ซีรีส์ฝรั่ง Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/ซีรีส์ฝรั่ง/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Sat, 04 Jul 2026 06:02:40 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 Millie Bobby Brown เผยว่ามีแค่สามคนที่รู้ชะตากรรมของ Eleven ใน Stranger Things https://thestandard.co/millie-bobby-brown-eleven-fate-stranger-things/ Sat, 04 Jul 2026 06:02:40 +0000 https://thestandard.co/?p=1226581 Millie Bobby Brown ในงานเปิดตัวภาพยนตร์

ชะตากรรมที่แท้จริงของ Eleven ตัวละครเอกของซีรีส์ Strang […]

The post Millie Bobby Brown เผยว่ามีแค่สามคนที่รู้ชะตากรรมของ Eleven ใน Stranger Things appeared first on THE STANDARD.

]]>
Millie Bobby Brown ในงานเปิดตัวภาพยนตร์

ชะตากรรมที่แท้จริงของ Eleven ตัวละครเอกของซีรีส์ Stranger Things ที่รับบทโดย Millie Bobby Brown ยังคงเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ทั่วไปในหมู่แฟนๆ โดยแฟนส่วนหนึ่งเชื่อว่าเธอยังคงมีชีวิตอยู่และได้เดินทางไปยังสถานที่ที่ตัวละคร Mike เคยกล่าวถึง ในขณะที่อีกหลายคนคิดว่าเธอจากไปพร้อมกับการทำลายโลก Upside Down อย่างที่ตั้งใจเอาไว้ และล่าสุด Millie Bobby Brown ก็ได้ออกมาพูดถึงประเด็นนี้ด้วยตัวเองแล้ว

 

ระหว่างเป็นแขกรับเชิญพอดแคสต์ Happy Sad Confused นักแสดงสาว Millie Bobby Brown เปิดเผยว่า เธอเป็นเพียงหนึ่งในสามคนที่รับรู้จุดจบที่แท้จริงของ Eleven และอีกสองคนนั้นก็คือพี่น้อง Duffer Brothers ผู้สร้างซีรีส์ Stranger Things นั่นเอง โดยสองพี่น้องแอบส่งข้อความชะตากรรมของ Eleven ให้เธอแบบลับๆ

 

“พวกเขาบอกว่า ‘ห้ามบอกใครเด็ดขาด เพราะเราปฏิญาณปิดเรื่องนี้เป็นความลับกันไว้แล้ว’” Millie Bobby Brown กล่าว และเผยอีกว่า “ไม่มีใครอื่นเลยที่รู้เรื่องนี้ มีแค่เรา 3 คนเท่านั้น และคำถามที่ว่าเราจะทำอย่างไรกับข้อมูลนั้นต่อไป ก็คงขึ้นอยู่กับพวกเขาแล้วล่ะ”

 

Millie Bobby Brown เผยความรู้สึกที่เพื่อนนักแสดง Stranger Things ของเธอหลายคนคิดว่าตัวละคร Eleven ตายไปแล้ว ซึ่งแตกต่างจากในซีรีส์ที่กลุ่มเพื่อนทั้งหมดต่าง ‘เชื่อ’ ว่าเธอยังมีชีวิตอยู่ ณ ที่ใดที่หนึ่ง เธอเล่าถึงโมเมนต์เมื่ออ่านข้อความความคิดเห็นของเพื่อนๆ พร้อมกับสามี Jake Bongiovi อย่างขำขันว่า

 

“Jake แบบ ‘อู้วว ความเห็นแยกเป็นสองฝั่งเลย’ แต่นักแสดงทั้งหมดคิดว่าฉันตายไปแล้ว อย่างแรกเลย หยาบคายมากนะนั่น คือมันบ่งบอกอะไรที่อยู่ในใจของพวกเขาได้อยู่นะ ‘เฮ้ทุกคน เราเข้าใจแล้ว เธออยากให้ฉันตาย!’ แต่สำหรับฉันก็ยังคง ‘เชื่อสุดใจ’ มามีความหวังกันต่อไปดีกว่า”

 

ภาพ: Kevin Winter/Getty Images

 

อ้างอิง: https://www.nme.com/news/tv/millie-bobby-brown-says-only-three-people-know-elevens-fate-in-stranger-things-3953137

The post Millie Bobby Brown เผยว่ามีแค่สามคนที่รู้ชะตากรรมของ Eleven ใน Stranger Things appeared first on THE STANDARD.

]]>
7 Things We Love About Fashion Series ซีรีส์ด้านวงการแฟชั่นที่ควรอยู่ในเช็คลิสต์ของคุณ https://thestandard.co/7-things-we-love-about-fashion-series/ Sun, 01 Mar 2026 12:00:47 +0000 https://thestandard.co/?p=1183115 ภาพประกอบรวมซีรีส์ด้านแฟชั่นชื่อดังที่คนรักสไตล์ไม่ควรพลาด

ในอุตสาหกรรมภาพยนตร์และซีรีส์ยุคใหม่ “แฟชั่น” ไม่ได้เป็ […]

The post 7 Things We Love About Fashion Series ซีรีส์ด้านวงการแฟชั่นที่ควรอยู่ในเช็คลิสต์ของคุณ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพประกอบรวมซีรีส์ด้านแฟชั่นชื่อดังที่คนรักสไตล์ไม่ควรพลาด

ในอุตสาหกรรมภาพยนตร์และซีรีส์ยุคใหม่ “แฟชั่น” ไม่ได้เป็นเพียงองค์ประกอบด้านภาพ แต่กลายเป็นหัวใจของการเล่าเรื่องอย่างเต็มตัว ตั้งแต่ยุคของ The Devil Wears Prada ที่ตีแผ่วงการนิตยสารแฟชั่นอย่างเผ็ดร้อนและสมจริง จนกลายเป็นภาพจำของโลกแมกกาซีนในวัฒนธรรมป็อป ไปจนถึงซีรีส์ร่วมสมัยที่หยิบเอาชีวิตดีไซเนอร์ แบรนด์หรู และไอคอนสไตล์มาถ่ายทอดในมุมที่ลึกกว่าแค่รันเวย์ ความสัมพันธ์ระหว่างแฟชั่นกับสื่อบันเทิงจึงแน่นแฟ้นขึ้นเรื่อยๆ เพราะเสื้อผ้าคือภาษาที่บอกชนชั้น อำนาจ ความรัก และอัตลักษณ์

 

จากเรื่องจริงของดีไซเนอร์ระดับตำนาน ไปจนถึงชีวิตรักของไอคอนสไตล์ หรือซีรีส์โรแมนติกที่ขับเคลื่อนด้วยลุคจัดจ้าน แฟชั่นซีรีส์เหล่านี้พิสูจน์ว่า “สไตล์” สามารถสร้างแรงกระเพื่อมทางวัฒนธรรมได้ไม่แพ้บทสนทนา วันนี้เรารวบรวม 7 ซีรีส์ที่สะท้อนโลกแฟชั่นในมุมต่างๆ ทั้งด้านความรุ่งโรจน์ ความดรามา และเบื้องหลังอุตสาหกรรมที่เปลี่ยนโลก

 


 

Halston (Netflix)

 

มินิซีรีส์จาก Netflix ที่เล่าเรื่องชีวิตของดีไซเนอร์อเมริกันผู้ปฏิวัติวงการแฟชั่นยุค 70s อย่าง Halston ถ่ายทอดโดยนักแสดงนำ Ewan McGregor เรื่องราวพาเราเข้าสู่ยุค Studio 54 ความหรูหรา ความทะเยอทะยาน และการสร้างแบรนด์ที่กลายเป็นชื่อเดียวกับตัวบุคคล ซีรีส์แสดงให้เห็นการเปลี่ยนผ่านจากดีไซเนอร์สู่จักรวาลธุรกิจที่ต้องเผชิญกับเรื่องของนายทุนและอำนาจ ซึ่งในซีรีส์เรื่องนี้เราจะได้เห็นว่าทำไมแบรนด์อเมริกันมินิมัลลิสต์อย่าง Halston ถึงเป็นตำนาน รวมถึงได้เห็นงานดีไซน์ในยุคที่เขาเฟื่องฟูที่สุด ทั้งซิลูเอตลื่นไหลและความเซ็กซี่แบบไร้ความพยายาม เป็นซีรีส์ที่สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างศิลปะและธุรกิจแฟชั่นได้อย่างคมคาย

 

ภาพประกอบรวมซีรีส์ด้านแฟชั่นชื่อดังที่คนรักสไตล์ไม่ควรพลาด 1

 


 

Love Story: JFK Jr. & Carolyn Bessette (Disney+)

 

ซีรีส์ที่สำรวจความรักของ John F. Kennedy Jr และ Carolyn Bessette-Kennedy หญิงสาวผู้กลายเป็นไอคอนสไตล์แห่งยุค 90s ซึ่ง Carolyn ในฐานะอดีต PR ของ Calvin Klein สร้างภาพจำ “quiet luxury” ก่อนที่คำนี้จะกลายเป็นเทรนด์ระดับโลก และเธอยังเป็นผู้อยู่เบื้องหลังในการเลือกให้นางแบบ Kate Moss ขึ้นแคมเปญของ Calvin Klein ในวันที่ยังไม่มีใครรู้จักชื่อของเธอ นอกจากเรื่องราวความรักของทั้งคู่ที่ถูกจับตามองจากสื่อตลอดเวลาแล้วนั้น ซีรีส์ยังถ่ายทอดสไตล์อันเรียบง่ายของ Carolyn ที่ต่อมาปรากฏบนมู้ดบอร์ดของดีไซเนอร์หลายต่อหลายแบรนด์ ซีรีส์เรื่องนี้ยังสะท้อนพลังของภาพลักษณ์และแฟชั่นในฐานะเครื่องมือสร้างตำนานทางวัฒนธรรมอีกด้วย

 

ภาพประกอบรวมซีรีส์ด้านแฟชั่นชื่อดังที่คนรักสไตล์ไม่ควรพลาด 2

 


 

Emily in Paris (Netflix)

 

ซีรีส์โรแมนติกคอมเมดี้ที่นำแสดงโดย Lily Collins ถ่ายทอดชีวิตสาวอเมริกันในปารีส ผ่านลุคสีสันจัดจ้านที่ผสมความแฟนตาซีกับแฟชั่นฝรั่งเศส คอสตูมดีไซน์โดย Patricia Field เช่นกัน ซีรีส์ใช้แฟชั่นเป็นภาษาหลักในการสื่อสารวัฒนธรรม ความทะเยอทะยาน และตัวตนของ Emily แม้จะถูกวิจารณ์เรื่องความเกินจริง แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าแต่ละลุคสร้างแรงบันดาลใจบนโซเชียลมีเดีย และทำให้ปารีสกลับมาเป็นแฟชั่นเพลย์กราวด์อีกครั้ง ซีรีส์เรื่องนี้ประสบความสำเร็จอย่างมาก มีออกมาถึง 5 ซีซั่น ซึ่งแต่ละซีซั่นมักมีไฮไลต์ด้านแฟชั่นปรากฏให้เราได้ตื่นเต้นอยู่เรื่อยๆ

 

ภาพประกอบรวมซีรีส์ด้านแฟชั่นชื่อดังที่คนรักสไตล์ไม่ควรพลาด 3

 


 

Becoming Karl Lagerfeld (Disney+)

 

ซีรีส์ที่พาเราย้อนดูเส้นทางของ Karl Lagerfeld ก่อนจะกลายเป็นจักรพรรดิแห่งวงการแฟชั่น นำเสนอการแข่งขันกับ Yves Saint Laurent และพลังแห่งปารีสยุค 70s เรื่องนี้เน้นพัฒนาการของ Karl ในฐานะนักสร้างภาพลักษณ์ ผู้เข้าใจสื่อและการสร้างแบรนด์เหนือใคร ซีรีส์เผยให้เห็นทั้งด้านอัจฉริยะ ความทะเยอทะยาน และความซับซ้อนทางอารมณ์ของเขา พร้อมคอสตูมที่สะท้อนยุคสมัยอย่างประณีต นอกจากนี้ เรื่องราวยังเจาะลึกความสัมพันธ์ส่วนตัวของเขา โดยเฉพาะบทบาทของคนรักและพาร์ตเนอร์ทางความคิดที่มีอิทธิพลต่อเส้นทางชีวิตและทัศนคติทางศิลปะของเขา เราได้เห็นช่วงเวลาที่ Karl ต้องดิ้นรนเพื่อพิสูจน์ตัวเองในอุตสาหกรรมที่เต็มไปด้วยการแข่งขัน ก่อนจะค้นพบพลังของ “ภาพลักษณ์” ในฐานะอาวุธสำคัญของดีไซเนอร์ยุคใหม่ ซีรีส์ยังสะท้อนให้เห็นการเปลี่ยนผ่านของแฟชั่นจากงานฝีมือชั้นสูงสู่ยุคของแบรนด์ดิ้งและสื่อมวลชน ซึ่ง Karl คือหนึ่งในผู้วางรากฐานแนวคิดนั้นอย่างแท้จริง

 

ภาพประกอบรวมซีรีส์ด้านแฟชั่นชื่อดังที่คนรักสไตล์ไม่ควรพลาด 4

 


 

The New Look (Apple TV+)

 

ดราม่าประวัติศาสตร์ที่โฟกัสไปที่ Christian Dior และ Coco Chanel ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง นำแสดงโดย Ben Mendelsohn และ Juliette Binoche ซีรีส์นี้สำรวจความสัมพันธ์ระหว่างแฟชั่นกับการเมือง อำนาจ และการเอาตัวรอดในยุคสงคราม “New Look” ของ Dior ไม่ได้เป็นเพียงซิลูเอตเอวคอดกระโปรงบาน แต่คือการฟื้นฟูความหวังหลังความพังพินาศ เป็นบทพิสูจน์ว่าแฟชั่นสามารถเปลี่ยนอารมณ์ของทั้งยุคสมัยได้ นอกจากนี้ ซีรีส์ยังเปิดมุมมองต่อบทบาทของ Chanel ในช่วงการยึดครองของนาซี ซึ่งเป็นประเด็นอ่อนไหวที่ยังถูกถกเถียงในประวัติศาสตร์แฟชั่น พร้อมทั้งเปรียบเทียบแนวคิดของสองดีไซเนอร์ที่ต่างกันสุดขั้ว ความหรูหราฟุ่มเฟือยอันเป็นสัญลักษณ์การเริ่มต้นใหม่ของ Dior กับความเรียบง่ายทรงพลังแบบ Chanel งานโปรดักชันและคอสตูมดีไซน์ถ่ายทอดบรรยากาศปารีสยุคสงครามได้อย่างเข้มข้น ทำให้ผู้ชมเห็นว่าเบื้องหลังชุดกูตูร์คือบริบททางสังคมและการเมืองที่ซับซ้อนเกินกว่าจะมองข้าม

