ณณัฏฐ์ หงษ์ชูเวช Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/ณณัฏฐ์-หงษ์ชูเวช/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Mon, 26 Aug 2024 12:32:56 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 ‘The Royal Siam Haven’ โปรเจกต์ Entertainment Complex แสนล้าน ราชตฤณมัยฯ ปักหมุดก่อนใคร https://thestandard.co/the-royal-siam-haven-entertainment-complex/ Mon, 26 Aug 2024 12:32:56 +0000 https://thestandard.co/?p=975671 The Royal Siam Haven

สถานบันเทิงครบวงจร หวังตัดวงจรใต้ดิน?   Entertainm […]

The post ‘The Royal Siam Haven’ โปรเจกต์ Entertainment Complex แสนล้าน ราชตฤณมัยฯ ปักหมุดก่อนใคร appeared first on THE STANDARD.

]]>
The Royal Siam Haven

สถานบันเทิงครบวงจร หวังตัดวงจรใต้ดิน?

 

Entertainment Complex หรือสถานบันเทิงครบวงจร ถูกโยนเป็นไอเดียเชิงนโยบายของรัฐบาล ตั้งแต่มีรัฐบาลที่นำโดย เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีคนที่ 30 จากพรรคเพื่อไทยเข้าบริหารประเทศ

 

ทำให้เวลานี้ประเทศไทยกำลังเข้าใกล้ความจริงที่ว่า สถานบันเทิงและบริการหลายประเภทที่เคยอยู่ใต้ดินอย่างผิดกฎหมายจะถูกทำให้กลายเป็นเรื่องถูกกฎหมายในสังคมไทย ภายใต้พื้นที่ที่ถูกเรียกว่า Entertainment Complex

 

สถานบันเทิงครบวงจรที่ว่านี้ตั้งความหวังไว้ว่าจะช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยว นักพนัน และนักลงทุนต่างชาติจำนวนมากเข้ามาในประเทศ ทำให้เงินหมุนเวียนมูลค่ามหาศาลที่มีอยู่ในประเทศไทยตั้งแต่แรกถูกจัดการอย่างถูกที่ถูกทาง

 

แต่แผนที่วางไว้จะดำเนินไปอย่างราบรื่นตามหวังได้จริงหรือไม่ ท่ามกลางข้อกังวลมากมายจากหลายฝ่าย ทั้งปัญหาการติดพนันของคนในชาติ ตัวเลขอาชญากรรม หรือข้อกังวลที่ว่ากลุ่มธุรกิจอื่นๆ อย่างการค้ายาเสพติด ค้าอาวุธ ฟอกเงิน จะใช้ช่องว่างบางอย่างเพื่อเข้ามาหาผลประโยชน์แอบแฝงหรือไม่

 

รวมถึงคำถามที่ว่า หากต้องการให้คาสิโนใน Entertainment Complex กระตุ้นเศรษฐกิจ จะช่วยลดจำนวนบ่อนที่มีอยู่ให้น้อยลงได้จริงไหม สุดท้ายแล้วคนไทยจะได้ประโยชน์จากธุรกิจเหล่านี้มากน้อยแค่ไหน

 

The Royal Siam Haven

 

 

สภามีการศึกษา สส. รัฐบาลหนุนทำเต็มที่

 

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2567 ณณัฏฐ์ หงษ์ชูเวช สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในขณะนั้น ได้อภิปรายในวาระพิจารณารับทราบรายงานผลการพิจารณาศึกษาเรื่องการเปิดสถานบันเทิงครบวงจร (Entertainment Complex) เพื่อแก้ปัญหาการพนันผิดกฎหมาย และเพื่อประโยชน์ด้านเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ พิจารณาเสร็จแล้ว

 

ณณัฏฐ์กล่าวว่า ตนสนับสนุนรายงานฉบับนี้ที่ศึกษาเรื่องการเปิดสถานบันเทิงครบวงจร โดยมองว่าการเปรียบเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านที่เปิดธุรกิจคาสิโนเพียงอย่างเดียวถือเป็นเรื่องที่ผิดฝาผิดตัว เพราะไม่ใช่การเปิดสถานบันเทิงครบวงจร บางคนอาจมีความเข้าใจผิดว่าการเปิดสถานบันเทิงครบวงจรคือฟรีคาสิโน ซึ่ง จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ได้ชี้แจงไปแล้วว่าเป็นเพียงการศึกษาเบื้องต้น ต้องมีการปรับปรุงแก้ไขรายละเอียด

 

ส่วนข้อกังวลของเพื่อนสมาชิกว่าจะทำให้คนไทยติดการพนันเพิ่มขึ้นหรือไม่นั้น ณณัฏฐ์มองว่าตั้งแต่การหารือในชั้นกรรมาธิการฯ มุ่งเป้าไปที่สถานบันเทิงครบวงจรมากกว่าคาสิโนเพียงอย่างเดียว โดยรายงานได้ระบุไว้ชัดเจนว่าไม่ใช่แค่เรื่องการเปิดคาสิโน แต่คาสิโนเป็นแค่ส่วนหนึ่งใน Entertainment Complex เท่านั้น

 

ตนขอยกตัวอย่างสิงคโปร์ ตึก Marina Bay Sands ที่มีพื้นที่กว่า 5.8 แสนตารางเมตร แต่ใช้พื้นที่คาสิโนเพียง 15,000 ตารางเมตร หรือคิดเป็น 2.5% ของพื้นที่ทั้งหมด ในปี 2022 มีสัดส่วนต่อ GDP ของสิงคโปร์ร้อยละ 4 สร้างงาน สร้างรายได้ สร้างอาชีพ ให้คนท้องถิ่นกว่า 20,000 คน สร้างรายได้ภาพรวมราว 4.4 แสนล้านบาท มีนักท่องเที่ยวมากกว่า 15 ล้านคน มาเยี่ยมชม Marina Bay Sands กว่า 4.5 ล้านคน เก็บภาษีได้กว่า 8 หมื่นล้านบาท

 

ณณัฏฐ์กล่าวต่อว่า รายงานฉบับนี้ถือว่าครอบคลุมทั้งแนวทางการจัดระเบียบอย่างรัดกุม ทั้งเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจคาสิโน เช่น คุณสมบัติผู้ประกอบการ การจัดเก็บภาษี การบรรเทาผลกระทบด้านต่างๆ

 

อีกทั้งจะช่วยขับเคลื่อนให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางเมืองท่องเที่ยว รวมทั้งส่งเสริมมูลค่าทางเศรษฐกิจฐานรากและซอฟต์พาวเวอร์ การจ้างงานและการลงทุนที่มีความเชื่อมั่นจากต่างประเทศ และยังสามารถนำรายได้จากตรงนี้ไปตั้งกองทุนเพิ่มสวัสดิการภาครัฐ

 

99 นักวิชาการลงชื่อค้าน Entertainment Complex

 

วันที่ 8 เมษายน 2567 นักวิชาการจำนวน 99 รายชื่อได้ร่วมกันออกแถลงการณ์คัดค้าน Entertainment Complex โดยระบุว่า ตามที่สภาผู้แทนราษฎรได้มีมติเห็นชอบรายงานผลการพิจารณาศึกษาเรื่องการเปิดสถานบันเทิงครบวงจร (Entertainment Complex) เพื่อแก้ปัญหาการพนันผิดกฎหมาย และเพื่อประโยชน์ด้านเศรษฐกิจของประเทศ เมื่อวันที่ 28 มีนาคมที่ผ่านมา พร้อมมีข้อเสนอแนะต่อนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี ได้แก่

 

รัฐบาลควรเร่งเพิ่มประสิทธิภาพในการบังคับใช้กฎหมายให้ประชาชนเกิดความเชื่อมั่น โดยการปฏิรูปองค์กรตำรวจ และการปราบปรามการทุจริตอย่างจริงจัง เพราะนี่คือด่านท้าทายที่สำคัญหากรัฐบาลมีแนวทางจะเปลี่ยนกิจการผิดกฎหมายต่างๆ ให้มาอยู่บนดินได้ทั้งหมด

 

รัฐบาลควรมีข้อเสนอที่ชัดเจนต่อสังคมถึงสิ่งที่ตนต้องการผลักดัน ทั้งขนาดและจำนวนของคาสิโน พื้นที่เป้าหมาย กลุ่มเป้าหมาย และอื่นๆ และศึกษาอย่างรอบด้านให้ครบทุกมิติ ทั้งการศึกษาความเป็นไปได้ทางธุรกิจ ผลกระทบทางสังคม การวางมาตรการและกลไกในการกำกับดูแลผู้ประกอบการคาสิโนอย่างละเอียด รอบคอบ และรัดกุม การกำหนดมาตรการและกลไกในการป้องกันปัญหาและผลกระทบอย่างเป็นรูปธรรมที่ชัดเจน โดยไม่เร่งรัดหรือเข้าแทรกแซงกระบวนการศึกษา และให้เผยแพร่ผลการศึกษาทุกด้านอย่างเปิดเผย

 

อย่างไรก็ตาม การศึกษาทุกเรื่องที่กล่าวมาล้วนต้องใช้งบประมาณจำนวนไม่น้อย ฉะนั้นสิ่งสำคัญจึงอยู่ที่การมีจุดเริ่มต้นที่ชัดเจนตั้งแต่แรก

 

เมื่อศึกษาครบถ้วนทุกมิติ รัฐบาลควรนำเรื่องนี้เข้าสู่กระบวนการประชามติ เพื่อรับฟังความเห็นของประชาชนทั้งประเทศ โดยสนับสนุนการรณรงค์ให้ความรู้ของทุกฝ่าย ทั้งฝ่ายสนับสนุนและฝ่ายที่เห็นต่าง ด้วยความตระหนักว่าการมีสถานคาสิโนหรือบ่อนพนันถูกกฎหมายเป็นแหล่งรวมอบายมุขที่มีความสลับซับซ้อน จึงมิอาจใช้วิธีรับฟังความเห็นจากประชาชนเพียงบางส่วนได้

 

การหวังพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศด้วยธุรกิจอบายมุขเป็นแนวนโยบายที่พึงตรึกตรองอย่างรอบคอบให้กว้างไกลกว่าการคำนึงถึงเพียงมูลค่าทางเศรษฐกิจ เพราะอาจเป็นการเปลี่ยนแปลงบรรทัดฐานของความถูกต้องและชอบธรรมทางสังคมอย่างยากจะถอดถอนให้กลับมาดังเดิมได้ รัฐบาลจึงพึงสังวรและตัดสินใจบนฐานความเชื่อมั่นที่มากพอ

 

The Royal Siam Haven

 

ทักษิณส่งสัญญาณต้องไปต่อ

 

วันที่ 22 สิงหาคม 2567 ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีคนที่ 23 กล่าวช่วงหนึ่งในงาน Dinner Talk : Vision for Thailand 2024 ถึงเรื่อง Entertainment Complex ว่า ในหลายประเทศโดยเฉพาะสิงคโปร์ ซึ่งความจริงตนเคยคิดแล้วตอนนั้น (สมัยเป็นรัฐบาล) แต่ทำไม่ได้เพราะมีคนค้าน แต่วันนี้ตนไม่ได้คิดและไม่มีคนค้าน มีแต่คนเชียร์เยอะ

 

ขณะที่ใน Entertainment Complex จะประกอบไปด้วยหลายอย่าง เช่น สวนสนุกของเด็ก คอนเสิร์ตฮอลล์ สนามกีฬา ส่วนพื้นที่ที่เป็นคาสิโนจริงๆ มีไม่ถึง 10% ซึ่งนี่เป็นกติกาที่เราใช้คือ คาสิโนต้องไม่เกิน 10% ของพื้นที่ทั้งหมด

 

สำหรับการลงทุนแต่ละแห่ง อย่างในกรุงเทพมหานครต้องเริ่มที่แสนล้านบาท หากลงทุนน้อยดูไม่หล่อ สู้ประเทศอื่นไม่ได้ เราจะถือโอกาสเติมในสิ่งที่เราขาด อย่างเช่นวันนี้เราจะมีคอนเสิร์ตดีๆ แต่ไม่มีฮอลล์ใหญ่ จัดแล้วฝนตก เราจะทำอย่างไร ซึ่งสิ่งที่ขาดไปเราจะเรียกร้องให้มาลงทุนใน Entertainment Complex โดยที่เราไม่ต้องลงทุนเอง

 

เป็นการขีดเส้นใต้ย้ำว่าสถานบันเทิงครบวงจรน่าจะต้องเป็นนโยบายที่รัฐบาลใหม่เดินหน้าต่อไป แม้ว่ารัฐนาวาก่อนหน้าที่นำโดยเศรษฐาจะเปลี่ยนกัปตันเรือมาเป็น แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีคนที่ 31 แล้ว

 

 

ราชตฤณมัยฯ ผุดโครงการ 2 แสนล้าน ทำ Entertainment Complex ใน กทม.

