคำสั่งศาลฎีกา appeared first on THE STANDARD.

]]>
กลุ่มต้านทักษิณ

วันนี้ (21 มกราคม) ที่ทำเนียบรัฐบาล แกนนำกลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมือง​ นำโดย จตุพร​ พรหมพันธุ์​, พิชิต​ ไชย​มงคล​, นพ.​วรงค์​ เดชกิจวิกรม​, แก้วสรร อติโพธิ, เจษฎ์ โทณะวณิก, นิติธร ล้ำเหลือ และ พล.อ. สมเจตน์​ บุญถนอม เดินทางมายื่นหนังสือถึง แพทอง​ธาร​ ชิน​วัตร​ นายก​รัฐมนตรี​ เพื่อเรียกร้องต่อนายกรัฐมนตรี​ถึงกรณีการพักรักษาตัวที่ชั้น​ 14​ โรงพยาบาล​ตำรวจ​ของ ทักษิณ​ ชิน​วัตร​ อดีต​นายก​รัฐมนตรี​ ผ่านศูนย์​รับเรื่องราวร้องทุกข์​ทำเนียบรัฐบาล​ โดยมี สมคิด​ เชื้อคง รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง เป็นผู้รับหนังสือ บริเวณด้านหน้าทำเนียบรัฐบาล

 

แก้วสรร อติโพธิ​ กล่าวว่า​ เรื่องชั้น​ 14 ไม่ใช่เรื่องความขัดแย้งทางการเมือง​ แต่เป็นเรื่องความถูกต้องของแผ่นดิน ทุกคนต้องเสมอภาคภายใต้กฎหมาย ไม่ว่าจะนามสกุลอะไร​ การเดินทางมาในวันนี้หากศาลตัดสินว่าทำผิด ต่อสู้คดีแล้วหลักฐานชัดเจนจะต้องติดคุก การมาเรียกร้องในวันนี้เพื่อให้กฎหมายเป็นกฎหมาย​ไม่ใช่ละเมิดกฎหมายเสียเอง ขอเรียกร้องไปยังนายกรัฐมนตรีจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบแม้จะเป็นพ่อก็ต้องทำ เพราะตำแหน่งนายกฯ ไม่มีพ่อมีแม่​ แต่กลับเพิกเฉยมาตลอด

 

ทั้งนี้ ขอให้ใช้อำนาจในฐานะผู้บังคับบัญชาสูงสุดของฝ่ายบริหาร สั่งทุกหน่วยงานตั้งแต่โรงพยาบาลตำรวจ เรือนจำ และกรมราชทัณฑ์ ยื่นเอกสารเรียกเวชระเบียนทั้งหมดให้กับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (สำนักงาน ป.ป.ช.)​ แพทยสภา และศาลยุติธรรม ซึ่งจะเป็นผู้พิจารณาในสัปดาห์หน้า ถ้าไม่ทำจะติดเหมือนกับพ่อและอาของนายกรัฐมนตรีข้อหาละเว้นโดยทุจริต​ พร้อมกับฝากว่า คำว่านายกรัฐมนตรีทรพีไม่มีอยู่ในพจนานุกรม มีแต่นายกรัฐมนตรีทรยศประชาชน

 

นพ.วรงค์​ เดชกิจวิกรม ประธานพรรคไทยภักดี​ กล่าวว่า ต้องการมาสื่อสารโดยตรงถึงนายกรัฐมนตรีว่าถึงเวลาที่ต้องร่วมรับผิดชอบร่วมกับนักโทษชั้น​ 1​4 และขณะนี้ออกมาอาละวาดทั่วประเทศไทย ต้องให้ประชาชนช่วยกันต้อนกลับไปคุก​ ซึ่งได้นำหลักฐานมาชี้แจงว่าละครชั้น 14 นั้นไม่เนียน โดยเฉพาะโรงพยาบาลตำรวจอ้างว่าส่งเวชระเบียนมาบางส่วน ทางการแพทย์สรุปได้เลยว่า “ไม่มี”

 

เวชระเบียนทั้งหมดจะต้องอยู่ในแฟ้มเดียวกัน หากใช้ระบบคอมพิวเตอร์จะต้องอยู่ในไฟล์เดียวกันทั้งหมด ไม่สามารถแยกส่วนได้ และในฐานะนายกรัฐมนตรีจะต้องลงมาจัดการเรื่องนี้ก่อนที่จะสายเกินไป​ และมองว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องของกระบวนการยุติธรรม อย่าเอาพ่อมาอ้าง หากกังวลเรื่องพ่อแล้วไม่ดูแลเรื่องกระบวนการยุติธรรมขอให้ออกไป​ และนี่คือเสียงเล็กๆ จากประชาชนว่าให้นายกรัฐมนตรีออกไป​ และหากยังไม่จัดการจะเจอกับเหตุการณ์ที่ใหญ่กว่านี้

 

ขณะที่ เจษฎ์ โทณะวณิก​ ยังถามหาความรับผิดชอบจากรัฐบาลคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)​ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา​ อดีตนายกรัฐมนตรี​ ว่าอยู่ที่ใด​ คสช. ทั้งหลายมีกี่คน​ แล้วให้ประชาชนมารับผิดชอบ​ ขณะเดียวกันยังกล่าวถึง วิษณุ​ เครืองาม ที่เห็นปรากฏตัวที่กรมราชทัณฑ์แล้วสุดท้ายทักษิณ​ก็หายตัวไปจากพื้นที่กรมราชทัณฑ์​ไปปรากฏตัวที่ชั้น 14 ความรับผิดชอบของอดีต​ คสช. อยู่ที่ใด

 

พรรคเพื่อไทยไม่ได้ชนะการเลือกตั้ง แต่พรรคก้าวไกลชนะการเลือกตั้งแล้ว มันมีกลไกช่วยกัน​ถีบหัวพรรคก้าวไกล​ คนเหล่านั้นรับผิดชอบอะไรบ้าง ส่วนเรื่องคาสิโนพรรคเหล่านี้จะรับผิดชอบอะไรบ้างหรือไม่​ ไม่มีบ้านเมืองไหนถ้าไม่สิ้นคิดจะเปิดกาสิโน​ ตนจึงอยากถามหาความรับผิดชอบ ต้องถามพรรคร่วมรัฐบาล พล.อ. ประวิตร​ วงษ์​สุวรรณ​ ต้องดูว่าร่วมรัฐบาลอยู่หรือไม่ อนุทิน​ ชาญ​วี​รกูล​, พีระพันธุ์​ สาลี​รัฐ​วิภาค​, วราวุธ​ ศิลปอาชา​ และใครต่อใคร คนเหล่านี้ไม่รับผิดชอบต่อบ้านเมืองเลยหรือ พร้อมเสนอหากประชาธิปไตยเป็นเช่นนี้​ตนขอเสนอเลิกประชาธิปไตย

 

ส่วน จตุพร​ พรหมพันธุ์ กล่าวว่า เรื่องที่ดินอัลไพน์​มีกระบวนการตั้งแต่การจัดซื้อ​ โดยตั้งข้อสังเกตว่า​กลุ่มกระบวนการภายหลังยกกันเข้าพรรค​ การที่ทักษิณ​ออกมากล่าวอ้างมาได้มาโดยสุจริต​ขอตั้งคำถามว่าไม่รู้จริงๆ หรือว่าเป็นที่ดินของวัด​ อย่าหวังว่าจะได้เงินชดเชยแม้แต่บาทเดียว​

 

ขณะเดียวกันยังตั้งข้อสังเกตถึงการตั้งคาสิโน​ว่าผู้ถือที่ทำธุรกิจส่วนใหญ่ถือ​ 2 สัญชาติ​ มีความใกล้ชิด​ และท้ายที่สุดก็จะจบแบบสุดซอย รวมทั้งยังชวนจับตาคำพิพากษาของศาลฎีกาในวันที่ 27 มกราคมนี้ หลังจากที่มีการยื่นถึง 3 ครั้ง​ พร้อมกับกล่าวทิ้งท้ายว่า ถ้าอยากจะหนีเหมือนพ่อเหมือนอาก็ทำต่อไป แต่หากคิดจะอยู่แผ่นดินไทยต่อก็อย่าได้ทำเหมือนสิ่งที่เคยทำมา

