ถาวร เสนเนียม Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/ถาวร-เสนเนียม/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Sat, 14 Dec 2024 09:26:14 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.11 ถาวรชี้แจงเหตุผลไม่ลงสมัครชิงนายก อบจ.สงขลา เผยหลักคิด ไม่ต้องการสร้างความเสียหายแก่ราชการ https://thestandard.co/thaworn-explains-decision-not-to-run-songkhla/ Sat, 14 Dec 2024 09:26:14 +0000 https://thestandard.co/?p=1019610 thaworn-songkhla

วันนี้ (14 ธันวาคม) ถาวร เสนเนียม สมาชิกพรรครวมไทยสร้าง […]

The post ถาวรชี้แจงเหตุผลไม่ลงสมัครชิงนายก อบจ.สงขลา เผยหลักคิด ไม่ต้องการสร้างความเสียหายแก่ราชการ appeared first on THE STANDARD.

]]>
thaworn-songkhla

วันนี้ (14 ธันวาคม) ถาวร เสนเนียม สมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ โพสต์เฟซบุ๊กชี้แจงกรณีตามที่ปรากฏว่าตนเองกำลังจะได้รับการสนับสนุนจากพรรครวมไทยสร้างชาติและพรรคภูมิใจไทย และได้รับแรงสนับสนุนจากสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด (ส.อบจ.) สงขลา ในการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) สงขลา รอบหน้า ในเดือนกุมภาพันธ์ 2568

 

ถาวรระบุว่า จากกระแสข่าวที่ผ่านมาขอขอบคุณทุกแรงเชียร์ ขอบคุณทุกกำลังใจที่ประสงค์จะให้ตนเองลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นนายก อบจ.สงขลา ในครั้งหน้า แต่ด้วยความตั้งใจทางการเมืองของตนเองที่ต้องการเห็นการเมืองใสสะอาด ปราศจากการทุจริตคอร์รัปชันนั้น หมายความรวมถึงการละเว้นการกระทำการที่อาจจะทำให้เกิดความเสียหายแก่ราชการด้วย

 

“ทุกท่านทราบดีว่าช่วงวิกฤตทางการเมืองในปี 2556-2557 ผมกับมวลมหาประชาชนทั่วประเทศออกมาร่วมชุมนุมต่อต้านการออกกฎหมายล้างผิดคนโกง หรือกฎหมายนิรโทษกรรมฉบับสุดซอย ออกมาต่อต้านรัฐบาลที่โกงชาติ ทำร้ายแผ่นดิน จนท้ายสุดผมต้องคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้จำคุก 5 ปี และถูกขังไว้โดยหมายของศาลในระหว่างการขอปล่อยตัวชั่วคราว ทำให้ผมต้องพ้นจากคุณสมบัติการเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ พ้นจากสถานะความเป็น สส. และพ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ต่อมาศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำคุกผม 1 ปี และปัจจุบันยังอยู่ระหว่างการยื่นฎีกาคำพิพากษาในศาลฎีกา” ถาวรระบุ

 

ถาวรชี้ว่า แม้ตนเองจะมีคุณสมบัติการเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นนายก อบจ.สงขลา ตามกฎหมาย แต่หากตนเองเป็นผู้สมัครนายก อบจ.สงขลา ที่ได้รับความไว้วางใจจากพี่น้องประชาชนชาวสงขลาต่อไป และหากระหว่างการดำรงตำแหน่งนายก อบจ.สงขลา ศาลฎีกามีคำพิพากษาให้ลงโทษจำคุกในลักษณะเดียวกับศาลชั้นต้นหรือศาลอุทธรณ์ ความเสียหายย่อมเกิดกับทางราชการ เพราะต้องจัดการเลือกตั้งนายก อบจ.สงขลา ใหม่อีกครั้ง สิ้นเปลืองงบประมาณของ อบจ.สงขลา ประมาณ 70 กว่าล้านบาท และทำให้พี่น้องประชาชนต้องเดือดร้อนออกมาใช้สิทธิกันใหม่

 

“ประกอบกับทีมทนายความที่รับผิดชอบว่าความให้ผมมีความเห็นว่ามีแนวโน้มสูงที่ศาลฎีกาจะพิพากษาว่าผมกระทำผิดและอาจจะถูกลงโทษตามที่อัยการฟ้อง ผมจึงตัดสินใจไม่สมัครรับเลือกตั้งนายก อบจ.สงขลา”

 

ถาวรชี้แจงว่า การตัดสินใจไม่ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นนายก อบจ.สงขลา ครั้งหน้าตามที่มีกระแสข่าว จึงไม่ได้เกิดจากความไม่เสียสละ ไม่ได้เกิดจากความกลัวที่จะแพ้การเลือกตั้ง ไม่ได้เกิดจากความกลัวหรือสมยอมให้กับการทุจริตคอร์รัปชันหรือทุนสีเทาที่พี่น้องประชาชนหวาดระแวง แต่มองถึงความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น ซึ่งที่ผ่านมาปฏิบัติตนในแนวทางนี้มาโดยตลอด

 

ถาวรยกกรณีการเลือกตั้งทั่วไปที่ผ่านมา ซึ่งตนเองสังกัดพรรคไทยภักดี แม้สามารถลงสมัครรับเลือกตั้งเป็น สส. แบบแบ่งเขตเลือกตั้งได้ แต่หากประชาชนให้ความไว้วางใจแล้วต่อมาตนเองต้องถูกคำพิพากษาให้จำคุก ก็ต้องพ้นจากตำแหน่ง สส. แบบแบ่งเขตเลือกตั้งในการเลือกตั้งครั้งนั้น จึงตัดสินใจลงสมัคร สส. แบบบัญชีรายชื่อ เพราะหากพ้นจากตำแหน่งไปก็สามารถเลื่อนลำดับถัดไปขึ้นแทนโดยไม่ต้องจัดการเลือกตั้งใหม่ให้สิ้นเปลืองงบประมาณของทางราชการ

The post ถาวรชี้แจงเหตุผลไม่ลงสมัครชิงนายก อบจ.สงขลา เผยหลักคิด ไม่ต้องการสร้างความเสียหายแก่ราชการ appeared first on THE STANDARD.

]]>
พิพัฒน์ย้ำ การเมืองภาคใต้ไม่ใช้วิธีรวมกันตี ปัดข่าวลือจับมือรวมไทยสร้างชาติล้มแชมป์เก่า https://thestandard.co/phiphat-ratchakitprakarn-29112024/ Fri, 29 Nov 2024 03:57:38 +0000 https://thestandard.co/?p=1014057 พิพัฒน์

วันนี้ (29 พฤศจิกายน) พิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าก […]

The post พิพัฒน์ย้ำ การเมืองภาคใต้ไม่ใช้วิธีรวมกันตี ปัดข่าวลือจับมือรวมไทยสร้างชาติล้มแชมป์เก่า appeared first on THE STANDARD.

]]>
พิพัฒน์

วันนี้ (29 พฤศจิกายน) พิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ในฐานะแกนนำพรรคภูมิใจไทยซึ่งรับผิดชอบพื้นที่ภาคใต้ ปฏิเสธกระแสข่าวพรรคภูมิใจไทยจับมือกับพรรครวมไทยสร้างชาติเพื่อสนับสนุน ถาวร เสนเนียม อดีต สส. สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ลงสมัครนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) สงขลา โดยย้ำว่าเรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง ตนเองยังไม่ได้พูดคุยกับถาวร และไม่เคยเจอกัน

 

พิพัฒน์ยืนยันว่าขณะนี้ไม่ได้สนับสนุนใครลงสมัครชิงนายก อบจ.สงขลา ปัจจุบันมีผู้สนใจลงสมัครรับเลือกตั้งแล้ว 3 คน คือพรรคประชาธิปัตย์หนึ่งคน พรรคประชาชนหนึ่งคน และในนามอิสระหนึ่งคน แต่โดยส่วนตัวอาจสนับสนุนผู้สมัครสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด (ส.อบจ.) เพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบการทำงานของฝ่ายบริหารนายก อบจ. ทั้งนี้ ยืนยันว่าพรรคภูมิใจไทยจะไม่ส่งชิงนายก อบจ.สงขลา

 

พิพัฒน์ยังชี้แจงถึงกระแสข่าวว่า พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล สมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม จะย้ายมาอยู่พรรคภูมิใจไทย โดยย้ำว่ายังไม่ได้คุยกัน พรรครวมไทยสร้างชาติยังเป็นพรรคร่วมรัฐบาลอยู่ เราคงไม่ทำอะไรที่ล่วงล้ำ

 

สำหรับชัยชนะในการเลือกตั้งนายก อบจ.นครศรีธรรมราช นั้น พิพัฒน์ระบุว่า เป็นการร่วมด้วยช่วยกัน เป็นความสามารถของผู้สมัคร ไม่ใช่ของพรรคใดพรรคหนึ่ง เพราะเท่าที่เห็นก็ช่วยกันหลายพรรค ถือเป็นเรื่องส่วนบุคคล ส่วนตัวไม่ได้เข้าไปยุ่งมากมาย แค่ให้คำปรึกษาบ้าง และอย่าเพิ่งคิดเรื่องการเมืองภาพใหญ่ เพราะยังมีเวลาพอสมควร

 

พิพัฒน์ปฏิเสธด้วยว่าการทำงานในพื้นที่ภาคใต้ของพรรคภูมิใจไทยจะเป็นการร่วมมือกับส่วนต่างๆ หรือ ‘รวมกันตี’ เพื่อล้มแชมป์เก่า เพราะการรวมกันตีไม่สามารถทำได้ในการเลือกตั้งใหญ่ เมื่อถึงเวลาแต่ละพรรคก็มีกลยุทธ์ อย่าคิดว่าจะรวมกันตี เพราะเป็นไปไม่ได้

The post พิพัฒน์ย้ำ การเมืองภาคใต้ไม่ใช้วิธีรวมกันตี ปัดข่าวลือจับมือรวมไทยสร้างชาติล้มแชมป์เก่า appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศาลอุทธรณ์แก้ลดโทษ ‘สุเทพ-ถาวร’ 1 ปี ไม่รอลงอาญา คดีร่วมกันเป็นกบฏ ก่อการร้ายชัตดาวน์กรุงเทพฯ ปี 57 https://thestandard.co/suthep-thaworn-sentence-reduced-bangkok-shutdown/ Thu, 27 Jun 2024 07:18:07 +0000 https://thestandard.co/?p=950428 สุเทพ-ถาวร

วันนี้ (27 มิถุนายน) ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดอ่า […]

The post ศาลอุทธรณ์แก้ลดโทษ ‘สุเทพ-ถาวร’ 1 ปี ไม่รอลงอาญา คดีร่วมกันเป็นกบฏ ก่อการร้ายชัตดาวน์กรุงเทพฯ ปี 57 appeared first on THE STANDARD.

]]>
สุเทพ-ถาวร

วันนี้ (27 มิถุนายน) ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ คดีกลุ่มผู้ชุมนุมคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงปฏิรูปประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์แบบอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) ก่อเหตุขัดขวางการเลือกตั้งและบุกรุกสถานที่ราชการ สมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เมื่อปี 2557

 

ในสำนวนหลัก หมายเลขดำ อ.247/2561 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 4 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง สุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตเลขาธิการ กปปส. กับแกนนำและแนวร่วม กปปส. รวม 39 คน

 

เป็นจำเลยในความผิดฐานร่วมกันเป็นกบฏ, ก่อการร้าย, ยุยงให้หยุดงานฯ, กระทำให้ปรากฏด้วยวาจาหรือวิธีการอื่นใดฯ ทำให้เกิดความปั่นป่วนกระด้างกระเดื่องในราชอาณาจักรฯ, อั้งยี่, ซ่องโจร, มั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ทำให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมืองฯ, บุกรุกในเวลากลางคืนฯ และร่วมกันขัดขวางการเลือกตั้งฯ

 

โดยคดีนี้อัยการโจทก์ระบุฟ้องพฤติการณ์ความผิดพวกจำเลยสรุปว่า เมื่อระหว่างวันที่ 23 พฤศจิกายน 2556 – 1 พฤษภาคม 2557 ต่อเนื่องกัน สุเทพ จำเลยที่ 1 จัดตั้งคณะบุคคล ชื่อ คณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงปฏิรูปประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือกลุ่ม กปปส. มีสุเทพเป็นเลขาธิการ

 

โดยร่วมกันมั่วสุมเป็นอั้งยี่ ซ่องโจร กองกำลังแบ่งหน้าที่กันกระทำก่อความผิดต่อความมั่นคงของรัฐภายในราชอาณาจักร ฐานเป็นกบฏเพื่อล้มล้างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 เปลี่ยนแปลงระบอบการปกครอง ทั้งอำนาจนิติบัญญัติ อำนาจบริหาร และอำนาจตุลาการ โดยร่วมกันยุยง ปลุกระดมให้ประชาชนทั่วประเทศกระด้างกระเดื่องร่วมชุมนุมขับไล่ ก่อความไม่สงบเพื่อขับไล่ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี (ขณะนั้น) ให้ออกจากตำแหน่ง รวมทั้งขัดขวางการเลือกตั้ง สส. ทั่วไป เพื่อมิให้นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่เข้าบริหารประเทศ ให้ข้าราชการระดับสูงรายงานตัวกับกลุ่ม กปปส.

 

จากนั้นจะแต่งตั้งคณะบุคคลเข้าบริหารประเทศเป็นรัฐบาลประชาชน เป็นรัฏฐาธิปัตย์ ซึ่งจะออกคำสั่งแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี และ ครม. โดยจะนำรายชื่อขึ้นกราบบังคมทูลเอง รวมทั้งจัดตั้งกองกำลังส่วนหนึ่งพร้อมอาวุธเข้าไปบุกยึดสถานที่ราชการและหน่วยงานสำคัญต่างๆ หลายแห่ง เช่น ทำเนียบรัฐบาล, สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, กองบัญชาการตำรวจนครบาล, สำนักงานเขตหลักสี่ และศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร (สนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง) เพื่อไม่ให้รัฐบาลบริหารราชการแผ่นดินได้ รวมทั้งการปิดกั้น ขัดขวางเส้นทางคมนาคมขนส่ง เป็นเหตุให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน

 

นอกจากนี้ ช่วงระหว่างวันที่ 13 มกราคม – 2 มีนาคม 2557 พวกจำเลยบังอาจปิดกรุงเทพมหานครด้วยการตั้งเวทีปราศรัยทั่วกรุงเทพฯ รวม 7 จุด ปิดกั้นเส้นทางการจราจร จัดตั้งกองกำลังรักษาพื้นที่ วางเครื่องกีดขวาง ไม่ยอมให้เจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้อง การกระทำของพวกจำเลยล้วนไม่ชอบด้วยบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 เพื่อล้มล้างหรือเปลี่ยนแปลงอำนาจบริหารตามรัฐธรรมนูญ

 

เหตุเกิดในกรุงเทพมหานคร และอีกหลายท้องที่ทั่วราชอาณาจักรเกี่ยวพันกัน

 

สุเทพกับจำเลยทั้งหมดให้การปฏิเสธต่อสู้คดี และได้รับการประกันตัว

 

ต่อมาวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2564 ศาลอาญามีคำพิพากษาจำคุกจำเลยรายสำคัญ โดยศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ในส่วนความผิดฐานกบฏและก่อการร้าย พฤติการณ์ชุมนุมไม่มีการใช้กำลังประทุษร้ายบุคคลใดเพื่อล้มล้างการเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญ นิติบัญญัติ อำนาจบริหาร จึงไม่เป็นความผิดฐานกบฏและก่อการร้าย

 