 

ความเคลื่อนไหวล่าสุดเกี่ยวกับการลงทุนทำ Entertainment Complex ในประเทศไทยเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2567 ในการจัดประชุมใหญ่วาระครบ 108 ปี ของราชตฤณมัยสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ หรือที่เรียกกันว่า ‘สนามม้านางเลิ้ง’ ซึ่งได้ปิดตำนานไปก่อนหน้านี้แล้วตั้งแต่ปี 2561

 

สำหรับการประชุมดังกล่าวมี พล.อ. จำลอง บุญกระพือ ประธานกรรมการอำนวยการราชตฤณมัยฯ เป็นประธานในการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนด้วย ณ อาคารปฏิบัติการโรงแรมและการท่องเที่ยว มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร

 

สาระสำคัญของการแถลงข่าวดังกล่าวคือการเตรียมเปิดดำเนินกิจการของราชตฤณมัยฯ อีกครั้ง กับโครงการ Entertainment Complex ที่มีมูลค่าการลงทุนกว่า 1.5-2 แสนล้านบาท

 

ขณะที่ตัวแทนของบริษัท Royal Sport Complex จำกัด หรือ RSC ซึ่งได้รับมอบหมายให้เป็นตัวแทนในการขับเคลื่อนโปรเจกต์นี้ ได้ชี้แจงรายละเอียดของโครงการว่า ขณะนี้ทางบริษัทได้เตรียมการพัฒนาโครงการเวิลด์คลาสระดับเอเชีย เพื่อโชว์อัตลักษณ์ และความเป็นเมืองสันทนาการด้านกีฬา หรือ Sport Complex และยังจะพาประเทศไปสู่การเป็น Center Hub ในเรื่องเอ็นเตอร์เทนเมนต์และการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ

 

โดยเปิดตัวในชื่อโปรเจกต์ที่ว่า ‘The Royal Siam Haven’ หรือชื่อไทยว่า ‘ดินแดนสรวงสวรรค์แห่งพระราชา’ จะมีการพัฒนาองค์รวมในเรื่องของ Entertainment Complex ซึ่งมีทั้งสนามม้า คงไว้ซึ่งโลโก้ที่เราเทิดทูนคือ ล้นเกล้ารัชกาลที่ 6 โดยจะทำให้ราชตฤณมัยฯ ดังไปทั่วโลก พร้อมทั้งอาคารพิพิธภัณฑ์ที่จะเฉลิมพระเกียรติไว้ด้วย

 

นอกจากสนามม้าแห่งใหม่ที่เป็นสนามม้าเพื่อการแข่งขันระดับสากลแล้ว จะยังมี Business Center ให้นักธุรกิจต่างชาติเข้ามาทำธุรกิจ กิจกรรมเชิงพาณิชย์, Center Complex ที่ให้คนเข้ามาทำกิจกรรม โดยรองรับได้หลักหมื่นคน, โรงพยาบาล, ศูนย์การเรียนรู้เกี่ยวกับม้า, โรงพยาบาลผู้สูงอายุระดับอินเตอร์ และเพื่อรองรับนักท่องเที่ยว เพื่อฟื้นฟูและชะลอวัย เมื่อ Complex แห่งนี้เกิดขึ้นจะมีแบรนด์โรงแรมระดับโลกให้ความสนใจที่จะมาร่วมลงทุนกับเรา ทางเกาหลีก็ยินดีที่จะเข้ามาร่วมต่อยอด พร้อมนำเทคโนโลยีมาเติมเต็มให้เราเป็นโครงการที่ยิ่งใหญ่ทัดเทียมนานาอารยประเทศ

 

“ต้องขอขอบคุณเพื่อนสมาชิกที่มาร่วมกันอย่างคับคั่ง ขอบคุณสื่อมวลชนที่จะไปช่วยโปรโมตโครงการของเราให้เป็นที่รู้จักอย่างทั่วถึง สำหรับโครงการนี้ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างคอกม้า เลี้ยงม้าเล็กได้ การก่อสร้างของเราไม่เกิน 2 ปี ม้า และลูกม้า อายุ 3-4 ปีก็จะแข่งขันได้” พล.อ. จำลองกล่าวทิ้งท้าย

 

น่าจับตาถึงก้าวย่างสำคัญนี้ว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป

The post ‘The Royal Siam Haven’ โปรเจกต์ Entertainment Complex แสนล้าน ราชตฤณมัยฯ ปักหมุดก่อนใคร appeared first on THE STANDARD.

]]>
กิ๊ก ณณัฏฐ์ ลาออก สส. เพื่อไทย จับตาร่วมวง ครม. เศรษฐา https://thestandard.co/nanat-hongchuvech-resigns-from-pheu-thai-mp/ Fri, 24 May 2024 08:32:17 +0000 https://thestandard.co/?p=937195

วันนี้ (24 พฤษภาคม) มีรายงานข่าวว่า ณณัฏฐ์ หงษ์ชูเวช สม […]

The post กิ๊ก ณณัฏฐ์ ลาออก สส. เพื่อไทย จับตาร่วมวง ครม. เศรษฐา appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (24 พฤษภาคม) มีรายงานข่าวว่า ณณัฏฐ์ หงษ์ชูเวช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ได้ยื่นหนังสือลาออกจากการเป็น สส. ต่อประธานสภาผู้แทนราษฎรแล้วเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคมที่ผ่านมา ส่งผลให้ นพ.เชิดชัย ตันติศิรินทร์ แกนนำคนเสื้อแดง ผู้สมัคร สส. บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 35 ได้ขยับเลื่อนขึ้นมาเป็น สส. แทน ส่วนลำดับที่ 36 ที่รอเป็น สส. คนถัดไปคือ ก่อแก้ว พิกุลทอง อดีตแกนนำเสื้อแดง

 

สำหรับณณัฏฐ์เป็นบุตรชายของ สาโรจน์ หงษ์ชูเวช ผู้อำนวยการพรรคเพื่อไทย เขาเป็นนักการเมืองรุ่นใหม่ในพรรคเพื่อไทย โดยก่อนที่จะดำรงตำแหน่ง สส. ได้ทำหน้าที่ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และยังมีบทบาทในพรรคเป็นตัวประสานงานโดยเฉพาะการลงพื้นที่ระหว่าง สส. และนายกรัฐมนตรี 

 

ครั้งหนึ่งณณัฏฐ์เคยให้สัมภาษณ์กับ THE STANDARD ภายหลังได้เป็น สส. ว่า ตัวเขาเองมี DNA ของความเป็นเพื่อไทยเต็ม 100% และมีความผูกพันกับพรรคไทยรักไทยสมัย ทักษิณ ชินวัตร เป็นหัวหน้าพรรค และเป็นนายกรัฐมนตรี พร้อมทั้งแสดงวิสัยทัศน์เกี่ยวกับการเมืองว่า การเมืองไทยจะเข้มแข็งได้ต้องมีกฎหมายที่ก้าวหน้าทันสมัย โดยเป็นกลไกที่สามารถเป็นที่พึ่งของประชาชนคือเรื่องในรัฐสภา โดยไม่ต้องมีเกมบนท้องถนนอีกแล้ว เราควรใช้เวทีรัฐสภา ใช้วิธีเลือกตั้ง ถ้าไม่พอใจก็เลือกตั้งใหม่ใน 4 ปี 

 

แม้การเมืองในสภาอาจช้า ไม่ทันใจใครหลายคน แต่มันก็รับประกันได้ว่าเราจะไม่ต้องสละชีวิตใครระหว่างทางเพื่อจุดหมายที่ปลายทาง ไม่อยากให้กลับไปอยู่ในจุดนั้นอีก ถ้าเลือกได้เราควรถกกันในสภา

 

ส่วนเรื่องที่อยากผลักดัน ส่วนตัวผมอยากเน้นด้านกีฬา ด้านเยาวชน ที่ประเทศไทยเสียโอกาสมาหลายปี เช่น เรื่องโครงสร้างทั้งด้านเทคโนโลยี ตัวองค์กรที่รองรับ ร่างกายเยาวชน และด้านวิทยาศาสตร์การกีฬา การพัฒนานั้นมันต้องถูกตัว ถูกคน และถูกเวลา จึงจะทำให้ไปได้ไกล 

 

อย่างไรก็ตาม รายงานล่าสุดระบุว่า ณณัฏฐ์ลาออกจาก สส. โดยอาจเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีคนใหม่ในรัฐบาล เศรษฐา ทวีสิน หลัง พิชิต ชื่นบาน ลาออกจากกรณี 40 สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ยื่นศาลรัฐธรรมนูญตรวจสอบคุณสมบัติ

The post กิ๊ก ณณัฏฐ์ ลาออก สส. เพื่อไทย จับตาร่วมวง ครม. เศรษฐา appeared first on THE STANDARD.

]]>
สส. เพื่อไทยหนุน Entertainment Complex หวังสร้างงาน สร้างรายได้ แนะอย่าให้รายงานวางไว้แค่บนหิ้ง https://thestandard.co/phue-thai-supports-entertainment-complex/ Fri, 29 Mar 2024 01:40:28 +0000 https://thestandard.co/?p=916803 Entertainment Complex

วานนี้ (28 มีนาคม) ณณัฏฐ์ หงษ์ชูเวช สส. บัญชีรายชื่อ พร […]

The post สส. เพื่อไทยหนุน Entertainment Complex หวังสร้างงาน สร้างรายได้ แนะอย่าให้รายงานวางไว้แค่บนหิ้ง appeared first on THE STANDARD.

