ตกแต่งบ้าน Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/ตกแต่งบ้าน/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Wed, 29 Apr 2026 12:54:45 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 Cozy Code ปรับห้องให้สบายต้อนรับฤดูร้อน https://thestandard.co/life/cozy-code-summer-home-decor/ Thu, 30 Apr 2026 01:00:46 +0000 https://thestandard.co/?p=1202501 ภาพการตกแต่งห้องนั่งเล่นสไตล์ Cozy Living เพื่อคลายร้อนและสร้างบรรยากาศสบายๆ ต้อนรับฤดูร้อน

ฤดูร้อนปีนี้อุณหภูมิดูจะฮ๊อตจนพุ่งสูงปรอทแตก แต่ในเมื่อ […]

The post Cozy Code ปรับห้องให้สบายต้อนรับฤดูร้อน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพการตกแต่งห้องนั่งเล่นสไตล์ Cozy Living เพื่อคลายร้อนและสร้างบรรยากาศสบายๆ ต้อนรับฤดูร้อน

ฤดูร้อนปีนี้อุณหภูมิดูจะฮ๊อตจนพุ่งสูงปรอทแตก แต่ในเมื่องเราหลีกเลี่ยงความร้อนกันไม่ได้ก็เลยอยากชวนมาลองออกแบบความสบายทดแทน ด้วยการปรับลุคเปลี่ยนมู้ดตกแต่งบ้านใหม่ให้กลายเป็นสไตล์ Cozy Living สร้างบรรยากาศแสนสบายไปจนถึงเติมแต่งความผ่อนคลาย เพื่อช่วยคลายร้อนและเพิ่มชีวิตชีวาให้บ้านน่าอยู่ยิ่งกว่าเดิม มาลองดูกันว่าจะมีเคล็ดลับอะไรน่าสนใจที่จะทำให้บ้านเก๋อยู่สบายยิ่งขึ้น

 

 
 

ภาพการตกแต่งห้องนั่งเล่นสไตล์ Cozy Living เพื่อคลายร้อนและสร้างบรรยากาศสบายๆ ต้อนรับฤดูร้อน 1

 

Cozy Code 01: เปลี่ยนม่านหนาทึบให้เป็นผืนผ้าพลิ้วบาง

 

บ้านในเมืองร้อนมักจะเลือกใช้ม่านหนาทึบเพื่อป้องกันแสงแดดสาดเข้ามาในห้องและช่วยลดอุณหภูมิภายใน แต่ลองปรับลุคเปลี่ยนมู้ดใหม่มาใช้ผ้าม่านผืนโปร่งแสงและพลิ้วไหวแทนดู นอกจากจะทำให้แสงส่องเข้ามาภายในบ้านมากขึ้น ห้องดูสว่างขึ้น แสดงยังช่วยฆ่าเชื้อทำให้ลดกลิ่นอับและกำจัดโรคในตัวด้วย แถมเมื่อลมพัดม่านพลิ้วไหวก็ทำให้เราสัมผัสกลิ่นอาย Cozy Living ได้ง่ายดายทันทีอีกด้วย แล้วเมื่อเวลาเปลี่ยนไปแสงแดดในเวลาต่าง ๆ ที่สาดเข้ามากระทบม่านหรือภายในห้องก็สร้างมิติการเล่นกับแสงได้หลากหลายอารมณ์จนทำให้บ้านมีเสน่ห์เปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลาด้วย

 

ภาพการตกแต่งห้องนั่งเล่นสไตล์ Cozy Living เพื่อคลายร้อนและสร้างบรรยากาศสบายๆ ต้อนรับฤดูร้อน 2

 

Cozy Code 02: เลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ไม้และสิ่งทอเส้นใยธรรมชาติ

 

หัวใจสำคัญของ Cozy Living คือการเลือกใช้วัสดุธรรมชาติที่สัมผัสแล้วให้ความรู้สึกสบาย ผ่อนคลาย อย่างการเลือกเฟอร์นิเจอร์ไม้ซึ่งวัสดุมีรูพรุนตามธรรมชาติที่ช่วยดูดซับความชื้นและปล่อยออกมาเมื่ออากาศแห้งทำให้คุณสมบัติควบคุมอุณหภูมิและความชื้นได้ดี ผิวสัมผัสของไม้ยังให้ความรู้สึกอบอุ่นและเย็นสบายซึ่งต่างจากโลหะที่อาจเย็นจัดและร้อนกว่าได้ หรือการเลือกผ้าทอจากเส้นใยธรรมชาตินั้นทำให้สัมผัสนุ่มสบาย ปลอดภัยต่อสุขภาพ ผืนผ้าทอเหล่านี้เป็นรหัสลับที่ทำให้ห้องดู Cozy ขึ้นทันที ไม่ว่าจะเป็นผ้าม่าน, ผ้าปูโต๊ะ, ผ้าคลุมโซฟา, หรือแม้แต่ผ้าปูเตียง

 

ภาพการตกแต่งห้องนั่งเล่นสไตล์ Cozy Living เพื่อคลายร้อนและสร้างบรรยากาศสบายๆ ต้อนรับฤดูร้อน 3

 

Cozy Code 03: คุมเฉดเอิร์ธโทน 

 

สีมีอิทธิพลต่ออารมณ์และความรู้สึกมากกว่าที่เราคิด การเลือกสีโทนอ่อนไปจนถึงสไตล์เอิร์ธโทนถือเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างบรรยากาศผ่อนคลาย สีเบจ ครีม น้ำตาลอ่อน เทาอุ่น หรือแม้แต่สีเขียวสุขุมที่เป็นเทรนด์เด่นประจำปีนี้ล้วนแล้วแต่ทำให้เรามีความรู้สึกสงบและเป็นธรรมชาติ ไม่ฉูดฉาดหรือเตะตาจนรบกวน การใช้สีโทนอ่อนยังช่วยสะท้อนแสงและทำให้ห้องดูโปร่งสบายมากขึ้น ไม่ดูอึดอัดหรือร้อนรุ่มเหมือนการใช้สีเข้มหรือสีสดจัด แต่ถ้าหากไม่อยากเลี่ยนกับโทนเดียวกันจนเกิดไปก็ลองหาโทนสีเข้มตัดแซมเข้าไปได้ เช่น หมอนอิง หรือ พรม เพื่อให้ห้องดูสนุกสนานมีชีวิตชีวายิ่งขึ้น

 

ภาพการตกแต่งห้องนั่งเล่นสไตล์ Cozy Living เพื่อคลายร้อนและสร้างบรรยากาศสบายๆ ต้อนรับฤดูร้อน 4

ภาพการตกแต่งห้องนั่งเล่นสไตล์ Cozy Living เพื่อคลายร้อนและสร้างบรรยากาศสบายๆ ต้อนรับฤดูร้อน 5

 

Cozy Code 04: แซมธรรมชาติสีเขียว 

 

ต้นไม้คือเคล็ดลับง่าย ๆ ที่ทำให้ห้องดูมีชีวิตขึ้นมาได้ทันที สีเขียวจากธรรมชาติสามารถเปลี่ยนบรรยากาศห้องให้ดูสดชื่นและผ่อนคลายได้ ไม่เพียงแค่ช่วยฟอกอากาศเท่านั้นแต่มันยังช่วยเพิ่มออกซิเจนได้ด้วย อีกมิติน่าสนใจในมุมของ Cozy Living ก็คือรูปทรงที่ธรรมชาติรังสรรค์ต่างมีเสน่ห์ไม่ซ้ำกันและทำให้ความแข็งทื่อของวัสดุต่าง ๆ อย่างผนัง หรือแม้แต่เฟอร์นิเจอร์ดูนุ่มนวลอ่อนโยนมากขึ้น อีกหัวใจสำคัญก็คือการเป็นสิ่งมีชีวิตที่เติบโตได้และเคลื่อนไหวได้ตามธรรมชาติโดยเฉพาะหากมีลมพัดผ่านทำให้ต้นไม้พลิ้วไหวก็สร้างบรรยากาศสบายได้มากขึ้นทีเดียว

 

ภาพการตกแต่งห้องนั่งเล่นสไตล์ Cozy Living เพื่อคลายร้อนและสร้างบรรยากาศสบายๆ ต้อนรับฤดูร้อน 6

ภาพการตกแต่งห้องนั่งเล่นสไตล์ Cozy Living เพื่อคลายร้อนและสร้างบรรยากาศสบายๆ ต้อนรับฤดูร้อน 7

 

Cozy Code 05: เยอะแต่ไม่รก

 

การจัดบ้านสไตล์ Cozy Living อาจดูเป็นลักษณะศิลปะของความไม่สมบูรณ์แบบที่ทำให้บ้านน่าอยู่ เสน่ห์อย่างหนึ่งก็คือการมีข้าวของตกแต่งมากมายที่ดูเยอะแต่ไม่รก หรือกระจัดกระจายแต่ค่อนข้างจัดวางอย่างเป็นระเบียบ หากจัดห้องด้วยเฟอร์นิเจอร์น้อยชิ้นจนโล่งหรือจัดเก็บสิ่งของจนมิดชิดเป็นระเบียบเรียบร้อยเกินไปอาจทำให้กลายเป็นสไตล์มินิมอลจนดูน่าเบื่อ แต่หากเพิ่มเฟอร์นิเจอร์ จัดวางไม่ต้องเป็นระเบียบนัก หรือมีข้าวของวาง (และตกแต่ง) เต็มไปหมดแต่ก็ต้องไม่ทำให้ระเกะระกะจนดูรก ไม่ก็เสริมชั้นวางหนังสือแบบเปิดจัดเรียงหลากหลายเล่มปนเป ความไม่เป็นระเบียบเรียบร้อยจนเกินไปนักอาจกลายเป็นเสน่ห์ที่ทำให้บ้านดูมีชีวิตชีวามากขึ้นได้

 

ภาพการตกแต่งห้องนั่งเล่นสไตล์ Cozy Living เพื่อคลายร้อนและสร้างบรรยากาศสบายๆ ต้อนรับฤดูร้อน 8

 

Cozy Code 06: กลิ่นสร้างบรรยากาศ

 

กลิ่นคือองค์ประกอบที่มองไม่เห็นแต่ทรงพลังอย่างยิ่ง มีผลการวิจัยมากมายที่บ่งบอกว่ากลิ่นสามารถส่งผลต่อระบบอารมณ์ของมนุษย์ได้ ลองเลือกเครื่องหอมปรับบรรยากาศอย่างกลิ่นลาเวนเดอร์ก็สามารถช่วยทำให้ผ่อนคลายขึ้นได้ หรือกลิ่นนิวซิตรัสที่ช่วยเติมความสดชื่นได้ทันที หากต้องการเอกลักษณ์เฉพาะตัวกว่านั้นก็สามารถสร้าง Signature Scent อันเป็นกลิ่นประจำบ้านเฉพาะตัวของตนเองได้ กลิ่นที่ชอบบวกกับความคุ้นเคยจะทำให้เรารู้สึกผ่อนคลายเมื่อกลับสู่บ้านอันเป็นเสมือนพื้นที่ปลอดภัย รู้สึกอบอุ่น สบายได้ในทันที  

 

ภาพการตกแต่งห้องนั่งเล่นสไตล์ Cozy Living เพื่อคลายร้อนและสร้างบรรยากาศสบายๆ ต้อนรับฤดูร้อน 9

 

Cozy Code 07: ดนตรีเปลี่ยนอารมณ์

 

หากเสียงธรรมชาติอาจดูเชยและน่าเบื่อไปแล้วลองเปลี่ยนเป็นเปิดเสียงดนตรีสไตล์ Lo-fi หรือ Acoustic เบา ๆ คลอไปในห้องก็ช่วยกระตุ้นให้บรรยากาศดูผ่อนคลายและสบายมากยิ่งขึ้น หรืออาจลองเลือกเปิดดนตรีที่ผสมผสานเสียงธรรมชาติก็อาจทำให้เราจินตนาการไปถึงการนั่งชิลในคาเฟ่ริมทะเลหรือนอนเล่นชานระเบียงไม้ริมลำธารก็อาจทำให้การผ่อนคลายในบ้านดูสบายมากยิ่งขึ้น แล้วหากอยากสร้างความพิเศษไปกว่านั้นก็อาจทำในลักษณะเดียวกันกับการสร้างกลิ่นเฉพาะนั่นก็คือการสร้าง Soundscape หรือภูมิทัศน์ของเสียงภายในบ้านแบบเฉพาะตัวที่สร้างบรรยากาศให้ไม่เหมือนใคร

The post Cozy Code ปรับห้องให้สบายต้อนรับฤดูร้อน appeared first on THE STANDARD.

]]>
Portable Lamp กำลังมา: 9 โคมไฟดีไซน์สวยที่คนแต่งบ้านกำลังอิน https://thestandard.co/life/portable-lamp-design-home-trend/ Wed, 18 Mar 2026 01:01:16 +0000 https://thestandard.co/?p=1188522 ภาพประกอบโคมไฟพกพาดีไซน์สวยงาม 9 แบบ ที่กำลังเป็นเทรนด์แต่งบ้าน

ยุคนี้ใครก็อยากเปล่งประกายกันทั้งนั้น นั่นเลยทำให้ Port […]

The post Portable Lamp กำลังมา: 9 โคมไฟดีไซน์สวยที่คนแต่งบ้านกำลังอิน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพประกอบโคมไฟพกพาดีไซน์สวยงาม 9 แบบ ที่กำลังเป็นเทรนด์แต่งบ้าน

ยุคนี้ใครก็อยากเปล่งประกายกันทั้งนั้น นั่นเลยทำให้ Portable Lamp อุปกรณ์หาแสงได้ด้วยตัวเองแบบไม่ต้องง้อใครกลายเป็นเทรนด์ฮิตขึ้นมาอีกครั้ง ไม่ใช่แค่นิยมใช้ในร้านอาหารสุดชิคหรือโรงแรมสุดเก๋เท่านั้นแต่โคมไฟสะดวกพกพายุคนี้ยังนิยมใช้ในบ้านทั้งแบบภายในและนอกอาคารด้วย ยิ่งไปกว่านั้นมันกำลังเป็นไอเทมระดับ a must ที่กำลังมาเคียงคู่กับเทรนด์ Camping ที่เด็กเจนใหม่สนุกกับกิจกรรมเอาท์ดอร์กันมากขึ้นอีกด้วย

 

นอกจากจะใช้งานสะดวกแบบไม่ต้องง้อไฟฟ้าแล้วบรรดาโคมไฟสะดวกพกเหล่านี้ยังมาพร้อมอรรถประโยชน์อีกมากมายและดีไซน์เก๋จนทำให้ไลฟ์สไตล์ดูมีระดับยิ่งขึ้นด้วย ที่สำคัญมันกลายเป็นอีกหนึ่งไอเทมเรือธงของหลายแบรนด์ตั้งแต่ตลาดแมสไปจนถึงตลาดลักซ์ชัวรีเลยทีเดียว

 

ภาพประกอบโคมไฟพกพาดีไซน์สวยงาม 9 แบบ ที่กำลังเป็นเทรนด์แต่งบ้าน 1

 

1.The Muse (tala)

 

โคมไฟกลิ่นอายวินเทจนี้ผสมผสานความทันสมัยเข้ากับความคลาสสิกได้อย่างลงตัว ขึ้นชื่อว่าเป็นระดับ Muse ทั้งทีนอกจากมันจะเป็นไอเทมไอคอนิกของแบรนด์แล้วดีไซน์นี้ยังสร้างสรรค์ขึ้นโดยได้แรงบันดาลใจมาจากโคมไฟสุดคลาสสิกอันเป็นเสน่ห์ดั้งเดิมของสวนสาธารณะสไตล์อังกฤษอีกด้วย ถึงแม้จะเป็นรูปทรงหลอดไส้แบบเก่าแต่ส่องสว่างด้วยหลอด LED ปรับอุณหภูมิของแสงได้หลายระดับ มีก้านถือพกสะดวกได้ทั้งแบบใช้งานภายในบ้านหรือทำกิจกรรมเอาท์ดอร์ ที่สำคัญยังออกแบบภายใต้หลักการ Repairable Design เพื่อวิถียั่งยืนอันเป็นหัวใจสำคัญของแบรนด์ซึ่งอุปกรณ์ทุกชิ้นสามารถถอดประกอบตลอดจนเปลี่ยนอะไหล่และซ่อมแซมได้สะดวก 

https://tala.co.uk/collections/exclusives 

 

ภาพประกอบโคมไฟพกพาดีไซน์สวยงาม 9 แบบ ที่กำลังเป็นเทรนด์แต่งบ้าน 2

 

2.Bell Lamp By Edward Barber & Jay Osgerby (Louis Vuitton)

 

ถ้าเป็นโคมไฟพกพาสาย Luxury Brand ตัวท๊อปตัวฮิตคงต้องยกให้โมเดลนี้ที่มาจากคอลเลกชัน Objets Nomades ซึ่ง LV เชิญดีไซน์เนอร์ดังทั่วโลกมาออกแบบผลิตภัณฑ์สาย Living ในรูปแบบเอกลักษณ์เฉพาะตัว โคมรุ่นนี้ออกแบบโดย Edward Barber และ Jay Osgerby สองสถาปนิกเพื่อนซี้ชื่อดังแห่งสตูดิโอในลอนดอนซึ่งถึงแม้ว่าโมเดลออริจินอลจะเปิดตัวมาพักใหญ่แล้วแต่ปัจจุบันมันกลายเป็นไอเทมเรือธงระดับไอคอนิกไปแล้วและยังคงอัพเดทดีไซน์ใหม่อยู่เสมอ (แม้แต่ในงาน Milan Design Week 2025 ปีที่ผ่านมาด้วยก็ตาม) นอกจากความพิเศษของโคมแก้วขุ่นที่เป็นการเป่าขึ้นรูปด้วยมืออย่างพิถีพิถันอันตามภูมิปัญญาท้องถิ่นบนเกาะมูราโน (Murano) ในแถบเมืองเวนิสของอิตาลีแล้วจุดเด่นอันเป็นเอกลักษณ์คลาสสิกที่สุดเห็นจะเป็นสายรัดที่ทำจากหนังแท้โดยเฉพาะเวอร์ชั่นหนังประทับลายโมโนแกรมสีสันสดใสที่กลายเป็นไอเทมฮิตถูกใจสาวกรุ่นใหม่ทันที นอกจากสิ่งที่ทำให้รุ่นนี้ขึ้นหิ้งระดับไอคอนิกก็คือการได้รับเลือกให้ถูกบรรจุอยู่ในคอลเลกชันถาวรของ The Architecture & Design Museum ระดับโลกที่กรุงเฮลซิงกิเรียบร้อยแล้วด้วย 

https://eu.louisvuitton.com/eng-e1/products/bell-lamp-by-edward-barber-jay-osgerby-leather-other-material-nvprod2490092v/R96325

 

ภาพประกอบโคมไฟพกพาดีไซน์สวยงาม 9 แบบ ที่กำลังเป็นเทรนด์แต่งบ้าน 3

 

3.Chispa (Marset) 

 

