ณัฐนนท์ ไชยมหาบุตร Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/ณัฐนนท์-ไชยมหาบุตร/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Wed, 29 May 2024 02:08:31 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 กรมราชทัณฑ์แจง ‘ตะวัน-แฟรงค์’ ได้ประกันตัวคดี ม.116 บีบแตรขบวนเสด็จฯ ปล่อยออกจากเรือนจำแล้วทั้งสองคน https://thestandard.co/tawan-frank-got-bail/ Wed, 29 May 2024 02:08:31 +0000 https://thestandard.co/?p=938681

วานนี้ (28 พฤษภาคม) กรมราชทัณฑ์ชี้แจงกรณี ทานตะวัน ตัวต […]

The post กรมราชทัณฑ์แจง ‘ตะวัน-แฟรงค์’ ได้ประกันตัวคดี ม.116 บีบแตรขบวนเสด็จฯ ปล่อยออกจากเรือนจำแล้วทั้งสองคน appeared first on THE STANDARD.

]]>

วานนี้ (28 พฤษภาคม) กรมราชทัณฑ์ชี้แจงกรณี ทานตะวัน ตัวตุลานนท์ หรือ ตะวัน และ ณัฐนนท์ ไชยมหาบุตร หรือ แฟรงค์ ได้รับการประกันตัว และถูกปล่อยตัวเป็นการชั่วคราว ในคดีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ สืบเนื่องมาจากถูกกล่าวหาว่าบีบแตรใส่ขบวนเสด็จของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2567 ศาลอาญาอนุญาตให้ประกันตัวทานตะวัน และมีคำสั่งเบิกตัวไปติดกำไล EM ในวันที่ 28 พฤษภาคม 2567 โดยทัณฑสถานหญิงกลางได้ดำเนินการนำตัวทานตะวันไปติดกำไล EM ที่ศาลอาญา และนำกลับมาปล่อยตัว 

 

จากนั้นในช่วงเย็นของวันเดียวกัน สถานีตำรวจนครบาลพระราชวังได้มาอายัดตัวทานตะวัน กรณีสนับสนุนการพ่นสีกำแพงวัดพระแก้ว และต่อมาได้รับอนุญาตให้ประกันตัวในชั้นสอบสวน 

 

ส่วนกรณีของณัฐนนท์ ศาลอาญาได้ออกหมายปล่อยตัวเป็นการชั่วคราว โดยต่อมา เวลา 19.40 น. ในวันที่ 28 พฤษภาคม 2567 ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ได้ดำเนินการตรวจสอบเอกสารและปล่อยตัวไปเรียบร้อยแล้วเช่นกัน

The post กรมราชทัณฑ์แจง ‘ตะวัน-แฟรงค์’ ได้ประกันตัวคดี ม.116 บีบแตรขบวนเสด็จฯ ปล่อยออกจากเรือนจำแล้วทั้งสองคน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศาลอาญาให้ประกัน ‘ตะวัน ทานตะวัน’ ในคดี ม.116 บีบแตรขบวนเสด็จฯ หลังถูกคุมขัง 104 วัน กำหนดเงื่อนไขใส่กำไล EM https://thestandard.co/court-grants-bail-to-tawan-thantawan-in-the-section-116-case/ Mon, 27 May 2024 10:09:01 +0000 https://thestandard.co/?p=938074 ทานตะวัน ตัวตุลานนท์

วันนี้ (27 พฤษภาคม) เวลา 15.34 น. ศูนย์ทนายความเพื่อสิท […]

The post ศาลอาญาให้ประกัน ‘ตะวัน ทานตะวัน’ ในคดี ม.116 บีบแตรขบวนเสด็จฯ หลังถูกคุมขัง 104 วัน กำหนดเงื่อนไขใส่กำไล EM appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทานตะวัน ตัวตุลานนท์

วันนี้ (27 พฤษภาคม) เวลา 15.34 น. ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนรายงานความคืบหน้ากรณีที่พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 4 สำนักงานอัยการสูงสุด ได้เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง ตะวัน-ทานตะวัน ตัวตุลานนท์ และ แฟรงค์-ณัฐนนท์ ไชยมหาบุตร นักเคลื่อนไหวทางการเมือง ในคดีมาตรา 116 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ สืบเนื่องมาจากถูกกล่าวหาว่าบีบแตรใส่ขบวนเสด็จของกรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2567

 

โดยระบุว่า “ศาลอาญาให้ประกัน ตะวัน-ทานตะวัน ตัวตุลานนท์ ในคดี ม.116 แล้ว หลังถูกคุมขังมาตั้งแต่ชั้นฝากขังจนคดีถูกสั่งฟ้องเป็นระยะเวลานาน 104 วัน พร้อมกับอดอาหารประท้วงก่อนหน้านี้เป็นระยะเวลาหนึ่ง

 

“โดยปัจจุบันตะวันถูกควบคุมตัวอยู่ที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ พร้อมกับ แฟรงค์ ณัฐนนท์ เพื่อนร่วมคดีเดียวกัน

 

“โดยวันนี้ศาลให้ประกันตัวตะวันด้วยเงื่อนไขให้ใส่กำไล EM ส่วนแฟรงค์ทนายความจะยื่นประกันต่อไป

 

“สำหรับการปล่อยตัวตะวันในวันนี้ ทนายความกำลังตรวจสอบว่านอกจากคดีนี้ ตะวันยังมีหมายขังในคดีอื่นอยู่อีกหรือไม่ หากมีจะยื่นคำร้องขอประกันตัวต่อไป หรือหากไม่มีคดีใดเหลืออยู่แล้ว ตะวันก็จะได้รับการปล่อยตัววันนี้ทันที”

 

อ้างอิง:

  • ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน

The post ศาลอาญาให้ประกัน ‘ตะวัน ทานตะวัน’ ในคดี ม.116 บีบแตรขบวนเสด็จฯ หลังถูกคุมขัง 104 วัน กำหนดเงื่อนไขใส่กำไล EM appeared first on THE STANDARD.

]]>
“ถ้าวันนั้นเป็นลูกของคุณ” ป้ามล ทิชา ยื่นค้านฝากขังตะวัน-แฟรงค์ ขอผู้พิพากษาชักฟืนออกจากกองไฟ https://thestandard.co/ticha-na-nakorn-tawan-frank/ Sun, 10 Mar 2024 06:19:53 +0000 https://thestandard.co/?p=909368 ป้ามล ทิชา นำทีมนักกิจกรรมยื่นค้าน คดี ตะวัน แฟรงค์

จากกรณีที่พนักงานสอบสวน สน.ดินแดง ได้ยื่นคำร้องขอฝากขัง […]

The post “ถ้าวันนั้นเป็นลูกของคุณ” ป้ามล ทิชา ยื่นค้านฝากขังตะวัน-แฟรงค์ ขอผู้พิพากษาชักฟืนออกจากกองไฟ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ป้ามล ทิชา นำทีมนักกิจกรรมยื่นค้าน คดี ตะวัน แฟรงค์

จากกรณีที่พนักงานสอบสวน สน.ดินแดง ได้ยื่นคำร้องขอฝากขัง 2 ผู้ต้องหานักกิจกรรมกรณีขบวนเสด็จฯ ซึ่งประกอบด้วย ตะวัน-ทานตะวัน ตัวตุลานนท์ และ แฟรงค์-ณัฐนนท์ ไชยมหาบุตร เป็นครั้งที่ 3 ระยะเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 9-20 มีนาคม

 

โดยในวันนี้ (10 มีนาคม) ทิชา ณ นคร ผู้อำนวยการศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชน พร้อมด้วย สมหมาย ตัวตุลานนท์ บิดาของทานตะวัน, เอกชัย หงส์กังวาน, แบม-อรวรรณ ภู่พงษ์ และ สายน้ำ-นภสินธุ์ ตรีรยาภิวัฒน์ เดินทางมาที่ศาลอาญาเพื่อยื่นคำแถลงขอให้ศาลพิจารณาไม่รับฝากขังทานตะวันและณัฐนนท์

 

ทิชากล่าวว่า ตนอยากเรียนข้อมูลให้สาธารณะได้รับทราบว่า ในปัจจุบันเรือนจำทั่วประเทศมีการคุมขังผู้ต้องโทษกว่า 250,000 ราย โดย 80% เป็นนักโทษเด็ดขาด ส่วนอีก 20% เป็นนักโทษที่อยู่ระหว่างการพิจารณาคดีและไม่ได้รับการประกันตัว ต่อมามีหลักฐานเชิงประจักษ์ว่าถึงที่สุดศาลยกฟ้อง แสดงให้เห็นว่าการคุมขัง 20% ดังกล่าวเป็นการคุมขังผู้บริสุทธิ์ ซึ่งเราต้องมาคำนวณเกี่ยวกับวันเวลา อิสรภาพ และโอกาสในการทำมาหากินของพวกเขา 

 