]]>
Entertainment Complex

วานนี้ (28 มีนาคม) ณณัฏฐ์ หงษ์ชูเวช สส. บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย อภิปรายในวาระพิจารณารับทราบรายงานผลการพิจารณาศึกษาเรื่องการเปิดสถานบันเทิงครบวงจร (Entertainment Complex) เพื่อแก้ปัญหาการพนันผิดกฎหมาย และเพื่อประโยชน์ด้านเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ พิจารณาเสร็จแล้ว

 

ณณัฏฐ์กล่าวว่า ตนสนับสนุนรายงานฉบับนี้ที่ศึกษาเรื่องการเปิดสถานบันเทิงครบวงจร โดยมองว่าการเปรียบเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านที่เปิดธุรกิจคาสิโนเพียงอย่างเดียว ถือเป็นเรื่องที่ผิดฝาผิดตัว เพราะไม่ใช่การเปิดสถานบันเทิงครบวงจร บางคนอาจมีความเข้าใจผิดว่าการเปิด สถานบันเทิงครบวงจร คือฟรีคาสิโน ซึ่ง จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ได้ชี้แจงไปแล้วว่า เป็นเพียงการศึกษาเบื้องต้น ต้องมีการปรับปรุงแก้ไขรายละเอียด 

 

ส่วนข้อกังวลของเพื่อนสมาชิกว่าจะทำให้คนไทยติดการพนันเพิ่มขึ้นหรือไม่นั้น ณณัฏฐ์มองว่าตั้งแต่การหารือในชั้นกรรมาธิการฯ มุ่งเป้าไปที่ สถานบันเทิงครบวงจร มากกว่าคาสิโนเพียงอย่างเดียว โดยรายงานได้ระบุไว้ชัดเจนว่า ไม่ใช่แค่เรื่องการเปิดคาสิโน แต่คาสิโนเป็นแค่ส่วนหนึ่งใน Entertainment Complex เท่านั้น 

 

ตนขอยกตัวอย่างสิงคโปร์ ตึก Marina Bay Sands ที่มีพื้นที่กว่า 5.8 แสนตารางเมตร แต่ใช้พื้นที่คาสิโนเพียง 15,000 ตารางเมตร หรือคิดเป็น 2.5% ของพื้นที่ทั้งหมด ในปี 2022 มีสัดส่วนต่อ GDP ของสิงคโปร์ร้อยละ 4 สร้างงาน สร้างรายได้ สร้างอาชีพให้คนท้องถิ่นกว่า 2 หมื่นคน สร้างรายได้ภาพรวมราว 4.4 แสนล้านบาท มีนักท่องเที่ยวมากกว่า 15 ล้านคน มาเยี่ยมชม Marina Bay Sands กว่า 4.5 ล้านคน เก็บภาษีได้กว่า 8 หมื่นล้านบาท

 

ณณัฏฐ์กล่าวต่อว่า รายงานฉบับนี้ถือว่าครอบคลุมทั้งแนวทางการจัดระเบียบอย่างรัดกุม ทั้งเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจคาสิโน เช่น คุณสมบัติผู้ประกอบการ การจัดเก็บภาษี การบรรเทาผลกระทบด้านต่างๆ 

 

อีกทั้งจะช่วยขับเคลื่อนให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางเมืองท่องเที่ยว รวมทั้งส่งเสริมมูลค่าทางเศรษฐกิจฐานรากและ Soft Power การจ้างงานและการลงทุนที่มีความเชื่อมั่นจากต่างประเทศ และยังสามารถนำรายได้จากตรงนี้ไปตั้งกองทุนเพิ่มสวัสดิการภาครัฐ

 

“ผมไม่อยากให้รายงานฉบับนี้ขึ้นไปไว้บนหิ้งอย่างเดียว เพราะไม่ใช่หนังสือการ์ตูน ไม่ใช่หนังสือนิยาย ที่เราต้องติดตามตอนต่อไปทุกๆ 4 ปี” ณณัฏฐ์กล่าว

The post สส. เพื่อไทยหนุน Entertainment Complex หวังสร้างงาน สร้างรายได้ แนะอย่าให้รายงานวางไว้แค่บนหิ้ง appeared first on THE STANDARD.

]]>
จากเด็กเกาะเบาะ ‘กิ๊ก ณณัฏฐ์’ สส. สมัยแรก DNA เพื่อไทยเต็มร้อยตั้งแต่รุ่นพ่อ https://thestandard.co/gig-nanat-pheu-thai-dna/ Mon, 29 Jan 2024 12:30:37 +0000 https://thestandard.co/?p=893418

ทันทีที่รัฐมนตรี 3 คน ผู้เป็น สส. แบบบัญชีรายชื่อรุ่นอา […]

The post จากเด็กเกาะเบาะ ‘กิ๊ก ณณัฏฐ์’ สส. สมัยแรก DNA เพื่อไทยเต็มร้อยตั้งแต่รุ่นพ่อ appeared first on THE STANDARD.

]]>

ทันทีที่รัฐมนตรี 3 คน ผู้เป็น สส. แบบบัญชีรายชื่อรุ่นอาวุโสของพรรคเพื่อไทย ลาออกจากตำแหน่ง สส. ได้เปิดโอกาสให้ผู้สมัคร สส. รุ่นใหม่ลำดับถัดไปได้ขึ้นมานั่งตำแหน่งแทน 

 

โดย 1 ใน 3 สส. ใหม่ล่าสุดจากพรรคเพื่อไทยคือ ‘ณณัฏฐ์ หงษ์ชูเวช’ หรือ ‘กิ๊ก วันพอยท์’ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย วัย 37 ปี เพิ่งจะรายงานตัวต่อสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ 17 มกราคม หลังจาก สมศักดิ์ เทพสุทิน สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ลำดับที่ 11 มีหนังสือขอลาออกจากการเป็น สส. ตั้งแต่วันที่ 15 มกราคม 2567 เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 105 (2) ให้ผู้มีชื่อในลำดับถัดไปในบัญชีรายชื่อของพรรคเพื่อไทยเลื่อนขึ้นมาเป็น สส. แทน

 

THE STANDARD สัมภาษณ์ กิ๊ก-ณณัฏฐ์ หงษ์ชูเวช คนรุ่นใหม่ สส. สมัยแรก แต่ไม่ใช่คนหน้าใหม่ทางการเมือง เพราะเขาคลุกคลีกับพรรคเพื่อไทยตั้งแต่สมัยยังเป็นพรรคไทยรักไทยที่นำโดยอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร นับตั้งแต่การเลือกตั้งสมัยปี 2544 โดย กิ๊ก ณณัฏฐ์ แห่ง ‘กลุ่มวันพอยท์’ เป็นบุตรชายของ ‘สาโรจน์ หงษ์ชูเวช’ ผู้อำนวยการพรรคเพื่อไทยในปัจจุบัน หนึ่งในทีมงานคนสำคัญ ผู้ทำงานเบื้องหลังตั้งแต่พรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน จนกระทั่งเป็นพรรคเพื่อไทย มาตลอดยี่สิบกว่าปี 

 

 

‘กิ๊ก ณณัฏฐ์’ บอกว่าตัวเขาเองมี DNA ของความเป็นเพื่อไทยเต็มร้อย

 

ความผูกพันกับพรรคไทยรักไทย สมัย ดร.ทักษิณ ชินวัตร เป็นหัวหน้าพรรคและเป็นนายกรัฐมนตรี

 

สมัยพรรคไทยรักไทยผมเป็นเหมือน ‘เด็กเกาะเบาะ’ ตามพ่อ (สาโรจน์ หงษ์ชูเวช) ไปทำงาน แต่ผมยังไม่มีบทบาทได้แสดงความคิดเห็น และยังไม่ได้ช่วยเชื่อมประสานอย่างปัจจุบัน ตอนนั้นผมอายุแค่ 14-15 ปี ไม่ได้มีส่วนร่วมอะไรมาก เป็นเพียงผู้ตาม แต่รับรู้ถึงเหตุการณ์การเมืองตลอด ตั้งแต่ก่อตั้งพรรคไทยรักไทย ชนะการเลือกตั้งเป็นรัฐบาล

 

ต่อมามีการชุมนุมของคนเสื้อเหลือง และตามมาด้วยการรัฐประหารปี 2549 จนมาถึงเหตุการณ์นายกฯ ทักษิณกลับบ้านครั้งแรก ต่อมามีการชุมนุมของคนเสื้อแดง มีความสูญเสียปี 2553 และนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ลงเลือกตั้งปี 2554 ถูกรัฐประหารปี 2557 กระทั่งนายกฯ ทักษิณเพิ่งได้กลับไทย เราก็เห็นเหตุการณ์ประวัติศาสตร์การเมืองเหล่านี้มาโดยตลอด

 

ตอนหลังเลือกตั้งปี 2544 ไทยรักไทยเป็นรัฐบาลสมัยแรก ผมก็ยังเป็นเด็ก ผมไปเตะฟุตบอลกับคุณหมอชลน่าน ศรีแก้ว ที่กระทรวงสาธารณสุข ซึ่งมีท่านสมศักดิ์ เทพสุทิน, ท่านอนุชา นาคาศัย, ท่านสรอรรถ กลิ่นประทุม, ท่านเนวิน ชิดชอบ, ท่านบุญลือ ประเสริฐโสภา, ท่านอนุสรณ์ วงศ์วรรณ และอีกหลายท่านด้วยกันครับ ก็มองได้ว่าผมคลุกคลีกับผู้ใหญ่พรรคไทยรักไทยอยู่พอสมควร

 

 

เริ่มสนใจการเมืองในวัยเรียนมหาวิทยาลัย

 

เริ่มมาสนใจการเมืองอย่างเข้มข้นในช่วงรัฐประหารปี 2549 ตอนนั้นผมเรียนมหาวิทยาลัยกรุงเทพ เข้าเรียนปี 2549 คณะนิเทศศาสตร์ เป็นปีเดียวกับที่รัฐประหาร เพื่อนผมส่วนใหญ่ก็เป็น ‘เสื้อเหลือง’ ความเชื่อทางการเมืองเป็นคนละสีกับเรา ช่วงนั้นกระแสจะเป็นแบบหนึ่ง แต่เรามองว่า ถ้าจะเถียงกันก็เถียงด้วยเหตุและผล บางคนเขาได้ข้อมูลมุมเดียว เขาจะพูดแค่ว่ารัฐบาลไทยรักไทยโกง แต่พอเราถามโกงอะไร เขาก็ไม่ได้ตอบอย่างมีที่มา เรียกได้ว่าต้องรับแรงเสียดทานค่อนข้างเยอะในมหาวิทยาลัย เราโดนทุกทิศทุกทางช่วงนั้น ตกเป็นเป้าเลย

 

 

คุณพ่อ ‘สาโรจน์ หงษ์ชูเวช’ อยู่ในลิสต์ผู้ต้องหาคดีเกี่ยวกับการเมือง

 

คุณพ่อเป็นคนทำงานเบื้องหลังทางการเมืองมาตลอด งานเดิมของคุณพ่อจะเกี่ยวกับด้านการเงิน ตอนเริ่มก่อตั้งพรรคไทยรักไทยก็เป็นผู้ดูแลบัญชีพรรค ต่อมาก็มาเป็น ผอ.พรรค ดูด้านการบริหารจัดการทางการเมืองของพรรคทั้งหมด

 

คุณพ่อทำงานเบื้องหลังและประสานงานมากกว่าเบื้องหน้า เป็นความถนัด ความคล่องตัวของแต่ละคนที่แตกต่างกัน คุณพ่อคอยช่วยให้การบริหารพรรคเป็นไปอย่างราบรื่นเรียบร้อย คอยแก้ไขปัญหา

