ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Sat, 06 Dec 2025 07:04:07 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 ‘ก.ล.ต. – ปปง.’ ผนึกกำลังสยบสแกมเมอร์ ยกระดับตรวจเข้มผู้ถือหุ้นใหญ่ – ปิดแพลตฟอร์มคริปโตเถื่อน ชู 6 มาตรการอุดช่องฟอกเงินตลาดทุน https://thestandard.co/sec-amlo-fight-crypto-laundering/ Thu, 04 Dec 2025 10:50:15 +0000 https://thestandard.co/?p=1151450 ‘ก.ล.ต. - ปปง.’ ผนึกกำลังสยบสแกมเมอร์ ยกระดับตรวจเข้มผู้ถือหุ้นใหญ่ - ปิดแพลตฟอร์มคริปโตเถื่อน ชู 6 มาตรการอุดช่องฟอกเงินตลาดทุน

ประเด็นร้อนวงการตลาดทุนไทยล่าสุด หนีไม่พ้นการแถลงของสำน […]

The post ‘ก.ล.ต. – ปปง.’ ผนึกกำลังสยบสแกมเมอร์ ยกระดับตรวจเข้มผู้ถือหุ้นใหญ่ – ปิดแพลตฟอร์มคริปโตเถื่อน ชู 6 มาตรการอุดช่องฟอกเงินตลาดทุน appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘ก.ล.ต. - ปปง.’ ผนึกกำลังสยบสแกมเมอร์ ยกระดับตรวจเข้มผู้ถือหุ้นใหญ่ - ปิดแพลตฟอร์มคริปโตเถื่อน ชู 6 มาตรการอุดช่องฟอกเงินตลาดทุน

ประเด็นร้อนวงการตลาดทุนไทยล่าสุด หนีไม่พ้นการแถลงของสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เกี่ยวกับการยึดหุ้นของหลายบริษัทจดทะเบียนไทย และหนึ่งในนั้น ซึ่งมีมูลค่ามากที่สุดคือหุ้นของ บมจ.บางจาก คอร์ปอเรชั่น (BCP) มูลค่าราว 6 พันล้านบาท เพื่อตรวจสอบว่ามีความเชื่อมโยงกับการกระทำผิดกฎหมายหรือไม่

 

ไม่เพียงแค่ ปปง. เท่านั้น แต่เรายังเห็นหน่วยงานกำกับดูแลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เร่งดำเนินการเพื่อสร้างความชัดเจนในเรื่องนี้ ทั้ง สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือแม้แต่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)

 

ปปง. แจงยึดหุ้น ‘บางจาก’ มูลค่า 6 พันล้านบาท เชื่อมโยง ‘เบน สมิธ’ พร้อมระบุมีหุ้นอีกหลายตัวที่เกี่ยวข้อง

 

ในการแถลงเมื่อวันที่ 3 ธันวาคมที่ผ่านมา ถึงผลสืบสวนขยายผลและบูรณาการร่วมกันระหว่างสำนักงาน ปปง. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อปราบปรามขบวนการสแกมเมอร์ (Scammer) ที่มีลักษณะเป็นองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะแก๊งคอลเซ็นเตอร์และการฉ้อโกงประชาชน คณะกรรมการธุรกรรม มีมติให้ยึดและอายัดทรัพย์สินในคดีสำคัญ 4 กลุ่มคดีใหญ่ อายัดเงินในบัญชีรวมมูลค่ากว่า 10,165 ล้านบาท ซึ่งในจำนวนมีการนับรวมหุ้นของบริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BCP ที่มีความเชื่อมโยง เบน สมิธ มีมูลค่าประมาณ 6,000 ล้านบาท

 

ทั้งนี้ คำสั่งยึดและอายัดทรัพย์สินดังกล่าวมีผลชั่วคราวไม่เกิน 90 วัน โดยผู้ถูกยึดทรัพย์หรือผู้มีส่วนได้เสียสามารถยื่นคำร้องพร้อมหลักฐานเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ว่าทรัพย์สินดังกล่าวไม่ได้มาจากการกระทำความผิด ต่อเลขาธิการ ปปง. ได้ภายใน 30 วันนับจากวันที่ได้รับแจ้งคำสั่ง

 

ด้านเทพสุ บวรโชติดารา เลขาธิการ ปปง. กล่าวว่า ปปง.ได้ประสานงานกับทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พบว่า คดีนี้มีจุดเริ่มต้นคือ บัญชีม้าที่ใช้ในการลักลอบทำธุรกรรมเกี่ยวกับเงินฝากของธนาคาร คือ นางสาวแตงไทยฯ เป็นบัญชีม้า ได้รับมอบอำนาจในการดำเนินการ พบว่าในช่วงปี 2560-2565 มีการทำธุรกรรมรับโอนเงินที่ได้จากการทำความผิดจากกลุ่มของนายยิม เลียก ภรรยา และกลุ่มเบน สมิธ

 

เมื่อผู้สื่อข่าวตั้งคำถามว่ามีหุ้นอะไรบ้างของบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ฯ ของบริษัทอะไรบ้างที่มีความโยงการยึดทรัพย์ในครั้งนี้ เลขาธิการ ปปง.ระบุว่า

 

“มีหุ้นหลายตัวที่มีความเกี่ยวข้องกับกรณีนี้ แต่ตัวที่ใหญ่ ปปง. ยึดอายัดไว้ คือหุ้นของบริษัทบางจาก มูลค่าประมาณ 6,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นราคา ณ วันที่ 28 พ.ย. ที่ผ่านมา หากราคาหุ้นขึ้นไปอีกมูลค่าก็อาจสูงกว่านี้ ซึ่งเราตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นทรัพย์ที่มีความเกี่ยวข้องกับการกระทำผิด หุ้นพวกนี้ยึดไว้ตามกรอบกำหนดคณะกรรมการธุรกรรมของ ปปง. มีระยะเวลา 90 วัน ซึ่งเขามีสิทธิ์พิสูจน์ภายใน 30 วัน หากพิสูจน์ได้ว่าไม่ใช่ทรัพย์สินเกี่ยวกับการกระทำความผิด ก็เป็นอำนาจของคณะกรรมการธุรกรรมจะเพิกถอนคำสั่งอายัดต่อไป โดยยืนยันว่าการดำเนินการของ ปปง. มีการดำเนินการ อย่างรอบคอบและระมัดระวัง” เทพสุ กล่าว

 

ปมปริศนาผู้ถือหุ้นใหญ่บางจาก กดดันราคาหุ้น

 

นลินรัตน์ กิตติกำพลรัตน์ ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิจัย บล.เอเซียพลัส เปิดเผยว่า สิ่งที่น่ากังวลเกี่ยวกับหุ้น BCP ในปัจจุบันและเป็นความกังวลของนักลงทุนซึ่งส่งผลต่อราคาหุ้นบางจากคือ ความไม่ชัดเจนเกี่ยวกับผู้ถือหุ้นใหญ่รายใหม่อย่าง ALPHA Chartered Energy

 

“ตราบใดที่ (ข้อสงสัยเกี่ยวกับ ALPHA Chartered Energy) ยังไม่คลี่คลาย เชื่อว่าจะยังเป็นประเด็นกดดันราคาหุ้นบางจากต่อไป”

 

เนื่องจาก 2 เหตุผลสำคัญ ได้แก่ 1.ความไม่มั่นใจของนักลงทุนว่าในอนาคต ALPHA Chartered Energy จะขายหุ้นที่ถืออยู่ออกมาหรือไม่ และ 2.กลยุทธ์ของ BCP จะเป็นอย่างไรต่อไป หลังจากการเข้ามาของ ALPHA Chartered Energy ซึ่งมีตัวแทนในบอร์ด 2 ที่นั่ง

 

ตลท. ยืนยันยึดหุ้นบางจาก ไม่กระทบสภาพคล่องซื้อขาย

 

อัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์ฯ เปิดเผยว่า สำหรับข้อกังวลเรื่องผลกระทบต่อสภาพคล่องในตลาด (Free float) จากหุ้น BCP ที่โดนยึดไปนั้น เบื้องต้น ตลท. ติดตามการซื้อขายหุ้นทุกตัวอยู่แล้ว พบว่าปริมาณการซื้อขายหุ้น BCP ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ จึงไม่กระทบกับ free float เนื่องจากหุ้นมูลค่า 6,000 ล้านบาท ไม่ได้ถูกซื้อขายในตลาดอยู่แล้ว

 

ปัจจุบันหุ้น BCP มี Free float อยู่ที่ประมาณ 50.6% โดยสัดส่วนผู้ถือหุ้นรายใหญ่ เป็นนักลงทุนสถาบัน ทำให้ผลกระทบต่อสภาพคล่องโดยรวมไม่มากนัก อีกทั้ง
ตลท.มีกฎเกณฑ์ที่ป้องกันอยู่แล้ว ส่วนทางด้านของบริษัทเองก็มีการประกาศตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจ ประเมินสถานการณ์และเสนอแนวทางการดำเนินงานในเบื้องต้น เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของนักลงทุน

 

สำหรับกรณีบริษัทจดทะเบียนอีก 7 แห่ง ที่มีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายสแกมเมอร์ ต่างชาติผ่านการใช้บุคคลอื่นถือหุ้นแทน (นอมินี) ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบของ ก.ล.ต. ปัจจุบันยังไม่ได้มีหน่วยงานไหนติดต่อเข้ามาขอข้อมูลเพิ่มเติมจากตลท.

 

ทั้งนี้จากกรณีซุกหุ้นผ่านนอมินีดังกล่าว ทำให้เกิดข้อกังวลว่าเป็นผลพวงมาจากกระบวนการเปิดข้อมูลของบริษัทจดทะเบียนที่ไม่โปร่งหรือไม่ อัสสเดช อธิบายเพิ่มเติมว่า บริษัทจดทะเบียนมีหน้าที่ต้องเปิดเผยข้อมูลผลประกอบการ สถานะการเงิน นโยบายกำกับกิจการ รวมไปถึงรายงานความยั่งยืน เพื่อให้นักลงทุนประเมินความเสี่ยงได้ จากการตรวจสอบของ ตลท.ในช่วงที่ผ่านมา พบว่า บริษัทจดทะเบียน 800 แห่ง มีการเปิดเผยข้อมูลที่ถูกต้อง แต่ในส่วนของธุรกรรมผู้ถือหุ้นไม่ใช่หน้าที่ของบริษัทจดทะเบียนที่ต้องเปิดเผยข้อมูลดังกล่าว

 

ก.ล.ต. เร่งสางโครงสร้างการถือหุ้นของบริษัทจดทะเบียน

 

พรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการ ก.ล.ต. กล่าวว่า การตรวจสอบกรณีผู้ถือหุ้นที่อาจเกี่ยวข้องกับเงินไม่ถูกกฎหมายในบริษัทจดทะเบียนเป็นเรื่องที่ดำเนินการมานานแล้ว โดยมุ่งเน้นการตรวจสอบว่า ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ (ที่ถึงเกณฑ์ต้องรายงานการได้มาหรือจำหน่ายหลักทรัพย์ หรือเกณฑ์ทำ Tender Offer) เป็นผู้ถือหุ้นที่แท้จริง หรือไม่ (Beneficial Owner) ไม่ใช่เพียงผู้ถือหุ้นในนาม (Nominee)

 

การตรวจสอบดังกล่าวได้รวมถึงการขอความร่วมมือจากหน่วยงานกำกับดูแลหลักทรัพย์ในต่างประเทศภายใต้บันทึกความเข้าใจพหุภาคี (MMOU) โดยเป็นการประสานงานในเชิงลึก มีการประชุมร่วมกันเพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลที่ร้องขอถูกต้อง และได้เริ่มการทำงานในส่วนของข้อมูลที่ได้รับจาก ปปง. แล้ว พร้อมย้ำว่าการตรวจสอบจะเน้นไปที่โครงสร้างการถือหุ้นของบริษัทจดทะเบียน

 

ก.ล.ต. ยืนยันว่าได้ให้ความสำคัญกับการทำงานร่วมกับ ปปง. อย่างต่อเนื่อง โดยมีการทำหนังสือขอความร่วมมือและขอเอกสารข้อมูล พยานหลักฐานต่างๆ จาก ปปง. ซึ่งรวมถึงการที่คณะผู้บริหารนำโดยเลขาธิการ ก.ล.ต. ได้เข้าไปพบกับเลขาธิการ ปปง. เพื่อพูดคุยและประสานความร่วมมืออย่างเป็นทางการ

 

“เราได้รับข้อมูลมาแล้ว และ เริ่มทำงานเลย ในส่วนนี้เพิ่มเติม โดยสิ่งที่เราต้องการข้อมูลคือ เพื่อนำมาสนับสนุนในเรื่องของการตรวจสอบว่าใครเป็น ผู้ถือหุ้นที่แท้จริง ตามที่ ก.ล.ต. กำลังพิจารณาอยู่” แหล่งข่าวจาก ก.ล.ต. ระบุ

 

อย่างไรก็ตาม ในการตอบคำถามเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับการอายัดหุ้น และการเปิดเผยรายชื่อผู้ซื้อผู้ขายในเคสที่เกี่ยวข้อง ก.ล.ต. ไม่ลงไปในหุ้นใดหุ้นหนึ่ง แต่ยืนยันหลักการกำกับดูแลว่า:

  • ขอบเขตอำนาจ: สิ่งที่ ก.ล.ต. ดูอยู่คือ เรื่องของผู้ถือหุ้นของบริษัทจดทะเบียน ไม่ใช่การเข้าไปตรวจสอบในส่วนของการประกอบการของบริษัท
  • ความสำคัญ: การตรวจสอบเหล่านี้เป็นงานบังคับใช้กฎหมาย ที่ ก.ล.ต. ให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก (Priority) และยืนยันว่าจากการตรวจสอบในที่สุด จะต้องทราบว่าใครเป็นผู้ซื้อผู้ขายและเป็นผู้ถือหุ้นที่แท้จริง

 

ทั้งนี้ ก.ล.ต. ขอชี้แจงว่า คำถามที่เกี่ยวข้องกับอำนาจการอายัดทรัพย์ของ ปปง. เช่น ระยะเวลาการอายัดนั้น ไม่ใช่อำนาจตามกฎหมายของ ก.ล.ต. จึงไม่สามารถให้คำตอบที่ชัดเจนได้ แต่ในเชิงหลักการ ปปง. มีอำนาจในการอายัดอยู่เป็นระยะหนึ่ง

 

พรอนงค์ กล่าวย้ำว่า การดำเนินการทางกฎหมายของ ก.ล.ต. ให้ความสำคัญกับความถูกต้องตามกระบวนการ (Due Process) และพร้อมจะดำเนินการกับผู้ที่มีหน้าที่รายงานหรือมีหน้าที่ทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ (Tender Offer) หากไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย

 

คุมเข้ม ‘ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล’ (DA) หวังสกัดเงินเทา

 

จอมขวัญ คงสกุล รองเลขาธิการ ก.ล.ต. ได้กล่าวถึงมาตรการในการจัดการกับมิจฉาชีพที่ใช้คริปโตเป็นช่องทางในการฟอกเงิน ซึ่งแบ่งเป็น 2 ส่วนหลักคือ

 

