ดัชนี PCE Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/ดัชนี-pce/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Wed, 03 May 2023 00:28:41 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 เงินบาทเปิดแข็งค่าที่ระดับ 34.11 บาทต่อดอลลาร์ คาดมีโอกาสผันผวนได้สองทิศทางตามผลประชุม BOJ และเงินเฟ้อ PCE สหรัฐฯ https://thestandard.co/thai-baht-appreciate-34-11-per-usd/ Fri, 28 Apr 2023 02:10:45 +0000 https://thestandard.co/?p=782458 เงินบาท

ค่าเงินบาทเปิดวันนี้แข็งค่าขึ้นเล็กน้อยที่ระดับ 34.11 บ […]

The post เงินบาทเปิดแข็งค่าที่ระดับ 34.11 บาทต่อดอลลาร์ คาดมีโอกาสผันผวนได้สองทิศทางตามผลประชุม BOJ และเงินเฟ้อ PCE สหรัฐฯ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เงินบาท

ค่าเงินบาทเปิดวันนี้แข็งค่าขึ้นเล็กน้อยที่ระดับ 34.11 บาทต่อดอลลาร์ ตลาดจับตาผลประชุม BOJ และเงินเฟ้อ PCE สหรัฐอเมริกา คาดมีโอกาสผันผวนได้สองทิศทางในกรอบ 33.90-34.25 บาทต่อดอลลาร์

 

พูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า แม้รายงานอัตราการเติบโตเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในไตรมาสแรกของปีนี้จะออกมาน่าผิดหวัง โดยเศรษฐกิจขยายตัวเพียง +1.1% จากไตรมาสก่อนหน้า เมื่อเทียบเป็นรายปี แย่กว่าที่ตลาดประเมินไว้ที่ +2.0% แต่ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังคงได้แรงหนุนจากรายงานผลประกอบการและคาดการณ์ผลประกอบการที่ดีกว่าคาดของบรรดาบริษัทเทคใหญ่ เช่น Meta +13.9%, Amazon +4.6%, Alphabet +3.7% ทำให้ดัชนีหุ้นเทค Nasdaq พุ่งขึ้นแรง +2.43% ส่วนดัชนี S&P 500 ปิดตลาด +1.96%

 

ทางด้านตลาดหุ้นยุโรป ดัชนี STOXX 600 พลิกกลับมาปรับตัวขึ้น +0.18% หนุนโดยรายงานผลประกอบการของหุ้นกลุ่มธนาคารที่ออกมาดีกว่าคาด เช่น Barclays +5.3%, Deutsche Bank +2.5% ทำให้ผู้เล่นในตลาดเริ่มคลายกังวลต่อปัญหาระบบธนาคารยุโรป อย่างไรก็ดี ตลาดหุ้นยุโรปกลับถูกกดดันโดยการปรับตัวลดลงของหุ้นกลุ่มพลังงาน (TotalEnergies -2.6%, BP -1.8%) หลังราคาน้ำมันดิบได้ปรับตัวลดลงต่อเนื่องใกล้จุดต่ำสุดในรอบ 1 เดือนอีกครั้ง

 

ส่วนทางด้านตลาดบอนด์ ภาวะเปิดรับความเสี่ยงของตลาดการเงินสหรัฐฯ และมุมมองของผู้เล่นในตลาดที่เชื่อว่า Fed จะเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือนพฤษภาคมสู่ระดับ 5.25% ได้หนุนให้บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ทยอยปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 3.52% เข้าใกล้โซนแนวต้านแรกแถว 3.50%-3.60% อีกครั้ง โดยมองว่าบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ อาจแกว่งตัวใกล้โซนดังกล่าว จนกว่าจะรับรู้ผลการประชุม Fed ในสัปดาห์หน้า อย่างไรก็ดี ผู้เล่นในตลาดอาจรอทยอยเข้าซื้อบอนด์ระยะยาวในจังหวะที่บอนด์ยีลด์ปรับตัวสูงขึ้นได้

 

