ตำนานพื้นบ้าน Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/ตำนานพื้นบ้าน/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Wed, 29 Apr 2026 03:39:17 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.11 น้ำตาล พิจักขณา นำทีมตีความเรื่องราวพื้นบ้านใหม่ในภาพยนตร์ ‘สาปเมือง’ https://thestandard.co/namtarn-pijakkana-sap-muang-movie/ Wed, 29 Apr 2026 03:36:06 +0000 https://thestandard.co/namtarn-pijakkana-sap-muang-movie/ ภาพโปสเตอร์ภาพยนตร์ ‘สาปเมือง’ นำแสดงโดย น้ำตาล พิจักขณา และ ตี๋ บุญยเกียรติ

นับเป็นภาพยนตร์ที่น่าจับตามองสำหรับ สาปเมือง ภาพยนตร์โร […]

The post น้ำตาล พิจักขณา นำทีมตีความเรื่องราวพื้นบ้านใหม่ในภาพยนตร์ ‘สาปเมือง’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพโปสเตอร์ภาพยนตร์ ‘สาปเมือง’ นำแสดงโดย น้ำตาล พิจักขณา และ ตี๋ บุญยเกียรติ

นับเป็นภาพยนตร์ที่น่าจับตามองสำหรับ สาปเมือง ภาพยนตร์โรแมนติก-คอเมดี้ ระหว่างวิญญาณสาวกับคน ที่หยิบเอาเรื่องราวพื้นบ้านมาตีความใหม่ให้มีความร่วมสมัย นำแสดงโดย น้ำตาล พิจักขณา, ตี๋ บุญยเกียรติ, สไปร์ท พัชร์ธีรัตน์ และ จอห์น ณัฎฐโชติ

 

โดยโปรเจกต์นี้เป็นความร่วมมือระหว่าง ​M STUDIO กับ KLK STUDIO ที่นำเรื่องราวความเชื่อมาเล่าใหม่ในมุมที่เข้าถึงง่าย และเน้นไปที่หัวใจของเรื่องคือความรักและโชคชะตาที่เชื่อมโยงกันข้ามภพ ชูเอกลักษณ์ความบันเทิงสไตล์ล้านนา การันตีความสนุกจากผู้กำกับมากฝีมือ ค็อป อนวรรษ ถ่ายทอดมุกตลกที่แทรกมาแบบไม่ทันตั้งตัว และการรวมพลังระหว่างผีและคนในภารกิจพิสูจน์รักแท้

 

สาปเมือง เป็นเรื่องราวของ ฟางคำ (น้ำตาล พิจักขณา) วิญญาณสาวสุดโก๊ะต้องลุกขึ้นมาทำภารกิจสำคัญ เพื่อเขียนตำนานความรักบทใหม่ด้วยตัวเองโดยหวังพิชิตใจ ไซ (ตี๋ บุญยเกียรติ) เนื้อคู่คนสำคัญ ท่ามกลางอุปสรรคสุดป่วนที่ต้องขอความช่วยเหลือจากชาวแก๊ง และมารหัวใจที่เข้ามาทำให้แผนรักครั้งนี้วุ่นวายยิ่งกว่าเดิม

 

นอกจากนี้ยังเสริมทัพด้วยนักแสดงที่มาช่วยเติมดีกรีความสนุกให้เข้มข้นขึ้น อาทิ น้ำหวาน ภูริตา, สไปร์ท พัชร์ธีรัตน์, จอห์น ณัฎฐโชติ, เหินฟ้า ล้านนาไทย, แอน ผ่องพรรณ และนักแสดงอีกมากมายที่จะสร้างสีสันให้ภาพยนตร์เรื่องนี้ครบรสยิ่งขึ้น

 

ถือเป็นอีกหนึ่งโปรเจกต์ที่ผสมผสานความเป็นไทยร่วมสมัยได้น่าติดตาม เพราะนอกจากภายในเรื่องจะใช้ภาษาถิ่นเป็นหลักแล้ว ยังเป็นการหยิบยกความเชื่อดั้งเดิมของไทยมาตีความใหม่ให้มีสีสันมากยิ่งขึ้น เตรียมพบกับตำนานความรักครั้งใหม่ระหว่างวิญญาณกับคนได้ในวันที่ 14 พฤษภาคมนี้ ทุกโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศ

 

ภาพ: M STUDIO

 

The post น้ำตาล พิจักขณา นำทีมตีความเรื่องราวพื้นบ้านใหม่ในภาพยนตร์ ‘สาปเมือง’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Kimetsu no Yaiba กับการสำรวจตำนานเล่าขานของ 3 ช่างตีดาบชื่อดังจากญี่ปุ่น https://thestandard.co/spotlight-kimetsu-no-yaiba/ Fri, 21 Apr 2023 07:55:08 +0000 https://thestandard.co/?p=779482 Kimetsu no Yaiba

เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งอนิเมะยอดฮิตที่มีแฟนคลับติดตามอย […]

The post Kimetsu no Yaiba กับการสำรวจตำนานเล่าขานของ 3 ช่างตีดาบชื่อดังจากญี่ปุ่น appeared first on THE STANDARD.