  • แพลตฟอร์มต่างประเทศ: ก.ล.ต. ดำเนินการกล่าวโทษแพลตฟอร์ม DA ต่างประเทศที่เข้ามาทำตลาดกับคนไทยโดยไม่ได้รับอนุญาต และประสานกระทรวง DE เพื่อใช้ พ.ร.ก. ไซเบอร์ ในการปิดกั้นการเข้าถึง
  • แพลตฟอร์มไทย: มีการยกระดับมาตรฐานการทำ KYC/CDD (Know Your Customer/Customer Due Diligence) และการจัดทำ Customer Profiling ของผู้ประกอบธุรกิจ DA ในประเทศ ทำให้สามารถยับยั้งบัญชีม้าได้จำนวนมาก และเตรียมพร้อมสำหรับการนำ Travel Rule มาใช้ร่วมกับ ปปง. เพื่อติดตามข้อมูลผู้โอน/ผู้รับโอนสินทรัพย์ดิจิทัล

 

ทั้งนี้ ก.ล.ต. ยืนยันว่า ปัญหาเรื่องสแกมเมอร์และเงินเทาเป็นวาระสำคัญที่ได้ทำงานร่วมกับหลายหน่วยงานรัฐบาลอย่างเข้มข้น ไม่ว่าจะเป็นคณะกรรมการชุดของนายกรัฐมนตรี คณะกรรมการ DE และคณะทำงาน Connecting the Dot ของกระทรวงการคลัง

 

“สำนักงานก.ล.ต. ให้ความสำคัญกับความเชื่อมั่นของตลาดทุน โดยมุ่งมั่นที่จะดำเนินการทางกฎหมายอย่างตรงไปตรงมา ไม่มีการละเว้น หากหลักฐานไปถึงใคร สำนักงานพร้อมดำเนินการทันที เพื่อให้มั่นใจว่าตลาดทุนและตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลจะไม่เป็นช่องทางในการกระทำความผิด” พรอนงค์กล่าวสรุป

 

สรุป 6 มาตรการหลัก ก.ล.ต. ในการสกัดเงินเทา-สแกมเมอร์

 

  • การทำงานร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ (ปปง., DE, ตำรวจ, ธนาคารพาณิชย์) ผ่านคณะกรรมการต่างๆ
  • การยกระดับมาตรฐานตัวกลาง (โบรกเกอร์/DA Platform) ในการทำ KYC/CDD และการติดตามธุรกรรมที่น่าสงสัย
  • การผลักดันแก้ไขกฎหมาย เพื่อกำหนดให้ตัวกลางต้องร่วมรับผิดชอบความเสียหายในกรณีที่มีมาตรการหละหลวม
  • การใช้กฎหมายเพื่อปิดแพลตฟอร์ม DA ต่างประเทศ ที่ไม่ได้รับอนุญาตตาม พ.ร.ก. ไซเบอร์
  • การติดตามดูเรื่องโครงสร้างการถือหุ้นใหญ่ของ บจ. และการบังคับใช้กฎหมายหากพบความผิดปกติ
  • การยับยั้งความเสียหายจากการหลอกลวงลงทุน เช่น การตั้งศูนย์ช่วยเหลือ และการปิดเว็บไซต์/แพลตฟอร์มหลอกลวง

 

แจงความคืบหน้าคดี JKN และการติดตามผู้ถูกกล่าวโทษ

 

สำนักงานก.ล.ต. ได้ชี้แจงถึงความคืบหน้าของเคส JKN โดยยืนยันว่า ก.ล.ต. ได้ดำเนินการทางกฎหมายในหลายด้าน

 

โดยด้านสถานะคดี ปัจจุบัน ก.ล.ต. ได้ดำเนินการทั้งมาตรการทางแพ่ง และกล่าวโทษทางอาญาที่เกี่ยวข้องกับงบการเงินตั้งแต่ช่วงกลางปีที่ผ่านมา

 

ภายหลังการกล่าวโทษ ก.ล.ต. ได้ให้ความร่วมมือกับพนักงานสอบสวนอย่างเต็มที่ และประสานงานกับ DSI จนมีการรับเป็นคดีพิเศษ ซึ่งเป็นผลมาจากการกล่าวโทษและการประสานความร่วมมือของสำนักงาน

 

ส่วนกรณีผู้บริหาร JKN หลบหนี ก.ล.ต. ชี้แจงว่า ในช่วงที่กล่าวโทษไม่ได้พบพฤติการณ์หลบหนีที่เข้าเงื่อนไขอำนาจตามกฎหมายในการห้ามออกนอกประเทศ อย่างไรก็ตาม ก.ล.ต. ไม่ได้นิ่งนอนใจ ในกรณีที่มีการหลบหนีไปต่างประเทศในปัจจุบัน โดยได้ประสานงานกับพนักงานสอบสวนเพื่อหาหนทางในการนำตัวกลับมา หากเป็นไปได้

 

ในส่วนของการยึดทรัพย์นั้น เนื่องจากคดีอยู่ในขั้นตอนการกล่าวโทษทางอาญาแล้ว อำนาจในการดำเนินการจึงอยู่กับพนักงานสอบสวน ซึ่ง ก.ล.ต. พร้อมให้ความร่วมมือเพื่อให้สำนวนนำไปสู่การฟ้องร้องได้

 

แบงก์ชาติพร้อมเข้าตรวจสอบ ‘เส้นทางการเงิน’ ที่ผ่านระบบแบงก์พาณิชย์

 

ต่อคำถามผู้สื่อข่าวกรณีที่หุ้นก้อนใหญ่ของ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BCP มูลค่าประมาณ 6,000 ล้านบาท ว่า ธปท. ได้เข้าไปตรวจสอบร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) หรือ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) หรือไม่ ชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายองค์กรสัมพันธ์ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า น่าจะเป็นหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรงเช่น ปปง. หรือ ก.ล.ต. ที่เข้าไปดูแล

 

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของ ธปท. จะเข้าไปตรวจสอบในมิติที่เกี่ยวข้องกับเส้นทางการเงินของสถาบันการเงิน โดยหากพบว่าธุรกรรมดังกล่าวผ่านเข้ามาในระบบธนาคารพาณิชย์ ธปท. ก็จะต้องเข้าไปดูในส่วนนั้น

 

สำหรับการกำกับดูแลสถาบันการเงินในกรณีธุรกรรมต้องสงสัย ธปท. ยืนยันหลักการว่า สถาบันการเงินทุกแห่งต้องปฏิบัติตามกฎหมายของ ปปง. อย่างเคร่งครัด โดยหน้าที่ของ ธปท. คือการกำกับดูแลให้ธนาคารส่งรายงานข้อมูลตามเกณฑ์ เช่น หากพบการใช้เงินสดเกินวงเงินที่กำหนด หรือมีธุรกรรมต้องสงสัย ต้องส่งรายงานให้ ปปง. ทราบ

 

ภาพ: Prateep Suttiso/Getty Images

The post ‘ก.ล.ต. – ปปง.’ ผนึกกำลังสยบสแกมเมอร์ ยกระดับตรวจเข้มผู้ถือหุ้นใหญ่ – ปิดแพลตฟอร์มคริปโตเถื่อน ชู 6 มาตรการอุดช่องฟอกเงินตลาดทุน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ประธานตลาดหลักทรัพย์ฯ หนุนคลังแก้กฎหมาย เปิดทางนักลงทุนในตลาดหุ้นข้ามไปลงทุนในตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล-คริปโตได้ ลุ้นเห็นความชัดเจนภายในสิ้นปีนี้ https://thestandard.co/set-chief-backs-crypto-law-change/ Wed, 28 May 2025 14:23:02 +0000 https://thestandard.co/?p=1079700

ตลาดหลักทรัพย์ฯ หนุนคลังแก้กฎหมาย เปิดทางนักลงทุนในตลาด […]

The post ประธานตลาดหลักทรัพย์ฯ หนุนคลังแก้กฎหมาย เปิดทางนักลงทุนในตลาดหุ้นข้ามไปลงทุนในตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล-คริปโตได้ ลุ้นเห็นความชัดเจนภายในสิ้นปีนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>

ตลาดหลักทรัพย์ฯ หนุนคลังแก้กฎหมาย เปิดทางนักลงทุนในตลาดหุ้นข้ามไปลงทุนในตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล-คริปโตได้ ลุ้นเห็นความชัดเจนภายในสิ้นปีนี้

 

จากกรณีที่ พิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง มีแนวคิดในการแก้กฎหมายเชื่อมการซื้อขายระหว่างตลาดหุ้นกับตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล หรือ ข้ามไปลงทุนสินทรัพย์ดิจิทัลเชื่อมกันได้ (Cross) เพื่อเปิดทางให้นักลงทุนหุ้น สามารถข้ามไปลงทุนสินทรัพย์ดิจิทัลได้ด้วยนั้น

 

ศาสตราจารย์พิเศษ กิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์ ประธานกรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) และประธานกรรมการ กล่าวว่า ขณะนี้ตลาดหลักทรัพย์ฯ ยังไม่มีการหารือร่วมกับกระทรวงการคลังในเรื่องดังกล่าว แต่มีมุมมองว่าแนวคิดเชื่อมการซื้อขายระหว่างตลาดหุ้นไทยกับตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล หรือ ตลาดคริปโตเคอร์เรนซีได้ด้วย นั้นถือเป็นเรื่องที่ดี เพราะตลาดหลักทรัพย์ฯ โดยหลักการควรสามารถทำการซื้อหลักทรัพย์ได้ครบทุกประเภท ดังนั้นตลาดหลักทรัพย์ฯ พร้อมสนับสนุนในเรื่องดังกล่าว เนื่องจากจะเป็นประโยชน์กับนักลงทุน

 

โดยคาดว่าการดำเนินการเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวนี้มีโอกาสเห็นความชัดเจนได้ภายในสิ้นปีนี้

 

“คิดว่าอะไรที่เป็นหลักทรัพย์ที่นักลงทุนซื้อขายลงทุนได้ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย นักลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ก็ควรซื้อขายได้ทั้งหมดทั้งบิตคอยน์ หรือคริปโตเคอร์เรนซี และสินทรัพย์ดิจิทัลได้ด้วย รวมทั้งการเทรด G-Token ที่รัฐบาลกำลังจะออกด้วยซึ่งขึ้นกับนโยบายของรัฐบาลด้วย เพราะตอนนี้มีระบบดิจิทัลที่พร้อมรองรับเอื้อให้ทำได้แล้ว“ ศาสตราจารย์พิเศษ กิติพงศ์กล่าว

 

ศึกษาตั้งกระดานเทรดใหม่คาดชัดเจนภายใน 3-4 เดือน

 

ศาสตราจารย์พิเศษ กิติพงศ์ กล่าวถึงความคืบหน้าแนวคิดที่รัฐบาลต้องการดึงกลุ่มนักลงทุนสถาบันทั้งไทยและต่างประเทศให้เข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นไทยมากขึ้นนั้น เบื้องต้นควรดำเนินการใน 2 แนวทาง

 

1. การเผยแพร่ข้อมูลของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ที่มีปัจจัยพื้นฐานที่ดีทั้งขนาดเล็ก, กลาง และใหญ่ให้นักลงทุนเข้าถึงข้อมูลซึ่งจะช่วยให้ภาพการลงทุนปรับดีขึ้น

 

2. การสร้าง New Engine หรือ การสร้างกลุ่มธุรกิจใหม่ๆ ทั้งในกลุ่มเทคโนโลยี, เทคโนโลยีขั้นสูง (Deep Tech), เฮลท์แคร์ สนับสนุนสตาร์ทอัพอีกทั้งดึงดูดกลุ่มธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ให้เข้ามาจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ให้เพิ่มมากขึ้น โดยจะมีการหารือร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เพื่อกำหนดเงื่อนไขให้สิทธิประโยชน์ที่จูงใจให้กลุ่มธุรกิจเป้าหมายดังกล่าวเข้ามาจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ให้มากขึ้น เพื่อความน่าสนใจและดึงดูดนักลงทุนให้เพิ่มมากขึ้น

 

อย่างไรก็ดี อาจมีประเด็นในด้านกฎหมายที่ต้องพิจารณาเกี่ยวกับอำนาจในการควบคุมจัดการ ซึ่งอาจต้องมีการเสนอแก้ไขกฎหมาย พ.ร.บ.หลักทรัพย์ฯ ในเรื่อง Dual Transactions ซึ่งต้องไปทำความเข้าใจกับรัฐบาลด้วย

 

อีกทั้งอยู่ระหว่างการศึกษาแยกตั้งกระดานซื้อขายหุ้นใหม่ขึ้นมา คาดว่าจะมีความชัดเจนภายในช่วง 3-4 เดือนข้างหน้า โดยปัจจุบัน ตลท. อยู่ระหว่างการศึกษาตัวอย่างรูปแบบจากต่างประเทศ เช่น ตลาดหลักทรัพย์ของจีน, มุมไบ, นิวยอร์ก และประเทศอื่นๆ

 

ซึ่งจะนำธุรกิจ New Economy สตาร์ทอัพมาสร้างเป็นตลาดหลักทรัพย์ฯ แห่งใหม่แยกออกมา โดยพิจารณาเงื่อนไขต่างๆ เช่น ยกเกณฑ์ที่กำหนดให้ธุรกิจที่ต้องการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ต้องมีกำไรติดต่อกัน 3 ปี, การนำเข้ามาจดทะเบียนใน LiVE PLATFORM หรือเปิดตลาดหลักทรัพย์ฯ ใหม่สำหรับธุรกิจเทคโนโลยีใหม่ เป็นต้น

 

อย่างไรก็ดี จะต้องมีการหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งกระทรวงการคลัง และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ในหลายหมายมิติที่เกี่ยวข้องโดยมีความพยายามผลักดันให้เกิดขึ้นโดยเร็วที่สุด ซึ่งหากได้ข้อสรุปว่าจะทำอาจใช้เวลาประมาณ 1-2 ปี ในการดำเนินการ

 

เล็ง Matching Fund ลุยลงทุน ธุรกิจ New Economy

 

อีกทั้งยังมีแนวคิดที่จะให้กองทุนส่งเสริมการพัฒนาตลาดทุน (CMDF) ให้เข้ามามีส่วนช่วยในด้านการจัดตั้งกองทุนร่วมลงทุน (Matching Fund) เพื่อมาลงทุนในหุ้นกลุ่มธุรกิจ New Economy ดังกล่าว เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ลงทุนทั่วไปที่อาจไม่รู้จักธุรกิจประเภทใหม่หรือสตาร์ทอัพกลุ่มนี้

 

นอกจากนี้ ยังได้ให้การสนับสนุนการศึกษาแนวทางการจัดทำนโยบายบัญชีการออมส่วนบุคคล (TISA) เพื่อวางรากฐานเชิงโครงสร้างด้านการออมที่มีประสิทธิภาพในระยะยาว สะท้อนความมุ่งมั่นของ CMDF ในการเป็นกลไกขับเคลื่อนตลาดทุนไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน โดยคณะกรรมการ CMDF เชื่อว่าการสนับสนุนทุนของ CMDF จะช่วยส่งเสริมการพัฒนาตลาดทุนไทยในหลากหลายมิติ เพื่อให้ตลาดทุนไทยเติบโตอย่างยั่งยืนและต่อเนื่อง

 

กองทุน CMDF ใส่เงินกว่า 2.9 พันล้านบาท พัฒนา 153 โครงการ

 

ด้าน จักรชัย บุญยะวัตร ผู้จัดการ CMDF กล่าวเพิ่มเติมว่า ตั้งแต่ปี 2563-2567 CMDF ได้อนุมัติโครงการรวม 153 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 2,928 ล้านบาท โดยในจำนวนนี้มีโครงการดำเนินการแล้วเสร็จ 83 โครงการ ซึ่งล้วนแล้วแต่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อระบบนิเวศของตลาดทุนในด้านต่างๆ และสอดคล้องกับพันธกิจของ CMDF นอกจากการศึกษาแนวทางการจัดทำนโยบายบัญชีการออมส่วนบุคคล (TISA) แล้ว ในปี 2567 สถาบันวิจัยเพื่อตลาดทุน (CMRI) ภายใต้ CMDF ยังได้สนับสนุนงานวิจัยอื่นที่หลากหลาย อาทิ แนวทางการบริหารเงินที่ได้จากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพหลังเกษียณอายุ การศึกษาเพื่อป้องกันปัญหาการฉ้อโกงในตลาดทุนและแนวทางการปกป้องนักลงทุน แนวทางการพัฒนาตลาดคาร์บอนเครดิตของประเทศไทย เป็นต้น

 

ในด้านการพัฒนานักวิจัย มีโครงการสนับสนุนนักวิจัยรุ่นใหม่ให้สนใจทำงานด้านตลาดทุนเพิ่มขึ้น (Researcher Pool) โดย CMDF ร่วมมือกับสำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) สนับสนุนทุนวิจัยในรูปแบบ Matching Fund ให้แก่นักวิจัยรุ่นใหม่ด้านตลาดทุนที่เป็นบุคลากรของสถาบันอุดมศึกษาภายใต้สังกัดของกระทรวง อว.