ในฝั่งตลาดค่าเงิน เงินดอลลาร์เคลื่อนไหวผันผวนในกรอบ Sideways โดยมีจังหวะแข็งค่าขึ้นบ้าง หลังรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ทำให้ผู้เล่นในตลาดยังคงเชื่อว่า Fed จะเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยได้ในการประชุมเดือนพฤษภาคม อย่างไรก็ดี เงินดอลลาร์ยังคงไม่สามารถแข็งค่าขึ้นไปได้มากและติดโซนแนวต้านแถว 101.8 จุด สำหรับดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) หลังบรรยากาศเปิดรับความเสี่ยงของตลาด ทำให้ผู้เล่นบางส่วนทยอยลดการถือครองเงินดอลลาร์ลงบ้าง ทำให้เงินดอลลาร์ทยอยอ่อนค่าลง โดยล่าสุดดัชนีเงินดอลลาร์กลับมาแกว่งตัวแถวระดับ 101.5 จุดอีกครั้ง

 

ส่วนในฝั่งราคาทองคำ ยังคงเห็นภาพของผู้เล่นในตลาดที่ต่างรอซื้อทองคำในจังหวะย่อตัว โดยราคาทองคำ (สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือนมิถุนายน) ได้มีจังหวะปรับตัวลงสู่โซนแนวรับแถว 1,980 ดอลลาร์ต่อออนซ์อีกครั้ง ตามภาวะเปิดรับความเสี่ยงของตลาดและการแข็งค่าขึ้นของเงินดอลลาร์ แต่สุดท้ายแรงซื้อของผู้เล่นในตลาด กอปรกับการอ่อนค่าลงบ้างของเงินดอลลาร์ ก็พอช่วยหนุนให้ราคาทองคำรีบาวด์ขึ้นสู่ใกล้ระดับ 2,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้

 

สำหรับไฮไลต์ข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญที่ผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้นในวันนี้คือ รายงานอัตราเงินเฟ้อ PCE ของสหรัฐฯ โดยบรรดานักวิเคราะห์ต่างประเมินว่า แม้อัตราเงินเฟ้อ PCE อาจชะลอตัวลงต่ำกว่าระดับ 5.00% ทว่าอัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน Core PCE ก็อาจอยู่ในระดับสูงกว่า 4.5% ทำให้ Fed ยังมีความจำเป็นที่ต้องเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยต่อ +25bps สู่ระดับ 5.00-5.25% ในการประชุมเดือนพฤษภาคม

 

ส่วนในฝั่งเอเชีย อีกไฮไลต์สำคัญที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดคือ ผลการประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ซึ่งจะเป็นการประชุมครั้งแรกของผู้ว่าฯ BOJ คนใหม่ (Kazuo Ueda) โดยแม้เราจะคาดว่า BOJ จะยังคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ -0.10% พร้อมกับคงเป้าหมายบอนด์ยีลด์ 10 ปีญี่ปุ่นที่ระดับ 0.00%+/-0.50% แต่ผู้เล่นในตลาดก็เริ่มคาดหวังว่า BOJ อาจส่งสัญญาณพร้อมใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้นได้ หลังอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานที่ไม่รวมราคาพลังงานและอาหารสด (Core-Core CPI) เร่งตัวขึ้นสู่ระดับ 3.8% ซึ่งต้องจับตาว่า BOJ จะปรับนโยบายการเงิน เช่น ปรับกรอบของบอนด์ยีลด์ 10 ปี หรือยกเลิกการทำ Yields Curve Control ในการประชุมครั้งนี้หรือไม่ เพราะหาก BOJ ปรับใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้น ก็อาจหนุนให้เงินเยนญี่ปุ่น (JPY) แข็งค่าขึ้นได้ นอกจากนี้ ผู้เล่นในตลาดจะรอประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจญี่ปุ่นผ่านรายงานยอดค้าปลีก (Retail Sales) เดือนมีนาคม

 