ถ้าเราทำงานวิจัย นี่คือความสูญเสียมหาศาล นอกจากนี้ตนยังอยากย้ำว่า สิทธิในการประกันตัวเป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญที่ได้กำหนดไว้ แต่เรากลับปล่อยให้คนจำนวน 20% เข้าไปอยู่ในเรือนจำ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ได้สะท้อนให้เห็นว่าการต่อสู้ของทานตะวัน ณัฐนนท์ และนักกิจกรรมทางการเมืองคนอื่นๆ พวกเขาไม่ได้ต่อสู้เพื่อตัวเอง แต่ตั้งคำถามกับระบบที่เกิดก่อนเขา และเขาก็สงสัยในระบบเหล่านี้ มันเป็นคำถามที่ใหญ่และตบหน้าคนที่เกิดก่อนด้วยซ้ำ

 

ทิชากล่าวอีกว่า ตนมั่นใจว่าทุกคนรู้สึกว่าระบบยุติธรรมของไทยตอนนี้กำลังเดินทางเข้าสู่วิกฤตศรัทธา ดังนั้นการต่อสู้ของเด็กๆ ทั้งหมดเป็นเรื่องที่บุคคลภายนอกอย่างเราต้องไม่อยู่เฉย และถ้าทุกคนรู้สึกว่าการอดอาหารประท้วงของพวกเขาเป็นการตัดสินใจกันเอง และถ้าอยากสาปแช่งให้เด็กเหล่านี้ติดคุกและเสียชีวิต และถ้าพวกคุณรู้สึกเกรี้ยวกราดต่อการท้าทายอำนาจรัฐของเด็ก เราก็อยากบอกว่าพวกคุณกำลังลดทอนคุณค่าของกฎหมายและรัฐธรรมนูญ เพราะถ้าในอนาคตกฎหมายยังไม่ได้ถูกออกแบบไว้เป็นอย่างดี วันนั้นอาจเป็นชะตากรรมของลูกหลานของพวกคุณก็ได้ที่เจอกฎหมายไม่เป็นธรรม สรุปแล้วการประท้วงเรียกร้องให้ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมของทานตะวัน ณัฐนนท์ และ บุ้ง เนติพร โดยการเอาชีวิตเป็นเดิมพันจึงไม่ใช่การเรียกร้องเพื่อตัวเอง แต่ต้องการระบบที่มันยุติธรรม ปฏิเสธไม่ได้ว่าความเด็ดเดี่ยวของเด็กๆ ในนาทีนี้มันเข้าสู่สัญญาณอันตราย ตนและคนข้างนอกไม่อาจอยู่เฉยได้แม้ผลจะเป็นอย่างไร 

 

“การที่เรามาที่ศาลเพราะยังเหลือศรัทธาในกระบวนการยุติธรรม ดังนั้นจึงหวังว่าจะยังคงมีผู้พิพากษาที่มีความเป็นมนุษย์ในสถาบันแห่งนี้ที่จะกล้าหาญพอที่จะชักฟืนออกจากกองไฟให้ได้ เพื่อไม่ให้สถานการณ์เลวร้ายไปกว่านี้ เพราะในอดีตเรามีประวัติศาสตร์บาดแผลมามากมายแล้ว นี่จึงเป็นอีกครั้งที่เราจะเลือกว่าจะสร้างประวัติศาสตร์บาดแผลหน้าใหม่ หรือจะเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นระบบที่เหมาะสมอยู่ร่วมกันได้” ทิชากล่าว

 

ทิชากล่าวต่อว่า แม้ผู้ใหญ่จะรู้สึกว่าพวกเขาไม่มีมารยาท ไม่น่ารัก แต่คำถามคือ มันสมเหตุสมผลหรือไม่ที่จะใช้กฎหมายตั้งข้อหาอย่างรุนแรงขนาดนี้ ตนขอถามว่า พวกคุณตอนเด็กน่ารักทุกวันหรือไม่ คำตอบคือไม่ใช่ ลูกหลานในบ้านคุณน่ารักทุกวันหรือไม่ ก็ไม่ใช่ ทั้งนี้ ตนเชื่อว่ามีคนจำนวนมากในสถาบันนี้ที่จะมีความกล้าหาญช่วยชักฟืนออกจากกองไฟก่อนที่เราจะสูญเสียมากไปกว่านี้

 

ด้านนภสินธุ์กล่าวว่า นอกจากวันนี้ทิชาจะยื่นคำแถลงต่อศาลเพื่อคัดค้านการฝากขัง ยังมีบิดาของทานตะวันที่มายื่นขอประกัน เพราะเขาห่วงลูกสาวมาก นอนไม่หลับ และจะอยู่ฟังผลของศาลว่าจะอนุญาตหรือไม่

 

ภายหลังจากที่ทิชาและบิดาของทานตะวันได้ขึ้นไปยื่นเอกสารคำร้องคัดค้านการฝากขังและขอปล่อยตัวชั่วคราว ทั้งหมดได้ลงมาทำกิจกรรมจุดเทียนบนขั้นบันไดหน้าศาลอาญา พร้อมร้องเพลง แสงดาวแห่งศรัทธา และจุดเทียนพร้อมร้องเพลง เพื่อมวลชน

The post “ถ้าวันนั้นเป็นลูกของคุณ” ป้ามล ทิชา ยื่นค้านฝากขังตะวัน-แฟรงค์ ขอผู้พิพากษาชักฟืนออกจากกองไฟ appeared first on THE STANDARD.

]]>
พ่อตะวันเขียนจดหมายถึงอธิบดีศาลอาญา หาทางออกตะวัน-แฟรงค์ ชี้หากทั้ง 2 คนตายไปต้องหาคนรับผิดชอบ https://thestandard.co/a-letter-from-tawans-father/ Mon, 26 Feb 2024 07:24:34 +0000 https://thestandard.co/?p=904369

วันนี้ (26 กุมภาพันธ์) ที่ศาลอาญา กฤษฎางค์ นุตจรัส ทนาย […]

The post พ่อตะวันเขียนจดหมายถึงอธิบดีศาลอาญา หาทางออกตะวัน-แฟรงค์ ชี้หากทั้ง 2 คนตายไปต้องหาคนรับผิดชอบ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (26 กุมภาพันธ์) ที่ศาลอาญา กฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ในฐานะทนายความของทานตะวัน ตัวตุลานนท์ เดินทางมาศาลอาญาพร้อมกับสมหมาย ตัวตุลานนท์ บิดาของทานตะวัน เพื่อยื่นหนังสือถึงอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา ภายหลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้ทำหนังสือยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวจำนวน 3 ครั้ง ซึ่งศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัว 

 

ในวันนี้สมหมายยื่นหนังสือที่เขียนด้วยลายมือตัวเองมีเนื้อหาว่า “ตามที่ศาลมีคำสั่งไม่ปล่อยตัวชั่วคราว ทานตะวัน ตัวตุลานนท์ และณัฐนนท์ ไชยมหาบุตร ข้าพเจ้าไม่มีคำโต้แย้งใดๆ แต่อยากขอให้ศาลอาญาดูแลรับผิดชอบในชีวิตของผู้ต้องหาทั้งสองที่ท่านมีคำสั่งไม่ให้ปล่อยตัวชั่วคราวระหว่างการสอบสวนต่อไปด้วย เขาทั้งสองเป็นเพียงผู้ถูกกล่าวหา อัยการจะไม่มีคำสั่งฟ้องคดีแต่อย่างใด ดังนั้นยังถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ตามกฎหมาย 

 

“หากทั้งสองคนถึงแก่ความตายระหว่างที่อยู่ในการสอบสวน โดยคำสั่งของศาลอาญา ขอให้ท่านโปรดพิจารณาให้ความเป็นธรรมแก่ดวงวิญญาณทั้งสองดวงว่าใครต้องรับผิดชอบการตายจากการที่ท่านมีคำสั่งไม่ให้ปล่อยตัวชั่วคราว และขอได้โปรดให้ท่านพิจารณาและหาทางออก” 

 

ขณะที่กฤษฎางค์กล่าวว่า ตนเองได้คุยกับ ผอ.โรงพยาบาลราชทัณฑ์ อาการของทานตะวันเกินศักยภาพการดูแลของโรงพยาบาลราชทัณฑ์ จึงส่งตัวไปยังโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ฯ ส่วนอาการของณัฐนนท์ที่พยายามขอส่งตัวไปยังหลายโรงพยาบาล แต่ยังไม่สามารถส่งตัวไปได้ โดยณัฐนนท์มีอาการเจ็บป่วยค่อนข้างหนักเหมือนกับทานตะวัน เนื่องจากทั้งคู่ปฏิเสธการดื่มน้ำและรับประทานอาหารมาเป็นเวลาหลายวัน

 

