ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Mon, 13 Apr 2026 09:54:13 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 ตร. คุมเข้มความปลอดภัยสงกรานต์กว่า 1,100 แห่งทั่วประเทศ นครบาลเผยสีลมวันแรกทะลุ 1.4 แสนคน ไร้เหตุทะเลาะวิวาท https://thestandard.co/police-songkran-safety-silom-crowd/ Mon, 13 Apr 2026 09:54:13 +0000 https://thestandard.co/?p=1197685 เจ้าหน้าที่ตำรวจปฏิบัติหน้าที่ดูแลความปลอดภัยและความเรียบร้อยในเทศกาลสงกรานต์

วันนี้ (13 เมษายน) พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ โฆษกสำนักงานต […]

The post ตร. คุมเข้มความปลอดภัยสงกรานต์กว่า 1,100 แห่งทั่วประเทศ นครบาลเผยสีลมวันแรกทะลุ 1.4 แสนคน ไร้เหตุทะเลาะวิวาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
เจ้าหน้าที่ตำรวจปฏิบัติหน้าที่ดูแลความปลอดภัยและความเรียบร้อยในเทศกาลสงกรานต์

วันนี้ (13 เมษายน) พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจความเรียบร้อยและติดตามมาตรการรักษาความปลอดภัยในช่วงเทศกาลสงกรานต์ประจำปี 2569 บริเวณถนนสีลม ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดเล่นน้ำที่สำคัญของกรุงเทพมหานคร

 

โดย พล.ต.ท.ไตรรงค์ เปิดเผยว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกด้านการจราจรอย่างเข้มงวด ครอบคลุมพื้นที่จัดงานทั่วประเทศกว่า 1,100 แห่ง ซึ่งเป็นพื้นที่จัดงานขนาดใหญ่กว่า 90 แห่ง

 

สำหรับพื้นที่ถนนสีลมได้มีการบูรณาการกำลังร่วมกันระหว่างตำรวจนครบาล ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ตำรวจท่องเที่ยว และตำรวจไซเบอร์ รวมถึงจัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจหญิงกว่า 30 นาย และชุดสุนัขตำรวจ (K-9) เข้ามาร่วมดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนตลอดจนนักท่องเที่ยวอย่างใกล้ชิด

 

จากการลงพื้นที่ตรวจสอบบรรยากาศการเล่นน้ำสงกรานต์ในปีนี้

 

โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติระบุว่า ยังไม่พบการแต่งกายที่วาบหวิวหรือไม่เหมาะสมอย่างชัดเจน โดยหากพบเห็น เจ้าหน้าที่จะเน้นใช้วิธีการว่ากล่าวตักเตือนเป็นหลัก ซึ่งที่ผ่านมาประชาชนส่วนใหญ่ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ส่งผลให้ภาพรวมการจัดงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและเหมาะสม

 

นอกจากนี้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่มีความกังวลต่อสถานการณ์ความแออัดของฝูงชน เนื่องจากได้มีการบริหารจัดการพื้นที่โดยจัดทำช่องทางพิเศษ หรือ เซอร์วิสเลน เพื่อรองรับการเคลื่อนย้ายเจ้าหน้าที่และรถพยาบาลฉุกเฉินได้อย่างทันท่วงที ควบคู่ไปกับการรณรงค์ให้ประชาชนเล่นน้ำอย่างปลอดภัย ไม่ล่วงละเมิดผู้อื่น และหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ขณะเดียวกัน ในด้านสถิติการบังคับใช้กฎหมายจราจรภาพรวม

 

พบว่ามีการจับกุมผู้กระทำความผิดในข้อหาเมาแล้วขับไปแล้วกว่า 6,000 ราย และจับกุมผู้ขับขี่ที่ใช้ความเร็วเกินกฎหมายกำหนดได้กว่า 40,000 ราย ซึ่งมาตรการอันเข้มงวดนี้ส่งผลให้สถิติอุบัติเหตุลดลงเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา

 

ทางด้าน พล.ต.ต.พัลลภ แอร่มหล้า รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ได้เปิดเผยถึงภาพรวมบรรยากาศการเล่นน้ำบนถนนสีลมเมื่อวานนี้ (12 เมษายน) ว่า มีประชาชนและนักท่องเที่ยวเข้าร่วมงานมากกว่า 140,000 คน โดยเป็นที่น่ายินดีว่าไม่พบเหตุทะเลาะวิวาทในพื้นที่แต่อย่างใด มีเพียงการรับแจ้งเหตุทรัพย์สินสูญหายจำนวน 8 ราย ซึ่งเจ้าหน้าที่สามารถติดตามส่งคืนเจ้าของได้แล้ว 5 ราย และกำลังอยู่ระหว่างการสืบสวนติดตามเพิ่มเติมอีก 3 ราย

 

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้จัดเตรียมกำลังพลเพื่อดูแลพื้นที่จัดงานรวมกว่า 2,000 นาย พร้อมวางแผนบริหารจัดการฝูงชนอย่างเป็นระบบ โดยจะมีการทยอยระบายคนออกจากพื้นที่ตามความเหมาะสม เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุไม่พึงประสงค์และยืนยันถึงความพร้อมในการรองรับสถานการณ์ในทุกมิติ

 

ในประเด็นการเล่นน้ำกับเจ้าหน้าที่รัฐที่กำลังปฏิบัติงาน พล.ต.ท.ไตรรงค์ ได้ชี้แจงเพิ่มเติมว่า ประชาชนและนักท่องเที่ยวสามารถฉีดน้ำหรือสาดน้ำใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ ซึ่งไม่ถือว่าเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย เนื่องจากเป็นกิจกรรมที่สอดคล้องกับประเพณีอันดีงามของไทย แต่เน้นย้ำว่าขอให้ใช้น้ำสะอาด และต้องหลีกเลี่ยงการใช้อุปกรณ์ฉีดน้ำแรงดันสูง รวมถึงอุปกรณ์อื่นๆ ที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกาย เพื่อความปลอดภัยของทุกฝ่าย

 

โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติยืนยันว่าจะปฏิบัติหน้าที่ดูแลความปลอดภัยอย่างเต็มกำลัง เพื่อให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวสามารถร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลสงกรานต์ได้อย่างมีความสุข สนุกสนาน และปลอดภัยสูงสุดตลอดช่วงวันหยุดยาวนี้

The post ตร. คุมเข้มความปลอดภัยสงกรานต์กว่า 1,100 แห่งทั่วประเทศ นครบาลเผยสีลมวันแรกทะลุ 1.4 แสนคน ไร้เหตุทะเลาะวิวาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตำรวจไซเบอร์เผย มีคนไทยกว่า 200 ราย เปลี่ยนใจกลับทำงานแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลัง 2 ประเทศประกาศหยุดยิง https://thestandard.co/thai-return-call-center-cambodia/ Tue, 29 Jul 2025 08:26:52 +0000 https://thestandard.co/?p=1101305 ตำรวจไซเบอร์แถลงข่าวเกี่ยวกับคนไทยกลับไปทำงาน แก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลังหยุดยิง

วันนี้ (29 กรกฎาคม) พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผู้บัญชาการต […]

The post ตำรวจไซเบอร์เผย มีคนไทยกว่า 200 ราย เปลี่ยนใจกลับทำงานแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลัง 2 ประเทศประกาศหยุดยิง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตำรวจไซเบอร์แถลงข่าวเกี่ยวกับคนไทยกลับไปทำงาน แก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลังหยุดยิง

วันนี้ (29 กรกฎาคม) พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ และสถานการณ์คนไทยที่เกี่ยวข้องกับ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ ในต่างประเทศ ท่ามกลางสถานการณ์ความรุนแรงบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา

 

พล.ต.ท.ไตรรงค์ ได้กล่าวเน้นย้ำถึงความร่วมมือจากประชาชนในการสนับสนุนแคมเปญ Truth From Thailand ของกองทัพบก เพื่อเผยแพร่ความจริงสู่สายตาชาวโลกว่ากัมพูชาเป็นฝ่ายเปิดฉากยิงโจมตีประเทศไทยก่อน โดยมีการยิงจรวดใส่พลเรือน โรงพยาบาล และโรงเรียน ซึ่งส่งผลให้ประชาชนผู้บริสุทธิ์และเด็กได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต

 

โดย บช.สอท. ยังคงเดินหน้าปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการขยายผลดำเนินคดีกับผู้ที่ได้รับผลประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็น บอสชาวจีน หรือ เจ้าของอาคาร ที่เป็นที่ตั้งของ Scam Center ซึ่งกระจายตัวอยู่ตามแนวชายแดนไทย

 

พล.ต.ท.ไตรรงค์ เผยว่า เมื่อไม่นานมานี้ ตนได้รับมอบหมายจากผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) และจเรตำรวจแห่งชาติ ให้ลงพื้นที่เพื่อรับตัวคนไทยที่เดินทางกลับจากเมืองปอยเปต ประเทศกัมพูชา ซึ่งจากการคัดกรองพบว่ามีคนไทย 13 ราย ที่มีหมายจับในคดีเกี่ยวกับการหลอกลวงคนไทย และอีก 70 ราย มีการร้องทุกข์กล่าวโทษในคดีเดียวกัน

 

ที่น่าตกใจคือ ข้อมูลจากตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ระบุว่าเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2568 มีคนไทยกว่า 200 ราย ที่ข้ามแดนไปโดยผิดกฎหมายและไม่มีหลักฐานการออกนอกประเทศ มีความประสงค์จะเดินทางกลับประเทศไทย แต่เมื่อข่าวการเจรจาหยุดยิงปรากฏขึ้น คนไทยกลุ่มดังกล่าวกลับเปลี่ยนใจกลับไปทำงานเดิมในแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เหลือเพียง 74 รายที่เดินทางกลับเข้ามาจริง 

 

พล.ต.ท.ไตรรงค์ ชี้ว่านี่เป็น ลางบอกเหตุ ที่แสดงให้เห็นว่าการหลอกลวงคนไทยของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ยังคงดำเนินต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง

 

พล.ต.ท.ไตรรงค์ ยังเปิดเผยถึงบทวิเคราะห์ของนักวิชาการต่างประเทศที่ระบุว่า ส่วนหนึ่งของเหตุปะทะบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา มีสาเหตุมาจากการปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์อย่างเข้มข้น ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่กว่า 80 เปอร์เซ็นต์ตั้งฐานปฏิบัติการอยู่ในประเทศกัมพูชา แม้เหตุปะทะจะหยุดลง แต่สถานการณ์การหลอกลวงยังคงมีอยู่ และตำรวจไซเบอร์จะยังคงเดินหน้าปราบปรามอย่างเข้มข้นต่อไป

 

หากคุณหรือคนที่คุณรู้จักตกเป็นเหยื่ออาชญากรรมออนไลน์ สามารถแจ้งความได้ที่ www.thaipoliceonline.com หรือโทรสายด่วน 1441 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

The post ตำรวจไซเบอร์เผย มีคนไทยกว่า 200 ราย เปลี่ยนใจกลับทำงานแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลัง 2 ประเทศประกาศหยุดยิง appeared first on THE STANDARD.

]]>
เศรษฐาลุยตรวจคนเข้าเมือง เล็งรื้อไอที-แบ็กอัพ-เพิ่มบุคลากร เตรียมประชุมทำแม่แบบ หวังแก้ปัญหาระยะยาว https://thestandard.co/srettha-visits-immigration-office/ Mon, 05 Feb 2024 05:25:12 +0000 https://thestandard.co/?p=896144

วันนี้ (5 กุมภาพันธ์) เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐ […]

The post เศรษฐาลุยตรวจคนเข้าเมือง เล็งรื้อไอที-แบ็กอัพ-เพิ่มบุคลากร เตรียมประชุมทำแม่แบบ หวังแก้ปัญหาระยะยาว appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (5 กุมภาพันธ์) เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยภายหลังไปตรวจเยี่ยมสนามบินสุวรรณภูมิและสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองแบบไม่แจ้งล่วงหน้า ว่าทุกคนทราบดีว่าช่วงต้นเดือนมีนาคมจะมีการประกาศยกระดับสนามบินทั่วประเทศ และเป็นแผนงานใหญ่ ซึ่งระบบตรวจคนเข้าเมืองและวิธีการต่างๆ ในสนามบินก็เป็นเรื่องสำคัญ ตนไม่อยากรับฟังแค่รายงาน แต่อยากไปดูให้เห็นด้วยตา ขอไม่ใช้คำว่าปัญหา แต่ใช้ว่าเป็นโอกาส ซึ่งมีโอกาสทำให้ดีขึ้นอีกเยอะมากในหลายมิติ โดยวันนี้เป็นโอกาสในการไปรับฟังข้อมูลเพื่อมาปรับปรุงและเขียนไปในแม่แบบอันใหญ่ที่จะมาแถลงต่อไป เช่น

 

  • งานระบบ มีบริษัทไอทีหลายเจ้าเข้ามาทำแต่ไม่เชื่อมต่อกัน
  • ความเสถียรของระบบแบ็กอัพ
  • ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ที่ไม่เพียงพอ การพักผ่อน เปลี่ยนกะ เปลี่ยนเวร ความเป็นอยู่ไม่ค่อยดีเท่าไร จึงได้สั่งให้ปรับปรุง
  • ปัญหาผู้โดยสารขาเข้า-ขาออกด้วย

 

ส่วนปัญหาระบบการตรวจคนเข้าเมืองล่มนั้น นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า เป็นอีกปัญหาหนึ่งที่ต้องมีการบูรณาการ เป็นเรื่องของ Technical ระบบแบ็กอัพก็ไม่ดี พอมีคนเข้ามาเยอะระบบก็หน่วง ซึ่งปกติแล้ว KPI ต่อคนที่เข้ามาคือ 45 วินาที แต่พอคนเข้ามาจำนวนมาก ทุก Station มีการใช้งานหมด กลายเป็นใช้เวลานาทีกว่า ทำให้ช้าเข้าไปอีก ถือเป็นปัญหาใหญ่ โดยในช่วงบ่ายวันนี้จะมีการประชุมเขียนเป็นแม่แบบออกมาว่าจะแก้ไขอย่างไร คาดว่าคงใช้เวลาประมาณ 12 เดือน ในการแก้ปัญหาทั้งหมด