 

สำหรับผลลัพธ์จากการดำเนินโครงการที่ผ่านมา CMDF ได้ส่งเสริมการพัฒนาองค์กรกว่า 3,500 องค์กร พัฒนาบุคลากรในตลาดทุนรวมกว่า 15,000 คน ส่งเสริมการศึกษาสำหรับบุคลากรในอุตสาหกรรมทั้งที่เป็น Global และ Local Certificate รวมกว่า 940 ราย เผยแพร่และสร้างความตระหนักรู้ให้ประชาชนผ่านสื่อออนไลน์ มียอดเข้าถึงกว่า 80 ล้านครั้ง รวมถึงการเผยแพร่งานวิจัยผ่านเว็บไซต์ CMRI รวมกว่า 50 บทความ ยอดเข้าชมมากกว่า 17,300 ครั้ง เผยแพร่งานวิจัยผ่านหน่วยงานต่างๆ มากกว่า 600 เล่ม ให้แก่ 30 หน่วยงาน

The post ประธานตลาดหลักทรัพย์ฯ หนุนคลังแก้กฎหมาย เปิดทางนักลงทุนในตลาดหุ้นข้ามไปลงทุนในตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล-คริปโตได้ ลุ้นเห็นความชัดเจนภายในสิ้นปีนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
รมว.คลัง ลั่น เตรียมดันการใช้ ‘คริปโต’ ผูกบัตรเครดิตให้ซื้อสินค้าในประเทศได้ https://thestandard.co/thailand-crypto-credit-card-integration/ Mon, 26 May 2025 09:53:10 +0000 https://thestandard.co/?p=1078677 คริปโต

‘พิชัย รมว.คลัง’ ลั่น เตรียมดันการใช้ ‘คริป […]

The post รมว.คลัง ลั่น เตรียมดันการใช้ ‘คริปโต’ ผูกบัตรเครดิตให้ซื้อสินค้าในประเทศได้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
คริปโต

‘พิชัย รมว.คลัง’ ลั่น เตรียมดันการใช้ ‘คริปโต’ ผูกบัตรเครดิตให้ใช้ซื้อสินค้าในประเทศได้ตามโมเดลต่างประเทศ จ่อถกแบงก์ชาติให้ทดลองระบบ พร้อมเล็งแก้กฎหมายเชื่อมการซื้อขายระหว่างตลาดหุ้นกับตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล เปิดทางให้นักลงทุนหุ้นสามารถข้ามไปลงทุนสินทรัพย์ดิจิทัลได้ด้วย

 

วันนี้ (26 พฤษภาคม) พิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า รัฐบาลกำลังสนับสนุนเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy) โดยเริ่มต้นด้วยการออก ‘โทเคนดิจิทัลของรัฐบาล’ (Government Token: G-Token) ไปแล้ว โดยในระยะต่อไปรัฐบาลเตรียมจะผลักดันอนุญาตให้ใช้คริปโตเคอร์เรนซี ‘ซื้อสินค้า’ ในประเทศได้ ผ่านการผูกกับบัตรเครดิตตามโมเดลในต่างประเทศ

 

“มีหลายเรื่องที่รัฐบาลเตรียมจะทำ โดยในต่างประเทศกึ่งๆ ให้เอาคริปโตมาซื้อสินค้าได้ โดยผูกไว้กับเครดิตการ์ดแล้วซื้อสินค้าได้เลย แต่บ้านเรายังทำไม่ได้ ยกตัวอย่างนะครับ ผมเป็นนักท่องเที่ยวไปเที่ยวที่จังหวัดหนึ่งในเมืองไทย ผมก็สามารถใช้คริปโตซื้อของได้เลยผ่านบัตรเครดิต โดยวิธีนี้คนขายไม่รู้หรอกว่าคนซื้อใช้คริปโตซื้อ เพราะว่าเขารับเงินเป็นเงินบาท” พิชัยกล่าว

 

พิชัยยังยืนยันว่า ตอนนี้ไทยสามารถทำได้เลย ขอแค่ให้มีระบบ ส่วนในด้านของการทดลองคงต้องคุยกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เนื่องจากในต่างประเทศทำกันได้แล้ว แต่ไทยยังไม่อนุญาตให้ทำ 

 

เล็งแก้กฎหมายเชื่อมการซื้อขายระหว่างตลาดหุ้นกับตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล

 

นอกจากนี้ พิชัยยังเปิดเผยว่า เตรียมแก้กฎหมายเชื่อมการซื้อขายระหว่างตลาดหุ้นกับตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล เพื่อเปิดทางให้นักลงทุนหุ้นสามารถข้ามไปลงทุนสินทรัพย์ดิจิทัลได้ด้วย

 

“เนื่องจากไทยมีกฎหมาย 2 ฉบับแยกกัน ได้แก่ พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และ พ.ร.ก.การประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล ทำให้มีแพลตฟอร์มต่างกัน จึงเกิดความไม่สะดวก เพราะว่านักลงทุนทั้ง 2 กลุ่มนี้ในที่สุดก็เป็นกลุ่มเดียวกัน ดังนั้นตอนนี้ต้องมีการแก้กฎหมายเพื่อให้ (แพลตฟอร์ม) เชื่อมกันได้ (Cross) โดยหวังว่าวันหนึ่ง นักลงทุนใน พ.ร.บ.หลักทรัพย์ สามารถข้ามไปลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลได้ เนื่องจากปัจจุบันก็มีการทำ KYC กันอยู่แล้ว” พิชัยกล่าวในงานเสวนา ‘Dailynews Talk 2025 ปลุกเสน่ห์หุ้น-คริปโทฯ ครึ่งปีหลัง 2025’

 

ทั้งนี้ ในเวลาต่อมาพิชัยกล่าวว่า กรณีดังกล่าวเป็นการยกตัวอย่างของต่างประเทศ มีการใช้คริปโตเคอร์เรนซีนำมาผูกบัตรเครดิตเพื่อซื้อสินค้าได้ แต่ในส่วนของประเทศไทยขณะนี้ยังไม่ใช่นโยบายหลักที่จะผลักดันในตอนนี้

The post รมว.คลัง ลั่น เตรียมดันการใช้ ‘คริปโต’ ผูกบัตรเครดิตให้ซื้อสินค้าในประเทศได้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
โทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน Infra-backed Token https://thestandard.co/infra-backed-digital-token/ Fri, 31 Jan 2025 09:44:17 +0000 https://thestandard.co/?p=1036710 infra-backed-digital-token

ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา การลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลมีความชั […]

The post โทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน Infra-backed Token appeared first on THE STANDARD.

]]>
infra-backed-digital-token

ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา การลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลมีความชัดเจนต่อผู้ลงทุนเพิ่มขึ้นมาก ทั้งในด้านการกำกับดูแลของหน่วยงานภาครัฐ ได้แก่ กรมสรรพากร ที่มีการออกคู่มือการเสียภาษีบุคคลธรรมดาของกรมสรรพากร (https://www.rd.go.th/63433.html) หรือการประกาศกฎเกณฑ์กำกับดูแลผู้ประกอบกิจการสินทรัพย์ดิจิทัล ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (สำนักงาน ก.ล.ต.)  

 

สำหรับสินทรัพย์ดิจิทัลที่นำมาสรุปประเด็นสำคัญในบทความนี้คือ ทรัสต์สำหรับธุรกรรมการเสนอขายโทเคนดิจิทัลที่อ้างอิงหรือมีกระแสรายรับทรัพย์สินกิจการโครงสร้างพื้นฐาน (Infra-backed Token) ซึ่งเป็นโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุนอีกชนิดหนึ่งที่สำนักงาน ก.ล.ต. ได้ประกาศเกณฑ์การออกและเสนอขาย รวมถึงหน้าที่ของผู้ที่เกี่ยวข้องแล้ว ซึ่งทรัพย์สินกิจการโครงสร้างพื้นฐานที่ Infra-backed Token ถือครองได้มีหลักๆ อยู่ 5 อย่างคือ

 

  1. กรรมสิทธิ์ ซึ่งหมายถึงสิทธิครอบครองหรือสิทธิการเช่าที่ใช้ในการประกอบกิจการโครงสร้างพื้นฐาน 
  2. สิทธิสัมปทานในการประกอบกิจการโครงสร้างพื้นฐาน 
  3. สิทธิในการรับประโยชน์จากรายได้ในอนาคต หรือสิทธิตามสัญญาแบ่งรายได้ในอนาคตของกิจการโครงสร้างพื้นฐาน 
  4. สิทธิเรียกร้องตามสัญญาซื้อขายติดตั้งเครื่องจักรอุปกรณ์ หรือสัญญาก่อสร้าง หรือสัญญาซื้อขายผลิตภัณฑ์หรือบริการของกิจการโครงสร้างพื้นฐาน 
  5. หุ้นของนิติบุคคลเฉพาะกิจ ซึ่งมีการลงทุนใน (1) (2) (3) หรือ (4) ตามเกณฑ์กำหนดไว้ 

 

ทั้งนี้ กิจการโครงสร้างพื้นฐาน (Infra-backed Token) ที่ประกาศอนุญาตไว้มีอยู่ 13 รายการคือ (1) ระบบขนส่งทางราง/ทางท่อ (2) ไฟฟ้า (3) ประปา (4) ถนนทางพิเศษหรือทางสัมปทาน (5) ท่าอากาศยานหรือสนามบิน (6) ท่าเรือน้ำลึก (7) โทรคมนาคม หรือโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (8) พลังงานทางเลือก (9) ระบบบริหารจัดการน้ำหรือการชลประทาน (10) ระบบป้องกันภัยธรรมชาติ ซึ่งรวมถึงระบบเตือนภัยและระบบจัดการเพื่อลดความรุนแรงของภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นด้วย (11) ระบบจัดการของเสีย (12) ระบบคมนาคมขนส่งทางบกหรือขนส่งทางน้ำ (13) กิจการที่มีลักษณะเป็นกิจการโครงสร้างพื้นฐานตามข้อ (1) ถึง (12) หลายกิจการ (Multi-Infrastructure) ประกอบกันและเข้าลักษณะมีความเชื่อมโยง สร้างประโยชน์ต่อกันและกันหรือต่อชุมชนเดียวกันหรือใกล้เคียงกัน และมี/จะมีรายได้เป็นมูลค่าไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของรายได้รวมของกิจการทั้งหมดที่ประกอบกัน 

 

สำหรับการเสนอขายโทเคนดิจิทัลที่อ้างอิงหรือมีกระแสรายรับจากทรัพย์สินกิจการโครงสร้างพื้นฐาน จะได้รับอนุญาตจากสำนักงาน ก.ล.ต. ต่อเมื่อเป็นกิจการโครงสร้างพื้นฐานที่เสร็จสมบูรณ์ หรือในกรณีที่เป็นโครงการที่อยู่ระหว่างดำเนินการก็จะต้องมีการลงทุนที่ไม่เกินร้อยละ 30 ของมูลค่าการลงทุนรวมในทรัพย์สินกิจการโครงสร้างพื้นฐานนั้นๆ  

 

นอกจากนี้ผู้ลงทุนจะต้องเข้าลักษณะใดลักษณะหนึ่ง คือเป็นผู้ลงทุนสถาบันหรือผู้ลงทุนรายใหญ่พิเศษ ตามประกาศของสำนักงาน ก.ล.ต. หรือเป็นผู้ลงทุนที่มิใช่ผู้ลงทุนตามที่กล่าวมา โดยผู้ที่ขออนุญาตออกหลักทรัพย์ต้องกำหนดมูลค่าสูงสุดของการเสนอขายสำหรับผู้ลงทุนที่ไม่ใช่ผู้ลงทุนสถาบันหรือผู้ลงทุนรายใหญ่พิเศษ ตามที่สำนักงาน ก.ล.ต. กำหนด รวมถึงหน้าที่สำคัญของผู้เสนอขายและผู้ให้บริการระบบเสนอขายโทเคนดิจิทัล  จึงต้องแสดงได้ว่า (1) มีการเปิดเผยการประเมินความน่าเชื่อถือของโครงการหรือกิจการที่สมเหตุสมผล โดยผู้ให้บริการระบบเสนอขายโทเคนดิจิทัลหรือผู้เชี่ยวชาญที่เป็นอิสระ และปัจจัยที่ใช้ในการพิจารณา (2) จะใช้ทรัสต์เพื่อการถือครองทรัพย์สินกิจการโครงสร้างพื้นฐานเพื่อประโยชน์ของผู้ถือโทเคนดิจิทัล โดยไม่ได้ใช้ทรัสต์ในการบริหารและจัดการลงทุนในทรัพย์สินดังกล่าว (Passive Trust) (3) ต้องแสดงได้ว่าได้ตรวจสอบหรือสอบทาน (การทำ Due Diligence) ทรัพย์สินกิจการโครงสร้างพื้นฐานตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดให้รอบด้าน (4) จัดให้มีความเห็นของผู้เชี่ยวชาญอิสระ ซึ่งแสดงความเห็นเกี่ยวกับเทคโนโลยีที่ใช้กับกิจการโครงสร้างพื้นฐาน (Technological Feasibility) เฉพาะกรณีที่เป็นเทคโนโลยีใหม่ที่ไม่เคยใช้ในไทยมาก่อน หรือเป็นเทคโนโลยีขั้นสูงที่ต้องใช้ความชำนาญเฉพาะด้าน รวมถึงระบุข้อดี-ข้อเสียและตัวอย่างการใช้ของเทคโนโลยีนั้น (5) มีมูลค่าการลงทุนรวมในทรัพย์สินกิจการโครงสร้างพื้นฐานไม่น้อยกว่า 500 ล้านบาท โดยต้องผ่านการประเมินตาม และประเมินทุก 3 ปีตามข้อกำหนด นับแต่วันที่ประเมินมูลค่าครั้งล่าสุด (6) แสดงความเห็นของผู้ขออนุญาตและผู้ให้บริการระบบเสนอขายโทเคนดิจิทัล เกี่ยวกับความสมเหตุสมผลของรายงานการประเมินมูลค่า 

