ช่อง 7 Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/ช่อง-7/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Sat, 11 Apr 2026 12:29:57 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 Memory lane ‘สมัยนั้น’ กลิ่นความทรงจำ แฟนกีฬายุค 90 https://thestandard.co/90s-sports-fan-memories/ Sun, 12 Apr 2026 02:25:32 +0000 https://thestandard.co/?p=1197249 ภาพย้อนวันวานบรรยากาศแฟนกีฬายุค 90 กับสื่อสิ่งพิมพ์และเสื้อฟุตบอลวินเทจ

“ม้วนภาพอะไรนะ”   ระหว่างที่กำลังรื้อห้องเพื่อเก็บ […]

The post Memory lane ‘สมัยนั้น’ กลิ่นความทรงจำ แฟนกีฬายุค 90 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพย้อนวันวานบรรยากาศแฟนกีฬายุค 90 กับสื่อสิ่งพิมพ์และเสื้อฟุตบอลวินเทจ

“ม้วนภาพอะไรนะ”

 

ระหว่างที่กำลังรื้อห้องเพื่อเก็บกวาด ผมแอบสงสัยกับตัวเองว่าสิ่งที่อยู่ในม้วนภาพนี้มันคืออะไร และยิ่งไปกว่านั้นคือไปสั่งซื้อมาตั้งแต่เมื่อไร (เพื่อจะหาคำตอบและคำอธิบายทางบ้านได้)

 

ยืนคิดไปก็ไม่มีประโยชน์ ผมตัดสินใจจะเปิดกลักมันออกมา ก่อนจะพบกับคำตอบที่ไม่ได้คาดคิด

 

มันคือภาพโปสเตอร์ขนาดใหญ่ น่าจะในไซส์ A2 และในนั้นไม่ได้เป็นภาพวาด ภาพเขียน หรือภาพวาบหวิวจากไหน แต่เป็นภาพของปีกร่างระหงในชุดเสื้อฟุตบอล Reebok สีแดง

 

ใต้ภาพมีชื่อที่ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าใครกำกับไว้ “STEVE McMANAMAN”

 

สรุปแล้วมันคือภาพโปสเตอร์ฟุตบอลที่น่าจะไปสั่งซื้อมาจากสักกลุ่มเพื่อหวังว่าจะมาติดในห้องนอน แต่ก็เอาไปเก็บไว้ในหลืบมุมของห้องนานจนลืม

 

แต่ความมหัศจรรย์คือ โปสเตอร์ภาพนี้ภาพเดียวทำให้ความทรงจำมากมายของชีวิตการเป็นแฟนกีฬาในช่วงเวลานั้น – ในความหมายของผมคือยุค 90 – ผุดขึ้นมาทันที

 

มาลองไล่ความทรงจำ ‘สมัยนั้น’ ไปด้วยกันสักหน่อยไหมครับ เอาเท่าที่จำได้ก็ได้

 

ภาพย้อนวันวานบรรยากาศแฟนกีฬายุค 90 กับสื่อสิ่งพิมพ์และเสื้อฟุตบอลวินเทจ 1

 

‘สมัยนั้น’ การติดตามฟุตบอลและเกมกีฬาอื่นๆ มีความแตกต่างจากยุคสมัยนี้ในแบบคนละโลกและคนละเรื่องเลยครับ

 

อย่าถามหาแอปพลิเคชันแบบ LiveScore หรือโซเชียลมีเดียอย่าง X (Twitter) หรือกลุ่ม Line ที่จะมีเพื่อนสักคนคอยคาบข่าวเอามาฝากกันทุกเช้าเลย

 

กว่าที่คนจะรู้จักและเข้าใจอินเทอร์เน็ตจริงๆ ก็แทบจะเป็นช่วงปลายๆ ของยุค 90s แล้ว

 

ช่องทางหลักในการติดตามข่าวสารถูกจำกัดเอาไว้เพียงแค่ไม่กี่อย่างเท่านั้นเองครับ

 

โทรทัศน์คืออย่างแรก

 

ตามด้วยวิทยุ

 

และสื่อสิ่งพิมพ์อย่างหนังสือพิมพ์ นิตยสาร และหนังสือเล่มหรือพ็อกเกตบุ๊ก

 

แต่ถึงจะมีน้อย แต่ก็เป็นความน้อยที่มีความสุขอย่างมาก

 

โดยส่วนตัวหลักๆ แล้วช่องทางที่สำคัญและเป็นต้นธารสำหรับคนรักกีฬาหลายต่อหลายคนคือหนังสือ โดยเฉพาะหนังสือพิมพ์และนิตยสารที่เข้าถึงได้ง่ายและเร็วที่สุด

 

ในหนังสือพิมพ์ทุกหัว (สำนักข่าว) จะมีเซกชันข่าวกีฬาแยกเอาไว้อย่างชัดเจน และมีจำนวนหน้าที่ไม่น้อยเลย โดยเฉพาะเบอร์ต้นของตลาดอย่างไทยรัฐและเดลินิวส์ที่หน้ากีฬามีเรื่องราวให้อ่านมากมาย ทั้งรายงานข่าวกีฬาประจำวัน ไปจนถึงคอลัมน์จากนักเขียน (ซึ่งส่วนใหญ่ก็คือนักหนังสือพิมพ์) ฝีมือฉมังเดชทั้งหลาย

 

แต่ถ้าเป็นคนที่รักกีฬาแบบลึกขึ้นไปอีกขั้นก็ยังมีหนังสือพิมพ์กีฬาโดยเฉพาะอย่างสยามกีฬา (ซึ่งในวงการเรียกกันว่าเล่มใหญ่)

 

และเล่มที่เป็น ‘รักแรก’ ของแฟนฟุตบอลหลายๆ คนอย่าง สยามกีฬา สตาร์ซ็อคเก้อร์ (ที่จะเรียกกันว่าเล่มเล็ก)

 

ภาพย้อนวันวานบรรยากาศแฟนกีฬายุค 90 กับสื่อสิ่งพิมพ์และเสื้อฟุตบอลวินเทจ 2

 

สมัยนั้นสตาร์ซ็อคเกอร์รายวันคือแหล่งข้อมูลที่ดีที่สุดสำหรับแฟนฟุตบอลทุกคน เพราะจะมีทั้งข่าวสารที่เจาะลึก ผลการแข่งขันที่ละเอียด และที่สำคัญที่สุดคือเหล่าคอลัมน์จากคอลัมนิสต์ระดับมืออาชีพที่จะมาร่ายเรื่องราวให้ได้อ่านกันในแต่ละวัน (และอ่านวนไปทั้งวัน ส่วนใหญ่เล่มเดียววนได้รอบห้องด้วย)

 

พี่ๆ ในวันนั้นหลายๆคน ก็กลายมาเป็นครูบาอาจารย์ เป็น ‘เสาหลัก’ ของวงการฟุตบอลและวงการกีฬาในเวลานี้

 

คอลัมนิสต์ในสตาร์ซ็อคเกอร์จะแบ่งออกเป็นหลายสายครับ สายหลักแน่นอนย่อมต้องเป็นฟุตบอลอังกฤษ ที่จะเกาะติดแวดวงของลูกหนังเมืองผู้ดีมาฝากกัน เช่น แจ็คกี้, บอบู๋, ซัมเมอร์ฮิลล์, ลิตเติ้ลโจ, ตังกุย, ยักษ์ดอยแดง นอกจากนี้ก็จะมีสายเฉพาะของลีกแต่ละประเทศอีก เช่น ก.ป้อหล่วน, ช่อคูน, นพนันท์, ป๋ายาว, มาเฟียรี่, โมนาลิซ่า และอีกมากมาย ไปจนถึงนักเขียนสายเรื่องนอกกระแสอย่าง ศาธนันท์ และคอลัมน์ฮิตตอบคำถามแฟนๆ ของบิ๊กจ๊ะ (ซึ่งรับช่วงต่อจาก ย.โย่ง ผู้จากไปก่อนเวลาอันควร)

 

งานเขียนเหล่านี้แม้จะเหมือนงานเขียนรายวันธรรมดา แต่เมื่อคิดย้อนกลับไปในความทรงจำแล้วนับว่าเป็นงานเขียนที่เลอค่า เพราะมันไม่ได้มอบแค่ข้อมูลหรือข่าวสาร แต่มันคือสิ่งที่ทำให้อรรถรสในการติดตามกีฬาสนุกขึ้น

 

เป็นความสุนทรีย์ (เขาเรียกกันว่า Aesthetic ใช่ไหม?) ของคนในยุคสมัยนั้น และปลูกฝังนิสัยการรักการอ่านให้หลายคน – รวมถึงตัวผมเอง – มาจนถึงวันนี้

 

 

ภาพย้อนวันวานบรรยากาศแฟนกีฬายุค 90 กับสื่อสิ่งพิมพ์และเสื้อฟุตบอลวินเทจ 3

 

ผมมีหนึ่งคอลัมน์ที่ชอบติดตามเป็นพิเศษและเป็นหนึ่งในแรงบันดาลใจส่วนตัวเพราะเป็นของที่ใหม่มากในยุคสมัยนั้นคือ ‘ตามรอยหงส์แดง’ โดยไทซอน หรืออาภากร โยมา ผู้เชี่ยวชาญด้านอเมริกันเกมส์ในปัจจุบัน (และเป็นอีกหนึ่งคอลัมนิสต์ขาประจำของ The Standard Sport ด้วย)

 

ตามรอยหงส์แดง น่าจะเป็นคอลัมน์ที่เกิดในช่วงปลายยุค 90 แล้ว โดยจะเป็นเนื้อหาที่แปลกแหวกแนวสำหรับสมัยนั้นคือการรวบรวมข่าวกอสซิปย้ายทีม หรือที่เรียกกันว่า Transfer rumour news ที่เกี่ยวกับลิเวอร์พูลมาฝากแฟนๆเป็นประจำในทุกสัปดาห์

 

เพราะปกติแล้วข่าวทำนองนี้ถึงจะมีลงในแต่ละวัน ซึ่งฝ่ายข่าวของหนังสือพิมพ์จะได้รับแหล่งข่าวจากต่างประเทศ ตั้งแต่ระบบเทเล็กซ์ (Telex เครื่องพิมพ์ข่าวที่ถูกส่งมาจากสำนักข่าวต่างประเทศอีกที) จนถึงยุคของอินเตอร์เน็ตเริ่มเข้ามาก็ตามเว็บไซต์ของสำนักข่าวต่างๆ และหนังสือพิมพ์จากต่างประเทศที่จะมีผู้สื่อข่าวที่ถูกส่งไปประจำการอยู่ที่อังกฤษคอยส่งหนังสือพิมพ์จากที่โน่นมาให้อีกทอดหนึ่ง

 

ในยุคสมัยนั้นเท่านี้ก็ถือว่าเร็วแล้ว แต่มันไม่ได้มีใครมาคอยอัพเดตให้ต่อเนื่องยิบๆจนถึง ‘Here We Go’ ดังนั้นหลายครั้งข่าวอาจจะออกไม่กี่วันแล้วก็ได้เห็นภาพชูเสื้อเซ็นสัญญาย้ายทีมเลย

 

ครั้งนึงที่จำได้แม่นคือเรื่องของสตีฟ แม็คมานามาน ที่เกือบจะย้ายไปบาร์เซโลนา แต่สุดท้ายการเจรจาล่มก็เป็นข่าวใหญ่โต หรืออีกครั้งที่จำได้เป็นการส่วนตัวคือไปเที่ยวต่างจังหวัดกับที่บ้านมาแล้วเดินไปซื้อหนังสือพิมพ์ที่ร้านในซอยแล้วได้เห็น ริโอ เฟอร์ดินานด์ ยืนชูเสื้อแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เฉยเลย

 

คอลัมน์อย่างตามรอยหงส์แดงที่เก็บรวบรวมข่าวซุบซิบในวงการ (ซึ่งขณะนั้นก็ไม่ได้จอแจเหมือนทุกวันนี้) จึงเป็นคอลัมน์ที่สนุกมาก ในการติดตามข่าวสาร ได้เห็นชื่อนักฟุตบอลแปลกๆ ใหม่ๆ (เช่น เวการ์ด เฮกเกม ที่ต่อมาย้ายร่วมทีมลิเวอร์พูลจริงๆ) ก็ช่วยแต่งเติมจินตนาการได้สนุก

 

บางทีเอาชื่อนักบอลเหล่านี้ไปหาต่อในเกม Championship Manager (หรือ CM) ซึ่งก็เริ่มเป็นที่นิยมในช่วงกลางยุค 90 ด้วย

 

ภาพย้อนวันวานบรรยากาศแฟนกีฬายุค 90 กับสื่อสิ่งพิมพ์และเสื้อฟุตบอลวินเทจ 4

 

แต่หนังสือพิมพ์ไม่ได้เป็นแค่แหล่งเดียวครับ ยังมีนิตยสารอีกมากมาย ซึ่งไม่ได้สงวนแค่นิตยสารฟุตบอลอย่างสตาร์ซ็อคเก้อร์รายสัปดาห์ เพราะยังมีนิตยสารอะไรต่อมิอะไรให้อ่านอีกเยอะ

 

แฟนบอลลิเวอร์พูลก็มีนิตยสารของทีมตัวเอง แฟนแมนฯ ยูไนเต็ดก็มีนิตยสารของทีมตัวเอง แม้แต่แฟนนิวคาสเซิลซึ่งเป็นอีกทีมดังในสมัยนั้นก็เหมือนจะมีนิตยสารของแฟนทีมตัวเองด้วย (ของอาร์เซนอลไม่แน่ใจว่ามีไหม)

 

ยังมีบรรดานิตยสารฉบับพิเศษที่ออกวางเป็นรายเฉพาะกิจ เช่น Extra ฟุตบอลโลก, Extra ยูโร ไปจนถึงฉบับรวมนักฟุตบอลดาวดังอย่าง Extra โรแบร์โต้ บักโจ้

 

เรื่องราวในสิ่งพิมพ์เหล่านี้สร้างจินตนาการในหัวของเราครับ

 

ที่เหลือคือการหาโอกาสในการดูของจริงให้ได้ ซึ่งในยุคนั้นเราไม่ได้มีการถ่ายทอดสดฟุตบอลครบทุกถ้วยทุกลีกทุกนัดแบบในสมัยนี้ โอกาสที่เราจะได้ดูฟุตบอลยากกว่ามากๆ

 

แต่อย่างน้อยในทุกสัปดาห์จะมีรายการยอดฮิตตลอดกาลของคนสมัยนั้นอย่าง ‘เจาะสนาม’ ที่มีไฮไลต์การแข่งขันฟุตบอลอังกฤษมาให้ชมทางช่อง 7 แม้ว่ามันจะดีเลย์สักหน่อยแต่ก็เป็นความสุขที่สุดที่หาได้แล้วในวันเวลานั้น

 

เรียกว่าบ่ายๆ วันเสาร์นี่แทบจะต้องจองโทรทัศน์กันเลยทีเดียว

 

นอกเหนือจากนั้นคือการติดตามการถ่ายทอดสด หรือถ่ายทอดบันทึกการแข่งขัน ซึ่งก็แล้วแต่ว่าจะมีให้ดูคู่ไหน แต่อย่างน้อยช่วงกลางสัปดาห์และสุดสัปดาห์จะมีให้ชมกันพอสมควร ไม่มากแต่อย่างน้อยก็ได้ดูกันแบบฟรีๆ ซึ่งก็ไม่ได้มีแต่ฟุตบอลอังกฤษ แต่ยังมีฟุตบอลบุนเดสลีกา เยอรมัน รวมถึงกัลโช เซเรีย อา อิตาลีให้ได้ดูด้วย

 

ก่อนที่จะเข้าสู่ยุคสมัยที่ลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดตกอยู่กับบริการ Pay TV หรือบริการบอกรับสมาชิก ที่ถ้าใครอยากดูแบบครบๆก็ต้องจ่ายให้กับ IBC (ที่ต่อมาคือ UBC และ True Visions ในปัจจุบัน) ซึ่งค่าสมาชิกรายเดือนก็ไม่ใช่น้อย

 

อีกรูปแบบคือการติดตามข่าวทางรายการข่าวกีฬาของสถานีโทรทัศน์ต่างๆ และที่ตามมาคือสถานีวิทยุกีฬา ซึ่งสยามกีฬาริเริ่มทำในยุคนั้น โดยมีรายงานข่าวฟุตบอล ข่าวกีฬา ฯลฯ

 

และไฮไลต์ของยุคนั้นคือการรายงานการแข่งขันฟุตบอลแบบสดๆ ในช่วงสุดสัปดาห์ ซึ่งนอกจากคู่หลักที่บรรยายในช่วงเวลานั้นๆ แล้ว ก็จะมีการตัดเข้าช่วงการรายงานสกอร์แบบสดๆ ตามที่ได้รับรายงานล่าสุดเข้ามาด้วย

 

มันจะเป็นช่วงที่แฟนบอลลุ้นกันจัดๆเลยว่าคู่ของทีมที่เชียร์ (หรือแช่ง) อยู่เป็นอย่างไร

 

คนรายงานที่สร้างชื่อในเวลานั้นน่าจะเป็น ‘คุณฉุย’ สมศักดิ์ สงวนทรัพย์ ที่แฟนฟุตบอลคุ้นชื่อเป็นอย่างดีอยู่แล้ว

 

ภาพย้อนวันวานบรรยากาศแฟนกีฬายุค 90 กับสื่อสิ่งพิมพ์และเสื้อฟุตบอลวินเทจ 5

 

เห็นยุคนี้คนเล่นเสื้อบอลวินเทจกันมากมาย แต่สมัยนั้นใครมีเสื้อฟุตบอลของแท้ถือว่าเท่สุดๆ เพราะแพงมหาแพง (เมื่อคิดกับค่าเงินในเวลานั้น) ซึ่งการจะได้มาก็ต้องไปหาที่ร้านสตาร์ซ็อคเกอร์ ที่มีหลายสาขาในกรุงเทพฯ

 

ในร้านนอกจากจะมีเสื้อฟุตบอลของแท้โชว์ตัวบนราวให้น้ำลายไหลแล้ว ยังมีสินค้าอีกมากมายหลายอย่างที่น่าซื้อหามาเป็นเจ้าของไปเสียหมดทุกอย่าง (แต่ก็ซื้อไม่ไหวสักอย่างเพราะยังเป็นเด็กค่าขนมน้อยนิด) ซึ่งก็เป็นของที่ส่งตรงมาจากต่างประเทศทั้งนั้น

 

แต่ทีเด็ดคือวิดีโอเทปฟุตบอล ที่มีทั้งแมตช์การแข่งขัน ไปจนถึงไฮไลต์การทำประตู หรือสารคดีต่างๆ ซึ่งถูกอัดเอาไว้ในม้วนวิดีโอ VHS

 

ถ้าจำไม่ผิดวีดีโอเหล่านี้จะซื้อก็ได้ หรือถ้าไม่อยากซื้อก็เช่าได้เหมือนร้านวีดีโอในสมัยนั้น เมื่อถึงกำหนดก็เอามาคืน

 

จำได้ว่าครั้งหนึ่งเคยซ้อนมอเตอร์ไซค์ของป๊าไปพันทิพย์ ประตูน้ำ เพื่อเช่าไฮไลต์การทำประตูของ แมตธิว เลอ ทิสซิเอร์ นักเตะผู้เปี่ยมด้วยพรสวรรค์สูงที่สุดของวงการฟุตบอลอังกฤษในยุค 90 เพราะอยากเห็นประตูแห่งฤดูกาล 1994 ที่ยิงใส่แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส ว่าของจริงเป็นอย่างไร เพราะเคยเห็นแต่ภาพวาดที่อธิบายว่าเลี้ยงเลาะเลื้อยแบบไหน

 

ได้ดูแล้วก็มีความสุขสมใจ

 

รวมๆ ก็ประมาณนี้ครับ ถึงแม้ว่ามันจะเป็นยุคสมัยที่ไม่ได้มองหาทุกอย่างได้ง่ายเหมือนเวลานี้

 

แต่เพราะมันต้องใช้ความพยายาม ความอดทน และความตั้งใจอย่างมากในการจะได้มา ในการจะอ่านหนังสือพิมพ์ทั้งเล่มวนไปเพราะไม่ได้มีข่าวไหลตามฟีดโซเชียลมีเดียแบบทุกวันนี้ ไม่มี AI มาคอยหาคำตอบให้ แต่มันก็เป็นช่วงเวลาที่ดีในแบบของคนยุคนั้น – ยุคก่อนอินเตอร์เน็ต Yahoo Google และโซเชียลมีเดีย

 

ที่อยากจะหยิบมาเล่าเป็นการอำลาซีรีส์ ‘Sport Retro’ ซึ่งเขียนยาวกันมาเกือบปีจนถึงตอนนี้เป็นตอนที่ 40 พอดี

 

40 ตอนที่ผ่านมาเราได้ย้อนเวลามาด้วยกันเยอะมากครับ ทั้งคนตัวเล็กผู้ยิ่งใหญ่ ทั้งเรื่องราวเหตุการณ์ ทั้งตำนานในหัวใจ

 

หวังว่าจะทำให้มีความสุขกันบ้าง

 

ส่วนหลังจากนี้จะมีซีรีส์อะไรต่อนั้น รอติดตามกันนะครับ 🙂

 

The post Memory lane ‘สมัยนั้น’ กลิ่นความทรงจำ แฟนกีฬายุค 90 appeared first on THE STANDARD.

]]>
เป้ อารักษ์ กลับมาร่วมงานกับช่อง 7HD อีกครั้งในซีรีส์ 7 ประจัญบาน https://thestandard.co/pae-arak-returns-7hd-7-prajanban/ Sun, 08 Feb 2026 01:00:21 +0000 https://thestandard.co/?p=1175272 เป้ อารักษ์ นักแสดงนำจากซีรีส์ 7 ประจัญบาน ทางช่อง 7HD

กลับมาร่วมงานกับทาง ช่อง 7HD อีกครั้ง สำหรับศิลปินและนั […]

The post เป้ อารักษ์ กลับมาร่วมงานกับช่อง 7HD อีกครั้งในซีรีส์ 7 ประจัญบาน appeared first on THE STANDARD.