กฤษฎางค์กล่าวอีกว่า คดีดังกล่าวทั้งสองถูกขังระหว่างการสอบสวนของ สน.ดินแดง อีกทั้งยังไม่มีการสั่งฟ้องของอัยการ ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะมีการสั่งฟ้องหรือไม่ อีกทั้งในชั้นไต่สวนของการฝากขัง และมีการสอบสวนพยานไปหมดแล้ว เหลือเพียงอีกแค่ 5 ปาก โดยใน 5 ปากนั้นแบ่งเป็นตำรวจผู้จับกุมและชาวบ้านที่ยังไม่มีรายชื่อส่งมา ซึ่งตนมองว่าหากปล่อยตัวชั่วคราว ผู้ต้องหาทั้งสองก็คงไม่มีผลที่จะไปยุ่งกับพยานหลักฐาน เพราะเป็นเพียงนักศึกษาเท่านั้น อีกทั้งที่ผ่านมาผู้ต้องหาทั้งสองคนไม่ได้มีพฤติกรรมหลบหนีอีกด้วย

 

สมหมายกล่าวเสริมว่า การฝากขังของลูกเป็นเพียงการฝากขังในชั้นพนักงานสอบสวน ยังไม่มีการสั่งฟ้อง จะมาตัดสินได้อย่างไรว่าเป็นคดีร้ายแรง มีอัตราโทษจำคุกสูง อีกทั้งผู้ต้องหาทั้งสองคนมีที่อยู่หลักแหล่งอย่างแน่นอน และไม่มีโอกาสที่จะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน แต่สิ่งที่ตนเองกังวลคือเรื่องอาการของลูกสาวและณัฐนนท์ที่ต้องการนำตัวไปรักษา เพราะอาการแย่แล้ว แต่ถ้าปล่อยมาแล้วทางตำรวจกังวลว่าจะหลบหนี ก็นำตำรวจมาดูตลอด 24 ชั่วโมง หรือทำอย่างไรก็ได้เพื่อไม่ให้ทั้งสองหนี แต่ถ้าทั้งสองจะหนีคงหนีไปนานแล้ว ไม่อยู่ให้จับในวันนั้นหรอก 

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงอาการของทานตะวัน สมหมายกล่าวว่า ทานตะวันอาการหนักมาก แต่ก็รู้สึกเบาใจที่อยู่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ฯ ได้อยู่ใกล้ชิดแพทย์ แต่เป็นห่วงณัฐนนท์ที่อยู่โรงพยาบาลราชทัณฑ์เพราะมีอาการไม่ต่างจากลูกสาว ถ้าเป็นไปได้อยากให้ย้ายณัฐนนท์ออกไปยังโรงพยาบาลที่พร้อมรักษา

The post พ่อตะวันเขียนจดหมายถึงอธิบดีศาลอาญา หาทางออกตะวัน-แฟรงค์ ชี้หากทั้ง 2 คนตายไปต้องหาคนรับผิดชอบ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศาลไม่ให้ประกัน ตะวัน-แฟรงค์ ระบุอยู่ใกล้ชิดแพทย์แล้ว หลังบิดายื่นใบรับรองแพทย์ ขณะที่สนธิญาคัดค้านการประกันตัว https://thestandard.co/the-court-did-not-grant-bail-to-tawan-frank/ Sun, 25 Feb 2024 08:07:55 +0000 https://thestandard.co/?p=904175 ตะวัน-แฟรงค์

วันนี้ (25 กุมภาพันธ์) สนธิญา สวัสดี อดีตที่ปรึกษาประธา […]

The post ศาลไม่ให้ประกัน ตะวัน-แฟรงค์ ระบุอยู่ใกล้ชิดแพทย์แล้ว หลังบิดายื่นใบรับรองแพทย์ ขณะที่สนธิญาคัดค้านการประกันตัว appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตะวัน-แฟรงค์

วันนี้ (25 กุมภาพันธ์) สนธิญา สวัสดี อดีตที่ปรึกษาประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร เดินทางมายื่นหนังสือคัดค้านการให้ประกันตัว ตะวัน-ทานตะวัน ตัวตุลานนท์ และ แฟรงค์-ณัฐนนท์ ไชยมหาบุตร นักกิจกรรมทางการเมืองแนวร่วมกลุ่มทะลุวัง สองผู้ต้องหาคดีก่อความวุ่นวายรถขบวนเสด็จฯ เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 มาตรา 41 (1) และ (2) ประกอบมาตรา 50 

 

ภายหลังจากเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ สมหมาย ตัวตุลานนท์ บิดาของทานตะวัน ได้เดินทางมายื่นคำร้องขอประกันตัวทานตะวัน และณัฐนนท์ ซึ่งศาลจะมีคำสั่งในช่วงบ่ายวันนี้

 

สนธิญากล่าวว่า วันนี้เดินทางมายื่นหนังสือคัดค้านการปล่อยตัวชั่วคราวทานตะวันและพวก ซึ่งก่อนหน้านี้ตนเคยร้องทุกข์กล่าวโทษกับตำรวจนครบาลเพื่อขอให้พิจารณาวินิจฉัยการกระทำของทานตะวันและพวก เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ และวันที่ 10 กุมภาพันธ์ คดีขวางขบวนเสด็จฯ โดยกรณีของทานตะวันและพวก เป็นการกระทำผิดกฎหมายอาญาเกี่ยวกับความมั่นคงของรัฐ ตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญมาตรา 50 ระบุว่า หน้าที่ของปวงชนชาวไทยคือพิทักษ์รักษาไว้เพื่อชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หากผู้ใดแทรกแซงสามารถร้องทุกข์กล่าวโทษได้

 

เมื่อวานนี้ (24 กุมภาพันธ์) ตนได้เห็นภาพบิดาของทานตะวันเดินทางมาขอยื่นคำร้องให้ปล่อยชั่วคราว ตนเห็นด้วย คนเป็นพ่อย่อมรักลูก แต่ขณะเดียวกันบ้านเมืองเรามีกฎหมาย การกระทำของทานตะวันเสี่ยงต่อความมั่นคงของรัฐ ซึ่งตนเองก็มีลูกสาว แต่ก็รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ยิ่งชีพ

 

“ที่ผ่านมาทานตะวันและพวกเคยกระทำมาเป็นลำดับไม่ต่ำกว่า 7-8 ครั้ง จนถึงครั้งล่าสุดได้มีการขัดขวางขบวนเสด็จฯ การที่ทานตะวันอดข้าวประท้วงเพราะไม่เห็นด้วยที่ถูกดำเนินคดีนั้น ตนมองว่าก็ทำได้ แต่ยังมีข้อเรียกร้องหลายข้อที่ไม่เป็นไปตามการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข” สนธิญากล่าว

 

ทั้งนี้ สนธิญาฝากข้อความถึงสมหมาย พ่อของทานตะวันด้วยว่า ตนเองมีลูกสาวอายุใกล้เคียงกับตะวัน ปัจจุบันเรียนจบปริญญาโท คณะรัฐศาสตร์ ได้สอนให้ลูกรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ โดยตนก็เข้าใจหัวอกคนเป็นพ่อ แต่ต้องยึดมั่นในชาติ ศาสน์ กษัตริย์ เหนือชีวิต อย่างไรก็ตาม ขอให้พ่อยอมรับ ไม่ว่าศาลจะพิจารณาอย่างไร ตนเชื่อว่าหลายคนไม่เห็นด้วยหากศาลอนุญาตให้ประกันตัวทั้งสองคน

 

พ่อทานตะวันยื่นใบรับรองแพทย์

 

ต่อมา สมหมาย ตัวตุลานนท์ บิดาของทานตะวัน ได้เดินทางมาศาลพร้อมกล่าวว่า ศาลได้ขอเอกสารเพิ่มเติมเป็นใบรับรองทางการแพทย์ระบุรายละเอียดอาการของ ทานตะวันและณัฐนนท์ โดยของทานตะวันจะเป็นใบรับรองแพทย์จากโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ส่วนของแฟรงค์เป็นใบรับรองแพทย์จากโรงพยาบาลราชทัณฑ์ วันนี้ตนจึงนำเอกสารทางการแพทย์มายื่นตามที่ศาลร้องขอ พร้อมขอความเมตตาจากศาลให้พิจารณาการปล่อยตัวชั่วคราว

 

ส่วนที่ สนธิญา สวัสดี เดินทางมายื่นคัดค้านการประกันตัวตะวันและแฟรงค์เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมานั้น สมหมายกล่าวว่า ก็เป็นสิทธิของเขา ใครจะยื่นประกันตัวหรือยื่นคัดค้านก็เป็นสิทธิตามกฎหมาย แต่สุดท้ายต้องให้ศาลพิจารณา

 

ศาลไม่ให้ประกันทานตะวันและณัฐนนท์ 

 

ล่าสุดเวลา 14.15 น. ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน รายงานว่า ศาลอาญามีคำสั่งไม่ให้ประกันตัวทานตะวันและณัฐนนท์อีกครั้ง

 

ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนระบุว่า ศาลเห็นว่าศาลเคยมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวผู้ต้องหาทั้งสองโดยระบุเหตุผลไว้ชัดเจนแล้ว ส่วนกรณีอาการเจ็บป่วยของผู้ต้องหาทั้งสอง ขณะนี้อยู่ภายใต้การดูแลรักษาของแพทย์โดยใกล้ชิดแล้ว ยังไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม จึงมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวผู้ต้องหาทั้งสอง 

 

ก่อนหน้านี้ศาลระบุว่า วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2567 เป็นวันครบกำหนดฝากขังผู้ต้องหาทั้งสองคนเป็นครั้งที่ 2 เพื่อให้การสั่งปล่อยตัวชั่วคราวผู้ต้องหาเป็นไปด้วยความรอบคอบ สมควรฟังความเห็นของพนักงานสอบสวนประกอบด้วย และให้ผู้ร้องนำเอกสารใบรับรองแพทย์มาแสดงเพิ่มเติมถ้ามี โดยจากวันนี้ทั้งทานตะวันและณัฐนนท์จะถูกฝากขังผลัดที่ 2 ถึงวันที่ 8 มีนาคม 2567

The post ศาลไม่ให้ประกัน ตะวัน-แฟรงค์ ระบุอยู่ใกล้ชิดแพทย์แล้ว หลังบิดายื่นใบรับรองแพทย์ ขณะที่สนธิญาคัดค้านการประกันตัว appeared first on THE STANDARD.