 

ภาพประกอบรวมซีรีส์ด้านแฟชั่นชื่อดังที่คนรักสไตล์ไม่ควรพลาด 5

 


 

Cristóbal Balenciaga (Disney+)

 

ซีรีส์ชีวประวัติของ Cristóbal Balenciaga ดีไซเนอร์ชาวสเปนผู้ได้รับการยกย่องว่าเป็น “The Master of Haute Couture” เรื่องราวพาเราย้อนสู่ปารีสยุคหลังสงคราม และการสร้างอัตลักษณ์ทางดีไซน์ที่เน้นโครงสร้าง สถาปัตยกรรม และความเงียบสง่างาม ซีรีส์สะท้อนความหมกมุ่นในงานฝีมือ ความเคร่งครัด และการปฏิเสธสื่อของ Balenciaga ทำให้เห็นว่าแฟชั่นระดับสูงคือศาสตร์แห่งวินัยและความแม่นยำ ซีรีส์เรื่องนี้สะท้อนให้เราเข้าใจว่าทำไม Balenciaga ถึงกลายเป็นแฟชั่นเฮาส์ระดับโลกจวบจนทุกวันนี้ รวมถึงอัตลักษณ์ที่ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่นตั้งแต่ Michel Goma, Nicolas Ghesquière, Demna และล่าสุดกับ Pierpaolo Piccioli

 

ภาพประกอบรวมซีรีส์ด้านแฟชั่นชื่อดังที่คนรักสไตล์ไม่ควรพลาด 6

 


 

Sex and the City (HBO)

 

ซีรีส์ระดับไอคอนที่เปลี่ยนรองเท้า Manolo Blahnik ให้กลายเป็นสัญลักษณ์แห่งความฝัน ตัวละคร Carrie Bradshaw ที่รับบทโดย Sarah Jessica Parker กลายเป็นแฟชั่นไอคอนตลอดกาล ด้วยการสไตลิ่งของ Patricia Field ที่กล้าและแหวกขนบ ซีรีส์นี้พิสูจน์ว่าแฟชั่นสามารถสะท้อนบุคลิก ความรัก และการเติบโตของผู้หญิงยุคใหม่ได้อย่างชัดเจน ตั้งแต่ทูทูจับคู่เสื้อกล้าม ไปจนถึงลุคไฮแฟชั่นบนถนนนิวยอร์ก Sex and the City คือกรณีศึกษาว่าคอสตูมสามารถขับเคลื่อนพล็อตและวัฒนธรรมป๊อปได้อย่างไร ที่สำคัญซีรีส์เรื่องนี้ยังเปรียบได้กับกระบอกเสียงสำคัญในการสร้างชื่อให้กับแบรนด์ตั้งแต่ Fendi Baguette ไปจนถึง Hermes Birkin

 

ภาพประกอบรวมซีรีส์ด้านแฟชั่นชื่อดังที่คนรักสไตล์ไม่ควรพลาด 7

 

ภาพ: Courtesy of Studio

The post 7 Things We Love About Fashion Series ซีรีส์ด้านวงการแฟชั่นที่ควรอยู่ในเช็คลิสต์ของคุณ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ซีรีส์ Heated Rivalry ช่วยให้นักฮอกกี้ Jesse Kortuem เปิดเผยว่าตัวเองเป็นเกย์ https://thestandard.co/jesse-kortuem-heated-rivalry-gay-reveal/ Fri, 16 Jan 2026 06:02:52 +0000 https://thestandard.co/?p=1165943 ซีรีส์ Heated Rivalry ช่วยให้นักฮอกกี้ Jesse Kortuem เปิดเผยว่าตัวเองเป็นเกย์

Heated Rivalry ซีรีส์ เควียร์ที่เล่าเรื่องราวของนักกีฬา […]

The post ซีรีส์ Heated Rivalry ช่วยให้นักฮอกกี้ Jesse Kortuem เปิดเผยว่าตัวเองเป็นเกย์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ซีรีส์ Heated Rivalry ช่วยให้นักฮอกกี้ Jesse Kortuem เปิดเผยว่าตัวเองเป็นเกย์

Heated Rivalry ซีรีส์ เควียร์ที่เล่าเรื่องราวของนักกีฬาฮอกกี้แห่ง NHL โดยโฟกัสที่ความรักระหว่างทีมคู่แข่ง Shane (รับบทโดย Hudson Williams) กับ Ilya (รับบทโดย Connor Storrie) ได้กลายเป็นแรงบันดาลใจสำคัญที่ผลักดันให้นักฮอกกี้ตัวจริงอย่าง Jesse Kortuem ออกมาเปิดตัวว่าเป็นเกย์

 

Jesse Kortuem เล่าถึงเส้นทางการ Come Out ของเขาผ่าน Facebook ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายเมื่อเขาเล่นกีฬาที่มี ‘ความเป็นชาย’ สูงมาก และ เขาก็รู้สึกมาเสมอว่าสนามแข่งฮอกกี้เป็นสถานที่ที่เขาต้องเก็บซ่อนความเป็นตัวเองเอาไว้ เขาเริ่มต้นว่า “ผมเป็นคนที่รักความเป็นส่วนตัว คนที่รู้จักผมจะรู้ดีว่าผมไม่ได้แชร์อะไรในโซเชียลมีเดียมากนัก แต่ช่วงนี้บางอย่างจุดประกายในตัวผม (โอเค ยกเครดิตให้ #HeatedRivalry) ผมรับรู้ว่าถึงเวลาแล้วที่จะเล่าถึงเส้นทางที่ผมเก็บเอาไว้กับตัวเองมาเนิ่นนาน”

 

“ตั้งแต่ยังเป็นวัยรุ่นผมแบกรับความรู้สึกจากการที่ดูเหมือนว่าผมไม่สามารถเข้ากับโลกใบนั้นได้เลย และ ผมก็อยู่ในสภาวะที่มีความย้อนแย้งตลอดเวลา ผมชอบกีฬา แต่ผมใช้ชีวิตด้วยความหวาดกลัวที่ฝังแน่นในจิตใจ ผมสงสัยว่าผมเป็นเกย์แล้วจะยังสามารถเล่นกีฬาที่โหดและเป็นชายแท้แบบนั้นได้อย่างไร”

 

Jesse Kortuem เติบโตในมินนิโซตา และไม่เคยคิดว่านักกีฬาฮอกกี้จะสามารถ Come Out ได้เลย โดยเฉพาะในช่วงยุค 2000s ที่สื่อยังไม่ค่อยนำเสนอคนกลุ่ม LGBTQIA+ ในแง่บวกเท่าไหร่นัก ด้วยเหตุผลหลายอย่างเขาตัดสินใจออกจากทีมฮอกกี้ในมัธยมเมื่อมีอายุ 17 ปี ก่อนที่จะกลับมาเล่นฮอกกี้ในระดับที่สูงขึ้นในนิวยอร์กและแอตแลนตา ซึ่งถึงแม้ว่าคนใกล้ชิดจะรู้เรื่องเพศวิถีของ Jesse Kortuem แต่เขายังคงเก็บเรื่องนี้เป็นความลับต่อเพื่อนในทีม เพราะเขาไม่อยากให้ทีมโดนมองในแง่ลบ และไม่อยากถูกเรียกว่า ‘ผู้เล่นที่เป็นเกย์’

 

อย่างไรก็ตาม Jesse Kortuem มาถึงจุดเปลี่ยนสำคัญในปี 2017 เมื่อเขาลงเล่นในอีเวนต์กีฬาของเกย์ ซึ่งทำให้เขาได้พบกับนักฮอกกี้จากแคนาดาและอเมริกาที่เป็นเกย์มากมายและสามารถก้าวข้ามการเป็นนักกีฬาที่เก็บซ่อนเรื่องเพศวิถีของตัวเองเอาไว้อย่างอึดอัดและหวาดกลัว ในที่สุดเขาก็พบความสงบในจิตใจบนลานน้ำแข็งผ่านมิตรภาพเหล่านั้น

 

ภาพ: Jesse Kortuem + HB

 

อ้างอิง:

The post ซีรีส์ Heated Rivalry ช่วยให้นักฮอกกี้ Jesse Kortuem เปิดเผยว่าตัวเองเป็นเกย์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ยอดสตรีมเพลง Heroes ของ David Bowie พุ่งขึ้น 500% หลังถูกนำไปใช้ใน Stranger Things https://thestandard.co/david-bowie-heroes-streams-jump-500/ Sun, 11 Jan 2026 03:06:46 +0000 https://thestandard.co/?p=1163807 ยอดสตรีมเพลง Heroes ของ David Bowie พุ่งขึ้น 500% หลังถูกนำไปใช้ใน Stranger Things

Heroes ผลงานเพลงสุดอมตะของ David Bowie จากปี 1977 กลับม […]

The post ยอดสตรีมเพลง Heroes ของ David Bowie พุ่งขึ้น 500% หลังถูกนำไปใช้ใน Stranger Things appeared first on THE STANDARD.

]]>
ยอดสตรีมเพลง Heroes ของ David Bowie พุ่งขึ้น 500% หลังถูกนำไปใช้ใน Stranger Things

Heroes ผลงานเพลงสุดอมตะของ David Bowie จากปี 1977 กลับมาครองใจคนรุ่นใหม่อีกครั้ง เพราะหลังจากที่เพลงถูกนำไปประกอบในตอนจบซีรีส์ Stranger Things ทางนิตยสาร Rollingstone ก็เปิดเผยรายงานที่ระบุว่า เพลงนี้มียอดสตรีมเพิ่มขึ้นกว่า 500% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาปกติ

 

ในช่วง 5 เดือนที่ผ่านมา Heroes มียอดสตรีมเฉลี่ยวันละ 94,000 ครั้ง แต่ในช่วงปีใหม่ที่ซีรีส์ฉายจบแล้ว ยอดสตรีมก็เพิ่มขึ้นมหาศาล โดยในวันที่ 1 มกราคม เพลงนี้มียอดสตรีม 342,000 ครั้ง ส่วนวันที่ 2 มกราคม 456,000 ครั้ง และวันที่ 3 ก็มียอดสตรีม 470,000 ครั้ง ซึ่งถือว่ายอดสตรีมเพลงเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดถึง 3.6-5 เท่าเลยทีเดียว

 

2 พี่น้องผู้สร้างซีรีส์อย่าง Matt และ Ross Duffer ให้สัมภาษณ์กับ Tudum ว่า ไอเดียการใช้เพลงต้นฉบับของ David Bowie นี้มาจากนักแสดง Joe Keery (ผู้รับบท Steve Harrington) เพราะเขาคิดว่าเพลงนี้เหมาะจะเป็นบทสรุปอันยิ่งใหญ่ของเรื่องราวทั้งหมดใน Stranger Things ทั้งยังชวนให้นึกถึงเวอร์ชันคัฟเวอร์ของ Peter Gabriel ที่เคยใช้ในซีซันก่อนหน้านี้ด้วย

 

นอกจากนี้ ในตอนจบยังมีการใช้เพลง Purple Rain ของ Prince ในฉากสำคัญ ซึ่งผู้สร้าง Ross Duffer ก็ยังกล่าวถึงการใช้เพลงในฉากนี้ว่า “ไม่มีอะไรจะ ‘Epic’ ไปกว่าเพลงของ Prince อีกแล้ว” และความยิ่งใหญ่ในฉากนี้ก็ส่งผลให้เพลง Purple Rain มียอดสตรีมบน Spotify ทั่วโลกเพิ่มขึ้นถึง 243% เช่นเดียวกัน

 

ภาพ: Lester Cohen/Getty Images

 

อ้างอิง:

The post ยอดสตรีมเพลง Heroes ของ David Bowie พุ่งขึ้น 500% หลังถูกนำไปใช้ใน Stranger Things appeared first on THE STANDARD.

]]>
Netflix ไฟเขียว เตรียมสร้าง Emily in Paris ซีซัน 6 https://thestandard.co/netflix-emily-paris-season-6/ Tue, 06 Jan 2026 05:08:43 +0000 https://thestandard.co/?p=1161802 Netflix ไฟเขียว เตรียมสร้าง Emily in Paris ซีซัน 6

ดูเหมือนว่าเรื่องราวของหญิงสาวชาวอเมริกันที่จับพลัดจับผ […]

The post Netflix ไฟเขียว เตรียมสร้าง Emily in Paris ซีซัน 6 appeared first on THE STANDARD.

]]>
Netflix ไฟเขียว เตรียมสร้าง Emily in Paris ซีซัน 6

ดูเหมือนว่าเรื่องราวของหญิงสาวชาวอเมริกันที่จับพลัดจับผลูได้ไปทำงานด้านการตลาดอยู่ที่กรุงปารีสอย่าง Emily in Paris จะยังคงไม่จบลงง่ายๆ เพราะหลังจากที่เปิดตัวซีซัน 5 ไปเมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว ล่าสุดมีการรายงานแล้วว่า Netflix ให้ไฟเขียวประกาศสร้างซีซัน ที่ 6 ตามมาโดยทันที

 

สำหรับเรื่องราวของ Emily in Paris ในซีซัน 6 นั้น ผู้สร้างอย่าง Darren Star ออกมาเผยว่าตัวละคร Emily Cooper ที่รับบทโดย Lily Collins จะได้กลับไปยังจุดเริ่มต้นของเรื่องราว นั่นก็คือกรุงปารีส “มีหลายแห่งที่ผมอยากพาเราไป แต่ผมคิดว่าซีรีส์จะกลับสู่เรื่องราวที่จริงของเรื่อง ตามชื่อ Emily in Paris โชว์นี้จะไม่มีทางย้ายออกจากบ้านของมันอย่างถาวร แต่ถ้าผมสามารถพาผู้ชมไปตามเส้นทางอื่นได้ผมก็อยากทำนะ… แค่คิดก็สนุกแล้ว”

 

การประกาศสร้าง Emily in Paris ซีซัน 6 เกิดขึ้นหลังจากการเปิดตัวซีซัน 5 เพียงไม่นาน โดยซีซันที่แล้วมาพร้อมกับ 10 เอพิโสดที่ติดตามเรื่องราวการผจญภัยในโลกแห่งมาร์เก็ตติ้ง ณ อิตาลี ของ Emily Cooper ซึ่งเธอมีภารกิจในการเปิดตัวออฟฟิศ Agence Grateau ในเมืองให้ได้ พร้อมกับจัดการปัญหาหัวใจในความสัมพันธ์ครั้งใหม่กับทายาทบริษัทแฟชั่นลักชัวรี Marcello Muratori (รับบทโดย Eugenio Franceschini) รวมไปถึงรับมือกับเรื่องราววุ่นๆ ที่เกิดขึ้นท่ามกลางสภาพแวดล้อมใหม่ที่เธอยังคงต้องปรับตัวอยู่

 

Emily in Paris ซีซัน 5 ยังคงประสบความสำเร็จเช่นเคย โดยมีผู้ชมทั่วโลกจำนวนถึง 26.8 ล้านครั้งภายใน 11 วันหลังเปิดตัว และ ขึ้นแท่นเป็นซีรีส์อันดับ 1 ใน 24 ประเทศ ซึ่งรวมไปถึงฝรั่งเศส อิตาลี บราซิล และเยอรมนี นอกจากนั้นซีรีส์ยังติดอันดับ Top 10 ในอีก 91 ประเทศอีกด้วย โดยก่อนหน้านี้ Darren Star ก็ได้รับเครื่องอิสริยาภรณ์จากฝรั่งเศสเป็นที่เรียบร้อย

 

ภาพ: Netflix

 

อ้างอิง:

The post Netflix ไฟเขียว เตรียมสร้าง Emily in Paris ซีซัน 6 appeared first on THE STANDARD.