]]>
เป้ อารักษ์ นักแสดงนำจากซีรีส์ 7 ประจัญบาน ทางช่อง 7HD

กลับมาร่วมงานกับทาง ช่อง 7HD อีกครั้ง สำหรับศิลปินและนักแสดงหนุ่ม เป้ อารักษ์ ที่ครั้งนี้กลับมาพร้อมกับ 7 ประจัญบาน ภาพยนตร์แอ็กชันคอเมดี้ในตำนานที่นำกลับมาทำใหม่ในรูปแบบของซีรีส์ ซึ่งออกอากาศตอนแรกไปเมื่อ 5 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

 

โดย 7 ประจัญบาน ในเวอร์ชันซีรีส์นี้มีการปรับเปลี่ยนเนื้อเรื่องให้เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในยุคปัจจุบัน แต่ยังคงลักษณะเดิมของเนื้อเรื่องที่มีแรงบันดาลใจจากบทประพันธ์ของ ส.อาสนจินดา เขียนบทโทรทัศน์โดย แพรพริมา และมีผู้จัด โอริเวอร์ บีเวอร์ นั่งแท่นผู้กำกับ ถ่ายทอดเรื่องราวกลุ่มอดีตตำรวจ ทหาร ข้าราชการตกอับ ที่ถูกดึงเข้าไปปฏิบัติภารกิจลับ พร้อมสวมโค้ดเนม ‘7 ประจัญบาน’

 

นอกจากเป็นการนำภาพยนตร์ในตำนานกลับมาในรูปแบบของซีรีส์แล้ว ยังเป็นการกลับมาร่วมงานกับทางช่อง 7HD ในรอบหลายปีของหนุ่ม เป้ อารักษ์ พร้อมกับทัพนักแสดงคับคั่ง อาทิ โอ๊ต ชาคริต, โหน ธนากร, แทน บุรันช์รัตน์ และนักแสดงน้องใหม่ กาย กันตเมศฐ์ ร่วมกับนักแสดงมากฝีมืออีกมากมาย

 

ซึ่งหนุ่ม เป้ อารักษ์ ก็ได้เปิดเผยความรู้สึกในการร่วมงานโปรเจกต์นี้ว่า “ซีรีส์เรื่องนี้เป็นการกลับมาร่วมงานกับ ช่อง 7HD ในรอบหลายปี เป็นเกียรติมากครับ แล้วก็ได้ร่วมงานกับน้องๆ นักแสดงรุ่นใหม่ด้วย เลยรู้สึกตื่นเต้น แล้วก็สนุกมาก อยากให้ทุกคนเปิดใจ รอชมกันนะครับ”

 

สำหรับ เป้ อารักษ์ เป็นศิลปินและนักแสดงที่เป็นที่รู้จักกันในนามมือกีตาร์ จากวง SLUR ทั้งยังมีผลงานการแสดงทั้งละคร และภาพยนตร์สร้างชื่อมากมาย ทำให้การกลับมาร่วมงานกับทางช่อง 7HD จึงเป็นอีกหนึ่งผลงานที่น่าจับตามองในปีนี้ สามารถรับชม 7 ประจัญบาน ทุกวันพฤหัสบดี และวันศุกร์ เวลา 19.00 น. ทาง ช่อง 7HD และรับชมย้อนหลังทาง Netflix

 

ภาพ: Ch 7HD

The post เป้ อารักษ์ กลับมาร่วมงานกับช่อง 7HD อีกครั้งในซีรีส์ 7 ประจัญบาน appeared first on THE STANDARD.

]]>
Ch7HD เดินเกม Original Girls’ Love ด้วยซีรีส์เรื่อง เมื่อรักคืนมา https://thestandard.co/ch7hd-launches-original-girls-love-series/ Tue, 09 Dec 2025 06:11:25 +0000 https://thestandard.co/?p=1152703 Ch7HD เดินเกม Original Girls’ Love ด้วยซีรีส์เรื่อง เมื่อรักคืนมา

ถึงเวลาที่ Ch7HD จะเดินเกมซีรีส์ Original Girls’ Love อ […]

The post Ch7HD เดินเกม Original Girls’ Love ด้วยซีรีส์เรื่อง เมื่อรักคืนมา appeared first on THE STANDARD.

]]>
Ch7HD เดินเกม Original Girls’ Love ด้วยซีรีส์เรื่อง เมื่อรักคืนมา

ถึงเวลาที่ Ch7HD จะเดินเกมซีรีส์ Original Girls’ Love อย่างเต็มรูปแบบด้วยการปล่อยภาพโปสเตอร์ซีรีส์เรื่อง เมื่อรักคืนมา When Love Returns นำแสดงโดย เอล่า นีรชา และเจนนี่ ชยิสรา เมื่อวันที่ 8 ธันวาคมที่ผ่านมา

 

โดยความน่าสนใจของซีรีส์เรื่องนี้ นอกจากจะเป็น Original Girls’ Love ของทาง Ch7HD แล้ว ทั้ง 2 สาวนักแสดงนำยังมีตำแหน่ง Thai Supermodel อีกด้วย โดย เอล่า นีรชา เพิ่งรับตำแหน่ง Thai Supermodel ในปี 2024 ส่วนด้านสาว เจนนี่ ชยิสรา ครองตำแหน่ง Thai Supermodel ในปี 2019 และยังเคยมีผลงานการแสดงที่ทำให้คุ้นหน้าคุ้นตาอย่าง สายเลือดสองหัวใจ ในบทบาท ลูกหว้า นั่นเอง

 

สำหรับเรื่อง เมื่อรักคืนมา When Love Returns บอกเล่าเรื่องเกี่ยวกับความรักที่หายไปของคนสองคน แต่กำลังจะหวนคืนมาอีกครั้งจากคนคนเดิม เรื่องราวความรักที่หวนกลับมาจะเป็นอย่างไร และซีรีส์ Original Girls’ Love จากทาง Ch7HD จะเข้มข้นแค่ไหน แฟนๆ ต้องรอติดตามชม

 

ภาพ: Ch7HD / X

 

อ้างอิง: https://x.com/Ch7HD/status/1997864271439634496?s=20

The post Ch7HD เดินเกม Original Girls’ Love ด้วยซีรีส์เรื่อง เมื่อรักคืนมา appeared first on THE STANDARD.

]]>
ช่อง 7HD x จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ฉลองความสำเร็จแชมป์กีฬา 7HD พร้อมสนับสนุนกีฬาเยาวชนไทย https://thestandard.co/ch7hd-chula-4-sports-series-youth-opportunity/ Sat, 22 Nov 2025 08:23:40 +0000 https://thestandard.co/?p=1146190 ch7hd-chula-4-sports-series-youth-opportunity

เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน ช่อง 7HD ร่วมกับจุฬาลงกรณ์มหาว […]

The post ช่อง 7HD x จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ฉลองความสำเร็จแชมป์กีฬา 7HD พร้อมสนับสนุนกีฬาเยาวชนไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ch7hd-chula-4-sports-series-youth-opportunity

เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน ช่อง 7HD ร่วมกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจัดงานเฉลิมฉลอง “7HD 4 ซีรีส์กีฬานักเรียน รวมพลังฝัน ปั้นตำนานเกม” รวมตัวแฟนกีฬาที่ ลาน BLOCK I สยามสแควร์ เพื่อย้ำบทบาทแพลตฟอร์มสนับสนุนกีฬาเยาวชนที่ต่อยอดทั้งด้านโอกาสการแข่งขันและการศึกษา

 

โดย 4 ชนิดกีฬานักเรียน ประกอบไปด้วยบาสเกตบอล 3×3 ชาย, วอลเลย์บอลหญิง, เซปักตะกร้อชาย และฟุตบอลนักเรียน 7 คน ที่เพิ่งปิดฤดูกาลด้วยความสำเร็จและกระแสความนิยมสูง ผู้บริหารจากภาครัฐ ภาคกีฬา และภาคเอกชนร่วมแสดงความยินดีกับแชมป์ พร้อมประกาศสนับสนุนกีฬาเยาวชนอย่างต่อเนื่อง

 

พัฒนพงค์ หนูพันธ์ กรรมการผู้จัดการช่อง 7HD ระบุว่า ช่อง 7HD มอบทุนพัฒนาศักยภาพการกีฬาให้ 5 โรงเรียน รวม 200,000 บาท พร้อมชวนภาครัฐร่วมขับเคลื่อนระบบสนับสนุนเยาวชนอย่างยั่งยืน “ผลแพ้ชนะไม่ใช่ที่สุด แต่คือโอกาสที่ทำให้เยาวชนได้เติบโตทั้งสนามกีฬาและสนามชีวิต”

 

ด้าน ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาฯ กล่าวถึงความตั้งใจในการผลักดันโอกาสทางการศึกษาควบคู่การพัฒนาทักษะกีฬา เพื่อให้เยาวชนไทยสามารถต่อยอดศักยภาพสู่ระดับที่สูงขึ้นอย่างเท่าเทียม

 

บรรยากาศภายในงานคึกคักตั้งแต่ขบวนพาเหรดของนักกีฬาและนักแสดงจากช่อง 7HD ที่สร้างสีสันให้ลานกิจกรรม ก่อนต่อด้วยการพูดคุยแลกเปลี่ยนแรงบันดาลใจ และกิจกรรม Meet & Greet กับทีมแชมป์ฟุตบอลและทีมมหาชนที่แฟนคลับให้การสนับสนุนอย่างอบอุ่น

 

ช่อง 7HD เผยเตรียมเดินหน้าจัดซีซันใหม่ในปีหน้า หวังยกระดับเส้นทางไปสู่อาชีพนักกีฬาและทีมชาติ พร้อมชวนติดตามความเคลื่อนไหวทาง Ch7HD และ Ch7HD Sports บนทุกโซเชียลแพลตฟอร์ม

The post ช่อง 7HD x จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ฉลองความสำเร็จแชมป์กีฬา 7HD พร้อมสนับสนุนกีฬาเยาวชนไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ปรากฏการณ์สนามแตก บอล 7HD กองเชียร์ทะลัก 2 หมื่นที่นั่ง เกาะจอดูเกมด้านนอก https://thestandard.co/7hd-football-stadium-overflow/ Sat, 08 Nov 2025 11:24:56 +0000 https://thestandard.co/?p=1141098 ปรากฏการณ์สนามแตก บอล 7HD กองเชียร์ทะลัก 2 หมื่นที่นั่ง เกาะจอดูเกมด้านนอก

วันนี้ (8 พฤศจิกายน) ช่างภาพ THE STANDARD ลงพื้นที่สนาม […]

The post ปรากฏการณ์สนามแตก บอล 7HD กองเชียร์ทะลัก 2 หมื่นที่นั่ง เกาะจอดูเกมด้านนอก appeared first on THE STANDARD.

]]>
ปรากฏการณ์สนามแตก บอล 7HD กองเชียร์ทะลัก 2 หมื่นที่นั่ง เกาะจอดูเกมด้านนอก

วันนี้ (8 พฤศจิกายน) ช่างภาพ THE STANDARD ลงพื้นที่สนามศุภชลาศัย พิสูจน์แล้วว่า ‘มนต์ขลังลูกหนังขาสั้น’ ยังคงเปี่ยมไปด้วยพลังอย่างแท้จริง

 

สมรภูมิเดือด ฟุตบอลนักเรียน 7 คน แชมป์กีฬา 7HD 2025 ตั้งแต่เกมชิงอันดับ 3 ที่ โรงเรียนอัสสัมชัญศรีราชา เอาชนะ โรงเรียนหัวหินวิทยาคม ไปอย่างสุดมัน 5-2 ต่อเนื่องถึงกับ บิ๊กแมตช์ นัดชิง ระหว่าง โรงเรียนหมอนทองวิทยา ปะทะ โรงเรียนอบจ.ชัยนาท

 

สร้างปรากฏการณ์ ‘สนามแตก’ ชนิดที่อัฒจันทร์ทุกโซนถูกยึดครองด้วยพลังศรัทธาของแฟนบอล แม้จะมีความจุถึง 20,000 ที่นั่ง แต่ก็ไม่สามารถรองรับคลื่นมหาชนที่หลั่งไหลเข้ามาเป็นสักขีพยานเกมลูกหนังระดับนักเรียนได้

 

ส่งผลให้แฟนบอลจำนวนมหาศาลทะลักล้นลงมาจนเกือบถึงขอบสนาม เบียดเสียดกันทุกตารางนิ้วเพื่อส่งเสียงเชียร์ให้กำลังใจนักเตะดาวรุ่ง แต่พบว่ามีแฟนบอลอีกนับพันที่ไม่สามารถฝ่าคลื่นมหาชนเข้าไปในอัฒจันทร์หลักได้ เลือกที่จะปักหลักจับจองพื้นที่ด้านนอกสนาม เฝ้าติดตามเกมการแข่งขันผ่านจอถ่ายทอดสดขนาดใหญ่ที่ติดตั้งไว้ สร้างบรรยากาศการเชียร์ที่กึกก้องไม่แพ้ด้านใน

 

ปรากฏการณ์นี้ตอกย้ำให้เห็นว่า ฟุตบอลระดับโรงเรียนไม่ได้มีดีแค่เกมการแข่งขัน แต่ยังเต็มไปด้วย Passion และเรื่องราวที่สร้างแรงบันดาลใจ ดึงดูดแฟนบอลทั่วประเทศให้ร่วมลุ้นร่วมเชียร์ได้อย่างเสมอมา

 

ปรากฏการณ์สนามแตก บอล 7HD กองเชียร์ทะลัก 2 หมื่นที่นั่ง เกาะจอดูเกมด้านนอก 1
ปรากฏการณ์สนามแตก บอล 7HD กองเชียร์ทะลัก 2 หมื่นที่นั่ง เกาะจอดูเกมด้านนอก 2
ปรากฏการณ์สนามแตก บอล 7HD กองเชียร์ทะลัก 2 หมื่นที่นั่ง เกาะจอดูเกมด้านนอก 3
ปรากฏการณ์สนามแตก บอล 7HD กองเชียร์ทะลัก 2 หมื่นที่นั่ง เกาะจอดูเกมด้านนอก 4
ปรากฏการณ์สนามแตก บอล 7HD กองเชียร์ทะลัก 2 หมื่นที่นั่ง เกาะจอดูเกมด้านนอก 5

The post ปรากฏการณ์สนามแตก บอล 7HD กองเชียร์ทะลัก 2 หมื่นที่นั่ง เกาะจอดูเกมด้านนอก appeared first on THE STANDARD.

]]>
ได้โปรดอย่าให้ไฟฝันที่จุดขึ้นต้องสูญเปล่า สิ่งที่อยากเห็นหลังปรากฏการณ์ ‘บอล 7 สี’ https://thestandard.co/football-thai-7hd-save-the-dream/ Sat, 08 Nov 2025 11:13:53 +0000 https://thestandard.co/?p=1141086 ได้โปรดอย่าให้ไฟฝันที่จุดขึ้นต้องสูญเปล่า สิ่งที่อยากเห็นหลังปรากฏการณ์ ‘บอล 7 สี’

ไม่ว่าเกมที่สนามศุภชลาศัยจะจบลงอย่างไรก็ตาม ขอแสดงความย […]

The post ได้โปรดอย่าให้ไฟฝันที่จุดขึ้นต้องสูญเปล่า สิ่งที่อยากเห็นหลังปรากฏการณ์ ‘บอล 7 สี’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ได้โปรดอย่าให้ไฟฝันที่จุดขึ้นต้องสูญเปล่า สิ่งที่อยากเห็นหลังปรากฏการณ์ ‘บอล 7 สี’

ไม่ว่าเกมที่สนามศุภชลาศัยจะจบลงอย่างไรก็ตาม ขอแสดงความยินดีกับทั้งสองทีมด้วย

 

น้องๆ สุดยอดทุกคน!

 

น้องๆจากทั้งโรงเรียนอบจ.ชัยนาท และโรงเรียนหมอนทองวิทยา ได้สร้างปรากฏการณ์ลูกหนังครั้งใหม่ให้เกิดขึ้นในประเทศไทยแบบที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน ในระดับที่เป็นบทสนทนาของทุกบ้านร้านตลาด โดยเฉพาะบนโซเชียลมีเดียที่ไม่ว่าจะไถขึ้นหรือไถลงก็จะเจอเรื่องราวของเด็กๆมากมายเต็มไปหมด

 

ส่วนใหญ่เป็นเรื่อง Untold story ที่น่าประทับใจ ในความเป็นนักสู้ ความพยายาม และความทุ่มเท ที่แต่ละคนต่างก็มีเรื่องราวของตัวเอง

 

เพียงแต่สิ่งสำคัญและมีคุณค่ามากที่สุดจากการแข่งขัน ‘บอล 7 สี’ ในปีนี้ ไม่ได้อยู่ที่สีหรือแสงที่ตกกระทบลงมาแค่อย่างเดียว

 

แต่มันคือการที่น้องๆ ทำให้คนอีกจำนวนมากที่เคยหลงลืม ‘ความฝัน’ ไปแล้ว ได้กลับมามองเห็นมันอย่างชัดเจนด้วยสองตาและหนึ่งหัวใจ

 

มันคือประกายไฟแห่งยุคสมัยที่เด็กๆ ทุกคนช่วยกันจุดขึ้นมาผ่านหยาดเหงื่อ รอยยิ้ม คราบน้ำตา ความบริสุทธิ์ของพวกเขาเอง

 

และเป็นคำถามที่น่าสนใจสำหรับ ‘ผู้หลักผู้ใหญ่’ ในวงการฟุตบอลไทยว่า จะสานต่อหรือพัฒนาอะไรไหมต่อจากนี้?

 

ปรากฏการณ์บอล 7 สี หรือชื่อเต็มๆ ฟุตบอล 7 สี แชมเปียนคัพ 2025 เป็นปรากฏการณ์ที่น่าศึกษาอย่างมาก

 

เพราะเป็นรายการแข่งขันฟุตบอลที่กลายเป็น Talk of the town พูดถึงกันทั่วบ้านทั่วเมืองอย่างแท้จริง ยิ่งกว่าเรื่องของการประกาศรายชื่อทีมฟุตบอลชุดใหญ่ หรือการแข่งขันฟุตบอลไทยลีก

 

ส่วนหนึ่งนั้นปฏิเสธไม่ได้ว่ามาจากเรื่องราวของม้ามืดอย่างทีมหมอนทองวิทยา โรงเรียนเล็กๆ แห่งหนึ่งในจังหวัดฉะเชิงเทรา ที่กลายเป็นอีกหนึ่งของดีเมืองแปดริ้ว ที่สร้างความประทับใจให้แก่ผู้คนผ่านการเดินทางสุดมหัศจรรย์ของพวกเขา

 

โดยหัวใจของเรื่องราวอยู่กับอาจารย์สกล เกลี้ยงประเสริฐ โค้ช – ไม่สิเราควรเรียกว่า ‘ครูลูกหนัง’ – ระดับตำนานของวงการฟุตบอลขาสั้นเมืองไทย ที่เคยพาโรงเรียนสุรศักดิ์มนตรีเข้าชิงรายการนี้ 5 สมัยติด และคว้า 3 แชมป์ในระดับประเทศ รวมถึงการเป็นโค้ชทีมโรงเรียนระดับชั้นนำของไทยอย่างโรงเรียนราชวินิตบางแก้ว (ที่ทำให้ทุกคนรู้ว่าเคยสอน ‘แบงค์ วงแคลช’ ด้วย)

 

หัวใจความเป็นครูผู้ยิ่งใหญ่ ที่เปลี่ยนทีมฟุตบอลเล็กๆ ที่เกิดจากนักเตะที่ถูกมองข้ามเหมือนดัง ‘เศษแก้ว’ หลอมหัวใจกันใหม่จนกลายเป็นทีมฟุตบอลที่มหัศจรรย์ ยืนหยัดสู้กับทีมเก่งๆ จากทั่วประเทศได้อย่างน่าชื่นชม

 

เรื่องราวแบบนี้ไม่ต้องแปลกใจที่ใครได้ฟังได้ยินจะหลงรัก เพราะมันเหมือนออกมาจาก ‘มังงะ’ สนุกๆ สักเรื่อง ทำให้ทุกคนอยากเอาใจช่วย ทีมหมอนทองวิทยาเลยกลายเป็นทีมขวัญใจมหาชนไปเป็นที่เรียบร้อย

 

อย่างไรก็ดี ไม่ใช่น้องๆ หมอนทองทีมเดียวที่พยายาม แต่ทุกทีมก็พยายามไม่แตกต่างกัน

 

คู่แข่งในนัดชิงชนะเลิศอย่างทีมโรงเรียน อบจ.ชัยนาท อาจจะเป็นทีม ‘อคาเดมี’ ของสโมสรชัยนาท ยูไนเต็ด ที่ว่าด้วยชื่อและชั้นเหนือกว่า แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าน้องๆ จากเมืองนกใหญ่จะไม่ได้ใช้ความพยายาม พวกเขาก็มีสิ่งที่ฝัน มีสิ่งที่ตามหา และมีสิ่งที่อยากได้เหมือนกัน

 

และทีมอื่นๆ ที่เข้าร่วมการแข่งขันก็เช่นกัน

 

ฟุตบอล 7 สีเลยกลายเป็นก้อนพลังงานของความฝันที่มีขนาดใหญ่มาก ใหญ่มหึมา และใหญ่เสมอมาด้วย ซึ่งต้องปรบมือดังๆ ให้แก่ผู้จัดที่เล็งเห็นความสำคัญของเยาวชน คิดรูปแบบการแข่งขันที่สนุกตื่นเต้น ไปจนถึงการเอาจริงเอาจังกับคุณภาพของการถ่ายทอดสดการแข่งขัน (ซึ่งก็คงเป็นความฝันของผู้ใหญ่ที่จัดการแข่งขันเหมือนกัน)

 

เราเห็นแล้วว่าบอลเด็กไม่ใช่เรื่องเล็ก แต่เป็นเรื่องใหญ่ในระดับประเทศไทย ฟุตบอลเด็กก็มีแสงที่ส่องถึงได้และสว่างจ้ามากด้วย และมี ‘สตอรี’ ดีๆ ที่แบรนด์สามารถนำมาต่อยอดได้อีกมากในการทำ Sport marketing

 

นี่คือสิ่งที่เรียนรู้จากปรากฏการณ์บอล 7 สีในปีนี้

 

และมันชวนให้คิดถึงวันข้างหน้า

 

เราจะต่อยอดจากสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้ได้ไหม และได้อย่างไร?