]]>
บิดา ‘ตะวัน’ ยื่นศาลอาญา ขอปล่อยตัวชั่วคราว ‘ตะวัน-แฟรงค์’ ห่วงร่างกายแย่ ยืนยันจะไม่ให้ยุ่งการเมืองอีก https://thestandard.co/tantawan-natthanon-bail-request/ Sat, 24 Feb 2024 06:00:31 +0000 https://thestandard.co/?p=903885 ตะวัน-แฟรงค์

วันนี้ (24 กุมภาพันธ์) ความคืบหน้าคดีที่ ตะวัน-ทานตะวัน […]

The post บิดา ‘ตะวัน’ ยื่นศาลอาญา ขอปล่อยตัวชั่วคราว ‘ตะวัน-แฟรงค์’ ห่วงร่างกายแย่ ยืนยันจะไม่ให้ยุ่งการเมืองอีก appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตะวัน-แฟรงค์

วันนี้ (24 กุมภาพันธ์) ความคืบหน้าคดีที่ ตะวัน-ทานตะวัน ตัวตุลานนท์ ที่ร่วมกับ แฟรงค์-ณัฐนนท์ ไชยมหาบุตร นักเคลื่อนไหวทางการเมืองกลุ่มทะลุวัง พยายามขับรถแซงขบวนเสด็จฯ บนทางด่วน พร้อมบีบแตรรถยนต์ลากยาวระหว่างขบวนเสด็จฯ ผ่าน และใช้ถ้อยคำดูหมิ่นเจ้าพนักงานขณะปฏิบัติหน้าที่ถวายความปลอดภัย เหตุเกิดเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

 

วันนี้ สมหมาย ตัวตุลานนท์ บิดาของ ทานตะวัน ตัวตุลานนท์ นักกิจกรรมอิสระ ได้มายื่นขอให้ศาลอาญาพิจารณาปล่อยตัวชั่วคราว ตะวัน และ ณัฐนนท์ ไชยมหาบุตร นักเคลื่อนไหวทางการเมืองกลุ่มทะลุวัง ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก 

 

โดยสมหมายเปิดเผยว่า เมื่อวานได้ไปเยี่ยมที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ พบว่าณัฐนนท์มีร่างกายที่แย่มาก ร่างกายขาดน้ำและขาดอาหาร เบลอไปหมด พูดไม่ได้ ส่วนอาการของตะวันร่างกายเหลือแต่หนังหุ้มกระดูก การพูดจาสามารถทำได้เพียงแค่กระซิบ แทบจะไม่ได้ยินเลย ถ้าปล่อยต่อไปให้เป็นเช่นนี้ อีกไม่กี่วันไม่แน่ใจว่าจะรักษาชีวิตไว้ได้หรือไม่ ทั้งสองคนไม่มีแรงแม้กระทั่งจะฝากบอกอะไรมา เลยมาขอความเมตตาจากศาลให้ปล่อยตัวชั่วคราวเพื่อออกมารับการรักษา โดยครั้งนี้เป็นการยื่นขอประกันครั้งที่ 3 จึงหวังว่าศาลจะเมตตา

 

หากปล่อยตัว จะดูแลไม่ให้ยุ่งการเมือง

 

สมหมายระบุด้วยว่า ในวันเกิดเหตุทั้งสองคนไปร่วมงานศพของนักเคลื่อนไหวทางการเมืองกลุ่มทะลุฟ้าคนหนึ่ง ซึ่งขากลับได้ขึ้นทางด่วนแล้วไปเจอขบวนเสด็จฯ โดยบังเอิญ ไม่ได้มีเจตนาหรือวางแผนเพื่อไปก่อเหตุป่วนขบวนเสด็จฯ แต่อย่างใด เพราะคนทั่วไปไม่มีทางรู้ได้เลยว่าเส้นทางเสด็จฯ จะใช้เส้นทางใดบ้าง เป็นเรื่องธรรมดาที่ระหว่างเดินทางอยู่จะไปเจอขบวนเสด็จฯ อีกทั้งขบวนเสด็จฯ ใช้ความเร็ว ไม่มีทางที่จะขับรถตามไปป่วนได้ทัน

 

“ยอมรับว่าเด็กทั้งสองคนมีพฤติกรรมและใช้วาจาไม่เหมาะสมกับเจ้าหน้าที่ แต่การกล่าวหาดังกล่าวนั้นเป็นเรื่องที่เกินความเป็นจริง ลำพังเด็กทั้งสองคนจะไปทำอะไรได้ เพราะถ้ามีการใช้ความรุนแรงจริง เจ้าหน้าที่ก็สามารถดำเนินการขั้นเด็ดขาดขณะเกิดเหตุได้ทันที หากศาลอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว จะดูแลลูกไม่ให้ไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องการเมืองอีก จะให้ใช้ชีวิตตามประสาวัยรุ่นและเรียนให้จบต่อไป” สมหมายกล่าว

 

สายน้ำยืนยัน ถ้าได้ประกัน ไม่หนี-ไม่ยุ่งหลักฐาน

 

ด้าน สายน้ำ-นภสินธุ์ ตรีรยาภิวัฒน์ นักเคลื่อนไหวทางการเมืองกลุ่มทะลุวัง ซึ่งมาให้กำลังใจเปิดเผยว่า คดีที่อยู่ในชั้นพนักงานสอบสวนซึ่งจะครบฝากขังผลัดแรกเป็นเวลา 12 วันในเร็วๆ นี้ ซึ่งต้องดูว่าพนักงานสอบสวนจะยื่นฝากขังผลัดที่ 2 ต่อหรือไม่ ซึ่งในคดีนี้พนักงานสอบสวนให้เหตุผลคัดค้านการประกันตัวว่า ผู้ต้องหาอาจไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน หรือหลบหนีได้ ซึ่งที่ผ่านมาทั้งสองไม่ได้มีเจตนาหลบหนี และไม่เคยไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานแต่อย่างใด จึงไม่เห็นความจำเป็นที่พนักงานสอบสวนจะต้องออกหมายจับผู้ต้องหาทั้งสองคน วันนี้จึงมาให้กำลังใจให้สมหมายเพราะรู้สึกเป็นห่วงเพื่อน จึงอยากให้ศาลอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว

The post บิดา ‘ตะวัน’ ยื่นศาลอาญา ขอปล่อยตัวชั่วคราว ‘ตะวัน-แฟรงค์’ ห่วงร่างกายแย่ ยืนยันจะไม่ให้ยุ่งการเมืองอีก appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตะวันถูกย้ายตัวด่วนไป รพ.ธรรมศาสตร์ หลังอดอาหาร-น้ำ ประท้วง 3 ข้อเรียกร้องเข้าสู่วันที่ 9 https://thestandard.co/tawan-urgently-transferred-to-thammasat-hospital/ Fri, 23 Feb 2024 01:10:32 +0000 https://thestandard.co/?p=903317

วานนี้ (22 กุมภาพันธ์) ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ร […]

The post ตะวันถูกย้ายตัวด่วนไป รพ.ธรรมศาสตร์ หลังอดอาหาร-น้ำ ประท้วง 3 ข้อเรียกร้องเข้าสู่วันที่ 9 appeared first on THE STANDARD.

