ดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะ (Exoplanet) Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/ดาวเคราะห์นอกระบบสุริย/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Sat, 22 Feb 2025 06:57:45 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.11 ราวกับหลุดมาจากไซไฟ: นักดาราศาสตร์สร้างแผนที่ 3 มิติ ชั้นบรรยากาศของดาวเคราะห์นอกระบบเป็นครั้งแรก https://thestandard.co/3d-exoplanet-atmosphere-mapping/ Sat, 22 Feb 2025 06:57:45 +0000 https://thestandard.co/?p=1044742 แผนที่ 3 มิติบรรยากาศดาวเคราะห์ Tylos จากกล้องโทรทรรศน์ Very Large Telescope

นักดาราศาสตร์ประสบความสำเร็จในการสร้างแผนที่ 3 มิติ เผย […]

The post ราวกับหลุดมาจากไซไฟ: นักดาราศาสตร์สร้างแผนที่ 3 มิติ ชั้นบรรยากาศของดาวเคราะห์นอกระบบเป็นครั้งแรก appeared first on THE STANDARD.

]]>
แผนที่ 3 มิติบรรยากาศดาวเคราะห์ Tylos จากกล้องโทรทรรศน์ Very Large Telescope

นักดาราศาสตร์ประสบความสำเร็จในการสร้างแผนที่ 3 มิติ เผยให้เห็นลักษณะโครงสร้างชั้นบรรยากาศดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะเป็นครั้งแรก ก่อนพบกับสภาพอากาศอันแสนสุดขั้วบนดาวดวงนี้

 

Julia Victoria Seidel หัวหน้าคณะวิจัยจาก ESO เปิดเผยว่า “บรรยากาศของดาวเคราะห์ดวงนี้มีพฤติกรรมที่ท้าทายความเข้าใจว่าสภาพอากาศควรเป็นอย่างไร ไม่ใช่แค่บนโลก แต่รวมถึงทุกหนแห่งในจักรวาล มันเหมือนกับว่าเป็นดาวที่หลุดมาจากนิยายวิทยาศาสตร์เลย”

 

ดาวเคราะห์ดวงดังกล่าวมีชื่อว่า Tylos หรือ WASP-121b เป็นดาวเคราะห์ก๊าซยักษ์ประเภท ‘Ultrahot Jupiter’ ที่โคจรอยู่ใกล้ดาวฤกษ์มากเสียจนถูกแรงโน้มถ่วงของดาวล็อกเอาไว้ ให้หันแค่ด้านเดียวเข้าหาดาวฤกษ์อยู่ตลอดเวลา ขณะที่อีกฝั่งอยู่ในความมืดชั่วนิรันดร์

 

ดาว Tylos มีมวลมากกว่าดาวพฤหัสบดี 1.16 เท่า และมีขนาดใหญ่กว่าดาวพฤหัสบดีประมาณ 1.75 เท่า แต่โคจรรอบดาวฤกษ์ที่ใหญ่กว่าดวงอาทิตย์เล็กน้อย (WASP-121 เป็นดาวฤกษ์แบบชนิด F) ด้วยระยะเวลาเพียง 30 ชั่วโมงเท่านั้น กล่าวคือวงโคจรของดาวเคราะห์ดวงนี้ใกล้ดาวฤกษ์ของมันยิ่งกว่าวงโคจรของดาวพุธรอบดวงอาทิตย์เสียอีก

 

แม้อาจเคยมีการศึกษาองค์ประกอบของดาวเคราะห์ที่โคจรรอบดาวฤกษ์ดวงอื่นมาก่อน แต่นี่คือครั้งแรกที่นักดาราศาสตร์สามารถศึกษาบรรยากาศของดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะ ดาวเคราะห์ดวงอื่นๆ ในจักรวาลที่ไม่ได้โคจรรอบดวงอาทิตย์ ด้วยรายละเอียดมากพอจนแบ่งแยกบรรยากาศและกระแสลมในแต่ละระดับชั้นได้

 

ข้อมูลจากกล้องโทรทรรศน์ Very Large Telescope พบว่า บรรยากาศของดาวดวงนี้แบ่งได้เป็น 3 ชั้นหลัก เริ่มจากชั้นลมของเหล็กและไทเทเนียมที่พัดออกจากฝั่งกลางวันของดาวไปยังด้านกลางคืน ตามด้วยชั้นของกระแสลมกรด (Jet Stream) ที่อุดมไปด้วยโซเดียม ซึ่งพัดเร็วกว่าความเร็วในการหมุนรอบตัวเองของดาวดวงนี้เสียอีก ขณะที่บรรยากาศชั้นบนสุดของดาว ประกอบด้วยลมไฮโดรเจนที่พัดออกไปสู่ห้วงอวกาศรอบนอก

 

Seidel เสริมว่า “สภาพอากาศแบบนี้ไม่เคยถูกพบบนดาวดวงไหนมาก่อน แม้แต่เฮอริเคนที่รุนแรงที่สุดในระบบสุริยะ ยังดูสงบไปเลยเมื่อนำมาเทียบกับลมบนดาวดวงนี้”

 

การค้นพบดังกล่าวเกิดขึ้นจากการใช้อุปกรณ์สเปกโตรกราฟ ‘ESPRESSO’ (Echelle SPectrograph for Rocky Exoplanet and Stable Spectroscopic Observations) บนกล้องโทรทรรศน์ Very Large Telescope เพื่อตรวจดูการดูดกลืนแสงดาวฤกษ์ของอะตอมในบรรยากาศดาวเคราะห์ดวงนี้ เมื่อโคจรตัดผ่านหน้าดาวฤกษ์ระหว่างสังเกตจากโลก ซึ่งแต่ละธาตุจะดูดกลืนในช่วงคลื่นแสงแตกต่างกัน จนเป็นข้อมูลให้นักดาราศาสตร์นำมาสร้างแผนที่บรรยากาศดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะแบบ 3 มิติได้เป็นครั้งแรก

 

ESO ระบุว่ากล้อง Very Large Telescope สามารถศึกษาบรรยากาศของดาวเคราะห์ก๊าซยักษ์ได้ แต่สำหรับการศึกษาบรรยากาศของดาวเคราะห์คล้ายโลก นักดาราศาสตร์อาจต้องรอข้อมูลจากกล้อง Extremely Large Telescope ที่กำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้างในประเทศชิลี ซึ่งอาจมีส่วนสำคัญต่อการค้นพบบรรยากาศของดาวคล้ายโลกเพิ่มเติมได้ในอนาคต

 

งานวิจัยจากการค้นพบครั้งนี้ได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร Nature เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

 

ภาพ: NASA / ESA / STScI

อ้างอิง:

The post ราวกับหลุดมาจากไซไฟ: นักดาราศาสตร์สร้างแผนที่ 3 มิติ ชั้นบรรยากาศของดาวเคราะห์นอกระบบเป็นครั้งแรก appeared first on THE STANDARD.

