จากความสำเร็จของซีรีส์ซูเปอร์ฮีโร่เรื่อง Moving […]
The post Light Shop การร่ำลาครั้งสุดท้ายที่พรมแดนแห่งความตาย appeared first on THE STANDARD.
]]>

จากความสำเร็จของซีรีส์ซูเปอร์ฮีโร่เรื่อง Moving ทาง Disney+ Hotstar เมื่อปีกลาย ทำให้ Light Shop ได้รับความสนใจเป็นพิเศษ เพราะเป็นผลงานของ คังฟูล เหมือนกัน โดยเขายังทำหน้าที่เขียนบทที่ดัดแปลงมาจากเว็บตูนของตัวเองเช่นเคย และเป็นอีกครั้งที่เขาหลอกล่อคนดูด้วยหน้าซีรีส์สไตล์แมส แต่เนื้อในกลับซ่อนความหมายบางอย่างเอาไว้ได้อย่างน่าสนใจ
หากเคยติดใจกับซีรีส์ซูเปอร์ฮีโร่ แต่เนื้อในคือการเข้าไปสำรวจชีวิตของคนเหนือมนุษย์ใน Moving ซีรีส์ Light Shop ก็หลอกให้เราสนใจด้วยเรื่องราวของภูตผี มีบรรยากาศสยองขวัญแบบจัดเต็มในพาร์ตแรก ก่อนจะพาคนดูเข้าสู่ความซาบซึ้งกินใจในพาร์ตหลัง จนทำให้ย้อนคิดได้ว่า ‘ผี’ ที่เรากลัวๆ กันอาจจะไม่น่ากลัวอย่างที่คิด

Light Shop เริ่มต้นด้วยฉากชายคนหนึ่งเดินลงจากรถบัส เขาชื่อ ฮยอนมิน (ออมแทกู) เป็นเวลา 3 วันแล้วที่เขาได้พบกับ จียอง (ซอลฮยอน) สาวปริศนามานั่งรออยู่ที่ท่ารถพร้อมกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ เขาชวนเธอกลับไปที่บ้านในตรอกมืดๆ แห่งหนึ่ง ก่อนจะพบว่าในกระเป๋าใบนั้นมีอุปกรณ์ผ่าตัดชวนสยองเต็มไปหมด ตัดมาอีกฉากเป็นภาพของ ฮยอนจู (ชินอึนซู) นักเรียนมัธยมปลาย เธอรีบวิ่งเข้าไปในตรอก เพราะได้ยินเสียงฝีเท้าใครสักคนเดินตามเธอมา และซ่อนตัวอยู่ที่ร้านโคมไฟที่ที่แม่ของเธอสั่งให้ไปซื้อหลอดไฟทุกคืน
ส่วนอีกฉากเป็นเรื่องของนักเขียน ซอนแฮ (คิมมินฮา) เธอกำลังย้ายเข้าไปในบ้านที่มีห้องลับ ด้านในมีไฟที่กะพริบเปิดและปิดเป็นเวลา และในบ้านหลังนี้ยังมีเงาสูงใหญ่ดูน่ากลัวคอยติดตามเธอ ในช่วงเวลาเดียวกัน นักสืบ ซองซิก (แบซองอู) กำลังตามล่าผู้ต้องสงสัยในตรอกเดียวกันอย่างไม่รู้เหน็ดเหนื่อย นอกจากนี้ยังมีพยาบาล ยองจี (พัคโบยอง) พยาบาลประจำห้อง ICU ที่มีความสามารถพิเศษคือมองเห็นสิ่งเหนือธรรมชาติ

แทบทุกตัวละครที่เล่ามาล้วนมีความผูกพันกับร้านโคมไฟซึ่งดูแลโดย วอนยอง (จูจีฮุน) ที่จะเป็นพื้นที่ปลอดภัยเพียงแห่งเดียวในตรอกอันมืดมิดแห่งนี้ ว่าแต่ที่นี่จะเป็นเพียงแค่ร้านโคมไฟธรรมดาจริงหรือ และผู้คนเหล่านี้กำลังจะทำอะไรกันแน่
Light Shop เปิดตัวด้วยความสับสนงงงวยของตัวละครมากมาย และความสยองขวัญในบรรยากาศชวนขนลุก ทั้งพื้นผิวอันชื้นแฉะที่ป้ายรถเมล์ ในซอยเปลี่ยว และบ้านเรือนดูลึกลับ เหมือนจะกำกับอารมณ์คนดูว่าต่อจากนี้จะเต็มไปด้วยเรื่องลี้ลับจากเหล่าตัวละครพฤติกรรมชวนสงสัย จนกระทั่งเวลาผ่านไปสักระยะ ก็พอจะเข้าใจว่ากว่าครึ่งในจำนวนนั้นอาจจะไม่ใช่คนธรรมดา และคาดเดาว่าอะไรคือจุดเชื่อมโยงให้พวกเขามารวมตัวกัน

ตอนแรกก็แอบผิดหวังเล็กๆ ว่าผลงานของคังฟูลมาแค่นี้จริงๆ หรือ เมื่อบวกกับช่วงแรกที่โปรโมตว่าเนื้อหาจะออกมาค่อนข้างอบอุ่นหัวใจยิ่งชวนงงเข้าไปใหญ่ อย่างไรก็ตาม หากมองแค่การกำกับอารมณ์คนดู ก็เรียกได้ว่าใช้ประโยชน์จากความสยองขวัญอย่างเต็มที่ และมีหลายฉากชวนลุ้นเหมือนดูซีรีส์ตื่นเต้นๆ ดีๆ สักเรื่อง
จนกระทั่งทุกอย่างมาเฉลยในตอนท้ายของตอนที่ 4 ว่านี่คือการเข้าไปสำรวจห้วงคำนึงของผู้คนในภาวะก่อนตายว่าพวกเขากำลังคิดอะไร หรือมีอะไรอยู่เหนือธรรมชาติที่ยังผูกพันถึงขั้นเหนี่ยวรั้งจิตวิญญาณพวกเขาอยู่ ก็ต้องยอมรับในความกล้าเสี่ยงที่จะทำให้หลายคนถอดใจไปง่ายๆ ก่อนจะเข้าสู่ประเด็นหลัก
“ผู้คนที่มีประสบการณ์เฉียดตายต่างเล่าหลายอย่างตรงกัน พวกเขายืนกรานว่าเห็นแสงสว่างจ้า พวกเขายืนกรานว่าเห็นอุโมงค์สีดำ…พวกเขายืนกรานว่าได้เจอคนที่รักอีกครั้ง”

ในพาร์ตหลังคือการเข้าไปสำรวจชีวิตของเหยื่อจากอุบัติเหตุครั้งใหญ่ที่ทำให้หลายคนอยู่ในภาวะเฉียดตาย ถ้าเทียบกับของไทยก็คล้ายกับบทประพันธ์เรื่อง หลายชีวิต เพียงแต่ Light Shop ไม่ได้เล่าแค่พาร์ตดราม่า แต่พูดถึงภาวะกึ่งจริงกึ่งฝัน และเบื้องหลังความน่าสะพรึงกลัวของ ‘ผี’ อาจจะเกิดขึ้นเพียงเพราะผูกพันหรืออยากบอกลาใครสักคน
จียองคือตัวละครที่น่ากลัวที่สุดในพาร์ตแรก และกลายเป็นตัวละครที่น่าสงสารที่สุดในพาร์ตหลัง เมื่อได้รู้เหตุผลที่เธอลากกระเป๋าและพกเครื่องมือผ่าตัดติดตัวตลอดเวลา ก็เพียงเพราะต้องการประกอบร่างคนรักขึ้นมาใหม่ ยังไม่นับรวมความอาภัพเมื่อครั้งที่ยังมีชีวิตอยู่อีกต่างหาก

ขณะที่ร่างกายสูงใหญ่ที่ติดตามซอนแฮก็คือวิญญาณของคนรักต่างวัยที่ประสบอุบัติเหตุร่วมกัน ที่น่าเศร้ากว่านั้นคือทั้งคู่จากลาด้วยความไม่เข้าใจ ทำให้วิญญาณของซอนแฮยังวนเวียนอยู่ในบ้านเช่า ขณะที่คนรักก็คอยวนเวียนอยู่รอบตัวเธอไม่ไปไหน
ส่วนฮยอนจูก็ยังวนเวียนซื้อหลอดไฟแล้วกลับบ้านไปหาแม่อยู่ซ้ำๆ จนเริ่มเข้าใจสถานการณ์ เช่นเดียวกับนักสืบซองซิกที่เริ่มเข้าใจว่าเขาติดอยู่ในห้วงคำนึงและความเจ็บปวดจากอดีต การเยียวยาตัวเองขณะมีชีวิตผ่านการทำงานหนักจนติดตัวมาในโลกแห่งความตาย โดยในอีพีที่ 5-6 คือการขยี้ประเด็นดราม่าและค่อยๆ คลี่คลายปมต่างๆ ขณะเดียวกันอารมณ์สยองขวัญก็ยังอยู่ พร้อมๆ กับความซาบซึ้งกินใจที่เพิ่มเข้ามา

