ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/ดัชนีราคาผู้ผลิต-ppi/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Wed, 13 May 2026 12:41:33 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 ดัชนีราคาผู้ผลิตพุ่ง 9.1% สูงสุดรอบ 42 เดือน แต่ธุรกิจส่งผ่านต้นทุนไม่ได้ ‘ต้องยอมแบก’ เหตุกำลังซื้ออ่อนแอ https://thestandard.co/ppi-surge-businesses-absorb-costs/ Wed, 13 May 2026 12:41:33 +0000 https://thestandard.co/?p=1206911 ภาพแสดงข้อความต้นทุนพุ่ง แต่ผู้ประกอบการต้องแบกรับเพราะกำลังซื้ออ่อนแอ

ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เพิ่มขึ้น 9.1% ในเมษายน สูงสุดรอ […]

The post ดัชนีราคาผู้ผลิตพุ่ง 9.1% สูงสุดรอบ 42 เดือน แต่ธุรกิจส่งผ่านต้นทุนไม่ได้ ‘ต้องยอมแบก’ เหตุกำลังซื้ออ่อนแอ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพแสดงข้อความต้นทุนพุ่ง แต่ผู้ประกอบการต้องแบกรับเพราะกำลังซื้ออ่อนแอ

ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เพิ่มขึ้น 9.1% ในเมษายน สูงสุดรอบ 42 เดือน แต่ผลสำรวจชี้ธุรกิจส่งผ่านต้นทุนไม่ได้ ‘ต้องยอมแบก’ เหตุกำลังซื้ออ่อนแอ

 

 
 

วันนี้ (13 พฤษภาคม) นันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (ผอ.สนค.) เผยว่า ดัชนีราคาผู้ผลิตของไทย (Producer Price Index: PPI) ซึ่งเป็นดัชนีราคาที่ใช้วัดแรงกดดันเงินเฟ้อที่มาจากฝั่งผู้ผลิต ในเดือนเมษายน 2569 สูงขึ้น 9.1% เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน

 

นับเป็นการเพิ่มขึ้นสูงสุดในรอบ 42 เดือน (หรือ 3 ปี 6 เดือน) โดยครั้งล่าสุดที่ดัชนีมีการเปลี่ยนแปลงสูงกว่าระดับนี้คือในเดือนตุลาคม 2565 ซึ่งมีอัตราการเปลี่ยนแปลงอยู่ที่ 9.9%

 

โดยการปรับตัวขึ้นของ PPI ในเดือนที่ผ่านมา มีปัจจัยสำคัญจากราคาพลังงานในตลาดโลกที่ยังคงผันผวนอยู่ในระดับสูง ซึ่งส่งผลให้ราคาน้ำมันสำเร็จรูปในประเทศปรับตัวสูงขึ้นตามภาวะของตลาดโลก และการปรับขึ้นของราคาค่าขนส่ง มีผลกระทบต่อต้นทุนในภาคการผลิตของหลายอุตสาหกรรมอย่างมีนัยสำคัญ

 
(อัตราการเปลี่ยนแปลงของดัชนีราคาผู้ผลิต ตั้งแต่ม.ค. 2561-ปัจจุบัน)

(อัตราการเปลี่ยนแปลงของดัชนีราคาผู้ผลิต ตั้งแต่ม.ค. 2561-ปัจจุบัน)

 

นันทพงษ์กล่าวต่อว่า สำหรับแนวโน้มดัชนีราคาผู้ผลิต เดือนพฤษภาคม 2569 มีแนวโน้มขยายตัวต่อ แต่ในอัตราที่ชะลอลง เหตุต้นทุนการผลิตโดยรวมยังคงอยู่ในระดับสูง โดยมีแรงกดดันสำคัญจากราคาพลังงานในตลาดโลกที่ยังทรงตัวในระดับสูง แม้ว่าความผันผวนจะลดลง ประกอบกับต้นทุนด้านโลจิสติกส์และค่าขนส่งที่ยังไม่ปรับลดลงอย่างมีนัยสำคัญ รวมถึงราคาวัตถุดิบที่ยังมีความผันผวนส่งผลให้ผู้ประกอบการยังคงเผชิญภาระต้นทุนอย่างต่อเนื่อง