โคมไฟพกพาสุดเท่และชิคด้วยชิ้นนี้ได้แรงบันดาลใจการออกแบบมาจาก Garage Lamp โคมส่องสว่างในโรงรถโดย Joan Gaspar นักออกแบบชาวบาร์เซโลนาลดทอนความแมนด้วยการปรับรูปทรงให้โค้งมนขึ้นผสานแรงบันดาลจากดอกทิวลิปทำให้ลดความแข็งกร้าวลงได้ดีทีเดียว พร้อมลดขนาดให้เล็กลงหน่อยแล้วเปลี่ยนวัสดุใหม่ให้กลายเป็นพลาสติกหลากเฉดที่ทำให้การพกพานั้นดูคูลแบบสไตล์ยูนิเซกส์ ตัวโคมเป็นแบบขุ่นทำให้แสงนุ่มนวลกำลังดี พร้อมใส่ใจดีเทลในแบบโคมไฟช่างที่มีการเสริมแผงกั้นด้านหลังสำหรับบังแสงยามต้องการส่องสว่างแบบไม่แยงสายตา สามารถวางหงายหรือวางคว่ำตลอดจนพกพาและแขวนได้สะดวก นอกจากจะฮิตใช้งานในบ้านแล้วมันยังฮิตในสายชอบกิจกรรมเอาท์ดอร์ไปโดยปริยาย

https://www.marset.com/en/indoor-lighting/portable-lamps/chispa/

 

ภาพประกอบโคมไฟพกพาดีไซน์สวยงาม 9 แบบ ที่กำลังเป็นเทรนด์แต่งบ้าน 4

 

4.SNOWMAN8 Portable (ILKW by ILKWANG LIGHTING) 

 

ปีที่แล้วโคมไฟดีไซน์เท่ SNOWMAN15 SOLID Portable จากแบรนด์คลาสสิกชื่อดังเกาหลีนี้เพิ่งจะคว้ารางวัล Best portable light จากเวที The Monocle Design Awards 2025 มาหมาด ๆ ทว่าไอเทมยอดฮิตติดลมบนในหมู่คนรุ่นใหม่ยิ่งกว่ากลับเป็นเวอร์ชันตัวจิ๋วในตระกูลเดียวกันอย่าง SNOWMAN8 ไปเสียนี่ ดูไปดูมาโคมไฟพกพานี้ดันคล้ายกับไอศกรีมโคนน่ารักน่าพกทีเดียวทว่าเอกลักษณ์ของดีไซน์ตลอดจนที่มาของชื่อรุ่นที่แท้จริงนั้นกลับมาจากรูปทรงของตุ๊กตาหิมะที่กดก้องทรงกลมสองก้อนซ้อนกันจากด้านบนให้แบนลงนั่นเอง ด้านในผสานนวัตกรรมพิเศษที่พัฒนาขึ้นโดยบริษัท ALPS ALPINE ของญี่ปุ่น สามารถปรับอุณหภูมิแสงได้หลายระดับ พร้อมเสริมฐานทรงกระบอกทำให้ถือสะดวกแล้วเพิ่มความเก๋ยิ่งขึ้นด้วยตัวเลือก docking station ฐานวาง 5 แบบที่ทำให้เราสนุกกับการตกแต่งบ้านและใช้งานได้หลากหลายขึ้น 

https://ilkwdesign.com/ 

 

ภาพประกอบโคมไฟพกพาดีไซน์สวยงาม 9 แบบ ที่กำลังเป็นเทรนด์แต่งบ้าน 5

 

5.Tomoshi (Louis Poulsen) 

 

โคมไฟล้ำสมัยเรียบหรูนี้เป็นผลงานของดีไซน์เนอร์ดังฝั่งญี่ปุ่นอย่าง nendo ลุคสุดคลีนแต่แฝงไว้ด้วยดีไซน์สุดคูลนี้เป็นผลงานออกแบบให้กับแบรนด์โคมไฟระดับตำนานจากเดนมาร์กจึงนำเอาจิตวิญญาณญี่ปุ่นมาผสมผสานอัตลักษณ์สแกนดิเนเวียได้อย่างงดงามมีเสน่ห์เฉพาะตัว รูปทรงเพรียวสวยนี้ได้แรงบันดาลใจการออกแบบมาจากตะเกียงแก้วโบราณทรงดอกทิวลิปสุดคลาสสิกนั่นเอง ส่วนชื่อ Tomoshi (灯し) นั้นแปลว่า “แสงสว่าง” ที่บางครั้งหมายถึงการเรียกโคมไฟด้วยเช่นกัน แสงไฟ LED ที่ส่องสว่างบริเวณก้นถูกช่วงโค้งเว้าผสานการบานออก (คล้ายกระโปรง) อันเป็นจุดบังแสงไม่ให้แยงตาไปโดยปริยาย สะท้อนความถ่อมตนผสานความเรียบง่ายน่าหลงใหล มาพร้อมสายหนังที่สามารถถือ แขวน หรือพกพาไปได้ทุกที่อย่างสะดวก 

https://www.louispoulsen.com/en/catalog/private/table/tomoshi-portable-lamp?v=91941-5744171290-01 

 

ภาพประกอบโคมไฟพกพาดีไซน์สวยงาม 9 แบบ ที่กำลังเป็นเทรนด์แต่งบ้าน 6

 

6.LIGHT No.1 (HOUE) 

 

โคมไฟสะดวกพกนี้ได้แรงบันดาลใจการออกแบบมาจากโคมไฟเอาท์ดอร์ที่เราคุ้นเคย ถึงแม้ดีไซน์อาจดูไม่เก๋นักทว่าการปรับเปลี่ยนขนาดให้เล็กลงหน่อยบวกกับการแต่งเฉดสีพาสเทลหลากหลายโทนเลยทำให้มันกลายเป็นไอเทมชิคน่าใช้ที่ดูมีระดับในทันที ตัวโคมไฟเป็นแบบ solar-powered portable lamp ชาร์จไฟจากพลังงานแสงอาทิตย์ผสานการออกแบบซ่อนแผงโซลาร์เซลล์ได้อย่างแนบเนียนทำให้ลุคสวยงามยิ่งขึ้น ส่วนโคมแก้วผลิตจาก recycled glass ผิวหักมุมช่วยให้หักเหแสงกระจายแสงได้ดีและนวลตายิ่งขึ้น สามารถถือพกพาไปไหนมาไหนได้สะดวกหรือจะวางพื้นและกลับทิศวางได้ทั้งสองรูปแบบเพื่อให้แสงส่องสว่างกระจายทั่วทิศหรือป้องกันแสงแยงตาได้ในคราวเดียวกัน ที่สำคัญโมเดลนี้คว้ารางวัล Red Dot Design Award สาขา Lighting Design มาแล้วด้วย การันตีความเก๋ได้อย่างแท้จริง

https://houe.com/our-furniture/lighting/light-no-1/?overviewId=4186

 

ภาพประกอบโคมไฟพกพาดีไซน์สวยงาม 9 แบบ ที่กำลังเป็นเทรนด์แต่งบ้าน 7

 

7.Blossi Table Mini (NUURA)

 

มาถึงโคมไฟพกพาที่เรียบหรูดูไฮเอนด์กันบ้าง ดีไซน์โปร่งใสทำให้ดูมีระดับในด้านดีไซน์ได้แรงบันดาลใจมาจากโคมไฟเรียบหรูสไตล์ Nordic Lamp ส่วนด้านความสุนทรีนั้นนักออกแบบชื่อดังอย่าง Sofie Refer บอกว่าได้แรงบันดาลใจมาจากแสงยามเย็นลับขอบฟ้าที่ค่อยเลือนหายในฤดูใบไม้ร่วงของแถบสแกนดิเนเวีย ถึงแม้จะเป็นโคมใสแต่ก็ดีไซน์ซ่อนหลอดไฟเพื่อป้องกันแสงแยงตาได้อย่างดีเยี่ยม ทว่าหลอด LED ยังปรับแสงให้นวลตาแถมยังเปล่งแสงกระจายได้รอบทิศช่วยสร้างบรรยากาศคลาสสิกอย่างมีระดับได้ทุกที่อีกด้วย  

https://nuura.com/en 

 

ภาพประกอบโคมไฟพกพาดีไซน์สวยงาม 9 แบบ ที่กำลังเป็นเทรนด์แต่งบ้าน 8

 

8.Host Portable Lamp (HAY)

 

ในบรรดาโคมไฟพกพาสะดวกคงไม่มีไอเทมไหนที่ออกแบบเพื่อต้องการลดความโดดเด่นของตัวเองลงได้เท่ากับโมเดลนี้อีกแล้ว ดีไซน์ล่าสุดจากเดนมาร์กนี้ตั้งใจออกแบบโคมไฟให้เป็นแท่งเรียวเล็กจนแทบไม่รู้ว่าเป็นโคมไฟ ดีไซน์หลากสีสันเพื่อให้เลือกเฉดเข้ากันกลมกลื่นกับเฟอร์นิเจอร์เอาท์ดอร์ของแบรนด์แบบไม่ขโมยซีนกัน ขณะเดียวกันก็สามารถเลือกสีสันตัดกันเพื่อสร้างความโดดเด่นได้ด้วยเช่นกัน ด้านฐานติดตั้งแม่เหล็กทำให้สามารถยึดติดกับพื้นผิวเหล็กได้ทันทีหรือจะเสริมฐานรองให้สามารถวางได้ทุกที่ตามต้องการ วัสดุผลิตจากพลาสติกรีไซเคิล 100% รักษ์โลกในตัว ดีไซน์สไตล์มินิมอลเป็นแท่งเรียวเล็กพกพาสะดวก เท่ได้และเรียบหรูดีมีระดับในคราวเดียวกัน 

https://www.hay.com/news/news-2026/host-portable-lamp 

 

ภาพประกอบโคมไฟพกพาดีไซน์สวยงาม 9 แบบ ที่กำลังเป็นเทรนด์แต่งบ้าน 9

 

9.Camomille (Kartell)

 

เปิดท้ายด้วยโคมพกพาที่น่าจะดูเก๋แปลกแหวกแนวที่สุด ดีไซน์นี้มาจากเจ้าพ่อโคมไฟดีไซน์แปลกแต่เท่อย่าง Philippe Starck ซึ่งเพิ่งปล่อยโคมไฟสะดวกพกเวอร์ชั่นล่าสุดออกมาหมาด ๆ ถึงแม้ชื่อจะแปลว่าดอกคาโมมายล์แต่คอนเซปต์ดีไซน์ได้ไอเดียมาจากกาน้ำชา (ซึ่งก็น่าจะเสิร์ฟชาคาโมมายล์นั่นล่ะ) ทำให้มันถือไปไหนมาไหนได้ง่ายและสะดวก พร้อมเสิร์ฟแสงสว่างได้ทุกที่ เหมาะเจาะลงตัวกับชุด Tableware สำหรับตกแต่งโต๊ะอาหารเป็นพิเศษด้วย แล้วด้วยความที่ดีไซน์ดูจะมีแสงในตัวเองทำให้เหมาะเป็นของแต่งบ้านเรียกรอยยิ้มและสร้างอารมณ์ขันได้ดีทีเดียว 

https://www.kartell.com/ie/en/ktie/st/salone-del-mobile-2025/camomille-starck 

The post Portable Lamp กำลังมา: 9 โคมไฟดีไซน์สวยที่คนแต่งบ้านกำลังอิน appeared first on THE STANDARD.

]]>
รู้จัก MUTED GREEN สีเขียวสุขุม เทรนด์สีเฉดใหม่ที่กำลังมา https://thestandard.co/life/color-of-the-year-2026-muted-green-trends/ Sat, 14 Feb 2026 01:49:51 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1178342 color-of-the-year-2026-muted-green-trends

ถึงแม้ PANTONE จะออกมาประกาศสีประจำปี 2026 คือสีขาว Clo […]

The post รู้จัก MUTED GREEN สีเขียวสุขุม เทรนด์สีเฉดใหม่ที่กำลังมา appeared first on THE STANDARD.

]]>
color-of-the-year-2026-muted-green-trends

ถึงแม้ PANTONE จะออกมาประกาศสีประจำปี 2026 คือสีขาว Cloud Dancer ทว่า Color of the Year 2026 สำหรับสาย Interior Design และกลุ่มแบรนด์ Painting Color สีสำหรับทาอาคารนั้นคือเฉดกลุ่มเอิร์ธโทน อันที่จริงแล้วทิศทางองค์รวมก็ดูจะเป็นคนละเรื่องเดียวกันซึ่งเทรนด์สีประจำปีนี้ดูจะออกไปทางเฉดโทนอ่อนแกมตุ่นที่ให้ฟิลสุขุมนุ่มลึก แต่ถึงอย่างนั้นภายใต้เทรนด์หลักก็ยังมีเทรนด์ย่อยที่ตอนนี้ดูเหมือนว่ากำลังเป็นคลื่นใต้น้ำที่มาแรงทีเดียว

 

โทนหม่นที่ไม่หมองหม่น

 

เทรนด์ในเทรนด์ที่กำลังมาแรงในช่วงนี้ก็คือเฉดสี Muted Green (บางทีก็เรียกว่า Earthly Green) ซึ่งปกติเรามักจะเรียกกันว่า “สีเขียวตุ่น” หรือ “สีเขียวหม่น” แต่สำหรับคราวนี้เราจะขอเรียกว่าเฉด “สีเขียวสุขุม” น่าจะดูเหมาะสมกับวาระนี้มากกว่า สำหรับอัตลักษณ์ของกลุ่มโทนสี Muted Green นี้ก็คือเฉดสีเขียวโซน Undertone ที่มีความอิ่มตัวของสีต่ำ (Low Saturation) เพราะมีสีเทาหรือสีน้ำตาลผสมผสานเข้าไปให้สีทึบมากขึ้นและสดใสน้อยลง

 

พาเลตสี Muted Green เฉดต่างๆ ที่เป็นเทรนด์สำหรับงานออกแบบปี 2026

 

อย่างไรก็ดีปกติแล้วสีโทนหม่น (ตุ่น) นี้มักจะถูกโยงไปถึงเรื่องของความเศร้าและหม่นหมอง แต่สีเขียวโทนหม่นในปีนี้กลับนิยามถึงเรื่องของโทนธรรมชาติที่ดูอบอุ่น สงบ สุขุมนุ่มลึกในสไตล์ Calm Green สดใสมีชีวิตชีวาแบบไม่ต้องตะโกน อีกมิติหนึ่งสีเขียว Muted Green นี้ยังทำให้ดูมีสีสันทว่ารู้สึกอ่อนโยน เป็นมิตร มีเมตตา

 

พาเลตสี Muted Green เฉดต่างๆ ที่เป็นเทรนด์สำหรับงานออกแบบปี 2026

 

เพราะโลกร้อนจึงต้องเติมพลังเย็น

 

อีกเหตุผลที่ทำให้เฉดสีเขียวสุขุมมาแรงในปีนี้น่าจะเป็นเพราะกระแส Climate Change ที่ทำให้วิกฤตโลกร้อนรุนแรงอย่างเลวร้ายจนขยับไปสู่ระดับโลกเดือดแล้ว ในขณะเดียวกันวิกฤตนี้ก็ทำคนตระหนักในเรื่อง Sustainable Living ตลอดจนความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น นั่นเลยทำให้เฉดสีโทนธรรมชาติกลับเข้ามาอยู่ในใจมนุษย์อีกครั้ง ประกอบกับสถานการณ์โลกหลายอย่างกำลังระอุอย่างร้อนแรงซึ่งอาจสะท้อนได้ว่ามนุษย์อาจกำลังต้องการเฉดสีโทนเย็นเข้ามาในชีวิตเพื่อช่วยเยียวยาจิตใจและดับเฉดสีโทนร้อนในชีวิตจริงที่กำลังบั่นทอนทุกสิ่งรอบตัวอยู่นั่นเอง

 

พาเลตสี Muted Green เฉดต่างๆ ที่เป็นเทรนด์สำหรับงานออกแบบปี 2026

 

อันที่จริงแล้วอีกเฉดสีที่โดดเด่นคู่กันในปีนี้ก็คือโทน “สีน้ำตาลกาแฟ (Coffee Brown)” ซึ่งเฉดนี้ยังสอดคล้องกับโทนสีธรรมชาติของวัสดุไม้ซึ่งก็เป็นเทรนด์หนึ่งของเฟอร์นิเจอร์ที่กำลังอยู่ในกระแสนิยมช่วงนี้เช่นกัน แล้วนั่นยังสอดคล้องกับเฉดสีเขียวอันเป็นสัญลักษณ์ของพืชพรรณธรรมชาติซึ่งทำให้ Color of the Year ในปีนี้สะท้อนถึงการสอดคล้องกันของหมู่มวลธรรมชาติได้กลมกลืนและทรงพลังทีเดียว

 

พาเลตสี Muted Green เฉดต่างๆ ที่เป็นเทรนด์สำหรับงานออกแบบปี 2026

 

พอดีที่ดีพอ

 

อีกเทรนด์เกี่ยวเนื่องที่น่าจะช่วยเพิ่มคุณค่าให้แก่กันและกันได้เป็นอย่างดีนั้นก็คือเทรนด์ Quiet Luxury ที่ฮิตติดลมบนระยะยาวจนเปลี่ยนจากคำว่า Trend กลายเป็น Lifestyle ไปเสียแล้ว ซึ่งสีเขียวสุขุมนี้สามารถสะท้อนถึงความมีระดับอย่างมีรสนิยม (ให้อารมณ์หรูหราดูแพงแบบผู้ดีเก่า) ทั้งยังดูคลาสสิกร่วมสมัยได้เสมอ

 

พาเลตสี Muted Green เฉดต่างๆ ที่เป็นเทรนด์สำหรับงานออกแบบปี 2026

 

อย่างไรก็ดีในมิติด้านการออกแบบตกแต่งบ้านนั้นโฮมสไตลิสต์ให้ข้อคิดว่าเทรนด์การแซมสีเขียวสุขุมเข้าไปสำหรับปีนี้บ่งบอกความ “น้อยแต่มาก” ได้เป็นอย่างดี ถึงแม้จะแซมเพียงเล็กน้อยแต่ก็ดูทรงพลังได้ชัดเจน หรือถ้าใครเลิฟความ Maximal การถมเฉดสีเขียวสุขุมลงไปเต็มที่กลับไม่ได้รู้สึกหนักหรือเลี่ยนรวมถึงไม่ขัดหูขัดตาแต่อย่างใด ซึ่งนี่นับว่าเป็นข้อดีของเฉดสีโทนตุ่นหรือกลุ่มเอิร์ธโทนเลยก็ว่าได้ 

 

พาเลตสี Muted Green เฉดต่างๆ ที่เป็นเทรนด์สำหรับงานออกแบบปี 2026

 

สีเขียวเหนี่ยวชาร์ต

 

อีกข้อสนับสนุนที่บ่งบอกถึงการมาของเทรนด์ “สีเขียวสุขุม” ในปีนี้อย่างเห็นภาพได้ชัดเจนยิ่งขึ้นก็คือการที่แบรนด์ดังผู้ทรงอิทธิพลในฝั่งสีทาอาคาร (Painting Color) หลายเจ้าต่างออกมาประกาศ Color of the Year 2026 ของตัวเองในปีนี้ซึ่งกลับกลายเป็นว่ามีเฉดสีไปในทิศทางเดียวกันอย่างไม่ได้นัดหมาย 

 

พาเลตสี Muted Green เฉดต่างๆ ที่เป็นเทรนด์สำหรับงานออกแบบปี 2026 พาเลตสี Muted Green เฉดต่างๆ ที่เป็นเทรนด์สำหรับงานออกแบบปี 2026

 

โดยแบรนด์ Valspar ก็เผยเฉดสีประจำปีคือ Warm Eucalyptus ส่วนแบรนด์ Behr ก็ออกมาเผยว่าเฉดสีประจำปีนี้ก็คือ Hidden Gem แล้วถึงแม้ว่าสีประจำปีของเจ้าพ่อโทนหม่นอย่าง Sherwin-Williams จะเผยเฉดประจำปีเป็นสี Universal Khaki ก็ตามแต่หนึ่งในเฉดสีเทรนด์ย่อยที่เขาหยิบมาแนะนำในปีนี้ในส่วน Colormix Forecast ก็คือเฉดสีเขียวสุขุมอย่าง Halcyon Green ด้วยนั่นเอง

 

พาเลตสี Muted Green เฉดต่างๆ ที่เป็นเทรนด์สำหรับงานออกแบบปี 2026

 

นั่นยังไม่นับอินฟลูฯ ดังสายแต่งบ้านจากฝั่งอเมริกาถึงกับเคยพูดไว้เมื่อปลายปีที่แล้ว (2025) ว่า Are muted green paint colors the new gray or beige? หรือโทนสีเขียวสุขุมนี้จะกลายเป็นสีเทาและสีเบจแห่งยุคใหม่ที่ขึ้นแท่นเทียบบารมีระดับเดียวกับเฉดสีคลาสสิกยอดนิยมตลอดกาล

 

อ้างอิง

The post รู้จัก MUTED GREEN สีเขียวสุขุม เทรนด์สีเฉดใหม่ที่กำลังมา appeared first on THE STANDARD.