 

อย่างไรก็ตาม กลุ่มได้อ่านข้อเรียกร้องดังนี้

 

  1. ข้อมูลและพยานหลักฐานสำคัญในคดีคือบรรดาเวชระเบียนที่เกี่ยวข้องทั้งหมดตามที่แพทยสภาได้ขอไว้ ทั้งที่อยู่ในครอบครองของฝ่ายราชทัณฑ์และโรงพยาบาลตำรวจ และที่สำคัญที่สุดคือคำรับรองทางการแพทย์ว่านักโทษมีอาการป่วยหนัก และแพทย์ของเรือนจำไม่มีขีดความสามารถรักษาพยาบาลได้ ทั้งที่รับรองไว้ในชั้นส่งตัว รับตัวไว้รักษาในโรงพยาบาลตำรวจ และในชั้นประกอบรายงานต่อผู้บังคับบัญชาในกระทรวงยุติธรรมที่ยืนยันให้นักโทษอยู่โรงพยาบาลต่อไปเมื่อครบ 30 วัน, 60 วัน และ 120 วัน

 

  1. คดีบริหารกระบวนการบังคับโทษครั้งนี้เกิดขึ้นในราชการฝ่ายบริหารทั้งสิ้น เป็นคดีสำคัญที่กระทบถึงความเชื่อถือต่อกระบวนการยุติธรรมไทย ทั้งในหมู่ประชาชนและนานาประเทศเป็นอย่างยิ่ง และถือเป็นอำนาจหน้าที่โดยตรงของฝ่ายบริหารอยู่แล้วที่ต้องสะสางคดีนี้ ซึ่งทำได้ทั้งสอบสวน ลงโทษ และแก้ไข คือให้กรมราชทัณฑ์ร้องต่อศาลให้ออกหมายขังใหม่ แต่กลับไม่มีผู้ใดสนใจรับผิดชอบสะสางคดีเลย จน ป.ป.ช. และแพทยสภาต้องเข้ามาคลี่คลายในที่สุด

 

ช่วงท้ายของหนังสือยังได้ขอให้นายกรัฐมนตรีแยกแยะระหว่างความสัมพันธ์ส่วนตนกับทักษิณ กับการปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีที่จะต้องรักษาไว้ซึ่งความถูกต้องของหัวหน้าฝ่ายบริหาร

 

อย่างไรก็ตาม กลุ่มจะเดินทางมาทำเนียบรัฐบาลอีกครั้งในวันที่ 25 มกราคม เพื่อยื่นคัดค้านเรื่องการสร้างบ่อนคาสิโน

The post กลุ่มต้านทักษิณ​รวมพลังหน้าทำเนียบรัฐบาล ยื่นหนังสือถึงนายกฯ​ เรียกเทวดาชั้น​ 14 ​กลับคุก​ ชวนจับตา 27 ม.ค. ลุ้นคำสั่งศาลฎีกา appeared first on THE STANDARD.

]]>
คปท. ขอเข้าเยี่ยมทักษิณที่โรงพยาบาลตำรวจ ย้ำไม่ได้ต้องการพบตัว เคารพสิทธิ์ผู้ป่วย แต่ต้องการความชัดเจนให้สังคม https://thestandard.co/thai-student-reform-to-visit-thaksin/ Sun, 22 Oct 2023 11:29:11 +0000 https://thestandard.co/?p=857415 คปท. ขอเข้าเยี่ยม ทักษิณ ชินวัตร ที่ โรงพยาบาลตำรวจ

วันนี้ (22 ตุลาคม) ที่บริเวณฝั่งตรงข้ามโรงพยาบาลตำรวจ ฝ […]

The post คปท. ขอเข้าเยี่ยมทักษิณที่โรงพยาบาลตำรวจ ย้ำไม่ได้ต้องการพบตัว เคารพสิทธิ์ผู้ป่วย แต่ต้องการความชัดเจนให้สังคม appeared first on THE STANDARD.

]]>
คปท. ขอเข้าเยี่ยม ทักษิณ ชินวัตร ที่ โรงพยาบาลตำรวจ

วันนี้ (22 ตุลาคม) ที่บริเวณฝั่งตรงข้ามโรงพยาบาลตำรวจ ฝั่งถนนพระรามที่ 1 กลุ่มเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) นำโดย นิติธร ล้ำเหลือ แกนนำเครือข่าย คปท., พิชิต ไชยมงคล และ นัสเซอร์ ยีหมะ รวมตัวจัดกิจกรรมขอเข้าเยี่ยม ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ปัจจุบันเป็นผู้ต้องขังเด็ดขาดชั้นดี ซึ่งอยู่ระหว่างการนอนพักรักษาตัวภายนอกเรือนจำ ที่อาคารมหาภูมิพลราชานุสรณ์ 88 พรรษา โรงพยาบาลตำรวจ เนื่องจากป่วยด้วย 4 โรค ได้แก่ กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด พังผืดในปอด ความดันโลหิตสูง และกระดูกสันหลังเสื่อม หลังเข้ารักษาตัวครบ 60 วันเมื่อวันที่ 21 ตุลาคมที่ผ่านมา 

 

เบื้องต้นได้ส่งตัวแทนไปเจรจาเพื่อขอเข้าเยี่ยมทักษิณ โดยมี พ.ต.ท. ณัฐกิตติ์ ปิ่นทองดี รอง ผกก.ป.สน.ปทุมวัน พร้อมด้วยตำรวจเวรอำนวยการ โรงพยาบาลตำรวจ พูดคุยกับตัวแทนกลุ่มเครือข่าย คปท. โดยทางกลุ่มให้เวลา 10 นาทีในการรอตำรวจให้คำตอบ

 

จากนั้นเวลา 15.30 น. นิติธรได้เข้าไปทวงถามคำตอบ ก่อนให้สัมภาษณ์ว่า การมาในวันนี้เป็นการรวมกลุ่มเพื่อมาสอบถามอาการของ ทักษิณ ชินวัตร ว่าขณะนี้ป่วยอยู่ในระดับใด สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติหรือไม่ เพื่อที่จะนำไปประเมินว่าควรจะพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลตำรวจหรือกลับไปรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลราชทัณฑ์ 

 

ส่วนการสอบถามเรื่องของการทำบัตรนักโทษของทักษิณนั้น นิติธรกล่าวว่า เจ้าหน้าที่ของกรมราชทัณฑ์ที่มาพูดคุยด้วยก็ตอบว่าไม่รู้ และบอกให้ไปถามที่กรมราชทัณฑ์อีกครั้ง ยืนยันว่าไม่จำเป็นต้องพบตัวทักษิณ เนื่องจากมีความเคารพในสิทธิ์ของผู้ป่วย เพราะการเดินทางมาในครั้งนี้เพียงแค่ต้องการความชัดเจนให้สังคม

 

นิติธรกล่าวต่อว่า หากวันนี้ไม่ได้คำตอบจะปักหลักค้างคืนหน้าโรงพยาบาลตำรวจ และพร้อมจะนำสิทธิเสรีภาพของตัวเองแลกกับกฎหมายไทย

 

ขณะเดียวกันผู้สื่อข่าวสอบถามไปยัง พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บังคับบัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) และได้รับการยืนยันว่า ได้ประสานผู้อำนวยการใหญ่โรงพยาบาลตำรวจแล้ว แต่จะให้เข้าพบได้กี่โมงนั้นขึ้นอยู่กับทาง ผอ. และจะให้ใครเข้าพบบ้างก็ขึ้นอยู่กับดุลพินิจเช่นเดียวกัน การจะให้เข้าไปทั้งหมดเป็นไปไม่ได้ เพราะจะเป็นการรบกวนผู้ป่วยคนอื่นๆ

 

ด้านมาตรการรักษาความปลอดภัย ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ปทุมวัน มาดูแลความปลอดภัยบริเวณประตูเข้า-ออกฝั่งห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์ โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจดูแลความเรียบร้อยและความปลอดภัย 20 นาย

The post คปท. ขอเข้าเยี่ยมทักษิณที่โรงพยาบาลตำรวจ ย้ำไม่ได้ต้องการพบตัว เคารพสิทธิ์ผู้ป่วย แต่ต้องการความชัดเจนให้สังคม appeared first on THE STANDARD.