]]>
Kimetsu no Yaiba

เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งอนิเมะยอดฮิตที่มีแฟนคลับติดตามอย่างเหนียวแน่นสำหรับ Kimetsu no Yaiba ดาบพิฆาตอสูร ที่เดินทางมาถึงซีซัน 3 ในชื่อภาคว่า Swordsmith Village Arc กันแล้ว โดยภาคนี้จะพาไปติดตามเรื่องราวของ ทันจิโร่ ที่ต้องออกเดินทางสู่หมู่บ้านช่างตีดาบที่แอบซ่อนอยู่ ณ สถานที่แห่งหนึ่ง เพื่อนำดาบของตัวเองไปซ่อมแซม แต่แล้วจู่ๆ ก็มีอสูรข้างขึ้นบุกมาโจมตีหมู่บ้าน ทันจิโร่และพรรคพวกจึงต้องเข้าเผชิญหน้ากับเหล่าอสูรสุดแกร่งอีกครั้ง เพื่อปกป้องผู้คนในหมู่บ้านช่างตีดาบให้สำเร็จ 

 

ซึ่งหากกล่าวถึงอาชีพช่างตีดาบในประเทศญี่ปุ่น เรียกว่าเป็นหนึ่งในอาชีพที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน รวมถึงมีเหล่าช่างตีดาบชื่อดังมากมายที่รังสรรค์ดาบซามูไรเลื่องชื่อ และยังคงได้รับการยกย่องมาจนถึงปัจจุบัน 

 

วันนี้ THE STANDARD POP จึงถือโอกาสพาทุกคนมาสำรวจเรื่องราวและตำนานเล่าขานของ 3 ช่างตีดาบชื่อดังของญี่ปุ่นกัน 

 

ภาพ: wikipedia 

 

อามาคุนิ ช่างตีดาบผู้ได้รับการกล่าวขานว่าเป็นจุดเริ่มของดาบซามูไร 

 

อามาคุนิ ยาสุซุนะ คือช่างตีดาบญี่ปุ่นที่มีชีวิตอยู่ในช่วงศตวรรษที่ 8 ไม่มีใครทราบประวัติที่แน่ชัดของอามาคุนิ แต่เรื่องราวของเขามักจะถูกบอกเล่าผ่านตำนานเล่าขานเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งอามาคุนิคนนี้คือผู้ที่ได้รับการกล่าวขานว่าเป็นผู้ริเริ่มการตีดาบยาวคมด้านเดียว หรือ ทาชิ (Tachi) ซึ่งเป็นต้นแบบของดาบคาตานะ (Katana) ของนักรบซามูไรที่เราคุ้นหน้าคุ้นตากันในปัจจุบัน  

 

โดยย้อนกลับไปในยุคก่อนที่ดาบทาชิและดาบคาตานะจะถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลาย ทหารญี่ปุ่นมักจะใช้ดาบที่มีลักษณะเป็นดาบยาวสองคมคล้ายกับดาบจีนโบราณที่เรียกว่า เจียน (Jian) เพื่อใช้ในการรบ 

 

วันหนึ่งมีกองทหารของจักรพรรดิที่กลับมาจากสนามรบได้เดินทางผ่านหน้าโรงตีเหล็กของอามาคุนิ เขาสังเกตเห็นว่าดาบของทหารเหล่านั้นหักจนใช้การไม่ได้ เขาจึงนำดาบที่หักเหล่านั้นกลับมาเพื่อหาสาเหตุที่ทำให้ดาบหักง่าย และพบว่าดาบถูกผลิตขึ้นมาอย่างไม่เหมาะสม และทหารนำดาบไปกระแทกกับวัตถุแข็ง นั่นจึงจุดประกายให้เขาต้องการตีดาบที่ไม่มีวันหักขึ้นมา

 

อามาคุนิและลูกชายของเขานาม อามาคุระ ได้ค้นพบทรายเหล็กและนำมาหลอมเป็นเหล็กชั้นดีที่เรียกว่า ทามาฮากาเนะ (Tamahagane) เพื่อใช้สำหรับการตีดาบ ส่วนรูปลักษณ์ของดาบยาวคมด้านเดียว มีความโค้งงอเล็กน้อย มีที่มาจากการที่อามาคุนิได้ภาวนาต่อเทพเจ้า เพื่อขอให้เขาสามารถตีดาบที่ไม่มีวันหักขึ้นมาได้อย่างที่ตั้งใจ 

 

และในคืนหนึ่ง เขาก็ฝันเห็นภาพของดาบคมด้านเดียว เขาจึงนำภาพที่เห็นมาเป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบดาบ 

 

ภายหลังจากที่อามาคุนิและลูกชายใช้เวลาในการทดลองและพัฒนาวิธีตีดาบเล่มใหม่อยู่นานหลายเดือน พวกเขาก็นำดาบทาจิไปมอบให้กับจักรพรรดิ เพื่อนำไปใช้ในการรบ ก่อนที่ในเวลาต่อมาเขาก็ได้มาพบกับกองทหารที่กลับมาจากการรบอีกครั้ง และพบว่าดาบของทหารเหล่านั้นไม่หักแม้แต่เล่มเดียว

 

ไม่นานจากนั้นอามาคุนิจึงได้รับมอบหมายให้เป็นหัวหน้าที่เป็นช่างตีดาบให้กับจักรพรรดิ รวมถึงเทคนิคการตีดาบของเขาก็กลายเป็นเทคนิคที่ได้รับการสืบทอดและถูกพัฒนาต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน 

 

มาซามุเนะ หนึ่งในช่างตีดาบที่เก่งกาจที่สุดในประวัติศาสตร์ 

 