]]>
POP PICKS Best Series of 2025 ซีรีส์ที่สุดแห่งปีฉบับทีม THE STANDARD POP https://thestandard.co/pop-picks-best-series-2025/ Mon, 29 Dec 2025 10:00:55 +0000 https://thestandard.co/?p=1159766 POP PICKS Best Series of 2025 ซีรีส์ที่สุดแห่งปีฉบับทีม THE STANDARD POP

ปิดท้ายปลายปีด้วยความบันเทิงในแบบฉบับซีรีส์ประจำปี 2025 […]

The post POP PICKS Best Series of 2025 ซีรีส์ที่สุดแห่งปีฉบับทีม THE STANDARD POP appeared first on THE STANDARD.

]]>
POP PICKS Best Series of 2025 ซีรีส์ที่สุดแห่งปีฉบับทีม THE STANDARD POP

ปิดท้ายปลายปีด้วยความบันเทิงในแบบฉบับซีรีส์ประจำปี 2025 ไม่ว่าจะเป็นเนื้อหาซีรีส์แนวคอเมดี้สนุกสนาน หรือซีรีส์แนวระทึกขวัญให้ร่วมลุ้น ตลอดจนรายการเรียลลิตี้ก็เป็นอีกหนึ่งความบันเทิงประเภทซีรีส์ที่มาแรงไม่แพ้กันในปีนี้

 

การเลือกซีรีส์เรื่องโปรดเพียงเรื่องเดียว คงเป็นสิ่งที่ทำให้ใครหลายคนคิดหนัก เพราะบางครั้งซีรีส์เรื่องโปรดอาจจะถูกค้นพบโดยความบังเอิญ หรือบางทีซีรีส์ที่เคยครองใจในซีซันก่อน เมื่อรับชมภาคต่อก็อาจจะสร้างความประทับใจไม่เท่ากับภาคแรก

 

ในปี 2025 นี้ POP PICKS ในแบบฉบับซีรีส์ของทีม THE STANDARD POP จะมีเรื่องราวใด รสชาติแบบไหนกันบ้าง ที่สร้างความประทับใจจนกลายเป็นเรื่องโปรดประจำปี และจะมีความเห็นไหนที่ทุกคนต้องพยักหน้าเห็นด้วยกันบ้าง มาลองดูไปพร้อมกัน

 


 

Taylor Swift: The End of an Era

 

“Docuseries ที่งดงาม ซาบซึ้ง เต็มไปด้วยรายละเอียด ที่ทำให้เห็นว่าทำไม Taylor Swift ถึงก้าวมาเป็นหนึ่งในศิลปินที่ยิ่งใหญ่ของวงการดนตรี”, คริสตอฟเฟอร์ สเวนซัน (คริส) – POP Editor

 

Hacks Season 4

 

“เรียกว่าเป็นซีรีส์คอเมดี้ที่ดีที่สุดในตอนนี้ แม้จะเป็นซีรีส์ภาคต่อที่เดินทางมาถึง 4 ซีซันแล้วก็ตาม”, เริ่มต้น เขมะเพ็ชร (เริ่มต้น) – Content Creator (Fashion)

 

The Studio

 

“เป็นเรื่องราวที่ต้องบอกว่า บ้าบอ แสบสัน และวายป่วงมาก ตีแผ่เบื้องหลัง ทำให้เข้าใจโลกหลังบ้านของฮอลลีวูดแบบถึงใจสุดๆ”, ธนภัทร์ คำลือเกียร (เบเกอร์) – Content Creator (Western)

 

The Sandman Season 2

 

“บทสรุปเรื่องราวของราชาแห่งความฝันที่ทำเราเสียน้ำตาแบบนับครั้งไม่ถ้วน ส่วนตัวชอบเรื่องนี้มาตั้งแต่ซีซันแรก ทั้งๆ ที่ปกติไม่ใช่คนชอบสายแฟนตาซีดราม่า แต่เรื่องนี้เปลี่ยนใจเราได้ ซึ่งซีซันสองก็ยิ่งทำให้เห็นการเติบโตของตัวละคร Dream มากๆ ทั้งการเผชิญหน้ากับปัญหาที่ตัวเองเคยสร้างไว้ ยอมรับถึงความจริงของชีวิต และการเตรียมตัวบอกลากับสิ่งต่างๆ เป็นซีรีส์ที่เล่าเรื่องชีวิตของมนุษย์ได้ดี

 

งานภาพก็สวย การแสดงของ Tom Sturridge ในบทราชาแห่งความฝันคือเหนือชั้นมาก (เป็นคนที่เล่นบทโศกหล่อมาก) ส่วนการปรากฏตัวของ Desire ที่แสดงโดย Mason Alexander Park ที่มาพร้อมกับเพลง Eat Your Young ของ Hozier ซึ่งเป็นศิลปินคนโปรดอีกคนของเรา ก็คือสง่างามจับจิตมากจริงๆ”, ภัทรณกัญ อนันเต่า (หยิน) – Content Creator (Music)

 

เขมจิราต้องรอด

 

“ถือเป็นซีรีส์แห่งปีที่เรียกว่าเป็นปรากฏการณ์ของซีรีส์ Boys’ Love ส่วนตัวติดตามดูมันดิมานาน รวมถึงเป็นแฟนนิยายเรื่องนี้อยู่แล้ว ซีรีส์เรื่องนี้ไม่ทิ้งแฟนนิยายไว้ข้างหลังจริงๆ เก็บรายละเอียดทั้งงานภาพ นักแสดงทั้งรุ่นเล็กรุ่นใหญ่ รวมถึงเพลงประกอบซีรีส์ ทุกองค์ประกอบรวมกันทำให้ซีรีส์เรื่องนี้กลายเป็นหนึ่งในมาสเตอร์พีซของดูมันดิเลยก็ว่าได้”, ขัติยา ฤทธิรุตม์ (อิ่ม) – Content Creator (Thai Culture)

 

BUSSING JAPAN

 

เป็นรายการที่ดูง่าย ต่อยอดมาจาก BUSSING THAILAND ทำให้เห็นมุมน่ารักๆ และมิตรภาพของเด็กๆ รวมถึงทำให้ได้เห็นแฟนคลับหน้าใหม่จำนวนมากตกหลุมรักในเสน่ห์ของเด็กๆ ทั้ง 12 คน ไม่ว่าจะดูตอนก่อนนอน กินข้าว หรือเป็นไกด์พาไปเที่ยว ก็มักจะเรียกรอยยิ้มมาให้คนดูเสมอ , จารุภา รัชตะบุตร (อาย) – Social Video Creator

 

มีสติหน่อยคุณธีร์

 

“ต้องบอกเลยว่าเป็นซีรีส์ที่มาแรงแซงทางโค้งในช่วงปลายปีมากๆเป็นสีสันที่ดีให้กับคนดูในช่วงปลายปี ถ้าใครเครียดให้ลองดูเรื่องนี้ อาจจะเครียดหนักกว่าเดิมเพราะปวดหัวกับคุณธีร์แทน”, ชุติกาญจน์ ปิยะมังคลา (ขิม) – Producer

 

Culinary Class Wars

 

“ถึงจะเป็นรายการเรียลลิตี้ทำอาหารแต่มีความดุเดือด เชือดเฉือน ทำให้ผู้ชมรู้สึกสนุก ลุ้นตามตั้งแต่ซีซันแรกจนถึงซีซันนี้”, ภัคธร สุขสำราญ (เสือ) – Video Editor

 

Caramelo

 

“คือเรื่องราวของความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้ง และความรักที่เรียบง่าย ไม่ว่าจะเป็นกับคนหรือกับสัตว์ แม้จะต้องเจอเรื่องร้ายๆ และความวุ่นวายในชีวิต แต่ถ้ามีคนรอบข้างที่คอยให้กำลังใจ และเราพร้อมจะลุกขึ้นสู้กับอุปสรรค สุดท้ายทุกอย่างก็จะผ่านไปได้”, พรพิชชา โกสุมพิทักษ์ (ผึ้ง) – Video Editor

 

POP PICKS Best Series of 2025 ซีรีส์ที่สุดแห่งปีฉบับทีม THE STANDARD POP 1

 

ภาพประกอบ: ธิดามาศ เขียวเหลือ

The post POP PICKS Best Series of 2025 ซีรีส์ที่สุดแห่งปีฉบับทีม THE STANDARD POP appeared first on THE STANDARD.

]]>
Euphoria ซีซัน 3 พร้อมเปิดตัวในเดือนเมษายน 2026 https://thestandard.co/euphoria-season-3-april-2026/ Thu, 04 Dec 2025 09:56:11 +0000 https://thestandard.co/?p=1151441 Euphoria ซีซัน 3 พร้อมเปิดตัวในเดือน เมษายน 2026

หลังจากที่เริ่มถ่ายทำกันไปตั้งแต่ช่วงต้นปี ล่าสุดมีการค […]

The post Euphoria ซีซัน 3 พร้อมเปิดตัวในเดือนเมษายน 2026 appeared first on THE STANDARD.

]]>
Euphoria ซีซัน 3 พร้อมเปิดตัวในเดือน เมษายน 2026

หลังจากที่เริ่มถ่ายทำกันไปตั้งแต่ช่วงต้นปี ล่าสุดมีการคอนเฟิร์มแล้วว่า Euphoria ซีซัน 3 จะเปิดตัวผ่านทาง HBO ในเดือนเมษายน 2026 นับว่าทิ้งห่างจากซีซันที่แล้วมากกว่า 4 ปีเลยทีเดียว

 

ระหว่างที่ Sam Levinson ผู้สร้างซีรีส์ Euphoria ได้ไปร่วมงานนำเสนอผลงานของ HBO Max ที่กรุงลอนดอน เขาอัปเดตถึงความเป็นไปของเหล่าตัวละครเอกในซีรีส์ซีซันต่อไปที่เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นหลังจากซีซันก่อนเป็นเวลา 5 ปี เมื่อพวกเขาต่างเข้าสู่วัยผู้ใหญ่กันแล้ว โดยเขาเผยว่า “5 ปีถัดมาเป็นเวลาที่เหมาะสม เพราะถ้าตัวละครเข้ามหาวิทยาลัย ตอนนั้นพวกเขาก็ต้องเรียนจบกันหมดแล้ว”

 

Sam Levinson เผยว่าปัจจุบันตัวละคร Rue (รับบทโดย Zendaya) ไปอยู่ทางตอนใต้ของพรมแดนเม็กซิโก เธอเป็นหนี้ก้อนใหญ่ และพยายามคิดค้นวิถีทางแปลกใหม่ที่จะชดใช้หนี้เหล่านั้น, Jules (รับบทโดย Hunter Schafer) เข้าสู่สถาบันศิลปะเพื่อเดินตามความฝันสู่การเป็นนักวาดภาพ แต่ยังคงหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบในชีวิตทุกประการ, Maddy (รับบทโดย Alexa Demie) ทำงานในฮอลลีวูดในฐานะผู้จัดการคนดัง และ Lexi (รับบทโดย Maude Apatow) ได้เป็นผู้ช่วยของโชว์รันเนอร์ตัวแม่ ที่รับบทโดย Sharon Stone

 

เมื่อพูดถึงตัวละคร Cassie กับ Nate ที่รับบทโดย Sydney Sweeney กับ Jacob Elordi ทาง Sam Levinson เผยข้อมูลที่สร้างความตื่นเต้นให้แฟนๆ ไม่น้อยว่า

 

“Cassie อาศัยอยู่ในแถบชนบทกับ Nate พวกเขาหมั้นกันแล้ว เธอเสพติดโซเชียลมีเดียและอิจฉาชีวิตดีๆ ที่เพื่อนมัธยมของเธอมีกัน ผมรู้สึกว่ามันเป็นซีซันที่ดีที่สุดของเราแล้วล่ะ ผมจะบอกเลยก็ได้ว่า Cassie กับ Nate ได้แต่งงานกันนั่นแหละ ผมขอคอนเฟิร์ม และผมสัญญาว่ามันจะเป็นค่ำคืนที่ลืมไม่ลงเลย”

 

ภาพ: HBO

 

อ้างอิง:

The post Euphoria ซีซัน 3 พร้อมเปิดตัวในเดือนเมษายน 2026 appeared first on THE STANDARD.

]]>
Hulu ไฟเขียวสร้างซีรีส์ All’s Fair ซีซัน 2 https://thestandard.co/hulu-alls-fair-season-2/ Tue, 25 Nov 2025 12:33:20 +0000 https://thestandard.co/?p=1147523 Hulu ไฟเขียวสร้างซีรีส์ All’s Fair ซีซัน 2

Hulu ไฟเขียวสร้างซีรีส์ All’s Fair ของ Ryan Murphy ซีซั […]

The post Hulu ไฟเขียวสร้างซีรีส์ All’s Fair ซีซัน 2 appeared first on THE STANDARD.