ความน่าสนใจอีกอย่างของ Light Shop คือการใส่สัญลักษณ์ซ่อนไว้ในเรื่องมากมาย อย่างเช่น เลข 8 ที่คนดูมักจะได้เห็นในฉากต่างๆ สื่อถึงเครื่องหมายอินฟินิตี ที่เหล่าวิญญาณเวียนว่ายทำอะไรแบบเดิมๆ ไม่จบไม่สิ้น ส่วนตรอกมืดๆ ก็เป็นเหมือนอุโมงค์แห่งความตายที่คนมีประสบการณ์เฉียดตายมักจะได้เห็น และร้านโคมไฟก็เป็นเหมือนจุดรวมแสงสุดท้ายของชีวิต
เรียกได้ว่า Light Shop เป็นมากกว่าซีรีส์สยองขวัญทั่วไป แต่ให้รสชาติใหม่ระหว่างความน่ากลัวและความซาบซึ้งที่ดูเหมือนจะไม่เข้ากัน แต่กลับกลมกล่อม ซึ่งอาจจะเป็นแค่ไม่กี่ครั้งที่ดูซีรีส์ผีแล้วแอบมีน้ำตา
The post Light Shop การร่ำลาครั้งสุดท้ายที่พรมแดนแห่งความตาย appeared first on THE STANDARD.
]]>
หลังจากฉายรอบพรีเมียร์ที่งานเทศกาล Busan Film Festival […]
The post สัมภาษณ์เปิดตัว Connect ซีรีส์สุดลึกลับสยองขวัญ จองแฮอิน โกคยองพโย คิมฮเยจุน นำแสดง กับคำตอบชวนลุ้นรอดูธันวาคมนี้! appeared first on THE STANDARD.
]]>
หลังจากฉายรอบพรีเมียร์ที่งานเทศกาล Busan Film Festival 2022 ทีมนักแสดงซีรีส์ Connect พร้อมด้วยผู้กำกับก็ได้เปิดให้สื่อมวลชนสัมภาษณ์ เพราะเสียงตอบรับหลังรอบฉายออกมาในทางที่ดี และทำให้ทุกคนรอคอยซีรีส์ Connect ออริจินัลคอนเทนต์ของ Disney+ ที่จะเข้าฉายอย่างเป็นทางการในเดือนธันวาคมนี้
ผู้กำกับ มิอิเกะ ทาคาชิ และนักแสดงนำซีรีส์ Connect จองแฮอิน, โกคยองพโย และ คิมฮเยจุน ขึ้นมาบนเวทีเพื่อพูดถึงการทำงานในซีรีส์สุดสยอง Connect เล่าถึง ดงซู มนุษย์สปีชีส์หนึ่งที่แม้ว่าร่างกายจะฉีกขาดออกจากกันหรือเกิดบาดแผลใหญ่อย่างไรก็ตาม ร่างกายจะรักษาตัวเองให้กลับมาเป็นปกติได้ และเมื่อดงซูถูกแก๊งค้าอวัยวะลักพาตัวไปเขาหนีรอดมาได้ แต่ต้องเสียดวงตาไปข้างหนึ่ง และกลับกลายเป็นว่าดวงตาข้างนั้นได้รับการผ่าตัดเปลี่ยนให้กับฆาตกรต่อเนื่องที่ตำรวจกำลังต้องการตัวที่สุด

มิอิเกะ ทาคาชิ ผู้กำกับชาวญี่ปุ่นที่มากำกับซีรีส์เกาหลีเป็นครั้งแรก เขาดูหน้าตาขึงขังแต่ก็รีบออกตัวว่าไม่ชินกับการที่มีกล้องคอยจับภาพอยู่ตรงหน้าเยอะๆ มิอิเกะเริ่มเล่าย้อนไปถึงครั้งแรกที่ได้รับการติดต่อจาก Studio Dragon
“ตอนที่ผมได้รับโทรศัพท์จาก Studio Dragon ตอนนั้นผมคิดว่าจะได้กำกับ Crash Landing on You Season 2 เสียอีก แต่พอรู้ว่าเป็นซีรีส์ Connect และได้รับบทมาอ่าน ผมชอบมันมากๆ เลยครับ เราทำงานกันหนักมากกับซีรีส์เรื่องนี้ ผมได้รับความช่วยเหลือและร่วมมืออย่างมากมายจาก Disney+ และ Studio Dragon เป็นครั้งแรกที่ทำงานกับสตรีมมิง ทีมงานสร้าง นักแสดงเกาหลี และยังเป็นซีรีส์เกาหลีที่จะส่งต่อไปยังผู้ชมทั่วโลก”
มิอิเกะ ทาคาชิ กำกับภาพยนตร์รวมถึงซีรีส์ญี่ปุ่นมาจำนวนมาก ขึ้นแท่นเป็นผู้กำกับที่มีสไตล์หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น 13 Assassins, Ichi the Killer และ Gozu ซึ่งเขามีลายเซ็นชัดเจนในผลงานที่เกี่ยวข้องกับความรุนแรง ซึ่งเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้เขาได้รับการติดต่อเพื่อสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ให้วงการซีรีส์เกาหลี “ผมให้ความสำคัญกับฉากเลือด รวมถึงฉากต่อสู้หวาดเสียวต่างๆ เหล่านี้มาก เพราะมันควรจะเป็นธรรมชาติมากๆ ผมพยายามสร้างสรรค์ให้มันแตกต่างออกไป เพื่อที่จะทำให้ซีรีส์แตกต่างออกไปด้วยเช่นกัน
“ผมไม่ได้ทำตามเทรนด์ แต่พยายามถ่ายทอดความคิดออกไปในซีรีส์ Connect ในแบบที่ผมคิดว่าผมพอใจกับมัน อาจจะมีหลายคนที่ดูแล้วรู้สึกว่าต่างไปจากงานอื่นๆ ของผม ต่างจากที่เขาคาดหวังว่าจะได้เห็น แต่ซีรีส์เรื่องนี้เป็นไดเรกชันที่ผมวางแผนมาอย่างดีและเชื่อว่าจะได้รับความพอใจจากผู้ชม แฟนๆ ที่รอคอยอยู่น่าจะได้เห็นอะไรใหม่ๆ ที่แตกต่างออกไปครับ”

จองแฮอิน ได้ให้สัมภาษณ์ถึงงานนำแสดงเรื่อง Connect ที่เขาต้องปรับคาแรกเตอร์ให้คาดดวงตาเอาไว้ข้างหนึ่งตลอดเวลา ในตอนแรกเขาคิดว่าจะมีปัญหาเรื่องภาษา การสื่อสาร และวัฒนธรรมการทำงานที่แตกต่าง เพราะผู้กำกับเป็นคนญี่ปุ่น แต่ปรากฏว่าไม่มีปัญหาอะไรแบบนั้นเลย เพราะในแง่ของภาษาก็มีล่ามที่ทำหน้าที่ได้ยอดเยี่ยมตลอดเวลา ส่วนผู้กำกับมิอิเกะก็เป็นคนอารมณ์ดี ทำให้บรรยากาศในกองถ่ายเป็นไปอย่างสนุกสนาน
“ตัวผมเองคิดว่าการทำงานของเราไม่มีปัญหาเรื่องการสื่อสารเลย ผมมักจะแสดงออกผ่านทางหน้าตาและภาษาร่างกาย แล้วเราก็เข้าใจกันได้ดีมากจนลืมเรื่องภาษาไปเลย อย่างหนึ่งที่ผมรู้คือ ผู้กำกับมิอิเกะเขาเป็นคนตลกและก็อารมณ์ดีมาก แต่ผมต้องคอยหัวเราะตอนที่ล่ามแปลเสร็จแล้ว น่าจะเป็นอย่างเดียวที่ผมเสียใจที่ไม่ได้ขำไปกับมุกตลกของเขาทันทีที่พูดน่ะครับ”
ความยากในการแสดงบทดงซู ในซีรีส์ Connect คือการที่ตัวละครสูญเสียดวงตาไปข้างหนึ่ง ทำให้ต้องปิดตา และสำหรับคนธรรมดาที่ต้องปิดตาข้างหนึ่ง การใช้ชีวิตจะกลายเป็นเรื่องยากทันที จองแฮอินได้เล่าให้ฟังถึงตอนที่เขาต้องปรับตัวให้เข้ากับการปิดตาข้างหนึ่งว่า “ตัวละครของผมต้องปิดตาข้างหนึ่งไว้ตลอดเวลา ในกองถ่ายตอนที่เราพักกอง เวลาที่ผมถอดที่ปิดตาออกมันก็จะมึนหัวมากนะครับ เพราะตลอดเวลาที่ถ่ายทำ ผมต้องมองด้วยตาข้างเดียวตลอด ยิ่งตอนที่แสดงฉากแอ็กชันก็จะยากหน่อย เพราะกะระยะไม่ได้เลย ก็จะอันตรายเหมือนกัน แต่ทีมก็เก่งมากๆ ในการช่วยเหลือ และผมก็ฝึกฝนมันซ้ำๆ เพื่อผ่านความยากลำบากเหล่านี้ไปให้ได้”
จองแฮอิน รับบท ฮาดงซู มนุษย์สปีชีส์พิเศษที่ชื่อ Connect เขาเติบโตมาอย่างโดดเดี่ยวและยากไร้ มีเพียงกีตาร์และเสียงดนตรีเป็นเพื่อน และเป็นอย่างเดียวที่เชื่อมโยงเขากับโลกปกติ