 

อย่างไรก็ตาม นันทพงษ์กล่าวว่า การส่งผ่านต้นทุนที่เพิ่มขึ้นไปยังราคาสินค้า (Consumer Price) ยังมีข้อจำกัด จากภาวะเศรษฐกิจในประเทศที่ยังฟื้นตัวไม่เต็มที่และกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ยังอ่อนแอ อีกทั้ง การแข่งขันด้านราคาที่เป็นปัจจัยกดดันให้ผู้ประกอบการไม่สามารถปรับราคาสินค้าได้อย่างเต็มที่ส่งผลให้การขยายตัวของดัชนีราคาผู้ผลิตอาจจะชะลอลงหรือทรงตัวอย่างต่อเนื่อง

 

ผลสำรวจชี้ ธุรกิจ 81% ต้นทุนเพิ่ม 41% วัตถุดิบตึงตัว-ขาดแคลน

 

สอดคล้องกับ ผลสำรวจความเชื่อมั่นทางธุรกิจฉบับพิเศษ (BSI Special) เดือนเม.ย. 2569 ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่มีผู้ตอบแบบสอบถาม 217 ราย พบว่า ธุรกิจส่วนใหญ่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากต้นทุนที่พุ่งสูงขึ้น และหลายแห่งกำลังเผชิญกับปัญหาวัตถุดิบขาดแคลน โดยมีรายละเอียดดังนี้

 

  • 81% ของธุรกิจเผชิญกับปัญหาต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างฉับพลัน
  • 41% เผชิญกับปัญหาวัตถุดิบตึงตัวหรือขาดแคลน
  • 32% มีคำสั่งซื้อหรือยอดขายลดลง

 

 

ต้นทุนพุ่ง แต่ธุรกิจส่งผ่านต้นทุนไม่ได้ ‘ต้องยอมแบก’ เหตุกำลังซื้ออ่อนแอ

 

แม้ต้นทุนจะสูงขึ้น แต่ผลสำรวจ BSI ชี้ว่าผู้ประกอบการส่วนใหญ่ไม่สามารถผลักภาระต้นทุนไปให้ผู้บริโภคได้ทั้งหมด โดยเลือกที่จะปรับราคาสินค้าขึ้นเพียงบางส่วนเท่านั้น ไม่เท่าต้นทุน เนื่องจากข้อจำกัดด้านกำลังซื้อ และการแข่งขัน

 

โดยจากคำถามที่ว่าใน 3 เดือนข้างหน้า จะขึ้นราคามากน้อยเพียงใดของต้นทุนที่เพิ่มขึ้น พบว่า

 

  • 29% ของผู้ตอบแบบสอบถาม ไม่ปรับราคา
  • 35% ของผู้ตอบแบบสอบถาม ปรับเพิ่ม 21-30%
  • 19% ของผู้ตอบแบบสอบถาม ปรับเพิ่ม 11-20%
  • 10% ของผู้ตอบแบบสอบถาม ปรับเพิ่มไม่เกิน 10%
  • 6% ของผู้ตอบแบบสอบถาม ปรับเพิ่มมากกว่า 30%

 

 

อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับอดีตช่วงสงครามรัสเซีย-ยูเครนปี 2565 พบว่า สัดส่วนของธุรกิจที่จำเป็นต้องปรับราคาขึ้นนั้นมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น

 

เห็นได้จากกลุ่มผู้ประกอบการที่เลือก ‘ไม่ปรับราคา’ หรือแบกรับต้นทุนไว้เอง มีสัดส่วนลดลงอย่างชัดเจน โดยในช่วงสงครามรัสเซีย-ยูเครน มีธุรกิจถึง 40% ที่ไม่ปรับราคา แต่ในช่วงสงคราม Middle East ตัวเลขนี้ลดลงเหลือเพียง 29% สะท้อนให้เห็นว่าในปัจจุบันธุรกิจมีความสามารถในการแบกรับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้น้อยลง

The post ดัชนีราคาผู้ผลิตพุ่ง 9.1% สูงสุดรอบ 42 เดือน แต่ธุรกิจส่งผ่านต้นทุนไม่ได้ ‘ต้องยอมแบก’ เหตุกำลังซื้ออ่อนแอ appeared first on THE STANDARD.