 

ทั้งนี้ ผู้ออกหลักทรัพย์ (Issuer) จะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามกฎเกณฑ์ เช่น การมีความพร้อมของระบบงานในการปฏิบัติหน้าที่ ต้องมีผู้รับผิดชอบในสายงานเกี่ยวกับการดูแลจัดการทรัพย์สิน และมีบุคลากรอีกไม่น้อยกว่า 2 รายที่มีความรู้และประสบการณ์ด้านบริหารจัดการลงทุน หรือการจัดหาผลประโยชน์จากทรัพย์สินกิจการโครงสร้างพื้นฐาน รวมกันไม่น้อยกว่า 3 ปีภายในช่วงระยะเวลา 5 ปีก่อนวันยื่นคำขออนุญาต รวมถึงต้องมีความรู้ความสามารถในการวัดมูลค่า (Valuation) ของทรัพย์สินกิจการโครงสร้างพื้นฐานได้อย่างน่าเชื่อถือ

 

จากข้อมูลข้างต้นจะเห็นได้ว่า กฎเกณฑ์ของ Infra-backed Token มีความคล้ายคลึงกับโทเคนดิจิทัลที่อ้างอิงหรือมีกระแสรายรับจากอสังหาริมทรัพย์ (Real Estate-backed Token) ที่มีการออกและเสนอขายแล้วในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ดี หากผู้ลงทุนสนใจลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลเพื่อการลงทุนทั้ง 2 ประเภทข้างต้น ควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า แผนธุรกิจของกิจการ สภาพคล่อง และตลาดรองของหลักทรัพย์นั้นๆ ความน่าเชื่อถือของผู้ประกอบการธุรกิจดิจิทัลที่เกี่ยวข้อง เงื่อนไขผลตอบแทน ความเสี่ยง และศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมจากประกาศคณะกรรมการ ก.ล.ต. ก่อนตัดสินใจเข้าลงทุน

 

ภาพ​: Aaaaimages / Getty Images

 

หมายเหตุ: โทเคนดิจิทัลเป็นสินทรัพย์ลงทุนที่มีความเสี่ยงสูง โปรดศึกษาและลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ 

 

อ้างอิง: 

The post โทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน Infra-backed Token appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: คลายข้อสงสัย! อนาคตสินทรัพย์ดิจิทัลที่ต้องรู้ | Thailand Future EP.6 https://thestandard.co/thailand-future-ep-6/ Sat, 28 Dec 2024 02:03:05 +0000 https://thestandard.co/?p=1024918 thailand-future-ep-6

ไขคำตอบ 4 คำถามสำคัญเกี่ยวกับอนาคตของสินทรัพย์ดิจิทัล! […]

The post ชมคลิป: คลายข้อสงสัย! อนาคตสินทรัพย์ดิจิทัลที่ต้องรู้ | Thailand Future EP.6 appeared first on THE STANDARD.

]]>
thailand-future-ep-6

ไขคำตอบ 4 คำถามสำคัญเกี่ยวกับอนาคตของสินทรัพย์ดิจิทัล! โลกของ Bitcoin, Ethereum และ Blockchain อาจฟังดูซับซ้อน แต่ถ้าคุณกำลังสงสัยว่าสินทรัพย์ดิจิทัลคืออะไร จะเริ่มต้นอย่างไร และมีโอกาส-ความเสี่ยงแบบไหน วิดีโอนี้มีคำตอบที่ควรต้องรู้

 

พบกับบทสรุปจากสถาบันอนาคตไทยศึกษา ที่รวบรวมข้อสงสัยและข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัลในประเทศไทย ตั้งแต่พื้นฐานเทคโนโลยี Blockchain ประเภทของคริปโต โอกาสการลงทุนรูปแบบใหม่ ไปจนถึงความเสี่ยงและแนวโน้มนโยบายล่าสุด ใครที่อยากเข้าใจและเตรียมพร้อมเข้าสู่โลกดิจิทัล ห้ามพลาด

The post ชมคลิป: คลายข้อสงสัย! อนาคตสินทรัพย์ดิจิทัลที่ต้องรู้ | Thailand Future EP.6 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ก.ล.ต. กล่าวโทษ Zipmex และอดีตกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารต่อ บก.ปอศ. กรณีเผยแพร่หรือให้คำรับรองข้อความอันอาจก่อให้เกิดความสำคัญผิดในสาระสำคัญเกี่ยวกับราคาซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล https://thestandard.co/sec-charges-zipmex-ex-executives/ Fri, 19 Jul 2024 12:13:27 +0000 https://thestandard.co/?p=960366 Zipmex และ ก.ล.ต.

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล […]

The post ก.ล.ต. กล่าวโทษ Zipmex และอดีตกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารต่อ บก.ปอศ. กรณีเผยแพร่หรือให้คำรับรองข้อความอันอาจก่อให้เกิดความสำคัญผิดในสาระสำคัญเกี่ยวกับราคาซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล appeared first on THE STANDARD.

]]>
Zipmex และ ก.ล.ต.

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กล่าวโทษ บริษัท ซิปเม็กซ์ จำกัด (Zipmex) กรณีเผยแพร่หรือให้คำรับรองข้อความอันอาจก่อให้เกิดความสำคัญผิดในสาระสำคัญเกี่ยวกับราคาซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล โดยประการที่น่าจะทำให้มีผลกระทบต่อราคาสินทรัพย์ดิจิทัลหรือต่อการตัดสินใจลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล และ เอกลาภ ยิ้มวิไล อดีตกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Zipmex ในฐานะบุคคลที่รับผิดชอบในการดำเนินงานของ Zipmex ต่อกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.)

 

ก.ล.ต. ตรวจพบข้อเท็จจริงที่ทำให้พิจารณาได้ว่า Zipmex ได้เผยแพร่หรือให้คำรับรองข้อความอันอาจก่อให้เกิดความสำคัญผิดในสาระสำคัญเกี่ยวกับราคาซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล เนื่องจากพบว่าข้อมูลราคาและปริมาณการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล Zipmex Token (ZMT) ที่แสดงบนหน้าเว็บไซต์ของศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลของบริษัท Zipmex ไม่ถูกต้องตรงกันในการแสดงข้อมูลต่อผู้ลงทุน บุคคลทั่วไป และ ก.ล.ต. เช่น ไม่แสดงข้อมูลราคาซื้อขายเหรียญที่มีการซื้อขายที่ราคาต่ำ หรือแสดงราคาและปริมาณซื้อขายที่ไม่ได้เกิดขึ้นจริง ในช่วงปี 2564-2565 เป็นต้น ซึ่งอาจทำให้นักลงทุนสำคัญผิดเกี่ยวกับปริมาณการซื้อขายหรือราคาซื้อขายดังกล่าว

 

การกระทำดังกล่าวของบริษัท Zipmex เข้าข่ายเป็นความผิดการเผยแพร่ หรือให้คำรับรองข้อความอันอาจก่อให้เกิดความสำคัญผิดในสาระสำคัญเกี่ยวกับราคาซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล โดยประการที่น่าจะทำให้มีผลกระทบต่อราคาสินทรัพย์ดิจิทัลหรือต่อการตัดสินใจลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล เข้าข่ายกระทำความผิดตามมาตรา 40 แห่งพระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561 (พ.ร.ก.สินทรัพย์ดิจิทัลฯ)

 

กรณีของ เอกลาภ ยิ้มวิไล เป็นความผิดในฐานะเป็นบุคคลที่รับผิดชอบในการดำเนินงานของบริษัท Zipmex สั่งการหรือกระทำการและละเว้นไม่สั่งการหรือไม่กระทำการจนเป็นเหตุให้บริษัท Zipmex กระทำความผิดในกรณีข้างต้น ซึ่งต้องรับโทษเดียวกันตามมาตรา 94 ประกอบมาตรา 40 แห่ง พ.ร.ก.สินทรัพย์ดิจิทัลฯ

 

ก.ล.ต. จึงกล่าวโทษบริษัท Zipmex และเอกลาภ ต่อ บก.ปอศ. เพื่อพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

 

อนึ่ง การกล่าวโทษของ ก.ล.ต. เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของกระบวนการบังคับใช้กฎหมายทางอาญาเท่านั้น ภายใต้กระบวนการนี้การพิจารณาวินิจฉัยว่าบุคคลใดเป็นผู้กระทำผิดกฎหมายเป็นขั้นตอนในอำนาจการสอบสวนของพนักงานสอบสวน การสั่งฟ้องคดีของพนักงานอัยการ ตลอดจนดุลยพินิจของศาลยุติธรรมตามลำดับ ทั้งนี้ ก.ล.ต. จะติดตามความคืบหน้าในการดำเนินคดีต่อไป และจะร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มที่ เพื่อสนับสนุนการบังคับใช้กฎหมายตาม พ.ร.ก.สินทรัพย์ดิจิทัลฯ ในกระบวนการภายหลัง ก.ล.ต. กล่าวโทษแล้ว

The post ก.ล.ต. กล่าวโทษ Zipmex และอดีตกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารต่อ บก.ปอศ. กรณีเผยแพร่หรือให้คำรับรองข้อความอันอาจก่อให้เกิดความสำคัญผิดในสาระสำคัญเกี่ยวกับราคาซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล appeared first on THE STANDARD.

]]>
เหรียญ ‘Shiba Inu’ วิ่งนำตลาดกว่า 20% ท่ามกลางปัจจัยบวกมากมาย อะไรที่อยู่เบื้องหลังกันแน่ https://thestandard.co/shib-coin-lead-market/ Wed, 18 Jan 2023 08:58:06 +0000 https://thestandard.co/?p=738923

โทเคน Shiba Inu ปรับตัวสูงขึ้นกว่า 20% ในวันนี้ (18 มกร […]

The post เหรียญ ‘Shiba Inu’ วิ่งนำตลาดกว่า 20% ท่ามกลางปัจจัยบวกมากมาย อะไรที่อยู่เบื้องหลังกันแน่ appeared first on THE STANDARD.

]]>

โทเคน Shiba Inu ปรับตัวสูงขึ้นกว่า 20% ในวันนี้ (18 มกราคม) ท่ามกลางข่าวดี ได้แก่ Shibarium เครือข่ายเลเยอร์ 2 ของเหรียญ SHIB เตรียมอัปเกรดระบบให้เร็วยิ่งขึ้นกว่าเดิม และ Upbit ได้ประกาศลิสต์เหรียญมีมบนกระดานเทรดคริปโต โดยมีเหรียญ SHIB เกือบ 1.1 พันล้านดอลลาร์ ที่มีการซื้อขายระหว่างวันที่ 17-18 มกราคม

 

ราคาเหรียญ SHIB ปรับตัวสูงขึ้นกว่า 20% ท่ามกลางความต้องการที่เพิ่มขึ้น

โทเคน SHIB แตะระดับสูงสุดที่ 0.00001289 ดอลลาร์ในวันนี้ รายงานจาก Nansen เปิดเผยว่า มีเหรียญ SHIB เกือบ 1.1 พันล้านดอลลาร์ ที่มีการซื้อขายระหว่างวันที่ 17-18 มกราคม ทั้งบนแพลตฟอร์มซื้อขายแบบกระจายอำนาจและแบบรวมศูนย์

 

ปัจจัยบวกที่ทำให้ราคาเหรียญปรับตัวสูงขึ้นในวันนี้มาจาก Shibarium เครือข่ายเลเยอร์ 2 ของเหรียญ SHIB เตรียมอัปเกรดระบบให้เร็วยิ่งขึ้นกว่าเดิม และคาดว่าจะมีการเปิดตัวในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า

 

นอกจากนี้ เว็บเทรดคริปโตจากเกาหลีใต้ Upbit ได้ประกาศลิสต์เหรียญ Shiba Inu บนกระดานเทรด ส่งผลให้ราคาเหรียญมีปริมาณการซื้อขายเพิ่มสูงขึ้น การลิสต์เหรียญมีมครั้งนี้ทำให้เหรียญ SHIB สามารถซื้อขายเป็นสกุลเงินวอนเกาหลีใต้ได้แล้ว

 

ปัจจัยอื่นๆ ที่คาดว่าส่งผลต่อราคาเหรียญคือ อัตราการเผาเหรียญที่เพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา รวมถึงการตัดสินใจเปิดตัว Metaverse สำหรับชุมชน Shiba Inu อีกด้วย

 

‘เหรียญมีม’ ได้รับความสนใจจากนักเทรดอีกครั้ง

ตลาดคริปโตยังคงซื้อขายในแดนบวกต่อไป ราคาบิทคอยน์สามารถกลับมาอยู่เหนือ 21,000 ดอลลาร์ได้อีกครั้ง แต่ผู้นำตลาดในวันนี้เป็นเหล่าบรรดาเหรียญมีมอย่าง Shiba Inu และ Dogecoin ที่พากันพุ่งขึ้น

 

ณ เวลา 15.00 น. ของวันนี้ เหรียญ SHIB ซื้อขายอยู่ที่ 0.00001236 ดอลลาร์ โดยพุ่งขึ้นกว่า 20% ใน 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา มูลค่าสินทรัพย์ตามราคาตลาดอยู่ที่ 6.851 พันล้านดอลลาร์ โดยมีปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้น 127.37% ใน 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา 

 

ทางด้านเหรียญ Dogecoin ซึ่งเป็นต้นแบบของเหรียญ SHIB ปรับตัวสูงขึ้นตามกัน โดยเพิ่มขึ้น 4.18% ใน 24 ชั่วโมงล่าสุด ทำให้มูลค่าโทเคนอยู่ที่ 1.15 หมื่นล้านดอลลาร์ ปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้น 17.60% ในวันนี้ และซื้อขายอยู่ที่ประมาณ 0.08662 ดอลลาร์ 

 

การลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลมีความเสี่ยงและความผันผวนสูงมาก นักลงทุนจึงควรกระจายความเสี่ยง ศึกษาหาข้อมูล และวางแผนในการลงทุนด้วยความรอบคอบ บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น


ข่าวที่เกี่ยวข้อง


อ้างอิง:

The post เหรียญ ‘Shiba Inu’ วิ่งนำตลาดกว่า 20% ท่ามกลางปัจจัยบวกมากมาย อะไรที่อยู่เบื้องหลังกันแน่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘อินเดีย’ จ่อเก็บภาษีคริปโต 30% โดยไม่สามารถนำค่าใช้จ่ายอื่นใดมาหักได้ พร้อมเตรียมเปิดตัว Rupee Digital ปีหน้า https://thestandard.co/india-collect-cryptocurrency-tax-by-30-percents/ Tue, 01 Feb 2022 10:28:44 +0000 https://thestandard.co/?p=589267 ‘อินเดีย’ จ่อเก็บภาษีคริปโต 30% โดยไม่สามารถนำค่าใช้จ่ายอื่นใดมาหักได้ พร้อมเตรียมเปิดตัว Rupee Digital ปีหน้า

กระแสความร้อนแรงระดับโลกของสินทรัพย์ดิจิทัล ทำให้รัฐบาล […]

The post ‘อินเดีย’ จ่อเก็บภาษีคริปโต 30% โดยไม่สามารถนำค่าใช้จ่ายอื่นใดมาหักได้ พร้อมเตรียมเปิดตัว Rupee Digital ปีหน้า appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘อินเดีย’ จ่อเก็บภาษีคริปโต 30% โดยไม่สามารถนำค่าใช้จ่ายอื่นใดมาหักได้ พร้อมเตรียมเปิดตัว Rupee Digital ปีหน้า