โกคยองพโย เกริ่นก่อนถึงคำถามว่าตัวเขาเองได้เข้าไปดูรอบฉายพิเศษซีรีส์ Connect ในงานเทศกาล Busan International Film Festival เมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา และเสียงตอบรับของคนดูก็ออกมาดีจนทำให้เขาภูมิใจ
“ผมรับบทเป็นฆาตกรต่อเนื่องในซีรีส์ Connect ซึ่งเป็นคาแรกเตอร์ที่แตกต่างจากผลงานในปีนี้ที่ผมมีงานหลากหลายมากครับ ทั้งซีรีส์วัยรุ่น คอเมดี้ โรแมนติก กับบทของโอจินฮยอบ ในซีรีส์ Connect คาแรกเตอร์แตกต่างออกไปที่สุดแล้ว
“โดยปกติผมจะเตรียมพร้อมการแสดงในแต่ละซีรีส์ให้แตกต่างไป ผมมักจะท้าทายตัวเองด้วยการมองหาอะไรใหม่ๆ ผมอยากแสดงคาแรกเตอร์ตัวละครให้คนดูรู้สึกร่วมไปกับเรื่องราวด้วย นอกจาก Connect ผมเองก็ยังรอคอยคาแรกเตอร์ที่แตกต่างออกไปในอนาคตครับ”
โกคยองพโย รับบท โอจินฮยอบ ชายหนุ่มโปรไฟล์ดีที่ได้รับการผ่าตัดเปลี่ยนดวงตา และทำให้เกิดการเชื่อมโยงกับดงซูผ่านการมองเห็นสิ่งต่างๆ แม้ว่าในโลกแห่งความเป็นจริงทั้งสองจะแตกต่างเหมือนอยู่โลกคนละใบ

คิมฮเยจุน นักแสดงหญิงที่เข้าร่วมแคสต์เป็นคนสุดท้ายของซีรีส์ พูดชมผู้กำกับมิอิเกะและการทำงานในซีรีส์ Connect ว่าเป็นงานที่ทันสมัยและมีสไตล์เฉพาะตัวมากๆ “Connect เป็นทั้งซีรีส์และหนังในเวลาเดียวกันเลยค่ะ ฉันได้ดูอีพี 1-3 เรียบร้อยแล้ว การแสดงของพี่จองแฮอินและพี่โกคยองพโยน่าทึ่งมาก ดูสากลมากๆ ด้วย เชื่อว่าตอนที่ซีรีส์เข้าฉายแล้วน่าจะสร้างความประทับใจให้กับผู้ชมได้มาก
“ฉันเป็นนักแสดงคนสุดท้ายที่เข้าร่วมแคสต์นี้ค่ะ ตอนที่ได้อ่านบทมันตื่นเต้นมากๆ ยิ่งได้รู้ว่าจะได้แสดงร่วมกับใครบ้างก็แทบไม่ต้องคิดเลยค่ะว่าฉันต้องตอบตกลง ซีรีส์ Connect เป็นความท้าทายใหม่ๆ ในการแสดงของฉันเลย เพราะมีฉากที่ต้องต่อสู้และแอ็กชันด้วย”
คิมฮเยจุน รับบท อีรัง หญิงสาวลึกลับที่กำลังติดตามหาความหมายและตัวตนจริงๆ ของสิ่งที่เรียกว่า Connect สำหรับเธอแล้วไม่ได้มองว่าดงซูเป็นสัตว์ประหลาด แต่มองเป็นความพิเศษอย่างหนึ่งที่น่าทึ่ง
ซีรีส์ Connect จะออกอากาศให้ได้ชมกันเต็มๆ 6 อีพี ในเดือนธันวาคมนี้ ทาง Disney+ นำแสดงโดย จองแฮอิน, โกคยองพโย และ คิมฮเยจุน เป็นผลงานการกำกับของผู้กำกับชาวญี่ปุ่น มิอิเกะ ทาคาชิ ส่วนบทซีรีส์ดัดแปลงมาจากเว็บตูนปี 2019 ในชื่อเดียวกัน นักเขียนที่รับหน้าที่ดัดแปลงเป็นบทซีรีส์คือ นากามูระ มาซารุ และ ฮอดัม
ตัวอย่างซีรีส์ Connect
ภาพ: Disney+
The post สัมภาษณ์เปิดตัว Connect ซีรีส์สุดลึกลับสยองขวัญ จองแฮอิน โกคยองพโย คิมฮเยจุน นำแสดง กับคำตอบชวนลุ้นรอดูธันวาคมนี้! appeared first on THE STANDARD.
]]>
ยังคงปล่อยของออกมาให้แฟนๆ ได้ติดตามอย่างต่อเนื่อง สำหรั […]
The post Marvel Studios เผยตัวอย่างแรก Werewolf by Night วางโปรแกรมต้อนรับ ‘ฮาโลวีน’ ปีนี้ appeared first on THE STANDARD.
]]>
ยังคงปล่อยของออกมาให้แฟนๆ ได้ติดตามอย่างต่อเนื่อง สำหรับ Marvel Studios ที่ปล่อยตัวอย่างแรกของผลงานพิเศษอย่าง Werewolf by Night ออกมาให้แฟนๆ ได้ชมภายในงาน D23 Expo กับผลงานแนวสยองขวัญภาพขาว-ดำเพื่อต้อนรับเทศกาลฮาโลวีน พร้อมวางกำหนดฉาย 7 ตุลาคมนี้ ทาง Disney+ Hotstar

Werewolf by Night เป็นภาพยนตร์สั้นที่นำเรื่องราวของตัวละครจาก Marvel Comics อย่าง Werewolf by Night ที่สร้างสรรค์โดย Gerry Conway และ Mike Ploog ในปี 1972 มานำเสนอ โดยบอกเล่าเรื่องราวของ Jack Russell (Gael García Bernal) ชายหนุ่มที่ถูกคำสาปจากครอบครัวของตนเอง ซึ่งทำให้เขาสามารถกลายร่างเป็นมนุษย์หมาป่าได้ ก่อนที่เขาจะใช้พลังของตัวเองในการต่อกรกับเหล่าปีศาจ
Werewolf by Night จะได้ Michael Giacchino คอมโพเซอร์มากฝีมือที่เคยร่วมงานกับ Marvel Studios มาแล้วใน Spider-Man: No Way Home (2021) และ Thor: Love and Thunder (2022) มานั่งแท่นผู้กำกับ พร้อมด้วย Gael García Bernal จาก Amores Perros (2000) มาสวมบทเป็น Werewolf by Night และ Laura Donnelly จาก Outlander (2014)
รับชมตัวอย่างได้ที่นี่
อ้างอิง:
The post Marvel Studios เผยตัวอย่างแรก Werewolf by Night วางโปรแกรมต้อนรับ ‘ฮาโลวีน’ ปีนี้ appeared first on THE STANDARD.
]]>
หลังจาก Midsommar เทศกาลสยอง ได้เข้าให้บริการบนสตรีมิง […]
The post 10 หนังและซีรีส์ผีจากความเชื่อพื้นบ้านของเอเชีย ที่สยองไม่แพ้ที่ใดในโลก appeared first on THE STANDARD.
]]>
หลังจาก Midsommar เทศกาลสยอง ได้เข้าให้บริการบนสตรีมิง และติดอันดับ Top 10 Netflix Thailand ในสัปดาห์แรกที่เข้าฉาย โดยภาพยนตร์สยองขวัญเรื่องเยี่ยมนี้ได้รับแรงบัลดาลใจมาจากตำนานพื้นบ้านของประเทศสวีเดน ส่งให้ภาพยนตร์มีกลิ่นอายของความ Exotic ที่เป็นรสชาติแปลกใหม่ต่างไปจากภาพยนตร์สยองขวัญเรื่องอื่นๆ ในสื่อกระแสหลัก เมื่อมองย้อนกลับมาสู่วงการอุตสาหกรรมภาพยนตร์และซีรีส์ของภูมิภาคเอเชียนั้น ก็เรียกได้ว่ามีชื่อเสียงในการส่งออกภาพยนตร์และซีรีส์สยองขวัญที่ยังคงเสน่ห์ สร้างความน่าตื่นเต้น และสยดสยองได้อย่างถึงพริกถึงขิงไม่แพ้ใคร
THE STANDARD POP จึงถือโอกาสรวบรวมผลงานภาพยนตร์และซีรีส์สยองขวัญที่ถูกสร้างขึ้นจากเรื่องเล่า วัฒนธรรม และความเชื่อพื้นบ้านในท้องถิ่นของเหล่าประเทศในแถบภูมิภาคเอเชียให้ทุกคนได้รับชมกัน