]]>
อัตราเงินเฟ้อจีนชะลอตัวต่ำสุดในรอบ 18 เดือน! สะท้อนดีมานด์ยังอ่อนแอ จับตารัฐออกมาตรการกระตุ้นเพิ่มเติม https://thestandard.co/china-inflation-lowest-in-18-months/ Tue, 11 Apr 2023 05:56:26 +0000 https://thestandard.co/?p=775473 อัตราเงินเฟ้อจีน

อัตราเงินเฟ้อจีนในเดือนมีนาคมชะลอตัวแตะระดับต่ำสุดในรอบ […]

The post อัตราเงินเฟ้อจีนชะลอตัวต่ำสุดในรอบ 18 เดือน! สะท้อนดีมานด์ยังอ่อนแอ จับตารัฐออกมาตรการกระตุ้นเพิ่มเติม appeared first on THE STANDARD.

]]>
อัตราเงินเฟ้อจีน

อัตราเงินเฟ้อจีนในเดือนมีนาคมชะลอตัวแตะระดับต่ำสุดในรอบ 18 เดือน แม้ว่ากิจกรรมทางเศรษฐกิจปรับตัวดีขึ้น และมีแนวโน้มจะชะลอตัวอีก เนื่องจากดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ยังหดตัวหนัก นับเป็นการเพิ่มพื้นที่ให้ธนาคารกลางสามารถผ่อนคลายนโยบายการเงินได้อีก เพื่อช่วยให้เศรษฐกิจฟื้นตัว

 

วันนี้ (11 เมษายน) สำนักงานสถิติแห่งชาติจีนรายงานว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป (CPI) ในเดือนมีนาคม เพิ่มขึ้น 0.7% จากปีก่อนหน้า นับว่าเป็นตัวเลขที่ต่ำที่สุดในรอบ 18 เดือน ลดลงจาก 1% ในเดือนกุมภาพันธ์ และผิดไปจากการคาดการณ์ของนักเศรษฐศาสตร์ที่คิดว่า CPI จะทรงตัวใน Poll ของ Bloomberg โดย CPI ยังคงต่ำกว่าเป้าหมายที่รัฐบาลจีนตั้งไว้ที่ประมาณ 3% สำหรับปีนี้

 

ขณะที่ PPI ซึ่งใช้วัดการเปลี่ยนแปลงของราคาสินค้าโดยเฉลี่ยของผู้ผลิต ลดลง 2.5% ในเดือนมีนาคม หนักที่สุดตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2020 หลังจากลดลง 1.4% ในเดือนก่อนหน้า สอดคล้องกับการคาดการณ์ของนักเศรษฐศาสตร์

 

ทั้งนี้ PPI เป็นอีกหนึ่งตัวเลขที่ถูกจับตามอง เพราะจะมีผลกับอัตราเงินเฟ้อ เนื่องจากหาก PPI มีค่าสูง มักจะทำให้ CPI มีค่าที่สูงตามไปด้วย

 

ภาวะเงินฝืดในภาคอุตสาหกรรมที่ลึกขึ้นสะท้อนให้เห็นถึงผลกระทบของราคาน้ำมันที่ตกต่ำในเดือนมีนาคม อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ของ NBS ยังเสริมว่า PPI ยังมีเสถียรภาพเมื่อเทียบเดือนต่อเดือน (Monthly Basis) เนื่องจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจภายในประเทศและการเปลี่ยนแปลงของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ระหว่างประเทศบางรายการ

 

สำหรับอัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน ซึ่งไม่รวมราคาอาหารและพลังงาน ที่ผันผวนมาก เพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็น 0.7% จาก 0.6%

 