 

ล่าสุดเมื่อคุณอิ๊งค์-แพทองธาร ชินวัตร เป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทย คุณพ่อผมก็กลับมาอยู่ในตำแหน่ง ผอ.พรรคอีกครั้ง

 

ตอนรัฐประหารปี 2549 เมื่อรัฐบาลไทยรักไทยถูกรัฐประหาร แล้วยุคนั้นมีการชุมนุมของกลุ่มต่างๆ คุณพ่อก็เป็นหนึ่งในชื่อที่ถูก ‘หมายหัว’ ด้วย คืออยู่ในลิสต์ผู้ต้องหาคดีเกี่ยวกับการเมือง พอรัฐประหารปี 2557 ก็อยู่ในลิสต์เช่นกัน

 

 

ทหารบุกบ้าน วันรัฐประหาร 22 พฤษภาคม 2557

 

เราโดนทหารบุกบ้าน โดนทหารติดตาม โดนอายัดบัญชีเงินฝากธนาคาร โดนอะไรมากมาย แม้จะทำงานเบื้องหลังก็โดน มีเรื่องราวยาวนานเหมือนกัน เช่น ก่อนจะรัฐประหารปี 2557 ผมสังเกตมาตั้งแต่เดือนมกราคม 2557 รู้สึกมีความผิดปกติ มีคนตามเรา มีคนมาที่บ้าน พอเช็กไปเช็กมาก็เลยทราบว่าเขามาจาก ‘ราบ 11’ คือรู้ประมาณเดือนมกราคม 2557

 

พอวันรัฐประหาร 22 พฤษภาคม 2557 ผมไม่ได้อยู่บ้านพอดี เพราะผมไปประชุมที่จังหวัดอุดรธานีเรื่องฟุตบอล วันนั้นผมโทรคุยกับคุณแม่ซึ่งอยู่ที่บ้าน จึงทราบว่าทหารมาบ้าน 40 กว่าคน มาด้วยรถทหาร GMC ใส่โม่งคลุมหน้าคลุมตา พร้อมปืน ไม่เปิดเผยหน้า ไม่แสดงตัว แต่มาถามว่า “ลูกคนเล็กไปไหน” คือเขาถามถึงผม ตอนนั้นผมอยู่ต่างจังหวัด พอพี่ชายทราบว่าทหารไปที่บ้าน พี่ชายผมก็กลับบ้านไปอยู่เป็นเพื่อนแม่

 

ทหารมาบ้านพลเรือนซึ่งเราก็ไม่ได้มีอาวุธอะไร เหมือนใช้จำนวนทหารมาข่มขวัญ แต่คุณแม่ก็นิ่ง ไม่ได้ไปมีเรื่องโต้เถียงปะทะอะไร จุดมุ่งหมายของทหารคือตามผมกับตามคุณพ่อ เพราะวันนั้นพอรัฐประหารคุณพ่อก็ยังไม่ได้กลับบ้าน ส่วนผมไปประชุมสมาคมฟุตบอลพอดี เราก็ไม่คาดคิด แล้วที่เขาถามถึงลูกคนเล็ก เพราะเขาเห็นรถจอดอยู่ เขาจึงคิดว่าผมอยู่บ้าน

 

ผมมาปะติดปะต่อเรื่องราวภายหลังจึงทราบว่าเขาตามเรามาก่อนหน้านี้ เพราะรถที่จอดคือรถที่ผมใช้จริง แต่ช่วงก่อนรัฐประหารไม่กี่วันผมยืมรถคันนั้นจากพี่ผมไปใช้ ผมใช้รถคันนั้นได้ไม่กี่วันเอง ผมจึงปะติดปะต่อเรื่องราวได้ว่าเขาตามเรามาเป็นระยะ

 

 

จากงานเบื้องหลังมางานเบื้องหน้า

 

ผมเกิดปี 2530 ตอนรัฐประหารปี 2549 ผมอายุประมาณ 19 ปี ส่วนรัฐประหารปี 2557 ก็อายุ 27 ปี ช่วงที่เริ่มอยากเป็น สส. คือปี 2554 จากเดิมชอบงานเบื้องหลังเพราะได้ซึมซับจากคุณพ่อ เราจึงคิดว่าการทำงานการเมืองไม่จำเป็นต้องอยู่เบื้องหน้าเสมอไป ผมมี DNA ของความเป็นเพื่อไทยเต็มร้อย

 

การบริหารจัดการเบื้องหลังก็มีความสำคัญ เหมือนทีมฟุตบอลที่การอยู่กองหลังจะเห็นภาพกองกลางและกองหน้าได้อย่างชัดเจน ผมชอบฟุตบอลผมก็ขอเปรียบเทียบกับฟุตบอลดีกว่า (หัวเราะ) 

 

ผมว่าบทบาทการทำงานเบื้องหลังนั้นสำคัญ ถ้าเปรียบเทียบกับฟุตบอล เบื้องหน้าดี แต่ถ้าเบื้องหลังไม่ดี ภาษาฟุตบอลก็ต้องบอกว่าทีม ‘รั่ว’ อันนี้ผมอ้างอิงจากที่ผมเคยดูแลฟุตบอล บริหารสโมสรอุดรธานี เอฟซี กับเป็นผู้ช่วยผู้จัดการทีมฟุตบอลทีมชาติไทยนะครับ จะทำทีมให้ดี ทั้งกองหน้าและกองหลังต้องสอดรับกันให้ดี ไม่ใช่กองหน้ายิงประตูแทบตาย กองหลังปล่อยให้ฝ่ายตรงข้ามเข้ามายิงคืนตลอด ก็คงชนะยากนะครับ แบบกองหน้ายิงได้นี่ยังดีนะ แต่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ช่วงนี้กองหน้าก็ยิงไม่ค่อยได้ กองหลังและผู้รักษาประตูก็แจกตลอด นี่พูดจากใจคนเชียร์แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เลยนะครับ (หัวเราะ) เรียกว่าทั้งทีมขาดการเล่นที่ประสานกัน จะเห็นได้ว่าฟุตบอลที่เป็นระบบจะสามารถสร้างผลงานได้อย่างดี 

 

การเมืองก็เหมือนกันครับ เราต้องการทำงานอย่างเป็นระบบ มีการประสานงานกันทุกส่วนเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ต้องการ

 

กระทั่งมีความคิดอยากผลักดันเรื่องกีฬา เรื่องเยาวชน เป็นความถนัดของแต่ละคนในพรรค บางท่านไปถนัดเรื่องเศรษฐศาสตร์ เศรษฐกิจ สังคม ต่างประเทศ ส่วนเราพยายามทำเรื่องที่ถนัดและเราชอบ คือเรื่องกีฬา

 

แต่ตอนเลือกตั้งปี 2562 ยังทำงานเบื้องหลัง กระทั่งก่อนเลือกตั้งปี 2566 คิดจะเป็น สส. แบบเขต จะได้มีพื้นที่ของตัวเอง ได้ดูแลพื้นที่ด้วย เคยตัดสินใจทำพื้นที่ลาดพร้าวในนามพรรคเพื่อไทย เพราะบ้านเดิมอยู่ที่นั่น ผมเคยเรียนที่โรงเรียนสตรีวิทยา 2 คลุกคลีตรงนั้น รู้สภาพพื้นที่ รู้ความต้องการของประชาชน เพื่อนฝูงก็อยู่ตรงนั้นเยอะมาก

 

 

สุดท้ายมาลงสมัคร สส. แบบบัญชีรายชื่อ

 

ช่วงนั้น กกต. แบ่งเขตใหม่ ซึ่งพรรคการเมืองทุกฝ่ายได้รับผลกระทบหมด ส่วนเขตที่ผมเคยทำพื้นที่มาก่อนก็มีว่าที่ผู้สมัครอีกคนคือพี่อ๋อม-สกาวใจ พูนสวัสดิ์ เป็นว่าที่ผู้สมัครคู่กับผม

 

ต่อมาผมตัดสินใจถอนตัวเพื่อไม่ให้เป็นปัญหา ไม่ให้กลายเป็นเรื่องว่าผมกับพี่อ๋อมทะเลาะกัน และก็แล้วแต่ผู้ใหญ่ในพรรคจะมอบหมายให้ทำอะไร จะได้ไม่กระทบภาพใหญ่ของพรรคซึ่งมีความสำคัญ โดยพรรคเราต้องการคะแนนเสียง ไม่ได้ต้องการให้เป็นเรื่องทะเลาะกันเองภายในพรรค

 

ด้วยความที่ผมก็เติบโตจากพรรคนี้มาตั้งแต่เด็ก ผมน่าจะเป็นเด็กคนหนึ่งในไม่กี่คนที่เห็นพรรคนี้มาตลอด อีกท่านที่สำคัญที่เห็นทุกอย่างในพรรคนี้มาตั้งแต่เด็กก็คือท่านหัวหน้าพรรค คุณอิ๊งค์ แพทองธาร ตอนที่ท่านหัวหน้าเข้าเรียนจุฬาฯ ก็อายุไล่เลี่ยกับผม เจอเหตุการณ์ใกล้กัน เป็นคนเจเนอเรชันเดียวกัน

 

เราเติบโตมาก็ไม่อยากให้ผู้ใหญ่ลำบากใจ อย่างที่ทราบ คุณพ่อผมก็คอยบริหารจัดการ คอยรับเรื่องราวปัญหา ก็จะเจอเคสแบบผมเยอะมาก ท่านอยู่กับอะไรแบบนี้มาตลอด เช่น ผู้สมัครมีหลายคน พื้นที่ทับซ้อนจะเอาใครลง เขตนี้จะเอาอย่างไร จะเลือกใครดี จะต้องทำอย่างไร

 

เราเห็นมาหมดแล้ว เราจึงคิดว่าเราถอยเองดีกว่า แล้วแต่ผู้ใหญ่จะมอบหมายบทบาทตรงไหนให้เราทำ

 

 

งานการเมืองมีชั้นความลับที่คุณพ่อก็ไม่บอกล่วงหน้า

 

ผมทราบว่าได้เป็นผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส. แบบบัญชีรายชื่อ แต่จะรู้ว่าได้อยู่บัญชีรายชื่อลำดับไหนก็ตอนที่พรรคไปยื่นใบสมัครไปแล้ว ส่วนช่วงก่อนที่พรรคจะไปยื่นใบสมัครผมทราบเพียงว่าอยู่ในบัญชีรายชื่อ แต่ไม่รู้ลำดับ แม้ว่าคุณพ่อจะทำงานกับพรรคมาตลอด แต่งานการเมืองจะมีชั้นความลับบางอย่างที่คุณพ่อรู้ ท่านก็จะไม่มาบอกใคร

 

ในขณะเดียวกัน บางอย่างที่ผมทำงานคุณพ่อก็จะไม่รู้ จะเป็นเรื่องการทำงานแต่ละบทบาท ซึ่งคุณพ่อก็จะได้รับมอบหมายจากผู้ใหญ่ บางเรื่องรู้ไม่กี่คน คุณพ่อจะมาบอกผมไม่ได้

 

 

เรื่องที่อยากผลักดันในฐานะ สส. ใหม่

 