]]>
กลุ่มสนับสนุนปาเลสไตน์รวมตัวแสดงพลังเชิงสัญลักษณ์ พร้อมแถลงการณ์ประณามอิสราเอล ขอเปิดช่องให้สหประชาชาติเข้าไปตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์ให้ชัดเจน https://thestandard.co/pro-palestinian-21102566/ Sat, 21 Oct 2023 08:29:42 +0000 https://thestandard.co/?p=857169

วันนี้ (21 ตุลาคม) ที่บริเวณหน้าสถานเอกอัครราชทูตอิสราเ […]

The post กลุ่มสนับสนุนปาเลสไตน์รวมตัวแสดงพลังเชิงสัญลักษณ์ พร้อมแถลงการณ์ประณามอิสราเอล ขอเปิดช่องให้สหประชาชาติเข้าไปตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์ให้ชัดเจน appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (21 ตุลาคม) ที่บริเวณหน้าสถานเอกอัครราชทูตอิสราเอล อาคารโอเชี่ยน ทาวเวอร์ 2 กรุงเทพมหานคร กลุ่มสนับสนุนปาเลสไตน์ได้มารวมตัวกันเพื่อแสดงพลังหยุดการเหยียดเชื้อชาติและการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในฉนวนกาซา และได้ประณามสิ่งที่อิสราเอลก่อขึ้นต่อชาวปาเลสไตน์ตลอด 75 ปีที่ผ่านมา อีกทั้งยังเรียกร้องความยุติธรรมให้กับชาวปาเลสไตน์ รวมถึงกลุ่มเสียงปาเลสไตน์ได้ยืนไว้อาลัยให้กับผู้เสียชีวิตในสงครามเป็นเวลา 1 นาที 

 

โดยแถลงการณ์ Palestinian Solidarity Campaign (Thailand) หรือ PSC Thailand ฉบับที่ 2 ระบุว่า ตามที่มีข่าวนำเสนอโดยสื่อหลายองค์กรว่า อิสราเอลได้ทิ้งระเบิดในโรงพยาบาลที่ฉนวนกาซา ทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 500 คน และเลขาธิการสหประชาชาติ (UN) ได้ออกแถลงประณามการกระทำดังกล่าว 

 

ในการนี้ PSC Thailand ขอประณามการกระทำที่ไร้มนุษยธรรมดังกล่าว ไม่ว่าจะโดยเจตนาหรือไม่ก็ตาม นอกจากนี้ PSC Thailand ยังขอประณามการโจมตีฉนวนกาซาอย่างต่อเนื่องของอิสราเอลโดยอ้างว่าโจมตีฮามาส ซึ่งเป็นไปไม่ได้ที่การโจมตีด้วยอาวุธหนักและทางอากาศ จะไม่ก่อเหตุอันทำให้พลเรือนชาวปาเลสไตน์ผู้บริสุทธิ์จำนวนมากทั้งเด็กและคนชราต้องได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต

 

ประการต่อมา PSC Thailand ขอประณามการปิดล้อมฉนวนกาซา ทั้งการตัดน้ำ อาหาร ยารักษาโรค และตัดไฟฟ้า ซึ่งจะนำไปสู่การสูญเสียชีวิตของผู้บริสุทธิ์อย่างทรมาน และนับว่าเป็นการกระทำที่ไร้มนุษยธรรมเป็นอย่างยิ่ง 

 

หากทางการอิสราเอลจะออกมาแก้ต่างว่า การระเบิดโรงพยาบาลนั้นเป็นการกระทำของฮามาสเพื่อเบี่ยงเบนประเด็น ทาง PSC Thailand และเครือข่ายก็ขอเรียกร้องให้ทางการอิสราเอลแสดงความจริงใจในการเร่งดำเนินการเปิดช่องทางให้เจ้าหน้าที่ของสหประชาชาติได้เข้าไปตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อจะได้เป็นที่ชัดเจนว่าเป็นการกระทำของฝ่ายใด และหากว่าอิสราเอลยังไม่ยอมเปิดทางให้ก็แสดงว่า การแถลงของอิสราเอลเป็นเพียงวาทกรรมที่เบี่ยงเบนอาชญากรรมสงครามที่ตนเองกำลังกระทำอยู่

 

สุดท้ายนี้ PSC Thailand ยังคงยืนยันที่จะขอให้มีการแก้ปัญหาโดยสันตินั่นคือการหยุดยิง เร่งให้มีการเจรจา และการปฏิบัติตามมติสหประชาชาติในปี 1967 นั่นคือการคืนดินแดนที่ยึดครองไปและยินยอมให้มีการจัดตั้งประเทศปาเลสไตน์

 

ขอแสดงความนับถือ

รุ่งโรจน์ ซาลลี ประธาน Palestinian Solidarity Campaign (Thailand) และ ศ.พล.ท. ดร.สมชาย วิรุฬหผล ประธานที่ปรึกษา

วันที่ 20 ตุลาคม 2566

 

โดยมีรายงานว่า หลังจากการแสดงพลังเชิงสัญลักษณ์แล้ว กลุ่มสนับสนุนปาเลสไตน์ได้เผาธงชาติของอิสราเอล นอกจากนี้ จตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน และ นิติธร ล้ำเหลือ หรือทนายนกเขา นักเคลื่อนไหวทางการเมือง ได้เดินทางมาร่วมปราศรัยกับกลุ่มสนับสนุนปาเลสไตน์ด้วย

 

The post กลุ่มสนับสนุนปาเลสไตน์รวมตัวแสดงพลังเชิงสัญลักษณ์ พร้อมแถลงการณ์ประณามอิสราเอล ขอเปิดช่องให้สหประชาชาติเข้าไปตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์ให้ชัดเจน appeared first on THE STANDARD.

]]>
จตุพรแถลงขอบคุณศาลรัฐธรรมนูญ เผยประยุทธ์ต้องพ้นนายกฯ ด้วยพลังประชาชน เดินหน้าจัดม็อบต่อ https://thestandard.co/jatuporn-prompan-constitutional-court/ Fri, 30 Sep 2022 13:35:50 +0000 https://thestandard.co/?p=689338 จตุพร พรหมพันธุ์

วันนี้ (30 กันยายน) ที่บริเวณแยกราชประสงค์ หน้าห้างสรรพ […]

The post จตุพรแถลงขอบคุณศาลรัฐธรรมนูญ เผยประยุทธ์ต้องพ้นนายกฯ ด้วยพลังประชาชน เดินหน้าจัดม็อบต่อ appeared first on THE STANDARD.

]]>
จตุพร พรหมพันธุ์

วันนี้ (30 กันยายน) ที่บริเวณแยกราชประสงค์ หน้าห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์ กลุ่มคณะหลอมรวมประชาชน นำโดย นิติธร ล้ำเหลือ และ จตุพร พรหมพันธุ์ ทำกิจกรรมชุมนุมในชื่อ ‘หยุด 3 ป. หยุดรัฐประหาร นับหนึ่งประเทศไทย’ ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นในเวลา 17.00 น.