แต่สุเทพ เทือกสุบรรณ และจำเลยอื่นรวม 26 คน ศาลตัดสินจำคุกในความผิดฐานยุยงให้เกิดการหยุดงานเพื่อบังคับรัฐบาล, ร่วมกันกระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา, ร่วมกันมั่วสุม 10 คนขึ้นไป, ร่วมกันบุกรุกสำนักงานผู้อื่นในเวลากลางคืน, ร่วมกันบุกรุกอสังหาริมทรัพย์ของผู้อื่น และร่วมกันกระทำการโดยไม่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย

 

โดยพิพากษาจำคุกสุเทพ เทือกสุบรรณ เป็นเวลา 5 ปี จำคุก ชุมพล จุลใส เป็นเวลา 9 ปี 24 เดือน จำคุกพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ เป็นเวลา 7 ปี จำคุกณัฏฐพล ทีปสุวรรณ 6 ปี 16 เดือน จำคุกอิสสระ สมชัย 7 ปี 16 เดือน จำคุกถาวรเสนเนียม 5 ปี จำคุกสุวิทย์ ทองประเสริฐ หรือ พุทธะอิสระ 4 ปี 8 เดือน และจำคุก ร.ต. แซมดิน เลิศบุศย์ 4 ปี 16 เดือน รวมทั้งสิ้น 8 คน 

 

จำเลยที่เหลือศาลเห็นว่าเป็นเพียงผู้ร่วมชุมนุม หรือบางคนเป็นแกนนำ แต่กระทำความผิดน้อยกว่าบุคคลอื่น และไม่เคยปรากฏพฤติการณ์รุนแรง และไม่เคยต้องโทษจำคุกมาก่อน ควรให้โอกาสปรับตัวเป็นคนดี จึงให้รอการลงโทษ 2 ปี

 

ให้เพิกถอนสิทธิทางการเมือง ชุมพล จุลใส สส. พรรคประชาธิปัตย์, อิสสระ สมชัย สส. พรรคประชาธิปัตย์ และ ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, สุวิทย์ ทองประเสริฐ หรือ พุทธะอิสระ, ร.ต. แซมดิน เลิศบุศย์, สำราญ รอดเพชร และ ทยา ทีปสุวรรณ คนละ 5 ปี ต่อมาอัยการโจทก์และจำเลยยื่นอุทธรณ์

 

โดยในวันนี้สุเทพพร้อมแกนนำ กปปส. ทยอยเดินทางมาศาล โดยมีมวลชนมามอบดอกไม้ให้กำลังใจจำนวนหนึ่ง

 

ภายหลังคำพิพากษา สวัสดิ์ เจริญผล ทนายความของ สุเทพ เทือกสุบรรณ เผยว่า วันนี้ศาลอุทธรณ์อ่านคำพิพากษามีรายละเอียดค่อนข้างมาก แต่เท่าที่จดมาทันคือศาลอุทธรณ์ยกฟ้องในข้อหากบฏและก่อการร้าย พิพากษาลดโทษจำคุกสุเทพกับพวก ที่เดิมโดนตั้งแต่ 4-9 ปีกว่าก็ลดมาเหลือคนละ 1 ปี – 1 ปีเศษ สุเทพกับถาวร เสนเนียม เหลือคนละ 1 ปี แต่ไม่รอลงอาญา

 

เหตุผลที่ศาลอุทธรณ์ลดโทษเนื่องจากมองว่าเป็นการกระทำกรรมเดียวเหตุต่อเนื่องกัน ต่างจากศาลชั้นต้นที่มองเป็นการกระทำหลายกรรมโทษเลยสูง โดยพิพากษาจำคุกไม่รอลงอาญาทั้งหมด 14 คน ส่วนรายอื่นก็มีพิพากษาแก้ยกฟ้องและมีเพิ่มโทษ จำเลยที่ไม่รอลงอาญาขณะนี้อยู่ระหว่างยื่นประกันในชั้นฎีกา ซึ่งคาดว่าศาลจะมีคำสั่งในวันนี้ เนื่องจากศาลชั้นต้นสามารถสั่งเองได้ แต่ขึ้นอยู่กับดุลพินิจว่าจะส่งศาลฎีกาหรือไม่ หลักทรัพย์เดิมเตรียมไว้พร้อมแล้ว

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในวันนี้ ศาลไม่ได้ให้สื่อมวลชนเข้าฟังการอ่านในช่วงเช้านี้ เนื่องจากมีบุคคลจำนวนมาก โดยจะมีการแจ้งผลคำพิพากษาให้ทราบภายหลังกระบวนการอ่านคำพิพากษาเสร็จสิ้น

 

สำหรับรายชื่อจำเลยทั้งหมดในคดี กปปส. ชุดใหญ่ ในวันนี้ 39 รายประกอบด้วย

 

  1. สุเทพ เทือกสุบรรณ
  2. สาทิตย์ วงศ์หนองเตย
  3. ชุมพล จุลใส 
  4. พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ 
  5. อิสสระ สมชัย 
  6. วิทยา แก้วภราดัย 
  7. ถาวร เสนเนียม 
  8. ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ 
  9. เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ 
  10. อัญชะลี ไพรีรัก 
  11. พล.อ. ปรีชา เอี่ยมสุพรรณ 
  12. สมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ 

  13. ยศศักดิ์ โกไศยกานนท์ 
  14. ถนอม อ่อนเกตุพล 
  15. สมศักดิ์ โกศัยสุข 
  16. พระพุทธะอิสระ หรือ สุวิทย์ ทองประเสริฐ 
  17. สาธิต เซกัล
  18. รังสิมา รอดรัศมี 
  19. พล.อ.ท. วัชระ ฤทธาคนี 
  20. พล.ร.อ. ชัย สุวรรณภาพ
  21. แก้วสรร อติโพธิ 
  22. ไพบูลย์ นิติตะวัน 
  23. ถวิล เปลี่ยนศรี 
  24. ร.ต. แซมดิน เลิศบุศย์ 
  25. มั่นแม่น กะการดี 
  26. คมสัน ทองศิริ 
  27. พล.อ. ปฐมพงษ์ เกษรศุกร์ 
  28. พิภพ ธงไชย 
  29. สาวิทย์ แก้วหวาน 
  30. สุริยะใส กตะศิลา 
  31. สุริยันต์ ทองหนูเอียด 
  32. พ.ต.ท. ภัทรพงศ์ สุปิยะพาณิชย์ 
  33. สำราญ รอดเพชร 
  34. อมร อมรรัตนานนท์ (เปลี่ยนชื่อบ่อย) 
  35. พิเชฏฐ พัฒนโชติ 
  36. สมบูรณ์ ทองบุราณ 
  37. กิตติชัย ใสสะอาด 
  38. ทยา ทีปสุวรรณ 
  39. เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง

The post ศาลอุทธรณ์แก้ลดโทษ ‘สุเทพ-ถาวร’ 1 ปี ไม่รอลงอาญา คดีร่วมกันเป็นกบฏ ก่อการร้ายชัตดาวน์กรุงเทพฯ ปี 57 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทักษิณเคลื่อนไหว 2 อดีตแกนนำ ‘กปปส.- เสื้อเหลือง’ ขออย่าย่ำยีประชาชนซ้ำซาก ขจัดภาพนายกฯ 2 คนอย่างไร https://thestandard.co/2-former-rally-leaders-talk-about-thaksin/ Thu, 14 Mar 2024 12:05:58 +0000 https://thestandard.co/?p=911203

วันนี้ (14 มีนาคม) ที่รัฐสภา ถาวร เสนเนียม อดีตผู้ชุมนุ […]

The post ทักษิณเคลื่อนไหว 2 อดีตแกนนำ ‘กปปส.- เสื้อเหลือง’ ขออย่าย่ำยีประชาชนซ้ำซาก ขจัดภาพนายกฯ 2 คนอย่างไร appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (14 มีนาคม) ที่รัฐสภา ถาวร เสนเนียม อดีตผู้ชุมนุมคณะกรรมการประชาชน เพื่อการเปลี่ยนแปลงปฏิรูปประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์แบบอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) กล่าวถึงกรณี ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ในจังหวัดเชียงใหม่ว่า นายทุนเป็นเจ้าของพรรคโดยพฤตินัย คนข้างนอกคิดอย่างนั้น ส่วนคนข้างในจะชี้แจงอย่างไรตนก็ไม่ทราบ ตนมองว่า ตอนนี้ระบอบทักษิณกลับมาแล้วก็ควรจะถอดบทเรียน อย่าให้เรื่องของการส่อทุจริตกลับมาอีก ทั้งในเชิงนโยบายและทางกฎหมายที่มีการทุจริตจนประชาชนทนไม่ได้ ออกมาเดินขบวนขับไล่จนมีฝ่ายตรงข้ามมายิงประชาชน และจากนั้นทหารก็ออกมารัฐประหาร

 

ถาวรกล่าวย้ำอีกว่า จุดเปราะบาง จุดขัดแย้ง อยู่ที่การทุจริต ขณะนี้องค์กรระหว่างประเทศชี้ว่า ระดับการทุจริตของประเทศไทยอยู่ในขั้นวิกฤต องค์กรอิสระต่างๆ ต้องทำงานอย่างเข้มข้น นอกจากนี้กรณีที่ทักษิณถูกพิพากษาจำคุก 8 ปี กลับมาขอพระราชทานอภัยโทษให้เหลือ 1 ปี พระองค์ท่านทรงมีพระกรุณา แต่ทักษิณก็ไม่ยอมติดคุกแม้แต่วันเดียว สิ่งเหล่านี้ประชาชนจับตามองและเจ็บปวด แต่ไม่มีโอกาสสู้รบและตบมือ การย่ำยี ดูถูกจิตใจประชาชน คนที่เชื่อว่าป่วยก็มีอยู่ 2 หน่วยงาน คือแพทย์ที่เกี่ยวข้องกับกรมราชทัณฑ์เท่านั้น แต่นาย ก. นาย ข. ที่เขาเห็นอยู่ เขาไม่เชื่อ 

 

ดังนั้น คุณไม่ติดคุกแล้วคุณรู้สึกสบายๆ แต่อย่าคิดว่าเมื่อไปเดินห้างสรรพสินค้า ไปกินอาหารในภัตตาคาร ไปเดินในที่สาธารณะ เคยได้ยินคำว่าอะไรไหม “ทักษิณออกไป รัฐบาลออกไป” ถ้ามีคำนี้จุดประกายขึ้นมาอะไรจะเกิดขึ้น ความขัดแย้งจะเกิดขึ้น

 

ส่วนมองว่าบทบาทของทักษิณต่อไปนี้จะเป็นอย่างไรนั้น ถาวรกล่าวว่า อย่าย่ำยีประชาชนแบบซ้ำซาก ส่วนจะมีตำแหน่งในรัฐบาลหรือไม่ ไม่จำเป็นต้องมีตำแหน่งด้วยนิตินัย โดยพฤตินัยก็เป็นได้ ‘ทักษิณคิด เพื่อไทยทำ’ เคยผ่านมาแล้ว คือโครงการรับจำนำข้าว 

 

ส่วนทักษิณจะมีอิทธิพลต่อรัฐบาลของเศรษฐามากแค่ไหนนั้น ถาวรตอบว่า ก็เป็นเจ้าของพรรค เสียงข้างมาก 141 เสียง เขาไม่บอกหรอกว่า เขาสั่ง เขาขอ แต่ศึกษาเชิงลึก ใครจ่ายคนนั้นมีอิทธิพลแน่นอน 

 

สุริยะใสถาม ลบภาพนายกฯ​ 2 คนอย่างไร 

 

ขณะที่ สุริยะใส กตะศิลา อดีตแกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) ให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องดังกล่าวว่า ทุกก้าวย่างของทักษิณจากนี้ต่อไปต้องระวังให้ดี การพักโทษเพิ่งผ่านมาได้ไม่กี่สัปดาห์ ทักษิณเริ่มขยับเข้าสู่เส้นทางการเมืองเร็วไป เมื่อมีการขยับเข้าสู่เส้นทางการเมืองที่เร็วมากเกินไป ผู้คนก็จะเริ่มรู้สึกว่าช่วงที่ผ่านมาอาการป่วยของคนทักษิณนั้นเป็นเรื่องโกหก จนส่งผลต่อความรู้สึกไม่พอใจของผู้คน แม้จะมีการขออภัยโทษแล้ว แต่ก็ยังพยายามที่จะมีอิทธิพลเหนือการเมืองไทย ต้องยอมรับว่า คนชอบก็มี แต่คนไม่ชอบ คนเจ็บแค้นจากปัญหาเก่าๆ ก็ยังมีอยู่ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนมาก ต้องระมัดระวังให้ดี 

 

สุริยะใสกล่าวต่อว่า หากในอนาคต เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ดึงทักษิณมาเป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี หากทักษิณปลอดจากข้อครหา แล้วตนเองก็คิดว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไร แต่สามารถขจัดภาพนายกรัฐมนตรี 2 คนได้อย่างไร ปัจจุบันแม้จะไม่มีตำแหน่งทางการเมือง แต่ก็ยังถูกวิจารณ์ว่าใครคือนายกรัฐมนตรีตัวจริง เรื่องนี้รัฐบาลจะต้องศึกษาให้ละเอียด ไม่เช่นนั้นเวลาที่ท่านนายกรัฐมนตรีเดินสายไปต่างประเทศจะไม่มีความหมาย เพราะคนบางกลุ่มจะรู้สึกว่าไม่ได้คุยกับเบอร์หนึ่ง ซึ่งเป็นเรื่องที่พรรคเพื่อไทยจะต้องระมัดระวัง และต้องพูดคุยกันภายใน เพราะพรรคเพื่อไทยเองก็มีหลายกลุ่ม

The post ทักษิณเคลื่อนไหว 2 อดีตแกนนำ ‘กปปส.- เสื้อเหลือง’ ขออย่าย่ำยีประชาชนซ้ำซาก ขจัดภาพนายกฯ 2 คนอย่างไร appeared first on THE STANDARD.