]]>
นักดาราศาสตร์อาจพบหลักฐานดวงจันทร์ดวงแรก ที่โคจรรอบดาวเคราะห์ในระบบดาวอื่น https://thestandard.co/first-moon-to-orbit-a-planet-in-another-star-system/ Sun, 13 Oct 2024 03:19:30 +0000 https://thestandard.co/?p=995450 นักดาราศาสตร์ ดวงจันทร์

นักดาราศาสตร์อาจพบหลักฐานของดวงจันทร์บริวาร ที่โคจรรอบด […]

The post นักดาราศาสตร์อาจพบหลักฐานดวงจันทร์ดวงแรก ที่โคจรรอบดาวเคราะห์ในระบบดาวอื่น appeared first on THE STANDARD.

]]>
นักดาราศาสตร์ ดวงจันทร์

นักดาราศาสตร์อาจพบหลักฐานของดวงจันทร์บริวาร ที่โคจรรอบดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะดวงแรก ในระบบดาวที่อยู่ห่างโลกไป 635 ปีแสง จากการศึกษาพฤติกรรมของดวงจันทร์ไอโอที่โคจรรอบดาวพฤหัสบดี

 

ในปัจจุบันนักดาราศาสตร์ยังไม่พบหลักฐานที่ชัดเจนว่ามีดวงจันทร์โคจรรอบดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะ เนื่องจากดวงจันทร์เหล่านี้อาจมีขนาดเล็กเกินกว่าที่เทคโนโลยีบนโลกในปัจจุบันจะตรวจจับได้ แต่ข้อมูลล่าสุดของการสำรวจดาวเคราะห์ WASP-49b อาจบ่งชี้ถึงการมี ‘ดวงจันทร์’ โคจรรอบดาวดวงนี้

 

WASP-49b เป็นดาวเคราะห์ก๊าซขนาดใกล้เคียงกับดาวพฤหัสบดี ถูกค้นพบด้วยวิธีอุปราคา (Transit) เมื่อปี 2012 โคจรรอบดาวฤกษ์คล้ายดวงอาทิตย์อย่างใกล้ชิด โดยหนึ่งปีบนดาวดวงนี้เท่ากับเวลา 2.8 วันบนโลก และนักดาราศาสตร์ตรวจพบกลุ่มเมฆของโซเดียมในระบบดาวนี้เป็นครั้งแรกในปี 2017

 

เหตุที่การค้นพบครั้งนี้ได้รับความสนใจเป็นเพราะทั้งดาวฤกษ์และดาวเคราะห์ WASP-49b ประกอบด้วยไฮโดรเจนและฮีเลียมเป็นหลัก แม้อาจมีองค์ประกอบของโซเดียมเล็กน้อย แต่ไม่เทียบเท่ากับปริมาณที่ตรวจพบในกลุ่มเมฆนี้ ซึ่งนักดาราศาสตร์คำนวณว่ามาจากแหล่งกำเนิดที่ปล่อยโซเดียมมากกว่า 100,000 กิโลกรัมต่อวินาทีด้วยกัน

 

เมื่อเทียบข้อมูลกับดวงจันทร์ไอโอของดาวพฤหัสบดีที่เต็มไปด้วยภูเขาไฟกำลังปะทุอยู่ในปัจจุบัน และพ่นก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ โซเดียม โพแทสเซียม รวมถึงก๊าซต่างๆ ออกมาเป็นหมู่เมฆห้อมล้อมรอบดาวพฤหัสบดี ทำให้เป็นไปได้ว่านักดาราศาสตร์อาจพบหลักฐานของดวงจันทร์แห่งภูเขาไฟคล้ายไอโอ กำลังโคจรอยู่รอบดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะดวงนี้

 

งานวิจัยล่าสุดโดย Apurva Oza นักวิจัยแห่ง Jet Propulsion Laboratory พบหลักฐานบ่งชี้ว่ากลุ่มเมฆเหล่านี้ควรเกิดจากวัตถุอื่นที่กำลังโคจรอยู่รอบดาวฤกษ์ ไม่ว่าจะเป็นทิศทางการเคลื่อนที่ หรือความเร็วเมื่อเทียบกับดาวเคราะห์ โดยคณะวิจัยใช้ข้อมูลจากกล้องโทรทรรศน์ Very Large Telescope ของ ESO และพบว่ากลุ่มเมฆโซเดียมนี้อยู่สูงจากบรรยากาศของดาว WASP-49b ในลักษณะที่คล้ายคลึงกับกลุ่มเมฆจากดวงจันทร์ไอโอของดาวพฤหัสบดี

 

นอกจากนี้ คณะวิจัยได้สร้างโมเดลจำลองจากข้อมูลที่มีอยู่ ก่อนพบว่าดวงจันทร์ขนาดเล็กที่มีคาบการโคจร 8 ชั่วโมงรอบดาวเคราะห์ WASP-49b จะช่วยอธิบายปรากฏการณ์ต่างๆ ได้อย่างพอดี ทั้งการเคลื่อนที่ของเมฆ และการโผล่ไปมาในตำแหน่งต่างๆ อย่างไม่สอดคล้องกับตัวของดาวเคราะห์

 

อย่างไรก็ตาม นักดาราศาสตร์ยังไม่สามารถด่วนสรุปได้ว่านี่คือการค้นพบดวงจันทร์ของดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะดวงแรก โดยคณะวิจัยต้องการศึกษาระบบดาวดังกล่าวเป็นระยะเวลายาวนานยิ่งขึ้น เพื่อให้มั่นใจว่ากลุ่มเมฆเหล่านี้มาจากดวงจันทร์จริง และไม่ใช่ปรากฏการณ์จากตัวดาวเคราะห์หรือดาวฤกษ์

 

Rosaly Lopes นักธรณีวิทยาดาวเคราะห์ของ JPL ให้ความเห็นว่า “การตรวจพบดวงจันทร์ของดาวเคราะห์นอกระบบฯ จะเป็นเรื่องที่พิเศษมากๆ และข้อมูลจากดวงจันทร์ไอโอทำให้เราทราบว่าดวงจันทร์ที่อุดมด้วยภูเขาไฟนั้นมีอยู่ได้จริง โดยหลักฐานที่เรามีในปัจจุบันมันค่อนข้างบ่งชี้ว่า สิ่งอื่นนอกจากตัวดาวเคราะห์และดาวฤกษ์ที่กำลังผลิตกลุ่มเมฆเหล่านี้ขึ้นมา”

 

งานวิจัยการค้นพบดังกล่าวได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร Astrophysical Journal Letters เมื่อวันที่ 30 กันยายนที่ผ่านมา

 

ภาพ: NASA / JPL

อ้างอิง:

The post นักดาราศาสตร์อาจพบหลักฐานดวงจันทร์ดวงแรก ที่โคจรรอบดาวเคราะห์ในระบบดาวอื่น appeared first on THE STANDARD.

]]>
คณะนักดาราศาสตร์สมัครเล่นพบดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะ TOI 6883 b ประเภทดาวพฤหัสบดีอุ่น https://thestandard.co/planet-toi-6883-b/ Wed, 04 Sep 2024 11:46:03 +0000 https://thestandard.co/?p=979634

คณะนักดาราศาสตร์สมัครเล่นใช้กล้องโทรทรรศน์จากหลังบ้านตน […]

The post คณะนักดาราศาสตร์สมัครเล่นพบดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะ TOI 6883 b ประเภทดาวพฤหัสบดีอุ่น appeared first on THE STANDARD.