ขณะที่ในฝั่งยุโรป ตลาดมองว่าเศรษฐกิจยูโรโซนยังมีแนวโน้มขยายตัวราว +1.4%y/y ในไตรมาสแรกของปีนี้ หนุนโดยการขยายตัวต่อเนื่องของภาคการบริการ ในขณะที่ภาคการผลิตนั้นชะลอตัวลงชัดเจน สอดคล้องกับรายงานดัชนี PMI ในช่วงต้นปี ซึ่งภาพเศรษฐกิจยูโรโซนที่ยังคงขยายตัวอยู่ และอัตราเงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับสูงกว่าเป้าหมายของธนาคารกลางยุโรป (ECB) เป็นอย่างมาก จะหนุนให้ ECB สามารถเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยนโยบายต่อเนื่องได้ (ตลาดคาดอัตราดอกเบี้ย Deposit Facility Rate อาจแตะระดับ 3.75% จากระดับ 3.00% ในปัจจุบัน)

 

นอกเหนือจากรายงานข้อมูลเศรษฐกิจดังกล่าว ผู้เล่นในตลาดจะรอจับตารายงานผลประกอบการและคาดการณ์ผลประกอบการของบรรดาบริษัทจดทะเบียน ซึ่งหากผลประกอบการส่วนใหญ่ออกมาดีกว่าคาด ก็อาจหนุนให้บรรยากาศในตลาดการเงินยังคงอยู่ในภาวะเปิดรับความเสี่ยงต่อได้

 

สำหรับแนวโน้มค่าเงินบาท ในช่วงคืนที่ผ่านมาเงินบาทเคลื่อนไหวผันผวน โดยมีทั้งจังหวะอ่อนค่าตามการแข็งค่าขึ้นของเงินดอลลาร์และโฟลวซื้อทองคำในจังหวะย่อตัว ก่อนที่จะทยอยแข็งค่าขึ้นตามการอ่อนค่าลงของเงินดอลลาร์

 

ส่วนในวันนี้ประเมินว่าค่าเงินบาทยังมีแนวโน้มแกว่งตัว Sideways ในกรอบเดิม โดยโซนแนวต้านจะอยู่ในช่วง 34.20-34.30 บาทต่อดอลลาร์ (สอดคล้องกับแนวต้านเส้นค่าเฉลี่ย EMA 50 วัน) เนื่องจากผู้เล่นในตลาดอาจรอติดตามปัจจัยสำคัญที่อาจส่งผลต่อตลาดการเงินได้ อย่างการประชุม BOJ, รายงาน GDP ฝั่งยุโรป และรายงานอัตราเงินเฟ้อ PCE สหรัฐฯ อย่างไรก็ดี แรงกดดันเงินบาทฝั่งอ่อนค่าอาจเริ่มชะลอลงบ้าง หลังนักลงทุนต่างชาติต่างชะลอการขายสินทรัพย์ไทย

 

ทั้งนี้ ธนาคารกรุงไทยมองว่าควรระวังความผันผวนในช่วงที่ตลาดทยอยรับรู้ผลการประชุม BOJ เพราะแม้ว่าผู้เล่นในตลาดส่วนใหญ่จะมองว่าในการประชุมครั้งนี้ BOJ อาจยังไม่มีการปรับเปลี่ยนนโยบายการเงินให้ตึงตัวมากขึ้น แต่หาก BOJ มีการส่งสัญญาณที่ชัดเจน พร้อมใช้นโยบายการเงินที่ตึงตัว หรือประกาศปรับกรอบของบอนด์ยีลด์ 10 ปี เป็น +/-1.00% หรือยกเลิกการทำ Yields Curve Control ในการประชุมครั้งนี้ ก็อาจส่งผลให้ค่าเงินเยนญี่ปุ่นพลิกกลับมาแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็วราว +2% หรือแข็งค่าทดสอบโซนแนวรับ 132 เยนต่อดอลลาร์ได้ไม่ยาก ซึ่งในกรณีดังกล่าวเราก็อาจเห็นค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นราว 20 สตางค์ หรือมีโอกาสที่เงินบาทจะแข็งค่าไปทดสอบแนวรับถัดไปที่ 33.80-33.90 บาทต่อดอลลาร์ได้

 