กระแสความร้อนแรงระดับโลกของสินทรัพย์ดิจิทัล ทำให้รัฐบาลหลายประเทศเริ่มจับตาและพยายามหาทางควบคุม รวมถึงเข้าร่วมพัฒนาตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลเหล่านี้ โดยเฉพาะตลาดคริปโตเคอร์เรนซี ประเทศล่าสุดที่ออกกฎเกณฑ์ด้านภาษีคืออินเดียที่ตลาดคริปโตมีการเติบโตสูงถึง 641% ภายใน 1 ปี โดยประกาศเก็บภาษีรายได้จากสินทรัพย์ดิจิทัลในอัตรา 30% 

 

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่าวันนี้ (1 กุมภาพันธ์) อินเดียประกาศแผนการที่จะเริ่มจัดเก็บภาษีสกุลเงินดิจิทัลหรือคริปโตเคอร์เรนซี และภาษีสินทรัพย์ดิจิทัล เนื่องจากตลาดในประเทศกำลังเติบโตอย่างรวดเร็วตามกระแสโลก

 

นิรมาลา สิตารามัน (Nirmala Sitharaman) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกล่าวในการปราศรัยงบประมาณในวันนี้ (1 กุมภาพันธ์) ว่ารายได้จากการรับโอนสินทรัพย์ดิจิทัลใดๆ จะถูกหักภาษีที่ 30%   

 

ทั้งนี้ ไม่อนุญาตให้หักค่าใช้จ่ายหรือค่าเผื่อใดๆ ในการคำนวณรายได้จากสินทรัพย์ดิจิทัลยกเว้นต้นทุนการได้มา ส่วนการขาดทุนจากการรับโอนสินทรัพย์ดิจิทัลจะไม่สามารถนำหักลบกับรายได้อื่นได้ และสำหรับของขวัญในรูปแบบสินทรัพย์ดิจิทัล ผู้ที่ได้รับของขวัญก็จะต้องเสียภาษีเช่นกัน 

 

นอกจากนี้ เธอยังเสนอให้มีการหักภาษีที่ต้นทาง โดยจะเรียกเก็บจากการชำระเงินสำหรับการโอนสินทรัพย์ดิจิทัลในอัตรา 1% สำหรับธุรกรรมที่เกินเกฑณ์ที่กำหนด

 

“การทำธุรกรรมในสินทรัพย์ดิจิทัลเพิ่มขึ้นอย่างมาก จนตอนนี้มูลค่าและความถี่ของการทำธุรกรรมเหล่านี้ถึงจุดที่จำเป็นต้องจัดให้มีระบบภาษีเฉพาะ” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกล่าว 

 

ทั้งนี้ Chainalysis ซึ่งเป็นบริษัทวิจัยอุตสาหกรรม ระบุไว้ในรายงานฉบับเดือนตุลาคมว่า ในระยะเวลาเพียง 1 ปีย้อนหลัง (มิถุนายน 2563 – มิถุยายน 2564) ตลาดคริปโตในอินเดียเติบโต 641% 

 

อย่างไรก็ตาม ระบบนิเวศของคริปโตของอินเดียมีค่อนข้างหลากหลาย ซึ่งยังต้องรอความชัดเจนในหลายมิติ โดยปัจจุบันความชัดเจนในการจัดเก็บภาษีและกรอบการกำกับดูแลเริ่มปรากฏขึ้นแล้ว แต่การจำแนกประเภทคริปโตที่ชัดเจนยังเป็นสิ่งที่ตลาดเฝ้ารออยู่  

 

ขณะเดียวกัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังยังประกาศเปิดตัวสกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลางอินเดีย (Digital Rupee)ในปีงบประมาณ 2565-2566 ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่รัฐบาลได้กำหนดระยะเวลาในการเปิดตัวสกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลาง (CBDC) อย่างชัดเจน และการเปิดตัวสกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลางครั้งนี้สอดคล้องกับกลยุทธ์ระยะยาวของธนาคารกลางอินเดียที่ต้องการลดการพึ่งพาเงินสดในระบบเศรษฐกิจ

 

“Rupee Digital จะออกโดยใช้บล็อกเชนและเทคโนโลยีอื่นๆ ซึ่งความสำเร็จของ Rupee Digital จะช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจได้อย่างมาก” เธอกล่าว 

 

การศึกษาและพัฒนาจนมาถึงการเปิดตัว Rupee Digital ครั้งนี้ เกิดขึ้นหลังจากที่จีนเริ่มทดลองใช้ CBDC ในหลายเมืองแล้ว ในขณะที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ และธนาคารกลางอังกฤษกำลังมองหาความเป็นไปได้ที่จะออกใช้สกุลเงินดังกล่าวเช่นกัน

 

อ้างอิง:

 


 

ช่องทางติดตาม THE STANDARD WEALTH

The post ‘อินเดีย’ จ่อเก็บภาษีคริปโต 30% โดยไม่สามารถนำค่าใช้จ่ายอื่นใดมาหักได้ พร้อมเตรียมเปิดตัว Rupee Digital ปีหน้า appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: เปิดแผนงาน SET บุกตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล มั่นใจบูมได้แม้ไม่เทรดคริปโต | Morning Wealth 24 มกราคม 2565 https://thestandard.co/morning-wealth-24012022/ Mon, 24 Jan 2022 01:08:07 +0000 https://thestandard.co/?p=585749 TDX

เปิดแผนงานตลาดหลักทรัพย์ฯ เตรียมบุกตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล […]

The post ชมคลิป: เปิดแผนงาน SET บุกตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล มั่นใจบูมได้แม้ไม่เทรดคริปโต | Morning Wealth 24 มกราคม 2565 appeared first on THE STANDARD.

]]>
TDX

เปิดแผนงานตลาดหลักทรัพย์ฯ เตรียมบุกตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล มั่นใจบูมได้แม้ไม่เทรดคริปโต พร้อมความคืบหน้าการเปิดศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลไทย (Thai Digital Assets Exchange: TDX) รายละเอียดเป็นอย่างไร

 

ประเมินแนวโน้มตลาดคริปโต อะไรเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ราคาเหรียญร่วงลงรุนแรงในสัปดาห์ที่ผ่านมา และคำแนะนำลงทุน พูดคุยกับ สัญชัย ปอปลี ผู้ร่วมก่อตั้งและรองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คริปโตมายด์ กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด

 

ติดตามได้ในรายการ Morning Wealth วันที่ 24 มกราคม 2565 เวลา 07.00-08.00 น. ทาง Facebook และ YouTube ของ THE STANDARD WEALTH

 


 

ช่องทางติดตาม THE STANDARD WEALTH


Twitter: twitter.com/standard_wealth
Instagram: instagram.com/thestandardwealth
Official Line: https://lin.ee/xfPbXUP

The post ชมคลิป: เปิดแผนงาน SET บุกตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล มั่นใจบูมได้แม้ไม่เทรดคริปโต | Morning Wealth 24 มกราคม 2565 appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘ภากร’ เปิดแผนบุกตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล มั่นใจ TDX บูมได้แม้ไม่มีบริการเทรดคริปโต พร้อมเผยกลยุทธ์เพิ่มเสน่ห์ให้ตลาดหุ้นไทย https://thestandard.co/set-tdx-and-digital-asset-market/ Mon, 24 Jan 2022 00:22:37 +0000 https://thestandard.co/?p=585726 TDX

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยมั่นใจตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลช่ […]

The post ‘ภากร’ เปิดแผนบุกตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล มั่นใจ TDX บูมได้แม้ไม่มีบริการเทรดคริปโต พร้อมเผยกลยุทธ์เพิ่มเสน่ห์ให้ตลาดหุ้นไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
TDX

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยมั่นใจตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลช่วยเสริมศักยภาพตลาดหลักทรัพย์ดั้งเดิม เดินหน้าลงทุนและพัฒนาระบบไอทีเพื่อเชื่อมโยงการลงทุน 2 ตลาดอย่างไร้รอยต่อ หวังตอบโจทย์นักลงทุนที่เน้นมองหาเครื่องมือกระจายความเสี่ยง ขณะที่ความคืบหน้าเรื่องภาษีขายหุ้นนั้นต้องรอภาครัฐเคาะข้อสรุป ย้ำจุดยืนอัตราภาษีต้องเหมาะสม

 

ผ่านปี 2565 ไปราว 1 เดือน ราคาสินทรัพย์ต่างๆ ล้วนเผชิญกับความผันผวนอย่างหนัก ไม่ว่าจะเป็นหุ้น พันธบัตร สินค้าโภคภัณฑ์ ตลอดจนสินทรัพย์ดิจิทัล โดยเฉพาะคริปโตเคอร์เรนซี ที่มีเพอร์ฟอร์แมนซ์โดดเด่นมากในปี 2564 แต่กลับหักหัวลงในช่วงต้นปีที่ผ่านมา

 

ตลาดหลักทรัพย์ฯ กำลังจะก้าวมาเป็นอีกหนึ่งผู้เล่นในตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล โดยขณะนี้อยู่ระหว่างขอไลเซนส์จากสำนักงาน ก.ล.ต. และดำเนินการเรื่องการลงทุนและพัฒนาระบบไอทีควบคู่กันไป ตามไทม์ไลน์แล้วคาดว่าน่าจะเปิดให้บริการศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลไทย (Thai Digital Assets Exchange: TDX) ได้ในไตรมาส 3/65 

 

ภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยกับ THE STANDARD WEALTH ว่า ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลก็ไม่ได้ต่างจากตลาดหลักทรัพย์ดั้งเดิม หรือ Traditional Market มากนัก จะต่างกันเพียงแค่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในอีโคซิสเต็มและวิธีการทำงานเท่านั้น แต่วัตถุประสงค์ยังคงมุ่งเน้นให้บริการแก่ผู้ต้องการระดมทุนและผู้ลงทุน อีกทั้งยังมีความเชื่อว่า ท้ายที่สุดแล้วตลาดหลักทรัพย์ฯ เองก็ต้องปรับตัวให้เท่าทันกับอีโคซิสเต็มใหม่ๆ ที่เกิดขึ้น 

 

โดยบทบาทของตลาดหลักทรัพย์ฯ ในฐานะผู้เล่นในตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล คือผู้เชื่อมต่อส่วนประกอบต่างๆ ในตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลเข้าเป็นอีโคซิสเต็มเดียวกัน และเชื่อมโยงตลาดดั้งเดิมเข้ากับตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างไร้รอยต่อ เพื่อเพิ่มทางเลือกให้แก่ผู้ต้องการระดมทุนและนักลงทุน

 

“เรามองว่าเราก็ทำหน้าที่นี้อยู่แล้ว ทำไมเราไม่มาเป็นหนึ่งในผู้เล่นในตลาดนี้ สิ่งที่น่าสนใจคือ ตอนนี้ทุกคนในอีโคซิสเต็มนี้เป็นระบบปิด ต่างคนต่างมีระบบของตัวเอง แต่เราจะทำแพลตฟอร์มใหญ่ ทำเป็นระบบเปิดเพื่อเชื่อมโยงแต่ละอีโคซิสเต็มเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อประโยชน์ของผู้ลงทุนเป็นสำคัญ” ภากรกล่าว 

 

ปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนการพัฒนาระบบ API ให้เป็น Open API เพื่อให้ TDX Ecosystem Provider หรือ Infrastructure Provider ที่เชื่อมกับ Service Provider เจ้าอื่นๆ โดยการที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ ลงทุนระบบและสร้าง Infrastructure เป็นการลดต้นทุนให้กับผู้เล่นรายอื่นๆ ช่วยให้ไม่ต้องลงทุนซ้ำซ้อน 

 

ประเดิมบริการด้วย Investment Token

บริการแรกใน TDX จะเน้นบริการซื้อขายสินทรัพย์ประเภท Investment Token เป็นหลัก โดยยกตัวอย่างสินทรัพย์ดิจิทัลประเภท Investment Token คือ SiriHub Token ที่ได้ระดมทุนแบบ ICO ไปเมื่อปีที่แล้ว 

 

นอกจากนี้ยังมีแนวทางที่จะรองรับ Utility Token เนื่องจากมองเห็น Pain Point ว่าแต่ละ Token ไม่เชื่อมต่อกัน ทำให้ไม่สามารถมาแลกเปลี่ยนกันได้อย่างสะดวกมากนัก อย่างไรก็ตาม ในการให้บริการรองรับ Utility Token ยังไม่ใช่แผนงานในเร็วๆ นี้ 

 

“สำหรับคริปโต ตลาดหลักทรัพย์ฯ จะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยว แต่ถ้ามี Crypto Exchange ต้องการแปลงเงินดิจิทัลมาเป็นเงินตราจริง (Fiat Money) และโอนเงินมาเชื่อมต่อตลาด TDX ของเรา เราก็พร้อมจะอำนวยความสะดวกให้เกิดธุรกรรมขึ้น เพราะเรามองเป็นส่วนเสริมที่ทำให้ทุกคนที่ต้องการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลทำได้สะดวกขึ้น” ภากรกล่าว 

 

เชื่อ TDX บูม แม้ไม่มีบริการเทรดคริปโต 

เขากล่าวว่า แม้ TDX จะไม่รองรับบริการซื้อขายแลกเปลี่ยนคริปโต แต่เชื่อว่าตลาด TDX จะได้รับการตอบรับที่ดี เนื่องจากมีความโดดเด่นเฉพาะตัว (Niche) โดยตลาดหลักทรัพย์ฯ เป็นผู้เชี่ยวชาญในการหา Investment Token ที่น่าสนใจ ตรงกับความต้องการนักลงทุน และเหมาะกับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ ยกตัวอย่างเช่น Investment Token ที่มีสินทรัพย์หนุนหลังที่ไปผูกกับหุ้นหรือตราสารในต่างประเทศ หรือธุรกิจ SMEs ที่น่าสนใจในประเทศ 

 

กลุ่มนักลงทุนเป้าหมายที่คาดว่าจะมาใช้บริการ TDX น่าจะเป็นนักลงทุนที่สามารถรับความเสี่ยงได้ระดับกลาง และมีความเชื่อการลงทุนในผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่มีสินทรัพย์หนุนหลัง ขณะที่นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูงมากและต้องการสินค้าที่เก็งกำไร อาจจะไม่เหมาะกับแพลตฟอร์ม TDX 

 

ทั้งนี้ ศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลไทย หรือ TDX จะมีบริษัท เซ็ทเทรด ดอท คอม จำกัด เป็นผู้ให้บริการและดูแลระบบ โดยปัจจุบันยังอยู่ระหว่างการศึกษาเงื่อนไขด้านเวลาในการให้บริการว่าจะเปิด 24/7 หรือไม่ แต่เบื้องต้นคาดว่าการให้บริการจะมีความยืดหยุ่นมากขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลอื่นๆ เช่น Investment Token ที่ไปผูกกับสินทรัพย์ในสหรัฐอเมริกา ก็ต้องสามารถซื้อขายได้ตามเวลาสหรัฐฯ 

 