 

ผมกำลังแอบคิดว่า เราจะมี ‘อินเตอร์ไฮ’ ในแบบไทยๆ กับเขาบ้างได้ไหม?

 

เชื่อว่าคุณผู้อ่านจำนวนไม่น้อยน่าจะติดตามหรือเคยได้ยินเรื่องราวการแข่งขันฟุตบอลในระดับมัธยมศึกษาที่เรียกกันว่า ‘อินเตอร์ไฮ’ กันมาอยู่บ้าง

 

สำหรับคนที่อาจจะไม่เคยได้ยิน ฟุตบอลอินเตอร์ไฮคือการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์มัธยมปลายแห่งชาติของญี่ปุ่น

อ่านแบบละเอียดได้ที่ ‘冬の国立 Fuyu no Kokuritsu ฤดูหนาวนั้นฉันฝันถึงเกมฟุตบอล (และเธอ)’

 

สรุปแบบง่ายๆ ไวๆ นี่คือการแข่งขันฟุตบอลระดับเยาวชนของนักเรียนญี่ปุ่นที่ได้รับความนิยมอย่างสูง ด้วยการแข่งขันที่สนุก เข้มข้น ร้อนแรง เต็มไปด้วยแรงใจและไฟฝัน

 

ที่สำคัญมีผู้ชมที่เข้ามาเชียร์กันเต็มความจุของสนามเสมอ เพราะคนดูก็อยากดู (และคนเล่นเห็นคนดูเยอะๆ ก็อยากเล่นเหมือนกัน) เป็นงานเทศกาล (Festival) ที่ทุกคนเฝ้ารอ ซึ่งมองแล้วก็รู้สึกไม่ต่างจากสิ่งที่ได้เห็นจากบอล 7 สี และมันก็น่าคิดว่าเป็นไปได้ไหมที่วงการฟุตบอลไทยจะหันกลับมาให้ความสำคัญกับฟุตบอลนักเรียนมากกว่านี้

 

จริงอยู่ที่ในปัจจุบันวงการลูกหนังขาสั้นของไทยก็มาไกลจากอดีต หลายโรงเรียนก็คืออะคาเดมี่ของสโมสรฟุตบอล นักเตะในทีมได้รับทุนการศึกษาและการดูแลอย่างดี

 

แต่สิ่งที่มันขาดหายไปคือเราไม่มีเวทีที่สนุกคึกคักแบบอินเตอร์ไฮหรือบอล 7 สีมากพอ และพอจะพูดได้ว่าฟุตบอลที่ภาครัฐจัดมันไม่สามารถสร้าง Vibe ในแบบเดียวกันหรือระดับเดียวกันได้

 

ในญี่ปุ่นนั้นฟุตบอลขาสั้นเป็นเรื่องใหญ่ และเป็นอีกหนึ่ง ‘เส้นทาง’ (Academic path) สำหรับนักฟุตบอลให้เลือกเดิน ซึ่งจะแยกและแตกต่างจากสายระบบอคาเดมีแบบมืออาชีพ

 

ฟุตบอลสายนี้อาจจะดูเป็น ‘มือสมัครเล่น’ (Amateur) ก็จริง แต่ก็มีจุดแข็งในแบบของตัวเอง ในความเป็น ‘ชมรม’ ที่มีความผูกพันแน่นหนา และเชื่อมโยงกับโรงเรียนจนถึงชุมชน ที่สำคัญคือถึงจะเรียนไปเล่นไป แต่ก็สามารถพัฒนาศักยภาพของนักฟุตบอลจนสามารถสู้กับทีมระดับอาชีพได้

 

โดยที่ในญี่ปุ่นฟุตบอลโรงเรียนนั้นไม่ได้จบแค่โรงเรียน แต่ต่อยอดถึงในระดับมหาวิทยาลัย เรียกว่ามีที่ทางให้เดินทางไปต่อ

 

นักฟุตบอลระดับสตาร์หลายคนของทีมชาติญี่ปุ่นในปัจจุบันก็ผ่านเส้นทางนี้มาเหมือนกัน ยกตัวอย่างง่ายๆ เช่น คาโอรุ มิโตมะ ปีกเทวดาที่เลือกเส้นทางนี้ ถึงขั้นทำวิทยานิพนธ์เกี่ยวกับการเลี้ยงบอลเป็นตัวจบการศึกษา

 

นั่นแปลว่าถ้าเราคิดให้ดี วางแผนกันให้ดี มองแบบคนมีวิสัยทัศน์ ฟุตบอลเด็กมีคุณค่าและความหมายมากกว่าที่คิด

 

โดยที่หากสังเกตได้การแข่งขันของน้องๆ เหล่านี้ อย่างน้อยที่สุดจะมีคนเข้ามาชม มาเชียร์ มาเอาใจช่วยเสมอ เพราะพวกเขาเหล่านี้มีความ ‘เชื่อมโยง’ กับเด็กๆ ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียนเดียวกัน พ่อแม่ผู้ปกครอง ญาติสนิทมิตรสหาย ไปจนถึงคนในชุมชน (Community)

 

สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่วงการฟุตบอลอาชีพในไทยยังไม่แข็งแรงเท่าเลยด้วยซ้ำ

 

เส้นทางลูกหนังสายการศึกษาจึงเป็นสิ่งที่น่าสนใจ และชวนคิดถึงการต่อยอดจากปรากฏการณ์บอล 7 สีที่เกิดขึ้น ซึ่งบางทีเราอาจจะพบคำตอบใหม่ของเกมฟุตบอลไทยก็เป็นไปได้

 

จะทำอย่างไรให้ฟุตบอลเด็กไม่ว่าจะรายการเดิมที่มี หรือรายการใหม่ได้รับความสนใจและความสำคัญในระยะยาว ไม่ถูกลบเลือนหายไป เหมือนครั้งหนึ่งที่เราเคยมีฟุตบอลเด็กดีๆ อย่างรายการโค้กคัพ

 

ไม่อยากให้เป็นเพียงแค่ประกายไฟของความฝันที่ถูกจุดขึ้นแล้วดับลง เพื่อรอวันจะจุดใหม่ในปีหน้าไปเรื่อยๆ

 

และไม่อยากให้ผู้ใหญ่ทั้งหลายให้ความสนใจกันแค่เพียงชั่วเวลาหนึ่ง และเลือกวิธีสนับสนุนด้วยการอัดฉีดเงินแล้วจบ มันง่ายไป

 

เห็นน้องๆ พยายามแล้ว บางที ‘ผู้ใหญ่’ เองก็ควรจะพยายามสานต่อด้วยความรักและทุ่มเทที่มากเท่ากัน

 

ไฟฝันมันจะได้ลุกโชนต่อไป

The post ได้โปรดอย่าให้ไฟฝันที่จุดขึ้นต้องสูญเปล่า สิ่งที่อยากเห็นหลังปรากฏการณ์ ‘บอล 7 สี’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
สิ้น ‘กฤตย์ รัตนรักษ์ ’ ประธานกรรมการ ช่อง 7HD ถึงแก่อนิจกรรม สิริอายุ 80 ปี https://thestandard.co/ch7hd-chairman-krit-dies/ Fri, 24 Oct 2025 06:21:04 +0000 https://thestandard.co/?p=1134803 สิ้น ‘กฤตย์ รัตนรักษ์ ’ ประธานกรรมการ ช่อง 7HD ถึงแก่อนิจกรรม สิริอายุ 80 ปี

ในค่ำคืนที่ผ่านมา (23 ตุลาคม) ครอบครัวของ คุณกฤตย์ รัตน […]

The post สิ้น ‘กฤตย์ รัตนรักษ์ ’ ประธานกรรมการ ช่อง 7HD ถึงแก่อนิจกรรม สิริอายุ 80 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
สิ้น ‘กฤตย์ รัตนรักษ์ ’ ประธานกรรมการ ช่อง 7HD ถึงแก่อนิจกรรม สิริอายุ 80 ปี

ในค่ำคืนที่ผ่านมา (23 ตุลาคม) ครอบครัวของ คุณกฤตย์ รัตนรักษ์ ประธานกรรมการ บริษัท กรุงเทพโทรทัศน์และวิทยุ จำกัด (ผู้ดำเนินกิจการสถานี ช่อง 7HD) ได้แจ้งข่าวว่า คุณกฤตย์ถึงแก่อนิจกรรมอย่างสงบ ด้วยวัย 80 ปี โดยครอบครัวได้จัดพิธีสวดอภิธรรมและงานศพเป็นการภายใน ตามความประสงค์ของผู้วายชนม์ จากนั้น ครอบครัวได้ขอความร่วมมือจากสื่อและบุคคลทั่วไปเพื่อให้ความเคารพและรำลึกถึงผู้ล่วงลับอย่างสงบ

จากแถลงการณ์ของผู้บริหารและพนักงานช่อง 7HD ได้กล่าวว่า “คณะผู้บริหารและพนักงาน ช่อง 7HD ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง มา ณ ที่นี้” พร้อมทั้งยกย่องบทบาทของคุณกฤตย์ที่มีต่อองค์กรและวงการสื่อไทยตลอดช่วงหลาย สิบ ปี

สำหรับประวัติย่อของ กฤตย์ รัตนรักษ์ เกิดเมื่อวันที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2489 (ค.ศ. 1946) ในกรุงเทพฯ เป็นบุตรชายคนโตของ ชวน รัตนรักษ์ และ ศศิธร รัตนรักษ์ ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งกลุ่มธุรกิจที่มีชื่อเสียง เรียนมัธยมที่โรงเรียนอัสสัมชัญ จากนั้นศึกษาต่อระดับปริญญาโทวิชาเศรษฐศาสตร์ที่ University of Eastern New Mexico สหรัฐอเมริกา

เริ่มงานครั้งแรกในธุรกิจธนาคารที่ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา (Krungsri Bank) เมื่อปี พ.ศ. 2515 ในปี พ.ศ. 2536 ก้าวขึ้นดำรงตำแหน่ง ประธานกรรมการของบริษัท กรุงเทพโทรทัศน์และวิทยุ จำกัด (ช่อง 7HD) และดำรงตำแหน่งบริหารในกลุ่มบริษัทเครือข่ายหลายแห่ง เช่น ธนาคารกรุงศรีฯ, บริษัท ปูนซีเมนต์นครหลวง จำกัด (มหาชน) (ปูนอินทรี) ฯลฯ

เขาเป็นหนึ่งในบุคคลที่เป็นกุญแจสำคัญ ที่ช่วยนำธุรกิจครอบครัวผ่านพ้นวิกฤต พ.ศ. 2540 (วิกฤตการเงินเอเชีย) ได้อย่างมั่นคง

ตามการจัดอันดับของนิตยสาร Forbes Thailand คุณกฤตย์ รัตนรักษ์เคยติดกลุ่ม ‘มหาเศรษฐีไทย’ โดยเป็นตัวแทนของครอบครัวรัตนรักษ์

The post สิ้น ‘กฤตย์ รัตนรักษ์ ’ ประธานกรรมการ ช่อง 7HD ถึงแก่อนิจกรรม สิริอายุ 80 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
Shine the series การเมือง และเรื่องรักของ ‘ชาย’ ในยุคเปลี่ยนผ่าน https://thestandard.co/shine-series-political-drama/ Wed, 20 Aug 2025 10:18:44 +0000 https://thestandard.co/?p=1109380 shine-series-political-gay-drama

ความวุ่นวายทางการเมืองของไทย และปัญหาชายแดนกัมพูชา ทำให […]

The post Shine the series การเมือง และเรื่องรักของ ‘ชาย’ ในยุคเปลี่ยนผ่าน appeared first on THE STANDARD.

]]>
shine-series-political-gay-drama

ความวุ่นวายทางการเมืองของไทย และปัญหาชายแดนกัมพูชา ทำให้เราแทบจะลืมโปรเจกต์ดีๆ ในช่วงฮันนีมูนของรัฐบาลชุดนี้ในการผลักดันซีรีส์วายและยูริของไทยไปเลย อย่างเมื่อปลายปีที่แล้วก็มี ปิ่นภักดิ์ ซีรีส์ยูริที่ประสบความสำเร็จไปพอสมควร มาปีนี้ก็ถึงเวลาของซีรีส์ฟอร์มใหญ่ Shine The Series ที่ทำออกมาค่อนข้างเซอร์ไพรส์เพราะได้ก้าวข้ามความเป็นซีรีส์วายสู่ซีรีส์เกย์ที่ใส่มิติทางการเมือง วัฒนธรรม และตัวตนของความเป็นไทยร่วมสมัยในยุคเปลี่ยนผ่าน เมื่อมนุษย์ขึ้นเหยียบดวงจันทร์ แต่บนโลกใบเดิม สังคมในประเทศเล็กๆ อย่างเมืองไทยมีอะไรเปลี่ยนแปลงไปบ้าง

 

ซีรีส์วาย Shine The Series

 

Shine The Series พาเราเข้าไปทำความรู้จักชีวิตของชายหนุ่ม 4 คนในยุคเปลี่ยนผ่านตอนที่นีล อาร์มสตรองเพิ่งเหยียบดวงจันทร์ในปี 1969 ขณะเดียวกันประเทศไทยก็เพิ่งมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่และผ่านการเลือกตั้งปี พ. ศ. 2512 มาหมาดๆ

 

ตฤณ (อาโป-ณัฐวิญญ์ วัฒนกิติพัฒน์) ดอกเตอร์หนุ่มด้านเศรษฐศาสตร์ที่เพิ่งกลับจากฝรั่งเศส เขากลับมาพร้อมกับปมในใจที่ปล่อยให้แฟนสาวต้องตายเพราะออกไปประท้วงทวงความยุติธรรมให้สังคม ตฤณพกความเชื่อมั่นในการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางสังคม โดยกำลังจะรับตำแหน่งระดับสูงในแวดวงราชการ พร้อมๆ กับถูกตั้งคำถามจากฝ่ายคัดค้านโครงการใหญ่ของกองทัพ จนเริ่มไม่แน่ใจว่าสิ่งที่กำลังทำคือความถูกต้องหรือเปล่า เขาได้พบกับ ธันวา (มาย-ภาคภูมิ ร่มไทรทอง) นักร้องหนุ่มฮิปปี้ทายาทนักธุรกิจชื่อดัง แต่มีความบาดหมางกับพ่ออย่างรุนแรง ธันวาฝากรอยจูบไว้กับตฤณจนเขาเริ่มสงสัยในความเป็นชายของตัวเอง

 

ขณะที่ ณรัน (ยูโร-ยศวรรธน์ ทะวาปี) นักข่าวสายลุยกำลังพยายามเปิดโปงความไม่ชอบมาพากลโครงการของรัฐบาล ทำให้เขาได้เข้าไปพัวพันกับ ไกรเลิศ (สน-ยุกต์ ส่งไพศาล) นายทหารระดับสูงผู้ต้องเก็บซ่อนรสนิยมทางเพศของตัวเองเอาไว้ ชีวิตอีกด้านหนึ่งของเขาคือคอลัมนิสต์ที่ใช้นามแฝงว่าใกล้รุ่ง และกำลังโต้คารมผ่านปลายปากกากับสรัสวดีซึ่งก็นามแฝงของณรัน ทั้งคู่นัดเจอกัน และแล้วความพุ่งพล่านของอารมณ์ก็ทำให้เกิดความสัมพันธ์ที่คาดไม่ถึง

 

เรื่องราวชีวิตของชายหนุ่มทั้ง 4 คนท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านทางวัฒนธรรมและยุคสมัยจะเป็นอย่างไรต้องรอติดตาม

 

ซีรีส์วาย Shine The Series

ซีรีส์วาย Shine The Series

 

บอกตรงๆ ว่า Shine The Series อีพีแรกชงออกมาอย่างเข้มข้นด้วยบรรยากาศทางการเมืองและสังคมจนแอบหวั่นๆ ว่าถ้าตึงไปแบบนี้ตลอดทั้งเรื่องคนดูน่าจะไม่ไหว แต่ก็พอจะเข้าใจว่าคือการปูพื้นตัวละครแต่ละตัวที่แตกต่างกันทั้งบทบาทและอุดมการณ์ ทั้งยังเป็นลายเซ็นของค่ายนี้ที่มักกำกับอารมณ์คนดูผ่าน Mood & Tone น่าค้นหา และดาร์กดำพอประมาณ

 

แต่ละตัวละครถูกออกแบบมาอย่างดีเพื่อสื่อสารความตั้งใจของผู้สร้างตั้งแต่การตั้งชื่อ Shine แปลความหมายตรงตัวคือเปล่งประกาย และยังพ้องเสียงกับภาษาไทยว่า ‘ชาย’ กับการตั้งคำถามถึงความเป็นชายผ่านบทบาทของตัวละครเกินครึ่งว่านิยามคำนี้ไว้อย่างไร ไม่ว่าจะเป็นตฤณที่ใช้ชีวิตจริงจัง อยู่ในกรอบและผ่านความสัมพันธ์กับผู้หญิงมาตลอดแต่หวั่นไหวกับฮิปปี้หนุ่มอย่างธันวา ที่น่าสนใจคือทั้งคู่ยืนอยู่คนละฟากแนวคิดและการใช้ชีวิต ขณะที่ไกรเลิศคือตัวละครที่มีมิติและสะท้อนแก่นหลักของเรื่องไว้มากที่สุดทั้งหน้าที่การงานที่ต้องรับใช้ชาติ และชีวิตส่วนตัวในฐานะสามีผู้ไม่มีใจให้ภรรยาเพราะรสนิยมทางเพศ ไหนจะความขัดแย้งเรื่องอุดมการณ์ในงานที่ทำ เรียกว่าไกรเลิศคือเดอะแบกตัวจริงของยุค 2512 ส่วน ณรัน นักข่าวผู้มีอุดมการณ์ผู้ไม่เคยตั้งคำถามกับความแหนงหน่ายต่อแฟนสาวลูกคุณหนูอย่างดาว (ปันปัน-สุทัตตา อุดมศิลป์) แต่กลับถูกดึงดูดโดยศัตรูที่เขาตั้งใจจะเปิดโปงอย่างไกรเลิศ กลายเป็นประเด็นขัดแย้งระหว่างความรักและหน้าที่ที่น่าจะทวีความเข้มข้นในตอนต่อ ๆ ไป

 

ซีรีส์วาย Shine The Series

 

การวางคาแรกเตอร์ให้สองคู่หลักของเรื่องอยู่คนละฟากทางความคิดกลายเป็นเรื่องโรแมนติกแบบหวานๆ ขมๆ ที่มีเสน่ห์ในอีพีต่อมา ทั้งความรักโรแมนติก (ที่ยัง) ใสๆ ระหว่างตฤณและธันวา โดยมี วิคเตอร์ (ปีเตอร์ เดอร์รี่) นักเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยเริ่มก้าวเข้ามาในความสัมพันธ์ครั้งนี้ ขณะที่ฟากไกรเลิศกับณรันออกไปแนวดุดันไม่เกรงใจใครแต่ก็ได้อารมณ์โรแมนติกแบบวินเทจในยุคที่โลกนี้ยังไม่มีทินเดอร์ หวนให้คิดถึงเสน่ห์ของการเขียนและความตื่นเต้นที่ไม่รู้ว่าคู่สนทนาผ่านปลายปากกาหน้าตาเป็นอย่างไร ที่สำคัญเคมีของนักแสดงอย่างสนและยูโรก็คือโดนใจแบบสุดๆ เรียกว่าได้ว่าเราสนใจ Shine The Series เพราะพลังดาราของมาย-อาโป แต่กลับหลงเสน่ห์สน-ยูโรแบบไม่ทันตั้งตัว

 

อย่างไรก็ตามความท้าทายของ Shine The Series คือจะสร้างสมดุลอย่างไรให้สารเครียด ๆ เรื่องการเมืองสอดรับไปกับเรื่องรักโรแมนติกจนตรึงผู้ชมให้ติดตามกระทั่งตอนจบ ต้องรอติดตาม…

 

ต้องยอมรับในความกล้าของ Be On Cloud ที่หยิบเอาช่วงเวลาสร้างสารตั้งต้นความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองครั้งใหญ่ของไทยมาเล่า (การก้าวขึ้นมามีอำนาจของจอมพลถนอม กิตติขจรนำไปสู่เหตุการณ์ 14 และ 16 ตุลาฯ) ก้าวข้ามอาหาร ขนม ผ้า หรือนานาสรรพสิ่งไทยแท้ที่กลายเป็นนิยามคำว่าซอฟต์พาวเวอร์ จนไม่มีพื้นที่ให้ความเป็นไทยร่วมสมัยได้ Shine ในแบบที่ควรจะเป็น แม้จะเป็นความจริงที่เจ็บปวด แต่ก็คือสร้างตัวตนและสะท้อนความเป็นไทยที่ไม่สมบูรณ์แบบและยังวนลูปซ้ำไปซ้ำมาจนถึงปัจจุบัน

 

ซีรีส์วาย Shine The Series

ซีรีส์วาย Shine The Series

 

นอกจากนี้ยังได้เห็นพลังสร้างสรรค์ผ่านโปรดักชันชั้นเยี่ยมไม่ว่าจะเป็นการจัดแสงเพื่อช่วยสื่อสารทั้งความขัดแย้งในโลกของตฤณที่ดูเคร่งขรึมตลอดเวลา ขณะที่โลกของธันวาเต็มไปด้วยสีสันสว่างไสว หรือการให้แสงแสดงความแตกต่างของชนชั้นอย่างฉากในโรงแรมแกรนด์ พาราดิโซที่ส่องให้เห็นตัวละครทุกคน ขณะที่แสงไฟส่องสว่างบนถนนกับวับแวมแทบไม่เห็นชนชั้นล่างจนเหมือนพวกเขาไร้ตัวตน รวมถึงเพลง Far Side of the Moon ของ Slot Machine ที่ใช้ประกอบได้อย่างลงตัวทั้งคุณภาพทางดนตรีและความหมาย จนพูดได้ว่าโปรดักชันไทยคุณภาพดีไม่อายใครก็ว่าได้

 

Shine The Series ทุกวันเสาร์ เวลา 22:00 น. ทางแอปพลิเคชัน WeTV และช่อง 7HD

 

 

The post Shine the series การเมือง และเรื่องรักของ ‘ชาย’ ในยุคเปลี่ยนผ่าน appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘และใครที่ชอบดราม่า…ขออนุญาตนะคะ เชิญทางนี้’ สรุปประเด็นร้อนแห่งปี 2567 https://thestandard.co/drama-highlights-2024/ Thu, 26 Dec 2024 11:00:50 +0000 https://thestandard.co/?p=1023658 drama-highlights-2024

ต้องขอยืมประโยคหนึ่งในวลีสุดฮอตแห่งปีจากร้านทองแม่ตั๊กม […]

The post ‘และใครที่ชอบดราม่า…ขออนุญาตนะคะ เชิญทางนี้’ สรุปประเด็นร้อนแห่งปี 2567 appeared first on THE STANDARD.