]]>
Hulu ไฟเขียวสร้างซีรีส์ All’s Fair ซีซัน 2

Hulu ไฟเขียวสร้างซีรีส์ All’s Fair ของ Ryan Murphy ซีซัน 2 แม้จะได้รับเสียงวิจารณ์ด้านลบอย่างหนักจากสื่อหลายเจ้า

 

All’s Fair ซีรีส์ดราม่าที่ว่าด้วยเรื่องราวในแวดวงนักกฎหมายหญิงสุดแกร่ง นำแสดงโดย Kim Kardashian, Naomi Watts, Sarah Paulson, Niecy Nash-Betts, Teyana Taylor และ Glenn Close จะกลับมาพร้อมกับซีซันใหม่ โดยทั้ง Hulu และ Ryan Murphy Productions ได้ออกมาประกาศข่าวดังกล่าวอย่างเป็นทางการแล้ว และทีมงานจะเริ่มต้นเปิดกล้องกันในฤดูใบไม้ผลิ หรือในช่วงเดือนมีนาคม-พฤษภาคมของปี 2026

 

การประกาศสร้าง All’s Fair ซีซัน 2 เกิดขึ้นเพียงไม่กี่สัปดาห์หลังจากที่ซีรีส์เดบิวต์ซีซันแรก และกลายเป็นผลงานจาก Hulu ที่เปิดตัวด้วยยอดวิวสูงสุดในรอบ 3 ปี ด้วยยอดวิวจากผู้ชมทั่วโลกกว่า 3.2 ล้านครั้งภายในเวลา 3 วัน ซึ่งถึงแม้จะได้รับคำวิจารณ์ในแง่ลบมากมาย ตั้งแต่เรื่องสตอรีไลน์และบทพูด ไปจนถึงฝีมือการแสดงของ Kim Kardashian แต่เหล่านักแสดงนำของซีรีส์ต่างก็มองคำวิจารณ์เหล่านั้นให้เป็นเรื่องตลก และยังนำมาแซวกันเองอย่างขำขันผ่านโซเชียลมีเดียอีกด้วย

 

Kim Kardashian ผู้ควบตำแหน่งเป็น Executive Producer เคยเผยถึงความกังวลต่อความสำเร็จของ All’s Fair ก่อนการเปิดตัวซีรีส์ว่า
“การทำโชว์พวกนี้ไม่มีอะไรการันตีได้เลยว่ามันจะประสบความสำเร็จ ดังนั้นมันเหมือนว่าฉันต้องทุ่มเทหัวใจ จิตวิญญาณ และเวลา ให้กับอะไรบางอย่างที่ไม่รู้ว่าผลข้างหน้าจะออกมาเป็นอย่างไร ถ้ามันไม่ฮิตแล้วเราสิ่งที่เราทำไปจะสูญเปล่าไหม”

 

ภาพ: Stephane Cardinale – Corbis/Corbis via Getty Images

 

อ้างอิง: https://people.com/alls-fair-renewed-for-season-2-hulu-11856092

The post Hulu ไฟเขียวสร้างซีรีส์ All’s Fair ซีซัน 2 appeared first on THE STANDARD.

]]>
Ren Meguro วง Snow Man เตรียมแสดงในซีรีส์ภาคต่อ Shōgun https://thestandard.co/ren-meguro-joins-shogun-sequel/ Tue, 18 Nov 2025 07:22:13 +0000 https://thestandard.co/?p=1144534 Ren Meguro วง Snow Man เตรียมแสดงในซีรีส์ภาคต่อ Shōgun

Ren Meguro นักแสดงและศิลปินดาวรุ่งจากวง Snow Man เตรียม […]

The post Ren Meguro วง Snow Man เตรียมแสดงในซีรีส์ภาคต่อ Shōgun appeared first on THE STANDARD.

]]>
Ren Meguro วง Snow Man เตรียมแสดงในซีรีส์ภาคต่อ Shōgun

Ren Meguro นักแสดงและศิลปินดาวรุ่งจากวง Snow Man เตรียมตัวรับบทในซีรีส์ภาคต่อ Shōgun ทางสตรีมมิ่ง Disney+ โดยกองโปรดักชันจะเริ่มถ่ายทำซีรีส์ซีซันใหม่นี้ในเดือนมกราคม 2026 ที่แวนคูเวอร์ ประเทศแคนาดา

 

ในรายงานระบุว่า เขาจะรับบทเป็นตัวละคร Kazutada และในสัปดาห์ที่ผ่านมาก็ยังมีนักแสดงคนอื่นๆ ประกาศว่าจะมาร่วมแสดงในซีรีส์นี้ด้วย อาทิ Asami Mizukawa, Masataka Kubota, Sho Kaneta, Takaaki Enoki และ Jun Kunimura

 

เขากล่าวความรู้สึกในการมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของซีรีส์ว่า “ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งในการเป็นส่วนหนึ่งของทีมนักแสดง Shōgun ซีซัน 2 ตอนที่ผมดูซีรีส์เรื่องนี้ทาง Disney+ เมื่อปีที่แล้ว ผมรู้สึกประทับใจเป็นอย่างยิ่งที่ซีรีส์ถ่ายทอดและนำเสนอภาพความเป็นญี่ปุ่นที่สวยงามและมีเอกลักษณ์ ซึ่งแตกต่างจากภาพในอดีต ดังนั้นในฐานะที่ผมเป็นคนญี่ปุ่น ผมจึงรู้สึกอยากเป็นส่วนหนึ่งของโปรดักชันอันยิ่งใหญ่นี้”

 

Ren Meguro อธิบายต่อว่า เขาใช้เวลาเรียนรู้เกี่ยวกับทีมโปรดักชันและการสร้างงานของนักแสดงนำ Hiroyuki Sanada มาอย่างยาวนาน จนกระทั่งในปีที่ผ่านมา เขาจึงมีโอกาสส่งฟุตเทจไปร่วมออดิชัน ซึ่งตอนนี้ฝันของเขาก็เป็นจริงแล้ว และเขาก็หวังว่าทุกคนจะตั้งตารอคอยซีซันใหม่นี้ด้วย

 

“ตอนนี้เหมือนฝันของผมเป็นจริงเลย ตลอดปีที่ผ่านมา ผมพยายามจินตนาการว่าตัวเองอยู่ในกองถ่าย พยายามสร้างให้ตัวละครมีชีวิตขึ้นมา และผมก็ตั้งใจที่จะให้เกียรติกับงานและมรดกที่ผู้คนสร้างเอาไว้ก่อนหน้านี้ และจะสร้างบทบาทในซีรีส์ที่ได้รับมอบหมายมาอย่างประณีตที่สุด”

 

Shōgun ซีซัน 2 จะเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นหลังจากซีซัน 1 จบลงประมาณ 10 ปี โดยเน้นโฟกัสไปที่เรื่องราวของขุนนางโทรานางะ และ John Blackthorne ซึ่งตอนนี้พวกเขาปิดห้องเขียนบทเรียบร้อย พร้อมถ่ายทำซีซันใหม่ในช่วงปีหน้า

 

ภาพ: Daniele Venturelli/Getty Images

 

อ้างอิง:

The post Ren Meguro วง Snow Man เตรียมแสดงในซีรีส์ภาคต่อ Shōgun appeared first on THE STANDARD.

]]>
All’s Fair ขึ้นแท่นซีรีส์ของ Hulu ที่เปิดตัวด้วยยอดวิวสูงสุดในรอบ 3 ปี https://thestandard.co/alls-fair-hulu-record-views/ Tue, 11 Nov 2025 01:44:08 +0000 https://thestandard.co/?p=1141859 All’s Fair ขึ้นแท่นซีรีส์ของ Hulu ที่เปิดตัวด้วยยอดวิวสูงสุดในรอบ 3 ปี

All’s Fair ผลงานแนวดราม่าเรื่องใหม่ของ Ryan Murphy ที่ว […]

The post All’s Fair ขึ้นแท่นซีรีส์ของ Hulu ที่เปิดตัวด้วยยอดวิวสูงสุดในรอบ 3 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
All’s Fair ขึ้นแท่นซีรีส์ของ Hulu ที่เปิดตัวด้วยยอดวิวสูงสุดในรอบ 3 ปี

All’s Fair ผลงานแนวดราม่าเรื่องใหม่ของ Ryan Murphy ที่ว่าด้วยเรื่องเกี่ยวกับสำนักงานกฎหมายของกลุ่มหญิงล้วนผู้เชี่ยวชาญคดีการหย่าร้างที่เปิดตัวไปสัปดาห์ที่แล้ว กลายเป็นซีรีส์ออริจินัลของ Hulu ที่เดบิวต์อย่างยิ่งใหญ่ที่สุดในรอบ 3 ปี ด้วยยอดวิวทั่วโลกกว่า 3.2 ล้านวิว ภายในช่วงเวลา 3 วันหลังเปิดตัว

 

แม้ว่าจะผู้ชมจะให้ความสนใจอย่างถล่มทลาย แต่ที่จริง All’s Fair ได้รับเสียงวิจารณ์ด้านลบจากสื่อชื่อดังหลายสำนักนับตั้งแต่ที่เปิดตัว 3 เอพิโสดแรกในวันที่ 4 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ทั้ง The Hollywood Reporter, Variety, USA Today, The Times, The Guardian และอีกมากมาย โดยที่สื่อบางสำนักถึงขั้นให้คะแนน 0/5 ดาว และยกให้ All’s FAir เป็นโชว์ที่แย่ที่สุดที่มาพร้อมกับการแสดงที่แย่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา

 

โดยเฉพาะฝีมือการแสดงของหนึ่งในนักแสดงนำอย่าง Kim Kardashian ผู้ควบตำแหน่ง Executive Producer ที่ถูกวิจารณ์อย่างหนักถึงความแข็งทื่อ และไม่สามารถสื่ออารมณ์ออกมาได้ ถึงแม้ว่าเธอจะรายล้อมไปด้วยเหล่านักแสดงหญิงระดับเอลิสต์ที่คว่ำหวอดอยู่ในวงการมาเนิ่นนาน ไม่ว่าจะเป็น Glenn Close, Naomi Watts และ Sarah Paulson ในขณะที่เส้นเรื่องและสคริปต์ของซีรีส์ก็ได้รับคำวิจารณ์ในแง่ลบทั้งหมดด้วยเช่นกัน ทั้งความน่าเบื่อ การพยายามเล่าเรื่องของเฟมินิสต์แต่สื่อความหมายที่ผิด บทพูดไร้ทิศทาง และเรื่องราวของตัวละครที่ตื้นเขิน

 

อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่า All’s Fair จะเป็นที่ถูกใจของแฟนๆ ไม่น้อย ด้วยแผนการโปรโมตของเหล่านักแสดงนำที่สร้างโมเมนต์ไวรัลในโลกออนไลน์มากมายจนกระทั่งมียอดวิวรวมกันทั้งหมดกว่า 7 พันล้านครั้ง และด้วยเสียงวิจารณ์อันรุนแรงของสื่อก็ทำให้ผู้ชมเห็นใจซีรีส์ โดย All’s Fair ได้รับคะแนนใน Rotten Tomatoes จากผู้ชมทั้งหมด 66% นับว่ามากกว่าที่ได้รับจากนักวิจารณ์ 61% และยังได้รับกระแสด้านบวกในโซเชียลจากผู้ชม 81% นอกจากนั้นเหล่านักแสดงนำยังนำเรื่องที่ซีรีส์โดนวิจารณ์อย่างหนักมาโพสต์เป็นเรื่องตลกร้าย อย่าง Kim Kardashian ที่โพสต์โปรโมตซีรีส์ว่า “คุณได้เข้ามาดูซีรีส์ที่โดนวิจารณ์มากที่สุดในปีนี้หรือยัง? สตรีม All’s Fair ได้แล้ววันนี้ที่ Hulu กับ Disney+ จ้า” หรือ Glenn Close ที่โพสต์ภาพการ์ตูนแก๊งนักแสดงนำที่โดนต้มในหม้อแห่งเสียงวิจารณ์

 

ภาพ: Hulu

 

อ้างอิง:

The post All’s Fair ขึ้นแท่นซีรีส์ของ Hulu ที่เปิดตัวด้วยยอดวิวสูงสุดในรอบ 3 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
Ariana Grande เตรียมแสดงซีรีส์ American Horror Story ซีซัน 13 https://thestandard.co/ariana-grande-ahs-season-13/ Mon, 03 Nov 2025 09:05:08 +0000 https://thestandard.co/?p=1139205 Ariana Grande เตรียมแสดงซีรีส์ American Horror Story ซีซัน 13

American Horror Story กำลังจะกลับมาพร้อมกับซีซันที่ 13 […]

The post Ariana Grande เตรียมแสดงซีรีส์ American Horror Story ซีซัน 13 appeared first on THE STANDARD.

]]>
Ariana Grande เตรียมแสดงซีรีส์ American Horror Story ซีซัน 13

American Horror Story กำลังจะกลับมาพร้อมกับซีซันที่ 13 และสำหรับซีซันใหม่ทาง Ariana Grande จะได้มาร่วมแสดงด้วย

 

นับเป็นอีกครั้งที่ Ariana Grande ได้กลับมาร่วมงานกับผู้สร้าง American Horror Story อย่าง Ryan Murphy หลังจากที่ทั้งสองเคยมีผลงานซีรีส์แนวสยองขวัญปนดาร์กคอเมดีเรื่อง Scream Queen ด้วยกันเมื่อปี 2015 ซึ่งนับเป็นเวลา 10 ปีที่แล้ว โดยในเรื่องนั้น Ariana Grande ได้โชว์ฝีมือการแสดงและสร้างสีสันให้กับซีรีส์ในบทบาทของ Chanel #2 และยังร่วมแสดงกับนักแสดงคู่บุญของ Ryan Murphy อย่าง Emma Roberts ผู้ซึ่งจะมารับบทเป็นหนึ่งในตัวละครเอกของ American Horror Story ซีซันใหม่ด้วยเช่นกัน

 

American Horror Story มาพร้อมกับเรื่องราวและธีมที่เปลี่ยนไปในทุกซีซัน และมักจะใช้นักแสดงชุดเดิมในการรับบทที่แตกต่างกันออกไป โดยทาง Instagram โปรดักชันของ Ryan Murphy โพสต์รายชื่อกองทัพนักแสดงของซีรีส์ซีซัน 13 ที่น่าติดตามอย่างยิ่ง เพราะนอกจากจะมี Ariana Grande และ Emma Roberts แล้ว ยังมีเหล่านักแสดงระดับเอลิสต์ใบหน้าคุ้นเคยที่จะกลับมารวมตัวกันอย่างพร้อมหน้าอีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็น Sarah Paulson, Evan Peters, Angela Bassett, Kathy Bates, Billie Lourd, Gabourey Sidibe, Leslie Grossman และนักแสดงตัวแม่แห่งอาณาจักร AHS อย่าง Jessica Lange

 

ภาพ: Frazer Harrison/Getty Images

 

อ้างอิง:

The post Ariana Grande เตรียมแสดงซีรีส์ American Horror Story ซีซัน 13 appeared first on THE STANDARD.