]]>
แต่งบ้านด้วย Cloud Dancer สีแห่งปี PANTONE 2026 ที่เรียบ แต่ไม่ว่างเปล่า https://thestandard.co/life/pantone-color-of-the-year-2026-cloud-dancer/ Sun, 14 Dec 2025 03:25:32 +0000 https://thestandard.co/?p=1154437 แต่งบ้านด้วย Cloud Dancer สีแห่งปี 2026 ที่เรียบ แต่ไม่ว่างเปล่า

แต่งบ้านด้วย Cloud Dancer สีแห่งปี 2026 (Pantone Color […]

The post แต่งบ้านด้วย Cloud Dancer สีแห่งปี PANTONE 2026 ที่เรียบ แต่ไม่ว่างเปล่า appeared first on THE STANDARD.

]]>
แต่งบ้านด้วย Cloud Dancer สีแห่งปี 2026 ที่เรียบ แต่ไม่ว่างเปล่า

แต่งบ้านด้วย Cloud Dancer สีแห่งปี 2026 (Pantone Color of the Year 2026) ที่เรียบ แต่ไม่ว่างเปล่า

 

เป็นประจำทุกปีที่ Pantone จะทำการประกาศสีแห่งปี ซึ่งสีแห่งปี 2026 ที่ Pantone เพิ่งประกาศไปคือสี ‘Cloud Dancer 11-4201’ โทนสีขาวนุ่มละมุน พร้อมนิยามว่าเป็น สีแห่งความสงบและการเริ่มต้นใหม่ ท่ามกลางโลกที่เต็มไปด้วยความเร่งรีบและข้อมูลถาโถมไม่หยุด จุดเด่นของ Cloud Dancer คือการเป็นสีโทนกลาง (Neutral) ที่ช่วยสะท้อนแสง ทำให้พื้นที่อยู่อาศัยดูกว้าง โปร่ง และสบายตา อีกทั้งยังทำหน้าที่เป็น “สีพื้นฐาน” ที่เข้ากับสีอื่นได้แทบทุกเฉด ตามทฤษฎีสี สีขาวโทนอุ่นอย่าง Cloud Dancer สามารถจับคู่กับเอิร์ทโทน เช่น เบจ น้ำตาล เทาอ่อน เพื่อสร้างบรรยากาศสงบผ่อนคลาย หรือใช้ร่วมกับสีพาสเทลเพื่อความนุ่มนวลสบายใจ รวมถึงสีเข้มอย่างเขียวเข้ม น้ำเงิน หรือดำ เพื่อเพิ่มมิติและความร่วมสมัยโดยไม่ทำให้พื้นที่ดูอึดอัด

 

แต่งบ้านด้วย Cloud Dancer สีแห่งปี 2026 ที่เรียบ แต่ไม่ว่างเปล่า 1

แต่งบ้านด้วย Cloud Dancer สีแห่งปี 2026 ที่เรียบ แต่ไม่ว่างเปล่า 2 แต่งบ้านด้วย Cloud Dancer สีแห่งปี 2026 ที่เรียบ แต่ไม่ว่างเปล่า 3

 

ในมุมของการแต่งบ้าน Cloud Dancer คือโทนสีที่ใช้งานได้หลากหลายและปลอดภัย เหมาะกับทั้งผนัง เฟอร์นิเจอร์ หรือของตกแต่ง เพราะช่วยทำให้พื้นที่ดูกลมกล่อมและเชื่อมทุกองค์ประกอบเข้าด้วยกัน สามารถจับคู่กับวัสดุธรรมชาติอย่างไม้ ผ้าลินิน หรือหิน เพื่อเสริมบรรยากาศอบอุ่นแบบร่วมสมัย หรือใช้เป็นฉากหลังให้ของตกแต่งและงานศิลป์โดดเด่นขึ้น Cloud Dancer จึงไม่ใช่แค่สี แต่เป็นแนวคิดของการสร้างพื้นที่อยู่อาศัยที่เรียบง่าย สงบ และชวนให้เรากลับมาใช้ชีวิตอย่างช้าลงในทุกๆ วัน

The post แต่งบ้านด้วย Cloud Dancer สีแห่งปี PANTONE 2026 ที่เรียบ แต่ไม่ว่างเปล่า appeared first on THE STANDARD.

]]>
จัดบ้าน จัดใจ สร้าง ‘Living Quality’ ที่ดี กับ MUJI และ แมวบิน นักจัดระเบียบบ้าน [PR News] https://thestandard.co/life/muji-meawbin-living-quality/ Sun, 07 Dec 2025 10:28:22 +0000 https://thestandard.co/?p=1151091 จัดบ้าน จัดใจ สร้าง ‘Living Quality’ ที่ดี กับ MUJI และ แมวบิน นักจัดระเบียบบ้าน 1

การสร้าง Living Quality หรือคุณภาพชีวิตที่ดีคือ ‘การลงม […]

The post จัดบ้าน จัดใจ สร้าง ‘Living Quality’ ที่ดี กับ MUJI และ แมวบิน นักจัดระเบียบบ้าน [PR News] appeared first on THE STANDARD.

]]>
จัดบ้าน จัดใจ สร้าง ‘Living Quality’ ที่ดี กับ MUJI และ แมวบิน นักจัดระเบียบบ้าน 1

การสร้าง Living Quality หรือคุณภาพชีวิตที่ดีคือ ‘การลงมือสร้างสรรค์คุณภาพชีวิตที่จับต้องได้’ ที่เริ่มต้นจาก ‘บ้านที่อยู่ดี’ จนนำไปสู่ ‘ชีวิตที่ดีที่ลงตัว’ อย่างแท้จริง

 

 

งานวิจัยด้านจิตวิทยาสิ่งแวดล้อม (Environmental Psychology) ระบุว่า ‘บ้านที่เป็นระเบียบ’ ส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพชีวิต ทั้งทางร่างกายและจิตใจลดความเครียดและเพิ่มความสงบในจิตใจเพิ่มสมาธิและความสามารถในการโฟกัส ช่วยประหยัดเวลาและลดแรงเสียดทานในชีวิตประจำวัน ส่งเสริมสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี

 

จัดบ้าน จัดใจ สร้าง ‘Living Quality’ ที่ดี กับ MUJI และ แมวบิน นักจัดระเบียบบ้าน 3

 

บ้านถูกจัดเก็บอย่างเป็นระบบไม่เพียงสร้างพื้นที่แห่ง สมาธิ ความสงบ และ แรงบันดาลใจ และยังคืนอิสระให้คุณได้ใช้ชีวิตในแบบที่คุณเลือกได้อย่างสมบูรณ์ เพราะเมื่อคุณ ‘จัดระเบียบบ้านได้’ คุณก็สามารถ ‘จัดระเบียบชีวิต’ ได้เช่นกัน

 

จัดบ้าน จัดใจ สร้าง ‘Living Quality’ ที่ดี กับ MUJI และ แมวบิน นักจัดระเบียบบ้าน 4

 

เพราะ ‘บ้านที่ดีไม่ใช่เพียงที่อยู่อาศัย แต่เป็นพื้นที่ให้คนได้ใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพ ในแบบที่เขาเลือกได้เอง’

 

AP Thailand ในฐานะผู้นำด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่ยึดแนวคิด Empower Living เพื่อสร้างพื้นที่ให้ผู้คนเลือกใช้ชีวิตได้ในแบบของตนเอง บนความเชื่อที่ว่า ‘คุณภาพชีวิตที่ดี เริ่มต้นจากพื้นที่ที่ดี’ จับมือกับ MUJI แบรนด์ที่เข้าใจวิถีชีวิตเรียบง่ายอย่างลึกซึ้งผ่านการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่เน้น ‘ฟังก์ชันที่แท้จริง’ เพื่อให้การจัดเก็บและใช้ชีวิตในบ้านเป็นไปอย่างกลมกลืน และ ‘อิม แมวบิน’ เจ้าของเพจ แมวบิน จัดบ้านจัดใจ ร่วมกัน ‘สร้างพื้นที่ที่เก็บได้มากกว่าของใช้ แต่คือ การจัดระเบียบชีวิตให้ดีขึ้นในทุกวัน’

 

จัดบ้าน จัดใจ สร้าง ‘Living Quality’ ที่ดี กับ MUJI และ แมวบิน นักจัดระเบียบบ้าน 5

 

ผ่านคอลเลกชันของใช้ในบ้านและระบบจัดเก็บของ MUJI เช่น กล่องเก็บของ ชั้นวางของปรับระดับ ตะกร้าเก็บผ้า และถุงสูญญากาศ เพื่อให้ทุกพื้นที่ในบ้านถูกใช้ได้อย่างเต็มศักยภาพ ซึ่งผลิตภัณฑ์เหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งที่คัดสรรมาเพื่อเติมเต็มแนวคิด Living Quality ให้เกิดขึ้นจริงในทุกตารางเมตร

 

จัดบ้าน จัดใจ สร้าง ‘Living Quality’ ที่ดี กับ MUJI และ แมวบิน นักจัดระเบียบบ้าน 6

 

เพราะ ‘บ้านที่จัดดี คือชีวิตที่ลงตัว’ อิม แมวบิน จึงนำประสบการณ์การจัดบ้านพร้อมแนะนำทิปส์ “คัดของ–ลดของ–จัดความคิด” ด้วยแนวคิดการจัดบ้านคือการจัดใจ “เพราะบ้านที่ดีเริ่มจากเป็นบ้านที่เราใช้ได้จริง”

 

จัดบ้าน จัดใจ สร้าง ‘Living Quality’ ที่ดี กับ MUJI และ แมวบิน นักจัดระเบียบบ้าน 7

 

การจัดระเบียบบ้านจึงเหมือนเป็นจุดเริ่มต้นของการมี Living Quality ที่ทำให้เราใช้ชีวิตอย่างมีสติ และนำไปสู่ความยั่งยืนตั้งแต่ที่พักอาศัย

The post จัดบ้าน จัดใจ สร้าง ‘Living Quality’ ที่ดี กับ MUJI และ แมวบิน นักจัดระเบียบบ้าน [PR News] appeared first on THE STANDARD.

]]>
Oyster & Things ร้านที่ช่วยเติมพร็อพให้กับบ้านต้อนรับช่วงเวลา Festive https://thestandard.co/life/oyster-things/ Tue, 18 Nov 2025 04:00:51 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1135107 Oyster & Things

Oyster & Things ร้านที่ช่วยเติมพร็อพให้กับบ้านต้อนร […]

The post Oyster & Things ร้านที่ช่วยเติมพร็อพให้กับบ้านต้อนรับช่วงเวลา Festive appeared first on THE STANDARD.

]]>
Oyster & Things

Oyster & Things ร้านที่ช่วยเติมพร็อพให้กับบ้านต้อนรับช่วงเวลา festive

 

เมื่อเข้าสู่ช่วงปลายปี บรรยากาศรอบตัวก็เริ่มเติมไปด้วยความอบอุ่นและกลิ่นอายของการเฉลิมฉลอง หลายคนอาจกำลังมองหาวิธีเติมความสดใสให้บ้านดูมีชีวิตชีวามากขึ้น การหาพร็อพหรือของตกแต่งเล็ก ๆ น้อย ๆ มาเสริมบรรยากาศให้ดู festive ก็เป็นอีกไอเดียที่น่าสนใจ วันนี้เลยอยากพาทุกคนไปรู้จักกับ Oyster & Things ร้านของแต่งบ้านสุดน่ารักในซอยสุขุมวิท 36 ที่เต็มไปด้วยของกระจุกกระจิกสไตล์วินเทจ เหมาะสำหรับคนที่อยากแต่งบ้านให้ดูอบอุ่นและมีเอกลักษณ์

 

Oyster & Things สุขุมวิท 36 ร้านของแต่งบ้านวินเทจ Oyster & Things สุขุมวิท 36 ร้านของแต่งบ้านวินเทจ Oyster & Things สุขุมวิท 36 ร้านของแต่งบ้านวินเทจ Oyster & Things สุขุมวิท 36 ร้านของแต่งบ้านวินเทจ Oyster & Things สุขุมวิท 36 ร้านของแต่งบ้านวินเทจ

 

ภายในร้าน Oyster & Things จะให้ความรู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปในบ้านยุโรปเล็ก ๆ ที่เต็มไปด้วยของใช้และของตกแต่งที่ผ่านการคัดสรรมาเป็นอย่างดี ทั้งเครื่องครัว แก้ว ของกระจุกกระจิกแนวโทนอบอุ่นน่ารัก ไปจนถึงของตกแต่งที่เข้ากับช่วงเทศกาลได้อย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นจานชามลายหอย แก้วไวน์ หรือโคมไฟช่วยสร้างบรรยากาศอบอุ่นให้กับบ้าน แต่ละชิ้นถูกจัดวางให้รู้สึกมองไปทางไหนก็น่ารักไปหมด จนอยากหยิบกลับบ้านทุกอย่าง เหมาะมากสำหรับใครที่อยากเพิ่มเสน่ห์เล็ก ๆ ให้มุมบ้านในช่วงสิ้นปีนี้

 

Oyster & Things สุขุมวิท 36 ร้านของแต่งบ้านวินเทจ Oyster & Things สุขุมวิท 36 ร้านของแต่งบ้านวินเทจ Oyster & Things สุขุมวิท 36 ร้านของแต่งบ้านวินเทจ

 

Oyster & Things

Open: เวลา 10.00-16.00 น. หยุดวันจันทร์

Address: สุขุมวิท 36

Map: https://maps.app.goo.gl/evV5dYvQNeHJd8vBA

 

 

The post Oyster & Things ร้านที่ช่วยเติมพร็อพให้กับบ้านต้อนรับช่วงเวลา Festive appeared first on THE STANDARD.

]]>
ส่องแผน MRDIYT หุ้นไอพีโอใหญ่สุดรอบ 3 ปี ธุรกิจเติบโตยังไงต่อ https://thestandard.co/mrdiyt-biggest-ipo-in-3-years/ Tue, 04 Nov 2025 08:27:30 +0000 https://thestandard.co/?p=1139616

สถานการณ์ IPO ในตลาดหุ้นไทย เรียกว่าเกือบหลับแต่กลับมาไ […]

The post ส่องแผน MRDIYT หุ้นไอพีโอใหญ่สุดรอบ 3 ปี ธุรกิจเติบโตยังไงต่อ appeared first on THE STANDARD.

]]>

สถานการณ์ IPO ในตลาดหุ้นไทย เรียกว่าเกือบหลับแต่กลับมาได้ แม้ครึ่งแรกของปี 2568 จะมีหุ้นเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ เพียง 5 บริษัท รวมมูลค่าระดมทุน 1,150 ล้านบาท ต่ำกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ครึ่งปีหลังเรียกว่า ร้อนแรงเกินคาด มีหุ้นต่อคิวเข้าเทรดไปแล้วกว่า 8 ตัว โดยบางตัว ปัจจุบันราคาพุ่งถึง 200% จากราคาเสนอขาย

 

ล่าสุดก็ใกล้ถึงคิวของหุ้น MRDIYT จาก MR.D.I.Y พี่ใหญ่ร้านค้าปลีกอุปกรณ์ ตกแต่งบ้าน และสินค้าไลฟ์สไตล์ทั่วไป ขวัญใจคนงบน้อย ที่เตรียมเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ครั้งแรก 5 พ.ย.นี้ โดยเตรียมเสนอขาย IPO รวมไม่เกิน 655,000,000 หุ้น ที่ราคาจองซื้อ 8.30-8.60 บาทต่อหุ้น มูลค่าระดมทุน 5,600 ล้านบาท นับเป็นหุ้น IPO ที่มีมูลค่าตลาดสูงสุดในรอบ 3 ปี

 

ทั้งนี้ นักลงทุนให้การจับตามองอย่างมาก เพราะบริษัท มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. โฮลดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เป็นธุรกิจสัญชาติ มาเลเซีย ที่ทำธุรกิจในไทยมานานกว่า 9 ปี (ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2559) ทำให้ปัจจุบัน เป็นผู้นำตลาดที่เติบโตเร็วที่สุดในประเทศไทย ด้วยส่วนแบ่งตลาดที่ 9% มีร้านค้ามากกว่า 1,000 สาขา ทั้งสาขาในห้างและ Standalone ครอบคลุม 77 จังหวัด โดยยึดมั่นพันธกิจ Always Low Price ตอบโจทย์ความต้องการ ที่หลากหลายของลูกค้าด้วยสินค้าราคาถูกคุ้มเสมอ

 

THE STANDARD WEALTH พาส่องแผนธุรกิจ MRDIYT เติบโตอย่างไรต่อ หลัง IPO แล้ว

 

ส่องแผน MRDIYT หุ้นไอพีโอใหญ่สุดรอบ 3 ปี ธุรกิจเติบโตยังไงต่อ 2

 

ภาพประกอบ: ณัฏฐ์กานต์ ดวงมาตย์พล

The post ส่องแผน MRDIYT หุ้นไอพีโอใหญ่สุดรอบ 3 ปี ธุรกิจเติบโตยังไงต่อ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชวนแต่งบ้านรับฮาโลวีน สนุกได้ไม่ต้องออกจากบ้าน https://thestandard.co/life/halloween-home-decor-party/ Sat, 18 Oct 2025 01:00:23 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1132042 halloween-home-decor-party

ชวนแต่งบ้านรับฮาโลวีน สนุกได้ไม่ต้องออกจากบ้าน   ท […]

The post ชวนแต่งบ้านรับฮาโลวีน สนุกได้ไม่ต้องออกจากบ้าน appeared first on THE STANDARD.

