ต่างประเทศ Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/ต่างประเทศ/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Thu, 15 Jan 2026 04:34:45 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 MQDC เพิ่มทุน 2,500 ล้านบาท กางแผน 3 ปี เร่งขาย-โอนโครงการ รับงานพัฒนาเมืองทั้งในและต่างประเทศ [PR NEWS] https://thestandard.co/mqdc-capital-2500m-plan-sales/ Thu, 15 Jan 2026 04:30:42 +0000 https://thestandard.co/?p=1165167 MQDC เพิ่มทุน 2,500 ล้านบาท กางแผน 3 ปี เร่งขาย-โอนโครงการ รับงานพัฒนาเมืองทั้งในและต่างประเทศ [PR NEWS]

MQDC บริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรช […]

The post MQDC เพิ่มทุน 2,500 ล้านบาท กางแผน 3 ปี เร่งขาย-โอนโครงการ รับงานพัฒนาเมืองทั้งในและต่างประเทศ [PR NEWS] appeared first on THE STANDARD.

]]>
MQDC เพิ่มทุน 2,500 ล้านบาท กางแผน 3 ปี เร่งขาย-โอนโครงการ รับงานพัฒนาเมืองทั้งในและต่างประเทศ [PR NEWS]

MQDC บริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด กางแผนยุทธศาสตร์ 3 ปี ขยายบทบาทจาก ‘ผู้พัฒนาอสังหาฯ’ สู่การเป็น ‘ผู้สร้างเมือง’ พร้อมประกาศเพิ่มทุน 2,500 ล้านบาท เมื่อ 14 มกราคมที่ผ่านมา ทำให้บริษัทฯ มีทุนจดทะเบียนชำระแล้วมูลค่าทั้งสิ้นเป็นจำนวน 21,300 ล้านบาท เพื่อใช้ในการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ต่าง ๆ ให้แล้วเสร็จตามแผนงานที่วางไว้ พร้อมวางแผนนำความเชี่ยวชาญในการพัฒนาโครงการที่เน้นความเป็นอยู่ที่ดีด้าน Sustainability Biodiversity และ Longevity Living ให้กับคนทุกเจเนอเรชั่น รุกตลาด City Development ทั่วโลก

 

MQDC เพิ่มทุน 2,500 ล้านบาท กางแผน 3 ปี เร่งขาย-โอนโครงการ รับงานพัฒนาเมืองทั้งในและต่างประเทศ [PR NEWS] 1

 

  • เพิ่มทุน 2,500 ล้านบาท รองรับการก่อสร้างโครงการอสังหาริมทรัพย์

 

วัตถุประสงค์หลักในการเพิ่มทุนครั้งนี้ เพื่อรองรับการก่อสร้างโครงการอสังหาริมทรัพย์ ทั้งโครงการที่พักอาศัยและโครงการมิกซ์ยูสขนาดใหญ่ต่างๆ ให้แล้วเสร็จ ตามแผนธุรกิจระยะ 3 ปี

 

ที่ผ่านมา MQDC ตระหนักถึงความผันผวนของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ จึงได้ทยอยเพิ่มทุนจดทะเบียน ตั้งแต่ปี 2567 – 2568 เป็นจำนวน 2,844 ล้านบาท

 

ขณะเดียวกันได้มีการชำระคืนหุ้นกู้ในปี 2567 – 2568 เป็นจำนวนรวม 42,498 ล้านบาท และได้มีการออกหุ้นกู้ใหม่จำนวน 20,026 ล้านบาท ซึ่งเป็นแผนกลยุทธการออกหุ้นกู้และการกำหนดระยะเวลาการไถ่ถอน ให้สอดคล้องกับแผนธุรกิจและสภาวะตลาด บริษัทฯ ยังดำเนินการตามแผนกลยุทธในการระดมทุนผ่านตลาดตราสารหนี้อย่างต่อเนื่องในอนาคต โดยให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมกับขนาดของธุรกิจ

 

  • เร่งขาย-โอนโครงการแล้วเสร็จ เพิ่มรายได้อย่างเป็นรูปธรรม

 

3 ปีนับจากนี้ MQDC ตั้งเป้าเร่งโครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนาให้แล้วเสร็จพร้อมโอน โดยโครงการต่างๆ ได้รับการสนับสนุนสินเชื่อ (Project Finance) จากสถาบันการเงิน เช่น โครงการที่พักอาศัยภายในเดอะ ฟอเรสเทียส์ที่ได้รับการสนับสนุนจากธนาคารไทยพาณิชย์และโครงการมัลเบอร์รี โกรฟ สุขุมวิทที่กำลังดำเนินการสร้างต่อให้แล้วเสร็จ รวมทั้งโครงการคลาวด์ อีเลฟเว่น (Cloud 11) ฮัปแห่งใหม่สำหรับวงการครีเอทีฟที่ได้รับสินเชื่อจากธนาคารกรุงเทพ คาดว่าบริษัทฯ จะสามารถรับรู้รายได้จากโครงการต่าง ๆ ที่แล้วเสร็จในปี 2569

 

สำหรับโครงการที่เปิดตัวไปแล้วและได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศอย่างโครงการวิสซ์ดอม คราฟท์ สามย่านที่ได้รับการสนับสนุนด้านการเงินจากธนาคารทิสโก้จะเดินหน้าพัฒนาโครงการต่อในปี 2569

 

  • รุกตลาด City Development ทั่วโลก

 

แนวทางการเพิ่มรายได้ของ MQDC เป็นการนำความเชี่ยวชาญในการพัฒนาโครงการขนาดใหญ่รวมถึงการพัฒนาเมืองทั้งในและต่างประเทศ ด้วยการรับงานที่ปรึกษาพัฒนาเมือง City Development ทั้งในและต่างประเทศ โดยเน้นในเรื่องของSustainability Biodiversity และ Longevity Living ซึ่งจะกลายเป็น New S-Curve ที่สร้างรายได้มหาศาลให้กับบริษัทในอนาคต

 

  • เสริมแกร่งความเชี่ยวชาญด้าน ‘Longevity Living’

 

MQDC ต่อยอดความสำเร็จด้าน Longevity Living จากการทำโครงการ The Aspen Tree ที่อยู่อาศัยของผู้สูงวัยพร้อมทั้งศูนย์สุขภาพและสมอง ที่จับมือกับ Baycrest ผู้นำระดับโลกด้านนวัตกรรมการดูแลผู้สูงวัยและสุขภาพสมองด้วยประสบการณ์มากกว่า 105 ปีจากประเทศแคนาดา ในการสร้างที่อยู่อาศัยพร้อมทั้งศูนย์สุขภาพและสมอง (Health & Brain Center) คลินิคเวชศาสตร์ผู้สูงวัย ศูนย์กายภาพบำบัด ศูนย์บริการดูแลผู้สูงวัยแบบระยะยาวสำหรับผู้ที่ต้องการการดูแลอย่างใกล้ชิด โดยจะนำงานวิจัยและนวัตกรรมด้านสุขภาพจากต่างประเทศปรับให้เข้ากับบริบทของสังคมไทย พร้อมทั้งเสริมด้าน Lifespan และ Healthspan ควบคู่กันไป

 

  • สร้างรายได้ยั่งยืนด้วย ‘Recurring Income’

 

MQDC ยังวางรากฐานการเงินให้แข็งแกร่งด้วยการขยายธุรกิจ โรงแรม, เซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ และอสังหาฯ ให้เช่า เพื่อสร้างรายได้หมุนเวียน (Recurring Income) ให้เข้ามาอย่างต่อเนื่อง ลดความผันผวนของธุรกิจและสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนในระยะยาว โดยบริษัทยังคงบริหารจัดการสินทรัพย์และการให้บริการในระดับคุณภาพ เพื่อรองรับความต้องการของกลุ่มลูกค้าที่หลากหลาย

 

MQDC เพิ่มทุน 2,500 ล้านบาท กางแผน 3 ปี เร่งขาย-โอนโครงการ รับงานพัฒนาเมืองทั้งในและต่างประเทศ [PR NEWS] 2

 

วิสิษฐ์ มาลัยศิริรัตน์ ประธานกรรมการบริหารร่วมและประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม (Co-Chairman Co- CEO) MQDC กล่าวว่า “การมองเกมยาวของ MQDC เรา พิจารณาจากสภาพเศรษฐกิจและสังคมในช่วง 1-3 ปีจากนี้ มั่นใจว่าแผนการดำเนินงานจะประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้ จะสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าและนักลงทุนที่ให้ความไว้วางใจเสมอมา”

The post MQDC เพิ่มทุน 2,500 ล้านบาท กางแผน 3 ปี เร่งขาย-โอนโครงการ รับงานพัฒนาเมืองทั้งในและต่างประเทศ [PR NEWS] appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลือกตั้ง 2569 : บวรศักดิ์ยืนยันรณรงค์ประชามติเห็นชอบ-ไม่เห็นชอบแก้รัฐธรรมนูญได้ ยกต่างประเทศใช้มาเป็นนโยบายหาเสียง https://thestandard.co/bowornsak-referendum-constitution-amendment/ Tue, 13 Jan 2026 04:18:00 +0000 https://thestandard.co/?p=1164474 บวรศักดิ์ยืนยันรณรงค์ **ประชามติ** เห็นชอบ-ไม่เห็นชอบแก้ **รัฐธรรมนูญ** ได้ ยกต่างประเทศใช้มาเป็นนโยบายหาเสียง

วันนี้ (13 มกราคม) บวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี ก […]

The post เลือกตั้ง 2569 : บวรศักดิ์ยืนยันรณรงค์ประชามติเห็นชอบ-ไม่เห็นชอบแก้รัฐธรรมนูญได้ ยกต่างประเทศใช้มาเป็นนโยบายหาเสียง appeared first on THE STANDARD.