]]>

คณะนักดาราศาสตร์สมัครเล่นใช้กล้องโทรทรรศน์จากหลังบ้านตนเอง ร่วมยืนยันการค้นพบดาวเคราะห์ประเภทดาวพฤหัสบดีอุ่น หรือ Warm Jupiter ที่โคจรรอบดาวฤกษ์ที่ห่างจากโลกไป 305 ปีแสง

 

การค้นพบดังกล่าวใช้เทคนิคการ ‘อุปราคา’ หรือ Transit เมื่อแสงจากดาวฤกษ์เกิดหรี่ลงไปชั่วขณะในระหว่างที่มีดาวเคราะห์โคจรผ่านหน้า แบบเดียวกับปรากฏการณ์สุริยุปราคาที่ทำให้ดวงอาทิตย์ถูกบดบังไปบางส่วน ต่างเพียงแค่ดาวฤกษ์เหล่านี้อยู่ห่างจากโลกหลายปีแสง

 

ดาวเคราะห์ดวงล่าสุดที่ยืนยันการค้นพบมีชื่อว่า TOI 6883 b โดยพบครั้งแรกจากกล้องโทรทรรศน์อวกาศ TESS ของ NASA ซึ่งเป็นการเจอส่วนวัตถุที่อาจเป็นดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะ รวมไม่น้อยกว่า 7,200 ดวง ด้วยการใช้เทคนิคการอุปราคา

 

อย่างไรก็ตาม นักดาราศาสตร์ต้องการข้อมูลการอุปราคามากกว่าหนึ่งครั้ง เพื่อยืนยันว่าดาวฤกษ์ดังกล่าวมีดาวเคราะห์โคจรอยู่จริง เช่นเดียวกับกรณีของดาวเคราะห์ TOI 6883 b จึงทำให้นักดาราศาสตร์สมัครเล่นสองกลุ่ม ได้แก่ UNITE (Unistellar Network Investigating TESS Exoplanets) และ Exoplanet Watch ร่วมมือกับ SETI เพื่อตรวจดูการเกิดอุปราคาของดาวเคราะห์ดวงนี้

 

หลังจากการตรวจดูสัญญาณการเกิดอุปราคา นักดาราศาสตร์พบว่าดาวฤกษ์มีดาวเคราะห์โคจรอยู่จริง หากพิจารณาจากตำแหน่งการโคจรและไม่นับปัจจัยความซับซ้อนของบรรยากาศดาว คาดว่าดาวเคราะห์ดวงดังกล่าวเป็นดาวเคราะห์ประเภทดาวพฤหัสบดีอุ่น หรือเป็นดาวเคราะห์ก๊าซที่โคจรอยู่ใกล้ดาวฤกษ์ จึงมีอุณหภูมิค่อนข้างอุ่นเมื่อเทียบกับดาวพฤหัสบดี

 

ดาร์เรน ริเวตต์ นักดาราศาสตร์สมัครเล่นชาวออสเตรเลีย เปิดเผยว่า “การวิจัยในฐานะนักวิทยาศาสตร์พลเรือนเป็นสิ่งที่ผมแนะนำให้แก่ทุกคนที่มองขึ้นไปบนท้องฟ้ายามค่ำคืนด้วยความหลงใหลและอัศจรรย์ใจ เพราะการที่ผมได้มีส่วนช่วยนักดาราศาสตร์ยืนยันดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะดวงใหม่เช่นนี้ ผมแทบต้องหยิกตัวเองทุกวันว่านี่คือเรื่องจริง”

 

ปัจจุบัน NASA เผยข้อมูลการสำรวจจากภารกิจต่างๆ เพื่อให้ประชาชนทั่วไปสามารถมีส่วนร่วมค้นหาดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะดวงใหม่ได้ โดยไม่มีข้อจำกัดด้านอายุ วุฒิการศึกษา ภาษา หรือสัญชาติ ภายใต้โครงการ ‘Citizen Science’

 

ภาพ: Guiseppe Conzo

อ้างอิง:

The post คณะนักดาราศาสตร์สมัครเล่นพบดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะ TOI 6883 b ประเภทดาวพฤหัสบดีอุ่น appeared first on THE STANDARD.

]]>
กล้องเจมส์ เว็บบ์ เผยภาพถ่ายดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะ Epsilon Indi Ab อยู่ห่างจากโลก 12 ปีแสง https://thestandard.co/james-webb-epsilon-indi-ab/ Fri, 26 Jul 2024 00:27:42 +0000 https://thestandard.co/?p=963020

กล้องโทรทรรศน์อวกาศเจมส์ เว็บบ์ ถ่ายภาพดาวเคราะห์นอกระบ […]

The post กล้องเจมส์ เว็บบ์ เผยภาพถ่ายดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะ Epsilon Indi Ab อยู่ห่างจากโลก 12 ปีแสง appeared first on THE STANDARD.

]]>

กล้องโทรทรรศน์อวกาศเจมส์ เว็บบ์ ถ่ายภาพดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะ Epsilon Indi Ab ยืนยันการพบดาวเคราะห์ที่ห่างโลกไป 12 ปีแสงเป็นครั้งแรก

 

เอลิซาเบธ แมทธิวส์ หัวหน้าคณะดาราศาสตร์ในการค้นพบครั้งนี้ จาก Max Planck Institute for Astronomy เปิดเผยว่า “การค้นพบครั้งนี้น่าตื่นเต้นมาก เพราะดาวเคราะห์ดวงนี้มีความคล้ายคลึงกับดาวพฤหัสบดีมาก แม้จะมีมวลมากกว่าและร้อนกว่าเล็กน้อย แต่มันคล้ายกับดาวพฤหัสบดีมากกว่าดาวเคราะห์ดวงอื่นที่เราเคยถ่ายภาพได้”

 

คณะนักดาราศาสตร์ใช้อุปกรณ์โคโรนากราฟของอุปกรณ์สำรวจช่วงอินฟราเรดกลาง (MIRI) บนกล้องเจมส์ เว็บบ์ เพื่อบันทึกภาพดาวเคราะห์ Epsilon Indi Ab ที่มีอุณหภูมิเพียง 2 องศาเซลเซียส และเป็นดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะที่เย็นสุดเท่าที่เคยถูกถ่ายภาพได้โดยตรง

 

ในภาพถ่ายจากกล้องเจมส์ เว็บบ์ จะเห็นดาวเคราะห์ดวงนี้ปรากฏเป็นจุดสีส้มสว่างอยู่ด้านซ้ายของภาพ ส่วนแสงจากดาวฤกษ์ Epsilon Indi A ถูกบดบังด้วยอุปกรณ์โคโรนากราฟที่มีการลงเส้นประสีขาวแสดงถึงขอบเขตการบังแสงดาว เพื่อให้อุปกรณ์ MIRI สามารถบันทึกภาพของดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะได้

 