หากกล่าวถึงช่างตีดาบชื่อดังของญี่ปุ่น เชื่อว่าชื่อของ มาซามุเนะ หนึ่งในช่างตีดาบที่ได้รับการยกย่องว่าเก่งกาจที่สุดในประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่น จะต้องปรากฏขึ้นมาเป็นอันดับแรกๆ อย่างแน่นอน 

 

สำหรับมาซามุเนะ หรือ โกโร่ นิวโด มาซามุเนะ คาดว่ามีชีวิตอยู่ในช่วงยุคคามาคุระ (ปี 1185-1333) โดยคาดการณ์ว่าเขาเริ่มต้นอาชีพช่างตีดาบในช่วงปี 1288-1328 โดยหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ส่งให้ชื่อของมาซามุเนะได้รับการยกย่องว่าเป็นช่างตีดาบที่เก่งกาจที่สุดของญี่ปุ่นนั่นคือ เทคนิคการตีดาบที่เลือกใช้เหล็กชั้นยอด เพื่อสร้างดาบที่งดงาม มีความสมดุล และมีคุณภาพสูงกว่าช่างตีดาบคนอื่นๆ ในยุคเดียวกัน  

 

ตลอดระยะเวลาการเป็นช่างตีดาบ มาซามุเนะได้ตีดาบเลื่องชื่อไว้หลายเล่มด้วยกัน โดยหนึ่งในผลงานที่เป็นที่กล่าวถึงมากที่สุดคือ ฮอนโจ มาซามุเนะ ซึ่งถูกขนานนามว่าเป็นผลงานที่ยอดเยี่ยมที่สุดของมาซามุเนะ และได้รับการส่งมอบจากรุ่นสู่รุ่นภายในตระกูลโทกูงาวะ ก่อนที่จะได้รับเลือกให้เป็นสมบัติประจำชาติในปี 1939 

 

แต่ภายหลังจากที่ญี่ปุ่นพ่ายแพ้ในสงครามโลกครั้งที่ 2 และสหรัฐอเมริกาเข้ามามีอำนาจในญี่ปุ่น จึงได้มีการออกกฎหมายห้ามพกพาดาบซามูไร และทำให้ตระกูลโทกูงาวะต้องมอบดาบที่ครอบครองอยู่ให้กับทางการ

 

และไม่นานจากนั้นดาบฮอนโจ มาซามุเนะ ก็ได้หายสาบสูญไปอย่างเป็นปริศนา และเนื่องจากมาซามุเนะมักจะไม่เซ็นลายเซ็นของตัวเองลงในผลงาน จึงทำให้ฮอนโจ มาซามุเนะ กลายเป็นดาบเลื่องชื่อของมาซามุเนะที่ยังไม่เคยถูกค้นพบอีกเลย 

 

ปัจจุบันชื่อของมาซามุเนะยังได้ถูกนำมาตั้งเป็นชื่อรางวัล Masamune Prize ซึ่งเป็นรางวัลที่มอบให้แก่ช่างตีดาบที่โดดเด่นในการแข่งขันการตีดาบญี่ปุ่นอีกด้วย 

 

มุรามาซะ ตำนานดาบต้องคำสาป และคู่แข่งคนสำคัญของมาซามุเนะ 

 

มุรามาซะ หรือ เซนโก มุรามาซะ ถือเป็นอีกหนึ่งช่างตีดาบญี่ปุ่นชื่อดังที่มีตำนานเล่าขานมากมาย และได้รับการกล่าวถึงมาจนถึงปัจจุบัน โดยเฉพาะการถูกกล่าวถึงควบคู่กับมาซามุเนะ ในฐานะของคู่แข่งที่มีฝีมือการตีดาบที่ยอดเยี่ยมไม่แพ้กัน แม้ว่าในความเป็นจริงแล้วมาซามุเนะและมุรามาซะจะมีชีวิตอยู่คนละช่วงเวลากัน แต่ชื่อของทั้งคู่ก็มักจะปรากฏในตำนานเล่าขานอยู่เสมอ 

 

สำหรับมุรามาซะ คาดว่ามีชีวิตอยู่ในช่วงยุคมุโรมาจิ (ปี 1336-1573) โดยความโดดเด่นในผลงานของเขาคือ ใบดาบที่คม แข็งแรง ผลงานส่วนใหญ่ของเขามักจะได้รับความนิยมในชนชั้นสูงของตระกูลโทกูงาวะ 

 

แต่เนื่องจากมีตำนานเล่าขานว่า ผู้ที่ถือดาบของมุรามาซะมักจะได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตอย่างเป็นปริศนา จึงทำให้มีความเชื่อกันว่า ดาบของมุรามาซะเป็นดาบต้องคำสาปที่มีปีศาจสิงอยู่ และทำให้ตระกูลโทกูงาวะสั่งห้ามไม่ให้ใช้ดาบของมุรามาซะอีก เพราะเชื่อว่าจะนำมาซึ่งโชคร้าย 

 

กระทั่งในช่วงสงครามกลางเมือง กองทัพฝ่ายต่อต้านของตระกูลโทกูงาวะได้นำดาบของมุรามาซะมาใช้ในการรบอีกครั้ง เพราะเชื่อกันว่าปีศาจที่สิงอยู่ในดาบของมุรามาซะโหยหาการดื่มเลือดของตระกูลโทกูงาวะ

 

ขณะที่เรื่องราวเกี่ยวกับตำนานการแข่งขันระหว่างมาซามุเนะและมุรามาซะ เพื่อค้นหาช่างตีดาบที่เก่งที่สุดนั้น ก็มีตำนานเล่าขานที่น่าสนใจอยู่มากมายเช่นเดียวกัน 