]]>
บวรศักดิ์ยืนยันรณรงค์ **ประชามติ** เห็นชอบ-ไม่เห็นชอบแก้ **รัฐธรรมนูญ** ได้ ยกต่างประเทศใช้มาเป็นนโยบายหาเสียง

วันนี้ (13 มกราคม) บวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่มีการรณรงค์ให้โหวตไม่เห็นชอบแก้ไขรัฐธรรมนูญในการทำประชามติครั้งนี้ จะกระทบหรือไม่ว่า ก็ต้องทำตามกฎหมายประชามติ

 

ผู้สื่อข่าวถามว่า ตามกฎหมายแล้วนักการเมืองสามารถให้ความเห็นต่อประชาชนได้หรือไม่ว่า ต้องโหวตเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ บวรศักดิ์กล่าวว่า เขารณรงค์ได้ ไม่อย่างนั้นจะมีประชามติไปทำไม ทั้งโลกเป็นแบบนี้ ไปฝืนไม่ได้ เพราะประชามติคือการให้ประชาชนตัดสินใจในเรื่องที่สำคัญ ใครเห็นว่าควรจะทำอย่างไรก็เสนอความเห็นได้

 

เมื่อถามว่า ประเมินกระแสตื่นตัวในการทำประชามติครั้งนี้มากหรือน้อย บวรศักดิ์กล่าวว่า ตนก็ดูจากสื่อ ไม่ได้ไปเดินตลาด

 

ส่วนกรณีเจษฎ์ โทณะวณิก แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรครักชาติ รณรงค์ไม่เห็นชอบแก้ไขรัฐธรรมนูญ บวรศักดิ์กล่าวว่า จะรณรงค์อย่างไรก็ทำไป อยู่ที่ประชาชนจะตัดสินใจอย่างไร ในต่างประเทศเขาก็เอาเรื่องแบบนี้มาเป็นนโยบายหาเสียงรณรงค์กัน

The post เลือกตั้ง 2569 : บวรศักดิ์ยืนยันรณรงค์ประชามติเห็นชอบ-ไม่เห็นชอบแก้รัฐธรรมนูญได้ ยกต่างประเทศใช้มาเป็นนโยบายหาเสียง appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘เจี้ยนชา’ บุกธุรกิจสปา ปั้น ‘ใจฉัน’ ปี 2569 เล็งเปิด 15-20 แห่ง ก่อนนำทั้งเครือเล็ง IPO สหรัฐฯ https://thestandard.co/jian-cha-spa-ipo-usa/ Wed, 07 Jan 2026 04:45:11 +0000 https://thestandard.co/?p=1162117 ‘เจี้ยนชา’ บุกธุรกิจสปา ปั้น ‘ใจฉัน’ ปี 2559 เล็งเปิด 15-20 แห่ง ก่อนนำทั้งเครือเล็ง IPO สหรัฐฯ

จากร้านชาสู่ธุรกิจสปาและเวลเนส กลุ่มธุรกิจในเครือแบรนด์ […]

The post ‘เจี้ยนชา’ บุกธุรกิจสปา ปั้น ‘ใจฉัน’ ปี 2569 เล็งเปิด 15-20 แห่ง ก่อนนำทั้งเครือเล็ง IPO สหรัฐฯ appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘เจี้ยนชา’ บุกธุรกิจสปา ปั้น ‘ใจฉัน’ ปี 2559 เล็งเปิด 15-20 แห่ง ก่อนนำทั้งเครือเล็ง IPO สหรัฐฯ

จากร้านชาสู่ธุรกิจสปาและเวลเนส กลุ่มธุรกิจในเครือแบรนด์ชา ‘เจี้ยนชา’ ประกาศเปิดตัวแบรนด์ใหม่ภายใต้ชื่อ ‘ใจฉัน’ แบรนด์สปาและเวลเนสสัญชาติไทย เพื่อเข้ามาเสริมพอร์ตธุรกิจเดิม และต่อยอดการเติบโตสู่การสร้าง Lifestyle Ecosystem ที่ครอบคลุมทั้งไลฟ์สไตล์ สุขภาพ และเครื่องดื่ม พร้อมตั้งเป้าหมายระยะยาวในการผลักดันแบรนด์ไทยสู่เวทีโลก และนำธุรกิจเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นสหรัฐอเมริกา

 

THE STANDARD WEALTH มีโอกาสพูดคุยกับ ‘ดร. พอลลี เฮสันต์’ ผู้ก่อตั้งแบรนด์ ถึงที่มาของแนวคิดการพัฒนา ‘ใจฉัน’ โครงสร้างธุรกิจ และทิศทางการเติบโตในปี 2569 โดยดร. พอลลีมองว่า อุตสาหกรรมสปาและเวลเนสทั่วโลกมีมูลค่าสูงกว่า 2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ และยังมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ตลาดในประเทศไทยมีมูลค่าราว 3.5 หมื่นล้านบาท เติบโตไปในทิศทางเดียวกับตลาดโลก

 

แม้เศรษฐกิจและกำลังซื้อโดยรวมจะยังอยู่ในภาวะชะลอตัว แต่กระแส Longevity และการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันกลับได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

 

อีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้ธุรกิจสปาและการนวดยังมีศักยภาพสูง คือการเป็นอุตสาหกรรมที่ยากต่อการถูกทดแทนด้วยเทคโนโลยีหรือ AI เนื่องจากต้องอาศัยทักษะฝีมือของมนุษย์ ความละเอียดอ่อน และความใส่ใจเฉพาะบุคคล ซึ่งกลายเป็นจุดแข็งสำคัญของการนวดไทยในเวทีโลก และเป็นโอกาสที่แบรนด์ไทยสามารถสร้างความแตกต่างได้อย่างชัดเจน

 

จากโอกาสดังกล่าว กลุ่มธุรกิจจึงตัดสินใจพัฒนาแบรนด์ ‘ใจฉัน’ โดยทดลองเปิดสาขาแรกที่ศูนย์การค้าสยามดิสคัฟเวอรี่ เมื่อเดือนมิถุนายน 2568 ด้วยงบลงทุนประมาณ 7 ล้านบาท ใช้เวลากว่า 5 เดือนในการพัฒนาแนวคิด ออกแบบประสบการณ์ และวางโครงสร้างธุรกิจ ก่อนเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในช่วงกลางปี

 

หัวใจสำคัญของ ‘ใจฉัน’ อยู่ที่การออกแบบพื้นที่และบริการ โดยจัดสรรพื้นที่กว่า 70% เป็นเตียง ASMR ผสานกับเตียงนวดไทยและนวดบำบัดแบบดั้งเดิมอีก 30% ครอบคลุมบริการตั้งแต่นวดไทย นวดอโรมา ประคบสมุนไพร ไปจนถึงทรีตเมนต์ผิวหน้าและหนังศีรษะ ซึ่งทั้งหมดพัฒนาจากสมุนไพรพื้นบ้านที่ปรุงสดภายในร้าน เพื่อสร้างประสบการณ์ที่แตกต่างและยากต่อการลอกเลียนแบบ

 

ขณะเดียวกัน แบรนด์ยังวางตำแหน่ง ‘ใจฉัน’ ให้เป็นร้านนวดไทยและสปาผมที่เข้าถึงได้ง่าย เจาะกลุ่มลูกค้าระดับกลางทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ โดยตั้งราคาบริการเริ่มต้นที่ 590 บาท ไปจนถึงโปรแกรมพรีเมียมราว 2,000 บาท ซึ่งเป็นระดับราคาที่สามารถแข่งขันได้ทั้งในประเทศและต่างประเทศ

 

การเลือกเปิดสาขาแรกที่สยามดิสคัฟเวอรี่ มีเป้าหมายหลักเพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าต่างชาติ อีกทั้งในพื้นที่เดียวกันยังมีแบรนด์ในเครืออย่าง ‘เจี้ยนชา’ เปิดให้บริการอยู่แล้ว จึงช่วยเสริมการดึงดูดลูกค้าเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยหลังเปิดดำเนินการมาแล้วราว 6 เดือน ผลตอบรับถือว่าเกินความคาดหมาย ปัจจุบันลูกค้ากว่า 80% เป็นชาวต่างชาติ โดยเฉพาะจากจีน, ตะวันออกกลาง และ ยุโรป ขณะที่ลูกค้าชาวไทยคิดเป็นราว 20% สะท้อนศักยภาพของการนวดไทยในฐานะซอฟต์พาวเวอร์ระดับโลก

 

ในด้านโครงสร้างธุรกิจ ‘ใจฉัน’ ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการขยายเชิงพาณิชย์ในระยะยาว ทั้งในรูปแบบการลงทุนเอง และ แฟรนไชส์ รวมถึงการต่อยอดสู่การพัฒนาสินค้า อาทิ แชมพู, ครีมนวด และ มาสก์หน้าซึ่งเตรียมวางจำหน่ายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างๆ

 

สำหรับแผนในปี 2569 บริษัทตั้งเป้าเปิดสาขา ‘ใจฉัน’ เพิ่ม 15-20 แห่ง โดยราว 10% จะเป็นสาขาที่บริษัทลงทุนเอง ที่เหลือเป็นรูปแบบแฟรนไชส์ ซึ่งขณะนี้เริ่มมีนักลงทุนให้ความสนใจติดต่อเข้ามาแล้ว 2-3 ราย ทั้งนี้ กลยุทธ์การเลือกทำเลจะยังเน้นพื้นที่ใจกลางกรุงเทพฯ และ ปริมณฑลเป็นหลัก ก่อนขยายสู่เมืองท่องเที่ยวสำคัญในระยะถัดไป

 

ขณะเดียวกัน บริษัทยังมีแผนขยายสาขาไปต่างประเทศ โดยเริ่มจาก สิงคโปร์ และ ออสเตรเลีย และอยู่ระหว่างเตรียมขยายสู่ สหรัฐอเมริกา, สเปน และประเทศในอาเซียน พร้อมเดินหน้าพัฒนาระบบสมาชิกและ แอปพลิเคชัน เพื่อเชื่อมต่อฐานลูกค้า ระบบ CRM และการใช้บริการข้ามแบรนด์ในเครือ เพื่อสร้างประสบการณ์แบบครบวงจร

 

ในฝั่งของ ‘เจี้ยนชา’ แบรนด์ชาผลไม้และชานม ปัจจุบันเปิดดำเนินการมาเกือบ 2 ปี และมียอดขายเติบโตต่อเนื่องตั้งแต่วันแรกจนถึงปัจจุบัน โดยมีสาขาในประเทศไทยมากกว่า 50 แห่ง และคาดว่าสิ้นปีนี้จะเพิ่มเป็น 75 แห่ง ขณะที่ตลาดต่างประเทศได้ขยายไปยังออสเตรเลีย 2 สาขา และสิงคโปร์ 1 สาขา ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดี จากกลยุทธ์การเลือกทำเลและการปรับเมนูให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของแต่ละประเทศ

 

ทำให้ในปี 2569 บริษัทเตรียมรุกตลาดต่างประเทศอย่างเข้มข้น ทั้งออสเตรเลีย, สเปน, สหรัฐอเมริกา รวมถึงประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่ ฟิลิปปินส์, มาเลเซีย, และอินโดนีเซีย ผ่านโมเดล Joint Venture กับพาร์ทเนอร์ท้องถิ่น

 