ภาพประกอบ: นิสากร ฤทธาภัย
The post 10 หนังและซีรีส์ผีจากความเชื่อพื้นบ้านของเอเชีย ที่สยองไม่แพ้ที่ใดในโลก appeared first on THE STANDARD.
]]>
เป็นอีกหนึ่งโปรเจกต์ที่น่าจับตามองสำหรับซีรีส์เขย่าขวัญ […]
The post Cate Blanchett จะแสดงซีรีส์เรื่อง Disclaimer ของ Apple TV+ ที่ได้ Alfonso Cuarón มากำกับ appeared first on THE STANDARD.
]]>
เป็นอีกหนึ่งโปรเจกต์ที่น่าจับตามองสำหรับซีรีส์เขย่าขวัญเรื่องใหม่ของ Apple TV+ ในชื่อ Disclaimer เพราะนักแสดงที่จะมารับบทนั่นคือดาราเจ้าบทบาท Cate Blanchett และนักแสดงรุ่นใหญ่ย่าง Kevin Kline อีกทั้งยังกำกับโดย Alfonso Cuarón นักสร้างหนังชาวเม็กซิกันคนแรกในประวัติศาสตร์ที่ได้รับรางวัลออสการ์สาขาผู้กำกับยอดเยี่ยม
Disclaimer สร้างมาจากนวนิยายชื่อเดียวกันโดย Renee Knight ว่าด้วยเรื่องราวของ Catherine Ravenscroft (รับบทโดย Cate Blanchett) ผู้ซึ่งเป็นนักข่าวสารคดีที่ประสบความสำเร็จและเป็นที่นับถือจากการเปิดโปงความลับดำมืดของสถาบันแห่งหนึ่ง แต่จู่ๆ เธอก็พบหนังสือที่เขียนโดยพ่อหม้าย (รับบทโดย Kevin Kline) วางอยู่ข้างเตียง และเธอก็ต้องขวัญผวาเมื่อพบว่าตัวเองคือตัวละครที่เป็นกุญแจสำคัญของเนื้อเรื่องที่เธอหวังว่าได้กลบฝังไปแล้วในอดีต
Alfonso จะทำหน้าที่ทั้งกำกับ เขียนบท และเป็นผู้บริหารฝ่ายการผลิตภายใต้บริษัทโปรดักชันของเขาอย่าง Esperanto Filmoji โดยฝีมือการทำหนังของเขาก็เป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะจากผลงานเรื่องล่าสุดอย่าง Roma (2018) ของ Netflix ที่เขาลงมือกำกับ เขียนบท โปรดิวซ์ ตัดต่อ และยังเป็น Cinematographer ซึ่ง Roma ก็ได้รับเสียงชื่นชมมากมาย พร้อมคว้ารางวัลออสการ์ 3 รางวัลได้สำเร็จ นอกจากนั้นยังมีภาพยนตร์เรื่อง Gravity (2013) ที่เป็นผลงานชิ้นโบแดงของเขาอีกเรื่องที่ทำให้เขาได้รับรางวัลออสการ์เช่นกัน โดย Disclaimer จะเป็นโปรเจกต์แรกจากการเซ็นสัญญาร่วมงานกันระหว่าง Alfonso Cuarón และ Apple อีกด้วย
ส่วน Cate Blanchett ก็จะมีบทบาทเป็นผู้บริหารฝ่ายการผลิตควบคู่ไปกับการแสดงเช่นกัน และนี่ยังเป็นครั้งแรกสำหรับ Kevin Kline ที่จะได้แสดงซีรีส์ เพราะก่อนหน้านี้เขาแสดงภาพยนตร์และละครเวทีเท่านั้น ซึ่ง Kevin ก็ไม่ธรรมดาเช่นกันเพราะเขาเองก็เคยได้รับรางวัลออสการ์มาแล้วจากการแสดงเรื่อง A Fish Called Wanda (1988)
ภาพ: Stephane Cardinale – Corbis/Corbis via Getty Images
อ้างอิง:
The post Cate Blanchett จะแสดงซีรีส์เรื่อง Disclaimer ของ Apple TV+ ที่ได้ Alfonso Cuarón มากำกับ appeared first on THE STANDARD.
]]>
Folklore ซีซัน 2 คือออริจินัลซีรีส์สยองขวัญจาก HBO Asia […]
The post Folklore ซีซัน 2 ตอน Broker of Death เมื่อ ‘ความจน’ น่ากลัวกว่าวิญญาณร้าย ‘ความงมงาย’ จึงกลายเป็นทางรอดที่เหลืออยู่ appeared first on THE STANDARD.
]]>
Folklore ซีซัน 2 คือออริจินัลซีรีส์สยองขวัญจาก HBO Asia ที่ชักชวน 6 ผู้กำกับเอเชียมากฝีมือมาร่วมสร้างสรรค์เรื่องราว ผ่านการหยิบนำความเชื่อและตำนานลี้ลับจากไต้หวัน, ญี่ปุ่น, ไทย, ฟิลิปปินส์, อินโดนีเซีย และสิงคโปร์ มานำเสนอให้ผู้ชมได้ทำความรู้จักกับคำว่า ‘ความกลัว’ ในแง่มุมต่างๆ
สำหรับตอนที่ 3 Broker of Death คือผลงานการกำกับของผู้กำกับชาวไทย โดม-สิทธิศิริ มงคลศิริ เจ้าของผลงาน แสงกระสือ (2562) และได้ คงเดช จาตุรันต์รัศมี ผู้กำกับและมือเขียนบทจากภาพยนตร์ Where We Belong (2019) มารับหน้าที่เขียนบท
โดยจุดเริ่มต้นของผลงานครั้งนี้ มาจากการที่โดมได้เห็นข่าวที่ชาวบ้านเดินทางเข้าป่าช้าเพื่อขโมยกะโหลกของคนตายและนำไปทำเป็นเครื่องรางของขลัง จนกลายเป็นธุรกิจที่ไม่ต่างกับธุรกิจอื่นๆ พวกเขาจึงหยิบนำเรื่องราวเหล่านี้มานำเสนอในรสชาติของภาพยนตร์สยองขวัญความยาว 50 นาที
Broker of Death บอกเล่าเรื่องราวของ มานพ (ต้น-นฑี งามแนวพรม) พ่อหม้ายวัย 45 ปี ที่เปิดร้านเครื่องรางของขลังเป็นฉากหน้า และทำงานเบื้องหลังเป็นนายหน้าจัดหาศพ หรือ Broker of Death เพื่อหาเงินมาจ่ายค่ารักษาพยาบาลของ เจิน (เจนนิษฐ์ โอ่ประเสริฐ) ลูกสาวที่กำลังเป็นโรคลูคีเมีย
กระทั่งวันหนึ่ง มานพได้รับงานให้ไปเก็บศพสำหรับนำมาใช้ในพิธีกรรมบางอย่าง เพื่อเสริมอำนาจบารมีให้กับนักการเมืองผู้มั่งคั่ง แต่ไม่นานจากนั้นก็เกิดเหตุการณ์ประหลาดขึ้นกับเจินและทำให้ร่างกายของเธอแย่ลงเรื่อยๆ จนนำมาสู่เหตุการณ์ที่มานพต้องตัดสินว่าจะช่วยชีวิตลูกของตนเองอย่างไร
Broker of Death เรียกว่าเป็นผลงานที่ชักชวนให้เราติดตามตั้งแต่เห็นชื่อทีมงานเบื้องหลัง ทั้งผู้กำกับอย่างโดมที่หยิบนำเรื่องราวของผีกระสือมาปรุงแต่งใหม่จนเกิดเป็นภาพยนตร์สยองขวัญเรื่อง แสงกระสือ ที่ผสมผสานความสยองขวัญและความโรแมนติกดราม่าออกมาได้อย่างลงตัว และมือเขียนบทอย่างคงเดชที่มักจะหยิบนำปัญหาสังคมในแง่มุมต่างๆ มาสอดแทรกไว้ในทุกผลงานอยู่เสมอ
เช่นเดียวกับผลงานครั้งนี้ ที่แม้ภาพยนตร์จะอบอวลไปด้วยบรรยากาศชวนสยอง แต่ความโดดเด่นของ Broker of Death กลับไม่ใช่การสร้างความขวัญผวาให้แก่ผู้ชม แต่เป็นเรื่องราวของตัวละครที่พาเราไปสำรวจต้นสายปลายเหตุว่า ‘ทำไม’ พวกเขาเหล่านั้นถึงตัดสินใจทำสิ่งต่างๆ และ ‘อะไร’ ที่พาพวกเขามาถึงจุดนี้ โดยมีคำว่า ‘ความจน’ เป็นตัวขับเคลื่อนเรื่องราวทั้งหมด เพื่อถ่ายทอดให้เราเห็นว่า ความน่ากลัวของ ‘ความจน’ สามารถผลักดันให้ตัวละครภายในเรื่องยอมทำทุกอย่างเพื่อความอยู่รอดได้อย่างไร
อีกทั้งโดมยังนำเสนอเรื่องราวของสองพ่อลูกอย่างมานพและเจินที่อัดแน่นไปด้วยเนื้อหาเข้มข้นจริงจัง ผ่านจังหวะจะโคนของภาพยนตร์สยองขวัญที่มีลูกล่อลูกชนในการสร้างความลุ้นระทึกออกมาได้อย่างกลมกล่อม ไม่ว่าจะเป็นการเคลื่อนกล้อง จังหวะการตัดต่อ ไปจนถึงเมกอัพเอฟเฟกต์ต่างๆ ที่อาจจะไม่ได้ดูหวือหวา แต่กลับยิ่งเสริมให้เหตุการณ์ต่างๆ ภายในเรื่องสมจริงสมจังมากขึ้นกว่าเดิม
และหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญที่ชักชวนให้ผู้ชมติดตามเรื่องราวต่อจนถึงตอนจบ คือสองนักแสดงนำอย่าง ต้น-นฑี งามแนวพรม และ เจนนิษฐ์ โอ่ประเสริฐ หนึ่งในสมาชิกวง BNK48
สำหรับ ต้น เรามักจะได้ชมผลงานของเขาผ่านการแสดงโฆษณาในหลากหลายบทบาท ซึ่งล้วนเป็นผลงานที่ทำให้ผู้ชมต่างจดจำเขาได้เป็นอย่างดี และสำหรับการสวมบทบาทเป็นมานพ ต้นก็ถ่ายทอดมิติของตัวละครที่ต้องเผชิญหน้ากับแรงกดดันมากมายที่ถาโถมเข้ามา รวมถึงแง่มุมของการเป็นพ่อที่พยายามทำทุกอย่างเพื่อช่วยเหลือลูกของตัวเองออกมาได้อย่างน่าประทับใจ
ด้าน เจนนิษฐ์ ที่เคยพิสูจน์ความสามารถทางการแสดงให้ทุกคนได้ชมมาแล้วในภาพยนตร์ Where We Belong ซึ่งอาจเป็นเพราะข้อจำกัดด้านระยะเวลาของตัวภาพยนตร์ ครั้งนี้เราจึงได้เห็นบทบาทของเธอค่อนข้างน้อย แต่เมื่อเรื่องราวดำเนินมาถึงฉากที่ตัวละครเจินถูกวิญญาณร้ายเข้าสิง เธอก็ถ่ายทอดความหวาดกลัวและความเจ็บปวดออกมาได้อย่างสมจริงสมจัง
ในภาพรวมแล้ว Folklore ซีซัน 2 ตอน Broker of Death ถือเป็นผลงานการกำกับของโดมที่เราชื่นชอบพอๆ กับ แสงกระสือ ทั้งกลวิธีนำเสนอที่สร้างความขวัญผวาให้เราได้ดี อีกทั้งยังเสริมให้แกนหลักสำคัญของภาพยนตร์ชัดเจนยิ่งขึ้นอีกด้วย และสำหรับแฟนๆ ของเจนนิษฐ์ เราคิดว่าผลงานครั้งนี้ทุกคนจะได้เห็นบทบาทการแสดงของเธอในแง่มุมที่แตกต่างไปจากเดิมอย่างแน่นอน
สามารถรับชม Folklore ซีซัน 2 ตอน Broker of Death ได้แล้ววันนี้ ทาง HBO GO
ชมตัวอย่างได้ที่นี่
https://www.youtube.com/watch?v=5iPAkb1GfbM
ภาพ: HBO GO
The post Folklore ซีซัน 2 ตอน Broker of Death เมื่อ ‘ความจน’ น่ากลัวกว่าวิญญาณร้าย ‘ความงมงาย’ จึงกลายเป็นทางรอดที่เหลืออยู่ appeared first on THE STANDARD.
]]>
อีกหนึ่งโปรเจกต์น่าสนใจสำหรับผู้ที่ชอบเสพเรื่องราวเขย่า […]
The post Kantana Audio Drama โปรเจกต์ปลุกตำนานละครวิทยุกลับมาเขย่าขวัญนักฟังอีกครั้ง เปิดตัวด้วยเรื่อง ‘หมาดำ’ ต้อนรับฮาโลวีนนี้ appeared first on THE STANDARD.
]]>
อีกหนึ่งโปรเจกต์น่าสนใจสำหรับผู้ที่ชอบเสพเรื่องราวเขย่าขวัญ แต่คราวนี้ กันตนา โมชั่น พิคเจอร์ส จะพากลับไปปลุกตำนาน ‘ละครวิทยุ’ อีกครั้งกับ Kantana Audio Drama เปิดตัวด้วยเรื่อง ‘หมาดำ’ เวอร์ชัน 2021 ที่คนฟังกลับไปสู่บรรยากาศชวนหลอนยามดึก ผ่านทางสตรีมมิง Joox และ YouTube ช่อง Kantana Motion Pictures
สำหรับโปรเจกต์ Kantana Audio Drama ดูแลโดย ติ้ว-นฤชล กัลย์จาฤก ผู้กำกับ ทายาทรุ่น 3 ของกันตนา ที่หยิบเอา ‘หมาดำ’ บทละครวิทยุระดับตำนาน อีกทั้งยังเคยถูกสร้างเป็นละครโทรทัศน์ในปี 2535 กลับมาปัดฝุ่น อัปเดตเป็นเวอร์ชัน 2021 ด้วยระบบเสียง Binaural 3D Audio มาใช้ในศาสตร์ละครวิทยุ และนั่นจะส่งให้ผู้ฟังสายเขย่าขวัญได้อรรถรสชวนหลอนในแบบรอบทิศทาง
สำหรับ ‘หมาดำ’ เป็นบทละครวิทยุแนว Psychological Thriller ที่ถูกเขียนขึ้นในช่วงปี 2500 ที่ชวนให้นึกไปถึงผลงานคลาสสิกของ อัลเฟรด ฮิตซ์ค็อก อย่าง Psycho (2503) ซึ่งถือว่าแปลกใหม่อย่างมากสำหรับแวดวงละครวิทยุเมืองไทย โดยสร้างสรรค์ผลงานโดย ‘คณะกันตนา’ ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นจุดกำเนิดของบริษัทผลิตความบันเทิงชื่อดังอย่าง Kantana ในปัจจุบัน
ติ้ว นฤชล เล่าถึงโปรเจกต์ท้าทายครั้งใหม่ของตัวเองว่า “ที่เลือกเรื่อง หมาดำ เพราะแก่นของเรื่องเป็นสัจธรรมที่ไม่ล้าสมัย นั่นคือ ‘ความโลภนำมาซึ่งความฉิบหาย’ สิ่งที่น่าสนใจคือ แรงบันดาลใจในการเขียนเรื่องนี้ของคุณย่ามาจากรูปข่าวในหนังสือพิมพ์เพียงรูปเดียว พูดถึงชายคนหนึ่งที่มาเคารพศพหมาดำที่เขาฝังไว้หน้าบ้านทุกวัน”
ส่วน ‘หมาดำ’ เวอร์ชัน 2021 จะถูกนำมาเล่าใหม่ โดยเป็นการเชื่อมโยงเรื่องราวในอีก 20 ปีต่อมา หลังจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นใน ‘ไร่วนาสวัสดิ์’ จังหวัดกาญจนบุรี ตัวละครเอกคือ กันต์ นักธุรกิจหนุ่มไฟแรงทายาทเจ้าของไร่ ตัดสินใจเดินทางเพื่อค้นหา อุลกะมณีดํา หินอุกกาบาต ที่เชื่อว่ามีอำนาจสามารถช่วยผู้ครอบครองบรรลุความปรารถนาสูงสุด เพื่อที่จะนำไปขายใช้หนี้ให้บริษัทที่ใกล้จะล้มละลายเต็มทน
ขณะเดียวกันความเร้นลับในอดีตหรือความโลภในจิตใจมนุษย์สิ่งใดกันจะกลายเป็นจุดเริ่มต้นของโศกนาฏกรรมครั้งใหม่ และสุดท้าย อุลกะมณีดำ จะเลือกใครเป็นผู้ครอบครอง นั่นมีคำถามปลายเปิดที่ หมาดำ กำลังรอคอยนักฟังสยองในปี 2564 ให้ได้ไปหาคำตอบด้วยตัวเอง
และแน่นอนที่สุด หัวใจสำคัญของ Audio Drama คือ ‘เสียง’ ของทีมนักแสดงผู้พากย์ที่จะนำทีมโดย ท็อป ทศพล, ตุ๊กตา The voice, เอม ภูมิภัทร, แนนซี่ ดารินา และ ไฟต์ รัชพนธ์ และได้รับเกียรติจากนักแสดงคุณภาพ หมู-กลศ อัทธเสรี และ สอง-วจี กัลย์จาฤก มาร่วมทีมด้วย
ถึงตอนนี้ใครที่สนใจใคร่ฟัง ‘หมาดำ’ เวอร์ชัน 2021 ในรูปแบบละครเสียง (มีความยาวทั้งหมด 8 อีพี) สามารฟังได้ผ่านทางสตรีมมิง Joox และ YouTube ของ Kantana Motion Pictures เริ่มอีพี 1-2 ไปแล้วเมื่อ เที่ยงคืนวันที่ 28 ตุลาคมที่ผ่านมา และจะอัปเดตอีพีใหม่ทุกวันศุกร์ เวลา 18.00 น.
The post Kantana Audio Drama โปรเจกต์ปลุกตำนานละครวิทยุกลับมาเขย่าขวัญนักฟังอีกครั้ง เปิดตัวด้วยเรื่อง ‘หมาดำ’ ต้อนรับฮาโลวีนนี้ appeared first on THE STANDARD.
]]>
HBO Asia ปล่อยทีเซอร์แรกของ Folklore ซีซัน 2 ออริจินัลซ […]
The post เจนนิษฐ์ BNK48 แสดงนำใน Folklore ซีซัน 2 ซีรีส์สยองขวัญ 6 ตอนที่ได้ โดม สิทธิศิริ จาก แสงกระสือ ร่วมกำกับ เริ่ม 14 พ.ย. นี้ ทาง HBO Asia appeared first on THE STANDARD.
]]>
HBO Asia ปล่อยทีเซอร์แรกของ Folklore ซีซัน 2 ออริจินัลซีรีส์สุดสยองที่จะพาผู้ชมไปพบกับ 6 เรื่องราวแห่ง ‘ความกลัว’ เพื่อทดสอบจิตใจของมนุษย์เมื่อได้สัมผัสกับพลังเหนือธรรมชาติ โดยถ่ายทอดผ่านวิสัยทัศน์ของ 6 ผู้กำกับชาวเอเชีย ซีรีส์มีกำหนดฉายทุกวันอาทิตย์ เวลา 21.00 น. ทาง HBO GO เริ่มสตรีมตอนแรก 14 พฤศจิกายนนี้
สำหรับ Folklore ซีซัน 2 จะเป็นการหยิบนำเรื่องราวความเชื่อและตำนานลี้ลับจากไต้หวัน, ญี่ปุ่น, ไทย, ฟิลิปปินส์, อินโดนีเซีย และ สิงคโปร์ มานำเสนอให้ผู้ชมได้ทำความรู้จัก โดยซีรีส์จะแบ่งเรื่องราวออกเป็น 6 ตอนด้วยกัน