ด้าน จางจื้อเว่ย หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ Pinpoint Asset Management Ltd. กล่าวว่า การฟื้นตัวของเศรษฐกิจกำลังดำเนินไป แต่ไม่แข็งแกร่งพอที่จะผลักดันอัตราเงินเฟ้อให้สูงขึ้นได้ โดยสิ่งนี้บ่งชี้ว่า เศรษฐกิจยังคงดำเนินไปในระดับต่ำกว่าศักยภาพ หมายความว่ายังมีพื้นที่ว่างสำหรับการออกนโยบายการคลังและการเงิน เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจต่อไป

 

โดยความเชื่อมั่นของครัวเรือนต่อรายได้และงานยังคงต่ำกว่าระดับก่อนเกิดโรคระบาด ขณะที่การส่งออกก็ลดลง ท่ามกลางความไม่แน่นอนมากมายในตลาดอสังหาริมทรัพย์

 

สอดคล้องกับ โจวเฮ่า หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ Guotai Junan International Holdings ที่กล่าวว่า มีการคาดการณ์ว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายอาจถูกปรับลงหลังจากรายงานเงินเฟ้อในวันนี้ เนื่องจากโดยรวมแล้วช่องว่างสำหรับการผ่อนคลายนโยบายยังคงเหลือเฟือ


 

บทความที่เกี่ยวข้อง:

 


อ้างอิง:

The post อัตราเงินเฟ้อจีนชะลอตัวต่ำสุดในรอบ 18 เดือน! สะท้อนดีมานด์ยังอ่อนแอ จับตารัฐออกมาตรการกระตุ้นเพิ่มเติม appeared first on THE STANDARD.

]]>
นักลงทุนจับตารายงานเงินเฟ้อเดือนมกราคม รอลุ้นภาวะเงินเฟ้อ ‘ชะลอตัวลง’ https://thestandard.co/investor-observe-inflation-january/ Mon, 13 Feb 2023 02:06:37 +0000 https://thestandard.co/?p=749278 เงินเฟ้อสหรัฐ

ความเคลื่อนไหวทางเศรษฐกิจที่บรรดานักลงทุนทั่วโลกต่างเฝ้ […]

The post นักลงทุนจับตารายงานเงินเฟ้อเดือนมกราคม รอลุ้นภาวะเงินเฟ้อ ‘ชะลอตัวลง’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เงินเฟ้อสหรัฐ

ความเคลื่อนไหวทางเศรษฐกิจที่บรรดานักลงทุนทั่วโลกต่างเฝ้ารออย่างใจจดใจจ่อในช่วงสัปดาห์นี้ก็คือการเปิดเผยรายงานดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐฯ ในวันอังคารที่ 14 กุมภาพันธ์นี้ (ตามเวลาท้องถิ่นสหรัฐฯ) ซึ่งจะถือเป็นข้อมูลบ่งชี้สำคัญต่อสถานการณ์เงินเฟ้อของสหรัฐฯ ว่ากำลังเป็นไปในทิศทางใด โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่ เจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) เพิ่งจะออกมายอมรับว่า มองเห็นสัญญาณการชะลอตัวของเงินเฟ้อ (Disinflation) ในเศรษฐกิจสหรัฐฯ 

 

บรรดาเศรษฐศาสตร์คาดว่าดัชนี CPI ทั่วไป ซึ่งครอบคลุมราคาสินค้าทุกประเภทรวมถึงอาหาร เครื่องดื่มและพลังงาน จะเพิ่มขึ้น 0.5% เมื่อเทียบเป็นรายเดือนในเดือนมกราคมที่ผ่านมา ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่นจากตัวเลขที่เห็นในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา 


บทความที่เกี่ยวข้อง


ขณะที่ความเห็นของผู้เชี่ยวชาญจากการสำรวจของ Bloomberg ระบุว่า ขณะที่ตัวเลขดัชนี CPI รายเดือนน่าจะเพิ่มขึ้นในเดือนมกราคม แต่ตัวเลขอัตราเงินเฟ้อทั่วไปประจำปีคาดว่าจะลดลงเหลือ 6.2% จาก 6.5% ของเดือนก่อนหน้า 

 