สำหรับภาพการแข่งขัน ดร. พอลลี ยอมรับว่า ตลาดชาในประเทศไทยมีการแข่งขันสูงและมีผู้เล่นต่างชาติสนใจเข้ามาอย่างต่อเนื่อง แต่ยังมองว่าตลาดมีช่องว่างและยังสามารถเติบโตได้ หากรักษาจุดแข็งด้านคุณภาพของสินค้า, การสร้างแบรนด์ และไม่หยุดสร้างความเคลื่อนไหวในตลาด พร้อมย้ำว่าการทำตลาดต้องเดินควบคู่ทั้งระดับ Local และ Global

 

พร้อมกันนี้ยังมองว่า การมีคู่แข่งเข้ามาในตลาดช่วยขยายฐานผู้บริโภค โดยเฉพาะในประเทศที่ตลาดยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น เช่น สหรัฐอเมริกา ซึ่งเพิ่งมีแบรนด์ชาระดับโลกเข้าไปทำตลาดเพียงไม่กี่สิบสาขา รวมถึงประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่บริษัทตั้งเป้าใช้เป็นฐานการเติบโตในระยะยาว

 

อีกทั้งยังเตรียมลงทุนพัฒนาอาคาร RS เดิม ย่านลาดพร้าว ให้เป็นสาขาที่รวมแบรนด์ในเครือ ได้แก่ เจี้ยนชา, พอลลี่ ที และใจฉันสปา ไว้ในพื้นที่เดียวกัน โดยคาดว่าจะเปิดให้บริการในเดือนเมษายน 2569

 

และในระยะยาว กลุ่มธุรกิจตั้งเป้าหมายขยายสาขาแบรนด์ในเครือ ได้แก่ เจี้ยนชา, พอลลี่ ที และใจฉันสปา ให้ได้แบรนด์ละ 1,000 สาขาทั่วโลก ภายในช่วงปี 2569-2574 และเตรียมนำธุรกิจเข้าตลาดหุ้นในสหรัฐอเมริกา เพื่อยกระดับความน่าเชื่อถือของแบรนด์ในระดับโลก พร้อมมองหาธุรกิจร้านอาหารไทยเข้ามาเสริมพอร์ตโฟลิโอ โดยยังไม่มีแผนนำแบรนด์ต่างชาติเข้ามาขยายในประเทศไทยในเวลานี้

The post ‘เจี้ยนชา’ บุกธุรกิจสปา ปั้น ‘ใจฉัน’ ปี 2569 เล็งเปิด 15-20 แห่ง ก่อนนำทั้งเครือเล็ง IPO สหรัฐฯ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลือกตั้ง 2569 : ปฏิทินเลือกตั้งน่าจับตา 2026 มีประเทศไหนบ้าง https://thestandard.co/election-calendars-watch-2026-which/ Fri, 02 Jan 2026 12:35:22 +0000 https://thestandard.co/?p=1161031 ปฏิทินเลือกตั้งน่าจับตา 2026 มีประเทศไหนบ้าง

นี่คือ ภาพรวมการเลือกตั้งน่าจับตา 2026 โดยเริ่มจากการเล […]

The post เลือกตั้ง 2569 : ปฏิทินเลือกตั้งน่าจับตา 2026 มีประเทศไหนบ้าง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ปฏิทินเลือกตั้งน่าจับตา 2026 มีประเทศไหนบ้าง

นี่คือ ภาพรวมการเลือกตั้งน่าจับตา 2026 โดยเริ่มจากการเลือกตั้งเมียนมาที่ต่อเนื่องมาจากปลายปีที่แล้ว ก่อนที่ประเทศไทยจะเปิดคูหาเลือกตั้งและออกเสียงประชามติครั้งสำคัญ ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้ ขณะที่บังกลาเทศและเนปาลก็เตรียมพร้อมใช้สิทธิเลือกตั้งหลังเหตุประท้วงขับไล่รัฐบาล เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนผ่านทางการเมือง

 

ขณะที่วิกเตอร์ ออร์บาน นายกรัฐมนตรีฮังการี รวมถึงเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอลและลูอิส อินาซิโอ ลูลา ดา ซิลวา ประธานาธิบดีบราซิลก็เตรียมลงชิงชัยในสนามเลือกตั้งอีกสมัย และช่วงปลายปี สหรัฐฯ จะจัดการเลือกตั้งกลางเทอมขึ้นในวันที่ 3 พฤศจิกายน

 

ปฏิทินเลือกตั้งน่าจับตา 2026 มีประเทศไหนบ้าง 1ปฏิทินเลือกตั้งน่าจับตา 2026 มีประเทศไหนบ้าง 2ปฏิทินเลือกตั้งน่าจับตา 2026 มีประเทศไหนบ้าง 3ปฏิทินเลือกตั้งน่าจับตา 2026 มีประเทศไหนบ้าง 4ปฏิทินเลือกตั้งน่าจับตา 2026 มีประเทศไหนบ้าง 5ปฏิทินเลือกตั้งน่าจับตา 2026 มีประเทศไหนบ้าง 6ปฏิทินเลือกตั้งน่าจับตา 2026 มีประเทศไหนบ้าง 7ปฏิทินเลือกตั้งน่าจับตา 2026 มีประเทศไหนบ้าง 8

 

อ้างอิง:

 

The post เลือกตั้ง 2569 : ปฏิทินเลือกตั้งน่าจับตา 2026 มีประเทศไหนบ้าง appeared first on THE STANDARD.

]]>
นานาชาติแสดงความเสียใจและห่วงใยสถานการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่ทางภาคใต้ หวังชาวไทยผ่านพ้นวิกฤต ฟื้นฟูในเร็ววัน https://thestandard.co/international-concern-south-flood/ Fri, 28 Nov 2025 03:52:32 +0000 https://thestandard.co/?p=1148900 นานาชาติแสดงความเสียใจและห่วงใยสถานการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่ทางภาคใต้ หวังชาวไทยผ่านพ้นวิกฤต ฟื้นฟูในเร็ววัน

สถานเอกอัครราชทูตของหลายประเทศ ส่งข้อความแสดงความเสียใจ […]

The post นานาชาติแสดงความเสียใจและห่วงใยสถานการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่ทางภาคใต้ หวังชาวไทยผ่านพ้นวิกฤต ฟื้นฟูในเร็ววัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
นานาชาติแสดงความเสียใจและห่วงใยสถานการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่ทางภาคใต้ หวังชาวไทยผ่านพ้นวิกฤต ฟื้นฟูในเร็ววัน

สถานเอกอัครราชทูตของหลายประเทศ ส่งข้อความแสดงความเสียใจและความห่วงใย ต่อสถานการณ์น้ำท่วมใหญ่ที่เกิดขึ้นใน 9 จังหวัดภาคใต้ของไทย รวมถึง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา โดยแสดงความพร้อมสนับสนุนและหวังให้ประชนชาวไทยในพื้นที่ประสบภัยผ่านพ้นวิกฤตที่เกิดขึ้นและฟื้นฟูกลับสู่ภาวะปกติได้ในเร็ววัน

 

โดยสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย ได้โพสต์ข้อความผ่าน Facebook แสดงความเสียใจและความห่วงใยต่อสถานการณ์อุทกภัยรุนแรง อันเนื่องจากฝนที่ตกอย่างต่อเนื่องในหลายพื้นที่ทางภาคใต้ของไทย ที่ก่อให้เกิดความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินเป็นจำนวนมาก โดยจีนพร้อมให้การสนับสนุนและความช่วยเหลืออย่างเต็มความสามารถ และขอให้ประชาชนชาวไทยสามารถผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ได้โดยเร็ว และฟื้นฟูบ้านเรือนกลับคืนสู่ภาวะปกติ

 

ด้านสถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย โพสต์ข้อความจาก โอตากะ มาซาโตะ เอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มแห่งญี่ปุ่นประจำราชอาณาจักรไทยตั้งแต่วันที่ 25 พฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง ต่อเหตุการณ์มหาอุทกภัยในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ซึ่งได้สร้างความเสียหายอย่างใหญ่หลวงและส่งผลกระทบให้ประชาชนจำนวนมากต้องอพยพออกจากพื้นที่ และขอภาวนาให้สถานการณ์ในพื้นที่ประสบภัยพิบัติฟื้นกลับสู่สภาวะปกติได้ในเร็ววัน

 

“ประเทศญี่ปุ่นขอยืนเคียงข้างประเทศไทยในช่วงเวลาที่ยากลำบากเช่นนี้และมุ่งมั่นที่จะให้ความร่วมมืออย่างเต็มกำลังกับประเทศไทยและประชาชนชาวไทยทุกท่าน”

 

ขณะที่สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลีประจำประเทศไทย ได้โพสต์ข้อความแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากอุทกภัยในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ และขอส่งกำลังใจและความห่วงใยไปยังผู้ประสบภัยทุกท่านที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมฉับพลันในครั้งนี้ และขอให้สถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติและมีการฟื้นฟูอย่างสมบูรณ์โดยเร็วที่สุด โดยรัฐบาลและประชาชนสาธารณรัฐเกาหลีขอสนับสนุนการดำเนินงานของรัฐบาลไทยในการรับมือและฟื้นฟูความเสียหาย

 

ด้านเพจ European Union in Thailand โพสต์ข้อความจากคณะผู้แทนสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย ที่แสดงความเสียใจและความเห็นอกเห็นใจอย่างสุดซึ้งต่อผู้ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยร้ายแรงในภาคใต้ของประเทศไทย และแสดงความชื่นชมต่ออาสาสมัครและเจ้าหน้าที่กู้ภัยที่ทำงานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ ขณะที่หวังเป็นอย่างยิ่งว่าสถานการณ์จะดีขึ้นในไม่ช้า และชุมชนที่ได้รับผลกระทบจะสามารถฟื้นตัวได้ในเร็ววัน

 

ด้านกองทุนประชากรแห่งสหประชาชาติ (UNFPA) ประจำประเทศไทย โพสต์ข้อความ ระบุว่า “UNFPA ประเทศไทยขอร่วมยืนหยัดเคียงข้างทุกชุมชนทั่วประเทศไทยที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยครั้งใหญ่ ซึ่งรวมถึงประชาชนกว่าสองล้านคนในจังหวัดภาคใต้ที่ยังคงเผชิญกับระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น” พร้อมทั้งแสดงความห่วงใยเป็นพิเศษต่อความต้องการด้านสุขภาพ ความปลอดภัย และ สุขภาพทางเพศและอนามัยการเจริญพันธุ์ของผู้หญิง เด็กหญิง กลุ่มประชากรเปราะบาง ทุกกลุ่ม ทุกวัย และทุกเพศ ที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ

 