 

มีตำนานหนึ่งเล่าว่า มาซามุเนะและมุรามาซะเคยนำดาบของตนเองมาประชันกันว่าดาบของใครเหนือกว่า ด้วยการนำดาบของทั้งคู่มาลอยในแม่น้ำแห่งหนึ่ง ปรากฏว่าดาบของมุรามาซะสามารถตัดทุกสิ่งที่ลอยผ่านมาได้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นใบไม้หรือปลาที่ว่ายเข้ามา ส่วนดาบของมาซามุเนะตัดเพียงใบไม้ แต่ไม่ได้ทำร้ายปลาที่ถือเป็นสัตว์ที่รักสงบ 

 

ดาบของมาซามุเนะจึงมักจะถูกเปรียบเปรยว่าเป็นดาบที่งดงาม สงบนิ่ง และทรงเกียรติ ขณะที่ดาบของมุรามาซะคือดาบที่โหดเหี้ยม ชั่วร้าย จนได้รับการกล่าวขานว่า เมื่อดาบของมุรามาซะถูกดึงออกจากฝัก ดาบจะต้องได้ดื่มเลือดก่อนที่จะนำดาบกลับเข้าฝักอีกครั้ง  

 

ภาพ: Aniplex / YouTube

 

ทั้งหมดนี้เป็นเพียง 3 ช่างตีดาบชื่อดังที่เราหยิบยกมากล่าวถึงเท่านั้น ยังมีช่างตีดาบญี่ปุ่นที่สร้างดาบเลื่องชื่อและมีตำนานเล่าขานที่น่าสนใจอีกมากมายหลายคน เช่น ฮิโคชิโระ ซาดามุเนะ ช่างตีดาบที่สันนิษฐานว่าเป็นลูกชายของมาซามุเนะ หรือ โยชิฮาระ โยชินโดะ หนึ่งในช่างตีดาบญี่ปุ่นที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดในยุคปัจจุบัน ฯลฯ 

 

แต่เรื่องราวของพวกเขาเหล่านี้ก็ได้สะท้อนภาพให้เราเห็นแล้วว่า อาชีพช่างตีดาบญี่ปุ่นเป็นอีกหนึ่งอาชีพที่มีส่วนสำคัญในประวัติศาสตร์อันยาวนานของประเทศญี่ปุ่น และยังคงได้รับการสืบทอดศาสตร์ของการตีดาบ รวมถึงตำนานเล่าขานมากมายที่ยังคงถูกกล่าวขานมาจนถึงปัจจุบัน  

 

ภาพ: Wikipedia 

อ้างอิง:

The post Kimetsu no Yaiba กับการสำรวจตำนานเล่าขานของ 3 ช่างตีดาบชื่อดังจากญี่ปุ่น appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: ‘ผีแห่งเคียฟ’ เรื่องจริงหรือแค่ตำนานปลุกใจชาวยูเครน | KEY MESSAGES https://thestandard.co/russia-ukraine-crisis-10032022-2/ Thu, 10 Mar 2022 03:26:15 +0000 https://thestandard.co/?p=603968 Ghost of Kyiv

สงครามรัสเซีย-ยูเครน นอกจากสงครามที่เป็นปฏิบัติการทางทห […]

The post ชมคลิป: ‘ผีแห่งเคียฟ’ เรื่องจริงหรือแค่ตำนานปลุกใจชาวยูเครน | KEY MESSAGES appeared first on THE STANDARD.

]]>
Ghost of Kyiv

สงครามรัสเซีย-ยูเครน นอกจากสงครามที่เป็นปฏิบัติการทางทหารแล้ว ยังมีอีกหนึ่งปฏิบัติการที่เรียกว่า ‘สงครามข่าวสาร’ โดยเรื่องที่ THE STANDARD จะนำเสนอต่อไปนี้มีชื่อว่า ‘ผีแห่งเคียฟ’ (Ghost of Kyiv) ซึ่งเป็นหนึ่งในตำนานเล่าขานที่ผู้คนกล่าวถึงจนทุกวันนี้

 

ชมคลิปอื่นๆ ที่น่าสนใจได้ที่ https://thestandard.co/video/

The post ชมคลิป: ‘ผีแห่งเคียฟ’ เรื่องจริงหรือแค่ตำนานปลุกใจชาวยูเครน | KEY MESSAGES appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตำนาน ข้อห้าม ความเชื่อ และสารพัดเกร็ดน่ารู้แต่คุณอาจยังไม่รู้เกี่ยวกับเทศกาลตรุษจีน https://thestandard.co/tips-for-chinese-new-year-festival/ Tue, 01 Feb 2022 10:35:23 +0000 https://thestandard.co/?p=589269 Chinese New Year Festival

เทศกาลปีใหม่ของจีนหวนกลับมาอีกครั้งในปีนี้ เราทุกคนต่าง […]

The post ตำนาน ข้อห้าม ความเชื่อ และสารพัดเกร็ดน่ารู้แต่คุณอาจยังไม่รู้เกี่ยวกับเทศกาลตรุษจีน appeared first on THE STANDARD.

