ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/ตลาดหุ้นเกาหลีใต้/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Mon, 13 Jul 2026 09:12:17 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 หุ้นเกาหลีใต้เข้าสู่ ‘ตลาดหมี’ ร่วงเกือบ 30% ใน 3 สัปดาห์ สวนทางมูลค่าที่ลงมาถูกกว่าวิกฤตปี 2008 https://thestandard.co/south-korea-stock-bear-market-cheap/ Mon, 13 Jul 2026 09:12:17 +0000 https://thestandard.co/?p=1230150 ภาพหมีกรงเล็บกำลังฉุดกราฟหุ้นลง โดยมีธงชาติเกาหลีใต้เป็นฉากหลัง สื่อถึงตลาดหุ้นเกาหลีใต้เข้าสู่ตลาดหมี

ภายในเวลาประมาณ 3 สัปดาห์ ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ที่ได้ชื่อว่ […]

The post หุ้นเกาหลีใต้เข้าสู่ ‘ตลาดหมี’ ร่วงเกือบ 30% ใน 3 สัปดาห์ สวนทางมูลค่าที่ลงมาถูกกว่าวิกฤตปี 2008 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพหมีกรงเล็บกำลังฉุดกราฟหุ้นลง โดยมีธงชาติเกาหลีใต้เป็นฉากหลัง สื่อถึงตลาดหุ้นเกาหลีใต้เข้าสู่ตลาดหมี

ภายในเวลาประมาณ 3 สัปดาห์ ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ที่ได้ชื่อว่าเป็นตลาดหุ้นที่ร้อนแรงที่สุดในโลกตลอดช่วง 1 ปีที่ผ่านมา ปรับตัวลดลงกว่า 27% จากจุดสูงสุด ซึ่งตามนิยามทางเทคนิค (ราคาลดลงเกิน 20% จากจุดสูงสุด) ถือเป็นการเข้าสู่ตลาดหมี (Bear Market) อย่างเป็นทางการ และเป็นจุดที่เทรนด์ขาขึ้นอันร้อนแรงอาจสะดุดลงชั่วคราว หรืออาจสิ้นสุดลงแล้ว

 

ประเด็นสำคัญ

 

 
 

ตลอดช่วงกว่า 1 ปีที่ผ่านมา ดัชนี KOSPI ซึ่งเป็นดัชนีตัวแทนของหุ้นเกาหลีใต้พุ่งขึ้นราว 4 เท่า นำโดยสองหุ้นหลักอย่าง Samsung Electronics และ SK Hynix ผู้ผลิตชิปหน่วยความจำรายใหญ่ของโลก ซึ่งเคยมีมูลค่ารวมกันคิดเป็นเกือบ 60% ของมูลค่าตลาดหุ้นเกาหลีใต้ทั้งหมด และเมื่อหุ้นทั้งสองตัวถูกเทขาย ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ทั้งตลาดจึงถูกฉุดลงตามอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

 

ล่าสุด (13 กรกฎาคม) ดัชนี KOSPI ติดลบเกือบ 10% ภายในวันเดียว ส่งผลให้ดัชนีปรับตัวลงมาแล้วกว่า 27% จากจุดสูงสุดที่ 9,385.59 จุด เมื่อวันที่ 19 มิถุนายนที่ผ่านมา ขณะที่ก่อนหน้านี้ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ต้องใช้มาตรการหยุดการซื้อขายชั่วคราว (Circuit Breaker) เป็นครั้งที่ 6 ของปีนี้ หลังดัชนีร่วงลงกว่า 8% ระหว่างวัน คิดเป็นครึ่งหนึ่งของจำนวนครั้งที่มีการใช้ Circuit Breaker ทั้งหมดนับตั้งแต่ปี 2000

 

AI Trade ที่กระจุกตัวเกินไป จุดเปราะบางของตลาดที่ร้อนแรงที่สุดในโลก

 

สำนักข่าว CNBC รายงานว่า การพลิกกลับอย่างรวดเร็วของดัชนี KOSPI จากตลาดหุ้นที่ให้ผลตอบแทนดีที่สุดในโลก สู่ตลาดหมีที่ให้ผลตอบแทนเกือบจะแย่ที่สุดในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นจุดอ่อนสำคัญของการปรับขึ้นรอบนี้ นั่นคือการพึ่งพาธีม AI อย่างหนักเกินไป ประกอบกับการกระจุกตัวของตลาดในระดับสุดขั้ว คือแรงขับเคลื่อนหลักของการเทขายรอบนี้

 

Jung In Yun ผู้ก่อตั้ง Fibonacci Asset Management Global มองว่า การปรับฐานรอบนี้เกิดจากการปรับสถานะการลงทุนมากกว่าความอ่อนแอของปัจจัยพื้นฐาน เพราะหุ้นเกาหลีใต้กลายเป็นหนึ่งใน ‘AI Trade’ ที่แออัดที่สุดในโลกหลังจากปรับขึ้นอย่างร้อนแรง จึงไม่ต้องอาศัยแรงกระตุ้นมากนักในการจุดชนวนแรงขายทำกำไร พร้อมมองว่านี่คือการรีเซ็ตที่ดีต่อตลาด มากกว่าการเปลี่ยนแปลงแนวโน้มในเชิงพื้นฐาน

 

ขณะที่ Peter Kim นักกลยุทธ์การลงทุนระดับโลกจาก KB Financial Group ชี้ว่า ปรากฏการณ์นี้สะท้อนพฤติกรรมของตลาดยุคใหม่ที่ถูกขับเคลื่อนด้วยกระแสข่าวและแฟชั่นการลงทุนมากกว่าปัจจัยพื้นฐาน โดยเงินลงทุนรายย่อย, ETF แบบใช้เลเวอเรจ และการกระจุกตัวในธีม AI ทำให้ความผันผวนระดับ 5-10% ต่อวันกลายเป็นเรื่องปกติมากขึ้น สอดคล้องกับดัชนีความผันผวนของ KOSPI ที่พุ่งขึ้นกว่า 200% นับตั้งแต่ต้นปี

 

Leveraged ETF ตัวเร่งความผันผวน ครองการซื้อขายกว่า 70% ของทั้งตลาด

 

รายงานจาก Bloomberg เปิดเผยว่า กระแสความคลั่งไคล้ของนักลงทุนรายย่อยเกาหลีใต้ต่อ ETF แบบใช้เลเวอเรจ ซึ่งให้ผลตอบแทน 2 เท่าของราคาหุ้น Samsung และ SK Hynix รายวัน ที่เพิ่งเปิดซื้อขายเมื่อปลายเดือนพฤษภาคม ทำให้มูลค่าการซื้อขายของหุ้นสองตัวนี้รวมกับ ETF ดังกล่าว คิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 70% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งตลาดที่มีขนาด 4.3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 142 ล้านล้านบาท และเคยพุ่งขึ้นไปแตะ 84% ในช่วงปลายเดือนมิถุนายน จากระดับ 31% ก่อนที่ ETF เหล่านี้จะเข้าจดทะเบียน

 

Ian Samson ผู้จัดการกองทุนจาก Fidelity International อธิบายกลไกที่ทำให้ความผันผวนทวีความรุนแรงว่า โดยธรรมชาติของ Leveraged ETF ผู้ออกผลิตภัณฑ์จำเป็นต้องซื้อหุ้นอ้างอิงเพิ่มขึ้นอีกเมื่อราคาปรับขึ้น และขายเพิ่มขึ้นอีกเมื่อราคาปรับลง เพื่อรักษาอัตราเลเวอเรจให้คงที่ ความผันผวนจากนักลงทุนรายย่อยและผลิตภัณฑ์เลเวอเรจใหม่ๆ จึงยิ่งซ้ำเติมความผันผวนที่มีอยู่แล้วจากความไม่แน่นอนเชิงพื้นฐานของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์เกาหลีใต้

 

ปรากฏการณ์ดังกล่าวก่อให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์หน่วยงานกำกับดูแลที่อนุญาตให้ผลิตภัณฑ์เสี่ยงสูงเหล่านี้เข้าจดทะเบียน ถึงขั้นที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฝ่ายค้านรายหนึ่งเรียกร้องให้ถอดถอนออกจากตลาด ขณะที่หน่วยงานกำกับดูแลภาคการเงินสูงสุดของเกาหลีใต้เองก็ออกมาแสดงความเสียใจต่อผลข้างเคียงเชิงลบที่เกิดขึ้น ทั้งที่เจตนาเดิมของการอนุมัติผลิตภัณฑ์เหล่านี้คือการดึงเงินรายย่อยกลับจากตลาดหุ้นสหรัฐฯ และช่วยพยุงค่าเงินวอน

 

ตำราบอกว่าตลาดหมี แต่พื้นฐานอาจกำลังสะท้อนโอกาส

 

กรรณ์ หทัยศรัทธา หัวหน้านักกลยุทธ์การลงทุนและนักเศรษฐศาสตร์ บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) เปิดเผยกับ THE STANDARD WEALTH ว่า หากยึดตามตำรา ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ได้เข้าสู่ตลาดหมีแล้วจริง แต่ต้องเข้าใจบริบทว่าตลาดหุ้นเกาหลีใต้มีการใช้เลเวอเรจสูง และนักลงทุนรุ่นใหม่มีเทรนด์ ‘All in’ ในหุ้น Samsung และ SK Hynix ทำให้ความผันผวนสูงมากเป็นพิเศษ อีกทั้งแรงขายส่วนหนึ่งในรอบนี้เป็นการถูกบังคับขาย (Force Sell) ไม่ใช่การขายตามปัจจัยพื้นฐาน

 

“ตอนนี้ KOSPI มี P/E 6.5 เท่า ถูกที่สุดในประวัติการณ์ เพราะราคาที่ปรับลดลงมา ขณะที่แนวโน้มกำไรแข็งแกร่งอย่างมีนัยสำคัญจากความต้องการชิป High-Bandwidth Memory (HBM) จริงๆ แล้วนี่เป็นโอกาสในการสะสม ถ้ามันลงเพราะภูมิรัฐศาสตร์หรือปัจจัยแวดล้อม ทุกจังหวะการลงเป็นการซื้อสะสม แต่ไม่ซื้อไม้เดียว เพราะอาจจะลงต่อได้อีก” กรรณ์กล่าว

 

กรรณ์ยังบอกอีกว่า ตัวเลขการส่งออกของเกาหลีใต้ในช่วง 10 วันแรกของเดือนกรกฎาคมทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยได้แรงหนุนจากชิป HBM ซึ่งบ่งชี้ว่ากำไรไตรมาส 3 น่าจะยังเติบโตต่อเนื่อง “ตราบใดที่เห็นตัวเลขการส่งออกยังดีเช่นนี้ ก็น่าเสี่ยงซื้อทุกการปรับฐาน”

 

ด้าน ณัฐชาต เมฆมาสิน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ทรีนีตี้ ให้ข้อมูลเสริมในมิติของกระแสเงินทุน (Fund Flow) ว่า นับตั้งแต่ต้นปีนี้ เงินทุนต่างชาติไหลออกจากหุ้นเกาหลีใต้แล้วราว 1.01 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 3.4 ล้านล้านบาท เทียบกับปีก่อนที่ไหลออกเพียง 4.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 1.5 แสนล้านบาท โดยปัจจัยกดดันสำคัญคือค่าเงินวอนที่อ่อนค่าลง 3.4% เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ จากปีก่อนที่ทรงตัว

 

อย่างไรก็ตาม ณัฐชาตชี้ให้เห็นโครงสร้างที่ต่างจากตลาดหุ้นไทยว่า นักลงทุนต่างชาติถือครองหุ้นเกาหลีใต้ในสัดส่วนราว 40% ต่ำกว่าไทยที่ราว 50% เท่ากับว่าหุ้นเกาหลีใต้พึ่งพานักลงทุนในประเทศมากกว่า และตลอดช่วงขาขึ้นที่ผ่านมา ตลาดปรับขึ้นได้โดยไม่ต้องอาศัยแรงซื้อต่างชาติ แต่ในเดือนที่ผ่านมา นักลงทุนทั้งในและนอกประเทศต่างเทขายพร้อมกัน

 