]]>
drama-highlights-2024

ต้องขอยืมประโยคหนึ่งในวลีสุดฮอตแห่งปีจากร้านทองแม่ตั๊กมาใช้ เพราะในปีนี้ ประเทศไทยยังคงเป็นสังคมอุดมดราม่า เรียกว่าแทรกซึมอยู่ในทุกวงการ โดยเฉพาะวงการบันเทิงที่เหมือนเป็นฟันเฟืองผลิตเรื่องเมาท์ เรื่องที่เป็นประเด็นอยู่เสมอ จะมีเรื่องอะไรบ้างไปดูกัน 

 

หมูเด้ง

 

ดังสัตว์ๆ 

 

ถ้าถามว่าปีนี้เมืองไทยอะไรดัง คงหนีไม่พ้นเรื่องราวดีๆ จากสัตว์ และตุ๊กตาประดามีที่กลายเป็นไวรัลและเป็นที่รักของคนไทยในชั่วข้ามคืน เริ่มตั้งแต่ตุ๊กตาหมีเนย มาสคอตเต้นดุกดิกจากแบรนด์ Butterbear คว้าใจพ่อยกแม่ยกทั้งในไทยและต่างประเทศ จนต้องแห่แหนไปดูน้องเต้นกันแน่นร้าน แถมน้องหมีเนยยังขยันเปลี่ยนชุด คิดท่าเต้นตามกระแส จนเรียกว่าปังอยู่หลายเดือน

 

คอนเสิร์ตหมีเนย

แม่หยั่ว

 

หลังจากนั้นไม่นาน ความร้อนแรงของดาราสาวในนามน้องหมูเด้งก็เบียดพี่หมีเนยเกือบตกกระป๋อง เธอคือลูกฮิปโปแคระผู้มาพร้อมผิวแน่นเด้ง ลื่นเมือก จอมวีนเหวี่ยง สวบไม่เว้นไม่ว่าใครหน้าไหน แต่กลายเป็นความน่ารักจนเป็นไวรัล คนดังและสื่อยักษ์ใหญ่ ใครๆ ก็ต่างเทใจให้น้องหมูเด้งกันทั่วโลก เท่านั้นยังไม่พอ สาวน้อยจากสวนสัตว์เขาเขียวยังมีซิงเกิลเป็นของตัวเอง และได้เป็นศิลปินในสังกัด GMM Grammy ที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์นั่นคือ 4 เดือน!

ประเด็นสัตว์ๆ ไม่ได้มีแค่เรื่องราวดีๆ เพราะช่วงปลายปีก็มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์การวางยาสลบแมวเพื่อใช้เข้าฉากในซีรีส์เรื่อง แม่หยัว จนกลายเป็นประเด็นให้สังคมไทยหันมามองสวัสดิภาพของสัตว์ในแวดวงบันเทิงอีกด้วย

 

พี่จอง คัลแลน

 

คัลแลน-พี่จองฟีเวอร์ 

 

คนไทยมักจะเอ็นดูชาวต่างชาติที่หัดพูดภาษาไทย ชัดบ้าง ไม่ชัดบ้าง ก็ไม่เป็นไร แต่สิ่งที่ โซเฟีย ลา ก็ทำไม่ได้ แอนนา ชวนชื่น อย่าหวังเลย ก็คือความน่ารักเป็นธรรมชาติแบบสองหนุ่มยูทูเบอร์ คัลแลนกับพี่จอง จนกลายเป็นขวัญใจชาวไทยมาตั้งแต่ต้นปี 

 

พี่จอง คัลแลน

 

เรียกว่าคัลแลนกับพี่จองค่อยๆ เป็นที่พูดถึงมาตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว ตั้งแต่ดราม่าไก่ทอดหาดใหญ่ แสงสปอตไลต์ก็เริ่มส่องให้คนได้เห็นความตั้งใจของสองหนุ่มจากเกาหลีใต้ผู้เดินทางท่องเที่ยวไปทั่วไทย ไม่สนว่าเป็นเมืองหลัก เมืองรอง แล้วถ่ายทอดออกมาอย่างน่าเอ็นดูตามประสาชาวต่างชาติที่มาสัมผัสวัฒนธรรมไทย ช่วงเวลาไม่นาน ทั้งคู่ก็กลายเป็นที่รักของคนไทยเกือบทั้งประเทศ และมีงานพรีเซนเตอร์ไม่ขาดสายจนถึงวันนี้ 

 

กะเทยผ่านศึก

 

4 มีนาคม วันกะเทยผ่านศึก

 

ให้รู้บ้างว่าไผเป็นไผ! เป็นที่รู้กันว่าซอยสุขุมวิท 11 คือแหล่งมาดื่มมาดริงก์ของพี่ๆ กะเทยไทยมานานปี แต่ในระยะหลังมีกะเทยจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามารุกล้ำอธิปไตยอยู่บ่อยครั้ง มิหนำซ้ำยังทำตัวเป็นขาใหญ่ มีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งกับพี่กะเทยไทยอยู่บ่อยๆ

 

จนกระทั่งในค่ำคืนหนึ่งก็เกิดเรื่องทะเลาะวิวาทขึ้นอีกครั้ง ครั้งนี้กะเทยฟิลิปปินส์เป็นฝ่ายชนะ เท่านั้นไม่พอ ยังเปิดไลฟ์ประกาศศักดา เหมือนนังพิรมลขี้รดหัวใจหญิงนุชไปอีก งานนี้มีหรือจะยอม 

 

กะเทยผ่านศึก

 

ในค่ำคืนวันที่ 4 มีนาคม กะเทยทั่วหล้าจึงรวมตัวกันที่หน้าโรงแรมแห่งหนึ่งในย่านสุขุมวิท หวังจะสั่งสอนกะเทยต่างด้าวที่เข้ามากร่างในแผ่นดินแม่ สร้างความตื่นตะลึงให้กับผู้ที่สัญจรไปมา และกลายเป็นไวรัลว่อนโซเชียล จากหน่วยเป็นสิบ จากสิบเป็นร้อย และเป็นหลายร้อยจนกลายเป็นข่าวให้ติดตามความเคลื่อนไหว แม้ในที่สุดกะเทยฟิลิปปินส์จะออกจากโรงแรมมาได้ แต่ก็โดนไปคนละตุ้บคนละตั้บ 4 มีนาคม จึงได้รับการสถาปนาเป็นวันกะเทยผ่านศึกนับแต่นั้นเป็นต้นมา 

 

มีการแซวเล่นๆ ขำๆ ว่า พชร์ อานนท์ จะไม่เอาไปทำหนังเหรอ ในจังหวะนั้นหนังเรื่อง หอแต๋วแตก แหกสัปะหยด ปิดกล้องพร้อมฉายไปเรียบร้อยแล้ว แต่ พชร์ อานนท์ คนจริงสั่งเปิดกองเพิ่มฉากนี้เข้าไปก่อนหน้าหนังฉายเพียงไม่กี่วัน ป้าดดดดด! ทำถึงมากค่ะคุณน้า 

 

กันต์ มอบตัว

 

มหากาพย์ดิไอคอนกรุ๊ป 

 

ปีนี้นอกจากการออกล่าปลาหมอคางดำที่ว่าดังแล้ว ก็เห็นจะมีการออกล่าผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับดิไอคอนกรุ๊ปนี่แหละที่เป็นกระแสต่อเนื่องยาวนาน ส่วนสำคัญก็มาจากธุรกิจที่คล้ายแชร์ลูกโซ่นี้ ใช้พลังดาราในการขับเคลื่อนเป็นหลัก ลากมาตั้งแต่คนที่เคยเป็นพรีเซนเตอร์ไปยันผู้ที่ออกตัวเป็นผู้บริหาร ส่วนมีใครกันบ้างคงไม่ต้องบอก เพราะรายชื่ออยู่ในบัญชีที่เรือนจำเรียบร้อย 

 

บอสพอล

 

แต่ทีเด็ดอยู่ที่ความเด็ดของ บอสพอล-วรัตน์พล วรัทย์วรกุล เจ้าของดิไอคอนกรุ๊ปผู้มีวิสัยทัศน์กว้างไกล ใช้โทรศัพท์อัดเสียงบรรดานักรีดไถเอาไว้ทั้งหมด งานนี้เลยสาวไส้ไปถึงนักการเมืองและเหล่าคน (เคย) ดีศรีสังคม ติดร่างแหเข้าไปด้วย สมกับสโลแกนไม่ทิ้งใครไว้ข้างนอก (คุก)

 

พลังทำลายล้างของดิไอคอนกรุ๊ปยังไม่จบอยู่แค่นั้น เพราะมันทำให้ย้อนนึกไปถึงเหล่าดาราและคนดังที่เคยออกหน้าทำธุรกิจคล้ายๆ กันเมื่อหลายปีก่อน จนต้องออกมาแก้ตัวกันจ้าละหวั่น เรียกได้ว่าประเด็นนี้เป็นอีกครั้งที่ให้บทเรียนทั้งกับเหล่าคนดังว่าความไว้เนื้อเชื่อใจของประชาชนมีราคาต้องจ่าย และคนทั่วไปว่าอย่าหลงเชื่อคนดังจนขาดสติ 

 

MU 2024

 

แต่ละมื้อแต่ละเดย์ในแวดวงนางงาม

 

ปีนี้แวดวงนางงามยังมีสีสันเช่นเคย เริ่มตั้งแต่เวทีที่เอ็นเตอร์เทนคนดูถึงขีดสุดอย่างการประกวด Miss Grand International ในปีนี้มีเจ้าภาพร่วมคือประเทศกัมพูชา ทว่าหลังจากเก็บตัวไปได้ไม่กี่วัน บรรยากาศที่เคยแกรนด์กลับไม่แกรนด์อย่างที่เคย เพราะการจัดการไม่ได้มาตรฐาน มีภาพหลุดนางงามใส่ชุดราตรีหรูหราต้องนั่งกินถั่วต้มบนเรือสำราญที่เหมือนเรือข้ามฟากมากกว่า พาให้นึกถึงปาร์ตี้พัชรภากรุ๊ปเมื่อหลายปีก่อนไปเสียอย่างนั้น

 

MGI 2024

MGI 2024

 

ว่าแล้วบิ๊กบอส ณวัฒน์ อิสรไกรศีล ก็พากองประกวดกลับไทย และจัดงานออกมาได้อลังการอย่างทุกปี แต่สุดท้ายก็ไม่วายมีดราม่าอีก เมื่อผู้ถือลิขสิทธิ์มิสแกรนด์เมียนมาคว้ามงกุฎนางงามของตัวเองมาปาทิ้ง เพราะไม่พอใจที่ได้แค่รองอันดับ 2 จนกลายเป็นประเด็นอยู่หลายสัปดาห์ 

 

มาถึงเวทีอันเป็นที่รักอย่างการประกวด Miss Universe ซึ่งปีนี้ตัวแทนประเทศไทยได้แก่ โอปอล-สุชาตา ช่วงศรี เรียกได้ว่ามีลุ้นเอามงสามเอามากๆ แถมปีนี้ยังไม่มี พอลล่า ชูการ์ต ผู้ขยันเสิร์ฟ ‘แกง’ ให้แฟนนางงามไทยแล้วด้วย แต่กลายเป็นว่าผู้จัดงานกลับเสิร์ฟแกงอ่อม คืออ่อมในหลายช่วงของการประกวดจนอดคิดถึงพอลล่าไม่ได้ อย่างน้อยก็ยังเสิร์ฟแกงที่หลากหลายกว่า 

 

MU 2024

 

ประเด็นดราม่าเริ่มตั้งแต่ตอนเก็บตัว คือเก็บจริงเพราะภาพที่ออกมาส่วนใหญ่อยู่ที่หน้าลิฟต์เหมือนยี่ห้อ Otis เป็นสปอนเซอร์ ส่วนในรอบ Preliminary ก็เกือบจะไม่มีการสวมชุดราตรีทั้งที่สำคัญมากๆ สำหรับแฟนนางงาม ยังไม่นับรวมการพรีเซนต์ชุดบนเวทีที่ไม่โดนใจเอาเสียเลย พอถึงวันประกวดจริง กติกาและลำดับขั้นการประกวดก็ออกมางงๆ รวมถึงโปรดักชันทั้งเวทีและการจัดไฟก็ออกมาไม่ได้ดั่งใจ ที่จะดีหน่อยก็เห็นจะมีแค่ช่วง ‘Hello Universeeeeee’ เท่านั้น 

หลังจากนั้นไม่กี่วัน แอน-จักรพงษ์ จักราจุฑาธิบดิ์ เจ้าของเวทีไม่รอช้า เชิญแฟนนางงามตัวแม่มานั่งเคลียร์ใจในรายการ แอนโชว์ ในช่อง JKN และยืนยันว่าน้อมรับทุกเสียงวิพากษ์วิจารณ์ ส่วนในปีหน้าจะออกมาเป็นอย่างไรต้องมาลุ้นกัน

 

LISA

 

‘ลิซ่า’ ทำถึงมากจ้า…ลูกสาวของชาวไทย

 

แม้จะไปเด่นไปดังถึงเมืองนอกเมืองนา แต่ลูกสาวของชาวไทยอย่าง ลิซ่า-ลลิษา มโนบาล ก็มีสำนึกรักบ้านเกิด เมื่อก้าวขึ้นเป็นศิลปินเดี่ยว มิวสิกวิดีโอซิงเกิลแรกจึงยกโปรดักชันมาถ่ายทำและใช้โลเคชันของเมืองไทยทั้งเพลง ที่เด่นมากๆ คือการใช้ฉากบนถนนเยาวราช แถมทำออกมาได้สวยแซ่บสะใจจนกลายเป็นไวรัลทั้งในไทยและต่างประเทศอีกต่างหาก

 

LISA

LISA

 

และเพราะลิซ่าคือคนไทย แล้วคนไทยแปลว่าอิสระ หลังจากหมดสัญญาจากค่ายเก่าก็เลยรับงานที่หลากหลายขึ้นอย่างงานแสดงในซีรีส์ The White Lotus ซีซัน 3 ที่ยกกองมาถ่ายทำบนเกาะสมุย ร่วมกับนักแสดงไทยอีกหลายคน เรียกได้ว่าปีนี้ลิซ่ากับหมูเด้งเป็นนางแบกซอฟต์พาวเวอร์ไทยที่ทำงานได้ดีกว่ารัฐมนตรีทั้งคณะรัฐบาลเสียอีก 

 

มาริโอ้

 

ภาวะเสี่ยงสูญพันธุ์ของละครไทย

 

ใครจะเชื่อว่าจะมีวันนี้ วันที่ความบันเทิงประจำบ้านอย่างละครไทยใกล้ถึงภาวะสูญพันธุ์จากเม็ดเงินโฆษณาที่เคยทุ่มให้สื่อโทรทัศน์เริ่มลดลงเรื่อยๆ ทำให้หลายช่องยักษ์ใหญ่ปรับกระบวนท่ากันจ้าละหวั่น 

 

หนักที่สุดก็คงไม่พ้นช่อง 3 กับกระแสข่าวไม่สู้ดีที่มีออกมาเรื่อยๆ ตั้งแต่ลดงบประมาณการทำละคร หยุดการถ่ายทำ จนถึงขั้นปลดพนักงานให้องค์กรกระฉับกระเฉงขึ้น ดังนั้นเมื่อบ้านใหญ่ดูจะเล็กไปเสียแล้ว เหล่าบรรดาผู้จัดคู่บุญของช่องเลยมีอันต้องโยกย้ายไปเติบโตที่อื่น หลักๆ คือย้ายไปซบอก MONO29 ที่กำลังสยายปีกปลูกปั้นแพลตฟอร์มของตัวเอง

 

เจมส์ จิรายุ ละคร

ช่อง 7

 

ส่วนช่อง 7 หลังจากที่เป็นผู้ป่วยติดเตียงอยู่นานก็ถึงเวลาพลิกตัวกับเขาบ้างด้วยการจับมือกับแพลตฟอร์มอย่าง Netflix และแว่วๆ ว่าจะโละละครเก่าในสต็อกมาออกอากาศทั้งหมด จากนั้นจะผลิตคอนเทนต์รูปแบบใหม่ที่ช่องไม่เคยทำมาก่อน ก็ต้องรอดูกันต่อไปว่าละครช่อง 7 โฉมใหม่จะไฉไลกว่าเดิมหรือเปล่า

The post ‘และใครที่ชอบดราม่า…ขออนุญาตนะคะ เชิญทางนี้’ สรุปประเด็นร้อนแห่งปี 2567 appeared first on THE STANDARD.

]]>
2024 สู้ๆ นะละครไทย ไม่ต้องสู้กับใคร สู้กับตัวเองนี่แหละ https://thestandard.co/thai-dramas-2024-self-improvement/ Fri, 13 Dec 2024 10:18:39 +0000 https://thestandard.co/?p=1019304

  ปี 2024 คงไม่ใช่ปีที่ดีสำหรับละครไทย เพราะตั้งแต […]

The post 2024 สู้ๆ นะละครไทย ไม่ต้องสู้กับใคร สู้กับตัวเองนี่แหละ appeared first on THE STANDARD.

]]>

ละครไทย

 

ปี 2024 คงไม่ใช่ปีที่ดีสำหรับละครไทย เพราะตั้งแต่ต้นปียันท้ายปีมีละครดีๆ ที่สร้างปรากฏการณ์แบบนับเรื่องได้ อีกทั้งยังมีข่าวร้ายตามมาเป็นระลอกๆ ทั้งการชะลอถ่ายทำละครในช่วงครึ่งปีหลังปี 2024 ของช่อง 3 ตามมาด้วยข่าวลือหนาหูว่าช่อง 8 จะเลิกผลิตละคร ส่วนช่อง 7 และช่อง one31 ก็ขยันเอาละครเก่ามารีรันสลับกับละครใหม่ ปิดท้ายด้วยข่าวใหญ่เมื่อช่อง 3 ปลดพนักงานฟ้าผ่า

 

ขณะที่ฝั่งแพลตฟอร์มออนไลน์คอนเทนต์ไทยทั้งภาพยนตร์และซีรีส์กลับไปได้ไกล บางเรื่องติดอันดับหนึ่งซีรีส์ที่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษที่มีคนดูมากที่สุดในโลก ไม่นับรวมอีกหลายเรื่องที่อยู่ในอันดับต้นๆ อีกทั้งนักแสดงไทยยังได้กลายเป็น #คนไทยคนแรก ที่ได้รางวัลใหญ่บนเวทีอันทรงเกียรติ และนี่คือภาพรวมปรากฏการณ์ของละคร ซีรีส์ และคอนเทนต์ไทยตลอดปี 2024 ที่ผ่านมา  

 

ละครไทย

 

สถานการณ์ยักษ์ยังเซของช่อง 3 

 

เปิดปีใหม่มาเรียกว่าทรงยังดี เพราะในปีนี้ช่อง 3 มีโปรเจกต์ใหญ่ ดวงใจเทวพรหม แต่พอเข้าช่วงกลางปีก็มีประเด็นชะลอการถ่ายละครล็อตใหม่ ตามมาด้วยการปลดพนักงาน อย่างไรก็ตาม ละครช่อง 3 ปีนี้ก็มีหลายเรื่องที่น่าพูดถึง 

เริ่มจากละครชุด ดวงใจเทวพรหม กับความขึ้นๆ ลงๆ ทั้งกระแสและเรตติ้ง เปิดโปรเจกต์ด้วย ลออจันทร์ ละครดราม่าแอ็กชันที่คว้าเรตติ้งไปได้ในระดับกลางๆ หลังจากนั้นไม่นานค่อยมาแก้เกมด้วย ขวัญฤทัย ในแนวโรแมนติกคอเมดี้ แจ้งเกิด ไมกี้-ปณิธาน บุตรแก้ว กลายเป็นขวัญใจคนใหม่สมความตั้งใจสร้างนักแสดงเลือดใหม่ให้ช่อง 3 ต่อด้วย ใจพิสุทธิ์ ที่มาพร้อมกระแสนิ่งๆ และเรตติ้งพอใช้ได้ ส่วน ดุจอัปสร กับเรื่องราวดราม่ารสเข้มที่สุดในชุดเรียกกระแสไปได้พอสมควร และปิดท้ายด้วย พรชีวัน ที่โด่งดังจากประเด็นดราม่าว่าเนื้อหาไม่เหมือนกับบทประพันธ์

 

ละครไทย

 

ขณะที่ละครเรื่องอื่นๆ หลายเรื่องยิงพลาดเป้าไปแบบเจ็บจี๊ดโดยเฉพาะ จนกว่าจะได้รักกัน แม้จะมีพลังดาราของ ญาญ่า-อุรัสยา เสปอร์บันด์ และ หมาก-ปริญ สุภารัตน์ แต่ทั้งกระแสและเรตติ้งกลับตกต่ำอย่างน่าใจหาย ส่วน ในวันที่ฝนพร่างพราย เปิดมาทรงยังดี แต่ผ่านไปสักพักบทละครกลับไม่ดึงดูด และดราม่าเรื่องจรรยาบรรณวิชาชีพนักสังคมสงเคราะห์ไปซะงั้น ใดๆ ก็ยังมีเรื่องชุบชูหัวใจเมื่อ ลมเล่นไฟ ละครแนวผัวเมียที่ได้ เชอรี่-เข็มอัปสร สิริสุขะ กลับมารับงานแสดงในรอบ 8 ปี ไปได้ดีทั้งเรตติ้งและกระแส ทั้งๆ ที่ช่องคู่แข่งอย่าง one31 ก็ดันละครแนวนี้ออกมาในช่วงเวลาเดียวกัน