 

วัด KPI นักท่องเที่ยวต้องผ่าน ตม. ภายใน 30 นาที

 

เมื่อถามถึงนักท่องเที่ยวที่เข้ามาเป็นจำนวนมากจะมีปัญหาอีกหรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ตอนนี้จำนวนนักท่องเที่ยวเทียบเท่าก่อนช่วงเกิดโควิด ก็ต้องมีการบริหารจัดการ โดยให้ KPI ไปว่า นักท่องเที่ยวที่เข้ามาแล้วไม่ควรจะคอยเรื่องการประทับตราในหนังสือเดินทางเกิน 30 นาที นับตั้งแต่มาเข้าคิว

 

ส่วนปัญหาการรับกระเป๋าที่ล่าช้า นายกรัฐมนตรีระบุว่า ตนได้ไปสอบถามมาแล้ว ขณะนี้ดีขึ้นแล้ว แต่จะพยายามทำให้ดีขึ้นอีก ซึ่งก็ต้องไปดูงานระบบสายพานที่ส่งมา

 

เตรียมเสนอ ก.พ. เปิดรับตำรวจ ตม. เพิ่ม

 

ส่วนประเด็นตำรวจ ตม. ไม่เพียงพอนั้น จะมีการเรียกประชุม โดยในช่วงบ่ายวันนี้จะเรียกผู้บัญชาการตำรวจตรวจคนเข้าเมืองมาหารือ ซึ่งต้องขอไปทางสำนักงานข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) เนื่องจากเป็นเรื่องของปัญหาระยะยาวที่อยากแก้ไขภายในหนเดียว

 

ส่วนปัญหาผู้โดยสารขาออกที่มีความล่าช้ารอนานนั้น นายกรัฐมนตรีระบุว่า ตนได้ไปตรวจสอบเช่นกัน ก็พบว่ามีคนรอแถวยาวมาก ตั้งแต่ตรวจลงตราพาสปอร์ต เอ็กซเรย์กระเป๋า พื้นที่เช็กอินก็ไม่เพียงพอ ซึ่งตนเคยพูดไปแล้วว่าขาออกไม่อยากให้มีการตรวจเช็กเยอะ แต่ก็มีปัญหา 2 อย่าง คือเรื่องของการอยู่เกินกำหนดกับคนที่มีความผิดที่จะออกนอกประเทศ ตรงนี้ระบบไอทีต้องลิงก์เข้าให้ได้ทั้งหมด ต้องตรวจให้ได้ ต้องเตือนให้ได้ ก็ถือเป็นแผนระยะกลาง ซึ่งตนได้ให้นโยบายไปแล้วเช่นกัน เนื่องจากถ้าไม่ต้องตรวจเป็นเคาน์เตอร์ที่มีการประทับตราแล้วออกไป ก็ทำให้ระยะเวลาที่เดินทางออกนอกประเทศสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น ก็เป็นส่วนหนึ่งของการเดินทาง

 

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ตั้งแต่ที่คนเข้ามาประเทศไทย ก็อยากให้มีความสะดวกสบาย ตั้งแต่ลงเครื่องบินมาถึงงวงช้าง ไม่ต้องนั่งรถบัสเข้ามาที่สนามบิน มาถึงก็ไม่ต้องคอยนานเกิน 30 นาที รับกระเป๋าแล้วก็ออกไปได้เลย ส่วนระบบรถแท็กซี่ที่เข้ามาก็ต้องเหมาะสมถูกต้อง ขณะที่ขากลับก็ไม่อยากให้ใช้เวลาเกิน 2 ชั่วโมง เพราะล่าสุดที่ได้สอบถามไปใช้เวลาเกือบ 3 ชั่วโมง เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ต้องเห็นใจนักท่องเที่ยวเหมือนกัน แทนที่จะเอาเวลาไปเที่ยว จับจ่ายใช้สอยเพิ่ม ก็ต้องเสียเวลามาสนามบิน นี่จึงเป็นโอกาสที่ทำให้การท่องเที่ยวประเทศไทยดีขึ้น พร้อมย้ำว่าให้มองเป็นโอกาส

The post เศรษฐาลุยตรวจคนเข้าเมือง เล็งรื้อไอที-แบ็กอัพ-เพิ่มบุคลากร เตรียมประชุมทำแม่แบบ หวังแก้ปัญหาระยะยาว appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตำรวจ ตม. 48 นาย ร้อง ผบ.ตร. ถูกตำรวจชั้นผู้ใหญ่สังกัดนครบาลกลั่นแกล้งไม่เป็นธรรม ดำเนินคดีโดยมิชอบ https://thestandard.co/immigration-police-06102023/ Fri, 06 Oct 2023 05:48:59 +0000 https://thestandard.co/?p=851377 ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง

วันนี้ (6 ตุลาคม) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ตัวแทน […]

The post ตำรวจ ตม. 48 นาย ร้อง ผบ.ตร. ถูกตำรวจชั้นผู้ใหญ่สังกัดนครบาลกลั่นแกล้งไม่เป็นธรรม ดำเนินคดีโดยมิชอบ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง

วันนี้ (6 ตุลาคม) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ตัวแทนพนักงานสอบสวนตำรวจตรวจคนเข้าเมือง 48 นาย จากทั้งหมด 112 นาย เดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อ พล.ต.อ. ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เพื่อร้องขอความเป็นธรรม กรณีถูกกล่าวหาว่าปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบและรับสินบน โดยยื่นหนังสือผ่านทาง พล.ต.ต. วัชรินทร์ ประสพดี เลขานุการตำรวจแห่งชาติ (สบ.6)​

 

หนึ่งในตัวแทนตำรวจที่มาร้องขอความเป็นธรรมระบุว่า ตนเองมาร้องเรียนขอความเป็นธรรม ส่วนรายละเอียดต่างๆ อยู่ในเอกสาร ไม่ขอเปิดเผยด้วยวาจา โดยผู้สื่อข่าวได้พยายามสอบถามหลายครั้ง แต่ก็ได้คำตอบเช่นเดิมว่ารายละเอียดอยู่ในเอกสาร และยังถามกลับผู้สื่อข่าวว่าฟังภาษาไทยไม่รู้เรื่องหรือ จากนั้นก็ได้เดินทางกลับ

 

ด้าน พล.ต.ต. วัชรินทร์ เปิดเผยว่า หลังรับหนังสือร้องเรียนจะส่งเรื่องไปยังผู้บังคับบัญชาตามขั้นตอนเพื่อพิจารณา ส่วนรายละเอียดตนเองก็ยังไม่ทราบ เพราะอยู่ในเอกสาร

 