ยึด ‘ความน่าเชื่อถือ’ เป็นจุดยืนหลัก 

ภากรกล่าวว่า ในโลกของสินทรัพย์ดิจิทัล หัวใจสำคัญคือการไม่มีตัวกลาง (Decentralize) ซึ่งแตกต่างจากสินทรัพย์ดั้งเดิมอย่างมาก ดังนั้นความน่าเชื่อถือจึงเป็นเรื่องสำคัญมากสำหรับ TDX​ โดยบทบาทของตลาดหลักทรัพย์ฯ นอกจากจะเป็นผู้ให้บริการแพลตฟอร์มที่น่าเชื่อถือแล้ว จะให้ความสำคัญกับการสร้าง Third Party ที่จะมาทำหน้าที่เป็นผู้รีวิว แนะนำ วิเคราะห์สินทรัพย์ดิจิทัลต่างๆ รวมถึงทำหน้าที่ Verify Smart Contract ต่างๆ 

 

“ในตลาดดั้งเดิม เรามีสำนักงาน ก.ล.ต. มีทริสเรทติ้ง มีตลาดหลักทรัพย์ฯ มีแบงก์ชาติ คอยมอนิเตอร์ ตรวจสอบความผิดปกติต่างๆ ที่เกิดขึ้นและอาจสร้างความเสียหายแก่นักลงทุน แต่ในตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลจะมีบล็อกเกอร์คนกลางเป็นคนทำหน้าที่พวกนี้ ซึ่งที่อยากฝากถึงนักลงทุนคือ อย่าคาดหวังว่าโลกดิจิทัลจะมีคนกลางหรือหน่วยงานกลาง ทั้งตลาดเองและทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องต้องโปรโมต Third Party Reviewer ให้เกิดขึ้น และนักลงทุนต้องเป็นคนให้คะแนนความน่าเชื่อถือผู้ที่รีวิวอีกที” ภากรกล่าว 

 

เชื่อสินทรัพย์ดิจิทัลเติบโตคู่กับสินทรัพย์ดั้งเดิม

สำหรับไทม์ไลน์การเปิดให้บริการ TDX นั้น ขึ้นอยู่กับการอนุมัติของสำนักงาน ก.ล.ต. ในระหว่างนี้ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้เดินหน้าทำงานด้านลงทุนและพัฒนาระบบเพื่อสร้าง Infrastructure ที่เหมาะสม และยังได้ทำงานร่วมกับพาร์ตเนอร์หลายราย จึงเชื่อว่าเมื่อเปิดให้บริการช่วงแรกจะมีสินค้าเข้ามาซื้อในแพลตฟอร์มจำนวนหนึ่ง 

 

“สิ่งที่เราให้ความสำคัญคือ ตลาดไหนเหมาะสม ทางผู้ระดมทุนและนักลงทุนต้องสามารถเลือกได้ การที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ เข้ามาเป็นหนึ่งในผู้เล่นในตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล เป็นการทำให้ตลาดใหญ่ขึ้น ทำให้คนมาใช้บริการมากขึ้น ทำให้มีคนเริ่มมาใช้ตลาดทุนมากขึ้น เป็น End Result ที่ควรจะเป็น” ภากรกล่าว 

 

นักลงทุนสนใจ ‘ลงทุนต่างประเทศ’ เพิ่ม

เขากล่าวเพิ่มว่า ปี 2565 โจทย์ที่เห็นชัด นักลงทุนไทยอยากไปลงทุนในต่างประเทศมากขึ้น ตลาดหลักทรัพย์ฯ จึงโปรโมตสินทรัพย์ดิจิทัลมากขึ้น รวมถึงสินทรัพย์อ้างอิงที่ไปลงทุนในต่างประเทศได้มากขึ้น เช่น Depositary Receipt หรือ DR ทั้งนี้เพื่อให้นักลงทุนมี Asset Class ที่หลากหลายมากขึ้น และสามารถลงทุนได้ง่าย สะดวก และตอบโจทย์เรื่องมูลค่าการลงทุนที่ต้องไม่สูงเกินไป  

 

“ในการลงทุนต่างประเทศ นักลงทุนสถาบัน นักลงทุน High Networth ไม่ต้องห่วง พวกเขามีทางเลือก มีประสบการณ์ และมีเงินลงทุนจำนวนมาก แต่นักลงทุนที่เป็นชนชั้นกลาง เด็กรุ่นใหม่ที่อยากลงทุนหลากหลายในจำนวนเงินที่ไม่เยอะ เราต้องดูแลโดยหาผลิตภัณฑ์ที่ตรงความต้องการและเข้าถึงได้ เช่น นักลงทุนสนใจลงทุนในหุ้น Apple เราก็จะให้ผู้ออกหลักทรัพย์อ้างอิงในไทยออก DR ที่ไม่ต้องใช้เงินลงทุนเยอะและนักลงทุนเข้าถึงได้ง่าย” เขากล่าว 

 

‘ภาษีขายหุ้น’ ยังต้องรอข้อสรุป

สำหรับความคืบหน้าเรื่องการจัดเก็บภาษีขายหุ้น (Financial Transaction Tax: FTT) กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์ฯ กล่าวว่า ขณะนี้ยังต้องรอข้อสรุปจากสรรพากร​ โดยตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้ให้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับสรรพากรอย่างต่อเนื่อง และได้ย้ำจุดยืน 3 เรื่องมาตลอด ประกอบด้วย 

 

  1. อัตราภาษีที่จัดเก็บต้องเป็นอัตราที่เหมาะสม

 

  1. ประเภทธุรกรรมที่จัดเก็บควรเป็นแบบไหน ประเภทใด ต้องมั่นใจได้ว่าไม่ได้จัดเก็บภาษีซ้ำซ้อน เนื่องจากไม่ใช่ทุกธุรกรรมควรโดนเก็บภาษี 

 

  1. ควรแจ้งให้ตลาดหลักทรัพย์ฯ และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่มได้รับรู้ล่วงหน้า เพื่อจะได้มีเวลาเตรียมตัวในเรื่องการจัดทำระบบต่างๆ เพื่อรองรับการจัดเก็บภาษีดังกล่าว

 

นอกจากนี้ยังได้ให้ข้อมูลในเรื่องผลกระทบไปด้วย ทั้งนี้เพื่อประกอบการพิจารณาของหน่วยงานภาครัฐ โดยจากการศึกษาถึงผลกระทบจากการจัดเก็บภาษีขายหุ้น มีผลกระทบ 2 เรื่องหลัก คือ ต้นทุนการลงทุนที่สูงขึ้น และสภาพคล่องในตลาดที่จะหายไป ซึ่งก็สอดคล้องกับจุดยืนของตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่ย้ำอยู่ตลอดว่า อัตราการจัดเก็บภาษีและประเภทธุรกรรมที่ต้องเสียภาษีต้องมีความเหมาะสม หากการจัดเก็บภาษีทำให้พฤติกรรมนักลงทุนเปลี่ยน นั่นก็สะท้อนว่าอัตราที่จัดเก็บภาษีสูงเกินไป 

 

คาดปีนี้ ‘หุ้นเก็งกำไร’ ลดลง 

ภากรกล่าวถึงกระแสหุ้นเก็งกำไรในปี 2565 น่าจะลดลงเมื่อเทียบกับปี 2564 ที่กระแสดังกล่าวร้อนแรงมาก โดยมีหุ้นที่เข้าข่ายมาตรการกำกับการซื้อขายสูงถึง 153 บริษัท ทั้งนี้เนื่องจาก 2 สาเหตุคือ บริบทเรื่องสภาพคล่องที่เปลี่ยนไป และการยกระดับความเข้มข้นของมาตรการกำกับ 

 

โดยปี 2565 เริ่มเห็นเทรนด์ที่ชัดขึ้นแล้วว่าสภาพคล่องทั่วโลกจะลดลง จากการดำเนินนโยบายลดสภาพคล่องของ Fed และธนาคารกลางทั่วโลก ซึ่งเป็นภาพที่ตรงกันข้ามกับช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาที่สภาพคล่องล้นโลก ทำให้เกิดแรงเก็งกำไรในทุกสินทรัพย์ ทั้งตลาดหุ้น ตลาดพันธบัตร ทองคำ และคริปโต 

 

นอกจากนี้ การเพิ่มความเข้มข้นของมาตรการกำกับการซื้อขายในปลายปี 2564 น่าจะช่วยลดความร้อนแรงของหุ้นเก็งกำไรในตลาดหุ้นไทยได้เช่นกัน ซึ่งแนวทางดำเนินการของตลาดหลักทรัพย์ฯ ต่อเรื่องหุ้นเก็งกำไร ยังคงเน้นการทำงานควบคู่กับสำนักงาน ก.ล.ต. เหมือนที่ผ่านมา 

 

“เมื่อสภาพคล่องลดลง ดอกเบี้ยกำลังจะเป็นขาขึ้น แรงเก็งกำไรก็น่าจะลดลง และหากเรามีการควบคุมที่เข้มขึ้น ก็น่าจะช่วยลดช่วงเวลาของการเก็งกำไรลงได้ แม้จำนวนหุ้นเก็งกำไรจะไม่ลดลง แต่ระยะเวลาที่จะเกิดแรงเก็งกำไรน่าจะสั้นลง นอกจากนี้ยังมีเรื่องการจัดเก็บภาษีขายหุ้นด้วย การเข้ามาเก็งกำไรก็น่าจะลดลง” ภากรกล่าว 

 


 

ช่องทางติดตาม THE STANDARD WEALTH


Twitter: twitter.com/standard_wealth
Instagram: instagram.com/thestandardwealth
Official Line: https://lin.ee/xfPbXUP

The post ‘ภากร’ เปิดแผนบุกตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล มั่นใจ TDX บูมได้แม้ไม่มีบริการเทรดคริปโต พร้อมเผยกลยุทธ์เพิ่มเสน่ห์ให้ตลาดหุ้นไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘บิทคับ ออนไลน์’ มั่นใจตลาดคริปโตปีนี้โตต่อเนื่อง เผยสัดส่วนนักลงทุนสถาบันแตะ 30-40% แล้ว https://thestandard.co/bitkub-online-confident-crypto-market-continue-grow/ Mon, 17 Jan 2022 13:55:43 +0000 https://thestandard.co/?p=583573 Bitkub

ตลาดคริปโตเคอร์เรนซียังครองกระแสความร้อนแรงได้ต่อเนื่อง […]

The post ‘บิทคับ ออนไลน์’ มั่นใจตลาดคริปโตปีนี้โตต่อเนื่อง เผยสัดส่วนนักลงทุนสถาบันแตะ 30-40% แล้ว appeared first on THE STANDARD.

]]>
Bitkub

ตลาดคริปโตเคอร์เรนซียังครองกระแสความร้อนแรงได้ต่อเนื่องจากปีที่แล้ว ทั้งในประเด็นของการจัดเก็บภาษีคริปโต ซึ่งยังคงเป็นประเด็นที่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งวงการกำลังหารือกับหน่วยงานภาครัฐ รวมถึงประเด็นความเคลื่อนไหวของราคาคริปโตเด่นๆ ในตลาดที่เริ่มหักหัวลง 

 

จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา Group CEO ผู้ร่วมก่อตั้ง และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บิทคับ แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ กล่าวว่า ปี 2565 เชื่อว่าตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลจะยังเติบโตได้ต่อเนื่องจากปีที่แล้ว โดยเชื่อว่าปีนี้จะเป็นปีเริ่มต้นของ WEB 3.0 ซึ่งเป็นอินฟราสตรักเจอร์หลักๆ ที่จะผลักดันการเติบโตของคริปโต รวมไปถึง NFT และ GameFi 

 

นอกจากนี้ความสนใจจากนักลงทุนสถาบันในตลาดคริปโตก็เพิ่มขึ้นด้วย โดยจากสัดส่วนรายได้ของ Coinbase ซึ่งเป็น Cryptocurrency Exchange Platform สัญชาติอเมริกัน ปีล่าสุด (2564) พบว่ามีรายได้จากนักลงทุนสถาบันเพิ่มขึ้นเป็น 30-40% แล้ว จากเมื่อ 8 ปีก่อนที่มีสัดส่วนไม่ถึง 10% 

 

“ใน 8 ปีแรก เม็ดเงินลงทุนในตลาดคริปโตส่วนใหญ่มาจากนักลงทุนรายย่อย แต่ในปีที่แล้วสัดส่วนเม็ดเงินลงทุนเริ่มเปลี่ยนไป โดยมีเงินลงทุนจากนักลงทุนสถาบันเพิ่มมากขึ้น อย่างใน Coinbase เองก็มีสัดส่วนนักลงทุนสถาบันเพิ่มขึ้นเป็น 30-40% แต่สัดส่วนตลาดโดยรวมอาจจะลดหลั่นลงมาบ้าง” จิรายุสกล่าว 

 

สำหรับปัจจัยที่จะทำให้ WEB 3.0 เกิดขึ้นในประเทศไทย มาจากกฎระเบียบที่เหมาะสม ความรู้ความเข้าใจในเทคโนโลยีดิจิทัล อีโคซิสเต็มต่างๆ และเม็ดเงินลงทุน ในทางกลับกัน หากปัจจัยเหล่านี้ไม่เกิดขึ้นหรือเกิดขึ้นแต่ไม่เหมาะสม ก็จะกลายเป็นปัจจัยที่ฉุดรั้งการเกิดขึ้นของ WEB 3.0 เช่นกัน 

 

จิรายุสกล่าวเพิ่มว่า ความคืบหน้าล่าสุดของการจัดเก็บภาษีคริปโตนั้น ทางบิทคับฯ ได้รวบรวมความคิดเห็นเสนอต่อสรรพากร และอยู่ระหว่างนัดหารือกับสรรพากรเพิ่มเติม โดยส่วนตัวแล้วมองว่า จากปัจจุบันที่กฎหมายภาษีคริปโตยังมีความไม่ชัดเจน จึงเสนอให้เลื่อนการจัดเก็บภาษีคริปโตไปอีก 2 ปี เพื่อให้มีเวลาในการปรับปรุงและพัฒนากฎหมายต่างๆ ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันมากที่สุด 

 

“มองว่าไม่แฟร์กับนักลงทุนที่ต้องทำตามกฎหมายที่มีการตีความออกมาตั้งแต่ยุคก่อน โดยเป็นการตีความที่เร่งรีบและยังไม่ได้มองครบในทุกมิติ กฎหมายภาษีนั้นจึงยังไม่อัปเดต ฉะนั้นมองว่าควรออกกฎหมายให้เหมาะสม ซึ่งน่าจะต้องใช้เวลาศึกษาและปรับปรุงข้อกฎหมายราว 2 ปี” จิรายุสกล่าว 

The post ‘บิทคับ ออนไลน์’ มั่นใจตลาดคริปโตปีนี้โตต่อเนื่อง เผยสัดส่วนนักลงทุนสถาบันแตะ 30-40% แล้ว appeared first on THE STANDARD.

]]>
Non-Fungible Token (NFT) และการกำกับดูแลของ ก.ล.ต. https://thestandard.co/non-fungible-token-nft-and-sec-supervision/ Thu, 06 Jan 2022 06:23:00 +0000 https://thestandard.co/?p=579522 NFT

ปัจจุบันกระแส Non-Fungible Token (NFT) หรือการนำเทคโนโล […]

The post Non-Fungible Token (NFT) และการกำกับดูแลของ ก.ล.ต. appeared first on THE STANDARD.