]]>
Chinese New Year Festival

เทศกาลปีใหม่ของจีนหวนกลับมาอีกครั้งในปีนี้ เราทุกคนต่างคุ้นเคยกับการเฉลิมฉลองนี้ของชาวจีนกันดี ทว่าตรุษจีนเองก็มีหลายแง่มุมที่น่าสนใจ ทั้งประวัติความเป็นมา ตำนาน ข้อห้าม ตลอดจนความเชื่อและข้อเท็จจริง ต่อไปนี้คือ สารพัดเกร็ดน่ารู้แต่คุณอาจยังไม่รู้เกี่ยวกับเทศกาลตรุษจีนที่เรารวบรวมนำมาฝากกัน  

 

Chinese New Year Festival

(Photo Credit : https://kdthamann.wixsite.com/kathrynswordvomit/post/the-legend-of-the-monster-nian-or-the-legend-of-chinese-new-year )

 

สัตว์ประหลาด ‘เหนียน’ กับตำนานตรุษจีน

ตรุษจีน หรือ ‘ชุนเจี๋ย/กว้อชุนเจี๋ย/กว้อเหนียน’ นับเป็นวันสำคัญของจีนที่มีมานับแต่โบราณ ตามตำนานเล่ากันว่ามีสัตว์ดุร้ายชนิดหนึ่งเรียกว่า ‘เหนียน’ ออกอาละวาดกินผู้คนเป็นประจำ เทพเจ้าจึงลงโทษให้มันลงจากเขาได้เพียงครั้งเดียวในรอบ 365 วัน ในยามเมื่อฤดูหนาวใกล้จะผ่านพ้นและฤดูใบไม้ผลิกำลังเวียนมา เหนียนก็จะออกมาทำร้ายผู้คน เพื่อป้องกันภัยของเจ้าเหนียนตัวร้าย ทุกบ้านจึงสะสมเสบียงไว้ มีการประดับประดาด้วยของตกแต่งสีแดงเพื่อทำให้เหนียนกลัว เช่นเดียวกับการประดับแสงไฟ จุดประทัดและพลุ จนกระทั่งถึงรุ่งเช้าวันแรม 1 ค่ำ เดือน 1 เมื่อเหนียนจากไปแล้ว ทุกบ้านก็ออกมาแสดงความยินดีกัน พร้อมทั้งนำอาหารออกมารับประทานร่วมกันอย่างสนุกสนาน ต่อมาจึงกลายมาเป็นวันเฉลิมฉลองแห่งความสุขที่เรียกกันว่า ‘ตรุษจีน’ นอกจากนี้วันสำคัญในเทศตรุษจีนยังประกอบไปด้วย ‘วันจ่าย’ หมายถึงวันที่ออกไปจับจ่ายซื้อของไหว้ต่างๆ ‘วันไหว้’ สำหรับทำการไหว้เทพเจ้า และ ‘วันเที่ยว’ ซึ่งทุกคนจะออกจากบ้านไปเที่ยว (ในปีนี้ตรงกับวันที่ 30-31 มกราคม และ 1 กุมภาพันธ์ ตามลำดับ)

 

Chinese New Year Festival

(Photo Credit : https://www.tripsavvy.com/chinese-new-year-celebration-1458286) 

 

เทศกาลที่ประชากร 1 ใน 4 ของโลกร่วมกันเฉลิมฉลอง

แม้จะเป็นเทศกาลของจีนซึ่งเฉลิมฉลองกันในประเทศแถบเอเชียเสียเป็นส่วนใหญ่ แต่รู้กันหรือไม่ว่าสำหรับตรุษจีนในปีล่าสุด 2022 นี้ มีการประมาณการว่าจากประชากรทั่วโลกทั้งหมดซึ่งมีอยู่ประมาณ 7.7 พันล้านคน กว่า 2 พันล้านคน หรือคิดเป็นประชากร 1 ใน 4 ของโลก นั้นมีส่วนร่วมฉลองเทศกาลนี้กันไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง สำหรับประเทศที่กำหนดให้มีวันหยุดนักขัตฤกษ์ในช่วงตรุษจีน ได้แก่ จีน อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม เกาหลีใต้ มาเลเซีย เกาหลีเหนือ ไต้หวัน สิงคโปร์ และบรูไน ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ตามเมืองใหญ่ๆ ในโลกตะวันตก ก็มีการเฉลิมฉลองตรุษจีนกันมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น นิวยอร์ก ลอนดอน แวนคูเวอร์ และซิดนีย์ ฯลฯ 

 

Chinese New Year Festival

 