จากนั้นกลุ่มพนักงานสอบสวนได้นำเอกสารมาแจกจ่ายให้สื่อมวลชน ซึ่งเนื้อหาในเอกสารระบุว่า เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2566 นายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ยศ ‘พล.ต.ต.’ สังกัดนครบาล เดินทางไปแจ้งความที่สถานีตำรวจภูธรเวฬุวัน จังหวัดขอนแก่น ให้ดำเนินคดีกับพวกตนเองในมาตรา 157 และ 149 

 

แต่พยานหลักฐานที่นายตำรวจชั้นผู้ใหญ่คนดังกล่าวนำไปแจ้งความได้มามิชอบด้วยกฎหมาย และจากนั้นยังสอบสวนกลุ่มผู้ร้องโดยมิชอบ แล้วนำคำให้การของกลุ่มผู้ร้องที่ถูกสอบสวนโดยมิชอบมารวบรวมเป็นพยายหลักฐานใช้ประกอบสำนวนคดี เรื่องดังกล่าวได้มีการร้องเรียนพนักงานสอบสวนต่อ พล.ต.อ. ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. ในขณะนั้น และ ผบ.ตร. ได้มีคำสั่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง 

 

โดยขณะนี้ที่ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริง แต่นายตำรวจชั้นผู้ใหญ่คนดังกล่าวไม่ได้ปฏิบัติตามคำสั่ง ตร. และไม่รายงาน ผบ.ตร. ในขณะนั้นทราบ แต่กลับเอาผลการสอบสวนและคำให้การที่กระทำไปโดยไม่มีอำนาจและเป็นการสอบสวนมิชอบ ไปร้องทุกข์กล่าวโทษ ซึ่งนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่คนดังกล่าวได้รับการแต่งตั้งให้เป็นรองหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวน ต้องทราบดีว่าคณะพนักงานสอบสวนไม่มีอำนาจสอบสวนแล้ว เนื่องจากคดีถูกโอนไปอยู่ในอำนาจการสอบสวนของอัยการสูงสุดแล้ว แต่ยังสอบสวนต่อโดยไม่มีอำนาจและไม่มีอัยการร่วมสอบ

 

ทั้งนี้ ทางผู้ร้องได้ไปร้องทุกข์กล่าวโทษกับนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่คนดังกล่าวในความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการแล้วอีกส่วนหนึ่ง ซึ่งพนักงานสอบสวนได้ส่งเรื่องไปยังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) พิจารณาตามอำนาจหน้าที่แล้วเช่นกัน 

 

โดยผู้ร้องระบุในเอกสารด้วยว่า นายตำรวจคนดังกล่าวมีเจตนากลั่นแกล้งไม่เป็นธรรม แอบอ้างคำสั่งโดยมิชอบด้วยกฎหมาย จูงใจ หลอกลวง และข่มขู่ให้กระทำการหรือให้ถ้อยคำโดยไม่มิชอบ รวมทั้งปกปิดบิดเบือนข้อเท็จจริงให้ได้รับความเสียหาย จึงได้มาร้องทุกข์ในวันนี้

The post ตำรวจ ตม. 48 นาย ร้อง ผบ.ตร. ถูกตำรวจชั้นผู้ใหญ่สังกัดนครบาลกลั่นแกล้งไม่เป็นธรรม ดำเนินคดีโดยมิชอบ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองยังไม่ได้รับการประสาน กรณีทักษิณขอกลับเข้าไทย แจงเป็นเรื่องละเอียดอ่อน https://thestandard.co/thaksin-back-to-thailand-case/ Tue, 23 May 2023 08:01:49 +0000 https://thestandard.co/?p=794127 ทักษิณ ชินวัตร

วันนี้ (23 พฤษภาคม) พล.ต.ท. ภาคภูมิพิพัฒน์ สัจจพันธุ์ ผ […]

The post ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองยังไม่ได้รับการประสาน กรณีทักษิณขอกลับเข้าไทย แจงเป็นเรื่องละเอียดอ่อน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทักษิณ ชินวัตร

วันนี้ (23 พฤษภาคม) พล.ต.ท. ภาคภูมิพิพัฒน์ สัจจพันธุ์ ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กล่าวถึงกรณีที่ ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้ทวีตข้อความผ่านทวิตเตอร์ส่วนตัวระบุว่า “ผมขออนุญาตกลับไทยในช่วงเดือนกรกฎาคมนี้” 

 

พล.ต.ท. ภาคภูมิพิพัฒน์กล่าวว่า สำหรับกรณีดังกล่าว ขณะนี้ทางหน่วยงานยังไม่ได้รับการประสานว่าจะมีการเดินทางเข้ามายังประเทศไทย 

 

ส่วนเมื่อถามว่าการประสานนั้นจะต้องเป็นหน่วยงานไหนหรือใครเป็นผู้ประสาน พล.ต.ท. ภาคภูมิพิพัฒน์กล่าวว่า จะต้องเป็นหน่วยงานของราชการที่ประสานเข้ามาหารือ และหากมีการประสานเข้ามาจริงก็จะมีขั้นตอนชัดเจน ซึ่งประเด็นดังกล่าวละเอียดอ่อนต่อสังคมมาก 

 

สำหรับหมายจับของทักษิณขณะนี้ประกอบด้วย

 

  • คดีที่มีคำพิพากษาและศาลออกหมายจับ

 

คดีทุจริตโครงการหวยบนดิน ศาลพิพากษาว่ามีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 จำคุก 2 ปี ไม่รอลงอาญา

 

คดีที่ให้ Exim Bank ปล่อยกู้เงินแก่เมียนมา 4,000 ล้านบาท ศาลพิพากษาว่ามีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 152 (เดิม) จำคุก 3 ปี ไม่รอลงอาญา

 

คดีให้นอมินีถือหุ้นชินคอร์ปและเข้าไปมีส่วนได้ส่วนเสียในกิจการโทรคมนาคม ศาลพิพากษารวมโทษ จำคุก 5 ปี และศาลฎีกาฯ ออกหมายจับจำเลยมาเพื่อบังคับตามคำพิพากษา

 

คดีจัดซื้อที่ดินย่านรัชดาภิเษก ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองอ่านคำพิพากษาลับหลัง ลงโทษจำคุก 2 ปี ในคดีที่คุณหญิงพจมาน ชินวัตร (ขณะนั้น) ซื้อที่ดินรัชดาจำนวน 33 ไร่ 78 ตารางวา ราคา 772 ล้านบาท จากกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย 21 ตุลาคม 2551

 

คดีแปลงสัมปทานมือถือ-ดาวเทียม เป็นภาษีสรรพสามิต ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองออกหมายจับเนื่องจากไม่มาศาล และให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความไว้เป็นการชั่วคราว จากนั้นมีการรื้อคดีนี้ขึ้นมาพิจารณาใหม่ ทำให้ถูกออกหมายจับเฉพาะคดีนี้ถึง 2 ใบ

 

  • คดีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กำลังไต่สวน

 

คดีระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) อีก 4 สัญญา สมัยรัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร โดยกล่าวหาว่าทักษิณมีบทบาทและอยู่เบื้องหลังในการสั่งการให้มีโครงการ

