ตำรวจ Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/ตำรวจ/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Wed, 01 Jul 2026 08:42:32 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 สรุปผลสอบทุจริตสอบท้องถิ่น วรศิษฎ์ เผยส่งปลัด มท. ภายใน 1-2 วัน ย้ำแย่กว่าทำงานช้าคือวินิจฉัยผิด https://thestandard.co/local-exam-corruption-probe-result/ Wed, 01 Jul 2026 08:42:32 +0000 https://thestandard.co/?p=1225611 วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย แถลงความคืบหน้าผลสอบทุจริตสอบท้องถิ่น

วันนี้ (1 กรกฎาคม) เวลา 13.30 น. วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ […]

The post สรุปผลสอบทุจริตสอบท้องถิ่น วรศิษฎ์ เผยส่งปลัด มท. ภายใน 1-2 วัน ย้ำแย่กว่าทำงานช้าคือวินิจฉัยผิด appeared first on THE STANDARD.

]]>
วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย แถลงความคืบหน้าผลสอบทุจริตสอบท้องถิ่น

วันนี้ (1 กรกฎาคม) เวลา 13.30 น. วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบกระบวนการทุจริตสอบท้องถิ่น ว่า การเชิญบุคคลเข้าให้ข้อมูลขณะนี้เสร็จเรียบร้อยแล้ว อีก 1-2 วันที่เหลือจะเป็นการสรุปข้อมูล เพื่อรายงานผลต่อปลัดกระทรวงมหาดไทยต่อไป ซึ่งสิ่งที่คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงได้ลงไปตรวจสอบ คาดว่าจะเห็นพฤติการณ์ต่าง ๆ แล้ว และเมื่อสรุปข้อเท็จจริงเสร็จแล้ว หน่วยงานอื่น ๆ จะนำไปดำเนินการอย่างไรต่อก็เป็นเรื่องที่ต้องว่ากันต่อไป พร้อมย้ำว่าจะมีการสรุปข้อเท็จจริงภายใน 1-2 วันนี้

 

ทั้งนี้ กรอบการทำงานของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงของกระทรวงมหาดไทย จะโฟกัสเฉพาะในส่วนของกระทรวง แต่ในส่วนของภาพรวมทั้งหมดว่า มีใครเกี่ยวข้องบ้าง ซึ่งมีบุคคลภายนอกเข้ามาเกี่ยวข้องจำนวนมาก และหลายคนทราบแล้วว่าเป็นใครบ้าง จะเป็นหน้าที่ของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และตำรวจ

 

วรศิษฎ์ กล่าวต่อว่า ขณะนี้มีหลายคนพูดว่าวันก่อนเจอแล้ว จับแล้ว แต่วันนี้เงียบแล้วยังหาคนผิดไม่ได้ จริง ๆ แล้วไม่ใช่แบบนั้น เราทำงานบนข้อเท็จจริงที่กระจัดกระจายและมีจำนวนมาก จึงอยากขอเวลาให้ทีมตรวจสอบทำงาน เพราะสิ่งที่แย่กว่าการทำงานช้าคือการวินิจฉัยผิด หากทีมตรวจสอบไม่มีข้อมูลที่ชัดเจน หรือไม่มีการยืนยันที่แน่ชัด แล้ววินิจฉัยออกมา ความผิดพลาดจะยิ่งหนักเข้าไปใหญ่ แต่ขอให้สบายใจในขั้นตอนการตรวจสอบของทุกหน่วยงาน ยืนยันว่ามีความตั้งใจในการตรวจสอบอยู่แล้ว

 

เมื่อถามว่า สามารถเปิดเผยเบื้องต้นได้หรือไม่ว่าต้นตอมาจากไหน วรศิษฎ์ กล่าวว่า คงยังไม่สามารถเปิดเผยได้ในขณะนี้ ขอให้เป็นหน้าที่ของทีมสรุปข้อมูลให้เสร็จก่อน เพราะการเปิดเผยข้อมูลเชิงรายละเอียดมากเกินไป จะส่งผลกระทบต่อการทำงานของเจ้าหน้าที่ ซึ่งขณะนี้ข้อมูลยังกระจัดกระจาย หากเปิดเผยออกมาอาจเป็นการชี้ช่องให้ผู้กระทำผิดตั้งตัวและจัดการกับสิ่งที่เกิดขึ้น จึงขอให้ทีมตรวจสอบได้ทำงานอย่างเต็มที่

 

เมื่อถามว่า ในกระบวนการตรวจสอบนี้ รวมถึงเรื่องคลิปเสียงที่มีการเผยแพร่ออกมาด้วยหรือไม่ วรศิษฎ์ กล่าวว่า เรื่องคลิปเสียงจริง ๆ เป็นประเด็นที่เกิดขึ้นภายหลัง และเชื่อว่าขณะนี้ทั้งตำรวจและ ป.ป.ช. กำลังดำเนินการอยู่ ซึ่งคลิปเสียงไม่ได้เพิ่งออกมาในตอนนี้ แต่ออกมาก่อนหน้านี้แล้ว และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ส่งข้อมูลเหล่านี้ให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบแล้ว

 

สำหรับการแถลงข่าวที่จะเกิดขึ้น จะมีการเปิดเผยข้อมูลถึงต้นตอของขบวนการด้วยหรือไม่ วรศิษฎ์ ย้ำว่า ต้นตอของขบวนการมีหลายส่วน แต่ในวันดังกล่าวจะมีการแถลงเฉพาะผู้ที่เกี่ยวข้องในส่วนของกระทรวงมหาดไทย

 

ส่วนขั้นตอนการสอบสวนเบื้องต้นพบว่ามีบุคคลในกระทรวงมหาดไทยระดับใดเข้ามาเกี่ยวข้องบ้างนั้น วรศิษฎ์ ระบุว่า ได้ดำเนินการสอบสวนบุคคลที่เกี่ยวข้องในทุกระดับตามข้อมูลที่ได้รับ รวมถึงบุคคลที่มีการกล่าวอ้างในคลิปเสียงด้วยแล้ว

 

ส่วนเหตุใดจึงต้องรอให้ครบ 7 วันทำการ จึงจะดำเนินการได้ วรศิษฎ์ ชี้แจงว่า เนื่องจากคดีนี้ไม่ใช่การจับคนขโมยของ อีกทั้งคดียังมีความซับซ้อน มีระเบียบและข้อกฎหมายหลายประการ รวมถึงมีผู้เกี่ยวข้องค่อนข้างมาก ด้วยเหตุนี้จึงมองว่า 7 วันทำการไม่ได้ถือว่าช้าเกินไป เพราะสิ่งที่สังคมกำลังรออยู่คือข้อเท็จจริง แต่หากให้ข้อเท็จจริงออกไปโดยไม่มีพยานหลักฐานรองรับ ก็ถือเป็นเรื่องที่น่ากังวล

 

ส่วนหลักฐานที่มีอยู่สามารถสาวไปถึงตัวผู้บงการได้หรือไม่ วรศิษฎ์ ระบุว่า เราเห็นอยู่แล้วว่ามีใครบ้าง แต่ขอให้รอดูการสรุปข้อเท็จจริงอีกครั้ง เพราะยังมีกระบวนการที่อยู่ภายนอกอีกจำนวนมาก

 

วรศิษฎ์ ให้ความมั่นใจว่า หากมีคนในกระทรวงมหาดไทยเข้าไปเกี่ยวข้องจริง เมื่อพิจารณาจากพยานหลักฐานอย่างไรก็ต้องพบ ซึ่งก็อยากให้ทีมตรวจสอบสามารถทำงานได้โดยไม่มีการแทรกแซง

 

ส่วนจะสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนได้อย่างไรบ้างนั้น วรศิษฎ์ กล่าวว่า วันนี้มีหน่วยงานที่เป็นองค์กรอิสระเข้ามาร่วมตรวจสอบอยู่แล้ว ก่อนกล่าวว่า หากอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ไม่มีความจริงใจในการตรวจสอบ ตนอยากย้อนถามกลับว่า ทำไมจึงต้องตั้งหน่วยงานตรวจสอบขึ้นมาถึง 5 หน่วยงานหลัก เพื่อจับตาการสอบครั้งนี้ ฉะนั้นจึงเป็นความชัดเจนและความตั้งใจตั้งแต่แรกที่ให้หน่วยงานเหล่านี้เข้ามาตรวจสอบ ทั้งนี้ หากพบข้อเท็จจริงว่ามีบุคคลหรือหน่วยงานใดเข้ามาเกี่ยวข้อง นายกรัฐมนตรีก็มีคำสั่งว่าต้องดำเนินการ เพราะเรื่องนี้ส่งผลต่อความเชื่อมั่นของประเทศและความมั่นคง

The post สรุปผลสอบทุจริตสอบท้องถิ่น วรศิษฎ์ เผยส่งปลัด มท. ภายใน 1-2 วัน ย้ำแย่กว่าทำงานช้าคือวินิจฉัยผิด appeared first on THE STANDARD.

]]>
มท. ลุยสอบทุจริตสอบท้องถิ่น ตั้งคกก.เฉพาะกิจ 7 วันชี้ชะตา หากพบผิดยกเลิกผลสอบทันที https://thestandard.co/local-exam-corruption-probe/ Wed, 24 Jun 2026 06:17:07 +0000 https://thestandard.co/?p=1222173 ปลัดกระทรวงมหาดไทย อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ แถลงข่าวกรณีทุจริตสอบท้องถิ่น

วันนี้ (24 มิถุนายน) ที่ทำเนียบรัฐบาล อรรษิษฐ์ สัมพันธร […]

The post มท. ลุยสอบทุจริตสอบท้องถิ่น ตั้งคกก.เฉพาะกิจ 7 วันชี้ชะตา หากพบผิดยกเลิกผลสอบทันที appeared first on THE STANDARD.

]]>
ปลัดกระทรวงมหาดไทย อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ แถลงข่าวกรณีทุจริตสอบท้องถิ่น

วันนี้ (24 มิถุนายน) ที่ทำเนียบรัฐบาล อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยภายหลังประชุมร่วมนายกรัฐมนตรี กรณีทุจริตการสอบท้องถิ่นว่า ในที่ประชุมนายกรัฐมนตรีได้มีคำสั่งให้ยกเลิกผลการสอบข้าราชการท้องถิ่น ว่า สืบเนื่องจากเมื่อวานนี้ ป.ป.ช. และตำรวจได้ดำเนินการจับกุมผู้กระทำความผิดที่มีหลักฐานเป็นจำนวนมาก และกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนในการจัดกระบวนการสอบข้าราชการท้องถิ่น

 

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ทั้ง ป.ป.ช. สอบสวนกลาง ป.ป.ท. กระทรวงมหาดไทย โดยสั่งการในที่ประชุมให้ดำเนินการอย่างเด็ดขาด เพื่อหาตัวผู้กระทำความผิดให้ได้ ดังนั้น ในส่วนของกระทรวงมหาดไทย จะไปแจ้งความร้องทุกข์ในความผิดซึ่งได้ปรากฏเป็นหลักฐานชัดแจ้งเมื่อวานนี้ต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยจะมอบอำนาจให้สำนักกฎหมายไปดำเนินการ

 

พร้อมตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริง โดยมี สันติธร ยิ้มละมัย รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ดูแลด้านพัฒนาชุมชนและส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ดำเนินการ ซึ่ง สันติธร ได้เสนอมาแล้วว่าจะมีใครร่วมเป็นคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงบ้าง โดยจะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 7 วัน ซึ่งจะนำไปสู่ข้อเท็จจริงที่นายกรัฐมนตรีต้องการ คือ หากกระบวนการผิดและไม่ถูกต้องทั้งหมด เมื่อมีการกล่าวโทษร้องทุกข์ต่อตำรวจ และตั้งกรรมการสอบแล้ว ก็จะนำไปสู่การแจ้งต่อคณะกรรมการสอบให้ดำเนินการต่อไป เมื่อที่มาไม่ถูกต้อง ทุกอย่างก็จะไม่ถูกต้อง

 

เมื่อถามว่าหากการได้ตำแหน่งไม่ถูกต้องจะยกเลิกผลการสอบใช่หรือไม่ อรรษิษฐ์ กล่าวว่า ต้องดูว่าเป็นส่วนใดบ้าง เพราะมีหลายตำแหน่ง ถ้าเป็นทั้งกระบวนการก็ต้องดำเนินการ ส่งข้อเท็จจริงไปให้กรรมการสอบว่ามีความผิดพลาดคลาดเคลื่อน ซึ่งก็จะต้องทำให้ถูกต้อง

 

เมื่อถามว่าขณะนี้ข่าวออกไปแล้วว่านายกรัฐมนตรีได้สั่งให้ยกเลิกทั้งหมด อรรษิษฐ์ กล่าวว่า การยกเลิกก็ต้องมีขั้นตอน หากผิดก็ต้องยกเลิกแน่นอน ซึ่งนายกรัฐมนตรีสั่งว่าให้ดำเนินการให้ชัดเจน ซึ่งจะต้องมีกรรมการดำเนินการอยู่เราก็จะแจ้งไป ส่วนผู้ที่บริสุทธิ์เราก็ต้องดู เพราะผู้สอบมี 300,000 กว่าคน คนที่อยู่ในกระบวนการใครบ้าง คนที่ได้เป็นใครบ้าง และอยู่ในกระบวนการเป็นใครบ้าง มีการแก้กระดาษคำตอบหรือไม่ ก็ต้องมาดู

 

เมื่อถามย้ำว่าอะไรที่ผิดก็จะยกเลิก และอะไรที่ถูกก็จะไม่ยกเลิก ใช่หรือไม่ อรรษิษฐ์ กล่าวว่า ก็ต้องดู เพราะสิ่งที่ถูกต้องก็คือความถูกต้อง สิ่งที่ผิดก็ต้องผิดอยู่แล้ว

 