“เรายังคงมุ่งมั่นที่จะสนับสนุนความพร้อมในการรับมือกับภัยพิบัติและความพยายามในการฟื้นฟูของประเทศไทย โดยจะทำให้มั่นใจได้ว่า เข้าถึงสิทธิและทางเลือกสำหรับทุกคน โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง”

 

ทั้งนี้ สถานเอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรประจำประเทศไทย ได้ออกประกาศแนะนำพลเรือน ให้หลีกเลี่ยงการเดินทางมายังบางพื้นที่ทางภาคใต้ของไทย ยกเว้นกรณีจำเป็น ซึ่งรวมถึงจังหวัดปัตตานี ยะลา นราธิวาส และอำเภอจะนะ เทพา นาทวี และสะบ้าย้อย ในจังหวัดสงขลา พร้อมทั้งแนะนำให้หลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังพื้นที่อื่นๆ บนเส้นทางรถไฟสายหาดใหญ่-ปาดังเบซาร์ ซึ่งวิ่งผ่านจังหวัดเหล่านี้ ยกเว้นกรณีการเดินทางที่จำเป็น

The post นานาชาติแสดงความเสียใจและห่วงใยสถานการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่ทางภาคใต้ หวังชาวไทยผ่านพ้นวิกฤต ฟื้นฟูในเร็ววัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ปลัดคลังเผยความคืบหน้าคดีภาษีหุ้น ‘ชินคอร์ป’ สั่ง ‘ ทักษิณ’ จ่าย 1.76 หมื่นล้าน ‘สรรพากร’ ยืนยันอัยการสูงสุดมีอำนาจสืบทรัพย์ได้ แม้ทรัพย์อยู่ต่างประเทศ https://thestandard.co/thaksin-tax-payment-order-progress/ Tue, 18 Nov 2025 06:09:23 +0000 https://thestandard.co/?p=1144489 ปลัดคลังเผยความคืบหน้าคดีภาษีหุ้น ‘ชินคอร์ป’ สั่ง ‘ ทักษิณ’ จ่าย 1.76 หมื่นล้าน ‘สรรพากร’ ยืนยันอัยการสูงสุดมีอำนาจสืบทรัพย์ได้ แม้ทรัพย์อยู่ต่างประเทศ

ปลัดคลังเผย ‘สรรพากร’ เตรียมรายงานแนวทางเรียกเก็บภาษีคด […]

The post ปลัดคลังเผยความคืบหน้าคดีภาษีหุ้น ‘ชินคอร์ป’ สั่ง ‘ ทักษิณ’ จ่าย 1.76 หมื่นล้าน ‘สรรพากร’ ยืนยันอัยการสูงสุดมีอำนาจสืบทรัพย์ได้ แม้ทรัพย์อยู่ต่างประเทศ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ปลัดคลังเผยความคืบหน้าคดีภาษีหุ้น ‘ชินคอร์ป’ สั่ง ‘ ทักษิณ’ จ่าย 1.76 หมื่นล้าน ‘สรรพากร’ ยืนยันอัยการสูงสุดมีอำนาจสืบทรัพย์ได้ แม้ทรัพย์อยู่ต่างประเทศ

ปลัดคลังเผย ‘สรรพากร’ เตรียมรายงานแนวทางเรียกเก็บภาษีคดีขายหุ้นชินคอร์ป 1.76 หมื่นล้าน หลังศาลฎีกาพิพากษากลับ ยืนยันอัยการสูงสุดมีอำนาจสืบทรัพย์ได้ แม้ทรัพย์อยู่ต่างประเทศ ส่วนกรณีที่ทรัพย์สินอาจอยู่ในชื่อลูกหรือหลาน ให้รอแถลงการณ์จากกรมสรรพากร

 

วันนี้ (18 พฤศจิกายน) ลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยความคืบหน้าหลังศาลฎีกามีคำพิพากษากลับในคดีภาษีการขายหุ้นบริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) จำนวน 1.76 หมื่นล้านบาท ของ ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โดยระบุว่า จะมีการแถลงแนวทางการเรียกเก็บภาษีหลังจากนี้ แต่จำเป็นต้องรอการรายงานจากกรมสรรพากรเสียก่อน เพื่อความถูกต้องและชัดเจนของข้อมูล เนื่องจากเป็นประเด็นที่สาธารณชนให้ความสนใจ

 

“เข้าใจว่าเมื่อวานนี้ (17 พฤศจิกายน) สรรพากรเขาดำเนินการประชุมกันกับผู้ที่เกี่ยวข้อง ว่ากระบวนการหลังจากนี้ต้องทำอย่างไร ก็เดี๋ยวรอให้สรรพากรมารายงาน เดี๋ยวผมเล่าให้ฟัง หรือรอกรมสรรพากรแถลงข่าวเอง เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องที่อยู่ในความสนใจของประชาชน ก็ต้องมีความชัดเจน” ลวรณกล่าว

 

สำหรับระยะเวลาในการดำเนินคดีซึ่งถูกตั้งคำถามว่านานไปหรือไม่ ด้านลวรณระบุว่า ขั้นตอนดังกล่าวเป็นไปตามแนวปฏิบัติปกติของกรมสรรพากร พร้อมชี้ว่า อย่าไปมองที่ตัวบุคคล หรือวงเงิน เพราะขั้นตอนการดำเนินงานเป็นเหมือนกันหมดทุกคดี

 

รวมถึงระยะเวลาพิจารณาคดี ซึ่งลวรณระบุว่า เป็นการดำเนินไปตามขั้นตอนของศาล โดยกล่าวว่า “ไม่เร็วทันใจหรอก หลายคดีกว่าจะฟ้องกันจบ ทั้งสามศาล ก็ 6-7 ปีเหมือนกัน”

 

สำหรับขั้นตอนการสืบทรัพย์ กระบวนการบังคับคดี ลวรณกล่าวว่า ให้เป็นหน้าที่ของผู้ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งอัยการสูงสุดสามารถสืบทรัพย์และอายัดได้แม้อยู่ต่างประเทศ

 

ส่วนกรณีที่ทรัพย์สินอาจอยู่ในชื่อลูกหรือหลาน ลวรณระบุว่า ต้องรอให้กรมสรรพากรแถลงเพื่อความถูกต้อง และเพื่อไม่ให้เกิดความสับสน

The post ปลัดคลังเผยความคืบหน้าคดีภาษีหุ้น ‘ชินคอร์ป’ สั่ง ‘ ทักษิณ’ จ่าย 1.76 หมื่นล้าน ‘สรรพากร’ ยืนยันอัยการสูงสุดมีอำนาจสืบทรัพย์ได้ แม้ทรัพย์อยู่ต่างประเทศ appeared first on THE STANDARD.

]]>
แสนสิริ จับมือเอ็กซ์สปริงฯ ตั้งบริษัทร่วมทุนบนเกาะเคย์แมน หวังหาโอกาสลงทุนโครงการอสังหาฯ, โครงสร้างพื้นฐาน, สินทรัพย์ทางเลือก ทั้งใน-ต่างประเทศ https://thestandard.co/sansiri-xspring-cayman-jv-investment/ Mon, 20 Oct 2025 06:58:01 +0000 https://thestandard.co/?p=1132785 แสนสิริ จับมือ เอ็กซ์สปริงฯ ตั้งบริษัทร่วมทุน บน เกาะเคย์แมน หวังหาโอกาสลงทุนโครงการอสังหาฯ, โครงสร้างพื้นฐาน, สินทรัพย์ทางเลือก ทั้งใน-ต่างประเทศ

บมจ.แสนสิริ หรือ SIRI จัดตั้งบริษัทย่อยและบริษัทใหม่ บน […]

The post แสนสิริ จับมือเอ็กซ์สปริงฯ ตั้งบริษัทร่วมทุนบนเกาะเคย์แมน หวังหาโอกาสลงทุนโครงการอสังหาฯ, โครงสร้างพื้นฐาน, สินทรัพย์ทางเลือก ทั้งใน-ต่างประเทศ appeared first on THE STANDARD.

]]>
แสนสิริ จับมือ เอ็กซ์สปริงฯ ตั้งบริษัทร่วมทุน บน เกาะเคย์แมน หวังหาโอกาสลงทุนโครงการอสังหาฯ, โครงสร้างพื้นฐาน, สินทรัพย์ทางเลือก ทั้งใน-ต่างประเทศ

บมจ.แสนสิริ หรือ SIRI จัดตั้งบริษัทย่อยและบริษัทใหม่ บนหมู่เกาะเคย์แมน หวังใช้ลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์, โครงสร้างพื้นฐาน, สินทรัพย์ทางเลือก ทั้งในและต่างประเทศ

 

อภิชาติ จูตระกูล ในตำแหน่งประธานกรรมการ บมจ.แสนสิริ หรือ SIRI แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2568 ระบุว่าบริษัทฯ ได้จัดตั้งบริษัทย่อยและบริษัทร่วมใหม่ โดยได้รับเอกสารการจัดตั้งบริษัทที่เกี่ยวข้องทั้งหมดในวันที่ 17 ตุลาคม 2568 เพื่อดำเนินธุรกิจการลงทุนในโครงการหรือกิจการที่เกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์ โครงสร้างพื้นฐาน และ/หรือสินทรัพย์ทางเลือก ทั้งในและต่างประเทศ โดยรายละเอียดของบริษัทที่จัดตั้งใหม่มีดังนี้

 

1. จัดตั้งบริษัทย่อยใหม่ คือ Sansiri Partners Trophy One Limited

  • ประเภทธุรกิจการลงทุนเพื่อเข้าถือหุ้นในโครงการหรือกิจการที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์, โครงสร้างพื้นฐาน, และ/หรือสินทรัพย์ทางเลือก ทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงการร่วมลงทุน (Joint Investment) หรือการร่วมจัดตั้งกองทุนและการลงทุนอื่น
  • สถานที่ตั้ง จดทะเบียนในประเทศ Cayman Islands (หมู่เกาะเคย์แมน)
  • ทุนจดทะเบียน 50,000 ดอลลาร์สหรัฐอเมริกา
  • มีสัดส่วนการถือหุ้น บริษัท แสนสิริ พาร์ทเนอร์ส จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่บริษัทฯ ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 100 เป็นผู้ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 100 ของทุนจดทะเบียน
  • แหล่งเงินทุน มาจากเงินทุนหมุนเวียนของบริษัท
  • ผลตอบแทนที่คาดว่าจะได้รับ คือ เงินปันผล

 

2. ร่วมทุนในบริษัท Sansiri Capital Partners Limited

  • ประเภทธุรกิจ เพื่อการลงทุนเพื่อเข้าถือหุ้นในโครงการหรือกิจการที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์, โครงสร้างพื้นฐาน, และ/หรือสินทรัพย์ทางเลือก ทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงการร่วมลงทุน (Joint Investment) หรือการร่วมจัดตั้งกองทุนและการลงทุนอื่น
  • สถานที่ตั้ง จดทะเบียนในประเทศ Cayman Islands
  • ทุนจดทะเบียน 50,000 ดอลลาร์สหรัฐอเมริกา
  • มีสัดส่วนการถือหุ้น ดังนี้

 

– บริษัท แสนสิริ พาร์ทเนอร์ส จำกัด (บริษัทย่อยที่บริษัทฯ ถือหุ้นร้อยละ 100) ถือหุ้นร้อยละ 50 ของทุนจดทะเบียน

 

– บริษัท เอ็กซ์สปริง แอดวานซ์ โซลูชั่น จำกัด เป็น บริษัทย่อยที่ บมจ.เอ็กซ์สปริง แคปปิตอล หรือ XPG ถือหุ้นร้อยละ 99.999 ซึ่งถือหุ้นร้อยละ 50 ของทุนจดทะเบียน

 

  • แหล่งเงินทุน มาจากเงินทุนหมุนเวียนของบริษัท
  • ผลตอบแทนที่คาดว่าจะได้รับ คือ เงินปันผล

The post แสนสิริ จับมือเอ็กซ์สปริงฯ ตั้งบริษัทร่วมทุนบนเกาะเคย์แมน หวังหาโอกาสลงทุนโครงการอสังหาฯ, โครงสร้างพื้นฐาน, สินทรัพย์ทางเลือก ทั้งใน-ต่างประเทศ appeared first on THE STANDARD.