ผู้คนมอบซองอั่งเปาให้กันหลายล้านซองในเทศกาลตรุษจีน

สีแดงเป็นสีมงคลและโชคลาภสำหรับชาวจีนทำให้มีการประดับประดาต่างๆ ในเทศกาลตรุษจีนด้วยสีแดง เช่นเดียวกับธรรมเนียมการมอบซองอั่งเปาสีแดง ซึ่งนับเป็นการการส่งความปรารถนาดีและโชคลาภให้แก่กัน สำหรับคนไทยหลายๆ คนนั้นอาจจะคุ้นหูกับคำว่า ‘อั่งเปา’ และ ‘แต๊ะเอีย’ ซึ่งมักจะได้ยินในเทศกาลนี้กันดี แต่อาจจะไม่รู้ว่าทั้งสองคำนี้มีความหมายอย่างไร อันที่จริงนั้นอั่งเปามีความหมายถึงซองสีแดง (อั่ง = สีแดง สีมงคล, เปา = ซอง) ส่วนแต๊ะเอียนั้นหมายถึงเงินหรือสิ่งที่อยู่ภายในซอง ส่วนใหญ่นิยมให้เป็นเลขคู่หรือเลขเรียงเพื่อสื่อถึงความเป็นสิริมงคล แม้ตามธรรมเนียมนั้นผู้มีงานทำหรือผู้มีอายุมากกว่ามักเป็นผู้มอบให้กับคนอายุน้อยกว่า แต่คนอายุน้อยก็สามารถมอบอั่งเปาให้กับคนมีอายุมากกว่าได้เหมือนกัน นอกจากสมาชิกภายในบ้านที่มอบอั่งเปาให้แก่กันแล้ว ยังมีการให้อั่งเปากันระหว่างรุ่นพี่รุ่นน้อง หัวหน้าไปถึงลูกน้อง ฯลฯ ว่ากันว่าระหว่างช่วงเทศกาลนี้ผู้คนทั่วโลกมอบซองอั่งเปาแดงหลายล้านซองให้แก่กัน และปัจจุบันนี้ยังได้มีการส่งซองอั่งเปาสีแดงจำนวนมากในรูปแบบ Digital Angpao 

 

Chinese New Year Festival

(Photo Credit : https://www.topchinatravel.com/customer-center/china-train-travel-rushes.htm) 

 

เทศกาลที่เกิดการเคลื่อนย้ายผู้คนมากที่สุดในโลก และผลกระทบจากโควิด

ความน่าทึ่งอีกประการหนึ่งเกี่ยวกับตรุษจีนคือ นี่เป็นหนึ่งในเทศกาลประจำปีที่ทำให้เกิดการเคลื่อนย้ายผู้คนที่ใหญ่ที่สุดของโลก ด้วยธรรมเนียมที่ต้องใช้เวลารับประทานอาหารร่วมกับสมาชิกครอบครัวในวันส่งท้ายปีเก่า ในสถานการณ์ปกติชาวจีนแผ่นดินใหญ่กว่า 200 ล้านคนเดินทางไกลในช่วงวันหยุดนี้ และคาดว่ามีการเดินทางในประเทศจีนถึง 3.5 พันล้านครั้ง ผู้คนหลายสิบล้านคนยังเดินทางไปต่างประเทศด้วย สิ่งนี้ทำให้เทศกาลตรุษจีนเป็นการอพยพประจำปีของมนุษย์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก หรือที่เรียกว่า ‘Spring Festival Travel Rush’ (เทศกาลตรุษจีน หรือ ‘ชุนเจี๋ย’ (春节) ยังหมายถึงเทศกาลต้อนรับฤดูใบไม้ผลิ) อย่างไรก็ตามภายใต้สถานการณ์โควิดได้ทำให้การเคลื่อนย้ายในเทศกาลตรุษจีนเป็นไปด้วยความยากลำบากมากขึ้น โดยเมื่อตรุษจีนปีที่ผ่านมา ข้อมูลจาก World Economic Forum ระบุว่า การเดินทางทั่วประเทศจีนลดลงถึง 70% ในช่วง 2 สัปดาห์ก่อนวันตรุษจีน

 

Chinese New Year Festival

 

ห้ามซัก กวาด หรือทิ้งขยะ ฯลฯ สารพัดความเชื่อโชคลาง 

ในช่วงเทศกาลตรุษจีนซึ่งเป็นวันแรกของปีจันทรคตินั้นเต็มไปด้วยความเชื่อโชคลางมากมาย หนึ่งในนั้นคือการไม่อนุญาตให้สระผมหรือเสื้อผ้า เพราะเชื่อกันว่าเป็นการชะล้างโชคลาภ นอกจากนี้คนจีนยังเชื่อว่าการทำความสะอาดบ้านและทิ้งขยะในวันตรุษจีนนั้นจะเป็นการกวาดเอาเงินทองโชคภาพออกไปเสียจากบ้าน ดังนั้นจึงไม่ค่อยนิยมทำความสะอาดบ้านกันในวันตรุษจีน แต่มักจะทำกันหนึ่งวันล่วงหน้าก่อนถึงวันตรุษจีน เพื่อให้บ้านสะอาดเอี่ยมต้อนรับปีใหม่และต้อนรับแขกที่จะมาเยือน นอกจากนี้ยังมีข้อห้ามอื่นๆ ที่ไม่ควรกระทำกันในวันนี้อีกมากมาย เช่น ห้ามร้องไห้ งดการทะเลาะเบาะแว้งและพูดจาหยาบคาย ห้ามทำของแตก ห้ามใช้ของมีคม ห้ามให้ยืมเงิน ห้ามให้สาลี่และกระจกต่อผู้อื่น ฯลฯ เป็นต้น 

 

Chinese New Year Festival

 

สลัดมงคล ‘หยี่ซัง’ 