]]>
บุก Game of Thrones Studio กับสมาร์ตโฟนที่เหมือนหลุดมาจากซีรีส์ https://thestandard.co/life/game-of-thrones-studio-realme/ Thu, 16 Oct 2025 04:03:06 +0000 https://thestandard.co/?p=1131292 บุก Game of Thrones Studio กับสมาร์ตโฟนที่เหมือนหลุดมาจาก ซีรีส์

บุก Game of Thrones Studio กับสมาร์ทโฟนที่เหมือนหลุดมาจ […]

The post บุก Game of Thrones Studio กับสมาร์ตโฟนที่เหมือนหลุดมาจากซีรีส์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
บุก Game of Thrones Studio กับสมาร์ตโฟนที่เหมือนหลุดมาจาก ซีรีส์

บุก Game of Thrones Studio กับสมาร์ทโฟนที่เหมือนหลุดมาจากซีรีส์

 

หากคุณเป็นแฟน Game of Thrones ตัวจริง การได้เดินทางไปยัง Game of Thrones Studio Tour ที่ Northern Ireland คือการได้หลุดเข้าไปอยู่ในโลก Westeros ของจริง แต่ครั้งนี้เราไม่ได้ไปมือเปล่า เพราะเราพกสมาร์ทโฟนที่เหมือนหลุดออกมาจากซีรีส์ไปด้วย และสมาร์ทโฟนที่เราพูดถึงคือ realme 15 Pro Game of Thrones Limited Edition สมาร์ทโฟนรุ่นพิเศษที่ realme สร้างขึ้นจากแรงบันดาลใจของตระกูลมังกร “House Targaryen” ตัวเครื่องมาพร้อมดีไซน์หนังสีดำ-ทองในชื่อ Dragonfire Black Leather และยังมีฟีเจอร์สุดล้ำอย่าง Heat-sensitive Color-changing Design ซึ่งทำให้ฝาหลังเปลี่ยนสีจากดำเป็นแดงเมื่อโดนความร้อน แถมยังโดดเด่นด้วย AI ที่ช่วยแต่งภาพให้สมจริงและสนุกยิ่งขึ้น

 

บุก Game of Thrones Studio กับสมาร์ตโฟนที่เหมือนหลุดมาจาก ซีรีส์ 1 บุก Game of Thrones Studio กับสมาร์ตโฟนที่เหมือนหลุดมาจาก ซีรีส์ 2

 

ก่อนจะเข้าไปในสตูดิโอ มาดูกันหน่อยว่ามือถือที่เราเอามาด้วยวันนี้มีอะไรพิเศษบ้าง เพราะมันไม่ได้โดดเด่นแค่ดีไซน์ แต่ยังทรงพลังในทุกมิติ

 

บุก Game of Thrones Studio กับสมาร์ตโฟนที่เหมือนหลุดมาจาก ซีรีส์ 3

 

  • ชิป Snapdragon 7 Gen 4 (4 nm) ให้พลังแรงระดับเรือธงในราคาเข้าถึงได้ เล่นเกม ลื่น เปิดกล้องก็ไว

 

  • กล้องหลังคู่ 50MP พร้อมระบบกันสั่น OIS ถ่ายภาพคมทุกช็อต

 

  • แบตเตอรี่ 7,000 mAh + ชาร์จไว 80W Ultra Charge ใช้งานยาวทั้งวัน แถมชาร์จแป๊บเดียวก็เต็ม

 

  • ดีไซน์หนัง Dragonfire Black พร้อมลวดลายกรงเล็บมังกร และสามารถเปลี่ยนสีตามอุณหภูมิที่ไม่มีในมือถือรุ่นไหนในโลก

 

  • และยังมาพร้อมกับธีม “Ice” และ “Fire” ในระบบ realme UI ที่ปรับวอลล์เปเปอร์และไอคอนให้เข้ากับโลก Game of Thrones อย่างแท้จริง

 

บุก Game of Thrones Studio กับสมาร์ตโฟนที่เหมือนหลุดมาจาก ซีรีส์ 4 บุก Game of Thrones Studio กับสมาร์ตโฟนที่เหมือนหลุดมาจาก ซีรีส์ 5 บุก Game of Thrones Studio กับสมาร์ตโฟนที่เหมือนหลุดมาจาก ซีรีส์ 6 บุก Game of Thrones Studio กับสมาร์ตโฟนที่เหมือนหลุดมาจาก ซีรีส์ 7 บุก Game of Thrones Studio กับสมาร์ตโฟนที่เหมือนหลุดมาจาก ซีรีส์ 8 บุก Game of Thrones Studio กับสมาร์ตโฟนที่เหมือนหลุดมาจาก ซีรีส์ 9 บุก Game of Thrones Studio กับสมาร์ตโฟนที่เหมือนหลุดมาจาก ซีรีส์ 10

 

วิธีการเดินทางมาที่สตูดิโอนี้ เราต้องเริ่มจาก Belfast ขับรถเพียง 30 นาที คุณก็จะมาถึง Linen Mill Studios ที่ Banbridge ต้นกำเนิดของซีรีส์ระดับตำนานอย่าง Game of Thrones ภายใน Game of Thrones Studio Tour คุณจะได้เดินผ่านฉากจริงที่เคยใช้ถ่ายทำ เช่น Great Hall แห่ง Winterfell, ห้องบัลลังก์ Dragonstone, และชุดเกราะที่นักแสดงสวมใส่จริง พร้อมอาวุธและ props นับพันชิ้นที่จัดแสดงไว้อย่างอลังการ

 

บุก Game of Thrones Studio กับสมาร์ตโฟนที่เหมือนหลุดมาจาก ซีรีส์ 11 บุก Game of Thrones Studio กับสมาร์ตโฟนที่เหมือนหลุดมาจาก ซีรีส์ 12 บุก Game of Thrones Studio กับสมาร์ตโฟนที่เหมือนหลุดมาจาก ซีรีส์ 13 บุก Game of Thrones Studio กับสมาร์ตโฟนที่เหมือนหลุดมาจาก ซีรีส์ 14

 

สตูดิโอถูกออกแบบให้เป็นประสบการณ์แบบ immersive ใช้แสง สี เสียง และเทคนิคพิเศษให้คุณรู้สึกเหมือน “เดินอยู่ใน Westeros” จริง ๆ และยังมีส่วนเบื้องหลังการถ่ายทำ เช่น การสร้างฉาก, การออกแบบคอสตูม, และเอฟเฟกต์มังกรในตำนาน การพก realme 15 Pro Game of Thrones Edition ไปด้วยยิ่งเพิ่มความอินเข้าไปอีก

The post บุก Game of Thrones Studio กับสมาร์ตโฟนที่เหมือนหลุดมาจากซีรีส์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
All’s Fair ซีรีส์ดราม่ากฎหมายของ Ryan Murphy จะเปิดตัวบน Disney+ วันที่ 4 พ.ย. นี้ https://thestandard.co/alls-fair-ryan-murphy-disney-plus/ Thu, 09 Oct 2025 09:23:24 +0000 https://thestandard.co/?p=1128633 All’s Fair ซีรีส์ดราม่ากฎหมายของ Ryan Murphy จะเปิดตัวบน Disney+ วันที่ 4 พ.ย. นี้

หลังจากปล่อยให้แฟนๆ รอคอยมาเนิ่นนานก็มีการเผยโฉมตัวอย่า […]

The post All’s Fair ซีรีส์ดราม่ากฎหมายของ Ryan Murphy จะเปิดตัวบน Disney+ วันที่ 4 พ.ย. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
All’s Fair ซีรีส์ดราม่ากฎหมายของ Ryan Murphy จะเปิดตัวบน Disney+ วันที่ 4 พ.ย. นี้

หลังจากปล่อยให้แฟนๆ รอคอยมาเนิ่นนานก็มีการเผยโฉมตัวอย่างซีรีส์ All’s Fair ผลงานชิ้นล่าสุดของ Ryan Murphy ออกมาแล้ว พร้อมกับประกาศอย่างเป็นทางการว่า ซีรีส์จะเปิดตัวในวันที่ 4 พฤศจิกายน ผ่านทาง Hulu และ Disney+ โดยจะปล่อย 3 เอพิโสดแรกออกมาพร้อมกัน ก่อนที่จะทยอยปล่อยสัปดาห์ละตอนทุกวันพฤหัสบดี

 

All’s Fair ได้รับความสนใจเป็นอย่างมากตั้งแต่มีการประกาศว่า Ryan Murphy จะเป็นผู้สร้างโปรเจกต์นี้โดยมี Kim Kardashian มาเป็นนักแสดงนำ หลังจากที่ทั้งสองร่วมงานกันไปแล้วใน American Horror Story: Delicate
โดย All’s Fair เป็นซีรีส์ดราม่าเกี่ยวกับกฎหมายแนวเซ็กซี่แบบผู้ใหญ่ ที่ว่าด้วยเรื่องราวของสำนักงานกฎหมายที่มีเพียงทีมนักกฎหมายผู้หญิงเท่านั้น ซึ่ง Kim Kardashian ได้รับบทเป็น Allura Grant ทนายผู้ช่ำชองคดีการหย่าร้างแห่งลอสแอนเจลิสที่ต้องเผชิญหน้ากับปัญหาชีวิตรักของตัวเอง

 

นอกจาก Kim Kardashian แล้ว All’s Fair ยังเต็มไปด้วยเหล่านักแสดงหญิงระดับเอลิสต์ที่มารับบทเป็นนักกฎหมายหญิงสุดแกร่ง ไม่ว่าจะเป็น Naomi Watts, Sarah Paulson ไปจนถึงนักแสดงรุ่นใหญ่อย่าง Glenn Close ซึ่งล้วนควบตำแหน่ง Executive Producer สำหรับซีรีส์เรื่องนี้ด้วยกันทั้งหมด นอกจากนั้นยังมี Teyana Taylor, Niecy Nash-Betts และ Matthew Noszka ที่มาร่วมแสดงด้วย

 

Hulu บรรยายถึงซีรีส์ All’s Fair ว่า “ทีมทนายหญิงด้านคดีการหย่าร้างทิ้งสำนักงานกฎหมายที่ชายเป็นใหญ่ไปเปิดสำนักงานของตัวเอง ด้วยความโฉบเฉี่ยว ฉลาดเฉลียว และอารมณ์ที่ซับซ้อน พวกเธอสืบค้นการเลิกราเดิมพันสูง ความลับสุดฉาว และการแปรพักตร์ทั้งในชั้นศาลและในชีวิตของตัวเอง”

 

ภาพ: Hulu

 

อ้างอิง:

The post All’s Fair ซีรีส์ดราม่ากฎหมายของ Ryan Murphy จะเปิดตัวบน Disney+ วันที่ 4 พ.ย. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Peaky Blinders เตรียมสร้างซีรีส์อีก 2 ซีซัน พร้อมเล่าเรื่องตระกูล Shelby รุ่นใหม่ https://thestandard.co/peaky-blinders-2-more-seasons/ Fri, 03 Oct 2025 07:43:52 +0000 https://thestandard.co/?p=1126009

Peaky Blinders จะกลับมาในรูปแบบซีรีส์อีกครั้ง หลัง Netf […]

The post Peaky Blinders เตรียมสร้างซีรีส์อีก 2 ซีซัน พร้อมเล่าเรื่องตระกูล Shelby รุ่นใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>

Peaky Blinders จะกลับมาในรูปแบบซีรีส์อีกครั้ง หลัง Netflix กับ BBC ประกาศอย่างเป็นทางการว่า พวกเขาเตรียมสร้างซีรีส์เพิ่มอีก 2 ซีซัน โดยจะเล่าเรื่องราวต่อจากภาพยนตร์ Peaky Blinders ที่ขณะนี้ถ่ายทำกันเสร็จเรียบร้อยแล้วและกำลังอยู่ในกระบวนการตัดต่อต่างๆ

 

Steven Knight ผู้สร้างซีรีส์และนักเขียนบท Peaky Blinders จะกลับมาทำหน้าที่เดิมสำหรับซีรีส์ทั้ง 2 ซีซันใหม่ ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีการเปิดเผยรายชื่อนักแสดงทั้งหมด แต่พระเอกคนดัง Cillian Murphy เจ้าของบท Tommy Shelby จะมาดำรงตำแหน่งเป็น Executive Producer โดยซีรีส์ซีซันต่อไปเป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นในอังกฤษปี 1953 ขณะที่เบอร์มิงแฮมอันเป็นถิ่นกำเนิดอำนาจตระกูล Shelby กำลังฟื้นตัวอย่างเต็มที่ จากการทิ้งระเบิดครั้งใหญ่ของเยอรมันนาซีในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 อันเป็นที่รู้จักกันในชื่อเหตุการณ์ Birmingham Blitz

 

Netflix บรรยายถึงพล็อตเรื่อง Peaky Blinders ซีซันใหม่ว่า “หลังโดนระเบิดอย่างหนักในสงครามโลกครั้งที่ 2 เบอร์มิงแฮมกำลังสร้างตัวสู่อนาคตใหม่จากคอนกรีตและเหล็กกล้า
ใน Peaky Blinders ยุคใหม่ของ Steven Knight การแข่งขันเพื่อที่จะได้ครอบครองโปรเจกต์บูรณะซ่อมแซมเมืองเบอร์มิงแฮมกลายเป็นการต่อสู้อันโหดร้าย และเกิดตำนานหลากหลายมิติ นี่คือเมืองแห่งโอกาสและความอันตราย พร้อมด้วยครอบครัว Shelby ที่หัวใจชุ่มโชกด้วยเลือด”

 

แต่ละเอพิโสดของ Peaky Blinders ซีซันใหม่จะมีความยาว 60 นาที และจะเข้าสู่เรื่องราวของรุ่นลูกหลานตระกูล Shelby ซึ่งสำหรับภาพยนตร์ Peaky Blinders ที่ใช้ชื่อว่า The Immortal Man จะเล่าเรื่องต่อจากซีรีส์ซีซัน 6 นำแสดงโดย Cillian Murphy รวมไปถึงนักแสดงชั้นนำอย่าง Stephen Graham, Rebecca Ferguson, Tim Roth และ Barry Keoghan โดยมีกำหนดเข้าฉายในปี 2026

 

ภาพ: Peaky Blinders

 

อ้างอิง:

The post Peaky Blinders เตรียมสร้างซีรีส์อีก 2 ซีซัน พร้อมเล่าเรื่องตระกูล Shelby รุ่นใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Sydney Sweeney เผยว่า Euphoria ซีซัน 3 จะมีความยุ่งเหยิงมากกว่าเดิม https://thestandard.co/sydney-sweeney-on-euphoria-ss-3/ Sun, 01 Jun 2025 07:27:13 +0000 https://thestandard.co/?p=1081053

Sydney Sweeney หนึ่งในนักแสดงนำซีรีส์ Euphoria แย้มถึงเ […]

The post Sydney Sweeney เผยว่า Euphoria ซีซัน 3 จะมีความยุ่งเหยิงมากกว่าเดิม appeared first on THE STANDARD.