]]>
สมคิดยืนยัน นายกฯ บินต่างประเทศทำงานเพื่อประชาชน หลังนักวิชาการตั้งข้อสังเกตใช้งบหลวงไปงานส่วนตัว มั่นใจไม่ได้ทำอะไรผิด https://thestandard.co/pm-foreign-trip-explanation/ Thu, 22 May 2025 04:34:25 +0000 https://thestandard.co/?p=1077003 pm-foreign-trip-explanation

วันนี้ (22 พฤษภาคม) สมคิด เชื้อคง รองเลขาธิการนายกรัฐมน […]

The post สมคิดยืนยัน นายกฯ บินต่างประเทศทำงานเพื่อประชาชน หลังนักวิชาการตั้งข้อสังเกตใช้งบหลวงไปงานส่วนตัว มั่นใจไม่ได้ทำอะไรผิด appeared first on THE STANDARD.

]]>
pm-foreign-trip-explanation

วันนี้ (22 พฤษภาคม) สมคิด เชื้อคง รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ฝ่ายการเมือง กล่าวถึงกรณี สมชาย แสวงการ อดีตสมาชิกวุฒิสภา และนักวิชาการ ตั้งข้อสังเกตการเดินทางไปต่างประเทศของนายกรัฐมนตรี โดยที่ไม่ได้พบกับผู้นำต่างประเทศ ใช้งบประมาณแผ่นดินไปภารกิจส่วนตัวหรือไม่ว่า คนที่โจมตี หายใจก็โจมตี ทำอะไรก็โจมตี ขนาดแต่งตัวก็โจมตี ไม่ทราบว่าว่างงานหรือไม่ ยืนยันว่านายกรัฐมนตรีไปทำงานเพื่อพี่น้องประชาชน และไปงานราชการ โดยที่บางเรื่องก็ไม่สามารถอธิบายได้ ซึ่งก็ไม่ได้เสียหายอะไร และนายกรัฐมนตรีไม่ได้คิดแต่จะทำเรื่องส่วนตัวอย่างเดียว ตนไม่อยากให้เรื่องนี้ดราม่าจนเกินเหตุ ขอให้กำลังใจคนทำงานดีกว่า

 

สมคิดยังย้อนถามบุคคลที่โจมตีนายกรัฐมนตรี ให้ลองกลับมาเป็นตัวเองบ้างว่าจะเป็นอย่างไร พร้อมระบุว่า อยากฝากบุคคลที่โจมตีว่า ขอให้ใช้เหตุใช้ผล เอาใจเขาใส่ใจเรา เพราะการทำงานไม่ได้ดั่งใจทุกคน ซึ่งคนไม่ถูกใจก็จะต่อว่าต่อขาน แต่อยากให้เห็นใจคนทำงาน 

 

ส่วนที่มีการตั้งคำถามว่า การเดินทางไปเยือนต่างประเทศครั้งนี้ไม่ได้พบกับผู้นำประเทศอังกฤษ หรือผู้บริหารสูงสุดนั้น สมคิดระบุว่า บางเรื่องไม่ได้ไปเป็นทางการแบบนั้น เพราะมีบางเรื่องต้องไปทำงานอีกอย่างหนึ่ง ซึ่งการเข้าพบผู้นำเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ยืนยันได้ว่านายกรัฐมนตรีไม่ได้ทำอะไรผิด ซึ่งนายกรัฐมนตรีและทีมงานรู้ข้อกฎหมายอยู่แล้ว 

 

“ไปก็ผิด พูดดังก็ผิด พูดเบาก็ผิด ทำอะไรก็ผิดหมด ซึ่งคนเหล่านี้มีแต่หน้าเดิมๆ” สมคิดกล่าว 

 

เมื่อถามว่า ฝ่ายตรงข้ามอาจจะนำเรื่องดังกล่าวไปร้องคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้ตรวจสอบ สมคิดระบุว่า เรื่องนี้ว่ากันไปตามกระบวนการ ซึ่งไม่สามารถห้ามได้ ฉะนั้นก็ต้องชี้แจงกันไป เชื่อว่าจะไม่มีปัญหาอะไรเพราะรัฐบาลไปทำงาน 

 

สมคิดยังระบุด้วยว่า ส่วนตัวยังไม่เห็นกำหนดการนายกรัฐมนตรี แต่ยืนยันว่านายกรัฐมนตรีไปทำงานเพื่อประชาชน ไม่เป็นไปตามข้อครหา และมองว่าการโจมตีครั้งนี้เป็นการดิสเครดิตนายกรัฐมนตรี ซึ่งก็มีอยู่บ่อยๆ

The post สมคิดยืนยัน นายกฯ บินต่างประเทศทำงานเพื่อประชาชน หลังนักวิชาการตั้งข้อสังเกตใช้งบหลวงไปงานส่วนตัว มั่นใจไม่ได้ทำอะไรผิด appeared first on THE STANDARD.

]]>
คนไทยไปเที่ยวชาติไหนได้บ้าง โดยไม่ต้องกักตัว https://thestandard.co/thai-people-travel-without-quarantine/ Tue, 26 Oct 2021 10:55:39 +0000 https://thestandard.co/?p=552501 travel-without-quarantine

ไม่กี่วันก่อน รัฐบาลไทยประกาศรับนักท่องเที่ยว 46 ประเทศ […]

The post คนไทยไปเที่ยวชาติไหนได้บ้าง โดยไม่ต้องกักตัว appeared first on THE STANDARD.

]]>
travel-without-quarantine

ไม่กี่วันก่อน รัฐบาลไทยประกาศรับนักท่องเที่ยว 46 ประเทศ ตั้งแต่ 1 พฤศจิกายน 2564 เป็นต้นไป สามารถเข้าประเทศไทยได้ โดยไม่จำเป็นต้องกักตัว เพียงแค่ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่รัฐบาลกำหนด 

 

ทว่าในทางกลับกัน หลังการปิดเมืองมาอย่างยาวนาน นักท่องเที่ยวไทยบางส่วนต่างเริ่มค้นหาและวางแผนทริปท่องเที่ยวของตนเองบ้างแล้ว ไม่เพียงเฉพาะในประเทศไทยเท่านั้น แต่จุดหมายปลายทางยอดฮิตทั่วโลกก็ถือเป็นเป้าหมายเช่นกัน

 

ชาติอื่นมาเที่ยวบ้านเราได้โดยไม่จำเป็นต้องกักตัว แล้วคนไทยสามารถเดินทางเข้าประเทศไหนได้บ้าง

 

travel-without-quarantine

 

ภาพประกอบ: ฉัตรชัย เฉยชิต

The post คนไทยไปเที่ยวชาติไหนได้บ้าง โดยไม่ต้องกักตัว appeared first on THE STANDARD.

]]>
มองปรากฏการณ์ ‘ย้ายประเทศกันเถอะ’ ไม่ใช่เรื่องตลก เมื่อหัวกะทิของชาติจะไหลออกนอกประเทศ https://thestandard.co/lets-move-abroad-thai-facebook-group/ Mon, 03 May 2021 14:18:45 +0000 https://thestandard.co/?p=483591 ย้ายประเทศกันเถอะ

    กลุ่มเฟซบุ๊ก #ย้ายประเทศกันเถอะ มีคนเข้าร […]

The post มองปรากฏการณ์ ‘ย้ายประเทศกันเถอะ’ ไม่ใช่เรื่องตลก เมื่อหัวกะทิของชาติจะไหลออกนอกประเทศ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ย้ายประเทศกันเถอะ

 

 

กลุ่มเฟซบุ๊ก #ย้ายประเทศกันเถอะ มีคนเข้าร่วมกลุ่มทะลุ 500,000 คนภายในเวลาไม่ถึง 3 วัน เนื้อหาการพูดคุยในกลุ่มนี้แทบไม่มีการบ่นก่นด่าในเรื่องการเมือง แต่คือการมุ่งมั่นแสวงหาหนทางการย้ายออกไปมีชีวิตที่ดีในต่างประเทศแบบจริงจัง

 

ภู (นามแฝง) ผู้ก่อนตั้งกลุ่ม #ย้ายประเทศกันเถอะ ให้สัมภาษณ์กับ THE STANDARD ว่าจุดเริ่มต้นมาจากตนเองเป็นผู้ประกอบการร้านอาหารที่มีร้านอาหารอยู่ประมาณ 6-7 ร้านได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ซึ่งตอนแรกเขาคิดแค่จะไปลงทุนในประเทศอื่นเป็นตัวเลือกเสริม เพื่อกระจายความเสี่ยงทางธุรกิจหากเกิดวิกฤตในประเทศเพราะไม่เชื่อมั่นในการบริหารจัดการของรัฐบาลชุดนี้

 

“จุดเริ่มต้นตั้งกลุ่มขึ้นมาเริ่มจาก 50 คน ตอนตี 1 ของวันเสาร์ เราคุยกันก็คิดว่ามันคงมีแค่นี้แหละ โดยเราคุยกันกับเพื่อนที่อยู่ต่างประเทศถึงข้อแนะนำในการอยู่ต่างประเทศ แต่พอตื่นขึ้นมาก็มีสมาชิก 60,000 คน และจากนั้นสมาชิกก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนทะลุ 500,000 คน” ภูกล่าว

