ชินจังจอมแก่น Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/ชินจังจอมแก่น/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Sun, 10 Sep 2023 03:13:05 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 เมื่อโรงเรียนไม่ใช่พื้นที่ปลอดภัย ถ้าเลือกได้คุณอยากส่งลูกไปเรียนที่ไหนมากที่สุด https://thestandard.co/imagination-school-for-kids/ Wed, 30 Sep 2020 06:24:01 +0000 https://thestandard.co/?p=402387 assassination classroom โรงเรียนไม่ใช่พื้นที่ปลอดภัย

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา จนทำให้ […]

The post เมื่อโรงเรียนไม่ใช่พื้นที่ปลอดภัย ถ้าเลือกได้คุณอยากส่งลูกไปเรียนที่ไหนมากที่สุด appeared first on THE STANDARD.

]]>
assassination classroom โรงเรียนไม่ใช่พื้นที่ปลอดภัย

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา จนทำให้หลายคนเริ่มรู้สึกว่า ‘รั้วโรงเรียน’ หนึ่งในสถานที่ที่สำคัญที่สุดในช่วงชีวิตของเด็กคนหนึ่ง อาจไม่ใช่ ‘พื้นที่ปลอดภัย’ อย่างที่เคยคิด

 

THE STANDARD POP ได้ลองลิสต์ ‘โรงเรียน’ ในโลกการ์ตูนญี่ปุ่น พื้นที่แห่งความหลากหลายที่ให้ความสำคัญกับเด็ก เป็นได้ทุกอย่างทั้งสวนสนุก พื้นที่ฝึกวิชา ค้นหาตัวตน รักษาบาดแผล เรียนรู้มิตรภาพ และเป็นได้ทุกอย่างที่ช่วยหล่อหลอมให้เด็กคนหนึ่งเติบโตได้อย่างเข้มแข็ง 

 

และที่สำคัญที่สุด พื้นที่ในโรงเรียนนั้นต้องไม่ใช่ที่ ‘ระบาย’ อารมณ์หรือความเครียดของใคร

 

การ์ตูน assassination classroom my hero academia GTO ชินจัง เครยอนชินจัง โซมะ โทสึกิ โรงเรียนโยมิยามะ another prison school

 

ภาพประกอบ: ฉัตรชัย เฉยชิต

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

 

The post เมื่อโรงเรียนไม่ใช่พื้นที่ปลอดภัย ถ้าเลือกได้คุณอยากส่งลูกไปเรียนที่ไหนมากที่สุด appeared first on THE STANDARD.

]]>
“ผมสร้างชินโนะสุเกะจากเด็กแบบที่ผมอยากเป็น” ครบรอบ 12 ปีที่เสียงหัวเราะต้องร้องไห้ เมื่อ โยชิโตะ อูซึอิ ผู้เขียน ‘ชินจัง’ เสียชีวิต” https://thestandard.co/yoshito-usui-crayon-shin-chan/ Fri, 11 Sep 2020 05:18:03 +0000 https://thestandard.co/?p=395998

“ผมสร้างตัวละครชินโนะสุเกะจากเด็กแบบที่ผมอยากจะเป็น” &n […]

The post “ผมสร้างชินโนะสุเกะจากเด็กแบบที่ผมอยากเป็น” ครบรอบ 12 ปีที่เสียงหัวเราะต้องร้องไห้ เมื่อ โยชิโตะ อูซึอิ ผู้เขียน ‘ชินจัง’ เสียชีวิต” appeared first on THE STANDARD.