]]>
กมธ.ศึกษากฎหมายนิรโทษกรรมเริ่มนับคดีตั้งแต่ 1 ม.ค. 2548 เตรียมเชิญอดีตแกนนำ 5 กลุ่มการเมืองให้ข้อมูลประกอบแนวทางนิรโทษ 14 มี.ค. นี้ https://thestandard.co/extraordinary-committee-study-the-guidelines-of-the-amnesty-act/ Thu, 07 Mar 2024 12:13:01 +0000 https://thestandard.co/?p=908467 นิรโทษกรรม

วันนี้ (7 มีนาคม) ที่รัฐสภา ชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานคณะก […]

The post กมธ.ศึกษากฎหมายนิรโทษกรรมเริ่มนับคดีตั้งแต่ 1 ม.ค. 2548 เตรียมเชิญอดีตแกนนำ 5 กลุ่มการเมืองให้ข้อมูลประกอบแนวทางนิรโทษ 14 มี.ค. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
นิรโทษกรรม

วันนี้ (7 มีนาคม) ที่รัฐสภา ชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการตราพระราชบัญญัตินิรโทษกรรม เปิดเผยภายหลังการประชุมของคณะกรรมาธิการว่า ที่ประชุมมีมติจะเชิญบุคคลที่มีบทบาทสำคัญในเหตุการณ์ทางการเมืองที่เกิดขึ้น ที่จำเป็นจะต้องขอทราบรายละเอียดว่าเข้าไปอยู่ในเหตุการณ์เพราะอะไร และขณะนี้คดีมีความคืบหน้าไปถึงไหนแล้ว เข้าให้ข้อมูลแก่คณะกรรมาธิการในวันพฤหัสบดีที่ 14 มีนาคมนี้ ประกอบด้วย ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ อดีตแกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.), สุริยะใส กตะศิลา อดีตแกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย, ถาวร เสนเนียม อดีตแกนนำกลุ่มคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงปฏิรูปประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์แบบอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.), ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล แกนนำกลุ่มคณะราษฎร, ตัวแทนจากกลุ่มโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (ไอลอว์) และศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน เพื่อขอทราบความเห็น และรับทราบเหตุการณ์ที่เกิดความขัดแย้งทางการเมืองว่ามีเป้าหมาย มูลเหตุทางการเมืองอย่างไร เพื่อนำมาประกอบการพิจารณาของคณะกรรมาธิการ

 

ชูศักดิ์กล่าวต่อว่า มูลเหตุความขัดแย้งทางการเมืองที่จะนำมาพิจารณานั้นจะเริ่มนับจากวันที่ 1 มกราคม 2548 จนถึงปัจจุบัน เพื่อจำกัดขอบเขตอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมาธิการว่าเป็นการพิจารณาเหตุการณ์ทางการเมืองในช่วงดังกล่าว และจะไปดูการกระทำที่เกิดขึ้นในช่วงเวลานั้นว่ามีการกระทำอะไรบ้าง โดยจะนำเหตุการณ์เป็นตัวตั้ง เนื่องจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นตัวบ่งบอกความขัดแย้งทางการเมือง และเป็นแรงจูงใจทางการเมือง โดยมอบให้คณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาข้อมูลและสถิติคดีที่เกิดจากแรงจูงใจทางการเมืองที่มี นิกร จำนง เป็นประธานอนุกรรมาธิการ ไปพิจารณารวบรวมข้อมูลเพื่อนำมาพิจารณาในวันพฤหัสบดีถัดไป จากนั้นจะลงรายละเอียดในการพิจารณา

 

ขณะที่ นิกร จำนง กล่าวว่า ขณะนี้กรรมาธิการมีข้อมูล 50,000 กว่ากรณี นับตั้งแต่ปี 2563 จนถึงปัจจุบัน ซึ่งทางกรรมาธิการได้ส่งหนังสือถึงศาลยุติธรรม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และศาลทหาร เพื่อขอข้อมูลมาเรียบเรียงและเปรียบเทียบกับข้อมูลที่คณะกรรมาธิการมี เพื่อนำไปพิจารณาดูความเคลื่อนไหวของเหตุการณ์ก่อนที่จะมีการตัดสินใจและนำสู่ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าจะมีการพิจารณาถึงกรณีที่เกิดขึ้นว่ามีแรงจูงใจทางการเมืองอย่างไรนั้น นิกรกล่าวว่า คณะอนุกรรมาธิการได้มีการรวบรวมคดีที่เกิดจากมูลเหตุแรงจูงใจทางการเมือง โดยจะดูว่าแต่ละคดีมีที่มาที่ไปและแรงจูงใจทางการเมืองว่าเป็นอย่างไร

 

เช่นกลุ่มพันธมิตรฯ และ กปปส. มีแรงจูงใจที่ต่างกันในแต่ละช่วง โดยจะมาดูว่าเกิดจากแรงจูงใจหรือไม่ อย่างไร ก่อนที่จะสรุปและนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมาธิการใหญ่ ส่วนกรณีใดที่จะไม่เข้าข่ายให้พิจารณานั้น ยังไม่มีการพิจารณาตอนนี้ โดยจะดูคดีก่อนว่ามีอย่างไรบ้าง และคำที่สำคัญที่จะต้องหานิยามว่ามูลเหตุที่เกิดขึ้นนั้นมาจากแรงจูงใจทางการเมือง

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่ารวมความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 หรือไม่นั้น ชูศักดิ์กล่าวเสริมว่า ความผิดในมาตรา 112 จะรวมด้วยหรือไม่ยังไม่มีการพิจารณาถึงตรงนั้น โดยจะดูเหตุการณ์เป็นตัวกำหนด ยกตัวอย่างเมื่อปี 2548 มีเหตุการณ์ใดบ้างที่มีมูลเหตุทางการเมือง เช่น การชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯ ก็มีคดีมากมายเต็มไปหมด

 

ชูศักดิ์กล่าวต่อว่า คดีเหล่านั้นก็มีบทนิยามว่าเคลื่อนไหวโดยคดีเพราะมีมูลเหตุทางการเมือง หรือการเคลื่อนไหวของกลุ่ม นปช. เมื่อปี 2553 เพื่อต่อต้านการรัฐประหาร ก็เห็นได้ชัดเจนว่าถูกดำเนินคดี ท้ายที่สุดหากนำเหตุการณ์เป็นตัวตั้งก็จะรู้ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีคดีและมูลเหตุอะไรบ้าง ดังนั้นจะต้องนำเหตุการณ์มาดูในเบื้องต้น ซึ่งจะบอกเองว่าเวลาจะเริ่มนับตั้งแต่เมื่อไร และจะทำอะไร โดยจะไม่นำบุคคลมาเป็นตัวตั้ง จะเอาเฉพาะเหตุการณ์

The post กมธ.ศึกษากฎหมายนิรโทษกรรมเริ่มนับคดีตั้งแต่ 1 ม.ค. 2548 เตรียมเชิญอดีตแกนนำ 5 กลุ่มการเมืองให้ข้อมูลประกอบแนวทางนิรโทษ 14 มี.ค. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
รวมไทยสร้างชาติเปิดตัว ‘ถาวร เสนเนียม’ เข้าเป็นสมาชิกพรรค เผยแยกทางหมอวรงค์ด้วยดี ฝากดูแลพรรคไทยภักดีต่อ https://thestandard.co/ruam-thai-sang-chart-unveiled-thaworn-senneam/ Tue, 24 Oct 2023 10:41:49 +0000 https://thestandard.co/?p=857986 ถาวร เสนเนียม รวมไทยสร้างชาติ

วันนี้ (24 ตุลาคม) ถาวร เสนเนียม อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการ […]

The post รวมไทยสร้างชาติเปิดตัว ‘ถาวร เสนเนียม’ เข้าเป็นสมาชิกพรรค เผยแยกทางหมอวรงค์ด้วยดี ฝากดูแลพรรคไทยภักดีต่อ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ถาวร เสนเนียม รวมไทยสร้างชาติ

วันนี้ (24 ตุลาคม) ถาวร เสนเนียม อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม และอดีตแกนนำพรรคไทยภักดี สมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ โดยมี พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ในฐานะหัวหน้าพรรค ให้การต้อนรับ

 

ถาวรกล่าวว่า การย้ายมาร่วมงานกับพรรครวมไทยสร้างชาติครั้งนี้ ตนดูที่อุดมการณ์ ดูแนวทางการทำงานของพรรค และที่สำคัญตัวผู้บริหารพรรค พบว่าผลงานที่ปรากฏจับต้องได้หลังจากเข้าร่วมรัฐบาลในครั้งนี้ จะเห็นได้ว่าสิ่งที่พรรครวมไทยสร้างชาติให้คำมั่นสัญญาไว้กับประชาชน และนโยบายของพรรคก่อนเข้าร่วมรัฐบาลสามารถทำได้จริง สิ่งเหล่านี้ตนจึงมั่นใจว่าพรรครวมไทยสร้างชาติเป็นพรรคที่มีความคิดและมีอุดมการณ์ตรงกัน

 

ทั้งนี้ สิ่งที่สำคัญที่สุดแนวทางของพรรครวมไทยสร้างชาติตรงกับความต้องการของประชาชน เพราะประชาชนต้องการเห็นการลดความเหลื่อมล้ำ การปฏิรูปประเทศ ต้องการให้ลดราคาพลังงาน และที่สำคัญกว่านั้นคือ การแก้ไขปัญหาทุจริต พรรครวมไทยสร้างชาติได้ดำเนินการแล้ว ได้ทำแล้วและทำต่อไป เมื่อสิ่งที่ตนเฝ้ามองเห็นว่าแนวทางตรงกันเชื่อถือได้ และเดินไปข้างหน้าได้ ตนจึงเข้ามาสมัครเป็นสมาชิกพรรคเพื่อร่วมทำงานด้วย

 

ถาวรกล่าวว่า ตนเข้ามาอยู่พรรครวมไทยสร้างชาติในฐานะสมาชิกพรรคธรรมดาคนหนึ่ง ส่วนกรรมการบริหารพรรคจะมอบหมายให้ทำอะไรตนทำได้หมด ขออย่ารังแกประชาชน อย่าตระบัดสัตย์ อย่าทุจริต ต้องแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำ ร่วมปฏิรูปประเทศ แก้ไขความยากจน การถูกขูดรีดถูกเอาและเอาเปรียบ การที่ไม่สามารถเข้าถึงแหล่งทุน ขายพืชผลทางการเกษตรไม่ได้ ราคาพลังงานแพง ถ้าสิ่งเหล่านี้มอบหมายให้ตนแก้ไขตนทำได้

 

“ผมเข้ามาอยู่พรรครวมไทยสร้างชาติรู้สึกอบอุ่น ดีใจที่ได้รับเกียรติทั้งที่เป็นบุคคลธรรมดา ชื่อไม่ได้ติดอยู่บนหอคอย แต่มีทางให้เดิน ขอฝากถึงประชาชนที่จับตามองการทำงานของรัฐบาล ผมจะไม่ละเว้นคนชั่วเด็ดขาด ขอให้ประชาชนสบายใจได้ สิ่งที่ประชาชนคาดหวังจากผม จากพรรครวมไทย ก็พร้อมที่จะแก้ไขปัญหาให้” ถาวรกล่าว

 

ถาวรกล่าวย้ำว่า ตนกับ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม หัวหน้าพรรคไทยภักดี ไม่ได้มีความขัดแย้งกัน ได้พูดคุยกันแล้วจากกันด้วยดี อุดมการณ์ยังเหมือนกัน ได้ฝากพรรคไทยภักดีให้ นพ.วรงค์ดูแลต่อไป เราแยกกันเดินแต่รวมกันแก้ไขปัญหาให้ประชาชน เมื่อบ้านหลังนี้เปิดโอกาสให้มาทำหน้าที่ที่คล่องตัวมากขึ้นจากการเป็นรัฐบาล สามารถรับความทุกข์ความเดือดร้อนของประชาชนไปสู่การปฏิบัติได้ก็จะเป็นประโยชน์กับประชาชนมากกว่า

 

สำหรับ ถาวร เสนเนียม เป็นอดีต สส. พรรคประชาธิปัตย์หลายสมัย เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยในยุครัฐบาล อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก่อนที่จะออกจากพรรคประชาธิปัตย์มาเป็นแกนนำ กปปส. ชุมนุมขับไล่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และหวนกลับพรรคประชาธิปัตย์ในการเลือกตั้ง 2562 และรับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมในยุครัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา 

 

ต่อมาในเดือนกุมภาพันธ์ 2564 ถาวรถูกศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุกในคดีที่เกี่ยวเนื่องกับการชุมนุม ของกลุ่ม กปปส.​ ทำให้ต้องพ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรี และลาออกจากสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์เมื่อปี 2565 ก่อนเปิดตัวเป็นประธานพรรคไทยภักดีในช่วงกันยายน 2565

The post รวมไทยสร้างชาติเปิดตัว ‘ถาวร เสนเนียม’ เข้าเป็นสมาชิกพรรค เผยแยกทางหมอวรงค์ด้วยดี ฝากดูแลพรรคไทยภักดีต่อ appeared first on THE STANDARD.

]]>
หมอวรงค์ประกาศพร้อมเป็นนายกฯ เปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. กว่า 100 คน พร้อมแตกหักกับคนโกงชาติ https://thestandard.co/warong-ready-to-be-prime-minister/ Mon, 30 Jan 2023 14:24:50 +0000 https://thestandard.co/?p=743864

วันนี้ (30 มกราคม) ที่โรงแรมริชมอนด์ จังหวัดนนทบุรี พรร […]

The post หมอวรงค์ประกาศพร้อมเป็นนายกฯ เปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. กว่า 100 คน พร้อมแตกหักกับคนโกงชาติ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (30 มกราคม) ที่โรงแรมริชมอนด์ จังหวัดนนทบุรี พรรคไทยภักดีเปิดตัวว่าที่ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ของพรรคทั่วประเทศ ภายใต้ยุทธศาสตร์ เมล็ดพันธุ์การเมืองใหม่พรรคไทยภักดี นำโดย นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม หัวหน้าพรรคไทยภักดี, ถาวร เสนเนียม ประธานพรรค, พล.ต.ท. ชาญเทพ เสสะเวช เลขาธิการพรรค พร้อมด้วยคณะกรรมการบริหารพรรค ร่วมเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. และเปิดนโยบายหาเสียงของพรรค 

 

นพ.วรงค์กล่าวว่า พรรคการเมืองบางพรรคประกาศจะเอาโจรปล้นชาติกลับบ้าน พรรคการเมืองบางพรรคบอกว่าจะล้มล้างสถาบันฯ พรรคการเมืองหลายพรรคที่มีอำนาจในปัจจุบันปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริตที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นคดีตู้ห่าว ทุนจีนสีเทา ลอตเตอรี่ หรือแม้แต่เงินสดที่อยู่ในลิ้นชักของอธิบดีกรมหนึ่ง จุดที่เลวร้ายที่อยู่ในหัวใจก็คือกิจการไฟฟ้า 

 

“ในสมัยอดีต นายกฯ หญิงที่หนีคุกจากประเทศไทยไปมีการเซ็นสัญญาจนทำให้กิจการไฟฟ้าถูกผูกขาด ราคาไฟฟ้าแพงขึ้น และจุดที่เจ็บช้ำคือวันนี้เรารอคอยกิจการดาวเทียมที่เป็นชื่อพระราชทานไทยคม เป็นสมบัติของพ่อมา 30 ปี ก็รักษาไว้ไม่ได้ นี่คือจุดแตกหักที่พรรคไทยภักดีต้องมาประกาศกับประชาชนว่า การเมืองไทยวันนี้ไม่ได้มีแค่ ทักษิณ ชินวัตร ไม่ได้มีแค่ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ไม่ได้มีแค่ พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ ไม่ได้มีแค่ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา แต่มี หมอวรงค์ เดชกิจวิกรม ไทยภักดีด้วย” นพ.วรงค์กล่าว

 

นพ.วรงค์กล่าวด้วยว่า ตนไม่ได้เป็นคนมักใหญ่ใฝ่สูง แต่ถ้าจำเป็นก็พร้อมจะเป็นนายกรัฐมนตรี ขอย้ำว่าพรรคไทยภักดีไม่ยุบ ไม่ย้าย ไม่จ่าย และไม่ซื้อ ประกาศชัดเจนถึงความเป็นเอกราช ความเป็นตัวตน ไม่ใช่นั่งร้านของใคร เมล็ดพันธุ์ใหม่ไทยภักดีกว่า 100 ชีวิต คนเหล่านี้ไม่ใช่คนบ้านใหญ่ ไม่ได้เป็นคนมีเงิน หลายคนเป็นลูกชาวนา แต่ทุกคนมีอุดมการณ์ของพรรคไทยภักดีที่จะรบแตกหักคนโกงชาติ ทุนผูกขาด และขบวนการสมคบต่างชาติล้มล้างสถาบัน

 