เมื่อถามว่า 7 วันนี้ รู้เรื่องเลยใช่หรือไม่ อรรษิษฐ์ กล่าวว่า รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ซึ่งเป็นประธานก็ยืนยันอย่างนั้น

 

เมื่อถามว่า กรณีที่จะแจ้งความจะแจ้งความใครบ้างนั้น อรรษิษฐ์ กล่าวว่า แจ้งในข้อหาที่เราได้พบหลักฐานการกระทำผิด ซึ่งตำรวจจะดูต่อว่ามีใครอยู่ในกระบวนการบ้าง เขาจะไปสืบสวนต่อ โดยแจ้งตามเหตุการณ์ ไม่ได้แจ้งเป็นรายบุคคล

 

เมื่อถามอีกว่าใช้คำว่าไม่ได้เหมาเข่ง อรรษิษฐ์ กล่าวว่า “ครับ ร้องทุกข์กล่าวโทษ แต่ตำรวจจะสอบถึงใคร ทุกคนที่ร่วมกระทำความผิดก็จะต้องถูกดำเนินคดี”

 

เมื่อถามจะมีการตรวจสอบย้อนไปถึงการสอบครั้งที่ผ่านๆ มาหรือไม่ อรรษิษฐ์ กล่าวว่า เดี๋ยวรอดู ถ้ามีความเกี่ยวข้องก็ต้องรอดู แต่ตอนนี้ต้องดูปัจจุบัน และการแก้ไขคะแนนในปัจจุบัน อยู่ในช่วงนี้

 

เมื่อถามถึงกรณีมีการปล่อยคลิปเสียงว่ามีรัฐมนตรีช่วยเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ได้มีการพูดคุยในวงประชุมด้วยหรือไม่ อรรษิษฐ์ กล่าวว่า เดี๋ยวต้องรอดู เดี๋ยวจะต้องตรวจสอบทั้งหมด แต่นายกรัฐมนตรี ยืนยันว่าต้องทำเรื่องนี้ให้กระจ่างแจ้งเด็ดขาด

 

เมื่อถามว่าเบื้องต้นมีรายงานหรือความเป็นไปได้ในการที่จะมาเกี่ยวข้องหรือไม่ อรรษิษฐ์ กล่าวว่า ยังไม่ได้มีรายละเอียดขนาดนั้น

 

เมื่อถามว่าขณะนี้ในกระทรวงมหาดไทยที่พบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องและต้องย้ายด่วนมีพื้นที่ใดบ้าง อรรษิษฐ์ กล่าวว่า ที่เป็นข่าว วันนี้ อำเภอวิเชียรบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์ ได้มีการสอบวินัยร้ายแรงของผู้อำนวยการที่มีชื่อในข่าว หากรายงานมาที่จังหวัด จังหวัดก็จะดำเนินการสั่งพักการปฏิบัติหน้าที่ของบุคคลที่อยู่ในข่าว

 

เมื่อถามว่าดูภาพรวมแล้ว มีข้าราชการกระทรวงมหาดไทยเกี่ยวข้องกับกระบวนการนี้เยอะหรือไม่ อรรษิษฐ์ กล่าวว่า ข้อเท็จจริงเรายังตอบไม่ได้ แต่เป็นการจ้างมหาวิทยาลัยดำเนินการ คนที่จ้าง คือ กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น เราต้องมาดูข้อเท็จจริงทั้งหมด ว่าใครอยู่ในกระบวนการบ้าง จะพาดพิงถึงใครบ้าง พยายามทำให้ดีที่สุด และเร็วที่สุด แน่นอนว่าจะต้องมีการพูดคุยกับสถานศึกษา เราต้องอายัดทุกอย่างที่เกี่ยวข้อง

 

เมื่อถามว่ามหาวิทยาลัยที่จัดสอบ ต้องร่วมรับผิดชอบด้วยใช่หรือไม่ อรรษิษฐ์ กล่าวว่า ก็เขาเป็นคนจัดสอบ เป็นคนส่งคะแนน

 

เมื่อถาม คนที่รู้ตัวว่ากระทำความผิด หากแจ้งก่อน โทษหนักจะกลายเป็นเบา ใช่หรือไม่ อรรษิษฐ์ กล่าวว่า ความผิดก็คือความผิด

 

เมื่อถาม หากคนที่สอบได้ไปฟ้องศาลปกครอง อรรษิษฐ์ กล่าวว่า จะมีกรรมการดูความชัดเจนอยู่แล้ว มีกรรมการกลางของท้องถิ่น ที่จะแจ้งไปยังกรรมการจัดการสอบ ว่าจะให้ดำเนินการ ซึ่งขณะนี้ยังไม่ถึงขั้นตอนนั้น แต่เราจะดูให้ดีที่สุด โดยย้ำว่าใช้เวลา 7 วัน ในการตรวจสอบ ก่อนรายงานนายกรัฐมนตรี

 

นอกจากนี้ อรรษิษฐ์ ยังกล่าวให้ความเชื่อมั่นหลังจากที่มีการตั้งคณะกรรมการสอบ แม้ว่าจะเป็นข้าราชการในสังกัดกระทรวงมหาดไทยด้วยกันว่า เรื่องนี้ นายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญอย่างมาก จะต้องสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน ดังนั้น จะต้องทำอย่างเต็มที่ให้ดีที่สุด ขอให้เชื่อมั่นและไว้ใจได้

 

ส่วนรู้สึกว่ากดดันหรือไม่ในเรื่องนี้ อรรษิษฐ์ กล่าวว่า ไม่รู้สึกกดดัน สิ่งสำคัญที่สุด จะต้องสร้างความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้นในประชาชน เมื่อประชาชนขาดความเชื่อมั่นแล้ว คนทำผิดไม่ได้รับการลงโทษถือว่าเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง จะเป็นสิ่งที่จะมากดดันตน แต่หากพบการกระทำความผิดและทำการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว สามารถนำมาดำเนินคดีได้ถือว่าเป็นการคลี่คลายปัญหา

 

สำหรับคลิปเสียงนั้น อรรษิษฐ์ กล่าวว่า ได้นำหลักฐานนี้มอบให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว เพื่อมาดูว่ามีใครเกี่ยวข้องบ้าง อยู่ในขั้นตอนการสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่ เช่นเดียวกับผู้บริหารของมหาวิทยาลัยและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด หากไม่กระทำความผิดก็ไม่ต้องกลัว ส่วนเจ้าของเสียงในคลิปเป็นใคร ให้เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจไปดำเนินการสอบสวน

The post มท. ลุยสอบทุจริตสอบท้องถิ่น ตั้งคกก.เฉพาะกิจ 7 วันชี้ชะตา หากพบผิดยกเลิกผลสอบทันที appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศุภมาส สั่ง สคบ.-ตำรวจ ล่าคนขับแอปทำร้ายนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นกลางอโศก บี้แพลตฟอร์มร่วมรับผิด https://thestandard.co/supamas-ocpb-hunt-app-driver-asok/ Mon, 01 Jun 2026 12:18:45 +0000 https://thestandard.co/supamas-ocpb-hunt-app-driver-asok/ ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีคนขับแอปทำร้ายนักท่องเที่ยวญี่ปุ่น

วันนี้ (1 มิถุนายน) ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนัก […]

The post ศุภมาส สั่ง สคบ.-ตำรวจ ล่าคนขับแอปทำร้ายนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นกลางอโศก บี้แพลตฟอร์มร่วมรับผิด appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีคนขับแอปทำร้ายนักท่องเที่ยวญี่ปุ่น

วันนี้ (1 มิถุนายน) ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) สั่งการด่วนให้ รณรงค์ พูลพิพัฒน์ เลขาธิการ สคบ. เข้าช่วยเหลือนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นวัย 52 ปี ที่ถูกคนขับรถรับจ้างผ่านแอปพลิเคชันชื่อดังไล่ลงกลางทางย่านอโศก โดยอ้างว่าค่าโดยสารไม่คุ้มระยะทาง ก่อนตามลงมาทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บ ตามที่เพจเฟซบุ๊ก “เจ๊ม้อย v+” เผยแพร่ โดยสอดคล้องกับนโยบายของ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยว

 

ศุภมาส กล่าวว่า เหตุการณ์นี้เป็นการละเมิดสิทธิผู้บริโภคอย่างร้ายแรง ตามมาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 ผู้บริโภคหมายถึงผู้ใช้สินค้าหรือผู้รับบริการ ไม่จำกัดว่าต้องเป็นคนไทย นักท่องเที่ยวรายนี้จึงได้รับความคุ้มครองเช่นเดียวกับคนไทย และตามมาตรา 4 ผู้บริโภคมีสิทธิได้รับความปลอดภัยจากการใช้บริการ กล่าวคือ เมื่อเรียกรถแล้วต้องถึงที่หมายอย่างปลอดภัย ไม่ใช่ถูกทิ้งกลางทางหรือถูกทำร้าย มีสิทธิได้รับความเป็นธรรม เมื่อทำความตกลงจองรถและชำระค่าโดยสารแล้ว คนขับต้องส่งถึงปลายทาง จะอ้างว่าค่าโดยสารไม่คุ้ม แล้วไล่ผู้โดยสารลงกลางทางไม่ได้ และมีสิทธิได้รับการชดเชยเมื่อเกิดความเสียหาย ซึ่งกรณีนี้เข้าข่ายครบทุกข้อ

 

ทั้งนี้ สคบ. กำหนดเรียกบริษัทผู้ให้บริการแอปพลิเคชันเข้าชี้แจงในวันที่ 5 มิถุนายน 2569 เวลา 10.00 น. ณ สคบ. เพื่อตรวจสอบมาตรการคัดกรองคนขับและบทลงโทษ พร้อมขอให้แพลตฟอร์มร่วมรับผิดชอบและเยียวยาความเสียหาย ขณะที่ในวันที่ 12 มิถุนายน 2569 จะเชิญผู้ประกอบการในลักษณะเดียวกันประมาณ 13 ราย มาประชุมวางแนวทางกำกับดูแลให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน

 

“ดิฉันยอมให้ผู้ให้บริการที่ไร้ความรับผิดชอบเอาเปรียบและทำร้ายผู้บริโภคไม่ได้ ยิ่งผู้เสียหายเป็นนักท่องเที่ยว เป็นแขกบ้านแขกเมือง เรื่องนี้กระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศ แพลตฟอร์มต้นสังกัดต้องรับผิดชอบต่อความปลอดภัยและความเสียหายของผู้โดยสารที่เกิดขึ้น ไม่ใช่แค่แบนคนขับออกจากระบบแล้วถือว่าจบ” ศุภมาส กล่าว

 

ศุภมาส กล่าวว่า กรณีนี้สะท้อนปัญหาเชิงระบบ ทั้งตัวรถ ตัวคนขับ และระบบคัดกรองของแพลตฟอร์ม จึงสั่งการให้ สคบ. บูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ได้แก่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในการเร่งติดตามตัวคนขับที่หลบหนีมาดำเนินคดี กรมการขนส่งทางบก ซึ่งกำกับดูแลตัวรถและใบอนุญาตขับรถสาธารณะ และสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) ซึ่งกำกับดูแลแพลตฟอร์มดิจิทัล พร้อมส่งเจ้าหน้าที่เข้าเยี่ยมและให้คำปรึกษาด้านกฎหมายแก่ผู้เสียหาย และรายงานผลภายใน 30 วัน

 

ศุภมาส ยังชื่นชมน้ำใจของพลเมืองดีในพื้นที่ที่เข้าช่วยเหลือนักท่องเที่ยวจนเหตุการณ์ไม่บานปลาย โดยกล่าวว่า “น้ำใจของคนไทยในยามคับขันคือสิ่งที่ช่วยรักษาภาพลักษณ์ของประเทศไว้ได้ รัฐบาลขอขอบคุณจากใจจริง”

 

หากพบพฤติกรรมที่กระทบสิทธิผู้บริโภคทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ สามารถร้องเรียนได้ที่สายด่วน สคบ. 1166 แอปพลิเคชัน OCPB Connect เว็บไซต์ ocpb.go.th และศูนย์ดำรงธรรมทั่วประเทศ ส่วนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วน สามารถติดต่อสายด่วนตำรวจท่องเที่ยว 1155 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

The post ศุภมาส สั่ง สคบ.-ตำรวจ ล่าคนขับแอปทำร้ายนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นกลางอโศก บี้แพลตฟอร์มร่วมรับผิด appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผบ.ตร. ออกคำสั่งด่วนที่สุด คุมเข้มภาพลักษณ์ตำรวจบนโซเชียลมีเดีย กำชับสวมเครื่องแบบ-ทรงผมเป๊ะ ห้ามแสดงกิริยาไม่เหมาะสม https://thestandard.co/police-social-media-conduct-order/ Wed, 27 May 2026 03:17:21 +0000 https://thestandard.co/?p=1211324 ภาพเจ้าหน้าที่ตำรวจในเครื่องแบบ

วานนี้ (26 พฤษภาคม) พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บ […]

The post ผบ.ตร. ออกคำสั่งด่วนที่สุด คุมเข้มภาพลักษณ์ตำรวจบนโซเชียลมีเดีย กำชับสวมเครื่องแบบ-ทรงผมเป๊ะ ห้ามแสดงกิริยาไม่เหมาะสม appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพเจ้าหน้าที่ตำรวจในเครื่องแบบ

วานนี้ (26 พฤษภาคม) พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้ลงนามในหนังสือวิทยุสั่งการด่วนที่สุด เรื่อง การประพฤติตนอย่างเหมาะสมของข้าราชการตำรวจเมื่อแต่งเครื่องแบบ โดยส่งตรงถึงผู้บังคับบัญชาระดับสูง ตั้งแต่ระดับรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จเรตำรวจ ผู้บัญชาการ และผู้บังคับการทุกหน่วยทั่วประเทศ เพื่อกำชับแนวทางการปฏิบัติตนและรักษาภาพลักษณ์อันดีงามขององค์กร