วันนี้ผมคิดว่าประเทศไทยต้องมีกฎหมายที่ก้าวหน้าทันสมัย โดยเป็นกลไกที่สามารถเป็นที่พึ่งของประชาชน คือเรื่องในรัฐสภา โดยไม่ต้องไปมีเกมบนท้องถนนอีกแล้ว ผมคิดว่าไม่มีใครอยากให้เกิดการปะทะ ไม่ว่าจะเป็นการชุมนุมจากฝ่ายไหน ผมคิดว่าเราใช้เวทีรัฐสภา ใช้วิธีเลือกตั้ง ถ้าไม่พอใจก็เลือกตั้งใหม่ใน 4 ปี

 

ผมเห็นมาตลอด รวมถึงการชุมนุมของคนเสื้อแดงที่สนับสนุนพรรคเพื่อไทย แต่ ณ วันนั้น เราเคยผ่านมาแล้ว เกิดความสูญเสียขึ้นมากมาย เมื่อเทียบการสูญเสีย ระยะเวลา 4 ปีรอการเลือกตั้งให้มีรัฐบาลใหม่ เทียบกับเหตุการณ์ที่หากจะต้องสูญเสียชีวิตคน และที่สำคัญคือไม่ใช่แค่ชีวิตเดียว แต่คือหลายชีวิต ที่จนถึงทุกวันนี้ก็ยังคงเป็นความสูญเสียที่พรรคเพื่อไทยได้แบกรับไว้ 

 

ในความเห็นส่วนตัวผมนะ เราไม่ควรให้ใครต้องเสียสละมากมายขนาดนั้น การเมืองในสภาอาจจะช้า ไม่ทันใจใครหลายคน แต่มันก็รับประกันได้ว่าเราจะไม่ต้องสละชีวิตใครระหว่างทางเพื่อจุดหมายที่ปลายทาง ผมไม่อยากให้กลับไปอยู่ในจุดนั้นอีก ถ้าเลือกได้เราควรถกกันในสภา

 

ส่วนเรื่องที่อยากผลักดัน ส่วนตัวผมอยากเน้นด้านกีฬา ด้านเยาวชน ผมมองว่าประเทศไทยเสียโอกาสมาหลายปี เช่น เรื่องโครงสร้างทั้งด้านเทคโนโลยี ตัวองค์กรที่รองรับ ร่างกายเยาวชน และด้านวิทยาศาสตร์การกีฬา ทั้งๆ ที่เมื่อก่อนเราไม่ได้ด้อยกว่าประเทศอื่น แต่ตอนนี้เราเหมือนย่ำอยู่กับที่มาเป็นระยะเวลานาน ขาดการส่งเสริมและผลักดันจากภาครัฐ จริงๆ แล้วก็ต้องบอกว่าในการพัฒนานั้นมันต้องถูกตัว ถูกคน และถูกเวลา จึงจะทำให้ไปได้ไกล หากตัวผู้กำหนดทิศทางไม่เข้าใจถึงแนวทางเหล่านี้ การจะทำให้นักกีฬาไทยไปถึงระดับโลกก็คงเป็นเรื่องยาก

 

ผมจะผลักดันผ่านที่ประชุมรัฐสภาและกรรมาธิการ หรือสะท้อนไปยังท่านนายกรัฐมนตรี และท่านรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง

 

ที่ผ่านมาเราไปใช้งบประมาณกับสิ่งที่ไม่จำเป็นเยอะมาก ขณะที่วันนี้เราขาดโอกาส สนามกีฬาที่เรามีก็ไม่สามารถรองรับอีเวนต์ใหญ่ๆ ไม่สามารถรองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติหรือศิลปินระดับโลก เพราะสนามที่มีก็ไม่เอื้ออำนวย ขณะที่รอบประเทศเรา มาเลเซียเขารีโนเวตสนามใหม่ สิงคโปร์ก็ลงทุนสนามกีฬาแห่งชาติสี่หมื่นกว่าล้าน

 

สนามกีฬาที่เรามี ราชมังคลากีฬาสถาน, สนามกีฬาธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ใช้มาตั้งแต่แข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ปี 2541 สร้างนานแล้ว สนามศุภชลาศัยยิ่งเก่าไปใหญ่

 

บางประเทศขยายสนามกีฬาได้ แต่ของไทยขยายต่อไม่ได้ ผมคิดว่าโอกาสด้านกีฬาเราควรจะมีให้มากกว่านี้ และควรสร้างระบบที่สนับสนุนนักกีฬาทุกประเภท เยาวชนไทยเก่ง แต่เขาขาดโอกาส ขาดการเอาใจใส่จากภาครัฐ ถ้าภาครัฐสนับสนุนไปคนละทิศละทาง หากผู้นำวางแนวทางไม่ดี วางรากฐานไม่ดี ต่อให้นักกีฬาจะมีพรสวรรค์มากมายเท่าไร ก็เป็นเรื่องยากที่นักกีฬาจะเติบโตไปแข่งขันระดับนานาชาติได้ 

 

เราควรสร้างสิ่งแวดล้อมให้เหมาะกับการพัฒนาศักยภาพของนักกีฬา เพื่อให้พวกเขาพร้อมไปหาประสบการณ์ในต่างประเทศ และกลับมาเป็นกำลังหลักในการเป็นตัวแทนประเทศไทยไปแข่งขันกับนานาชาติ และเราต้องยอมรับว่าการจะสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีให้กับตัวนักกีฬานั้นต้องใช้งบประมาณ เราปล่อยให้นักกีฬากระเสือกกระสนไปตามยถากรรมไม่ได้ เราต้องวางโครงสร้างด้านกีฬาใหม่ทั้งหมด และต้องทำให้ดีด้วย

 

 

ความสัมพันธ์กับพรรคพลังประชารัฐ

 

ส่วนที่เคยมีข่าวว่าผมไปช่วยพรรคพลังประชารัฐ เป็นเพราะผมสนิทกับพี่ไผ่ ลิกค์ หรือ ‘ไผ่ วันพอยท์’ สส. เขต 1 กำแพงเพชร พรรคพลังประชารัฐ

 

กลุ่มวันพอยท์เป็นกลุ่มที่มีมายี่สิบกว่าปีแล้ว ตั้งแต่สมัยผมเด็กๆ ตอนผมอายุ 12-13 ปี ผมรู้จักรุ่นพี่ในวงการรถแข่ง แต่ยังไม่ได้ไปเข้าร่วมกลุ่ม

 

กลุ่มเราอยู่กันมายี่สิบกว่าปี ส่วนกลุ่มรถแข่งกลุ่มอื่นๆ ก็มี แต่ขอไม่เอ่ยชื่อพาดพิงเขา ซึ่งประเทศไทยมีคนเก่งด้านนี้มาก เวลาโมดิฟายรถเราดัดแปลงให้เป็นเทคโนโลยีของคนไทยได้ ผมมองว่า ณ ปัจจุบัน คนไทยทำรถได้ดีมาก แต่รถแข่งมีความเฉพาะ บางอย่างต้องทำให้เบา บางอย่างทำให้แรง ช่างไทยได้รับการยอมรับในจุดนี้มานาน เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งซอฟต์พาวเวอร์ของไทยก็ไม่ผิดเลย

 

นิยาม ‘วันพอยท์’

 

กลุ่มวันพอยท์ก็คือการรวมตัวในจุดจุดหนึ่ง ถ้าจะอธิบายความเป็นวันพอยท์ก็คือ คนที่สนใจด้านมอเตอร์สปอร์ต ด้านรถแข่ง แล้วรุ่นพี่ก็รักษากลุ่มที่มีเครือข่ายหลายร้อยหลายพันคน แต่ละคนก็เติบโตมีตำแหน่งไปในแต่ละวงการหลายคน  

 

ด้วยความที่เป็นช่วงหนึ่งของชีวิตวัยรุ่นจึงมีเหตุการณ์ทั้งบวกและลบ เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ในชีวิตวัยรุ่นทุกคน

 

วันพอยท์ ในวันที่เราเติบโตแล้วเข้าใจว่าอะไรเป็นอะไร นิ่งขึ้นตามอายุ ไม่ได้ซ่า ไม่ได้เฮ้วอย่างตอนเด็กๆ เวลาไปเที่ยวต่อให้คนอื่นมาทำร้ายก่อน แต่พอตำรวจเห็นเป็นกลุ่มนี้เขาก็จะตราหน้าพวกเราว่าพวกนี้เริ่มก่อนแน่ แต่จริงๆ แล้วเราโดนเขาทำร้ายก่อน

 

งานสงกรานต์ มีอยู่ครั้งหนึ่งเราไปเที่ยว ระหว่างเดินกลับก็มีอีกแก๊งหนึ่ง คงจะเป็นวัยรุ่นแถวๆ นั้น มากระชากสร้อยแล้วต่อยหน้าเพื่อนผม แล้วก็วิ่งหายไป เราก็วิ่งตามจะไปเอาสร้อยคืน ก็เลยมีการชกต่อยกัน กลุ่มพวกผมไปกันที 40-50 คน ไม่ได้ไปกันน้อยๆ แต่เราก็ไม่ได้ไปหาเรื่องใครนะ เราไปเที่ยวกัน ไปสนุก พอเกิดเรื่องกลายเป็นเราโดนชี้หน้าก่อนเลย

 

ตอนนั้นปี 2554 คนในกลุ่มวันพอยท์คนหนึ่งก็เป็น สส. คือพี่ไผ่ ส่วนผมก็เป็นข้าราชการการเมืองประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เป็นคณะทำงานนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผมไปเที่ยวสงกรานต์ สภาพเล่นสงกรานต์ใส่กางเกงขาสั้น เจอตำรวจเดินมาชี้หน้า เขาคงคิดว่าพวกเราเริ่มก่อน เขาคงไม่คิดว่า สส. หรือนักการเมืองอะไรแต่งตัวแบบนี้ แต่สุดท้ายก็มีภาพจากกล้องวงจรปิด เราไม่ได้เริ่มเรื่องก่อน

 

 

นับอย่างไรใครอยู่ในกลุ่ม แล้วร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อยู่ในกลุ่มด้วยไหม

 

นักการเมืองในกลุ่มวันพอยท์มีผมกับพี่ไผ่ ส่วนพี่นัสมีความคลุกคลีกับพวกเรา แต่ไม่ได้อยู่ในกลุ่มวันพอยท์

 

คนที่จะเข้ากลุ่มก็จะมีการรับน้อง แต่เราไม่ได้รับน้องพี่นัสนะ (หัวเราะ) เราถือว่าท่านเป็นผู้ใหญ่ที่รู้จักกันมานาน สิบกว่าปีที่แล้วพี่นัสมาเฮฮาด้วย แต่หลังๆ ท่านไม่ได้มาเฮฮาด้วยเพราะท่านมีตำแหน่งหน้าที่ที่ต้องดูแลพี่น้องประชาชน

 

กิ๊ก ณณัฏฐ์ กับความทรงจำในไทยรักไทย พลังประชาชน เพื่อไทย

 

สมัยนายกฯ ทักษิณผมยังเป็น ‘เด็กเกาะเบาะ’ คอยดู คอยเชียร์ แต่รับรู้ว่าท่านทำอะไรบ้าง ผมสัมผัสได้ว่าความนิยมจากประชาชนเป็นอย่างไร เวลาท่านไปปราศรัยคนจะมาเยอะมาก

 