“หุ้นเกาหลีใต้ไม่ได้ย่อตัวเพราะพื้นฐาน ไม่ว่าจะดูจากประมาณการกำไรของนักวิเคราะห์ที่ยังเป็นเทรนด์ขาขึ้นชัดเจน และ guidance ที่ยังดีต่อเนื่อง ทั้งหุ้นเกาหลีใต้และหุ้นไต้หวัน ไม่มีอะไรเป็นเชิงลบในเชิงพื้นฐาน” ณัฐชาตกล่าว

 

2 ปัจจัยมหภาคจุดชนวนแรงขาย ‘ภูมิรัฐศาสตร์ – ดอกเบี้ยเกาหลีใต้’

 

ณัฐชาตวิเคราะห์ว่า การปรับฐานรอบนี้มาจาก 2 ปัจจัยหลัก ได้แก่

 

ปัจจัยแรก ภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics) ซึ่งก่อนหน้านี้นักลงทุนแทบไม่ได้ให้น้ำหนัก แต่เมื่อความตึงเครียดกลับมา ราคาน้ำมันเริ่มปรับตัวสูงขึ้น ทำให้ความกังวลเรื่องอัตราดอกเบี้ยกลับมาเป็นประเด็นอีกครั้ง สะท้อนผ่านอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ รุ่นอายุสั้นที่ทะลุจุดสูงสุดเดิม เป็นภาพคล้ายกับช่วงแรกหลังเกิดสงครามที่ราคาน้ำมันพุ่งขึ้น ซึ่งหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีมักถูกเทขายออกมาก่อนเป็นกลุ่มแรก

 

ปัจจัยที่สอง ทิศทางดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางเกาหลีใต้ (BOK) ที่เตรียมปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายเป็นครั้งแรกของวัฏจักร หลังจากตรึงดอกเบี้ยมาอย่างยาวนาน ซึ่งหากเกิดขึ้นจริงจะเป็นการขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2021

 

“สุดท้ายตอนนี้ตลาดกำลังย่อยหรือ price in ปัจจัยมหภาคเข้าไปในราคา บทสรุปจะอยู่ที่กำไรไตรมาส 2 ที่กำลังจะทยอยประกาศออกมา ถ้าไม่มีเซอร์ไพรส์เชิงลบและไม่มีการปรับลดประมาณการ ตลาดก็จะกลับสู่พื้นฐาน” ณัฐชาตกล่าว

 

สำหรับกลยุทธ์การลงทุนในภาวะเช่นนี้ ณัฐชาตแนะนำว่า เมื่อ valuation อยู่ในระดับต่ำมากแต่ตลาดผันผวนสูง วิธีที่ง่ายที่สุดคือการทยอยลงทุนแบบถัวเฉลี่ย (DCA) เพราะแต้มต่อของนักลงทุนมีสูงมาก โดยความไม่แน่นอนเหลือเพียงว่าราคาปัจจุบัน ‘ถูกมาก’ หรือ ‘ถูกน้อย’ เท่านั้น พร้อมเทียบเคียงกับกรณีหุ้นเวียดนามและหุ้นจีนที่เคยปรับฐานรุนแรง แต่เมื่อปัจจัยกดดันคลี่คลาย ราคาหุ้นก็กลับสู่พื้นฐานได้อย่างรวดเร็ว

 

ถูกสุดในประวัติศาสตร์ ถูกกว่าวิกฤตปี 2008

 

ข้อมูลจาก Bloomberg ตอกย้ำภาพความถูกของหุ้นเกาหลีใต้ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน โดยแม้ดัชนี KOSPI จะปรับขึ้นอย่างร้อนแรง แต่การปรับเพิ่มประมาณการกำไรของนักวิเคราะห์กลับเร็วยิ่งกว่า ผลคือดัชนีซื้อขายที่ Forward P/E เพียงราว 6.4 เท่า ต่ำกว่าแม้กระทั่งระดับที่เคยเห็นในช่วงวิกฤตการเงินโลกปี 2008 และคิดเป็นเพียง 1 ใน 3 ของ P/E ตลาดหุ้นไต้หวัน (Taiex) ซึ่งเป็นตลาดที่มีน้ำหนักหุ้นชิปสูงเช่นเดียวกัน

 

ความพิเศษของขาขึ้นรอบนี้คือ ต่างจากตลาดกระทิงทั่วไปที่นักลงทุนยอมจ่ายแพงขึ้น (Multiple Expansion) แต่ขาขึ้นของเกาหลีใต้ถูกขับเคลื่อนด้วยกำไรที่เติบโตเหนือความคาดหมาย โดยประมาณการกำไรของบริษัทใน KOSPI ถูกปรับขึ้นต่อเนื่อง 17 เดือนติดต่อกัน ยาวนานที่สุดในรอบกว่า 9 ปี ขณะที่ประมาณการกำไรต่อหุ้นล่วงหน้า (Forward EPS) ของดัชนีเพิ่มขึ้นราว 170% ในปีนี้ นับเป็นการเพิ่มขึ้นรายปีที่มากที่สุดนับตั้งแต่มีการเก็บข้อมูลในปี 2006

 

แต่ ‘ถูก’ อย่างเดียวอาจไม่พอ เสียงเตือนจากฝั่งระมัดระวัง

 

ไม่ใช่ทุกฝ่ายที่มองว่าความถูกคือเหตุผลเพียงพอในการซื้อ Charu Chanana หัวหน้านักกลยุทธ์การลงทุนจาก Saxo Markets เตือนว่า เกาหลีใต้ต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าซูเปอร์ไซเคิลของชิปหน่วยความจำยังเดินหน้าต่อได้จริง โดยความเสี่ยงในไตรมาสนี้คือบรรดา Hyperscaler อาจยังคงลงทุนหนัก แต่เริ่มพูดถึงการปรับlean ต้นทุน ซึ่งจะเป็นข่าวร้ายสำหรับชิปหน่วยความจำ เพราะสะท้อนว่าราคาที่สูงกำลังบั่นทอนอุปสงค์

 

นอกจากนี้ หากมองผ่านมาตรวัดอื่นนอกเหนือจาก P/E เช่น อัตราส่วนราคาต่อมูลค่าทางบัญชี (P/BV) ของ KOSPI ปีนี้ปรับขึ้นเหนือระดับ 2 เท่าเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ขณะที่ Keith Bortoluzzi กรรมการผู้จัดการของ Impactfull Partners ในสิงคโปร์ ประเมินผ่าน PEG Ratio ว่าหุ้น Samsung และ SK Hynix ไม่ได้ถูกจนน่าตกใจอีกต่อไป และแม้ราคาหุ้นอาจทรงตัวได้อีกราว 6 เดือน แต่โอกาสปรับขึ้นแรงจากนี้มีจำกัด

 

ความเสี่ยงอีกด้านที่ต้องจับตาคือการแข่งขันจากผู้ผลิตชิปจีนอย่าง ChangXin Memory Technologies (CXMT) ที่กำลังไล่ตามขึ้นมา รวมถึงความกังวลว่าการขยายกำลังการผลิตของ Samsung และ SK Hynix เพื่อแก้ปัญหาอุปทานตึงตัว อาจกลับมากดดันมาร์จิ้นเมื่ออุปสงค์ชะลอลงตามวัฏจักรปกติของอุตสาหกรรม

 

ขณะที่ปัจจัยชี้ทิศทางระยะสั้นที่ต้องจับตา ได้แก่ การเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นสหรัฐฯ ของ SK Hynix ในวันศุกร์นี้ ซึ่ง Rolf Bulk หัวหน้าฝ่ายเซมิคอนดักเตอร์และโครงสร้างพื้นฐานของ Futurum Group มองว่าอาจเป็นแรงหนุนระยะสั้นให้หุ้นกลุ่มชิปหน่วยความจำ และช่วยลดส่วนลดด้าน valuation เมื่อเทียบกับคู่แข่งอย่าง Micron Technology รวมถึงการประกาศกำไรไตรมาส 2 ของทั้ง SK Hynix และ Samsung ในช่วงปลายเดือนนี้ ซึ่งหากผู้บริหารส่งสัญญาณเชิงบวกต่อความยั่งยืนของวัฏจักรชิปในครึ่งหลังของปี 2026 ก็อาจเป็นแรงส่งให้ทั้งหุ้นชิปและตลาดหุ้นเกาหลีใต้โดยรวมฟื้นตัว

 

แม้ดัชนี KOSPI จะเข้าสู่ตลาดหมีในทางเทคนิค แต่หากถอยออกมามองภาพกว้าง ดัชนียังคงปรับขึ้นมากกว่า 70% นับตั้งแต่ต้นปี หลังจากปีก่อนหน้าที่ปรับขึ้นกว่า 75% คำถามที่เหลืออยู่จึงไม่ใช่ว่าหุ้นเกาหลีใต้ถูกหรือไม่ แต่คือตลาดกำลังตีราคา ‘จุดจบของวัฏจักรชิปหน่วยความจำ’ ล่วงหน้า หรือกำลังมอบโอกาสซื้อของถูกครั้งประวัติศาสตร์ให้กับนักลงทุนที่ทนความผันผวนได้กันแน่

The post หุ้นเกาหลีใต้เข้าสู่ ‘ตลาดหมี’ ร่วงเกือบ 30% ใน 3 สัปดาห์ สวนทางมูลค่าที่ลงมาถูกกว่าวิกฤตปี 2008 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ส่องผลตอบแทนสินทรัพย์ครึ่งปี 2026 ‘หุ้นเกาหลีใต้’ ครองแชมป์ ดัชนีพุ่ง 101% ส่วนหุ้นอินโดนีเซียรั้งท้าย ติดลบ 35% https://thestandard.co/south-korea-stocks-lead-returns/ Thu, 02 Jul 2026 09:51:11 +0000 https://thestandard.co/?p=1226029 ภาพอินโฟกราฟิกแสดงผลตอบแทนสินทรัพย์ครึ่งปี 2026 โดยหุ้นเกาหลีใต้เป็นอันดับหนึ่ง และหุ้นอินโดนีเซียรั้งท้าย

หุ้นเกาหลีใต้ครองแชมป์ต่อเนื่อง! ในฐานะตลาดหุ้นที่ให้ผล […]

The post ส่องผลตอบแทนสินทรัพย์ครึ่งปี 2026 ‘หุ้นเกาหลีใต้’ ครองแชมป์ ดัชนีพุ่ง 101% ส่วนหุ้นอินโดนีเซียรั้งท้าย ติดลบ 35% appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพอินโฟกราฟิกแสดงผลตอบแทนสินทรัพย์ครึ่งปี 2026 โดยหุ้นเกาหลีใต้เป็นอันดับหนึ่ง และหุ้นอินโดนีเซียรั้งท้าย

หุ้นเกาหลีใต้ครองแชมป์ต่อเนื่อง! ในฐานะตลาดหุ้นที่ให้ผลตอบแทนสูงสุด หลังจากปีก่อนดัชนี KOSPI พุ่งขึ้นมา 75% ก่อนจะพุ่งขึ้นต่อเนื่องอีก 101% ในช่วง 6 เดือนแรก ทำให้ตลอด 1 ปีที่ผ่านมาหุ้นเกาหลีใต้ให้ผลตอบแทนสูงถึง 200%

 

ส่วนทองคำและโลหะเงินที่ปีก่อนให้ผลตอบแทนโดดเด่น 65% และ 150% ตามลำดับ เริ่มย่อตัวในปีนี้ โดยราคาติดลบไป 7% และ 18%

 

ขณะที่ดัชนี SET ของหุ้นไทยหลังจากติดลบมาต่อเนื่อง 3 ปีติดต่อกัน ในครึ่งแรกพุ่งขึ้นมาได้ 26% และกลับมาสู่ระดับ 1,600 จุด อีกครั้ง

 


 

ภาพอินโฟกราฟิกแสดงผลตอบแทนสินทรัพย์ครึ่งปี 2026 โดยหุ้นเกาหลีใต้เป็นอันดับหนึ่ง และหุ้นอินโดนีเซียรั้งท้าย 1

 

ภาพประกอบ: พรวลี จ้วงพุฒซา

The post ส่องผลตอบแทนสินทรัพย์ครึ่งปี 2026 ‘หุ้นเกาหลีใต้’ ครองแชมป์ ดัชนีพุ่ง 101% ส่วนหุ้นอินโดนีเซียรั้งท้าย ติดลบ 35% appeared first on THE STANDARD.

