ดอกเบี้ยเงินกู้ Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/ดอกเบี้ยเงินกู้/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Mon, 09 Mar 2026 08:15:51 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 อัพเดท ‘ดอกเบี้ยเงินกู้’ MRR MLR MOR หลังกนง. หั่นดอกเบี้ยเหลือ 1% https://thestandard.co/loan-interest-rates-mrr-mlr-mor-mpc/ Mon, 09 Mar 2026 08:15:51 +0000 https://thestandard.co/?p=1185800 ภาพกราฟิกแสดงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ MRR MLR MOR ของธนาคาร หลัง กนง. ลดดอกเบี้ยนโยบาย

อัพเดท ‘ดอกเบี้ยเงินกู้’ พบว่า บรรดาธนาคารพาณิชย์และสถา […]

The post อัพเดท ‘ดอกเบี้ยเงินกู้’ MRR MLR MOR หลังกนง. หั่นดอกเบี้ยเหลือ 1% appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพกราฟิกแสดงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ MRR MLR MOR ของธนาคาร หลัง กนง. ลดดอกเบี้ยนโยบาย

อัพเดท ‘ดอกเบี้ยเงินกู้’ พบว่า บรรดาธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินของรัฐ (SFIs) ส่วนใหญ่พากันลดดอกเบี้ยลง 0.05% – 0.15% ซึ่งนับเป็นอัตราที่ต่ำกว่ามติคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 ให้ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% ต่อปีลงจาก 1.25% เป็น 1.00%

 

MLR MOR และ MRR คืออะไร

 

ตามคำอธิบายจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คือ MLR MOR และ MRR อัตราดอกเบี้ยที่ธนาคารพาณิชย์ใช้อ้างอิงในการเรียกเก็บดอกเบี้ยเงินกู้จากลูกค้า ซึ่งมีลักษณะเป็นดอกเบี้ยลอยตัว เช่น

 

MLR (Minimum Loan Rate) หมายถึง อัตราดอกเบี้ยที่ธนาคารพาณิชย์เรียกเก็บจากลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี เช่น มีประวัติการเงินที่ดี มีหลักทรัพย์ค้ำประกันอย่างเพียงพอ โดยส่วนใหญ่ใช้กับเงินกู้ระยะยาวที่มีกำหนดระยะเวลาที่แน่นอน เช่น สินเชื่อเพื่อการประกอบธุรกิจ

 

MOR (Minimum Overdraft Rate) หมายถึง อัตราดอกเบี้ยที่ธนาคารพาณิชย์เรียกเก็บจากลูกค้ารายใหญ่ชั้นดีประเภทวงเงินเบิกเกินบัญชี ทำให้ธนาคารต้องเข้มงวดในการพิจารณาผู้กู้ ทั้งคุณสมบัติของผู้กู้ ประวัติทางการเงิน และหลักทรัพย์ประกัน เป็นต้น

 

MRR (Minimum Retail Rate) หมายถึง อัตราดอกเบี้ยที่ธนาคารพาณิชย์เรียกเก็บจากลูกค้ารายย่อยชั้นดี เช่น สินเชื่อส่วนบุคคล สินเชื่อที่อยู่อาศัย

 


 

อัพเดท ‘ดอกเบี้ยเงินกู้’ MRR MLR MOR หลังกนง. หั่นดอกเบี้ยเหลือ 1%

 

ภาพประกอบ: กันยกร กาญจนวิไล

The post อัพเดท ‘ดอกเบี้ยเงินกู้’ MRR MLR MOR หลังกนง. หั่นดอกเบี้ยเหลือ 1% appeared first on THE STANDARD.

]]>
ออมสิน-SME D Bank-บสย. ลดดอกเบี้ยเงินกู้สูงสุด 0.15% ขานรับมติ กนง https://thestandard.co/gsb-sme-d-bank-tcg-interest-cut/ Sat, 28 Feb 2026 05:33:44 +0000 https://thestandard.co/?p=1182706

ออมสิน – SME D Bank – บสย. 3 สถาบันการเงินร […]

The post ออมสิน-SME D Bank-บสย. ลดดอกเบี้ยเงินกู้สูงสุด 0.15% ขานรับมติ กนง appeared first on THE STANDARD.

]]>

ออมสิน – SME D Bank – บสย. 3 สถาบันการเงินรัฐประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ ขานรับมติ กนง. ที่ปรับลดดอกเบี้ยนโยบายลงเหลือ 1.00% ต่อปี โดย ‘ออมสิน’ และ ‘บสย.’ เริ่มมีผล 2 มี.ค. 2569 ขณะที่ ‘SME D Bank’ มีผล 4 มี.ค. 2569 เพื่อบรรเทาภาระต้นทุนและหนุนสภาพคล่อง SMEs

 

บสย. ลดดอกเบี้ย Prime Rate เหลือ 5.25% ช่วยลูกหนี้เคลม มีผล 2 มี.ค. 69

 

สิทธิกร ดิเรกสุนทร กรรมการและผู้จัดการทั่วไป บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพื่อช่วยเหลือลูกหนี้ที่ บสย. จ่ายเคลม ภายใต้มาตรการ ‘บสย. พร้อมช่วย’ เพื่อให้ลูกหนี้สามารถกลับมาดำเนินธุรกิจได้อีกครั้ง

 

โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 2 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป ดังนี้

 

  • อัตราดอกเบี้ย Prime Rate ปรับลดลง 0.1% ต่อปี เหลือ 5.25% ต่อปี

 

SME D Bank ลดดอกเบี้ยสูงสุด 0.15% หนุนเอสเอ็มอี มีผล 4 มี.ค. 69

 

พิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME D Bank) ระบุว่า ธนาคารขานรับนโยบาย ธปท. ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้สูงสุด 0.15% เพื่อลดภาระต้นทุนให้ผู้ประกอบการ พร้อมจัดแพ็กเกจสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ 3% ต่อปี คงที่ 3 ปีแรก เสริมสภาพคล่อง

 

โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 4 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป ดังนี้

 

  • อัตราดอกเบี้ย MLR ลดลง 0.05% อยู่ที่ 7.050% ต่อปี
  • อัตราดอกเบี้ย MOR คงอยู่ที่ 7.150% ต่อปี
  • อัตราดอกเบี้ย MRR ลดลง 0.15% อยู่ที่ 7.025% ต่อปี

 

ออมสิน ลดดอกเบี้ยทุกประเภท 0.15% ต่ำสุดในระบบ มีผล 2 มี.ค. 69

 

ลภาวรรณ จันทร์กระจ่าง รองผู้อำนวยการธนาคารออมสิน รักษาการแทนผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เผยว่า ธนาคารประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ทุกประเภทลง 0.15% ต่อปี เพื่อสอดรับมติ กนง. และนโยบายกระทรวงการคลังในการกระตุ้นเศรษฐกิจ พร้อมตรึงดอกเบี้ยเงินฝากเพื่อประโยชน์ของผู้รักษาเงินออม

 

โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 2 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป ดังนี้

 

  • อัตราดอกเบี้ย MLR ปรับลดลงเหลือ 6.025% ต่อปี
  • อัตราดอกเบี้ย MOR ปรับลดลงเหลือ 5.695% ต่อปี
  • อัตราดอกเบี้ย MRR ปรับลดลงเหลือ 6.045% ต่อปี

The post ออมสิน-SME D Bank-บสย. ลดดอกเบี้ยเงินกู้สูงสุด 0.15% ขานรับมติ กนง appeared first on THE STANDARD.

]]>
BAY ลดดอกเบี้ยเงินกู้ยกแผง 0.1% มีผล 4 มี.ค. ส่วน SCB ลดสูงสุด 0.15% มีผล 2 มี.ค. https://thestandard.co/bay-scb-cut-loan-rates/ Fri, 27 Feb 2026 12:31:52 +0000 https://thestandard.co/?p=1182537 โลโก้ธนาคารกรุงศรีและธนาคารไทยพาณิชย์ พร้อมข้อความประกาศลดดอกเบี้ยเงินกู้

ธนาคารกรุงศรี (BAY) ประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ทั้ […]

The post BAY ลดดอกเบี้ยเงินกู้ยกแผง 0.1% มีผล 4 มี.ค. ส่วน SCB ลดสูงสุด 0.15% มีผล 2 มี.ค. appeared first on THE STANDARD.

]]>
โลโก้ธนาคารกรุงศรีและธนาคารไทยพาณิชย์ พร้อมข้อความประกาศลดดอกเบี้ยเงินกู้

ธนาคารกรุงศรี (BAY) ประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ทั้งแผง ทั้ง MLR, MOR และ MRR ลง 0.1% ต่อปี มีผล 4 มี.ค. 2569 ขณะที่ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) ปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงสูงสุด 0.15% มีผล 2 มี.ค. 2569

 

กรุงศรี ลดดอกเบี้ยเงินกู้ทุกรายการ 0.1% มีผล 4 มี.ค. 2569

 

เคนอิจิ ยามาโตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) เผยว่า กรุงศรี ประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ เพื่อช่วยบรรเทาภาระทางการเงินให้กับลูกค้า และสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย

 

โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 4 มีนาคม 2569 ดังนี้

 

  • อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี ประเภทเงินกู้แบบมีระยะเวลา (Minimum Loan Rate หรือ MLR) ปรับลดลง 0.1% จาก 6.650% เป็น 6.550%
  • อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี ประเภทเงินเบิกเกินบัญชี (Minimum Overdraft Rate หรือ MOR) ปรับลดลง 0.1% จาก 6.475% เป็น 6.375%
  • อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายย่อยชั้นดี (Minimum Retail Rate หรือ MRR) ปรับลดลง 0.1% จาก 6.770% เป็น 6.670%

 

SCB ลดดอกเบี้ยเงินกู้ สูงสุด 0.15% มีผล 2 มี.ค. 2569

 

กฤษณ์ จันทโนทก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ธนาคารไทยพาณิชย์ ขานรับมติคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ เพื่อช่วยสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย และช่วยบรรเทาภาระหนี้ให้กับครัวเรือนและธุรกิจเพิ่มเติม

 

มีผลตั้งแต่วันที่ 2 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป ดังนี้

 

  • อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ ลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี ประเภทเงินกู้แบบมีระยะเวลา (MLR: Minimum Loan Rate) ลดลง 0.05% เหลือ 6.350% ต่อปี
  • อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี ประเภทเงินเบิกเกินบัญชี (MOR: Minimum Overdraft Rate) ลดลง 0.15% เหลือ 6.275% ต่อปี
  • อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายย่อยชั้นดี (MRR: Minimum Retail Rate) ปรับลดลง 0.10% เหลือ 6.575% ต่อปี

 

โดยการปรับลดอัตราดอกเบี้ยครั้งนี้ จะช่วยบรรเทาภาระทางการเงิน ควบคู่ไปกับความช่วยเหลืออื่นๆ ที่ธนาคารได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง

The post BAY ลดดอกเบี้ยเงินกู้ยกแผง 0.1% มีผล 4 มี.ค. ส่วน SCB ลดสูงสุด 0.15% มีผล 2 มี.ค. appeared first on THE STANDARD.

]]>
BBL-KTB สองแบงก์ใหญ่นำร่อง ลดดอกเบี้ยเงินกู้ลง 0.1% ตามมติกนง. https://thestandard.co/bbl-ktb-loan-rate-cut/ Thu, 26 Feb 2026 11:55:04 +0000 https://thestandard.co/?p=1182126 โลโก้ธนาคารกรุงเทพและธนาคารกรุงไทย ประกาศลดดอกเบี้ยเงินกู้

2 แบงก์ใหญ่ขานรับนโยบายผ่อนคลายการเงิน ธนาคารกรุงเทพ (B […]

The post BBL-KTB สองแบงก์ใหญ่นำร่อง ลดดอกเบี้ยเงินกู้ลง 0.1% ตามมติกนง. appeared first on THE STANDARD.