ส่วนนายกฯ คนที่ 2 ของพรรคคือท่านสมัคร สุนทรเวช จากการเลือกตั้งปลายปี 2550 ต่อด้วยท่านนายกฯ สมชาย วงศ์สวัสดิ์ ในช่วงระยะเวลาสั้นๆ ผมยังเรียนอยู่มหาวิทยาลัย ตอนนั้นพรรคเพื่อไทยยังอยู่ตึกชินวัตรไหมไทย ถนนพระราม 4 แล้วค่อยกลับมาถนนเพชรบุรีตัดใหม่ ตึกปัจจุบัน

 

เดิมมีตึกมูลนิธิ 111 ไทยรักไทย ย่านนางเลิ้ง มีที่ทำการตรงถนนราชวิถี ใกล้บ้านท่านสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ตรงราชวัตรก็เคยจะใช้ ผมทันทุกตึกที่ทำการพรรค

 

ท่านนายกฯ สมัคร มีโครงการรถไฟฟรี รถเมล์ฟรี มีนโยบายที่เป็นประโยชน์กับประชาชน

 

ส่วนนายกฯ สมชาย พลังประชาชนถูกยุบพรรค ต้องเลือกนายกฯ ใหม่ พรรคก็มีกลุ่มที่แยกไปพรรคภูมิใจไทย

 

ช่วงก่อนที่พรรคเพื่อไทยจะเสนอชื่อพลตำรวจเอก ประชา พรหมนอก แข่งกับ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จากพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อให้สภาโหวตเลือกนายกฯ ช่วงนั้นหน้าบ้านผมมีคนเอาระเบิดมาวาง เป็นระเบิดขวดที่ยังทำงานได้ถ้าเกิดความร้อน กับระเบิดน้อยหน่าไม่มีไส้ ก่อนจะเลือกนายกฯ ไม่กี่วัน ตอนนั้นบ้านผมเจอระเบิดมาวางอยู่บ้านเดียว รับจบทุกเรื่องราว (หัวเราะ)

 

สมัยนายกฯ ยิ่งลักษณ์ผมเรียนจบแล้ว ผมเป็นข้าราชการการเมืองประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เป็นคณะทำงานนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร แต่ได้เจอกับนายกฯ ยิ่งลักษณ์มาตลอดก่อนที่ท่านจะเข้าการเมือง ได้รับรู้ว่าท่านเป็นนักบริหารและเป็นคนเก่งด้านเทคโนโลยีมากๆ ท่านเป็นผู้บริหารเอไอเอส เวลาเจอท่านก็จะอัปเดตเทคโนโลยีตลอด ท่านเรียนจบนอก หัวสมัยใหม่ ไม่ต้องอัปเดตจากใคร ผมอัปเดตเทคโนโลยีก็จากท่านนายกฯ นี่เอง

 

แล้วตอนนั้นสถานการณ์บ้านเมืองต้องการคนประนีประนอม นอบน้อม ซึ่งท่านนายกฯ ยิ่งลักษณ์มีคุณสมบัติต่างๆ เหล่านี้ ในสถานการณ์หลังปี 2553 มีความคุกรุ่นมาตลอด ภาพจึงซอฟต์ลง แล้วท่านมุ่งมั่นทำงาน มีความเข้มแข็ง ตั้งใจทำงาน ผมไปร่วมทริปกับท่านทุกเหตุการณ์ ตั้งแต่วันแรกที่ท่านประกาศจะลงการเมือง และวันแรกของการลงสมัครรับเลือกตั้ง

 

ปีนั้นผมอัปเลเวลจาก ‘เด็กเกาะเบาะ’ กลายเป็น ‘เด็กท้ายรถ’ แล้ว (หัวเราะ) ผมจำได้แม่นเลย ในวันที่เดินทางไปสนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง เพื่อทำการจับหมายเลขพรรค บนรถที่ไปมีไม่กี่คนในรถ มีท่านนายกฯ ยิ่งลักษณ์ มีคุณพ่อ มีผมอยู่หลังรถท่าน 

 

วันนั้นมีคนไปรอเยอะมาก ท่านยงยุทธ วิชัยดิษฐ จับหมายเลข พรรคเพื่อไทยได้เบอร์ 1 ในการหาเสียงเลือกตั้งครั้งนั้นผมได้เริ่มติดตามไปกับทีมหาเสียง ต้องบอกเลยว่าท่านนายกฯ ยิ่งลักษณ์ แกร่งมากจริงๆ ทุกๆ วันต้องตื่นแต่เช้าเพื่อเตรียมตัว วันไหนนัดที่สนามบินเวลา 06.00 น. ท่านนายกฯ ยิ่งลักษณ์จะต้องตื่น 03.00 น. หรือไม่ก็ไม่เกิน 04.00 น. แน่ๆ อันนี้ผมเดานะ เพราะเข้าใจว่าในความเป็นผู้หญิงก็ต้องเตรียมตัวมากหน่อย ต้องออกไปพบคนมากมายก็ต้องมีการเตรียมตัวแต่งหน้าทำผมเป็นเรื่องปกติ จะขึ้นเครื่อง 06.00 น. เวลา 05.00 น. กว่าๆ ก็ต้องเช็กอินแล้วนะ ไหนจะการเดินทางที่บางวันต้องไปหลายจังหวัด กินข้าวบนรถนี่บ่อยมากครับ 

 

บางครั้งกลับกรุงเทพฯ ไฟลต์บินสุดท้ายเวลา 21.00-22.00 น. กว่าจะถึงบ้าน 23.00-00.00 น. เป็นแบบนี้วนไปตลอดการหาเสียง เป็นเหตุการณ์ที่ทำให้ผมได้เห็นเลยว่าท่านนายกฯ ยิ่งลักษณ์เป็นผู้หญิงที่แกร่งมากจริงๆ ทั้งร่างกายและจิตใจเลย

 

หลังจากชนะการเลือกตั้ง ช่วงนั้นผมยังทำงานเบื้องหลัง คอยประสานงาน รับความต้องการของ สส. เวลาเขามีปัญหา ตอนนั้นยังไม่สนใจในการทำงานเบื้องหน้า สนุกกับการทำงานเบื้องหลังมาก

 

 

หลังเลือกตั้งปี 2566 ในรัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน

 

หลังตั้งรัฐบาล ผมเป็นที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ในรัฐบาลท่านนายกฯ เศรษฐา ต่อมาผมเป็น สส. บัญชีรายชื่อ แต่ก็ได้ไปช่วยงานท่านตั้งแต่ท่านเป็นแคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย เพราะท่านมาจากภาคธุรกิจ ส่วนเราอยู่กับพรรคมานานก็ไปช่วยประสานงาน เพื่อให้ท่านเชื่อมกับผู้สมัครและนักการเมืองได้ราบรื่นขึ้น

 

ตอนหาเสียงเลือกตั้งต้องปรับตัวกันทุกฝ่าย ต้องพยายามจูนกันให้ติด เพราะการเมืองต้องทำงานกันเป็นทีม ทุกคนมีบทบาทและหน้าที่ของตัวเอง ตั้งแต่เลือกตั้งมาถึงตอนตั้งรัฐบาล ทุกวันนี้การทำงานร่วมกันเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น ท่านนายกฯ เป็นคนทำงาน และทำงานหนักมากๆ ทำงานจนเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย สส. ก็ยอมรับท่านนายกฯ ว่าท่านทำงานหนักไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย

 

เพราะนักการเมืองหลายท่านในวันนี้แต่ละคนเขาก็มีความเก๋าของเขา ก็ต้องมีการ ‘ลองเชิง’ ด้วยเช่นกัน เป็นเรื่องปกติ แม้ท่านจะมาจากภาคธุรกิจลำดับต้นๆ ของประเทศ ในสังคมไทยอย่างไรก็ต้องมีกระบวนการทดสอบเพื่อให้เป็นที่ยอมรับด้วยเหมือนกัน (หัวเราะ)

 

ในการทำงานทุกที่ล้วนมีวัฒนธรรมในการทำงานที่แตกต่างกัน ในการเมืองก็มีเหมือนกันครับ ท่านนายกฯ ท่านมาจากภาคธุรกิจ ท่านมีแนวทางแบบนักธุรกิจ คือคิดไว ลงมือเร็ว ฝ่ายการเมืองก็ต้องใช้ทุกองคาพยพที่มีสนับสนุนท่านนายกฯ เมื่อต้องทำงานร่วมกัน ทุกคนล้วนต้องปรับตัวอยู่ตลอดเวลา ตัวผมเองเป็นเพียงฟันเฟืองตัวเล็กๆ ในการประสานงานเพื่อให้การทำงานเบื้องหน้าเป็นไปอย่างราบรื่น ซึ่งท่านนายกฯ เศรษฐาเข้าใจเรื่องเหล่านี้ตลอดเวลา

 

ล่าสุดมี สส. ในพื้นที่บอกท่านนายกฯ ว่ามีปัญหาการขายน้ำกระท่อมให้เยาวชน เมื่อท่านนายกฯ ทราบก็ได้ประสานตำรวจจัดการเรียบร้อยหมด ท่านนายกฯ แก้ไขให้ทันที ด้วยความเป็นนักธุรกิจ ด้วยความไวมาก แล้วผมก็ได้เรียนรู้การทำงานจากท่านเยอะมาก

 

 

กิ๊ก-ณณัฏฐ์ เป็นลูกชาย ‘พี่สาโรจน์’ โดนรับน้องด้วยไหม

 

กว่าผมจะผ่านตรงนี้มาก็ไม่ง่ายเช่นกัน ผมก็ต้องผ่านการทดสอบการทำงานที่ต้องมีความอดทน ผมเคยเจอข้อครหาเยอะ แต่สุดท้ายผมแก้ปัญหาทีละเรื่อง ซึ่งก็จะมีทั้งคนที่แฮปปี้และไม่แฮปปี้ เราไม่จำเป็นต้องทะเลาะกับคนที่ไม่แฮปปี้ เราคอยแก้ปัญหาให้เขาใหม่ ถ้าเราทำใจไม่ได้ที่จะมีคนตำหนิเราจะอยู่ตรงนี้ไม่ได้ เราต้องหนักแน่นในการทำงาน

 

ส่วนเรื่องคุณพ่อ เราปฏิเสธไม่ได้ว่าเราเป็นลูกใคร ทายาทของนักการเมืองทุกคนก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าจะถูกมองเป็น ‘เด็กเส้น’ แต่ผมมองว่า เมื่อเราทำงานแล้วแก้ไขปัญหาให้คนอื่นได้หรือเปล่า เรารู้ว่าเราทำอะไร ส่วนคนไม่พอใจก็คงมี แต่การที่ทำงานแล้วสำเร็จเป็นเรื่องสำคัญกว่าใครมองเราอย่างไร

 

แต่ละพื้นที่ สส. คนไหน ผู้สมัครชื่ออะไร เป็นเรื่องที่เรามีข้อมูลมาตลอด แรงเสียดทานมีทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลัง เราก็ต้องหาวิธีทำงานให้ได้

 

บางคนเขาก็อาจจะมีอคติ เราเห็นมาตลอด มันเป็นเรื่องการเมือง ผมก็โดนมาตั้งแต่เด็กว่าเราเป็น ‘เด็กเส้น’ เพราะเป็น ‘ลูกสาโรจน์’ แต่เราต้องเน้นการทำงานให้คนในพรรค ให้ทุกคนเห็นว่าเราทำได้ เช่นเดียวกับพ่อผมที่ต้องรับทุกเรื่อง ต้องช่วยแก้ปัญหาทุกเรื่องเพื่อให้พรรคราบรื่นที่สุด 