เช่นเดียวกันกับช่วงตลาดทยอยรับรู้รายงานอัตราเงินเฟ้อ PCE สหรัฐฯ แม้ว่าเรามองว่ารายงานดังกล่าวอาจไม่ได้เปลี่ยนมุมมองของผู้เล่นในตลาดมากนักถ้าข้อมูลออกมาตามคาด แต่หากอัตราเงินเฟ้อเร่งตัวขึ้น โดยเฉพาะในส่วนของอัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน Core PCE ก็อาจทำให้ผู้เล่นในตลาดเพิ่มโอกาส Fed เดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยต่อในการประชุมเดือนมิถุนายน หรือ Fed อาจคงอัตราดอกเบี้ยได้นานขึ้น ซึ่งในกรณีนี้เงินดอลลาร์มีโอกาสรีบาวด์ขึ้นทดสอบโซนแนวต้านแถว 101.8-102 จุด ทำให้เงินบาทก็สามารถผันผวนอ่อนค่าทดสอบโซนแนวต้านได้เช่นกัน โดยมองกรอบเงินบาทวันนี้คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 33.90-34.25 บาทต่อดอลลาร์


ข่าวที่เกี่ยวข้อง


 

The post เงินบาทเปิดแข็งค่าที่ระดับ 34.11 บาทต่อดอลลาร์ คาดมีโอกาสผันผวนได้สองทิศทางตามผลประชุม BOJ และเงินเฟ้อ PCE สหรัฐฯ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ดัชนีหุ้นสหรัฐฯ กอดคอร่วง หลัง PCE ปรับตัวสูงขึ้น ทำนักลงทุนหวั่น Fed ขึ้นดอกเบี้ยแรง https://thestandard.co/usa-stock-index-dropped-after-pce-rise/ Sat, 25 Feb 2023 03:26:02 +0000 https://thestandard.co/?p=755243 ดัชนีหุ้นสหรัฐฯ กอดคอร่วง

ดัชนีหุ้นของสหรัฐฯ พร้อมใจกันปรับตัวลดลงในวันศุกร์ที่ 2 […]

The post ดัชนีหุ้นสหรัฐฯ กอดคอร่วง หลัง PCE ปรับตัวสูงขึ้น ทำนักลงทุนหวั่น Fed ขึ้นดอกเบี้ยแรง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ดัชนีหุ้นสหรัฐฯ กอดคอร่วง

ดัชนีหุ้นของสหรัฐฯ พร้อมใจกันปรับตัวลดลงในวันศุกร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ หลังดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ทั่วไปและพื้นฐานของสหรัฐฯ ออกมาสูงกว่าระดับคาดการณ์ สร้างความกังวลว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) จะเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย

 

โดยดัชนี Dow Jones Industrial Average ปิดตลาดร่วงลง 336.99 จุด หรือ 1.00% มาอยู่ที่ 32,816.92 จุด ด้านดัชนี Nasdaq ลดลง 1.7% ปิดที่ 11,394.94 จุด ขณะที่ดัชนี S&P 500 ปรับตัวลดลง 2.7% ปิดที่ 3,970.04 จุด 

 

ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ดัชนีทั้ง 3 ตัวของสหรัฐฯ ปรับตัวลดลงโดยเฉลี่ยที่ 3% การดิ่งลงของดัชนีในสหรัฐฯ เกิดขึ้นต่อเนื่องหลังตัวเลขชี้วัดเศรษฐกิจหลายตัวออกมาแข็งแกร่งกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ ซึ่งสะท้อนว่าเงินเฟ้อของสหรัฐฯ อาจปรับลดลงช้ากว่าที่หลายฝ่ายประเมิน ซึ่งหมายความว่าการขึ้นดอกเบี้ยของ Fed จะดำเนินต่อไป

 

ล่าสุด กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ ได้เปิดเผยว่า ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ทั่วไปของสหรัฐฯ ในเดือนมกราคมปรับตัวสูงขึ้น 5.4% เมื่อเทียบรายปี และสูงกว่าระดับ 5.3% ในเดือนธันวาคม และเมื่อเทียบรายเดือน ดัชนี PCE ทั่วไป ปรับเพิ่มขึ้น 0.6% สูงกว่าระดับ 0.2% ในเดือนก่อนหน้า

 

ขณะที่ ดัชนี PCE พื้นฐาน ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน ซึ่งถือเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่ Fed ให้ความสำคัญ ปรับสูงขึ้น 4.7% ในเดือนมกราคม เมื่อเทียบรายปี และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 4.4% และเมื่อเทียบรายเดือน ดัชนี PCE พื้นฐานปรับตัวขึ้น 0.6% สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 0.5%