ส่วนดัชนีราคาผู้บริโภคหลัก ซึ่งไม่รวมราคาอาหารและพลังงานที่ค่อนข้างผันผวน อีกทั้งยังเป็นดัชนีที่ Fed เฝ้าจับตาอย่างใกล้ชิด หลายฝ่ายคาดว่าดัชนีดังกล่าวน่าจะขยับเพิ่มขึ้น 0.4% ในเดือนมกราคม ซึ่งเป็นอัตราเท่าเดิมกับที่ปรับขึ้นในเดือนธันวาคมก่อนหน้า 

 

เมื่อเทียบเป็นรายปี นักเศรษฐศาสตร์คาดว่าดัชนี CPI หลักจะเพิ่มขึ้น 5.5% ตลอดทั้งปี ลดลงเล็กน้อยจากอัตรารายปีในเดือนธันวาคมซึ่งอยู่ที่ 5.7% 

 

รายงานระบุว่า ปัจจุบัน เหล่าผู้กำหนดนโยบายต่างให้น้ำหนักและเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวของดัชนี CPI หลัก หรืออัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core CPI) อย่างใกล้ชิดมากขึ้น เนื่องจากปัจจัยหนุนหลักอย่างราคาที่อยู่อาศัยอยู่ในภาวะที่เหมาะสม ขณะที่ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปไม่ได้มีความสำคัญมากนัก เนื่องจากแนวโน้มความผันผวนของราคาพลังงานในปี 2023 นี้ 

  

สำหรับประธาน Fed อย่างพาวเวลล์ สิ่งสำคัญที่ต้องจับตามองความเคลื่อนไหวของเงินเฟ้อก็คือราคาค่าเช่า ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้ดัชนี CPI ยังคงอยู่ในระดับสูง และยังเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ Fed ใช้เป็นแนวทางในการประเมินปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อไป ซึ่งพาวเวลล์กล่าวระหว่างให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า ตนเองคาดหวังให้เงินเฟ้อในตลาดที่อยู่อาศัยปรับตัวลดลงในช่วงกลางปี ซึ่งจะช่วยให้อัตราเงินเฟ้อคลี่คลายได้อย่างรวดเร็ว และไม่มีผลกระทบเจ็บปวดรุนแรงอย่างที่หลายฝ่ายกังวล แต่กว่าจะถึงช่วงเวลาที่ว่านี้อาจจะต้องอดใจรออีกสักพักหนึ่ง 

 

ขณะเดียวกัน หลายฝ่ายมองว่าดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) จะทำให้นักลงทุนตระหนักได้อีกครั้งว่า ราคามีการปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเพียงใด เมื่อพิจารณาจากอัตราเงินเฟ้อที่ระดับการค้าส่งในวันพฤหัสบดี ในขณะเดียวกัน รายงานยอดค้าปลีกของรัฐบาลที่จะออกในวันพุธ (15 กุมภาพันธ์) คาดว่าจะแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่องในการใช้จ่ายของผู้บริโภค

 

ทั้งนี้ดัชนี PPI ในเดือนมกราคมมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น 0.4% เพิ่มขึ้นจากการลดลง 0.5% ในเดือนธันวาคมก่อนหน้า โดยนักเศรษฐศาสตร์คาดว่าดัชนี PPI รายปีจะลดลงจาก 6.2% ในเดือนธันวาคม มาอยู่ที่ 5.4%

 

ส่วนยอดค้าปลีกคาดว่าจะฟื้นตัวในเดือนมกราคม โดยเพิ่มขึ้น 1.9% จากเดือนก่อนหน้า หลังจากที่ลดลง 1.1% ในเดือนธันวาคม

 

ทั้งนี้ในช่วงวันศุกร์ที่ผ่านมา (10 กุมภาพันธ์) ตลาดหุ้นวอลล์สตรีทปิดตลาดส่งท้ายสัปดาห์ด้วยผลงานที่ย่ำแย่ที่สุดของปี 2023 นี้ หลังจากที่เปิดตลาดต้นปีอย่างแข็งแกร่ง โดยสัปดาห์ที่แล้ว ดัชนี S&P 500 ปิดลบ 1.1% ดัชนี Dow Jones Industrial ลดลง 0.2% และดัชนี Nasdaq Composite ลดลง 2.4%