]]>
โลโก้ธนาคารกรุงเทพและธนาคารกรุงไทย ประกาศลดดอกเบี้ยเงินกู้

2 แบงก์ใหญ่ขานรับนโยบายผ่อนคลายการเงิน ธนาคารกรุงเทพ (BBL) และธนาคารกรุงไทย (KTB) ประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ทั้งแผง ทั้ง MLR, MOR และ MRR ลง 0.1% ต่อปี โดย BBL มีผล 26 ก.พ. เป็นต้นไป และ KTB มีผล 2 มี.ค.นี้

 

แบงก์กรุงเทพลดดอกเบี้ย 0.1% มีผล 26 ก.พ. เป็นต้นไป

 

วันนี้ (25 กุมภาพันธ์) ไชยฤทธิ์ อนุชิตวรวงศ์ รองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ธนาคารประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินให้สินเชื่อ M Rate ทุกประเภทลง 0.1% เพื่อช่วยกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจ รวมทั้งช่วยบรรเทาภาระหนี้ให้กับลูกค้าประชาชน

 

โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 ดังนี้

 

  • อัตราดอกเบี้ยสำหรับลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี ประเภทเงินกู้แบบมีระยะเวลา (Minimum Loan Rate) หรือ MLR เป็น 6.35% ต่อปี
  • อัตราดอกเบี้ยสำหรับลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี ประเภทเงินเบิกเกินบัญชี (Minimum Overdraft Rate) หรือ MOR เป็น 6.50% ต่อปี
  • อัตราดอกเบี้ยลูกค้ารายย่อยชั้นดี (Minimum Retail Rate) หรือ MRR เป็น 6.50% ต่อปี

 

การปรับลดอัตราดอกเบี้ยครั้งนี้เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ที่ต้องการสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ภายใต้เศรษฐกิจที่มีแนวโน้มชะลอตัวและมีความเสี่ยงมากขึ้น รวมถึงสนับสนุนประสิทธิผลของมาตรการทางการเงินและนโยบายของภาครัฐ

 

กรุงไทยลดดอกเบี้ย 0.1% มีผล 2 มี.ค.นี้

 

ธนาคารกรุงไทย เดินหน้าช่วยเหลือลูกค้าทุกกลุ่ม ปรับลดดอกเบี้ยเงินกู้ MOR MLR และ MRR เพื่อลดภาระหนี้และต้นทุนทางการเงินให้ครัวเรือน ภาคธุรกิจ และผู้ประกอบการ SME เสริมสภาพคล่อง ประคองการจ้างงาน และสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน มีผล 2 มี.ค.นี้

 

ศรัณยา เวชากุล ประธานผู้บริหาร Financial, Strategy & Resources Management ธนาคารกรุงไทย เผยว่า ธนาคารได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มขยายตัวต่ำกว่าศักยภาพ จากความท้าทายรอบด้านและปัจจัยเชิงโครงสร้าง ทั้งเศรษฐกิจนอกระบบมีขนาดใหญ่ หนี้ครัวเรือนอยู่ในระดับสูง กระทบต่อขีดความสามารถทางการแข่งขันของภาคธุรกิจ และการดำรงชีพของภาคครัวเรือน

 

โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 2 มีนาคม ดังนี้

 

  • ลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี ประเภทเงินเบิกเกินบัญชี (MOR) เหลือ 6.270% ต่อปี
  • อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี ประเภทเงินกู้แบบมีระยะเวลา (MLR) เหลือ 6.300% ต่อปี
  • อัตราดอกเบี้ยสำหรับลูกค้ารายย่อยชั้นดี (MRR) เหลือ 6.845% ต่อปี

 

ทั้งนี้ ธนาคารกรุงไทยลดดอกเบี้ยนโยบายลง 0.1% เมื่อเทียบกับอัตราเดิม เพื่อช่วยบรรเทาภาระหนี้ ลดค่าใช้จ่ายทางการเงินให้แก่ลูกค้าประชาชน โดยเฉพาะครัวเรือนกลุ่มเปราะบาง และผู้ประกอบการ SME ประคองการจ้างงาน สอดคล้องกับนโยบายของ กนง. ในการสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในระยะข้างหน้า

The post BBL-KTB สองแบงก์ใหญ่นำร่อง ลดดอกเบี้ยเงินกู้ลง 0.1% ตามมติกนง. appeared first on THE STANDARD.

]]>
อัปเดต ‘ดอกเบี้ยเงินกู้’ MRR MLR MOR แบงก์พาณิชย์-แบงก์รัฐ หลัง กนง. หั่นดอกเบี้ย รอบสุดท้ายของปี 2568 KResearch คาดลดภาระดอกเบี้ยลงประมาณ 3,800-4,800 ล้านบาท https://thestandard.co/mrr-mlr-mor-rate-cut-thailand/ Tue, 30 Dec 2025 01:01:53 +0000 https://thestandard.co/?p=1159891 อัปเดต ‘ดอกเบี้ยเงินกู้’ MRR MLR MOR แบงก์พาณิชย์-แบงก์รัฐ หลัง กนง. หั่นดอกเบี้ย รอบสุดท้ายของปี 2568 KResearch คาดลดภาระดอกเบี้ยลงประมาณ 3,800-4,800 ล้านบาท

ทั้งปี 2568 แบงก์พาณิชย์ทยอยหั่นอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ ตา […]

The post อัปเดต ‘ดอกเบี้ยเงินกู้’ MRR MLR MOR แบงก์พาณิชย์-แบงก์รัฐ หลัง กนง. หั่นดอกเบี้ย รอบสุดท้ายของปี 2568 KResearch คาดลดภาระดอกเบี้ยลงประมาณ 3,800-4,800 ล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
อัปเดต ‘ดอกเบี้ยเงินกู้’ MRR MLR MOR แบงก์พาณิชย์-แบงก์รัฐ หลัง กนง. หั่นดอกเบี้ย รอบสุดท้ายของปี 2568 KResearch คาดลดภาระดอกเบี้ยลงประมาณ 3,800-4,800 ล้านบาท

ทั้งปี 2568 แบงก์พาณิชย์ทยอยหั่นอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ ตามกนง. 4 รอบ โดยการลดดอกเบี้ยรอบล่าสุด คาดว่า จะลดภาระดอกเบี้ยของลูกหนี้ธุรกิจและรายย่อยลง 3,800-4,800 ล้านบาท อย่างไรก็ดี การปรับลดดอกเบี้ยเพียงปัจจัยเดียว อาจมีผลค่อนข้างจำกัดต่อทิศทางการปล่อยสินเชื่อใหม่ โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยยังคงตัวเลขคาดการณ์สินเชื่อระบบแบงก์ไทยในปี 2569 ไว้ที่ -0.7% ตามเดิม โดยหดตัวต่อเนื่องเป็นปีที่ 3

 

กาญจนา โชคไพศาลศิลป์ ผู้บริหารงานวิจัย บริษัทศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด (KResearch) กล่าวว่า ภาพรวมตลอดทั้งปี 2568 ธนาคารพาณิชย์ทยอยประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ MLR, MOR, MRR ลงมาแล้วประมาณ 0.40-0.90% ตาม 4 รอบการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) โดยการลดดอกเบี้ยเงินกู้ของแบงก์รอบล่าสุด เริ่มมีผลแล้วตั้งแต่ช่วงวันที่ 22-24 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา

 

อย่างไรก็ดี ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่า ผลบวกสุทธิต่อลูกหนี้จะทยอยเกิดขึ้นในปี 2569 โดยคาดว่า ภาระดอกเบี้ยของลูกหนี้ธุรกิจและรายย่อย จะปรับลดลงรวมกันประมาณ 3,800-4,800 ล้านบาทภายในครึ่งแรกของปี 2569 เพิ่มเติมจากผลของการลดดอกเบี้ยที่ช่วยแบ่งเบาภาระลูกหนี้ประมาณ 17,000-19,500 ล้านบาทในปี 2568

 

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ยังคาดว่า การปรับลดดอกเบี้ยเพียงปัจจัยเดียว อาจมีผลค่อนข้าง ‘จำกัด’ ต่อทิศทางการปล่อยสินเชื่อใหม่ เพราะการฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจในภาพรวมยังเปราะบาง โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยยังคงตัวเลขคาดการณ์สินเชื่อระบบแบงก์ไทยในปี 2569 ไว้ที่ -0.7% ตามเดิม เนื่องจาก เศรษฐกิจปี 2569 ที่มีความเปราะบาง ยังมีผลต่อคุณภาพหนี้และการฟื้นตัวของสินเชื่อ

 

“สินเชื่อของระบบธนาคารพาณิชย์จดทะเบียนในประเทศ หรือระบบแบงก์ไทย ในปี 2569 จะหดตัวลงติดต่อกันเป็นปีที่ 3 ที่ -0.7% ต่อเนื่องจากที่คาดว่าจะปิดปี 2568 ที่ -2.3% สอดคล้องกับหลายปัจจัยเสี่ยงที่มีผลกระทบต่อแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย”

 

แม้ทิศทางอัตราดอกเบี้ยที่ลดลงจะสร้างสัญญาณเชิงบวกต่อภาระต้นทุนทางการเงิน แต่ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า แนวโน้มการฟื้นตัวของสินเชื่อในปี 2569 ยังคงเผชิญข้อจำกัดหลายประการ ทั้งจากพฤติกรรมผู้กู้ที่ยังก่อหนี้เพิ่มอย่างระมัดระวัง ความเปราะบางของภาวะเศรษฐกิจ และการปล่อยสินเชื่อตามแนวทางที่สอดคล้องกับศักยภาพลูกหนี้ของสถาบันการเงิน สะท้อนให้เห็นว่า ต้นทุนดอกเบี้ยเพียงปัจจัยเดียวอาจไม่เพียงพอที่จะหนุนการฟื้นตัวของสินเชื่อ หากปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจและความเสี่ยงยังไม่เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ

 

นอกจากนี้ ยังต้องติดตามความสามารถในการชำระหนี้ของกลุ่ม SME และรายย่อยอย่างใกล้ชิด ขณะที่ คาดว่าสัดส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพหรือ NPL Ratio ในปี 2569 จะยังคงอยู่ในระดับสูงที่ประมาณ 2.80-2.97% ของสินเชื่อรวม

 

อัปเดต ‘ดอกเบี้ยเงินกู้’ MRR MLR MOR แบงก์พาณิชย์-แบงก์รัฐ หลัง กนง. หั่นดอกเบี้ย รอบสุดท้ายของปี 2568 KResearch คาดลดภาระดอกเบี้ยลงประมาณ 3,800-4,800 ล้านบาท 1

The post อัปเดต ‘ดอกเบี้ยเงินกู้’ MRR MLR MOR แบงก์พาณิชย์-แบงก์รัฐ หลัง กนง. หั่นดอกเบี้ย รอบสุดท้ายของปี 2568 KResearch คาดลดภาระดอกเบี้ยลงประมาณ 3,800-4,800 ล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
แบงก์ใหญ่ขยับ! BBL และ SCB ประกาศลดดอกเบี้ยเงินกู้ ช่วยกลุ่มเปราะบางและผู้ประกอบการรับมือความเสี่ยงเศรษฐกิจ มีผลปลายเดือน ธ.ค. 68 https://thestandard.co/bbl-scb-cut-loan-rates/ Sat, 20 Dec 2025 07:19:49 +0000 https://thestandard.co/?p=1156500 แบงก์ใหญ่ขยับ BBL และ SCB ประกาศลดดอกเบี้ยเงินกู้ ช่วยกลุ่มเปราะบางและผู้ประกอบการรับมือความเสี่ยงเศรษฐกิจ มีผลปลายเดือน ธ.ค. 68

2 แบงก์ใหญ่ขานรับนโยบายผ่อนคลายการเงิน ธนาคารกรุงเทพ (B […]

The post แบงก์ใหญ่ขยับ! BBL และ SCB ประกาศลดดอกเบี้ยเงินกู้ ช่วยกลุ่มเปราะบางและผู้ประกอบการรับมือความเสี่ยงเศรษฐกิจ มีผลปลายเดือน ธ.ค. 68 appeared first on THE STANDARD.

]]>
แบงก์ใหญ่ขยับ BBL และ SCB ประกาศลดดอกเบี้ยเงินกู้ ช่วยกลุ่มเปราะบางและผู้ประกอบการรับมือความเสี่ยงเศรษฐกิจ มีผลปลายเดือน ธ.ค. 68

2 แบงก์ใหญ่ขานรับนโยบายผ่อนคลายการเงิน ธนาคารกรุงเทพ (BBL) และธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) ประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ทั้งแผง ทั้ง MLR, MOR และ MRR สูงสุดถึง 0.25% ต่อปี เพื่อเร่งบรรเทาภาระหนี้และเสริมสภาพคล่องให้กับลูกค้าบุคคลและผู้ประกอบการ SMEs ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจไทยที่มีแนวโน้มชะลอตัวและเผชิญความเสี่ยงรอบด้านจากปัจจัยภายนอก

 

แบงก์กรุงเทพ ลดอัตราดอกเบี้ย มีผลตั้งแต่วันที่ 22 ธันวาคม 2568

 

ไชยฤทธิ์ อนุชิตวรวงศ์ รองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ธนาคารประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้และเงินฝาก โดยปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินให้สินเชื่อ เอ็มแอลอาร์ (MLR) หรืออัตราดอกเบี้ยสำหรับลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี ประเภทเงินกู้แบบมีระยะเวลา (Minimum Loan Rate) เป็น 6.45% ต่อปี เอ็มโออาร์ (MOR) หรืออัตราดอกเบี้ยสำหรับลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี ประเภทเงินเบิกเกินบัญชี (Minimum Overdraft Rate) เป็น 6.60% ต่อปี และ เอ็มอาร์อาร์ (MRR) หรืออัตราดอกเบี้ยลูกค้ารายย่อยชั้นดี (Minimum Retail Rate) เป็น 6.60% ต่อปี โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 22 ธันวาคม 2568

 