เริ่มต้นด้วย The Rope ผลงานจากผู้กำกับชาวไต้หวัน Shih-Han Liao นำแสดงโดย Vivian Sung หรือ Sung Yun-Hwa จากภาพยนตร์ Our Times (2015) และ Wu Kang-Ren จากออริจินัลซีรีส์บน HBO Asia เรื่อง The World Between Us (2009)
บอกเล่าเรื่องราวของหญิงสาวคนหนึ่งที่กำลังเดินทางกลับบ้านหลังจากเข้าร่วมพิธีแต่งงาน แต่ในระหว่างทาง เธอได้บังเอิญเข้าไปในพิธีชำระล้างดวงวิญญาณที่ฆ่าตัวตาย ซึ่งเจ้าหน้าที่พิธีกรรมเตือนเธอว่า เมื่อเข้ามาแล้ว จำเป็นต้องเข้าร่วมพิธีจนเสร็จสิ้นกระบวนการ มิเช่นนั้นเธอจะถูกสาป อย่างไรก็ตามเธอวิ่งหนีออกจากพิธีกรรมและคำเตือนนั้นไป และนั่นจึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เธอต้องเผชิญกับเหตุการณ์ประหลาด เสมือนว่ากำลังมีบางสิ่งกำลังตามหลอกหลอนเธออยู่ไม่ขาดสาย

