ณะรงค์ศักดิ์ จิวากานันต์ Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/ณะรงค์ศักดิ์-จิวากานันต/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Sat, 24 May 2025 04:00:13 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 ซีอีโอ ‘พีทีที โกลบอล เคมิคอล’ จับตาใกล้ชิดผลกระทบภาษีสหรัฐฯ พร้อมประเมินผลกระทบทางตรงยังอยู่ในวงจำกัด https://thestandard.co/ptt-global-chemical-ceo-monitor-us-tariff-impact/ Sat, 24 May 2025 04:00:13 +0000 https://thestandard.co/?p=1077882 พีทีที โกลบอล เคมิคอล

บมจ.พีทีที โกลบอล เคมิคอล ปรับเป้าหมายการเพิ่มรายได้และ […]

The post ซีอีโอ ‘พีทีที โกลบอล เคมิคอล’ จับตาใกล้ชิดผลกระทบภาษีสหรัฐฯ พร้อมประเมินผลกระทบทางตรงยังอยู่ในวงจำกัด appeared first on THE STANDARD.

]]>
พีทีที โกลบอล เคมิคอล

บมจ.พีทีที โกลบอล เคมิคอล ปรับเป้าหมายการเพิ่มรายได้และลดค่าใช้จ่ายจาก 4,500 ล้านบาท เป็น 5,500 ล้านบาทภายในปีนี้ ควบคู่กับการเดินหน้ากลยุทธ์ Asset Light และการทรานส์ฟอร์มสู่ธุรกิจมูลค่าสูง-คาร์บอนต่ำ 

 

ณะรงค์ศักดิ์ จิวากานันต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.พีทีที โกลบอล เคมิคอล หรือ PTTGC รายงานผลประกอบการไตรมาส 1/68  PTTGC กล่าวว่า PTTGC มีรายได้จากการขายรวมในไตรมาส 1/68 อยู่ที่ 132,547 ล้านบาท และมีกำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี และค่าเสื่อมราคา (Adjusted EBITDA) อยู่ที่ 5,377 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 102% จากไตรมาสก่อนหน้า สะท้อนความสำเร็จของการบริหารต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง ภายใต้แนวทาง Holistic Optimization แม้ในไตรมาส 1/68 ยังคงขาดทุนสุทธิที่ 2,567 ล้านบาท แต่ถือว่าปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับไตรมาส 4/67 ที่รายงานขาดทุนสุทธิ 11,738 ล้านบาท เนื่องจากรับรู้รายการที่ไม่ได้เกิดขึ้นจากการดำเนินงานปกติ

 

สำหรับผลประกอบการที่ดีขึ้นในไตรมาส 1/68 เป็นผลมาจากการใช้วัตถุดิบอีเทนในกลุ่มธุรกิจโอเลฟินส์มากขึ้น ส่งผลให้ Adjusted EBITDA ปรับตัวดีขึ้น การบริหารต้นทุนอย่างมีวินัย ขณะที่กลุ่มเคมีภัณฑ์ชนิดพิเศษยังคงเติบโตดี โดย allnex มียอดขายปรับตัวเพิ่มขึ้นตามฤดูกาล ประกอบกับค่าใช้จ่ายในการดำเนินการที่ลดลงเป็นผลจากการปรับโครงสร้างของ Vencorex

 

นอกจากนี้บริษัทฯ ยังคงรักษาฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง โดยมีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานกว่า 12,000 ล้านบาท และเงินสดรวมกว่า 37,000 ล้านบาท ณ สิ้นไตรมาส ซึ่งสะท้อนถึงสภาพคล่องที่มั่นคง และความสามารถในการบริหารจัดการภายใต้ภาวะตลาดที่ผันผวน ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญที่สนับสนุนกลยุทธ์ธุรกิจผลิตภัณฑ์มูลค่าสูงและคาร์บอนต่ำ เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

 

แม้ภาพรวมอุตสาหกรรมปิโตรเคมีทั่วโลกยังเผชิญความกดดันจากความไม่แน่นอน ทั้งภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวน อุปทานส่วนเกิน และมาตรการภาษีตอบโต้ของสหรัฐฯ GC ได้เตรียมความพร้อมอย่างรอบด้าน โดยมุ่งปรับโครงสร้างธุรกิจให้มีความยืดหยุ่นและแข็งแกร่งยิ่งขึ้น บริษัทฯ ได้ดำเนินมาตรการพลิกสถานการณ์ธุรกิจอย่างจริงจัง โดยเฉพาะภายใต้แนวทาง Holistic Optimization และ Asset Light ซึ่งเดิมตั้งเป้าเพิ่มรายได้และลดค่าใช้จ่ายที่ 4,500 ล้านบาท แต่จากความคืบหน้าในการดำเนินงานที่ชัดเจน บริษัทฯ คาดว่าจะสามารถบรรลุเป้าหมายใหม่ที่ 5,500 ล้านบาทต่อปี เพื่อรองรับความท้าทายที่เข้มข้นยิ่งขึ้น