 

คดีอนุมัติการสั่งซื้อเครื่องบินแบบ A340-500 จำนวน 4 ลำ เมื่อปี 2545-2547 และปี 2554 อนุมัติโครงการจัดหาเครื่องบิน จำนวน 75 ลำ ทำให้การบินไทยมีหนี้สินเพิ่มขึ้น

The post ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองยังไม่ได้รับการประสาน กรณีทักษิณขอกลับเข้าไทย แจงเป็นเรื่องละเอียดอ่อน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตำรวจเข้าค้นบ้านพัก-ที่ตั้งสมาคมของ ‘หยูซินฉี’ รวบรวมพยานหลักฐานทั้งการตั้งมูลนิธิและแอบอ้างเบื้องสูง https://thestandard.co/police-searched-yu-xin-qi-location/ Sat, 18 Feb 2023 08:21:45 +0000 https://thestandard.co/?p=752196

วันนี้ (18 กุมภาพันธ์) ตำรวจชุดสืบสวนสำนักงานตรวจคนเข้า […]

The post ตำรวจเข้าค้นบ้านพัก-ที่ตั้งสมาคมของ ‘หยูซินฉี’ รวบรวมพยานหลักฐานทั้งการตั้งมูลนิธิและแอบอ้างเบื้องสูง appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (18 กุมภาพันธ์) ตำรวจชุดสืบสวนสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และสถานีตำรวจนครบาล (สน.) คันนายาว นำหมายค้นพร้อมตัว หยูซินฉี ประธานสมาคมมณฑลส่านซีแห่งประเทศไทย ไปตรวจค้นบ้านพักในหมู่บ้านแห่งหนึ่งย่านวัชรพล  

 

เจ้าหน้าที่เก็บรวบรวมเอกสารทั้งที่อยู่ภายในบ้านและรถยนต์ของหยูซินฉีไปตรวจสอบ กรณีที่มีข้อมูลระบุว่าจัดตั้งสมาคมโดยไม่ได้รับอนุญาต รวมทั้งการแอบอ้างในเรื่องต่างๆ โดยคาดว่าจะมีความชัดเจนในวันจันทร์ที่ 20 กุมภาพันธ์นี้

 

ทั้งนี้ตำรวจได้เข้าตรวจค้นห้องเช่าแห่งหนึ่งย่านถนนเสนานิคม 1 เนื่องจากพบว่าเคยเป็นที่ตั้งของที่ทำการสมาคมแห่งดังกล่าว แต่ปัจจุบันได้เลิกเช่าไปแล้ว

 

ปัจจุบัน  ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองได้เพิกถอนวีซ่าถาวรของ หยูซินฉี และกักตัวไว้เพื่อดำเนินคดี เนื่องจากมีพฤติการณ์เข้าข่ายความผิดฐานฉ้อโกง และแอบอ้างเบื้องสูง แต่ขณะนี้ยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหา ซึ่งหากพบการกระทำความผิดจะต้องดำเนินคดีตามขั้นตอน หลังจากนั้นจะผลักดันให้ออกนอกประเทศต่อไป

The post ตำรวจเข้าค้นบ้านพัก-ที่ตั้งสมาคมของ ‘หยูซินฉี’ รวบรวมพยานหลักฐานทั้งการตั้งมูลนิธิและแอบอ้างเบื้องสูง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตำรวจยังไม่ตั้งข้อหา ‘หยูซินฉี’ อยู่ระหว่างคุยขอข้อมูล เจ้าตัวพร้อมให้ความร่วมมือ https://thestandard.co/police-have-yet-to-charge-yu-xin-qi/ Fri, 17 Feb 2023 12:43:54 +0000 https://thestandard.co/?p=752049

วันนี้ (17 กุมภาพันธ์) จากกรณีที่ตำรวจสำนักงานตรวจคนเข้ […]

The post ตำรวจยังไม่ตั้งข้อหา ‘หยูซินฉี’ อยู่ระหว่างคุยขอข้อมูล เจ้าตัวพร้อมให้ความร่วมมือ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (17 กุมภาพันธ์) จากกรณีที่ตำรวจสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) ได้เชิญตัว หยูซินฉี ประธานสมาคมมณฑลส่านซีแห่งประเทศไทย เพื่อสอบถามข้อมูลหลังที่ ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ และ รังสิมันต์ โรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) พรรคก้าวไกล เปิดเผยเรื่องราว ระบุว่า หยูซินฉีพัวพันกับการจัดตั้งสมาคมที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย รวมถึงแอบอ้างสถาบันเบื้องสูงและบุคคลสำคัญระดับประเทศในการแสวงหาผลประโยชน์

 

ด้าน พล.ต.ท. ภาคภูมิภิภัทฒ์ สัจจพันธุ์ ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ผบช.สตม.) กล่าวว่า การนำตัวหยูซินฉีมาครั้งนี้เป็นการควบคุมตัวตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) คนเข้าเมืองฯ หลังพบพฤติการณ์ไม่เหมาะสมในเรื่องการตั้งสมาคมที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมายหรือสมาคมเถื่อน

 

ทางเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเพิกถอนวีซ่าหรือใบอนุญาตพำนักในราชอาณาจักร ซึ่งหยูซินฉีถือวีซ่าประเภทผู้เกษียณพำนักในราชอาณาจักรได้ 2 ปีแล้ว และขออยู่ต่อตามหลักเกณฑ์ของ สตม. ทุกประการ โดยไปขออยู่ต่อที่จังหวัดชลบุรีอีก 1 ปี

 

พล.ต.ท. ภาคภูมิภิภัทฒ์ กล่าวต่อไปว่า ยังไม่ได้ดำเนินการตั้งข้อหาหรือออกหมายจับหยูซินฉีแต่อย่างใด ซึ่งทางตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจะดำเนินการกักกันตามกฎหมายคนเข้าเมืองที่ สตม.สวนพลู ในคืนนี้

 

ขณะนี้อยู่ในระหว่างการขอข้อมูลจากหยูซินฉี แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ คาดว่าภายในวันพรุ่งนี้จะสามารถขออนุมัติศาลออกหมายค้นบ้านและสมาคมของหยูซินฉีเพิ่มเติม แต่จากการเข้าตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า หยูซินฉีเข้ามาเปิดสมาคมอยู่ในประเทศไทย และมีป้ายภาษาจีนแปลตามชื่อสมาคมที่ปรากฏเป็นข่าว

 

โดยที่ตั้งของสมาคมอยู่คนละจุดกับบ้านพักที่ตำรวจไปพบตัว ทั้งนี้ ระหว่างการควบคุมตัวเมื่อ 12.00 น. ที่ผ่านมา หยูซินฉีได้ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีและไม่ได้มีท่าทีตื่นตระหนกตกใจแต่อย่างใด

 

พล.ต.ท. ภาคภูมิภิภัทฒ์ กล่าวอีกว่า ความเกี่ยวข้องในเรื่องยาเสพติด ฟอกเงิน การกระทำความผิดกฎหมายเพิ่มเติม การเป็นตัวกลางที่นำคนจีนเข้ามาในประเทศไทย และตัวบุคคลผู้ร่วมขบวนการรายอื่นๆ จะดำเนินการสอบสวนขยายผลเพิ่มเติมต่อไป

 

ส่วนกำหนดระยะเวลาการผลักดันออกนอกราชอาณาจักร ต้องขึ้นกับระยะเวลาที่เหมาะสม ซึ่งยังไม่สามารถตอบได้ว่าภายในเมื่อไร ระหว่างนี้อยู่ในระหว่างการสอบถามข้อมูล

The post ตำรวจยังไม่ตั้งข้อหา ‘หยูซินฉี’ อยู่ระหว่างคุยขอข้อมูล เจ้าตัวพร้อมให้ความร่วมมือ appeared first on THE STANDARD.