 

ภูยังบอกด้วยว่ากิจกรรมที่เกิดขึ้นตอนนี้ในกลุ่มแบ่งได้หลักๆ 3 อย่างคือ

 

กลุ่มแรก แนะนำประเทศ โดยติด # ประเทศต่างๆ เช่น #ทีมแคนาดา #ทีมญี่ปุ่น

 

กลุ่มสอง การเตรียมตัว เรื่องภาษา วีซ่า อาหารการกิน การใช้ชีวิต

 

กลุ่มสาม เจาะไปที่อาชีพ เช่น กลุ่มวิศวกรจะไปประเทศไหนที่ตลาดแรงงานยังว่างอยู่

 

ซึ่งทั้งหมดเกิดจากสมาชิกกลุ่มทำขึ้นมาเอง ขณะที่สัดส่วนสมาชิกตอนนี้มีคนทำโพลไว้สำหรับสมาชิกในกลุ่ม คือ 60-70% คือกลุ่มเรียนจบใหม่ถึงอายุ 35 ปี และอายุ 13-20 ปี กลุ่มนี้อยู่ที่ประมาณ 15% ที่เหลือจะเฉลี่ยๆ กันไป

 

“เชื่อว่าทุกคนรักประเทศไทย มีโพสต์ว่าทำไมไม่รักประเทศไทยเข้ามาเรื่อยๆ แต่เราสู้มาตลอด และการที่เราไปไม่ได้แปลว่าจะไม่สู้แล้ว เราแค่รู้สึกว่าอยากไปอยู่ในที่ที่คุณภาพชีวิตดีกว่านี้เพราะเราเกิดมาแค่ครั้งเดียว ชาติหน้าก็ไม่รู้จะได้เกิดเป็นคนหรือเปล่า อีก 5-10 ปีเราก็ไม่อยากจะเสี่ยงว่าลูกเราต้องเติบโตมาในสังคมแบบไหน” ภูมิกล่าว

 

ขณะที่ ผศ.ดร.กนกรัตน์ เลิศชูสกุล อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มองปรากฏการณ์นี้ว่า คือเสียงที่ผู้ใหญ่ที่มีอำนาจต้องรับฟังอย่างยิ่ง เพราะบริบทของโลกในยุคทศวรรษ 2510 มีปรากฏการณ์การไหลออกไปอยู่ต่างประเทศเยอะมาก ที่เราได้ยินคือโรบินฮู้ดไทยไปอยู่สหรัฐอเมริกา ซึ่งบริบทตอนนั้นมันยุคเบบี้ บูมเมอร์ ประชากรเยอะมาก เราไปก็กลายเป็นชนชั้นที่ถูกกีดกันในประเทศเขา แต่ในยุคปัจจุบันเป็นยุคสังคมสูงอายุ เขาอ้าแขนรับ เราไปอย่างถูกกฎหมาย แต่เขาเอาแต่ครีมของประเทศไป เพราะเขาต้องการคนที่มีทักษะแรงงานขั้นสูง 

 

“ล่าสุดนิวซีแลนด์ประท้วง เพราะเขาขาดแคลนบุคลากรทางการแพทย์ เขาอยากให้รับคนกลุ่มนี้เข้าประเทศ การอธิบายว่าอย่าไปเลย ประเทศไทยดีกว่า มันอธิบายกับคนรุ่นใหม่ในปัจจุบันไม่ได้แล้ว วิธีการชวนให้คนรุ่นใหม่อยู่กับเรามันต้องเปลี่ยนวิธี” ผศ.ดร.กนกรัตน์กล่าว

 

ย้ายประเทศกันเถอะ

 

ผศ.ดร.กนกรัตน์ เลิศชูสกุล คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มองปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นว่า นี่คือข้อความที่สำคัญมากสำหรับผู้บริหารประเทศที่ต้องทำความเข้าใจเรื่องนี้ ว่ามันไม่ใช่เรื่องความไม่พอใจในการบริหารเศรษฐกิจ หรือความไม่พอใจที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีนในยี่ห้อที่ฉันต้องการ แต่สิ่งที่ลึกไปกว่านั้นที่คนรุ่นนี้จะบอกก็คือเขาพยายามมาตลอด 1 ปี เขาพยายามมากที่สุดแล้วที่จะเปลี่ยนประเทศนี้ให้ตอบสนองต่อเป้าหมายของชีวิตของเขา โควิด-19 เศรษฐกิจ และวัคซีน มารวมกับความอัดอั้นในประเด็นนี้ปรากฏการณ์นี้จึงเกิดขึ้น

 

“สิ่งที่เราเห็นคือความสิ้นหวังของคนรุ่นนี้ หลังยุค 6 ตุลา 2519 คนที่หมดหวังต่อรัฐบาลหนีเข้าป่าคือไปจับอาวุธสู้กับรัฐบาลเพื่อหวังเปลี่ยนประเทศ แต่ครั้งนี้เราจะเจอปรากฏการณ์ที่คนรุ่นใหม่แพ้ในการพยายามปฏิรูปประเทศนี้ เขาไม่ได้หนีเข้าป่าแล้วเขาจะกลับมา แต่สิ่งที่เขาคิดคือจะหนีออกไปแล้วไม่คิดจะกลับมา” ผศ.ดร.กนกรัตน์กล่าว

 

ย้ายประเทศกันเถอะ

 

ผศ.ดร.กนกรัตน์ เลิศชูสกุล คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มองปรากฏการณ์นี้อย่างน่าสนใจว่านี่คือจุดเริ่มต้นของเหตุการณ์สมองไหล คนที่อยู่ในกลุ่ม 500,000 คน อาจจะไม่ได้ไปต่างประเทศได้ทุกคน แต่คนที่จะไปได้คือคนที่เป็นครีมของประเทศ กลุ่มผู้ใหญ่มองว่าสิ่งที่เด็กพวกนี้ทำเป็นเรื่องไร้สาระไม่ใช่ใครคิดจะไปต่างประเทศก็ไปได้ แต่โลกปัจจุบันนี้มันเปลี่ยนไปแล้ว เพราะประเทศที่เจริญแล้วแต่ขาดแคลนแรงงาน เขากำลังอ้าแขนรับแรงงานท่ีมีทักษะ แน่นอนว่าคนในกลุ่ม 500,000 คนไม่ใช่ทุกคนจะได้ไป แต่คนที่จะไปเป็นครีมของประเทศ เขาถึงเริ่มต้นคิดได้ว่าฉันจะไป

 

ย้ายประเทศกันเถอะ

 

ผศ.ดร.กนกรัตน์ เลิศชูสกุล คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่าถ้าเราดูกลุ่มที่ต่อขยายไปจากกลุ่มหลัก เราจะเห็นกลุ่มหมออยากย้ายประเทศ ครูอยากย้ายประเทศ เด็กนักเรียนยากย้ายประเทศ 

 

“ถ้าเราหลับตาคิดเล่นๆ ว่าถ้าวันนี้ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเลย เห็นเป็นกลุ่มเด็กที่กำลังผิดหวังก็เลยขู่เราว่าอยากย้ายประเทศ แต่ดิฉันเห็นว่า We’re gonna lose them forever. ประเทศเราจะกลายเป็นประเทศคนแก่ที่จน และไม่เหลือคนหนุ่มสาวที่จะทำให้ประเทศเรากลับมารวยได้

 

“สิงคโปร์เขามี Techpark เขาก็เปิดเลย ประเทศไหนก็ได้ไปเลย แม้เงื่อนไขมันจะยาก แต่ถามว่าประเทศไทยมีคนพร้อมไหม คำตอบคือมีและเขาพร้อมไป

 

“นิวซีแลนด์มี Long Term Skill Shortage List ซึ่งเขาขาดแคลนบุคลากรด้านวิศวกรรม การเงิน การท่องเที่ยว สุขภาพ สันทนาการ การค้า และการลงทุน บอกเลยว่าเด็กจบวิศวะ เกรด 3.9 ของทุกมหาวิทยาลัยอยู่ในกลุ่มย้ายประเทศ”

 

ย้ายประเทศกันเถอะ

 

ผศ.ดร.กนกรัตน์ เลิศชูสกุล คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวด้วยว่า นี่คือตัวอย่างรูปธรรมที่จะบอกกับผู้ใหญ่ว่าเราเหลือเวลาอยู่ไม่เยอะแล้ว ทางออกคือคนรุ่นสงครามเย็นที่มีอำนาจตอนนี้ต้องเปลี่ยนวิธีการแล้ว ไม่ใช่ไล่เขาออกไป แต่จะทำอย่างไรจะให้มีที่ยืนให้คนรุ่นใหม่ที่เขายอมแพ้แล้ว

 

ส่วนคนรุ่นกลาง (In Between) คือคนรุ่นที่ไม่มีโอกาสจะได้ไปแล้ว ถ้าเราคิดถึงอนาคตของตัวเองนั้นต้องรักษาพวกเขาไว้ ทางออกแรกคือคนรุ่นกลางต้องตระหนักว่าอนาคตของตัวเองจะมีปัญหาถ้าเราขาดคนรุ่นนี้ และต้องเปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่มีส่วนร่วมกับการแก้ไขปัญหาโดยเฉพาะปัญหาโควิด-19

 

อย่างที่สองคือการปฏิรูปการศึกษา เพราะการศึกษาที่พวกเขาไม่ต้องการในประเทศนี้นั้นพวกเขาสามารถหาการศึกษาที่พวกเขาต้องการในประเทศอื่นได้ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ ได้เด็กครีมจากโรงเรียนมัธยมศึกษาน้อยลงแล้ว เพราะเด็กครีมส่วนนี้ไปเรียนต่างประเทศหมดแล้ว

 

ถามว่ามีอะไรจะทำให้เปลี่ยนใจบ้างไหม

 

ย้ายประเทศกันเถอะ

 

ภู ผู้ก่อตั้งกลุ่มย้ายประเทศกันเถอะ ตอบคำถามว่า มีอะไรจะทำให้เปลี่ยนใจบ้างไหมว่า 

 

“มันไม่ได้สายเกินไปแต่เป็นไปได้ยาก ยากเกินกว่าที่ทุกคนจะคาดหวัง เพราะเราอยากเป็นประเทศประชาธิปไตยเต็มใบ เราอยากเป็นประเทศที่มีรัฐสวัสดิการที่ดี มีรายได้ที่สอดคล้องกับชั่วโมงการทำงาน เราอยากมีสิทธิเสรีภาพในการวิจารณ์ เราอยากกำจัดระบบอุปถัมภ์และระบบราชการเก่าๆ ถ้าประเทศมันดีขึ้นคนพร้อมจะกลับมาอยู่แล้ว แต่ถ้ามันไม่ดีขึ้นเขาก็พร้อมที่จะไป”