 

นักวิเคราะห์จาก Bespoke Investment Group ระบุว่า เนื่องจากการปรับขึ้นอย่างแข็งแกร่งของตลาดตั้งแต่ต้นปี ทำให้ตลาดมีกำหนดเข้าสู่ช่วงภาวะเย็นตัวลง ซึ่งนักวิเคราะห์เชื่อว่าช่วงดังกล่าวน่าจะเริ่มขึ้นในสัปดาห์นี้ 

 

ด้านตลาดตราสารทุนดีดตัวขึ้นอย่างรวดเร็วนับตั้งแต่เดือนธันวาคมจากการเดิมพันว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ อาจหยุดการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยชั่วคราวเร็วกว่าที่คาดไว้หลังจากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเมื่อเร็วๆ นี้ลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่เจ้าหน้าที่และนักยุทธศาสตร์ยังคงยืนกรานว่า ยังเร็วเกินไปที่จะตื่นเต้นดีใจกับการชะลอตัวของเงินเฟ้อ เพราะประธาน Fed ก็แสดงท่าทีที่ค่อนข้างชัดเจนว่าจะเดินหน้าขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อไป เพราะอัตราเงินเฟ้อยังไม่ถึงจุดที่ Fed ตั้งเป้าไว้ที่ 2%

 

Michael Gapen จาก Bank of America ระบุว่า ธนาคารยังคงกังขาต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ว่าเป็นไปอย่างรวดเร็วจริงหรือ และคาดว่าข้อมูลยอดค้าปลีกที่จะมีขึ้นในสัปดาห์นี้จะทำให้คำถามดังกล่าวยังคงอยู่ 

 

ในส่วนของรายงานรายได้ผลประกอบการของบรรดาบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ในตลาดหุ้นสหรัฐฯ รายงานระบุว่า จะมีการทยอยเปิดเผยออกมาเพื่อให้ภาพรวมของเศรษฐกิจชัดเจนขึ้น โดยจนถึงขณะนี้ 69% ของ บจ. ได้รายงานผลประกอบการประจำไตรมาสแล้ว และมีเพียง 69% ของหุ้นที่รายงานกำไรต่อหุ้นสูงกว่าที่คาดไว้ ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปีที่แล้วที่ 77% 

 

ช่วงสัปดาห์นี้ เหล่านักลงทุนต่างรอดูผลประกอบการของบริษัทชั้นนำอย่าง Airbnb (ABNB), Coca-Cola (KO), DraftKings (DKNG), Paramount Global (PARA) และ Deere (DE)

 

อ้างอิง:

The post นักลงทุนจับตารายงานเงินเฟ้อเดือนมกราคม รอลุ้นภาวะเงินเฟ้อ ‘ชะลอตัวลง’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
จีนรายงานเงินเฟ้อเดือน ธ.ค. เพิ่มขึ้น 1.8% ต่ำกว่าเป้าหมาย ตอกย้ำว่ารัฐบาลจะยังผ่อนคลายทางการเงินต่อไป https://thestandard.co/china-factory-deflation-dec/ Thu, 12 Jan 2023 05:34:03 +0000 https://thestandard.co/?p=736146 เงินเฟ้อ

ดัชนีราคาผู้ผลิต (Producer Price Index: PPI) ของจีนประจ […]

The post จีนรายงานเงินเฟ้อเดือน ธ.ค. เพิ่มขึ้น 1.8% ต่ำกว่าเป้าหมาย ตอกย้ำว่ารัฐบาลจะยังผ่อนคลายทางการเงินต่อไป appeared first on THE STANDARD.