 

สาระสำคัญของหนังสือสั่งการดังกล่าว ระบุถึงสถานการณ์ปัจจุบันที่มีข้าราชการตำรวจจำนวนมากปฏิบัติหน้าที่และปรากฏตัวผ่านสื่อสาธารณะ สื่อสังคมออนไลน์ รวมถึงการทำหน้าที่เป็นอินฟลูเอนเซอร์ (Influencer) เพื่อช่วยขับเคลื่อนงานด้านการประชาสัมพันธ์ เสริมสร้างภาพลักษณ์ และสร้างความเข้าใจในภารกิจของเจ้าหน้าที่ตำรวจให้แก่ประชาชน ซึ่งส่งผลดีต่อการสื่อสารองค์กรให้เป็นที่เข้าใจมากยิ่งขึ้น

 

อย่างไรก็ตาม ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้เน้นย้ำว่า เมื่อข้าราชการตำรวจปรากฏตัวต่อสาธารณชนในขณะสวมเครื่องแบบ จำเป็นต้องรักษาเกียรติยศและความสง่างามของเครื่องแบบอย่างเคร่งครัด โดยจะต้องแต่งกายให้เป็นระเบียบเรียบร้อย และไว้ทรงผมให้ถูกต้องตามระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ว่าด้วยการปฏิบัติตนของข้าราชการตำรวจเมื่อแต่งเครื่องแบบ พ.ศ. 2566

 

ดังนั้น เพื่อให้การสื่อสารข้อมูลข่าวสารหรือการปฏิบัติหน้าที่ผ่านสื่อสาธารณะเป็นแบบอย่างที่ดีและมีมาตรฐานเป็นที่ยอมรับ สำนักงานตำรวจแห่งชาติจึงสั่งการให้ผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้น กำกับดูแลข้าราชการตำรวจในสังกัดที่ปฏิบัติหน้าที่หรือทำประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่างๆ อย่างเข้มงวด โดยเฉพาะเรื่องการแต่งกายและทรงผม พร้อมทั้งให้หลีกเลี่ยงการแสดงกิริยาท่าทางที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ขององค์กร

 

รวมทั้งได้มอบหมายให้หน่วยงานจเรตำรวจ (จต.) ทำหน้าที่สอดส่อง ดูแล และให้คำแนะนำการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ตำรวจในกรณีดังกล่าวอย่างใกล้ชิดต่อไป

The post ผบ.ตร. ออกคำสั่งด่วนที่สุด คุมเข้มภาพลักษณ์ตำรวจบนโซเชียลมีเดีย กำชับสวมเครื่องแบบ-ทรงผมเป๊ะ ห้ามแสดงกิริยาไม่เหมาะสม appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตร. ลงโทษ 4 ตำรวจนอกรีตอุ้มรีดทรัพย์ชาวจีน สั่งเด้งพ้นราชการทันที หวังเรียกคืนศรัทธาประชาชน https://thestandard.co/police-extort-chinese-dismissal/ Wed, 20 May 2026 06:22:58 +0000 https://thestandard.co/?p=1209156 ภาพแฟ้มข่าวการแถลงข่าวของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรณีตำรวจนอกรีตอุ้มรีดทรัพย์ชาวจีน

วันนี้ (20 พฤษภาคม) พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแ […]

The post ตร. ลงโทษ 4 ตำรวจนอกรีตอุ้มรีดทรัพย์ชาวจีน สั่งเด้งพ้นราชการทันที หวังเรียกคืนศรัทธาประชาชน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพแฟ้มข่าวการแถลงข่าวของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรณีตำรวจนอกรีตอุ้มรีดทรัพย์ชาวจีน

วันนี้ (20 พฤษภาคม) พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีการจับกุมเจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวน 4 นาย และพลเรือน 1 นาย ภายหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าปฏิบัติการช่วยเหลือชาวจีนจำนวน 5 ราย จากบ้านพักแห่งหนึ่งในพื้นที่ตำบลวังใหม่ อำเภอวังสมบูรณ์ จังหวัดสระแก้ว เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม ที่ผ่านมา

 

พล.ต.ท.ไตรรงค์ ระบุว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้มีข้อสั่งการด่วนให้ดำเนินการสืบสวนสอบสวนและบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 4 นายที่กระทำความผิด ให้ดำเนินการทางวินัยขั้นสูงสุด เนื่องจากพฤติกรรมดังกล่าวถือเป็นความผิดร้ายแรงและขัดต่อกฎหมายอย่างชัดเจน สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะดำเนินการอย่างเฉียบขาดโดยไม่มีการละเว้น ควบคู่ไปกับการขยายผลการสืบสวนสอบสวนผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในทุกมิติ

 

ในส่วนของการดำเนินคดีทางอาญา พนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรวังสมบูรณ์ จังหวัดสระแก้ว ได้แจ้งข้อกล่าวหาแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 4 นาย ในความผิดฐาน ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่น, เป็นเจ้าพนักงานใช้อำนาจโดยมิชอบ, ข่มขืนใจเรียกรับทรัพย์ และปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต

 

ขณะที่พลเรือนอีก 1 ราย ถูกแจ้งข้อกล่าวหาในฐานะผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานกระทำความผิด โดยเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดไปฝากขังต่อศาลจังหวัดสระแก้วเป็นผัดแรกแล้วตั้งแต่วันที่ 19 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ภายใต้การกำกับการสืบสวนสอบสวนอย่างใกล้ชิดโดย พล.ต.ต.ถาวร ดุลยวิทย์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสระแก้ว

 

สำหรับการดำเนินการทางวินัยนั้น ต้นสังกัดได้มีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่เป็นผู้ต้องหาทั้ง 4 นาย ออกจากราชการไว้ก่อน ในทันที เพื่อให้กระบวนการสอบสวนเป็นไปอย่างโปร่งใสและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชน นอกจากนี้ ยังมีรายงานข้อมูลพาดพิงถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจอีก 1 นาย ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการติดตามตัวมาสอบสวนขยายผล หากพบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องจริง จะถูกดำเนินคดีทั้งทางอาญาและทางวินัยอย่างเด็ดขาดเช่นเดียวกัน

 

“การกระทำลักษณะดังกล่าวเป็นเรื่องร้ายแรงที่ขัดต่อกฎหมาย วินัย และจริยธรรมของข้าราชการตำรวจอย่างสิ้นเชิง แม้ผู้ถูกควบคุมตัวอาจมีพฤติการณ์กระทำผิดกฎหมาย แต่เจ้าหน้าที่รัฐก็ไม่มีสิทธิใช้อำนาจนอกกฎหมาย สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีนโยบายชัดเจนในการขจัดตำรวจที่ทำผิดกฎหมายเสียเอง พร้อมกำชับทุกหน่วยให้ปฏิบัติหน้าที่ภายใต้กรอบกฎหมายอย่างเคร่งครัด” โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติกล่าวย้ำ

 

นอกจากประเด็นการดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่รัฐ จากการสืบสวนสอบสวนกลุ่มชาวต่างชาติทั้ง 5 รายเบื้องต้น พบว่าเป็นบุคคลที่ลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย และมีพฤติการณ์ลักลอบข้ามพรมแดนไทย-กัมพูชาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบความเชื่อมโยงว่าบุคคลกลุ่มนี้มีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติ หรือเครือข่ายหลอกลวงทางออนไลน์ (แก๊งคอลเซ็นเตอร์) หรือไม่

 

ทั้งนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกหน่วยมีมาตรการที่เข้มงวดในการรักษาความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนรวมถึงนักท่องเที่ยวทุกสัญชาติ และขอยืนยันว่าประเทศไทยมีความปลอดภัย โดยรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะไม่ยอมให้ประเทศไทยถูกใช้เป็นฐานที่มั่น หรือแม้แต่เป็นทางผ่านของขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติในทุกรูปแบบ

The post ตร. ลงโทษ 4 ตำรวจนอกรีตอุ้มรีดทรัพย์ชาวจีน สั่งเด้งพ้นราชการทันที หวังเรียกคืนศรัทธาประชาชน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตร. เร่งตรวจสอบปมคลิปตำรวจเรียกรับผลประโยชน์คดียาเสพติด ย้ำด่านตรวจต้องดูแลประชาชน ไม่ใช่แหล่งหาผลประโยชน์ https://thestandard.co/police-drug-case-bribe-probe/ Fri, 08 May 2026 11:28:03 +0000 https://thestandard.co/police-drug-case-bribe-probe/ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ชี้แจงกรณีคลิปตำรวจเรียกรับผลประโยชน์

วันนี้ (8 พฤษภาคม) พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห […]

The post ตร. เร่งตรวจสอบปมคลิปตำรวจเรียกรับผลประโยชน์คดียาเสพติด ย้ำด่านตรวจต้องดูแลประชาชน ไม่ใช่แหล่งหาผลประโยชน์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ชี้แจงกรณีคลิปตำรวจเรียกรับผลประโยชน์

วันนี้ (8 พฤษภาคม) พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ออกมาชี้แจงกรณีที่มีการเผยแพร่คลิปวิดีโอผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งปรากฏภาพอ้างว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำด่านตรวจแห่งหนึ่งในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีพฤติกรรมเรียกตรวจหาสารเสพติดและเรียกรับเงินเพื่อแลกกับการปล่อยตัวผู้ต้องสงสัย

 

โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้รับทราบข้อมูลและตรวจสอบคลิปวิดีโอดังกล่าวในเบื้องต้นแล้ว โดย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้สั่งการด่วนให้หน่วยงานต้นสังกัดเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียดและรอบด้าน พร้อมคาดโทษอย่างหนัก

 

หากผลการสืบสวนพบว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจกระทำการเรียกรับผลประโยชน์ หรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบจริง จะต้องถูกดำเนินคดีขั้นเด็ดขาดทั้งทางวินัย อาญา และทางปกครอง โดยยืนยันอย่างหนักแน่นว่าจะไม่มีการปกป้องผู้กระทำผิดอย่างแน่นอน

 

พร้อมกันนี้ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ได้เน้นย้ำถึงเจตนารมณ์ในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า เป้าหมายหลักของการตั้งจุดตรวจ จุดสกัด และด่านตรวจทั่วประเทศนั้น มีไว้เพื่ออำนวยความสะดวก ดูแลความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน ลดอุบัติเหตุทางถนน และป้องกันปราบปรามอาชญากรรม ไม่ใช่สถานที่สำหรับแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตน สำนักงานตำรวจแห่งชาติให้ความสำคัญกับประเด็นนี้เป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากพฤติกรรมทุจริตดังกล่าวจะส่งผลกระทบและบั่นทอนความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อองค์กรตำรวจโดยตรง

 

ในตอนท้าย โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้กล่าวให้ความมั่นใจแก่สังคมว่า หากตรวจพบการกระทำผิดของเจ้าหน้าที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติพร้อมที่จะตรวจสอบและดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา โปร่งใส ในทุกกรณี

 

ทั้งนี้ ขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชน หากพบเห็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม หรือมีเบาะแสการกระทำผิดของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สามารถแจ้งข้อมูลร้องเรียนได้ที่สายด่วนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หมายเลข 191 หรือ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อร่วมกันตรวจสอบและสร้างความโปร่งใสในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่รัฐต่อไป

The post ตร. เร่งตรวจสอบปมคลิปตำรวจเรียกรับผลประโยชน์คดียาเสพติด ย้ำด่านตรวจต้องดูแลประชาชน ไม่ใช่แหล่งหาผลประโยชน์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตร. เร่งเคลียร์พื้นที่ถนนบางนา-ตราด หลังรถบรรทุกแบตเตอรี่ลิเทียมไฟไหม้ลุกลาม กระทบโครงสร้างทางด่วนบูรพาวิถี https://thestandard.co/lithium-battery-truck-fire-bangna-trad/ Mon, 04 May 2026 03:16:52 +0000 https://thestandard.co/lithium-battery-truck-fire-bangna-trad/ ภาพมุมสูงแสดงเหตุการณ์เพลิงไหม้รถบรรทุกแบตเตอรี่ลิเทียมบนถนนบางนา-ตราด ใต้ทางด่วนบูรพาวิถี เจ้าหน้าที่กำลังควบคุมเพลิงและเคลียร์พื้นที่

วันนี้ (4 พฤษภาคม) ความคืบหน้าเหตุการณ์เพลิงไหม้รถบรรทุ […]

The post ตร. เร่งเคลียร์พื้นที่ถนนบางนา-ตราด หลังรถบรรทุกแบตเตอรี่ลิเทียมไฟไหม้ลุกลาม กระทบโครงสร้างทางด่วนบูรพาวิถี appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพมุมสูงแสดงเหตุการณ์เพลิงไหม้รถบรรทุกแบตเตอรี่ลิเทียมบนถนนบางนา-ตราด ใต้ทางด่วนบูรพาวิถี เจ้าหน้าที่กำลังควบคุมเพลิงและเคลียร์พื้นที่

วันนี้ (4 พฤษภาคม) ความคืบหน้าเหตุการณ์เพลิงไหม้รถบรรทุก 6 ล้อ บรรทุกแบตเตอรี่ลิเทียม บริเวณถนนบางนา-ตราด กิโลเมตรที่ 40 ฝั่งขาเข้ากรุงเทพมหานคร ในพื้นที่อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา เมื่อเวลา 20.20 น. ของคืนวันที่ 3 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา

 

เจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงมีความจำเป็นต้องปิดการจราจรบางส่วนบนถนนบางนา-ตราด ฝั่งขาเข้ากรุงเทพมหานคร เพื่ออำนวยความสะดวกให้เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) ลงพื้นที่เข้าตรวจสอบและเคลียร์พื้นที่อย่างละเอียด

 

เนื่องจากแรงระเบิดทำให้โครงสร้างของทางด่วนบูรพาวิถีด้านบนได้รับความเสียหาย และมีเศษชิ้นส่วนร่วงหล่นลงมากีดขวางพื้นผิวการจราจร ส่งผลให้เกิดปัญหาการจราจรติดขัดสะสมยาวต่อเนื่องหลายกิโลเมตร โดยในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ทำการเปิดเส้นทางเบี่ยงเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนแล้ว

 

ล่าสุด ภายหลังจากที่เจ้าหน้าที่ได้ทำการเก็บรวบรวมวัตถุพยานและเคลื่อนย้ายสิ่งกีดขวางออกจากพื้นที่เรียบร้อยแล้ว ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเตรียมพิจารณาเปิดช่องทางด่วนจำนวน 2 ช่องทาง เพื่อเร่งระบายปริมาณรถที่ตกค้างสะสมอย่างเร่งด่วน

 

อ้างอิง: https://www.facebook.com/share/p/1CueA2tZtU/

The post ตร. เร่งเคลียร์พื้นที่ถนนบางนา-ตราด หลังรถบรรทุกแบตเตอรี่ลิเทียมไฟไหม้ลุกลาม กระทบโครงสร้างทางด่วนบูรพาวิถี appeared first on THE STANDARD.