]]>
halloween-home-decor-party

ชวนแต่งบ้านรับฮาโลวีน สนุกได้ไม่ต้องออกจากบ้าน

 

ทุกปีพอถึงช่วงปลายเดือนตุลาคม หลายคนอาจคุ้นกับการแต่งตัวแฟนซีออกไปเที่ยว แต่ปีนี้ลองเปลี่ยนบรรยากาศมาสนุกที่บ้านกันดูไหม? แค่จัดมุมเล็ก ๆ แต่งบ้านให้เข้าธีม ก็สามารถชวนเพื่อนหรือครอบครัวมาปาร์ตี้กันได้แบบอบอุ่น สนุก และมีกลิ่นอายฮาโลวีนเต็มขั้น เริ่มต้นง่าย ๆ ด้วยการเลือกธีมการตกแต่งที่เหมาะกับสไตล์ของคุณ เพราะแต่ละธีมให้อารมณ์ต่างกัน ทั้งสนุก หลอน หรือหรูหราได้ในบ้านเดียวกัน

 

ชวนแต่งบ้านรับฮาโลวีน 2025

 

Spooky-but-Cute หลอนแบบละมุน

 

ธีมนี้เหมาะกับครอบครัวหรือใครที่อยากได้บรรยากาศน่ารัก สดใส มากกว่าหลอนจริงจัง ใช้โทนสีส้มพีช ชมพู ม่วงอ่อน และขาว ผสมกับพร็อพน่ารัก ๆ อย่างฟักทองยิ้ม ผีตัวจิ๋ว หรือป้ายไม้ “BOO!” เพิ่มไฟเชือกสีอบอุ่นหรือไฟดาวเล็ก ๆ ก็ได้บรรยากาศฮาโลวีนที่ดูละมุนและอบอุ่นในเวลาเดียวกัน

 

ชวนแต่งบ้านรับฮาโลวีน 2025

 

Haunted Garden สวนผีแห่งความทรงจำ

 

สำหรับสายธรรมชาติ ลองเนรมิตมุมบ้านหรือระเบียงให้กลายเป็นสวนลึกลับ ใช้ของตกแต่งจากธรรมชาติอย่างใบไม้แห้ง กิ่งไม้ ฟักทองสีครีมและน้ำตาลทอง เติมแสงไฟโทนอุ่นในโคมเหล็กหรือเทียนปลอม จะได้ความรู้สึกโบฮีเมียนนุ่ม ๆ ที่ทั้งอบอุ่นและมีกลิ่นอายความลึกลับ

 

ชวนแต่งบ้านรับฮาโลวีน 2025

 

Classic Movie Night คืนดูหนังผีสุดคลาสสิก

 

อีกไอเดียง่าย ๆ สำหรับปาร์ตี้กับเพื่อน คือเปลี่ยนห้องนั่งเล่นให้กลายเป็นโรงหนังฮาโลวีน เพียงตั้งโปรเจ็กเตอร์ เปิดหนังผีคลาสสิก ตกแต่งด้วยโปสเตอร์หนังเก่า หมอนโทนเข้ม และถังป็อปคอร์นสีส้ม ก็ได้บรรยากาศชิล ๆ ที่พร้อมทั้งความสนุกและเสียงหัวเราะ

 

ชวนแต่งบ้านรับฮาโลวีน 2025

 

Gothic Glam ลึกลับแต่หรูหรา

 

ถ้าคุณอยากให้บ้านดูมีเสน่ห์แบบคฤหาสน์ยุโรปเก่า ๆ ธีมนี้คือตัวเลือกที่ใช่ ใช้โทนสีดำ ม่วงเข้ม และทองแดง ตกแต่งด้วยเชิงเทียนสูง ผ้ากำมะหยี่ หรือดอกไม้แห้งสีเข้ม เพิ่มไฟสลัวและเสียงเพลงเบา ๆ ก็จะได้บรรยากาศโกธิคหรูที่เหมาะกับดินเนอร์ไวน์หรือปาร์ตี้ผู้ใหญ่สุดเก๋

The post ชวนแต่งบ้านรับฮาโลวีน สนุกได้ไม่ต้องออกจากบ้าน appeared first on THE STANDARD.

]]>
Crystal Home เปิดตัว THG Paris และ Composit ด้วยคอนเซปต์ Art Salon ให้ศิลปะอยู่ในทุกมุมของบ้านคุณ https://thestandard.co/life/crystal-home-thg-paris-composit-hollywood-to-home/ Wed, 01 Oct 2025 09:43:39 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1124676 crystal-home-thg-paris-composit-hollywood-to-home

Crystal Home เปิดตัว THG Paris และ Composit ด้วยคอนเซปต […]

The post Crystal Home เปิดตัว THG Paris และ Composit ด้วยคอนเซปต์ Art Salon ให้ศิลปะอยู่ในทุกมุมของบ้านคุณ appeared first on THE STANDARD.

]]>
crystal-home-thg-paris-composit-hollywood-to-home

Crystal Home เปิดตัว THG Paris และ Composit ด้วยคอนเซปต์ The Craft of Living Salon – An Unveiling Design You Can Feel ให้ศิลปะอยู่ในทุกมุมของบ้านคุณ

 

ในยุคที่การตกแต่งบ้านไม่ได้คำนึงถึงแค่การใช้งาน หรือ ความสวยงามเพียงเท่านั้น แต่ยังเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่สามารถบ่งบอกไลฟ์สไตล์ ความชอบ และรสนิยมของเจ้าของบ้านได้ คนดังหลายๆ คนหรือพวกดาราฮอลลีวูดที่มีไลฟ์สไตล์ ความชอบที่ชัดเจนก็มักจะแสดงความชอบนั้นออกมาทางการแต่งบ้าน คุณเองก็ทำแบบนั้นได้เช่นกัน โดยสามารถนำแรงบันดาลใจ ไลฟ์สไตล์ และรสนิยมแบบคนดังระดับโลก มาถ่ายทอดไว้ในพื้นที่ที่ใกล้ตัวที่สุดอย่างบ้าน เพราะการตกแต่งบ้านไม่เพียงคำนึงถึงความสวยงาม แต่ยังเป็นการสะท้อนตัวตนผ่านสิ่งของที่เลือกสรร และยกระดับทุกมุมให้มีสไตล์แบบ “Hollywood to Home”

 

และวันนี้เราอยากพาทุกคนมาทำความรู้จักกับสองแบรนด์ที่จะช่วยเติมสไตล์ให้บ้านของคุณไม่เหมือนใคร อย่าง THG Paris และ Composit

 

Crystal Home

 

THG Paris เป็นแบรนด์ก๊อกน้ำจากฝรั่งเศส ที่มีจุดเด่นด้านการเปลี่ยนของใช้ธรรมดา ให้กลายเป็นเหมือนงานศิลปะ ที่คุณสามารถสัมผัสแล้วใช้งานมันได้ทุกวัน แบรนด์นี้เป็นที่นิยมใช้กันในวิลล่าระดับ ultra luxury, เรือซูเปอร์ยอชต์ และโรงแรมหรูระดับโลก อย่าง Cheval Blanc Paris, Cheval Blanc Courchevel, Four Seasons George V, Four Seasons Dubai, La Mamounia Marrakech และ Claridges’ London เป็นเหมือนตัวเลือกสำหรับโรงแรมที่ต้องการมากกว่าแค่ดีไซน์สวยงาม แต่ต้องการเพิ่มความ iconic ให้กับโครงการด้วย

 

Crystal Home

 

ส่วน Composit คือแบรนด์ชั้นนำจากอิตาลีที่ผลิตตู้ Built-in ในห้องต่างๆ อย่างห้องครัว หรือห้องแต่งตัว โดยจุดเด่นเน้นงานประกอบที่เนี้ยบ ประณีต แต่ปรับแต่งให้เข้ากับพื้นที่ห้องของคุณได้อย่างลงตัว แบรนด์นี้มักถูกเลือกใช้ในบ้านหรูระดับ 40 ล้านเหรียญใน Beverly Hills, Hollywood Hills, New York และ London เพราะเจ้าของบ้านระดับนี้ต้องการบ้านที่สะท้อนรสนิยมและการใช้ชีวิตของเขาจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นการจัดปาร์ตี้กับเพื่อนฝูงหรือเปิดบ้านต้อนรับแขกคนสำคัญ ครัวและตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่ที่ปรับแต่งได้ตามความต้องการจึงตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์นี้ในทุกมิติ

 

 

และวันนี้ Crystal Home ได้เปิดตัวแบรนด์ THG Paris และ Composit อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ภายใต้คอนเซปต์ “The Craft of Living Salon – An Unveiling of Design You Can Feel” จัดพื้นที่โชว์รูมในรูปแบบ Art Salon เปิดโอกาสให้ทุกคนมีประสบการณ์ร่วมกับแบรนด์ทั้งสองผ่านประสาทสัมผัส ทั้งการสัมผัสสินค้าจริง การดู การฟัง การชิม และการดมกลิ่น พร้อมชวนคอมมิวนิตีคนรักงานอาร์ตและนักออกแบบมาร่วมแบ่งปันแรงบันดาลใจด้านศิลปะและการใช้ชีวิต ซึ่งเราได้มีโอกาสไปชมงานครั้งนี้มาด้วย และอยากพาทุกคนไปส่องบรรยากาศว่ามีจุดไหนบ้างที่ไม่ควรพลาด

 

Crystal Home Crystal Home Crystal Home Crystal Home Crystal Home Crystal Home Crystal Home Crystal Home Crystal Home Crystal Home

 

Immersive Experiences: ZOOM Photo Exhibition

 

คอลเลกชัน ZOOM จาก THG Paris ได้แรงบันดาลใจจากเลนส์กล้อง ถ่ายทอดผ่านดีไซน์ก๊อกน้ำและอุปกรณ์สุดยูนีค และทาง Crystal Home ยังได้ร่วมกับคุณชัช ชัชวาล Leica Ambassador จัดนิทรรศการภาพถ่าย ถ่ายทอด passion ที่อยู่เบื้องหลังคอลเลกชันนี้

 

Crystal Home

 

Icon-X & Car Collector Lifestyle

 

Icon-X Collection ผลงานความร่วมมือระหว่าง THG Paris และ Studio F. A Porsche โดดเด่นด้วยดีไซน์ที่เฉียบคม และเปี่ยมด้วยพลัง และ Crystal Home ได้เชิญคุณเต้น สีหบุตร ชุมสาย ณ อยุธยา มาเล่าถึงมุมมองในฐานะนักสะสมรถยนต์ ที่ถ่ายทอดความสัมพันธ์ระหว่างดีไซน์กับรสนิยมอันพิถีพิถัน

 

Crystal Home

 

YOKO Design & Material You Can Feel

 

YOKO คอลเลกชันร่วมสมัยที่รองรับการ Mix & Match วัสดุได้หลากหลาย มอบความเรียบง่ายที่หรูหรา ภายในงานเปิดให้สัมผัสวัสดุจริง ทั้งหินอ่อน โลหะ และแก้ว สร้างดีไซน์ที่ unique ไม่ซ้ำใคร

 

Crystal Home

 

Club Saint-Germain Scent Collaboration

 

คอลเลกชัน Club Saint-Germain ได้แรงบันดาลใจจากย่านวัฒนธรรมปารีส ถ่ายทอดกลิ่นอายเรโทรอย่างร่วมสมัย งานนี้ได้ Ashram Scent มาสร้างกลิ่นพิเศษชวนให้นึกถึง Jazz bar ถ่ายทอดบรรยากาศกรุงปารีสในยุคทองอีกด้วย

 

Crystal Home

 

Mille Nuits Showcase

 

Mille Nuits คอลเลกชันใหม่ล่าสุดจาก THG Paris เปิดตัวครั้งแรกที่ Salone del Mobile มิลาน 2025 ผสานคริสตัลเจียระไน Baccarat กับรูปทรงไอคอนิก จัด showcase ครั้งแรกในประเทศไทย

 

Crystal Home

 

Live Cooking & Wine Pairing

 

ปิดท้ายงานด้วย Aperitivo Experience จากเชฟ Marco Avesani แห่ง La Bottega แขกได้ลิ้มรสอาหารอิตาเลียนจับคู่ไวน์ พร้อมสัมผัสการใช้งานครัว Composit อย่างลงตัว และนอกจากโซนห้องครัวแล้ว อีกมุมหนึ่งยังได้มีการจัดแสดงตัวอย่างตู้เสื้อผ้าที่ถูกปรับแต่งมาให้เข้ากับพื้นที่อย่างลงตัวอีกด้วย

 

Crystal Home Crystal Home

 

หากคุณอยากสัมผัสประสบการณ์ที่ผสานทั้งศิลปะ ดีไซน์ และการใช้ชีวิตเข้าด้วยกัน อยากให้ลองมาที่ Crystal Home Concept Store พื้นที่ซึ่งพาแบรนด์ระดับโลกอย่าง THG Paris และ Composit มาให้คุณได้ใกล้ชิดกว่าที่เคย มาร่วมค้นหาแรงบันดาลใจใหม่ ๆ และเติมสไตล์ไม่เหมือนใครให้กับบ้านของคุณได้แล้ววันนี้ ถึงวันที่ 19 ตุลาคม 2025 นิทรรศการจะจัดขึ้นที่ ชั้น 1 อาคาร D, Crystal Design Center (CDC)

 

สามารถชมข้อมูลผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมได้ที่

The post Crystal Home เปิดตัว THG Paris และ Composit ด้วยคอนเซปต์ Art Salon ให้ศิลปะอยู่ในทุกมุมของบ้านคุณ appeared first on THE STANDARD.

]]>
สร้างพื้นที่เพื่อหยุดพักและผ่อนคลายตามแนวคิด ‘Slow Living’ ผ่าน ‘aomori series’ เฟอร์นิเจอร์ไม้จริงสไตล์ ‘Japandi’ [Advertorial] https://thestandard.co/life/slow-living-aomori-series-japandi/ Wed, 13 Aug 2025 03:00:33 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1105157

ถ้าอยากใช้ชีวิตแบบ ‘Slow Life’ ลองเริ่มจากการเติมแต่งพื […]

The post สร้างพื้นที่เพื่อหยุดพักและผ่อนคลายตามแนวคิด ‘Slow Living’ ผ่าน ‘aomori series’ เฟอร์นิเจอร์ไม้จริงสไตล์ ‘Japandi’ [Advertorial] appeared first on THE STANDARD.

]]>

ถ้าอยากใช้ชีวิตแบบ ‘Slow Life’ ลองเริ่มจากการเติมแต่งพื้นที่ในบ้านด้วยแนวคิด ‘Slow Living’ ที่เป็นมากกว่าการใช้ชีวิตให้ช้าลง แต่คือการสร้าง ‘พื้นที่ที่สามารถหยุดนิ่ง ผ่อนคลายและเชื่อมโยงกับตัวเอง’ เพื่อให้เราได้ใช้ชีวิตอย่างมีสติในจังหวะที่ ‘พอดี’

 

Kim Burris นักจิตบำบัดและผู้ก่อตั้ง The Holistic Counseling Center มองว่า Slow Living คือการอยู่กับปัจจุบันโดยที่ยังเป็นตัวเอง คุณไม่จำเป็นต้องละทิ้งตัวตนเพื่อออกไปค้นหาความสุขหรือความสงบที่ไหน แค่มีความสุขกับสิ่งเล็กๆ รอบตัว เช่น อ่านหนังสือแทนการเล่นมือถือ หรือแค่นั่งนิ่งๆ จิบกาแฟยามเช้าบนโซฟาสัก 5 นาทีก่อนเริ่มวันใหม่

 

 

‘จังหวะชีวิตที่ช้าลง…เพื่อความสุขที่เพิ่มขึ้นกว่าเดิม’ จึงถูกนำมาเป็นแนวคิดในการรังสรรค์ ‘aomori seriesเฟอร์นิเจอร์ไม้จริง ออกแบบเพื่อให้คุณได้หยุดพัก ซีรีส์ล่าสุดของ ‘อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์’ Key Item ที่จะทำให้การสร้างพื้นที่เพื่อให้คุณ ‘ได้หยุดพัก’ สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น 

 

aomori series เฟอร์นิเจอร์ไม้จริงสไตล์ ‘Japandi’ ที่หลอมรวมความนุ่มนวล ผ่อนคลาย เป็นธรรมชาติแบบ ‘ญี่ปุ่น’ เข้ากับความทันสมัยของสไตล์ ‘สแกนดิเนเวียน’ ถ่ายทอดวิถีชีวิตเรียบง่าย สงบ ผ่านงานดีไซน์สไตล์โค้งมน ด้วยเทคนิคการดัดไม้อย่างประณีตเพื่อให้กลมกลืนไปกับรูปทรงเฟอร์นิเจอร์ สร้างความนุ่มนวลและผ่อนคลายให้กับทุกพื้นที่ อีกทั้งช่วยลดการกระแทกของมุมเฟอร์นิเจอร์แบบเดิมๆ

 

 

พูดได้เต็มปากว่า ‘aomori series’ เป็นซีรีส์ที่ใช้ไม้จริง โดยนำไม้ยางพาราธรรมชาติที่ไม่สามารถผลิตน้ำยางได้แล้วมาเป็นวัสดุหลักโดยไม่ขัดสี เพื่อยังคงลวดลายไม้ที่แท้จริงราวกับธรรมชาติเป็นผู้รังสรรค์งานศิลปะ ทำให้เฟอร์นิเจอร์แต่ละชิ้นมีเสน่ห์ในตัวมันเอง

 

ความพิเศษอีกอย่างของซีรีส์นี้ยังอยู่ที่ความ ‘ครบ’ ของไอเทมจัดเต็มทุกห้อง ไม่ว่าจะเป็นห้องนอน ห้องนั่งเล่น ห้องกินข้าว โต๊ะทำงานไปจนถึงโต๊ะคอนโซลที่สามารถจัดวางไว้มุมไหนของบ้านก็ลงตัว 

 

Bed room: พื้นที่ผ่อนคลายผสานฟังก์ชันเรียบง่าย

 

 

‘เตียงนอน’ ขนาด 6 ฟุต, 5 ฟุต และ 3.5 ฟุต ภายใต้รูปลักษณ์เรียบง่าย ดีไซน์ขอบโค้งให้ความรู้สึกผ่อนคลาย มาพร้อมฟังก์ชันที่ครบครัน ไม่ว่าจะเป็นชั้นเก็บของหัวเตียงและลิ้นชักด้านข้างขนาดใหญ่ 3 ลิ้นชัก เลือกได้ว่าจะติดตั้งฝั่งซ้ายหรือขวาตามพื้นที่ใช้งานจริง จับคู่กับ ‘โต๊ะข้างเตียง’ ไอเทมที่ช่วยเติมเต็มความผ่อนคลายทุกรายละเอียด ด้วยมือจับโค้งมนให้สัมผัสที่นุ่มนวล รวมถึงดีไซน์ขอบโค้งที่สอดรับไปกับโครงเตียง 

 

 

‘ตู้เสื้อผ้าบานสไลด์’ จุดเด่นอยู่ที่ราวแขวนเสื้อและกางเกงที่ทำจากวัสดุไม้ทั้งหมด โดยออกแบบให้กลมกลืนไปกับชิ้นไม้หลัก มาพร้อมกระจกนิรภัยลาย PIXEL เพิ่มความโปร่งโล่งให้กับพื้นที่

 

 