 

ทั้งนี้ ตั้งแต่เวลา 15.00 น. กลุ่มผู้ชุมนุมรวมตัวกันตามเวลานัดหมาย เริ่มตั้งเวทีบนรถเครื่องเสียงและเปิดเพลง ก่อนจะมีการเปิดเสียงถ่ายทอดคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ พร้อมกับมีการติดป้าย ‘หยุดอำนาจ 3 ป. เพื่อนับหนึ่งประเทศไทย’ บริเวณสะพานลอยและโดยรอบ 

 

เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจนครบาล (สน.) ลุมพินี ได้เข้าตรวจตราและเขียนใบสั่งให้กับรถของกลุ่มผู้ชุมนุมจอดขวางการจราจรบริเวณนี้ ในข้อหาฝ่าฝืนจอดรถในที่ห้ามจอด จนทำให้กีดขวางการจราจรไป 1 ช่องทาง เนื่องจากอยู่นอกเหนือการขอใช้พื้นที่ในการทำกิจกรรม 

 

ต่อมาเวลา 15.25 น. ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิจฉัย กลุ่มผู้ชุมนุมที่รวมตัวบริเวณด้านหน้าเซ็นทรัลเวิลด์มีการตะโกนโห่ร้อง พร้อมต่อว่าและขับไล่ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

 

พอถึงเวลา 17.00 น. จตุพรและนิติธรได้เดินทางมาถึงแยกราชประสงค์ และแถลงจุดยืนการชุมนุม โดยจตุพรกล่าวขอบคุณศาลรัฐธรรมนูญที่วินิจฉัยให้ พล.อ. ประยุทธ์ รอด เพื่อประชาชนจะได้แสดงพลังในการเคลื่อนไหว เพราะ พล.อ. ประยุทธ์ จะต้องลงจากตำแหน่งด้วยพลังของประชาชน ไม่ใช่ลงจากตำแหน่งเพราะศาลรัฐธรรมนูญ

 

ส่วนตัวเชื่อว่าคำวินิจฉัยดังกล่าวจะทำให้ประชาชนออกมาแสดงพลังมากขึ้น ภารกิจของคณะหลอมรวมคือ หยุด 3 ป. หยุดการรัฐประหาร และหยุดการสืบทอดอำนาจ เชื่อว่าการเลือกตั้งครั้งหน้า พล.อ. ประยุทธ์ จะแพ้ถล่มทลาย 

 

ด้านนิติธรกล่าวว่า วันนี้มีความชัดเจนทางการเมืองว่าอำนาจการเมืองที่โตจากการรัฐประหารแล้วออกกฎหมายเอง กำหนดกติกาเอง และผู้ตัดสินมาจากอำนาจ คสช. (คณะรักษาความสงบแห่งชาติ) วันนี้ชัดเจนว่าอำนาจอธิปไตยได้แยกออกจากอำนาจการเมือง กลุ่มทุน และต่างชาติ เชื่อว่าหลังจากนี้จะมีแต่การเผชิญหน้าและกำจัดอำนาจ 3 ป. ให้เสร็จภายใน 10 ปี 

 

ทั้งนี้ จตุพรได้ประกาศนัดหมายมวลชน เพื่อหารือแนวทางการเคลื่อนไหวหลังจากนี้ในวันอาทิตย์ที่ 2 ตุลาคมนี้ เวลา 13.00 น. ที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา แยกคอกวัว

The post จตุพรแถลงขอบคุณศาลรัฐธรรมนูญ เผยประยุทธ์ต้องพ้นนายกฯ ด้วยพลังประชาชน เดินหน้าจัดม็อบต่อ appeared first on THE STANDARD.

]]>
จตุพร-ทนายนกเขา จัดชุมนุม ‘หยุดอำนาจ 3 ป.’ ชี้ยังไม่ถึงเวลาระดมมวลชน https://thestandard.co/jatuporn-central-world-mob/ Sun, 04 Sep 2022 13:02:34 +0000 https://thestandard.co/?p=676183

วันนี้ (4 กันยายน) ที่บริเวณหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิล […]

The post จตุพร-ทนายนกเขา จัดชุมนุม ‘หยุดอำนาจ 3 ป.’ ชี้ยังไม่ถึงเวลาระดมมวลชน appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (4 กันยายน) ที่บริเวณหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ฝั่งถนนราชดำริ กลุ่มมวลชนที่ใช้ชื่อว่า คณะหลอมรวมประชาชน นำโดย จตุพร พรหมพันธุ์ และ นิติธร ล้ำเหลือ หรือ ทนายนกเขา ทำกิจกรรมชุมนุมในหัวข้อ ‘หยุดอำนาจ 3 ป. เพื่อนับ 1 ประเทศไทย’

 

ทั้งนี้ กลุ่มผู้ชุมนุมต้องการใช้พื้นที่ลานหน้าศูนย์การค้า แต่ด้วยทางศูนย์การค้าได้นำแผงเหล็กมากั้นพื้นที่ไว้ ทำให้ไม่สามารถใช้พื้นที่ได้ ซึ่งผู้ชุมนุมได้ใช้พื้นที่บริเวณฟุตปาธแทน และยืนยันว่าจะไม่มีการปิดช่องทางการจราจร 

 

จตุพรกล่าวว่า เหตุผลที่มาชุมนุมที่นี่เพราะถือเป็นสัญลักษณ์ทางการเมือง และคำพิพากษากรณีคนเสื้อแดงกับศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ถือว่าเป็นที่ยุติแล้วว่าไม่ได้มีการเผาศูนย์การค้า ทั้งนี้ คนเสื้อแดงกับศูนย์การค้าเองจึงไม่มีปัญหาอะไรกัน และตนเองเคารพมาตรการของทางศูนย์การค้า แต่ต้องการแจ้งว่าทางกลุ่มไม่ได้ต้องการจะเข้าไปใช้เต็มพื้นที่

 

ส่วนเรื่องจำนวนผู้ชุมนุม ที่ผ่านมาได้ผ่านเวทีคนหลักแสนมาหลายเวทีแล้ว ส่วนตัวมองว่าจำนวนคนไม่ได้เป็นจุดชี้ขาดทางการเมือง แต่การต่อสู้กับเผด็จการที่ไม่สนใจความเดือดร้อนของประชาชนและมีความประสงค์ที่จะอยู่ในอำนาจเป็นสิ่งสำคัญกว่า

 

ทางคณะหลอมรวมประชาชนจึงประกาศชัดเจนว่า ต้องหยุดอำนาจ 3 ป. นับ 1 ประเทศไทย เพราะมองว่าคณะรัฐบาลนำโดย พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะยึดครองอำนาจประเทศไทยต่อไป ในวันที่ 6-7 กันยายนนี้จะมีการนำร่างแก้ไข​รัฐธรรมนูญ​ มาตรา 272 ตัดอำนาจ​สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) เลือกนายกรัฐมนตรี​ เข้าสู่​ที่ประชุมรัฐสภา​ 

 

จตุพรกล่าวต่อไปว่า ตนเชื่อว่า​ไม่สามารถปิดสวิตช์​ ส.ว. ได้​ เพราะรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้แก้ไขได้​ แต่ที่มีการแก้ไขระบบเลือกตั้งสำเร็จ​ เพราะผู้มีอำนาจต้องการ​ ดังนั้น การมาที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ซึ่งเป็นประวัติศาสตร์การต่อสู้ ก็เพื่อจะฉายภาพความเสียหายตลอดระยะเวลา 8 ปี และต้องการจะชี้ให้เห็นว่า 3 ป. ที่อยู่ในอำนาจสร้างความเสียหาย รวมถึงสร้างความแตกแยก เอื้อประโยชน์ในกลุ่มทุนมากมาย 

 