“ถึงเวลาที่ไทยภักดีเมล็ดพันธุ์ใหม่จะต้องประกาศสงครามรบแตกหักกับคนโกงชาติ หากพรรคได้ควบคุมนโยบายพลังงาน จะแก้ไขกฎระเบียบ เพื่อนำนวัตกรรมหรือเทคโนโลยีมาทำให้ค่าไฟฟ้า ค่าพลังงานถูกลงทันที และถ้าสามารถควบคุมนโยบายกิจการดาวเทียม ค่าอินเทอร์เน็ตของประชาชนจะถูกลงทันที ลอตเตอรี่จะต้องราคา 80 บาท น้ำเพื่อการเกษตรต้องเข้าถึงทุกแปลง เป็นต้น และที่เป็นหัวใจและอุดมการณ์สำคัญของพรรคไทยภักดี แก้ไขมาตรา 112 เพื่อเพิ่มความคุ้มครองสถาบันพระมหากษัตริย์ให้มีความเข้มแข็งยิ่งขึ้น และจะแก้ไขประมวลจริยธรรม ห้ามให้ ส.ส. นำตำแหน่ง ส.ส. มาประกันตัวผู้ต้องหามาตรา 112 โดยเด็ดขาด” นพ.วรงค์กล่าว

The post หมอวรงค์ประกาศพร้อมเป็นนายกฯ เปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. กว่า 100 คน พร้อมแตกหักกับคนโกงชาติ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไทยภักดีเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. สมุทรปราการ ชูนโยบายปราบโกง ช่วยประหยัดเงินปีละ 3 แสนล้าน https://thestandard.co/thai-pakdee-party-debut-2-member/ Mon, 16 Jan 2023 02:22:48 +0000 https://thestandard.co/?p=737727 ไทยภักดี

วานนี้ (15 มกราคม) พรรคไทยภักดี เปิดการปราศรัย ‘ไทยภักด […]

The post ไทยภักดีเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. สมุทรปราการ ชูนโยบายปราบโกง ช่วยประหยัดเงินปีละ 3 แสนล้าน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไทยภักดี

วานนี้ (15 มกราคม) พรรคไทยภักดี เปิดการปราศรัย ‘ไทยภักดี รบแตกหัก คนโกงชาติ รุกจังหวัดสมุทรปราการ’ นำโดย ถาวร เสนเนียม ประธานพรรค, นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม หัวหน้าพรรค, พล.ต.ท. ชาญเทพ เสสะเวช เลขาธิการพรรค ร่วมกันเปิดตัวว่าที่ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) สมุทรปราการ คือ ปพน บุญริ้ว เขต 2 และ จิรศักดิ์ แสงแจ่ม เขต 6 

 

ถาวรกล่าวกับประชาชนที่มาร่วมฟังการปราศรัยว่า ตนทราบดีว่าการเมืองในภาคกลางมักจะเลือกผู้แทนที่มาจากบ้านใหญ่ เป็นกลุ่มผู้มีบารมี ร่ำรวย แต่ผู้สมัครทั้ง 2 คนของพรรคเรา ไม่ใช่คนมีอิทธิพลและร่ำรวยอะไร แต่มีความตั้งใจดีที่จะเสนอตัวให้ประชาชนใช้ดุลยพินิจในการเลือกตั้งครั้งนี้ ถ้าถามว่าทำไมผู้สมัครเหล่านี้ถึงเดินเข้ามาหาพรรคไทยภักดี เพราะมีนายทุนมาให้เงินหรือไม่ ตนขอยืนยันว่าไม่มี พรรคของเราไม่ได้รับเงินจากโครงการโกงกินต่างๆ มาใช้ในการเลือกตั้งแน่นอน แต่ด้วยการสนับสนุนจากประชาชน และที่สำคัญคือเรามีอุดมการณ์และจุดยืนที่ตรงกัน ก็คือ ความจงรักภักดีและต้องการจะปราบโกง 

 

ถาวรกล่าวต่อไปว่า พรรคไทยภักดีตั้งขึ้นมาเพื่อภักดีประชาและศรัทธาสถาบัน นั่นคือเรารักและเคารพในสิทธิของประชาชน ไม่หลอก ไม่โกงเงินประชาชน ขณะนี้ปัญหาที่ยิ่งใหญ่ของชาติเราก็คือการทุจริตทุกหย่อมหญ้า ตั้งแต่ข้าราชการไปจนถึงนักการเมืองทุกระดับชั้น ประเทศเรามีเงินงบประมาณของราชการปีละ 3.3 ล้านล้านบาท มีเงินงบประมาณที่ใช้ในรัฐวิสาหกิจ 50 แห่ง ที่ผ่านมาเราเผชิญกับโครงการหลายโครงการของภาครัฐที่มีการทุจริต ไม่ว่าจะเป็น โครงการรับจำนำข้าว โครงการบ่อบำบัดคลองด่าน การก่อสร้างสนามฟุตซอล ต่างก็มีชื่อนักการเมืองระดับบิ๊กเนม รวมถึงข้าราชการระดับสูงเข้าไปเกี่ยวข้องด้วยทั้งสิ้น

 

“ถ้าพรรคไทยภักดีได้เข้าไปเป็นรัฐบาลเราจะแก้กฎหมายให้ผู้ที่ถูกบีบบังคับจากข้าราชการหรือนักการเมืองให้จ่ายสินบนจะต้องเป็นผู้เสียหาย ไม่ใช่ผู้ต้องหา เพราะถ้าเราสามารถปราบโกงได้ จะประหยัดเงินของประชาชนปีละ 3 แสนล้านบาท โดยที่เราจะนำเงินตรงนี้มาสร้างที่อยู่อาศัย ดูแลเรื่องสุขอนามัย เพิ่มเงินสวัสดิการให้กับคนจน รวมถึงการแก้ไขปัญหาในเรื่องพลังงาน” ถาวรกล่าว

 

ขณะที่ นพ.วรงค์ กล่าวว่า การเมืองของประเทศไทยในวันนี้ คือการนำเงินจากนายทุนใหญ่มาจ่ายให้ประชาชนตอนเลือกตั้ง เมื่อพอเข้าไปเป็น ส.ส. ก็ไปเป็นขี้ข้านายทุนใหญ่ แต่ไทยภักดีจะใช้หัวจิตหัวใจ ใช้อุดมการณ์ในการต่อสู้เพื่อประโยชน์ของประชาชนเท่านั้น วันนี้ได้มาเยี่ยมเยียนชาวสมุทรปราการ ก็อดที่จะคิดถึงคดีทุจริตโครงการสร้างบ่อบำบัดน้ำเสียคลองด่านไม่ได้ ที่กินเวลามากว่า 20 ปี ประเทศเสียเงินภาษีประชาชนไปกว่า 3 หมื่นล้านบาท โดยล่าสุดต้องจ่ายค่าโง่อีก 9.6 พันล้านบาท

 

นพ.วรงค์ กล่าวต่ออีกว่า คดีนี้มีความเกี่ยวข้องกับนักการเมือง เพราะบริษัทเอกชนที่เข้ามารับเหมาประมูลมีความเชื่อมโยงไปถึงนักการเมืองบ้านใหญ่ของจังหวัดสมุทรปราการ ที่สุดท้ายชาวปากน้ำร่วมกันต่อสู้และออกมาแฉเพื่อปกป้องประโยชน์ของประเทศและประชาชน จนทำให้นักการเมืองบ้านใหญ่ต้องหนีไปต่างประเทศ พรรคไทยภักดีต้องขอสดุดีชาวปากน้ำด้วย 

 

“การเลือกตั้งครั้งนี้ภายใต้กฎหมายรัฐธรรมนูญที่ใช้บัตรเลือกตั้งสองใบ เราเข้าใจว่าทุกคนจะคุ้นเคยกับนักการเมืองบ้านใหญ่ที่มีอิทธิพลและเงินเยอะ โดยมักจะนำเงินเหล่านี้มาแจกให้กับชาวบ้าน แต่เงินเหล่านี้ก็มาจากเงินทุจริตทั้งสิ้น ผู้สมัครของพรรคไทยภักดีแม้จะเป็นลูกชาวบ้านธรรมดา เสียเปรียบคู่แข่งทุกด้าน แต่ที่เหนือกว่าคือหัวใจ วันนี้ชาวสมุทรปราการจะเลือกบ้านใหญ่และเข้าไปโกง หรือจะเลือกลูกชาวบ้านหัวใจนักสู้” นพ.วรงค์กล่าวทิ้งท้าย

The post ไทยภักดีเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. สมุทรปราการ ชูนโยบายปราบโกง ช่วยประหยัดเงินปีละ 3 แสนล้าน appeared first on THE STANDARD.

]]>
เช็กลิสต์ 3 พรรคการเมือง ‘รวมไทยสร้างชาติ-พลังประชารัฐ-ภูมิใจไทย’ ใครขยับไปไหนบ้าง https://thestandard.co/checklist-who-moved-to-where/ Fri, 13 Jan 2023 00:41:31 +0000 https://thestandard.co/?p=736526

เข้าสู่สัปดาห์ที่ 2 ในเดือนแรกของปี 2566 แล้ว แต่สถานกา […]

The post เช็กลิสต์ 3 พรรคการเมือง ‘รวมไทยสร้างชาติ-พลังประชารัฐ-ภูมิใจไทย’ ใครขยับไปไหนบ้าง appeared first on THE STANDARD.

]]>

เข้าสู่สัปดาห์ที่ 2 ในเดือนแรกของปี 2566 แล้ว แต่สถานการณ์การเมืองในช่วงปลายอายุรัฐบาลประยุทธ์สมัยที่ 2 ยังคงเต็มไปด้วยความร้อนแรง 

 

โฟกัสไปที่ต้นสัปดาห์แรกเดือนมกราคม พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ถือฤกษ์วันที่ 9 เดือนแรกของปี เป็นหมุดหมายใหม่ในการก้าวสู่นักการเมือง 100% อย่างเป็นทางการ ในสังกัดพรรครวมไทยสร้างชาติ โดยจัดอีเวนต์เปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ 

 

แม้ พล.อ. ประยุทธ์จะนั่งเก้าอี้นายกฯ มาแล้ว 8 ปีเศษ โดยมีจุดเริ่มต้นจากการทำรัฐประหารในปี 2557 แต่เส้นทางการเมืองของ พล.อ. ประยุทธ์เริ่มต้นด้วยอาชีพทหาร และขยับสู่นักการเมืองอาชีพ 

 

ขณะที่ช่วงเช้าของวันเดียวกัน สุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ยื่นหนังสือลาออกจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) จังหวัดชลบุรี พรรคพลังประชารัฐ พร้อมขนอดีต ส.ส. ไปด้วยอีกราว 10 คน และปรากฏตัวเคียงข้าง พล.อ. ประยุทธ์ในงานช่วงเย็นวันนั้นด้วย 

 

ขณะที่ ธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะ ส.ส. พรรคพลังประชารัฐ ที่แสดงท่าทีชัดเจนมาโดยตลอดว่า พล.อ. ประยุทธ์ไปไหน ตนเองจะไปด้วย ก็ปรากฏในงานครั้งนี้เช่นกัน 

 

“มาช่วยงานอดีตเจ้านายเก่า” คือคำกล่าวของ พล.ต.อ. อัศวิน ขวัญเมือง อดีตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ที่มาร่วมงาน พร้อมสมัครเป็นสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติด้วย

 

รวมไปถึง ถาวร เสนเนียม อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ที่ปัจจุบันเป็นสมาชิกพรรคไทยภักดี ได้ปรากฏตัวอยู่ในงานเช่นกัน 

 

อีกคนที่ชัดเจนมาโดยตลอดคือ แรมโบ้-เสกสกล อัตถาวงศ์ ที่การกลับมาหนนี้ เขาได้รับการแต่งตั้งให้เป็นที่ปรึกษานายกรัฐนตรี ก็ปรากฏตัวเคียงข้างนายเก่าไม่ห่างกาย

 

วันที่ 10 มกราคมที่ผ่านมา หลังอีเวนต์ใหญ่เปิดตัวจบลง มีการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) บรรยากาศเต็มไปด้วยความคุกรุ่นของพี่-น้อง 2 ป. (พล.อ. ประยุทธ์-พล.อ. ประวิตร) โดยที่ พล.อ. ประยุทธ์และ พล.อ. ประวิตร ต่างก็ปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ใดๆ กับสื่อมวลชน

 

ในเวลาต่อมา พล.อ. ประวิตรได้ยืนยันกับสื่อมวลชนถึงความสัมพันธ์กับ พล.อ. ประยุทธ์ว่า ยังเหมือนเดิม มีการพูดคุยกันทุกวัน แต่ไม่ใช่เรื่องการเมือง ส่วนโอกาสในการพูดคุยเรื่องการเมืองนั้น พล.อ. ประวิตรตอบสั้นๆ เพียง “ไม่มี”

 

ขณะที่ความเคลื่อนไหวในฝั่งพรรคพลังประชารัฐ อดีตพรรคที่เคยเสนอชื่อ พล.อ. ประยุทธ์เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมานั้น ในมุมของ สันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง และยังเป็นเลขาธิการพรรค กล่าวถึงการลาออกของ ส.ส. พรรคพลังประชารัฐ ไปร่วมงานกับพรรครวมไทยสร้างชาติว่า พรรคพลังประชารัฐมีผู้สมัครในแต่ละเขตมากกว่า 1 คน และ ส.ส. คนเก่าที่ลาออกไป ส่วนใหญ่เป็น ส.ส. สมัยแรก และมั่นใจมากว่าจะสามารถแทนคนเก่าได้

 

แต่ไม่ได้มีแค่ ส.ส. ที่ลาออกจากพรรคพลังประชารัฐเพื่อไปพรรครวมไทยสร้างชาติเท่านั้น แต่ยังรวมดาวสภาองครักษ์พิทักษ์ พล.อ. ประยุทธ์และ พล.อ. ประวิตร อย่าง วีระกร คำประกอบ อดีต ส.ส. จังหวัดนครสวรรค์ รวมอยู่ด้วย 

 

วีระกรย้ายเข้าพรรคภูมิใจไทยของ อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ด้วยเหตุผลของการตีจากครั้งนี้ว่า พล.อ. ประวิตรเข้าถึงยาก ต้องรอคิวนาน ไม่เหมือนนักการเมืองทั่วไป

 

นอกจากนี้ พรรคภูมิใจไทยยังได้ พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และอดีต ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ มาเป็นแม่ทัพเลือกตั้งในพื้นที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) คนใหม่ของพรรค ซึ่งการมาของพุทธิพงษ์ครั้งนี้ยังขนอดีต ส.ส. กทม. อย่างน้อย 3 คน จากพรรคพลังประชารัฐเข้ามาอยู่ในพรรคภูมิใจไทย

 

ด้านอนุทินกล่าวถึงกระแสที่พรรคภูมิใจไทยถูกมองเป็นพรรคดูด ส.ส. ว่า อะไรก็ตามที่เป็นพลวัต มีการขับเคลื่อน ยิ่งขับเคลื่อนแรงก็จะเกิดสภาวะดึงดูด เป็นหลักฟิสิกส์ เปรียบกับเวลาขับรถเล็กตามรถบรรทุกยังมีโอกาสถูกดูดเข้าไป ทั้งหมดนี้คือการดึงดูดโดยพลวัต น่าจะเป็นสิ่งที่ดีที่พรรคภูมิใจไทยขับเคลื่อนนโยบายทุกอย่าง แม้ช่วงนี้เป็นช่วงโค้งสุดท้ายของสมัยสภาผู้แทนราษฎร พรรคภูมิใจไทยก็ยิ่งต้องทำงาน ไม่ใช่จะหยุดทุกอย่างแล้วลงไปหาเสียง ขออย่ามองว่าเป็นการดูด แต่ทั้งหมดคือ ‘แรงดึงดูด’

 

“พรรคภูมิใจไทยไม่เคยซื้อ ส.ส. ด้วยเงิน ถ้าเงินเป็นปัจจัยที่สามารถซื้อ ส.ส. ได้ ป่านนี้พรรคการเมืองก็คงไม่ต้องมานั่งแข่งขันนโยบาย และไม่ต้องมาฟาดฟันอะไรกันดุดันขนาดนี้” อนุทินกล่าว