การปรับลดอัตราดอกเบี้ยครั้งนี้เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ที่ต้องการสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ภายใต้เศรษฐกิจที่มีแนวโน้มชะลอตัวและมีความเสี่ยงมากขึ้น รวมถึงสนับสนุนประสิทธิผลของมาตรการทางการเงินและนโยบายของภาครัฐ

 

นอกจากนี้ ธนาคารได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากลง 0.05 – 0.10% ต่อปี โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 22 ธันวาคม 2568

 

ธนาคารไทยพาณิชย์ ลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้สูงสุด 0.25% มีผลวันที่ 23 ธันวาคม 2568

 

ธนาคารไทยพาณิชย์ ขานรับมติคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) โดยประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้สูงสุด 0.25% ต่อปี พร้อมปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก 0.05% – 0.10% ต่อปี แต่จะยังคงอัตราดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์ของลูกค้าบุคคลไว้ เพื่อสนับสนุนทิศทางการผ่อนคลายนโยบายการเงิน ด้วยการบรรเทาภาระทางการเงินของลูกค้าบุคคลและธุรกิจ ท่ามกลางสถานการณ์เศรษฐกิจไทยที่มีแนวโน้มชะลอลงชัดเจนและมีความเสี่ยงมากขึ้น โดยอัตราดอกเบี้ยเงินกู้และเงินฝากใหม่มีผลตั้งแต่วันที่ 23 ธันวาคม 2568 เป็นต้นไป

 

กฤษณ์ จันทโนทก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ปัจจุบันลูกหนี้กลุ่มเปราะบางยังมีหนี้สูง ขณะที่เศรษฐกิจไทยมีความเสี่ยงสูงขึ้นจากปัจจัยภายนอกและภายในประเทศ ทั้งผลกระทบของมาตรการค้าของสหรัฐฯ ความไม่แน่นอนทางการเมือง และแรงกดดันต่อการปรับตัวของภาคธุรกิจ โดยเฉพาะ SMEs การปรับลดดอกเบี้ยครั้งนี้จะช่วยบรรเทาภาระการชำระหนี้และเสริมสภาพคล่อง รวมถึงช่วยเสริมประสิทธิผลมาตรการทางการเงินของภาครัฐ ที่มุ่งลดความเปราะบางของภาคครัวเรือนและช่วยให้ผู้ประกอบการ SMEs สามารถปรับตัวเพื่อดำเนินธุรกิจได้อย่างเหมาะสม

 

ทั้งนี้ ธนาคารได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ทั้ง MLR, MOR และ MRR ลง 0.10% – 0.25% ต่อปี เพื่อให้สอดคล้องกับทิศทางนโยบายการเงินและแนวโน้มเศรษฐกิจไทยในระยะข้างหน้า โดยมีรายละเอียดดังนี้

 

  • อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี ประเภทเงินกู้แบบมีระยะเวลา (MLR : Minimum Loan Rate) จากปัจจุบันอยู่ที่ 6.500% เป็น 6.400% ต่อปี
  • อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี ประเภทเงินเบิกเกินบัญชี (MOR : Minimum Overdraft Rate) จากปัจจุบันอยู่ที่ 6.675% เป็น 6.425% ต่อปี
  • อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายย่อยชั้นดี (MRR : Minimum Retail Rate) จากปัจจุบันอยู่ที่ 6.775% เป็น 6.675% ต่อปี

 

ในส่วนของอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก ธนาคารได้ปรับลดลง 0.05% – 0.10% ต่อปี โดยธนาคารไม่ได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์ของลูกค้าบุคคลธรรมดาลง เพื่อช่วยเหลือผู้ฝากเงินในภาวะดอกเบี้ยต่ำ

 

ธนาคารยังคงพร้อมสนับสนุนลูกค้าอย่างต่อเนื่อง โดยการปรับลดอัตราดอกเบี้ยครั้งนี้จะช่วยบรรเทาภาระทางการเงิน ควบคู่ไปกับความช่วยเหลืออื่นๆ ที่ธนาคารได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง สำหรับลูกค้าที่ประสงค์จะขอรับคำปรึกษา สามารถติดต่อได้ที่ SCB Call Center 02-777-7777

The post แบงก์ใหญ่ขยับ! BBL และ SCB ประกาศลดดอกเบี้ยเงินกู้ ช่วยกลุ่มเปราะบางและผู้ประกอบการรับมือความเสี่ยงเศรษฐกิจ มีผลปลายเดือน ธ.ค. 68 appeared first on THE STANDARD.

]]>
เช็กเลย! อัปเดต ‘ดอกเบี้ยเงินกู้’ ธนาคารพาณิชย์-แบงก์รัฐ หลัง กนง. หั่นดอกเบี้ยนโยบายเมื่อ ส.ค. 2568 https://thestandard.co/loan-rates-update-aug-2568-info/ Thu, 14 Aug 2025 14:42:33 +0000 https://thestandard.co/?p=1107516

แบงก์พาณิชย์-แบงก์รัฐฯ เร่งรับลูก กนง. ทยอยปรับลด ‘อัตร […]

The post เช็กเลย! อัปเดต ‘ดอกเบี้ยเงินกู้’ ธนาคารพาณิชย์-แบงก์รัฐ หลัง กนง. หั่นดอกเบี้ยนโยบายเมื่อ ส.ค. 2568 appeared first on THE STANDARD.

]]>

แบงก์พาณิชย์-แบงก์รัฐฯ เร่งรับลูก กนง. ทยอยปรับลด ‘อัตราดอกเบี้ยเงินกู้’ หลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เมื่อวันที่ 13 สิงหาคมที่ผ่านมา มีมติปรับลดดอกเบี้ยลง 0.25% จาก 1.75% เหลือ 1.5%

 

โดยรอบนี้ ธนาคารกรุงเทพ (BBL) เป็นธนาคารแห่งแรกที่ประกาศปรับลดดอกเบี้ยเงินกู้ ทั้ง MLR, MOR และ MRR ลดลง 0.25% หวังช่วยกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจให้เพิ่มมากยิ่งขึ้น

 

ตามมาด้วยธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ (SFIs) และอื่นๆ ที่เร่งประกาศลดตามอย่างรวดเร็วกว่ารอบก่อนหน้านี้ สะท้อนว่าการส่งผ่านอัตราดอกเบี้ยนโยบายรอบนี้ อาจมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลดีกว่ารอบที่ผ่านมา

 

ธปท. หวังธนาคารเร่งลดดอกเบี้ยเงินกู้ตาม เพิ่มประสิทธิภาพส่งผ่าน

 

โดยในแถลงผลการประชุม กนง. ครั้งที่ 4/2568 ดร.สักกะภพ พันธ์ยานุกูล เลขานุการ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) กล่าวอีกว่า คาดหวังว่าในการปรับดอกเบี้ยของ กนง. รอบนี้ ทางธนาคารพาณิชย์ก็จะมีการปรับลดดอกเบี้ยเงินกู้ตาม หลังเห็นการส่งผ่านดอกเบี้ยนโยบายไปที่ดอกเบี้ยเงินกู้เริ่มชะลอตัว

 

โดยตามข้อมูลจากรายงานนโยบายการเงิน ไตรมาส 2 ปี 2568 ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ระบุว่า ส่งผ่านไปอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ MLR, MRR และ MOR เฉลี่ยอยู่ที่ 42% ซึ่งใกล้เคียงกับอัตราการส่งผ่านในวัฏจักรดอกเบี้ยขาลงในอดีต แต่อัตราการส่งผ่านลดต่ำลงในการประชุมครั้งหลัง ด้านอัตราดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์และเงินฝากประจำปรับลดลงเช่นเดียวกัน

 

 

ภาพประกอบ: กันยกร กาญจนวิไล

The post เช็กเลย! อัปเดต ‘ดอกเบี้ยเงินกู้’ ธนาคารพาณิชย์-แบงก์รัฐ หลัง กนง. หั่นดอกเบี้ยนโยบายเมื่อ ส.ค. 2568 appeared first on THE STANDARD.

]]>
SCB KBank BAY ttb พาเหรดหั่นดอกเบี้ยเงินกู้ตามมติ กนง. https://thestandard.co/scb-kbank-bay-ttb-loan-rate-cut/ Thu, 14 Aug 2025 07:50:56 +0000 https://thestandard.co/?p=1107307 ธนาคาร SCB KBank BAY ttb ประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ 0.25% ตามมติ กนง.

ธนาคารพาณิชย์รายใหญ่ต่างๆ รวมถึง ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) […]

The post SCB KBank BAY ttb พาเหรดหั่นดอกเบี้ยเงินกู้ตามมติ กนง. appeared first on THE STANDARD.

]]>
ธนาคาร SCB KBank BAY ttb ประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ 0.25% ตามมติ กนง.

ธนาคารพาณิชย์รายใหญ่ต่างๆ รวมถึง ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) ธนาคารกสิกรไทย (Kbank) ธนาคารกรุงศรีอยุธยา (BAY) และทีเอ็มบีธนชาต (ttb) แห่ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ ตามมติคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ที่ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% จาก 1.75% มาอยู่ที่ 1.50% ต่อปี

 

วันนี้ (14 สิงหาคม) กฤษณ์ จันทโนทก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ธนาคารไทยพาณิชย์ ประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ทุกประเภท 0.25% ต่อปี สอดคล้องกับมติคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ที่ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% จาก 1.75% มาอยู่ที่ 1.50% ต่อปี เพื่อช่วยเพิ่มสภาพคล่องสำหรับภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมจากมาตรการภาษีสหรัฐฯ และลดภาระต้นทุนทางการเงินของลูกค้า โดยเฉพาะกลุ่มที่ยังเปราะบาง อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ใหม่มีผลตั้งแต่วันที่ 15 สิงหาคม 2568 เป็นต้นไป โดยมีรายละเอียดดังนี้

 

อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี ประเภทเงินกู้แบบมีระยะเวลา (MLR : Minimum Loan Rate) จากปัจจุบันอยู่ที่ 6.750% เป็น 6.500% ต่อปี

อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี ประเภทเงินเบิกเกินบัญชี (MOR : Minimum Overdraft Rate) จากปัจจุบันอยู่ที่ 6.925% เป็น 6.675% ต่อปี อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายย่อยชั้นดี (MRR : Minimum Retail Rate) จากปัจจุบันอยู่ที่ 7.025% เป็น 6.775% ต่อปี 

 

ธนาคารกสิกรไทย ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ M Rate ลง 0.25%

 

จงรัก รัตนเพียร ผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่าการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในครั้งนี้สอดคล้องกับมติของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ซึ่งได้มีมติเป็นเอกฉันท์ในการประชุมเมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2568 ให้ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% เหลือ 1.50% ต่อปี

 

ธนาคารทำการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินให้สินเชื่อลง โดยมีรายละเอียดดังนี้ 

 

  • อัตราดอกเบี้ยสำหรับลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี ประเภทเงินกู้แบบมีระยะเวลา (MLR) ปรับลด 0.25% จาก 6.97% เหลือ 6.72% ต่อปี
  • อัตราดอกเบี้ยสำหรับลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี ประเภทเงินเบิกเกินบัญชี (MOR) ปรับลด 0.25% จาก 6.94% เหลือ 6.69% ต่อปี
  • อัตราดอกเบี้ยสำหรับลูกค้ารายย่อยชั้นดี (MRR) ปรับลด 0.25% จาก 7.03% เหลือ 6.78% ต่อปี

 

“ตามภาวะเศรษฐกิจไทยที่แม้จะยังคงขยายตัวได้ใกล้เคียงกับที่ประเมินไว้ แต่ยังเผชิญความท้าทายหลายด้านซึ่งมีแนวโน้มจะส่งผลกระทบต่อปัญหาเชิงโครงสร้างและขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ นอกจากนี้ การดำเนินนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายเพิ่มขึ้นน่าจะเอื้อต่อการปรับตัวของภาคธุรกิจ และกลุ่มเปราะบาง ซึ่งสอดคล้องกับเจตนารมณ์ของธนาคารที่ให้ความสำคัญกับการดูแลลูกค้าทุกกลุ่มอย่างทั่วถึง โดยเฉพาะผู้ที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจ เช่น ลูกค้ารายย่อยและผู้ประกอบการรายเล็กที่ยังคงเผชิญภาระต้นทุนทางการเงินสูงท่ามกลางรายได้ที่ฟื้นตัวช้า”

 

“ธนาคารเชื่อมั่นว่าการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในครั้งนี้จะช่วยลดต้นทุนทางการเงิน เสริมสภาพคล่อง และเพิ่มความสามารถในการปรับตัวของภาคธุรกิจและครัวเรือน อันจะนำไปสู่ความมั่นคงทางเศรษฐกิจในระยะยาว และธนาคารพร้อมทำหน้าที่เป็นกลไกสำคัญในการส่งผ่านอัตราดอกเบี้ยสู่ระบบเศรษฐกิจอย่างเหมาะสม ช่วยให้ลูกค้าของธนาคารมีความยืดหยุ่นทางการเงิน เพื่อต่อยอดการฟื้นตัวและการเติบโตอย่างยั่งยืน”