จตุพรยังกล่าวด้วยว่า แกนนำมีการปรึกษาหารือกันตลอด และเมื่อถึงเวลาจำเป็นก็สามารถเอาคนมาเท่าไรก็ได้ แต่ขณะนี้ยังไม่จำเป็นที่จะต้องนำคนออกมาชุมนุมจำนวนมาก ขณะนี้จะต้องทำความเข้าใจกับประชาชนก่อนว่าทำไมถึงต้องเอาอำนาจ 3 ป. ออกไป ซึ่งตนมองว่าไม่ใช่เวลาของการใช้พลังมวลชนจำนวนมาก สถานการณ์ยังรอได้อยู่ และยืนยันว่าวันนี้จงใจให้มีคนมาร่วมชุมนุมเท่านี้ 

 

“แต่เมื่อถึงจุดแตกหักจะมีคนออกมาจำนวนมากแน่นอน แต่ตอนนี้ยังอยู่ระหว่างทาง โดยขอย้ำว่าหลังจากนี้คณะหลอมรวมประชาชนจะไปชุมนุมทุกที่เพื่อรอวัน-เวลาที่ใช่ เริ่มจากจะประสานไปยังมหาวิทยาลัยต่างๆ เพื่อเข้าไปทำกิจกรรม เช่น มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หรือมหาวิทยาลัยรามคำแหง

 

“และหากผลคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ กรณีการดำรงตำแหน่งของ พล.อ. ประยุทธ์ออกมาเป็นอย่างไร ในวันนั้นเชื่อว่าจะเป็นจุดแตกหักของสังคมแน่นอน” จตุพรกล่าว 

  

ด้านนิติธรกล่าวว่า 3 ป. คือ 3 ปัญหาหลักของประเทศ ทั้งเรื่องทรัพยากร เรื่องประชาธิปไตย ต้องจับตาดูว่า ส.ว. จะยอมให้ผ่านกฎหมายหรือไม่ รวมถึงปัญหาภาคประชาชน เพราะวันนี้ประชาชนมีหนี้สินเป็นจำนวนมาก โดยวันนี้ 3 ป. ได้รุกคืบไปในกิจการของรัฐเป็นจำนวนมาก 

 

ขณะที่การรักษาความปลอดภัยโดยรอบบริเวณที่มีการรวมกลุ่มทำกิจกรรม มีเจ้าหน้าที่ตำรวจจากสถานีตำรวจนครบาลลุมพินีมาดูแลความสงบเรียบร้อยและการจราจร

 

The post จตุพร-ทนายนกเขา จัดชุมนุม ‘หยุดอำนาจ 3 ป.’ ชี้ยังไม่ถึงเวลาระดมมวลชน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ม็อบหลอมรวมประชาชน เดินหน้ากดดันนายกฯ ให้ออกจากตำแหน่ง ทนายนกเขาประกาศ ขอสู้เป็นครั้งสุดท้าย https://thestandard.co/prayut-8-years-6/ Wed, 24 Aug 2022 01:17:56 +0000 https://thestandard.co/?p=671063 ประยุทธ์ จันทร์โอชา

วันนี้ (23 สิงหาคม) ที่ลานคนเมือง ศาลาว่าการกรุงเทพมหาน […]

The post ม็อบหลอมรวมประชาชน เดินหน้ากดดันนายกฯ ให้ออกจากตำแหน่ง ทนายนกเขาประกาศ ขอสู้เป็นครั้งสุดท้าย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ประยุทธ์ จันทร์โอชา

วันนี้ (23 สิงหาคม) ที่ลานคนเมือง ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (เสาชิงช้า) คณะหลอมรวมประชาชน นำโดย จตุพร พรหมพันธุ์ และ นิติธร ล้ำเหลือ หรือ ทนายนกเขา จัดกิจกรรมชุมนุมใช้ชื่อว่า ‘หยุด 8 ปี ประยุทธ์’ ตั้งแต่เวลา 16.00 น. – เที่ยงคืน จุดประสงค์เพื่อกดดันให้ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ออกจากตำแหน่ง

 

โดยประชาชนที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรม นั่งบริเวณลานกิจกรรมเพื่อฟังดนตรีจากคอนเสิร์ตสลับกับแกนนำขึ้นปราศรัย โดยไฮไลต์หลักบนเวทีจะเริ่มตั้งแต่ช่วง 22.00 น. เป็นต้นไป และมีกำหนดการสิ้นสุดในเวลาเที่ยงคืน

 

เมื่อเวลา 22.00 น. นิติธรได้ขึ้นปราศรัย โดยกล่าวว่า การชุมนุมครั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ พล.อ. ประยุทธ์ลาออกจากตำแหน่ง เพราะถือเป็นก้าวแรกในการจะเปลี่ยนแปลงประเทศครั้งนี้ เป็นการต่อสู้ครั้งสุดท้ายก่อนที่ตนจะอายุ 60 ปี และหวังว่าการสู้ครั้งนี้จะประสบความสำเร็จ และยืนยันว่าการชุมนุมไม่หลอกลวง ไม่หักหลังประชาชนเหมือนกำนันกับลูกบ้าน เป็นการชุมนุมประชาชนเพื่อประชาชน วันนี้ถ้าทหารจะออกมาก็ออกมา เป็นไงเป็นกัน ไม่ถอยแล้ว ไม่มียอม

 

พี่น้องประชาชนที่ไม่รอความหวังจากศาลรัฐธรรมนูญ ถ้าหลังจากวันนี้หาก พล.อ. ประยุทธ์ดำรงตำแหน่งอยู่ได้ ทุกหน่วยงานยังยอมรับ แสดงว่าประเทศอยู่ภายใต้การรัฐประหารเงียบแล้ว 

 

นิติธรกล่าวต่อว่า ส.ว. ทั้งหลายจำไว้ว่า ถ้าประยุทธ์ออกไป ส.ว. ก็ต้องออกไป ถ้าประชาชนพร้อมเมื่อไร ถ้าประชาชนเป็นใหญ่ จะไม่ให้ ส.ว. เข้าสภาอีก ต่อไปประเทศนี้ประชาชนจะเป็นใหญ่ ประชาชนจะปกครองกันเอง โดยมีสถาบันกษัตริย์เหมือนเดิม

 

ก่อนหน้านี้จตุพรกล่าวว่า แกนนำกลุ่มคณะหลอมรวมประชาชนมองว่า พล.อ. ประยุทธ์ละเมิดรัฐธรรมนูญมาต่างกรรมต่างวาระ และรอดมาทุกครั้ง คณะหลอมรวมประชาชนจึงต้องรักษาหลักการของบ้านเมืองไว้ สุดท้ายนี้ไม่ว่า พล.อ. ประยุทธ์จะอยู่หรือไม่ แต่ พล.อ. ประยุทธ์จะไม่มีสถานะเป็นนายกรัฐมนตรีอีกต่อไป เพราะตามกฎหมายนายกรัฐมนตรีดำรงตำแหน่งเกิน 8 ปีไม่ได้ 

 

The post ม็อบหลอมรวมประชาชน เดินหน้ากดดันนายกฯ ให้ออกจากตำแหน่ง ทนายนกเขาประกาศ ขอสู้เป็นครั้งสุดท้าย appeared first on THE STANDARD.

]]>
จตุพร-ทนายนกเขา นัดชุมนุมไล่ประยุทธ์ ชี้เปลี่ยนกติกาเลือกตั้ง หวังสืบทอดอำนาจ ลั่นพร้อมแตกหัก https://thestandard.co/jatuporn-and-nitithorn-appoint-rally-fire-prayut-from-pm/ Sat, 30 Jul 2022 08:17:01 +0000 https://thestandard.co/?p=660564 จตุพร-ทนายนกเขา

วันนี้ (30 กรกฎาคม) จตุพร พรหมพันธุ์ และ นิติธร ล้ำเหลื […]

The post จตุพร-ทนายนกเขา นัดชุมนุมไล่ประยุทธ์ ชี้เปลี่ยนกติกาเลือกตั้ง หวังสืบทอดอำนาจ ลั่นพร้อมแตกหัก appeared first on THE STANDARD.