แคโรไลน์ มอร์ลีย์ นักดาราศาสตร์จาก University of Texas ระบุว่า “นักดาราศาสตร์คาดการณ์ว่าต้องมีดาวเคราะห์อยู่ในระบบดาวนี้มานานกว่าทศวรรษแล้ว รวมถึงมีการจินตนาการถึงดาวเคราะห์ในระบบดาว Epsilon Indi ทั้งในนิยาย Star Trek หรือวิดีโอเกม Halo มันจึงน่าตื่นเต้นที่เราได้ค้นพบดาวเคราะห์อยู่ตรงนั้นจริง และมีโอกาสได้สำรวจคุณสมบัติของมันเพิ่มเติม”

 

การค้นพบครั้งนี้ทำให้ Epsilon Indi Ab เป็นดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะที่อยู่ใกล้โลกสุดเป็นอันดับ 12 โดยเป็นดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะมวลมากกว่าดาวพฤหัสบดีที่อยู่ใกล้โลกสุด พร้อมทำให้ยอดรวมดาวเคราะห์ที่โคจรรอบดาวฤกษ์ดวงอื่น ซึ่งยืนยันการตรวจพบแล้วในตอนนี้ อยู่ที่ 5,690 ดวง

 

ภาพ: NASA, ESA, CSA, STScI, E. Matthews (Max Planck Institute for Astronomy)

อ้างอิง:

The post กล้องเจมส์ เว็บบ์ เผยภาพถ่ายดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะ Epsilon Indi Ab อยู่ห่างจากโลก 12 ปีแสง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ข้อมูลใหม่พบว่า ดาว LHS 1140 b อาจเป็นดาวเคราะห์ที่มีโอกาสดีที่สุดในการพบมหาสมุทร https://thestandard.co/new-information-lhs-1140-b-planet/ Mon, 15 Jul 2024 10:04:19 +0000 https://thestandard.co/?p=958135

นักดาราศาสตร์ใช้กล้องเจมส์ เว็บบ์ สำรวจดาว LHS 1140 b ย […]

The post ข้อมูลใหม่พบว่า ดาว LHS 1140 b อาจเป็นดาวเคราะห์ที่มีโอกาสดีที่สุดในการพบมหาสมุทร appeared first on THE STANDARD.

]]>

นักดาราศาสตร์ใช้กล้องเจมส์ เว็บบ์ สำรวจดาว LHS 1140 b ยืนยันว่าเป็นดาวเคราะห์คล้ายโลกในเขตเอื้อให้ชีวิตดำรงอยู่ หรือ Habitable Zone ที่อาจนำไปสู่การค้นพบมหาสมุทรบนดาวเคราะห์ดวงอื่นนอกจากโลกเป็นครั้งแรก

 

Charles Cadieux หัวหน้าคณะวิจัยจากมหาวิทยาลัยมอนทรีออล ระบุว่า “จากดาวเคราะห์ในเขตเอื้อให้ชีวิตดำรงอยู่ทุกดวงที่เรารู้จัก LHS 1140 b อาจเป็นตัวเลือกดีที่สุดที่จะได้รับการยืนยันการค้นพบมหาสมุทรบนดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะเป็นดวงแรก”

 

ในปัจจุบันนักดาราศาสตร์สามารถยืนยันการค้นพบดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะ หรือดาวเคราะห์ที่โคจรรอบดาวฤกษ์ดวงอื่นนอกจากดวงอาทิตย์ได้ 5,678 ดวง โดยเป็นดาวเคราะห์ประเภท Super-Earth (มีขนาดใหญ่กว่าโลก) 1,711 ดวง และดาวเคราะห์หิน (ขนาดใกล้เคียง/เล็กกว่าโลก) 203 ดวง แต่ยังไม่พบหลักฐานของมหาสมุทร หรือเจอน้ำในรูปของเหลวบนดาวเคราะห์นอกระบบดวงใด

 

สำหรับดาว LHS 1140 b อยู่ในเขต Habitable Zone ที่อาจมีสภาพเหมาะสมให้ชีวิตดำรงอยู่ได้เหมือนโลก ในวงโคจรรอบดาวฤกษ์ประเภทดาวแคระแดง ซึ่งมีขนาดเล็กกว่าดวงอาทิตย์ประมาณ 5 เท่า และอยู่ห่างจากโลกไปราว 48 ปีแสง ในทิศของกลุ่มดาว Cetus

 

จากการค้นพบแรกเริ่มในปี 2017 นักดาราศาสตร์ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าดาวดวงนี้เป็นดาวเคราะห์หินประเภท Super-Earth หรือดาวเคราะห์ก๊าซแบบ Mini-Neptune ซึ่งข้อมูลสเปกตรัมล่าสุดจากกล้องโทรทรรศน์อวกาศเจมส์ เว็บบ์ พบว่า LHS 1140 b มีความหนาแน่นน้อยกว่าที่ควรจะเป็น บ่งชี้ว่ามวล 10-20% ของดาวอาจประกอบด้วยน้ำ

 

นอกจากนี้ ข้อมูลเบื้องต้นยังพบว่าดาวเคราะห์ LHS 1140 b อาจมีบรรยากาศที่อุดมไปด้วยก๊าซไนโตรเจน คล้ายคลึงกับบรรยากาศของโลก โดย Ryan MacDonald นักดาราศาสตร์จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน ระบุว่า “นี่คือครั้งแรกที่เราพบหลักฐานของบรรยากาศบนดาวเคราะห์คล้ายโลกในเขตเอื้อให้ชีวิตดำรงอยู่ และเราอาจพบหลักฐานของ ‘อากาศ’ บนดาวเคราะห์ LHS 1140 b ด้วย”

 

ด้วยข้อมูลชุดใหม่ ทำให้นักดาราศาสตร์คาดการณ์ว่า LHS 1140 b อาจมีลักษณะเป็นไปได้ 2 แบบ นั่นคือ เป็นดาวเคราะห์ที่ปกคลุมด้วยน้ำแข็งทั้งดวง คล้ายกับดวงจันทร์ยูโรปาของดาวพฤหัสบดี และหากมีบรรยากาศที่หนาแน่นคล้ายกับโลก ดาวดวงนี้จะมีมหาสมุทรขนาดใหญ่ กินพื้นที่กว้าง 4,000 กิโลเมตร ที่เป็นเหมือน ‘ดวงตา’ ในฝั่งที่หันเข้าหาดาวฤกษ์ และอาจมีอุณหภูมิของมหาสมุทรที่ 20 องศาเซลเซียส

 

การค้นพบดังกล่าวถือเป็นจุดเริ่มต้นที่น่าสนใจสำหรับภารกิจตามหาชีวิตบนดาวดวงอื่น อย่างไรก็ตาม นักดาราศาสตร์ระบุว่า พวกเขายังต้องรอการสำรวจเพิ่มเติมจากกล้องเจมส์ เว็บบ์ เพื่อช่วยยืนยันการมีอยู่ของบรรยากาศบนดาวเคราะห์ดวงนี้ รวมถึงพยายามตรวจหาร่องรอยของก๊าซอื่นๆ บนดาว LHS 1140 b

 

แต่ถึงกระนั้นข้อมูลครั้งนี้ก็ถือเป็น ‘จุดเริ่มต้นที่น่าสนใจ’ จากความเห็นของ MacDonald ผู้มีส่วนในการวิเคราะห์องค์ประกอบบรรยากาศดาวเคราะห์ดวงนี้

 

ภาพ: B. Gougeon / Université de Montréal

อ้างอิง:

The post ข้อมูลใหม่พบว่า ดาว LHS 1140 b อาจเป็นดาวเคราะห์ที่มีโอกาสดีที่สุดในการพบมหาสมุทร appeared first on THE STANDARD.