]]>
​นายกฯ ‘อนุทิน’ นั่งหัวโต๊ะถก ก.ตร. นัดที่ 4/2569 ไฟเขียวปรับเกณฑ์แต่งตั้งสายสืบสวน พร้อมอนุมัติตั้งตำรวจหญิงนอกวาระรับภารกิจสำคัญ https://thestandard.co/anutin-police-investigators-female-officers/ Thu, 30 Apr 2026 05:48:20 +0000 https://thestandard.co/?p=1202651 นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล เป็นประธานประชุม ก.ตร. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

วันนี้ (30 เมษายน) ที่ ห้องประชุมศรียานนท์ อาคาร 1 สำนั […]

The post ​นายกฯ ‘อนุทิน’ นั่งหัวโต๊ะถก ก.ตร. นัดที่ 4/2569 ไฟเขียวปรับเกณฑ์แต่งตั้งสายสืบสวน พร้อมอนุมัติตั้งตำรวจหญิงนอกวาระรับภารกิจสำคัญ appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล เป็นประธานประชุม ก.ตร. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

วันนี้ (30 เมษายน) ที่ ห้องประชุมศรียานนท์ อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ อนุทิน ชาญวีระกูล นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ได้เดินทางมาเป็นประธานการประชุม ก.ตร. ครั้งที่ 4/2569 โดยการประชุมในครั้งนี้มีระเบียบวาระที่สำคัญเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคล และการวางแนวทางแก้ไขปัญหาการขาดแคลนกำลังพลในบางสายงานของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

 

​ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุม พล.ต.ท.ชัยต์พจน สูวรรณรักษ์ ผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล ในฐานะรองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้เปิดเผยถึงผลการพิจารณาในที่ประชุมว่า วาระการประชุมแบ่งออกเป็นวาระเพื่อทราบและวาระเพื่อพิจารณา โดยในส่วนของวาระเพื่อทราบนั้น เป็นการรายงานผลการดำเนินงานตามวงรอบปกติของคณะอนุกรรมการ ก.ตร. ด้านต่างๆ

 

อาทิ งานด้านวินัย การบริหารทรัพยากรบุคคล และการพิจารณาข้อกฎหมาย ซึ่งเป็นการปฏิบัติหน้าที่แทน ก.ตร. ตามกรอบอำนาจที่กำหนดไว้

 

​สำหรับวาระเพื่อพิจารณาซึ่งถือเป็นประเด็นสำคัญ ที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบให้มีการปรับปรุงแก้ไขหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินความรู้ความสามารถของข้าราชการตำรวจในสายงานสืบสวนและสอบสวน เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งสูงขึ้น ตามพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2569

 

โดยการปรับปรุงหลักเกณฑ์ดังกล่าว สืบเนื่องมาจากการลงพื้นที่ของคณะทำงานสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อรับฟังและทำความเข้าใจเกี่ยวกับโครงสร้างการทำงานจริง ซึ่งพบว่ามีข้อจำกัดและอุปสรรคในการปฏิบัติงาน จึงได้นำข้อมูลมาปรับแก้เพื่อให้เกิดความเหมาะสม เป็นธรรม และมุ่งเน้นให้ข้าราชการตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ในสายงานนี้อย่างแท้จริง ได้รับสิทธิและโอกาสในการเติบโตในสายอาชีพอย่างสมเกียรติ

 

​นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้พิจารณาอนุมัติการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจนอกวาระประจำปี โดยเฉพาะในกลุ่มตำรวจหญิงสายงานป้องกันและปราบปราม เนื่องจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติมีความจำเป็นเร่งด่วนในการเสริมกำลังพลให้กับหลายหน่วยงานหลัก อาทิ กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน กองบัญชาการตำรวจนครบาล และกองบัญชาการตำรวจสันติบาล

 

ซึ่งการแต่งตั้งนอกวาระในครั้งนี้ เป็นไปตามนโยบายและแผนการดำเนินงานต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2563 ถึงปีงบประมาณ 2569 เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนบุคลากร โดยผู้ที่ได้รับการบรรจุและผ่านการฝึกอบรมเรียบร้อยแล้ว จะได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการเพื่อรักษาสิทธิและสามารถเข้าปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างเต็มรูปแบบ

 

​พล.ต.ท.ชัยต์พจน ระบุเพิ่มเติมว่า กำลังพลตำรวจหญิงกลุ่มนี้จะมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการปฏิบัติภารกิจด้านความมั่นคง โดยเฉพาะงานถวายความปลอดภัยบุคคลสำคัญ การดูแลแขกต่างประเทศระดับ VVIP รวมถึงภารกิจสำคัญในพระราชพิธีต่างๆ ที่จะมีขึ้นในช่วงปลายปี 2569 ซึ่งล้วนต้องอาศัยบุคลากรที่ผ่านการฝึกฝนเฉพาะทางและมีความพร้อมสูงสุด

 

​ทั้งนี้ การดำเนินงานทั้งหมดของ ก.ตร. ในครั้งนี้ เป็นไปเพื่อยกระดับประสิทธิภาพในการบริหารจัดการกำลังพล รองรับภารกิจสำคัญของสำนักงานตำรวจแห่งชาติในอนาคต ตลอดจนเป็นการสร้างมาตรฐานความมั่นคง ความเป็นธรรม และเป็นขวัญกำลังใจให้กับข้าราชการตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างทุ่มเทต่อไป

The post ​นายกฯ ‘อนุทิน’ นั่งหัวโต๊ะถก ก.ตร. นัดที่ 4/2569 ไฟเขียวปรับเกณฑ์แต่งตั้งสายสืบสวน พร้อมอนุมัติตั้งตำรวจหญิงนอกวาระรับภารกิจสำคัญ appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายกฯ อนุทิน นั่งหัวโต๊ะถก ก.ตร. นัดที่ 4/2569 พิจารณาเกณฑ์แต่งตั้ง-เลื่อนขั้นข้าราชการตำรวจ พร้อมยินดี ‘สุจินต์’ นั่งผู้ตรวจการแผ่นดิน https://thestandard.co/anutin-police-promotions-sujint-ombudsman/ Thu, 30 Apr 2026 03:20:51 +0000 https://thestandard.co/anutin-police-promotions-sujint-ombudsman/ อนุทิน ชาญวีรกูล ประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

วันนี้ (30 เมษายน) เวลา 09.18 น. ที่ ห้องประชุมศรียานนท […]

The post นายกฯ อนุทิน นั่งหัวโต๊ะถก ก.ตร. นัดที่ 4/2569 พิจารณาเกณฑ์แต่งตั้ง-เลื่อนขั้นข้าราชการตำรวจ พร้อมยินดี ‘สุจินต์’ นั่งผู้ตรวจการแผ่นดิน appeared first on THE STANDARD.

]]>
อนุทิน ชาญวีรกูล ประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

วันนี้ (30 เมษายน) เวลา 09.18 น. ที่ ห้องประชุมศรียานนท์ อาคาร 1 ชั้น 2 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ได้เดินทางมาเป็นประธานการประชุม ก.ตร. ครั้งที่ 4/2569 โดยมี พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) พร้อมด้วยรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จเรตำรวจแห่งชาติ และคณะกรรมการ ก.ตร. เข้าร่วมการประชุมอย่างพร้อมเพรียง

 

ทั้งนี้ ก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุม นายกรัฐมนตรีได้เรียกหารือร่วมกับรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเป็นการภายในเป็นระยะเวลาประมาณ 10 นาที

 

สำหรับวาระสำคัญที่น่าจับตาในการประชุมครั้งนี้ อยู่ในระเบียบวาระที่ 4 ซึ่งเป็นเรื่องเสนอเพื่อพิจารณาจำนวน 3 เรื่องหลัก ประกอบด้วย

 

  • การพิจารณาปรับปรุงแก้ไขหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินความรู้ความสามารถ เพื่อใช้ในการพิจารณาแต่งตั้งข้าราชการตำรวจสายงานสืบสวนสอบสวนที่ดำรงตำแหน่งควบ และสามารถปรับระดับเพิ่มหรือลดได้ในตัวเองให้ดำรงตำแหน่งสูงขึ้น ตามพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565
  • การพิจารณาแต่งตั้งข้าราชการตำรวจนอกวาระประจำปี ซึ่งเป็นการพิจารณาบุคลากรในกรณีพิเศษนอกเหนือจากรอบปกติ เพื่อตอบสนองต่อภารกิจและความจำเป็นของหน่วยงาน
  • การคัดเลือกและแต่งตั้งข้าราชการตำรวจชั้นประทวนให้เลื่อนขึ้นเป็นข้าราชการตำรวจชั้นสัญญาบัตร กรณีมีเหตุพิเศษตามหลักเกณฑ์ที่ ก.ตร. กำหนด

 

ในช่วงเริ่มต้นของการประชุม อนุทิน ได้กล่าวเปิดการประชุมพร้อมทั้งแสดงความยินดีกับ สุจินต์ ไชยชุมศักดิ์ ก.ตร. ผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งเข้าร่วมการประชุมในนัดนี้เป็นครั้งสุดท้าย ภายหลังจากที่ได้รับการโปรดเกล้าฯ คัดเลือกให้ไปดำรงตำแหน่งเป็นผู้ตรวจการแผ่นดินคนใหม่ โดยนายกรัฐมนตรีได้กล่าวชื่นชมและขอบคุณในความทุ่มเทที่สุจินต์ได้ปฏิบัติหน้าที่ในฐานะ ก.ตร. ผู้ทรงคุณวุฒิด้วยดีมาโดยตลอด

 

พร้อมระบุว่าตำแหน่งใหม่ถือเป็นภารกิจสำคัญในฐานะองค์กรอิสระที่จะช่วยอำนวยความยุติธรรมในด้านต่าง ๆ ให้กับประชาชน และย้ำว่าคณะกรรมการ ก.ตร. จะร่วมกันพิจารณาวาระการประชุมในวันนี้ด้วยความละเอียดรอบคอบ

 

นอกจากนี้ มีรายงานเพิ่มเติมว่า ภายหลังจากที่ สุจินต์ พ้นจากตำแหน่ง ก.ตร. ผู้ทรงคุณวุฒิอย่างเป็นทางการ ทางสำนักงาน ก.ตร. จะดำเนินการทำหนังสือแจ้งไปยัง วิตถวัลย์ สุนทรขจิต อดีตอธิบดีกรมคุมประพฤติ ซึ่งได้รับการคัดเลือกให้เป็น ก.ตร. ผู้ทรงคุณวุฒิ เข้ามารับตำแหน่งแทนสุจินต์ เพื่อเตรียมความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่และเข้าร่วมการประชุมในวาระครั้งต่อไป

The post นายกฯ อนุทิน นั่งหัวโต๊ะถก ก.ตร. นัดที่ 4/2569 พิจารณาเกณฑ์แต่งตั้ง-เลื่อนขั้นข้าราชการตำรวจ พร้อมยินดี ‘สุจินต์’ นั่งผู้ตรวจการแผ่นดิน appeared first on THE STANDARD.