]]>
พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ ยินดีให้ตั้งกรรมการสอบ หลังถูกร้องเรียน ปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบ ปมสั่งสอบ สตม. กว่า 100 นาย ทำวีซ่าให้ชาวจีน https://thestandard.co/surachate-welcoming-examination/ Wed, 15 Feb 2023 06:02:24 +0000 https://thestandard.co/?p=750757 สุรเชษฐ์ หักพาล

วันนี้ (15 กุมภาพันธ์) พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บั […]

The post พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ ยินดีให้ตั้งกรรมการสอบ หลังถูกร้องเรียน ปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบ ปมสั่งสอบ สตม. กว่า 100 นาย ทำวีซ่าให้ชาวจีน appeared first on THE STANDARD.

]]>
สุรเชษฐ์ หักพาล

วันนี้ (15 กุมภาพันธ์) พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงกรณีที่ตำรวจสังกัดสำนักงานตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) ร้องเรียนการทำงานของตนเองและคณะ ในกรณีตรวจสอบตำรวจตรวจคนเข้าเมืองออกวีซ่าให้กับกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวจีนโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ว่าเมื่อทราบว่าถูกร้องเรียนก็ได้หารือกับทางผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) พร้อมเสนอให้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบการทำงานของตนเพื่อความโปร่งใสและความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย 

 

ทั้งนี้ หากผลการตรวจสอบพบว่าดำเนินการสืบสวนสอบสวนคดีนี้โดยชอบก็จะถือเป็นเครื่องยืนยันว่าตนทำงานโดยสุจริต แต่หากผลสอบสวนพบว่าการสืบสวนสอบสวนเรื่องดังกล่าวตนไม่มีอำนาจหน้าที่หรือกระทำไปโดยไม่ชอบก็ต้องรับผิดชอบ ซึ่งยินดีที่จะรับผิดชอบ รวมถึงไม่มีแนวคิดที่จะดำเนินคดีเป็นคู่ความกับผู้ร้องเรียน เพราะมองว่าการทำงานเป็นเรื่องที่สามารถร้องเรียนและถูกตรวจสอบได้  

 

ทั้งนี้ หากผลปรากฏว่าเป็นการทำงานโดยไม่ชอบ สิ่งที่จะเกิดขึ้นจะกระทบต่อคดีที่ดำเนินกับตำรวจตรวจคนเข้าเมืองกว่า 100 นาย ซึ่งจะถือว่าคดีเป็นโมฆะไปโดยปริยาย ซึ่งในทางปฏิบัติถือว่าคดีความเกิดความเสียหาย และเป็นความรับผิดชอบของตัวเองซึ่งยินดีจะรับผิดชอบทุกทาง  

 

พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ ยืนยันว่า ตัวเองมีอำนาจหน้าที่ในการสืบสวนตรวจสอบคดีนี้ เนื่องจากได้รับการแต่งตั้งโดย ผบ.ตร. รวมไปถึงการสอบสวนก็มีอำนาจโดยชอบเช่นเดียวกัน ส่วนความคืบหน้าทางคดีได้สรุปสำนวนคดีเสร็จสิ้นแล้วยังไม่มีการออกหมายจับใคร และมีกำหนดส่งสำนวนให้กับ ผบ.ตร. ได้ตรวจสอบความเรียบร้อยในสัปดาห์หน้านี้  

The post พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ ยินดีให้ตั้งกรรมการสอบ หลังถูกร้องเรียน ปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบ ปมสั่งสอบ สตม. กว่า 100 นาย ทำวีซ่าให้ชาวจีน appeared first on THE STANDARD.

]]>
รอง ผบ.ตร. เตรียมเรียก ตม. 80 นาย พร้อม 3 นายพลร่วมรุ่น รับทราบข้อหารับผลประโยชน์ เอื้อให้กลุ่มทุนจีนสีเทาเข้าประเทศ https://thestandard.co/call-immigration-office-to-acknowledge-charges/ Mon, 16 Jan 2023 09:02:17 +0000 https://thestandard.co/?p=737952

วันนี้ (16 มกราคม) พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาก […]

The post รอง ผบ.ตร. เตรียมเรียก ตม. 80 นาย พร้อม 3 นายพลร่วมรุ่น รับทราบข้อหารับผลประโยชน์ เอื้อให้กลุ่มทุนจีนสีเทาเข้าประเทศ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (16 มกราคม) พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบคดีทุนจีนสีเทา ที่พบว่ามีกลุ่มตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเข้ามามีส่วนร่วมอำนวยความสะดวกเรื่องหนังสือเดินทาง และออกวีซ่าประเภทนักเรียนเข้าประเทศโดยผิดกฎหมาย 

 

เบื้องต้นจากการสอบสวนพบ ตม. ประมาณ 80 นายมีส่วนเกี่ยวข้อง ในจำนวนนี้มี 3 นายเป็นตำรวจระดับนายพล ซึ่งจะถูกเชิญมารับทราบข้อกล่าวหา ตามมาตรา 157 ปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นปฏิบัติโดยมิชอบ และมาตรา 149 เรียกรับผลประโยชน์  

 

พล.ต.อ. สุรเชษฐ์กล่าวต่อไปว่า แม้จะเป็นระดับนายพลเพื่อนร่วมรุ่นนักเรียนนายร้อย รุ่น 47 ตนก็จะไม่ละเว้นอย่างแน่นอน ส่วนในสัปดาห์หน้าจะเรียกตำรวจที่เกี่ยวข้องทั้งหมดมารับทราบข้อกล่าวหา ผลการสอบสวนที่มีขณะนี้พบว่ามีคนจีนที่ลักลอบเข้าเมืองโดยวิธีการนี้ประมาณ 5,000 คน

 

โดยปี 2563-2564 พื้นที่ความรับผิดชอบของกองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 4 (ตม.4) ในภาคอีสาน ออกวีซ่าผิดกฎหมายประมาณ 3,000 คน และพื้นที่กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 5 (ตม.5) รับผิดชอบภาคเหนือ ออกวีซ่าผิดกฎหมายประมาณ 1,000 ราย โดยในกลุ่มนี้มีเจ้าของคลับวัน พัทยา จังหวัดชลบุรี ใช้วิธีการนี้ด้วย จากนี้เจ้าหน้าที่ได้เพิกถอนวีซ่า และเตรียมผลักดันกลับประเทศต้นทาง รวมถึงคนจีนรายอื่นๆ ด้วย 