‘หยี่ซัง’ (Yu Sheng) หรือ ‘โหลเหหยี่ซัง’ (Lo Hei Yu Sheng) คือสลัดปลาดิบที่ชาวจีนนิยมรับประทานกันในเทศกาลตรุษจีน อาหารมงคลแห่งความสมบูรณ์พูนสุขจานนี้ประกอบไปด้วย ‘หยี่’ (Yu) หมายถึงปลา และ ‘ซัง’ (Sheng) หมายถึงดิบ ซึ่งก็คือเนื้อปลาดิบ อันหมายถึงความเจริญรุ่งเรือง (ปัจจุบันนิยมใช้ปลาแซลมอน แต่ก็มีที่ใช้ปลาเนื้อแดงอย่างปลาทูน่า บ้างก็เป็นปลาเนื้อข้าว) แล่เป็นชิ้นขนาดพอดีคำและสารพัดผักหลากหลายสี ซอส และเครื่องปรุงรสต่างๆ อย่างน้ำมันถั่วลิสงที่หมายถึงความลื่นไหล งาขาวหมายถึงความเจริญงอกงาม ส้มโอหมายถึงความโชคดี รวมถึงส่วนผสมอื่นๆ อันเป็นมงคล อย่างแมงกะพรุน, หนังปลาทอด, ขิงดอง, มะละกอเชื่อม ฯลฯ​ วิธีการกินหยี่ซังคือต้องกินร่วมกัน เริ่มด้วยการบีบมะนาวบนปลาและกล่าวคำอวยพรให้ร่ำรวย มีชีวิตที่ราบรื่น ใส่น้ำสลัด คลุกเคล้าส่วนผสมต่างๆ ให้เข้ากันโดยใช้ตะเกียบคน และต้องยกตะเกียบขึ้นสูงๆ พร้อมกล่าวคำอวยพรพร้อมกันดังๆ ว่า ‘โละเฮ้’ (Loh Hey) เชื่อว่ายิ่งยกตะเกียบสูงมากเท่าไร เงินทองยิ่งไหลมาเทมา ธุรกิจการค้ารุ่งเรือง สุขภาพแข็งแรง 

 

Chinese New Year Festival

 

เทศกาลอันแสนอุดมไปด้วยอาหารมงคลและของไหว้

ในเทศกาลตรุษจีนนั้นยังเต็มไปด้วยอาหารมงคลต่างๆ อีกมากมาย ซึ่งแต่ละอย่างก็เสริมสิริมงคลเฉพาะด้าน ไม่ว่าจะเป็นหมี่ซั่ว หรือบะหมี่ ซึ่งเส้นบะหมี่ที่มีความยาวนั้นมีความหมายถึงการมีอายุมั่นขวัญยืน เมนูปลานึ่งที่หมายถึงความอุดมสมบูรณ์ เปาะเปี๊ยะหมายถึงร่ำรวยเงินทอง เนื้อสัตว์ไหว้ 3 อย่าง เรียกว่า ‘ซาแซ’ ควรมีให้ครบทั้งสัตว์มีปีก, สัตว์มีครีบ และสัตว์มีกีบเท้า ส่วนถ้าเป็นไหว้ 5 อย่างเรียกว่า ‘โหงวแซ’ บัวลอย นับเป็นของหวานยอดนิยมในเทศกาลนี้ เช่นเดียวกับขนมไหว้อย่าง ขนมกุยช่าย ขนมสาลี่ ขนมไข่ ขนมเทียน ขนมเข่ง เป็นอาทิ ซึ่งแต่ละอย่างก็ล้วนมีความหมายอันเป็นมงคลไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง อ่านต่อเรื่อง 5 อาหารมงคลตรุษจีน เสริมมงคลทั้งการเงิน การงาน สุขภาพ

 

Chinese New Year Festival

 

เทศกาลที่จุดประทัดและดอกไม้ไฟมากที่สุดในโลก 

ตามความเชื่อของจีนการจุดประทัดและดอกไม้ไฟถูกนำมาใช้เพื่อขับไล่วิญญาณชั่วร้าย ชาวจีนแผ่นดินใหญ่ส่วนใหญ่เชื่อว่าแสงจ้าของดอกไม้ไฟและเสียงระเบิดของประทัดทำให้ปีศาจและวิญญาณชั่วร้ายหวาดกลัว มีตำนานของการจุดประทัดที่เกี่ยวพันกับสัตว์ประหลาดที่เรียกว่า ‘ซานเซียว’ และ ‘เหนียน’ นอกจากนี้จีนยังเป็นแหล่งผลิตดอกไม้ไฟประมาณ 90% ของโลก จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่จะมีการจุดพลุและประทัดกันอย่างเอิกเกริกในช่วงเทศกาลนี้ แม้ปัจจุบันในบางพื้นที่และบางประเทศอาจมีการออกข้อห้ามจุดประทัดและพลุ แต่ก็เป็นเรื่องยากเพราะผู้คนยังคงปฏิบัติตามธรรมเนียมความเชื่อ 

 

Chinese New Year Festival

 

ส้มและผลไม้มงคลอื่นๆ ในเทศกาลตรุษจีน 

ผลไม้ยอดนิยมอย่างส้ม ถือเป็นผลไม้ที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งประจำเทศกาลนี้ ด้วยความที่ส้มนั้นมีสีทองที่สื่อความหมายถึงความมั่งมีศรีสุขและโชคลาภ จึงมีการไหว้เจ้าด้วยส้ม โดยจัดวางให้เป็นทรงเนินคล้ายภูเขาทอง หรือ ‘กิมซัว’ นอกจากใช้ส้มในการไหว้เจ้าแล้ว ยังนิยมมอบส้มให้แก่กันเพื่อสื่อถึงความปรารถนาดีต่อกันอีกด้วย นอกจากส้มแล้วเทศกาลตรุษจีนยังมีผลไม้มงคลอื่นๆ อย่าง กล้วย ซึ่งต้องมีลักษณะเป็นหวีหรือเครือเพื่อสื่อถึงครอบครัวที่เจริญงอกงามมีลูกหลานสืบสกุล ทั้งกล้วยสีเหลืองทองยังสื่อถึงความมั่งมี แก้วมังกรที่สื่อถึงโชคลาภ แอปเปิ้ลแดงหมายถึงสุขภาพพลานามัยที่แข็งแรงสมบูรณ์ สาลี่คือตัวแทนของโชคลาภเงินทองไหลมาเทมา ทับทิมแดงหมายถึงความโชคดีและครอบครัวอันอบอุ่นไร้ความบาดหมาง ฯลฯ 

 

ภาพประกอบ: ธิดามาศ เขียวเหลือ

ภาพ: Shutterstock

อ้างอิง: 

The post ตำนาน ข้อห้าม ความเชื่อ และสารพัดเกร็ดน่ารู้แต่คุณอาจยังไม่รู้เกี่ยวกับเทศกาลตรุษจีน appeared first on THE STANDARD.