 

ย้ายประเทศกันเถอะ

 

ภู ผู้ก่อตั้งกลุ่มย้ายประเทศกันเถอะ ประมวลบรรยากาศในกลุ่มว่าในกลุ่มมีน้อยมากที่เข้ามาบ่น ทุกคนเข้ามาเพื่อหาหนทางว่าฉันจะออกจากที่นี่ได้อย่างไร ดังนั้นเราไม่ได้สนใจด้วยซ้ำว่าเขาจะมารู้สึกว่าเด็กมันงอน หรือเราไม่ได้รู้สึกว่าสะใจ เราแค่รู้สึกว่าคุณจะคิดอะไรก็คิดไป เราจะไปแล้ว

 

ย้ายประเทศกันเถอะ

 

ภู ผู้ก่อตั้งกลุ่มย้ายประเทศกันเถอะ เชื่อว่าทุกคนรักประเทศไทย มีโพสต์ว่าทำไมไม่รักประเทศไทยเข้ามาเรื่อยๆ แต่เราสู้มาตลอด และการที่เราไปไม่ได้แปลว่าจะไม่สู้แล้ว เราแค่รู้สึกว่าอยากไปอยู่ในที่ที่คุณภาพชีวิตดีกว่านี้เพราะเราเกิดมาแค่ครั้งเดียว ชาติหน้าก็ไม่รุ้จะได้เกิดเป็นคนหรือเปล่า อีก 5-10 ปีเราก็ไม่อยากจะเสี่ยงว่าลูกเราต้องเติบโตมาในสังคมแบบไหน”

 

ภู กล่าวด้วยว่า “เมื่อวานเราได้มีการพูดคุยและตกลงกันว่า ขอให้ถ้าได้ไปก็ไปอย่างรับผิดชอบสังคม เพราะมีคนจำนวนมากที่สู้อยู่ที่นี่เพื่อเรา และยังมีคนอีกมากที่ไปไม่ได้ ในกลุ่ม 500,000 คนอาจจะไปได้ไม่ถึงหมื่นคน คนที่ไปได้แล้วก็อย่าเพิกเฉยต่อการลงชื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือแก้กฎหมายที่ให้ประเทศไทยเป็นประชาธิปไตย” 

 

ย้ายประเทศกันเถอะ

 

ภู ผู้ก่อตั้งกลุ่มย้ายประเทศกันเถอะ กล่าวว่า สำหรับผู้มีอำนาจคุณต้องรับฟังเสียงของประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มที่เป็นกำลังหลักของชาติในเวลานี้ เพราะถ้าคุณไม่รับฟังคุณจะรักษาเขาไว้ไม่ได้ คุณต้องรับฟังว่าเขาอยากให้อนาคตของเขาเป็นอย่างไร และเขาอยากมีสิทธิเสรีภาพมากขนาดไหน

 

ส่วนการที่คุณบริหารบ้านเมืองมาแล้วมีคนรวมกลุ่มได้ 500,000 คน เพื่ออยากออกนอกประเทศ คุณต้องย้อนกลับไปดูแล้วว่าคุณทำอะไรพลาดถึงเกิดปรากฏการณ์นี้ได้ ผู้มีอำนาจวางอารมณ์ลงก่อนและฟังเด็กด้วยเหตุผล คุยกัน อย่าเพิ่งไล่ ฟังก่อน เพราะคนที่รู้สึกว่าไปดีกว่าส่วนหนึ่งก็มาจากการถูกไล่และไม่รับฟัง

 

 

ภาพประกอบ: กริน วสุรัฐกร

พิสูจน์อักษร: ชนเนตร ลอยครุฑ

The post มองปรากฏการณ์ ‘ย้ายประเทศกันเถอะ’ ไม่ใช่เรื่องตลก เมื่อหัวกะทิของชาติจะไหลออกนอกประเทศ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: ‘ย้ายประเทศกันเถอะ’ เมื่อคนรุ่นใหม่ไม่ขอฝากอนาคตกับประเทศไทย I THE STANDARD NOW https://thestandard.co/thestandardnow030564/ Mon, 03 May 2021 09:25:28 +0000 https://thestandard.co/?p=483518

  ทำความเข้าใจปรากฏการณ์ ‘ย้ายประเทศ’ […]

The post ชมคลิป: ‘ย้ายประเทศกันเถอะ’ เมื่อคนรุ่นใหม่ไม่ขอฝากอนาคตกับประเทศไทย I THE STANDARD NOW appeared first on THE STANDARD.

]]>

 

ทำความเข้าใจปรากฏการณ์ ‘ย้ายประเทศ’ เมื่อคนรุ่นใหม่ไม่ขอฝากอนาคตไว้ที่ประเทศไทยอีกต่อไป จนเป็นที่มาของกรุ๊ป ‘ย้ายประเทศกันเถอะ’ ที่มีผู้ติดตามกว่าครึ่งล้านในเวลาไม่นาน สิ่งนี้กำลังบอกอะไรกับเรา

 

 

The post ชมคลิป: ‘ย้ายประเทศกันเถอะ’ เมื่อคนรุ่นใหม่ไม่ขอฝากอนาคตกับประเทศไทย I THE STANDARD NOW appeared first on THE STANDARD.

]]>
Q&A: ประเทศใดที่คุณอยากไปเป็นประเทศแรกหากเปิดให้ท่องเที่ยว? https://thestandard.co/qa-which-country-would-you-like-to-go/ Fri, 13 Nov 2020 14:34:03 +0000 https://thestandard.co/?p=420777

ผู้เขียนเชื่อว่าอีกไม่นานราวอีก 3-4 เดือน ประเทศต่างๆ จ […]

The post Q&A: ประเทศใดที่คุณอยากไปเป็นประเทศแรกหากเปิดให้ท่องเที่ยว? appeared first on THE STANDARD.

]]>

ผู้เขียนเชื่อว่าอีกไม่นานราวอีก 3-4 เดือน ประเทศต่างๆ จะเริ่มเปิดการท่องเที่ยวแก่บุคคลทั่วไป แน่นอนว่าอาจต้องพ่วงด้วยเงื่อนไขต่างๆ มากมาย เพื่อรับมือกับการระบาดของโควิด-19 แต่กว่าจะถึงวันนั้น เราอยากรู้ว่าหากพรุ่งนี้ลืมตาตื่นแล้วพบว่าคุณสามารถเดินทางไปเที่ยวที่ไหนก็ได้ในโลกโดยปลอดภัยและปราศจากโรค คุณจะเดินทางไปที่ใดเป็นประเทศแรก เพราะอะไร

 

มาแชร์ให้เราอ่านหน่อย เผื่อเป็นไอเดียหาสถานที่ท่องเที่ยวสวยๆ มาแนะนำให้คุณเก็บไว้เป็นเช็กลิสต์ยามเดินทาง

 

#TravelwithPOP

 

The post Q&A: ประเทศใดที่คุณอยากไปเป็นประเทศแรกหากเปิดให้ท่องเที่ยว? appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศบค. ยืนยันหาทางดูแลคนไทยให้ดีที่สุด แจงดูแลผู้เดินทางกลับจากต่างประเทศเป็นไปตามมาตรการป้องกันโรค https://thestandard.co/take-care-of-travelers-returning-from-abroad/ Wed, 15 Apr 2020 06:20:10 +0000 https://thestandard.co/?p=354203

วันนี้ (15 เมษายน) นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริห […]

The post ศบค. ยืนยันหาทางดูแลคนไทยให้ดีที่สุด แจงดูแลผู้เดินทางกลับจากต่างประเทศเป็นไปตามมาตรการป้องกันโรค appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (15 เมษายน) นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) ตอบประเด็นที่มีการตั้งข้อสังเกตถึงความไม่เป็นธรรมจากกรณีที่ผู้เดินทางกลับจากต่างประเทศได้รับการดูแลเป็นอย่างดี มีอาหารการกินครบ 3 มื้อ ขณะที่คนไทยหลายชีวิตที่อยู่ในประเทศยังหาเช้ากินค่ำ บางคนถึงขั้นไม่มีเงินซื้อข้าวกิน กลับไม่ได้รับการดูแลอย่างที่ควร

 

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า “เรื่องนี้เป็นสิ่งที่ต้องทำความเข้าใจมาตรการกันก่อน เนื่องจากการดูแลคนที่ขอเดินทางกลับจากต่างประเทศ เขามีสิทธิ์ที่จะเดินทางเข้ามา ส่วนภาครัฐก็ต้องดูแลตามกฎรัฐธรรมนูญเหมือนคนไทยทุกคน ส่วนประเด็นการดูแลเป็นพิเศษเรื่องที่พักหรืออาหารการกินต่างๆ ไม่ได้เพื่อความแตกต่างแต่อย่างใด แต่เป็นไปตามมาตรฐานของกระทรวงสาธารณสุขหรือด้านสุขภาพ 

 

“ถ้าเราให้เขากลับมาแล้วเราดูแลได้ไม่ดีจนเกิดการป่วยไข้ขึ้นมาหรือทำให้เกิดการติดเชื้อ เราจะสูญเสียมากกว่าข้าว 3 มื้อ เราต้องเสียเตียงให้เขามานอนรักษา หมอก็ต้องมาดูแล สิ่งต่างๆ ที่ต้องเสียมันมากกว่าข้าว 3 มื้อ ฉะนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่เพื่อเอาใจฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่เป็นการทำตามหน้าที่ ส่วนประเด็นการดูแลคนไทยทุกคน ทั้ง ศบค. และกระทรวงสาธารณสุข รวมถึงเจ้าหน้าที่หน่วยต่างๆ ที่เกี่ยวข้องคิดในทุกเรื่อง และประชุมปรึกษากันเพื่อหาทางดูแลทุกคนเป็นอย่างดี”

 

ทั้งนี้ในการแถลงสถานการณ์ของ ศบค. ยังมีการเปิดเผยเรื่องของเที่ยวบินที่เตรียมนำคนไทยที่ตกค้างกลับสู่ประเทศไทย โดยมีกำหนดเบื้องต้นที่พบว่าได้รับการยืนยันว่าจะมีการพาคนไทยกลับประเทศถึงวันที่ 17 เมษายน 2563 (ข้อมูลวันที่ 15 เมษายน) ประกอบไปด้วยเที่ยวบินดังนี้

วันที่ 15 เมษายน 2563 จากเกาหลีใต้ 92 คน มาถึงเวลา 22.00 น.

วันที่ 16 เมษายน 2563 จากมัลดีฟส์ 70 คน มาถึงเวลา 15.15 น.