]]>
NFT

ปัจจุบันกระแส Non-Fungible Token (NFT) หรือการนำเทคโนโลยีมาใช้แสดงความเป็นเจ้าของ หรือให้สิทธิในสิ่งใดสิ่งหนึ่ง หรือที่มีลักษณะเฉพาะในแต่ละเหรียญ ไม่สามารถทดแทนกันได้ (Non-Fungible)* เช่น งานศิลปะ เพลง รูปภาพ ของสะสมเกี่ยวกับศิลปินหรือนักกีฬา กำลังได้รับความนิยม ทั้งจากผู้ที่สนใจจะนำทรัพย์สินหรือผลงานที่มีมาออกและเสนอขายในรูปของ Token ผู้ประกอบการที่ประสงค์จะให้บริการแพลตฟอร์มในการซื้อขาย NFT ทั้งในตลาดแรกและตลาดรอง และผู้ที่สนใจซื้อขาย NFT ไม่ว่าจะด้วยความชื่นชอบในผลงาน เพื่อการใช้งาน หรือเพื่อการเก็งกำไร เนื่องจากการสร้างผลงานในลักษณะ NFT นั้นสามารถเพิ่มความสะดวกในการซื้อขายแลกเปลี่ยน ทำให้เข้าถึงผู้ใช้งานได้มากขึ้นด้วยเทคโนโลยี และยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการ การแสดงสิทธิในทรัพย์สิน รวมถึงป้องกันการปลอมแปลงได้อีกด้วย

 

ตามพระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561 (พ.ร.ก.สินทรัพย์ดิจิทัลฯ) ไม่ได้มีการกำหนดเกี่ยวกับ NFT ไว้โดยเฉพาะ แต่กำหนดขอบเขตของสินทรัพย์ดิจิทัลภายใต้การกำกับดูแลไว้ 3 ประเภท ได้แก่

 

1. คริปโตเคอร์เรนซี เป็นเหรียญดิจิทัลที่ใช้เป็นสื่อกลางในการซื้อขายแลกเปลี่ยนเพื่อให้ได้มาซึ่งสินค้า บริการ หรือสิทธิอื่นใด หรือแลกเปลี่ยนระหว่างสินทรัพย์ดิจิทัลด้วยกัน

 

2. โทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน (Investment Token) เป็นเหรียญดิจิทัลที่ให้สิทธิในการเข้าร่วมลงทุนในโครงการหรือกิจการใดๆ

 

3. โทเคนดิจิทัลเพื่อการใช้ประโยชน์ (Utility Token) เป็นเหรียญดิจิทัลที่ให้สิทธิแก่ผู้ถือในการได้มาซึ่งสินค้า บริการ หรือสิทธิอื่นใดที่เฉพาะเจาะจง โดยแบ่งเป็น Utility Token พร้อมใช้ และ Utility Token ไม่พร้อมใช้

 

a. Utility Token พร้อมใช้ ผู้ถือเหรียญสามารถใช้สิทธิแลกสินค้า หรือใช้บริการได้ทันทีตั้งแต่วันที่เสนอขายครั้งแรก

 

b. Utility Token ไม่พร้อมใช้ ผู้ถือเหรียญจะยังไม่สามารถใช้สิทธิแลก หรือใช้ประโยชน์สินค้าหรือบริการนั้นได้ในวันเสนอขาย แต่ ต้องรอใช้สิทธิในอนาคต

 

ขณะที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) จะกำกับดูแลการออกเสนอขาย Investment Token และ Utility Token ไม่พร้อมใช้ ดังนั้นหากมีการเสนอขาย Investment Token หรือ Utility Token ไม่พร้อมใช้ ผู้ออกต้องได้รับอนุญาตจาก ก.ล.ต. โดยเปิดเผยข้อมูลตามที่กำหนด และต้องเสนอขายผ่านผู้ให้บริการระบบเสนอขายโทเคนดิจิทัล (ICO Portal) ที่ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการ ก.ล.ต.

 

สำหรับกรณีของ NFT นั้นจะต้องพิจารณาว่าลักษณะของ NFT แต่ละเหรียญ เข้านิยาม ‘สินทรัพย์ดิจิทัล’ ประเภทใดประเภทหนึ่งตาม พ.ร.ก.สินทรัพย์ดิจิทัลฯ หรือไม่

หากเป็น NFT ที่มีการกำหนดสิทธิในการได้มาซึ่งสินค้า บริการ หรือสิทธิอื่นใดที่เฉพาะเจาะจง เช่น มีการออก NFT ที่ให้สิทธิในการได้มาซึ่งทรัพย์สิน ซึ่งอาจจะเป็นสิ่งของที่มีลักษณะทางกายภาพที่จับต้องได้ (Physical) หรือไฟล์ดิจิทัล หรือมีการสะสม NFT แล้วให้สิทธิแก่ผู้ถือไปแลกของหรือสิทธิอย่างอื่น จะเข้านิยาม Utility Token ตาม พ.ร.ก.สินทรัพย์ดิจิทัลฯ ดังนั้นการประกอบธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ NFT ลักษณะนี้ จึงต้องปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ภายใต้ พ.ร.ก.สินทรัพย์ดิจิทัลฯ

 

แต่ถ้าหาก NFT นั้นเป็นตัวทรัพย์สินนั้นเอง เวลาซื้อขายหรือโอนก็ติดไปด้วยกัน ไม่อาจแยกกันได้ และไม่ได้มีการกำหนดสิทธิใดๆ เพิ่มเติม และไม่มีวัตถุประสงค์ในการใช้เป็นสื่อกลางในการซื้อขายแลกเปลี่ยน เช่น NFT ที่สร้างขึ้นโดยการเก็บ Digital File บน Interplanetary File System (IPFS) และสร้างเหรียญดิจิทัลขึ้นมาเพื่อความสะดวกในการซื้อขายแลกเปลี่ยน (ไม่ว่าจะสร้าง NFT เหรียญเดียวหรือหลายเหรียญจาก Digital File ที่เก็บบน IPFS) โดย Digital File และเหรียญนั้นจะโอนติดไปด้วยกัน ไม่สามารถแก้ไขเปลี่ยนแปลง และไม่สามารถแยกกันได้ เป็นต้น NFT ดังกล่าวจะไม่เป็นสินทรัพย์ดิจิทัล การดำเนินการเกี่ยวกับ NFT นั้นจึงไม่ถูกกำกับดูแลโดย พ.ร.ก.สินทรัพย์ดิจิทัลฯ

 

สำหรับการประกอบธุรกิจเกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัล ไม่ว่าจะเป็นคริปโตเคอร์เรนซีหรือโทเคนดิจิทัล ผู้ประกอบธุรกิจต้องได้รับใบอนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด โดยปัจจุบันมีการกำกับดูแลธุรกิจ 5 ประเภท ได้แก่ ศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล (Exchange) นายหน้าซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล (Broker) ผู้ค้าสินทรัพย์ดิจิทัล (Dealer) ที่ปรึกษาสินทรัพย์ดิจิทัล (Investment Advisor) และผู้จัดการเงินทุนสินทรัพย์ดิจิทัล (Private Fund)

 

ขณะที่การประกอบธุรกิจที่เกี่ยวกับ NFT ที่เข้าข่ายเป็นสินทรัพย์ดิจิทัลตาม พ.ร.ก.สินทรัพย์ดิจิทัลฯ ในลักษณะการเป็นศูนย์กลางหรือเครือข่ายใดๆ ที่จัดให้มีขึ้นเพื่อการซื้อขายหรือแลกเปลี่ยน NFT โดยการจับคู่หรือหาคู่สัญญาให้ หรือการจัดระบบหรืออำนวยความสะดวกให้ผู้ซึ่งประสงค์จะซื้อขายหรือแลกเปลี่ยน NFT สามารถทำความตกลงหรือจับคู่กันได้ โดยกระทำเป็นการค้าปกติ (NFT Marketplace) ต้องได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลประเภทศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

 

ในปัจจุบันประเทศไทยยังไม่มี NFT Marketplace ที่ได้รับใบอนุญาตศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นอกจากนี้ศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลที่ได้รับใบอนุญาตไม่สามารถนำ NFT ที่เข้าข่ายเป็นสินทรัพย์ดิจิทัลตาม พ.ร.ก.สินทรัพย์ดิจิทัลฯ มาให้บริการซื้อขายในศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลได้ ตามข้อ 39/1 แห่งประกาศคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ กธ. 18/2564 เรื่อง หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล (ฉบับที่ 11) ลงวันที่ 10 มิถุนายน 2564

 

ทั้งนี้ ก.ล.ต. อยู่ระหว่างทบทวนหลักเกณฑ์ในการกำกับดูแล NFT Marketplace เพื่อให้สอดคล้องกับแนวทางการกำกับดูแลของสากล

The post Non-Fungible Token (NFT) และการกำกับดูแลของ ก.ล.ต. appeared first on THE STANDARD.

]]>
สมาคมสินทรัพย์ดิจิทัลไทยเปิดตัวบอร์ดชุดใหม่ มุ่งเดินหน้าให้ความรู้การลงทุน https://thestandard.co/thaidigitalasset-new-board/ Fri, 08 Oct 2021 09:05:52 +0000 https://thestandard.co/?p=546192 thaidigitalasset

สมาคมสินทรัพย์ดิจิทัลไทยเปิดตัวกรรมการบริหารชุดใหม่ เดิ […]

The post สมาคมสินทรัพย์ดิจิทัลไทยเปิดตัวบอร์ดชุดใหม่ มุ่งเดินหน้าให้ความรู้การลงทุน appeared first on THE STANDARD.

]]>
thaidigitalasset

สมาคมสินทรัพย์ดิจิทัลไทยเปิดตัวกรรมการบริหารชุดใหม่ เดินหน้าวิสัยทัศน์และพันธกิจให้ความรู้และสร้างความเข้าใจด้านการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างถูกต้องกับคนไทย พร้อมเป็นแกนกลางระหว่างผู้มีส่วนร่วมในอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลไทยทั้งหมด เพื่อขับเคลื่อนให้วงการฯ สามารถเติบโตได้อย่างเข้มแข็ง สร้างโอกาสก้าวขึ้นเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

 

ศุภกฤษฎ์ บุญสาตร์ ผู้ก่อตั้ง บริษัท ไทย บิทแคสต์ จำกัด ในฐานะนายกสมาคมสินทรัพย์ดิจิทัลไทย กล่าวว่า สมาคมฯ ได้แต่งตั้งผู้เชี่ยวชาญจากอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลมาเป็นกรรมการบริหารชุดใหม่ เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนภารกิจหลักของสมาคมฯ ในการให้ความรู้และความเข้าใจในการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างถูกต้องกับคนไทย

        

“ปัจจุบันอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลเติบโตขึ้นอย่างมาก มีเทคโนโลยีและรูปแบบการลงทุนใหม่ๆ เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงมีความจำเป็นต้องให้ความรู้ด้านการลงทุนกับผู้ลงทุนไทย ให้สามารถลงทุนได้ถูกทางและไม่ตกเป็นเหยื่อของการหลอกหลวง ซึ่งมีแนวโน้มเกิดขึ้นตามเทคโนโลยีใหม่ ที่บางครั้งผู้ลงทุนหน้าใหม่อาจจะตามไม่ทัน ซึ่งกรรมการบริหารทุกคนของสมาคมล้วนแล้วแต่มีความรู้และความสามารถมากพอที่จะนำพาวิสัยทัศน์และพันธกิจดังกล่าวให้เกิดขึ้นจริงได้”

       

กรรมการบริหารของสมาคมประกอบด้วย นเรศ เหล่าพรรณราย จากแมชชั่น เวลท์ เลขาธิการสมาคม, กานต์นิธิ ทองธนากุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร คริปโตมายด์ แอดไวเซอรี่ เหรัญญิกสมาคม, พีรพัฒน์ หาญคงแก้ว ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บล็อกเชน-รีวิว จำกัด, อมรเดช คีรีพัฒนานนท์ ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท ออมแพลทฟอร์ม จำกัด และ พิริยะ สัมพันธารักษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โฉลกดอทคอม จำกัด

        

ที่ปรึกษาสมาคมประกอบด้วย สัญชัย ปอปลี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คริปโตมายด์ จำกัด, นที เทพโภชน์ ประธานกรรมการ บริษัท ออมแพลทฟอร์ม จำกัด, ณัฏฐพล อัศวชมพูนุช ที่ปรึกษาด้านกฎหมายประจำสมาคมสินทรัพย์ดิจิทัลไทย, อัครเดช เดี่ยวพานิช ประธานกรรมการ บริษัท คริปโตมายด์ จำกัด และ นิลทิตา เลิศเรืองศุภกุล CEO and Founder บริษัท Nilventure

        

ปัจจุบันสมาชิกของสมาคมฯ ประกอบไปด้วยสมาชิกสามัญจำนวน 6 ราย ประกอบไปด้วย ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลชั้นนำอย่าง Kubix บริษัทลูกในเครือธนาคารกสิกรไทย Bitazza Zipmex Kulap และ Upbit ซึ่งเป็นศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ดิจิทัลและนายหน้าสินทรัพย์ดิจิทัลที่ได้รับใบอนุญาตจาก ก.ล.ต. รวมถึง Atato บริษัทด้านบล็อกเชนสัญชาติฝรั่งเศสที่ได้ยื่นใบสมัครและรับการอนุมัติจากสมาคมอย่างเป็นทางการแล้ว

        

นอกจากนี้สมาคมฯ ยังเปิดให้องค์กรธุรกิจและหน่วยงานด้านเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับสินทรัพย์ดิจิทัล มาสมัครเป็นสมาชิกสามัญอย่างต่อเนื่อง โดยสิทธิ์ที่จะได้รับคือ การได้รับข้อมูลจากการประชุมประจำเดือนของสมาคมฯ สิทธิ์ในการเข้าร่วมกิจกรรมของทางสมาคมฯ รวมถึงสิทธิ์ในการเข้าร่วมประชุมสามัญประจำปี โดยมีสิทธิ์ในการเสนอวาระการประชุมเลือกตั้งกรรมการบริหาร ตลอดจนให้ข้อเสนอแนะต่างๆ

        

สมาคมสินทรัพย์ดิจิทัลไทยยังขอเชิญชวนผู้ที่อยู่ในอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลไทย ซึ่งอาจไม่ได้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลหรือต้องการสมัครในนามส่วนตัว อย่างเช่น สื่อมวลชน สื่อออนไลน์ด้านสินทรัพย์ดิจิทัล นักพัฒนาซอฟต์แวร์ ฯลฯ สมัครเข้ามาเป็น Contributors เพื่อที่จะร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสรรค์ให้อุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลไทยเติบโตไปได้ โดยดึงให้ทุกคนในวงการเข้ามามีส่วนร่วม ไม่จำกัดเฉพาะผู้ที่ดำเนินธุรกิจเท่านั้น

        

โดยผู้ที่สมัครมาเป็น Contributors จะได้รับข้อมูลการประชุมของสมาคมฯ รวมถึงสิทธิ์ในการเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ที่สมาคมฯ จัดขึ้น แต่ไม่ได้รับสิทธิ์ในการเข้าร่วมประชุมสามัญประจำปี ทั้งนี้ หาก Contributors ที่มีกิจกรรมกับทางสมาคมฯ อย่างต่อเนื่อง จะมีโอกาสได้รับการพิจารณาคัดเลือกให้เป็นสมาชิกสามัญในปีถัดไป

        

สำหรับกิจกรรมสำคัญของสมาคมคือ งาน Blockchain Thailand Genesis ซึ่งเป็นอีเวนต์ประจำปีที่จะรวบรวมผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายภาคส่วนในอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัล มาให้ความรู้และอัปเดตสถานการณ์ของอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลในระดับโลก ปีนี้ยังคงจัดงานเช่นเดิม โดยปรับเป็นการสัมมนาออนไลน์เต็มรูปแบบ คาดว่าจะดำเนินการจัดงานภายในเดือนพฤศจิกายนนี้ 

 


 

ช่องทางติดตาม THE STANDARD WEALTH


Twitter: twitter.com/standard_wealth
Instagram: instagram.com/thestandardwealth
Official Line: https://lin.ee/xfPbXUP

The post สมาคมสินทรัพย์ดิจิทัลไทยเปิดตัวบอร์ดชุดใหม่ มุ่งเดินหน้าให้ความรู้การลงทุน appeared first on THE STANDARD.