]]>
​ ร.อ.วิโรจน์ สารภาพร่วมก่อเหตุยิง สส.กมลศักดิ์ ระบุสมพร เป็นผู้บงการ อ้างปมขัดแย้งส่วนตัวไม่ได้รับค่าจ้าง https://thestandard.co/viroj-confesses-somporn-mastermind-shooting/ Thu, 23 Apr 2026 08:49:29 +0000 https://thestandard.co/?p=1200516 ภาพของ ร.อ.วิโรจน์ เกตุมณี ผู้ต้องหาในคดียิง สส.กมลศักดิ์

วันนี้ (23 เมษายน) ความคืบหน้าในการสอบปากคำ ร.อ.วิโรจน์ […]

The post ​ ร.อ.วิโรจน์ สารภาพร่วมก่อเหตุยิง สส.กมลศักดิ์ ระบุสมพร เป็นผู้บงการ อ้างปมขัดแย้งส่วนตัวไม่ได้รับค่าจ้าง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพของ ร.อ.วิโรจน์ เกตุมณี ผู้ต้องหาในคดียิง สส.กมลศักดิ์

วันนี้ (23 เมษายน) ความคืบหน้าในการสอบปากคำ ร.อ.วิโรจน์ เกตุมณี ผู้ต้องหาคนสำคัญในคดีลอบยิง กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) นราธิวาส พรรคประชาชาติ

 

พล.ต.ต.ประยงค์ โคตรสาขา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส ระบุว่า จากการสืบสวนสอบสวนขยายผลเพิ่มเติมจากทางกรุงเทพมหานคร ผู้ต้องหาได้ให้การรับสารภาพแล้วว่ามีส่วนร่วมในการก่อเหตุจริง

 

สำหรับมูลเหตุจูงใจนั้น ผู้ต้องหาอ้างว่าเป็นเรื่องส่วนตัว โดยมี สมพร เป็นผู้สั่งการและบงการอยู่เบื้องหลังทั้งหมด ประกอบกับผู้ต้องหามีความไม่พอใจเป็นการส่วนตัวต่อ มลศักดิ์ จากการลงพื้นที่ปฏิบัติงานด้านสิทธิมนุษยชน จึงตัดสินใจรับงานดังกล่าวจากสมพร

 

อย่างไรก็ตาม พล.ต.ต.ประยงค์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การของผู้ต้องหาทั้งหมด เนื่องจาก ร.อ.วิโรจน์ (ผู้ต้องหา) เป็นนายทหารที่มีประสบการณ์สูง เคยผ่านการอบรมหลักสูตรจากต่างประเทศและมีประวัติการทำงานในต่างประเทศมาอย่างโชกโชน ในเบื้องต้นชุดสืบสวนสอบสวนจึงจะให้น้ำหนักกับการรวบรวมพยานหลักฐานแวดล้อมและนิติวิทยาศาสตร์เป็นหลัก

 

ส่วนประเด็นเรื่องค่าจ้างในการรับงานนั้น ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธเรื่องการรับเงิน โดยอ้างว่าที่ตัดสินใจลงมือทำเป็นเพราะความรักและความเคารพที่มีต่อสมพร ซึ่งมีฐานะเป็นรุ่นพี่จ่าทหารที่ตนสนิทสนม

 

แหล่งที่มา : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนราธิวาส

The post ​ ร.อ.วิโรจน์ สารภาพร่วมก่อเหตุยิง สส.กมลศักดิ์ ระบุสมพร เป็นผู้บงการ อ้างปมขัดแย้งส่วนตัวไม่ได้รับค่าจ้าง appeared first on THE STANDARD.

]]>
คุมตัว ‘ร.อ.วิโรจน์’ มือปืนลอบยิง สส.กมลศักดิ์ ตำรวจจัดกำลังคุ้มกันเข้ม เตรียมเค้นสอบขยายผลล่าตัวผู้บงการ https://thestandard.co/wirot-kamolsak-mp-shooting/ Thu, 23 Apr 2026 05:17:59 +0000 https://thestandard.co/?p=1200398 ตำรวจควบคุมตัว ร.อ. วิโรจน์ เกตุมณี ผู้ต้องหาลอบยิง สส. กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ

วันนี้ (23 เมษายน) เวลา 10.55 น. ที่ สถานีตำรวจภูธรเมือ […]

The post คุมตัว ‘ร.อ.วิโรจน์’ มือปืนลอบยิง สส.กมลศักดิ์ ตำรวจจัดกำลังคุ้มกันเข้ม เตรียมเค้นสอบขยายผลล่าตัวผู้บงการ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตำรวจควบคุมตัว ร.อ. วิโรจน์ เกตุมณี ผู้ต้องหาลอบยิง สส. กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ

วันนี้ (23 เมษายน) เวลา 10.55 น. ที่ สถานีตำรวจภูธรเมืองนราธิวาส บรรยากาศการควบคุมตัว ร.อ.วิโรจน์ เกตุมณี ผู้ต้องหาคนสำคัญในคดีลอบยิง กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) นราธิวาส พรรคประชาชาติ เพื่อเข้าสู่กระบวนการสอบสวนตามกฎหมาย

 

โดยการควบคุมตัวในครั้งนี้นำโดย พล.ต.ต.ประยงค์ โคตรสาขา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส พร้อมด้วย พ.ต.อ.เอกชัย วิเชียร รองผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนจังหวัดชายแดนภาคใต้ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองนราธิวาส ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรบาเจาะ และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ร่วมกันควบคุมตัวอย่างใกล้ชิด ท่ามกลางมาตรการดูแลรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดสูงสุด

 

​จากการสังเกตพบว่า ร.อ.วิโรจน์ ผู้ต้องหา มีสีหน้าเคร่งเครียดและแสดงความกังวลออกมาอย่างเห็นได้ชัด โดยระหว่างการนำตัวลงจากรถ ผู้ต้องหาปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์หรือตอบคำถามใดๆ แก่สื่อมวลชนที่มารอติดตามทำข่าว

 

โดยเลือกที่จะเงียบและส่ายหน้าปฏิเสธการตอบคำถาม

 

ทั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินการสืบสวนสอบปากคำผู้ต้องหาอย่างละเอียด ก่อนที่จะเตรียมนำตัวส่งฝากขังยังศาลจังหวัดนราธิวาสตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป อย่างไรก็ตาม ประเด็นสำคัญที่สังคมกำลังจับตามองอย่างใกล้ชิดที่สุดในขณะนี้ คือการขยายผลเพื่อค้นหาตัวผู้บงการที่อยู่เบื้องหลังการสั่งการลอบสังหารในครั้งนี้

 

อ้างอิง: https://www.facebook.com/share/1L1HNDFC7N/

The post คุมตัว ‘ร.อ.วิโรจน์’ มือปืนลอบยิง สส.กมลศักดิ์ ตำรวจจัดกำลังคุ้มกันเข้ม เตรียมเค้นสอบขยายผลล่าตัวผู้บงการ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เจ้าหน้าที่ตำรวจคุมตัววิโรจน์ ส่ง สภ.นราธิวาสเตรียมฝากขังเช้าวันนี้ เผยรับสารภาพ ยิง สส.กมลศักดิ์ ก่อนหนีกบดานเมียนมานับเดือน https://thestandard.co/viroj-arrested-shooting-mp-myanmar/ Thu, 23 Apr 2026 01:30:22 +0000 https://thestandard.co/viroj-arrested-shooting-mp-myanmar/ ภาพเจ้าหน้าที่ตำรวจแถลงข่าวจับกุมผู้ต้องหาคดีลอบยิง สส.กมลศักดิ์

วานนี้ (23 เมษายน) พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำร […]

The post เจ้าหน้าที่ตำรวจคุมตัววิโรจน์ ส่ง สภ.นราธิวาสเตรียมฝากขังเช้าวันนี้ เผยรับสารภาพ ยิง สส.กมลศักดิ์ ก่อนหนีกบดานเมียนมานับเดือน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพเจ้าหน้าที่ตำรวจแถลงข่าวจับกุมผู้ต้องหาคดีลอบยิง สส.กมลศักดิ์

วานนี้ (23 เมษายน) พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย พล.ต.ท. นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผู้บัญชาการประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ร่วมกันแถลงผลการจับกุม ร.อ. วิโรจน์ เกตุมณี ผู้ต้องหาคนสุดท้ายในคดีลอบยิง กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ โดยจับกุมได้ที่ชายแดน อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี หลังหลบหนีไปฝั่งเมียนมานานนับเดือน ถือเป็นการปิดคดีในส่วนของกลุ่มผู้ลงมือก่อเหตุทั้ง 5 รายได้ครบถ้วนตามหมายจับ

 

พล.ต.อ. สำราญ เปิดเผยว่า ร.อ. วิโรจน์ ยอมรับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือก่อเหตุจริง โดยมีแรงจูงใจเบื้องต้นมาจากการที่ตนเองลาออกจากราชการทหารแล้วไม่มีงานทำ จึงมาอาศัยอยู่กับ สมพร ลังเดช (หนึ่งในผู้ต้องหา) ที่ จังหวัดนราธิวาส ก่อนจะได้รับข้อมูลและร่วมกันก่อเหตุ ส่วนประเด็นเรื่องการยืมรถ กอ.รมน. มาใช้นั้น ผู้ต้องหายอมรับว่ายืมมาจริง แต่รายละเอียดเชิงลึกและไทม์ไลน์ที่ยังขัดแย้งกันอยู่ เจ้าหน้าที่กำลังเร่งสอบสวนขยายผลต่อไป

 

ด้าน พล.ต.ท. นพศิลป์ ระบุว่า การติดตามตัวเป็นไปอย่างเข้มข้นตามคำสั่งนายกรัฐมนตรี โดยแกะรอยจากจุดเกิดเหตุที่นราธิวาส ผ่านหลายจังหวัดจนพบว่ากบดานอยู่ตะเข็บชายแดน ซึ่งได้รับความร่วมมือจากกองกำลังในพื้นที่จนสามารถคุมตัวได้พร้อมเงินติดตัว 4,500 บาท ทั้งนี้พบประวัติผู้ต้องหาเคยเป็นทหารในพื้นที่นราธิวาสช่วงปี 2533-2534 และเคยมีคดีปืนเถื่อนติดตัวมาก่อน

 

สำหรับประเด็นผู้จ้างวาน พล.ต.อ. สำราญ ย้ำว่ายังเร็วเกินไปที่จะระบุตัวตนในวันนี้ แต่ยืนยันว่าพยานหลักฐานเชื่อมโยงไปถึงใครจะดำเนินคดีอย่างถึงที่สุดและเที่ยงธรรม

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 07.00 น. วันนี้ (23 เมษายน) เจ้าหน้าที่ตำรวจได้คุมตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.ในพื้นที่ จังหวัดนราธิวาส เพื่อดำเนินการสอบปากคำ และฝากขังตามขั้นตอน ซึ่งได้กำชับเรื่องความปลอดภัยของผู้ต้องหาอย่างเข้มงวดตามที่เจ้าตัวร้องขอ

 

วิโรจน์คือใคร

 

สำหรับ ร.อ. วิโรจน์ ผู้ต้องหา เป็น 1 ใน 5 ผู้ร่วมก่อเหตุคดียิง กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.จังหวัดนราธิวาส พรรคประชาชาติ เคยทำงานรับราชการทหาร ก่อนลาออกไปทำงานต่างประเทศกับ UN เป็นเวลา 16 ปี แต่เมื่อเดินทางกลับมาไทยแล้วไม่มีงานทำ จึงไปอาศัยอยู่กับสมพร (หนึ่งในผู้ต้องหา)

 

เปิดขั้นตอนกลุ่ม 5 ผู้ต้องหายิง สส.กมลศักดิ์

 

พยานหลักฐานชี้ชัดว่า สมพร ลังเดช ทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงานและชี้เป้าหมายในการลอบยิง สส.กมลศักดิ์ โดยเริ่มจากการไปติดตามเป้าหมายที่สนามบินหาดใหญ่พร้อม อาลาวี อาแว ในคืนวันที่ 19 มีนาคม 69 ก่อนโทรสั่งการให้ ร.อ. วิโรจน์ และ ธนภัทร ให้นำรถออกมาสลับเปลี่ยนให้ อาลาวีเป็นผู้ขับ

 

จนกระทั่งเวลา 01.08 น. ของวันที่ 20 มีนาคม 69 ทีมก่อเหตุได้ขับรถประกบยิงรถตู้เป้าหมายแล้วหลบหนี โดยปล่อยอาลาวีลงข้างทางพร้อมซ่อนอาวุธปืน ส่วน ร.อ. วิโรจน์ และธนภัทรได้นำรถไปจอดทิ้งไว้ที่อู่ของสุนทร พรมหมภักดี โดยสมพรได้สั่งการให้สุนทรจัดการชำแหละแยกชิ้นส่วนรถยนต์คันดังกล่าวเพื่อทำลายหลักฐาน

The post เจ้าหน้าที่ตำรวจคุมตัววิโรจน์ ส่ง สภ.นราธิวาสเตรียมฝากขังเช้าวันนี้ เผยรับสารภาพ ยิง สส.กมลศักดิ์ ก่อนหนีกบดานเมียนมานับเดือน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศาลอาญานัดไต่สวนมูลฟ้อง ‘พล.ต.อ.สุรเชษฐ์’ ฟ้องกลับอดีตลูกน้องฐานแจ้งความเท็จ อ้างถูกทำร้ายร่างกาย หมอธวัชชัยเป็นพยานเบิกความชี้แจงรหัสเวชระเบียน https://thestandard.co/surachate-krit-lawsuit-assault-medical/ Mon, 20 Apr 2026 04:39:10 +0000 https://thestandard.co/?p=1198982 พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล เดินทางมาศาลอาญา เพื่อไต่สวนมูลฟ้องคดีฟ้องกลับลูกน้องแจ้งความเท็จ

วันนี้ (20 เมษายน) ที่ ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลได้นัดไ […]

The post ศาลอาญานัดไต่สวนมูลฟ้อง ‘พล.ต.อ.สุรเชษฐ์’ ฟ้องกลับอดีตลูกน้องฐานแจ้งความเท็จ อ้างถูกทำร้ายร่างกาย หมอธวัชชัยเป็นพยานเบิกความชี้แจงรหัสเวชระเบียน appeared first on THE STANDARD.