]]>
พบดาวเคราะห์ TOI-4633 c ขนาดคล้ายดาวเนปจูน โคจรรอบดาวฤกษ์สองดวง https://thestandard.co/toi-4633-c-mini-neptune/ Tue, 28 May 2024 00:10:40 +0000 https://thestandard.co/?p=938180 ดาวเคราะห์ นอก ระบบสุริยะ คล้าย ดาวเนปจูน

นักดาราศาสตร์ค้นพบดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะขนาดคล้ายดาวเน […]

The post พบดาวเคราะห์ TOI-4633 c ขนาดคล้ายดาวเนปจูน โคจรรอบดาวฤกษ์สองดวง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ดาวเคราะห์ นอก ระบบสุริยะ คล้าย ดาวเนปจูน

นักดาราศาสตร์ค้นพบดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะขนาดคล้ายดาวเนปจูน อาจมีอุณหภูมิใกล้เคียงโลก ในวงโคจรรอบดาวฤกษ์สองดวง

 

TOI-4633 c ดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะดวงใหม่ ถูกค้นพบด้วยวิธีการอุปราคา หรือ Transit โดยอาศัยข้อมูลจากกล้องโทรทรรศน์อวกาศ TESS ตรวจดูแสงดาวฤกษ์ในระบบดาวคู่ TOI-4633 ที่หรี่ลงไปจากการมีดาวเคราะห์โคจรผ่านหน้า

 

ดาวเคราะห์ดวงนี้มีมวลประมาณ 0.387 เท่าของดาวพฤหัสบดี เป็นดาวเคราะห์ก๊าซขนาดเล็กกว่าดาวเนปจูนเล็กน้อย ด้วยมวล 0.387 เท่าของดาวพฤหัสบดี และมีคาบการโคจรรอบดาวฤกษ์ประมาณ 272 วัน นับเป็นดาวเคราะห์นอกระบบที่ตรวจพบด้วยวิธี Transit ที่มีคาบการโคจรยาวนานมากดวงหนึ่ง

 

ด้วยข้อมูลคาบการโคจร พบว่าดาวเคราะห์ TOI-4633 c โคจรอยู่ในเขต Habitable Zone ที่อาจพบน้ำบนพื้นผิวดาวเคราะห์หินได้ และอาจมีอุณหภูมิใกล้เคียงโลก อย่างไรก็ตาม ดาวดวงนี้มีมวลและขนาดที่เหมือนกับดาวเคราะห์ประเภท ‘Mini-Neptune’ หรือเป็นดาวเคราะห์ก๊าซที่ไม่อาจพบพื้นผิวให้ชีวิตดำรงอาศัยบนดาวได้

 

ถึงกระนั้น นักดาราศาสตร์ยังสนใจว่า TOI-4633 c อาจมีดวงจันทร์บริวารโคจรอยู่รอบ ที่อาจมีสภาพแวดล้อมเหมาะสมต่อการดำรงอยู่ของชีวิตได้ อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยีในปัจจุบันยังไม่สามารถยืนยันการตรวจพบดวงจันทร์ที่โคจรรอบดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะได้

 

นอกจากดาวเคราะห์ขนาดใกล้เคียงดาวเนปจูน นักดาราศาสตร์ยังตรวจพบสิ่งที่อาจเป็นดาวเคราะห์อีกดวงกำลังโคจรรอบระบบดาวคู่ TOI-4633 อยู่ในระยะใกล้กว่า แต่ยังต้องรอการสำรวจเพิ่มเติมเพื่อยืนยันข้อมูลการมีอยู่ของดาวเคราะห์ TOI-4633 b

 

การศึกษาระบบดาว TOI-4633 เพิ่มเติมอาจช่วยให้นักดาราศาสตร์ทำความเข้าใจระบบดาวคู่ การกำเนิดและวิวัฒนาการของดาวเคราะห์ในระบบดาวแบบนี้ รวมถึงสาเหตุที่ทำให้วงโคจรของมันมีความเสถียรได้เป็นเวลาหลายพันล้านปี ซึ่งอาจเผยให้เห็นความหลากหลายของระบบดาวต่างๆ ที่อาจมีอยู่ทั่วไปในจักรวาล

 

ภาพ: Ed Bell for Simons Foundation

อ้างอิง:

The post พบดาวเคราะห์ TOI-4633 c ขนาดคล้ายดาวเนปจูน โคจรรอบดาวฤกษ์สองดวง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ค้นพบ Gliese 12 b ดาวเคราะห์ขนาดคล้ายโลก อาจมีชั้นบรรยากาศ ห่างไป 40 ปีแสง https://thestandard.co/gliese-12-b-a-temperate-earth-sized-planet/ Fri, 24 May 2024 05:50:01 +0000 https://thestandard.co/?p=937132 Gliese 12 b

นักดาราศาสตร์ยืนยันค้นพบดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะดวงใหม่ […]

The post ค้นพบ Gliese 12 b ดาวเคราะห์ขนาดคล้ายโลก อาจมีชั้นบรรยากาศ ห่างไป 40 ปีแสง appeared first on THE STANDARD.

]]>
Gliese 12 b

นักดาราศาสตร์ยืนยันค้นพบดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะดวงใหม่ มีขนาดใกล้เคียงกับโลก และอาจมีชั้นบรรยากาศ ในระบบดาวที่ห่างไป 40 ปีแสงจากระบบสุริยะ

 

ข้อมูลจากกล้องโทรทรรศน์อวกาศ TESS เช่นเดียวกับกล้องโทรทรรศน์ภาคพื้นดิน ทำให้นักดาราศาสตร์จาก 2 คณะวิจัยตรวจพบดาว Gliese 12 b ดาวเคราะห์หินขนาดใกล้เคียงโลก ใช้เวลาประมาณ 12.8 วันโคจรรอบดาวแคระแดง Gliese 12 ดาวฤกษ์ที่มีขนาดใหญ่ประมาณ 1 ใน 4 ของดวงอาทิตย์

 

มาซายูกิ คุซุฮาระ หัวหน้าคณะวิจัย ระบุว่า “เราได้ค้นพบดาวเคราะห์อุณหภูมิเหมาะสม ขนาดคล้ายโลก ที่หาเจอด้วยวิธีการ Transit ดวงที่ใกล้โลกที่สุดในปัจจุบัน” โดยวิธีการ Transit เป็นหนึ่งในเทคนิคที่นักดาราศาสตร์ใช้ตรวจหาดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะ ผ่านการดูแสงของดาวฤกษ์ที่หรี่ลงไป เมื่อมีดาวเคราะห์โคจรเคลื่อนผ่านหน้า