 

 

ภาพประกอบ: พุทธิพงศ์ โรจน์ศตพงค์

The post เช็กลิสต์ 3 พรรคการเมือง ‘รวมไทยสร้างชาติ-พลังประชารัฐ-ภูมิใจไทย’ ใครขยับไปไหนบ้าง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ถาวรยินดีประยุทธ์จะอยู่พรรคไหนก็ได้ ระบุเป็นคนดีจริง แต่อย่าลืมสัญญาปฏิรูปประเทศที่รับปากไว้ https://thestandard.co/thaworn-say-prayut-can-belong-to-any-party/ Tue, 22 Nov 2022 10:16:04 +0000 https://thestandard.co/?p=713847

วันนี้ (22 พฤศจิกายน) ถาวร เสนเนียม ประธานพรรคไทยภักดี […]

The post ถาวรยินดีประยุทธ์จะอยู่พรรคไหนก็ได้ ระบุเป็นคนดีจริง แต่อย่าลืมสัญญาปฏิรูปประเทศที่รับปากไว้ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (22 พฤศจิกายน) ถาวร เสนเนียม ประธานพรรคไทยภักดี เปิดบ้านให้การต้อนรับประชาชนกว่า 100 คนในพื้นที่จังหวัดสงขลา ให้คำปรึกษาการสมัครสมาชิกพรรคการเมืองใหม่ด้วย โดยวันนี้ถาวรยกกระแสข่าวที่ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ลา พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เพื่อเข้าร่วมกับพรรครวมไทยสร้างชาตินั้น

 

ถาวรกล่าวว่า จริงๆ แล้วเรื่องตัวบุคคลตนไม่ค่อยให้ความสำคัญมากกว่าหลักการและจุดยืน พล.อ. ประยุทธ์เป็นคนดีก็จริง แต่ถ้าองคาพยพไม่ได้ ทุกอย่างก็ดีทั้งหมดไม่ได้ ดังนั้น พล.อ. ประยุทธ์ แม้ว่าจะได้รับการชื่นชมชื่นชอบจากพี่น้องประชาชนจำนวนมาก ไปอยู่พรรคไหนเราก็ยินดีด้วย หรือแม้แต่ยังอยู่กับพลังประชารัฐเราก็ยินดีด้วย

 

“สิ่งสำคัญ คำประกาศปฏิญญาคำมั่นสัญญาที่ท่านพูดไว้เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 ว่าจะปฏิรูปประเทศไทย ลดความเหลื่อมล้ำ แก้ไขปัญหาความทุจริต ท่านลืมหรือยัง จะอยู่พลังประชารัฐ หรือพรรครวมไทยสร้างชาติ ก็ขอให้คิดถึงสิ่งนี้ สิ่งที่รับปากไว้ท่านลืมแล้วหรือยัง” ถาวรกล่าว

 

นอกจากนี้ถาวรยังกล่าวอีกด้วยว่า ในเรื่องของการร่วมรัฐบาลพรรคไทยภักดีกับพรรครวมไทยสร้างชาตินั้นยังเป็นเรื่องที่ไกลเกินไป ไทยภักดีขอมี ส.ส. แค่ไม่กี่คนก่อนเราก็พอใจ จริงๆ พรรคที่เราร่วมกันไม่ได้คือชัดเจนอยู่แล้วนั่นคือ พรรคที่ล้มสถาบันพระมหากษัตริย์ หรือพรรคที่ส่อทุจริต จับมือกันไม่ได้

The post ถาวรยินดีประยุทธ์จะอยู่พรรคไหนก็ได้ ระบุเป็นคนดีจริง แต่อย่าลืมสัญญาปฏิรูปประเทศที่รับปากไว้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ถาวรนั่งประธานพรรคไทยภักดี ประกาศเลิกหนุนประยุทธ์ หลังประชาชนแลกเลือดเนื้อ แต่กลับล้มเหลวปฏิรูป-ปราบโกง https://thestandard.co/thaworn-thaipakdee-party/ Thu, 29 Sep 2022 07:18:47 +0000 https://thestandard.co/?p=688416

วันนี้ (29 กันยายน) ที่พรรคไทยภักดี เวลา 09.09 น. ถาวร […]

The post ถาวรนั่งประธานพรรคไทยภักดี ประกาศเลิกหนุนประยุทธ์ หลังประชาชนแลกเลือดเนื้อ แต่กลับล้มเหลวปฏิรูป-ปราบโกง appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (29 กันยายน) ที่พรรคไทยภักดี เวลา 09.09 น. ถาวร เสนเนียม อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เข้าสมัครเป็นสมาชิกพรรรคไทยภักดี พร้อมรับตำแหน่งประธานพรรค โดยมี นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม หัวหน้าพรรค พล.ต.ท. ชาญเทพ เสสะเวช เลขาธิการพรรค และคณะ ให้การต้อนรับ

 

ถาวรกล่าวความอึดอั้นภายในใจของตนเองต่อความล้มเหลวในการแก้ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันว่า การรัฐประหารในวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 มีความประสงค์ที่จะยุติความวุ่นวายและกวาดล้างการทุจริต โดยมีรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว ให้อำนาจมาตรา 44 เปิดโอกาสให้หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่ชาติ (คสช.) ใช้อำนาจทางนิติบัญญัติ ฝ่ายบริหารและตุลาการ ในการปราบกวาดล้างการทุจริต แต่ปรากฏว่าคนโกงชาติยังลอยนวล 

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

แม้ว่าคณะ คสช. ตั้งเป้ายุทธศาสตร์ชาติ ซึ่งมีหลักสำคัญภายใน 20 ปี ประเทศไทยจะต้องลดการโกง ทุจริตคอร์รัปชัน ให้อยู่ในอันดับ 1 ใน 50 ของโลกให้ได้ แต่ผลกลับปรากฏว่าล้มเหลว พร้อมยกตัวอย่างความล้มเหลวว่า ในปี 2555 ประเทศไทยได้รับการตรวจสอบการทุจริต ตัวเลขของประเทศไทยในขณะนั้นอยู่ลำดับที่ 88 แต่ปี 2564 เราอยู่ลำดับที่ 110 ได้คะแนน 35 คะแนน นี่คือความเจ็บช้ำของพี่น้องประชาชน

 

ถาวรได้ตั้งคำถามว่า ขณะนี้รัฐบาลกำลังทำอะไรอยู่ คำมั่นสัญญาที่จะปฏิรูปประเทศ การปฏิรูปประเทศไม่ใช่เก็บไว้ในคอมพิวเตอร์ ไม่ใช่เก็บไว้เพื่อหาเสียง ไม่ใช่เก็บไว้เพื่อที่จะทอดอำนาจต่อ แต่การปฏิรูปประเทศเป็นการแลกด้วยเลือดเนื้อของพี่น้องประชาชนที่ออกมาเคลื่อนไหว 

 

“แม้ว่าพรรคไทยภักดีจะเป็นพรรคเล็ก ไม่มีนายทุนผูกขาด แต่มีอุดมการณ์ที่ยิ่งใหญ่ ตั้งใจที่จะทำการเมืองให้ดีขึ้น จะต้องปฏิรูปประเทศให้ครบทุกด้าน ความตั้งใจอย่างแน่วแน่ของการเป็นผู้นำประเทศ ไม่ใช่แค่พูดและให้ลูกน้องนำเงินไปซื้อเสียง การเลือกตั้งในหลายเขตใช้เงินกว่า 100 ล้านบาท จึงเป็นที่มาของวงจรอุบาทว์นี้ ปัญหาทุกอย่างแก้ได้ เราสามารถสกัดกั้นคนไม่ดีไม่ให้มาบริหารประเทศได้ และส่งเสริมคนดีให้มานั่งบริหารประเทศ” ถาวรกล่าว

 

ถาวรยังได้กล่าวถึงการพ้นจากสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ของตนเองว่า ตนสมัครเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ตั้งแต่เรียนหนังสืออยู่ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ในปี 2511 โดยยืนยันว่าไม่ได้เป็นการลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์ แต่ถูกศาลพิพากษาให้จำคุก เป็นเหตุให้ต้องขาดจากสมาชิกพรรค เนื่องจากข้อบังคับของพรรคประชาธิปัตย์ได้ระบุไว้ว่า คนที่จะเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามดังกล่าว 

 

“ขอชี้แจงว่าผมไม่ได้ลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์ ผมยังคงรัก ยังคงยึดมั่นอุดมการณ์ของพรรคประชาธิปัตย์ในข้อ 1 ที่ว่าพรรคจะทำการเมืองด้วยความบริสุทธิ์ ขออนุญาตบรรพบุรุษพรรคประชาธิปัตย์ ขอเอาอุดมการณ์ในข้อที่ 1 นั้นมาปรับใช้ที่พรรคไทยภักดีด้วย เพราะการทำการเมืองโดยสุจริตนั้นไม่ใช่ลิขสิทธิ์ของท่านใด จะต้องเป็นเรื่องของนักการเมืองทุกคนที่จะต้องเอามาใช้” ถาวรกล่าว และบอกว่า 

 

“นับจากวันที่ 29 เดือน 9 เวลา 09.09 น. ผมได้มอบจิตวิญญาณ ได้มอบความตั้งใจ ได้มอบพละกำลัง แก้ไขปัญหาประเทศ ปฏิรูปประเทศ ความเหลื่อมล้ำจะต้องหมดไป และสุดท้ายชาติบ้านเมืองของเราจะต้องเจริญ พี่น้องประชาชนจะต้องอยู่ดีกินดี คนชั่วจะไม่มีที่ยืนกับพี่น้องครับ”

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าจะสนับสนุน พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีต่อหรือไม่ ถาวรระบุว่า เมื่อสักครู่นี้ได้พูดชัดแล้ว หากไม่มีการปฏิรูป ไม่ปราบปรามทุจริต ก็ต้องพอกันที 

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงการควบรวมพรรคเพื่อสู้กับสูตรหาร 100 ในศึกเลือกตั้งครั้งหน้า ถาวรกล่าวว่า การควบรวมไม่ใช่เรื่องผิด แต่ต้องดูอุดมการณ์ จุดยืน นโยบาย และความจริงใจในพรรคการเมืองนั้นๆ ที่พร้อมจะมาจับมือกับเรานั้นตรงกันหรือไม่ ยืนยันว่าขณะนี้ยังมองไม่เห็นว่าจะไปจับมือกับใคร และพรรคไทยภักดีพร้อมสู้ทุกกติกาของสูตรคำนวณในการเลือกตั้ง 

 

“พรรคไทยภักดียืนด้วยความแข็งแกร่ง หัวใจที่พองโต และมีความมุ่งมั่นสูงมากๆ” ถาวรกล่าว

 

The post ถาวรนั่งประธานพรรคไทยภักดี ประกาศเลิกหนุนประยุทธ์ หลังประชาชนแลกเลือดเนื้อ แต่กลับล้มเหลวปฏิรูป-ปราบโกง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไทยภักดีระดมทุนครั้งใหญ่สู้ศึกเลือกตั้ง 23 ต.ค. นี้ ขายบัตรแพงสุด 10,000 บาท เชื่อคุ้มเพราะได้นวัตกรรมที่ไม่มีพรรคไหนทำได้ https://thestandard.co/thai-pakdee-fundraising/ Thu, 29 Sep 2022 06:47:34 +0000 https://thestandard.co/?p=688402 วรงค์ เดชกิจวิกรม

วันนี้ (29 กันยายน) ที่พรรคไทยภักดี นพ.วรงค์ เดชกิจวิกร […]

The post ไทยภักดีระดมทุนครั้งใหญ่สู้ศึกเลือกตั้ง 23 ต.ค. นี้ ขายบัตรแพงสุด 10,000 บาท เชื่อคุ้มเพราะได้นวัตกรรมที่ไม่มีพรรคไหนทำได้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
วรงค์ เดชกิจวิกรม

วันนี้ (29 กันยายน) ที่พรรคไทยภักดี นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม หัวหน้าพรรค กล่าวถึงเส้นทางในอนาคตของพรรคไทยภักดี ภายหลังให้การต้อนรับ ถาวร เสนเนียม อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม และอดีตสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ เข้าเป็นสมาชิกพรรรคไทยภักดี ว่าพรรคไทยภักดีจะมีการจัดระดมทุนครั้งใหญ่ในวันที่ 23 ตุลาคม 2565 เพื่อสู้ศึกเลือกตั้งที่จะถึงนี้ 

 

โดยงานจะมีการจัดขึ้นที่เมืองทองธานี สำหรับการระดมทุนครั้งนี้จะเป็นการเปิดขายบัตรให้กับประชาชนที่สนใจ มี 2 ราคา คือ 10,000 บาทและ 1,000 บาท 

 

นพ.วรงค์กล่าวว่า ตนเองมีความเชื่อว่าบัตร 10,000 บาทและ 1,000 บาทนั้น สิ่งที่ประชาชนจะได้รับการตอบแทนจากพรรคไทยภักดีคือการปราบปรามการทุจริตเกิดขึ้นอย่างจริงจัง และนำไปสู่นวัตกรรมที่จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงประเทศที่ไม่มีพรรคการเมืองไหนทำได้เท่ากับพรรคไทยภักดี

The post ไทยภักดีระดมทุนครั้งใหญ่สู้ศึกเลือกตั้ง 23 ต.ค. นี้ ขายบัตรแพงสุด 10,000 บาท เชื่อคุ้มเพราะได้นวัตกรรมที่ไม่มีพรรคไหนทำได้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: ถาวร เสนเนียม เข้าสมัครสมาชิกพรรคไทยภักดี | THE STANDARD https://thestandard.co/thaworn-senniam-thaipakdee/ Thu, 29 Sep 2022 04:18:36 +0000 https://thestandard.co/?p=688286

ถาวร เสนเนียม เข้าสมัครสมาชิกพรรคไทยภักดี   ชมคลิป […]

The post ชมคลิป: ถาวร เสนเนียม เข้าสมัครสมาชิกพรรคไทยภักดี | THE STANDARD appeared first on THE STANDARD.

]]>

ถาวร เสนเนียม เข้าสมัครสมาชิกพรรคไทยภักดี

 

ชมคลิปอื่นๆ ที่น่าสนใจได้ที่ https://thestandard.co/video/

The post ชมคลิป: ถาวร เสนเนียม เข้าสมัครสมาชิกพรรคไทยภักดี | THE STANDARD appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย 5 แกนนำ กปปส. พ้นเก้าอี้ ส.ส. เตรียมเลือกตั้งซ่อมเขตใหม่ ส่วนบัญรายชื่อขยับขึ้นแทน https://thestandard.co/preparing-for-elections-to-repair-new-districts-after-pdrc-leaders-get-out/ Wed, 08 Dec 2021 09:57:06 +0000 https://thestandard.co/?p=569060 แกนนำ กปปส.

วันนี้ (8 ธันวาคม) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ได้นัดอ่านคำวิน […]

The post ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย 5 แกนนำ กปปส. พ้นเก้าอี้ ส.ส. เตรียมเลือกตั้งซ่อมเขตใหม่ ส่วนบัญรายชื่อขยับขึ้นแทน appeared first on THE STANDARD.

]]>
แกนนำ กปปส.