]]>
Legend Siam สวนสนุกเชิงวัฒนธรรมแห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทย วางแผนเปิดสิ้นปี https://thestandard.co/legend-siam/ https://thestandard.co/legend-siam/#respond Sat, 18 Aug 2018 17:01:30 +0000 https://thestandard.co/?p=114431

ยามเอ่ยถึงสวนสนุก ภาพรถไฟเหาะ บ้านผีสิง หรือเครื่องเล่น […]

The post Legend Siam สวนสนุกเชิงวัฒนธรรมแห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทย วางแผนเปิดสิ้นปี appeared first on THE STANDARD.

]]>

ยามเอ่ยถึงสวนสนุก ภาพรถไฟเหาะ บ้านผีสิง หรือเครื่องเล่นอื่นๆ ใน Universal และ Disneyland คงผุดขึ้นราวกับดอกเห็ด ถ้าหากเอ่ยถึงสวนสนุกเชิงวัฒนธรรมแดนสยาม เชื่อว่าทุกคนต่างสงสัยว่าสถานที่เหล่านั้นจะมีรูปร่างและหน้าตาอย่างไร?

 

Legend Siam คือสวนสนุกเชิงวัฒนธรรมแห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทย นำเสนอความสนุกของศิลปวัฒนธรรมและตำนานพื้นบ้านในยุครัตนโกสินทร์ ผ่านเครื่องเล่นและธีมปาร์กแบบไทยๆ ครบเครื่องความสนุกและความรู้ในแห่งเดียว ประกอบไปด้วย 3 โซนหลัก ได้แก่

 

  • โซนสยามวิไลซ์ ย้อนตำนานไปพบกับความศิวิไลซ์ของเมืองสยามและอดีตอันรุ่งเรือง ชื่นชมสถาปัตยกรรมไทยร่วมสมัย และหลงใหลไปกับตำนานแห่งพระอินทร์และช้างเอราวัณ พร้อมดื่มด่ำไปกับขบวนพาเหรดสุดอลังการ ‘ช้างทรงในตำนาน’
  • โซนไทยอารยะ พบกับงานวัด สัมผัสวิถีชีวิตแห่งความสนุกสนานของชาวสยาม เพลิดเพลินไปกับเครื่องเล่นงานวัดนานาชนิด พบกับสัตว์ในตำนานวรรณคดีไทยสุดวิจิตร พร้อมสัมผัสความอลังการของวัดพระศรีสรรเพชญ์ในสมัยพระเจ้าอู่ทองที่ถูกจำลองให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง
  • โซนภูมิแผ่นดิน บอกเล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์ของตำนานผู้กล้าแห่งบ้านบางระจัน ให้คนรุ่นหลังได้ระลึกถึงความเสียสละ ความสามัคคีในการต่อสู้เพื่อชาติของชาวบางระจัน และเรียนรู้วิถีแห่งความพอเพียง สานต่อสิ่งที่พ่อทำ สามารถทดลอง ลงมือทำ และเรียนรู้ด้วยตัวคุณเอง อีกทั้งยังมีตำนานช้างเผือกคู่บ้านคู่เมืองด้วย

 

นักท่องเที่ยวยังสามารถนั่งรถไฟโบราณ หรือล่องเรือผ่านสายน้ำ เพื่อดื่มด่ำบรรยากาศ ถ่ายรูปสวยจากตึกรามบ้านช่องยุคโบราณ แวะชิมขนมพื้นเมือง สนุกกับการละเล่นพื้นฐานที่แทบเลือนหายไปแล้วในอดีต ตัวโครงการตั้งอยู่บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 162 ถนนสุขุมวิท ตำบลนาจอมเทียน ห่างจากพัทยาใต้ 20 กิโลเมตร

 

สำหรับวันเปิดตัวอย่างเป็นทางการและราคาค่าตั๋วยังไม่ถูกเปิดเผยออกมาตอนนี้ แต่คาดว่าจะเปิดให้บริการได้ภายในสิ้นปี 2018 อดใจรอไม่นาน มาลุ้นพร้อมกันดีกว่าว่าสวนสนุกแห่งนี้จะออกมารูปแบบไหนและน่าเที่ยวเพียงใด แต่ที่แน่ๆ พัทยามีแลนด์มาร์กใหม่ให้ปักหมุดเพิ่มอีกแล้ว

 

อัปเดตข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.legendsiam.com

 

ภาพ: Courtesy of Legend Siam

พิสูจน์อักษร: ภาวิกา ขันติศรีสกุล

The post Legend Siam สวนสนุกเชิงวัฒนธรรมแห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทย วางแผนเปิดสิ้นปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/legend-siam/feed/ 0