]]>

“ผมสร้างตัวละครชินโนะสุเกะจากเด็กแบบที่ผมอยากจะเป็น”

 

คือจุดเริ่มต้นแห่งตำนานที่ โยชิโตะ อูซึอิ ใช้เป็นแรงบันดาลใจเขียนการ์ตูนเรื่อง เครยอนชินจัง หรือ ชินจังจอมแก่น ก่อนที่โลกแห่งเสียงหัวเราะต้องร้องไห้เมื่อทราบข่าวร้ายว่าคนที่คอยสร้างความสุขให้พวกเรามาตลอดได้จากโลกนี้ไปอย่างไม่มีวันกลับในวันที่ 11 กันยายน 2009 โดยทางเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่าสาเหตุน่าจะเป็นเพราะอุบัติเหตุพลัดตกระหว่างปีนภูเขาอาราฟูเนะ จังหวัดกุนมะ ประเทศญี่ปุ่น

 

โยชิโตะเกิดเมื่อวันที่ 21 เมษายน 1958 ที่จังหวัดชิซึโอกะ แต่มาเติบโตที่เมืองคาซึคาเบะ จังหวัดไซตามะ เริ่มต้นชีวิตการทำงานในบริษัทโฆษณาแห่งหนึ่ง และเข้าสู่วงการนักเขียนมังงะอย่างเต็มตัวในปี 1987 จากเรื่อง Darakuya Store Monogatari ที่เล่าเรื่องอันแสนวุ่นวายในร้านสะดวกซื้อ ตีพิมพ์ในนิตยสารการ์ตูนรายสัปดาห์ Manga Action

 

หลังสั่งสมประสบการณ์และพัฒนาตัวเองในฐานะนักเขียนอยู่ 3 ปี ในที่สุดการ์ตูนในตำนานอย่าง เครยอนชินจัง ก็ถือกำเนิดขึ้น โยชิโตะได้สร้างตัวละคร โนะฮาร่า ชินโนสุเกะ โดยส่วนหนึ่งอ้างอิงจากชีวิตวัยเด็กของตัวละครที่ชื่อ นิไกโด ชินโนสุเกะ เจ้าของร้านสะดวกซื้อในเรื่อง Darakuya Store Monogatari และอีกส่วนหนึ่งมาจากชีวิตวัยเด็กของเขาเอง

 

อีกส่วนหนึ่งมาจากจินตนาการถึงวัยเด็กที่เขา ‘อยาก’ เป็น สิ่งใดหรือเรื่องไหนที่เคยอยากทำแต่ทำไม่ได้ โยชิโตะก็ใช้ปลายปากกาขีดเขียนเรื่องราวให้ชินโนะสุเกะเป็นคนทำ โดยมีบ้านเกิดอย่างเมืองคาซึคาเบะเป็นพื้นหลัง และเป็นจุดกำเนิดหน่วยพิทักษ์คาซึคาเบะที่ชินจังและเพื่อนๆ ในแก๊งอย่าง ซากุราดะ เนเน่, คาซามะ โทโอรุ และซาโต้ มาซาโอะ ร่วมกันก่อตั้งขึ้นมา

 

ถึงแม้เนื้อหาในเรื่อง เครยอนชินจัง จะไม่มีอะไรมากไปกว่าการเล่าชีวิตประจำของเด็กทะลึ่งจอมกวนอย่างชินจัง แต่ด้วยลายเส้นเรียบง่ายเป็นเอกลักษณ์ ตัวละครที่ ‘จัด’ ทั้งหน้าตาและคาแรกเตอร์ ประกอบกับมุกตลกที่คาดไม่ถึง และฉากซึ้งๆ ที่หลายคนเสียน้ำตา ก็ทำให้ เครยอนชินจัง กลายเป็นหนึ่งในการ์ตูนคลาสสิกที่หยิบมาอ่านเมื่อไรก็ยิ้มได้ตลอดเวลา

 