]]>
ดัชนีหุ้นเกาหลีใต้ทำสถิติใหม่อีกครั้ง หลังพุ่ง 90% ภายใน 5 เดือน นักวิเคราะห์ชี้ P/E ยังอยู่ 8 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 3 ปี หลังถูกปรับกำไรเพิ่ม 109% https://thestandard.co/south-korea-stock-market-record/ Tue, 26 May 2026 11:06:00 +0000 https://thestandard.co/?p=1211230 ภาพหน้าจอแสดงดัชนีตลาดหุ้นเกาหลีใต้ KOSPI

ดัชนี KOSPI ของตลาดหุ้นเกาหลีใต้พุ่งทะลุ 8,100 จุด ทำสถ […]

The post ดัชนีหุ้นเกาหลีใต้ทำสถิติใหม่อีกครั้ง หลังพุ่ง 90% ภายใน 5 เดือน นักวิเคราะห์ชี้ P/E ยังอยู่ 8 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 3 ปี หลังถูกปรับกำไรเพิ่ม 109% appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพหน้าจอแสดงดัชนีตลาดหุ้นเกาหลีใต้ KOSPI

ดัชนี KOSPI ของตลาดหุ้นเกาหลีใต้พุ่งทะลุ 8,100 จุด ทำสถิติสูงสุดใหม่อีกครั้ง ตั้งแต่ต้นปี 2026 พุ่งขึ้นกว่า 90% แต่นักวิเคราะห์ชี้ราคายังไม่แพงเท่ากับหุ้นไต้หวัน ญี่ปุ่น จีน และไทย ที่ดัชนีเพิ่มขึ้นน้อยกว่า

 

 
 

ตลอดช่วงเวลาเกือบ 5 เดือนที่ผ่านมา (ณ วันที่ 26 พฤษภาคม) ดัชนี KOSPI ของตลาดหุ้นเกาหลีใต้ เดินหน้าทำสถิติสูงสุดใหม่ (All time high) ต่อเนื่อง ล่าสุดพุ่งแตะ 8,131 จุด

 

ขณะที่ดัชนี Taiwan Weighted ของไต้หวันเพิ่มขึ้นราว 45% ทำสถิติสูงสุดที่ 44,097 จุด ส่วนดัชนี Nikkei 225 ของญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นราว 30% ทำสถิติสูงสุดที่ 65,408 จุด

 

“แม้หุ้นเกาหลีใต้จะพุ่งขึ้นกว่า 90% แต่ดูเหมือนจะยังไม่แพงเท่ากับตลาดหุ้นในหลายๆ ประเทศ อย่างจีน เวียดนาม หรือไทย” ณัฐชาต เมฆมาสิน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ทรีนีตี้ กล่าว

 

ณัฐชาตกล่าวต่อว่า การพุ่งขึ้นของหุ้นเกาหลีใต้ นอกจากการเก็งกำไรบนธีม AI ยังถูกขับเคลื่อนจากการปรับเพิ่มประมาณการกำไรอย่างมีนัยสำคัญ โดยแนวโน้มกำไรของ KOSPI ถูกปรับเพิ่มขึ้น 109% ในปีนี้

 

“ฉะนั้นเมื่อเราพล็อตภาพ P/E ของตลาดหุ้นเกาหลีใต้วันนี้ จะต่ำกว่าช่วงต้นปี เพราะกำไรขยับขึ้นมาแรงกว่า” ณัฐชาตกล่าว

 

ปัจจุบันตลาดหุ้นเกาหลีใต้มี P/E 8 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 3 ปีที่ -1.5SD

 

หุ้นจีน P/E 11 เท่า สูงกว่าค่าเฉลี่ย +0.5SD

 

หุ้นญี่ปุ่น P/E 23 เท่า สูงกว่าค่าเฉลี่ย +1.3SD

 

หุ้นเวียดนาม P/E 15.7 เท่า สูงกว่าค่าเฉลี่ย +1.4SD

 

หุ้นไทย P/E 15.6 เท่า สูงกว่าค่าเฉลี่ย +1.5SD

 

หุ้นไต้หวัน P/E 19.6 เท่า สูงกว่าค่าเฉลี่ย +2.5SD

 

ทั้งนี้ หุ้นญี่ปุ่นที่ดัชนีเพิ่มขึ้น 29% ถูกปรับเพิ่มประมาณการกำไร 28% หุ้นไต้หวันเพิ่มขึ้น 45% ถูกปรับเพิ่มกำไร 20% ส่วนหุ้นไทยที่ดัชนีเพิ่มขึ้น 23% ถูกปรับเพิ่มกำไรเพียง 1.6%

 

หากดูจากสถิติเหล่านี้ ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ก็ดูจะปรับขึ้นสมเหตุสมผลมากขึ้น และยังมีโอกาสจะปรับขึ้นได้ต่อ เมื่อเทียบกับหุ้นญี่ปุ่นที่เริ่มมีความเสี่ยงด้านนโยบายการเงิน จากการขึ้นดอกเบี้ย หรือหุ้นไต้หวันที่ราคาขึ้นแรงกว่ากำไร

 

หุ้นไต้หวันแซงอินเดียขึ้นอันดับ 5 มูลค่าสูงสุดโลก

 

สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า การพุ่งขึ้นของตลาดหุ้นไต้หวัน ทำให้มูลค่าแซงหน้าหุ้นอินเดียเป็นที่เรียบร้อย โดยได้รับแรงหนุนหลักจากการพุ่งขึ้นอย่างรุนแรงของหุ้น Taiwan Semiconductor Manufacturing Co. (TSMC) ซึ่งเป็นผู้ผลิตชิปรายใหญ่ที่สุดของโลก

 

ข้อมูลที่รวบรวมโดย Bloomberg ระบุว่า มูลค่าตามราคาตลาด (Market Capitalization) ของไต้หวันขยับขึ้นแตะระดับ 4.95 ล้านล้านดอลลาร์ ณ วันที่ 25 พฤษภาคมที่ผ่านมา ขณะที่มูลค่าตลาดของอินเดียลดลงมาอยู่ที่ 4.92 ล้านล้านดอลลาร์ ส่งผลให้ปัจจุบันตลาดหุ้นไต้หวันมีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 5 ของโลก เป็นรองเพียงสหรัฐฯ จีนแผ่นดินใหญ่ ญี่ปุ่น และฮ่องกง ส่วนหุ้นเกาหลีใต้ปัจจุบันอยู่ในอันดับ 7 ด้วยมูลค่า 4.54 ล้านดอลลาร์

 

“การเพิ่มขึ้นของมูลค่าตลาดไต้หวัน โดยพื้นฐานแล้วเป็นภาพสะท้อนของการกระจุกตัวอย่างหนักในฮาร์ดแวร์เทคโนโลยี ซึ่งปัจจุบันเป็นศูนย์กลางของวัฏจักรการลงทุนด้าน AI” อี้ผิง เหลียว ผู้จัดการกองทุนจาก Franklin Templeton กล่าว

 

นอกจากนี้ กฎระเบียบใหม่ยังเป็นประโยชน์ต่อ TSMC ด้วยเช่นกัน โดยเมื่อเดือนที่แล้ว หน่วยงานกำกับดูแลด้านการเงินของไต้หวันได้ขยายเพดานการลงทุนที่กองทุนในประเทศสามารถลงทุนในหุ้นตัวใดตัวหนึ่งได้ ภายใต้เกณฑ์ใหม่นี้ กองทุนที่ลงทุนเฉพาะในหุ้นไต้หวันสามารถถือครองหุ้นของบริษัทจดทะเบียนใดๆ ที่มีน้ำหนักเกิน 10% ในตลาดหลักทรัพย์ไต้หวัน ได้สูงสุดถึง 25% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ เพิ่มขึ้นจากเพดานเดิมที่ 10% ซึ่งในปัจจุบัน มีเพียง TSMC เท่านั้นที่เข้าเกณฑ์นี้

 

ภาพ: NurPhoto / GettyImages

The post ดัชนีหุ้นเกาหลีใต้ทำสถิติใหม่อีกครั้ง หลังพุ่ง 90% ภายใน 5 เดือน นักวิเคราะห์ชี้ P/E ยังอยู่ 8 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 3 ปี หลังถูกปรับกำไรเพิ่ม 109% appeared first on THE STANDARD.

]]>
Fed จบยุค ‘พาวเวลล์’ นั่งประธาน ส่งไม้ต่อ ‘เควิน วอร์ช’ กระทบดอกเบี้ยโลกและ กนง. ไทยอย่างไร https://thestandard.co/fed-chairman-warsh-global-interest-rates/ Fri, 01 May 2026 03:19:46 +0000 https://thestandard.co/?p=1202949 ภาพประกอบข่าวเศรษฐกิจโลก แสดงแผนภูมิและตัวเลขทางการเงิน พร้อมข้อความ ‘เจาะแนวคิด เควิน วอร์ช ว่าที่ประธาน Fed คนใหม่ กระทบดอกเบี้ยโลก’

นับเป็นช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนผ่านที่สำคัญของระบบเศรษฐกิ […]

The post Fed จบยุค ‘พาวเวลล์’ นั่งประธาน ส่งไม้ต่อ ‘เควิน วอร์ช’ กระทบดอกเบี้ยโลกและ กนง. ไทยอย่างไร appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพประกอบข่าวเศรษฐกิจโลก แสดงแผนภูมิและตัวเลขทางการเงิน พร้อมข้อความ ‘เจาะแนวคิด เควิน วอร์ช ว่าที่ประธาน Fed คนใหม่ กระทบดอกเบี้ยโลก’

นับเป็นช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนผ่านที่สำคัญของระบบเศรษฐกิจโลก เมื่อธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) กำลังจะเปลี่ยนผ่านการนำจาก ‘เจอโรม พาวเวลล์’ ไปสู่ว่าที่ประธาน Fed คนใหม่ ‘เควิน วอร์ช’ ท่ามกลางสถานการณ์โลกที่ผันผวนและความท้าทายด้านเงินเฟ้อ ‘เควิน วอร์ช’ ว่าที่ประธาน Fed คนใหม่ มีแนวคิดด้านการดำเนินนโยบายการเงินอย่างไร และจะกระทบดอกเบี้ยโลกอย่างไร

 

 
 

นิสารัตน์ ชมภูพงษ์ ผู้อำนวยการ Wealth and Investment Advisory SCB CIO ธนาคารไทยพาณิชย์ ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ Morning Wealth ระบุว่าในการประชุมรอบล่าสุดซึ่งถือเป็นช่วงโค้งสุดท้ายของพาวเวลล์ Fed มีมติคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ 3.5-3.75% โดยเสียงของคณะกรรมการมีความแตกแยกกันพอสมควร มี 1 ท่านโหวตให้ลดดอกเบี้ย ขณะที่อีก 3 ท่านไม่เห็นด้วยกับการผ่อนคลายนโยบาย

 

ความท้าทายหลักที่ Fed กำลังเผชิญคือภารกิจ 2 ด้าน (Dual Mandate) ทั้งการดูแลเงินเฟ้อที่ปัจจุบันยังสูงกว่ากรอบเป้าหมาย 2% ซึ่งได้รับแรงกดดันจากสงครามอิหร่านและราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูง และด้านการจ้างงานที่แม้เศรษฐกิจยังพอไปได้และอัตราการว่างงานคงที่ แต่เริ่มเห็นสัญญาณการชะลอตัวของการจ้างงาน สิ่งที่พาวเวลล์เน้นย้ำทิ้งท้ายคือการรักษา ‘ความเป็นอิสระของ Fed’ เพื่อส่งไม้ต่อให้เควิน วอร์ช โดยเปิดทางให้ทิศทางดอกเบี้ยในอนาคตสามารถปรับขึ้นหรือลงก็ได้ ขึ้นอยู่กับราคาน้ำมันและสถานการณ์สงครามอิหร่านเป็นสำคัญ

 

เจาะแนวคิด ‘เควิน วอร์ช’ ว่าที่ประธาน Fed คนใหม่

 

การเข้ามาของเควิน วอร์ช มาพร้อมกับแนวคิดใหม่ที่อาจเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์นโยบายการเงินของสหรัฐฯ ใน 3 ประเด็นหลัก ได้แก่

 