 

กรุงศรีปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ 0.25% มีผลวันที่ 18 สิงหาคม 2568

 

วันนี้ (14 สิงหาคม) ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ 0.25% ต่อปี โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 18 สิงหาคม 2568 สอดคล้องกับการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายล่าสุดของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) และเพื่อช่วยสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจไทย ตลอดจนช่วยลดต้นทุนทางการเงินและบรรเทาภาระของลูกค้าทั้งในภาคธุรกิจและรายย่อย

 

กรุงศรีปรับอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ ดังนี้

 

  • อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี ประเภทเงินกู้แบบมีระยะเวลา (Minimum Loan Rate หรือ MLR) ปรับลดลงจาก 7.000% เป็น 6.750%
  • อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี ประเภทเงินเบิกเกินบัญชี (Minimum Overdraft Rate หรือ MOR) ปรับลดลงจาก 6.975% เป็น 6.725%
  • อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายย่อยชั้นดี (Minimum Retail Rate หรือ MRR) ปรับลดลงจาก 7.120% เป็น 6.870%

 

เคนอิจิ ยามาโตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “กรุงศรีปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลง 0.25% ต่อปี สำหรับลูกค้าทุกกลุ่ม สอดคล้องกับทิศทางการดำเนินนโยบายทางการเงินของธนาคารแห่งประเทศไทย โดยมีเป้าหมายเพื่อช่วยสร้างสภาพแวดล้อมทางการเงินที่เอื้อต่อการปรับตัวของภาคธุรกิจ ลดต้นทุนทางการเงินและบรรเทาภาระหนี้ของลูกค้า อีกทั้งยังเป็นการช่วยสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจไทย ซึ่งมีแนวโน้มชะลอตัวลงจากผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมของมาตรการภาษีสหรัฐฯ รวมถึงจำนวนนักท่องเที่ยวที่ลดลง”

 

การปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งในแนวทางที่กรุงศรีได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ต่างๆ สะท้อนถึงความห่วงใยและความมุ่งมั่นในการช่วยเหลือลูกค้าทุกกลุ่ม

 

ทีทีบี ลดดอกเบี้ยเงินกู้ทุกกลุ่ม 0.25% ต่อปี มีผล 15 ส.ค.นี้

 

ทีเอ็มบีธนชาต (ttb) ประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ทุกกลุ่ม 0.25% ต่อปี โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 15 ส.ค. 2568 สอดคล้องกับมติ กนง. ช่วยเพิ่มความผ่อนคลายทางเศรษฐกิจ เอื้อต่อการปรับตัวของภาคธุรกิจและบรรเทาภาระลูกหนี้ ให้สามารถตั้งรับกับสภาพเศรษฐกิจที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง จากผลกระทบของนโยบายการค้าโลก ปัญหาสภาพคล่องและภาระหนี้ครัวเรือนที่ยังคงเพิ่มขึ้น 

 

ปิติ ตัณฑเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ทีเอ็มบีธนชาต กล่าวว่า ทีทีบี พร้อมอยู่เคียงข้างและให้การสนับสนุนทางการเงินแก่ลูกค้าทุกกลุ่มในทุกสถานการณ์มาโดยตลอด โดยเฉพาะในช่วงนี้ที่สภาพเศรษฐกิจเปราะบางจากปัจจัยภายในและนอกประเทศ อาทิ ความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นจากมาตรการภาษีสหรัฐในช่วงครึ่งปีหลังที่กระทบต่อความสามารถในการแข่งขันของภาคธุรกิจ ผลพวงจากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มีแนวโน้มลดลง อีกทั้งปัญหาหนี้ครัวเรือนที่รายได้ไม่สัมพันธ์กับรายจ่ายยังคงเป็นปัญหาเรื้อรัง ล้วนเป็นปัจจัยที่กดดันให้เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มปรับตัวลง เพื่อเป็นการสอดรับกับมติ กนง. ที่ต้องการช่วยเพิ่มความผ่อนคลาย กระตุ้นการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ และช่วยบรรเทาไม่ให้ค่าครองชีพของลูกค้าและต้นทุนของธุรกิจยิ่งสูงไปกว่านี้ ทีทีบี จึงได้พิจารณาปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลง 0.25% ต่อปีเพื่อช่วยเหลือลูกค้าทุกกลุ่ม ตั้งแต่รายย่อย ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี และกลุ่มลูกค้าธุรกิจ สำหรับผลิตภัณฑ์สินเชื่อที่อ้างอิงอัตราดอกเบี้ย MLR, MOR และ MRR โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 15 ส.ค. 2568 

 

นอกจากความช่วยเหลือด้านการปรับลดอัตราดอกเบี้ยแล้ว ธนาคารยังคงตอกย้ำปีแห่งการช่วยเหลือลูกหนี้สนับสนุนลูกค้าสินเชื่อเพิ่มเติมผ่านโปรแกรม “ทีทีบี ผ่อนดี.. มีรางวัล” ที่ให้ความช่วยเหลือลูกค้าที่มีประวัติผ่อนดี ซึ่งถือเป็นลูกค้าอีกกลุ่มที่สำคัญและยังไม่ค่อยได้รับการช่วยเหลือ โดยโปรแกรมนี้ให้ความช่วยเหลือครอบคลุมทั้งคนผ่อนดีที่มีบ้าน มีรถ และกลุ่มพนักงานเงินเดือนที่มีสินเชื่อบุคคล ซึ่งการปรับลดดอกเบี้ยลงในครั้งนี้ จะช่วยให้ลูกค้าได้รับสิทธิประโยชน์จากโปรแกรมนี้เพิ่มขึ้น 

 

ทั้งนี้ ทีทีบี ยังพร้อมให้ความช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ต่าง ๆ ตลอดจนมีความมุ่งมั่นส่งเสริมให้ลูกค้าสามารถจัดการภาระหนี้ที่มีอยู่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยั่งยืนผ่านโซลูชันรวบหนี้ โซลูชันโอนยอดหนี้ โครงการคุณสู้ เราช่วย ควบคู่กับแนะนำการให้ความรู้ทางการเงิน เพื่อการจัดการหนี้ที่สอดคล้องกับรายได้และความสามารถในการชำระคืน ภายใต้หลักเกณฑ์การให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบและเป็นธรรม (Responsible Lending) ตามเป้าหมายของธนาคารที่มุ่งมั่นทำให้คนไทยมีชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้นทั้งวันนี้ และอนาคต

The post SCB KBank BAY ttb พาเหรดหั่นดอกเบี้ยเงินกู้ตามมติ กนง. appeared first on THE STANDARD.

]]>
ออมสิน-ธอส. นำร่องแบงก์รัฐ หั่นดอกเบี้ย 0.25% ตามมติ กนง. https://thestandard.co/gsb-ghbank-cut-loan-rate-aug-2025/ Thu, 14 Aug 2025 05:54:29 +0000 https://thestandard.co/?p=1107249 ออมสิน ธอส. ลดดอกเบี้ยเงินกู้

ออมสิน-ธอส. 2 แบงก์รัฐ ประกาศหั่นดอกเบี้ยเงินกู้ลง 0.25 […]

The post ออมสิน-ธอส. นำร่องแบงก์รัฐ หั่นดอกเบี้ย 0.25% ตามมติ กนง. appeared first on THE STANDARD.

]]>
ออมสิน ธอส. ลดดอกเบี้ยเงินกู้

ออมสิน-ธอส. 2 แบงก์รัฐ ประกาศหั่นดอกเบี้ยเงินกู้ลง 0.25% ตามมติกนง. โดยมีผล 15 สิงหาคม 2568  

 

วันนี้ (14 สิงหาคม) วีระชัย อมรถกลสุเวช รองผู้อำนวยการธนาคารออมสินอาวุโส รักษาการผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เผยว่า ธนาคารออมสินปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลง 0.25% ต่อปี สอดคล้องกับมติคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เพื่อช่วยลดภาระทางการเงิน เพิ่มสภาพคล่อง และสนับสนุนการปรับตัวของผู้ประกอบการและประชาชน ดังนี้

 

  •  อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ขั้นต่ำสำหรับลูกค้ารายย่อย (MRR) ลดเหลือ 6.295% ต่อปี
  •  อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ขั้นต่ำสำหรับลูกค้าสินเชื่อรายใหญ่ (MLR) ลดเหลือ 6.325% ต่อปี 
  •  อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ขั้นต่ำสำหรับลูกค้าใช้วงเงินเบิกเกินบัญชี (MOR) ลดเหลือ 6.095% ต่อปี 

 

การปรับลดดังกล่าวส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ทั้ง 3 ประเภทของธนาคาร (MRR / MLR / MOR) ยังคงต่ำในระบบ เมื่อเทียบกับอัตราดอกเบี้ยของธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่

 

ทั้งนี้ ธนาคารออมสินจะยังคงตรึงอัตราดอกเบี้ยเงินฝากเดิม เพื่อให้ผู้ฝากยังได้รับผลตอบแทนที่เหมาะสม ตามภารกิจส่งเสริมการออม ควบคู่กับการสนับสนุนให้เศรษฐกิจปรับตัวรับมือกับความผันผวนของเศรษฐกิจโลก โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 15 สิงหาคม 2568 เป็นต้นไป หรือจนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง

 

ธอส. หั่นดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายย่อยสู่ระดับต่ำสุดในระบบ

 

กมลภพ วีระพละ กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า ธอส. พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยลดภาระด้านที่อยู่อาศัยให้ลูกค้าและขับเคลื่อนภาคอสังหาริมทรัพย์ของประเทศ จึงปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายย่อยชั้นดี (MRR) จากปัจจุบัน 6.495% ต่อปี ลดเหลือ 6.245% ต่อปี โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 15 สิงหาคม 2568 เป็นต้นไป  ส่งผลให้ปัจจุบันอัตราดอกเบี้ย MRR ของ ธอส. ยังคงอยู่ในระดับต่ำสุดเมื่อเทียบกับธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินของรัฐอื่น

 

“การที่ ธอส. ปรับลดอัตราดอกเบี้ย MRR 0.25% ต่อปี เนื่องจากต้องการช่วยลดภาระหนี้ให้กับลูกค้ารายย่อยที่เป็นฐานลูกค้าหลักของธนาคาร จะทำให้ค่าใช้จ่ายในการผ่อนชำระเงินงวดของลูกค้าลดลงและทำให้มีเงินเพียงพอสำหรับการดำรงชีพต่อไปได้” นายกมลภพ กล่าว

 

อย่างไรก็ตาม ธอส.ยังคงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี ประเภทเงินกู้แบบมีระยะเวลา (MLR) ไว้ที่ 6.100% ต่อปี และคงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี ประเภทเงินเบิกเกินบัญชี (MOR) ไว้ที่ 6.000% ต่อปี ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับตลาด

The post ออมสิน-ธอส. นำร่องแบงก์รัฐ หั่นดอกเบี้ย 0.25% ตามมติ กนง. appeared first on THE STANDARD.

]]>
แบงก์กรุงเทพ-กรุงไทย หั่นดอกเบี้ยเงินกู้ลง 0.25% สอดคล้องมติกนง. ช่วยลูกค้าฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจ https://thestandard.co/bbl-ktb-loan-interest-rate-cut/ Thu, 14 Aug 2025 05:42:06 +0000 https://thestandard.co/?p=1107188 ดอกเบี้ยเงินกู้

ธนาคารกรุงเทพ (BBL) และธนาคารกรุงไทย (KTB) ประกาศปรับลด […]

The post แบงก์กรุงเทพ-กรุงไทย หั่นดอกเบี้ยเงินกู้ลง 0.25% สอดคล้องมติกนง. ช่วยลูกค้าฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ดอกเบี้ยเงินกู้

ธนาคารกรุงเทพ (BBL) และธนาคารกรุงไทย (KTB) ประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลง 0.25% สอดคล้องมติกนง. หวังช่วยกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจ และประคองลูกค้าทุกกลุ่มฝ่าวิกฤต และปรับตัวรับกับความท้าทายจากการปรับเปลี่ยนโครงสร้างการผลิตและห่วงโซ่อุปทานโลก ท่ามกลางการแข่งขันที่เข้มข้นขึ้น รวมทั้งเศรษฐกิจในประเทศที่มีปัญหาเชิงโครงสร้างที่ต้องเร่งปฏิรูป

 

เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม ไชยฤทธิ์ อนุชิตวรวงศ์ รองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ธนาคารกรุงเทพประกาศปรับอัตราดอกเบี้ยเงินให้สินเชื่อ M Rate ทั้ง MLR MOR MRR ลดลง 0.25% โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 14 สิงหาคม 2568

 

  • อัตราดอกเบี้ยสำหรับลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี ประเภทเงินกู้แบบมีระยะเวลา (Minimum Loan Rate) หรือ (MLR) เป็น 6.50% ต่อปี
  • อัตราดอกเบี้ยสำหรับลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี ประเภทเงินเบิกเกินบัญชี (Minimum Overdraft Rate) หรือ (MOR) เป็น 6.75% ต่อปี
  • อัตราดอกเบี้ยลูกค้ารายย่อยชั้นดี (Minimum Retail Rate) หรือ (MRR)  เป็น 6.65% ต่อปี