 

ล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 41.7% ที่ Fed จะปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.50% ในการประชุมเดือนมีนาคม และคาดว่าดอกเบี้ยของสหรัฐฯ จะขึ้นสู่ระดับสูงสุดที่ 5.25-5.50% ในเดือนมิถุนายน ก่อนจะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับดังกล่าวตลอดทั้งปี โดยไม่มีการปรับลดอัตราดอกเบี้ย ต่างจากคาดการณ์ในช่วงก่อนหน้านี้ที่เคยมองว่า Fed อาจปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25% ในช่วงปลายปี


ข่าวที่เกี่ยวข้อง


อ้างอิง:

The post ดัชนีหุ้นสหรัฐฯ กอดคอร่วง หลัง PCE ปรับตัวสูงขึ้น ทำนักลงทุนหวั่น Fed ขึ้นดอกเบี้ยแรง appeared first on THE STANDARD.

]]>
สหรัฐฯ เผย ‘ดัชนี PCE’ เดือนตุลาคมเริ่มชะลอตัวลงเล็กน้อย บ่งชี้ว่าเงินเฟ้อผ่านพ้นจุดพีคแล้ว https://thestandard.co/pce-index-in-october-slow-down/ Fri, 02 Dec 2022 02:22:27 +0000 https://thestandard.co/?p=718858

กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ เปิดเผยว่า ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่ […]

The post สหรัฐฯ เผย ‘ดัชนี PCE’ เดือนตุลาคมเริ่มชะลอตัวลงเล็กน้อย บ่งชี้ว่าเงินเฟ้อผ่านพ้นจุดพีคแล้ว appeared first on THE STANDARD.

]]>

กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ เปิดเผยว่า ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ทั่วไป ซึ่งรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 6.0% ในเดือนตุลาคม เมื่อเทียบรายปี ซึ่งชะลอตัวจากระดับ 6.3% ในเดือนกันยายน 

 

ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคลหลักได้ปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.2% ในเดือนพฤศจิกายน โดยการเพิ่มขึ้นรายเดือนต่ำกว่าประมาณการตลาด 0.3% ในขณะที่กำไรประจำปีอยู่ในแนวเดียวกัน


ข่าวที่เกี่ยวข้อง


ขณะเดียวกันเมื่อเทียบเป็นอัตรารายปี ดัชนี PCE พื้นฐานเพิ่มขึ้น 5.0% ในเดือนตุลาคม สอดคล้องกับตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ หลังจากเพิ่มขึ้น 5.2% ในเดือนกันยายนที่ผ่านมา

 

ทั้งนี้ ดัชนี PCE ถือเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่สามารถตรวจจับการเปลี่ยนแปลงในพฤติกรรมของผู้บริโภค และครอบคลุมราคาสินค้าและบริการในวงกว้างมากกว่าข้อมูลดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI)

 

ด้านบรรดานักลงทุนต่างจับตาการเปิดเผยตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ในวันนี้ (2 ธันวาคม) ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าตัวเลขจ้างงานจะเพิ่มขึ้นเพียง 2 แสนตำแหน่งในเดือนพฤศจิกายน หลังจากเพิ่มขึ้น 2.6 แสนตำแหน่งในเดือนตุลาคม และคาดว่าอัตราว่างงานเดือนพฤศจิกายนจะทรงตัวที่ระดับ 3.7%

 

ขณะที่ดัชนีการผลิต ISM สามารถอ่านค่าได้ที่ 49% ซึ่งแสดงถึงระดับของธุรกิจที่รายงานการขยายตัวสำหรับงวดนั้น และต่ำกว่าค่าที่อ่านได้ในเดือนตุลาคมที่ 1.2 จุด และต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2020 

 

ในส่วนของตลาดหุ้น Wall Street เมื่อวานนี้ (1 ธันวาคม) มีการเคลื่อนไหวในกรอบแคบๆ โดยเป็นผลมาจากการที่นักลงทุนส่วนใหญ่ชะลอการลงทุนเพื่อรอดูตัวเลขการจ้างงานที่จะมีการรายงานในวันที่ 2 ธันวาคมนี้ 

 