 

การตรวจพบดาวเคราะห์ขนาดใกล้เคียงโลกในระยะห่างที่ไม่ไกลเกินไป ทำให้นักดาราศาสตร์สนใจศึกษาองค์ประกอบของบรรยากาศบนดาวเคราะห์ดวงนี้ ทำให้ Gliese 12 b อาจได้รับการสำรวจเพิ่มเติมจากอุปกรณ์ Spectroscopy บนกล้องโทรทรรศน์อวกาศเจมส์ เว็บบ์ ในอนาคต

 

ไมเคิล แมคเอลเวน นักฟิสิกส์ดาราศาสตร์หนึ่งในทีมวิจัย อธิบายเหตุผลการศึกษาบรรยากาศของดาวเคราะห์ดวงนี้ว่า “เพื่อทำความเข้าใจถึงความหลากหลายและวิวัฒนาการของชั้นบรรยากาศบนดาวเคราะห์เหล่านี้ ซึ่งปัจจุบันเรามีตัวอย่างดาวเคราะห์หินที่มีอุณหภูมิเหมาะสม และยังอยู่ใกล้โลกเพียงไม่กี่ดวงเท่านั้น”

 

หนึ่งในโมเดลแบบจำลองของดาว Gliese 12 b หากไม่มีบรรยากาศที่หนาแน่น พบว่าอาจมีอุณหภูมิบนพื้นผิวประมาณ 42 องศาเซลเซียส และการศึกษาองค์ประกอบของชั้นบรรยากาศบนดาวเคราะห์นอกระบบดวงนี้ อาจให้ข้อมูลที่สำคัญถึงวิวัฒนาการบรรยากาศของโลกและดาวศุกร์ที่ชีวิตสามารถดำรงอยู่บนดาวดวงหนึ่งได้ ในขณะที่อีกดวงนั้นร้อนเสียจนหลอมตะกั่วได้

 

งานวิจัยจากการค้นพบดังกล่าวได้รับการตีพิมพ์ลงใน The Astrophysical Journal Letters และ Monthly Notices of the Royal Astronomical Society เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคมที่ผ่านมา

 

ภาพ: NASA / JPL-Caltech / R. Hurt (Caltech-IPAC)

อ้างอิง:

The post ค้นพบ Gliese 12 b ดาวเคราะห์ขนาดคล้ายโลก อาจมีชั้นบรรยากาศ ห่างไป 40 ปีแสง appeared first on THE STANDARD.

]]>
กล้องฮับเบิลตรวจพบไอน้ำในบรรยากาศของดาวเคราะห์นอกระบบขนาดเล็กที่สุด https://thestandard.co/nasas-hubble-finds-water-vapor-in-small-exoplanets-atmosphere/ Tue, 06 Feb 2024 12:47:23 +0000 https://thestandard.co/?p=896786 ดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะ

นักดาราศาสตร์ตรวจพบไอน้ำในบรรยากาศของดาวเคราะห์นอกระบบส […]

The post กล้องฮับเบิลตรวจพบไอน้ำในบรรยากาศของดาวเคราะห์นอกระบบขนาดเล็กที่สุด appeared first on THE STANDARD.

]]>
ดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะ

นักดาราศาสตร์ตรวจพบไอน้ำในบรรยากาศของดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะ GJ 9827 d ที่อยู่ห่างโลกไป 97 ปีแสง จากข้อมูลล่าสุดของกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิล

 

น้ำเป็นหนึ่งในโมเลกุลที่พบได้ทั่วไปในเอกภพ และถือเป็นสิ่งจำเป็นของสิ่งมีชีวิตทุกชนิดบนโลก ทำให้การค้นหาชีวิตในแห่งหนอื่นของเอกภพ มักดำเนินควบคู่ไปกับการตรวจหาร่องรอยของน้ำบนดาวเคราะห์ที่โคจรรอบดาวฤกษ์ดวงอื่น โดย GJ 9827 d มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางเป็น 2 เท่าของโลก ทำให้เป็นดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะขนาดเล็กสุดที่นักดาราศาสตร์เคยตรวจพบไอน้ำในบรรยากาศได้

 

Laura Kreidberg จาก Max Planck Institute for Astronomy หนึ่งในคณะวิจัยที่ค้นพบข้อมูลดังกล่าว ระบุว่า “การพบน้ำบนดาวเคราะห์ขนาดเล็กเพียงนี้ เป็นการค้นพบที่สำคัญมาก มันช่วยพาเราเข้าใกล้การตามหาดาวที่คล้ายโลกจริงๆ ได้มากยิ่งขึ้น”

 

อย่างไรก็ตาม แม้ดาวเคราะห์ GJ 9827 d จะมีไอน้ำในบรรยากาศของดาว แต่โอกาสในการพบชีวิตมีอยู่น้อยมาก เนื่องจากเป็นดาวเคราะห์ที่ร้อนมากกว่า 426 องศาเซลเซียส หรือร้อนเทียบเท่าดาวศุกร์ และนักดาราศาสตร์ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าเป็นดาวเคราะห์หินหรือดาวเคราะห์ก๊าซประเภท ‘มินิเนปจูน’ ที่อุดมไปด้วยไฮโดรเจนในผิวบรรยากาศ

 

ดาวเคราะห์ GJ 9827 d ถูกค้นพบโดยกล้องโทรทรรศน์อวกาศเคปเลอร์ในปี 2017 โดยโคจรรอบดาวฤกษ์ประเภทดาวแคระแดงในทุกๆ 6.2 วัน และอยู่ห่างจากโลกไปประมาณ 97 ปีแสง ในทิศของกลุ่มดาวปลาคู่ โดยกล้องฮับเบิลได้ตรวจดูการ Transit หรือสังเกตดูแสงของดาวฤกษ์ที่หรี่ไปเมื่อถูกดาวเคราะห์เคลื่อนผ่านหน้ารวม 11 ครั้ง จนนำไปสู่การตรวจพบไอน้ำในบรรยากาศ

 

Thomas Greene นักฟิสิกส์ดาราศาสตร์แห่งศูนย์วิจัย Ames ของ NASA ระบุว่า “การพบน้ำเป็นจุดเริ่มต้นของการค้นพบสิ่งอื่นๆ ข้อมูลจากฮับเบิลเปิดประตูให้งานวิจัยในอนาคตที่อาจใช้กล้องโทรทรรศน์อวกาศเจมส์ เว็บบ์ ศึกษาดาวเคราะห์นอกระบบแบบนี้ได้ละเอียดขึ้น ผ่านการตรวจดูในช่วงอินฟราเรด เช่น การตรวจหาโมเลกุลอย่างคาร์บอนมอนอกไซด์ คาร์บอนไดออกไซด์ และมีเทน ที่ช่วยให้เราทำความเข้าใจการก่อตัวของดาวเคราะห์ดวงนั้นๆ ได้ เมื่อมีองค์ประกอบข้อมูลมาอย่างครบถ้วน”

 

ภาพ: NASA, ESA, Leah Hustak (STScI), Ralf Crawford (STScI) 

อ้างอิง:

The post กล้องฮับเบิลตรวจพบไอน้ำในบรรยากาศของดาวเคราะห์นอกระบบขนาดเล็กที่สุด appeared first on THE STANDARD.