  • กรอบการมองเงินเฟ้อ (Inflation Framework) วอร์ชมีแนวคิดที่จะเปลี่ยนมาตรวัดเงินเฟ้อจาก Core PCE มาเป็น Trimmed Mean ซึ่งเป็นการตัดข้อมูลที่ผิดปกติ (Outlier) ออกไป หากเทียบกันแล้ว Core PCE ปัจจุบันอยู่ที่กว่า 3% แต่ Trimmed Mean จะลดลงมาอยู่ที่ราว 2.3-3% ซึ่งการเปลี่ยนมาตรวัดนี้อาจเป็นการเปิดทางให้ Fed สามารถพิจารณาลดดอกเบี้ยได้ง่ายขึ้น
  • มุมมองด้าน Productivity จาก AI วอร์ชมองว่าการลงทุนในเทคโนโลยี AI อย่างมหาศาลจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต (Productivity) ให้กับเศรษฐกิจสหรัฐฯ ส่งผลดีต่อการจ้างงานและเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นอีกปัจจัยที่ช่วยสนับสนุนโอกาสในการลดดอกเบี้ย
  • ลดบทบาทขนาดงบดุล (Balance Sheet) วอร์ชไม่นิยมการใช้เครื่องมือผ่านงบดุล เช่น QE หรือ QT เป็นนโยบายการเงินหลัก โดยเขาต้องการลดขนาดงบดุลลง และหันไปโฟกัสที่การใช้ อัตราดอกเบี้ยนโยบาย เป็นเครื่องมือหลักแทน

 

ตลาดสั่นสะเทือนเมื่อ Forward Guidance ลดลง

 

ความแตกต่างที่ชัดเจนอีกประการคือ ‘การสื่อสาร’ วอร์ชมีแนวคิดที่ต้องการลดการให้คำแนะนำล่วงหน้า (Forward Guidance) รวมถึงต้องการให้คณะกรรมการ FOMC ออกสื่อเพื่อแสดงความคิดเห็นทางเศรษฐกิจให้น้อยลง เมื่อทิศทางล่วงหน้าคาดเดาได้ยากขึ้น จะส่งผลให้ ตลาดมีความผันผวนเพิ่มสูงขึ้น

 

นอกจากนี้ การลดขนาดงบดุลควบคู่ไปกับโอกาสในการลดดอกเบี้ยนโยบาย อาจส่งผลให้เส้นอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Yield Curve) มีลักษณะชันขึ้น (Steepening) กล่าวคือ ผลตอบแทนระยะสั้นอาจลดลงตามทิศทางดอกเบี้ย แต่ผลตอบแทนระยะยาวอาจมีส่วนชดเชยความเสี่ยง (Term Premium) ที่สูงขึ้น

 

สำหรับผลกระทบต่อ กนง. ไทย สำหรับการปรับตัวของธนาคารกลางอื่นๆ ทั่วโลก อาจมีทิศทางแตกต่างกันไปตามบริบทของแต่ละประเทศ อย่างเช่น คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ของไทย อาจต้องเพิ่มการสื่อสารให้มากขึ้น ปัจจุบัน กนง. มีการปรับคาดการณ์เงินเฟ้อเพิ่มขึ้นจาก 0.3% เป็น 2.9% ซึ่งเข้าใกล้กรอบเป้าหมายบนที่ 3% ขณะที่ดอกเบี้ยนโยบายของไทยอยู่ในระดับที่ต่ำมากเพียง 1% รั้งท้ายของโลก ทำให้พื้นที่ในการใช้นโยบาย (Policy Space) มีจำกัด SCB CIO จึงมองว่า กนง. น่าจะเลือก เก็บกระสุน ไว้ใช้ในยามที่จำเป็นและเหมาะสมมากกว่า

 

กลยุทธ์จัดพอร์ตลงทุนสู้ความผันผวน โดย SCB CIO

 

แม้ตลาดจะเผชิญความผันผวนจากการเปลี่ยนผ่านประธาน Fed และปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์ แต่จากสถิติในอดีต ตลาดมักจะฟื้นตัว (Recover) ได้เมื่อสถานการณ์คลี่คลาย SCB CIO แนะนำให้นักลงทุนกลับมาโฟกัสที่ ปัจจัยพื้นฐาน (Fundamental) และผลประกอบการ (Earnings) เป็นหลัก ซึ่งพบว่าผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนฟื้นตัวได้ดีโดยเฉพาะจากแรงหนุนของการลงทุนด้าน AI

 

คำแนะนำการลงทุน มีดังนี้

 

  • ทยอยเพิ่มน้ำหนักสินทรัพย์เสี่ยง
  • ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังมีความน่าสนใจในฐานะผู้นำธีม AI ประกอบกับมูลค่า (Valuation) ที่น่าสนใจหลังมีการปรับฐานลงมา และผลประกอบการที่ออกมาดีกว่าคาด
  • ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ ได้อานิสงส์โดยตรงจากการลงทุน AI, การขาดแคลนชิปหน่วยความจำ (Memory), และนโยบายการปฏิรูปตลาดทุนของประเทศ
  • การลงทุนแบบ Thematic
  • กลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ (Semiconductor) ธุรกิจต้นน้ำที่รับประโยชน์ตรงๆ จากงบลงทุน AI
  • กลุ่มพลังงานทางเลือก (Alternative Energy) เทคโนโลยี AI ต้องการใช้ไฟฟ้ามหาศาล ประกอบกับทิศทางราคาน้ำมันที่สูง ทำให้พลังงานสะอาดกลายเป็นทางเลือกการลงทุนที่น่าสนใจ
  • กองทุนผสม (Multi-Asset) หากรับความเสี่ยงหรือคาดเดาตลาดยาก แนะนำลงทุนในกองทุนผสมที่เปิดให้ผู้จัดการกองทุนปรับเปลี่ยนสัดส่วนสินทรัพย์ตามสภาวะตลาดได้อย่างยืดหยุ่น

The post Fed จบยุค ‘พาวเวลล์’ นั่งประธาน ส่งไม้ต่อ ‘เควิน วอร์ช’ กระทบดอกเบี้ยโลกและ กนง. ไทยอย่างไร appeared first on THE STANDARD.

]]>
Post-Election Rally! ลุ้นดัชนีฝ่าแนวต้าน 1,400 จุด หากรัฐบาลใหม่ตั้งเร็ว ขณะที่โลกจับตา ‘Kevin Warsh’ ว่าที่ประธาน Fed คนที่ 16 กับเดิมพันดอกเบี้ยต่ำยุค AI Boom https://thestandard.co/set-rally-government-kevin-warsh-ai/ Mon, 09 Feb 2026 05:29:13 +0000 https://thestandard.co/?p=1176320 ภาพกราฟดัชนีตลาดหุ้นไทยและภาพสัญลักษณ์แสดงถึงการตัดสินใจนโยบายทางการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ ท่ามกลางกระแส AI

The post Post-Election Rally! ลุ้นดัชนีฝ่าแนวต้าน 1,400 จุด หากรัฐบาลใหม่ตั้งเร็ว ขณะที่โลกจับตา ‘Kevin Warsh’ ว่าที่ประธาน Fed คนที่ 16 กับเดิมพันดอกเบี้ยต่ำยุค AI Boom appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพกราฟดัชนีตลาดหุ้นไทยและภาพสัญลักษณ์แสดงถึงการตัดสินใจนโยบายทางการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ ท่ามกลางกระแส AI

The post Post-Election Rally! ลุ้นดัชนีฝ่าแนวต้าน 1,400 จุด หากรัฐบาลใหม่ตั้งเร็ว ขณะที่โลกจับตา ‘Kevin Warsh’ ว่าที่ประธาน Fed คนที่ 16 กับเดิมพันดอกเบี้ยต่ำยุค AI Boom appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตลาดหุ้นเกาหลีใต้สั่งหยุดพักการซื้อขาย หลังดัชนี KOSPI ร่วงหลุด 5,000 จุด ดิ่งกว่า 5% จากวันก่อน https://thestandard.co/south-korea-kospi-plunge-halt/ Mon, 02 Feb 2026 11:41:05 +0000 https://thestandard.co/?p=1172769 ภาพแสดงกราฟดัชนีตลาดหุ้น KOSPI ของเกาหลีใต้กำลังปรับตัวลดลงอย่างรุนแรง

ดัชนีตลาดหุ้นหลักของเกาหลีใต้ ทั้ง KOSPI และ KOSDAQ ปรั […]

The post ตลาดหุ้นเกาหลีใต้สั่งหยุดพักการซื้อขาย หลังดัชนี KOSPI ร่วงหลุด 5,000 จุด ดิ่งกว่า 5% จากวันก่อน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพแสดงกราฟดัชนีตลาดหุ้น KOSPI ของเกาหลีใต้กำลังปรับตัวลดลงอย่างรุนแรง

ดัชนีตลาดหุ้นหลักของเกาหลีใต้ ทั้ง KOSPI และ KOSDAQ ปรับตัวร่วงลงอย่างรุนแรงในการซื้อขายวันแรกของเดือนกุมภาพันธ์ โดยดัชนีหลักอย่าง KOSPI ร่วงลงกว่า 5% ทำให้ดัชนีลดลงไปต่ำกว่า 5,000 จุด

 

ข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์เกาหลี (Korea Exchange) เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ระบุว่า ดัชนี KOSPI ปิดตลาดที่ระดับ 4,949.67 จุด ลดลง 5.26% จากวันทำการก่อนหน้า ที่ดัชนีพุ่งขึ้นไปทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ระดับ 5,321.68 จุด ด้านดัชนี KOSDAQ ซึ่งเพิ่งพุ่งทะลุระดับ 1,000 จุดไปเมื่อเร็วๆ นี้ ก็ปิดตลาดที่ 1,098.36 จุด ลดลง 4.44% จากวันทำการก่อนหน้าเช่นกัน

 

ตลาดหลักทรัพย์เกาหลีใต้ประกาศเริ่มใช้มาตรการ Circuit Breaker (การระงับการซื้อขายชั่วคราว) ฝั่งขาย ในเวลา 12.31 น. ของวันเดียวกัน โดย Circuit Breaker ของ KOSPI จะทำงานเมื่อราคาของสัญญาฟิวเจอร์ส KOSPI 200 ที่มีการซื้อขายสูงสุด ปรับตัวขึ้นหรือลดลงมากกว่า 5% จากวันทำการก่อนหน้า เป็นเวลา 1 นาที

 

หุ้นขนาดใหญ่ที่มีมูลค่าตามราคาตลาดสูงส่วนใหญ่ปรับตัวลดลง โดย Samsung Electronics ปิดที่ 150,400 วอน ลดลง 6.29% จากวันทำการก่อนหน้า ขณะที่ SK Hynix ปิดตลาดที่ 830,000 วอน ลดลง 8.69%

 

นักวิเคราะห์ระบุว่า ผลกระทบต่อตลาดหุ้นในประเทศเกิดจากความคาดการณ์ที่ว่าการปรับลดอัตราดอกเบี้ยจะชะลอตัวลง หลังจากมีการเสนอชื่อ เควิน วอร์ช อดีตผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ที่มีแนวโน้มสนับสนุนนโยบายการเงินตึงตัว เป็นแคนดิเดตประธานเฟดคนต่อไป

 

ดัชนี KOSPI ถือเป็นดัชนีหุ้นหลักที่ร้อนแรงที่สุดในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา หลังจากดัชนีปรับตัวขึ้นกว่า 100% และภายใน 1 เดือนที่ผ่านมา ก็ปรับตัวขึ้นได้ราว 20% ก่อนที่จะเกิดการร่วงลงอย่างรุนแรงในวันนี้

 

จากปรากฏการณ์ ‘Warsh Shock’ เมื่อวันที่ 30 ที่ผ่านมา ตลาดสินทรัพย์ทั่วโลกต่างทรุดตัวลงอย่างหนัก โดยในวันดังกล่าวราคาทองคำร่วงลงถึง 11% และราคาโลหะเงินดิ่งลง 31% ด้าน Bitcoin ก็ร่วงหลุดระดับ 80,000 ดอลลาร์เป็นครั้งแรกในรอบ 9 เดือนนับตั้งแต่เดือนเมษายนปีที่แล้ว ส่วนตลาดหุ้นนิวยอร์ก ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดลบ 0.36% ขณะที่ดัชนี Nasdaq Composite และ S&P 500 ปรับตัวลง 0.94% และ 0.43% ตามลำดับ

 

ในวันดังกล่าว นักลงทุนต่างชาติในตลาดหุ้นเกาหลีใต้มียอดขายสุทธิ (ขายมากกว่าซื้อ) สูงกว่า 2.2 ล้านล้านวอน

 

Han Jiyoung นักวิเคราะห์จาก Kiwoom Securities ระบุว่า “เครื่องยนต์หลักที่เป็นปัจจัยหนุนขาขึ้นของหุ้นเกาหลีใต้ ทั้งโมเมนตัมกำไรที่แข็งแกร่งและมูลค่าหุ้นที่ยังไม่ได้ตึงตัวมากนัก ยังคงอยู่ครบถ้วน”

 

ค่าเงินวอนเกาหลีร่วงลงมากถึง 1.6% แตะระดับ 1,464.75 ต่อดอลลาร์ในระหว่างวัน ถือเป็นการลดลงครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่เดือนตุลาคม และทำผลงานได้แย่กว่าคู่แข่งท่ามกลางการอ่อนค่าของสกุลเงินเอเชียในภาพรวม ผสมโรงด้วยแรงขายจากต่างชาติ

 

“อาจมีแรงกดดันจากการขายทางเทคนิค เนื่องจากเทรดเดอร์ทำการบันทึกกำไรบางส่วนจากการเคลื่อนไหวของราคาหุ้นที่แข็งแกร่งมากในกลุ่มบริษัทหน่วยความจำและหุ้นเกาหลีใต้ตั้งแต่ต้นปี” Cameron Chui นักกลยุทธ์ตราสารทุนจาก JPMorgan Private Bank กล่าว

 

ภาพ: Tibor Bognar/Getty Images

 

อ้างอิง:

 

The post ตลาดหุ้นเกาหลีใต้สั่งหยุดพักการซื้อขาย หลังดัชนี KOSPI ร่วงหลุด 5,000 จุด ดิ่งกว่า 5% จากวันก่อน appeared first on THE STANDARD.