 

ช่อง3

ละครไทย

 

จะเรียกว่าเป็นปีทองสมชื่อ ทอง เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ ก็ไม่เต็มปาก เพราะแม้จะมีละครออนแอร์ 3 เรื่องติดต่อกัน ทั้งดีบ้าง แป้กบ้าง เริ่มจาก โลกหมุนรอบเธอ กับความตั้งใจดีๆ ที่จะทำละคร Coming of Age รสชาติไทยๆ แต่ก็เจอดราม่าตั้งแต่เปิดเรื่องว่าคล้ายซีรีส์ต่างประเทศ ตามมาด้วยบทละครออกทะเลและงานเมกอัพที่กลายเป็นมีมว่อนโซเชียล จากนั้นไม่นานแก้เกมด้วยความปังจากละคร หนึ่งในร้อย ทั้งด้านโปรดักชัน บท และนักแสดง ทำออกมาได้อย่างสวยงาม สร้างมาตรฐานใหม่ๆ ให้กับละครไทย ปิดท้ายด้วย หวานรักต้องห้าม ที่เหมือนพาคนดูไปท่องจักรวาลความรักเหลื่อมล้ำศีลธรรม สอดแทรกประเด็นสังคมให้กลมกล่อมไปกับละครแนวผัวๆ เมียๆ รวมถึงบทสนทนาและการตัดสินใจแก้ปัญหาแบบมนุษย์ธรรมดาที่มีทั้งผิดพลาดและยากจะคาดเดา ซึ่งถ้าสร้างเร็วกว่านี้สัก 10 ปี ละครเรื่องนี้อาจล้มไม่เป็นท่า แต่สำหรับยุคนี้นี่คือเหล้าเก่าในขวดใหม่ที่คนดูต้องการ

 

สำหรับผู้เขียน ช่อง 3 เหมือนกำลังหาทิศทางใหม่ๆ อย่างที่ผู้บริหารเคยให้สัมภาษณ์เอาไว้ ว่านี่คือเหตุผลที่ต้องชะลอการถ่ายทำและอนุมัติละครไว้ก่อน ซึ่งหากดูจากละคร 3 เรื่องของผู้จัด แอน ทองประสม ที่เหมือนจะเป็นลูกรักประจำปีนี้ ก็มีแนวทางต่างกันออกไป เหมือนให้ได้ลงสนามทดลองก่อนใครเสียมากกว่า 

 

ช่อง one31 รับไปทั้งดอกไม้และก้อนอิฐ

 

ช่อง one31 รับไปทั้งดอกไม้และก้อนอิฐ  

 

ปีนี้เรียกว่าช่อง one31 เข้าเป้าไปหลายดอก หมายถึงทั้งยิงเข้าเป้า และกลายเป็นเป้าโดนยิงเสียเอง เริ่มจากส่วนที่ประสบความสำเร็จคือละคร สงครามสมรส ว่าด้วยมหากาพย์การหย่าร้างที่งานนี้บทละครไม่ปล่อยให้ดีหรือเลวแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ ให้คนดูได้เห็นความเป็นมนุษย์ รวมถึงความพัลวันพัลเกของการหย่าร้างที่น่าติดตามและลุ้นถึงตอนจบว่าจะไปสิ้นสุดตรงไหน จนกลายเป็นละครเรตติ้งสูงสุดของปีนี้ 

 

ช่อง one31

ช่อง one31

 

อีกหนึ่งความน่าตื่นเต้นคือการเปิดตัวโปรเจกต์ oneD ORIGINAL ซีรีส์ 5 เรื่อง หยิบเอาประเด็นที่ไม่ค่อยพูดถึงในละครไทยมาปรุงใหม่พร้อมเวอร์ชัน Uncut ในแพลตฟอร์มออนไลน์ ซึ่งส่วนใหญ่ก็ไปได้ดีทั้งเรตติ้งและกระแส เริ่มตั้งแต่ บางกอกคณิกา ผลงานดราม่ามิวสิคัลงานถนัดของช่องที่เปิดโปรเจกต์ได้อย่างสวยงาม ส่วน LOVE LESSON 010 แบบฝึกรัก..ไม่รู้ล้ม ยังไม่กลมกล่อมเท่าที่ควร ตามมาด้วย แม่หยัว ซีรีส์ฟอร์มใหญ่ที่หยิบเอาชีวิตของท้าวศรีสุดาจันทร์มาตีความใหม่ กลายเป็นกระแสทั้งในประเด็นไม่ตรงกับข้อเท็จจริงตามประวัติศาสตร์ และการทารุณสัตว์ที่ใช้เข้าฉาก ส่วนอีกสองเรื่องมาพร้อมประเด็นแรงๆ ในเวลาไล่เลี่ยกันทั้ง ทิชา ดราม่าแอ็กชันจิตวิทยาว่าด้วยการค้ามนุษย์ ทั้งสนุก ทั้งตื่นเต้น ได้กระแสดีมากๆ ส่วน การุณยฆาต ซีรีส์วายสอดแทรกประเด็นหนักๆ กับเรื่องราวการยุติชีวิตเพื่อให้พ้นจากความเจ็บปวดทรมานก็ออกสตาร์จได้อย่างน่าสนใจ 

 

ช่อง one

 

ใดๆ แล้วปีนี้เรียกว่าเคราะห์ซ้ำกรรมซัด โดยเฉพาะกับ ฟิล์ม-ธนภัทร กาวิละ เพราะนอกจากซีรีส์ แม่หยัว ที่เขาแสดงจะมีดราม่า เกมรักปาฏิหาริย์ ละครอีกเรื่องก็ต้องเจอกับวิบากกรรม The iCon Group เมื่อสองนักแสดงหลักของเรื่องอย่าง มิน-พีชญา วัฒนามนตรี และ แซม-ยุรนันท์ ภมรมนตรี กลายเป็นผู้ต้องหาในคดีไปด้วย ทำให้กระแสละครทั้งสองเรื่องดูแผ่วๆ ไป 

 

 

ช่อง 7 เรตติ้งยังไม่กระเตื้อง 

 

ขึ้นชื่อว่าเป็นช่องทีวีที่มีละครเรตติ้งดีที่สุดในประเทศ แต่ทุกวันนี้ช่อง 7 เริ่มติดอยู่ในวังวนเดิมๆ เพิ่มเติมคือคู่แข่งอย่างช่อง one31 ก็กำลังตีตื้นขึ้นมาติดๆ และเอาเข้าจริงเรตติ้งคนดูละครผ่านจอทีวีเรียกได้ว่าลดลงไปทั้งแผงจากการมาถึงของแพลตฟอร์มออนไลน์ 

 

ช่อง 7

 

ปีนี้การปรับตัวครั้งใหญ่ของช่อง 7 น่าจะเป็นการเข้าหาพันธมิตรใหม่ๆ ด้วยการส่งละครเรื่องแรกเข้าสู่ Netflix คือ รอยรักรอยบาป แม้เรตติ้งตอนเปิดตัวจะต่ำเตี้ยที่ 1.7 แต่ก็มีบางจังหวะที่ละครเรื่องนี้ขึ้นอันดับหนึ่งใน Netflix ได้เสียอย่างนั้น ตามมาด้วย เล่ห์ร้ายเกมลวง ที่กระแสยังดูทรงๆ 

 

การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้นับเป็นการเปิดศักราชใหม่ให้ละครช่อง 7 เข้าสู่กลุ่มผู้ชมใหม่ๆ เพราะผลงานในระยะหลังๆ ของช่องบางเรื่องก็ไม่ได้ขี้เหร่เลย เพียงแต่ยังมีคนดูบางกลุ่มติดอยู่กับภาพลักษณ์เก่าๆ หรือผลงานบางชิ้นที่ยังไม่ได้มาตรฐาน ก็คงต้องรอดูว่าช่อง 7 จะกลับมาสร้างปรากฏการณ์ปังๆ ได้แบบในอดีตอีกหรือไม่

 

ช่อง 7

 

ดาวรุ่งจากช่องเล็ก



ขนาดช่องใหญ่ยังหืดขึ้นคอ ชะตากรรมของช่องโทรทัศน์เล็กๆ ยิ่งไปกันใหญ่ หลายช่องถอดใจเลิกทำละครไปแล้วก็มี ส่วนช่องที่ยังทำอยู่ก็มีบางเรื่องที่โดดเด่น อย่างเช่นช่อง 8 กับ วิญญาณแพศยา เอาใจคอละครรสแซ่บกลุ่มเป้าหมายหลักของช่อง ขณะที่ บุหลันมันตรา และ ศึกเสน่หา ไกรทอง ชาละวัน กลับไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร

 

ดาวรุ่งจากช่องเล็ก

ดาวรุ่งจากช่องเล็ก

 

ส่วนละครดีวันดีคืนต้องยกให้ค่ายเวิร์คพอยท์ที่ค่อยๆ ไต่ระดับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ เช่น เมืองลับแล หยิบเอาตำนานพื้นบ้านแล้วใส่ประเด็นใหม่ๆ จนกลายเป็นที่พูดถึงและติดอันดับละครที่มีคนดูมากที่สุดใน Netflix อยู่ช่วงหนึ่ง ตามมาด้วย เถ้ากระดังงา ละครรสชาติไทยๆ ก็ได้กระแสไปพอประมาณ ส่วนทางฝั่ง True CJ Creations ได้รับเสียงชื่นชมจากผลงานรีเมกซีรีส์เกาหลีใต้เรื่อง Good Doctor ทั้งเรื่องบทและฝีมือการแสดงของ เน๋ง-ศรัณย์ นราประเสริฐกุล

 

ซีรีส์ยูรินี่สิมาแรง

 

ซีรีส์ยูรินี่สิมาแรง 

 

หลังจากซีรีส์วายผงาดในวงการบันเทิงไทยมาหลายปี ปีนี้ถึงทีของซีรีส์ยูริบ้าง เริ่มจากการสานต่อความแรงจากซีรีส์ ทฤษฎีสีชมพู และภาพยนตร์เรื่อง ยูเรนัส2324 ของคู่จิ้น ฟรีน-สโรชา จันทร์กิมฮะ และ เบ็คกี้-รีเบคก้า แพทรีเซีย อาร์มสตรอง กับ ปิ่นภักดิ์ ซีรีส์ยูริที่หวังขายซอฟต์พาวเวอร์ไทยๆ รวมถึงคู่ขวัญคู่ใหม่ หลิงหลิง-ศิริลักษณ์ คอง และ ออม-กรณ์นภัส เศรษฐรัตนพงศ์ จาก ใจซ่อนรัก ที่สร้างฐานแฟนคลับกลุ่มใหญ่ และเป็นหมุดหมายใหม่ของช่อง 3 ในตลาดซีรีส์ยูริ ส่วนช่องไทยพีบีเอสก็เข้ากระแสนี้กับละคร หม่อมเป็ดสวรรค์ ว่าด้วยเรื่องราวหญิงรักหญิงในหน้าประวัติศาสตร์ไทย 

 

ซีรีส์ยูรินี่สิมาแรง

ซีรีส์ยูรินี่สิมาแรง

 

อย่างไรก็ตาม กระแสซีรีส์วายในไทยก็ไม่ได้แผ่วลงเลย มีผลงานเด่นๆ หลายเรื่อง อย่าง 4MINUTES ถึงจะดูยากไปนิด แต่ฉาก NC เรียกได้ว่าถึงใจ แถมยังแจ้งเกิด (ใหม่) ให้ เจษ-เจษฎ์พิพัฒ ติละพรพัฒน์ ในฐานะพระเอกซีรีส์วายสุดขี้เล่นตกแฟนคลับได้อีกเป็นกระบุง ส่วน วันดีวิทยา ผลงานซีรีส์วายเรื่องแรกหลังย้ายค่ายของ อิน-สาริน รณเกียรติ และ เกรท-สพล อัศวมั่นคง ถือเป็นก้าวแรกที่ใช้ได้ของคู่จิ้นคู่ใหม่ของวงการ 

 

คอนเทนต์ไทยผงาดในตลาดโลก

 

คอนเทนต์ไทยผงาดในตลาดโลก 

นับเป็นข่าวดีที่ปีนี้ สืบสันดาน กลายเป็นซีรีส์สัญชาติไทยที่ติดอันดับ 1 ซีรีส์ภาษาต่างประเทศที่มีผู้ชมสูงสุดทั่วโลกบน Netflix และติด Top 10 ใน 63 ประเทศทั่วโลก ในเวลาเพียงแค่ 2 สัปดาห์ ที่น่าสนใจคือซีรีส์เรื่องนี้หยิบเอากลิ่นอายของละครไทยมาทำใหม่แบบพรีเมียม ซึ่งอาจเป็นทิศทางใหม่ที่คอนเทนต์ไทยจะเดินตามในอนาคต

 

คอนเทนต์ไทยผงาดในตลาดโลก  คอนเทนต์ไทยผงาดในตลาดโลก 

 

ส่วน อย่ากลับบ้าน การร่วมงานครั้งแรกระหว่าง นุ่น-วรนุช ภิรมย์ภักดี กับค่ายสตรีมมิ่งชื่อดังอย่าง Netflix ก็เรียกได้ว่ากระแสดีในตลาดนานาชาติด้วยเหมือนกัน นอกจากนั้นยังมีซีรีส์เกี่ยวกับความเชื่อและศาสนาเรื่อง สาธุ ที่สร้างกระแสในสังคมไทย และปิดท้ายด้วย อนาฅต ซีรีส์ไซไฟที่จินตนาการถึงวัฒนธรรมและสังคมไทยว่าจะเปลี่ยนไปอย่างไรในโลกอนาคต 

ข่าวดียังไม่จบอยู่แค่นั้น เพราะ ออกแบบ-ชุติมณฑน์ จึงเจริญสุขยิ่ง ได้กลายเป็น #คนไทยคนแรก ที่คว้ารางวัลบนเวที International Emmy Awards มาครองจาก HUNGER คนหิว เกมกระหาย ส่วนซีรีส์เรื่อง DELETE ผลงานจากปีกลายก็ตระเวนกวาดรางวัลบนเวทีระดับนานาชาติหลายเวที

 

HUNGER คนหิว เกมกระหาย

 

สรุปแล้วในปีนี้เรียกว่าช่องทีวีกำลังปรับตัวกันสุดฤทธิ์เพื่อเป็นผู้รอดในวงการนี้ ข้อดีคือผู้ชมได้ดูอะไรใหม่ๆ ได้เห็นการใส่ไวยากรณ์บางอย่างเพื่อให้ละครหรือคอนเทนต์ทำงานได้ดีทั้งในทีวีและแพลตฟอร์มออนไลน์ ก็ได้แต่ให้กำลังใจว่าสู้ๆ ต่อไปนะละครไทย แล้วเราจะคอยติดตาม 

 

 

 

 

 

 

 

The post 2024 สู้ๆ นะละครไทย ไม่ต้องสู้กับใคร สู้กับตัวเองนี่แหละ appeared first on THE STANDARD.

]]>
แสดงความเสียใจ อ๋อม อรรคพันธ์ เสียชีวิตอย่างสงบในวัย 39 ปี https://thestandard.co/aom-akkaphan-died-at-the-age-of-39-2/ Sun, 22 Sep 2024 04:21:14 +0000 https://thestandard.co/?p=986569

วงการบันเทิงสูญเสียอีกครั้ง อ๋อม-อรรคพันธ์ นะมาตร์ เสีย […]

The post แสดงความเสียใจ อ๋อม อรรคพันธ์ เสียชีวิตอย่างสงบในวัย 39 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>

วงการบันเทิงสูญเสียอีกครั้ง อ๋อม-อรรคพันธ์ นะมาตร์ เสียชีวิตแล้วในวัย 39 ปี โดยเมื่อช่วงเช้าของวันนี้ (22 กันยายน) ทางช่อง 7 ซึ่งเป็นต้นสังกัดของ อ๋อม-อรรคพันธ์ นะมาตร์ ได้โพสต์แสดงความเสียใจและร่วมไว้อาลัยต่อการจากไปของนักแสดงหนุ่ม โดยก่อนหน้านี้ อ๋อม อรรคพันธ์ เข้ารับการรักษาอาการป่วยจากโรคมะเร็งบริเวณกล้ามเนื้อหัวใจอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ปี 2566

 

อ๋อม อรรคพันธ์ เริ่มต้นแสดงเส้นทางบันเทิงจากอาชีพนายแบบ นักแสดงโฆษณาและมิวสิกวิดีโอ ก่อนจะเริ่มต้นเส้นทางการแสดงจากละครเรื่องแรกในบทสมทบในละคร รักซ่อนแค้น ทางช่อง 3 ก่อนจะแจ้งเกิดและเป็นที่จดจำจากละคร พระจันทร์ลายพยัคฆ์ ทางช่อง 7 จนสามารถคว้ารางวัลโทรทัศน์ทองคำ สาขานักแสดงสมทบชายดีเด่น

 

อ๋อม อรรคพันธ์ มีผลงานการแสดงที่น่าจดจำ เช่น สัจจะในชุมโจร (เสือสั่งฟ้า 3), อินทรีแดง, ราชนาวีที่รัก, เจ้าสาวสลาตัน, อตีตา, วันนี้ที่รอคอย, บันไดดอกรัก ฯลฯ

 

THE STANDARD POP ขอแสดงความเสียใจต่อการจากไปของ อ๋อม-อรรคพันธ์ นะมาตร์ อีกเพชรเม็ดงามของวงการบันเทิงไทยไว้ ณ โอกาสนี้

The post แสดงความเสียใจ อ๋อม อรรคพันธ์ เสียชีวิตอย่างสงบในวัย 39 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘ละครไทยกำลังจะตาย’ แล้วทำไมสืบสันดานขึ้นอันดับหนึ่งทั่วโลก? https://thestandard.co/thai-dramas-are-dying/ Fri, 02 Aug 2024 10:10:15 +0000 https://thestandard.co/?p=966591 ละครไทยกำลังจะตาย

ข่าวดีใหม่ล่าสุดสำหรับวงการบันเทิงไทยคงหนีไม่พ้นการก้าว […]

The post ‘ละครไทยกำลังจะตาย’ แล้วทำไมสืบสันดานขึ้นอันดับหนึ่งทั่วโลก? appeared first on THE STANDARD.

]]>
ละครไทยกำลังจะตาย

ข่าวดีใหม่ล่าสุดสำหรับวงการบันเทิงไทยคงหนีไม่พ้นการก้าวขึ้นอันดับหนึ่งบนชาร์ต Netflix Global Top 10 หมวดซีรีส์ภาษาต่างประเทศของซีรีส์กลิ่นอายละครไทยเรื่อง สืบสันดาน ในขณะที่ก่อนหน้านั้นเพิ่งเกิดกระแสละครไทยกำลังจะตายเพราะหลายช่องทีวีลดจำนวนการผลิตลง ปรากฏการณ์สวนทางกันของสองประเด็นนี้ทำให้เกิดคำถามมากมายว่าละครไทยใกล้สูญพันธุ์แล้วจริงหรือ? แต่ทำไมซีรีส์และละครไทยหลายๆ เรื่องกลับประสบความสำเร็จในระดับภูมิภาคแม้กระทั่งระดับโลก? หรือเรากำลังอยู่ในยุคเปลี่ยนผ่านเพื่อหาสูตรลับฉบับคอนเทนต์ไทยๆ กันแน่?

 

สืบสันดาน (Netflix)

 

คนดูละครและซีรีส์ไทยน้อยลงจริงหรือ?

 

ช่วงครึ่งปีแรกมีข่าวร้ายวงการละครไทยออกมาเป็นระลอก ทั้งข่าวช่อง 3 คืนคิวผู้จัด ชะลอการถ่ายทำละครในช่วงครึ่งหลังปี 2567 ทั้งหมด แถมละครเรื่อง นางนาคพระโขนง ที่โปรโมตไปแล้วก็มีอันต้องเลื่อนออกอากาศ ทางฝั่งช่อง 8 ก็มีข่าวเลิกผลิตละครเพราะรายการประเภทอื่นในช่องมีเรตติ้งดีกว่า ขณะที่ช่อง 7 และช่อง one31 ก็ออกอากาศละครรีรันสลับกับละครใหม่

 

คงต้องยอมรับว่าในระยะหลังละครทีวีไทยเรตติ้งน้อยลง อย่างละครหลังข่าวในช่วงครึ่งปีแรกมีเพียงละคร สงครามสมรส ทำเรตติ้งสูงสุดที่ 7.7 ส่วน ลมเล่นไฟ ที่ครองอันดับหนึ่งละครหลังข่าวเรตติ้งดีที่สุดของช่อง 3 ก็อยู่ที่ 4.4 ฝั่งช่อง 7 ละครฟอร์มใหญ่อย่าง รอยรักรอยบาป เรตติ้งสูงสุดอยู่ที่เลข 3 ซึ่งธุรกิจโทรทัศน์รายได้หลักมาจากการโฆษณา ตัวเลขเท่านี้ก็คงไม่ดึงดูดใจสปอนเซอร์สักเท่าไร ยิ่งผนวกกับมีสื่อใหม่ๆ เข้ามาแชร์ตลาดด้วยก็ยิ่งไปกันใหญ่ ที่สำคัญ ต้นทุนการผลิตละครสูงกว่ารายการทีวีประเภทอื่นๆ เมื่อลงทุนสูงแต่รายได้ต่ำ ก็ทำให้หลายช่องขอถอยมาดูสถานการณ์ดีกว่า

 

คนดูทีวีน้อยลงจริงไหม? น่าจะจริง แต่คนดูละครหรือคอนเทนต์ไทยน้อยลงไหม ก็คงไม่ใช่ เพราะหากรวมตัวเลขคนดูออนไลน์และสตรีมมิงต่างๆ จะพบว่าคนดูอาจจะลดลงจริง แต่ไม่ใช่ไม่ดูเลย อย่างยอด 10 อันดับคอนเทนต์ที่คนดูสูงสุดในไทยของทั้ง Netflix และ Viu ก็มีละครและซีรีส์ไทยอยู่ 5-7 เรื่อง ก็ถือว่าไม่น้อยเลย

 

สงครามสมรส (ช่อง one31) 

 

รอยรักรอยบาป (ช่อง 7HD) 

 

หรือเพราะคนยุคใหม่เสพคอนเทนต์แบบไม่สนใจสัญชาติ?