]]>

วานนี้ (22 กุมภาพันธ์) ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน รายงานว่า ตะวัน-ทานตะวัน ตัวตุลานนท์ นักเคลื่อนไหวอิสระ ซึ่งถูกฝากขังจากกรณีการก่อกวนขบวนเสด็จฯ เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ถูกย้ายตัวจากโรงพยาบาลราชทัณฑ์ไปยังโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ เมื่อช่วงบ่าย หลังอดอาหารและน้ำประท้วงเข้าสู่วันที่ 9 เพื่อ 3 ข้อเรียกร้อง ได้แก่

 

  1. ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม
  2. ต้องไม่มีคนติดคุกเพราะเห็นต่างทางการเมืองอีก
  3. ประเทศไทยไม่ควรได้เป็นคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ 

 

ด้าน แฟรงค์-ณัฐนนท์ ไชยมหาบุตร ที่ถูกคุมขังในคดีเดียวกัน และเริ่มต้นประท้วงพร้อมกันยังคงอยู่ที่โรงพยาบาลราชทัณฑ์  

 

อย่างไรก็ตามศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนรายงานเพิ่มเติมว่า จากการเข้าเยี่ยมของทนายความพบว่า ตะวันดูอ่อนแรงและเหนื่อยล้ามาก ตอนนี้ไม่ขับถ่ายแล้ว และปัสสาวะออกเพียงนิดเดียว รู้สึกพะอืดพะอมตลอดเวลา รู้สึกร้อนมากจากข้างใน ร่างกายซูบผอมมากจนเห็นกระดูกไหปลาร้า ช่วงหน้าอกเห็นกระดูกเป็นซี่ๆ หน้าตอบจนเห็นสันกราม ใต้ตาคล้ำ ผิวหน้าดูโทรมคล้ำ และปากแห้งแตกจนลอกออก

 

โดยตะวันยืนยันจะไม่รับการรักษา รวมถึงยืนยันที่จะเดินหน้าอดน้ำและอาหารประท้วงต่อไปเช่นเดิมตาม 3 ข้อเรียกร้องที่ประกาศไว้

 

อ้างอิง: 

  • ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน

The post ตะวันถูกย้ายตัวด่วนไป รพ.ธรรมศาสตร์ หลังอดอาหาร-น้ำ ประท้วง 3 ข้อเรียกร้องเข้าสู่วันที่ 9 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ย้ำถวายความปลอดภัยขบวนเสด็จฯ เป็นหน้าที่สูงสุดของตำรวจที่ต้องทำด้วยชีวิต ขอประชาชนเข้าใจสถาบันฯ ของชาติ https://thestandard.co/the-royal-motorcade-safety-police-highest-duty/ Thu, 15 Feb 2024 08:03:43 +0000 https://thestandard.co/?p=900309 ต่อศักดิ์ สุขวิมล

วันนี้ (15 กุมภาพันธ์) พล.ต.อ. ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญ […]

The post ย้ำถวายความปลอดภัยขบวนเสด็จฯ เป็นหน้าที่สูงสุดของตำรวจที่ต้องทำด้วยชีวิต ขอประชาชนเข้าใจสถาบันฯ ของชาติ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ต่อศักดิ์ สุขวิมล

วันนี้ (15 กุมภาพันธ์) พล.ต.อ. ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงการดำเนินคดีกับ ตะวัน-ทานตะวัน ตัวตุลานนท์ นักเคลื่อนไหวอิสระ และ ณัฐนนท์ ไชยมหาบุตร จากกรณีบีบแตรใส่ขบวนเสด็จฯ ในขณะที่ขบวนเสด็จฯ กำลังแล่นผ่านบนทางด่วนย่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิว่า จากแนวทางการสืบสวนและการตั้งข้อสันนิษฐานของเจ้าหน้าที่เชื่อว่าอาจมีผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติม แต่ทั้งนี้ก็ต้องดำเนินการอย่างรอบคอบ

 

ขณะนี้ยังไม่สามารถชี้ชัดได้ว่ามีบุคคลใดอยู่เบื้องหลังอย่างชัดเจน แต่ตนได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องดำเนินการสืบสวน รวบรวมพยานหลักฐาน พิจารณาความเชื่อมโยงทุกมิติให้ดี ไม่ต้องเร่งรีบ เพื่อให้กระบวนการยุติธรรมเป็นไปโดยสมบูรณ์  

 

ส่วนที่หลายฝ่ายมีความเห็นต่างถึงเรื่องดังกล่าวว่าจะเหมือนน้ำผึ้งหยดเดียวหรือไม่ พล.ต.อ. ต่อศักดิ์ กล่าวว่า จะไม่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน เพราะตำรวจจะใช้พยานหลักฐานดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดเท่านั้น รวมถึงชี้แจงให้ประชาชนเข้าใจถึงขั้นตอนต่างๆ เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจผิด รวมถึงป้องกันไม่ให้เกิดข้อผิดพลาดทางคดีจนถูกสังคมโจมตีได้

 

พล.ต.อ. ต่อศักดิ์ กล่าวต่อว่า มาตรการอารักขาดูแลถวายความปลอดภัยขบวนเสด็จฯ อย่างแรกเรื่องการจัดขบวนอารักขาเป็นอำนาจหน้าที่ของกรมราชองครักษ์ ส่วนเรื่องเส้นทางการจราจรเป็นอำนาจหน้าที่ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ซึ่งหน่วยงานทั้งหมดจะมีการประชุมและแถลงแผนร่วมกันทุกครั้งที่จะมีขบวนเสด็จฯ 

 

แต่เหตุการณ์ครั้งนี้ประชาชนยังสามารถสัญจรในเลนซ้ายร่วมกันกับขบวนเสด็จฯ ได้โดยตำรวจไม่ปิดการจราจร อีกทั้งรถปิดท้ายขบวนเสด็จฯ มีการติดตั้งกล้องหลังเพื่อดูความเคลื่อนไหวว่าประชาชนสามารถใช้เส้นทางได้หรือไม่ ซึ่งปัจจุบันรูปแบบขบวนเสด็จฯ ได้ปรับให้สอดคล้องกับการใช้รถใช้ถนนของประชาชน เพื่อไม่ให้ประชาชนได้รับผลกระทบ

 

พล.ต.อ. ต่อศักดิ์ กล่าวย้ำว่า การถวายความปลอดภัยขบวนเสด็จฯ เป็นหน้าที่สูงสุดของตำรวจ ต้องทำด้วยชีวิต ส่วนในเรื่องข้อกฎหมายจะต้องทำความเข้าใจกับประชาชนให้มากที่สุด เรื่องขบวนเสด็จฯ เป็นเรื่องสำคัญของประเทศ เนื่องจากเป็นศูนย์รวมจิตใจของประชาชน 

 

ความเห็นต่างสามารถทำได้ แต่ต้องไม่แตกแยก แต่ละฝ่ายต้องทำความเข้าใจกัน ส่วนตัวเชื่อว่าไม่มีใครไม่จงรักภักดี ดังนั้นสิ่งสำคัญคือจะทำอย่างไรให้เข้าใจเรื่องของสถาบันฯ และประวัติศาสตร์ชาติไทย อยากให้ทุกคนเข้าใจและไม่ตกเป็นเครื่องมือของใครโดยเฉพาะการเมือง

The post ย้ำถวายความปลอดภัยขบวนเสด็จฯ เป็นหน้าที่สูงสุดของตำรวจที่ต้องทำด้วยชีวิต ขอประชาชนเข้าใจสถาบันฯ ของชาติ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศาลอาญาไม่ให้ประกัน ตะวัน-แฟรงค์ คดีขบวนเสด็จฯ ระบุพฤติการณ์ไม่ยำเกรงกฎหมายบ้านเมือง หากปล่อยเชื่อว่าก่อเหตุอีก https://thestandard.co/court-denies-bail-tawan-frank/ Wed, 14 Feb 2024 11:44:07 +0000 https://thestandard.co/?p=899895 คดี ขบวนเสด็จ

วันนี้ (14 กุมภาพันธ์) ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก พนักงาน […]

The post ศาลอาญาไม่ให้ประกัน ตะวัน-แฟรงค์ คดีขบวนเสด็จฯ ระบุพฤติการณ์ไม่ยำเกรงกฎหมายบ้านเมือง หากปล่อยเชื่อว่าก่อเหตุอีก appeared first on THE STANDARD.