]]>
จตุพร-ทนายนกเขา

วันนี้ (30 กรกฎาคม) จตุพร พรหมพันธุ์ และ นิติธร ล้ำเหลือ หรือ ทนายนกเขา พร้อมแกนนำกลุ่มที่ใช้ชื่อว่า คณะหลอมรวมประชาชน ร่วมสักการะศาลหลักเมืองกรุงเทพมหานคร

 

จตุพรกล่าวว่า วันนี้คณะหลอมรวมประชาชนได้ร่วมกันมาสักการะศาลหลักเมือง พระแก้วมรกต พระแม่ธรณี สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง พร้อมขอพรให้ประเทศไทยรอดพ้นภัยจากต่างชาติและภายในชาติ 

 

ประชาชนขณะนี้ได้รับชะตากรรมกันอย่างรุนแรง โดยหวังว่าการทำหน้าที่ของคณะหลอมรวมประชาชนจะได้สร้างความเข้าใจให้กับพี่น้องประชาชนคนไทย ได้ปกป้องชาติ แผ่นดิน และสถาบันหลักของประเทศนี้ให้รอดพ้นจากภัยอันตรายที่กำลังบังเกิดขึ้น รวมถึงความยากแค้นแสนสาหัสของประชาชน 

 

ซึ่งรัฐบาลไม่ได้รับผิดชอบอะไร และการให้เงินของรัฐบาล 2 เดือน 800 บาทนั้น เฉลี่ยวันละ 13 บาท แต่ตรงข้ามด้านกลุ่มทุนพลังงาน ไฟฟ้า แก๊ส และกลุ่มทุนอื่นๆ รวมถึงการทุจริตกว่า 30 ล้านล้านบาทในการบริหารแต่ไม่มีผลลัพธ์

 

จตุพรกล่าวต่อไปว่า ในวันพรุ่งนี้ (31 กรกฎาคม) คณะหลอมรวมประเทศไทยมีกำหนดนัดชุมนุม หัวข้อ ประเทศไทยต้องมาก่อน ล้างบางโคตรโกง ล้างบางบ้าอำนาจ ล้างบางการเป็นทาส ล้างบางปล้นชาติ และล้างบางขายแผ่นดิน ในเวลา 16.00 น. ที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา ถนนราชดำเนิน 

 

จตุพรกล่าวอีกว่า ส่วนการอยู่ในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีครบ 8 ปีของ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในวันที่ 23 สิงหาคมนี้ เวลา 00.00 น. ทางกลุ่มจะมีการจัดกิจกรรมเวทีภาคพิเศษ เพราะเล็งเห็นแล้วว่ามีประเด็นการวางแผนสืบทอดอำนาจผ่านการแก้กติกาการเลือกตั้งไปมาในสภา สะท้อนให้เห็นการแย่งชิงอำนาจ และหวังสืบทอดอำนาจเท่านั้น แต่ไม่ได้คิดถึงความเดือดร้อนของประชาชน

 

ขณะที่นิติธรกล่าวว่า ถึงเวลาของประชาชนที่จะเข้ามาดูแลผลประโยชน์ของประเทศ ขอความร่วมมือนักการเมืองและทหารเพื่อเปลี่ยนแปลงประเทศนี้ พัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน หากไม่ยอม ไม่ร่วมมือ คุยกันไม่ได้ก็แตกหัก 

 

จากนี้จะมีการจัดการชุมนุมทุกสัปดาห์ และจะจัดกิจกรรมทางการเมือง ดูแลคุณภาพชีวิตให้ประชาชนผ่านวิกฤตโดยการสงเคราะห์ให้กับประชาชน พร้อมระบุว่าสิ่งที่จะนำพาประเทศได้คือการร่วมมือกัน แต่ถ้าไม่มีการร่วมมือกัน ก็พร้อมแตกหัก

The post จตุพร-ทนายนกเขา นัดชุมนุมไล่ประยุทธ์ ชี้เปลี่ยนกติกาเลือกตั้ง หวังสืบทอดอำนาจ ลั่นพร้อมแตกหัก appeared first on THE STANDARD.

]]>
จตุพร-ทนายนกเขา ยื่นหนังสือกระทรวงพาณิชย์ จี้แก้ปัญหาราคาน้ำมันแพง บอกประชาชนต้องการผู้ปกครองที่มีปัญญา https://thestandard.co/jatuporn-nok-khao-lawyer-submit-letter-to-commerce-tackling-problem-of-high-oil-prices/ Thu, 07 Jul 2022 06:54:01 +0000 https://thestandard.co/?p=651226 จตุพร-ทนายนกเขา

วันนี้ (7 กรกฎาคม) ที่กระทรวงพาณิชย์ คณะหลอมรวมประชาชน […]

The post จตุพร-ทนายนกเขา ยื่นหนังสือกระทรวงพาณิชย์ จี้แก้ปัญหาราคาน้ำมันแพง บอกประชาชนต้องการผู้ปกครองที่มีปัญญา appeared first on THE STANDARD.

]]>
จตุพร-ทนายนกเขา

วันนี้ (7 กรกฎาคม) ที่กระทรวงพาณิชย์ คณะหลอมรวมประชาชน นำโดย จตุพร พรหมพันธุ์ และ นิติธร ล้ำเหลือ หรือทนายนกเขา พร้อมคณะ เดินทางเข้ายื่นหนังสือถึง จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เพื่อให้แก้ไขปัญหาราคาสินค้าอุปโภคบริโภคและราคาพลังงาน

 

นิติธรระบุก่อนจะเริ่มอ่านหนังสือที่นำมายื่นในวันนี้ว่า วันนี้มายื่นหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เพื่อให้สื่อมวลชนและประชาชนรับรู้ รับทราบโดยทั่วกันว่า กระทรวงพาณิชย์นั้นมีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายอย่างไร โดยประเด็นสำคัญที่ต้องยื่นเนื่องจากการให้สัมภาษณ์ต่อสื่อว่า กระทรวงพาณิชย์มีอำนาจจำกัดในกิจการปิโตรเลียม มีกฎหมายเฉพาะ ซึ่งการพูดดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงความรับรู้ ความเข้าใจในข้อกฎหมายและอำนาจหน้าที่ของตนเอง ซึ่งส่งผลให้ประชาชนสับสน 

 

จะเห็นได้ว่าขณะนี้ทั้งหมดถูกพุ่งเป้าไปที่กระทรวงพลังงาน นายกรัฐมนตรี และเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (เลขา สมช.) แม้ต้องรับผิดชอบด้วยกันทั้งหมดอยู่แล้ว แต่กระทรวงพาณิชย์สามารถรับรู้และทำได้ก่อน เพราะอยู่ในคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ ฉะนั้นย่อมรู้ดีอยู่แล้วว่ามีเรื่องราคาสมมติเข้ามาอยู่ในราคาของพลังงาน โดยราคาสมมติดังกล่าวก่อให้เกิดเม็ดเงินจำนวนมหาศาล และยังไม่ทราบว่าเงินจำนวนนี้อยู่ในสถานะเงินทุนหรือรายได้ เพราะเมื่อตรวจสอบข้อกฎหมายแล้วก็ไม่อยู่ในคำจำกัดความของกฎหมายใด จึงเป็นเงินที่น่าจะไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขณะเดียวกันจุรินทร์มีอำนาจโดยตรงที่จะเรียกบุคคลมาสอบ หรือเรียกเอกสารต่างๆ เข้ามาดู 

 

หากจะอ้างว่ามีการกลั่นที่ประเทศสิงคโปร์ มีการขนส่งที่ประเทศสิงคโปร์นั้นก็ต้องเอามาดู และสามารถเรียกกองทัพเรือมาตรวจสอบได้ว่าแต่ละวันมีการขนส่งน้ำมันกี่เที่ยว ใช้เรือของประเทศไหน บรรทุกเข้ามาเท่าไร และรายละเอียดอื่นๆ รวมถึง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ก็สามารถที่จะสั่งให้หยุดดำเนินการได้ทันที

 