The Day the Wind Blew ผลงานจากผู้กำกับชาวญี่ปุ่น Seiko Matsuda ไอดอลชื่อดังที่ผันตัวมานั่งแท่นผู้กำกับเป็นครั้งแรก นำแสดงโดย Win Morisaki จากภาพยนตร์ Ready Player One (2018) และ Haori Takahashi จากภาพยนตร์ One Week Friends (2017)
บอกเล่าเรื่องราวของมิกะ หญิงสาวมัธยมปลายที่เดินทางมาดูคอนเสิร์ตของ เคน ชายในฝันและนักร้องคนโปรดของเธอ แต่หลังจากที่เธอกลับจากคอนเสิร์ต เธอก็มักจะสัมผัสได้ถึงลมหนาวประหลาดคอยไล่ตามหลังเธอไปทุกหนแห่ง พร้อมทั้งเหตุการณ์ประหลาดมากมายที่ทำให้เธอต้องขวัญผวา

Broker of Death ผลงานจากผู้กำกับชาวไทย โดม-สิทธิศิริ มงคลศิริ จากภาพยนตร์ แสงกระสือ (2019) พร้อมด้วยสองนักแสดงนำ ต้น-นฑี งามแนวพรม จากภาพยนตร์ อรหันต์ซัมเมอร์ (2008) และ เจนนิษฐ์ โอ่ประเสริฐ จากภาพยนตร์ Where We Belong (2019)
บอกเล่าเรื่องราวของ มานพ (ต้น-นฑี งามแนวพรม) พ่อหม้ายวัย 45 ปีที่เปิดร้านเครื่องลางของขลังเป็นฉากหน้า และทำงานเบื้องหลังเป็นนายหน้าจัดหาศพ เพื่อหาเงินมาจ่ายค่ารักษาพยาบาลของลูกสาว แต่แล้ววันหนึ่ง เขาได้รับงานให้ไปเก็บศพสำหรับนำมาใช้ในพิธีสมสู่กับศพ เพื่อเสริมอำนาจบารมีให้กับนักการเมืองผู้มั่งคั่ง ซึ่งนำมาสู่เหตุการณ์ที่เขาต้องตัดสินใจว่าจะเลือก วิญญาณหลอกหลอน หรือ ความจน

7 Days of Hell ผลงานจากผู้กำกับชาวฟิลิปปินส์ Erik Matti นำแสดงโดย Dolly de Leon จากภาพยนตร์ Midnight in a Perfect World (2020) และ Roshson Barman
บอกเล่าเรื่องราวของตำรวจหญิงผู้ยึดมั่นในความยุติธรรม ที่ต้องแข่งกับเวลาเพื่อช่วยชีวิตลูกชายของตัวเองที่ป่วยเป็นโรคประหลาดหมอผีอาคมแก่กล้าได้ลงคาถาสาปเขาไว้ และกำลังจะเสียชีวิตลงในอีกไม่กี่สัปดาห์ หนทางเดียวที่จะช่วยชีวิตลูกชายของเธอได้ คือการให้เขาขอขมาและชดใช้ต่อหมอผี

Grandma’s Kiss ผลงานจากผู้กำกับชาวอินโดนีเซีย Billy Christian นำแสดงโดย Lydia Kandou และ Ken Zuraida
บอกเล่าเรื่องราวของ Marni หญิงชราที่ย้านเข้ามาอาศัยในบ้านพักคนชราแห่งหนึ่ง โดยลูกสาวของเธอเป็นคนพาเธอมาไว้ที่นี่ ซึ่งทำให้เธอมาพบกับ Ningsih เพื่อนร่วมห้องที่เธอสงสัยว่าอาจจะไม่ใช่คนธรรมดา หากแต่เป็น Palasik ผีประเภทหนึ่งที่กำลังหลอกหลอนคนในบ้านพัก และด้วยวิธีการบางอย่าง Palasik จะยอมทำให้ความปรารถนาใดๆ ของใครบางคนเป็นความจริง ซึ่งทำให้ Marni เริ่มลังเลว่าจะขอให้ Palasik ช่วยให้ความปรารถนาของตัวเองเป็นจริงดีหรือไหม

The Excursion ผลงานจากผู้กำกับชาวสิงคโปร์ Nicole Midori Woodford นำแสดงโดย Mindee Ong จากภาพยนตร์ The Transcend (2014) และ Darren Lim จากซีรีส์ Loving You (2020)
บอกเล่าเรื่องราวของหญิงสาวที่ป่วยเป็นโรคซึมเศร้าและทนทุกข์จากอาการนอนไม่หลับ สามีของเธอไม่เคยอยู่บ้าน และลูกชายของเธอคุยแต่กับเพื่อนในจินตนาการ ภายใต้ความเครียดมหาศาล เธอเริ่มมองเห็นผีที่ดูคุ้นเคยในบ้านของตัวเอง พฤติกรรมที่ไม่อยู่กับร่องกับรอยของลูกชายเริ่มเป็นอันตรายและคุกคามถึงชีวิต เธอจึงต้องทำทุกวิถีทางเพื่อช่วยเหลือสามีและภรรยาของตัวเองให้ได้
รับชมตัวอย่างได้ที่นี่

The post เจนนิษฐ์ BNK48 แสดงนำใน Folklore ซีซัน 2 ซีรีส์สยองขวัญ 6 ตอนที่ได้ โดม สิทธิศิริ จาก แสงกระสือ ร่วมกำกับ เริ่ม 14 พ.ย. นี้ ทาง HBO Asia appeared first on THE STANDARD.
]]>
ก่อนหน้านี้เราได้รวบรวม 20 ฉากสุดประทับใจจากภาพยนตร์ Fe […]
The post 50 ภาพยนตร์และซีรีส์สยองขวัญ ลี้ลับ สืบสวนสอบสวน ที่จะทำให้การเก็บตัว ‘อยู่บ้าน’ ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป appeared first on THE STANDARD.
]]>
ก่อนหน้านี้เราได้รวบรวม 20 ฉากสุดประทับใจจากภาพยนตร์ Feel Good ให้ทุกคนเก็บไว้ดูเยียวยาจิตใจในสุดสัปดาห์กันไปแล้ว ครั้งนี้ถึงคิวของคอภาพยนตร์และซีรีส์สยองขวัญกันบ้าง
ใครที่ชอบความสยดสยอง ระทึกขวัญ หรือสนุกไปกับการคลี่คลายปมของตัวละคร THE STANDARD POP รวบรวม 50 ภาพยนตร์และซีรีส์สยองขวัญ ลี้ลับ สืบสวนสอบสวน ที่ต้องลุ้นจนตัวเกร็ง สนุกจนหยุดดูไม่ได้ มาเป็นตัวเลือกให้ทุกคนจนลงลิสต์ไว้ดูกันแบบจุใจ
และไม่แน่ว่าบางเรื่องอาจทำให้ความรู้สึกในช่วงเก็บตัวอยู่บ้านไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป



ภาพประกอบ: นิสากร ฤทธาภัย
The post 50 ภาพยนตร์และซีรีส์สยองขวัญ ลี้ลับ สืบสวนสอบสวน ที่จะทำให้การเก็บตัว ‘อยู่บ้าน’ ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป appeared first on THE STANDARD.
]]>
หลังจากได้รับกระแสตอบรับอย่างดีในซีซันแรก Folklore ออริ […]
The post Folklore ซีรีส์สยองขวัญจาก HBO Asia จะกลับมาอีกครั้งในซีซัน 2 โดม สิทธิศิริ จากแสงกระสือ ตัวแทนฝั่งไทยเข้าร่วมกับอีก 6 ผู้กำกับทั่วเอเชีย appeared first on THE STANDARD.
]]>
หลังจากได้รับกระแสตอบรับอย่างดีในซีซันแรก Folklore ออริจินัลซีรีส์สยองขวัญที่รวบรวมผู้กำกับที่มีผลงานโดดเด่นทั่วเอเชีย มาเล่าเรื่องราวความเชื่อและตำนานลี้ลับที่สะท้อนถึงเอกลักษณ์ท้องถิ่นเฉพาะตัวของแต่ละประเทศ สร้างโดย HBO Asia กำลังจะกลับมาอีกครั้งในซีซันที่ 2 โดยตัวแทนฝั่งไทยจะได้ โดม-สิทธิศิริ มงคลศิริ ผู้กำกับ แสงกระสือ (Inhuman Kiss) เป็นตัวแทนฝั่งไทยที่จะได้กำกับหนึ่งตอน ร่วมกับอีก 6 ผู้กำกับทั่วเอเชีย
Folklore ซีซัน 2 จะมีทั้งหมด 7 ตอน มีความยาวตอนละ 1 ชั่วโมง กำกับโดยผู้กำกับชาวเอเชียที่มีผลงานโดดเด่นหรือเป็นคลื่นลูกใหม่ที่น่าสนใจ ได้แก่ โดม-สิทธิศิริ มงคลศิริ จากประเทศไทย, ซือฮั่นเหลียว จากไต้หวัน, เอริก แมตตี จากฟิลิปปินส์, บิลลี คริสเตียน จากอินโดนีเซีย, นิโคล มิโดริ วู้ดฟอร์ด จากสิงคโปร์, แบรดลีย์ ลิว จากมาเลเซีย เปิดท้ายด้วย เซโกะ มัตสึดะ นักร้องและนักแต่งเพลงชาวญี่ปุ่น จะเป็นตัวแทนประเทศสำหรับการเปิดตัวงานการกำกับเรื่องแรกของเธอ
ด้านเนื้อหาใน Folklore ซีซัน 2 จะยังคงไว้ซึ่งการสะท้อนวัฒนธรรมความเชื่อของแต่ละท้อนถิ่น แต่ยังเพิ่มปัจจัย ‘ความกลัว’ เพื่อทดสอบสภาพจิตใจของมนุษย์เมื่อได้สัมผัสกับพลังเหนือธรรมชาติ
โดยซีรีส์ทั้ง 7 ตอน จะเริ่มต้นถ่ายทำและเข้าฉายในช่วงปี 2021 ทางช่อง HBO GO และ HBO ใน 25 ประเทศแถบเอเชียที่ดูแลโดย HBO Asia
พิสูจน์อักษร: ภาวิกา ขันติศรีสกุล
อ้างอิง:
The post Folklore ซีรีส์สยองขวัญจาก HBO Asia จะกลับมาอีกครั้งในซีซัน 2 โดม สิทธิศิริ จากแสงกระสือ ตัวแทนฝั่งไทยเข้าร่วมกับอีก 6 ผู้กำกับทั่วเอเชีย appeared first on THE STANDARD.
]]>
Instinct ซ่อน ล่า หน้าสัตว์ คือซีรีส์เรื่องใหม่จากบ้านก […]
The post เผยด้านมืดของคุณในทวิตเตอร์ออกมา! กลยุทธ์โปรโมตซีรีส์ใหม่ของกันตนาที่น่าสนใจ appeared first on THE STANDARD.
]]>
Instinct ซ่อน ล่า หน้าสัตว์ คือซีรีส์เรื่องใหม่จากบ้านกันตนาที่ทำงานร่วมกับ LINE TV ซึ่งเป็นซีรีส์แนวสยองขวัญที่เสนอความจริง ความดิบ และความโหดที่สุดของมนุษย์ เล่าเรื่องที่เป็นเสมือนภาพสะท้อนของมนุษย์ในปัจจุบันที่เราซ่อน อำพรางตัวตน ออกล่าทำร้ายทำลายมนุษย์ด้วยกันเองเยี่ยงการล่าสัตว์ ฉะนั้นสิ่งที่คุณจะได้ชมในซีรีส์เรื่องนี้คือความรุนแรงระดับสูงที่ไม่เหมาะสำหรับเยาวชนอย่างแน่นอน และจากการออกอากาศตอนแรกพบว่า ‘สยองเกินตัว’ มากๆ
แต่หนึ่งสิ่งที่น่าสนใจไปกว่าความโหดเลือดสาดของซีรีส์เรื่องนี้คือการวางกลยุทธ์การโปรโมตที่น่าสนใจมากๆ กับการยิงสปอนเซอร์ในทวิตเตอร์ เรียกความสนใจจากผู้ใช้งาน ด้วยการตั้งประเด็นว่า
‘คุณเคยค้นหาคำเหล่านี้ในทวิตเตอร์หรือไม่’
ซึ่งตัวอย่างของคำ เช่น กะหรี่, ไซด์ไลน์, คลิปเสียว, แบล็กเมล์ ซึ่งเมื่อคุณได้ลองพิมพ์คำเหล่านี้ลงไปในช่องค้นหาในทวิตเตอร์แล้วก็จะพบกับตัวอย่างที่ถูกซ่อนไว้ในคำค้นหาเหล่านั้น ซึ่งมีเรื่องราวที่แตกต่างกันไป นับเป็นความน่าสนใจในการโปรโมตซีรีส์ที่บ่งบอกถึงเรื่องราวอันสำรวจถึงสภาพจิตใจส่วนดำมืดของมนุษย์ได้อย่างดี กับการดึงเอาพฤติกรรมด้านมืดของผู้คนในโซเชียลมีเดียออกมาใช้งานกับกลยุทธ์เก๋ๆ เช่นนี้
Instinct ซ่อน ล่า หน้าสัตว์ จะออกอากาศทุกวันพฤหัสบดี เวลา 20.00 น. ทาง LINE TV โดยซีรีส์ได้ ปัญญ์ หอมชื่น และอรอุษา ดอนไสว มานั่งเก้าอี้ผู้กำกับ ซึ่งพวกเขาเคยฝากผลงานโหดๆ อย่าง อวสานโลกสวย ที่พา สายป่าน-อภิญญา สกุลเจริญสุข ไปบ่มเพาะเชื้อโรคความโรคจิตมาแล้ว และหากอยากลองสัมผัสประสบการณ์แปลกใหม่ในการโปรโมตซีรีส์เรื่องใหม่นี้ คุณสามารถล็อกอินแอ็กเคานต์ทวิตเตอร์ของคุณได้ และชมคลิปนี้ให้จบ
ระวัง! ด้านมืดในตัวคุณมันแอบฟังคุณอยู่
ทุกครั้งที่คุณ Tweet หรือฟอลแอคสายดาร์คๆและคำหยาบ
ซีรีส์ INSTINCT ซ่อน ล่า หน้าสัตว์ จาก LINE TV
จะส่ง Trailer ตามสิ่งที่คุณคิดหรือ Tweet ไปให้
แน่จริงก็ลองพิมพ์ดูจะเจอคำว่าอะไร
เล่นได้เฉพาะใน Twitter เท่านั้น#ซ่อนด้านมืดไว้ให้ดี #INSTINCT pic.twitter.com/8FuLdFRpcI— INSTINCT ซ่อน ล่า หน้าสัตว์ (@INSTINCT_KMO) September 26, 2019
ภาพ: Kantana
พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์
The post เผยด้านมืดของคุณในทวิตเตอร์ออกมา! กลยุทธ์โปรโมตซีรีส์ใหม่ของกันตนาที่น่าสนใจ appeared first on THE STANDARD.
]]>
หลังจากที่ทุกคนได้พบเจอกับความโหดของสาวน้อย ‘เอสเธอร์’ […]
The post The Prodigy หนังสยองขวัญสัญชาติตะวันตกที่เล่นกับความเชื่อฝั่งตะวันออกได้อย่างน่าสนใจ appeared first on THE STANDARD.
]]>
หลังจากที่ทุกคนได้พบเจอกับความโหดของสาวน้อย ‘เอสเธอร์’ ในภาพยนตร์เรื่อง Orphan ไปแล้วเมื่อปี 2009 คราวนี้ก็ถึงคิวทายาทเด็กนรกคนต่อไปที่พร้อมออกโรงให้ผู้ชมพบเจอกับความสยองเกินวัยไร้เดียงสาของเขากับเด็กหนุ่มที่ชื่อว่า ‘ไมล์ส’
เรื่องราวของ The Prodigy จะพูดถึง ไมล์ส เด็กน้อยวัย 8 ขวบที่มีพัฒนาการมากกว่าเด็กคนอื่นๆ ในวัยเดียวกันและมีพฤติกรรมที่ก้าวร้าวรุนแรง จึงทำให้ ซาร่าห์ แม่ของเขาต้องไปปรึกษาจิตแพทย์จนได้พบกับความจริงที่ยากจะเชื่อ และเธอจะต้องแก้ไขเรื่องราวอันแสนเหลือเชื่อนี้ให้ได้เพื่อทวงคืนลูกชายที่น่ารักของตัวเองกลับคืนมา
ไมล์ส รับบทโดย แจ็คสัน โรเบิร์ต สก็อตต์ ที่แจ้งเกิดจากบท จอร์จจี้ เด็กน้อยในชุดเสื้อกันฝนสีเหลืองจากภาพยนตร์เรื่อง IT และซาร่าห์ รับบทโดย เทย์เลอร์ ชิลลิ่ง จากซีรีส์สุดฮิต Orange Is the New Black