]]>
คดี ขบวนเสด็จ

วันนี้ (14 กุมภาพันธ์) ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาล (สน.) ดินแดน ยื่นคำร้อง ฝากขัง ทานตะวัน ตัวตุลานนท์ อายุ 22 ปี หรือ ตะวัน นักเคลื่อนไหวอิสระ และ ณัฐนนท์ ไชยมหาบุตร อายุ 23 ปี หรือ แฟรงค์ ผู้ต้องหาที่ 1-2 

 

ในข้อหาร่วมกันกระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา หนังสือ หรือวิธีอื่นใด อันมิใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ หรือมิใช่เพื่อแสดงความคิดเห็นหรือติชมโดยสุจริต เพื่อให้เกิดความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชนถึงขนาดที่จะก่อความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักร หรือเพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน, ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใดๆ อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร หรือความผิดเกี่ยวกับการก่อการร้ายตามประมวลกฎหมายอาญา และร่วมกันกระทำด้วยประการใดอันเป็นการก่อความเดือดร้อนรำคาญในที่สาธารณะ, ทราบคำสั่งของเจ้าพนักงานซึ่งสั่งการตามอำนาจหน้าที่ที่กฎหมายให้ไว้ ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งโดยไม่มีเหตุหรือข้อแก้ตัวอันสมควร มาขออำนาจศาลฝากขัง

 

คำร้องระบุพฤติการณ์ สรุปว่า วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา 18.20 น. ณัฐนนท์ ผู้ต้องหาที่ 2 ได้เป็นผู้ขับขี่รถยนต์ โดยมี ทานตะวัน ผู้ต้องหาที่ 1 เป็นผู้โดยสารนั่งอยู่บริเวณด้านหน้าข้างคนขับรถยนต์คันดังกล่าว เมื่อมาถึงบริเวณทางร่วมเข้าต่างระดับมักกะสัน แขวงสามเสนใน ซึ่งในบริเวณดังกล่าวนั้น ได้มี พ.ต.ท. ชญานิน พันธุ์ภักดี สารวัตรงานศูนย์ควบคุมจราจรทางด่วน 2 กองกำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจจราจร เจ้าหน้าที่ตำรวจปฏิบัติหน้าที่ถวายความปลอดภัยขบวนเสด็จของกรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ซึ่งจะเสด็จฯ ผ่านในบริเวณดังกล่าวนั้น ตามอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย 

 

ซึ่งได้มีการสั่งให้หยุดรถที่มาจากทางร่วมเป็นการชั่วคราว เพื่อเป็นการถวายความปลอดภัยต่อขบวนเสด็จที่กำลังจะผ่านบริเวณดังกล่าว ซึ่งในเวลาต่อมาปรากฏว่า ณัฐนนท์ ผู้ต้องหาที่ 2 ได้พยายามขับรถมาที่ด้านหน้าแต่ไม่สามารถขับผ่านไปได้ เนื่องจาก พ.ต.ท. ชญานิน และเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปฏิบัติอยู่ในบริเวณนั้น ได้ใช้สัญญาณมือให้หยุดจราจร ผู้ต้องหาที่ 2 จึงได้บีบแตรส่งเสียงดังต่อเนื่องยาวประมาณ 1 นาที ในลักษณะที่แสดงถึงความไม่พอใจโดยไม่มีสาเหตุใดให้ควรใช้แตร

 

ขณะเดียวกัน ทานตะวัน ผู้ต้องหาที่ 1 ที่เป็นผู้โดยสารได้เปิดกระจกออกมาและกล่าววาจาส่งเสียงตะโกนโวยวายในลักษณะว่า เดือดร้อนประชาชน ภาษีประชาชน เมื่อขบวนเสด็จฯ ผ่านพ้นไปแล้วจึงได้เปิดให้รถยนต์วิ่งผ่านไปได้ตามปกติ แต่ปรากฏว่ารถคันดังกล่าวของกลุ่มผู้ต้องหากลับมีพฤติกรรมขับรถออกไปด้วยความเร็ว พ.ต.ท. ชญานิน เห็นว่ารถคันดังกล่าวมีลักษณะการขับขี่และพฤติกรรมที่อาจเป็นอันตรายต่อขบวนเสด็จฯ จึงได้แจ้งวิทยุให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติภารกิจถวายความปลอดภัยทราบถึงพฤติกรรมของรถคันดังกล่าว 

 

จากนั้นรถของกลุ่มผู้ต้องหาได้เร่งความเร็วจนประชิดรถปิดท้ายขบวนเสด็จฯ ที่บริเวณทางลงอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เจ้าหน้าที่ตำรวจผู้ทำหน้าที่รถปิดท้ายขบวนจึงได้สกัดกั้นรถของกลุ่มผู้ต้องหาไม่ให้แทรกเข้าไปในขบวนเสด็จฯ ได้ เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถหยุดรถคันดังกล่าวแล้วจึงได้เข้าไปพูดคุย แต่ปรากฏว่าผู้ต้องหาที่ 1 ได้ถือโทรศัพท์มือถือลักษณะขึ้นมาถ่ายทอดออกอากาศสดผ่านทางช่องเฟซบุ๊กส่วนตัวของผู้ต้องหาที่ 1 ที่ใช้ชื่อว่า Tawan Tantawan อีกทั้งยังได้ส่งเสียงดังโวยวายและกล่าวถ้อยคำในลักษณะต่อว่าการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

 

โดยในขณะเดียวกันนั้น ณัฐนนท์ ผู้ต้องหาที่ 2 ซึ่งเป็นผู้ขับขี่รถยนต์ก็ยังได้บีบแตรส่งเสียงดังต่อเนื่องลากยาวในลักษณะที่แสดงถึงความไม่พอใจ ส่งเสียงดังรบกวน ก่อความเดือดร้อนรำคาญให้กับประชาชนผู้ใช้รถ-ใช้ถนนที่สัญจรผ่านไปมาในบริเวณนั้น อีกทั้ง ณัฐนนท์ ผู้ต้องหาที่ 2 ยังได้กล่าววาจาในลักษณะดูหมิ่น ดูถูก เหยียดหยามเจ้าหน้าที่ตำรวจนายหนึ่ง อันเป็นการประทุษร้ายต่อเกียรติศักดิ์ศรีข้าราชการตำรวจซึ่งกำลังปฏิบัติหน้าที่รับผิดชอบโดยชอบด้วยกฎหมายในขณะนั้น 

 

เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แจ้งความผู้ต้องหาที่ 1 ว่า ร่วมกันกระทำด้วยประการใดอันเป็นการก่อความเดือดร้อนรำคาญในที่สาธารณะ และกล่าวหากรณีของ ณัฐนนท์  ผู้ต้องหาที่ 2 ว่ากระทำความผิดฐานดูหมิ่นเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่ หรือเพราะได้กระทำการตามหน้าที่ ร่วมกันกระทำด้วยประการใด อันเป็นการก่อความเดือดร้อนรำคาญในที่สาธารณะและใช้เสียงสัญญาณ เสียงยาวหรือซ้ำ โดยไม่มีเหตุอันควร ให้ได้รับโทษตามกฎหมายจนกว่าคดีจะถึงที่สุด 

 

ต่อมา พ.ต.ท. สรัล สุรเดชานนท์ ซึ่งดำรงตำแหน่งรองผู้กำกับการสืบสวนสอบสวน สน.ดินแดง ได้สืบสวนหาพยานหลักฐานจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นปรากฏเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2567 เวลาประมาณ 18.26 น. ทานตะวัน ผู้ต้องหาที่ 1 ได้ไลฟ์เหตุการณ์ตามที่ได้กล่าวมาข้างต้นผ่านทางเฟซบุ๊กไลฟ์ (Facebook Live) บัญชี Tawan Tantawan ซึ่งเป็นบัญชีเฟซบุ๊กสาธารณะที่บุคคลทั่วไปสามารถเข้าถึงได้ อีกทั้งยังมีผู้ติดตามมากกว่า 37,000 คน ซึ่งได้มีประชาชนทั่วไปเข้ามาแสดงความคิดเห็นถกเถียงกันในสังคมเป็นวงกว้าง ทั้งในทางที่เห็นชอบด้วยและไม่เห็นชอบด้วย สร้างประเด็นให้เกิดความแตกแยกในหมู่ประชาชน โดยไลฟ์ดังกล่าวมีผู้เข้าชม แชร์ แสดงความรู้สึกและความคิดเห็นจำนวนมาก 

 

ซึ่งต่อมาเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ต.ท. สรัล กับฝ่ายสืบสวน ยังได้ตรวจสอบพบว่า เฟซบุ๊กส่วนตัวของทานตะวันมีการโพสต์ภาพคลิปเหตุการณ์จากกล้องหน้ารถคันที่ใช้ขับขี่ในวันเกิดเหตุ ซึ่งเป็นการแสดงให้ปรากฏถึงพฤติกรรมของ ทานตะวัน กับพวก ที่ขับรถยนต์แทรกรถยนต์ของประชาชนคันอื่นที่จอดชะลอรถอยู่ในบริเวณนั้น เพื่อพยายามจะขับแซงหน้าไปให้ใกล้กับขบวนเสด็จฯ ทั้งยังบีบแตรส่งเสียงดังต่อเนื่อง อันเป็นการแสดงการต่อต้านท้าทายและดูหมิ่นพระเกียรติยศต่อขบวนเสด็จฯ ของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพฯ ซึ่งเป็นที่เคารพสักการะของประชาชนชาวไทยทุกคน 

 

ต่อมาวันที่ 13 กุมภาพันธ์ พนักงานสอบสวนจึงได้รวบรวมพยานหลักฐานขออำนาจศาลอาญาอนุมัติหมายจับผู้ต้องหาที่ 1 และผู้ต้องหาที่ 2 และต่อมาเวลาประมาณ 16.45 น. เจ้าพนักงานตำรวจชุดจับกุมจึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าพนักงานตำรวจทำการจับกุมผู้ต้องหาทั้งสองโดยแสดงหมายจับผู้ต้องหาทั้งสองบริเวณทางเดินเท้าหน้าศาลอาญา และควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งสองส่งพนักงานสอบสวนดินแดงดำเนินคดีตามกฎหมาย ต่อมาเวลาประมาณ 18.10 น. พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมแก่ผู้ต้องหาทั้งสองซึ่งไม่ยอมพิมพ์ลายนิ้วมือตามคำสั่งของพนักงานสอบสวน