]]>
บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ ชี้เงินเฟ้อสหรัฐฯ ต่ำ อาจเป็นภาพลวงตาจากเหตุ Shutdown คาด Fed คงดอกเบี้ยมกราคมนี้ ท่ามกลางวิกฤตความเชื่อมั่น จับตาทองคำมีสิทธิพุ่งแตะ 5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ https://thestandard.co/fed-us-inflation-gold-5000-surge/ Tue, 20 Jan 2026 03:01:29 +0000 https://thestandard.co/?p=1167022 บล. อินโนเวสท์ เอกซ์ ชี้เงินเฟ้อสหรัฐฯ ต่ำ อาจเป็นภาพลวงตาจากเหตุ Shutdown คาด Fed คงดอกเบี้ยมกราคมนี้ ท่ามกลางวิกฤตความเชื่อมั่น จับตาทองคำมีสิทธิพุ่งแตะ 5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์

The post บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ ชี้เงินเฟ้อสหรัฐฯ ต่ำ อาจเป็นภาพลวงตาจากเหตุ Shutdown คาด Fed คงดอกเบี้ยมกราคมนี้ ท่ามกลางวิกฤตความเชื่อมั่น จับตาทองคำมีสิทธิพุ่งแตะ 5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
บล. อินโนเวสท์ เอกซ์ ชี้เงินเฟ้อสหรัฐฯ ต่ำ อาจเป็นภาพลวงตาจากเหตุ Shutdown คาด Fed คงดอกเบี้ยมกราคมนี้ ท่ามกลางวิกฤตความเชื่อมั่น จับตาทองคำมีสิทธิพุ่งแตะ 5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์

The post บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ ชี้เงินเฟ้อสหรัฐฯ ต่ำ อาจเป็นภาพลวงตาจากเหตุ Shutdown คาด Fed คงดอกเบี้ยมกราคมนี้ ท่ามกลางวิกฤตความเชื่อมั่น จับตาทองคำมีสิทธิพุ่งแตะ 5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
หุ้นเกาหลีใต้พุ่งทะลุ 4,500 จุด ครั้งแรก! คงสถานะตลาดหุ้นหลักที่ร้อนแรงสุดของโลก ต่างชาติเพิ่มถือครองมากสุดตั้งแต่ปี 2020 https://thestandard.co/korea-stocks-surge-4500/ Tue, 06 Jan 2026 08:03:09 +0000 https://thestandard.co/?p=1161905 หุ้นเกาหลีใต้พุ่งทะลุ 4,500 จุด ครั้งแรก คงสถานะตลาดหุ้นหลักที่ร้อนแรงสุดของโลก ต่างชาติเพิ่มถือครองมากสุดตั้งแต่ปี 2020

ดัชนี KOSPI ของเกาหลีใต้ พุ่งขึ้น 7.4% ช่วง 3 วันทำการแ […]

The post หุ้นเกาหลีใต้พุ่งทะลุ 4,500 จุด ครั้งแรก! คงสถานะตลาดหุ้นหลักที่ร้อนแรงสุดของโลก ต่างชาติเพิ่มถือครองมากสุดตั้งแต่ปี 2020 appeared first on THE STANDARD.

]]>
หุ้นเกาหลีใต้พุ่งทะลุ 4,500 จุด ครั้งแรก คงสถานะตลาดหุ้นหลักที่ร้อนแรงสุดของโลก ต่างชาติเพิ่มถือครองมากสุดตั้งแต่ปี 2020

ดัชนี KOSPI ของเกาหลีใต้ พุ่งขึ้น 7.4% ช่วง 3 วันทำการแรกของปี 2026 ทะลุ 4,500 จุด เป็นครั้งแรก ถือเป็นดัชนีตลาดหุ้นหลักของโลกที่ปรับตัวขึ้นได้มากที่สุด ต่อเนื่องจากปีก่อน ส่งผลให้ 1 ปีที่ผ่ามมา ดัชนีพุ่งขึ้นมาแล้วกว่า 80%

 

นอกจากนี้ ตลาดในเอเชียอย่าง ฟิลิปปินส์ ฮ่องกง ญี่ปุ่น ก็เป็นตลาดที่ปรับตัวขึ้นได้ค่อนข้างโดดเด่นในช่วง 3 วันแรกของปีนี้ โดยเพิ่มขึ้นกว่า 4%

 

สัดส่วนการถือครองหุ้นของนักลงทุนต่างชาติในตลาดหุ้นเกาหลีใต้ แตะระดับ 32.9% ของมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวมในเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนเมษายน 2020 โดยศูนย์การเงินระหว่างประเทศของเกาหลี (KCIF) รายงานว่า นักลงทุนต่างชาติซื้อหุ้นในประเทศสุทธิ 3.5 ล้านล้านวอน หรือราว 7.5 หมื่นล้านบาท เมื่อเดือนที่ผ่านมา

 

หุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์เป็นกลุ่มที่ดึงดูดเม็ดเงินลงทุนต่างชาติได้สูงถึง 4.5 ล้านล้านวอน ซึ่งมากกว่ายอดซื้อสุทธิรวมของทั้งตลาด โดย SK Hynix มีสัดส่วน 2.2 ล้านล้านวอน และ Samsung Electronics ดึงดูดเม็ดเงินได้ 1.4 ล้านล้านวอน ส่งผลให้สัดส่วนการถือครองหุ้นของต่างชาติใน SK Hynix เพิ่มขึ้นจาก 53.2% ในเดือนพฤศจิกายน เป็น 53.8% และ Samsung Electronics เพิ่มขึ้นจาก 52.2% เป็น 52.3%

 

นอกจากนี้ นักลงทุนต่างชาติยังเข้าซื้อพันธบัตรในประเทศมูลค่า 8.8 ล้านล้านวอนในเดือนธันวาคม ส่งผลให้ยอดคงค้างพันธบัตรที่ถือครองโดยชาวต่างชาติเพิ่มขึ้นจาก 329.5 ล้านล้านวอน เป็น 339.3 ล้านล้านวอน โดยได้รับแรงหนุนจากการซื้อพันธบัตรระยะกลางและระยะสั้น

 

KCIF ระบุว่าการลงทุนที่พุ่งสูงขึ้นเกิดจากความคาดหวังว่าความต้องการชิปหน่วยความจำทั่วโลกที่แข็งแกร่งจะส่งผลดีต่อผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์ของเกาหลี ประกอบกับนโยบายปฏิรูปตลาดหุ้นของรัฐบาลและการปรับปรุงมูลค่าองค์กรที่ช่วยดึงดูดเงินทุนต่างชาติ

 

ข้อมูลจากสำนักงานกำกับดูแลบริการทางการเงิน (FSS) ระบุว่าสัดส่วนการถือครองของต่างชาติอยู่ที่ 29.6% ในเดือนพฤศจิกายน เทียบกับ 31.5% ในเดือนเมษายน 2020 (FSS ยังไม่เปิดเผยตัวเลขเดือนธันวาคม)

 

ทำไมหุ้นเกาหลีใต้กลับมาร้อนแรงในปี 2025

 

ปัญหา ‘Korea discount’ หรือการที่มูลค่าหุ้นเกาหลีใต้ต่ำกว่าความเป็นจริง ซึ่งฝังรากลึกจากธรรมาภิบาลองค์กรที่ย่ำแย่ ทำให้ราคาหุ้นยังถือว่าไม่แพง ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ซื้อขายที่ค่า P/E ล่วงหน้าเฉลี่ย 10 เท่า เมื่อเทียบกับคู่แข่งด้านเทคโนโลยีอย่างไต้หวันที่ 17 เท่า ตามข้อมูลของ Paul Dmitriev ผู้จัดการพอร์ตลงทุนตลาดเกิดใหม่จาก Global X ETFs

 

ประเทศที่มีประชากร 52 ล้านคน และเศรษฐกิจขนาดใหญ่อันดับ 14 ของโลกนี้ ขยับมาอยู่ในจุดยุทธศาสตร์ทางภูมิเศรษฐศาสตร์ที่ได้เปรียบ นำโดยสองยักษ์ใหญ่ที่มีมูลค่าตลาดรวมกันกว่า 40% ได้แก่ Samsung Electronics และ SK Hynix ซึ่งทั้งสองบริษัทครองส่วนแบ่งตลาดชิปหน่วยความจำโลกรวมกันถึง 2 ใน 3 โดยรายที่สามคือ Micron Technology จากสหรัฐฯ

 

James Lim ผู้จัดการพอร์ตลงทุนสำหรับเกาหลีใต้จาก Dalton Investments ระบุว่า ราคาตามสัญญาของชิปหน่วยความจำ DRAM พุ่งขึ้นกว่า 20% ในไตรมาสที่ผ่านมา จากความต้องการของบริษัทผู้ให้บริการคลาวด์และ AI ขนาดใหญ่ (Hyperscalers) และด้วยการที่ผู้เล่นหลักทั้ง 3 รายจำกัดกำลังการผลิต เขาคาดการณ์ว่าราคาอาจสูงขึ้นได้อีก

 

นอกจากนี้ เกาหลีใต้ยังมีผู้ผลิตอุปกรณ์ไฟฟ้าชั้นนำที่มียอดสั่งซื้อและราคาหุ้นพุ่งสูงขึ้นจากความต้องการพลังงานของ AI บริษัทเด่นในกลุ่มนี้ได้แก่ Hyundai Electric และ Hyosung Heavy Industries

 

ข้อตกลงเมื่อเดือนตุลาคมระหว่างสหรัฐฯ และเกาหลีใต้ ระบุให้ลดภาษีนำเข้ารถยนต์จาก 25% เหลือ 15% (เท่ากับญี่ปุ่นและสหภาพยุโรป) และสัญญาว่าการเก็บภาษีชิปจากเกาหลีใต้จะ ‘ไม่เสียเปรียบ’ เมื่อเทียบกับซัพพลายเออร์รายอื่นอย่างไต้หวัน

 

นอกจากนี้ ภายหลังประธานาธิบดี Lee Jae Myung ซึ่งได้รับเลือกตั้งในเดือนมิถุนายน ได้สร้างความพึงพอใจให้กับนักลงทุนด้วยการปฏิรูปธรรมาภิบาลองค์กรอย่างรวดเร็ว สมาชิกสภาจากพรรคประชาธิปไตยของเขาได้แก้ไขกฎหมายพาณิชย์เพื่อเพิ่มความรับผิดชอบของกรรมการบริษัทต่อผู้ถือหุ้น และเมื่อปลายปีที่แล้ว ได้มีการลดอัตราภาษีสูงสุดสำหรับเงินปันผลนิติบุคคลส่วนใหญ่จาก 50% เหลือ 30%

 

เป้าหมายการปฏิรูปหลักในปี 2026 คือการขจัดแรงจูงใจที่ทำให้ตระกูลผู้ถือหุ้นใหญ่กดราคาหุ้นให้ต่ำเพื่อส่งต่อความมั่งคั่งให้รุ่นต่อไป แม้พรรคฝ่ายซ้ายของ Lee จะคัดค้านการลดภาษีมรดก (สูงสุด 60%) ตามนโยบาย แต่กำลังพิจารณาอีกวิธีหนึ่ง คือ การประเมินมูลค่าการโอนหุ้นที่อัตราคงที่ 0.8 เท่าของมูลค่าทางบัญชี (Book Value) เพื่อวัตถุประสงค์ทางภาษี ซึ่งปัจจุบันกลุ่มบริษัทแชบอล (Chaebol) หลายแห่งมีราคาต่ำเตี้ยเรี่ยดินอยู่ที่ 0.3 เท่าของมูลค่าทางบัญชี

 

ภาพ: Daniel Ceng/Anadolu via Getty Images

 

อ้างอิง:

The post หุ้นเกาหลีใต้พุ่งทะลุ 4,500 จุด ครั้งแรก! คงสถานะตลาดหุ้นหลักที่ร้อนแรงสุดของโลก ต่างชาติเพิ่มถือครองมากสุดตั้งแต่ปี 2020 appeared first on THE STANDARD.