 

โดยเพิ่มเป้าหมายเพิ่มรายได้และลดค่าใช้จ่ายเป็น 5,500 ล้านบาท เดินหน้าธุรกิจมูลค่าสูง-คาร์บอนต่ำ จากความคืบหน้าอย่างต่อเนื่องในการดำเนินมาตรการพลิกฟื้นธุรกิจ PTTGC ได้ปรับเป้าหมายของแผนการเพิ่มประสิทธิภาพ จากเดิม 4,500 ล้านบาท เป็น 5,500 ล้านบาท ภายในปี 2568 ซึ่งจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับผลประกอบการ และรองรับความท้าทายที่เข้มข้นขึ้นในอุตสาหกรรม โดยครอบคลุม 4 แนวทางหลัก ได้แก่

 

  1. Holistic Optimization: ปรับปรุงกระบวนการดำเนินงานแบบองค์รวม พร้อมเดินหน้าต่อยอดการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้เพื่อยกระดับประสิทธิภาพทั่วทั้งองค์กร

 

  1. Portfolio Transformation: บริหารจัดการสินทรัพย์อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อเพิ่มมูลค่าและลดต้นทุนในระยะยาว

 

  1. OPEX Saving: ลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง ด้วยการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการควบคุมต้นทุนในทุกส่วนขององค์กรโดยไม่กระทบต่อคุณภาพการดำเนินงาน

 

  1. Other Enhancements: เพิ่มความสามารถในการจัดหาวัตถุดิบและเพิ่มความเป็นเลิศด้านการค้า

 

ณะรงค์ศักดิ์ จิวากานันต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.พีทีที โกลบอล เคมิคอล หรือ PTTGC

 

ทั้งนี้ PTTGC ได้วางแผนรับมือสถานการณ์ความไม่แน่นอนอย่างรอบด้าน ทั้งในมิติของเศรษฐกิจ ภูมิรัฐศาสตร์ และนโยบายการค้าระหว่างประเทศ โดยเฉพาะกรณีมาตรการภาษีตอบโต้ของสหรัฐฯ ซึ่งบริษัทฯ ประเมินว่าผลกระทบโดยตรงยังอยู่ในวงจำกัด เนื่องจากสินค้าที่  PTTGC ผลิตในสหรัฐฯ ส่วนใหญ่จำหน่ายภายในประเทศ 

 

ขณะที่สัดส่วนการส่งออกจากฐานการผลิตอื่นของ  PTTGC ไปยังสหรัฐฯ มีไม่ถึง 1% สำหรับผลกระทบทางอ้อมจากภาวะเศรษฐกิจโลกและการเปลี่ยนแปลงของทิศทางการค้า บริษัทฯ ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมเสริมความยืดหยุ่นในการดำเนินธุรกิจ โดยได้วิเคราะห์สถานการณ์ในหลายรูปแบบ (Scenario Analysis) และวางแผนรับมือทั้งระยะสั้นและระยะยาว เพื่อรองรับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในทุกกรณี

 

ขณะเดียวกัน GC ยังคงเดินหน้าสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนภายใต้แนวคิด GC StandOut แตกต่างอย่างยั่งยืน โดยมุ่งพัฒนาความสามารถในการแข่งขันผ่านนวัตกรรม กระบวนการทำงานที่ทันสมัย และการต่อยอดจุดแข็งเฉพาะตัวอย่างต่อเนื่อง รวมไปถึงการสร้างความแตกต่างผ่านการขยายธุรกิจในกลุ่มเคมีภัณฑ์ชนิดพิเศษและวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อาทิ Coating Resin พลาสติกชีวภาพ และเม็ดพลาสติกรีไซเคิลคุณภาพสูง ซึ่งดำเนินงานผ่านธุรกิจระดับโลกอย่าง Allnex และ NatureWorks เพื่อตอบสนองต่อแนวโน้มของตลาดโลกที่มุ่งสู่เศรษฐกิจหมุนเวียนและการลดการปล่อยคาร์บอนอีกด้วย

The post ซีอีโอ ‘พีทีที โกลบอล เคมิคอล’ จับตาใกล้ชิดผลกระทบภาษีสหรัฐฯ พร้อมประเมินผลกระทบทางตรงยังอยู่ในวงจำกัด appeared first on THE STANDARD.