ด้านจตุพรเปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ โดย จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ในฐานะรองนายกรัฐมนตรี เป็นคนเดียวที่เกี่ยวข้องในเรื่องนี้ที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพราะที่เหลือไม่ว่าจะเป็นนายกรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ต่างก็ไม่ได้เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ฉะนั้น จุรินทร์ย่อมที่จะรู้ว่าประชาชนมีความเดือดร้อนกันอย่างไร 

 

ตามหนังสือที่อธิบายความทั้งหมดนั้นเป็นเรื่องทั้งข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย เพราะจุรินทร์ยังเป็นประธานคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการอีกด้วย วันนี้เราหาที่พึ่งแบบเต็มไปด้วยความยากลำบาก เพราะแต่ละฝ่ายก็ลอยตัว กระทรวงพาณิชย์อาจจะติดแม่น้ำเจ้าพระยา ลอยตัวได้ง่ายกว่าใครเพื่อน แต่ข้อเท็จจริงคือประชาชนเดือดร้อน สิ่งสำคัญที่มาในวันนี้เพื่อเอาชาติบ้านเมืองให้รอด วันนี้ขณะที่น้ำมันตลาดโลกลดมา 10 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แต่ประเทศไทยไม่ได้ลดราคาตาม แต่หากเพิ่มก็จะเพิ่มตาม 

 

วันนี้ข้อเท็จจริงก็ชัดเจนว่า บรรดาโรงกลั่นทั้งหลายไม่สามารถสนองความต้องการที่รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานพยายามกระทำหรือไม่พยายามกระทำก็ตาม ฉะนั้นเมื่อกระทรวงพาณิชย์มีอำนาจหน้าที่แต่ไม่กระทำ ประชาชนจึงต้องลุกขึ้นมาจัดการ ความเป็นจริงแล้วทั้งคณะรัฐมนตรีมีความเกี่ยวข้องรับผิดชอบร่วมกันทั้งหมด วันนี้เรามาด้วยมิตรไมตรี และคาดหวังว่าจุรินทร์จะใช้ความกล้าในการที่จะร่วมรับผิดชอบและแก้ไขปัญหาวิกฤตพลังงานในครั้งนี้ เพราะวันนี้มองไปไกลแล้วว่า ถ้าหากประชาชนยังไม่มีส่วนร่วมในการเป็นเจ้าของพลังงาน กลุ่มทุนที่มีอำนาจเหนือรัฐอยู่ขณะนี้ แล้วบ้านเมืองนี้เราจะฝากความหวังไว้กับใคร

 

“สิ่งที่เราต้องการเวลานี้คือ เราต้องการผู้ปกครองที่มีปัญญาและมีศักยภาพ และเลือกข้างประชาชน” จตุพรกล่าว

The post จตุพร-ทนายนกเขา ยื่นหนังสือกระทรวงพาณิชย์ จี้แก้ปัญหาราคาน้ำมันแพง บอกประชาชนต้องการผู้ปกครองที่มีปัญญา appeared first on THE STANDARD.

]]>
จตุพร-ทนายนกเขา นำ ‘คณะหลอมรวมประชาชน’ ตั้งเวทีลานคนเมือง ประกาศทวงคืนทรัพยากร-อธิปไตยแก่ประชาชน https://thestandard.co/jatuporn-lawyer-nok-khao-led-people-unity-group-to-set-up-stage-in-city-courtyard/ Mon, 04 Jul 2022 00:24:46 +0000 https://thestandard.co/?p=649582 จตุพร-ทนายนกเขา

วานนี้ (3 กรกฎาคม) ที่ลานคนเมือง เสาชิงช้า คณะหลอมรวมปร […]

The post จตุพร-ทนายนกเขา นำ ‘คณะหลอมรวมประชาชน’ ตั้งเวทีลานคนเมือง ประกาศทวงคืนทรัพยากร-อธิปไตยแก่ประชาชน appeared first on THE STANDARD.

]]>
จตุพร-ทนายนกเขา

วานนี้ (3 กรกฎาคม) ที่ลานคนเมือง เสาชิงช้า คณะหลอมรวมประชาชนนำโดย จตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) และ ทนายนกเขา-นิติธร ล้ำเหลือ แกนนำกลุ่มประชาชนคนไทย (ปท.) จัดกิจกรรมเสวนาสาธารณะ ‘ประเทศไทยต้องมาก่อน ตอน ทวงคืนพลังงานให้ประชาชน’

 

จตุพร-ทนายนกเขา

 

จตุพรกล่าวว่า ในวันนี้ประเทศไทยต้องมาก่อน คณะหลอมรวมประชาชนเกิดจากประชาชนผู้มีความห่วงใยต่อสถานการณ์ความมั่นคงทุกมิติของประเทศไทย ภาวะทางเศรษฐกิจที่กระทบต่อการดำรงชีพของประชาชนอย่างรุนแรง นับจากช่วงเวลาที่ผ่านมาจะมีความรุนแรงมากขึ้นตามลำดับและไม่รู้ว่าจะสิ้นสุดเมื่อไร ภาคประชาชนถูกปฏิบัติการทางจิตวิทยามวลชนจากนักการเมือง กลุ่มทุนทหารราชการ และต่างชาติ 

 

จตุพร-ทนายนกเขา จตุพร-ทนายนกเขา

 

นอกจากนี้ยังสร้างความขัดแย้งและแตกแยก กระจัดกระจายออกเป็นกลุ่มต่างๆ จากความขัดแย้งและแตกแยก ถูกขยายออกเป็นความเกลียดชัง จนบางครั้งมีการเผชิญหน้ากันเองจนไม่อาจร่วมมือกันได้ มองถึงปัญหาเหมือนกัน และรับรู้ว่าการแก้ไขปัญหาทุกปัญหาภาคประชาชนจะต้องเป็นผู้แก้ไขปัญหาเองบนพื้นฐานของความสามัคคีร่วมกันทั้งประเทศ จึงจะแก้ไขวิกฤตได้อย่างสำเร็จในเวลาอันรวดเร็ว

 

“มีการอ้างอิงสถาบันหลักของประเทศ เพื่อกดขี่ฟังอำนาจเหนือการตรวจสอบใดๆ ไม่ต้องรับผิดชอบต่อการฉ้อฉลหรือเบียดบังทุจริตคอร์รัปชัน ไม่มีการปฏิรูปประเทศเพื่อประโยชน์ประเทศชาติและประชาชนอย่างแท้จริง นำพาประเทศและประชาชนไปถึงจุดวิกฤตอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนบนแผ่นดินนี้ คณะหลอมรวมประชาชนจึงได้หารือร่วมกันจัดกิจกรรมเพื่อให้เกิดความสามัคคีในหมู่ประชาชน นำพลัง ปัญญา ความรู้ พลังใจ และจิตวิญญาณอันบริสุทธิ์และกล้าหาญของประชาชนทุกคน เพื่อฟื้นคุณธรรมของแผ่นดิน คืนความยุติธรรม ความเสมอภาคและเท่าเทียมทุกมิติ ให้แก่ประชาชนทุกคน โดยยึดถือร่วมกันเป็นภารกิจแห่งจิตวิญญาณของประชาชนคนไทยทุกคน” จตุพรกล่าว 

 

จตุพร-ทนายนกเขา จตุพร-ทนายนกเขา จตุพร-ทนายนกเขา จตุพร-ทนายนกเขา

 

ช่วงหนึ่งมีผู้มาชูป้ายเขียนว่า ‘ปล่อยนักโทษการเมือง ยกเลิก 112’ จากนั้นผู้จัดกิจกรรมกล่าวประชาสัมพันธ์บนเวทีว่า กิจกรรมวันนี้เกี่ยวข้องกับพลังงาน ขออย่ายกป้ายข้อความอื่นที่ไม่เกี่ยวข้อง ขณะที่ผู้ชูป้ายยืนยันว่า มีเยาวชนถูกควบคุมตัวในเรือนจำ อดอาหาร และร่างกายจะไม่ไหวแล้ว ประเทศนี้พูดได้ทุกเรื่อง แต่ทำไมพูดเรื่องนี้ไม่ได้ จากนั้นชูสามนิ้วเพื่อยืนยันจุดยืน ผู้จัดกล่าวย้ำบนเวทีอีกครั้งว่า เวทีวันนี้เกี่ยวกับพลังงานเท่านั้น