]]>
นักดาราศาสตร์พบดาวเคราะห์ขนาดคล้ายโลกที่อยู่ใกล้สุด จากข้อมูลใหม่โดยกล้องฮับเบิล https://thestandard.co/astronomers-find-closest-earth-sized-planet/ Sat, 18 Nov 2023 06:59:54 +0000 https://thestandard.co/?p=867077

นักดาราศาสตร์ได้ใช้กล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิลเพื่อศึกษา […]

The post นักดาราศาสตร์พบดาวเคราะห์ขนาดคล้ายโลกที่อยู่ใกล้สุด จากข้อมูลใหม่โดยกล้องฮับเบิล appeared first on THE STANDARD.

]]>

นักดาราศาสตร์ได้ใช้กล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิลเพื่อศึกษาขนาดของดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะ LTT 1445Ac อย่างแม่นยำ ก่อนพบว่าเป็นดาวเคราะห์ขนาดคล้ายโลกที่อยู่ใกล้ระบบสุริยะที่สุด

 

ดาวเคราะห์ดวงดังกล่าวตรวจพบครั้งแรกในปี 2022 โดยกล้องโทรทรรศน์อวกาศ TESS ซึ่งมีภารกิจในการค้นหาดาวเคราะห์นอกระบบผ่านกระบวนการเคลื่อนตัดผ่านหน้า หรือการ Transit ที่นักดาราศาสตร์ใช้กล้องโทรทรรศน์เพื่อตรวจดูแสงของดาวฤกษ์ที่หรี่ลงไป เนื่องจากถูกวัตถุที่อาจเป็นดาวเคราะห์มาบดบังระหว่างโคจรผ่านหน้า

 

อย่างไรก็ตาม กระบวนการดังกล่าวจำต้องอาศัยการเรียงตัวของดาวเคราะห์ ดาวฤกษ์ และโลกในองศาที่เหมาะสม โดยในกรณีของดาว LTT 1445Ac ได้เคลื่อนตัดผ่านหน้าดาวฤกษ์ไปเพียงส่วนน้อยเท่านั้น ทำให้กล้อง TESS ไม่สามารถตรวจวัดขนาดของดาวเคราะห์ได้อย่างแม่นยำ

 

นั่นจึงทำให้นักดาราศาสตร์ได้เลือกใช้กล้องฮับเบิลเพื่อศึกษาเพิ่มเติม ซึ่งข้อมูลจากกล้องฮับเบิลพบว่าดาวเคราะห์นอกระบบดวงนี้เคลื่อนตัดผ่านหน้าดาวฤกษ์อย่างสมบูรณ์ และสามารถวัดขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางได้ 1.07 เท่าของโลก หมายความว่าดาว LTT 1445Ac เป็นดาวเคราะห์หินที่มีแรงโน้มถ่วงใกล้เคียงกับโลก

 

อย่างไรก็ตาม ดาวเคราะห์ดวงนี้มีอุณหภูมิบนพื้นผิวสูงกว่า 260 องศาเซลเซียส และไม่น่ามีสภาพแวดล้อมที่เอื้อให้ชีวิตดำรงอยู่ได้ โดยมันโคจรในระบบดาวแคระแดง 3 ดวงที่อยู่ห่างจากโลกไปราว 22 ปีแสง ซึ่งดาวฤกษ์ LTT 1445A เคยมีการค้นพบดาวเคราะห์นอกระบบอีก 2 ดวงมาก่อนหน้านี้

 

เอมิลี พาส นักดาราศาสตร์แห่งศูนย์ฟิสิกส์ดาราศาสตร์ Harvard-Smithsonian และหัวหน้าทีมวิจัยในการค้นพบนี้ ระบุว่า “การวัดค่าครั้งนี้มีความสำคัญมาก ไม่ใช่แค่เพราะมันบอกว่านี่อาจเป็นดาวเคราะห์หินที่อยู่ใกล้โลก แต่เรากำลังรอดูการสำรวจเพิ่มเติมที่ช่วยให้เข้าใจถึงความหลากหลายของดาวเคราะห์ที่โคจรรอบดาวฤกษ์ดวงอื่นได้ดีกว่าเดิม”

 

ด้วยความใกล้ของดาว LTT 1445Ac และการมีคุณสมบัติเป็นดาวเคราะห์หินที่อาจมีชั้นบรรยากาศอยู่ ทำให้ดาวเคราะห์ดวงดังกล่าวได้รับความสนใจในการศึกษาเพิ่มเติม เพื่อช่วยเพิ่มความเข้าใจที่นักดาราศาสตร์มีต่อดาวเคราะห์ต่างๆ ในจักรวาลแห่งนี้ที่มีการยืนยันการค้นพบแล้วไม่น้อยกว่า 5,539 ดวง กับอีกมากกว่า 10,000 ดวงที่รอการสำรวจเพื่อยืนยันข้อมูลในอนาคตข้างหน้า

 

ภาพ: NASA, ESA, L. Hustak (STScI)

อ้างอิง:

The post นักดาราศาสตร์พบดาวเคราะห์ขนาดคล้ายโลกที่อยู่ใกล้สุด จากข้อมูลใหม่โดยกล้องฮับเบิล appeared first on THE STANDARD.

]]>
นักดาราศาสตร์ไทย ค้นพบดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะดวงใหม่ โคจรรอบดาวฤกษ์สองดวง https://thestandard.co/thai-astronomer-discovered-new-exoplanet/ Wed, 01 Nov 2023 07:43:43 +0000 https://thestandard.co/?p=861392 ดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะ

นักวิจัยไทยร่วมกันค้นพบดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะดวงที่ 2 […]

The post นักดาราศาสตร์ไทย ค้นพบดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะดวงใหม่ โคจรรอบดาวฤกษ์สองดวง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะ

นักวิจัยไทยร่วมกันค้นพบดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะดวงที่ 2 ของระบบดาว RR Cae ที่อยู่ห่างจากโลกไปประมาณ 69 ปีแสง โดยถือเป็นครั้งแรกที่มีการพบดาวเคราะห์ในระบบดาวอื่น จากผลงานของคณะนักดาราศาสตร์คนไทยทั้งหมด

 

เนื่องจากดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะมักมีระยะห่างไกลจากโลก และมีขนาดที่เล็กมากเมื่อเทียบกับดาวฤกษ์ ทำให้นักดาราศาสตร์ต้องใช้วิธีการโดยอ้อมในการตรวจหา โดยการค้นพบครั้งนี้ คณะนักวิจัยไทยได้ใช้เทคนิคการเปลี่ยนแปลงเวลาการบังกันของดาวคู่ หรือ Eclipse Timing Variation โดยอาศัยการสังเกตการณ์การบังกันของดาวคู่อุปราคา เพื่อดูอิทธิพลจากแรงโน้มถ่วงของดาวเคราะห์ที่ทำให้ตำแหน่งของดาวคู่เปลี่ยนแปลงไป ส่งผลให้การบังกันเกิดขึ้นอย่างไม่สม่ำเสมอ