]]>
พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล เดินทางมาศาลอาญา เพื่อไต่สวนมูลฟ้องคดีฟ้องกลับลูกน้องแจ้งความเท็จ

วันนี้ (20 เมษายน) ที่ ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลได้นัดไต่สวนมูลฟ้องในคดีที่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้มอบหมายให้ทนายความส่วนตัวเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง พ.ต.ท.คริษฐ์ ปริยะเกตุ อดีตผู้ใต้บังคับบัญชาคนสนิท เป็นจำเลย

 

ในความผิดฐานแจ้งความเท็จเพื่อให้ผู้อื่นได้รับโทษทางอาญา สืบเนื่องจากกรณีที่ พ.ต.ท.คริษฐ์ ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กล่าวหาว่า พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กระทำการทำร้ายร่างกาย ซึ่งทางฝั่งโจทก์ระบุว่าการกระทำดังกล่าวส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อชื่อเสียงและทำให้สังคมเกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนอย่างร้ายแรง

 

โดยเมื่อเวลา 09.00 น. พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ได้เดินทางมาถึงศาลด้วยสีหน้าเรียบเฉยและท่าทีที่เป็นปกติ พร้อมกล่าวทักทายสื่อมวลชนที่มารอปักหลักทำข่าว อย่างไรก็ตาม เจ้าตัวปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ในรายละเอียดของคดีวันนี้ โดยระบุเพียงว่าตนเดินทางมาศาลในคดีอื่นซึ่งคนละส่วนกับคดีที่ทนายความดำเนินการอยู่ พร้อมแจ้งว่าเตรียมจะจัดงานแถลงข่าวอย่างเป็นทางการในวันพรุ่งนี้ (21 เมษายน) เวลา 10.00 น. ก่อนจะขอตัวเดินขึ้นไปยังห้องพิจารณาคดี

 

ขณะเดียวกัน พ.อ.นพ.ธวัชชัย กาญจนรินทร์ อดีตศัลยแพทย์ โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ได้เดินทางมายังศาลอาญาในฐานะพยานฝั่งโจทก์ หลังจากที่ทนายความของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ได้ทำหนังสือออกหมายเรียกให้มาเบิกความในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการวิเคราะห์ข้อมูลเวชระเบียน โดย พ.อ.นพ.ธวัชชัย เปิดเผยว่า ตนได้นำใบเวชระเบียนที่ผู้ประกาศข่าวชื่อดังรายหนึ่งโพสต์ลงบนโซเชียลมีเดียเมื่อวันที่ 9 มกราคม 2569 มาวิเคราะห์และแสดงความคิดเห็นทางการแพทย์ผ่านพื้นที่โซเชียลส่วนตัว

 

ซึ่งยืนยันว่าการวิเคราะห์ดังกล่าวเป็นไปตามหลักวิชาการที่ปรากฏในเอกสารทางการแพทย์ที่ออกโดยโรงพยาบาลเอกชนที่มีชื่อเสียงและมีความน่าเชื่อถือ ตนไม่ได้มีเจตนาเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง และไม่สามารถยืนยันได้ว่าเหตุการณ์ที่มีการกล่าวอ้างว่า พ.ต.ท.คริษฐ์ ถูกทำร้ายร่างกายเมื่อ 9 ปีก่อนนั้นเกิดขึ้นจริงหรือไม่ เนื่องจากไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์

 

ทั้งนี้ พ.อ.นพ.ธวัชชัย ได้ขยายความถึงประเด็นการวิเคราะห์รหัสทางการแพทย์ในใบเวชระเบียนว่า ข้อมูลระบุรหัส H72.8 ซึ่งในทางการแพทย์หมายถึง แก้วหูทะลุชนิดอื่นๆ ที่มีสาเหตุมาจากโรคหรือความเจ็บป่วย แต่หากเป็นการบาดเจ็บที่เกิดจากการถูกทำร้ายร่างกายอย่างเฉียบพลัน แพทย์จะต้องลงรหัสวินิจฉัยเป็น S09.2 ซึ่งหมายถึงแก้วหูทะลุจากการบาดเจ็บเฉียบพลัน อย่างชัดเจน

 

นอกจากนี้ พ.อ.นพ.ธวัชชัย ยังได้ชี้แจงถึงความสัมพันธ์ส่วนตัวกับ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ว่า ตนเคยรู้จักและพบกันเพียงจากการไปร่วมออกรายการโทรทัศน์เพื่อวิเคราะห์คดีที่เกี่ยวข้องกับสารไซยาไนด์เท่านั้น ซึ่งเป็นช่วงเวลาก่อนที่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ จะมีประเด็นเรื่องคดีสินบนหรือคดีอื่นๆ ตามมาในภายหลัง และขอยืนยันว่าไม่ได้มีความรู้จักมักคุ้นหรือสนิทสนมกันเป็นการส่วนตัวแต่อย่างใด

The post ศาลอาญานัดไต่สวนมูลฟ้อง ‘พล.ต.อ.สุรเชษฐ์’ ฟ้องกลับอดีตลูกน้องฐานแจ้งความเท็จ อ้างถูกทำร้ายร่างกาย หมอธวัชชัยเป็นพยานเบิกความชี้แจงรหัสเวชระเบียน appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายกฯ ขอโทษประชาชน ปมแม่ทัพภาคที่ 4 สื่อสารพลาด ยอมรับพูดไม่ครบถ้วน ย้ำเร่งขยายผลคดียิง สส.กมลศักดิ์ https://thestandard.co/pm-apologizes-army-communication-error/ Fri, 17 Apr 2026 10:12:18 +0000 https://thestandard.co/?p=1198597 อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี แถลงข่าวกรณีแม่ทัพภาคที่ 4 สื่อสารพลาด

วันนี้ (17 เมษายน) ที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในรา […]

The post นายกฯ ขอโทษประชาชน ปมแม่ทัพภาคที่ 4 สื่อสารพลาด ยอมรับพูดไม่ครบถ้วน ย้ำเร่งขยายผลคดียิง สส.กมลศักดิ์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี แถลงข่าวกรณีแม่ทัพภาคที่ 4 สื่อสารพลาด

วันนี้ (17 เมษายน) ที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ภาค 4 ส่วนหน้า ค่ายสิรินธร จังหวัดปัตตานี อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานการประชุมติดตามความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ ถึงกรณีที่ได้พบปะพูดคุยกับ กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ

 

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เราดำเนินการอย่างเต็มที่ ซึ่งทางตำรวจก็สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้จะครบแล้ว โดยอยู่ระหว่างการสอบขยายผล พร้อมยืนยันว่าอำนวยความยุติธรรมให้กับทุกฝ่าย และเชื่อว่า ความยุติธรรมในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้จะก่อให้เกิดความสงบสุขและสันติสุข จึงต้องอำนวยความยุติธรรมให้ได้ก่อน

 

เมื่อถามถึงกรณีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ต่อแม่ทัพภาคที่ 4 นายกรัฐมนตรียอมรับว่า มีการพูดคุยกัน ซึ่งในเรื่องการปฏิบัติงานท่านก็ทุ่มเทเต็มที่ ไม่ใช่เฉพาะในช่วงนี้ โดยตั้งแต่ที่ท่านเข้ามารับตำแหน่งมีภัยพิบัติหรือมีเรื่องต่างๆ ท่านก็อยู่ที่หน้างานมาโดยตลอด และตอบสนองนโยบายของรัฐบาล

 

ในช่วงหลังอาจจะมีสถานการณ์จำนวนมาก และท่านก็ถูกทั้งส่วนกลางและตนซักถาม เร่งรัดภารกิจต่างๆ ซึ่งเมื่อมีเหตุการณ์ในช่วงนี้ ทำให้ท่านพยายามจะตอบ แต่ขอยืนยันในใจของท่านไม่มีอะไร บางทีเวลาตอบภายใต้ภาวะที่ตึงเครียด ท่านก็มายอมรับว่า พูดไม่ครบถ้วนบ้าง พลาดไปบ้าง ตนก็ถามว่าท่านพร้อมจะขอโทษพี่น้องประชาชนหรือไม่ ท่านก็ตอบว่าพร้อม ซึ่งท่านก็ได้ขอโทษพี่น้องประชาชนด้วยความเต็มใจ

 

“ผมก็ต้องขอโทษประชาชนด้วย ในฐานะ ผอ.กอ.รมน. สิ่งที่ทำให้ประชาชนเกิดความกังวล วิตกห่วงใย วันนี้เรามาแก้ไข และจี้ไปทุกประเด็นจะพยายามทำในสิ่งที่กฎหมายกำหนด คนไหนมีความผิด เราจะดำเนินคดีไปถึงที่สุด ไม่ต้องกังวลว่าจะไปถูกตัดตอนตรงไหน” นายกรัฐมนตรีกล่าว

 

ส่วนกรณีที่สถาบันปอเนาะไม่สบายใจ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ตนได้กล่าวกับผู้แทนของสมาคมสมาพันธ์โรงเรียนเอกชนภาคใต้ ขดดะรี บินเซ็น ซึ่งเป็นประธานที่ปรึกษา ศอ.บต. รับรองว่าคำพูดของแม่ทัพภาคที่ 4 ไม่ได้พูดว่าทุกที่เป็นอย่างนั้น อาจมีบางที่บางจุด เราเชื่อว่าทุกคนต้องการสร้างความสงบที่จะอยู่ด้วยกัน

 

“อย่างที่บอกเวลาพูดภายใต้สภาวะกดดัน อย่างผมพูดติดๆ ขัดๆ ต้องระวัง แต่ในใจมีแต่ความรักความห่วงใย และความเชื่อมั่นสำหรับประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ทุกเชื้อชาติศาสนา ผมเห็นภาพแล้วประทับใจมาก ผมเคยไปอำเภอหนึ่งที่โรงพยาบาล เห็นพระสงฆ์นอนอยู่แล้วอิหม่ามมุสลิมนั่งบีบขา เห็นแล้วรู้สึกดี ภาพเหล่านี้เห็นความมั่นใจที่จะทำให้ดีขึ้น”

 

สำหรับการพัฒนาเศรษฐกิจ นายกรัฐมนตรีย้ำว่า ต้องสร้างความเชื่อมั่นระหว่างรัฐบาลกับประชาชนเพื่อดึงดูดการลงทุน โดยมองว่าวิกฤตความขัดแย้งเรื่องน้ำมันในตะวันออกกลางเป็นโอกาสทองของประเทศไทยที่จะใช้พื้นที่ชายแดนภาคใต้เป็นแหล่งผลิตอาหารที่สอดคล้องกับหลักศาสนา ซึ่งหากเราเชื่อมั่นในศักยภาพและร่วมกันดูแลพี่น้องประชาชน พื้นที่แห่งนี้จะกลายเป็นแหล่งอาหารสำคัญและสร้างความเติบโตทางเศรษฐกิจให้ประเทศได้

The post นายกฯ ขอโทษประชาชน ปมแม่ทัพภาคที่ 4 สื่อสารพลาด ยอมรับพูดไม่ครบถ้วน ย้ำเร่งขยายผลคดียิง สส.กมลศักดิ์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
สุรเชษฐ์ส่งทนายความฟ้อง รอง ผบช.ก. ฐานหมิ่นประมาทฯออกสื่อ ปมทำร้ายลูกน้อง ทนายยันไร้หลักฐาน ขณะศาลนัดไต่สวน 20 ก.ค.นี้ https://thestandard.co/surachate-jaroonkiat-defamation-lawsuit/ Fri, 17 Apr 2026 06:25:39 +0000 https://thestandard.co/?p=1198521 ทนายความของ สุรเชษฐ์ หักพาล ยื่นฟ้อง พล.ต.ต. จรูญเกียรติ ปานแก้ว ฐานหมิ่นประมาทต่อศาลอาญา

วันนี้ (17 เมษายน) ที่ศาลอาญา พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ หักพาล อ […]

The post สุรเชษฐ์ส่งทนายความฟ้อง รอง ผบช.ก. ฐานหมิ่นประมาทฯออกสื่อ ปมทำร้ายลูกน้อง ทนายยันไร้หลักฐาน ขณะศาลนัดไต่สวน 20 ก.ค.นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทนายความของ สุรเชษฐ์ หักพาล ยื่นฟ้อง พล.ต.ต. จรูญเกียรติ ปานแก้ว ฐานหมิ่นประมาทต่อศาลอาญา

วันนี้ (17 เมษายน) ที่ศาลอาญา พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรอง ผบ.ตร. มอบอำนาจให้ สัญญาภัชระ สามารถ ทนายความส่วนตัว ยื่นฟ้อง พล.ต.ต. จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. เป็นจำเลยในความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91, 326, 328, 332

 

โดยศาลได้รับไว้เป็นคดี อ 1025/2569 นัดไต่สวนมูลฟ้องวันที่ 20 กรกฎาคม 2569 เวลา 09.00 น.

 

ภายหลัง สัญญาภัชระ ทนายความ พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ กล่าวว่า นายตำรวจท่านนี้ได้ให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อมวลชนผ่านช่อง YouTube และรายการโทรทัศน์ต่างๆ ให้ประชาชนทั่วไปได้ทราบ เมื่อวันที่ 20 และ 30 มกราคม 2569 ในทำนองว่า พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ ตบลูกน้องยศ พ.ต.ท. และมีลูกน้องคนถูกทำร้ายจิตใจทำให้กลายเป็นซึมเศร้า

 

นอกจากนี้มีลูกน้องอีกหลายคนซึ่งตนไม่แน่ใจว่าหมายถึงลูกน้องทั้ง 17 คนหรือไม่ แต่จากการตรวจสอบรายงานแพทย์ต่างๆ ไม่พบข้อเท็จจริงตามที่นายตำรวจท่านนี้ให้สัมภาษณ์ การให้สัมภาษณ์ดังกล่าวจึงเป็นการใส่ความ พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ ผ่านการบันทึกภาพ กระจายภาพและเสียง เพื่อให้ประชาชนทั่วไปได้รับทราบ ทำให้ พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ เสื่อมเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น เกลียดชัง มองว่านายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ท่านนี้ไม่ควรมาให้สัมภาษณ์ในข้อเท็จจริงที่ไม่เป็นความจริง จึงนำเรื่องมายื่นฟ้องต่อศาล ให้ศาลพิสูจน์ข้อเท็จจริงต่อไป

 

ผู้สื่อข่าวถามว่า ในส่วนของลูกน้องทั้ง 17 คน มีการแจ้งความหรือฟ้องดำเนินคดีกับตัว พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ หรือไม่

 

สัญญาภัชระ กล่าวว่า ตนทราบจากข่าวเท่านั้น ขณะนี้ยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหากับทาง พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ ทั้งนี้จากการปรึกษากับทาง พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ แล้วเห็นว่า หากมีการแจ้งความดำเนินคดี และสิ่งที่แจ้งเป็นเรื่องจริง พิสูจน์ได้ทาง พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ ก็พร้อมเข้าสู่กระบวนการ แต่ถ้าเป็นเรื่องไม่จริงและการนำไปแจ้งความหรือเป็นพยานในคดีต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ พร้อมจะดำเนินคดีกับทุกคน เพราะท่านก็ต้องรักษาชื่อเสียงของท่านเช่นกัน