นอกจากพื้นที่จัดเก็บที่กว้างและความละมุนของขอบโค้งกระจก ‘โต๊ะเครื่องแป้ง’ ในซีรีส์นี้ ยังหยอดกิมมิกด้วยตะขอแขวนทั้งสองอันและปลั๊กไฟในตัว

 

 

‘ตู้ลิ้นชัก’ ขนาด 6 ลิ้นชัก และ 3 ลิ้นชัก ให้พื้นที่เก็บของภายในกว้าง จุของได้มาก และด้วยการดีไซน์ขอบโค้งมน รวมถึงมือจับที่เป็นเอกลักษณ์

 

Work Desk: มุมทำงานที่ให้ความรู้สึกสงบและมีโฟกัส

 

 

‘โต๊ะทำงาน’ เพิ่มความสงบให้มุมทำงานด้วยโต๊ะไม้จริงดีไซน์โค้งแบบญี่ปุ่น ผสานความโปร่งโล่งแบบสแกนดิเนเวียน เหมาะสำหรับคนที่ชอบความเรียบง่าย ที่มีอุปกรณ์ไม่เยอะ 

 

Living room: เริ่มต้นวันด้วยความสงบอย่างไม่เร่งรีบ

 

 

‘โซฟา’ ที่มีให้เลือกแบบ 1 ที่นั่ง 2 ที่นั่ง และ 3 ที่นั่ง มาพร้อมเบาะนั่งคุณภาพเยี่ยม หนา นุ่ม มีความยืดหยุ่น ชอบตรงที่เขาดีไซน์ระดับความสูงของโซฟาให้สอดรับกับสรีระของคนไทยแต่ยังคงกลิ่นอายงานดีไซน์แบบญี่ปุ่นเอาไว้อย่างครบถ้วน โครงโซฟาที่โค้งมนช่วยสร้างจังหวะชีวิตในแบบที่คุณต้องการได้อย่างดี

 

 

จะเลือกจับคู่ ‘โต๊ะข้าง’ กับโซฟาขนาด 1 ที่นั่ง หรือใช้เป็นมุมวางแจกันดอกไม้หรือของแต่งห้องเก๋ๆ ก็ได้ทั้งนั้น แต่แนะนำให้แมทช์ ‘โต๊ะกลาง’ กับโซฟาขนาด 2 หรือ 3 ที่นั่ง ความโค้งมนของโต๊ะที่ได้กระจกนิรภัยลาย PIXEL มาเข้าคู่ รวมถึงฟังก์ชันลิ้นชักเก็บของจะยิ่งทำให้พื้นที่ห้องนั่งเล่นของคุณสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น

 

  

ห้องนั่งเล่นยังมีเฟอร์นิเจอร์เข้าเซต กิมมิกอยู่ที่หน้าบานติดตั้งระบบปิดแบบ Soft-close 

 

 

‘ตู้ไซด์บอร์ด’ ไอเทมเพิ่มพื้นที่เก็บของให้กับห้องนั่งเล่น หรือจะเลือกเป็น ‘ตู้เตี้ย’ และ ‘โต๊ะคอนโซล’ ฟังก์ชันการจัดเก็บที่สามารถจัดวางได้ทุกมุมบ้าน 

 

 

สำหรับ ‘ตู้เก็บของ’ ชั้นวางของ มีให้เลือกแบบบานกระจกและดีไซน์โปร่ง เหมาะสำหรับบ้านที่ต้องการเพิ่มพื้นที่จัดเก็บของเป็นสัดส่วน และชั้นวางแบบเปิดโล่ง สำหรับคนที่อยากโชว์ของ

 

Dining room: อิ่มสุขทุกมื้ออาหาร

 

 

ลวดลายไม้ธรรมชาติและการดีไซน์ที่สะอาดตาทำให้ ‘โต๊ะอาหาร’ กลายเป็นพื้นที่สร้างความสุขให้กับทุกมื้อ รูปแบบการวางโครงสร้างโต๊ะสไตล์ญี่ปุ่นสะท้อนความอ่อนโยนทว่าแข็งแกร่งได้อย่างดี มาพร้อม ‘เก้าอี้’ ที่มีเบาะนั่งนุ่ม

 

 

แต่ถ้าอยากให้พื้นที่ ‘Slow Living’ สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น ก็แค่หยิบจับของแต่งบ้านที่ทำจากวัสดุธรรมชาติหรือโทนสีขาว เทา เอิร์ธโทน มาจัดวาง อาทิ เบาะรองนั่ง โคมไฟ แจกัน นาฬิกาตั้งโต๊ะ หรือกรอบรูปไม้  

  

 

พิเศษ! สมาชิก JOY Member ช้อปสินค้า aomori series ครบ 15,000 บาทขึ้นไป รับฟรี ‘Pha-khao-ma’  มูลค่า 690 บาท ผ้าขาวม้าทอมือย้อมสีธรรมชาติ จากชุมชนจังหวัดน่าน ตัวแทนวิถีการใช้ชีวิตที่เรียบง่ายแต่งดงามของคนไทย ไอเทมน่ารักๆ ที่ช่วยเพิ่มความสนุกให้กับเฟอร์นิเจอร์สไตล์ Japandi 

 

ใครอยากเห็นและสัมผัสเฟอร์นิเจอร์ของ ‘aomori series’ แวะไปดูได้ที่ อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ ทุกสาขา หรือสั่งซื้อได้ที่ https://www.indexlivingmall.com

 

อ้างอิง:

The post สร้างพื้นที่เพื่อหยุดพักและผ่อนคลายตามแนวคิด ‘Slow Living’ ผ่าน ‘aomori series’ เฟอร์นิเจอร์ไม้จริงสไตล์ ‘Japandi’ [Advertorial] appeared first on THE STANDARD.

]]>
แต่งบ้านล้ำๆ ด้วยลุค Mid-Century Modern จากหนัง Fantastic Four https://thestandard.co/life/mid-century-modern-fantastic-four/ Wed, 06 Aug 2025 04:06:13 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1104205 Mid-Century Modern

แต่งบ้านล้ำๆ ด้วยลุค Mid-Century Modern จากหนัง Fantast […]

The post แต่งบ้านล้ำๆ ด้วยลุค Mid-Century Modern จากหนัง Fantastic Four appeared first on THE STANDARD.

]]>
Mid-Century Modern

แต่งบ้านล้ำๆ ด้วยลุค Mid-Century Modern จากหนัง Fantastic Four

 

ใครได้ชม Fantastic Four: First Steps แล้วคงสะดุดตากับดีไซน์บ้านของครอบครัวซูเปอร์ฮีโร่ ที่ไม่ได้ล้ำแค่พลัง แต่ยังล้ำในสไตล์การตกแต่ง หนังเรื่องนี้พาเราย้อนกลับไปในยุค 1960s ผ่านการตีความใหม่ในสไตล์ mid-century modern ผสมกลิ่นอาย retro-futuristic ได้อย่างมีเสน่ห์ ทุกองค์ประกอบของบ้านในเรื่องไม่ได้เน้นแค่ความสวยงาม แต่ยังสะท้อน “ความหวังแห่งอนาคต” และ “ความผูกพันของครอบครัว” ได้อย่างลงตัว

 

 

สิ่งที่ทำให้บ้านในเรื่องนี้ดูโดดเด่นคือองค์ประกอบคลาสสิกของ mid-century modern ที่ถูกดึงมาใช้อย่างร่วมสมัย ไม่ว่าจะเป็น เส้นสายโค้งมนพลิ้วไหว แบบ Organic form, รูปทรงเรขาคณิตที่เรียบแต่โดดเด่น, วัสดุที่ดูเงา มีสีสันที่ชัดเจน สื่อถึงความล้ำยุคและความใหม่

 

 

รวมถึงการจัดแปลนแบบ open plan ที่เปิดโล่งทั้งพื้นที่ครัว ห้องกินข้าว และห้องนั่งเล่นไว้ในพื้นที่เดียวเพื่อให้ทุกคนมองเห็นกัน และยังช่วยกระชับความสัมพันธ์ของคนในบ้าน อีกหนึ่งไฮไลต์ที่น่าจดจำคือมุมที่นั่งแบบลดระดับ ซึ่งออกแบบมาเพื่อกระตุ้นการพูดคุยแบบตัวต่อตัว ถือเป็นกิมมิกเล็กๆ ที่บอกอะไรได้มากถึงความใกล้ชิดและความเป็นมนุษย์ ท่ามกลางโลกที่ล้ำขึ้นทุกวัน

 

 

ภาพ: Mid-Century Home

The post แต่งบ้านล้ำๆ ด้วยลุค Mid-Century Modern จากหนัง Fantastic Four appeared first on THE STANDARD.

]]>
เมื่อชีวิตมาถึงจุดเปลี่ยน บ้านก็ควรเปลี่ยนตาม https://thestandard.co/life/life-changes-home-changes-too/ Wed, 16 Jul 2025 10:43:14 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1096799

เมื่อชีวิตมาถึงจุดเปลี่ยน บ้านก็ควรเปลี่ยนตาม   ใน […]

The post เมื่อชีวิตมาถึงจุดเปลี่ยน บ้านก็ควรเปลี่ยนตาม appeared first on THE STANDARD.

]]>

เมื่อชีวิตมาถึงจุดเปลี่ยน บ้านก็ควรเปลี่ยนตาม

 

ในยุคที่เราสื่อสารกันผ่านอีโมจิแค่รูปเดียว แต่กลับเข้าใจได้ทั้งความรู้สึก ความคิด และเจตนา มันก็สะท้อนบางอย่างได้ดีเหมือนกันว่า คนรุ่นใหม่ให้ความสำคัญกับการแสดงออกอย่างตรงจุดและรวดเร็ว เช่นเดียวกับการใช้ชีวิต ที่มักจะเปลี่ยนไปพร้อมๆ กับอารมณ์ ความสัมพันธ์ หรือเป้าหมายในแต่ละช่วง

 

จากคนโสดที่เคยอยู่เงียบๆ ก็อยากแชร์เวลาว่างกับใครสักคน จากคนมีคู่ก็เริ่มมองหาพื้นที่สำหรับลูกน้อย หรือบางคนแค่ต้องการเพื่อนให้น้องหมาเลิกเหงา ชีวิตเปลี่ยนไม่หยุด และทุกการเปลี่ยนแปลงมักตามมาด้วยคำถามว่า “บ้านยังใช่สำหรับเราอยู่ไหม?”

 

 

เพราะเมื่อไลฟ์สไตล์เปลี่ยน พื้นที่ใช้ชีวิตก็ควรเปลี่ยนตาม

 

เหมือนกับที่เราสื่อสารด้วยอีโมจิแทนข้อความยืดยาว คนรุ่นใหม่ก็เริ่มมองหาบ้านที่ตอบโจทย์ชีวิตได้แบบตรงจุด ไม่ต้องมากแต่ต้องใช่ ฟังก์ชันในบ้านที่เคยเพียงพอ อาจไม่ตอบโจทย์อีกต่อไปเมื่อบทบาทในชีวิตเพิ่มขึ้น ทั้งโฮมออฟฟิศที่แยกจากมุมพักผ่อน มุมเล็กๆ ที่กลายเป็นห้องนอนลูก หรือโซนสัตว์เลี้ยงที่ไม่รบกวนพื้นที่หลัก บ้านที่ดีควรยืดหยุ่นได้ เปลี่ยนตามความต้องการเหมือนที่เราเปลี่ยนการใช้ชีวิตในแต่ละช่วงเวลา

 

 

ไม่ว่าชีวิตคุณจะเปลี่ยนไปแค่ไหน AP ก็มีทาวน์โฮม & บ้านแฝด ที่พร้อมเปลี่ยนไปกับคุณ

 

ในโลกที่ผู้คนใช้แค่อีโมจิก็สามารถสื่อสารเรื่องใหญ่ได้ บ้านเองก็ไม่ควรซับซ้อน แต่ควรเข้าใจและปรับตามชีวิตคุณได้ง่ายๆ เช่นกัน AP มีทาวน์โฮมหลากหลายแบบ ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับทุกจังหวะชีวิต ไม่ว่าคุณจะอยู่คนเดียว อยู่เป็นคู่ หรือมีครอบครัวเล็ก ไลฟ์สไตล์คุณจะเปลี่ยนไปแค่ไหน บ้านก็พร้อมเปลี่ยนตามคุณทุกก้าว เพราะพื้นที่ที่ใช่ ไม่ได้แค่ “อยู่ได้” แต่ต้อง “อยู่แล้วเข้าใจ” เหมือนอีโมจิที่ถูกจังหวะในบทสนทนา

 

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://apthai.ly/TyLLq6 

The post เมื่อชีวิตมาถึงจุดเปลี่ยน บ้านก็ควรเปลี่ยนตาม appeared first on THE STANDARD.

]]>
เมื่อของดีไซน์สวย ไม่จำเป็นต้องทำร้ายโลก? เบื้องหลังนวัตกรรม ‘Waste to Value’ ฉบับ DECAAR by SCG ที่จับมือยักษ์ใหญ่ ปั้นมิติใหม่วัสดุตกแต่งภายนอกเพื่อโลกที่ยั่งยืน [ADVERTORIAL] https://thestandard.co/waste-to-value-decaar-by-scg/ Wed, 30 Apr 2025 08:00:13 +0000 https://thestandard.co/?p=1069246

โลกกำลังเผชิญความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมครั้งใหญ่ แต่ท่าม […]

The post เมื่อของดีไซน์สวย ไม่จำเป็นต้องทำร้ายโลก? เบื้องหลังนวัตกรรม ‘Waste to Value’ ฉบับ DECAAR by SCG ที่จับมือยักษ์ใหญ่ ปั้นมิติใหม่วัสดุตกแต่งภายนอกเพื่อโลกที่ยั่งยืน [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>

โลกกำลังเผชิญความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมครั้งใหญ่ แต่ท่ามกลางวิกฤตินี้เอง นวัตกรรมได้ถือกำเนิดขึ้น DECAAR by SCG กำลังพลิกโฉมวงการวัสดุตกแต่งภายนอก เมื่อ ‘Waste’ หรือของเสีย ไม่ใช่แค่สิ่งที่ไร้ค่ารอวันกำจัดอีกต่อไป

 

ภายใต้วิสัยทัศน์ ‘Greenovation for Better Living’ อันแน่วแน่ของธุรกิจ SCG Smart Living ที่มุ่งมั่นสร้างสังคม Net Zero ให้เติบโตอย่างยั่งยืน DECAAR คือ ฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนเป้าหมายนี้ให้เป็นจริงอย่างเป็นรูปธรรม ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ตกแต่งอาคารภายนอก

 

ด้วยการผสานนวัตกรรม ความมุ่งมั่น และพลังแห่งความร่วมมือ DECAAR กำลังเปลี่ยน ‘Waste’ ให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์สุดสร้างสรรค์ สวยงาม ทนทาน ตอบโจทย์ความต้องการของผู้คน และดูแลโลกใบนี้ไปพร้อมกัน

 

แคทลียา ชัยธนาวิสุทธ์, Outdoor Living Business Manager จาก DECAAR by SCG ฉายภาพจุดยืนนี้ว่า “ความยั่งยืนเป็นเรื่องของทุกคน เราในฐานะหนึ่งในผู้ผลิตวัสดุก่อสร้างและวัสดุตกแต่ง สามารถช่วยกันลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมได้ โดยเป็นจุดเล็กๆที่เริ่มต้นและก่อให้เกิดแรงกระเพื่อมในวงกว้างมากขึ้นในกลุ่มอุตสาหกรรมนี้ จนถึงความร่วมมือกันข้ามกลุ่มอุตสาหกรรม ตามวิสัยทัศน์ของ SCG และ Net Zero Roadmap ” นี่คือแรงผลักดันให้ DECAAR ต้อง ‘ลงมือทำ’ อย่างจริงจังและเป็นรูปธรรม

 

 

การดำเนินการเริ่มต้นตั้งแต่รากฐาน คือผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ DECAAR ต้องเป็นสินค้ากรีนด้วยฉลากรับรอง SCG Green Choice ซึ่งเป็นการ Self Declare ตามมาตรฐานสากล ISO 14021 และแสดงค่าคาร์บอนฟุตพรินต์ของผลิตภัณฑ์ ทุกชิ้นอย่างโปร่งใส ด้วยการรับรองจากหน่วยงานที่น่าเชื่อถืออย่าง องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ TGO และสถาบันระดับ International อย่าง EPD International

 

ไม่เพียงเท่านั้น DECAAR by SCG ยังมุ่งมั่นพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อให้ผลิตภัณฑ์มีอัตราการปล่อย CO2 ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอุตสาหกรรมเดียวกัน และลดลงอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ยังหันมาใช้พลังงานสะอาด เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ในทุกโรงงานผลิต ซึ่งมีแผนจะขยายการใช้งานให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น เพื่อลดการพึ่งพาพลังงานฟอสซิล

 

จาก ‘Waste’ สู่ ‘Value’: นวัตกรรมเพื่อโลก

 

หัวใจสำคัญที่สร้างความแตกต่างคือ การที่ DECAAR by SCG เป็น ‘รายแรก’ ในกลุ่มวัสดุตกแต่งอาคารภายนอก ที่บุกเบิกเส้นทางใหม่ ด้วยการนำ ‘Waste’ จากหลากหลายแหล่งที่มา ทั้งจากกระบวนการผลิตของตนเองและพันธมิตร มาชุบชีวิตสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับวัสดุตกแต่งบ้านและอาคาร 

 

กระบวนการนี้เต็มไปด้วยความท้าทาย ตั้งแต่การทำความเข้าใจคุณสมบัติที่แตกต่างกันของ Waste แต่ละชนิด การคัดแยกและเตรียมวัตถุดิบให้พร้อมใช้งาน การออกแบบสูตรผสมที่แม่นยำ ไปจนถึงการควบคุมกระบวนการผลิตให้ได้มาตรฐานสูงสุด

 

แคทลียา เน้นย้ำหลักการสำคัญว่า “การมี waste มาเป็นส่วนประกอบช่วยลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ แต่ก็มีความท้าทายด้านการบริหารซัพพลายเชนทั้งหมด เพื่อให้สินค้ารักษ์โลกมีราคาที่ไม่แพงจนเข้าถึงไม่ได้  สำคัญที่สุดคือ สินค้าต้องมีคุณสมบัติและการใช้งาน ตามมาตรฐานข้อกำหนด”

 

“ไม่ว่าจะเป็นความแข็งแรง ทนทาน และควรจะให้คุณสมบัติพิเศษอื่นๆ เพิ่มมากขึ้น หรือก่อให้เกิดดีไซน์ใหม่ๆ ขึ้นมา” นี่คือคำมั่นสัญญาที่ DECAAR by SCG มอบให้ ทำให้ผลิตภัณฑ์จาก Waste ไม่ใช่แค่ทางเลือกเชิงสัญลักษณ์ แต่เป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์การใช้งานจริง

 

 

ผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการนำ Waste มาใช้ ยังคงคุณสมบัติเด่นด้านความแข็งแกร่งทนทานเทียบเท่า หรือในบางกรณีอาจมีคุณสมบัติดีกว่าวัสดุแบบดั้งเดิมด้วยซ้ำ ตัวอย่างเช่น การพัฒนาที่ทำให้เกิดคุณสมบัติใหม่ๆ อย่างกระเบื้องปูพื้นรุ่น ‘คอมฟอร์ท’ ที่ผสมเปลือกไข่ ผสานเทคโนโลยี HeatSync ทำให้อุณหภูมิที่ผิวกระเบื้องปูพื้นลดลงได้เร็วขึ้น โดยอาศัยหลักการถ่ายเทความร้อน (Heat Transfer) ที่ทำงานประสานกันอย่างเหมาะสม ทั้งการนำความร้อน (Heat Conduction) การพาความร้อน (Heat Convection) และการแผ่รังสีความร้อน (Heat Radiation) 

 

ข้อได้เปรียบเชิงประจักษ์ของผลิตภัณฑ์เหล่านี้คือมิติด้านความยั่งยืน ช่วยลดปริมาณขยะที่ต้องนำไปฝังกลบ ลดมลภาวะที่เกิดจากการกำจัดขยะ ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สู่บรรยากาศ ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยสำคัญในการช่วยบรรเทาภาวะโลกร้อน

 

DECAAR by SCG ทลายกำแพงความคิดที่ว่า ‘ของกรีนต้องแพง’ ด้วยการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพตลอดห่วงโซ่อุปทาน ทำให้ผลิตภัณฑ์เพื่อความยั่งยืนเหล่านี้ มี ‘ราคาที่เข้าถึงได้’ เปิดโอกาสให้ทุกคนสามารถเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงได้ง่ายขึ้น

 

‘Ecosystem’ แห่งความยั่งยืน: จับมือพันธมิตร สร้างแรงกระเพื่อมที่ยิ่งใหญ่

 

ความสำเร็จในการสร้างความยั่งยืน ต้องอาศัยพลังความร่วมมือ DECAAR by SCG ไม่ได้มองว่าตนเองเป็นเพียงองค์กรเดี่ยว แต่วางบทบาทเป็นศูนย์กลางของ ‘Ecosystem’ ที่เชื่อมโยงพลังของพันธมิตรทางธุรกิจ ชุมชน และผู้บริโภคที่มีเป้าหมายเดียวกัน

 

แคทลียา กล่าวถึงพลังแห่งความร่วมมือว่า “เรามีพันธมิตรทางธุรกิจที่ดี และมีจุดร่วมคล้ายๆ กัน เรามองว่า DECAAR by SCG ไม่ใช่แค่องค์กร แต่เป็นอีโคซิสเต็มที่จะสามารถจับมือกับพันธมิตรทางธุรกิจในเรื่องนี้ได้”

 

 

ความร่วมมือที่เกิดขึ้น ได้แปรเปลี่ยนแนวคิดให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้งานได้จริง สร้างผลกระทบเชิงบวกอย่างเป็นรูปธรรม อาทิ:

 

  • DECAAR by SCG x PTT Station และ คาเฟ่ อเมซอน: เปลี่ยนฟอยล์บรรจุภัณฑ์เมล็ดกาแฟ และเศษแก้วจากชุมชน เป็นกระเบื้องซีเมนต์ปูพื้น ดีไซน์เก๋รุ่น Serena Blink ทดลองใช้ในโซนรีเทลที่ปั๊ม PTT พร้อมนำกากกาแฟมาสร้างสรรค์เป็นผนังตกแต่งมีสไตล์รุ่น Modeena Coff ใช้จริงในร้านคาเฟ่ อเมซอน 

 

  • DECAAR by SCG x แสนสิริ: แปรสภาพเศษกระเบื้องหลังคาเหลือใช้จากหน้างานก่อสร้าง และเศษแก้วจากชุมชน ให้กลายเป็นกระเบื้องซีเมนต์ปูพื้นดีไซน์โมเดิร์นรุ่น Ventola Glimmer และผนังตกแต่ง รุ่น Modish-U ตาม mission ของแสนสิริในการเป็น NET-ZERO HOME ช่วยให้โครงการบ้านของแสนสิริมีความยั่งยืนมากขึ้น

 

  • DECAAR by SCG x CPF: ด้วยการสนับสนุนเปลือกไข่ไก่บดอัดจาก CPF นำมาสร้างคุณสมบัติใหม่ ภายใต้เทคโนโลยี ‘HeatSync’ ที่ใช้หลักการถ่ายเทความร้อน (Heat Transfer) ที่ทำงานประสานกันอย่างเหมาะสม ทั้งการนำความร้อน (Heat Conduction) การพาความร้อน (Heat Convection) และการแผ่รังสีความร้อน (Heat Radiation) พัฒนาเป็นกระเบื้องปูพื้นรุ่นคอมฟอร์ท ที่ไม่เพียงมีรูปลักษณ์สวยงาม แต่ยังดึงความร้อนออกจากกระเบื้อง ทำให้อุณหภูมิที่ผิวกระเบื้องลดลงได้เร็วขึ้น เพิ่มความสบายให้พื้นที่

 

  • DECAAR by SCG x A49 และ A110: ความร่วมมือกับบริษัทสถาปนิกชั้นนำ นำกระเบื้องปูพื้นที่มีส่วนผสมจากเศษกระจกและแก้วจากชุมชน ไปร่วมจัดแสดงในงานระดับโลกอย่าง Osaka Expo 2025 ในส่วนของ Thailand Pavilion เพื่อแสดงศักยภาพด้านการออกแบบเพื่อความยั่งยืนของไทย

 

โครงการเหล่านี้คือตัวอย่างที่ชัดเจนของการสร้าง ‘Value’ จาก ‘Waste’ ผ่านพลังแห่งความร่วมมือ ก่อให้เกิดแรงกระเพื่อมที่ส่งผลดีต่อทั้งสิ่งแวดล้อม สังคม และเศรษฐกิจหมุนเวียน

 

เดินหน้าสู่อนาคต: นวัตกรรมที่ไม่หยุดยั้ง และเป้าหมายที่ไกลกว่า

 

สำหรับก้าวต่อไป DECAAR by SCG วางเรื่องความยั่งยืน (Sustainable) เป็น ‘เกณฑ์หลัก’ ในการสร้างสรรค์และพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ทุกชิ้น ควบคู่ไปกับการดูแลสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี (Well-being) ของผู้ใช้งาน

 

 

DECAAR by SCG คาดหวังว่าการริเริ่มเหล่านี้ จะเป็นการ ‘จุดประกายความคิดเล็กๆ’ ที่ทำให้ทั้งผู้บริโภค เจ้าของบ้าน และผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ได้ตระหนักว่า เราทุกคน ‘สามารถเลือกเพื่อโลกของเราได้’ โดยไม่ต้องประนีประนอมกับความสวยงามหรือฟังก์ชันการใช้งาน

 

เป้าหมายคือการสร้างการรับรู้ว่า ความสวยงาม นวัตกรรม และความยั่งยืน สามารถเดินควบคู่กันไปได้อย่างลงตัว และผลักดันให้การคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม กลายเป็นหนึ่งใน ‘เกณฑ์สำคัญ’ ของการตัดสินใจเลือกใช้วัสดุตกแต่งอาคารในอนาคต

 

ยิ่งไปกว่านั้น วิสัยทัศน์ของ DECAAR by SCG ไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (GREEN) แต่ยังมองไปถึงการสร้าง ‘คุณสมบัติใหม่ๆ’ (Feature) และการส่งมอบ ‘ความปลอดภัย’ ผ่านระบบการติดตั้งวัสดุตกแต่งฟาซาดและระบบรั้ว ที่ถูกพัฒนาให้รองรับสภาวะอากาศที่แปรปรวนและรุนแรงขึ้นจากภาวะโลกร้อน เช่น แรงลมหรือการสั่นไหว เพื่อสร้างความปลอดภัยสูงสุด ลดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของผู้ใช้งาน

 

 

นอกจากนี้กลุ่มธุรกิจ SCG Smart Living ยังศึกษา วัสดุตกแต่งที่มาจากธรรมชาติ 100% โดยนำเสนอภายใต้แบรนด์ ‘VERDI’ นวัตกรรมไม้จริงคาร์บอนต่ำ (Low Carbon) ผลิตจากไผ่ ซึ่งไผ่เป็นวัสดุหมุนเวียนที่มีคุณสมบัติพิเศษในการดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ อายุการเก็บเกี่ยวน้อย อีกทั้งยังผ่านการพัฒนาด้วยเทคโนโลยีการผลิตขั้นสูง มีคุณสมบัติที่เหนือกว่าไม้จริงทั่วไป ทั้งความแข็งแรงทนทาน การต้านทานแมลงและปลวก คงไว้ซึ่งความสวยงามและสัมผัสของไม้จริงแท้ (Authentic Wood Touch) 

 

ทั้งหมดนี้คือความมุ่งมั่นที่จะก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้านวัสดุตกแต่งภายนอก ที่ส่งเสริมความยั่งยืนอย่างแท้จริงและครบวงจรในทุกมิติ ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และความปลอดภัยในการใช้งาน

 

เรื่องราวของ DECAAR by SCG ไม่ใช่แค่ความสำเร็จของแบรนด์ แต่คือบทพิสูจน์ว่านวัตกรรม ความกล้าที่จะแตกต่าง และความร่วมมือ สามารถขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไปสู่หนทางที่ยั่งยืนกว่าเดิมได้อย่างแท้จริง

 

นี่คือการจุดประกายความคิดให้ทั้งผู้บริโภค เจ้าของบ้าน และผู้พัฒนาฯ ได้ตระหนักว่า เราทุกคนสามารถเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับที่อยู่อาศัย พร้อมๆ กับการร่วมกันดูแลโลกใบนี้ให้สวยงาม น่าอยู่ และยั่งยืนสำหรับคนรุ่นต่อไป

The post เมื่อของดีไซน์สวย ไม่จำเป็นต้องทำร้ายโลก? เบื้องหลังนวัตกรรม ‘Waste to Value’ ฉบับ DECAAR by SCG ที่จับมือยักษ์ใหญ่ ปั้นมิติใหม่วัสดุตกแต่งภายนอกเพื่อโลกที่ยั่งยืน [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
เตรียมบ้านต้อนรับฤดูร้อนอย่างไรให้แอร์ไม่ต้องทำงานหนัก https://thestandard.co/life/prepare-home-for-summer/ Sat, 12 Apr 2025 00:00:01 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1059980 prepare-home-for-summer

เตรียมบ้าน ต้อนรับฤดูร้อนอย่างไรให้แอร์ไม่ต้องทำงานหนัก […]

The post เตรียมบ้านต้อนรับฤดูร้อนอย่างไรให้แอร์ไม่ต้องทำงานหนัก appeared first on THE STANDARD.

]]>
prepare-home-for-summer

เตรียมบ้าน ต้อนรับฤดูร้อนอย่างไรให้แอร์ไม่ต้องทำงานหนัก

ประเทศไทยก้าวเข้าสู่ฤดูร้อนอย่างเต็มรูปแบบ อุณหภูมิก็สูงขึ้นจนใช้ชีวิตลำบาก หลายคนเลือกจะเปิดแอร์อยู่ในบ้าน แต่เอาเข้าจริงบางทีอากาศก็ร้อนจัดจนแอร์แทบทำงานหนักตลอดเวลา ซึ่งจริงๆ แล้วเราสามารถทำให้บ้านเย็นลงได้โดยไม่ต้องพึ่งแอร์มากเกินไป ! เพียงแค่เลือกแต่งบ้านหรือจัดบ้านให้ถูกวิธี นอกจากช่วยให้บ้านอยู่สบายขึ้น ยังช่วยลดค่าไฟได้อีกด้วย ซึ่งวันนี้เราจะมาบอกเคล็ดลับในการเตรียมบ้านต้อนรับฤดูร้อนอย่างไรให้แอร์ไม่ต้องทำงานหนัก

 

เลือกผ้าม่านหรือมู่ลี่

 

เลือกผ้าม่านหรือมู่ลี่เพื่อช่วยกันความร้อน

 

สาเหตุแรกที่ทำให้บ้านร้อนน่าจะเริ่มต้นที่หน้าต่าง เพราะเป็นจุดที่รับความร้อนมากที่สุด หากเลือกใช้ผ้าม่านและมู่ลี่ให้เหมาะสม จะช่วยลดอุณหภูมิภายในบ้านได้ โดยแนะนำให้ใช้

 

  • ผ้าม่านแบบ Blackout ที่ช่วยสะท้อนความร้อนและป้องกันแสงแดด หรือ ผ้าม่านสองชั้น (ชั้นโปร่ง + ชั้นทึบ) ช่วยกรองแสงและกันร้อนได้ดีขึ้น
  • มู่ลี่ไม้หรือมู่ลี่อะลูมิเนียม สามารถปรับองศาให้รับลม แต่กันแดดได้
  • การติดฟิล์มกันร้อนหากบ้านมีหน้าต่างกระจกบานใหญ่

 

ทาสีใหม่

 

ทาสีใหม่เพื่อช่วยกันความร้อนที่ผนัง และติดฉนวนกันความร้อนที่หลังคา

 

สีของผนังบ้านทั้งภายนอกและภายใน มีผลต่อการดูดซับหรือสะท้อนความร้อน ซึ่งเราแนะนำให้เลือกใช้สีโทนอ่อนเพื่อช่วยให้บ้านเย็นขึ้น เช่น สีขาว / ครีม / ฟ้าอ่อน / เขียวอ่อน ช่วยสะท้อนความร้อนได้ดี แนะนำว่าควรเลือกใช้สีที่มีคุณสมบัติกันความร้อนและขั้นตอนสุดท้ายคือ การติด แผ่นฉนวนกันความร้อนบนหลังคา หรือใช้ ฝ้าเพดานแบบสะท้อนความร้อน จะช่วยให้บ้านเย็นขึ้นมาก

 

จัดวางเฟอร์นิเจอร์

 

จัดวางเฟอร์นิเจอร์ให้อากาศถ่ายเทดี

 

การจะช่วยลดอากาศที่ร้อนในบ้านได้หนึ่งขั้นตอนที่สำคัญที่เราต้องทำให้อากาศในห้องไหลเวียนอยู่เรื่อยๆ ซึ่งวิธีการทั้งหมดมีดังนี้

 

  • เปิดหน้าต่างให้มีช่องลมเข้าและออก เปิดหน้าต่างด้านหนึ่ง และเปิดประตูอีกด้านหนึ่งให้ลมไหลเวียน แนะนำติดตั้งพัดลมดูดอากาศในห้องที่อับ เช่น ห้องครัว ห้องน้ำ

จัดเฟอร์นิเจอร์ให้โปร่ง ไม่ขวางทางลม หลีกเลี่ยงการวาง ตู้ เตียง หรือโซฟาขนาดใหญ่ บังทางลมและใช้เฟอร์นิเจอร์แบบมีช่องว่าง เช่น โต๊ะขาโปร่ง เก้าอี้หวาย แทนที่จะใช้เฟอร์นิเจอร์แบบตัน

 

ใช้ธรรมชาติช่วยลดอุณหภูมิ

 

ใช้ธรรมชาติช่วยลดอุณหภูมิ

 

และสุดท้ายคือการใช้ธรรมชาติช่วยทำให้อุณหภูมิลดลง นั่นคือการปลูกต้นไม้ เพราะต้นไม้จะช่วยบังแดด แถมมอบอากาศบริสุทธิ์ให้กับเรา หรือถ้าอยากลดอุณหภูมิโดยตรง การมีบ่อน้ำหรือน้ำพุบริเวณหน้าบ้านหรือข้างบ้านก็ช่วยได้เช่นกัน เพราะไอน้ำจะทำให้อุณหภูมิต่ำลง

The post เตรียมบ้านต้อนรับฤดูร้อนอย่างไรให้แอร์ไม่ต้องทำงานหนัก appeared first on THE STANDARD.

]]>
จูน จิรภาส ศิลปินที่สร้างงานศิลปะจากการเก็บความทรงจำ https://thestandard.co/life/interview-with-june-jirapart/ Thu, 13 Feb 2025 08:00:45 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1036834

บ้านที่สวยคือบ้านที่อยู่แล้วอบอุ่นและไม่เบื่อ   กา […]

The post จูน จิรภาส ศิลปินที่สร้างงานศิลปะจากการเก็บความทรงจำ appeared first on THE STANDARD.

]]>

บ้านที่สวยคือบ้านที่อยู่แล้วอบอุ่นและไม่เบื่อ

 

การทำธุรกิจในยุคปัจจุบัน คำว่าแบรนดิ้งเป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบที่ควรมี เพื่อทำให้ธุรกิจของคุณมีภาพจำที่โดดเด่น แตกต่างจากคู่แข่ง ซึ่งมีอีกหนึ่งศิลปินที่มีลายเส้นโดดเด่น มีความวินเทจผสมอยู่ในงาน ใครเห็นก็รู้ว่าต้องเป็นงานของคนนี้ คือ จูน จิรภาส June Jirapart เขาเคยฝากผลงานการทำแบรนดิ้งให้กับแบรนด์ที่ค่อนข้างหลากหลาย ทั้งร้านค้า ร้านอาหาร โรงแรม แบรนด์แฟชั่น ซึ่งรวมถึงการร่วมงานกับ AP ในโปรเจกต์บ้าน THE PALAZZO

 

งานส่วนใหญ่ของคุณจูนจะเป็นงานลายเส้นที่มีกลิ่นอายของงานศิลปะแนววินเทจ ซึ่งคุณจูนชื่นชอบเป็นการส่วนตัว และมักเป็นงานศิลปะที่คุณจูนมีความทรงจำร่วม แต่ละผลงานจึงมีกลิ่นอายความวินเทจที่ได้รับการประยุกต์ให้ร่วมสมัยขึ้น แต่นอกจากเรื่องงานศิลปะแล้ว ไลฟ์สไตล์การอยู่อาศัยในบ้าน รวมถึงมุมมองที่มีต่อบ้านของคุณจูนก็น่าสนใจไม่แพ้กัน

 

เมื่อมีโอกาสได้นั่งคุยกันทั้งที วันนี้ THE STANDARD LIFE เลยอยากมาเจาะลึกถึงการหาแรงบันดาลใจในการเริ่มทำงานใหม่ๆ ในแต่ละครั้ง รวมถึงไลฟ์สไตล์การอยู่อาศัยในบ้านของคุณจูนกัน

 

 

คำถามแรกที่อยากจะถามคุณจูนคือ แต่ละงานดูมีเอกลักษณ์มาก ตอนที่คุณจูนจะเริ่มทำงานชิ้นใหม่หาแรงบันดาลใจอย่างไร?

 

คุณจูน: ต้องเล่าเท้าความตั้งแต่เด็กเลยครับ เพราะตอนเด็กๆ ชอบดูหนังสือเก่า แล้วก็ชอบตัดรูปภาพประกอบสวยๆ มาเก็บไว้ในสมุด พอเราโตมาแล้วได้รับโจทย์ให้ทำงาน เราจะพยายามนึกถึงสิ่งที่เราเคยเก็บมาตอนเด็ก ที่เหมือนเป็นชุดข้อมูลเดิมในตอนนั้นนำกลับมาใช้ และในอีกด้านก็ใช้แรงบันดาลใจจากสิ่งรอบตัว เช่น ภาพยนตร์ เพลง

 

 

สลับมาที่งานชิ้นล่าสุดที่คุณจูนมีโอกาสร่วมงานกับ AP ในโปรเจกต์บ้าน THE PALAZZO กันบ้าง ว่าคุณจูนเริ่มต้นหาแรงบันดาลใจจากที่ไหน?