 

“การปรับลดในครั้งนี้ สอดคล้องกับการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีวัตถุประสงค์ที่จะช่วยกระตุ้นให้เกิดการลงทุน การบริโภค และลดต้นทุนทางการเงิน รวมทั้งบรรเทาภาระหนี้ของภาคธุรกิจและประชาชน จากผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมจากมาตรการภาษีสหรัฐฯ และจำนวนนักท่องเที่ยวที่ลดลงตามการแข่งขันในภูมิภาคที่รุนแรงขึ้น” ไชยฤทธิ์ ระบุ

 

วันนี้ (14 สิงหาคม) ผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ธนาคารกรุงไทย ประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ 0.25% เพื่อช่วยลูกค้าทุกกลุ่มเร่งปรับตัว ภายใต้ข้อจำกัดจากปัญหาเชิงโครงสร้างที่ยังต้องใช้เวลาในการแก้ไข ลดภาระทางการเงินของประชาชน โดยเฉพาะครัวเรือนกลุ่มเปราะบาง ผู้ประกอบอาชีพอิสระ และ SME  ประคองธุรกิจ และลูกค้า ประชาชนให้เดินหน้าต่อไปได้ โดยการลดอัตราดอกเบี้ยในครั้งนี้ สอดคล้องกับการปรับลดดอกเบี้ยของคณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง.) โดยมีผลในวันที่ 15 สิงหาคม 2568  ขณะที่อัตราดอกเบี้ยเงินฝากยังไม่เปลี่ยนแปลง

 

  • อัตราดอกเบี้ยสำหรับลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี ประเภทเงินเบิกเกินบัญชี (MOR) ปรับลดลงจากปัจจุบัน  เป็น 6.620 % ต่อปี 
  • อัตราดอกเบี้ยเงินลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี ประเภทเงินกู้แบบมีระยะเวลา (MLR) ปรับลดลงจากปัจจุบัน เป็น 6.500 % ต่อปี
  • อัตราดอกเบี้ยสำหรับลูกค้ารายย่อยชั้นดี (MRR) ปรับลดลงจากปัจจุบัน เป็น 7.045 % ต่อปี

 

“ธนาคารกรุงไทย ตระหนักถึงสถานการณ์เศรษฐกิจไทยที่อยู่ในจุดที่เปราะบาง โดยเฉพาะผลกระทบจากกฎกติกาการค้าที่พลิกผันครั้งใหญ่ ซึ่งจะนำไปสู่การแข่งขันในรูปแบบใหม่ในสายการผลิตของโลก จำเป็นต้องมีการปรับตัวและปฏิรูปภายในประเทศ เพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขันใหม่ และแย่งชิงพื้นที่เพื่อเปลี่ยนผ่านประเทศไปสู่จุดที่ดีกว่าเดิม ซึ่งทุกประเทศต่างเร่งออกมาตรการเพื่อให้ภาคธุรกิจปรับตัว ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว นอกจากนี้ เศรษฐกิจไทยยังมีปัญหาเชิงโครงสร้างจากเศรษฐกิจนอกระบบขนาดใหญ่ และหนี้ครัวเรือนอยู่ในระดับสูง โดยรวมถือเป็น Perfect Storm ที่สร้างความท้าทายอย่างยิ่ง” ผยงกล่าว

The post แบงก์กรุงเทพ-กรุงไทย หั่นดอกเบี้ยเงินกู้ลง 0.25% สอดคล้องมติกนง. ช่วยลูกค้าฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจ appeared first on THE STANDARD.

]]>
กรุงไทยปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้สูงสุด 0.15% ต่อปี https://thestandard.co/ktb-reduces-loan-interest-may-2025/ Thu, 15 May 2025 03:11:10 +0000 https://thestandard.co/?p=1074457 ktb-reduces-loan-interest-may-2025

ธนาคารกรุงไทยประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้สูงสุด 0.1 […]

The post กรุงไทยปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้สูงสุด 0.15% ต่อปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
ktb-reduces-loan-interest-may-2025

ธนาคารกรุงไทยประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้สูงสุด 0.15% ต่อปี เพื่อช่วยลูกค้าลดภาระทางการเงินในภาวะที่เศรษฐกิจมีแนวโน้มได้รับผลกระทบจากนโยบายการค้าสหรัฐฯ พร้อมสนับสนุนการปรับตัว สร้างโอกาสจากวิกฤต สู่การเติบโตอย่างยั่งยืน และปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก 0.075-0.20% ต่อปี มีผล 15 พฤษภาคม 2568

 

ผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า แนวโน้มเศรษฐกิจไทยในระยะข้างหน้ามีความไม่แน่นอนสูง และคาดการณ์ได้ยากจากนโยบายการค้าสหรัฐฯ และมาตรการตอบโต้ของประเทศเศรษฐกิจหลัก ส่งผลกระทบต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยอย่างมีนัยสำคัญ

 

ดังนั้น เพื่อช่วยเหลือลูกค้าลดภาระทางการเงิน และสนับสนุนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เดินหน้าต่อไปได้อย่างยั่งยืน ธนาคารประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลงสูงสุด 0.15% ต่อปี เพื่อให้สอดคล้องกับแนวโน้มเศรษฐกิจและรองรับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น รวมทั้งดูแลภาระการเงินให้เหมาะสมกับแนวโน้มเศรษฐกิจและเงินเฟ้อที่เปลี่ยนไป

 

นอกจากนี้ ธนาคารได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก 0.075-0.20% ต่อปี มีผลในวันที่ 15 พฤษภาคม 2568

 

  • อัตราดอกเบี้ยสำหรับลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี ประเภทเงินเบิกเกินบัญชี (MOR) ปรับลดลงจากปัจจุบัน 7.020% ต่อปี เป็น 6.870% ต่อปี
  • อัตราดอกเบี้ยเงินลูกค้ารายใหญ่ชั้นดีประเภทเงินกู้แบบมีระยะเวลา (MLR) ปรับลดลงจากปัจจุบัน 6.825% ต่อปี เป็น 6.750% ต่อปี
  • อัตราดอกเบี้ยสำหรับลูกค้ารายย่อยชั้นดี (MRR) ปรับลดลงจากปัจจุบัน 7.345% ต่อปี เป็น 7.295% ต่อปี

 

ธนาคารให้ความสำคัญกับการดูแลช่วยเหลือลูกค้าทุกกลุ่มให้สามารถปรับตัว และสร้างโอกาสจากการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นได้ โดยออกมาตรการความช่วยเหลือลูกค้ามาอย่างต่อเนื่อง ทั้งมาตรการช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว มาตรการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม อีกทั้ง ยังร่วมขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือน ผ่านสินเชื่อรวมหนี้ข้าราชการยั่งยืน สินเชื่อกรุงไทยรวมหนี้ (ภาคประชาชน) และ สินเชื่อกรุงไทยบ้านแลกเงิน ที่ช่วยให้ลูกค้าเข้าถึงสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ลดภาระทางการเงิน เสริมสภาพคล่องการทำธุรกิจและเพิ่มความคล่องตัวในการดำรงชีพ ตามแนวทางการให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบและเป็นธรรม (Responsible Lending) ของธนาคารแห่งประเทศไทย

 

โดยล่าสุด ได้ขยายมาตรการ ‘คุณสู้ เราช่วย’ จนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2568 จากเดิมสิ้นสุดวันที่ 30 เมษายน 2568 เพื่อช่วยเหลือลูกค้ากลุ่มเปราะบาง ทั้งรายย่อยและ SME ให้สามารถปรับตัวและเดินหน้าต่อไปได้อย่างยั่งยืน

The post กรุงไทยปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้สูงสุด 0.15% ต่อปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
พิพัฒน์รับ 9 ข้อเรียกร้องวันแรงงาน มอบของขวัญ ‘เงินกู้ดอกต่ำ’ ปมค่าแรง 400 บาท ขอให้ลุ้นภายใน พ.ค. นี้ https://thestandard.co/low-interest-loans-wage-400/ Thu, 01 May 2025 07:32:21 +0000 https://thestandard.co/?p=1070234 low-interest-loans-wage-400

วันนี้ (1 พฤษภาคม) ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร พิพัฒน์ ร […]

The post พิพัฒน์รับ 9 ข้อเรียกร้องวันแรงงาน มอบของขวัญ ‘เงินกู้ดอกต่ำ’ ปมค่าแรง 400 บาท ขอให้ลุ้นภายใน พ.ค. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
low-interest-loans-wage-400

วันนี้ (1 พฤษภาคม) ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร พิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธานในพิธีเปิดงานวันแรงงานแห่งชาติ ประจำปี 2568 โดยในช่วงเช้าได้มีพิธีทำบุญตักบาตร และการเคลื่อนริ้วขบวนเทิดพระเกียรติและขบวนของผู้ใช้แรงงานจากแยก จปร. มายังลานคนเมือง ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร

 

ในโอกาสนี้ ผู้แทนกลุ่มผู้ใช้แรงงานได้ยื่นข้อเรียกร้องเนื่องในวันแรงงานแห่งชาติ ประจำปี 2568 จำนวน 9 ข้อต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน อาทิ การเร่งรัดรับรองอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ฉบับที่ 87 และ 98, การจัดตั้งกองทุนประกันความเสี่ยงลูกจ้าง, การยกเว้นภาษีเงินได้ก้อนสุดท้ายเมื่อพ้นสภาพลูกจ้าง, การปรับปรุงสิทธิประโยชน์ประกันสังคมหลายประการ 

 

เช่น เพิ่มฐานบำนาญขั้นต่ำเป็น 5,000 บาท คงสิทธิรักษาพยาบาลตลอดชีวิต และขยายอายุผู้ประกันตนถึง 70 ปี, การบังคับใช้กฎหมายคุ้มครองลูกจ้างเหมาค่าแรงอย่างเคร่งครัด, การยกระดับกองความปลอดภัยแรงงานเป็นกรม, การแก้ไขกฎกระทรวงฯ เกี่ยวกับค่าล่วงเวลาของลูกจ้างรายเดือน (ซึ่ง รมว.แรงงาน เคยรับปากจะดำเนินการ) และการตั้งคณะทำงานติดตามข้อเรียกร้อง

 

พิพัฒน์กล่าวในฐานะผู้แทนรัฐบาลและ แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ขอบคุณผู้ใช้แรงงานที่เป็นกำลังสำคัญขับเคลื่อนเศรษฐกิจ พร้อมยืนยันจะเดินหน้านโยบายดูแลแรงงานอย่างรอบด้าน และได้มอบของขวัญเนื่องในวันแรงงานแห่งชาติ เป็นโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ‘ทุนอาชีพ’ วงเงินรวม 120,000 ล้านบาท แบ่งเป็นวงเงิน 100,000 ล้านบาทสำหรับลูกจ้างผู้ประกันตน เพื่อพัฒนาอาชีพหรือสร้างธุรกิจใหม่ และวงเงิน 20,000 ล้านบาทสำหรับสถานประกอบการ เพื่อเสริมสภาพคล่องและรักษาการจ้างงาน ด้วยอัตราดอกเบี้ยต่ำเริ่มต้นเพียง 2.35% ต่อปี

 

ส่วนประเด็นการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 400 บาท รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานยอมรับว่า “ไม่ค่อยอยากจะตอบเพราะเจอโรคเลื่อนตลอดเวลา” เนื่องจากมีความเห็นที่แตกต่างกันในคณะกรรมการไตรภาคี (นายจ้าง ลูกจ้าง รัฐบาล) และต้องใช้เวลาศึกษาข้อมูลให้รอบด้าน โดยเฉพาะในภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันที่น่าหนักใจ 

 

พิพัฒน์ยอมรับว่า ผิดหวังที่ไม่สามารถประกาศเรื่องนี้เป็นของขวัญวันแรงงานได้ตามที่ตั้งใจไว้หลังการประชุมเมื่อวันที่ 22 เมษายนที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามยืนยันว่าจะยังคงพยายามผลักดันเรื่องนี้ให้สำเร็จตามที่ได้รับปากนายกรัฐมนตรีไว้ โดยคาดว่าภายในเดือนพฤษภาคม 2568 น่าจะมีคำตอบที่ชัดเจนออกมา

The post พิพัฒน์รับ 9 ข้อเรียกร้องวันแรงงาน มอบของขวัญ ‘เงินกู้ดอกต่ำ’ ปมค่าแรง 400 บาท ขอให้ลุ้นภายใน พ.ค. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เช็กเลย! อัปเดต ‘ดอกเบี้ยเงินกู้’ ธนาคารพาณิชย์-แบงก์รัฐ อยู่เท่าไรแล้ว หลัง กนง. ลดดอกเบี้ยนโยบายเมื่อ ก.พ. 2568 https://thestandard.co/loan-interest-rate-update/ Wed, 05 Mar 2025 10:33:06 +0000 https://thestandard.co/?p=1048904 loan-interest-rate-update

ธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ (SFIs) ทยอย […]

The post เช็กเลย! อัปเดต ‘ดอกเบี้ยเงินกู้’ ธนาคารพาณิชย์-แบงก์รัฐ อยู่เท่าไรแล้ว หลัง กนง. ลดดอกเบี้ยนโยบายเมื่อ ก.พ. 2568 appeared first on THE STANDARD.