 

ในสนามการเมืองนั้น การที่เราเป็นลูกใคร เป็นคนของใคร หรือที่เรียกว่าการ ‘มีเส้น’ อาจทำให้เราได้รับโอกาสในการเปิดประตูสู่เส้นทางสายนี้ แต่ผลงานและการเป็นที่ยอมรับจากประชาชนจะเป็นตัวชี้วัดว่าจะเดินบนเส้นทางการเมืองไปได้ไกลเท่าไร ถนนสายการเมืองมันยาวไกลมากนะครับ ไม่มีใครบอกได้ว่าจะเดินบนถนนสายนี้อย่างราบรื่นตลอดไป เส้นสายอาจทำให้เราได้รับโอกาส แต่ความสามารถที่แท้จริงต่างหากที่จะทำให้เราเดินไปได้ไกล อันนี้เป็นความเชื่อส่วนตัวผมนะครับ

 

 

พรรคเพื่อไทยมีคู่แข่งใหม่คือพรรคก้าวไกล คนเจเนอเรชันเดียวกัน

 

พรรคเพื่อไทย ท่านนายกฯ คือนายกฯ เศรษฐา และคุณอิ๊งค์เป็นหัวหน้าพรรค ทำงานเรื่อง 30 บาท กับซอฟต์พาวเวอร์ งานท่านเยอะแล้ว

 

ผมมองว่าทุกพรรคมีมุมที่เขาขายได้ ส่วนเราก็มีมุมที่เราขายได้ ต่างคนต่างมีมุมที่ขายได้ เป็นคู่แข่งทางการเมืองภายในกติการัฐสภา การเมืองไม่มีมิตรแท้ศัตรูถาวร เป็นธรรมชาติการเมืองไทย

 

 

รัฐบาลพรรคเพื่อไทย หลังเลือกตั้งปี 2566 มีพรรคร่วมเป็นฝ่ายที่เคยขับไล่ตัวเอง ตอนนี้พรรคเพื่อไทยเปลี่ยนจุดยืนไปแล้วหรือไม่

 

จุดยืนพรรคเรายังคงเหมือนเดิม คือเราไม่เคยเห็นด้วยกับการทำรัฐประหาร และยึดมั่นในระบบรัฐสภา ทำอย่างไรให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตดีขึ้น ประเทศไทยสามารถยืนอย่างสง่าผ่าเผยได้บนเวทีโลก เหมือนอย่างที่เราทำมาตลอดตั้งแต่เป็นพรรคไทยรักไทย 

 

การที่เรามีพรรคร่วมที่เคยขับไล่เรา ไม่ได้แปลว่าเราเห็นด้วยกับพวกเขาในทุกมิติ และเราก็ต้องไม่ลืมนะครับว่า ไม่ว่าจะเป็นพรรคใด สส. ทุกท่านก็ล้วนมาจากการเลือกตั้งจากประชาชน ไม่มีใครได้รับการแต่งตั้งเข้ามา ไม่มีใครจับฉลากเข้ามา ดังนั้นแล้ว ถ้าเราไม่สามารถพูดคุยหรือร่วมงานกับพรรคใดเลยนั่นก็เท่ากับว่าเราปฏิเสธเสียงของประชาชนที่เลือกพรรคอื่นๆ เข้ามาเช่นกันนะครับ 

 

ดังนั้นแล้ว การหาจุดร่วมเป็นหน้าที่ของ สส. อย่างเราครับ เพราะการเมืองไม่ได้เป็นเรื่องของคน 500 คนในสภาเพียงอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องของประชาชนที่เลือก สส. เข้ามาด้วยครับ 

 

ต้องบอกว่าจุดยืนของพรรคเรายังคงเหมือนเดิม แต่เราต้องสามารถหาจุดร่วมให้กับทุกฝ่ายให้ได้ครับ การเมืองไม่ใช่การเอาชนะคะคานกันอย่างไม่ลืมหูลืมตา หน้าที่หลักของนักการเมืองและพรรคการเมืองคือการทำงานผลักดันนโยบายต่างๆ ที่ได้เคยให้ไว้กับประชาชนอย่างสุดความสามารถ เพื่อสร้างความเป็นอยู่ที่ดีให้กับประชาชน เพื่อไทยในฐานะพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาล เราต้องหาจุดร่วมกันเพื่อให้สามารถผลักดันนโยบายให้เกิดเป็นรูปธรรม รวมไปถึงต้องสร้างสังคมที่รองรับความแตกต่างทางความคิดให้กับทุกฝ่ายเช่นกันครับ

The post จากเด็กเกาะเบาะ ‘กิ๊ก ณณัฏฐ์’ สส. สมัยแรก DNA เพื่อไทยเต็มร้อยตั้งแต่รุ่นพ่อ appeared first on THE STANDARD.

]]>
2 สส. ใหม่ เพื่อไทย ปฏิญาณตนเข้าทำหน้าที่ในสภา หลังแกนนำลาออกเปิดทางคนรุ่นใหม่ https://thestandard.co/pheu-thai-welcomes-two-new-mps/ Wed, 17 Jan 2024 04:15:56 +0000 https://thestandard.co/?p=888629

เมื่อวานนี้ (16 มกราคม) ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศสภ […]

The post 2 สส. ใหม่ เพื่อไทย ปฏิญาณตนเข้าทำหน้าที่ในสภา หลังแกนนำลาออกเปิดทางคนรุ่นใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>

เมื่อวานนี้ (16 มกราคม) ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศสภาผู้แทนราษฎร เรื่อง ให้ผู้มีชื่ออยู่ในลำดับถัดไปในบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองเลื่อนขึ้นมาเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแทนตำแหน่งที่ว่าง ลงนามโดย ‘วันมูหะมัดนอร์ มะทา’ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ประกาศ ณ วันที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2567 โดยมีประกาศ 2 ฉบับ

 

ฉบับที่ 1 เลื่อน ละออง ติยะไพรัช ขึ้นเป็น สส. แทน ประเสริฐ จันทรรวงทอง ที่ลาออก ส่วนฉบับที่ 2 เลื่อน ณณัฏฐ์ หงษ์ชูเวช ขึ้นเป็น สส. แทน สมศักดิ์ เทพสุทิน ที่ลาออก ซึ่งเป็นสัดส่วน สส. บัญชีรายชื่อของพรรคเพื่อไทยทั้งหมด

 

ขณะที่วันนี้ (17 มกราคม) มีการประชุม สส. โดยในการประชุมมีวาระให้ สส. ใหม่ทั้ง 2 คนต้องปฏิญาณตนในสภาก่อนเข้าปฏิบัติหน้าที่ โดยคำปฏิญาณมีเนื้อหาระบุว่า “ข้าพเจ้า (ชื่อผู้ปฏิญาณ) ขอปฏิญาณว่า ข้าพเจ้าจะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อประโยชน์ของประเทศและประชาชน ทั้งจะรักษาไว้ และปฏิบัติตามซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกประการ”

 

หลังการปฏิญาณถือว่าทั้งหมดเป็น สส. โดยสมบูรณ์ตามรัฐธรรมนูญแล้ว

 

ลาออก ‘เปิดทาง’ คนรุ่นใหม่ 

 

ก่อนหน้านี้มีรายงานว่า สมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกรัฐมนตรี, สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม จะลาออกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ระบบบัญชีรายชื่อของพรรคเพื่อไทย โดยมีเหตุผลว่า ต้องการเปิดทางให้คนรุ่นใหม่ได้ทำหน้าที่ผู้แทนราษฎร 

 

สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ไม่ได้เกี่ยวกับข้อตกลงที่บอกว่าเป็นรัฐมนตรีจะต้องลาออกจาก สส. เพียงแต่ในช่วงที่ผ่านมามีงานที่ต้องรับผิดชอบในกระทรวงและโครงการต่างๆ ที่ต้องผลักดันให้ประชาชน งานในการประชุมสภาจึงกลายเป็นอุปสรรคส่วนหนึ่ง คิดว่าเป็นเรื่องที่ดีที่ตนจะได้ทุ่มเททำงานให้กับกระทรวงคมนาคมอย่างเต็มที่ 

 

ขณะที่ ประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวว่า เพื่อเปิดทางให้กับคนรุ่นใหม่ของพรรคได้เข้ามาทำหน้าที่ผู้แทนราษฎร เพื่อขับเคลื่อนงานนิติบัญญัติและแก้ไขปัญหาของพี่น้องประชาชน อีกทั้งเมื่อตนมารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ก็พบว่ามีภาระงานหลายเรื่องที่จะต้องเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหา พร้อมไปกับการยกระดับความสามารถด้านดิจิทัลของประเทศด้านต่างๆ ซึ่งเป็นภารกิจที่สำคัญอย่างยิ่ง และจะต้องอาศัยการทำงานเชิงรุกอย่างมาก

 

แม้ขณะนี้หลายโครงการได้ริเริ่มดำเนินการแล้ว แต่ก็ยังต้องติดตามสานต่อโดยละเอียดเพื่อให้เป็นผลสำเร็จโดยเร็ว ดังนั้น จึงต้องการที่จะใช้ทุกสรรพกำลังผลักดันงานด้านดิจิทัลให้เกิดประโยชน์กับประชาชนและประเทศโดยเร็วที่สุด

 

ประเสริฐกล่าวว่า ตนได้พิจารณาอย่างรอบคอบ รอบด้าน และเป็นความต้องการที่จะเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ของพรรค จึงตัดสินใจที่จะลาออกจากตำแหน่ง สส. โดยเชื่อมั่นในความสามารถและศักยภาพของคนรุ่นใหม่ของพรรคเพื่อไทย ว่าจะสามารถผลักดันภารกิจด้านนิติบัญญัติเพื่อแก้ไขปัญหาให้ประชาชนได้อย่างเต็มที่

The post 2 สส. ใหม่ เพื่อไทย ปฏิญาณตนเข้าทำหน้าที่ในสภา หลังแกนนำลาออกเปิดทางคนรุ่นใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ราชกิจจาฯ ประกาศ ‘ละออง-ณณัฏฐ์’ ขยับขึ้นเป็น สส. ปาร์ตี้ลิสต์ เพื่อไทย แทนสมศักดิ์-ประเสริฐ https://thestandard.co/pheu-thai-party-160120204/ Wed, 17 Jan 2024 00:42:10 +0000 https://thestandard.co/?p=888566

วานนี้ (16 มกราคม) ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศสภาผู้แ […]

The post ราชกิจจาฯ ประกาศ ‘ละออง-ณณัฏฐ์’ ขยับขึ้นเป็น สส. ปาร์ตี้ลิสต์ เพื่อไทย แทนสมศักดิ์-ประเสริฐ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วานนี้ (16 มกราคม) ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศสภาผู้แทนราษฎร เรื่อง ให้ผู้มีชื่ออยู่ในลำดับถัดไปในบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองเลื่อนขึ้นมาเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแทนตำแหน่งที่ว่าง ลงนามโดย ‘วันมูหะมัดนอร์ มะทา’ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ประกาศ ณ วันที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2567 โดยมีประกาศ 2 ฉบับ