]]>
สรุป 10 เหตุการณ์เขย่าโลกการเงินการลงทุนในปี 2025 https://thestandard.co/summary-10-events-that-shook/ Tue, 30 Dec 2025 06:07:56 +0000 https://thestandard.co/?p=1160026 สรุป 10 เหตุการณ์เขย่าโลกการเงินการลงทุนในปี 2025

ปี 2025 เป็นอีกหนึ่งปีที่ตลาดการเงินโลกเต็มไปด้วยการเดิ […]

The post สรุป 10 เหตุการณ์เขย่าโลกการเงินการลงทุนในปี 2025 appeared first on THE STANDARD.

]]>
สรุป 10 เหตุการณ์เขย่าโลกการเงินการลงทุนในปี 2025

ปี 2025 เป็นอีกหนึ่งปีที่ตลาดการเงินโลกเต็มไปด้วยการเดิมพันขนาดใหญ่ ความเชื่อมั่นสุดขั้ว และการพลิกผันอย่างฉับพลัน จากโต๊ะเทรดพันธบัตรในโตเกียว ห้องประชุมสินเชื่อในนิวยอร์ก ไปจนถึงนักเทรดค่าเงินในอิสตันบูลนักลงทุนทั่วโลกต่างได้สัมผัสทั้งผลกำไรมหาศาลและแรงเหวี่ยงที่เจ็บปวด ทองคำทำสถิติสูงสุดใหม่ หุ้นที่เคยดูนิ่งกลับผันผวนราวกับมีมสต็อก ขณะที่กลยุทธ์ Carry Trade แบบคลาสสิกพังทลายลงภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง

 

แรงขับเคลื่อนสำคัญของปีนี้มาจากการเมืองที่เปลี่ยนทิศ งบดุลที่ตึงตัว และเรื่องเล่าทางการเงินที่เปราะบาง นักลงทุนจำนวนมากทุ่มเดิมพันกับหุ้นธีม AI คริปโต และตราสารหนี้ที่ให้ผลตอบแทนสูง โดยเชื่อว่ากระแสจะพาพวกเขาไปได้ไกล ทว่าหลายดีลก็จบลงอย่างรวดเร็วเมื่อโมเมนตัมหายไป สภาพคล่องหดตัว หรือเลเวอเรจย้อนกลับมาทำร้ายตัวเอง

 

คริปโตภายใต้เงาทรัมป์: การเมืองหนุน แต่ไม่ค้ำยันราคา

 

หนึ่งในเดิมพันที่ดูน่าสนใจที่สุดของคริปโตคือ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ หลังจากเขาผลักดันนโยบายที่เป็นมิตรกับสินทรัพย์ดิจิทัล และแต่งตั้งพันธมิตรในหน่วยงานกำกับดูแล รวมทั้งการเปิดตัวเหรียญมีมของทรัมป์ รวมถึงโทเคน WLFI ของ World Liberty Financial

 

แม้การเปิดตัวแต่ละครั้งจะกระตุ้นราคาพุ่งแรง แต่ผลตอบแทนกลับอยู่ได้ไม่นาน เหรียญของทรัมป์ร่วงลงกว่า 80% จากจุดสูงสุด ขณะที่ของเหรียญของ เมลาเนีย ทรัมป์ ภรรยาของโดนัลด์ ทรัมป์ แทบไร้มูลค่า หุ้น American Bitcoin ซึ่งเกี่ยวข้องกับครอบครัวทรัมป์ก็ปรับตัวลงอย่างหนัก ภาพสะท้อนคือ แม้การเมืองจะสร้างแรงส่งได้ แต่ไม่อาจต้านกฎพื้นฐานของตลาดคริปโตที่เต็มไปด้วยการใช้อัตราทดและสภาพคล่องที่ผันผวน

 

เดิมพันฟองสบู่ AI แตก สัญญาณเตือนจาก Michael Burry

 

ตลาด AI ที่ครองการลงทุนโลกเผชิญแรงสั่นสะเทือน เมื่อ Michael Burry ผู้โด่งดังจากวิกฤตซับไพรม์ เปิดเผยว่าเขาถือ Put Options ในหุ้น Nvidia และ Palantir ซึ่งมีราคาใช้สิทธิห่างไกลจากราคาตลาดอย่างมาก แม้จะไม่ชัดเจนว่านี่คือการป้องกันความเสี่ยงหรือการเดิมพันเต็มรูปแบบ แต่เพียงการเปิดเผยก็เพียงพอให้ตลาดสะดุด

 

หุ้น AI หลักๆ ปรับฐานในช่วงสั้น ก่อนฟื้นตัวบางส่วน ดีลนี้ตอกย้ำความเปราะบางของตลาดที่พึ่งพาหุ้นกลุ่มแคบ มูลค่าสูง และความเชื่อมั่นเป็นหลัก เมื่อเรื่องเล่าเริ่มสั่นคลอน การปรับฐานอาจเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว

 

หุ้นกลาโหมยุโรป เทรนด์ใหม่ของการลงทุน

 

การเปลี่ยนแปลงภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะแนวคิดที่สหรัฐอาจลดบทบาทในยูเครน ทำให้ยุโรปเร่งเพิ่มงบกลาโหม หุ้นในกลุ่มนี้ซึ่งเคยถูกหลีกเลี่ยงด้วยเหตุผลด้าน ESG กลับพุ่งแรง Rheinmetall และ Leonardo เป็นตัวอย่างของหุ้นที่ปรับขึ้นหลายสิบถึงกว่าร้อยเปอร์เซ็นต์

 

เงินทุนไหลเข้าสู่ทั้งตลาดหุ้นและตลาดตราสารหนี้ แม้แต่บริษัทที่เกี่ยวข้องทางอ้อมก็ได้รับอานิสงส์ นี่คือการเปลี่ยนมุมมองจาก “สินทรัพย์ต้องห้าม” สู่ “ประโยชน์สาธารณะ” อย่างเต็มรูปแบบ

 

Debasement Trade เรื่องเล่าที่จริงเพียงบางส่วน

 

ความกังวลเรื่องหนี้สาธารณะในสหรัฐฯ ฝรั่งเศส และญี่ปุ่น ทำให้นักลงทุนบางส่วนหันไปหาทองคำและคริปโต พร้อมตั้งคำถามต่อพันธบัตรและดอลลาร์ เรื่องเล่านี้พุ่งถึงจุดสูงสุดในช่วงที่สหรัฐเผชิญ Government Shutdown ยาวนาน ทองคำและบิตคอยน์ทำจุดสูงสุดพร้อมกัน

 

อย่างไรก็ตาม หลังจากนั้นคริปโตปรับฐาน ดอลลาร์ทรงตัว และพันธบัตรสหรัฐกลับให้ผลตอบแทนดีเกินคาด สะท้อนว่าความกลัวการด้อยค่าของเงินไม่จำเป็นต้องนำไปสู่การล่มสลายของสินทรัพย์ปลอดภัยเสมอไป

 

หุ้นเกาหลีใต้ แรงซื้อจากต่างชาติ แต่รายย่อยยังลังเล

 

ตลาดหุ้นเกาหลีใต้พุ่งกว่า 70% จากนโยบายกระตุ้นตลาดทุนของประธานาธิบดี อี แจ-มยอง และกระแส AI โลก อย่างไรก็ตาม นักลงทุนรายย่อยในประเทศกลับเป็นผู้ขายสุทธิ เลือกนำเงินไปลงทุนในหุ้นสหรัฐฯ คริปโต และ ETF ที่มีความเสี่ยงสูงกว่า การไหลออกของเงินกดดันค่าเงินวอนสะท้อนความไม่มั่นใจภายใน แม้ดัชนีจะทำผลงานโดดเด่น

 

ศึกบิทคอยน์: Chanos ปะทะ Saylor

 

Jim Chanos เปิดสถานะ Short หุ้น MicroStrategy ของ Michael Saylor พร้อมถือบิทคอยน์ฝั่ง Long เพื่อเก็งกำไรจากพรีเมียมที่สูงเกินจริงของหุ้นเมื่อเทียบกับมูลค่าบิทคอยน์ในมือบริษัท หุ้น MicroStrategy ร่วงกว่า 40% กลยุทธ์นี้ชี้ให้เห็นจุดอ่อนของโมเดลที่พึ่งพาความเชื่อมั่นและวิศวกรรมการเงิน

 

พันธบัตรญี่ปุ่น จาก “widowmaker” สู่เครื่องทำเงิน

 

การเดิมพันว่าผลตอบแทนพันธบัตรญี่ปุ่นจะพุ่งขึ้นเคยทำให้นักลงทุน “ตายคาตลาด” มาหลายทศวรรษ แต่ปี 2025 ทุกอย่างเปลี่ยนไป อัตราผลตอบแทนพุ่งแรงจากการขึ้นดอกเบี้ยและการใช้จ่ายภาครัฐ ทำให้ตลาดพันธบัตรญี่ปุ่นกลายเป็นตลาดที่ให้ผลตอบแทนแย่ที่สุดในโลก และเป็นสวรรค์ของฝั่ง Short

 

ศึกเจ้าหนี้ กำไรจากการหักหลัง

 

ดีล Envision Healthcare แสดงให้เห็นว่าการ “หักหลัง” เจ้าหนี้รายอื่นสามารถสร้างผลตอบแทนสูงถึงราว 90% ในตลาดเครดิตยุคเอกสารหละหลวม บทเรียนคือ ความร่วมมือไม่ใช่กลยุทธ์ที่ให้ผลตอบแทนดีที่สุดเสมอไป

 

Fannie-Freddie: การกลับมาของหุ้นคู่แฝดพิษ

 

หุ้น Fannie Mae และ Freddie Mac พุ่งกว่า 367% จากความหวังว่ารัฐบาลทรัมป์จะปลดล็อกจากการควบคุมของรัฐ แม้แผน IPO ยังไม่ชัดเจน แต่กระแสเก็งกำไรได้สร้างผลตอบแทนมหาศาลในปีนี้

 

Carry Trade ตุรกี ดอกเบี้ยสูง แต่การเมืองแรงกว่า

 

Carry Trade ในตุรกีซึ่งเคยเป็นที่รักของนักลงทุน พังทลายหลังเหตุการณ์การเมืองฉับพลัน เงินไหลออกกว่า 1 หมื่นล้านดอลลาร์ในวันเดียว ค่าเงินลีราร่วงหนัก ตอกย้ำว่าดอกเบี้ยสูงไม่อาจป้องกันความเสี่ยงทางการเมืองได้

 

ตลาดหนี้ เริ่มเห็น ‘แมลงสาบ’ ตัวที่หนึ่ง

 