]]>
เงินเฟ้อ

ดัชนีราคาผู้ผลิต (Producer Price Index: PPI) ของจีนประจำเดือนธันวาคม ลดลง 0.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ขณะที่ตัวเลข PPI ของเดือนพฤศจิกายนลดลง 1.3% จากข้อมูลของสำนักงานสถิติของจีน ทั้งนี้ การชะลอตัวที่เกิดขึ้นมากกว่ามุมมองของนักเศรษฐศาสตร์ที่คาดว่าจะลดลง 0.1% จากการสำรวจความเห็นโดย Bloomberg 

 

ขณะที่ดัชนีราคาผู้บริโภค (Consumer Price Index: CPI) ซึ่งสะท้อนถึงเงินเฟ้อ เพิ่มขึ้น 1.8% เทียบกับการเพิ่มขึ้น 1.6% เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ใกล้เคียงกับคาดการณ์ของนักเศรษฐศาสตร์ ส่วนอัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core Inflation) ซึ่งไม่รวมความผันผวนของราคาอาหารและพลังงาน เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.7% หลังจากที่ตัวเลขไม่เปลี่ยนแปลงจากระดับ 0.6% มา 3 เดือนติดต่อกัน


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


Dong Lijuan หัวหน้านักสถิติของ NBS กล่าวว่า ราคาสินค้าต่างๆ ค่อนข้างคงตัวในเดือนธันวาคมเป็นเพราะมาตรการหลายด้านที่ช่วยรักษาระดับอุปสงค์และอุปทานให้คงที่ 

 

การลดลงของดัชนี PPI ที่มากกว่าคาด “สะท้อนความเสียหายจากโควิดต่ออุปสงค์ของภาคอุตสาหกรรมในเดือนที่ผ่านมา” Zhou Hao หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ Guotai Junan International Holdings กล่าว

 

ด้าน Eric Zhu นักเศรษฐศาสตร์ของ Bloomberg กล่าวว่า ประตูด้านการผลิตของจีนค่อยๆ เปิดขึ้น แม้จะไม่เร็วเท่ากับที่เราคาดหวังไว้ แต่แนวโน้มชัดเจนมากขึ้น การชะลอลงของดัชนี PPI เพียงเล็กน้อย เป็นสัญญาณบวกว่าเศรษฐกิจจีนจะฟื้นตัวได้ในปีนี้ 

 

ขณะที่ รัฐศรัณย์ ธนไพศาลกิจ หัวหน้าฝ่ายหลักทรัพย์ต่างประเทศและฟิวเจอร์ส บล.บัวหลวง มองว่า ตัวเลข CPI ที่ยังต่ำกว่า 2% และต่ำกว่าเป้าหมายของรัฐบาลจีนที่ 3% ทำให้เรื่องของเงินเฟ้อในจีนยังไม่ได้มีนัยสำคัญมากนัก และจะทำให้จีนยังเป็นเพียงไม่กี่ประเทศในโลกที่ยังใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลายต่อไปได้ 

 

“หลังจากนี้จะค่อยๆ เห็นตัวเลข CPI และ PPI ค่อยๆ เพิ่มขึ้น หลังจีนกลับมาเปิดประเทศ แต่ด้วยบริบทที่ต่างออกไปจากช่วง 2 ปีที่ผ่านมา เช่น ภาวะ Supply Shortage ที่บรรเทาลง ทำให้เงินเฟ้อของจีนอาจจะไม่ได้พุ่งขึ้นรุนแรงเหมือนช่วงที่สหรัฐฯ เปิดเมือง ส่วนตัวมองว่าเงินเฟ้อของจีนยังไม่น่าจะทะลุ 3% ไปอีกอย่างน้อย 3 เดือน” 

 

สำหรับตลาดหุ้นจีนซึ่ง Outperform ได้ในช่วงสัปดาห์แรกของปีนี้ มีโอกาสจะโดดเด่นต่อไปในช่วงที่เหลือของปี หลังจากที่รัฐบาลจีนเริ่มเปลี่ยนทิศทางของนโยบาย ทั้งการยกเลิกมาตรการ Zero-COVID หรือการกลับมาสนับสนุนภาคเอกชน หลังจากคุมเข้มมาตั้งแต่ปลายปี 2020

 

ด้าน Bruce Pang หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์และหัวหน้าฝ่ายวิจัยเศรษฐกิจจีนของ Jones Lang LaSalle กล่าวว่า เงินเฟ้อของจีนในปี 2023 อาจจะยังคงตัวและควบคุมได้ และมีโอกาสไม่มากนักที่เงินเฟ้อจะพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว ขณะที่นโยบายการเงินจะเป็นการเน้นไปที่การสร้างเสถียรภาพให้กับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ 

 

อ้างอิง: 

 

The post จีนรายงานเงินเฟ้อเดือน ธ.ค. เพิ่มขึ้น 1.8% ต่ำกว่าเป้าหมาย ตอกย้ำว่ารัฐบาลจะยังผ่อนคลายทางการเงินต่อไป appeared first on THE STANDARD.