]]>
บอร์ด ก.ล.ต. สั่ง Huobi ขยายเวลาหยุดให้บริการเทรดคริปโตฯ ชั่วคราว จนกว่าแก้ไขระบบงานเสร็จ พร้อมเร่งคืนสินทรัพย์ให้ลูกค้าก่อน 31 ส.ค. นี้ https://thestandard.co/sec-order-huobi-temporary-suspension-crypto-trading/ Fri, 11 Jun 2021 03:37:43 +0000 https://thestandard.co/?p=498925 Huobi

คณะกรรมการ ก.ล.ต. มีมติให้ Huobi ระงับการให้บริการเป็นศ […]

The post บอร์ด ก.ล.ต. สั่ง Huobi ขยายเวลาหยุดให้บริการเทรดคริปโตฯ ชั่วคราว จนกว่าแก้ไขระบบงานเสร็จ พร้อมเร่งคืนสินทรัพย์ให้ลูกค้าก่อน 31 ส.ค. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Huobi

คณะกรรมการ ก.ล.ต. มีมติให้ Huobi ระงับการให้บริการเป็นศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลชั่วคราวต่อไปอีก เพื่อให้ดำเนินการแก้ไขระบบงานและคืนทรัพย์สินลูกค้าให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2564 

 

คณะกรรมการ ก.ล.ต. มีมติขยายระยะเวลาให้ บริษัท หั่วปี้ (ประเทศไทย) จำกัด (Huobi) แก้ไขระบบงานให้เป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนด รวมทั้งปรับปรุงระบบงานและบุคลากรให้มีความพร้อมในการประกอบธุรกิจ และสั่งการให้ระงับการให้บริการเป็นศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลชั่วคราวต่อไปอีก จนกว่าจะแก้ไขระบบงานและบุคลากรได้ตามประเด็นข้างต้น และได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการ ก.ล.ต. ให้กลับมาให้บริการได้ตามปกติ พร้อมกับให้ดำเนินการคืนทรัพย์สินตามความประสงค์ของลูกค้าภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2564 

 

สืบเนื่องจากการประชุมคณะกรรมการ ก.ล.ต. ครั้งที่ 8/2564 เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2564 มีมติสั่งการตามมาตรา 35 วรรคสองแห่ง พ.ร.ก. การประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561 (พ.ร.ก. สินทรัพย์ดิจิทัลฯ) ให้ Huobi ซึ่งเป็นผู้ประกอบธุรกิจศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Asset Exchange) ระงับการให้บริการชั่วคราว และแก้ไขประเด็นข้อบกพร่องของระบบงานต่างๆ ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 25 พฤษภาคม 2564 และบริษัทได้มีหนังสือแจ้งขอระงับการให้บริการเป็นศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลชั่วคราวจนถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2564 

 

คณะกรรมการ ก.ล.ต. ในการประชุมครั้งที่ 12/2564 เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2564 พิจารณาแล้วเห็นว่า Huobi ได้แก้ไขในประเด็นที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. สั่งการไปเพียงบางส่วน และยังไม่สามารถแก้ไขประเด็นที่เป็นข้อบกพร่องสำคัญได้อย่างครบถ้วน คณะกรรมการ ก.ล.ต. จึงมีมติสั่งการโดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 35 วรรคสอง แห่ง พ.ร.ก. สินทรัพย์ดิจิทัลฯ ให้ Huobi ระงับการให้บริการเป็นศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลต่อไปอีก จนกว่าจะแก้ไขระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการมอบหมายงาน ระบบการเก็บรักษาทรัพย์สินลูกค้า และระบบการเปิดบัญชีและพิสูจน์ตัวตนของลูกค้าที่ยังไม่แล้วเสร็จ ตามเงื่อนไขที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด รวมทั้งแก้ไขระบบงานตามที่บริษัทแจ้งมา กล่าวคือ จัดหาแพลตฟอร์มและผู้ให้บริการระบบเทคโนโลยีสารสนเทศรายใหม่ เพื่อรองรับการให้บริการแก่ลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ และจัดให้บุคลากรมีความพร้อมในการประกอบธุรกิจศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลให้แล้วเสร็จ พร้อมทั้งนำส่งผลการแก้ไขต่อ ก.ล.ต. ภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2564 โดย Huobi จะเริ่มประกอบธุรกิจต่อไปได้เมื่อได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการ ก.ล.ต. แล้ว

 

นอกจากนี้ คณะกรรมการ ก.ล.ต. ได้สั่งการให้บริษัทคืนทรัพย์สินตามความประสงค์ของลูกค้าให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2564 ซึ่งหากลูกค้าไม่มารับทรัพย์สินคืนภายในกำหนดเวลา บริษัทจะต้องดำเนินการจัดให้มีการฝากทรัพย์สินไว้ในระบบที่มีความมั่นคงปลอดภัย และรายงานยอดทรัพย์สินคงค้างของลูกค้าต่อ ก.ล.ต. ตามที่กำหนดในทุกสิ้นวันทำการจนกว่าจะแล้วเสร็จ

 

พิสูจน์อักษร: วรรษมล สิงหโกมล

The post บอร์ด ก.ล.ต. สั่ง Huobi ขยายเวลาหยุดให้บริการเทรดคริปโตฯ ชั่วคราว จนกว่าแก้ไขระบบงานเสร็จ พร้อมเร่งคืนสินทรัพย์ให้ลูกค้าก่อน 31 ส.ค. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Goldman Sachs เตรียมเปิดให้บริการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล เริ่มไตรมาส 2 ปีนี้ หวังดึงลูกค้ากลุ่มมั่งคั่ง https://thestandard.co/goldman-to-offer-investments-in-digital-assets-for-wealth-management-clients/ Thu, 01 Apr 2021 06:06:16 +0000 https://thestandard.co/?p=471486 Goldman Sachs

สถานีโทรทัศน์ Channel NewsAsia ของสิงคโปร์ รายงานว่า Go […]

The post Goldman Sachs เตรียมเปิดให้บริการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล เริ่มไตรมาส 2 ปีนี้ หวังดึงลูกค้ากลุ่มมั่งคั่ง appeared first on THE STANDARD.

]]>
Goldman Sachs

สถานีโทรทัศน์ Channel NewsAsia ของสิงคโปร์ รายงานว่า Goldman Sachs ธนาคารขนาดใหญ่ชั้นนำของโลกสัญชาติสหรัฐฯ ประกาศแผนเตรียมให้บริการการลงทุนในบิตคอยน์และสินทรัพย์ดิจิทัลอื่นๆ แก่ลูกค้าในกลุ่มบริหารจัดการความมั่งคั่ง (Wealth Management Clients) โดยจะเริ่มเปิดให้บริการตั้งแต่ไตรมาสที่ 2 ของปีนี้เป็นต้นไป นับเป็นอีกหนึ่งความพยายามล่าสุดของ Goldman Sachs ในการขยับรุกเข้าสู่อุตสาหกรรมคริปโตเคอร์เรนซี

 

รายงานระบุว่า แผนการของ Goldman Sachs มีขึ้นเพียงไม่นานหลังจากที่มีบริษัทชั้นนำอย่าง Tesla, Bank of New York Mellon Corp (BNY Mellon) และ Square ออกมาแสดงจุดยืนสนับสนุนบิตคอยน์เพื่อให้มีการนำไปใช้ในวงกว้างสำหรับการทำธุรกรรมและการลงทุนต่างๆ


ขณะเดียวกันก็เป็นการตัดสินใจคล้อยหลังคู่แข่งอย่าง Morgan Stanley ที่เพิ่งจะเปิดตัวบริการเพื่อการลงทุนในสินทรัพย์เกิดใหม่อย่างสกุลเงินดิจิทัล

 

นอกจากนี้ทาง Goldman Sachs ยังมีแผนจะขยายบริการการลงทุนในตลาดคริปโตเคอร์เรนซีให้ครอบคลุมทุกด้าน ทั้งเหรียญบิตคอยน์ อนุพันธ์ และเครื่องมือในการลงทุนแบบดั้งเดิม

 

ความเคลื่อนไหวครั้งนี้มีขึ้นท่ามกลางการยอมรับสถานะของบิตคอยน์และสกุลเงินดิจิทัลอื่นๆ จากนักลงทุนสถาบันและบริษัทชั้นนำเพิ่มมากขึ้น แม้ว่าตัวสินทรัพย์ดิจิทัลจะยังคงมีความผันผวนในระดับสูงก็ตาม

 
อ้างอิง:

The post Goldman Sachs เตรียมเปิดให้บริการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล เริ่มไตรมาส 2 ปีนี้ หวังดึงลูกค้ากลุ่มมั่งคั่ง appeared first on THE STANDARD.

]]>
Zipmex บุกตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล ตั้งเป้า 3 ปี กำไร 100 ล้านบาท https://thestandard.co/zipmex-digital-asset-market/ Fri, 21 Aug 2020 10:03:39 +0000 https://thestandard.co/?p=390636

ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลในไทยเป็นที่จับตามองมากขึ้น หลังจาก […]

The post Zipmex บุกตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล ตั้งเป้า 3 ปี กำไร 100 ล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>

ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลในไทยเป็นที่จับตามองมากขึ้น หลังจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ออกเกณฑ์ควบคุมและให้ใบอนุญาตต่างๆ ในการทำธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งมีผู้ขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลถึง 7 ราย

 

หนึ่งในนั้นคือ บริษัท ซิปเม็กซ์ จำกัด โดย เอกลาภ ยิ้มวิไล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซิปเม็กซ์ จำกัด (Zipmex) กล่าวว่า ปัจจุบันธุรกิจศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลในไทยถือว่ามีการแข่งขันสูง ทั้งในส่วนคริปโตเคอร์เรนซี (Cryptocurrency) และโทเคน (Token Digital) ส่วนหนึ่งเพราะยังเป็นตลาดใหม่ที่จะเข้าถึงนักลงทุนที่ยังไม่เคยลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลในโลก ดังนั้นกลยุทธ์หลักจะมุ่งในตลาดเอเชีย เพื่อสร้างการเข้าถึงนักลงทุนกลุ่มนี้

 

ทั้งนี้ นโยบายของบริษัทฯ จะขยายสินทรัพย์อื่นๆ นอกเหนือจากคริปโตเคอร์เรนซี โดยอยู่ระหว่างการศึกษาสินทรัพย์ดิจิทัลที่เกี่ยวเนื่องกับอสังหาริมทรัพย์ ทองคำ Stablecoin และอื่นๆ ซึ่งคาดว่าไตรมาส 4/63 จะออกบริการการลงทุนสินทรัพย์ดิจิทัลด้านทองคำ

 

ทาง Zipmex เปิดให้บริการครั้งแรกเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2563 ปัจจุบันมีจำนวนลูกค้าอยู่ 2,000 ราย คิดเป็นสัดส่วน 4.44% ของฐานลูกค้าบริษัททั้งหมดที่มีอยู่ 45,000 ราย (ออสเตรเลีย อินโดนีเซีย สิงคโปร์ ฯลฯ) โดยในไทยมีปริมาณการซื้อขายสะสม (วันที่ 1-16 สิงหาคม 2563) อยู่ที่ 300 ล้านบาท โดยมีปริมาณการซื้อขายโดยเฉลี่ยต่อวันที่ 30 ล้านบาท 

 

“จุดเด่นของสินทรัพย์ดิจิทัลคือการซื้อขายได้ทั่วโลก ที่ผ่านมามีคนไปลงทุนด้านนี้ในต่างประเทศอยู่แล้ว แต่ต้องโอนเงินบาทไปในต่างประเทศก่อน ทำให้มีค่าใช้จ่ายอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งหากซื้อขายผ่านตลาดฯ ซื้อขายในไทยก็จะเปลี่ยนเงินบาทเป็นคริปโตเคอร์เรนซีอาจซื้อขายได้ถูกกว่า”

 

เบื้องต้นทางบริษัทฯ ตั้งเป้าหมายว่า ปี 2563 จะมีรายได้จากการให้บริการในไทย 26.88 ล้านบาท ภายใต้เป้าหมายใหญ่ของทั้งบริษัทฯ ที่อยู่ 80 ล้านบาท ขณะเดียวกันมองว่า ปีนี้สถานการณ์การลงทุนสินทรัพย์ต่างๆ ยังมีความผันผวน น่าจะทำให้คนหันมาลงทุนมากขึ้น และมองว่าช่วงสิ้นปีมีโอกาสที่จะเห็นการซื้อขายที่ 600 ล้านบาทต่อวัน

 

นอกจากนี้คาดหวังว่าช่วงปลายปี 2564 มูลค่าการซื้อขายทรัพย์สินดิจิทัลจะขยับขึ้นไปอยู่ราว 10% ของมูลค่าการซื้อขายของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่งปีหน้าคาดว่าจะเป็นจุดคุ้มทุนของบริษัท และภายใน 3 ปี ตั้งเป้าทำกำไรขั้นต่ำ 100 ล้านบาท 


พราว ลิ่มพงศ์พันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่กลยุทธ์ และบริหารด้านการตลาด บริษัท ซิปเม็กซ์ จำกัด กล่าวว่า กลยุทธ์ในการขยายธุรกิจในไทยระยะแรกจะเจาะกลุ่มลูกค้า High Net Worth และกลุ่มคนที่ไม่เคยลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลมาก่อน ดังนั้นระยะแรกนี้จึงไม่คิดค่าธรรมเนียมในการซื้อขาย เพื่อดึงดูดนักลงทุนเข้าทดลองใช้งานและ เก็บข้อมูลพฤติกรรมลูกค้า

 

“ตอนนี้ธุรกิจคริปโตเคอร์เรนซีในไทยยังคิดค่าธรรมเนียมกับลูกค้าไม่ได้ เพราะคู่แข่งเยอะ จะไม่เหมือนกับต่างประเทศที่เราคิดค่าธรรมเนียมในการซื้อขาย การถอนฯ Profit Sharing Fee ฯลฯ ซึ่งโครงสร้างรายได้ของบริษัทระยะแรกจะเป็นแบบ B2B (Business to Business) เช่น การให้บริการระบบหลังบ้านต่างๆ เป็นพื้นฐาน และสร้างความเชื่อมั่นในตลาดให้ได้ก่อน”

 

 

พิสูจน์อักษร: ภาวิกา ขันติศรีสกุล

อ้างอิง: 

 

The post Zipmex บุกตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล ตั้งเป้า 3 ปี กำไร 100 ล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>