ปี 2025 เต็มไปด้วยการล้มเล็กๆ หลายครั้งในตลาดเครดิต ตั้งแต่ Saks Global ถึง First Brands การผิดนัดเหล่านี้สะท้อนมาตรฐานการปล่อยกู้ที่หย่อนยาน และคำเตือนของ Jamie Dimon ว่า “ถ้าเห็นแมลงสาบหนึ่งตัว ยังมีตัวอื่นซ่อนอยู่” อาจเป็นธีมสำคัญของปี 2026

 

เมื่อปี 2025 ใกล้สิ้นสุด เหตุการณ์เหล่านี้ทิ้งบทเรียนที่คุ้นเคยไว้ให้นักลงทุนอีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นบริษัทที่เปราะบาง มูลค่าที่ตึงตัว หรือกลยุทธ์ตามเทรนด์ที่ได้ผล จนกว่าจะไม่ได้ผล ปีนี้พิสูจน์ว่าในตลาดการเงิน ความเชื่อสามารถสร้างกำไรได้อย่างมหาศาล แต่เมื่อมันเริ่มแตกร้าว ผลลัพธ์ก็มักจะรุนแรงไม่แพ้กัน และนั่นคือฉากหลังที่นักลงทุนต้องเผชิญเมื่อก้าวเข้าสู่ปี 2026

 

อ้างอิง:

The post สรุป 10 เหตุการณ์เขย่าโลกการเงินการลงทุนในปี 2025 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ส่องโลกการเงินปี 2026 ยุค ‘Great Divergence’ เมื่อ Fed เลื่อนลดดอกเบี้ยไปกลางปี สวนทาง ธปท. จ่อหั่น 2 รอบ รับมือตลาดแรงงานอ่อนแอและเงินทุนเคลื่อนย้ายผันผวน https://thestandard.co/2026-great-divergence-fed-bot/ Mon, 29 Dec 2025 08:29:51 +0000 https://thestandard.co/?p=1159733 ส่องโลกการเงินปี 2026 ยุค ‘Great Divergence’ เมื่อ Fed เลื่อนลดดอกเบี้ยไปกลางปี สวนทาง ธปท. จ่อหั่น 2 รอบ รับมือตลาดแรงงานอ่อนแอและเงินทุนเคลื่อนย้ายผันผวน

The post ส่องโลกการเงินปี 2026 ยุค ‘Great Divergence’ เมื่อ Fed เลื่อนลดดอกเบี้ยไปกลางปี สวนทาง ธปท. จ่อหั่น 2 รอบ รับมือตลาดแรงงานอ่อนแอและเงินทุนเคลื่อนย้ายผันผวน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ส่องโลกการเงินปี 2026 ยุค ‘Great Divergence’ เมื่อ Fed เลื่อนลดดอกเบี้ยไปกลางปี สวนทาง ธปท. จ่อหั่น 2 รอบ รับมือตลาดแรงงานอ่อนแอและเงินทุนเคลื่อนย้ายผันผวน

The post ส่องโลกการเงินปี 2026 ยุค ‘Great Divergence’ เมื่อ Fed เลื่อนลดดอกเบี้ยไปกลางปี สวนทาง ธปท. จ่อหั่น 2 รอบ รับมือตลาดแรงงานอ่อนแอและเงินทุนเคลื่อนย้ายผันผวน appeared first on THE STANDARD.

]]>
แรงงานสหรัฐสะดุด ว่างงานพุ่งสูงสุดรอบ 4 ปี นักวิเคราะห์มอง Fed ยังมีโอกาสลดดอกเบี้ย ธ.ค. ขณะเศรษฐกิจไทยปี 2025–26 ถูกหั่นคาดการณ์โตเหลือ 1.8% และ 1.4% https://thestandard.co/us-unemployment-thai-growth-cut/ Tue, 25 Nov 2025 12:50:05 +0000 https://thestandard.co/?p=1147531 แรงงานสหรัฐสะดุด ว่างงานพุ่งสูงสุดรอบ 4 ปี นักวิเคราะห์มอง Fed ยังมีโอกาสลดดอกเบี้ย ธ.ค. ขณะเศรษฐกิจไทยปี 2025–26 ถูกหั่นคาดการณ์โตเหลือ 1.8% และ 1.4%

The post แรงงานสหรัฐสะดุด ว่างงานพุ่งสูงสุดรอบ 4 ปี นักวิเคราะห์มอง Fed ยังมีโอกาสลดดอกเบี้ย ธ.ค. ขณะเศรษฐกิจไทยปี 2025–26 ถูกหั่นคาดการณ์โตเหลือ 1.8% และ 1.4% appeared first on THE STANDARD.

]]>
แรงงานสหรัฐสะดุด ว่างงานพุ่งสูงสุดรอบ 4 ปี นักวิเคราะห์มอง Fed ยังมีโอกาสลดดอกเบี้ย ธ.ค. ขณะเศรษฐกิจไทยปี 2025–26 ถูกหั่นคาดการณ์โตเหลือ 1.8% และ 1.4%

The post แรงงานสหรัฐสะดุด ว่างงานพุ่งสูงสุดรอบ 4 ปี นักวิเคราะห์มอง Fed ยังมีโอกาสลดดอกเบี้ย ธ.ค. ขณะเศรษฐกิจไทยปี 2025–26 ถูกหั่นคาดการณ์โตเหลือ 1.8% และ 1.4% appeared first on THE STANDARD.

]]>
แค่พักรบชั่วคราว! บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ ชี้ ดีล สหรัฐฯ-จีน 1 ปี ไม่แก้ปม Cold War ทางเศรษฐกิจ https://thestandard.co/us-china-economic-cold-war/ Tue, 04 Nov 2025 12:16:08 +0000 https://thestandard.co/?p=1139743 แค่พักรบชั่วคราว บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ ชี้ ดีล สหรัฐฯ- จีน 1 ปี ไม่แก้ปม Cold War ทางเศรษฐกิจ

The post แค่พักรบชั่วคราว! บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ ชี้ ดีล สหรัฐฯ-จีน 1 ปี ไม่แก้ปม Cold War ทางเศรษฐกิจ appeared first on THE STANDARD.

]]>
แค่พักรบชั่วคราว บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ ชี้ ดีล สหรัฐฯ- จีน 1 ปี ไม่แก้ปม Cold War ทางเศรษฐกิจ

The post แค่พักรบชั่วคราว! บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ ชี้ ดีล สหรัฐฯ-จีน 1 ปี ไม่แก้ปม Cold War ทางเศรษฐกิจ appeared first on THE STANDARD.

]]>
สหรัฐฯ ขู่ขึ้นภาษีจีน 100% เสี่ยงฉุด GDP โลก ขณะที่จีนคุมส่งออกแร่หายาก จุดชนวนสงครามการค้า ‘รอบใหม่’ https://thestandard.co/tariffs-threaten-and-global-gdp/ Tue, 21 Oct 2025 08:03:45 +0000 https://thestandard.co/?p=1133388 สหรัฐฯ ขู่ขึ้นภาษี จีน 100% เสี่ยงฉุด GDP โลก

The post สหรัฐฯ ขู่ขึ้นภาษีจีน 100% เสี่ยงฉุด GDP โลก ขณะที่จีนคุมส่งออกแร่หายาก จุดชนวนสงครามการค้า ‘รอบใหม่’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
สหรัฐฯ ขู่ขึ้นภาษี จีน 100% เสี่ยงฉุด GDP โลก

The post สหรัฐฯ ขู่ขึ้นภาษีจีน 100% เสี่ยงฉุด GDP โลก ขณะที่จีนคุมส่งออกแร่หายาก จุดชนวนสงครามการค้า ‘รอบใหม่’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เงินบาทแข็งรับสัญญาณ Fed ลดดอกเบี้ย – ดอลลาร์อ่อน คาดแตะ 31 บาท/ดอลลาร์ปลายปีนี้ https://thestandard.co/thai-baht-stronger-fed-signal/ Tue, 16 Sep 2025 00:39:17 +0000 https://thestandard.co/?p=1119583

The post เงินบาทแข็งรับสัญญาณ Fed ลดดอกเบี้ย – ดอลลาร์อ่อน คาดแตะ 31 บาท/ดอลลาร์ปลายปีนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>

The post เงินบาทแข็งรับสัญญาณ Fed ลดดอกเบี้ย – ดอลลาร์อ่อน คาดแตะ 31 บาท/ดอลลาร์ปลายปีนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
แรงเทขายพันธบัตร 30 ปี สหรัฐฯ – ญี่ปุ่น – อังกฤษ พุ่งสูงสุดในรอบหลายทศวรรษ สะท้อนความกังวลเศรษฐกิจโลกระยะยาวและความเสี่ยงเงินเฟ้อ https://thestandard.co/global-30-year-bond-selloff/ Mon, 08 Sep 2025 11:09:07 +0000 https://thestandard.co/?p=1116963

The post แรงเทขายพันธบัตร 30 ปี สหรัฐฯ – ญี่ปุ่น – อังกฤษ พุ่งสูงสุดในรอบหลายทศวรรษ สะท้อนความกังวลเศรษฐกิจโลกระยะยาวและความเสี่ยงเงินเฟ้อ appeared first on THE STANDARD.

]]>

The post แรงเทขายพันธบัตร 30 ปี สหรัฐฯ – ญี่ปุ่น – อังกฤษ พุ่งสูงสุดในรอบหลายทศวรรษ สะท้อนความกังวลเศรษฐกิจโลกระยะยาวและความเสี่ยงเงินเฟ้อ appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘Teflon Economy’ รู้จักมิติเศรษฐกิจโลกยุคใหม่ แกร่งขึ้นแต่ไม่ไร้รอยต่อ พร้อมเจาะลึก 3 ความเสี่ยงใหญ่ที่รออยู่ https://thestandard.co/get-to-know-teflon-economy/ Tue, 29 Jul 2025 08:21:00 +0000 https://thestandard.co/?p=1101297

The post ‘Teflon Economy’ รู้จักมิติเศรษฐกิจโลกยุคใหม่ แกร่งขึ้นแต่ไม่ไร้รอยต่อ พร้อมเจาะลึก 3 ความเสี่ยงใหญ่ที่รออยู่ appeared first on THE STANDARD.

]]>

The post ‘Teflon Economy’ รู้จักมิติเศรษฐกิจโลกยุคใหม่ แกร่งขึ้นแต่ไม่ไร้รอยต่อ พร้อมเจาะลึก 3 ความเสี่ยงใหญ่ที่รออยู่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
แรงกดเงินเฟ้อ-เศรษฐกิจสะดุด จุดเสี่ยงเข้าสู่ ‘Stagflation’ Fed อาจจำใจ ‘ตรึงดอกเบี้ย’ ยาวตลอดทั้งปี https://thestandard.co/inflation-economic-slowdown-stagflation/ Mon, 09 Jun 2025 06:18:38 +0000 https://thestandard.co/?p=1083173

The post แรงกดเงินเฟ้อ-เศรษฐกิจสะดุด จุดเสี่ยงเข้าสู่ ‘Stagflation’ Fed อาจจำใจ ‘ตรึงดอกเบี้ย’ ยาวตลอดทั้งปี appeared first on THE STANDARD.