วันที่ 16 เมษายน 2563 จากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 120 คน มาถึงเวลา 11.00 น.

วันที่ 17 เมษายน 2563 จากบังกลาเทศ 35 คน มาถึงเวลา 13.40 น.

 

 

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

The post ศบค. ยืนยันหาทางดูแลคนไทยให้ดีที่สุด แจงดูแลผู้เดินทางกลับจากต่างประเทศเป็นไปตามมาตรการป้องกันโรค appeared first on THE STANDARD.

]]>
ประเทศไหนบ้างที่ยังไม่มีรายงานพบผู้ป่วยโควิด-19 https://thestandard.co/which-country-did-not-have-coronavirus-infected-number/ Thu, 26 Mar 2020 13:31:19 +0000 https://thestandard.co/?p=346875

การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ผ่านมานานแล้วกว่า 3 เดือน นั […]

The post ประเทศไหนบ้างที่ยังไม่มีรายงานพบผู้ป่วยโควิด-19 appeared first on THE STANDARD.

]]>

การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ผ่านมานานแล้วกว่า 3 เดือน นับตั้งแต่มีรายงานผู้ติดเชื้อรายแรกเมื่อปลายปี 2019 ล่าสุด พบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 แล้วอย่างน้อยใน 175 ประเทศทั่วโลก ยอดผู้ติดเชื้อสะสมสูงกว่า 1 ล้านรายแล้ว โดยมีอีกไม่ถึง 20 ประเทศเท่านั้น หรือคิดเป็น 9.33% ของประเทศสมาชิกสหประชาชาติทั้งหมดที่ยังไม่มีรายงานพบผู้ป่วยโควิด-19 รายแรกของประเทศ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นประเทศในทวีปแอฟริกา ตะวันออกกลาง และประเทศที่มีลักษณะภูมิประเทศเป็นเกาะ ตั้งอยู่ในมหาสมุทรต่างๆ 

 

 

ภาพประกอบ: พิชามญชุ์ วรรณสาร

The post ประเทศไหนบ้างที่ยังไม่มีรายงานพบผู้ป่วยโควิด-19 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ประเทศใดปิดพรมแดนรับมือโควิด-19 บ้าง https://thestandard.co/which-country-is-closed-to-handle-coronavirus/ Wed, 25 Mar 2020 10:55:25 +0000 https://thestandard.co/?p=346330

  นี่คือภาพรวมมาตรการปิดพรมแดนประเทศ เพื่อจำกัดการ […]

The post ประเทศใดปิดพรมแดนรับมือโควิด-19 บ้าง appeared first on THE STANDARD.

]]>

 

นี่คือภาพรวมมาตรการปิดพรมแดนประเทศ เพื่อจำกัดการเข้า-ออกของประเทศต่างๆ ในช่วงที่โรคโควิด-19 กำลังแพร่ระบาดและขยายตัวเป็นวงกว้าง โดยพลเมืองและผู้มีถิ่นพำนักในประเทศที่ปิดพรมแดนจะยังได้รับอนุญาตให้เดินทางเข้าประเทศได้ และจำเป็นต้องกักตัวอยู่ในที่พักอาศัย 14 วัน 

 

หลังผ่านมาแล้วเกือบ 3 เดือน ล่าสุด ยอดผู้ติดเชื้อสะสมทั่วโลกกว่า 4.23 แสนราย รักษาหาย 1.09 แสนราย และเสียชีวิตแล้ว 18,925 ราย

 

ภาพประกอบ: กริน วสุรัฐกร

The post ประเทศใดปิดพรมแดนรับมือโควิด-19 บ้าง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป สถานการณ์โควิด-19 กับกระแสไวรัลป๊อปคัลเจอร์ต่างประเทศ https://thestandard.co/coronavirus-vs-international-pop-viral-culture/ Tue, 17 Mar 2020 10:12:11 +0000 https://thestandard.co/?p=342712

ในช่วงที่สถานการณ์โควิด-19 กำลังสร้างความกังวลใจให้หลาย […]

The post ชมคลิป สถานการณ์โควิด-19 กับกระแสไวรัลป๊อปคัลเจอร์ต่างประเทศ appeared first on THE STANDARD.

]]>

ในช่วงที่สถานการณ์โควิด-19 กำลังสร้างความกังวลใจให้หลายคนทั่วโลก THE STANDARD POP จึงรวบรวมโมเมนต์ มีม และปรากฏการณ์ต่างๆ ของวงการบันเทิงต่างประเทศ ที่หวังว่าจะช่วยสร้างรอยยิ้มและเป็นขวัญกำลังใจให้เราผ่านพ้นช่วงวิกฤตนี้ไปด้วยกัน

The post ชมคลิป สถานการณ์โควิด-19 กับกระแสไวรัลป๊อปคัลเจอร์ต่างประเทศ appeared first on THE STANDARD.

]]>
พบผู้ป่วยโควิด-19 แล้วอย่างน้อย 106 ประเทศ อิตาลี อิหร่าน เกาหลีใต้ ระบาดหนัก ตุรกี มองโกเลีย พบผู้ป่วยรายแรก https://thestandard.co/coronavirus-found-atleast-106-countries/ Wed, 11 Mar 2020 07:21:05 +0000 https://thestandard.co/?p=339948

วันนี้ (11 มีนาคม) หลังจากที่โควิด-19 ระบาดมายาวนานกว่า […]

The post พบผู้ป่วยโควิด-19 แล้วอย่างน้อย 106 ประเทศ อิตาลี อิหร่าน เกาหลีใต้ ระบาดหนัก ตุรกี มองโกเลีย พบผู้ป่วยรายแรก appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (11 มีนาคม) หลังจากที่โควิด-19 ระบาดมายาวนานกว่า 2 เดือน ล่าสุดพบผู้ป่วยโควิด-19 แล้วอย่างน้อยใน 106* ประเทศทั่วโลก ยอดผู้ติดเชื้อสะสมเข้าใกล้ 1.2 แสนราย โดยพบผู้ติดเชื้อมากที่สุด 10 อันดับแรกที่จีน (80,783 ราย) อิตาลี (10,149 ราย) อิหร่าน (8,042 ราย) เกาหลีใต้ (7,755 ราย) ฝรั่งเศส (1,784 ราย) สเปน (1,695 ราย) เยอรมนี (1,565 ราย) สหรัฐอเมริกา (1,010 ราย) ญี่ปุ่น (587 ราย) และสวิตเซอร์แลนด์ (497 ราย) ซึ่งยอดผู้ติดเชื้อในจีนเริ่มมีแนวโน้มชะลอตัว ขณะที่นอกจีนแผ่นดินใหญ่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

 

ตุรกี มองโกเลีย จาเมกา คองโก (DRC) ปานามา และโบลิเวีย เป็นประเทศล่าสุดที่พบผู้ป่วยโควิด-19 รายแรกของประเทศแล้ว ขณะที่ 5 อันดับประเทศที่พบผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 มากที่สุดขณะนี้คือ จีน (3,158 ราย) อิตาลี (631 ราย) อิหร่าน (291 ราย) เกาหลีใต้ (61 ราย) และสเปน (36 ราย) 

 

ส่วนอินโดนีเซีย โมร็อกโก เลบานอน และปานามา เป็นประเทศล่าสุดที่มีรายงานผู้ป่วยโควิด-19 เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 1 ราย ขณะที่เนปาลเป็นเพียงประเทศเดียวในขณะนี้ที่เคยมีผู้ติดเชื้อ 1 ราย รักษาจนหายดีแล้ว และยังไม่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มเติม

 

หมายเหตุ* นับรวมเฉพาะประเทศที่เป็นสมาชิกของสหประชาชาติ ไม่นับรวมรัฐสังเกตการณ์อย่างนครรัฐวาติกันและปาเลสไตน์ ไม่นับรวมดินแดนหรือเขตปกครองพิเศษอย่างยิบรอลตาร์ หมู่เกาะแฟโร เซนต์มาร์ติน เซนต์บาร์ธ มาร์ตีนิก ฮ่องกง และมาเก๊า ที่ต่างก็พบรายงานผู้ติดเชื้อโควิด-19 มาแล้วก่อนหน้านี้

 

ภาพ: Miguel Medina / AFP

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

อ้างอิง:

The post พบผู้ป่วยโควิด-19 แล้วอย่างน้อย 106 ประเทศ อิตาลี อิหร่าน เกาหลีใต้ ระบาดหนัก ตุรกี มองโกเลีย พบผู้ป่วยรายแรก appeared first on THE STANDARD.

]]>
โควิด-19 ทำพิษ กระทบการท่องเที่ยวทั่วเอเชีย คนหาย รายได้ลด เศรษฐกิจซบเซา https://thestandard.co/tourist-sites-in-asia-hit-by-coronavirus-fears/ Tue, 10 Mar 2020 09:16:17 +0000 https://thestandard.co/?p=339580

นี่คือภาพเปรียบเทียบบรรยากาศก่อนและหลังโรคโควิด-19 ระบา […]

The post โควิด-19 ทำพิษ กระทบการท่องเที่ยวทั่วเอเชีย คนหาย รายได้ลด เศรษฐกิจซบเซา appeared first on THE STANDARD.

]]>

นี่คือภาพเปรียบเทียบบรรยากาศก่อนและหลังโรคโควิด-19 ระบาด ตั้งแต่ช่วงปลายเดือนธันวาคมที่ผ่านมา จนผ่านมาแล้วกว่า 2 เดือน ส่งผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยวเกือบทั่วโลก โดยเฉพาะในเอเชีย สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมผู้คนบางตาลงอย่างเห็นได้ชัด รัฐบาลนานาชาติต่างต้องดำเนินมาตรการพยุงภาคส่วนต่างๆ ให้ประเทศยังคงเคลื่อนไปข้างหน้าให้ได้มากที่สุด พร้อมกับรับมือการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ไปด้วยในช่วงเวลาเดียวกัน

 

เดนปาซาร์ อินโดนีเซีย

ภาพ: Sonny Tumbelaka / AFP

 

 

โตเกียว ญี่ปุ่น

ภาพ: Charly Triballeau / AFP

 

กรุงเทพฯ ไทย

ภาพ: Mladen Antonov, Jewel Samad / AFP

 

 

สิงคโปร์ 

ภาพ: Roslan Rahman, Catherine Lai / AFP

 

โซล เกาหลีใต้

ภาพ: Ed Jones / AFP

 

The post โควิด-19 ทำพิษ กระทบการท่องเที่ยวทั่วเอเชีย คนหาย รายได้ลด เศรษฐกิจซบเซา appeared first on THE STANDARD.

]]>