 

ทีมนักวิจัยไทยสังเกตการณ์ระบบดาวคู่ RR Cae ด้วยกล้องโทรทรรศน์อัตโนมัติ ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 0.6 เมตร ของสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ หรือ NARIT ที่ติดตั้งอยู่ ณ ประเทศชิลี และกล้องขนาด 0.7 เมตร ที่ติดตั้ง ณ ประเทศออสเตรเลีย ควบคู่กับฐานข้อมูลจากกล้องโทรทรรศน์ Very Large Telescope และกล้อง TESS ระหว่างปี 2018-2020

 

ข้อมูลจากการศึกษาพบว่าดาวเคราะห์ดวงใหม่ที่ถูกพบมีมวลราว 2.7 เท่าของดาวพฤหัสบดี และใช้เวลาโคจรรอบดาวฤกษ์ทั้งสอง อันประกอบด้วยดาวแคระขาวและดาวฤกษ์มวลน้อยสีแดงประมาณ 39 ปี โดยมีการใช้ระบบคอมพิวเตอร์สมรรถนะสูง ‘ชาละวันคลัสเตอร์’ ของ NARIT ในการวิเคราะห์ข้อมูล และสร้างแบบจำลองของระบบดาวคู่ RR Cae จากกราฟแสงข้อมูลที่สำรวจได้ในก่อนหน้า

 

ในปัจจุบันนักดาราศาสตร์ยืนยันการค้นพบดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะแล้วประมาณ 5,000 ดวง โดยมีเพียง 20 ดวงที่พบว่าเป็นดาวเคราะห์ที่โคจรรอบระบบดาวคู่ ในขณะที่ดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะนั้นมีความหลากหลายทั้งขนาด มวล คุณลักษณะ และอาจมีจำนวนมากหลายล้านล้านดวงในทั่วเอกภพ ที่ยังรอการสำรวจและยืนยันการตรวจพบอยู่

 

ดร.ศุภชัย อาวิพันธุ์ นักวิจัยกลุ่มวิจัยดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะและชีวดาราศาสตร์ของ NARIT ผู้เป็นหนึ่งในทีมค้นพบครั้งนี้ ระบุว่าการค้นพบดังกล่าว “แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของนักดาราศาสตร์ไทย และกล้องโทรทรรศน์ NARIT ในการค้นหาดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะใหม่ ซึ่งจะช่วยตอบคำถามเกี่ยวกับการค้นหาสิ่งมีชีวิตนอกโลกต่อไป”

 

ภาพ: ESA / NASA / Hubble

อ้างอิง:

The post นักดาราศาสตร์ไทย ค้นพบดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะดวงใหม่ โคจรรอบดาวฤกษ์สองดวง appeared first on THE STANDARD.

]]>
หลักฐานจากกล้องโทรทรรศน์อวกาศ James Webb ช่วยยืนยัน ดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะมีอยู่จริง https://thestandard.co/james-webb-confirms-existence-of-exoplanets/ Thu, 12 Jan 2023 09:02:48 +0000 https://thestandard.co/?p=736367

วานนี้ (11 มกราคม) นักวิทยาศาสตร์เผยหลักฐานล่าสุดจากกล้ […]

The post หลักฐานจากกล้องโทรทรรศน์อวกาศ James Webb ช่วยยืนยัน ดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะมีอยู่จริง appeared first on THE STANDARD.

]]>

วานนี้ (11 มกราคม) นักวิทยาศาสตร์เผยหลักฐานล่าสุดจากกล้องโทรทรรศน์อวกาศ James Webb ยืนยันว่า ดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะ (Exoplanet) มีอยู่จริง ถือเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่ช่วยยืนยันในประเด็นนี้เป็นครั้งแรก นับเป็นความสำเร็จก้าวสำคัญอีกก้าวหนึ่งของมนุษยชาติที่ได้รับข้อมูลที่น่าสนใจจากกล้องโทรทรรศน์อวกาศตัวนี้ 

 

ทีมนักวิจัยที่นำโดยนักบินอวกาศที่สถาบัน Johns Hopkins University Applied Physics Laboratory ในเมืองลอเรล รัฐแมริแลนด์ของสหรัฐอเมริกา เผยข่าวดีในที่ประชุมด้านดาราศาสตร์แห่งชาติ ครั้งที่ 241 จัดขึ้นที่เมืองซีแอตเทิล รัฐวอชิงตัน ว่า ดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะที่ได้รับการค้นพบนี้ชื่อว่า ‘LHS 475 b’ มีขนาดใกล้เคียงกับโลก มีลักษณะเป็นดาวเคราะห์หิน และอยู่ห่างออกไปราว 41 ปีแสงในกลุ่มดาวออกตันส์

 

โดยข้อมูลการสำรวจดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะ (TESS) ขององค์การ NASA ก่อนหน้านี้ เคยมีส่วนช่วยตั้งสมมติฐานว่า ดาวเคราะห์นอกระบบลูกดังกล่าวอาจมีอยู่จริง ก่อนที่ข้อมูลใหม่จากกล้องโทรทรรศน์อวกาศ James Webb จะช่วยยืนยันเกี่ยวกับสมมติฐานที่เคยมีมาเป็นครั้งแรก

 

มาร์ก แคลมปิน ผู้อำนวยการฝ่ายฟิสิกส์ดาราศาสตร์ ประจำสำนักงานใหญ่ NASA ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ระบุว่า ข้อมูลที่ได้จากการสังเกตดาวเคราะห์หินที่มีขนาดเท่าโลกดวงนี้ได้เปิดประตูสู่ความเป็นไปได้มากมายในอนาคต สำหรับการศึกษาชั้นบรรยากาศของดาวเคราะห์หินดวงนี้ผ่านกล้องโทรทรรศน์อวกาศ James Webb

 

ขณะที่ เจค็อบ ลุสติก-เยเกอร์ จากสถาบันด้านฟิสิกส์ในเมืองลอเรล ผู้มีส่วนสำคัญในการนำทีมวิจัยชุดนี้ ชี้ว่า ด้วยข้อมูลที่ได้รับจากกล้องโทรทรรศน์อวกาศตัวนี้ ดาวเคราะห์หินนอกระบบสุริยะเหล่านั้นคือเป้าหมายและขอบข่ายความรู้ใหม่ของเรา ยังคงมีความตื่นเต้นอีกมากมายที่รอให้มนุษย์ค้นพบ ซึ่งอาจนำไปสู่การค้นพบร่องรอยหรือข้อมูลใหม่ๆ ที่เกี่ยวข้องกับสิ่งมีชีวิตนอกโลกก็เป็นได้

 

ภาพ: NASA

 

อ้างอิง:

The post หลักฐานจากกล้องโทรทรรศน์อวกาศ James Webb ช่วยยืนยัน ดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะมีอยู่จริง appeared first on THE STANDARD.

]]>