 

สัญญาภัชระ กล่าวว่า ที่สำคัญในคดีนี้ มีการอ้างว่าเหตุเกิดวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2560 หากตรวจสอบลำดับเหตุการณ์แล้วขณะนั้น พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ เป็น ผบก.สปพ. ส่วน พ.ต.ท.เป็นสารวัตรสืบสวน สน.พญาไท อยู่คนละสายงานกันไม่มีทางมาบรรจบกันได้ และเพิ่งมีการแจ้งความกล่าวโทษเมื่อเดือนมกราคม 2569 ถ้าเหตุการณ์เกิดขึ้นจริงทำไมถึงปล่อยให้ล่วงเลยมาถึง 9 ปี เพราะที่ผ่านมาก็ยังเคยทำงานร่วมกันอยู่ แล้วมีความเจริญเติบโตในหน้าที่การงานด้วยซ้ำ

The post สุรเชษฐ์ส่งทนายความฟ้อง รอง ผบช.ก. ฐานหมิ่นประมาทฯออกสื่อ ปมทำร้ายลูกน้อง ทนายยันไร้หลักฐาน ขณะศาลนัดไต่สวน 20 ก.ค.นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผบ.ตร.เผยคดีสินบนทองคำ 246 บาท ซับซ้อน ส่งสำนวนให้อัยการพิจารณาแล้ว รอ ปปป. แถลงรายละเอียดพรุ่งนี้ https://thestandard.co/police-gold-bribe-case-update/ Fri, 17 Apr 2026 05:14:08 +0000 https://thestandard.co/?p=1198504 พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ แถลงความคืบหน้าคดีสินบนทองคำ 246 บาท

วันนี้ (17 เมษายน) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ. กิต […]

The post ผบ.ตร.เผยคดีสินบนทองคำ 246 บาท ซับซ้อน ส่งสำนวนให้อัยการพิจารณาแล้ว รอ ปปป. แถลงรายละเอียดพรุ่งนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ แถลงความคืบหน้าคดีสินบนทองคำ 246 บาท

วันนี้ (17 เมษายน) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) กล่าวถึงกรณีที่วานนี้ (16 เมษายน) พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิศมัย อดีตรองผู้บังคับการกองบังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 4 ลูกน้องคนสนิทของ พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ หักพาล เข้ายื่นหนังสือทวงถามความคืบหน้าคดีสินบนทองคํา 246 บาท ว่า เป็นการยื่นหนังสือและรับตามขั้นตอน โดยมอบหมายให้ฝ่ายกฎหมายรับเพื่อเสนอความคิดเห็น ซึ่งกระบวนการทางคดี กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ กองบัญชาการตํารวจสอบสวนกลาง ได้ตั้งคณะพนักงานสอบสวนและดําเนินการสอบสวนเรื่อยมา

 

ผบ.ตร. กล่าวว่า ได้รับรายงานว่าทางคณะพนักงานสอบสวนได้ส่งสํานวนให้อัยการพิจารณาแล้ว คดีดังกล่าวมีความละเอียดและซับซ้อน จึงจําเป็นต้องรวบรวมพยานหลักฐานให้รัดกุมมากที่สุด ซึ่งรายละเอียดต่างๆ ในเรื่องการสอบสวน ขอให้ไปสอบถามทางคณะพนักงานสอบสวนกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) ซึ่งจะมีการแถลงข่าวในวันพรุ่งนี้

 

เมื่อถามถึงกรณีที่วันนี้ พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ มอบหมายให้ทนายความส่วนตัวยื่นฟ้องเอาผิด พล.ต.ต. จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตํารวจสอบสวนกลาง ในข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ กล่าวว่า ถือเป็นเรื่องปกติที่ผู้ถูกกล่าวหามักจะยื่นฟ้องเจ้าหน้าที่ตํารวจชุดทํางานในคดี แต่ขอยืนยันว่าทางคณะพนักงานสอบสวนดําเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย

The post ผบ.ตร.เผยคดีสินบนทองคำ 246 บาท ซับซ้อน ส่งสำนวนให้อัยการพิจารณาแล้ว รอ ปปป. แถลงรายละเอียดพรุ่งนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
สงกรานต์ถนนสายต้นยาง เชียงใหม่-ลำพูน คึกคัก ประชาชนแห่เล่นน้ำเนืองแน่น https://thestandard.co/songkran-chiang-mai-lamphun-waterplay/ Tue, 14 Apr 2026 13:01:30 +0000 https://thestandard.co/?p=1197987 บรรยากาศเทศกาลสงกรานต์ ประเพณีปี๋ใหม่เมือง บริเวณถนนเชียงใหม่–ลำพูน หรือถนนสายต้นยาง มีประชาชนและนักท่องเที่ยวเล่นสาดน้ำกันอย่างคึกคัก

วันนี้ (14 เมษายน) ช่างภาพข่าว THE STANDARD ลงพื้นที่เก […]

The post สงกรานต์ถนนสายต้นยาง เชียงใหม่-ลำพูน คึกคัก ประชาชนแห่เล่นน้ำเนืองแน่น appeared first on THE STANDARD.

]]>
บรรยากาศเทศกาลสงกรานต์ ประเพณีปี๋ใหม่เมือง บริเวณถนนเชียงใหม่–ลำพูน หรือถนนสายต้นยาง มีประชาชนและนักท่องเที่ยวเล่นสาดน้ำกันอย่างคึกคัก

วันนี้ (14 เมษายน) ช่างภาพข่าว THE STANDARD ลงพื้นที่เก็บภาพบรรยากาศการเฉลิมฉลองเทศกาลสงกรานต์ ประเพณีปี๋ใหม่เมือง บริเวณถนนเชียงใหม่–ลำพูน หรือที่รู้จักกันในชื่อ ถนนสายต้นยาง ซึ่งเป็นเส้นทางสายประวัติศาสตร์ที่เชื่อมต่อระหว่างจังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดลำพูน

 

โดยบรรยากาศการเล่นน้ำในพื้นที่เป็นไปอย่างคึกคักตั้งแต่ช่วงกลางวันลากยาวไปจนถึงช่วงค่ำ มีประชาชนในพื้นที่รวมถึงนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติออกมาร่วมกิจกรรมกันอย่างเนืองแน่น สองข้างทางเต็มไปด้วยจุดเล่นน้ำที่ประชาชนนำถังและอุปกรณ์ต่างๆ มาตั้งเพื่อสาดน้ำคลายร้อน ควบคู่ไปกับการตั้งร้านค้าของบรรดาพ่อค้าแม่ค้าที่นำสินค้าและอาหารมาจำหน่ายเพื่ออำนวยความสะดวกตลอดเส้นทาง

 

นอกจากนี้ ยังมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากที่นิยมนำรถกระบะบรรทุกน้ำขับตระเวนเพื่อร่วมเล่นสาดน้ำไปตามท้องถนน ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งสีสันที่เป็นเอกลักษณ์ของการเล่นสงกรานต์ในพื้นที่

 

​จากปริมาณผู้เข้าร่วมงานและรถกระบะเล่นน้ำที่หลั่งไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้สภาพการจราจรบริเวณสี่แยกหนองหอยมีความหนาแน่นสูง และมีปริมาณรถติดสะสมยาวเป็นระยะทางกว่า 6 กิโลเมตร ต่อเนื่องไปจนถึงสี่แยกกองทราย อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่

 

เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาและอำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้เส้นทาง เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรจึงได้ดำเนินการปรับแผนการเดินรถบริเวณสี่แยกหนองหอยและสี่แยกกองทรายชั่วคราว โดยจัดการจราจรให้เป็นรูปแบบวงเวียนเพื่อช่วยระบายรถให้เคลื่อนตัวได้อย่างต่อเนื่อง

 

อย่างไรก็ตาม แม้ปริมาณรถจะติดขัดอย่างหนักจากการมารวมตัวกันของคลื่นมหาชนบนเส้นทางถนนสายต้นยาง แต่ภาพรวมของการจัดกิจกรรมยังคงเต็มไปด้วยรอยยิ้มและความสนุกสนาน ผู้เข้าร่วมงานต่างเล่นสาดน้ำกันอย่างสุภาพและเป็นระเบียบเรียบร้อย โดยบรรยากาศแห่งความสุขและความชุ่มฉ่ำนี้ได้ดำเนินไปอย่างต่อเนื่องจนถึงช่วงดึกของทุกวันตลอดช่วงเทศกาลสงกรานต์

 

บรรยากาศเทศกาลสงกรานต์ ประเพณีปี๋ใหม่เมือง บริเวณถนนเชียงใหม่–ลำพูน หรือถนนสายต้นยาง มีประชาชนและนักท่องเที่ยวเล่นสาดน้ำกันอย่างคึกคัก 1บรรยากาศเทศกาลสงกรานต์ ประเพณีปี๋ใหม่เมือง บริเวณถนนเชียงใหม่–ลำพูน หรือถนนสายต้นยาง มีประชาชนและนักท่องเที่ยวเล่นสาดน้ำกันอย่างคึกคัก 2บรรยากาศเทศกาลสงกรานต์ ประเพณีปี๋ใหม่เมือง บริเวณถนนเชียงใหม่–ลำพูน หรือถนนสายต้นยาง มีประชาชนและนักท่องเที่ยวเล่นสาดน้ำกันอย่างคึกคัก 3บรรยากาศเทศกาลสงกรานต์ ประเพณีปี๋ใหม่เมือง บริเวณถนนเชียงใหม่–ลำพูน หรือถนนสายต้นยาง มีประชาชนและนักท่องเที่ยวเล่นสาดน้ำกันอย่างคึกคัก 4บรรยากาศเทศกาลสงกรานต์ ประเพณีปี๋ใหม่เมือง บริเวณถนนเชียงใหม่–ลำพูน หรือถนนสายต้นยาง มีประชาชนและนักท่องเที่ยวเล่นสาดน้ำกันอย่างคึกคัก 5บรรยากาศเทศกาลสงกรานต์ ประเพณีปี๋ใหม่เมือง บริเวณถนนเชียงใหม่–ลำพูน หรือถนนสายต้นยาง มีประชาชนและนักท่องเที่ยวเล่นสาดน้ำกันอย่างคึกคัก 6บรรยากาศเทศกาลสงกรานต์ ประเพณีปี๋ใหม่เมือง บริเวณถนนเชียงใหม่–ลำพูน หรือถนนสายต้นยาง มีประชาชนและนักท่องเที่ยวเล่นสาดน้ำกันอย่างคึกคัก 7บรรยากาศเทศกาลสงกรานต์ ประเพณีปี๋ใหม่เมือง บริเวณถนนเชียงใหม่–ลำพูน หรือถนนสายต้นยาง มีประชาชนและนักท่องเที่ยวเล่นสาดน้ำกันอย่างคึกคัก 8บรรยากาศเทศกาลสงกรานต์ ประเพณีปี๋ใหม่เมือง บริเวณถนนเชียงใหม่–ลำพูน หรือถนนสายต้นยาง มีประชาชนและนักท่องเที่ยวเล่นสาดน้ำกันอย่างคึกคัก 9บรรยากาศเทศกาลสงกรานต์ ประเพณีปี๋ใหม่เมือง บริเวณถนนเชียงใหม่–ลำพูน หรือถนนสายต้นยาง มีประชาชนและนักท่องเที่ยวเล่นสาดน้ำกันอย่างคึกคัก 10

The post สงกรานต์ถนนสายต้นยาง เชียงใหม่-ลำพูน คึกคัก ประชาชนแห่เล่นน้ำเนืองแน่น appeared first on THE STANDARD.

]]>
ฉก.นราธิวาส ออกแถลงการณ์ยันความบริสุทธิ์ใจ ปฏิเสธเอี่ยวลอบยิง สส.กมลศักดิ์ ระบุความจริงต้องพิสูจน์ด้วยหลักฐาน https://thestandard.co/narathiwat-task-force-deny-mp-shooting/ Tue, 14 Apr 2026 09:28:48 +0000 https://thestandard.co/?p=1197959 หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาสออกแถลงการณ์ ยืนยันความบริสุทธิ์ใจ ปฏิเสธเกี่ยวข้องเหตุลอบยิง สส.กมลศักดิ์

วันนี้ (14 เมษายน) หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส (ฉก.นราธิวาส) […]

The post ฉก.นราธิวาส ออกแถลงการณ์ยันความบริสุทธิ์ใจ ปฏิเสธเอี่ยวลอบยิง สส.กมลศักดิ์ ระบุความจริงต้องพิสูจน์ด้วยหลักฐาน appeared first on THE STANDARD.