]]>

Sydney Sweeney หนึ่งในนักแสดงนำซีรีส์ Euphoria แย้มถึงเรื่องราวในซีซันใหม่ที่แฟนๆ ต่างก็รอคอยกันมาอย่างเนิ่นนาน โดยเผยว่าซีซัน 3 จะมีความยุ่งเหยิงยิ่งกว่าซีซันที่ผ่านมาเสียอีก

 

ระหว่างการสัมภาษณ์ครั้งล่าสุดกับ Empire ทาง Sydney Sweeney ผู้รับบทเป็น Cassie Howard พูดถึงตัวละครที่เต็มไปด้วยความซับซ้อนของเธอว่า “ฉันมีพื้นที่พิเศษในหัวใจสำหรับ Cassie เสมอ และฉันโอบกอดเธอไว้อย่างใกล้ชิดด้วยความรัก เธอเป็นคนที่สุดโต่งมาก เธอตัดสินใจผิดพลาดมากมายหลายครั้ง และมีจุดบกพร่องในระดับที่มากกว่าคนทั่วไป

 

“แต่ทุกอย่างที่เธอทำมันเกิดจากความรักล้วนๆ ซึ่งมันก็อาจจะเป็นความรักในแบบที่น่าเศร้าก็ได้ แต่ถึงอย่างนั้นมันก็สนุกเหลือเกินที่ได้แสดงเป็นตัวละครที่มีความบ้าแบบเธอ และ Sam Levinson ก็เป็นนักสร้างหนังที่เก่งกาจที่ฉันได้ร่วมงานด้วย บางครั้งฉันอ่านบทบางอย่างแล้วโทรหาเขาว่า ‘มาทำให้มันบ้ายิ่งกว่านี้เถอะ’ และเขาก็เห็นด้วย ซีซันนี้จะยุ่งเหยิงยิ่งกว่าเดิมแน่นอน”

 

Euphoria ซีซัน 3 เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นหลังจากซีซันที่แล้วเป็นเวลา 5 ปี โดยจะยังคงติดตามชีวิตของเหล่าตัวละครเอกที่รับบทโดย Zendaya, Alexa Demie, Jacob Elordi, Hunter Schafer, Storm Reid และ Eric Dane ที่ต้องเผชิญกับปัญหาต่างๆ ในวัยผู้ใหญ่ พร้อมด้วยตัวละครใหม่ที่รับบทโดยนักร้องสาว ROSALÍA และ Sharon Stone ซึ่งพวกเขาเปิดกล้องถ่ายทำกันไปตั้งแต่เมื่อต้นปี และคาดว่าซีรีส์น่าจะเปิดตัวภายในปี 2026

 

ภาพ: Jeff Kravitz / FilmMagic for HBO / HBO MAX

 

อ้างอิง: 

The post Sydney Sweeney เผยว่า Euphoria ซีซัน 3 จะมีความยุ่งเหยิงมากกว่าเดิม appeared first on THE STANDARD.

]]>
THE STUDIO (2025) โลกวายป่วงที่สนุกสนานหรรษาของโรงงานขายฝันอลเวง https://thestandard.co/opinion-the-studio-2025/ Tue, 20 May 2025 09:13:50 +0000 https://thestandard.co/?p=1076363

ถ้าจะมีสักประโยคที่ใช้อธิบายความเป็นเมืองมายาของฮอลลีวู […]

The post THE STUDIO (2025) โลกวายป่วงที่สนุกสนานหรรษาของโรงงานขายฝันอลเวง appeared first on THE STANDARD.

]]>

ถ้าจะมีสักประโยคที่ใช้อธิบายความเป็นเมืองมายาของฮอลลีวูด ก็คงเป็นข้อความที่นักดูหนังล้วนตกผลึกและตาสว่างกันหมดแล้ว สั้นๆ ง่ายๆ นี่คือดินแดนที่ไม่มีอะไรเป็นอย่างที่มันดูเหมือนเป็น และเบื้องหน้าของผลผลิตที่ติดป้าย ‘เมดอินฮอลลีวูด’ กับเบื้องหลังก็มักจะเป็นคนละเรื่องเดียวกัน

 

ข้อสำคัญ หลายครั้งสิ่งละอันพันละน้อยที่เกิดขึ้นหลังบ้านน่าสนุก เข้มข้นและชวนติดตามยิ่งกว่าดิสเพลย์หน้าร้านอย่างไม่อาจเทียบเคียง หรืออีกนัยหนึ่ง ความอลหม่านและวายป่วงในห้องครัวหยิบยื่นรสชาติที่เอร็ดอร่อยยิ่งกว่าอาหารที่ถูกปรุงรสอย่างหอมหวนและตกแต่งรูปโฉมประดิดประดอย ตัวอย่างมีให้ยกมาสนับสนุนมากมาย กรณีล่าสุดคงหนีไม่พ้นหนังเมื่อปีกลายเรื่อง It Ends with Us ที่โรแมนซ์ของคู่พระนางบนจออาจจะดูดดื่มเร่าร้อน แต่สถานการณ์นอกจอกลับกลายเป็นหนังคนละม้วน ทั้งสองไม่ได้เพียงแค่มีเรื่องขัดแย้งและกล่าวหากันไปมา ทว่าสถานการณ์ยังบานปลายถึงโรงถึงศาล ว่าด้วยเรื่องคุกคามทางเพศ ซึ่งดูวี่แววแล้ว ไม่น่าจะจบสิ้นง่ายๆ

 

 

ซีรีส์ตลกเสียดสีวงการหนังในฮอลลีวูดความยาว 10 ตอนจบ (ตอนละราวๆ ครึ่งชั่วโมงและจบในตอน) เรื่อง The Studio ฝีมือการสร้าง กำกับ เขียนบทโดย Seth Rogan และ Evan Goldberg ซึ่งสตรีมทางช่อง Apple TV+ เป็นผลงานล่าสุดของเรื่องแนวเปิดโปงเบื้องหลังวงการบันเทิง ซึ่งว่าไปแล้ว ถูกสร้างมาตั้งแต่ยุคดึกดำบรรพ์ (ต้องยกเครดิตให้ Sunset Boulevard ของ Billy Wilder ในฐานะใบเบิกทาง) แต่ก็นั่นแหละ สิ่งละอันพันละน้อยที่ผู้สร้างคัดเลือกมาถ่ายทอด ก็ทั้งน่าสนุก ตลก แปลกใหม่ หลายครั้ง ทั้งขบขันและขื่นขมในเวลาเดียวกัน รวมถึงมันชวนให้เชื่อว่าเรื่องพิลึกพิลั่นเหล่านั้นมีมูลความจริง อันส่งผลแต่ละตอนผ่านพ้นการรับรู้ไปอย่างรวดเร็ว 

 

แง่มุมที่ช่วยเพิ่มความขึงขังจริงจังได้แก่การที่ซีรีส์เรื่อง The Studio คลาคล่ำไปด้วยเหล่านักแสดงและคนดังที่ไม่ได้เพียงแค่มาโชว์ตัว แต่พวกเขายังสวมบทบาทเป็นตัวเองในเวอร์ชันที่แอบแฝงธาตุแท้ และหลายครั้ง เป็นจุดเริ่มต้นของการเรียกเสียงหัวเราะที่คนดูหักห้ามตัวเองไม่ได้ และนั่นทำให้การจำลองบรรยากาศและความเป็นไปของบริษัทหนังสมมติแห่งหนึ่งของฮอลลีวูด ยิ่งดูเป็นรูปธรรมที่จับต้องได้มากขึ้น 

 

ถ้าหากจะลองเรียงรายชื่อดารารับเชิญคร่าวๆ ก็ได้แก่ Martin Scorsese, Charlize Theron, Zac Efron, Zoë Kravitz, Greta Lee, Ron Howard, Ice Cube, Aaron Sorkins, Zack Snyder เป็นต้น แต่ลิสต์คนดังข้างต้นก็อาจจะไม่สร้างความประหลาดใจเท่ากับการที่ซีรีส์ของ Seth Rogan ซึ่งต้องระบุซ้ำอีกครั้งว่าเผยแพร่ทางจาก Apple TV+ สามารถชักชวน Ted Saranos ซีอีโอของ Netflix มาร่วมแสดงในบทบาทที่ทั้งเหน็บแนมถากถางอุตสาหกรรมหนังและจิกกัดตัวเองอย่างเจ็บปวดและแสบสันทีเดียว

 

 

ไม่ว่าจะอย่างไร แง่มุมที่ทำให้ซีรีส์ The Studio แตกต่างจากหนังและซีรีส์แนวเดียวกัน รวมถึงเป็นการวางปมเรื่องที่เฉลียวฉลาดและช่างคิด เกี่ยวข้องกับตัวละครหลักที่ชื่อ Matt Remick (Seth Rogan) ผู้บริหารสตูดิโอสมมติที่ชื่อ Continental ผู้ซึ่งในตอนเปิดเรื่อง เขาได้รับเลื่อนตำแหน่งขึ้นเป็นหัวหน้าสตูดิโอแทนเจ้านายของเขาที่เพิ่งถูกไล่ออกสดๆ ร้อนๆ (เพราะเธอทำหนังเจ๊งติดๆ กัน) ความรับผิดชอบหลักๆ ของเขาในฐานะหัวหน้าสตูดิโอคนใหม่นอกจากอนุมัติหรือไม่อนุมัติให้สร้างหนังเรื่องหนึ่งๆ ก็คือการควบคุมให้แต่ละโปรเจกต์ของสตูดิโอใช้งบประมาณการสร้างน้อยที่สุด และเก็บเกี่ยวผลกำไรให้มากที่สุดทางด้านรายได้ (หรือตามนโยบายของซีอีโอใหญ่ที่ชื่อ Griffin Mill (Bryan Cranston) ที่บอกว่า “ที่นี่เราสร้าง ‘หนัง’ ไม่ได้สร้าง ‘ภาพยนตร์’”) เพราะถ้าหากเขาทำไม่ได้ ชะตากรรมของเขาก็จะไม่แตกต่างจากเจ้านายเก่าที่เขาเพิ่งมาแทนที่ นั่นคือถูกโยนทิ้งเหมือนกระดาษชำระ

 

ไม่ต้องสงสัยว่านี่เป็นตำแหน่งที่อำนาจอันยิ่งใหญ่มาพร้อมกับเดิมพันอันใหญ่ยิ่ง แต่ว่าไปแล้ว ความยุ่งยากของ Matt ก็ไม่เหมือนกับของบรรดาหัวหน้าสตูดิโอตามที่เคยถูกบอกเล่าในหนังหลายๆ เรื่องก่อนหน้า ซึ่งมักจะมีบุคลิกเจ้าเล่ห์ กดขี่ทางเพศ บ้าอำนาจ ทรยศหักหลัง และเลือดเย็น (Kirk Douglas ใน the Bad and the Beautiful, Tim Robbins ใน the Player เป็นต้น) ปัญหาของ Matt ก็คือเขาไม่ได้มองเห็นตัวเองเป็นเพียงแค่ผู้บริหารสตูดิโอ หรือนักธุรกิจภาพยนตร์ที่พยายามผลักดันให้โปรเจกต์หนังแต่ละเรื่องกอบโกยผลประโยชน์มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ แต่อีกโสตหนึ่ง เขาถือว่าตัวเองเป็นซีเนไฟล์ ชีวิตของเขาหายใจเข้าออกเป็นภาพยนตร์ และความรอบรู้เรื่องหนังของเขาก็อยู่ในระดับน้องๆ เอนไซโคลพีเดีย นอกจากนี้ เขายังคลั่งไคล้และบูชาบรรดาคนทำหนังชั้นครู (หรือที่ใครๆ เรียกว่า ประพันธกร) เชื่อในมนตร์ขลังของการถ่ายด้วยฟิล์มเซลลูลอยด์ และในอีพี 8 คนดูถึงกับได้ยิน Matt เรียกตัวเองว่าเป็นศิลปิน

 

นั่นทำให้สิ่งที่คนดูได้เห็นตลอดทั้งซีรีส์ก็คือ ภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกของตัวละครจากการที่เขาไม่สามารถหลอมรวม ‘หน้าที่’ กับ ‘ความรัก’ หรืออีกนัยหนึ่ง ‘ศิลปะ’ กับ ‘การค้า’ เข้าด้วยกัน (ประโยคที่อธิบายก้นบึ้งความรู้สึกของตัวละครอยู่ในอีพีแรกที่เขาเอ่ยกับเจ้านายเก่าทำนองว่า เขาเลือกทำอาชีพนี้ก็เพราะเขารักหนัง แต่กลายเป็นว่าตอนนี้ หน้าที่การงานของเขากำลังทำลายสิ่งที่เขารัก) และผลลัพธ์ของการชักเย่อระหว่างสองสิ่งที่มุ่งหน้าไปในทิศทางตรงกันข้ามก็ลงเอยด้วยสถานการณ์ที่ทั้งน่าขบขันและชวนให้คนดูปลงอนิจจัง 

 

 

สองในหลายฉากที่น่าจะเรียกเสียงหัวเราะสนั่นหวั่นไหว ฉากหนึ่งอยู่ในอีพีแรก ที่เขาแสดงออกอย่างลิงโลดที่สามารถเกลี้ยกล่อมให้ Martin Scorsese มากำกับหนังโปรโมต Kool-Aid เครื่องดื่มยอดนิยมได้ ก่อนจะพบว่านั่นเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดร้ายแรง (เพราะนอกจากหนังของ Scorsese ไม่ได้สนับสนุนการขายสินค้า เรื่องจริงของเหล่าสาวกคลั่งลัทธิที่กระทำอัตวินิบาตกรรมด้วยการดื่มเครื่องดื่มดังกล่าวผสมยาพิษ ก็เท่ากับฆ่าผลิตภัณฑ์นี้ทิ้งทั้งเป็น) และฉากที่พระเอกของเราต้องหาทางบอกข่าวร้ายกับ ‘คนทำหนังที่เป็นปูชนียบุคคล’ ที่หมายมั่นจะปลุกปั้นให้โปรเจกต์หนังเรื่องนี้เป็นงานทิ้งทวนเรื่องสุดท้าย ก็เป็นช่วงเวลาที่ล้ำค่าราวกับทองคำ และ Scorsese ก็เล่นเป็นตัวเองได้สุดลิ่มทิ่มประตูมากๆ

 