ฉากที่คุณแม่จอมโหดอย่างมิซาเอะลงไปงมหาจักรยานที่ตกลงไปในคลองจนดึกดื่นในขณะที่ชินจังกลับบ้านไปดูหน้ากากแอ็กชันอย่างสบายใจ, ตอนที่ฮิโรชิยอมทิ้งบุหรี่ที่สูบมาตลอดเพื่อครอบครัว, ความสัมพันธ์ของชินจังกับเจ้าหมาชิโร่ และหลายๆ ฉากที่เด็กๆ ช่วยเหลือซึ่งกันและกันอย่างเต็มที่ ฯลฯ ยังเป็นฉากที่ทำให้เราน้ำตารื้นและอมยิ้มทุกครั้งที่นึกถึงการ์ตูนเรื่องนี้

 

เวอร์ชันมังงะ เครยอนชินจัง มีฉบับรวมเล่มออกมาทั้งหมด 50 เล่ม ส่วนฉบับภาษาไทยมีทั้งหมด 33 เล่ม (มีจำนวนตอนต่อเล่มมากกว่า) ทำยอดขายทั่วโลกจาก 15 ประเทศที่ตีพิมพ์ได้มากกว่า 100 ล้านเล่ม

 

ในปี 1992 ได้ถูกดัดแปลงเป็นเวอร์ชันแอนิเมชันและได้รับความนิยมยิ่งกว่าฉบับการ์ตูน มีการแปลมากถึง 30 ภาษา และออกอากาศใน 45 ประเทศทั่วโลก รวมทั้งเวอร์ชัน The Movies อีก 26 ภาค ในช่วงพีกที่สุดเคยติดอันดับที่ 24 ในลิสต์แฟรนไชส์แอนิเมชันที่ทำรายได้มากที่สุดในโลกมาแล้ว

 

นอกจาก เครยอนชินจัง โยชิโตะยังมีอีกหนึ่งผลงานเลื่องชื่อคือ ไข่กวนกระทะ การ์ตูนแก๊กที่ผู้ใหญ่หลายคนมองว่าเป็นการ์ตูนต้องห้ามสำหรับเด็กๆ เพราะความทะลึ่งล่อแหลมที่อัปเกรดจาก เครยอนชินจัง อยู่หลายเท่าตัว แต่ถ้ามองให้ลึกกว่านั้น ไข่กวนกระทะ คืออีกหนึ่งมาสเตอร์พีซที่แสดงให้เห็นถึงความฉลาดหลักแหลมของโยชิโตะในการสะท้อนและเสียดสีสังคมโดยใช้ความตลกฉาบเคลือบเนื้อหาหนักๆ เอาไว้ได้เป็นอย่างดี

 

ถึงแม้วันนี้โยชิโตะจะจากเราไปนานแล้ว แต่ ชินจังจอมแก่น และตัวละครทั้งหลายที่เขาใช้ชีวิตวัยเด็ก จินตนาการและสิ่งที่เขาอยากเป็นจะยังวิ่งเล่นอยู่ในความทรงจำ ทำหน้าที่สร้างรอยยิ้มและเสียงหัวเราะให้กับทุกคนต่อไป

 

 

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

The post “ผมสร้างชินโนะสุเกะจากเด็กแบบที่ผมอยากเป็น” ครบรอบ 12 ปีที่เสียงหัวเราะต้องร้องไห้ เมื่อ โยชิโตะ อูซึอิ ผู้เขียน ‘ชินจัง’ เสียชีวิต” appeared first on THE STANDARD.

]]>
จีจี้, มิซาเอะ ลมใต้ปีกที่ประคองครอบครัวไปสู่ความฝัน และอ้อมกอดสำคัญที่คอยปลอบใจวันอ่อนแรง https://thestandard.co/chi-chi-misae-nohara/ Wed, 12 Aug 2020 13:53:09 +0000 https://thestandard.co/?p=387988

แน่นอนว่าในโลกของ ‘การ์ตูนผู้ชาย’ ที่โฟกัสตัวละครเด็กหน […]

The post จีจี้, มิซาเอะ ลมใต้ปีกที่ประคองครอบครัวไปสู่ความฝัน และอ้อมกอดสำคัญที่คอยปลอบใจวันอ่อนแรง appeared first on THE STANDARD.