วันนี้ (8 ธันวาคม) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ได้นัดอ่านคำวินิจฉัยในคดีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ส่งคำร้องขอให้พิจารณากรณี ชุมพล จุลใส สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) จังหวัดชุมพร, อิสระ สมชัย ส.ส. บัญชีรายชื่อ, ถาวร เสนเนียม ส.ส. จังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์, พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ และ ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ ส.ส. บัญชีรายชื่อพรรคพลังประชารัฐ 

 

กรณีถูกศาลอาญามีคำพิพากษาลงโทษจำคุกในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ อ.317/2564 เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2564 และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง ชุมพล, อิสสระ และณัฏฐพล 5 ปีนับแต่วันที่มีคำพิพากษา เป็นเหตุให้สมาชิกภาพ ส.ส. ของผู้ถูกร้องทั้ง 5 สิ้นสุดตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 101 (6) ประกอบมาตรา 98 (4) (6) และมาตรา 96 (2) หรือไม่

 

ล่าสุด ศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยให้สมาชิกภาพทั้ง 5 สิ้นสุดลงนับตั้งแต่วันที่ 7 เมษายน 2564 เป็นต้นไป เมื่อสมาชิกภาพ ส.ส. สิ้นสุดลง จึงต้องให้มีการตราพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้งซ่อมแทนภายใน 45 วันนับแต่วันที่ศาลอ่านคำวินิจฉัยให้สมาชิกภาพสิ้นสภาพ  

 

ส่วน ส.ส. บัญชีรายชื่อว่างลง ประธานสภาฯ ประกาศรายชื่อลำดับต่อไปมา แทน ส.ส. บัญชีรายชื่อที่ว่างลงประกาศราชกิจจานุเบกษาภายใน 7 วันนับแต่วันที่ศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิจฉัย  

 

สำหรับการเลือกตั้งใหม่จะมี 2 เขต คือ กรณี ชุมพล จุลใส ซึ่งเป็น ส.ส. เขต 1 จังหวัดชุมพร และ ถาวร เสนเนียม เป็น ส.ส. เขต 6 จังหวัดสงขลา ทั้งสองเป็นส.ส. สังกัด พรรคประชาธิปัตย์

 

ขณะที่ ส.ส. อีก 3 คนอยู่ในระบบบัญชีรายชื่อ ซึ่งจะเลื่อนรายชื่อในลำดับถัดไปขึ้นมาเป็น ส.ส. แทน

The post ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย 5 แกนนำ กปปส. พ้นเก้าอี้ ส.ส. เตรียมเลือกตั้งซ่อมเขตใหม่ ส่วนบัญรายชื่อขยับขึ้นแทน appeared first on THE STANDARD.

]]>
จับตาวันนี้ ศาล รธน. นัดชี้ขาดสถานภาพ ส.ส. 5 แกนนำ กปปส. หลังถูกศาลอาญาพิพากษาจำคุก เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง https://thestandard.co/5-mp-pdrc-leader-after-judge-by-court/ Wed, 08 Dec 2021 03:03:28 +0000 https://thestandard.co/?p=568833 กปปส.

วันนี้ (8 ธันวาคม) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญนัดแถลงด้วยวาจา […]

The post จับตาวันนี้ ศาล รธน. นัดชี้ขาดสถานภาพ ส.ส. 5 แกนนำ กปปส. หลังถูกศาลอาญาพิพากษาจำคุก เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง appeared first on THE STANDARD.

]]>
กปปส.

วันนี้ (8 ธันวาคม) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญนัดแถลงด้วยวาจา ปรึกษาหารือ และลงมติ กรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ส่งคำร้องขอให้พิจารณาวินิจฉัยกรณี ชุมพล จุลใส, พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์, อิสสระ สมชัย, ถาวร เสนเนียม และ ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ

 

กรณีถูกศาลอาญามีคำพิพากษาลงโทษจำคุก ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ อ.317/2564 เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2564 และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง ชุมพล, อิสสระ และ ณัฏฐพล เป็นเวลา 5 ปี นับแต่วันที่มีคำพิพากษา เป็นเหตุให้สมาชิกภาพสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ของผู้ถูกร้องทั้ง 5 สิ้นสุดตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 101 (6) ประกอบมาตรา 98 (4) (6) และมาตรา 96 (2) หรือไม่ และออกนั่งบัลลังก์อ่านคำวินิจฉัยให้คู่กรณีฟังในเวลา 15.00 น.

The post จับตาวันนี้ ศาล รธน. นัดชี้ขาดสถานภาพ ส.ส. 5 แกนนำ กปปส. หลังถูกศาลอาญาพิพากษาจำคุก เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ประธานสภาฯ ส่งหนังสือให้ กกต. วินิจฉัย 5 แกนนำ กปปส. หลุด ส.ส. หรือไม่ ย้ำต้องเดินหน้าแก้รัฐธรรมนูญ https://thestandard.co/election-commission-to-decide-the-five-leaders-of-the-dpr/ Mon, 01 Mar 2021 05:24:37 +0000 https://thestandard.co/?p=460159 ประธานสภาฯ ส่งหนังสือให้ กกต. วินิจฉัย 5 แกนนำ กปปส. หลุด ส.ส. หรือไม่ ย้ำต้องเดินหน้าแก้รัฐธรรมนูญ

วันนี้ (1 มีนาคม) ชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎรให้สั […]

The post ประธานสภาฯ ส่งหนังสือให้ กกต. วินิจฉัย 5 แกนนำ กปปส. หลุด ส.ส. หรือไม่ ย้ำต้องเดินหน้าแก้รัฐธรรมนูญ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ประธานสภาฯ ส่งหนังสือให้ กกต. วินิจฉัย 5 แกนนำ กปปส. หลุด ส.ส. หรือไม่ ย้ำต้องเดินหน้าแก้รัฐธรรมนูญ

วันนี้ (1 มีนาคม) ชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎรให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ศาลอาญามีคำพิพากษาให้ลงโทษจำคุก 3 รัฐมนตรีคือ พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และ ถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอีก 2 คนคือ ชุมพล จุลใส สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชุมพร พรรคประชาธิปัตย์ และ อิสสระ สมชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งทั้ง 5 คนได้ดำรงตำแหน่งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และต่อมาถูกศาลพิพากษาจำคุกและถูกคุมขังระหว่างรอประกันตัว ว่าขณะนี้ได้ให้เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรส่งหนังสือให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พิจารณาว่าจะส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสมาชิกภาพของ ส.ส. ทั้ง 5 คนหรือไม่ 

 

ทั้งนี้ชวนยังกล่าวถึงการเปิดสมัยประชุมวิสามัญในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญในวาระที่ 3 ว่าขณะนี้ยังไม่ได้กำหนดวันและเวลาที่ชัดเจน ซึ่งจะต้องนับวันในการเปิดประชุมสมัยวิสามัญออกไป 15 วันหลังจากพิจารณาวาระที่ 2 แล้วเสร็จ โดยเบื้องต้นจะครบกำหนด 15 วันในวันที่ 12 มีนาคมนี้ และหลังจากวันที่ 12 มีนาคมจะเปิดประชุมสมัยวิสามัญในการแก้ไขรัฐธรรมนูญวันไหนก็ได้ และจำเป็นที่จะต้องกำหนดวันและเวลาในการพิจารณาวาระ 3 ร่วมกับรัฐบาลอีกครั้งว่าจะพร้อมเปิดประชุมสมัยวิสามัญวันใด  

 

นอกจากนี้ชวนยังกล่าวถึงกระบวนการของรัฐสภาในการพิจารณาแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญว่าจำเป็นที่จะต้องทำหน้าในการเดินหน้าพิจารณาต่อไปในส่วนของนิติบัญญัติ โดยการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญก็ให้เป็นหน้าที่ของศาล ซึ่งเป็นการดำเนินงานคนละส่วนกัน 

 

อย่างไรก็ตาม ชวนได้กล่าวถึงกรณีการชุมนุมที่เกิดขึ้นในหลายครั้งที่ผ่านมาว่า ต้องการให้ทุกฝ่ายร่วมกันรักษากฎหมายของบ้านเมือง ซึ่งเป็นแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดสำหรับทุกฝ่าย และขอให้ยึดหลักตามรัฐธรรมนูญกำหนดคือการชุมนุมโดยสงบ และร่วมกันหลีกเลี่ยงการใช้ความรุนแรงที่อยู่เหนือกฎหมายที่อาจจะส่งผลกระทบต่ออนาคตข้างหน้าของตนเอง

 

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

The post ประธานสภาฯ ส่งหนังสือให้ กกต. วินิจฉัย 5 แกนนำ กปปส. หลุด ส.ส. หรือไม่ ย้ำต้องเดินหน้าแก้รัฐธรรมนูญ appeared first on THE STANDARD.

]]>
อ่านชะตากรรม 39 กปปส. ถูกพิพากษาจำคุก หลุดเก้าอี้ รมว. ตัดสิทธิการเมือง พ้น ส.ส. หมดสิทธิลงผู้ว่าฯ กทม. https://thestandard.co/39-pdrc-was-sentenced-to-imprisonment/ Wed, 24 Feb 2021 13:56:08 +0000 https://thestandard.co/?p=459054

วันนี้ (24 กุมภาพันธ์) ที่ห้องพิจารณา 704 ศาลอาญา ถนนรั […]

The post อ่านชะตากรรม 39 กปปส. ถูกพิพากษาจำคุก หลุดเก้าอี้ รมว. ตัดสิทธิการเมือง พ้น ส.ส. หมดสิทธิลงผู้ว่าฯ กทม. appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (24 กุมภาพันธ์) ที่ห้องพิจารณา 704 ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษาคดีกบฏ กปปส. ชุดใหญ่สำนวนหลัก หมายเลขดำ อ.247/2561 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 4 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง สุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตเลขาธิการ กปปส. กับพวกแกนนำและแนวร่วม กปปส. รวม 39 คน เป็นจำเลย ในความผิดฐานร่วมกันเป็นกบฏ, ก่อการร้าย, ยุยงให้หยุดงานฯ, กระทำให้ปรากฏด้วยวาจาหรือวิธีการอื่นใดฯ ทำให้เกิดความปั่นป่วนกระด้างกระเดื่องในราชอาณาจักรฯ, อั้งยี่, ซ่องโจร, มั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ทำให้เกิดการวุ่นวายขึ้นในบ้านเมืองฯ, บุกรุกในเวลากลางคืนฯ และร่วมกันขัดขวางการเลือกตั้งฯ โดยสุเทพกับพวกจำเลยทั้งหมดให้การปฏิเสธ ขอต่อสู้คดี และได้รับการประกันตัวทุกคน 

 

คดีนี้อัยการโจทก์ระบุฟ้องพฤติการณ์ความผิดพวกจำเลยสรุปว่า เมื่อระหว่างวันที่ 23 พฤศจิกายน 2556 ถึง 1 พฤษภาคม 2557 ต่อเนื่องกัน สุเทพ จำเลยที่ 1 ได้จัดตั้งคณะบุคคล ชื่อ ‘คณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงปฏิรูปประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์แบบอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข’ หรือกลุ่ม กปปส. มีสุเทพเป็นเลขาธิการ โดยร่วมกันมั่วสุมเป็นอั้งยี่ ซ่องโจร กองกำลัง แบ่งหน้าที่กันกระทำก่อความผิดต่อความมั่นคงของรัฐภายในราชอาณาจักร ฐานเป็นกบฏเพื่อล้มล้างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 เปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองทั้งอำนาจนิติบัญญัติ อำนาจบริหาร และอำนาจตุลาการ โดยร่วมกันยุยง ปลุกระดมให้ประชาชนทั่วประเทศกระด้างกระเดื่องร่วมชุมนุมขับไล่ ก่อความไม่สงบเพื่อขับไล่ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี (ขณะนั้น) ให้ออกจากตำแหน่ง รวมทั้งขัดขวางการเลือกตั้ง ส.ส. ทั่วไป เพื่อมิให้นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่เข้าบริหารประเทศ ให้ข้าราชการระดับสูงรายงานตัวกับกลุ่ม กปปส.  

 

จากนั้น กปปส. จะแต่งตั้งคณะบุคคลเข้าบริหารประเทศเป็นรัฐบาลประชาชน เป็นรัฏฐาธิปัตย์ ซึ่งจะออกคำสั่งแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี และ ครม. โดยจะนำรายชื่อขึ้นกราบบังคมทูลเอง รวมทั้งจัดตั้งกองกำลังส่วนหนึ่งพร้อมอาวุธเข้าไปบุกยึดสถานที่ราชการและหน่วยงานสำคัญต่างๆ หลายแห่ง เช่น ทำเนียบรัฐบาล, สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, กองบัญชาการตำรวจนครบาล, สำนักงานเขตหลักสี่, ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร (สนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง) เพื่อไม่ให้รัฐบาลบริหารราชการแผ่นดินได้ รวมทั้งการปิดกั้น ขัดขวางเส้นทางคมนาคมขนส่ง เป็นเหตุให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน นอกจากนี้ ช่วงระหว่างวันที่ 13 มกราคม ถึง 2 มีนาคม 2557 พวกจำเลยได้บังอาจปิดกรุงเทพมหานครด้วยการตั้งเวทีปราศรัยทั่วกรุงเทพฯ รวม 7 จุด ปิดกั้นเส้นทางการจราจร จัดตั้งกองกำลังรักษาพื้นที่ วางเครื่องกีดขวาง ไม่ยอมให้เจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้อง การกระทำของพวกจำเลยล้วนไม่ชอบด้วยบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 เพื่อล้มล้างหรือเปลี่ยนแปลงอำนาจบริหารตามรัฐธรรมนูญ เหตุเกิดในกรุงเทพมหานคร และอีกหลายท้องที่ทั่วราชอาณาจักรเกี่ยวพันกัน 

 

โจทก์จึงขอให้ศาลพิพากษาลงโทษพวกจำเลยด้วย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 113, 116, 117, 135/1, 209, 210, 215, 216, 362, 364, 365 และ พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และการได้มาซึ่ง ส.ว. พ.ศ. 2550 มาตรา 76, 152 

 

วันนี้สุเทพ เลขาธิการ กปปส. กับพวกจำเลยรวม 37 คน เดินทางมาศาล ส่วน พล.อ. ปรีชา จำเลยที่ 11 เสียชีวิตแล้ว ขณะที่ พ.ต.ท. ภัทรพงศ์ จำเลยที่ 32 ซึ่งถูกคุมขังในเรือนจำด้วยคดีอื่น ให้รับฟังคำพิพากษาผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ไปยังเรือนจำ ขณะที่บรรยากาศในศาล มีผู้ชุมนุมอดีต กปปส. จำนวนหนึ่ง มามอบดอกไม้ให้กำลังใจจำเลยคดี กปปส. พร้อมร่วมรับฟังคำพิพากษาผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ที่ศาลจัดแยกไว้ให้ที่ห้องพิจารณา 701 ด้วย ในส่วนการรักษาความปลอดภัย มีเจ้าพนักงานตำรวจศาล และเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สน.พหลโยธิน ร่วมกันดูแลความสงบเรียบร้อย 

 

ศาลเริ่มอ่านคำพิพากษาเวลา 10.51 น. เสร็จสิ้นในเวลา 17.20 น. ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ในส่วนความผิดฐานกบฏและก่อการร้าย พฤติการณ์ชุมนุมไม่มีการใช้กำลังประทุษร้ายบุคคลใด เพื่อล้มล้างการเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญ นิติบัญญัติ อำนาจบริหาร จึงไม่เป็นความผิดฐานกบฏ และก่อการร้าย และมีคำพิพากษาดังนี้

 