 

ความบันเทิงก็เหมือนสินค้า เราอยู่ในยุคที่มีสินค้าในตลาดมากมาย ในขณะที่มีเวลา 24 ชั่วโมงเท่าเดิม ก็ย่อมเลือกสิ่งที่คุ้มค่าที่สุดแบบไม่สนใจว่ามาจากประเทศไหนและดูผ่านสื่ออะไร หลายคนอาจคิดว่าซีรีส์เกาหลีคือความบันเทิงกระแสหลัก แต่เรื่องไหนบทไม่รอดเราก็ไม่ดู ในขณะเดียวกันก็มีคอนเทนต์จากประเทศใหม่มาสร้างปรากฏการณ์ในเมืองไทย เช่น Erkenci Kus ซีรีส์จากตุรกี, Gangubai Kathiawadi และ Maharaj หนังจากอินเดีย, Color of Evil: Red ซีรีส์จากโปแลนด์ และซีรีส์จีนมากมายมหาศาลที่กำลังตีตื้นซีรีส์เกาหลีขึ้นมาติดๆ นั่นหมายความว่าคอนเทนต์ไทยไม่ได้แข่งขันกันเองแต่แข่งขันกับนานาชาติ ดังนั้นเรื่องคุณภาพ ทั้งบท โปรดักชัน และพลังดารา ต้องมาก่อน ส่วนละครใกล้จะสูญพันธุ์คือละครสูตรสำเร็จที่ยังวนเวียนอยู่กับเรื่องเดิมๆ ต่างหาก อย่างไรก็ตาม ละครโทรทัศน์ก็ต้องเจอกับปัญหาคลาสสิกจากข้อจำกัดต่างๆ ของทาง กสทช. ที่ว่าสื่อโทรทัศน์เข้าถึงคนทุกกลุ่มเนื้อหาก็ไม่ควรแรงเกินไป

 

สงครามสมรส (ช่อง one31) 

 

ลมเล่นไฟ (ช่อง 3HD)

 

ละครและซีรีส์ไทยไม่มีอะไรใหม่จริงหรือ?

 

ทิพย์ธิดา ศรัทธาทิพย์ หรือ ปราณประมูล มือเขียนบทละครโทรทัศน์ชื่อดังให้สัมภาษณ์ผ่านสกู๊ปข่าวของไทยพีบีเอสไว้น่าสนใจว่า “ทีวีไทยสู้ประเทศอื่นๆ ไม่ได้ เพราะเราเป็นประเทศด้อยพัฒนา อันนี้พูดจริงๆ นะ อะไรที่วิจารณ์สังคมเยอะก็ทำไม่ได้ เราแตะการเมืองไม่ได้ แตะตำรวจไม่ได้ แตะทหารไม่ได้ ฯลฯ แล้วมันเหลืออะไรให้ทำ ก็ต้องเหลือเรื่องผัวเมียกับแย่งมรดก คนทำทีวีก็พยายามแข่งอยู่แต่ว่าทีวีมันมีกรอบเยอะมาก”

 

เป็นเรื่องจริงที่คนทำทีวีพยายามแข่งขันแบบสุดความสามารถ อย่างที่เราได้เห็นผลงานคุณภาพอย่างละครของไทยพีบีเอสเช่น จากเจ้าพระยาสู่อิรวดี หรือ บุษบาลุยไฟ ที่เน้นความละเมียดละไม หรือการนำเสนอประเด็นใหม่ๆ อย่างซีรีส์จากช่อง GMM25 เช่น คาธ, Home School และ ด้วยรักและหักหลัง

 

บุษบาลุยไฟ (Thai PBS)

 

บางกอกคณิกา (ช่อง one31) 

 

ด้วยรักและหักหลัง คือตัวอย่างของการผสมแบบละครไทยคือความอิจฉา ริษยา แย่งผู้ชาย มาใส่ความดาร์กและประเด็นสมัยใหม่เข้าไปจนได้อรรถรส ใหม่ เผ็ด แซ่บ แต่ไม่เชย และประสบความสำเร็จในวงกว้างมากกว่าผลงานเรื่องอื่นๆ (ที่ไม่ใช่ซีรีส์วาย) ของช่อง นั่นอาจจะพอบอกได้ว่าแม้คนดูต้องการประเด็นใหม่ๆ แต่ก็ยังติดใจกับกลิ่นอายเก่าๆ ของละครไทยอยู่ดี

 

หรืออย่าง สงครามสมรส ที่ว่าด้วยประเด็นคลาสสิกคือเรื่องผัวเมีย แต่เพราะบทประพันธ์ทำการบ้านมาอย่างดี ผนวกกับการเล่าเรื่องอย่างมีชั้นเชิง ละครเรื่องนี้ก็ประสบความสำเร็จได้เหมือนกัน อีกตัวอย่างคือผลงานของผู้จัด แอน ทองประสม กับรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เช่นการเปลี่ยนชื่อเรื่องและปรับบทให้ทันสมัยทั้งที่เป็นบทประพันธ์เก่าอย่าง แค้น เปลี่ยนจาก พรหมจารีสีดำ หรือ เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ เปลี่ยนจาก สามีเงินผ่อน ก็ทำให้ Mood & Tone ของละครเปลี่ยนได้เหมือนกัน

 

สืบสันดาน (Netflix)

 

ส่วน สืบสันดาน ก็คือการประยุกต์เอาละครไทยด้วยประเด็นแย่งสมบัติแล้วมาใส่ความพรีเมียมเข้าไป ก็ยังคงรสชาติแบบไทยๆ จนไปโดนใจคนทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งถ้าจากรายชื่อประเทศที่ซีรีส์เรื่องนี้ขึ้นอันดับ 1 ส่วนใหญ่อยู่ในฝั่งอเมริกาใต้และยุโรปตะวันออกที่ชอบความบันเทิงแนวนี้อยู่แล้ว เมื่อรวมกับประเด็นสากลเรื่องความเหลื่อมล้ำก็ยิ่งทำให้ไปได้ไกล ซึ่งหากเทียบกับ สาธุ ที่ภาษีดีกว่าเรื่องบท แต่มีบริบทความเป็นไทยมากกว่า ก็เชื่อมโยงกับคนดูในต่างประเทศได้น้อยกว่า

 

เรียนรู้และปรับตัว

 

หลายปีที่ผ่านมาหลายช่องทีวีพยายามปรับตัว อย่างเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ช่อง one31 มีโปรเจกต์ oneD ORIGINAL ทำซีรีส์ดึงประเด็นสังคมมาใส่แล้วฉายในเวอร์ชันโทรทัศน์ และ Uncut ผ่านแอปพลิเคชัน ก็ช่วยลดข้อจำกัดหยุมหยิมลงไปได้ ส่วนช่อง 7 เริ่มขยับตัวขายละคร รอยรักรอยบาป ให้ Netflix ถึงมาช้าแต่ก็มานะ

 

พรชีวัน (ช่อง 3HD)

 

ด้านช่อง 3 ก็เริ่มมองหาแหล่งรายได้อื่นๆ โดยอาศัยจุดแข็งคือพลังดาราของช่องจัดงานอีเวนต์ต่างๆ อย่างเร็วๆ นี้ก็จะได้เห็น DHEVAPROM FAN CON AFTER PARTY จากความสำเร็จของละครชุดดวงใจเทวพรหม และทำ Merchandise มาขายแฟนๆ รวมทั้งให้ความสำคัญกับการขายคอนเทนต์ให้กับบริการสตรีมมิงทั้งแบบขายพร้อมออกอากาศ หรือทำคอนเทนต์ออริจินัลให้แพลตฟอร์มไปเลย เช่น ร้อยเล่มเกมส์ออฟฟิศ ที่สตรีมผ่าน Prime Video ก่อนออกอากาศในช่อง ซึ่งช่องเล็กๆ อย่าง GMM25 และ MONO29 เริ่มทำมาก่อนแล้ว หากประเมินจากความเคลื่อนไหวของหลายๆ ช่อง ในอนาคตอันใกล้ คอนเทนต์ละครไทยไม่จำเป็นต้องจำกัดแค่อยู่ในทีวี แต่จะแลนดิ้งครั้งแรกผ่านสื่อไหนก็ได้ และเนื้อหาอาจทันสมัยและโดนใจกว่าปัจจุบัน กลายเป็นทางรอดไม่ให้สูญพันธุ์ไปได้

 

อ้างอิง:

The post ‘ละครไทยกำลังจะตาย’ แล้วทำไมสืบสันดานขึ้นอันดับหนึ่งทั่วโลก? appeared first on THE STANDARD.

]]>
เชียร์ ‘ทีมตบสาวไทย’ ในศึกวอลเลย์บอลเนชันส์ลีก 2024 ช่อง 7HD ยิงสดครบทุกแมตช์ https://thestandard.co/watch-vnl-2024-on-channel-7hd-live/ Wed, 08 May 2024 13:51:26 +0000 https://thestandard.co/?p=931319

วันนี้ (8 พฤษภาคม) ช่อง 7HD ร่วมกับ เทโร เอ็นเทอร์เทนเม […]

The post เชียร์ ‘ทีมตบสาวไทย’ ในศึกวอลเลย์บอลเนชันส์ลีก 2024 ช่อง 7HD ยิงสดครบทุกแมตช์ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (8 พฤษภาคม) ช่อง 7HD ร่วมกับ เทโร เอ็นเทอร์เทนเม้นท์ และสมาคมกีฬาวอลเลย์บอลแห่งประเทศไทย ร่วมกันแถลงข่าวถ่ายทอดการแข่งขันวอลเลย์บอลเนชันส์ลีก 2024 (VNL 2024) ระหว่างวันที่ 14 พฤษภาคม – 30 มิถุนายน 2567 ซึ่งช่อง 7HD ได้ลิขสิทธิ์ถ่ายทอดการแข่งขันทุกแพลตฟอร์มในครั้งนี้

 

โดย พัฒนพงค์ หนูพันธ์ กรรมการผู้จัดการช่อง 7HD เปิดเผยว่า ปีนี้ช่อง 7HD ได้ลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดการแข่งขันต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 โดยจะมีการถ่ายทอดสดทั้งทางทีวีหน้าจอช่อง 7HD ช่องทางออนไลน์ เว็บไซต์ และแอปพลิเคชัน Ch7HD, BUGABOO.TV และทางเว็บไซต์ https://teroasia.com รวมกันถึง 60 แมตช์

 

ด้าน สมพร ใช้บางยาง นายกสมาคมกีฬาวอลเลย์บอลแห่งประเทศไทย กล่าวว่า “สมาคมฯ มีความพร้อมและประสบการณ์ด้านการจัดการแข่งขันกีฬาระดับนานาชาติมาโดยตลอด เราเชื่อมั่นว่าเราจะทำหน้าที่ให้ดี สำเร็จลุล่วงตามเป้าหมาย นอกจากนี้ในด้านของนักกีฬา เราเตรียมพร้อมสุดยอดนักกีฬาให้สมกับที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ และเตรียมสภาพร่างกายของนักกีฬาให้มีความพร้อมมากที่สุดสำหรับการแข่งขัน ในเป้าหมายของเราก็ยังมีเป้าหมายไปสู่โอลิมปิก เราพยายามจะทำให้ดีที่สุด”

 


 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 


 

ขณะที่ ณัฐพนธ์ ศรีสมุทรนาค (โค้ชยะ) หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทยชุดปัจจุบัน ยืนยันความพร้อมว่า “ต้องขอบคุณนักกีฬาที่ทุกคนมีความตั้งใจฝึกซ้อมเพื่อประเทศชาติของเรา เพราะการแข่งขันครั้งนี้มีความสำคัญสำหรับการคัดเลือกไปโอลิมปิก เพราะฉะนั้นทุกคนจึงมีความตั้งใจไปสู่ความฝัน เพื่อจะไปโอลิมปิกให้ได้ ทุกคนเลยฝึกซ้อมตามที่เราวางแผนไว้ ก็คิดว่าตรงนี้จะเป็นส่วนที่ทำให้ทีมเราแข็งแกร่ง และต่อสู้กับทุกทีมได้ ถึงแม้จะเป็นเกมที่ยาก แต่เราจะสู้ให้ถึงที่สุดครับ ฝากแฟนๆ วอลเลย์บอลช่วยเป็นกำลังใจให้พวกเราด้วยนะครับ”

 

ทั้งนี้ โปรแกรมนัดแรกของนักวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย จะลงสนามประเดิมทัวร์นาเมนต์แรกของปีนี้ พบกับสหรัฐอเมริกา ในวันพฤหัสบดีที่ 16 พฤษภาคม ถ่ายทอดสดจากรีโอเดจาเนโร ประเทศบราซิล เริ่มตั้งแต่เวลา 03.00 น. เป็นต้นไป ทางช่อง 7HD กด 35

 

เกาะติด การแข่งขันวอลเลย์บอลเนชันส์ลีก VNL 2024 ได้ที่

The post เชียร์ ‘ทีมตบสาวไทย’ ในศึกวอลเลย์บอลเนชันส์ลีก 2024 ช่อง 7HD ยิงสดครบทุกแมตช์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
อั้ม พัชราภา นำทีมช่อง 7HD เปิดผังละครและช่วงเวลาใหม่ ประเดิมด้วย ลมพัดผ่านดาว https://thestandard.co/ch-7hd-thai-drama-plan/ Wed, 09 Aug 2023 09:52:57 +0000 https://thestandard.co/?p=827494 ผังละครช่อง 7

ช่อง 7HD เผยการเปลี่ยนแปลงตารางออกอากาศละครใหม่ต้อนรับเ […]

The post อั้ม พัชราภา นำทีมช่อง 7HD เปิดผังละครและช่วงเวลาใหม่ ประเดิมด้วย ลมพัดผ่านดาว appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผังละครช่อง 7

ช่อง 7HD เผยการเปลี่ยนแปลงตารางออกอากาศละครใหม่ต้อนรับเดือนกันยายนนี้ ด้วยการฉายละครต่อเนื่อง 4 วันติดในแต่ละสัปดาห์ ตั้งแต่วันจันทร์-วันพฤหัสบดี เวลา 20.30-21.30 น. ประเดิมด้วยละครฟอร์มยักษ์สุดโรแมนติกแห่งปี ลมพัดผ่านดาว ที่ได้นักแสดงสาวระดับแถวหน้าของเมืองไทยอย่าง อั้ม-พัชราภา ไชยเชื้อ มารับบทนำ  

 

สำหรับ ลมพัดผ่านดาว คือละครที่ดัดแปลงมาจากนวนิยายคลาสสิกในชื่อเดียวกันของ ว.วินิจฉัยกุล ที่นอกจากจะได้ อั้ม พัชราภา ที่ห่างหายจากการแสดงละครไปตั้งแต่ปี 2563 มารับบทนำแล้ว ละครเรื่องนี้ยังได้นักแสดงมากฝีมืออย่าง ติ๊ก-เจษฎาภรณ์ ผลดี มารับบทนำควบบทบาทผู้ผลิตละครกับทางช่อง 7HD เป็นครั้งแรก พร้อมด้วยพระเอกฝีมือดี เข้ม-หัสวีร์ ภัคพงษ์ไพศาล 

 

 

ลมพัดผ่านดาว ละครแนวโรแมนติกที่ว่าด้วยเรื่องราวของหญิงสาวผู้เต็มที่กับการทำงานที่ไม่เคยได้พบกับรักแท้ จนกระทั่งมีผู้ชายสองคนเดินเข้ามาในชีวิต คนหนึ่งคือรักแรกฝังใจที่ยังคงมีพันธะ และอีกคนหนึ่งคือรักสุดท้ายที่ยากจะลืม มีเพียงคนเดียวที่จะได้ครอบครองหัวใจของเธอ โดยละครเรื่องนี้มีกำหนดออกอากาศตอนแรกในวันที่ 6 กันยายน ด้วยผังเวลาใหม่ วันจันทร์-วันพฤหัสบดี เวลา 20.30-21.30 น. 

 

 

ต่อเนื่องความสนุกสนานกับซีรีส์สุดโด่งดังจากประเทศเกาหลีใต้ Ghost Doctor คู่ซี้ ผีคุณหมอ ซีรีส์แนวแฟนตาซีและวงการแพทย์ที่ได้รับกระแสตอบรับมาแล้วมากมายทั่วโลก การันตีด้วยนักแสดงชั้นนำระดับโลกอย่าง เรน ร่วมด้วยพระเอกสุดฮอตตลอดกาล คิมบอม และนางเอกชื่อดัง คิมยูจิน โดยจะเริ่มออกอากาศตอนแรกในวันที่ 6 กันยายน เวลา 21.30-22.30 น.

 

Ghost Doctor คู่ซี้ ผีคุณหมอ ว่าด้วยเรื่องราวของ ชายองมิน (เรน) ศัลยแพทย์หัวใจอัจฉริยะ แต่มีนิสัยเย่อหยิ่ง กระทั่งเขาประสบอุบัติเหตุจนวิญญาณหลุดออกจากร่าง เหตุการณ์ยิ่งแย่ลงไปกว่าเดิม เมื่อเขาถูกส่งไปห้องฉุกเฉินที่ โกซึงทัก (คิมบอม) แพทย์ประจำบ้านจอมซุ่มซ่ามอยู่เวรพอดี ร่างกายของชายองมินอยู่ในอาการโคม่า และวิญญาณเขาได้เข้าสิงร่างของโกซึงทักผู้ซึ่งมาจากครอบครัวตระกูลแพทย์ แต่กลับไม่มีทักษะด้านการแพทย์เอาเสียเลย เรื่องราววุ่นๆ ของ 2 หมอหนุ่มคนละขั้วที่ต้องมาใช้ร่างเดียวกันจึงเริ่มต้นขึ้น  

 

สามารถติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวต่างๆ ของละครจากช่อง 7HD ได้ทางช่องโทรทัศน์ 35 และช่องทางออนไลน์ Facebook, IG, X (Twitter), TikTok และ YouTube: Ch7HD

The post อั้ม พัชราภา นำทีมช่อง 7HD เปิดผังละครและช่วงเวลาใหม่ ประเดิมด้วย ลมพัดผ่านดาว appeared first on THE STANDARD.

]]>
27 พฤศจิกายน 2510 – ช่อง 7 ออกอากาศครั้งแรก https://thestandard.co/onthisday-27112510/ Sun, 27 Nov 2022 01:00:35 +0000 https://thestandard.co/?p=713646

วันที่ 27 พฤศจิกายน 2510 ถือเป็นวันออกอากาศครั้งแรกของส […]

The post 27 พฤศจิกายน 2510 – ช่อง 7 ออกอากาศครั้งแรก appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันที่ 27 พฤศจิกายน 2510 ถือเป็นวันออกอากาศครั้งแรกของสถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 หรือ ‘ช่อง 7 สี ทีวีเพื่อคุณ’ ที่เรารู้จักกันดี

 

ช่องสัญญาณที่ 7 ในขณะนั้นเริ่มแพร่ภาพครั้งแรกตามมาตรฐาน CCIR 625 เส้น ในระบบ PAL เป็นครั้งแรกในวันที่ 27 พฤศจิกายน 2510 โดยรายการแรกที่ออกอากาศคือการประกวดนางสาวไทย ภายในงานวชิราวุธานุสรณ์ ที่พระราชวังสราญรมย์ ซึ่งปีนั้น อภันตรี ประยุทธเสนีย์ คือสาวงามที่ได้รับตำแหน่งนางสาวไทย ก่อนจะติด 1 ใน 15 จากการประกวดนางงามจักรวาล และได้ตำแหน่งชุดว่ายน้ำยอดเยี่ยม 

 

หลังถ่ายทอดการประกวดนางสาวไทยเป็นครั้งแรก ช่อง 7 ได้ยุติการแพร่ภาพชั่วคราว ก่อนจะแพร่ภาพอีกครั้งอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 ธันวาคมในปีเดียวกัน และเปลี่ยนชื่อเป็น ‘ช่อง 7HD’ ในเวลาต่อมา 

 

The post 27 พฤศจิกายน 2510 – ช่อง 7 ออกอากาศครั้งแรก appeared first on THE STANDARD.

]]>
เบื้องหลังการค้นหาดีลธุรกิจสุดเข้มข้นในรายการ ‘SHARK TANK THAILAND’ กับ ‘5 ชาร์คนักลงทุน’ และการกลับมาของเรียลิตี้ธุรกิจระดับโลกในซีซัน 3 [PR NEWS] https://thestandard.co/shark-tank-thailand/ Thu, 08 Sep 2022 08:30:14 +0000 https://thestandard.co/?p=678143 SHARK TANK THAILAND

คืนสังเวียนอย่างสมศักดิ์ศรีกับรายการเรียลิตี้ประเภทธุรก […]

The post เบื้องหลังการค้นหาดีลธุรกิจสุดเข้มข้นในรายการ ‘SHARK TANK THAILAND’ กับ ‘5 ชาร์คนักลงทุน’ และการกลับมาของเรียลิตี้ธุรกิจระดับโลกในซีซัน 3 [PR NEWS] appeared first on THE STANDARD.

]]>
SHARK TANK THAILAND

คืนสังเวียนอย่างสมศักดิ์ศรีกับรายการเรียลิตี้ประเภทธุรกิจอันดับ 1 ของโลก SHARK TANK THAILAND ซีซัน 3 ที่ผ่านมาแล้ว 2 อีพี ทางช่อง 7HD กด 35 ก็ปิดดีลไปได้ 6 ดีล รวมมูลค่ากว่า 80 ล้านบาท!