]]>
loan-interest-rate-update

ธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ (SFIs) ทยอยปรับลดอัตรา ดอกเบี้ยเงินกู้ ต่อเนื่อง หลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยคณะกรรมการมีมติ 6 ต่อ 1 เสียง ให้ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% จากเดิม 2.25 เป็น 2.00% ต่อปี

 

โดยธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) ถือเป็นธนาคารพาณิชย์ ‘รายแรก’ ที่ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ทุกประเภทที่ 0.25-0.10% ต่อปี ขณะเดียวกัน ธนาคารออมสินก็เป็นแบงก์รัฐรายแรกที่ประกาศลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ (ได้แก่ MLR และ MOR) ลง 0.25% ต่อปี และยังคงอัตราดอกเบี้ย MRR ไว้เท่าเดิม

 

ทั้งนี้ จากการรวบรวมข้อมูลของ THE STANDARD WEALTH พบว่า ปัจจุบันธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) เป็นธนาคารที่มีอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ Prime Rate (เทียบเท่า MRR) ต่ำสุดในระบบธนาคารไทย โดยอยู่ที่ 6.25% ต่อปี

 

ด้านศูนย์วิจัยกสิกรไทย (KResearch) ตั้งข้อสังเกตว่า การเคลื่อนไหวของธนาคารพาณิชย์ครั้งนี้เป็นการลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ ‘ขาเดียว’ โดยในเบื้องต้นยังไม่มีการปรับอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก

 

พร้อมทั้งประเมินว่าผลจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ขาเดียวในรอบนี้ จะทำให้ภาระดอกเบี้ยของลูกหนี้รายย่อยและลูกหนี้ธุรกิจปรับลดลงประมาณ 7,300-7,500 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนราว 1.0-1.2% ของประมาณการรายได้ดอกเบี้ยสุทธิปี 2568 (ภายใต้สมมติฐานที่เริ่มคำนวณผลของภาระดอกเบี้ยเงินกู้ที่ลดลงในช่วงระหว่างเดือนมีนาคม-ธันวาคม 2568)

 

โดยมีสินเชื่อรายย่อยและสินเชื่อธุรกิจที่น่าจะได้รับอานิสงส์จากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ภายในช่วงกลางปีนี้สัดส่วนประมาณ 56.4% ของสินเชื่อรวมทั้งระบบแบงก์ไทย

 

ทำไมแบงก์ยังไม่ลดดอกเบี้ยเงินฝาก?

 

กาญจนา โชคไพศาลศิลป์ ผู้บริหารงานวิจัย บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด กล่าวกับ THE STANDARD WEALTH ว่า สาเหตุที่สถาบันการเงินต่างๆ ประกาศลดดอกเบี้ยเงินกู้เพียงขาเดียว ไม่ลดเงินฝาก อาจเป็นเพราะสถาบันการเงินยังต้องการช่วยเหลือลูกหนี้ จึงประกาศลดดอกเบี้ยเงินกู้ลงมาก่อน ขณะที่การปรับลดดอกเบี้ยเงินฝากอาจจะดีเลย์แค่ช่วงหนึ่งเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ในที่สุดธนาคารก็จะค่อยๆ ทยอยปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากหน้ากระดานในที่สุด

 

สำหรับกรณีแบงก์รัฐบางแห่งที่กำหนดระยะเวลาอัตราดอกเบี้ยที่ลดลง กาญจนามองว่าอาจมีเหตุผลมาจากการลดดอกเบี้ยของธนาคารเฉพาะกิจบางแห่งไม่ได้ตรงกับ กนง. โดยอาจมีการลดไปบ้างแล้วก่อนหน้านี้

 

ขณะที่ ธนเดช รังษีธนานนท์ Director of Research บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) พาย กล่าวกับ THE STANDARD WEALTH โดยมองว่า แบงก์จะทยอยปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากในที่สุด นอกจากนี้อีกเหตุผลหนึ่งที่การลดดอกเบี้ยเงินฝากเกิดช้ากว่าการลดดอกเบี้ยเงินกู้ อาจเป็นเพราะแบงก์ต้องใช้เวลาคำนวณก่อน เนื่องจากดอกเบี้ยเงินฝากมีหลายประเภทมากกว่าเมื่อเทียบกับดอกเบี้ยเงินกู้

 

แบงก์ลดดอกเบี้ย MOR มากกว่า MLR และ MRR

 

โดยธนเดชยังตั้งข้อสังเกตด้วยว่า การปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ของสถาบันการเงินรอบนี้ไม่ได้ปรับลดเยอะนัก เนื่องจากส่วนใหญ่การลดดอกเบี้ยในอัตรา 0.25% ไปอยู่ที่อัตราดอกเบี้ยที่ธนาคารพาณิชย์เรียกเก็บจากลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี ประเภทวงเงินเบิกเกินบัญชี (MOR) ซึ่งครองสัดส่วนในพอร์ตโฟลิโอของแบงก์ต่างๆ น้อยกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ขั้นต่ำที่ธนาคารเรียกเก็บจากลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี (MLR) และอัตราดอกเบี้ยที่ธนาคารพาณิชย์เรียกเก็บจากลูกค้ารายย่อยชั้นดี (MRR) โดยจะเห็นได้ว่าธนาคารหลายแห่งลด MLR และ MRR ที่ราว 0.10% เท่านั้น

 

พร้อมทั้งอธิบายต่อว่า อีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้แบงก์ยังไม่ลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากเลยในทันทีมาจากระยะหลังๆ มีหลายคนวิจารณ์ว่ามาร์จิ้นของแบงก์และส่วนต่างระหว่างดอกเบี้ยเงินกู้และเงินฝากของธนาคารต่างๆ ค่อนข้างกว้าง เป็นการเอาเปรียบลูกค้า ดังนั้นธนาคารต่างๆ จึงปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ไปก่อน แล้วค่อยไปปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินฝากทีหลัง

 

ส่วนต่างระหว่างดอกเบี้ยเงินกู้และเงินฝากของแบงก์ไทยกว้างไปหรือไม่?

 

ธนเดชกล่าวว่า เมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ในอาเซียน ส่วนต่างระหว่างดอกเบี้ยเงินกู้และเงินฝากของแบงก์ไทยอยู่ในระดับกลางๆ ไม่ได้กว้างไปหรือแคบไป โดยประเทศที่มีการแข่งขันสูงอาจมีส่วนต่าง (Spread) ที่แคบ ยกตัวอย่างเช่น สิงคโปร์และมาเลเซีย ส่วนฟิลิปปินส์ เวียดนาม และอินโดนีเซีย ก็มีส่วนต่างที่กว้างกว่าไทย

 

อย่างไรก็ตาม ธนเดชตั้งข้อสังเกตว่า สัดส่วนหนี้เสีย (NPL) ของไทยยังสูงกว่าสิงคโปร์และมาเลเซีย สะท้อนว่าคุณภาพสินเชื่อสู้สิงคโปร์และมาเลเซียดังกล่าวไม่ได้ ทำให้ไทยมีการตั้งสำรองหนี้สูง ดังนั้นหากรวมการตั้งสำรองหนี้เสีย หรือ Credit Cost เข้าไปแล้ว ส่วนต่างของแบงก์ไทยอาจไม่ต่างจากสิงคโปร์และมาเลเซียในแง่ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ลบด้วยต้นทุนทางการเงิน เนื่องจากแบงก์ไทยมีความเสี่ยงสูงกว่า

 

อัปเดต ดอกเบี้ยเงินกู้

 

ภาพประกอบ: ฉัตรชัย เฉยชิต

The post เช็กเลย! อัปเดต ‘ดอกเบี้ยเงินกู้’ ธนาคารพาณิชย์-แบงก์รัฐ อยู่เท่าไรแล้ว หลัง กนง. ลดดอกเบี้ยนโยบายเมื่อ ก.พ. 2568 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ธอส. ลดดอกเบี้ยเงินกู้สูงสุด 0.25% สานพันธกิจทำให้คนไทยมีบ้าน หวังกระตุ้นอสังหา มีผล 5 มีนาคม – 31 สิงหาคมนี้ https://thestandard.co/ghbank-loan-rates-5-mar-31-aug/ Tue, 04 Mar 2025 13:01:00 +0000 https://thestandard.co/?p=1048494

วันนี้ (4 มีนาคม) กมลภพ วีระพละ กรรมการผู้จัดการ ธนาคาร […]

The post ธอส. ลดดอกเบี้ยเงินกู้สูงสุด 0.25% สานพันธกิจทำให้คนไทยมีบ้าน หวังกระตุ้นอสังหา มีผล 5 มีนาคม – 31 สิงหาคมนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (4 มีนาคม) กมลภพ วีระพละ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า ตามที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% ต่อปี จาก 2.25% ต่อปี เป็น 2.00% ต่อปี เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2568 ที่ผ่านมา ธอส. ในฐานะสถาบันการเงินของรัฐ ที่มีพันธกิจ “ทำให้คนไทยมีบ้าน” พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้ขยายตัวได้ดีขึ้น ผ่านการกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ จึงประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้สูงสุด 0.25% ต่อปี โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 5 มีนาคม – 31 สิงหาคม 2568 หรือจนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง ได้แก่

 

  • อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี ประเภทเงินกู้แบบมีระยะเวลา (MLR) ปรับลดลง 0.10% ต่อปี จากปัจจุบัน 6.250% ต่อปี เป็น 6.150% ต่อปี
  • อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี ประเภทเงินเบิกเกินบัญชี (MOR) ปรับลดลง 0.25% ต่อปี จากปัจจุบัน 6.40% ต่อปี เป็น 6.150% ต่อปี

 

ส่วนอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายย่อยชั้นดี (MRR) ยังคงอัตราดอกเบี้ยเดิมไว้ที่ 6.545% ต่อปี เนื่องจากที่ผ่านมา ธอส. ได้มีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยดังกล่าวมาก่อนหน้านี้แล้ว ส่งผลให้ปัจจุบันอัตราดอกเบี้ย MRR ของ ธอส. อยู่ในระดับต่ำสุดเมื่อเทียบกับธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินของรัฐอื่น อย่างไรก็ตาม ธอส. พร้อมตรึงดอกเบี้ยเงินฝากไว้ในอัตราเดิมให้ได้นานที่สุด เพื่อให้ผู้ออมได้รับประโยชน์ จากอัตราดอกเบี้ยมากที่สุด

 

ทั้งนี้ ที่ผ่านมา ธอส. ได้ให้ความสำคัญในการดูแลลูกค้าทุกกลุ่มมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้น้อย และปานกลาง รวมไปถึงลูกค้ากลุ่มเปราะบาง ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ผ่านการมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง ขณะเดียวกัน ธอส. ยังพร้อมช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบด้านรายได้ให้ยังคงรักษาบ้านของตนเองไว้ได้ต่อไป

The post ธอส. ลดดอกเบี้ยเงินกู้สูงสุด 0.25% สานพันธกิจทำให้คนไทยมีบ้าน หวังกระตุ้นอสังหา มีผล 5 มีนาคม – 31 สิงหาคมนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘ทีทีบี’ ปรับลดดอกเบี้ยเงินกู้สูงสุด 0.25% มีผล 5 มีนาคม 2568 เป็นต้นไป https://thestandard.co/ttb-loan-interest-rate-cut/ Tue, 04 Mar 2025 11:45:06 +0000 https://thestandard.co/?p=1048479 ttb-loan-interest-rate-cut

ทีเอ็มบีธนชาต (ttb) ประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้สูง […]

The post ‘ทีทีบี’ ปรับลดดอกเบี้ยเงินกู้สูงสุด 0.25% มีผล 5 มีนาคม 2568 เป็นต้นไป appeared first on THE STANDARD.