ทั้งนี้ ดัชนี Dow Jones Industrial Average ปรับตัวลดลง 194.76 จุด หรือ 0.56% ปิดที่ 34,395.01 จุด ส่วนดัชนี S&P 500 ปรับตัวลดลง 3.54 จุด หรือ 0.09% ปิดที่ 4,076.57 จุด และดัชนี Nasdaq ขยับเพิ่มขึ้น 14.45 จุด หรือ 0.31% ปิดที่ 11,482.45 จุด

 

David Grecsek กรรมการผู้จัดการฝ่ายกลยุทธ์การลงทุนและการวิจัยของ Aspiriant กล่าวว่า ความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นเมื่อวันที่ 1 ธันวาคมที่ผ่านมา เป็นการผ่อนคลายหลังจากที่ปรับขึ้นไปเมื่อ 1 วันก่อนหน้า หลัง Fed ส่งสัญญาณปรับลดขนาดการขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 

 

โดยหนึ่งในหลักทรัพย์ที่ร่วงหนักเมื่อวานนี้คือหุ้นของ Salesforce ที่ปรับตัวร่วงลงประมาณ 8.3% เนื่องจากบริษัทให้ข้อมูลว่า CEO ร่วมของบริษัทจะก้าวลงจากตำแหน่งในไม่ช้า 

 

ขณะที่หุ้นของ Costco ลดลงประมาณ 6.6% หลังจากยอดขายในเดือนพฤศจิกายนชะลอตัวลงมาอยู่ที่ 5.7% จากปีก่อนหน้า และสวนทางตัวเลขในเดือนตุลาคมที่มียอดขายเพิ่มขึ้น 7.7% จากปีที่แล้ว 

 

รายงานระบุว่า สถานการณ์เงินเฟ้อฉบับล่าสุดจะดีขึ้นเล็กน้อย แต่นักลงทุนในตลาดยังคงต้องใช้ความระมัดระวัง เนื่องจากกิจกรรมการผลิตของสหรัฐฯ หดตัวเป็นครั้งแรกในรอบ 2 ปีครึ่งในเดือนพฤศจิกายน หลังจากต้นทุนการกู้ยืมที่สูงขึ้นส่งผลกดดันต่ออุปสงค์สำหรับสินค้า และกระตุ้นให้นักลงทุนขายทำกำไร หลังจากดีดตัวขึ้นแรงหนึ่งวันก่อนหน้านี้ โดยขณะนี้นักลงทุนต่างชะลอกการลงทุนเพื่อรอตัวเลขการจ้างงานในสหรัฐฯ ที่จะสร้างความเชื่อมั่นในการลงทุนอีกครั้ง 

 

อ้างอิง:

The post สหรัฐฯ เผย ‘ดัชนี PCE’ เดือนตุลาคมเริ่มชะลอตัวลงเล็กน้อย บ่งชี้ว่าเงินเฟ้อผ่านพ้นจุดพีคแล้ว appeared first on THE STANDARD.

]]>
สหรัฐฯ เผย ดัชนี PCE บ่งชี้เงินเฟ้อผ่านจุดพีคแล้ว หลังทำ New High 40 ปีในเดือน มี.ค. ขณะที่ Dow Jones ปิดพุ่ง 500 จุด ขานรับข่าวดี https://thestandard.co/the-pce-index-indicates-inflation-has-passed-its-peak/ Sat, 28 May 2022 06:43:51 +0000 https://thestandard.co/?p=635043 เงินเฟ้อ

ดัชนี PCE สหรัฐฯ เดือนเมษายน เพิ่มขึ้น 6.3% ชะลอตัวจากเ […]

The post สหรัฐฯ เผย ดัชนี PCE บ่งชี้เงินเฟ้อผ่านจุดพีคแล้ว หลังทำ New High 40 ปีในเดือน มี.ค. ขณะที่ Dow Jones ปิดพุ่ง 500 จุด ขานรับข่าวดี appeared first on THE STANDARD.