 

SHARK TANK นับเป็นที่สุดของรายการทีวีที่เพิ่มความรู้ทางธุรกิจด้วยไอเดียธุรกิจใหม่ๆ ของคนมีฝัน สิ่งที่อยู่เบื้องหลังรายการดังระดับตำนานที่สร้างความสำเร็จมาแล้วใน 55 ประเทศทั่วโลก มีหลายองค์ประกอบ ทั้งรูปแบบของรายการที่ทำให้ผู้ชมได้ร่วมลุ้นและเอาใจช่วยเหล่าคนมีไฟและคนมีฝันที่หอบความเชื่อมั่นมาพร้อมไอเดีย สิ่งประดิษฐ์และแผนธุรกิจ เพื่อมาพบกับนักลงทุนตัวท็อปของประเทศ หรือที่เรียกในรายการว่า ‘ชาร์ค’ (SHARK)

 

‘SHARK’ ใช่ว่าใครก็เป็นได้

การ Pitching Idea หรือการนำเสนอแผนธุรกิจ สินค้า นวัตกรรม หรือบริการที่เขาเป็นเจ้าของของเหล่าคนมีฝันหรือผู้ประกอบการ ทั้งที่ทำสำเร็จแล้วหรือกำลังทำ มานำเสนอเหล่าชาร์คว่าจะ ‘ดีล’ หรือจะ ‘ผ่าน’

 

โดยเหล่าชาร์คที่เห็นในรายการล้วนแล้วแต่เป็นนักธุรกิจ นักลงทุนชั้นนำของประเทศ เพียบพร้อมด้วยความรู้และกึ๋นในการอ่านเกมธุรกิจได้เฉียบคมและทรัพย์สินระดับ Billionaire เพราะเหล่าชาร์คในรายการจะต้องลงทุนจริง! อีกทั้งยังต้องผ่านชีวิตและบทเรียนธุรกิจมาแล้วทุกรูปแบบ เพื่อที่จะถอดบทเรียนความสำเร็จมาจัดหนัก คลี่กระดานความฝันของนักล่าฝันที่เข้ามาในรายการด้วย ‘ความจริง’ ของโลกธุรกิจ ที่บางครั้งอาจไม่ได้สวยหรูหากคุณเตรียมตัวมาไม่ดีและธุรกิจของคุณยังดีไม่พอ

 

โดยจะคัดเลือกชาร์คที่มีความโดดเด่นและความชำนาญทางธุรกิจที่แตกต่างกัน บางคนมาจากธุรกิจ Consumer Product บางคนมาจากธุรกิจ Online บางคนมาจากฝั่งอุตสาหกรรม บางคนมาจากธุรกิจ Entertainment หรือบางคนโดดเด่นเรื่อง Connection ที่สำคัญชาร์คจะต้องสามารถประเมินมูลค่าธุรกิจ หรือ Valuation เพื่อประเมินความเป็นไปได้และโอกาสของธุรกิจก่อนตัดสินใจลงทุน

 

แต่เมื่อไรก็ตามที่ชาร์คเจอธุรกิจที่สนใจ และมีชาร์คสนใจมากกว่าหนึ่งคน พวกเขาก็พร้อมสู้ยิบตา จังหวะนี้แหละที่ผู้ชมจะได้เห็นลีลาการต่อรองแบบสุดกึ๋น กลายเป็นอีกหนึ่งความน่าสนใจของรายการ นั่นคือการได้สังเกตการณ์การ Pitching ของเหล่านักล่าฝันต่อหน้าชาร์คภายในเวลาเพียง 3 นาที! จากนั้นก็จะเป็นหน้าที่ของชาร์คที่จะยิงคำถามเจาะลึกเกี่ยวกับธุรกิจ ทั้งเรื่องจุดแข็ง ความโดดเด่น ข้อได้เปรียบ ไปจนถึงงบการเงิน สัดส่วนกำไร และโอกาสในอนาคต รวมถึงมุมมองของเหล่าชาร์คที่มีต่อธุรกิจหรือไอเดียที่มานำเสนอ

 

และเมื่อชาร์คตัดสินใจกระโดดลงไปลงทุนกับธุรกิจใด พวกเขาก็พร้อมจะทุ่มสุดตัวไปช่วยธุรกิจนั้น ทั้งการพัฒนาองค์กร ต่อยอดธุรกิจ พร้อมขัดเกลาด้วยพละกำลัง ความสามารถ และซูเปอร์คอนเนกชันของเหล่าชาร์คให้กลายร่างเป็นนักธุรกิจมืออาชีพ

 

นี่จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ชาร์คเป็น ‘หัวใจสำคัญ’ ของรายการ SHARK TANK ซึ่งในทุกประเทศก็ได้สร้างความฮือฮากับการคว้านักธุรกิจชั้นนำมาเสริมดีกรีความสนุกของรายการ เช่นเดียวกับประเทศไทย ที่ตลอด 3 ซีซัน ก็ได้นักลงทุนระดับท็อปของประเทศมารับหน้าที่ชาร์ค

 

เผยโฉมหน้าของ ‘ชาร์คนักลงทุน’ ซีซัน 3

ต้องบอกว่าซีซันนี้มีทั้งชาร์คประจำน่านน้ำและชาร์คหน้าใหม่ที่มีคุณสมบัติครบเครื่องควรค่าแก่การร่วมทุน

 

SHARK TANK THAILAND

 

ประเดิมคนแรก ชาร์คเต้-ภูริต ภิรมย์ภักดี ทายาทคนโตและผู้บริหารหนุ่มไฟแรง จากบริษัท บุญรอดเทรดดิ้ง จำกัด และยังดำรงตำแหน่งประธานกรรมการบริหาร สิงห์ เวนเจอร์ส หน่วยธุรกิจที่พัฒนาขึ้นเพื่อมองหาโอกาสในการลงทุนใหม่ๆ หลังประสบความสำเร็จปิดดีลใน SHARK TANK ซีซัน 2 การกลับมาครั้งนี้ชาร์คเต้บอกว่ายังคงถือคติลงทุนเพื่อรู้ว่าเทรนด์ธุรกิจไปทิศทางไหน ไม่ใช่ลงเพื่อรวย เพราะนักลงทุนอย่างเขาการปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงเป็นเรื่องสำคัญ

 

เหนือสิ่งอื่นใด ผู้ประกอบการคนไหนที่มีความจริงใจ ทำธุรกิจแบบตรงไปตรงมา มีโอกาสเรียกคะแนนความสนใจจากชาร์คเต้แน่นอน

 

“การทำธุรกิจต้องติดกระดุมเม็ดแรกให้ถูกต้อง ผมชอบการเริ่มต้นที่ถูกต้อง ดังนั้นถ้าผมจะลงทุนนอกจากจะมองว่าผู้ประกอบการตรงกับผมมั้ย แล้วผมสามารถช่วยอะไรเขาได้บ้าง ผมต้องเชื่อก่อนว่าตัวเองมีมูลค่าที่สามารถช่วยเขาให้เติบโตต่อไปได้”

 

SHARK TANK THAILAND

 

ต่อกันที่ ชาร์คกฤษน์ ศรีชวาลา เจ้าพ่ออสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ของประเทศ ผู้ก่อตั้งบริษัท ฟิโก้ คอร์ปอเรชั่น จำกัด เจ้าของอาณาจักรธุรกิจโรงแรม และ Office Building มากมาย รวมถึงธุรกิจร้านอาหารชื่อดัง เช่น The Coffee Bean & Tea Leaf, Domino’s Pizza, Kyochon ชาร์คนักลงทุนประจำน่านน้ำ SHARK TANK ที่เข้าร่วมค้นหาดีลทางธุรกิจเป็นซีซันที่ 3 แล้ว ครั้งนี้ชาร์คกฤษน์บอกว่าเห็นพัฒนาการของนักลงทุนที่น่าสนใจและมีอะไรใหม่ๆ ให้ดูเยอะขึ้น และเป็นซีซันที่ได้เรียนรู้ธุรกิจใหม่จากผู้ประกอบการที่มาเสนอดีลเยอะมาก หลายธุรกิจน่าสนใจแต่ต้องพลาดไปเพราะยังไม่เข้าใจในธุรกิจของตัวเอง ไม่เข้าใจว่าตั้งมูลค่าของบริษัทมาจากฐานอะไร มันแสดงชัดเจนว่ายังไม่พร้อมในการลงทุน แต่ถึงอย่างไรซีซันนี้เข้มข้นและเต็มไปด้วยข้อมูลดีๆ สำหรับคนที่สนใจเรื่องธุรกิจแน่นอน

 

“ถ้าคนดูสามารถนำสิ่งที่ดูไปใช้ในธุรกิจที่ทำอยู่ได้ จับจุดได้ ไม่จำเป็นต้องมาหาทุนกับชาร์คในรายการก็ยังได้ เพราะชาร์คมันมีอยู่ทั่วไปเต็มไปหมด โอกาสยังมีมากมายสำหรับธุรกิจที่พร้อมและมีศักยภาพ”

 

SHARK TANK THAILAND

 

ชาร์คหมู-ณัฐวุฒิ พึงเจริญพงศ์ CEO Ookbee (อุ๊คบี) และผู้บริหารกองทุน 500 TukTuks ก็เป็นอีกหนึ่งฉลามที่เวียนว่ายอยู่ในน่านน้ำ SHARK TANK THAILAND เป็นซีซันที่ 3 การกลับมาสู้ศึกชิงดีลกับเหล่าชาร์คครั้งนี้ ชาร์คหมูบอกว่าจะมองหาการลงทุนที่หลากหลายธุรกิจมากขึ้น และเชื่อว่าชาร์คทุกคนก็คิดเช่นเดียวกัน เพราะไม่เพียงใส่เงินลงทุนจริงแต่ชาร์คทุกคนยังเตรียม Know How ประสบการณ์ และคอนเนกชันที่มีเพื่อต่อยอดให้กับธุรกิจที่ชาร์คแต่ละคนปิดดีล

 

ถ้ามองว่าเป็นโอกาสที่น่าคว้าไว้ ชาร์คหมูแนะให้ย้อนกลับไปดูซีซัน 1 และ 2 เพราะมีหลายเคสให้คุณเรียนรู้และเตรียมตัวก่อนจะกระโดดลงมา

 

“คุณจะได้เห็นถึงสไตล์และแบ็กกราวด์ของชาร์คแต่ละคน เพราะส่วนใหญ่เวลาคนลงทุนมักจะลงทุนอะไรที่เกี่ยวข้องกับความสามารถของตัวเองหรือเรื่องที่สนใจ ส่วนเรื่องธุรกิจของคุณไม่มีใครรู้ดีเท่ากับตัวคุณอยู่แล้ว จงเตรียมข้อมูลมาให้ครบถ้วนและสมบูรณ์ที่สุด”

 

SHARK TANK THAILAND

 

ตามมาด้วย ชาร์คจิง-ชนาพรรณ จึงรุ่งเรืองกิจ รองประธานกรรมการ บริษัท ไทยซัมมิท โอโตพาร์ท อินดัสตรี จำกัด ชาร์คหญิงหนึ่งเดียวในซีซัน 3 และเป็นการรับหน้าที่ชาร์คครั้งแรก สำหรับเธอนี่เป็นโอกาสที่จะได้ประสบการณ์ใหม่ๆ จากผู้ประกอบการ SMEs และ Start-up และด้วยสไตล์การทำงานที่ละเอียดและเอาใจใส่ พร้อมให้คำปรึกษา มองเรื่องการทำกำไรเป็นรอง แต่สนใจว่าเงินที่ใส่ไปผู้ประกอบการจะเอาไปใช้อย่างคุ้มค่าที่สุดอย่างไรมากกว่า จึงกลายเป็นจุดเด่นของชาร์คจิงที่จะทำให้ผู้ประกอบการเลือกปิดดีล

 

SHARK TANK เป็นรายการที่เสริมสร้างไอเดียให้กับทุกคน โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่มีไฟ มีฝัน ที่จะได้รับทั้งคำแนะนำและโอกาสในการคว้าดีล เพื่อที่จะนำไปพัฒนาและคว้าโอกาสในการเติบโตธุรกิจไปอีกขั้น”

 

SHARK TANK THAILAND

 

และสุดท้าย ชาร์ค ดร.ประพล มิลินทจินดา ประธาน People Park Community Mall อ่อนนุช ผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนและตลาดหลักทรัพย์ เผยความรู้สึกที่ได้มาเยือนสมรภูมิ SHARK TANK ว่า “ในช่วงที่เศรษฐกิจประเทศถดถอยแบบนี้ อาจทำให้คนที่มีไอเดีย มีแผนธุรกิจ หรือแม้กระทั่งนักลงทุนเกิดปัญหา จึงเป็นโอกาสที่จะได้นำทุนทรัพย์ ประสบการณ์ธุรกิจ มาช่วยทำให้ความฝันของพวกเขาได้เดินหน้าต่อได้”

 

หากมองว่าชาร์คไทยและต่างชาติมีความแตกต่างกันหรือไม่ ข้อสังเกตที่น่าสนใจคือ ชาร์คไทยถือเป็นชาร์คที่มีความโอบอ้อมอารีมากที่สุด ด้วย SHARK CULTURE สไตล์ไทยที่จะส่งเสริมกัน ไม่ได้มาเพื่อผลประโยชน์เพียงอย่างเดียว แต่ในเวลาเดียวกัน หากเป็นจังหวะที่ต้องพูดตรงๆ ทุกคนก็จะชัดเจน เพื่อที่จะไม่ไปสนับสนุนผู้ประกอบการที่มีความคิดหรือสิ่งที่ไม่ควรทำ เพื่อให้เขาได้จดจำและนำไปปรับปรุง

 

ติดตามการเฟ้นหาดีลธุรกิจของเหล่าชาร์คทั้ง 5 ได้ใน SHARK TANK THAILAND ซีซัน 3 ออกอากาศทุกวันอาทิตย์ เวลา 13.30 น. ทางช่อง 7HD กด 35

 

ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมและรับชมรายการ SHARK TANK THAILAND ย้อนหลังได้ที่

Website: https://www.sharktankthailand.com

YouTube: https://www.youtube.com/c/MEDIAtank

Facebook: https://www.facebook.com/sharktankTH

Instagram: https://www.instagram.com/sharktankthailand/

TikTok: https://www.tiktok.com/@sharktankthailand

The post เบื้องหลังการค้นหาดีลธุรกิจสุดเข้มข้นในรายการ ‘SHARK TANK THAILAND’ กับ ‘5 ชาร์คนักลงทุน’ และการกลับมาของเรียลิตี้ธุรกิจระดับโลกในซีซัน 3 [PR NEWS] appeared first on THE STANDARD.

]]>
ปิดตำนาน “ไว้รอดู Big Cinema” รายการ Big Cinema ยุติการออกอากาศแล้ว หลังมอบความสุขให้ผู้ชมมานานกว่า 30 ปี https://thestandard.co/big-cinema-stopped-broadcasting/ Sat, 05 Feb 2022 03:27:31 +0000 https://thestandard.co/?p=590775 Big Cinema

ลาแล้วอีกหนึ่งโปรแกรมรายการโทรทัศน์ที่คอภาพยนตร์หลายคนเ […]

The post ปิดตำนาน “ไว้รอดู Big Cinema” รายการ Big Cinema ยุติการออกอากาศแล้ว หลังมอบความสุขให้ผู้ชมมานานกว่า 30 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
Big Cinema

ลาแล้วอีกหนึ่งโปรแกรมรายการโทรทัศน์ที่คอภาพยนตร์หลายคนเติบโตมาพร้อมกัน สำหรับ Big Cinema โปรแกรมเพชรหนังพันล้าน ที่ล่าสุดทางช่อง 7HD ได้เปิดเผยผังรายการโทรทัศน์ในเดือนกุมภาพันธ์ 2565 และปรากฏว่าชื่อของรายการ Big Cinema ได้หลุดจากผังรายการเป็นที่เรียบร้อย ถือเป็นการยุติการออกอากาศอย่างเป็นทางการ หลังยืนหยัดมอบความสุขให้แก่ผู้ชมมานานกว่า 30 ปี

 

Big Cinema คือรายการโทรทัศน์จากช่อง 7 ที่จะซื้อลิขสิทธิ์ภาพยนตร์บ็อกซ์บัสเตอร์ในฉบับพากย์ไทยมาฉายทุกคืนวันเสาร์ โดยเริ่มออกอากาศครั้งแรกในช่วงปี 2532 และยืนหยัดมอบความบันเทิงเรื่อยมา โดยเฉพาะในช่วงยุค 1990-2000 ที่ไลฟ์สไตล์การเสพความบันเทิงด้านภาพยนตร์ยังไม่เปิดกว้าง บริการเคเบิลทีวีและระบบสตรีมมิงในไทยยังเข้าถึงได้ไม่ง่ายเช่นทุกวันนี้ 

 

และถ้าใครที่พลาดโปรแกรมฉายหนังดังในโรงภาพยนตร์ อยากดูหนังเรื่องไหนซ้ำใหม่อีกครั้ง หรือแม้กระทั่งไม่ได้ชอบหนังเรื่องไหนมากๆ ขนาดยอมเสียเงินไปรอดูในโรงภาพยนตร์ คำพูดทีเล่นทีจริงที่เรามักจะบอกกันในหมู่เพื่อนฝูงว่า “ไว้รอดู Big Cinema” นับจากนี้คงจะไม่ได้พูดกันอีกแล้ว 

 

อ้างอิง:

The post ปิดตำนาน “ไว้รอดู Big Cinema” รายการ Big Cinema ยุติการออกอากาศแล้ว หลังมอบความสุขให้ผู้ชมมานานกว่า 30 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
ดูละครรีเมกจุกๆ กันไปเลย… ละครไทยล็อตใหม่ทำไมมีแต่รีเมก? https://thestandard.co/remake-drama/ Sun, 07 Nov 2021 02:51:35 +0000 https://thestandard.co/?p=557009 ละคร

“รีเมกกันอยู่นั่นแหละ ไม่มูฟออนไปไหนสักที” นี่คือหนึ่งใ […]

The post ดูละครรีเมกจุกๆ กันไปเลย… ละครไทยล็อตใหม่ทำไมมีแต่รีเมก? appeared first on THE STANDARD.

]]>
ละคร

“รีเมกกันอยู่นั่นแหละ ไม่มูฟออนไปไหนสักที” นี่คือหนึ่งในคอมเมนต์ที่ได้เห็นกันบ่อยๆ เมื่อตั้งกระทู้ถามว่าทำไมคนถึงเลิกดูละครไทย แล้วเมื่อลองไปดูผังละครของทีวีช่องหลักก็พบว่าตอนนี้ละครที่ออกอากาศอยู่เกิน 70% ก็เป็นละครรีเมกอย่างที่ว่าจริงๆ เป็นเพราะอะไร? คนเขียนบทไทยหมดมุกหรืออย่างไร? หรือสังคมไทยชอบวนๆ อยู่กับอะไรเดิมๆ? 

 

ภาพจาก เกมล่าทรชน 

 

ลองดูที่ผังละครช่อง 3 ในช่วงเวลาหลักแบบไม่นับละครรีรันก็มี เกมล่าทรชน ที่รีเมกมาจาก พระจันทร์ลายพยัคฆ์ ละครฮิตของช่อง 7 ในปี 2553 หรือ Help Me คุณผีช่วยด้วย ก็เป็นงานรีเมกมาจากเรื่อง เกิดแต่ชาติปางไหน ส่วนละครเย็นเรตติ้งแรงอย่าง นางฟ้าอสูร ก็รีเมกมาจากภาพยนตร์เรื่อง อุ้งมือมาร เมื่อปี 2529 ขณะที่ช่อง one31 ปล่อย กระเช้าสีดา และ พระจันทร์แดง ก็เป็นงานรีเมก ตามมาด้วย วิมานทราย ที่กำลังจะลงจอก็เป็นการเอางานเก่าเมื่อปี 2548 กลับมาทำใหม่ ขณะที่ช่อง 8 ก็ส่ง สูตรเล่ห์เสน่หา งานรีเมกมาจาก คุณแจ๋วกะเพราไก่ คุณชายไข่ดาว ส่วนช่อง 7 ตอนนี้ยังเป็นละครรีรันอยู่ แต่เมื่อย้อนดูลิสต์ละครปีนี้ของช่อง 7 ก็เป็นละครรีเมกเสียส่วนใหญ่ ข้อสังเกตก็คือเมื่อใดก็ตามที่เศรษฐกิจไม่ดีการการันตีเรื่องเรตติ้งเป็นสิ่งสำคัญ ทำให้ผู้ผลิตมักจะหยิบผลงานเก่าๆ มาปัดฝุ่นใหม่ 

 

ภาพจาก Help Me คุณผีช่วยด้วย

 

ข้อหนึ่งก็คือละครเหล่านี้มีฐานแฟนคลับอยู่แล้ว และคนดูและสื่อมวลชนเองก็มักจะตื่นเต้นกับนักแสดงที่จะมารับบทตัวละครคลาสสิก เรียกได้ว่าได้รับความสนใจแบบไม่ต้องโปรโมตอะไรมาก รวมถึงละครยุคใหม่ต้อง ‘ตก’ คนดูได้ตั้งแต่อีพีต้นๆ การที่ผู้ชมรู้เรื่องพื้นฐานอยู่แล้วก็ง่ายกว่าการต้องไปปูเรื่องใหม่ๆ อยู่ดี 

 

อีกอย่างเมืองไทยก็ไม่ค่อยจะมียุคที่เศรษฐกิจดีเสียด้วย เลยทำให้เราได้ดูอะไรซ้ำๆ วนๆ จนเบื่อหน่าย ผู้เขียนเองไม่ได้ติดเรื่องรีเมก แต่สิ่งที่คาดหวังก็คือการนำเรื่องราวเหล่านั้นมาตีความใหม่ให้มีความแปลกแตกต่าง ใส่มิติตัวละครให้พลวัตไปกับความเปลี่ยนแปลงของสังคม ซึ่งงานในยุคหลังๆ ก็ทำได้ค่อนข้างดี 

 

ภาพจาก กระเช้าสีดา

อย่างเรื่อง แม่นากพระโขนง ที่ครองแชมป์ละครที่ถูกรีเมกมากที่สุดคือราวๆ 11 ครั้ง ตอนที่ทำเป็นภาพยนตร์เรื่อง นางนาก ก็ประสบความสำเร็จเพราะมุมมองที่มีต่อตัวละครแม่นากนั้นเปลี่ยนไป ในขณะที่ละครเวอร์ชันล่าสุดทางช่อง 9 ที่ดูแล้วไม่มีอะไรใหม่ก็จบไปอย่างเงียบๆ หรืออย่าง กระเช้าสีดา ที่ใส่เรื่องเมโลดราม่าเข้าไปเยอะกว่าเวอร์ชันก่อน แต่การสร้างมิติตัวละครให้ฉลาด ทันเหลี่ยมทันเกมของกันและกัน ก็ทำให้ละครเรื่องนี้ประสบความสำเร็จได้เหมือนกัน อีกเรื่องที่สำคัญคือระยะเวลา ถ้าเป็นไปได้ก็อยากให้ทิ้งระยะห่างไม่ต่ำกว่า 10 ปี ให้เจเนอเรชันของคนดูเปลี่ยนไปก่อนค่อยนำกลับมาทำใหม่ แต่เมื่อได้เห็นโปรเจกต์รีเมกใหม่ๆ อย่าง เมียหลวง ที่ห่างจากเวอร์ชันเดิมราวๆ 5 ปี หรือ สามีเงินผ่อน ที่เคยทำเป็นละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ เมื่อไม่นานมานี้กำลังจะนำกลับมาทำใหม่ ก็ออกจะหวั่นใจว่านอกจากรสชาติของละครที่เปลี่ยนไปด้วยมือผู้จัดแล้ว จะได้เห็นอะไรที่แปลกแตกต่างหรือเปล่า