 

พล.ต.อ. สุรเชษฐ์กล่าวอีกว่า ผลประโยชน์เรื่องนี้คาดว่ามีจำนวนมาก ซึ่งอยู่ระหว่างตรวจสอบ มีบุคคลที่ทำผิดมากถึง 80 คน แต่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) มีบุคลากร 20,000 นาย จำเป็นจะต้องเอาคนไม่ดีออกจากหน่วยงาน พร้อมประสานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตรวจสอบเส้นทางการเงินกับทรัพย์สินต่อไป

The post รอง ผบ.ตร. เตรียมเรียก ตม. 80 นาย พร้อม 3 นายพลร่วมรุ่น รับทราบข้อหารับผลประโยชน์ เอื้อให้กลุ่มทุนจีนสีเทาเข้าประเทศ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชูวิทย์เข้าให้ปากคำรองจเรตำรวจแห่งชาติ ปมเจ้าหน้าที่เอี่ยวเปลี่ยนวีซ่าคนจีน รายงานพบตำรวจเกี่ยว 50 นาย https://thestandard.co/officers-involved-in-changing-chinese-visas/ Tue, 13 Dec 2022 11:47:14 +0000 https://thestandard.co/?p=723292

วันนี้ (13 ธันวาคม) ที่สำนักงานจเรตำรวจ สำนักงานตำรวจแห […]

The post ชูวิทย์เข้าให้ปากคำรองจเรตำรวจแห่งชาติ ปมเจ้าหน้าที่เอี่ยวเปลี่ยนวีซ่าคนจีน รายงานพบตำรวจเกี่ยว 50 นาย appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (13 ธันวาคม) ที่สำนักงานจเรตำรวจ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ เข้าให้เข้าปากคำกับคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง เกี่ยวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 4 และกองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 5 ที่อาจจะมีความเชื่อมโยงกับมูลนิธิและสมาคมในการออกวีซ่าประเภทนักศึกษาให้กับกลุ่มชาวจีนกว่า 7,000 คน 

 

โดยเฉพาะในจังหวัดขอนแก่นจากข้อมูลมีมากถึง 3,000 คน และยังเชื่อว่ามีเจ้าหน้าที่ที่มีพฤติกรรมในลักษณะนี้อีกหลายพื้นที่ โดยพฤติกรรมดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงปี 2563-2564  

 

ทั้งนี้ชูวิทย์กล่าวถึงตำรวจตรวจคนเข้าเมืองนายหนึ่งที่ขับรถหรู และมีคอนโดอยู่ย่านหลังสวน โดยตั้งคำถามว่าทำไมถึงมีทรัพย์สินเหล่านี้ อีกทั้งก่อนมาพบจเรตำรวจแห่งชาติมีบุคคลติดต่อมาเพื่อขอละเว้นส่งรายชื่อในการตรวจสอบ ในเรื่องนี้ตัวเองมองว่าไม่สามารถละเว้นได้ ถึงจะเป็นเพื่อร่วมรุ่นเดียวกับ พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติก็ตาม 

 

สำหรับการสอบปากคำในวันนี้ คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง มี พล.ต.ท. วีระ จิรวีระ รองจเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะประธานคณะกรรมการ ตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมคณะทำงานจำนวน 10 นาย เป็นผู้ตรวจสอบ โดยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติกำชับให้แล้วเสร็จภายใน 15 วัน 

 

อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่าพบตำรวจตรวจคนเข้าเมืองที่มีความเกี่ยวข้องจำนวนมากถึง 50 นาย ที่พบว่าเคยปฏิบัติงานในสังกัดกองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 4 และกองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 5 ซึ่งนอกจากคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว ยังมีทีมงานลงพื้นที่ตรวจสอบ เบื้องต้นยังไม่พบพยานหลักฐาน ส่วนกระบวนการตรวจสอบเส้นทางการเงิน หากพบว่ามีความเกี่ยวข้องจริงจะมีโทษทางวินัยร้ายแรงสุดคือไล่ออกจากราชการตำรวจ

The post ชูวิทย์เข้าให้ปากคำรองจเรตำรวจแห่งชาติ ปมเจ้าหน้าที่เอี่ยวเปลี่ยนวีซ่าคนจีน รายงานพบตำรวจเกี่ยว 50 นาย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผบ.ตร. สั่งตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีชูวิทย์แจงตำรวจ ตม. เอี่ยวกลุ่มคนจีนเปลี่ยนวีซ่า ย้ำองค์กรต้องโปร่งใส https://thestandard.co/police-in-chinese-group-investigate/ Thu, 08 Dec 2022 05:08:12 +0000 https://thestandard.co/?p=721291

วันนี้ (8 ธันวาคม) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ. ดำร […]

The post ผบ.ตร. สั่งตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีชูวิทย์แจงตำรวจ ตม. เอี่ยวกลุ่มคนจีนเปลี่ยนวีซ่า ย้ำองค์กรต้องโปร่งใส appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (8 ธันวาคม) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ. ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึง กรณีที่ ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ จัดแถลงข่าว เกี่ยวกับการเปลี่ยนประเภทวีซ่าของกลุ่มคนจีนที่พบความผิดปกติ โดยกรณีนี้มีข้อมูลว่าตำรวจสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) คอยอำนวยความสะดวกให้ โดยมีการเปิดหลักฐานการจัดตั้งมูลนิธิรับจดทะเบียนให้คนจีนพักอาศัยในไทยโดยผิดกฎหมาย

 

พล.ต.อ. ดำรงศักดิ์กล่าวว่า ได้รับทราบข้อมูลแล้ว ไม่ได้นิ่งนอนใจ และได้มอบหมายให้ พล.ต.ท. วีระ จิรวีระ รองจเรตำรวจแห่งชาติ เป็นประธานตรวจสอบข้อเท็จจริง และรายงานผลให้ทราบโดยเร็ว หากพบว่ามีการกระทำความผิดให้ดำเนินการตามกฎหมาย โดยสั่งการเน้นย้ำนโยบายตำรวจ ต้องไม่ปล่อยปละละเลย ไม่มีการช่วยเหลือ ว่ากันตามพยานหลักฐาน ข้อเท็จจริง  

 

โดย พล.ต.อ. ดำรงศักดิ์ กล่าวยืนยันว่า องค์กรต้องโปร่งใส ตรวจสอบได้ ไม่เพียงเฉพาะกรณีของเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ทุกข้อมูล ทุกข้อร้องเรียน ต้องมีการตรวจสอบ ดำเนินการ ขอบคุณทุกข้อมูลของพี่น้องประชาชนในการช่วยตรวจสอบการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

The post ผบ.ตร. สั่งตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีชูวิทย์แจงตำรวจ ตม. เอี่ยวกลุ่มคนจีนเปลี่ยนวีซ่า ย้ำองค์กรต้องโปร่งใส appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทอท. ยอมรับเจ้าหน้าที่ตบหน้านักท่องเที่ยวจีนจริง สั่งสอบสวน เตรียมขอโทษผ่านสถานทูตต่อไป https://thestandard.co/aot-staff-slapped-chinese-tourist-face/ https://thestandard.co/aot-staff-slapped-chinese-tourist-face/#respond Sat, 29 Sep 2018 09:30:30 +0000 https://thestandard.co/?p=125942

นาวาอากาศโท สุธีรวัฒน์ สุวรรณวัฒน์ ผู้อำนวยการท่าอากาศย […]

The post ทอท. ยอมรับเจ้าหน้าที่ตบหน้านักท่องเที่ยวจีนจริง สั่งสอบสวน เตรียมขอโทษผ่านสถานทูตต่อไป appeared first on THE STANDARD.