 

คุณจูน: ดีไซน์หลักของโครงการ THE PALAZZO เป็นการนำศิลปะยุค Beaux-Arts มาใช้กับบ้าน ซึ่งโชคดีมากๆ ที่เรามีหนังสือเกี่ยวกับเรื่องนี้พอดี เราเลยใช้วิธีกลับไปเปิดหนังสือที่เกี่ยวกับ Beaux-Arts แล้วนำองค์ประกอบที่สวยงามนั้นออกมาประยุกต์ให้เข้ากับ AP แต่ก็ดูหนังสือเล่มอื่นๆ บ้างที่คิดว่าใกล้เคียงกับ Beaux-Arts เพื่อให้ส่งเสริมมู้ดของบ้าน

 

 

เห็นงานชิ้นล่าสุดที่คุณจูนทำกับ AP ออกมาดูน่าสนใจมากๆ สื่อความเป็น Beaux-Arts ให้คนเข้าใจได้ตั้งแต่เริ่มต้น เลยอยากถามว่าช่วงระหว่างการทำงาน คุณจูนเจอความท้าทายอะไรบ้าง

 

คุณจูน: ความท้าทายแรกที่เจอคือ เราจะทำอย่างไรให้คนที่ไม่เคยเห็นบ้านมาก่อนเข้าใจภาพรวมของบ้านได้ ทุกคนอาจจะไม่เคยเห็นบ้านด้วยซ้ำ แต่ก็เข้าใจความเป็น THE PALAZZO งานภาพหรือลวดลายต่างๆ ที่ออกมาอาจจะไม่ได้เหมือนกับบ้านเป๊ะๆ แต่เป็นการปรับให้คนเข้าใจในอารมณ์ของบ้านมากกว่า คิดว่านี่แหละคือความท้าทายในการทำงานครั้งนี้

 

แต่การทำงานครั้งนี้ก็ไม่ได้ดึงลวดลายแบบ Beaux-Arts ทั้งหมดมา 100% เนื่องจากของดั้งเดิมจะมีกลิ่นอายความโกธิกมากกว่านี้ ซึ่งอาจจะไม่เหมาะกับบ้าน เลยปรับให้ดูเข้าถึงง่ายและโมเดิร์นขึ้น เพื่อให้คนที่มองเข้ามาเกิดความรู้สึกสบายเหมือนที่บ้านเป็น

 

 

หลังจากที่ได้นั่งคุยกันไปสักระยะก็รู้สึกว่าคุณจูนมีมุมมองต่อสิ่งต่างๆ น่าสนใจ รวมไปถึงมุมมองต่อการจะเลือกที่อยู่อาศัยสักหนึ่งหลังด้วย เพราะเราถามคุณจูนว่า ในมุมมองของคุณจูน การจะเลือกบ้านสักหนึ่งหลังเราควรเลือกจากอะไรบ้าง

 

คุณจูน: ในการเลือกบ้านขั้นแรกเลยคือเลือกจากสิ่งที่เราจะใช้ก่อน เชื่อว่าทุกคนมีจินตนาการอยู่แล้วว่าพื้นที่กับการใช้งานควรเป็นแบบไหน เช่น บางคนอาจจะชอบบ้านหลังใหญ่ บางคนอาจจะชอบที่แคบๆ แต่อีกอย่างหนึ่งที่นำมาประกอบการตัดสินใจคือบรรยากาศรอบๆ ก็สำคัญ เราชอบบรรยากาศที่อยู่แล้วไม่รู้สึกเบื่อ ได้เดินไปเจอคนที่รู้จัก หรือถ้าเจอคนใหม่ๆ ก็เป็นคนที่คุยด้วยแล้วรู้สึกดี

 

 

และในฐานะที่คุณจูนฝากผลงานออกแบบที่สวยงามไว้มากมาย พอเรามาพูดถึงบ้านเลยสงสัยขึ้นมาว่า ในมุมมองของคุณจูน บ้านที่สวยเป็นอย่างไร?

 

คุณจูน: ในมุมมองของเรา บ้านที่สวยคือบ้านที่อยู่แล้วไม่เบื่อ ซึ่งแต่ละคนมีความชอบที่ไม่เหมือนกัน อย่างเช่น เราชอบสีไม้ ตกแต่งเรียบๆ แต่สิ่งสำคัญสำหรับบ้านคือต้องอยู่แล้วสบายใจ อยู่แล้วอบอุ่น และสามารถทำสิ่งอื่นๆ ในบ้านได้ทั้งวัน

 

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการบ้าน THE PALAZZO ได้ที่

https://apth.ly/y38v

 

[Content in Partnership with AP]

The post จูน จิรภาส ศิลปินที่สร้างงานศิลปะจากการเก็บความทรงจำ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไอเดียเปลี่ยนมุมเดิมๆ ในบ้านเป็นมุมเดต สำหรับคนไม่อยากออกจากบ้านช่วงวาเลนไทน์ https://thestandard.co/life/valentines-at-home/ Tue, 11 Feb 2025 01:00:13 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1040524 valentines-at-home

ถ้ารถติดมากก็เดตที่บ้านไปเลย!   ใกล้ช่วงวันวาเลนไท […]

The post ไอเดียเปลี่ยนมุมเดิมๆ ในบ้านเป็นมุมเดต สำหรับคนไม่อยากออกจากบ้านช่วงวาเลนไทน์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
valentines-at-home

ถ้ารถติดมากก็เดตที่บ้านไปเลย!

 

ใกล้ช่วงวันวาเลนไทน์แล้ว แน่นอนว่าหลายคนคงอยากใช้เวลาอยู่กับคนที่รัก ยิ่งในปีนี้ วันที่ 14 กุมภาพันธ์ตรงกับวันศุกร์อีก ยิ่งเป็นช่วงเวลาดีที่เลิกงานมาเหนื่อยๆ จะได้มาชาร์จแบตด้วยกัน และด้วยความที่วันวาเลนไทน์ปีนี้ตรงกับวันศุกร์นี่แหละ คาดว่ารถน่าจะติดแน่ๆ ร้านอาหารก็น่าจะคนเต็มไปหมด เราเลยอยากจะมาเสนอไอเดียให้ทุกคนลองเปลี่ยนมุมเดิมๆ ในบ้านให้เป็นมุมพิเศษ หากิจกรรมใหม่ๆ ทำ ใช้เวลาร่วมกัน มาดูกันว่าต้องเตรียมตัวเตรียมบ้านอย่างไรบ้าง

 

เปลี่ยนห้องนั่งเล่นเป็นโรงภาพยนตร์ส่วนตัว

 

เปลี่ยนห้องนั่งเล่นเป็นโรงภาพยนตร์ส่วนตัว

 

เชื่อว่าไอเดียการเดตด้วยการดูภาพยนตร์คือสิ่งที่หลายคนชื่นชอบ เหมือนเป็นกิจกรรมแรกๆ ที่คนเริ่มเดตชอบทำ แต่ในช่วงวาเลนไทน์ ใครๆ ก็คิดแบบนั้น! ทำให้โรงภาพยนตร์คนน่าจะเต็มไปหมด เราเลยอยากเสนอไอเดียเปลี่ยนมุมห้องนั่งเล่นให้กลายเป็นโรงภาพยนตร์ด้วยการลองเปลี่ยนไปใช้โปรเจกเตอร์แทนโทรทัศน์ เพื่อภาพที่เต็มตาและละเอียดมากขึ้น หรี่ไฟให้สลัวๆ เพื่อบรรยากาศที่โรแมนติกและคุณภาพของภาพที่ชัดขึ้น ปิดท้ายด้วยการมีขนมและเครื่องดื่ม แค่นี้ก็ไม่ต้องไปโรงภาพยนตร์แล้ว

 

เปลี่ยนระเบียงเป็น Rooftop Bar

 

เปลี่ยนระเบียงเป็น Rooftop Bar

 

อีกหนึ่งสถานที่เดตสุดคลาสสิกคือ Rooftop Bar แต่ก็แน่นอนว่าน่าจะเป็นอีกหนึ่งที่ที่จองยากเช่นกัน เราเลยอยากชวนให้เปลี่ยนระเบียงที่บ้านให้กลายเป็นมุมเดต นั่งจิบเครื่องดื่มเอาต์ดอร์ สิ่งที่ควรเตรียมคือเก้าอี้นั่งสบายๆ โต๊ะเล็กๆ ไว้วางเครื่องดื่ม และอย่าลืมโคมไฟสวยๆ สักหนึ่งโคมที่แสงสลัวๆ เพื่อความโรแมนติก และลำโพงเพื่อสร้างบรรยากาศ

 

เปลี่ยนห้องครัวเป็นห้องเวิร์กช็อปทำเมนูใหม่ๆ

 

เปลี่ยนห้องครัวเป็นห้องเวิร์กช็อปทำเมนูใหม่ๆ

 

การทำอาหารก็เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ช่วยละลายพฤติกรรมได้ดี ยิ่งหาเมนูแปลกๆ มาทำยิ่งดี เพราะจะได้มีเรื่องคุยกันมากขึ้น แต่อย่าลืมเพิ่มพร็อพเล็กๆ น้อยๆ เพิ่มความน่ารักให้กับการทำอาหารครั้งนี้ เช่น ผ้ากันเปื้อนคู่ และบริเวณโต๊ะอาหารอาจเพิ่มผ้าปูโต๊ะสีขาว พร้อมจุดเทียนหอมเพิ่มบรรยากาศ หรืออาจมีกิมมิกเขียนแก้วเครื่องดื่มเล็กๆ น้อยๆ

 

เปลี่ยนมุมว่างๆ ให้กลายเป็นมุมเวิร์กช็อปงานศิลปะ

 

เปลี่ยนมุมว่างๆ ให้กลายเป็นมุมเวิร์กช็อปงานศิลปะ

 

สำหรับใครที่อยากพักผ่อนแนะนำให้ลองเปลี่ยนมุมห้องที่ว่างๆ ให้กลายเป็นมุมผ่อนคลาย ทำงานศิลปะ เช่น มุมระบายสีน้ำหรือสีน้ำมัน เพราะการนั่งทำงานศิลปะเป็นเหมือนการถ่ายทอดอารมณ์ ทำให้สิ่งที่ติดค้างหลุดออกไป แนะนำให้เปิดเพลงคลอระหว่างนั่งระบายสีไปด้วย

The post ไอเดียเปลี่ยนมุมเดิมๆ ในบ้านเป็นมุมเดต สำหรับคนไม่อยากออกจากบ้านช่วงวาเลนไทน์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
รวมไอเดียจัดบ้านอย่างไรให้ได้ร่างใหม่ในปี 2025 https://thestandard.co/life/organize-home-new/ Sat, 18 Jan 2025 01:00:42 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1031567 organize-home-new

จัดบ้านใหม่ เพื่อร่างใหม่   “ปีนี้ฉันจะสุขภาพดี” น […]

The post รวมไอเดียจัดบ้านอย่างไรให้ได้ร่างใหม่ในปี 2025 appeared first on THE STANDARD.

]]>
organize-home-new

จัดบ้านใหม่ เพื่อร่างใหม่

 

“ปีนี้ฉันจะสุขภาพดี” น่าจะเป็นความตั้งใจที่ใครหลายคนพูดกับตัวเองในช่วงปีใหม่ ซึ่งการจะลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงตัวเอง ดูแลสุขภาพ มันประกอบด้วยหลายปัจจัย ทั้งความตั้งใจ ความพยายาม วินัย และอีกหนึ่งอย่างที่เหมือนจะไม่ค่อยเกี่ยวแต่ก็มีผลนั่นคือ ‘สภาพแวดล้อม’ การที่เราได้อยู่ในพื้นที่ที่เอื้อต่อการดูแลตัวเองให้มีสุขภาพดี มันยิ่งส่งเสริมให้ความตั้งใจของเราสำเร็จได้เร็วขึ้น วันนี้เราเลยอยากจะมาแชร์ไอเดียเปลี่ยนสภาพแวดล้อมในบ้านเดิมๆ ให้เหมาะกับการดูแลตัวเอง เพื่อจะได้ร่างใหม่ต้อนรับปี 2025 

 

 ยืดกล้ามเนื้อ ทำสมาธิทุกเช้า

 

ยืดกล้ามเนื้อ ทำสมาธิทุกเช้า

 

การจะมีร่างกายและสุขภาพที่ดีเริ่มต้นได้ตั้งแต่ตอนเช้า โดยเราควรมีเสื่อโยคะสักผืน เพื่อให้ทุกเช้าที่ตื่นขึ้นมาเราสามารถยืดกล้ามเนื้อ ช่วยคลายกล้ามเนื้อจากการนอนทั้งคืน และหลังจากนั้นแนะนำให้นั่งทำสมาธิ เพื่อให้จิตใจสงบ ลดความเครียด พร้อมทำกิจกรรมในแต่ละวัน มุมนี้แนะนำให้อยู่ในที่ที่แสงธรรมชาติส่องถึงเพื่อความสดชื่น

 

จัดระเบียบห้องครัว ทิ้งของไม่ดีออกไป

 

จัดระเบียบห้องครัว ทิ้งของไม่ดีออกไป

 

ร่างกายเราจะเป็นอย่างไรส่วนหนึ่งก็ขึ้นอยู่กับการกินด้วย หากเราเคลียร์สิ่งที่ไม่มีประโยชน์ต่อร่างกายเราออกไปได้ และเลือกเติมสิ่งที่มีประโยชน์เข้าไป ก็เป็นอีกหนึ่งทางที่ช่วยบังคับเราให้มีวินัยด้านการกิน

 

มุมออกกำลังกายในพื้นที่มินิมัล

 

มุมออกกำลังกายในพื้นที่มินิมัล

 

บางทีการสร้างมุมออกกำลังกายในบ้านอาจไม่จำเป็นต้องใช้พื้นที่ใหญ่ แต่เราแค่ต้องเลือกอุปกรณ์ให้เหมาะสมกับขนาดพื้นที่ เช่น เลือกใช้ชุดดัมบ์เบลปรับน้ำหนักได้ หรือเลือกใช้ Walking Pad แทนการใช้ลู่วิ่ง เพื่อประหยัดพื้นที่ พยายามทำมุมออกกำลังกายที่ไม่ต้องยุ่งยากหรือลำบากมาก ขอแค่ทำมันบ่อยๆ เพื่อเป็นการสร้างวินัยให้ตัวเอง

 

พื้นที่ทำงานที่ไม่ทำให้ร่างพัง

 

พื้นที่ทำงานที่ไม่ทำให้ร่างพัง

 

การทำงานระหว่างวันเราก็ควรใส่ใจในสรีระด้วย เพื่อลดอาการ Office Syndrome และช่วยปรับสรีระเราให้อยู่ในท่าทางที่ดี เพิ่มความมั่นใจ แนะนำให้ลงทุนกับเก้าอี้ทำงานที่ดี รองรับหลังได้ และควรเลือกโต๊ะทำงานที่สามารถปรับมาเป็นท่ายืนทำงานได้ สำหรับใครที่ใช้เมาส์บ่อยก็ควรมีแผ่นรองข้อมือด้วย

 

พื้นที่พักผ่อนที่ได้พักจริงๆ

 

พื้นที่พักผ่อนที่ได้พักจริงๆ

 

หลังจากที่เราดูแลตัวเองทั้งการกินและการออกกำลังกายแล้ว อีกหนึ่งสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยคือการพักผ่อนและฟื้นฟูร่างกาย โดยสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมกับการพักผ่อนคือเลือกใช้โทนสีผ่อนคลายแนวๆ สีเอิร์ธโทน เช่น สีเบจ น้ำตาล หรือเขียวอ่อน เสริมด้วยกลิ่นหอมเพื่อการพักผ่อน โดยวางเครื่องกระจายน้ำมันหอมระเหย แนะนำกลิ่นลาเวนเดอร์หรือคาโมมายล์ สุดท้ายที่ขาดไม่ได้เลยคือไฟสำหรับการนอนหลับ ควรใช้หลอดไฟสี Warm Light หรือโคมไฟที่ปรับระดับได้

The post รวมไอเดียจัดบ้านอย่างไรให้ได้ร่างใหม่ในปี 2025 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไอเดียแต่งบ้านให้น่าอยู่ทั้งคนและสัตว์เลี้ยง https://thestandard.co/life/pet-friendly-home-decor-ideas/ Sat, 21 Sep 2024 04:00:33 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=986161

ไม่ว่าคุณจะพักอาศัยอยู่ในบ้านหรือคอนโด แต่เมื่อคุณรักสั […]

The post ไอเดียแต่งบ้านให้น่าอยู่ทั้งคนและสัตว์เลี้ยง appeared first on THE STANDARD.

]]>

ไม่ว่าคุณจะพักอาศัยอยู่ในบ้านหรือคอนโด แต่เมื่อคุณรักสัตว์เลี้ยงเหมือนเป็นคนในครอบครัว คุณอาจต้องการไอเดียดีๆ ที่ LIFE นำมาฝากในวันนี้ เพราะเราจะมาพูดถึงเรื่องที่หลายคนอาจมองข้าม แต่เชื่อเถอะว่ามันจะเปลี่ยนชีวิตคุณไปเลยทีเดียว นั่นคือการแต่งบ้านให้น่าอยู่ทั้งสำหรับเราและสัตว์เลี้ยงตัวโปรด 

 

ใครว่าอยู่คอนโดแล้วจะแต่งห้องให้ตอบโจทย์เลี้ยงสัตว์ไม่ได้? ลืมความคิดนั้นไปได้เลย! เพราะวันนี้เราจะมาดูกันว่าจะทำให้บ้านและคอนโดเป็นสวรรค์น้อยๆ ของทั้งคนและสัตว์เลี้ยงได้อย่างไร การทำแบบนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของการตกแต่งเท่านั้นนะคะ แต่ยังเป็นการสร้างพื้นที่แห่งความสุขที่จะช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตของทั้งคุณและสัตว์เลี้ยงแสนรักอีกด้วย

 


 

เหตุผลที่ควรแต่งบ้านให้เป็นมิตรกับสัตว์เลี้ยง

 

ลดความเครียด

 

การอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ออกแบบมาให้เหมาะกับทั้งคุณและสัตว์เลี้ยงจะช่วยลดความเครียดและความวิตกกังวลได้อย่างมาก ลองนึกภาพดูสิคะ คุณกลับมาจากวันทำงานที่เหนื่อยล้า แล้วได้นั่งเล่นกับน้องหมาบนโซฟาที่ทั้งคุณและเขารู้สึกสบาย นั่นแหละคือการบำบัดความเครียดที่ดีที่สุด!