 

เหตุเกิดบริเวณทางลงทางด่วนพหลโยธิน 1 (ทางลงด่วนอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ) แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 

 

การกระทำของผู้ต้องหาที่ 1 เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 (2) (3), 397 วรรคแรก, 397 วรรคสอง, 368 วรรคแรก, พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 14 (3) แก้ไขเพิ่มเติม ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560 มาตรา 8 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83

 

การกระทำของผู้ต้องหาที่ 2 เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 (2) (3), 397 วรรคแรก, 397 วรรคสอง, 368 วรรคแรก, พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 14 (3) แก้ไขเพิ่มเติม ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560 มาตรา 8 ประกอบประมวล กฎหมายอาญา มาตรา 83 พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 14, 148 

 

ในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนผู้ต้องหาที่ 1 ไม่ประสงค์ให้การในชั้นสอบสวน โดยประสงค์จะให้การในชั้นศาลเท่านั้น ส่วนผู้ต้องหาที่ 2 ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา และไม่ประสงค์ให้การในชั้นสอบสวน 

 

เนื่องจากพนักงานสอบสวนยังสอบสวนไม่เสร็จสิ้น ต้องสอบสวนพยานอีก 7 ปากเป็นพยานชุดจับกุมและประจักษ์พยาน, รอผลการตรวจลายพิมพ์นิ้วมือ และประวัติการต้องโทษของผู้ต้องหาที่ 1-2 ด้วยความจำเป็นดังกล่าวจึงขอหมายขังผู้ต้องหาที่ 1-2 ระหว่างการสอบสวนกำหนด 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 14-25 กุมภาพันธ์ 2567 

 

ท้ายคำร้องพนักงานสอบสวนขอคัดค้านหากผู้ต้องหาทั้งสองขอปล่อยชั่วคราว เนื่องจากคดีมีอัตราโทษสูง ประกอบกับพฤติการณ์ในการกระทำความผิดของผู้ต้องหาทั้งสองเป็นการกระทำโดยไม่เกรงกลัวต่อกฎหมายบ้านเมือง หากผู้ต้องหาได้รับการปล่อยชั่วคราวไปเกรงว่าอาจไปก่อเหตุอันตรายประการอื่นอีก แต่ถ้าหากศาลเห็นสมควรให้ปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาทั้งสอง พนักงานสอบสวนขอให้ศาลกำหนดมาตรการหรือเงื่อนไขในการปล่อยตัวชั่วคราวผู้ต้องหาทั้งสองอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันมิให้กระทำผิดในขณะนี้อีก



ทั้งนี้จากข้อมูลและประวัติการกระทำความผิดของผู้ต้องหากับพวก พบว่า เมื่อผู้ต้องหาได้รับการปล่อยชั่วคราวแล้ว มีการกลับมากระทำความผิดลักษณะเดียวกันนี้ซ้ำอีก หากไม่มีการควบคุมกำหนดมาตรการบังคับหรือเงื่อนไขในการปล่อยตัวชั่วคราวที่เคร่งครัด เป็นการยากในการควบคุมดูแลและรักษาความสงบเรียบร้อยของสังคมโดยรวม ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของภาพลักษณ์ภายในประเทศ

 

ศาลพิจารณาแล้ว อนุญาตฝากขังผู้ต้องหาทั้ง 2 ได้

 

วันเดียวกันนี้ที่ศาลอาญา ตำรวจ สน.พระราชวัง ได้นำตัว นภสินธุ์ ตรีรยาภิวัฒน์ หรือ สายน้ำ นักศึกษาอายุ 19 ปี มาฝากขังครั้งแรก 12 วัน ในความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนทำให้เสียหาย ทำลาย ทำให้เสื่อมค่า หรือทำให้ไร้ประโยชน์ซึ่งโบราณสถานฯ กรณีมีส่วนร่วมรู้เห็น กับผู้ต้องหาที่พ่นสีกำแพงวัดพระแก้ว และศาลอนุญาตฝากขังได้

 

ต่อมาในช่วงเย็น กฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน เปิดเผยว่า ศาลมีคำสั่งอนุญาตปล่อยชั่วคราวนภสินธุ์ ตีราคาประกัน 35,000 บาท โดยกำหนดเงื่อนไขก่อเหตุในลักษณะเดียวกับที่ถูกฟ้องในคดีอีก 

 

ในส่วนของทานตะวันและณัฐนนท์ ศาลมีคำสั่งไม่อนุญาตปล่อยชั่วคราว โดยพิเคราะห์ความหนักเบาแห่งข้อหาและพฤติการณ์แห่งคดีแล้ว เห็นว่าข้อหาที่ผู้ต้องหาถูกกล่าวหามีอัตราโทษสูง พฤติการณ์ในการกระทำของผู้ต้องหามีลักษณะไม่ยำเกรงต่อกฎหมายบ้านเมือง ก่อให้เกิดความปั่นป่วนต่อความสงบเรียบร้อยของสังคมโดยรวม 

 

หากให้ปล่อยชั่วคราวมีเหตุเชื่อว่าจะไปก่อเหตุอันตรายลักษณะเดียวกันนี้หรือประการอื่น อีกทั้งอาจเป็นอุปสรรคหรือก่อให้เกิดความเสียหายต่อการสอบสวนของเจ้าพนักงานหรือการดำเนินคดีในศาล จึงไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว ยกคำร้อง ส่วนจะยื่นซ้ำหรือไม่ ตนต้องปรึกษาผู้ต้องหาอีกครั้ง 

 

กฤษฎางค์กล่าวต่อว่า ความจริงตะวันจะไม่ยื่นประกันในคดีนี้ด้วยซ้ำ แต่ตนเป็นคนขอร้องว่าต้องไปเรียนหนังสือและมีเรื่องหลายเรื่องที่จะต้องทำ ควรจะหาทางปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมโดยวิธีการอื่นดีกว่า ตัวเขาเองไม่ได้หนักใจเรื่องประกันตัว เพราะเขาเองมีความตั้งใจที่จะไม่ประกันตัวอยู่แล้ว แต่ตนเห็นว่ามันไม่มีประโยชน์อะไร ควรจะออกมาต่อสู้คดี เพราะการที่ไปถูกขังในเรือนจำมาต่อสู้คดีไม่ได้ โอกาสที่จะพบปะปรึกษาหารือก็ยาก 

 

ความจริงคดีที่ศาลไม่ให้ประกันคือมาตรา 116 โทษไม่เกิน 7 ปี ไม่ได้สูงถ้าเทียบกับคดีมาตรา 112 ก็ได้ประกันตัวในชั้นศาลมาโดยตลอด ตนยังแปลกใจกับคำสั่งศาลวันนี้ ว่าโทษแค่ 7 ปี เหตุใดถึงไม่ให้ประกัน ตนไม่แน่ใจว่ามันเกิดอะไรขึ้น ในการไต่สวนได้ความว่าผู้ต้องหาทั้งสองคนเป็นเด็ก เป็นเยาวชน เป็นนักศึกษา เรียนหนังสืออยู่ ซึ่งไม่สามารถไปยุ่งเหยิงกับการสอบสวนได้ ก็คงต้องไปดูรายละเอียดอีกครั้งหนึ่งว่าเหตุใดศาลถึงไม่อนุญาตให้ปล่อยตัว แน่นอนเป็นอำนาจของผู้พิพากษา แต่ความจริงแล้วมันมีหลักกฎหมายอยู่ มันเป็นหลักนิติธรรมนิติรัฐที่ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าไม่ได้กระทำผิด  

 

กฤษฎางค์ระบุว่า เรื่องนี้ไม่ใช่ปัญหาของเด็กที่ติดคุก มันเป็นปัญหาของผู้ใหญ่ในกระบวนการยุติธรรม ว่าเราได้วินิจฉัยข้อมูล ข้อกฎหมายถูกต้องตามหลักนิติธรรมหรือไม่ ในฐานะคนที่ทำงานตรงนี้รู้สึกว่ามันค่อนข้างที่จะตรงข้ามกับสิ่งที่เรียนมา และผมไม่เห็นด้วยกับข้อวินิจฉัยอันนี้ 

 

กฤษฎางค์กล่าวต่อว่า ทานตะวันได้ฝากข้อความเป็นลายมือถึงผู้สื่อข่าวระบุว่า 

 

นี่คือคำตอบที่ผู้ใหญ่ในประเทศนี้ให้กับหนู แต่หนูยืนยันที่จะสู้ต่อไป การก้าวขาเข้าเรือนจำ เราไม่เหลืออะไรนอกจากร่างกายที่มีไว้ต่อสู้ หนูจะใช้ร่างกายและจิตวิญญาณที่เหลืออยู่สู้ต่อไป

 

หนูและแฟรงค์จะอดอาหารและน้ำประท้วงเพื่อ 3 ข้อเรียกร้อง โดยจะไม่ยื่นประกันตัว

 