]]>

นาวาอากาศโท สุธีรวัฒน์ สุวรรณวัฒน์ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานดอนเมือง ชี้แจงกรณีการเผยแพร่คลิปเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยสนามบินในประเทศไทย ทำร้ายนักท่องเที่ยวจีน ณ อาคารรับรองพิเศษ ท่าอากาศยานดอนเมือง โดยระบุว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 27 กันยายน 2561 เวลาประมาณ 22.27 น. โดยท่าอากาศยานได้รับการประสานจากเจ้าหน้าที่สายการบินไทยไลอ้อนแอร์ ขอให้เจ้าหน้าที่ตระเวนระงับเหตุเข้าควบคุมพื้นที่บริเวณห้องพักรอผู้โดยสารส่งกลับ

 

เนื่องจาก Mei Ji ผู้โดยสารชาวจีนที่เดินทางโดยเที่ยวบิน SL 117 จากเมืองจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย มายังประเทศไทย ถูกปฏิเสธการเข้าเมือง เพราะไม่แสดงเอกสารยืนยันการเข้าพักในประเทศไทย

 

ท่าอากาศยานระบุว่า Mei Ji แสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสมต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง รวมทั้งไม่ยินยอมเข้าห้องพักรอผู้โดยสาร เมื่อเจ้าหน้าที่ตระเวนระงับเหตุมาถึง และปฏิบัติหน้าที่ตามขั้นตอนการปฏิบัติ แต่กลับถูกผู้โดยสารขัดขวาง ก่อความวุ่นวาย และพยายามหลบหนีไปทาง Bus Gate อาคารผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ เจ้าหน้าที่ตระเวนระงับเหตุจึงได้เข้าระงับเหตุการณ์ ซึ่งนาวาอากาศโท สุธีรวัฒน์ ยอมรับว่ามีการใช้กำลังเกินกว่าเหตุจริง ซึ่งการกระทำดังกล่าวถือเป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง มีโทษถึงขั้นไล่ออก ซึ่ง ทอท. ได้ดำเนินการแล้ว รวมทั้งได้พิจารณาย้ายผู้เกี่ยวข้องมาช่วยราชการที่สำนักงานใหญ่ และตั้งคณะกรรมการสอบสวนต่อไป

 

ส่วนนาย Mei Ji เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองได้ให้สายการบินไทยไลอ้อนแอร์ ดำเนินการส่งตัวกลับแล้วด้วยเที่ยวบิน SL 038 เส้นทางดอนเมือง-กวางโจว เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2561 เวลา 00.45 น.

 

ทั้งนี้ท่าอากาศยานไทย ขอแสดงความเสียใจเป็นอย่างยิ่งต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทย และยินดีบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อนักท่องเที่ยวชาวจีน รวมทั้งจะทำหนังสือผ่านสถานทูตจีนเพื่อขอโทษผู้เสียหายต่อไป

 

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

The post ทอท. ยอมรับเจ้าหน้าที่ตบหน้านักท่องเที่ยวจีนจริง สั่งสอบสวน เตรียมขอโทษผ่านสถานทูตต่อไป appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/aot-staff-slapped-chinese-tourist-face/feed/ 0
สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ยันยังไม่พบ ‘ยิ่งลักษณ์’ ออกนอกประเทศ https://thestandard.co/yingluck-not-appearing-at-immigration/ https://thestandard.co/yingluck-not-appearing-at-immigration/#respond Fri, 25 Aug 2017 05:08:48 +0000 https://thestandard.co/?p=22352

       พลตำรวจโทณัฐธร เพราะสุนทร ผู […]

The post สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ยันยังไม่พบ ‘ยิ่งลักษณ์’ ออกนอกประเทศ appeared first on THE STANDARD.

]]>

 

     พลตำรวจโทณัฐธร เพราะสุนทร ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ยืนยันว่าจนถึงขณะนี้ยังไม่พบประวัติการเดินทางออกนอกประเทศของนางสาวยิ่งลักษณ์ ผ่านทางด่านตรวจคนเข้าเมืองใดๆ ไม่ว่าจะเป็นที่สนามบินทั่วประเทศ หรือด่านตรวจคนเข้าเมืองตามแนวชายแดน เพราะตั้งแต่วันที่ 19 พฤษภาคม 2558 ภายหลังจากที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดคดีโครงการรับจำนำข้าว ก็ส่งเรื่องไปที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ศาลก็มีคำสั่งห้ามไม่ให้นางสาวยิ่งลักษณ์เดินทางออกนอกประเทศระหว่างปล่อยตัวชั่วคราวจนกระทั่งถึงปัจจุบัน

     หากนางสาวยิ่งลักษณ์จะเดินทางด้วยเครื่องบินส่วนตัว ก็ต้องมีประวัติบันทึกของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง แต่หากออกนอกประเทศผ่านทางพรมแดนธรรมชาติ ทางสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจะไม่สามารถตรวจสอบได้ แต่เชื่อว่าไม่น่าจะเป็นไปได้ที่นางสาวยิ่งลักษณ์จะเดินทางออกทางช่องทางนี้
     ทั้งนี้จากบันทึกการเดินทางเข้า-ออกประเทศ พบว่านางสาวยิ่งลักษณ์ เดินทางออกนอกประเทศครั้งสุดท้าย เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2557 เดินทางไปประเทศญี่ปุ่น และกลับเข้ามาในประเทศไทย เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2557 จากนั้นก็ไม่พบการเดินทางเข้า-ออกประเทศอีกเลย
     นอกจากนี้พลตำรวจโทณัฐธร ยังชี้แจงว่ากรณีนี้แตกต่างจากกรณีของนายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือ ‘บอส ทายาทเครื่องดื่มชูกำลัง’ เพราะกรณีของนายวรยุทธเดินทางออกนอกประเทศก่อนที่ศาลจะอนุมัติหมายจับ ทำให้ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองไม่มีอำนาจในการกักตัว

 

Photo: SONNY TUMBELAKA/AFP

The post สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ยันยังไม่พบ ‘ยิ่งลักษณ์’ ออกนอกประเทศ appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/yingluck-not-appearing-at-immigration/feed/ 0