  1. สุเทพ เทือกสุบรรณ จำคุก 5 ปี
  2. สาทิตย์ วงศ์หนองเตย ยกฟ้อง
  3. ชุมพล จุลใส จำคุก 9 ปี 24 เดือน
  4. พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ จำคุก 7 ปี
  5. อิสสระ สมชัย จำคุก 7 ปี 16 เดือน
  6. วิทยา แก้วภราดัย จำคุก 1 ปี เเละปรับ 13,333 บาท รอลงอาญา 2 ปี
  7. ถาวร เสนเนียม จำคุก 5 ปี
  8. ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ จำคุก 6 ปี 16 เดือน
  9. เอกนัฏ พร้อมพันธ์ จำคุก 1 ปีปรับ 13,333 บาท รอลงอาญา 2 ปี
  10. อัญชะลี ไพรีรัก จำคุก 1 ปีปรับ 13,333 บาท รอลงอาญา 2 ปี
  11. พล.อ. ปรีชา เอี่ยมสุพรรณ เสียชีวิต
  12. สมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ จำคุก 1 ปีปรับ 13,333 บาท รอลงอาญา 2 ปี
  13. ยศศักดิ์ โกไศยกานนท์ ยกฟ้อง
  14. ถนอม อ่อนเกตุพล จำคุก 1 ปีปรับ 13,333 บาท รอลงอาญา 2 ปี
  15. สมศักดิ์ โกศัยสุข จำคุก 3 ปี 
  16. อดีตพระพุทธะอิสระ หรือ สุวิทย์ ทองประเสริฐ จำคุก 4 ปี 8 เดือน
  17. สาธิต เซกัล จำคุก 2 ปี ปรับ 26,666 รอลงอาญา 2 ปี
  18. รังสิมา รอดรัศมี ยกฟ้อง
  19. พล.อ.ท. วัชระ ฤทธาคนี จำคุก 1 ปีปรับ 13,333 บาท รอลงอาญา 2 ปี
  20. พล.ร.อ. ชัย สุวรรณภาพ จำคุก 1 ปีปรับ 13,333 บาท รอลงอาญา 2 ปี
  21. แก้วสรร อติโพธิ ยกฟ้อง
  22. ไพบูลย์ นิติตะวัน ยกฟ้อง
  23. ถวิล เปลี่ยนศรี ยกฟ้อง
  24. ร.ต. แซมดิน เลิศบุศย์ จำคุก 4 ปี 16 เดือน
  25. มั่นแม่น กะการดี จำคุก 1 ปีปรับ 13,333 บาท รอลงอาญา 2 ปี
  26. คมสัน ทองศิริ จำคุก 2 ปี  
  27. พล.อ. ปฐมพงษ์ เกษรศุกร์ ยกฟ้อง
  28. พิภพ ธงไชย ยกฟ้อง
  29. สาวิทย์ แก้วหวาน จำคุก 2 ปี
  30. สุริยะใส กตะศิลา จำคุก 2 ปี
  31. สุริยันต์ ทองหนูเอียด ยกฟ้อง
  32. พ.ต.ท. ภัทรพงศ์ สุปิยะพาณิชย์ ยกฟ้อง
  33. สำราญ รอดเพชร จำคุก 2 ปี 16 เดือน
  34. อมร อมรรัตนานนท์ จำคุก 20 เดือน
  35. พิเชษฐ พัฒนโชติ จำคุก 1 ปีปรับ 13,333 บาท รอลงอาญา 2 ปี
  36. สมบูรณ์ ทองบุราณ ยกฟ้อง
  37. กิตติชัย ใสสะอาด จำคุก 4 เดือนปรับ 6,666 รอลงอาญา 2 ปี
  38. ทยา ทีปสุวรรณ จำคุก 1 ปี 8 เดือนปรับ 26,666 รอลงอาญา 2 ปี
  39. เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง ยกฟ้อง 

 

สรุปยกฟ้องจำเลยที่ 2, 13, 18, 21, 22, 23, 27, 28, 31, 32, 36, 39 รวม 12 คน

 

ส่วนจำเลย 12 คนที่ได้รับการอการลงโทษ หรือรอลงอาญา เพราะบางคนเป็นเพียงผู้ร่วมชุมนุมเท่านั้น และเเม้บางคนจะเป็นแกนนำในการชุมนุมด้วยก็ตาม แต่ความผิดที่จำเลยแต่ละคนกระทำนั้นน้อยกว่าจำเลยอื่น อีกทั้งไม่ปรากฏว่ามีพฤติการณ์อุกอาจหรือรุนแรงจากการชุมนุม ประกอบกับไม่ปรากฏว่าจำเลยดังกล่าวเคยต้องโทษจำคุกมาก่อน จึงเห็นสมควรให้โอกาสจำเลยดังกล่าวกลับตัวเป็นพลเมืองดี 

 

นอกจากนี้ยังให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของจำเลยที่ 3, 5, 8, 16, 24, 33, 38 มีกำหนดคนละ 5 ปี และให้นับโทษของจำเลยที่ 15, 25, 30 ต่อจากโทษตามท้ายฟ้องด้วย

 

ต่อมาศาลอาญาไม่ให้ประกันตัวแกนนำ 8 คน และเตรียมส่งตัวเข้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ได้แก่

 

  1. สุเทพ เทือกสุบรรณ
  2. ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ
  3. พุทธิพงษ์ ปุณณกัณฑ์
  4. ถาวร เสนเนียม
  5. ชุมพล จุมใส
  6. อิสรสะ สมชัย
  7. ร.ต. แซมดิน เลิศบุศก์
  8. สุวิทย์ ทองประเสริฐ (อดีตพระพุทธะอิสระ)

 

ผู้ที่ต้องหลุดจากเก้าอี้รัฐมนตรีทันที เนื่องจากต้องคำพิพากษา ได้แก่ พุทธิพงษ์, ถาวร และ ณัฏฐพล เนื่องจากต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 166 (7) ที่วางหลักไว้ว่า หากรัฐมนตรีต้องคำพิพากษาของศาลให้ลงโทษจำคุก ถึงแม้ว่าคำพิพากษาจะยังไม่ถึงที่สุด ยังอยู่ในกระบวนการอุทธรณ์ฎีกาตามกฎหมายอยู่ก็ตาม ก็ถือเป็นเหตุให้ความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลง

 

และทั้งสามคนต้องพ้นจากตำแหน่ง ส.ส. ด้วย เพราะถูกควบคุมตัวเพื่อไปคุมขังระหว่างรอการประกันหรืออุทธรณ์ ทำให้ขาดคุณสมบัติ ส.ส. ตามรัฐธรรมนูญ แม้คดียังไม่ถึงที่สุด และณัฏฐพลก็ถูกเพิกถอนสิทธิทางการเมือง 5 ปีด้วย 

 

ขณะที่อีกหนึ่งแรงกระเพื่อมการเมืองคือ ทยา ทีปสุวรรณ ซึ่งถูกเพิกถอนสิทธิการเมือง 5 ปี ทำให้หมดสิทธิลงสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครตามที่วางไว้

 

 

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

The post อ่านชะตากรรม 39 กปปส. ถูกพิพากษาจำคุก หลุดเก้าอี้ รมว. ตัดสิทธิการเมือง พ้น ส.ส. หมดสิทธิลงผู้ว่าฯ กทม. appeared first on THE STANDARD.

]]>
โฉมหน้า 3 รัฐมนตรีพ้นตำแหน่งทันที หลังศาลพิพากษาจำคุกคดีกบฏ ชุมนุม กปปส. https://thestandard.co/3-ministers-immediately-vacate-office/ Wed, 24 Feb 2021 12:09:37 +0000 https://thestandard.co/?p=459013 3 รัฐมนตรีพ้นตำแหน่ง

หลังศาลอาญาอ่านคำพิพากษาคดีที่สืบเนื่องจากการชุมนุมของก […]

The post โฉมหน้า 3 รัฐมนตรีพ้นตำแหน่งทันที หลังศาลพิพากษาจำคุกคดีกบฏ ชุมนุม กปปส. appeared first on THE STANDARD.

]]>
3 รัฐมนตรีพ้นตำแหน่ง

หลังศาลอาญาอ่านคำพิพากษาคดีที่สืบเนื่องจากการชุมนุมของกลุ่ม กปปส. เมื่อปี 2556-2557 โดยพิพากษาจำคุก 3 รัฐมนตรีที่ยังดำรงตำแหน่งในปัจจุบัน ประกอบด้วย พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม จำคุก 7 ปี, ถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม จำคุก 5 ปี, ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ จำคุก 6 ปี 16 เดือน

 

โดยรัฐธรรมนูญฉบับปี พ.ศ. 2560 มาตรา 160 (7) บัญญัติไว้ว่า รัฐมนตรีต้องไม่เป็นผู้ต้องคำพิพากษาให้จำคุก โดยไม่คำนึงว่าคดีจะถึงที่สุดหรือไม่ หรือคำพิพากษาที่ให้ลงโทษจำคุกนั้นจะมีการรอการลงโทษ เว้นแต่ความผิดที่ศาลพิพากษาให้รอการลงโทษนั้นจะเป็นความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท ความผิดลหุโทษ และความผิดฐานหมิ่นประมาท

 

ดังนั้น หากรัฐมนตรีต้องคำพิพากษาของศาลให้ลงโทษจำคุก ถึงแม้ว่าคำพิพากษาจะยังไม่ถึงที่สุด ยังอยู่ในกระบวนการอุทธรณ์ฎีกาตามกฎหมายอยู่ก็ตาม ก็ถือเป็นเหตุให้ความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 166 (7)

 

3 รัฐมนตรีพ้นตำแหน่ง

 

 

ภาพประกอบ: ฉัตรชัย เฉยชิต

The post โฉมหน้า 3 รัฐมนตรีพ้นตำแหน่งทันที หลังศาลพิพากษาจำคุกคดีกบฏ ชุมนุม กปปส. appeared first on THE STANDARD.

]]>
BREAKING : ศาลพิพากษาคดี กปปส. สุเทพ-ถาวร คุก 5 ปี, พุทธิพงษ์ 7 ปี, ณัฏฐพล 6 ปี 16 เดือน, อัญชลีโดน 1 ปี https://thestandard.co/breaking-court-jail-sentence/ Wed, 24 Feb 2021 11:32:58 +0000 https://thestandard.co/?p=458991 BREAKING : ศาลพิพากษาคดี กปปส. สุเทพ-ถาวร คุก 5 ปี, พุทธิพงษ์ 7 ปี, ณัฏฐพล 6 ปี 16 เดือน, อัญชลีโดน 1 ปี

วันนี้ (24 กุมภาพันธ์) ที่ห้องพิจารณา 704 ศาลอาญา ถ.รัช […]

The post BREAKING : ศาลพิพากษาคดี กปปส. สุเทพ-ถาวร คุก 5 ปี, พุทธิพงษ์ 7 ปี, ณัฏฐพล 6 ปี 16 เดือน, อัญชลีโดน 1 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
BREAKING : ศาลพิพากษาคดี กปปส. สุเทพ-ถาวร คุก 5 ปี, พุทธิพงษ์ 7 ปี, ณัฏฐพล 6 ปี 16 เดือน, อัญชลีโดน 1 ปี

วันนี้ (24 กุมภาพันธ์) ที่ห้องพิจารณา 704 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษาคดีกบฏ กปปส. ชุดใหญ่สำนวนหลัก หมายเลขดำ อ.247/2561 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 4 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง สุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตเลขาธิการ กปปส. กับพวกแกนนำและแนวร่วม กปปส. รวม 39 คน เป็นจำเลย ในความผิดฐานร่วมกันเป็นกบฏ, ก่อการร้าย, ยุยงให้หยุดงานฯ, กระทำให้ปรากฏด้วยวาจาหรือวิธีการอื่นใดฯ ทำให้เกิดความปั่นป่วนกระด้างกระเดื่องในราชอาณาจักรฯ, อั้งยี่, ซ่องโจร, มั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ทำให้เกิดการวุ่นวายขึ้นในบ้านเมืองฯ, บุกรุกในเวลากลางคืนฯ และร่วมกันขัดขวางการเลือกตั้งฯ โดยสุเทพกับพวกจำเลยทั้งหมดให้การปฏิเสธ ขอต่อสู้คดี และได้รับการประกันตัวทุกคน

 

คดีนี้อัยการโจทก์ระบุฟ้องพฤติการณ์ความผิดพวกจำเลยสรุปว่า เมื่อระหว่างวันที่ 23 พฤศจิกายน 2556 – 1 พฤษภาคม 2557 ต่อเนื่องกัน สุเทพ จำเลยที่ 1 ได้จัดตั้งคณะบุคคล ชื่อ ‘คณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงปฏิรูปประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์แบบอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข’ หรือกลุ่ม กปปส. มีสุเทพเป็นเลขาธิการ โดยร่วมกันมั่วสุมเป็นอั้งยี่ ซ่องโจร กองกำลัง แบ่งหน้าที่กันกระทำก่อความผิดต่อความมั่นคงของรัฐภายในราชอาณาจักร ฐานเป็นกบฏเพื่อล้มล้างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 เปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองทั้งอำนาจนิติบัญญัติ อำนาจบริหาร และอำนาจตุลาการ โดยร่วมกันยุยง ปลุกระดมให้ประชาชนทั่วประเทศกระด้างกระเดื่องร่วมชุมนุมขับไล่ ก่อความไม่สงบเพื่อขับไล่ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี (ขณะนั้น) ให้ออกจากตำแหน่ง รวมทั้งขัดขวางการเลือกตั้ง ส.ส. ทั่วไป เพื่อมิให้นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่เข้าบริหารประเทศ ให้ข้าราชการระดับสูงรายงานตัวกับกลุ่ม กปปส.