]]>
หุ้นเอเชียเปิดสัปดาห์ดิ่งลงเกือบทั้งหมด จับตา! ผลประชุม Fed 14 ธ.ค. นี้ https://thestandard.co/asian-stocks-open-week-lower/ Mon, 12 Dec 2022 07:11:41 +0000 https://thestandard.co/?p=722719

ความเคลื่อนไหวตลาดหุ้นในเอเชียวันนี้ (12 ธันวาคม) ปรับต […]

The post หุ้นเอเชียเปิดสัปดาห์ดิ่งลงเกือบทั้งหมด จับตา! ผลประชุม Fed 14 ธ.ค. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>

ความเคลื่อนไหวตลาดหุ้นในเอเชียวันนี้ (12 ธันวาคม) ปรับตัวลดลงเป็นส่วนใหญ่ (ณ เวลา 12.55 น.) โดยตลาดหุ้นสำคัญอย่าง Hang Seng ฮ่องกง -2%, Shanghai จีน -0.7%, KOSPI เกาหลีใต้ -0.7%, IDX Composite อินโดนีเซีย -0.5%, Nikkei 225 ญี่ปุ่น -0.2%, BSE Sensex อินเดีย -0.1% ขณะที่ตลาดหุ้นของ PSEi Composite ฟิลิปปินส์ ยืนบวกได้ 0.5% ส่วนตลาดหุ้นไทยปิดทำการในวันนี้

 

ทั้งนี้ ปัจจัยที่ตลาดจับตาดูคือการประกาศตัวเลขดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐฯ ซึ่งจะรายงานออกมาในวันอังคารนี้ (13 ธันวาคม) ดัชนี CPI เป็นตัวเลขที่สะท้อนถึงอัตราเงินเฟ้อ ซึ่งนักเศรษฐศาสตร์หลายรายคาดว่าตัวเลขเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core Inflation) ในเดือนพฤศจิกายนจะอยู่ที่ 6.1% จากเดือนก่อนหน้าซึ่งอยู่ที่ 6.3%

 

อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ของสหรัฐฯ ซึ่งรายงานออกมาเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (9 ธันวาคม) เพิ่มขึ้น 7.4% มากกว่าการคาดการณ์ที่ 7.2% ถือเป็นความเสี่ยงที่เราอาจจะเห็นอัตราเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูงนานกว่าที่คาด

 

Chris Weston หัวหน้าฝ่ายวิจัยของ Pepperstone กล่าวว่า คงจะเป็นสิ่งที่น่าประหลาดใจมากหากเราไม่ได้เห็นธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ขึ้นดอกเบี้ยในอัตราที่ลดลงมาเหลือ 0.5% นอกจากนี้เรายังอยากที่จะทราบว่ามีโอกาสแค่ไหนที่ Fed จะชะลอการขึ้นดอกเบี้ยมาเหลือเพียง 0.25% นับแต่เดือนกุมภาพันธ์ปีหน้า

 

ทั้งนี้ การประชุมของ Fed ครั้งสุดท้ายของปีนี้จะเกิดขึ้นในวันพุธนี้ (14 ธันวาคม) ซึ่งตลาดคาดว่า Fed จะปรับดอกเบี้ยนโยบาย 0.5%


ข่าวที่เกี่ยวข้อง


อ้างอิง:

The post หุ้นเอเชียเปิดสัปดาห์ดิ่งลงเกือบทั้งหมด จับตา! ผลประชุม Fed 14 ธ.ค. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>