]]>
ttb-loan-interest-rate-cut

ทีเอ็มบีธนชาต (ttb) ประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้สูงสุด 0.25% ต่อปี สอดคล้องกับมติ กนง. พร้อมย้ำดูแลลูกค้าภายใต้หลักเกณฑ์การให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบและเป็นธรรม (Responsible Lending)

 

วันนี้ (4 มีนาคม) ปิติ ตัณฑเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารทีเอ็มบีธนชาต กล่าวว่า จากการที่เศรษฐกิจไทยปีนี้มีแนวโน้มขยายตัวไม่สูงนัก อันเนื่องมาจากปัจจัยท้าทายทางด้านเศรษฐกิจจากทั้งภายในและภายนอกประเทศ ทำให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนจากสถานการณ์ทางการค้า รวมถึงการตีตลาดของสินค้าจากต่างประเทศ อีกทั้งลูกค้ารายย่อยยังมีปัญหาหนี้ครัวเรือนอยู่ในระดับสูง ทีทีบีมีความห่วงใยลูกค้าทุกกลุ่ม จึงปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้สูงสุด 0.25% ต่อปี สอดคล้องกับมติคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ที่ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายจาก 2.25% เหลือ 2.00% ต่อปี เพื่อช่วยลดภาระทางการเงินของลูกค้าและเพิ่มสภาพคล่อง ซึ่งจะเป็นผลดีต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของประเทศในระยะต่อไป  

 

ทั้งนี้ ธนาคารปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ทุกประเภท ได้แก่ อัตราดอกเบี้ย MOR ลดลง 0.25% ต่อปี ส่วนอัตราดอกเบี้ย MLR และอัตราดอกเบี้ย MRR ลดลง 0.10% ต่อปี โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 5 มีนาคม 2568 เป็นต้นไป

 

ทีทีบีพร้อมให้ความช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ต่าง ๆ ตามความเหมาะสม ตลอดจนมีความตั้งใจที่จะส่งเสริมให้ลูกค้าสามารถจัดการภาระหนี้ที่มีอยู่ได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืนผ่านโซลูชันรวบหนี้ และโซลูชันโอนยอดหนี้เพื่อให้ดอกเบี้ยต่ำลง ช่วยลดภาระดอกเบี้ย เพิ่มสภาพคล่อง ควบคู่กับแนะนำการให้ความรู้ทางการเงิน เพื่อการจัดการหนี้ที่สอดคล้องกับรายได้และความสามารถในการชำระคืนอย่างยั่งยืน ภายใต้หลักเกณฑ์การให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบและเป็นธรรม (Responsible Lending) ตามเป้าหมายของธนาคารที่มุ่งมั่นทำให้คนไทยมีชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้นทั้งวันนี้ และอนาคต

The post ‘ทีทีบี’ ปรับลดดอกเบี้ยเงินกู้สูงสุด 0.25% มีผล 5 มีนาคม 2568 เป็นต้นไป appeared first on THE STANDARD.

]]>
แบงก์รัฐแรก! ออมสิน ลดดอกเบี้ยเงินกู้ MLR / MOR ลง 0.25% พร้อมตรึงดอกเบี้ยเงินฝาก https://thestandard.co/gsb-reduce-interest-rate-2/ Tue, 04 Mar 2025 09:23:15 +0000 https://thestandard.co/?p=1048420 ธนาคารออมสินลดดอกเบี้ย เงินกู้ MLR และ MOR ลง 0.25% ขานรับนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ

ออมสิน ประกาศลดดอกเบี้ยเงินกู้ MLR / MOR ลง 0.25% ขานรั […]

The post แบงก์รัฐแรก! ออมสิน ลดดอกเบี้ยเงินกู้ MLR / MOR ลง 0.25% พร้อมตรึงดอกเบี้ยเงินฝาก appeared first on THE STANDARD.

]]>
ธนาคารออมสินลดดอกเบี้ย เงินกู้ MLR และ MOR ลง 0.25% ขานรับนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ

ออมสิน ประกาศลดดอกเบี้ยเงินกู้ MLR / MOR ลง 0.25% ขานรับนโยบายรัฐช่วยภาคธุรกิจ แต่ดอกเบี้ยเงินกู้ขั้นต่ำสำหรับลูกค้ารายย่อย (MRR) ที่ 6.595% ต่อปี ชี้ MRR ยังต่ำที่สุดเมื่อเทียบกับ MRR เฉลี่ยของธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ 6 แห่ง พร้อมทั้งตรึงดอกเบี้ยเงินฝากเพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ออมเงิน

 

วิทัย รัตนากร ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ตามที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน หรือ กนง. มีมติให้ลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25% ต่อปี เพื่อให้ภาวะการเงินสอดคล้องกับแนวโน้มเศรษฐกิจ และช่วยกระตุ้นการเติบโตของภาคธุรกิจ

 

ธนาคารออมสินจึงประกาศลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ MLR และ MOR ลง 0.25% ต่อปี ตามมติ กนง. โดยอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ขั้นต่ำสำหรับลูกค้าสินเชื่อรายใหญ่ (MLR) ลดเหลือ 6.65% และอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ขั้นต่ำสำหรับลูกค้าใช้วงเงินเบิกเกินบัญชี (MOR) ลดเหลือ 6.495% ต่อปี โดยเริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 5 มีนาคม- 31 สิงหาคม 2568 หรือจนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง

 

ส่วนอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ขั้นต่ำสำหรับลูกค้ารายย่อย (MRR) ยังคงอัตราเดิมที่ 6.595% ต่อปี เนื่องจากที่ผ่านมา ธนาคารออมสินได้ปรับลดดอกเบี้ยมาก่อนหน้านี้แล้ว ทำให้ปัจจุบันเป็นอัตราดอกเบี้ย MRR ต่ำที่สุดเมื่อเทียบกับอัตราดอกเบี้ย MRR ของธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ 6 แห่ง ที่เฉลี่ยเท่ากับ 7.25% ต่อปี

 

ทั้งนี้ ธนาคารจะยังคงตรึงอัตราดอกเบี้ยเงินฝากเพื่อเป็นการส่งเสริมการออมตามภารกิจธนาคารเพื่อสังคม

 

การเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นหลัง จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้สถาบันการเงินของรัฐ 7 แห่ง เร่งพิจารณาปรับลดอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อลง หลังคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

The post แบงก์รัฐแรก! ออมสิน ลดดอกเบี้ยเงินกู้ MLR / MOR ลง 0.25% พร้อมตรึงดอกเบี้ยเงินฝาก appeared first on THE STANDARD.

]]>
ธนาคารกรุงไทยประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้สูงสุด 0.25% หนุนเศรษฐกิจไทยให้เดินหน้าต่อ มีผล 3 มี.ค. นี้ https://thestandard.co/krungthai-bank-cuts-loan-interest-rates-boost-economy/ Sat, 01 Mar 2025 05:22:44 +0000 https://thestandard.co/?p=1047375 ธนาคารกรุงไทย

ธนาคารกรุงไทยประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้สูงสุด 0.2 […]

The post ธนาคารกรุงไทยประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้สูงสุด 0.25% หนุนเศรษฐกิจไทยให้เดินหน้าต่อ มีผล 3 มี.ค. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ธนาคารกรุงไทย

ธนาคารกรุงไทยประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้สูงสุด 0.25% หนุนเศรษฐกิจไทยให้เดินหน้าต่อ พร้อมช่วยเหลือลูกค้า ลดภาระทางการเงิน โดยจะมีผล 3 มีนาคมนี้ 

 

ผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า ท่ามกลางความท้าทายรอบด้าน โดยเฉพาะนโยบายของประเทศเศรษฐกิจหลักของโลก ตามด้วยปัญหาเชิงโครงสร้างจากเศรษฐกิจนอกระบบที่มีขนาดใหญ่ และหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง 

 

ธนาคารกรุงไทย ได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลงสูงสุด 0.25% สอดคล้องกับการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ที่ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% โดยจะมีผลในวันที่ 3 มีนาคม 2568 

 

– อัตราดอกเบี้ยสำหรับลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี ประเภทเงินเบิกเกินบัญชี (MOR) ปรับลดลงจากปัจจุบัน 7.270% ต่อปี เป็น 7.020 % ต่อปี

 

– อัตราดอกเบี้ยเงินลูกค้ารายใหญ่ชั้นดีประเภทเงินกู้แบบมีระยะเวลา (MLR) ปรับลดลงจากปัจจุบัน 6.925% ต่อปี เป็น 6.825 % ต่อปี

 

– อัตราดอกเบี้ยสำหรับลูกค้ารายย่อยชั้นดี (MRR) ปรับลดลงจากปัจจุบัน 7.445% ต่อปี เป็น 7.345 % ต่อปี

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

การปรับลดดอกเบี้ยถือเป็นการสนับสนุนนโยบายภาครัฐในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เดินหน้าต่อ รวมถึงช่วยเหลือลูกค้าลดภาระทางการเงินในช่วงที่เศรษฐกิจยังฟื้นตัวไม่เต็มที่

 

ที่สำคัญยังช่วยให้ภาวะการเงินสอดคล้องกับแนวโน้มเศรษฐกิจ เงินเฟ้อ เสถียรภาพระบบการเงินและช่วยลดความตึงตัวของภาวะการเงินโดยไม่กระทบ ต่อความเสี่ยงด้านเสถียรภาพระบบการเงินในระยะยาว และสามารถรองรับความไม่แน่นอนในระยะข้างหน้าได้อย่างเหมาะสม

ทั้งนี้ ธนาคารกรุงไทย ได้ให้ความสำคัญกับดูแลช่วยเหลือลูกค้าทุกกลุ่มอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะครัวเรือนกลุ่มเปราะบาง ที่มีภาระหนี้สูงและรายได้ฟื้นตัวไม่เต็มที่

 

รวมถึงผู้ประกอบการ SMEs ที่เผชิญปัญหาการแข่งขันรุนแรงจากสินค้านำเข้า ซึ่งเป็นผลกระทบของนโยบายการค้าของประเทศเศรษฐกิจหลัก ผ่านมาตรการ ทางการเงิน รวมถึงสนับสนุนความร่วมมือกับทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐและเอกชน ให้มีมาตรการเพิ่มเติมในการเพิ่มรายได้ให้ภาระครัวเรือน และเพิ่มขีดความสามารถให้กับผู้ประกอบการอย่างยั่งยืน

The post ธนาคารกรุงไทยประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้สูงสุด 0.25% หนุนเศรษฐกิจไทยให้เดินหน้าต่อ มีผล 3 มี.ค. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ธนาคารไทยพาณิชย์ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้สูงสุด 0.25% ให้สอดคล้องกับทิศทางการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย มีผลวันที่ 3 มี.ค. นี้ https://thestandard.co/scb-reduces-loan-interest-rates-march-2025/ Fri, 28 Feb 2025 01:23:48 +0000 https://thestandard.co/?p=1046630 ธนาคารไทยพาณิชย์ประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ 0.25% ตามทิศทางการปรับลดดอกเบี้ยนโยบายของกนง. มีผล 3 มีนาคม 2568

ธนาคารไทยพาณิชย์ ประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้สูงสุด […]

The post ธนาคารไทยพาณิชย์ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้สูงสุด 0.25% ให้สอดคล้องกับทิศทางการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย มีผลวันที่ 3 มี.ค. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ธนาคารไทยพาณิชย์ประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ 0.25% ตามทิศทางการปรับลดดอกเบี้ยนโยบายของกนง. มีผล 3 มีนาคม 2568

ธนาคารไทยพาณิชย์ ประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้สูงสุด 0.25% ต่อปี เพื่อให้สอดคล้องกับทิศทางการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ที่มีมติให้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% จาก 2.25% มาอยู่ที่ 2.00% ต่อปี เพื่อให้ภาวะการเงินลดความตึงตัว สอดคล้องกับแนวโน้มเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มขยายตัวต่ำกว่าที่กนง.ประเมินไว้และสามารถรองรับความไม่แน่นอนข้างหน้าได้อย่างเหมาะสม โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 3 มีนาคม 2568 เป็นต้นไป

 

กฤษณ์ จันทโนทก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยปีนี้มีแนวโน้มเติบโตไม่สูงนักจากปัจจัยท้าทายภายนอกและความเปราะบางภายในประเทศ การปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายครั้งนี้จะมีส่วนช่วยลดต้นทุนทางการเงิน สนับสนุนการใช้จ่ายและการลงทุนให้เกิดสภาพคล่อง ซึ่งจะส่งผลดีต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในระยะต่อไป 

 

โดยจะช่วยบรรเทาความตึงตัวของภาวะการเงินในปัจจุบัน และช่วยให้ภาคธุรกิจและประชาชนสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ต้องเผชิญกับปัญหาการแข่งขันและข้อจำกัดด้านสภาพคล่องของธุรกิจ รวมถึงลูกค้ารายย่อยที่รายได้ยังฟื้นตัวไม่เต็มที่และต้องรับภาระหนี้สูง

 

ทั้งนี้ เพื่อเป็นการตอบสนองต่อการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของคณะกรรมการ

นโยบายการเงิน (กนง.) ธนาคารไทยพาณิชย์จึงได้พิจารณาปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายใหญ่ชั้นดีประเภทเงินเบิกเกินบัญชี (MOR: Minimum Overdraft Rate) จากปัจจุบันอยู่ที่ 7.325% เป็น 7.075% ต่อปี อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายย่อยชั้นดี (MRR: Minimum Retail Rate) จากปัจจุบันอยู่ที่ 7.175% เป็น 7.075% ต่อปี และอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี ประเภทเงินกู้แบบมีระยะเวลา (MLR: Minimum Loan Rate) จากปัจจุบันอยู่ที่ 6.925% เป็น 6.825% ต่อปี

 

ธนาคารพร้อมให้การสนับสนุนลูกค้าอย่างต่อเนื่องพร้อมคำนึงถึงศักยภาพและโอกาสในการปรับตัวของลูกค้าในอนาคต สำหรับลูกค้าที่ประสงค์จะขอรับความช่วยเหลือหรือคำปรึกษาสามารถติดต่อธนาคาร ได้ที่ศูนย์บริการลูกค้าธนาคารไทยพาณิชย์ SCB Call Center 0 2777 7777

The post ธนาคารไทยพาณิชย์ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้สูงสุด 0.25% ให้สอดคล้องกับทิศทางการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย มีผลวันที่ 3 มี.ค. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ธนาคารกรุงไทยปรับลดดอกเบี้ยเงินกู้ลง 0.125-0.25% มีผล 1 พ.ย. นี้ แต่ยังตรึงดอกเบี้ยเงินฝาก https://thestandard.co/krungthai-bank-lowers-interest-rates-on-loans/ Wed, 23 Oct 2024 05:17:57 +0000 https://thestandard.co/?p=999227

ธนาคารกรุงไทย (KTB) ประกาศลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ MOR ลง […]

The post ธนาคารกรุงไทยปรับลดดอกเบี้ยเงินกู้ลง 0.125-0.25% มีผล 1 พ.ย. นี้ แต่ยังตรึงดอกเบี้ยเงินฝาก appeared first on THE STANDARD.