 

สำหรับแถลงการณ์ของคณะหลอมรวมประชาชนมีดังนี้

 

  1. บรรดากิจกรรมต่างๆ ที่จัดขึ้นเป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยอาศัยบทบัญญัติ มาตรา 3 รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ความตอนหนึ่งว่า ‘อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย’
  2. บรรดากิจกรรมต่างๆ ที่จัดขึ้นเป็นการทำหน้าที่ของประชาชนตามรัฐธรรมนูญ เพื่อให้เกิดหลักนิติธรรม ประโยชน์ส่วนรวมของประเทศชาติ และความผาสุกของประชาชนโดยรวม
  3. กิจกรรมต่างๆ จะดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง เพื่อฟื้นฟูพลังความสามัคคีของประชาชนในชาติ นำไปสู่การร่วมมือขจัดภัยกดขี่ประเทศชาติ ประชาชน จากต่างชาติ ตลอดทั้งกลุ่มการเมือง กลุ่มทุน ทหาร ตำรวจ ข้าราชการ และกลุ่มอิทธิพลต่างๆ ที่ร่วมกันขายชาติ กอบโกย โกงกิน ฉ้อฉล ทุจริตคอร์รัปชัน ยึดทรัพยากรของแผ่นดิน และกระทำตัวเหนือกฎหมาย เพื่อหากำไรอย่างไม่เป็นธรรม สร้างภาระแก่ประชาชน จนกว่าจะบรรลุภารกิจ
  4. ต้องคืนความเป็นเจ้าของให้ประชาชนทุกคน เพื่อใช้สิทธิในการบริหารทรัพย์ของแผ่นดิน มีการแบ่งปันผลประโยชน์อย่างเป็นธรรม
  5. คณะหลอมรวมประชาชนจะดำเนินการทุกวิถีทางตามหลักนิติธรรม โดยใช้อำนาจอธิปไตยของปวงชนชาวไทย เพื่อสร้างอิสรภาพ ความมั่นคง และความยั่งยืน ในทุกมิติ ให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติและสร้างความผาสุกแก่ประชาชนร่วมกัน

 

จตุพร-ทนายนกเขา จตุพร-ทนายนกเขา จตุพร-ทนายนกเขา จตุพร-ทนายนกเขา

The post จตุพร-ทนายนกเขา นำ ‘คณะหลอมรวมประชาชน’ ตั้งเวทีลานคนเมือง ประกาศทวงคืนทรัพยากร-อธิปไตยแก่ประชาชน appeared first on THE STANDARD.

]]>
จตุพร-ทนายนกเขา ยื่นหนังสือถึงผู้ว่าฯ ขออนุญาต กทม. จัดชุมนุมเรียกร้องราคาพลังงานที่ลานคนเมือง วันอาทิตย์นี้ https://thestandard.co/ask-for-permission-from-bma-to-organize-rally/ Wed, 29 Jun 2022 12:15:16 +0000 https://thestandard.co/?p=648095 จตุพร พรหมพันธุ์ กับ นิติธร ล้ำเหลือ

วันนี้ (29 มิถุนายน) ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (เสาชิง […]

The post จตุพร-ทนายนกเขา ยื่นหนังสือถึงผู้ว่าฯ ขออนุญาต กทม. จัดชุมนุมเรียกร้องราคาพลังงานที่ลานคนเมือง วันอาทิตย์นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
จตุพร พรหมพันธุ์ กับ นิติธร ล้ำเหลือ

วันนี้ (29 มิถุนายน) ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (เสาชิงช้า) กลุ่มที่ใช้ชื่อว่า คณะหลอมรวมประชาชน นำโดย จตุพร พรหมพันธุ์ กับ นิติธร ล้ำเหลือ หรือ ทนายนกเขา และคณะ เข้ายื่นหนังสือถึง ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (ผู้ว่าฯ กทม.) เพื่อแจ้งจัดกิจกรรมเวทีสาธารณะ ใช้ชื่องานว่า ‘ประเทศไทยต้องมาก่อน ตอน ทวงคืนพลังงานไทย’ ในวันอาทิตย์ที่ 3 กรกฎาคมนี้ ที่บริเวณลานคนเมือง ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร โดยมีรองปลัด กทม. และผู้อำนวยการเขตพระนครรับหนังสือจากทางกลุ่ม

 

จตุพรกล่าวว่า วันนี้ทาง ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. ติดภารกิจการประชุมหารือหลายหน่วยงาน จึงได้ส่งตัวแทนมารับมอบหนังสือ พร้อมมอบหมายให้ช่วยอำนวยความสะดวกการจัดกิจกรรม หลังจากนี้ทางกลุ่มจะพูดคุยรายละเอียดกิจกรรมกันอีกครั้งหนึ่ง ทั้งในส่วนของการจัดสถานที่ การดูแลความปลอดภัย และเรื่องรถสุขาที่ กทม. จะรับหน้าที่ดูแล

 

ทั้งนี้ทางตัวแทนได้ระบุว่า ชัชชาติได้สั่งการลงมาว่าให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยอำนวยความสะดวกทุกกลุ่มอย่างเสมอภาค โดยไม่ยุ่งเกี่ยวกับส่วนของเนื้อหาการจัดกิจกรรมของประชาชน

 

ขณะเดียวกันจตุพรกล่าวถึงประเด็นราคาพลังงานที่ก่อนหน้านี้ทางรัฐบาลได้อ้างอิงจากต่างประเทศมาใช้ ทั้งส่วนราคาการกลั่นน้ำมัน การขุดก๊าซธรรมชาติ เพื่อกำหนดราคาภายในประเทศ สิ่งนี้จึงแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลไม่ได้ใส่ใจในการแก้ปัญหาเรื่องราคาพลังงานอย่างแท้จริง

 

ด้าน นิติธร ล้ำเหลือ กล่าวว่า เวทีกิจกรรมในวันอาทิตย์นี้รูปแบบเป็นเวทีเสวนาให้ความรู้ถึงราคาปัญหาพลังงาน ไม่มีการเคลื่อนขบวนไปที่ไหน ส่วนจะปักหลักค้างคืนหรือไม่ ขึ้นอยู่กับพี่น้องประชาชนที่มาร่วมกิจกรรม ตนเองเป็นผู้จัดเวทีให้เท่านั้น ส่วนตัวคาดว่าจะมีประชาชนมาร่วมกิจกรรมครั้งนี้เต็มพื้นที่ลานคนเมือง

 

นิติธรกล่าวต่อไปว่า เป้าหมายในการออกมาเรียกร้องครั้งนี้ เพื่อให้รัฐบาลมีคำสั่งให้บริษัทกลุ่มพลังงานปรับโครงสร้างราคา ตามอำนาจในส่วนของ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ เช่นเดียวกับตอนที่จัดตั้งฝ่ายดูแลช่วงที่เกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด

 

จตุพร พรหมพันธุ์ กับ นิติธร ล้ำเหลือ จตุพร พรหมพันธุ์ กับ นิติธร ล้ำเหลือ จตุพร พรหมพันธุ์ กับ นิติธร ล้ำเหลือ จตุพร พรหมพันธุ์ กับ นิติธร ล้ำเหลือ จตุพร พรหมพันธุ์ กับ นิติธร ล้ำเหลือ

The post จตุพร-ทนายนกเขา ยื่นหนังสือถึงผู้ว่าฯ ขออนุญาต กทม. จัดชุมนุมเรียกร้องราคาพลังงานที่ลานคนเมือง วันอาทิตย์นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>