]]>
หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาสออกแถลงการณ์ ยืนยันความบริสุทธิ์ใจ ปฏิเสธเกี่ยวข้องเหตุลอบยิง สส.กมลศักดิ์

วันนี้ (14 เมษายน) หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส (ฉก.นราธิวาส) ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการ เพื่อแสดงจุดยืนและยืนยันความบริสุทธิ์ใจต่อกรณีเหตุการณ์ลอบยิงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ

 

จากกรณีที่มีความสนใจในประเด็นเหตุลอบยิง สส. กมลศักดิ์ นั้น ล่าสุด หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาสได้เผยแพร่ข้อความระบุว่า ทางหน่วยฯ พร้อมยืนหยัดตามคำแถลงของผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 (ผอ.รมน.ภาค 4) ด้วยเกียรติและศักดิ์ศรีของความเป็นหน่วยงานรัฐ โดยมีความเชื่อมั่นอย่างยิ่งว่า กระบวนการยุติธรรมและพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ที่รวบรวมโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ จะสามารถนำมาซึ่งคำตอบที่ชัดเจนและคลายความสงสัยของสังคมได้

 

แถลงการณ์ดังกล่าวได้เน้นย้ำว่า หน่วยงานความมั่นคงภายใต้การบังคับบัญชาของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) โดยเฉพาะอย่างยิ่งหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับเหตุการณ์ลอบยิงดังกล่าวทั้งสิ้น พร้อมระบุข้อความว่า ความจริงต้องถูกพิสูจน์ด้วยหลักฐาน ไม่ใช่ด้วยความรู้สึกในตอนท้าย

 

หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาสได้ให้คำมั่นยืนยันเจตนารมณ์ในการปฏิบัติหน้าที่ โดยระบุว่าทางหน่วยฯ จะยังคงเดินหน้าภารกิจดูแลความสงบสุขและรักษาความปลอดภัยให้แก่พี่น้องประชาชนในพื้นที่ต่อไป ด้วยความจริงใจ โปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน ภายใต้ความเชื่อมั่นที่ว่า ความยุติธรรมคือรากฐานของสันติสุขที่แท้จริง

The post ฉก.นราธิวาส ออกแถลงการณ์ยันความบริสุทธิ์ใจ ปฏิเสธเอี่ยวลอบยิง สส.กมลศักดิ์ ระบุความจริงต้องพิสูจน์ด้วยหลักฐาน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ส่งท้ายสงกรานต์สีลม 13.00-21.00 น. วันนี้ เขตบางรักเพิ่มจุดคัดกรอง-จัดระเบียบเลนฉุกเฉินรับมือคลื่นมหาชน https://thestandard.co/silom-songkran-last-day-security/ Tue, 14 Apr 2026 05:31:22 +0000 https://thestandard.co/silom-songkran-last-day-security/ เจ้าหน้าที่เขตบางรัก คัดกรองและดูแลความปลอดภัยประชาชนในเทศกาลสงกรานต์ ถนนสีลม

วันนี้ (14 เมษายน) สำนักงานเขตบางรัก ประกาศยกระดับมาตรก […]

The post ส่งท้ายสงกรานต์สีลม 13.00-21.00 น. วันนี้ เขตบางรักเพิ่มจุดคัดกรอง-จัดระเบียบเลนฉุกเฉินรับมือคลื่นมหาชน appeared first on THE STANDARD.

]]>
เจ้าหน้าที่เขตบางรัก คัดกรองและดูแลความปลอดภัยประชาชนในเทศกาลสงกรานต์ ถนนสีลม

วันนี้ (14 เมษายน) สำนักงานเขตบางรัก ประกาศยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุด สำหรับการจัดงานเทศกาลสงกรานต์บริเวณถนนสีลม ประจำปี 2569 ซึ่งวันนี้ถือเป็นวันสุดท้ายของการจัดกิจกรรม

 

เพื่อเป็นการป้องกันและแก้ไขปัญหาความแออัดของฝูงชนที่อาจเสี่ยงต่อการเกิดอันตราย โดยเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเพิ่มการเฝ้าระวังบริเวณจุดคัดกรองหลักผ่านระบบประตู Walk-through ทั้งที่แยกศาลาแดงและแยกนรารมย์ รวมถึงจุดคัดกรองตามซอยย่อยต่างๆ พร้อมทั้งประเมินสถานการณ์แบบเรียลไทม์ตลอดเวลา หากพบว่ามีปริมาณประชาชนหนาแน่นจนเกินขีดจำกัดความปลอดภัย เจ้าหน้าที่จะดำเนินการปิดทางเข้าเป็นการชั่วคราว และเร่งระบายมวลชนให้เกิดการเคลื่อนที่เพื่อลดความแออัดในทันที

 

สำหรับการบริหารจัดการพื้นที่ด้านใน เจ้าหน้าที่จะประเมินสถานการณ์บริเวณบูทกิจกรรมของภาคเอกชนอย่างใกล้ชิด หากพบว่าจุดใดมีประชาชนสะสมตัวหนาแน่น จะสั่งให้หยุดกิจกรรมชั่วคราว โดยเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่เทศกิจเข้าดำเนินการเร่งระบายฝูงชน พร้อมประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนเคลื่อนที่

 

หากบูทกิจกรรมใดไม่ให้ความร่วมมือ ทางเจ้าหน้าที่จะประกาศสั่งระงับกิจกรรมโดยเด็ดขาด ควบคู่ไปกับการสนธิกำลังร่วมกันระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจ เทศกิจ และอาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน (อปพร.) เพื่อดูแลความเรียบร้อยของช่องทางออกฉุกเฉิน (Emergency Lane) โดยขอความร่วมมือประชาชนไม่ฝ่าแผงกั้นเข้ามาเดินในช่องทางดังกล่าว เพื่ออำนวยความสะดวกให้รถพยาบาลสามารถสัญจรเข้าออกได้อย่างรวดเร็วเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน หากประชาชนต้องการความช่วยเหลือสามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ โทรสายด่วน 191 หรือติดต่อกองอำนวยการร่วมรักษาความปลอดภัย ณ ธนาคารกรุงเทพ สำนักงานใหญ่ ถนนสีลม ได้ทันที

 

นอกจากมาตรการด้านกำลังพลแล้ว ยังได้มีการนำเทคโนโลยีเข้ามาเสริมประสิทธิภาพ โดยใช้กล้อง AI ตรวจจับใบหน้าผู้ที่เดินทางเข้าพื้นที่ ซึ่งเชื่อมต่อกับฐานข้อมูลอาชญากรรมของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทำให้สามารถตรวจสอบประวัติบุคคลและวิเคราะห์การเคลื่อนไหวของผู้เข้าร่วมงานได้แบบเรียลไทม์ พร้อมจัดตั้งหน่วยพยาบาลและจุดปฐมพยาบาลเบื้องต้นกระจายอยู่ทั่วบริเวณเพื่อคอยดูแลสวัสดิภาพของประชาชน

 

ทั้งนี้ กิจกรรมเล่นน้ำเทศกาลสงกรานต์สีลมวันสุดท้าย จะทำการปิดถนนเพื่อเปิดพื้นที่ให้เล่นน้ำตั้งแต่เวลา 13.00 – 21.00 น. โดยทางสำนักงานเขตบางรักขอความร่วมมือผู้เข้าร่วมงานทุกท่านให้ร่วมเฉลิมฉลองอย่างสร้างสรรค์ และปฏิบัติตามกฎกติกาอย่างเคร่งครัด ภายใต้มาตรการ 5 ป. + 3 มาตรการความปลอดภัย

 

ประกอบด้วย ปลอดแอลกอฮอล์, ปลอดปืนฉีดน้ำแรงดันสูง, ปลอดโป๊, ปลอดแป้ง และประหยัดน้ำ รวมถึงการเล่นน้ำอย่างสุภาพ, หมั่นดูแลสุขภาพร่างกายตนเอง และใช้พื้นที่ส่วนรวมอย่างรับผิดชอบพร้อมช่วยกันรักษาความสะอาด เพื่อส่งท้ายเทศกาลสงกรานต์ปีนี้อย่างมีความสุขและปลอดภัยที่สุด

The post ส่งท้ายสงกรานต์สีลม 13.00-21.00 น. วันนี้ เขตบางรักเพิ่มจุดคัดกรอง-จัดระเบียบเลนฉุกเฉินรับมือคลื่นมหาชน appeared first on THE STANDARD.

]]>
สงกรานต์ 69 ไม่สะดวกอยู่บ้าน เพราะถนนสีลมทำเกินมาก https://thestandard.co/songkran-silom-festival/ Tue, 14 Apr 2026 02:30:23 +0000 https://thestandard.co/songkran-silom-festival/ ภาพมุมสูงแสดงถนนสีลมเต็มไปด้วยผู้คนและกิจกรรมการเล่นน้ำในเทศกาลสงกรานต์อย่างคึกคัก

วันนี้ (13 เมษายน) บรรยากาศการเฉลิมฉลองเทศกาล สงกรานต์ […]

The post สงกรานต์ 69 ไม่สะดวกอยู่บ้าน เพราะถนนสีลมทำเกินมาก appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพมุมสูงแสดงถนนสีลมเต็มไปด้วยผู้คนและกิจกรรมการเล่นน้ำในเทศกาลสงกรานต์อย่างคึกคัก

วันนี้ (13 เมษายน) บรรยากาศการเฉลิมฉลองเทศกาล สงกรานต์ วันที่ 2 บริเวณ ถนนสีลม เขตบางรัก ทวีความคึกคักและเนืองแน่นไปด้วยนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เริ่มเปิดพื้นที่ โดยมีการคาดการณ์ว่าปริมาณนักท่องเที่ยวในวันนี้เพิ่มขึ้นกว่าวันแรก (12 เมษายน) อย่างเห็นได้ชัด

 

ทั้งนี้ ถนนสีลมนับเป็นหนึ่งในจุดไฮไลต์สำคัญของการเล่นน้ำในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ด้วยสีสันของผู้เข้าร่วมงาน เสียงดนตรีที่ช่วยสร้างบรรยากาศความสนุกสนาน ประกอบกับความสะดวกสบายในการเดินทางที่สามารถใช้บริการรถไฟฟ้าไป-กลับได้อย่างรวดเร็ว ส่งผลให้พื้นที่แห่งนี้กลายเป็นจุดยอดฮิตที่ได้รับความนิยมสูงสุดในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้

 

ทางด้าน จักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้เปิดเผยถึงภาพรวมสถานการณ์บริเวณถนนสีลมว่า แม้จะมีประชาชนและนักท่องเที่ยวเดินทางมาร่วมเล่นน้ำเป็นจำนวนมากจนบรรยากาศเป็นไปอย่างสนุกสนาน แต่สถานการณ์โดยรวมยังคงอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนอย่างใกล้ชิด ทั้งกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่เทศกิจ และฝ่ายรักษาความปลอดภัย ที่บูรณาการร่วมกันปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มงวด

 

นอกจากนี้ ทางกรุงเทพมหานครได้มีการจัดระเบียบพื้นที่อย่างรัดกุม โดยกำหนดช่องทางเข้า-ออกอย่างชัดเจน รวมถึงการเว้นพื้นที่ช่องทางพิเศษสำหรับรถพยาบาล เพื่อรองรับกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน พร้อมทั้งจัดให้มีการติดตามและประเมินสถานการณ์ในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความมั่นใจว่าการจัดกิจกรรมเฉลิมฉลองบนถนนสีลมจะเป็นไปด้วยความปลอดภัยและมีความเป็นระเบียบเรียบร้อยสูงสุดตลอดช่วงเทศกาล

 

ภาพมุมสูงแสดงถนนสีลมเต็มไปด้วยผู้คนและกิจกรรมการเล่นน้ำในเทศกาลสงกรานต์อย่างคึกคัก 1ภาพมุมสูงแสดงถนนสีลมเต็มไปด้วยผู้คนและกิจกรรมการเล่นน้ำในเทศกาลสงกรานต์อย่างคึกคัก 2ภาพมุมสูงแสดงถนนสีลมเต็มไปด้วยผู้คนและกิจกรรมการเล่นน้ำในเทศกาลสงกรานต์อย่างคึกคัก 3ภาพมุมสูงแสดงถนนสีลมเต็มไปด้วยผู้คนและกิจกรรมการเล่นน้ำในเทศกาลสงกรานต์อย่างคึกคัก 4ภาพมุมสูงแสดงถนนสีลมเต็มไปด้วยผู้คนและกิจกรรมการเล่นน้ำในเทศกาลสงกรานต์อย่างคึกคัก 5ภาพมุมสูงแสดงถนนสีลมเต็มไปด้วยผู้คนและกิจกรรมการเล่นน้ำในเทศกาลสงกรานต์อย่างคึกคัก 6ภาพมุมสูงแสดงถนนสีลมเต็มไปด้วยผู้คนและกิจกรรมการเล่นน้ำในเทศกาลสงกรานต์อย่างคึกคัก 7ภาพมุมสูงแสดงถนนสีลมเต็มไปด้วยผู้คนและกิจกรรมการเล่นน้ำในเทศกาลสงกรานต์อย่างคึกคัก 8ภาพมุมสูงแสดงถนนสีลมเต็มไปด้วยผู้คนและกิจกรรมการเล่นน้ำในเทศกาลสงกรานต์อย่างคึกคัก 9ภาพมุมสูงแสดงถนนสีลมเต็มไปด้วยผู้คนและกิจกรรมการเล่นน้ำในเทศกาลสงกรานต์อย่างคึกคัก 10ภาพมุมสูงแสดงถนนสีลมเต็มไปด้วยผู้คนและกิจกรรมการเล่นน้ำในเทศกาลสงกรานต์อย่างคึกคัก 11ภาพมุมสูงแสดงถนนสีลมเต็มไปด้วยผู้คนและกิจกรรมการเล่นน้ำในเทศกาลสงกรานต์อย่างคึกคัก 12ภาพมุมสูงแสดงถนนสีลมเต็มไปด้วยผู้คนและกิจกรรมการเล่นน้ำในเทศกาลสงกรานต์อย่างคึกคัก 13ภาพมุมสูงแสดงถนนสีลมเต็มไปด้วยผู้คนและกิจกรรมการเล่นน้ำในเทศกาลสงกรานต์อย่างคึกคัก 14ภาพมุมสูงแสดงถนนสีลมเต็มไปด้วยผู้คนและกิจกรรมการเล่นน้ำในเทศกาลสงกรานต์อย่างคึกคัก 15ภาพมุมสูงแสดงถนนสีลมเต็มไปด้วยผู้คนและกิจกรรมการเล่นน้ำในเทศกาลสงกรานต์อย่างคึกคัก 16

The post สงกรานต์ 69 ไม่สะดวกอยู่บ้าน เพราะถนนสีลมทำเกินมาก appeared first on THE STANDARD.

]]>