อีกหนึ่งอยู่ในอีพี 3 และเป็นเหตุการณ์คล้ายกัน Matt ต้องแจ้ง Ron Howard ผู้กำกับหนังออสการ์ยอดเยี่ยมเรื่อง Beautiful Mind และเป็นอีกหนึ่งไอคอนของอุตสาหกรรม ให้หั่นหนังของเขาออกสี่สิบห้านาทีเพราะมันทั้งน่าเบื่อ ทั้งยาว รวมถึงกระทบรอบฉายและรายได้ของหนังอย่างแน่นอน Matt พยายามโบ้ยให้คนอื่นทำหน้าที่นี้เพราะไม่อยากถูกคนทำหนังที่เขาชื่นชอบและศรัทธาเกลียดขี้หน้า ยิ่งเมื่อคำนึงว่ากิตติศัพท์ของ Ron Howard คือคนทำหนังที่นิสัยดีที่สุด อ่อนโยนและเป็นที่รักมากที่สุดคนหนึ่งของฮอลลีวูด (ตอนที่เขามาถ่ายหนังเมืองไทยเรื่อง Thirteen Lives ทีมงานก็ล้วนพูดถึงเขาทำนองนี้) แถมฉากที่ต้องตัดทิ้งก็ดันบอกเล่าเนื้อหาที่เป็นปมความหลังฝังใจของตัวผู้กำกับอย่างลึกซึ้ง นั่นนำพาให้สถานการณ์เพิ่มความอ่อนไหวเปราะบาง และไม่ว่า Matt จะเล่นบทหัวหน้าสตูดิโอและยืนข้างนายทุน หรือคนรักหนังและปกป้องความคิดสร้างสรรค์ของศิลปิน รูปการณ์ก็ไม่ต่างจากการหนีเสือปะจระเข้

 

 

ไม่ว่าจะอย่างไร ต้องบอกว่าซีนไคลแม็กซ์ของอีพี 3 ลงเอยด้วยความรู้สึกระเบิดเถิดเทิงจริงๆ และฉากที่ตัวละครพูดจาทำร้ายจิตใจซึ่งกันและกันหรือแม้กระทั่งลงไม้ลงมือ ก็ไม่ใช่เรื่องใส่สีตีไข่ที่ไม่เคยเกิดขึ้นในโลกความเป็นจริง และบางที มันตอกย้ำว่ากว่าจะได้มาซึ่งผลงานที่ออกแบบตัดเย็บเพื่อให้เข้าถึงรสนิยมของคนดูหมู่มากตามระบบการสร้างหนังของสตูดิโอ มันต้องผ่านการต่อสู้ขับเคี่ยว กอดรัดฟัดเหวี่ยงอย่างชนิดเลือดตาแทบกระเด็นตามตัวอักษรจริงๆ

 

ไหนๆ ก็ไหนๆ ความน่าสนุกที่ปะทุมาจากบุคลิกของ Matt อีกอย่างหนึ่งก็คือ เขาเป็นคนไม่มั่นคงทางอารมณ์และโหยหาการยอมรับในระดับที่เป็นเหมือนปมด้อยส่วนตัว ในอีพี 6 ที่เขาพยายามโน้มน้าวให้พวกหมอๆ ที่รักษาโรคมะเร็งในเด็กยอมรับว่า ภาพยนตร์ก็สำคัญกับชีวิตของผู้คนไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าการไปหาหมอและโรงพยาบาล ซึ่งเป็นเรื่องปัญญาอ่อนสิ้นดี หรือในอีพี 8 ที่เจ้าตัวพยายามดิ้นรนให้ผู้กำกับหญิงกล่าวขอบคุณเขาในสปีชรับรางวัล และถึงกับอ้อนวอนเธอคนนั้นโดยตรง ก็นับเป็นห้วงเวลาที่ชวนให้คนดูรู้สึกอัปยศอดสูแทนเสียนี่กระไร

 

 

แต่ถ้าหากจะประมวลในภาพรวมแล้ว ซีรีส์เรื่อง The Studio ก็ไม่ได้มองฮอลลีวูดและผู้คนด้วยสายตาที่หม่นมืดและเลวร้ายอย่างสิ้นเชิงเหมือนกับหนังเรื่อง The Player ของ Robert Altman (ซึ่งซีรีส์หยิบยืมชื่อตัวละครเอกของหนังมาใช้ด้วย) จริงๆ แล้ว มันผสมไว้ด้วยท่าทีและน้ำเสียงที่อบอวลไปด้วยความรัก และความศรัทธาอันแรงกล้าในอุตสาหกรรม (ใครจะเรียกว่านี่คือจดหมายรักก็ได้ แต่ก็ฟังดูเลี่ยนไปนิดนึง) เพราะอย่างนี้เอง ขณะที่เราได้เห็นด้านที่ตลบตะแลงปลิ้นปล้อนของตัวละคร ความเป็นนักเล่นแร่แปรธาตุ สัญชาตญาณเอาตัวรอด ความดันทุรังที่น่าหัวเราะเยาะ อีกทั้งขนาดของอีโก้ของแต่ละคนก็ใหญ่โตมหึมา แต่อย่างหนึ่งที่ตัวละครทั้งหมดมีเหมือนกันก็คือสิ่งที่เรียกว่า passion หรือการดิ้นรนและการอุทิศทุ่มเทในการผลักดันให้โปรเจกต์หนังของพวกเขาบรรลุเป้าประสงค์ และพวกเขาก็ทำทุกวิถีทางจริงๆ ซึ่งนั่นหมายรวมถึงการเลียแข้งเลียขา การแทงข้างหลัง หรือแม้กระทั่งก่อวินาศกรรมหนังตัวเอง (เพื่อของบถ่ายทำเพิ่มเติม)

 

 

รวมๆ แล้ว The Studio เป็นซีรีส์ที่ทั้งอัปเดต ทั้งตีแผ่และกะเทาะความเป็นไปของอุตสาหกรรมหนังในฮอลลีวูดได้ปวดแสบปวดร้อนทีเดียว และก็อย่างที่กล่าวข้างต้น ไม่มีอะไรเป็นอย่างที่มันดูเหมือนจะเป็น ในความหยิ่งผยองและอหังการของเหล่าตัวละคร พวกเขากลับดูไม่มีความหนักแน่นและมั่นคง และในความหลงตัวเองหรือสำคัญตนผิดจนเกินเลย พวกเขาล้วนแล้วดูน่าสมเพชเวทนา

 


 

THE STUDIO (2025)

กำกับ–Seth Rogan, Evan Goldberg

ผู้แสดง-Seth Rogen, Kathryn Hahn, Ike Barinholtz, Catherine O’Hara, Chase Sui Wonders, ฯลฯ

The post THE STUDIO (2025) โลกวายป่วงที่สนุกสนานหรรษาของโรงงานขายฝันอลเวง appeared first on THE STANDARD.

]]>
The White Lotus ซีซัน 3 ตอนไฟนอล สร้างสถิติใหม่ด้วยยอดคนดูถึง 6.2 ล้านคน https://thestandard.co/the-white-lotus-season-3-finale/ Tue, 08 Apr 2025 05:49:59 +0000 https://thestandard.co/?p=1061793

The White Lotus ซีซัน 3 จบลงอย่างสวยงามด้วยยอดผู้ชมที่ส […]

The post The White Lotus ซีซัน 3 ตอนไฟนอล สร้างสถิติใหม่ด้วยยอดคนดูถึง 6.2 ล้านคน appeared first on THE STANDARD.

]]>

The White Lotus ซีซัน 3 จบลงอย่างสวยงามด้วยยอดผู้ชมที่สูงที่สุดเท่าที่เคยมีมา และยังมากกว่าตอนที่แล้วในสัปดาห์ก่อนถึง 30% โดย The White Lotus ซีซัน 3 เอพิโสดสุดท้ายมียอดวิวถึง 6.2 ล้านคนในอเมริกา ในขณะที่เอพิโสดก่อนหน้ามียอดวิว 4.8 ล้านคน

 

ยอดวิวทั้งหมดนี้เป็นผลการรวบรวมสถิติจาก Nielsen ที่นับจำนวนผู้ชมจากช่องเคเบิลของ HBO และช่องทางสตรีมมิง Max ของ Warner Bros. Discovery โดยนอกจากยอดวิวของ The White Lotus ซีซัน 3 ตอนสุดท้ายจะสูงกว่าตอนก่อนหน้าแล้ว มันยังเป็นยอดวิวที่มากกว่าตอนไฟนอลของซีซัน 2 ทั้งหมด 51% และสูงกว่าอีพีเปิดตัวของซีซัน 3 ถึง 158% 

 

The White Lotus ซีซัน 3 มียอดผู้ชมที่สูงมากมาตลอดช่วงเวลาที่ออนแอร์ทั้งหมด 8 เอพิโสด โดยในตอนเปิดตัวเอพิโสดแรกเมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมานั้น อีพีดังกล่าวมียอดวิวทั้งหมด 2.4 ล้านคน นับว่าเป็นยอดที่มากกว่าการเปิดตัวซีซัน 2 ที่มียอดวิว 1.5 ล้านครัวเรือนถึง 57% หลังจากนั้นยอดวิว The White Lotus ซีซัน 3 ก็เพิ่มขึ้นอีกในเอพิโสดที่ 2 ด้วยยอดวิวทั้งหมด 3.4 ล้านคนและยังมียอดวิวเท่ากันในเอพิโสดที่ 4 และถึงแม้ว่าจะไม่มีการเปิดเผยตัวเลขยอดวิวของอีพี 3 และ 5 แต่ซีรีส์ The White Lotus ก็มียอดผู้ชมรวมกันสูงสุดตลอดกาลเป็นที่เรียบร้อย ตั้งแต่ที่เริ่มออนแอร์ซีซันนี้

 

เมื่อสัปดาห์ก่อน The White Lotus ซีซัน 3 อีพี 6 เพิ่งจะทำลายสถิติของซีรีส์ด้วยยอดผู้ชม 4.2 ล้านคน โค่นแชมป์เก่าอย่าง The White Lotus ซีซัน 2 ตอนไฟนอลที่มียอดวิว 4.1 ล้านคน ก่อนที่เอพิโสด 7 จะทำลายสถิติอีกครั้งด้วยยอดผู้ชม 4.8 ล้านคน และมาสิ้นสุดที่ยอดผู้ชม 6.2 ล้านคนในอีพีสุดท้าย

 

ภาพ: Jeff Kravitz / FilmMagic for HBO

อ้างอิง: 

The post The White Lotus ซีซัน 3 ตอนไฟนอล สร้างสถิติใหม่ด้วยยอดคนดูถึง 6.2 ล้านคน appeared first on THE STANDARD.

]]>
Leighton Meester เผยว่าได้เจอแฟนคลับ Gossip Girl รุ่นใหม่ที่ยังไม่เกิดตอนซีรีส์จบลงด้วยซ้ำ https://thestandard.co/meester-new-gen-gossip-girl-fans/ Sun, 23 Feb 2025 11:45:12 +0000 https://thestandard.co/?p=1045065

Leighton Meester นักแสดงที่โด่งดังจากการรับบทเป็นคุณหนู […]

The post Leighton Meester เผยว่าได้เจอแฟนคลับ Gossip Girl รุ่นใหม่ที่ยังไม่เกิดตอนซีรีส์จบลงด้วยซ้ำ appeared first on THE STANDARD.

]]>

Leighton Meester นักแสดงที่โด่งดังจากการรับบทเป็นคุณหนูจอมแสบ Blair Waldorf ในซีรีส์ Gossip Girl ระหว่างปี 2007-2012 เผยว่าเธอได้พบกับแฟนซีรีส์รุ่นใหม่ที่อายุน้อยถึงขั้นยังไม่เกิดตอนที่ซีรีส์ซีซันสุดท้ายจบลง

 

Leighton Meester เล่าว่า มีเด็กรุ่นใหม่หลายคนที่จดจำเธอได้จาก Gossip Girl ทั้งที่แฟนบางคนยังไม่เกิดตอนที่ซีรีส์เริ่มต้นหรือแม้แต่จบลง เธอเผยผ่านสื่อ Access Hollywood ว่า “ตอนนี้คนเขานิยามมันว่าเป็น ‘ซีรีส์วินเทจ’ กันไปแล้ว หลายครั้งเลยที่เจอแฟนซีรีส์แล้วฉันจะแบบ ‘เธอยังไม่เกิดด้วยซ้ำตอนที่เราเริ่มทำซีรีส์เรื่องนี้น่ะ’ หรือบางคนก็ยังไม่เกิดตอนที่ซีรีส์จบลงไป”

 

ไม่ใช่แค่เด็กรุ่นใหม่เท่านั้นที่กลายเป็นแฟน Gossip Girl แต่ยังมีแฟนซีรีส์หน้าใหม่อีกหลายคนที่เพิ่งจะได้ดูซีรีส์เรื่องนี้ แม้จะผ่านมานานหลายปีแล้วก็ตาม โดย Leighton Meester เผยว่า

 

“มีคนที่เพิ่งเคยดูด้วยนะ และฉันคิดว่ามันค่อนข้างน่าทึ่งในเรื่องของความถูกที่ถูกเวลาน่ะ สมัยก่อนเราไม่มีโซเชียลมีเดีย และฉันก็ไม่เคยคิดด้วยซ้ำว่ามันจะเกิดขึ้น เพราะเราไม่มีอะไรแบบนั้นเลยตอนที่เริ่มทำ Gossip Girl ซึ่งฉันคิดว่าผู้คนก็คิดถึงอะไรเก่าๆ แบบนั้นกันมาก เพราะมันทำให้รู้สึกสบายใจ ไม่ว่าพวกเขาจะเคยดูซีรีส์ไปแล้วหรืออยากลองดูเป็นครั้งแรกก็ตาม”

 

Gossip Girl มีทั้งหมด 6 ซีซัน และเป็นซีรีส์ยอดฮิตที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในยุคนั้น โดยนอกจาก Leighton Meester แล้ว เหล่านักแสดงที่แจ้งเกิดจากซีรีส์เรื่องนี้ก็มีทั้ง Blake Lively, Penn Badgley, Chace Crawford และ Ed Westwick โดยปัจจุบัน Leighton Meester ใช้ชีวิตครอบครัวกับนักแสดง Adam Brody และกำลังมีผลงานซีรีส์เรื่อง Good Cop/Bad Cop 

 

ภาพ: James Devaney / WireImage

อ้างอิง:  

The post Leighton Meester เผยว่าได้เจอแฟนคลับ Gossip Girl รุ่นใหม่ที่ยังไม่เกิดตอนซีรีส์จบลงด้วยซ้ำ appeared first on THE STANDARD.

]]>
The White Lotus ซีซัน 3 สัมผัสไทย สำรวจใจ ไปกับเหตุฆาตกรรมในรีสอร์ตหรู https://thestandard.co/opinion-the-white-lotus-season-3/ Thu, 20 Feb 2025 09:47:13 +0000 https://thestandard.co/?p=1044171

  แฟนๆ The White Lotus คงรู้ดีว่าซีรีส์เรื่องนี้นอ […]

The post The White Lotus ซีซัน 3 สัมผัสไทย สำรวจใจ ไปกับเหตุฆาตกรรมในรีสอร์ตหรู appeared first on THE STANDARD.