ส่วนข้อติติงถึงคนเขียนบทว่าหมดมุก ไม่มีความสามารถ ตรงจุดนี้ก็ไม่น่าจะจริง เพราะถ้าลองได้ดูงานละครหรือซีรีส์ทางบริการสตรีมมิง หรืองานจากผู้ผลิตหน้าใหม่ก็จะเห็นได้ว่าเขียนบทได้สนุก ซับซ้อนพอๆ กับซีรีส์จากต่างประเทศเลยทีเดียว แต่กับสื่อโทรทัศน์ที่มีข้อจำกัดมากกว่า และก็ต้องยอมรับว่าคนที่ยังดูโทรทัศน์อยู่ในปัจจุบันคือกลุ่มผู้ใหญ่ที่อาจจะไม่ได้ต้องการอะไรใหม่และเหนื่อยหน่ายกับการเปลี่ยนแปลง เลยทำให้ละครทีวีไทยเหมือนย่ำอยู่กับที่ ทั้งที่จริงๆ แล้วถ้ากล้าหยิบยกประเด็นสังคมหรือสะท้อนการใช้ชีวิตจริงๆ ของคนในปัจจุบัน คนรุ่นใหม่ก็พร้อมจะกลับไปนั่งหน้าจอทีวีเหมือนกัน แต่ทุกวันนี้แม้แต่อาชีพยังแตะต้องไม่ได้ เราจึงได้เห็นแต่ละครว่าด้วยเรื่องของทหาร ตำรวจ นักธุรกิจ ดารา เจ้าของฟาร์ม วนๆ อยู่แค่นี้ ทั้งๆ ที่รายละเอียดของแต่ละอาชีพมีมุมที่น่านำเสนอ และอาจเป็นแรงบันดาลใจให้เด็กๆ รุ่นใหม่ได้เหมือนกัน

 

ภาพจาก สูตรเสน่หา

ตอนนี้เราเหมือนอยู่ในยุคที่เปลี่ยนผ่าน ผู้เขียนเชื่อว่าอีกไม่นานเมื่อละครไม่สะท้อนชีวิตจริงๆ ในสังคมมันก็จะล้มหายตายจากไปเอง หรือไม่ก็ต้องจับมันให้ไปอยู่ในไทม์แคปซูลเป็นละครพีเรียดไปเลย อย่าง จำเลยรัก หรือ ดาวพระศุกร์ ถ้านำกลับมาทำใหม่โดยยึดบทประพันธ์เดิมก็จะเกิดคำถามเรื่องความสมเหตุสมผล นอกเสียจากว่าจะเป็นไปได้ไหมที่โศรยาจาก จำเลยรัก พ.ศ. นี้จะถูกจับเป็นจำเลยโดยไม่ติดต่อสื่อสารกับใคร เพราะอยากตีแผ่เรื่องการใช้ความรุนแรงของนายหัวหฤษฎิ์ หรือการให้ตัวละครดาวพระศุกร์พาเราเข้าสู่ประเด็น Child Abuse และ Sex Worker แบบเข้มข้น ถ้าเป็นแบบนี้จะรีเมกอีกทีก็ได้ อย่างน้อยๆ ก็มีเรื่องใหม่ๆ ให้คนดูได้ตื่นเต้นขึ้นมาหน่อย

The post ดูละครรีเมกจุกๆ กันไปเลย… ละครไทยล็อตใหม่ทำไมมีแต่รีเมก? appeared first on THE STANDARD.

]]>
ฉากจำนี้จากหนังหรือละครเรื่องนั้น…ไม่มีมันจะได้ไหมถ้าคิดจะรีเมก? https://thestandard.co/thai-drama-remake-scenes-crop/ Mon, 16 Aug 2021 12:17:36 +0000 https://thestandard.co/?p=525672 ฉากจำนี้จากหนังหรือละครเรื่องนั้น...ไม่มีมันจะได้ไหมถ้าคิดจะรีเมก?

ทำไมแม่เบี้ยต้องขูดมะพร้าว? ทำไมแม่นากต้องเก็บมะนาวใต้ถ […]

The post ฉากจำนี้จากหนังหรือละครเรื่องนั้น…ไม่มีมันจะได้ไหมถ้าคิดจะรีเมก? appeared first on THE STANDARD.

]]>
ฉากจำนี้จากหนังหรือละครเรื่องนั้น...ไม่มีมันจะได้ไหมถ้าคิดจะรีเมก?

ทำไมแม่เบี้ยต้องขูดมะพร้าว? ทำไมแม่นากต้องเก็บมะนาวใต้ถุนเรือน? เชื่อว่าหลายคนคงเคยตั้งคำถามกับหลากหลายฉากจำในหนังและละครหลายๆ เรื่อง ความจริงแล้วทั้งหมดนี้มีที่มาที่ไป ในแง่การทำหน้าที่สื่อสารผ่านภาพและสร้างความจดจำสุดประทับใจให้คนดู และเชื่อหรือไม่ว่าบางฉากที่ปรากฏในหนังหรือละครเพียงเวอร์ชันเดียว แต่กลับกลายเป็นสัญลักษณ์ให้ผู้ชมเรียกร้องอยากดูมาจนถึงปัจจุบัน ส่วนบางฉากก็จำเป็นชนิดไม่มีไม่ได้ เพราะมันช่วยขับเคลื่อนเรื่องราวไปข้างหน้า ส่วนจะมีเรื่องไหนบ้างเราลองไปสำรวจกัน 

 

 ‘ขูดมะพร้าว’ จะขูดก็ได้ไม่ขูดก็ได้ในแม่เบี้ย 

ฉากจำนี้จากหนังหรือละครเรื่องนั้น...ไม่มีมันจะได้ไหมถ้าคิดจะรีเมก?

แม่เบี้ยในเวอร์ชันปี พ.ศ. 2544 จากผลงานการกำกับของ คิง-สมจริง ศรีสุภาพ นำแสดงโดย มะหมี่-นภคปภา นาคประสิทธิ์ 

 

แม่เบี้ย ถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ ละครทีวี และละครเวทีรวม 6  ครั้ง ฉากจำที่กลายเป็นซิกเนเจอร์ของเรื่องคือ ฉากขูดมะพร้าว ทั้งที่ความจริงแล้วฉากขูดมะพร้าวมีอยู่แค่ในแม่เบี้ยเวอร์ชันปี พ.ศ. 2544 จากผลงานการกำกับของ คิง-สมจริง ศรีสุภาพ นำแสดงโดย มะหมี่-นภคปภา นาคประสิทธิ์ เท่านั้น สำหรับในเวอร์ชันแรก ปี พ.ศ. 2532 (ฮันนี่-ภัสสร บุณยเกียรติ) และเวอร์ชันละครทีวีครั้งแรก ปี พ.ศ. 2534 (แสงระวี อัศวรักษ์) เน้นความเซ็กซี่ของตัวละครเมขลาในฉากอาบน้ำในคลองมากกว่า 

 

ความจริงแล้วตามบทประพันธ์เดิมไม่ได้มีฉากขูดมะพร้าวในเรื่อง แต่พูดถึงตัวละครเมขลาที่มีความงามอย่างไทย ทำให้เกิดการตีความได้หลากหลาย ซึ่งการนั่งกระต่ายขูดมะพร้าวคือความลงตัว ทั้งท่วงท่าลีลาที่เน้นให้เห็นสรีระความเป็นหญิง และความเป็นไทยในคาแรกเตอร์ของนางเอก ส่วนในเวอร์ชันล่าสุด ทางช่อง 7 ก็ใช้วิธีนวดแป้งคั้นน้ำกะทิแทน 

 

ฉากเก็บมะนาวใต้ถุนเรือน ถ้าไม่มีก็คงไม่ใช่แม่นาก 

 

ครองแชมป์เรื่องราวที่ถูกนำมารีเมกมากที่สุดในเมืองไทย แค่เฉพาะในเวอร์ชันละครทีวีก็ประมาณ 9 ครั้ง ยังไม่นับรวมเวอร์ชันภาพยนตร์และละครเวทีอีกนับไม่ถ้วน และแทบทุกเวอร์ชันจะต้องมีฉากสำคัญนั่นคือฉากเก็บมะนาวใต้ถุนเรือนบรรจุไว้ โดยปรากฏครั้งแรกในภาพยนตร์เรื่อง แม่นาคพระโขนง (ภายหลังชื่อแม่นากสะกดด้วย ก) เมื่อปี พ.ศ. 2502 ผลงานการกำกับของ เสน่ห์ โกมารชุน นำแสดงโดย ปรียา รุ่งเรือง ภาพยนตร์เรื่องนี้ประสบความสำเร็จอย่างสูง ทำรายได้ไปกว่า 1 ล้านบาท ซึ่งถือว่าเป็นเงินมหาศาลในสมัยนั้น ทำให้ ปรียา รุ่งเรือง ได้รับบทแม่นากต่อจากนั้นอีกถึง 4 ครั้ง ซึ่งฉากเก็บมะนาวมีความสำคัญในฐานะฉากที่เผยให้พ่อมากรู้ว่าเมียของตัวเองเป็นผี อีกทั้งคุณลักษณะแขนยืดยาวก็กลายเป็นสัญลักษณ์ประจำตัวแม่นากพระโขนงไปโดยปริยาย 

 

ฉากเก็บมะนาวเกือบไม่ได้ปรากฏในภาพยนตร์เรื่อง นางนาก (2542) เพราะตีความเรื่องเล่าของแม่นากใหม่ทั้งหมด แต่ในที่สุด อุ๋ย-นนทรีย์ นิมิบุตร ก็ตัดสินใจบรรจุไว้ในเรื่อง 

 

พจมานต้องถือชะลอมเข้าบ้านทรายทองจริงหรือ? 

 

เมื่อได้ยินวรรคหนึ่งของเพลง บ้านทรายทอง ‘นี่คือสถานแห่งบ้านทรายทองที่ฉันปองมาสู่…’ ภาพที่ปรากฏขึ้นในสมองก็คือเด็กสาวผู้เปีย 2 ข้าง ถือกระเป๋าเดินทางและชะลอมเข้าสู่รั้วคฤหาสน์ทรายทอง แต่ความจริงแล้วภาพพจมานถือชะลอมเพิ่งจะปรากฏครั้งแรกในภาพยนตร์เรื่อง บ้านทรายทอง ในปี พ.ศ. 2523 ผลงานการกำกับของ รุจน์ รณภพ ทั้งที่ก่อนหน้านั้นไม่เคยมี ส่วนในเวอร์ชันล่าสุดที่แสดงโดย มิน-พีชญา วัฒนามนตรี พจมานก็เดินเข้าบ้านทรายทองด้วยกระเป๋าเดินทางเพียงอย่างเดียว โดยที่ไม่ได้ถือชะลอมอีกต่อไป จนกลายเป็นที่วิจารณ์ของชาวเน็ต  

 

ฉากพจมานเดินเข้าบ้านทรายทองนับว่าเป็นการสื่อสารด้วยภาพที่เล่าเรื่องราวได้อย่างดีเยี่ยม องค์ประกอบในแทบทุกเวอร์ชันคือฉากพจมานยืนประจันหน้ากับคฤหาสน์หลังใหญ่ที่เปลี่ยนชีวิตเธอไปตลอดกาล และมุมกล้องที่ซ้ำกันจนเหมือนจะตั้งใจ คือการฉายจากมุมสูงมาที่ตัวพจมาน ที่สื่อให้เห็นถึงความต่ำต้อยของเด็กสาวจากบ้านนอกในสายตาของสมาชิกบ้านทรายทอง 

 

‘ลูบน้ำแข็ง’ ในจันดารา ลูบที่หลังสะเทือนถึงหัวใจ  

 

 

ถ้าคิดว่าฉากในจันดาราเวอร์ชันต่างๆ แซ่บซ่านสะท้านทรวงแล้ว อยากแนะนำให้อ่านบทประพันธ์เรื่องนี้จากฝีมือของ อุษณา เพลิงธรรม แล้วจะรู้ว่าคนไทยสมัยก่อนเสรีเรื่องเซ็กซ์แทบไม่ต่างจากคนในยุคปัจจุบัน ซึ่งฉากลูบน้ำแข็งก็มีการกล่าวถึงในบทประพันธ์ด้วย ทำให้ต้องมีฉากนี้ในจันดาราทุกเวอร์ชันตั้งแต่ถูกสร้างในปี พ.ศ. 2520 โดย อรัญญา นามวงศ์ รับบทคุณบุญเลื่อง และในเวอร์ชันต่อๆ มา ทั้ง คริสตี้ ชุง และ หญิง-รฐา โพธิ์งาม ก็ต้องเผยแผ่นหลังให้จันใช้น้ำแข็งลูบหลังเช่นกัน 

 

ฉากนี้เป็นฉากสำคัญ เพราะเป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ชั่วชีวิตระหว่างจันและคุณบุญเลื่อง ผู้เป็นแม่เลี้ยงและรักแท้ของเขา อีกทั้งยังแสดงถึงปมในใจเกี่ยวกับแม่ ทำให้เขาชอบผู้หญิงที่อายุมากกว่า 

 

‘นั่งบนขื่อ’ ฉากหลอนของบัวแปงหรืออีแพงจากบ่วง

 

ผีบัวแปงหรืออีแพง (ในเวอร์ชันปี พ.ศ.​ 2535 ใช้ชื่อบัวแปง แสดงโดย หมู-พิมพ์ผกา เสียงสมบุญ ส่วนเวอร์ชันปี พ.ศ.​ 2553 ใช้ชื่ออีแพง แสดงโดย นุ่น-ศิรพันธ์ วัฒนจินดา) ขึ้นทำเนียบผีที่หลอนที่สุดในวงการผีไทย เพราะเป็นผีบ้าคลั่งแค้น จนบทสวดมนต์หรือผลบุญใดๆ ก็ไม่อาจทำให้เธอสงบลงได้ ภาพจำของผีตัวนี้คือการนั่งอยู่บนขื่อ ที่หลอนไปถึงจินตนาการของคนดู เพราะมันเป็นตำแหน่งที่เราจะมองเห็นเมื่อนอนหงาย กลายเป็นโพสิชันเอกลักษณ์ที่ทำให้นึกถึงประจำตัวละครตัวนี้ไปในที่สุด 

 

‘ตบหน้ากระทรวง’ ฉากเอาคืนแสนสะใจสไตล์ละครไทย 

 

 

ฉากคลาสสิกที่บ่งบอกถึงความเป็นละครไทยได้เป็นอย่างดี เพราะมันถึงพริกถึงขิงและเล่นกับอารมณ์คนดู เหมือนได้ชำระแค้นให้กับมุตตาด้วยลูกตบแบ็กแฮนด์ของมุนินทร์ที่หน้ากระทรวง สถานที่เดียวกัน แต่ผู้ถูกกระทำนั้นต่างไป นอกจากลูกตบสลบลงบันได ความเด็ดของฉากนี้คือบทสนทนาของตัวละครที่เผ็ดร้อนไม่แพ้กัน นับตั้งแต่เวอร์ชันภาพยนตร์ในชื่อ แรงหึง ในปี พ.ศ. 2529 แสดงโดยจินตหรา สุขพัฒน์ กับประโยค “…คุณมันอภิสิทธิ์ชนอยู่แล้วนี่ ขนาดหาผัวคุณยังต้องใช้เส้นเลย” หรือในเวอร์ชันปี พ.ศ. 2544 และ 2555 ทั้งแอน ทองประสม และ เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ ใช้บทสนทนาที่แทบจะเหมือนกันเป๊ะ! โดยเฉพาะประโยคปิดท้าย “จำไว้ มุตตาไม่ใช่เหยื่อของคุณอีกต่อไป”

 

อ้างอิง: 

The post ฉากจำนี้จากหนังหรือละครเรื่องนั้น…ไม่มีมันจะได้ไหมถ้าคิดจะรีเมก? appeared first on THE STANDARD.

]]>
ช่อง 7 งูยังชุม พร้อมส่ง ‘แม่เบี้ย รีเมก’ ลงจอ นาว ทิสานาฏ รับบท ‘เมขลา’ ปะกบ เอส กันตพงศ์ ออนแอร์ตอนแรก 27 ก.ค. นี้ https://thestandard.co/mae-bia-thai-drama/ Sat, 17 Jul 2021 07:08:20 +0000 https://thestandard.co/?p=513885 แม่เบี้ย

แฟนละครเตรียมจับงู ช่อง 7HD เตรียมส่ง แม่เบี้ย ละครรีเม […]

The post ช่อง 7 งูยังชุม พร้อมส่ง ‘แม่เบี้ย รีเมก’ ลงจอ นาว ทิสานาฏ รับบท ‘เมขลา’ ปะกบ เอส กันตพงศ์ ออนแอร์ตอนแรก 27 ก.ค. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
แม่เบี้ย

แฟนละครเตรียมจับงู ช่อง 7HD เตรียมส่ง แม่เบี้ย ละครรีเมกแนวดราม่าลึกลับจากบทประพันธ์สุดคลาสสิกของ วานิช จรุงกิจอนันต์ ให้ได้ชมกันอีกรอบ คราวนี้ นาว-ทิสานาฏ ศรศึก จะเข้ามารับบท เมขลา ตัวละครเอกที่เคยสร้างชื่อเสียงให้กับนักแสดงหญิงคนแล้วคนเล่า ประกบคู่กับ เอส-กันตพงศ์ บำรุงรักษ์ ที่จะเข้ามารับบท ชนะชล โดยจะออกอากาศตอนแรกวันอังคารที่ 27 กรกฎาคมนี้ 

 

แม่เบี้ย สร้างจากบทประพันธ์ชื่อดังของ วานิช จรุงกิจอนันต์ ที่เคยถูกสร้างออกมาหลายครั้ง ทั้งรูปแบบภาพยนตร์ ละคร และละครเวที 

 

แม่เบี้ย เรียกได้ว่าเป็นงานที่มักจะสร้างชื่อเสียงและแจ้งเกิดให้กับนักแสดงหญิงที่เข้ามาร่วมบทนำอย่าง ‘เมขลา’ อยู่เสมอ อาทิ ภัสสร เหลียวรักวงศ์ ในละครปี 2532, แสงระวี อัศวรักษ์ ในละครปี 2534 และแจ้งเกิดอย่างเต็มตัวให้กับ นภคปภา นาคประสิทธิ์ ในภาพยนตร์ปี 2544 

 

แม่เบี้ย และตัวละคร ‘เมขลา’ ปรากฏตัวครั้งสุดท้ายในฉบับภาพยนตร์ปี 2558 รับบทโดย กานต์พิศชา เกตุมณี นางเอกใหม่ดีกรีรองสาวงามจาก Miss Thailand World 2009 กำกับโดย ม.ล.พันธุ์เทวนพ เทวกุล สร้างโดยบริษัทสหมงคลฟิล์ม

แม่เบี้ย

 

ส่วนครั้งล่าสุด แม่เบี้ย ฉบับรีเมก 2664 ที่ใกล้จะออนแอร์ ได้ นาว ทิสานาฏ นางเอกสาวระดับหัวแถวของช่อง มารับบท เมขลา ประกบกับ เอส กันตพงศ์ 

 

เนื้อหาว่าด้วยเรื่องราวของ เมขลา (ทิสานาฏ ศรศึก) หญิงสาวสวยเจ้าของเรือนไทยโบราณ ชีวิตของเธอมีความสัมพันธ์กับงูเห่าสีดำตัวใหญ่มาตั้งแต่เด็ก งูที่ช่วยปกป้องคุ้มครองเธอและแม่โกสุม (ปัทมวรรณ เค้ามูลคดี) และแม้แม่จะตายไป งูเจ้า หรือ ‘คุณ’ ก็ยังช่วยปกป้องเมขลาจากอันตราย และโดยเฉพาะผู้ชายที่เข้ามาเกี่ยวพันกับเมขลา และเมื่อเมขลาได้รู้จักกับ ชนะชล (กันตพงศ์ บำรุงรักษ์) นักธุรกิจชื่อดัง ทั้งคู่ก็หลงรักกันอย่างรวดเร็ว แต่นั่นเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของเรื่องราวลึกลับแห่งสายน้ำ งู ความรัก ที่ซ่อนรสเสน่หาไว้อย่างยากจะลืม

แม่เบี้ย

 

ละคร แม่เบี้ย ร่วมด้วยทัพแสดงอย่าง คะนึงนิจ จักรสมิทธานนท์, จิณณะ นวรัตน์, ใจบัว ฮิดดิง, พูลภัทร อัตถปัญญาพล, วัชรบูล ลี้สุวรรณ, อมีนา พินิจ, นิชานันท์ ฝั้นแก้ว, ปัทมวรรณ เค้ามูลคดี, ภูธฤทธิ์ พรหมบันดาล, รอง เค้ามูลคดี, อำภา ภูษิต, ภัทรวรินทร์ ทิมกุล, ชมพูนุช ปิยธรรมชัย, อุเทน พรหมมินทร์, อธิวัฒน์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา และ นวลปรางค์ ตรีชิต ฯลฯ

 

เตรียมตัวชมละคร แม่เบี้ย ได้ทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.30 น. เริ่มออกอากาศตอนแรก วันอังคารที่ 27 กรกฎาคมนี้ ทางช่อง 7HD กด 35 

 

อ้างอิง: 

  • ช่อง 7

The post ช่อง 7 งูยังชุม พร้อมส่ง ‘แม่เบี้ย รีเมก’ ลงจอ นาว ทิสานาฏ รับบท ‘เมขลา’ ปะกบ เอส กันตพงศ์ ออนแอร์ตอนแรก 27 ก.ค. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>