]]>

ธนาคารกรุงไทย (KTB) ประกาศลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ MOR ลง 0.25% ต่อปี ส่วน MLR และ MRR ลง 0.125% ต่อปี หลัง กนง. ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% ต่อปี

 

เมื่อวันที่ 16 ตุลาคมที่ผ่านมา คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติ 5 ต่อ 2 เสียง ให้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% สู่ระดับ 2.25% ต่อปี ส่งผลให้ธนาคารพาณิชย์ต่างๆ ทยอยปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ตามมา

 

ล่าสุดธนาคารกรุงไทยปรับลดอัตราดอกเบี้ยเช่นกัน ได้แก่

  • อัตราดอกเบี้ยสำหรับลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี ประเภทเงินเบิกเกินบัญชี (MOR) ปรับลดลงจากปัจจุบัน 7.52% ต่อปี เป็น 7.27% ต่อปี
  • อัตราดอกเบี้ยเงินลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี ประเภทเงินกู้แบบมีระยะเวลา (MLR) ปรับลดลงจากปัจจุบัน 7.05% ต่อปี เป็น 6.925% ต่อปี
  • อัตราดอกเบี้ยสำหรับลูกค้ารายย่อยชั้นดี (MRR) ปรับลดลงจากปัจจุบัน 7.57% ต่อปี เป็น 7.445% ต่อปี

 

โดยให้มีผลในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2567 เป็นต้นไป ขณะนี้ยังไม่มีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากแต่อย่างใด

 

 

สำหรับมาตรการพิเศษในการช่วยเหลือลูกหนี้กลุ่มเปราะบาง 3 กลุ่ม ได้แก่

  1. ลูกค้าสินเชื่อบุคคลรายย่อยที่ยังอยู่ในมาตรการความช่วยเหลือของธนาคาร ทั้งสินเชื่อบ้านและสินเชื่อส่วนบุคคล
  2. ลูกค้าสินเชื่อบ้านที่มีวงเงินไม่เกิน 2 ล้านบาท
  3. ลูกค้าที่เป็นผู้ประกอบการ SMEs รายย่อยที่มีรายได้กิจการต่อเดือนไม่เกิน 2 ล้านบาท และมีวงเงินสินเชื่อไม่เกิน 10 ล้านบาท

 

ก่อนหน้านี้ที่จะสิ้นสุดลงในวันที่ 15 พฤศจิกายน 2567 เนื่องจากลูกหนี้กลุ่มเปราะบางดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการฟื้นตัวและปรับตัวได้ช้าตั้งแต่สถานการณ์ระบาดของโควิด ซึ่งลูกหนี้กลุ่มเปราะบางเหล่านี้อาจมีระดับหนี้ที่สูง มีรายได้ในระดับที่ยังไม่เพียงพอกับรายจ่ายอย่างเหมาะสม และยังอยู่ระหว่างที่ภาครัฐกำลังเร่งปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจ ธนาคารจึงมีการต่ออายุมาตรการช่วยเหลือเพิ่มเติมดังกล่าวต่อเนื่องออกไปจนถึงวันที่ 31 มีนาคม 2568

 

จากมาตรการดังกล่าว ธนาคารสามารถช่วยลดภาระทางการเงินให้กับลูกค้าได้มากกว่า 3 แสนบัญชี คิดเป็นวงเงินสินเชื่อรวมมากกว่า 2 แสนล้านบาท ซึ่งธนาคารจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ให้อัตโนมัติสำหรับลูกค้ากลุ่มเปราะบางทั้ง 3 กลุ่มที่มียอดสินเชื่อกับธนาคาร ณ วันที่ 31 มีนาคม 2567

The post ธนาคารกรุงไทยปรับลดดอกเบี้ยเงินกู้ลง 0.125-0.25% มีผล 1 พ.ย. นี้ แต่ยังตรึงดอกเบี้ยเงินฝาก appeared first on THE STANDARD.

]]>
KResearch คาด แบงก์ลดดอกเบี้ยเงินกู้ตาม กนง. มีสินเชื่อรับอานิสงส์ 40.9% ลดภาระดอกเบี้ยลูกหนี้ลงเฉียด 1.3 พันล้านบาท ช่วยปิดสัญญาเร็วขึ้น https://thestandard.co/expect-banks-to-cut-lending-rates-following-the-mpc/ Tue, 22 Oct 2024 09:18:55 +0000 https://thestandard.co/?p=998895

KResearch ประเมินการทยอยลดดอกเบี้ยเงินกู้ของแบงก์พาณิชย […]

The post KResearch คาด แบงก์ลดดอกเบี้ยเงินกู้ตาม กนง. มีสินเชื่อรับอานิสงส์ 40.9% ลดภาระดอกเบี้ยลูกหนี้ลงเฉียด 1.3 พันล้านบาท ช่วยปิดสัญญาเร็วขึ้น appeared first on THE STANDARD.

]]>

KResearch ประเมินการทยอยลดดอกเบี้ยเงินกู้ของแบงก์พาณิชย์ มีสินเชื่อรับอานิสงส์ 40.9% ของสินเชื่อทั้งหมดในระบบแบงก์ไทย ทำให้ภาระดอกเบี้ยของลูกหนี้รายย่อย-ภาคธุรกิจลดลงเฉียด 1.3 พันล้านบาท ชี้แม้การลดอัตราดอกเบี้ยอาจไม่มีผลทำให้ค่างวดผ่อนลดลง แต่จะช่วยให้ลูกหนี้ปิดสัญญาได้เร็วขึ้น

 

วันนี้ (22 ตุลาคม) ศูนย์วิจัยกสิกรไทย (KResearch) มองว่า การทยอยปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ของธนาคารพาณิชย์ในครั้งนี้ เป็นหนึ่งในกลไกการส่งผ่านต้นทุนทางการเงินที่ปรับผ่อนคลายลงตามทิศทางอัตราดอกเบี้ยนโยบายมาสู่ตลาดสินเชื่อ 

 

โดยคาดว่าสัดส่วนสินเชื่อรายย่อยและสินเชื่อธุรกิจที่น่าจะได้รับอานิสงส์จากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ก่อนสิ้นปี 2567 จะอยู่ที่ประมาณ 40.9% ของสินเชื่อรวมทั้งระบบแบงก์ไทย

 

ขณะที่ผลจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ขาเดียวของธนาคารพาณิชย์ในรอบนี้จะทำให้ภาระดอกเบี้ยของลูกหนี้รายย่อยและภาคธุรกิจปรับลดลงเกือบ 1.3 พันล้านบาท (คำนวณผลของภาระดอกเบี้ยที่จะปรับลดลงเฉพาะช่วงเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม 2567 โดยยังไม่ได้นับรวมสินเชื่อส่วนที่จะเข้าสู่ช่วงการปรับอัตราดอกเบี้ยในปีหน้า)

 

 

อย่างไรก็ตาม การปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ของธนาคารพาณิชย์ลงในรอบนี้ อาจไม่มีผลทำให้ค่างวดผ่อนของลูกหนี้ในแต่ละเดือนเปลี่ยนแปลง แต่ลูกหนี้จะได้รับอานิสงส์ในด้านอื่น

 

ในทางปฏิบัติ การปรับลดอัตราดอกเบี้ยในขนาด 0.25% น่าจะยังไม่มีผลต่อการปรับค่างวดผ่อนหนี้ในแต่ละเดือน หรืออีกนัยหนึ่งก็คือไม่ได้ทำให้สัดส่วนภาระหนี้ต่อรายได้ (Debt Service Ratio: DSR) ของลูกหนี้ปรับลดลงในทันที เนื่องจากลักษณะสัญญาสินเชื่อทั่วไปของลูกหนี้รายย่อย เช่น สินเชื่อบ้าน และสินเชื่อบุคคลที่มีหลักประกันในช่วงสัญญาอัตราดอกเบี้ยลอยตัว และสินเชื่อเพื่อการลงทุนในกรณีของสินเชื่อธุรกิจ โดยเฉพาะ SMEs จะมีการกำหนดยอดผ่อนต่อเดือนที่คงที่ (ประกอบด้วยผ่อนดอกเบี้ย + เงินต้น) ซึ่งการลดดอกเบี้ยจะมีผลในการลดยอดผ่อนดอกเบี้ย

 

อย่างไรก็ตาม ธนาคารพาณิชย์หรือสถาบันการเงินจะเพิ่มยอดหักเงินต้นให้ ดังนั้นประโยชน์ที่ลูกหนี้จะได้รับจะอยู่ในรูปของการปิดสัญญาหนี้ก้อนนั้นได้เร็วขึ้น ขณะที่ลูกหนี้ยังต้องสำรองเงินเพื่อรองรับการผ่อนชำระเงินงวดในแต่ละเดือนไว้เช่นเดิม 

 

นอกจากนี้หากลูกหนี้ต้องการลดภาระรายจ่ายโดยรวมอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น อาจต้องอาศัยการลดค่าใช้จ่ายรายการอื่นๆ ร่วมด้วย โดย 3 ลำดับแรกของรายจ่ายครัวเรือน ได้แก่ หมวดอาหาร, เครื่องดื่มและยาสูบ, หมวดที่อยู่อาศัยและเครื่องใช้ภายในบ้าน และหมวดค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับยานพาหนะและการเดินทาง ขณะที่ 3 ลำดับแรกของต้นทุนภาคธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจ SMEs ได้แก่ หมวดวัตถุดิบ, หมวดแรงงาน และหมวดค่าเช่าสถานที่ต่างๆ ซึ่งรายการค่าใช้จ่ายดังกล่าวล้วนเป็นหมวดที่ใหญ่กว่ารายจ่ายดอกเบี้ยอย่างมีนัยสำคัญ

 

สำหรับภาพรวมทั้งปี 2567 ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่า อัตราการเติบโตของสินเชื่อของระบบแบงก์ไทยอาจปิดปี 2567 ในระดับไม่เกิน 1.5% เนื่องจากต้นทุนทางการเงินที่เริ่มปรับลดลงมาตามทิศทางดอกเบี้ยนโยบายนั้น เป็นเพียงปัจจัยหนึ่งที่มีผลต่อการเบิกใช้สินเชื่อ ขณะที่ประเมินว่าทั้งผู้กู้รายย่อยและภาคธุรกิจจะพิจารณาปัจจัยแวดล้อมในด้านอื่นๆ โดยเฉพาะสถานการณ์และแนวโน้มของเศรษฐกิจไทยในภาพรวมในระยะข้างหน้าที่กระทบแผนการลงทุน การบริโภค รวมถึงความสามารถในการชำระหนี้ในอนาคต ก่อนที่จะเบิกใช้สินเชื่อด้วยเช่นกัน

 

อนึ่ง บทความนี้มีขึ้นหลังจากธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ (SFI) เริ่มทยอยปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ตามทิศทางอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทย ประมาณ 1 สัปดาห์หลังจากคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2567 (จากระดับ 2.50% มาที่ 2.25%) โดยธนาคารพาณิชย์หลายแห่งทยอยประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลงสูงสุด 0.25% โดยให้มีผลต้นเดือนพฤศจิกายน 2567 พร้อมๆ กับต่ออายุมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้กลุ่มเปราะบางไปจนถึงสิ้นปี 2567

The post KResearch คาด แบงก์ลดดอกเบี้ยเงินกู้ตาม กนง. มีสินเชื่อรับอานิสงส์ 40.9% ลดภาระดอกเบี้ยลูกหนี้ลงเฉียด 1.3 พันล้านบาท ช่วยปิดสัญญาเร็วขึ้น appeared first on THE STANDARD.

]]>