  1. ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม
  2. ต้องไม่มีใครติดคุกเพราะเห็นต่างอีก
  3. ประเทศไทยไม่ควรเป็นคณะมนตรีสิทธิมนุษยชน

 

ทานตะวัน 14 กุมภาพันธ์ 2567

The post ศาลอาญาไม่ให้ประกัน ตะวัน-แฟรงค์ คดีขบวนเสด็จฯ ระบุพฤติการณ์ไม่ยำเกรงกฎหมายบ้านเมือง หากปล่อยเชื่อว่าก่อเหตุอีก appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตำรวจคุมตัว ‘ตะวัน-แฟรงค์’ เหตุก่อกวนขบวนเสด็จฯ พร้อมรวบ ‘สายน้ำ’ ฐานสนับสนุนเหตุพ่นกำแพงวัดพระแก้ว https://thestandard.co/police-detained-tawan-frank/ Tue, 13 Feb 2024 12:40:33 +0000 https://thestandard.co/?p=899336

วันนี้ (13 กุมภาพันธ์) ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ภายหลัง […]

The post ตำรวจคุมตัว ‘ตะวัน-แฟรงค์’ เหตุก่อกวนขบวนเสด็จฯ พร้อมรวบ ‘สายน้ำ’ ฐานสนับสนุนเหตุพ่นกำแพงวัดพระแก้ว appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (13 กุมภาพันธ์) ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ภายหลังศาลอาญาทำการออกหมายจับ ตะวัน-ทานตะวัน ตัวตุลานนท์ ใน 2 ข้อหา คือความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 ฐานยุยง ปลุกปั่น ส่วน แฟรงค์-ณัฐนนท์ ไชยมหาบุตร ถูกแจ้ง 4 ข้อหา คือมาตรา 116, พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ, พ.ร.บ.จราจรฯ และดูหมิ่นเจ้าพนักงานขณะปฏิบัติหน้าที่ จากกรณีบีบแตรใส่ขบวนเสด็จฯ ในขณะที่ขบวนเสด็จฯ กำลังแล่นผ่านบนทางด่วนย่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ

 

จากนั้นเวลา 16.45 น. ตะวัน พร้อมด้วยแฟรงค์, สายน้ำ-นภสินธุ์ ตรีรยาภิวัฒน์ และมวลชน ได้เดินออกมาจากศาลอาญาเพื่อรอให้ตำรวจเข้ามาจับกุม โดยนั่งรอบริเวณริมทางเท้าหน้าศาลอาญา

 

ต่อมาเวลา 16.50 น. ชุดสืบสวนนครบาล 9 ได้แสดงหมายจับ พร้อมกับอ่านหมายจับของสถานีตำรวจนครบาล (สน.) ดินแดง ของตะวันและแฟรงค์ โดยระบุว่าทั้งสองคนมีสิทธิ์ให้การหรือไม่ให้การก็ได้ และมีสิทธิ์ติดต่อทนายความ ติดต่อผู้ไว้วางใจ มีสิทธิ์รักษาพยาบาลอาการเจ็บป่วย และสามารถให้ผู้ไว้วางใจร่วมเข้าทำการสืบสวนได้

 

หลังอ่านหมายจับทั้ง 2 คนเรียบร้อย ตำรวจสืบสวนนครบาลได้อ่านหมายจับของ สน.พระราชวัง พร้อมแสดงหมายจับ จับกุมสายน้ำในข้อหาร่วมกันสนับสนุนทำลายโบราณสถานฯ จากเหตุศิลปินอิสระพ่นสีกำแพงวัดพระแก้ว

 

จากนั้นตะวันได้กล่าวก่อนตำรวจจะคุมตัวไปว่าการถกเถียงและรับฟังเสียงสะท้อนจากประชาชนเพื่อให้เกิดการนำไปแก้ไขปัญหา หากมีการจับตนเองเข้าคุกในวันนี้ จะส่งผลใดต่อประชาชนคนอื่น

 

โดยหลังจากให้สัมภาษณ์เสร็จสิ้น ตำรวจควบคุมฝูงชนหญิงได้นำกำลังประมาณ 3-4 นาย เข้ามาเดินประกบตะวันและแฟรงค์ เพื่อไปขึ้นรถควบคุมตัว ส่วนสายน้ำ ตำรวจคุมตัวเพื่อขึ้นรถไปยัง สน.พระราชวัง

 

ก่อนขึ้นรถทั้ง 3 คนกอดกันเป็นครั้งสุดท้ายเพื่อให้กำลังใจกัน และมีกลุ่มมวลชนตะโกนเป็นระยะว่า “ปล่อยเพื่อนเรา ปล่อยเพื่อนเรา”

 

สำหรับข้อหาที่ชัดเจนของตะวัน ถูกจับในความผิด 3 ข้อหา คือความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ, มาตรา 116 ฐาน ยุยง ปลุกปั่น และก่อความเดือดรำคาญในที่สาธารณะ ส่วนแฟรงค์โดน 5 ข้อหา คือมาตรา 116, พรบ.คอมพิวเตอร์ฯ, ดูหมิ่นเจ้าพนักงานฯ, บีบแตรฯ โดยไม่มีเหตุอันควร ตาม พ.ร.บ.จราจรฯ และก่อความเดือดร้อนรำคาญในที่สาธารณะ

 

ขณะที่สายน้ำถูกจับในคดีเก่าเมื่อปี 2566 ในความผิด 2 ข้อหา คือเป็นผู้สนับสนุนทำให้เสียหาย ทำลาย ทำให้เสื่อมค่าหรือทำให้ไร้ประโยชน์ซึ่งโบราณสถาน และขีดเขียน พ่นสี หรือทำปรากฏด้วยประการใดๆ ซึ่งข้อความ ภาพ หรือรูปรอยใดๆ ที่กำแพงที่ติดกับถนน หรืออยู่ในที่สาธารณะ

 

The post ตำรวจคุมตัว ‘ตะวัน-แฟรงค์’ เหตุก่อกวนขบวนเสด็จฯ พร้อมรวบ ‘สายน้ำ’ ฐานสนับสนุนเหตุพ่นกำแพงวัดพระแก้ว appeared first on THE STANDARD.

]]>
มั่นใจออกหมายจับ ‘ตะวัน-แฟรงค์’ กรณีขบวนเสด็จฯ รวบรวมหลักฐานกว่า 7 วัน เอกสารกว่า 100 แผ่น https://thestandard.co/arrest-warrant-issued-for-tawan-frank/ Tue, 13 Feb 2024 10:01:40 +0000 https://thestandard.co/?p=899214

วันนี้ (13 กุมภาพันธ์) มีรายงานว่า ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษ […]

The post มั่นใจออกหมายจับ ‘ตะวัน-แฟรงค์’ กรณีขบวนเสด็จฯ รวบรวมหลักฐานกว่า 7 วัน เอกสารกว่า 100 แผ่น appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (13 กุมภาพันธ์) มีรายงานว่า ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ได้ออกหมายจับ ตะวัน-ทานตะวัน ตัวตุลานนท์ ใน 2 ข้อหา คือ ความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 ฐานยุยง ปลุกปั่น ส่วน แฟรงค์-ณัฐนนท์ ไชยมหาบุตร ถูกแจ้ง 4 ข้อหา คือ ม.116, พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ, พ.ร.บ.จราจร และดูหมิ่นเจ้าพนักงานขณะปฏิบัติหน้าที่ จากกรณีบีบแตรใส่ขบวนเสด็จฯ ในขณะที่ขบวนเสด็จฯ กำลังแล่นผ่านบนทางด่วนย่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ

 

โดย พล.ต.ต. อัฏธพร วงศ์ศิริปรีดา ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 กล่าวว่า คดีนี้พนักงานสืบสวนได้สอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการแจ้งข้อหามาตรา 116 ที่ไม่ใช่เรื่องง่าย 

 

ทั้งนี้ ชุดทำคดีมั่นใจในพยานหลักฐานว่าเพียงพอที่จะขอศาลอนุมัติหมายจับได้ โดยผู้พิพากษาได้มีกระบวนการไต่สวนเจ้าหน้าที่นานถึง 2 ชั่วโมง 

 

พล.ต.ต. อัฏธพร กล่าวย้ำว่า กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) โดยเฉพาะผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ได้เน้นย้ำให้มีความรอบคอบในการสืบสวนหาข้อมูลร่วมกันระหว่างกอง บช.น. และกองบังคับการตำรวจนครบาล 1 ที่ได้เก็บรวบรวมพยานหลักฐานทุกอย่าง รวมเอกสารมากกว่า 100 แผ่น ใช้เวลารวบรวมข้อมูลนานกว่า 7 วัน

The post มั่นใจออกหมายจับ ‘ตะวัน-แฟรงค์’ กรณีขบวนเสด็จฯ รวบรวมหลักฐานกว่า 7 วัน เอกสารกว่า 100 แผ่น appeared first on THE STANDARD.

]]>