]]>

 

แฟนๆ The White Lotus คงรู้ดีว่าซีรีส์เรื่องนี้นอกจากจะพาไปสำรวจเครือโรงแรมสุดหรูในชื่อ The White Lotus ตามเมืองท่องเที่ยวดังๆ ทั่วโลก ยังเข้าไปสำรวจ จิกกัดความบกพร่องของมนุษย์และสังคมจากฝีมือของ ไมค์ ไวต์ ผู้สร้างที่ควบงานเขียนบทและกำกับด้วย โดย The White Lotus ในแต่ละซีซันมีธีมหลักๆ ที่แตกต่างกันออกไป อย่างในซีซันแรกที่เกาะฮาวายว่าด้วยเรื่องชนชั้นและคนสันดานรวย ส่วนในซีซันที่ 2 ว่าด้วยความสัมพันธ์เชิงอำนาจผ่านเซ็กซ์ที่เกาะซิซิลี 

 

ส่วนในซีซันนี้ก็สร้างกระแสปังๆ ในเมืองไทย เพราะมี ลิซ่า-ลลิษา มโนบาล ลูกสาวของชาวไทย และยังใช้เมืองไทยเป็นฉากหลัง ว่าด้วยเรื่องราวของการค้นหาจิตวิญญาณ วิถีพุทธ และเซ็กซ์ เข้ากับธีมของการท่องเที่ยวไทยที่อยากเป็น Wellness Center ขณะเดียวกันก็ได้ประสบการณ์มันๆ กลับไปด้วย ซึ่งหลังจากปล่อยอีพีแรกออกมาก็ต้องบอกว่าซีซันนี้มีอะไรให้ติดตามอีกมากแน่นอน 

 

 

เรื่องราวเริ่มต้นเมื่อเสียงปืนดังขึ้น ขณะที่ ไซออน (นิโคลัส ดูเวอร์เนย์) ลูกชายของ เบลินดา (นาตาชา ร็อธเวลล์) พนักงานจากสาขาฮาวายที่เข้ามาเทรนนิงในประเทศไทยกำลังนั่งสมาธิอยู่ เขาต้องหนีหัวซุกหัวซุนไปเจอศพลอยน้ำมา จากนั้นก็พาย้อนกลับไป 1 สัปดาห์ก่อนหน้านั้น ด้วยการแนะนำ บรรดาแขกที่เข้าพักโดยในซีซันนี้ประกอบด้วยครอบครัวของ ทิมโมธี (เจสัน ไอแซค) นักการเงินผู้ร่ำรวยที่พา วิกตอเรีย (พาร์กเกอร์ โพซีย์) ภรรยา และลูกๆ ทั้งสามมาเที่ยวเมืองไทย ซึ่งทั้งหมดก็มีบางอย่างที่ไม่ธรรมดาโดยทิมโมธีกำลังถูกอดีตตามหลอกหลอน ขณะที่ แซกซอน (แพทริก ชวาร์เซเน็กเกอร์) ลูกชายคนโตมีภาวะชายเป็นพิษคิดถึงแต่เรื่องอำนาจ เงินทองและเซ็กซ์ ไพเพอร์ (ซาราห์ แคทเธอรีน ฮุค) เป็นนักศึกษาศาสนศาสตร์ที่อยากมาหาพระภิกษุในเมืองไทย และ ลอคแลน (แซม นิโวลา) เด็กมัธยมผู้กำลังค้นหาตัวเอง 

 

 

ตามมาด้วยคู่รักต่างวัย ริค แฮทเชตต์ (วอลตัน กอกกินส์) และ เชลซี (เอมี่ ลู วูด) ฝ่ายชายดูเป็นคนเจ้าอารมณ์พร้อมจะติทุกอย่างบนโลก ขณะที่แฟนสาวอายุน้อยกว่าแลดูเป็นคนทึ่มๆ แต่มองโลกในแง่ดี ริคตั้งใจแน่วแน่ที่จะพบกับสามีของ ศรีตลา ฮอลลิงเกอร์ (ภัทราวดี มีชูธน) หนึ่งในเจ้าของ The White Lotus ด้วยเหตุผลบางอย่าง 

 

และสุดท้ายคือกลุ่มเพื่อนสามสาววัย 40 อัพ ได้แก่ แจ็กลิน (มิเชลล์ โมนาฮาน) ดาราทีวีชื่อดังที่จ่ายเงินให้ เคท (เลสลี บิบบ์) และ ลอรี (แคร์รี คูน) มารียูเนียนด้วยกันในรีสอร์ตสุดรู แต่ถึงอย่างนั้นความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนทั้งสามก็ดูมีประเด็นร้อนระอุรอปะทุอยู่

 

 

ศพนั้นเป็นศพของใคร เสียงปืนดังมาจากที่ไหน และมีประเด็นอะไรในความสัมพันธ์ของแขกที่เข้าพักใน The White Lotus ต้องรอติดตาม 

 

แม้จะเปลี่ยนนักแสดงและสถานที่ไปเรื่อยๆ แต่ The White Lotus ก็ยังคงธีมหลักของซีรีส์เอาไว้คือความป่วยไข้ทางใจของผู้มีอันจะกินในวันพักผ่อน ก่อนจะเกิดเหตุการณ์ฆาตกรรมให้คนดูได้ติดตามเรื่องราวกันยาวๆ รวมทั้งนักแสดงบางส่วนจากซีซันก่อนๆ ก็จะปรากฏตัวในซีซันอื่นๆ ด้วยอย่างการกลับมาของเบลินดาจากซีซันแรก และแขกสุดเซอร์ไพรส์คือ เกร็ก (จอห์น กรีส์) ตัวร้ายที่ปรากฏตัวทั้ง 3 ซีซัน

 

 

“เมืองไทยมีฝรั่งหัวล้านเต็มไปหมด คนที่นี่เรียกพวกนี้ว่า LBH (Loser Back Home)” โคลอี้ (ชาลอตต์ เลอบอน) พูดถึงเกร็กแฟนต่างวัยของเธอ

 

โคลอี้หมายถึงฝรั่งเฒ่าที่อาจจะเป็นพวกขี้แพ้ในประเทศตัวเอง แต่กลายเป็นคนพิเศษในไทยและประเทศในเอเชีย จุดนี้ก็เรียกว่าทีมผู้สร้างทำการบ้านมาอย่างดี รวมทั้งรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ อย่างฉากเบลินดาตกใจที่เจอตัวเงินตัวทองวิ่งไปมา แล้ว พรชัย (ดอม เหตระกูล) บอกว่า “เดี๋ยวอีกหน่อยมันจะเป็นเพื่อนคุณ” 

 

 

อีกส่วนที่ต้องซูฮกคือการเลือกเพลงไทยมาประกอบในซีรีส์ที่ดูเข้ากันทั้งจังหวะและความหมายทั้งเพลง Made in Thailand ของวงคาราบาว หรือ พี่สาวครับ ของ จรัล มโนเพ็ชร รวมทั้งเพลงที่ไม่ค่อยคุ้นหูอย่าง ขึ้นๆ ลงๆ ของ สรวง สันติ และ God Help ของ มหาสมุทร บุณยรักษ์

 

ด้วยธีมหลักที่ว่าด้วยจิตวิญญาณ การค้นหาตัวตน และความสุขสงบในใจ ก็เข้ากับบรรยากาศรีสอร์ตหรูในเครืออนันตรา 3 แห่ง และโฟร์ซีซัน รีสอร์ต เกาะสมุย ขณะเดียวกันก็สัมผัสได้ถึงมวลบางอย่างที่จะนำจุดนี้ไปเสียดสีตัวตนและบาดแผลในใจของตัวละครที่เริ่มให้เห็นตั้งแต่อีพีแรก 

 

 

ไม่ว่าจะเป็นทิมโมธีที่สถานะเศรษฐีของเขากำลังสั่นคลอน และลูกๆ ทั้งสามกับความสัมพันธ์อันแปลกประหลาด รวมทั้งความสัมพันธ์แบบคลื่นใต้น้ำของสามสาวที่ประสบความสำเร็จไม่เท่ากัน และแต่ละคนก็อยู่ภายใต้ความกดดันแตกต่างกัน (แจ็กลิน ชื่อเสียงทำให้แสดงอารมณ์ไม่ได้, เคท ติดอยู่ในภาพลักษณ์แม่บ้านไฮโซ และลอรี กลายเป็นตัวประกอบในชีวิตตัวเองและเพื่อนๆ) ส่วนริคก็มีความลับรอการเปิดเผยอยู่ อย่างที่เสียงเทศนาของพระภิกษุ (สุทธิชัย หยุ่น) บอกใบ้ไว้กลายๆ 

 

“อัตลักษณ์ก็เหมือนคุก ไม่มีใครรอดพ้นจากคุกแห่งนี้ คนรวย คนจน คนที่ประสบความสำเร็จ หรือคนที่ล้มเหลว เราสร้างคุกขึ้นมาแล้วขังตัวเองไว้ข้างใน แล้วโยนกุญแจทิ้งไป” 

 

 

สำหรับทีมนักแสดงไทย ต้องบอกว่า ลิซ่า-ลลิษา มโนบาล ในบทของมุกก็ทำออกมาได้ดี ทำให้ลืมภาพซูเปอร์สตาร์ของเธอไปเลย ส่วน เทม-เมธี ทับทิมทอง ก็คือพี่ รปภ. ใจดีที่สมคาแรกเตอร์ได้อย่างหมดจด และที่น่าจับตาคือบทศรีตลาของ เล็ก-ภัทราวดี มีชูธน ที่น่าจะทำให้หายคิดถึงคาแรกเตอร์กึ่งดิว่าของ เจนนิเฟอร์ คูลิดจ์ ในบท ทันยา แมคควอยด์ ไปได้บ้าง

 

The White Lotus ซีซัน 3 สตรีมตอนใหม่ทุกวันจันทร์ทาง Max

The post The White Lotus ซีซัน 3 สัมผัสไทย สำรวจใจ ไปกับเหตุฆาตกรรมในรีสอร์ตหรู appeared first on THE STANDARD.

]]>
Patrick Schwarzenegger เผยโมเมนต์ที่เขาบอกครอบครัวว่าจะได้แสดงซีรีส์ The White Lotus 3 https://thestandard.co/patrick-white-lotus-ss3/ Thu, 20 Feb 2025 01:22:44 +0000 https://thestandard.co/?p=1043914 patrick-white-lotus-ss3

Patrick Schwarzenegger เผยโมเมนต์ที่เขาบอกข่าวดีกับครอบ […]

The post Patrick Schwarzenegger เผยโมเมนต์ที่เขาบอกครอบครัวว่าจะได้แสดงซีรีส์ The White Lotus 3 appeared first on THE STANDARD.

]]>
patrick-white-lotus-ss3

Patrick Schwarzenegger เผยโมเมนต์ที่เขาบอกข่าวดีกับครอบครัวว่าเขาจะได้ร่วมแสดงซีรีส์ยอดฮิตระดับคุณภาพที่แฟนๆ ทั่วโลกรอคอยอย่าง The White Lotus ซีซัน 3 ที่มีฉากหลังเป็นประเทศไทย โดยเขาได้รับบทเป็น Saxon Ratliff ในซีรีส์เรื่องนี้

 

Patrick Schwarzenegger โพสต์วิดีโอสุดซึ้งที่เขาบันทึกเอาไว้เพียงไม่กี่สัปดาห์หลังหมั้นกับนางแบบสาว Abby Champion เมื่อปี 2023 ผ่าน Instagram เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยเขากับคู่หมั้นเป็นผู้ที่เผยข่าวดีกับคุณแม่ Maria Shriver และ Katherine Scharzenegger พี่สาวของเขาว่าเขาจะได้ไปทำงานที่ประเทศไทย เพราะเขาผ่านการออดิชันซีรีส์ The White Lotus ซีซัน 3 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งแม่ของเขาก็โผกอดลูกชายด้วยความตื่นเต้นดีใจก่อนที่พวกเขาทั้งหมดจะร้องไห้ออกมาอย่างปลื้มปีติ

 

Patrick Schwarzenegger เขียนแคปชันเล่าถึงโมเมนต์สุดประทับใจนี้อย่างมีอารมณ์ขันว่า “ตอนแรกทีมงานบอกให้ผมเก็บเป็นความลับเอาไว้ก่อน แต่ครอบครัวของผมจับสังเกตได้ว่าผมทำตัวแปลกๆ และ Maria ก็คิดว่า Abby กับผมกำลังจะมีลูกด้วยกัน ซึ่งแม่น่าจะดีใจยิ่งกว่าผมเสียอีก!! หลังจากนั้นผมก็เริ่มร้องไห้ แล้วแม่ก็ร้องไห้ และ Katherine ก็ร้องไห้ตาม มันคือโดมิโนเอฟเฟกต์ ขอย้ำอีกครั้งว่าตอนนั้นเราอยู่ในร้านอาหารที่มีคนอื่นอยู่เต็มไปหมด

 

“ครอบครัวของผมทั้งหมดเป็นแฟนตัวยงของซีรีส์เรื่องนี้ และบอกผมตลอดว่าผมต้องหาทางไปแสดงโชว์ซีรีส์เรื่องนี้ให้ได้ อย่างไรก็ตาม มันเป็นโมเมนต์ที่พิเศษเมื่อได้ฉลองกับคนที่ผมรัก และมันคือหนึ่งในช่วงเวลาแห่งความฝันที่เป็นจริงสำหรับผม”

 

ก่อนหน้านี้ Patrick Schwarzenegger ได้เล่าเรื่องราวผ่านสื่อ People ถึงวันที่เขารู้ข่าวดีว่าจะได้เป็นหนึ่งในตัวละครเอกของ The White Lotus ซีซัน 3 ด้วยว่า มันคือวันที่ดีที่สุดในชีวิตทั้งหมดของเขา แต่เขาต้องเก็บข่าวดีเป็นความลับในตอนแรก “แน่นอนว่าผมจะต้องบอกคู่หมั้นของผมเพราะเราเพิ่งหมั้นกันเมื่อสัปดาห์ก่อนหน้า แต่ผมต้องบอกเธอว่า ‘ขอโทษนะ ฉันจะไม่อยู่ 7 เดือน เพราะต้องไปถ่ายซีรีส์ที่ประเทศไทย’ หลังจากนั้นอีกสัปดาห์หนึ่งผมก็ไปกินข้าวกับครอบครัวและบอกข่าวดีกับพวกเขา”

 

ภาพ: Jeff Kravitz / FilmMagic for HBO

 

อ้างอิง:

The post Patrick Schwarzenegger เผยโมเมนต์ที่เขาบอกครอบครัวว่าจะได้แสดงซีรีส์ The White Lotus 3 appeared first on THE STANDARD.

]]>