]]>
เงินเฟ้อ

ดัชนี PCE สหรัฐฯ เดือนเมษายน เพิ่มขึ้น 6.3% ชะลอตัวจากเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งเป็นระดับสูงสุดรอบ 40 ปี สะท้อนว่าเงินเฟ้อสหรัฐฯ ได้ผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว ทำให้นักลงทุนในตลาดมีความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น ดันดัชนี Dow Jones ปิดบวกมากกว่า 500 จุด 

 

กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ เปิดเผยว่า ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ทั่วไป ซึ่งรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 6.3% ในเดือนเมษายนเมื่อเทียบเป็นรายปี ซึ่งเป็นตัวเลขที่ชะลอตัวลงจากเดือนมีนาคมที่ดัชนีดังกล่าวพุ่งแตะระดับ 6.6% สูงสุดในรอบ 40 ปี หรือนับตั้งแต่เดือนมกราคม 2525

 

นอกจากนี้การชะลอตัวของดัชนี PCE ทั่วไปในเดือนเมษายน ยังนับเป็นการชะลอตัวลงครั้งแรกตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2563

 

ทั้งนี้ ส่วนดัชนี PCE พื้นฐาน ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน และเป็นมาตรวัดอัตราเงินเฟ้อที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ให้ความสำคัญ เพิ่มขึ้น 4.9% ในเดือนเมษายนเมื่อเทียบรายปี สอดคล้องกับตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ และชะลอตัวจากระดับ 5.2% ในเดือนมีนาคม

 

โดยดัชนี PCE พื้นฐานชะลอตัวลงติดต่อกันเป็นเดือนที่สองในเดือนเมษายน ซึ่งเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ช่วงต้นปี 2563 และเมื่อเทียบรายเดือน ดัชนี PCE พื้นฐานเพิ่มขึ้น 0.3% ในเดือนเมษายน สอดคล้องกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ หลังจากเพิ่มขึ้น 0.3% ในเดือนมีนาคมเช่นกัน

 

ทั้งนี้ ดัชนี PCE ถือเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่สามารถตรวจจับการเปลี่ยนแปลงในพฤติกรรมของผู้บริโภค และครอบคลุมราคาสินค้าและบริการในวงกว้างมากกว่าข้อมูลดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) จากกระทรวงแรงงานสหรัฐฯ

 

ด้านความเคลื่อนไหวดัชนี Dow Jones ตลาดหุ้นนิวยอร์ก วานนี้ (27 พฤษภาคม) ปิดพุ่งขึ้นต่อเนื่อง ขานรับการเปิดเผยดัชนีราคาใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ทั่วไป บ่งชี้ว่า เงินเฟ้อของสหรัฐฯ ได้แตะระดับสูงสุดแล้ว ซึ่งจะส่งผลให้ Fed สามารถชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย เพื่อไม่ให้เศรษฐกิจเข้าสู่ภาวะถดถอย

 

โดยดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรม Dow Jones ปิดที่ 33,212.96 จุด พุ่งขึ้น 575.77 จุด หรือ +1.76%, ดัชนี S&P 500 ปิดที่ 4,158.24 จุด พุ่งขึ้น 100.40 จุด หรือ +2.47% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 12,131.13 จุด พุ่งขึ้น 390.48 จุด หรือ +3.33%

 

ในรอบสัปดาห์นี้ ดัชนี Dow Jones บวก 6.2% หลังร่วงลง 8 สัปดาห์ติดต่อกัน ขณะที่ดัชนี S&P 500 และดัชนี Nasdaq เพิ่มขึ้น 6.6% และ 6.8% ตามลำดับ หลังจากที่ร่วงลง 7 สัปดาห์ติดต่อกัน

 

หุ้นทั้ง 11 กลุ่มในดัชนี S&P 500 ปรับตัวขึ้น นำโดยกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือย พุ่งขึ้น 3.47% และกลุ่มเทคโนโลยี พุ่งขึ้น 3.44 % โดยหุ้น Apple, หุ้น Microsoft และหุ้น Tesla ช่วยหนุนตลาดขึ้นมากที่สุด

 

อ้างอิง:

 

The post สหรัฐฯ เผย ดัชนี PCE บ่งชี้เงินเฟ้อผ่านจุดพีคแล้ว หลังทำ New High 40 ปีในเดือน มี.ค. ขณะที่ Dow Jones ปิดพุ่ง 500 จุด ขานรับข่าวดี appeared first on THE STANDARD.

]]>