 

จากนั้น กปปส. จะแต่งตั้งคณะบุคคลเข้าบริหารประเทศเป็นรัฐบาลประชาชน เป็นรัฏฐาธิปัตย์ ซึ่งจะออกคำสั่งแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี และ ครม. โดยจะนำรายชื่อขึ้นกราบบังคมทูลเอง รวมทั้งจัดตั้งกองกำลังส่วนหนึ่งพร้อมอาวุธเข้าไปบุกยึดสถานที่ราชการและหน่วยงานสำคัญต่างๆ หลายแห่ง เช่น ทำเนียบรัฐบาล, สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, กองบัญชาการตำรวจนครบาล, สำนักงานเขตหลักสี่, ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร (สนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง) เพื่อไม่ให้รัฐบาลบริหารราชการแผ่นดินได้ รวมทั้งการปิดกั้น ขัดขวางเส้นทางคมนาคมขนส่ง เป็นเหตุให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน นอกจากนี้ ช่วงระหว่างวันที่ 13 มกราคม – 2 มีนาคม 2557 พวกจำเลยได้บังอาจปิดกรุงเทพมหานครด้วยการตั้งเวทีปราศรัยทั่วกรุงเทพฯ รวม 7 จุด ปิดกั้นเส้นทางการจราจร จัดตั้งกองกำลังรักษาพื้นที่ วางเครื่องกีดขวาง ไม่ยอมให้เจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้อง การกระทำของพวกจำเลยล้วนไม่ชอบด้วยบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 เพื่อล้มล้างหรือเปลี่ยนแปลงอำนาจบริหารตามรัฐธรรมนูญ เหตุเกิดในกรุงเทพมหานคร และอีกหลายท้องที่ทั่วราชอาณาจักรเกี่ยวพันกัน

 

โจทก์จึงขอให้ศาลพิพากษาลงโทษพวกจำเลยด้วย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 113, 116, 117, 135/1, 209, 210, 215, 216, 362, 364, 365 และ พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และการได้มาซึ่ง ส.ว. พ.ศ. 2550 มาตรา 76, 152

 

สำหรับรายชื่อจำเลยคดีนี้ทั้งหมด 39 คน เรียงลำดับ ประกอบด้วย 1. สุเทพ เทือกสุบรรณ 2. สาทิตย์ วงศ์หนองเตย 3. ชุมพล จุลใส 4. พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ 5. อิสสระ สมชัย 6. วิทยา แก้วภราดัย 7. ถาวร เสนเนียม 8. ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ 9. เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ 10. อัญชะลี ไพรีรัก 11. พล.อ. ปรีชา เอี่ยมสุพรรณ 12. สมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ 13. ยศศักดิ์ โกไศยกานนท์ 14. ถนอม อ่อนเกตุพล 15. สมศักดิ์ โกศัยสุข 16. สุวิทย์ ทองประเสริฐ หรืออดีตพระพุทธะอิสระ 17. สาธิต เซกัล 18. รังสิมา รอดรัศมี 19. พล.อ.ท. วัชระ ฤทธาคนี 20. พล.ร.อ. ชัย สุวรรณภาพ

 

21. แก้วสรร อติโพธิ 22. ไพบูลย์ นิติตะวัน 23. ถวิล เปลี่ยนศรี 24. ร.ต. แซมดิน เลิศบุศย์ 25. มั่นแม่น กะการดี 26. คมสัน ทองศิริ 27. พล.อ. ปฐมพงษ์ เกษรศุกร์ 28. พิภพ ธงไชย 29. สาวิทย์ แก้วหวาน 30. สุริยะใส กตะศิลา 31. สุริยันต์ ทองหนูเอียด 32. พ.ต.ท. ภัทรพงศ์ สุปิยะพาณิชย์ 33. สำราญ รอดเพชร 34. อมร อมรรัตนานนท์ 35. พิเชฐ พัฒนโชติ 36. สมบูรณ์ ทองบุราณ 37. กิตติชัย ใสสะอาด 38. ทยา ทีปสุวรรณ 39. เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง

 

วันนี้สุเทพ เลขาธิการ กปปส. กับพวกจำเลยรวม 37 คน เดินทางมาศาล ส่วน พล.อ. ปรีชา จำเลยที่ 11 เสียชีวิตแล้ว ขณะที่ พ.ต.ท. ภัทรพงศ์ จำเลยที่ 32 ซึ่งถูกคุมขังในเรือนจำด้วยคดีอื่น ให้รับฟังคำพิพากษาผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ไปยังเรือนจำ ขณะที่บรรยากาศในศาล มีผู้ชุมนุมอดีต กปปส. จำนวนหนึ่ง มามอบดอกไม้ให้กำลังใจจำเลยคดี กปปส. พร้อมร่วมรับฟังคำพิพากษาผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ที่ศาลจัดแยกไว้ให้ที่ห้องพิจารณา 701 ด้วย ในส่วนการรักษาความปลอดภัย มีเจ้าพนักงานตำรวจศาล และเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สน.พหลโยธิน ร่วมกันดูแลความสงบเรียบร้อย

 

ศาลเริ่มอ่านคำพิพากษาเวลา 10.51 น. เสร็จสิ้นในเวลา 17.20 น. ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ในส่วนความผิดฐานกบฏและก่อการร้าย พฤติการณ์ชุมนุมไม่มีการใช้กำลังประทุษร้ายบุคคลใด เพื่อล้มล้างการเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญ นิติบัญญัติ อำนาจบริหาร จึงไม่เป็นความผิดฐานกบฏ และก่อการร้าย

 

ส่วนข้อหาอื่น พิพากษาจำคุก สุเทพ เทือกสุบรรณ จำคุก 5 ปี, พิพากษาจำคุก ชุมพล จุลใส 9 ปี 24 เดือน, พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ จำคุก 7 ปี, อิสสระ สมชัย 7 ปี 16 เดือน, ถาวร เสนเนียม 5 ปี, ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ 6 ปี 16 เดือน, สุวิทย์ ทองประเสริฐ หรือ พุทธะอิสระ 4 ปี 8 เดือน, อิสสระ สมชัย จำเลยที่จำคุก 7 ปี 16 เดือน, วิทยา แก้วภราดัย จำเลยที่ 6 จำคุก 1 ปี ปรับ 13,333 บาท, เอกนัฏ พร้อมพันธ์ุ จำคุก 1 ปี ปรับ 13,333 บาท, อัญชะลี ไพรีรัก จำคุก 1 ปี เป็นต้น

 

และพิพากษาให้ตัดสิทธิทางการเมืองคนละ 5 ปี คือ ชุมพล จุลใส ส.ส. พรรรคประชาธิปัตย์, อิสสระ สมชัย ส.ส. พรรรคประชาธิปัตย์ และณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, สุวิทย์ ทองประเสริฐ หรือพุทธะอิสระ, ร.ต. แซมดิน เลิศบุศย์, สำราญ รอดเพชร และทยา ทีปสุวรรณ

 

สำหรับสุเทพและจำเลยรวม 26 คน ศาลตัดสินจำคุกแตกต่างกัน ตั้งแต่ 4 เดือน ไปจนถึง 9 ปี 24 เดือน ในความผิดฐานยุยงให้เกิดการหยุดงาน เพื่อบังคับรัฐบาล ร่วมกันกระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา ร่วมกันมั่วสุม 10 คนขึ้นไป ร่วมกันบุกรุกสำนักงานผู้อื่นในเวลากลางคืน ร่วมกันบุกรุกอสังหาริมทรัพย์ของผู้อื่น ร่วมกันกระทำการโดยไม่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย

 

ส่วนจำเลยที่เหลือ ศาลเห็นว่าเป็นเพียงผู้ร่วมชุมนุม หรือบางคนเป็นแกนนำ แต่กระทำความผิดน้อยกว่าบุคคลอื่น และไม่เคยปรากฏพฤติการณ์รุนแรง และไม่เคยต้องโทษจำคุกมาก่อน ควรให้โอกาสปรับตัวเป็นคนดี จึงให้รอการลงโทษ 2 ปี

The post BREAKING : ศาลพิพากษาคดี กปปส. สุเทพ-ถาวร คุก 5 ปี, พุทธิพงษ์ 7 ปี, ณัฏฐพล 6 ปี 16 เดือน, อัญชลีโดน 1 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
ถาวรอ้าง ปิยบุตร-ธนาธร อยู่เบื้องหลังม็อบราษฎร เตรียมยกระดับความรุนแรงตามยุทธวิธีสงครามประชาชน https://thestandard.co/thaworn-say-piyabutr-thanathorn-behind-the-mob/ Tue, 24 Nov 2020 05:26:53 +0000 https://thestandard.co/?p=424373 ถาวร เสนเนียม

วันนี้ (24 พฤศจิกายน) ถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการก […]

The post ถาวรอ้าง ปิยบุตร-ธนาธร อยู่เบื้องหลังม็อบราษฎร เตรียมยกระดับความรุนแรงตามยุทธวิธีสงครามประชาชน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ถาวร เสนเนียม

วันนี้ (24 พฤศจิกายน) ถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม และ ส.ส. สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ แถลงข่าวอ้างถึงการเคลื่อนไหวชุมนุมของม็อบราษฎรว่าตนติดตามมาร่วม 1 ปีหรือมากกว่านั้น ยืนยันว่าม็อบมีเบื้องหลัง โดยใช้เด็กเป็นเครื่องมือนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงการปกครองโดยล้มสถาบันพระมหากษัตริย์ แต่เลี่ยงไปใช้คำว่าปฏิรูป

 

ทั้งนี้ เนื่องจากปรากฏความสอดคล้องกันระหว่างแนวความคิดของคนบงการซึ่งถูกนำไปปฏิบัติในการชุมนุม โดยหลักคิดดังกล่าวคือต้องการเปลี่ยนแปลงสถาบันฯ

 

ถาวรได้ยกกรณีที่ ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า เคยพูดที่มหาวิทยาลัยลอนดอนเรื่อง Thailand in a Deeper State of Crisis? เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2559 กล่าวหารัชกาลที่ 9 ว่ามีอำนาจอิทธิพลเหนือผู้พิพากษาอันเป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริง 

 

นอกจากความคิดเห็นของปิยบุตรแล้วยังมี ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าคณะก้าวหน้า ที่ร่วมกันสมคบคิด ปรากฏตามการให้สัมภาษณ์ในหนังสือ ‘Portrait ธนาธร’ พิมพ์เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2561 

 

ขณะที่ธนาธรกับปิยบุตรมาตั้งพรรคอนาคตใหม่ พุ่งเป้าสถาบันฯ แต่ลดโทนลงเพื่อลดแรงกดดันจากสังคม จนกระทั่งในที่สุดพรรคถูกยุบเพราะผู้บริหารพรรคทำผิดกฎหมาย  

 

อีกเหตุการณ์ที่เหยียบย่ำความรู้สึกของคนไทยคือเมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2562 เกิดแฟลชม็อบ ในช่วงบ่ายธนาธรไปพูดที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ บอกว่ามีสองทางเลือกในการแก้รัฐธรรมนูญคือยินยอมพร้อมใจกันทุกฝ่ายหรือแก้ด้วยเลือด และในวันนั้นมีผู้ร่วมชุมนุมชูป้ายอันมิบังควรซึ่งข้างหลังเป็นภาพพระบรมฉายาลักษณ์ เป็นครั้งแรกที่แสดงการจาบจ้วงเชิงสัญลักษณ์ในที่สาธารณะอย่างเปิดเผย และมีอีกหลายครั้ง เช่น ปิยบุตรได้แสดงความคิดเห็นหรือโพสต์ข้อความเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2563 “3 วันอันยิ่งใหญ่ของประชาชนในการลุกขึ้นสู้โค่นล้ม Charles X เปลี่ยนเป็นระบอบกษัตริย์ใต้รัฐธรรมนูญ (ปฏิวัติฝรั่งเศส ปี 1789)” อยากทราบว่าปิยบุตรมีวัตถุประสงค์อะไร 

 

ถวารกล่าวด้วยว่า เพียงระยะเวลา 8 เดือนเท่านั้นสามารถยกระดับการชุมนุมต่อต้านสถาบันฯ จากเชิงสัญลักษณ์และปกปิดมาเป็นการเสนอข้อเรียกร้องอย่างเปิดเผย ซึ่งธนาธรบอกว่าประตูบานแรกเปิดขึ้นแล้ว คือการยื่นข้อเสนอเพื่อปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ 

 

รวมทั้งธนาธรพูดเองว่าจำเป็นต้องพูดเรื่องปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ หลังจากก่อนหน้านี้พูดอ้อมๆ มาตลอด และที่สามารถดำเนินการได้ในระยะเวลาอันรวดเร็ว เพราะมีการดำเนินการจัดตั้งเครือข่ายหล่อหลอมความคิดผ่านกระบวนการ Hate Speech ต่อต้านสถาบันฯ ในกลุ่มเด็ก เยาวชน นักเรียน นักศึกษา ผ่านเทคโนโลยีโซเซียลมีเดียและการสนับสนุนของต่างชาติและบางประเทศมหาอำนาจอย่างมีประสิทธิภาพและรัฐบาลตามไม่ทัน โดยอ้างว่าปฏิรูปไม่ใช่การล้มล้าง แต่ในความเป็นจริงเป็นพฤติกรรมตรงกันข้าม คือสร้างความเกลียดชัง มุ่งอาฆาตมาดร้ายสถาบันฯ โดยปรากฏเป็นเหตุการณ์การบุกเข้าขัดขวางขบวนเสด็จของพระราชินีและพระองค์ทีในวันที่ 14 ตุลาคม 2563  

 

จนถึงวันที่ 17 พฤศจิกายน 2563 ม็อบไม่ได้มีการชุมนุม แต่มุ่งยกระดับโจมตีเจ้าหน้าที่ตำรวจหน้ารัฐสภาเพื่อให้เจ้าหน้าที่ใช้กำลัง ซึ่งเป็นไปตามยุทธวิธีสงครามประชาชน และได้ทำมาเป็นลำดับจากการโฆษณาชวนเชื่อ การโจมตีฝ่ายตรงข้าม การบังคับให้เลือกข้าง มาจนถึงยกระดับจากการชุมนุมประท้วงเป็นการก่อจลาจล โดยมุ่งหวังให้เกิดการก่อวินาศกรรมและสงครามกลางเมืองในที่สุด เกิดการเผชิญหน้าระหว่างผู้ชุมนุมทั้งสองฝ่ายเพื่อนำไปสู่ความรุนแรง การนองเลือด ภาวะรัฐล้มเหลว ซึ่งสอดคล้องกับยุทธวิธีสงครามประชาชนที่กล่าวไปแล้วข้างต้น เห็นได้จากการลำดับเหตุการณ์ดังนี้ 

 

เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2563 ผู้ชุมนุมที่แยกราชประสงค์ได้โจมตีสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างรุนแรงและหยาบคาย โดยเฉพาะการโจมตีและสร้างข่าวเท็จใส่ร้ายสมเด็จพระพันปีหลวง จนนำไปสู่ความโกรธแค้นของประชาชนที่จงรักภักดีจำนวนมาก ทำให้รัฐบาลต้องออกแถลงการณ์ประกาศบังคับใช้กฎหมายทุกหมวด ทุกมาตรากับกลุ่มผู้ชุมนุม โดยเฉพาะกฎหมายมาตรา 112

  

เมื่อวันที่ 20-21 พฤศจิกายน 2563 ผู้ชุมนุมตอบโต้การบังคับใช้กฎหมาย มาตรา 112 โดยประกาศแผนการเข้าบุกล้อมเพื่อยึดสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ในวันที่ 25 พฤศจิกายน 2563  

 

นอกจากนี้ผู้ก่อการเตรียมการยกระดับสถานการณ์ไปสู่ความรุนแรง โดยเปลี่ยนการ์ดม็อบจากการ์ดอาชีวะมาเป็นการ์ดรบพิเศษ พร้อมประกาศรับสมัครการ์ดอาสาใหม่เพื่อรับสถานการณ์ไปสู่ความรุนแรงให้ได้ตามยุทธการสงครามประชาชน

 

ช่วงท้าย ถาวรได้เสนอทางออกของประเทศเพื่อหยุดยั้งภาวะที่จะนำไปสู่สงครามกลางเมือง

 

  1. ผู้บงการทุกระดับชั้นที่ทำผิดกฎหมายต้องถูกดำเนินคดีตามหลักนิติรัฐ นิติธรรม ส่วนผู้ชุมนุมที่ตกเป็นเหยื่อการโฆษณาชวนเชื่อควรได้รับการยกเว้น
  2. นักการเมืองและพรรคการเมืองใดที่ต้องการปฏิรูปสถาบันฯ ให้ประกาศตัวยอมรับให้ชัดเจนต่อสาธารณชน
  3. คัดค้านการปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ ไม่ว่าจะอธิบายขยายความด้วยถ้อยคำความหมายแบบใดก็ตาม เพราะตนถือว่าเป็นการล้มล้าง
  4. คัดค้านการทำรัฐประหารอันจะนำไปสู่วงจรอุบาทว์ทางการเมืองซ้ำเดิม รวมถึงทำให้สถาบันฯ ตกเป็นเป้าโจมตีของผู้ชุมนุมและต่างชาติ
  5. ดำเนินการตรวจสอบทุจริตของรัฐบาล นักการเมือง และข้าราชการอย่างจริงจัง รวมถึงการปฏิรูปนักการเมือง พรรคการเมือง ปฏิรูปประเทศให้เกิดความปรองดอง ภายใต้ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขอย่างแท้จริง  

 

 

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

The post ถาวรอ้าง ปิยบุตร-ธนาธร อยู่เบื้องหลังม็อบราษฎร เตรียมยกระดับความรุนแรงตามยุทธวิธีสงครามประชาชน appeared first on THE STANDARD.

]]>