 

เพิ่มความสุขในชีวิตประจำวัน

 

การมีพื้นที่ที่เหมาะสมสำหรับทำกิจกรรมร่วมกับสัตว์เลี้ยงจะช่วยเพิ่มโอกาสในการมีปฏิสัมพันธ์ที่ดีระหว่างกัน ซึ่งพิสูจน์แล้วว่าช่วยเพิ่มระดับความสุขและความพึงพอใจในชีวิต

 

สร้างความผูกพัน

 

การออกแบบพื้นที่ให้เหมาะกับการใช้ชีวิตร่วมกันจะช่วยเสริมสร้างความผูกพันระหว่างคุณและสัตว์เลี้ยง ทำให้บ้านกลายเป็นพื้นที่แห่งความรักและความอบอุ่นอย่างแท้จริง

 

ส่งเสริมสุขภาพจิต

 

การดูแลและจัดการพื้นที่ให้เหมาะสมกับสัตว์เลี้ยงเป็นการแสดงความรับผิดชอบและความใส่ใจ ซึ่งช่วยเพิ่มความรู้สึกมีคุณค่าในตัวเองและความภาคภูมิใจ

 

สร้างสมดุลในชีวิต

 

การมีพื้นที่ที่ออกแบบมาให้ทั้งคุณและสัตว์เลี้ยงได้พักผ่อนและทำกิจกรรมร่วมกัน ช่วยสร้างสมดุลระหว่างการทำงานและการพักผ่อน ทำให้ชีวิตมีความสุขมากขึ้น

 

ถ้าพร้อมแล้วมาดูไอเดียการแต่งบ้านกันเลยดีกว่า

 


 

 

1. จัดมุมพักผ่อนที่ให้ความรู้สึกปลอดภัยและอบอุ่น

 

สร้างมุมพักผ่อนที่ทั้งคุณและน้องหมาน้องแมวสามารถใช้ร่วมกันได้ ลองนึกภาพนะคะ คุณนั่งอ่านหนังสือบนโซฟาตัวโปรด ขณะที่เจ้าตูบนอนขดอยู่ข้างๆ หรือแมวเหมียวนอนขดบนตักคุณ ฟังดูเพอร์เฟกต์ใช่ไหมล่ะ ควรเลือกโซฟาผ้าที่ทำความสะอาดง่าย หรือหาผ้าคลุมโซฟาสีสันสดใสมาใช้ นอกจากจะช่วยเรื่องขนสัตว์แล้วยังเพิ่มสีสันให้ห้องด้วยนะ

 

 

2. สร้างครัวน้อยอร่อยฟินแสนอบอุ่น

 

ใครว่าครัวต้องเป็นเขตหวงห้ามของสัตว์เลี้ยง จริงๆ แล้วเราสามารถออกแบบให้ครัวเป็นพื้นที่ที่ปลอดภัยและน่ารื่นรมย์สำหรับทุกคนได้ ลองจัดมุมให้อาหารสัตว์เลี้ยงใกล้ๆ กับโต๊ะกินข้าวของคุณ แต่แยกเป็นสัดส่วน อาจใช้ชั้นวางสวยๆ มาทำเป็นที่เก็บอาหารและจานน้ำ การกินอาหารพร้อมกันช่วยสร้างความรู้สึกเป็นครอบครัว และยังเป็นโอกาสดีในการสร้างกิจวัตรประจำวันที่ดีต่อสุขภาพจิตของทั้งคุณและสัตว์เลี้ยง

 

 

3. มุมนอนสุดชิลที่ช่วยให้หลับฝันดี

 

ใครๆ ก็อยากมีที่นอนสบายๆ ใช่ไหมล่ะ ทำไมเราไม่สร้างมุมนอนที่ทั้งคุณและสัตว์เลี้ยงจะได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ล่ะ ลองจัดวางที่นอนของน้องหมาหรือน้องแมวไว้ใกล้ๆ เตียงของคุณ แต่ให้มีพื้นที่ส่วนตัวของเขาด้วย อาจใช้ตู้ข้างเตียงมาดัดแปลงเป็นบ้านสัตว์เลี้ยงสุดเก๋ก็ได้นะ รู้ไหมว่าการนอนใกล้ชิดกันช่วยเพิ่มความรู้สึกปลอดภัยและความผ่อนคลาย ซึ่งส่งผลดีต่อคุณภาพการนอนของทั้งคุณและสัตว์เลี้ยงได้นะ 

 

 

4. Work from Home ไปด้วยกัน

 

เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานด้วยเพื่อนร่วมงานสี่ขา เพราะยุคนี้ใครๆ ก็ Work from Home กันทั้งนั้น แล้วทำไมเราไม่ชวนเจ้าตูบหรือเจ้าเหมียวมาเป็นเพื่อนร่วมงานล่ะ

 

ไอเดียเจ๋งๆ คือจัดมุมทำงานที่มีพื้นที่สำหรับสัตว์เลี้ยงด้วย อาจเป็นเบาะนุ่มๆ วางไว้ใต้โต๊ะ หรือชั้นวางของที่ดัดแปลงเป็นที่นอนสบายๆ สำหรับแมวเหมียว การมีสัตว์เลี้ยงอยู่ใกล้ๆ ขณะทำงานช่วยลดความเครียดและเพิ่มความผ่อนคลาย ทำให้การทำงานที่บ้านมีประสิทธิภาพมากขึ้น

 

 

5. สร้างสวนน้อยๆ สัมผัสธรรมชาติด้วยกัน

 

ถึงจะอยู่คอนโด หรืออยู่บ้าน ถ้ามีสวนเล็กๆ ได้ก็ดีเหมือนกันนะ! นอกจากจะช่วยเพิ่มออกซิเจนในห้องแล้ว ยังเป็นที่เล่นสนุกๆ สำหรับสัตว์เลี้ยงด้วย ลองปลูกต้นไม้ที่ปลอดภัยสำหรับสัตว์เลี้ยงในกระถางสวยๆ หรือทำสวนแขวนเล็กๆ ที่ระเบียง รับรองว่าทั้งคุณและเจ้าตูบเจ้าเหมียวจะได้ชื่นชมธรรมชาติไปด้วยกัน

 

ภาพ: Shutterstock 

The post ไอเดียแต่งบ้านให้น่าอยู่ทั้งคนและสัตว์เลี้ยง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไอเดียการออกแบบบ้านที่ปรับเปลี่ยนได้ตามช่วงวัย https://thestandard.co/life/adaptable-home-design-ideas/ Sat, 20 Jul 2024 02:48:29 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=960507 การออกแบบบ้าน

ในปัจจุบันแนวคิด ‘บ้านที่เติบโตไปพร้อมกับเจ้าของ’ กำลัง […]

The post ไอเดียการออกแบบบ้านที่ปรับเปลี่ยนได้ตามช่วงวัย appeared first on THE STANDARD.

]]>
การออกแบบบ้าน

ในปัจจุบันแนวคิด ‘บ้านที่เติบโตไปพร้อมกับเจ้าของ’ กำลังได้รับความสนใจอย่างมาก โดยเฉพาะในหมู่คนเมืองที่ต้องการที่อยู่อาศัยที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ในระยะยาว แล้วเราจะทำอย่างไรให้บ้านมีความ Better of Age ไปพร้อมๆ กับเรา ที่นับวันจะยิ่งเติบโตขึ้นเรื่อยๆ การปรับบ้านหรือที่พักอาศัยตามแนวคิดนี้ไม่เพียงแต่ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการย้ายบ้านหรือปรับปรุงบ้านบ่อยๆ แต่ยังช่วยสร้างความผูกพันระหว่างผู้อยู่อาศัยกับบ้านได้อย่างลึกซึ้งอีกด้วย LIFE จึงขอพาทุกคนไปรู้จักกับไอเดียการออกแบบบ้านที่ปรับเปลี่ยนได้ตามช่วงวัยของชีวิต

 

หัวใจสำคัญของบ้านที่เติบโตไปพร้อมกับเจ้าของ คือความยืดหยุ่นในการใช้งาน สถาปนิกและนักออกแบบภายในกำลังสร้างสรรค์พื้นที่อเนกประสงค์ที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการที่เปลี่ยนไปในแต่ละช่วงชีวิต เช่น 

 

  1. ห้องทำงานที่สามารถปรับเป็นห้องนอนเด็กได้ในอนาคต
  2. พื้นที่โล่งที่สามารถกั้นเป็นห้องได้ด้วยผนังเลื่อน
  3. ห้องนั่งเล่นที่ออกแบบให้รองรับการใช้งานได้หลากหลาย ทั้งการพักผ่อน ทำงาน หรือออกกำลังกาย
  4. ห้องน้ำที่ออกแบบให้ใช้งานได้สะดวกในทุกวัย รวมถึงผู้สูงอายุ

 

อีกหนึ่งเรื่องที่สำคัญคือการเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ที่ปรับเปลี่ยนได้ เช่น โต๊ะที่พับเก็บได้ หรือเตียงที่สามารถยกขึ้นเพื่อเพิ่มพื้นที่ใช้สอย ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยให้บ้านปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการที่อาจเปลี่ยนไปในอนาคต

 

นอกจากนี้อีกหนึ่งแนวคิดที่น่าสนใจคือ การเลือกใช้วัสดุที่มีความงามเพิ่มขึ้นตามกาลเวลา หรือที่เรียกว่า ‘Wabi-Sabi’ ในปรัชญาญี่ปุ่น วัสดุเหล่านี้ไม่เพียงแต่ทนทาน แต่ยังมีเสน่ห์ที่เพิ่มขึ้นเมื่อใช้งานไปนานๆ เช่น

 

  1. ไม้ วัสดุธรรมชาติที่มีลวดลายสวยงาม และยิ่งใช้นานยิ่งมีสีสันและลวดลายที่เป็นเอกลักษณ์
  2. หินธรรมชาติ ทั้งหินอ่อน หินแกรนิต หรือหินทราย ที่มีความทนทานและสวยงามตลอดกาล
  3. ทองเหลือง โลหะที่เมื่อเวลาผ่านไปจะเกิดคราบสนิมสีเขียวที่สวยงาม (Patina)
  4. เหล็กดิบ ที่จะเกิดสนิมสวยงามเมื่อเวลาผ่านไป สร้างลุคอุตสาหกรรมที่มีเสน่ห์

 

การเลือกใช้วัสดุเหล่านี้ไม่เพียงแต่สร้างความสวยงามที่ยั่งยืน แต่ยังช่วยลดภาระในการบำรุงรักษาและการเปลี่ยนวัสดุบ่อยๆ อีกด้วย

 

สุดท้ายนี้ LIFE อยากบอกว่า บ้านที่เติบโตไปพร้อมกับเจ้าของไม่ใช่เพียงแค่ที่อยู่อาศัย แต่เป็นพื้นที่แห่งความทรงจำที่สะท้อนเรื่องราวชีวิตของผู้อยู่อาศัย การออกแบบบ้านในลักษณะนี้จึงเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าในระยะยาว ทั้งในแง่ของคุณภาพชีวิตและมูลค่าของอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่ความยั่งยืนกำลังเป็นประเด็นสำคัญ การสร้างบ้านที่สามารถปรับตัวและเติบโตไปพร้อมกับเรา จึงไม่ใช่เพียงแค่เทรนด์การออกแบบ แต่เป็นวิถีชีวิตที่ตอบโจทย์ทั้งในแง่ของความสุขส่วนตัว และความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม เพราะบ้านที่ดีที่สุด คือบ้านที่เราสามารถอยู่อาศัยได้อย่างมีความสุขไปตลอดชีวิตนั่นเอง

 


แนวคิด ‘บ้านที่เติบโตไปพร้อมกับเจ้าของ’ กำลังได้รับความนิยมในหมู่คนเมือง ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในระยะยาว และสร้างความผูกพันระหว่างผู้อยู่อาศัยกับบ้าน

 

 

แนวคิด Wabi-Sabi ของญี่ปุ่น เน้นการใช้วัสดุที่มีความงามเพิ่มขึ้นตามกาลเวลา ช่วยสร้างบรรยากาศที่อบอุ่นและมีเสน่ห์เฉพาะตัว เช่น โซฟาหนังแท้ที่ยิ่งใช้ยิ่งเห็นริ้วรอยและเพิ่มเสน่ห์มากขึ้น

 

 

ห้องนั่งเล่นและห้องน้ำควรออกแบบให้รองรับการใช้งานได้หลากหลายและสะดวกในทุกวัย รวมถึงการใช้เฟอร์นิเจอร์ที่ปรับเปลี่ยนได้เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการใช้งาน

 

การออกแบบพื้นที่อเนกประสงค์ที่ปรับเปลี่ยนได้ เช่น ห้องทำงานที่ปรับเป็นห้องนอนเด็ก หรือพื้นที่โล่งที่สามารถกั้นเป็นห้องได้ด้วยผนังเลื่อน เป็นหัวใจสำคัญของบ้านแบบนี้

 

เลือกใช้ไม้หรือหินธรรมชาติตกแต่งบ้าน เพราะมีลวดลายสวยงาม และเพิ่มเสน่ห์เมื่อใช้งานนานขึ้น สามารถใช้ได้ทั้งภายในและภายนอกบ้าน สร้างความรู้สึกอบอุ่นและใกล้ชิดธรรมชาติ

 


วัสดุโลหะอย่างทองเหลืองและเหล็กดิบ สามารถสร้างลุคที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยเฉพาะเมื่อเกิดคราบ Patina หรือสนิมที่สวยงามตามกาลเวลา

 

ภาพ: Shutterstock

The post ไอเดียการออกแบบบ้านที่ปรับเปลี่ยนได้ตามช่วงวัย appeared first on THE STANDARD.

]]>
HOW DO YOU LIVE? เปิดบ้านที่สวยทุกฤดู ของ เต้ย จรินทร์พร https://thestandard.co/life/how-do-you-live-toey-jarinporn/ Sat, 27 Apr 2024 03:30:43 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=927241 เต้ย จรินทร์พร

เปิดบ้านเขาใหญ่ที่สวยทุกฤดู ของ เต้ย จรินทร์พร ในรายการ […]

The post HOW DO YOU LIVE? เปิดบ้านที่สวยทุกฤดู ของ เต้ย จรินทร์พร appeared first on THE STANDARD.

]]>
เต้ย จรินทร์พร

เปิดบ้านเขาใหญ่ที่สวยทุกฤดู ของ เต้ย จรินทร์พร ในรายการ HOW DO YOU LIVE?

 

25 ปี คือช่วงวัยที่ เต้ย-จรินทร์พร จุนเกียรติ ตัดสินใจลุกขึ้นมาเป็นหัวหน้าครอบครัว

 

เพราะหลังจากที่ทำงานในวงการบันเทิงมากว่า 10 ปี เธอมีความตั้งใจจะเป็นผู้เลี้ยงดูทั้งครอบครัวให้มีความสุข โดยเฉพาะช่วงเวลานั้นที่น้องชายป่วยด้วยโรคลูคีเมีย เธอจึงหาเงินและแบ่งเบาภาระของทุกคนให้ได้มากที่สุด ซึ่งเป็นช่วงจังหวะเดียวกับที่เธอตัดสินใจรีโนเวตบ้านหลังแรกที่กรุงเทพฯ และเธอก็พบว่ามันไม่ใช่เรื่องง่าย

 

เต้ยสวมบทโฟร์แมนควบคุมและดำเนินการรีโนเวตบ้านหลังนั้นด้วยความภาคภูมิใจ เมื่อบรรลุเป้าหมายเธอได้ชวนพี่ที่สนิทมาเยี่ยมชมส่วนต่างๆ ของบ้าน ‘นั่นคือห้องของน้องชาย’ ‘มุมนั้นทำให้พ่อ’ ‘ตรงนี้ทำให้แม่’ แต่คำถามสำคัญที่เล่นเอาเธอนิ่งงันจนอยู่หมัดคือ ‘แล้วตรงไหนที่เต้ยทำเพื่อตัวเอง?’

 

คำถามนั้นอยู่ในใจของเธอเรื่อยมา จนถึงช่วงการแพร่ระบาดของโควิด ทำให้เธอเริ่มรู้สึกเบิร์นเอาต์ และมีการตั้งคำถามเกี่ยวกับทิศทางอาชีพนักแสดง จังหวะนั้นเองที่เธอได้มาพักที่หมู่บ้านกลางหุบเขาใหญ่ตามคำชักชวนของ หมอโอ๊ค สมิทธิ์ และ โอปอล์-ปาณิสรา อารยะสกุล เต้ยสะดุดตากับบ้านหลังหนึ่งที่อยู่ท้ายหมู่บ้าน พร้อมเอ่ยปากทีเล่นทีจริงว่า หากได้ราคาตามที่ตั้งใจเธอจะซื้อบ้านหลังนี้ และทุกอย่างก็เกิดขึ้นด้วยความรวดเร็ว

 

 

เต้ยกลายมาเป็นเจ้าของบ้านหลังเก่าที่เต็มไปด้วยหยากไย่และมูลค้างคาวกลางเขาใหญ่ ซึ่งแม้สภาพแวบแรกจะชวนถอนใจ แต่ด้วยประสบการณ์การทำบ้านที่กรุงเทพฯ ทำให้การรีโนเวตบ้านที่เขาใหญ่กลายเป็นเรื่องเล็ก เธอชักชวนบริษัทสถาปนิกที่ไว้ใจเริ่มออกแบบบ้านในฝัน โดยใส่ความเป็นตัวเองลงไปในทุกส่วน เลือกจะเก็บส่วนที่สำคัญอย่างกระจกที่เมื่อมองออกไปนอกตัวบ้านจะเห็นสวนที่เปลี่ยนไปทุกฤดูกาล คล้ายเฟรมผ้าใบที่วาดต้นไม้เปลี่ยนไปเรื่อยๆ สอดคล้องกับกระจกทรงโค้งชั้น 2 ที่เฟรมผ้าใบกลายเป็นท้องฟ้าและภูเขาที่สลับสีไปตามช่วงเวลา นอกจากนั้นเธอยังตัดสินใจทุบผนังและเพิ่มกระจกหลังคา เพื่อให้แสงธรรมชาติส่องถึงตัวบ้านตลอดเวลา

 

 

โถงทางเข้าเธอเลือกแผ่นหินสีต่างๆ ที่สลับลวดลายคล้ายการปะชุนผ้า สอดรับกับฉากบันไดที่ปูกระเบื้องสีแนวตั้งระหว่างขั้น และส่วนสำคัญนอกตัวบ้านคือสวนที่นอกจากจะมีดอกไม้และต้นไม้ที่ผลัดกันออกดอกผลิใบให้สีสันต่างฤดูกาลแล้ว ยังมีเถากุหลาบที่เลื้อยขึ้นระแนงหลังคาบ้านอย่างที่เธอและแม่เคยฝันอยากมี

 

 

แม้จะเต็มไปด้วยรายละเอียด แต่เต้ยสรุปให้ฟังว่า การทำบ้านเขาใหญ่ครั้งนี้เต็มไปด้วยความเบาสบาย ต่างจากการรีโนเวตบ้านที่กรุงเทพฯ อาจเป็นเพราะมีความเชี่ยวชาญในการสื่อสารกับผู้รับเหมา และได้ทำในจังหวะที่เหมาะสมทั้งความรู้และประสบการณ์ การทำบ้านครั้งนี้จึงเป็นเหมือนการฮีลใจจากเรื่องหนักหนาภายนอกให้เธอมีความสุขจากโลกภายใน 

 

เช่นเดียวกับบ้านหลังนี้ที่ได้เชื่อว่าเป็น ‘บ้าน’ ของเธออย่างแท้จริง

 

ติดตามความสวยงามของบ้านที่เปลี่ยนไปทุกฤดู ได้ในรายการ HOW DO YOU LIVE? ทาง YouTube ของ THE STANDARD LIFE คลิกชมได้ที่ แทรกลิงก์ YouTube

The post HOW DO YOU LIVE? เปิดบ้านที่สวยทุกฤดู ของ เต้ย จรินทร์พร appeared first on THE STANDARD.

]]>