หากจะพูดถึงความโหดเหี้ยมที่ควรจะเป็นจุดขายของเด็กน้อยคนนี้คงต้องบอกว่ายังทำได้ไม่สมใจคอหนังสยองขวัญเท่าไรนัก เพราะฉากที่โชว์ความดิบเถื่อนของไมล์สยังมีไม่มากพอ และฉากที่มีก็มีการใช้มุมกล้องและเทคนิคการตัดต่อเสียจนเราไม่สามารถเห็นถึงความสยองได้อย่างร้อยเปอร์เซ็นต์
ถึงแม้จะถูกตัดคะแนนเรื่องฉากสยองไปบ้าง แต่ The Prodigy ก็ยังได้คะแนนชดเชยที่น่าสนใจจากการเล่าเรื่องกึ่งหนังสืบสวนสอบสวนที่สามารถเล่นกับความอยากรู้ของผู้ชมได้เป็นอย่างดี โดยเนื้อเรื่องเล่าได้อย่างเรียบง่ายและเข้าใจได้ไม่ยาก และยังทำให้เราคิดตามด้วยว่าสุดท้ายแล้วตอนจบจะเป็นอย่างไร
โดยเฉพาะการหยิบเอาความเชื่อฝั่งตะวันออกที่พบได้ไม่บ่อยนักในหนังจากฝั่งตะวันตกมาช่วยอธิบายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเรื่อง ก็นับว่าเป็นลูกเล่นสำคัญที่ทำให้หนังมีมิติที่น่าสนใจมากขึ้นไปอีก
แต่สิ่งที่เรายกให้เป็นส่วนที่ดีที่สุดของหนังคือการแสดงของหนุ่มน้อยแจ็คสันที่พัฒนาจากเรื่อง IT เมื่อ 2 ปีก่อนมาแบบก้าวกระโดด โดยเฉพาะการแสดงออกในสองพาร์ตที่แตกต่างกันสุดขั้ว ที่บทจะอ้อนแม่ก็แสนน่าเอ็นดู แต่พอถึงบทก้าวร้าวก็แสดงออกมาได้อย่างมีพลังมากกว่าที่คิด จนกลายเป็นหนึ่งในนักแสดงเด็กที่น่าจับตามองมากๆ ว่าจะเติบโตในเส้นทางการแสดงได้อีกมากแค่ไหนในอนาคต
พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์
The post The Prodigy หนังสยองขวัญสัญชาติตะวันตกที่เล่นกับความเชื่อฝั่งตะวันออกได้อย่างน่าสนใจ appeared first on THE STANDARD.
]]>
ในงาน See What’s Next: Asia 2018 ที่สิงคโปร์ เช้าวันนี้ […]
The post จิม โสภณ, วิศิษฏ์ ศาสนเที่ยง, สิทธิศิริ มงคลศิริ เตรียมกำกับซีรีส์สยองขวัญ Netflix Original Content เรื่องแรกของไทย! appeared first on THE STANDARD.
]]>
ในงาน See What’s Next: Asia 2018 ที่สิงคโปร์ เช้าวันนี้ 8 พฤศจิกายน 2561 Netflix ได้มีการประกาศโปรเจกต์น่าสนใจที่จะเข้าฉายในปีหน้า ที่น่าจับตาคือ 2 ออริจินัลคอนเทนต์แนวสยองขวัญจากฝั่งไทย ที่จะได้ จิม-โสภณ ศักดาพิศิษฏ์ (ลัดดาแลนด์ และ เพื่อน..ที่ระลึก) มาปล่อยของอีกครั้งในเรื่อง เคว้ง: The Stranded
ด้าน วิศิษฏ์ ศาสนเที่ยง (เปนชู้กับผี, รุ่นพี่ และล่าสุดที่เตรียมจะเข้าฉายในไทยคือ สิงสู่) จะกำกับร่วมกับ โดม-สิทธิศิริ มงคลศิริ (Last Summer, แสงกระสือ) ในเรื่อง อุบัติกาฬ: Shimmers ซึ่งขณะนี้ทั้งสองโปรเจกต์อยู่ระหว่างดำเนินการก่อนถ่ายทำ เพื่อให้ทันเข้าฉายภายในปี 2019
เคว้ง (The Stranded) ว่าด้วยเรื่องราวของ ‘คราม’ ชายหนุ่มวัย 18 ปี ผู้รอดชีวิตจากภัยพิบัติสึนามิในหมู่เกาะแห่งทะเลอันดามัน พร้อมด้วยเพื่อนนักเรียนจากโรงเรียนเอกชนชื่อดังอีก 36 คน หลังเกิดเหตุการณ์น่าสะพรึงกลัวบนเกาะและความช่วยเหลือยังมาไม่ถึง ครามต้องลุกขึ้นเป็นผู้นำเพื่อช่วยเหลือตัวเองและเพื่อนให้รอดจากสถานการณ์ครั้งนี้
เคว้ง ดำเนินการผลิตโดย GMM Grammy และ H2L Media Group โดยมี เอกชัย เอื้อครองธรรม, แกรี เลวินสัน, สตีเวน ซิมส์, บิลลี ไฮน์ และ คริสเตียน เดอร์โซส์ เป็นผู้อำนวยการสร้าง โดยจะออกอากาศเป็นออริจินัลคอนเทนต์เรื่องแรกของประเทศไทยภายในปี 2019
สำหรับ อุบัติกาฬ (Shimmers) ซีรีส์ดราม่าเกี่ยวกับวัยรุ่น 5 คนในโรงเรียนห่างไกลแห่งหนึ่งทางตอนเหนือของประเทศไทย กลุ่มวัยรุ่นถูกผีจากอดีตตามหลอกหลอนในช่วงปิดเทอม และยังพบว่ามีสิ่งลี้ลับชวนสยองขวัญที่น่ากลัวกว่านั้นคอยคุกคาม ถือเป็นอีกโปรเจกต์แนวสยองขวัญของ วิศิษฏ์ ศาสนเที่ยง ที่ระยะหลังดูเหมือนจะขยันสร้างงานชวนขนลุกให้ผู้ชมได้ติดตามอย่างต่อเนื่อง
รายละเอียดเพิ่มเติม
พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า
The post จิม โสภณ, วิศิษฏ์ ศาสนเที่ยง, สิทธิศิริ มงคลศิริ เตรียมกำกับซีรีส์สยองขวัญ Netflix Original Content เรื่องแรกของไทย! appeared first on THE STANDARD.
]]>
The Haunting of Hill House ซีรีส์สยองขวัญจาก Netflix ที […]
The post The Haunting of Hill House จากวรรณกรรมสุดหลอนแห่งศตวรรษที่ 20 สู่ซีรีส์สยองขวัญที่คุณต้องดู appeared first on THE STANDARD.
]]>
The Haunting of Hill House ซีรีส์สยองขวัญจาก Netflix ที่กำลังพูดถึงกันตอนนี้มีความน่าสนใจมากขึ้นเรื่อยๆ เริ่มจาก สตีเฟน คิง ผู้สร้างหนังสยองขวัญอันโด่งดังยังเอ่ยปากชมว่า “นี่คือผลงานที่เข้าใกล้ความอัจฉริยะ” และหลังจากนั้นก็มีการตามหาฉากติดวิญญาณ (ซึ่งจริงๆ แล้วมีอยู่แทบทุกฉากโดยที่เราไม่ทันสังเกตเห็น) บางคนก็วิเคราะห์หาที่มาที่ไปของเรื่องราวจนกลายเป็นซีรีส์สยองขวัญที่ฮิตสุดๆ ในตอนนี้
The Haunting of Hill House คือซีรีส์สยองขวัญ 10 ตอน อ้างอิงจากนวนิยายชื่อเดียวกันในปี 1959 ของนักเขียนเรื่องสยองขวัญและลึกลับชื่อดัง เชอร์ลีย์ แจ็กสัน ว่าด้วยเรื่องของครอบครัวเครน เมื่อสามีภรรยาคู่หนึ่ง โอลิเวียร์ (รับบทโดย คาร์ลา กูจิโน) และฮิวจ์ (รับบทโดย เฮนรี โทมัส และทิโมธี ฮัตตัน) พร้อมลูกๆ อีก 5 คน ได้ย้ายเข้ามาในคฤหาสน์หลังงามช่วงฤดูร้อน บ้านหลังนี้มีอาถรรพ์ มันค่อยๆ กัดกินและฉีกอารมณ์ของแต่ละคนในครอบครัวออกเป็นชิ้นๆ ผ่านฝันร้ายซึ่งกลายเป็นต้นเหตุของโศกนาฏกรรมในครอบครัว และยังคงตามหลอกหลอนจนถึงปัจจุบัน

การดำเนินเรื่องตัดสลับเหตุการณ์ในอดีตเข้ากับปัจจุบันได้อย่างน่าลุ้นระทึก นอกจากเรื่องเหนือธรรมชาติแล้วยังผูกประเด็นดราม่าในครอบครัวเข้าไปได้อย่างน่าทึ่งด้วยการบอกเล่าชีวิตของสมาชิกในครอบครัวแต่ละคนซึ่งล้วนแต่มีปมปัญหาที่เกิดจากชีวิตในวัยเด็กที่บ้านหลังนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ไม่ว่าจะเป็นพี่ชายคนโต สตีเฟน เครน (รับบทโดย มีคีล เฮยส์มัน) เป็นนักเขียนหนังสือสยองขวัญ, เชอร์ลีย์ (รับบทโดย อลิซาเบธ รีเซอร์) พี่สาวคนโตเจ้าของธุรกิจจัดงานศพ, ธีโอดอร์ (รับบทโดย เคต ซีเกล) ลูกสาวคนกลางที่มีจิตสัมผัสเหมือนแม่, อีเลนอร์ หรือเนลล์ (รับบทโดย วิกตอเรีย เพเดเร็ตตี) ลูกสาวฝาแฝด สมาชิกที่อายุน้อยที่สุดในบ้าน และ ลุค (รับบทโดย โอลิเวอร์ แจ็คสัน-โคเฮน) ฝาแฝดชายที่สนิทกับเนลล์ที่สุด เขาโตขึ้นมาพร้อมกับยาเสพติดและพยายามเลิกมันมาตลอด
ปริศนาที่พวกเขาสงสัยมาตลอดจะค่อยๆ คลี่คลายเมื่อซีรีส์ดำเนินไปเรื่อยๆ พร้อมจังหวะการหลอกผีที่แปลกใหม่และจุดหักมุมที่ชวนให้คนดูลุ้นไปด้วยตลอด ซึ่งทั้งหมดก็ต้องยกเครดิตให้เหล่านักแสดงที่ทำหน้าที่ได้ยอดเยี่ยม รวมไปถึง ไมค์ ฟลานาแกน ผู้เขียนบทซีรีส์เรื่องนี้ที่ต่อยอดจากเรื่องราวต้นฉบับได้อย่างเข้มข้นและน่าติดตาม (ก่อนหน้านี้ไมค์เคยกำกับซีรีส์อย่าง Gerald’s Game และ Hush กับทาง Netflix ซึ่งได้รับคำชมไม่น้อย)
สำหรับใครที่ยังไม่ได้ดู บอกเลยว่าฮาโลวีนปีนี้มีอะไรให้คุณทำแน่ๆ ระหว่างดูซีรีส์เรื่องนี้ แค่มองหาผีที่ซ่อนในฉากต่างๆ ก็สนุกแล้ว

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์
The post The Haunting of Hill House จากวรรณกรรมสุดหลอนแห่งศตวรรษที่ 20 สู่ซีรีส์สยองขวัญที่คุณต้องดู appeared first on THE STANDARD.
]]>