 

ฉบับที่ 1 ระบุว่า ตามประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่อง ผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ ลงวันที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2566 ซึ่งได้ประกาศให้ ‘ประเสริฐ จันทรรวงทอง’ ผู้มีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อของพรรคเพื่อไทยลำดับที่ 3 ได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนั้น

 

บัดนี้ ประเสริฐ จันทรรวงทอง ได้มีหนังสือขอลาออกจากการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตั้งแต่วันที่ 15 มกราคม 2567 เป็นเหตุให้สมาชิกภาพของประเสริฐ จันทรรวงทอง สิ้นสุดลงตามมาตรา 101 (3) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ฉะนั้น อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 104 (2) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 จึงประกาศให้ ละออง ติยะไพรัช ผู้อยู่ในบัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย ลำดับที่ 32 เลื่อนขึ้นมาเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแทน

 

ฉบับที่ 2 ระบุว่า ตามประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่อง ผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ ลงวันที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2566 ซึ่งได้ประกาศให้ สมศักดิ์ เทพสุทิน ผู้มีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อของพรรคเพื่อไทย ลำดับที่ 11 ได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนั้น

 

บัดนี้ สมศักดิ์ เทพสุทิน ได้มีหนังสือขอลาออกจากการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตั้งแต่วันที่ 15 มกราคม 2567 เป็นเหตุให้สมาชิกภาพของสมศักดิ์ เทพสุทิน สิ้นสุดลงตามมาตรา 101 (3) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560

 

ฉะนั้น อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 105 (2) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 จึงประกาศให้ ณณัฏฐ์ หงษ์ชูเวช ผู้อยู่ในบัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย ลำดับที่ 33 เลื่อนขึ้นมาเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแทน

 

ลาออก ‘เปิดทาง’ คนรุ่นใหม่ 

 

ก่อนหน้านี้ มีรายงานว่า สมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกรัฐมนตรี, สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม จะลาออกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ระบบบัญชีรายชื่อของพรรคเพื่อไทย โดยมีเหตุผลว่า ต้องการเปิดทางให้คนรุ่นใหม่ได้ทำหน้าที่ผู้แทนราษฎร 

 

สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ไม่ได้เกี่ยวกับข้อตกลงที่บอกว่าเป็นรัฐมนตรีจะต้องลาออกจาก สส. เพียงแต่ในช่วงที่ผ่านมามีงานที่ต้องรับผิดชอบในกระทรวงและโครงการต่างๆ ที่ต้องผลักดันให้ประชาชน งานในการประชุมสภาจึงกลายเป็นอุปสรรคส่วนหนึ่ง คิดว่าเป็นเรื่องที่ดีที่ตนจะได้ทุ่มเททำงานให้กับกระทรวงคมนาคมอย่างเต็มที่ 

 

ขณะที่ ประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวว่า เพื่อเปิดทางให้กับคนรุ่นใหม่ของพรรคได้เข้ามาทำหน้าที่ผู้แทนราษฎร เพื่อขับเคลื่อนงานนิติบัญญัติและแก้ไขปัญหาของพี่น้องประชาชน อีกทั้งเมื่อตนมารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ก็พบว่ามีภาระงานหลายเรื่องที่จะต้องเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหา พร้อมไปกับการยกระดับความสามารถด้านดิจิทัลของประเทศด้านต่างๆ ซึ่งเป็นภารกิจที่สำคัญอย่างยิ่ง และจะต้องอาศัยการทำงานเชิงรุกอย่างมาก 

 

แม้ขณะนี้หลายโครงการได้ริเริ่มดำเนินการแล้ว แต่ก็ยังต้องติดตามสานต่อโดยละเอียดเพื่อให้เป็นผลสำเร็จโดยเร็ว ดังนั้น จึงต้องการที่จะใช้ทุกสรรพกำลังผลักดันงานด้านดิจิทัลให้เกิดประโยชน์กับประชาชนและประเทศโดยเร็วที่สุด  

 

ประเสริฐกล่าวว่า ตนได้พิจารณาอย่างรอบคอบรอบด้าน และเป็นความต้องการที่จะเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ของพรรค จึงตัดสินใจที่จะลาออกจากตำแหน่ง สส. โดยเชื่อมั่นในความสามารถและศักยภาพของคนรุ่นใหม่ของพรรคเพื่อไทย ว่าจะสามารถผลักดันภารกิจด้านนิติบัญญัติเพื่อแก้ไขปัญหาให้ประชาชนได้อย่างเต็มที่

 

อ้างอิง: 

The post ราชกิจจาฯ ประกาศ ‘ละออง-ณณัฏฐ์’ ขยับขึ้นเป็น สส. ปาร์ตี้ลิสต์ เพื่อไทย แทนสมศักดิ์-ประเสริฐ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เพื่อไทยคืนชีพ ‘1 กีฬา 1 รัฐวิสาหกิจ พลัส’ นำรัฐวิสาหกิจ-เอกชน หนุนวงการกีฬาให้มีศักยภาพ https://thestandard.co/pheu-thai-1-sport-1-gov-ent-plus/ Tue, 28 Mar 2023 09:08:45 +0000 https://thestandard.co/?p=769828

วันนี้ (28 มีนาคม) ผศ.พิมล ศรีวิกรม์ ประธานที่ปรึกษานโย […]

The post เพื่อไทยคืนชีพ ‘1 กีฬา 1 รัฐวิสาหกิจ พลัส’ นำรัฐวิสาหกิจ-เอกชน หนุนวงการกีฬาให้มีศักยภาพ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (28 มีนาคม) ผศ.พิมล ศรีวิกรม์ ประธานที่ปรึกษานโยบายด้านกีฬา พรรคเพื่อไทย และนายกสมาคมกีฬาเทควันโดแห่งประเทศไทย ร่วมกับคณะที่ปรึกษา ชลิตรัตน์ จันทรุเบกษา, ณณัฏฐ์ หงษ์ชูเวช ร่วมแถลงข่าวเปิดตัวนโยบาย ‘1 กีฬา 1 รัฐวิสาหกิจ พลัส’ 

 

ผศ.พิมลกล่าวว่า นโยบายนี้เคยเกิดขึ้นครั้งแรกระหว่างปี 2544-2549 ตอนที่ ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี และประสบความสำเร็จอย่างมากในโอลิมปิกเกมส์ 2008 ที่กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน ที่ได้เหรียญรางวัลมาถึง 6 เหรียญทอง หลังจากเกิดการปฏิวัติก็ได้ยกเลิกไป ถึงแม้จะเอากลับมาอีกครั้งก็ไม่ประสบความสำเร็จเหมือนเดิม จนปัจจุบันเหลือเพียงสมาคมกีฬาเทควันโดฯ เพียงสมาคมเดียวที่ยังได้รับการสนับสนุนจากรัฐวิสาหกิจอย่างธนาคารอาคารสงเคราะห์ ตั้งแต่ปี 2548 มาจนถึงตอนนี้ 

 

ผศ.พิมลกล่าวอีกว่า เมื่อเห็นประโยชน์และความสำเร็จจากนโยบายนี้ในอดีต ทำให้เพื่อไทยอยากจะนำกลับมาอีกครั้ง ที่สำคัญรัฐวิสาหกิจไทยกว่า 20 แห่ง มีกำไร 2 แสนล้านบาทต่อปี ถ้าเจียดมาสัก 1 เปอร์เซ็นต์มาช่วยวงการกีฬา ก็จะสร้างสิ่งดีๆ ให้ทั้งสังคม เศรษฐกิจ และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ยิ่งนักกีฬาไทยได้เหรียญทอง ได้ฟังเพลงชาติไทย เป็นความสุขของคนไทย ครั้งนี้ถ้าเพื่อไทยได้เป็นรัฐบาลจะทำให้สำเร็จภายใน 100 วันแรก โดยแนวทางจะตั้งคณะกรรมการที่ดูแลโดยกระทรวงการคลัง 7-9 คน พิจารณาการสนับสนุนสมาคมกีฬาต่างๆ ช่วงแรกเน้นไปที่กีฬาสากลที่มีในโอลิมปิกเกมส์, เอเชียนเกมส์, ซีเกมส์ ที่หวังผลเป็นเลิศได้

 

ผศ.พิมลกล่าวอีกว่า สิ่งที่รัฐวิสาหกิจจะได้รับจากการสนับสนุนสมาคมกีฬานี้ จะได้สิทธิผู้สนับสนุนมีที่นั่งในคณะกรรมการบริหารสมาคมอย่างน้อย 1 ตำแหน่ง รวมทั้งสามารถตรวจสอบความโปร่งใสเรื่องงบการเงินของสมาคมได้ ที่สำคัญสมาคมต้องสร้างผลงานในระดับนานาชาติซึ่งเป็นเครื่องชี้วัดในการสนับสนุนต่อไปในอนาคตด้วย

 

“สมาคมที่ใช้เงินเยอะก็ต้องจับกับรัฐวิสาหกิจที่เงินเยอะหน่อย ต้องเป็นการพูดคุยกันว่าสมาคมไหนเหมาะกับหน่วยงานไหน ไม่มีอะไรตายตัว แต่จะอธิบายกับรัฐวิสาหกิจว่าสร้างประโยชน์กับวงการกีฬาและประเทศ รวมทั้งรัฐวิสาหกิจอย่างไรบ้าง” ผศ.พิมลกล่าว

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ปัจจุบันกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติมีงบประมาณ 4 พันล้านบาทต่อปีในการสนับสนุนวงการกีฬา จะทับซ้อนกับนโยบาย 1 กีฬา 1 รัฐวิสาหกิจ พลัส หรือไม่ ผศ.พิมลกล่าวว่า จากประสบการณ์ในการบริหารสมาคมกีฬาเทควันโดฯ งบจากทางกองทุนฯ ไม่สามารถดูแลได้ครอบคลุมทั้งหมด เพราะมีระเบียบกำหนดอยู่ นโยบายนี้จึงจะเข้ามาสนับสนุนได้มากขึ้น ช่วยให้การทำงานยืดหยุ่นได้มากขึ้น ไม่ติดอยู่กับกรอบเดิมๆ

 

ส่วนการรักษาเจ้าอาเซียนในมหกรรมซีเกมส์ ผศ.พิมลมองว่า ที่ผ่านมาในทุกครั้งที่พรรคเป็นรัฐบาล กีฬาไทยมีสถิติที่ดีมากอยู่เสมอ ตั้งแต่ยุคพรรคไทยรักไทย ยืนยันว่าทางพรรคจะเดินหน้าต่อ เพราะซีเกมส์เป็นศักดิ์ศรีของคนไทย

 

“ส่วนตัวผมเองเข้ามาช่วยเหลือในด้านกีฬา ไม่ได้กลับเข้ามาเล่นการเมือง ไม่ได้ต้องการตำแหน่งใดๆ แต่อยากเห็นวงการกีฬาไทยกลับมาคึกคักอีกครั้งเหมือนตอนที่เพื่อไทยเคยเป็นรัฐบาล” ผศ.พิมลกล่าว

The post เพื่อไทยคืนชีพ ‘1 กีฬา 1 รัฐวิสาหกิจ พลัส’ นำรัฐวิสาหกิจ-เอกชน หนุนวงการกีฬาให้มีศักยภาพ appeared first on THE STANDARD.

]]>