]]>
“มาบตาพุดไม่เป็นรองใคร ไม่แพ้ใครในโลก” ซีอีโอ GC มองอุตสาหกรรมปิโตรเคมีไทยยังไปได้อีกไกล https://thestandard.co/thai-petrochemical-industry-still-has-a-long-way-to-go/ Wed, 19 Jun 2024 09:36:45 +0000 https://thestandard.co/?p=947156

ซีอีโอ GC คนใหม่ เปิดวิสัยทัศน์ ‘3 Steps Plus’ ลุยต่อยอ […]

The post “มาบตาพุดไม่เป็นรองใคร ไม่แพ้ใครในโลก” ซีอีโอ GC มองอุตสาหกรรมปิโตรเคมีไทยยังไปได้อีกไกล appeared first on THE STANDARD.

]]>

ซีอีโอ GC คนใหม่ เปิดวิสัยทัศน์ ‘3 Steps Plus’ ลุยต่อยอดธุรกิจปิโตรเคมี ขยายการลงทุนผลิตภัณฑ์เคมีภัณฑ์มูลค่าสูง พร้อมหมายมั่นผลักดันให้ ‘มาบตาพุด’ เป็นฐานผลิตอันดับ 1 ของอาเซียน

 

ณะรงค์ศักดิ์ จิวากานันต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC เปิดเผยถึงวิสัยทัศน์การทำงานหลังรับตำแหน่งซีอีโอคนล่าสุดว่า ก้าวต่อไปของ GC คือการสานต่อกลยุทธ์ 3 Steps Plus นั่นคือ Step Change, Step Out และ Step Up ที่มุ่งเสริมศักยภาพการแข่งขันให้เติบโตสอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป

 

โดยเน้นการลงทุนด้านนวัตกรรม ต่อยอดผลิตภัณฑ์เคมีภัณฑ์และพลาสติกชีวภาพ ลงทุนในอุตสาหกรรมใหม่ตามเทรนด์โลก

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

“แม้โลกจะเผชิญกับความผันผวนจากเศรษฐกิจ ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ การกีดกันทางการค้า GC มั่นใจว่าปีนี้จะบริหารธุรกิจให้เติบโตต่อเนื่องและมีกำไรจากการดำเนินงานของบริษัทก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) สูงกว่าปีที่ผ่านมา”

 

ลุยเดินหน้า 2 โปรเจกต์ ต่อยอดธุรกิจเคมีภัณฑ์มูลค่าสูงและมาบตาพุด

 

ณะรงค์ศักดิ์กล่าวถึงแผนธุรกิจปีนี้อีกว่า ช่วงครึ่งปีหลังจะผลักดัน 2 ภารกิจ

 

ภารกิจแรก คือผลิตภัณฑ์เคมีภัณฑ์มูลค่าสูง (High Value Products: HVP) และคาร์บอนต่ำ (Low Carbon) เพิ่มขึ้นจากเดิมที่เราเน้นจำหน่ายสินค้าโภคภัณฑ์เป็นหลัก และจะทำตลาดสินค้าที่เข้าใกล้ผู้บริโภคมากขึ้น

 

โดยจะต่อยอดธุรกิจผ่าน Allnex Holding GmbH หรือ allnex ที่มีโรงงานและฐานธุรกิจสารเคลือบผิว (Coating Resins) อยู่ 34 แห่งทั่วโลก โดย GC ถือหุ้น 100% ตามแผนกลยุทธ์การปรับพอร์ตธุรกิจของ GC ให้มีสัดส่วนรายได้เพิ่มขึ้นจากธุรกิจผลิตภัณฑ์ High Value ที่ต้องอาศัยนวัตกรรมและเทคโนโลยีการผลิตขั้นสูง

 

ขณะที่กลุ่มธุรกิจ Bio และ Green มีการลงทุนกับผู้ผลิตไบโอพลาสติกประเภทโพลีแล็กติกแอซิด (PLA) ชั้นนำของโลก ลงทุนร่วมกับ GC สร้างโรงงานผลิต PLA ครบวงจรแห่งใหม่ที่นครสวรรค์ไบโอคอมเพล็กซ์ (Nakhonsawan BioComplex: NBC) สัดส่วน 50% ร่วมกับพันธมิตร Cargill และ NatureWorks นั้นคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2568 และจะรับรู้รายได้ปี 2569

 

“โปรเจกต์นี้เราอยากสร้างโอกาสแก่ภาคเกษตรกรรมและพัฒนาเศรษฐกิจไปอีกขั้น ซึ่งสิ่งที่ตามมาคือการผลักดันให้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตและส่งออกเพื่อตอบสนองความต้องการวัสดุเพื่อความยั่งยืน (Sustainable Material) สู่ตลาดโลก”