]]>

The post แรงกดเงินเฟ้อ-เศรษฐกิจสะดุด จุดเสี่ยงเข้าสู่ ‘Stagflation’ Fed อาจจำใจ ‘ตรึงดอกเบี้ย’ ยาวตลอดทั้งปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
Fund Flow ทั่วโลกไหลกลับหุ้นเกาหลีใต้ ขานรับรัฐบาลใหม่เร่งปฏิรูป-เพิ่มมูลค่าผู้ถือหุ้น https://thestandard.co/korea-stock-fund-flow/ Sun, 08 Jun 2025 05:57:42 +0000 https://thestandard.co/?p=1082921 korea-stock-fund-flow

หลังจากตลาดหุ้นเกาหลีใต้ทำผลงานได้น่าผิดหวังและถูกมองข้ […]

The post Fund Flow ทั่วโลกไหลกลับหุ้นเกาหลีใต้ ขานรับรัฐบาลใหม่เร่งปฏิรูป-เพิ่มมูลค่าผู้ถือหุ้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
korea-stock-fund-flow

หลังจากตลาดหุ้นเกาหลีใต้ทำผลงานได้น่าผิดหวังและถูกมองข้ามจากนักลงทุนต่างชาติมานาน ขณะนี้บรรดาผู้จัดการกองทุนระดับโลกต่างแสดงความเชื่อมั่นครั้งใหม่และกลับเข้าลงทุนอย่างคึกคัก โดยมีแรงขับเคลื่อนสำคัญจากความหวังว่ารัฐบาลของประธานาธิบดีคนใหม่ อีแจมยอง จะสามารถผลักดันนโยบายปฏิรูปที่เอื้อต่อผู้ถือหุ้นและปลดล็อกมูลค่าที่ซ่อนอยู่ของบริษัทจดทะเบียนได้สำเร็จ

 

ผู้จัดการกองทุนชั้นนำระดับโลก ไม่ว่าจะเป็น Aberdeen Investments, Pictet Wealth Management และ Franklin Templeton ได้เริ่มเพิ่มน้ำหนักการลงทุนหรือปรับมุมมองต่อตลาดหุ้นเกาหลีใต้ให้เป็นบวกมากขึ้นในช่วงที่ผ่านมา พวกเขาต่างขานรับคำมั่นสัญญาของประธานาธิบดี อีแจมยอง ที่จะยกระดับบรรษัทภิบาล (Corporate Governance) และเพิ่มผลตอบแทนของตลาดให้สูงขึ้นเกือบสองเท่า หลังจากประเทศผ่านพ้นความวุ่นวายทางการเมืองที่เกิดจากการประกาศใช้กฎอัยการศึกช่วงสั้นๆ ของรัฐบาลชุดก่อน

 

สัญญาณบวกปรากฏชัดเจนเมื่อนักลงทุนต่างชาติเริ่มไหลกลับเข้าสู่ตลาดหุ้นอีกครั้ง ช่วยผลักดันให้ดัชนี Kospi ซึ่งเป็นดัชนีหลักของตลาดหุ้นเกาหลีใต้ เข้าสู่ภาวะตลาดกระทิง (Bull Market) ได้ตั้งแต่วันแรกที่ อีแจมยอง เข้ารับตำแหน่ง บรรยากาศที่คึกคักนี้สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนว่า ผู้นำคนใหม่จะสามารถเร่งรัดความพยายามในการเพิ่มผลตอบแทนให้แก่ผู้ถือหุ้น ซึ่งทำให้นึกถึงการปฏิรูปในลักษณะเดียวกันที่เคยสร้างความสำเร็จและจุดประกายให้ตลาดหุ้นญี่ปุ่นทะยานขึ้นอย่างร้อนแรงมาแล้ว

 

พฤกษา เอี่ยมธงทอง รองหัวหน้าฝ่ายหุ้นเอเชียแปซิฟิกของ Aberdeen Investments ซึ่งกองทุน Asian ex-Japan มูลค่า 1.2 พันล้านดอลลาร์ของบริษัทได้ปรับเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในหุ้นเกาหลีใต้ไปเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา 

 

“เราเริ่มเห็นสัญญาณเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงแล้ว เราเชื่อว่าความพยายามร่วมกันของรัฐบาลและบริษัทในประเทศจะช่วยส่งเสริมความไว้วางใจในตลาดทุนของเกาหลีใต้ และสร้างวัฒนธรรมที่ให้ความสำคัญกับมูลค่าของผู้ถือหุ้นมากขึ้นได้อย่างแน่นอน” พฤกษากล่าว

 

ปลดล็อก ‘Korea Discount’

 

ปัญหาเชิงโครงสร้างที่ทำให้นักลงทุนต่างชาติเบือนหน้าหนีตลาดหุ้นเกาหลีใต้มาโดยตลอดคือปรากฏการณ์ที่เรียกว่า ‘Korea Discount’ ซึ่งหมายถึงการที่หุ้นของบริษัทเกาหลีมักจะซื้อขายกันในราคาที่ต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชี (Book Value) และต่ำกว่าคู่แข่งในต่างประเทศอย่างมีนัยสำคัญ

 

ต้นตอของปัญหานี้มาจากเศรษฐกิจที่ถูกครอบงำโดยกลุ่มบริษัทขนาดใหญ่ที่ควบคุมโดยครอบครัว หรือที่เรียกว่า แชโบล (Chaebols) ซึ่งมักถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าล้มเหลวในการปกป้องสิทธิของผู้ถือหุ้นรายย่อย ส่งผลให้นักลงทุนไม่มั่นใจและกดราคาหุ้นให้อยู่ในระดับต่ำเพื่อชดเชยความเสี่ยงด้านบรรษัทภิบาล

 

จอน จุน กรรมการผู้จัดการของ MY.Alpha Management HK Advisors ในฮ่องกง ให้ความเห็นว่า “ความเชื่อมโยงระหว่างสิ่งที่บริษัทหามาได้กับสิ่งที่ผู้ถือหุ้นรายย่อยได้รับกลับคืนนั้นมันขาดหายไป” แต่เขาเชื่อว่าปัญหานี้ “กำลังจะได้รับการแก้ไขโดยพรรคประชาธิปไตย (พรรครัฐบาล) และกฎหมายของพวกเขา”

 

เครื่องยนต์ปฏิรูป แก้กฎหมายพาณิชย์-ผลักดัน ‘Corporate Value-up’

 

หนึ่งในภารกิจเร่งด่วนของ อีแจมยอง คือการแก้ไขประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เพื่อ ขยายขอบเขตความรับผิดชอบของคณะกรรมการบริษัท (Fiduciary Duty) ให้ครอบคลุมถึงผู้ถือหุ้นทั้งหมด ไม่ใช่แค่เพียงต่อตัวบริษัทเอง ซึ่งเป็นการสกัดกั้นกรรมการที่ทำหน้าที่เพียงตรายางรับรองมติของผู้บริหาร (Rubber-stamping Directors) นอกจากนี้ พรรครัฐบาลยังเสนอให้มีการปรับปรุงกระบวนการเสนอชื่อคณะกรรมการตรวจสอบและนำระบบการลงคะแนนแบบอิเล็กทรอนิกส์มาใช้เพื่อเพิ่มความโปร่งใส

 

การปฏิรูปเหล่านี้พุ่งเป้าไปที่กลุ่มแชโบลโดยตรง และคาดว่าจะช่วยกระตุ้นให้โครงการ Corporate Value-up ที่ริเริ่มเมื่อกว่าหนึ่งปีก่อนมีความคืบหน้ามากขึ้น โปรแกรมนี้ถอดแบบมาจากโครงการ Name and Shame ของญี่ปุ่น โดยกระตุ้นให้บริษัทต่างๆ ริเริ่มมาตรการเพื่อเพิ่มผลตอบแทนให้แก่ผู้ถือหุ้นด้วยตนเอง

 

จอห์น โช ผู้จัดการพอร์ตหุ้นเกาหลีของ JPMorgan Asset Management กล่าวว่า ปัจจุบันมีบริษัท 160 แห่งที่ประกาศแผน Value-up แล้ว แม้หลายแผนจะยังขาดรายละเอียด แต่เขาคาดว่า “แผนในระยะต่อไปจะมีความชัดเจนและเป็นรูปธรรมมากขึ้น เกาหลีเพิ่งอยู่ในปีที่สองของแผน Value-up เท่านั้น เมื่อเทียบกับการเดินทางด้านธรรมาภิบาลตลอดทศวรรษของญี่ปุ่น”

 

สัญญาณการเปลี่ยนแปลงเริ่มปรากฏ

 

ข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์เกาหลีใต้ (Korea Exchange) แสดงให้เห็นว่า ยอดการจ่ายเงินปันผลรวมของบริษัทในดัชนี Kospi ในปี 2567 เพิ่มขึ้น 12% เป็น 44 ล้านล้านวอน หรือประมาณ 1 แสนล้านบาท ขณะที่การซื้อหุ้นคืนพุ่งขึ้นกว่าสองเท่าเป็น 18.7 ล้านล้านวอน หรือราว 4.5 หมื่นล้านบาท

 

หยี่ผิง เลี่ยว ผู้จัดการกองทุนของ Franklin Templeton Emerging Markets Equity ซึ่งได้ทยอยเข้าซื้อหุ้นเกาหลีตั้งแต่ก่อนการเลือกตั้ง กล่าวว่า “กลุ่มแชโบลกำลังเปลี่ยนแปลงแผนของพวกเขาจริงๆ อันเนื่องมาจากแรงกดดันจากทั้งรัฐบาลและจากตลาด” ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ กรณีของ Hanwha Aerospace Co. ที่ยอมลดขนาดการเสนอขายหุ้นหลังจากเผชิญแรงต่อต้านจากนักลงทุนที่กังวลว่ามูลค่าหุ้นของตนจะลดลง (Value Dilution)

 

ความท้าทายยังคงอยู่ แต่ความหวังมีมากกว่า

 

แม้รัฐบาลใหม่จะมีความตั้งใจจริง แต่เส้นทางการปฏิรูปก็ยังคงมีความท้าทายอยู่ข้างหน้า ประเด็นการแก้ไขกฎหมายภาษีมรดกและเงินปันผลซึ่งนักลงทุนบางส่วนเรียกร้อง ยังคงต้องการการสนับสนุนจากสาธารณชนในวงกว้าง นอกจากนี้ เกาหลีใต้ยังต้องรับมือกับความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอก เช่น แนวโน้มการขึ้นภาษีจากสหรัฐฯ, ภาวะเศรษฐกิจที่หดตัว และความแตกแยกทางการเมืองในประเทศที่ยังคงฝังรากลึก

อย่างไรก็ตาม โจนาธาน ไพน์ส หัวหน้าผู้จัดการกองทุนและหัวหน้าฝ่ายเอเชียไม่รวมญี่ปุ่นของ Federated Hermes กล่าวว่า “เรามีน้ำหนักการลงทุนในหุ้นเกาหลีใต้สูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากมูลค่าที่ยังต่ำ และด้วยความหวังว่าภูมิทัศน์การลงทุนจะยังคงปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง”

 

การกลับมาของความเชื่อมั่นในตลาดหุ้นเกาหลีใต้ครั้งนี้ จึงเป็นจุดเปลี่ยนที่น่าจับตามองอย่างยิ่งสำหรับนักลงทุนทั่วโลก และเป็นบทพิสูจน์สำคัญว่าการปฏิรูปเชิงโครงสร้างอย่างจริงจังจากภาครัฐ สามารถปลดล็อกศักยภาพและลบภาพจำ Korea Discount ที่ฉุดรั้งตลาดมานานหลายปีได้หรือไม่

 

อ้างอิง:

The post Fund Flow ทั่วโลกไหลกลับหุ้นเกาหลีใต้ ขานรับรัฐบาลใหม่เร่งปฏิรูป-เพิ่มมูลค่าผู้ถือหุ้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
จีนเสี่ยง! GDP โตต่ำกว่า 4% แรงงานถูกเลิกจ้าง 10-20 ล้านคน หากรัฐบาลยังไม่เร่งแก้เกม ‘สงครามภาษี’ https://thestandard.co/china-slowdown-20m-jobs-at-risk/ Tue, 06 May 2025 06:42:52 +0000 https://thestandard.co/?p=1071609

The post จีนเสี่ยง! GDP โตต่ำกว่า 4% แรงงานถูกเลิกจ้าง 10-20 ล้านคน หากรัฐบาลยังไม่เร่งแก้เกม ‘สงครามภาษี’ appeared first on THE STANDARD.

]]>

The post จีนเสี่ยง! GDP โตต่ำกว่า 4% แรงงานถูกเลิกจ้าง 10-20 ล้านคน หากรัฐบาลยังไม่เร่งแก้เกม ‘สงครามภาษี’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘เงินเฟ้อเร่งตัว’ สัญญาณอันตรายต่อเศรษฐกิจ หวั่น Fed ประเมินแนวโน้ม ‘พลาด’ เหมือนปี 2021 https://thestandard.co/rising-inflation-warning-fed-risks/ Tue, 25 Mar 2025 00:00:52 +0000 https://thestandard.co/?p=1056127

The post ‘เงินเฟ้อเร่งตัว’ สัญญาณอันตรายต่อเศรษฐกิจ หวั่น Fed ประเมินแนวโน้ม ‘พลาด’ เหมือนปี 2021 appeared first on THE STANDARD.

]]>

The post ‘เงินเฟ้อเร่งตัว’ สัญญาณอันตรายต่อเศรษฐกิจ หวั่น Fed ประเมินแนวโน้ม ‘พลาด’ เหมือนปี 2021 appeared first on THE STANDARD.

]]>