 

 

ส่วนอีกภารกิจ ณะรงค์ศักดิ์บอกว่า ตั้งเป้ายกระดับสร้างโอกาสการลงทุนในมาบตาพุด จังหวัดระยอง เพื่อรองรับการขยายตัวการลงทุนและเศรษฐกิจ ตลอดจนการย้ายฐานผลิตมาไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งโอกาสการลงทุนของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นั้นนอกจากจะมีรายได้ประชาชาติ (GDP) เติบโต 4.6% แล้ว ยังมีความพร้อมหลายๆ ด้าน เช่น ประชากร โครงสร้างพื้นฐานที่พร้อม

 

โดย GC วางแผนให้ allnex เข้าไปลงทุน วิจัยและพัฒนา โดยจะตั้ง GC-allnex Thailand Innovation Hub เพื่อเป็นฐานการผลิตสารเคลือบผิว (Coating Resins) ผลิตภัณฑ์ High Value ให้มาบตาพุดเป็นศูนย์กลาง (Hub) ธุรกิจ High Value และ Specialty Chemicals เป็นฐานการผลิตในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ดึงดูดนักลงทุนจากทั่วโลกภายใน 3-5 ปีข้างหน้า สอดรับกับนโยบายรัฐบาลในการผลักดันการลงทุนอุตสาหกรรมเป้าหมาย อุตสาหกรรมเทคโนโลยีสูง ในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)

 

“allnex และ BioComplex จะเป็นเรือธงยกระดับสร้างโอกาสการลงทุนในมาบตาพุด ดังนั้นการตั้ง GC-allnex Thailand Innovation Hub คือโอกาส ส่วนรายละเอียดการลงทุน วงเงิน รูปแบบ นั้นจะมีความชัดเจนภายในเวลาประมาณ 1 ปีจากนี้ หลังจากนั้นจะเดินหน้าดึงพันธมิตรจากทั่วโลกเข้าลงทุน”

 

มาบตาพุดไม่เป็นรองใคร!

 

หากถามว่าทำไมจึงอยากผลักดันมาบตาพุดเป็นฐานผลิตสำคัญของอาเซียนนั้น “ผมมองว่าเราควรจะอัปเกรดการลงทุนในมาบตาพุด เพราะเป็นพื้นที่ที่มีความพร้อม มีนักลงทุนสนใจจำนวนมาก ธุรกิจปิโตรเคมีสามารถต่อยอดไปได้อีกไกล”

 

เพราะเมื่อเทียบความต้องการใช้ผลิตภัณฑ์ด้านปิโตรเคมีในอาเซียนมีอยู่ประมาณ 13,500 ตันต่อ 1 ล้านคน หากเทียบกับตลาดยุโรป 27,000 ตันต่อ 1 ล้านคน สหรัฐอเมริกา 32,000 ตันต่อ 1 ล้านคน ดังนั้นตลาดอาเซียน ซึ่งมีประชากรมากกว่า 600 ล้านคน และมีอัตราการเติบโตของ GDP 4.6% เราจึงมองว่ายังสามารถเติบโตได้อีก 2-3 เท่า

 

ท้ายที่สุด ณะรงค์ศักดิ์ย้ำว่า “ผมมองว่ามาบตาพุดในวันนี้ไม่แพ้ใครในโลก เพราะเราทำงานกับผู้ร่วมทุนหลายๆ ชาติ การที่จะตัดสินใจลงทุนอะไร นักลงทุนมองหลายๆ เรื่อง ต้นทุน สิ่งแวดล้อม พาร์ตเนอร์ เมื่อมีการย้ายฐานผลิตมาอาเซียนมากขึ้น ไทยซึ่งมีมาบตาพุดไม่เป็นรองใครเลย”

 

ส่วนคำถามที่ว่าสถานการณ์การเมืองของไทยในขณะนี้มีผลต่อนักลงทุนหรือไม่ ณะรงค์ศักดิ์มองว่า เราจะมุ่งมั่นต่อยอดธุรกิจ และเราจะทำเต็มที่ เชื่อว่าทุกคนเชื่อมั่น ผู้บริหารเองก็มีความพร้อม การลงทุนจากต่างประเทศก็มีเข้ามาต่อเนื่อง

The post “มาบตาพุดไม่เป็นรองใคร ไม่แพ้ใครในโลก” ซีอีโอ GC มองอุตสาหกรรมปิโตรเคมีไทยยังไปได้อีกไกล appeared first on THE STANDARD.

]]>