]]>

แน่นอนว่าในโลกของ ‘การ์ตูนผู้ชาย’ ที่โฟกัสตัวละครเด็กหนุ่มเต็มไปด้วยความฝัน ความพยายาม ออกไปทำภารกิจจนกลายที่รักของผู้คน จะมีแอร์ไทม์เพียงน้อยนิดที่หยิบยื่นให้กับตัวละคร ‘หญิงชรา’ ที่เต็มไปด้วยรอยตีนกาเหี่ยวย่น แถมยังขี้บ่นจนถูกสามีและลูกๆ เอาไปนินทาเป็นเรื่องตลกลับหลังอยู่เสมอ

 

จนบางครั้งเราเผลอคิดไปว่าพวกเธอเป็นเพียงตัวประกอบที่ถูกเขียนขึ้นมาเพื่อสร้างสีสัน ทั้งที่จริงๆ แล้วพวกเธอนี่ล่ะคือองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้ชีวิตของ ‘ตัวเอก’ ทั้งหลายได้ออกไปทำตามความฝันและหน้าที่อันยิ่งใหญ่ได้อย่างสมบูรณ์ 

 

โดยเฉพาะ ‘จีจี้’ และ ‘โนฮาระ มิซาเอะ’ สองหญิงแกร่งจากจักรวาล ดราก้อนบอล และ เครยอนชินจัง ตัวแทนของบรรดาคุณแม่อีกหลายคนบนโลก ที่ยืนยันว่าการเป็นแม่นั้นแสนยากเย็น เจ็บปวด และต้องเสียสละอะไรไปมากมายเหลือเกินในชีวิตเพื่อคนที่พวกเธอรัก 

 

แม้บางครั้งจะดูน่าอิจฉา เพราะได้เป็นถึงภรรยาของนักรบที่แข็งแกร่งที่สุดในจักรวาล แต่อย่าลืมว่าเมื่อโลกกลับมาสงบสุข ทุกคนจะกล่าวชื่นชม ‘ซุนโกคู’ ผู้เป็นสามี แถมบางคนมองว่าจีจี้เป็นตัวปัญหา เพราะชอบห้ามไม่ให้สามีไปฝึกวิชา และวางแผนชีวิตให้ลูกๆ เข้าเรียนตามระบบการศึกษาไว้เสร็จสรรพ 

 

เรามักจะเกิดคำถามขึ้นมาในใจว่า ถ้าโกคูและลูกๆ ไม่ออกต่อไปสู้ แล้วโลกถูกทำลายขึ้นมาล่ะ จะทำอย่างไร? 

 

โดยที่ไม่เคยถามกลับมาเลยว่า แล้วถ้าสามีและลูกๆ ของเธอออกไปปกป้องโลกจนเสียชีวิตขึ้นมาล่ะ จะทำอย่างไร? 

 

หากโลกที่กำลังล่มสลายต้องได้รับการเยียวยา แล้วมีใครบ้างหรือเปล่าที่ช่วยเยียวยาความรู้สึกของคนเป็นแม่และภรรยาที่ต้องสูญเสียทุกอย่างคนนี้ได้  

 

อาจจะมองว่าเห็นแก่ตัวไปบ้าง แต่เราจะสามารถพูดได้เต็มปากหรือเปล่าว่าสิ่งที่จีจี้คิดอยู่เป็นเรื่องที่ผิด 

 

เธอมีสิทธิ์โกรธได้บ้างไหม เมื่อสามีที่ควรเป็นเสาหลักสนใจแต่การต่อสู้ โดยไม่เคยสนใจเรื่องการทำงาน หาเงินมาดูแลคนในบ้าน 

 

เธอผิดจริงหรือเปล่าที่อยากให้ลูกเติบโตเป็นนักวิชาการที่มีอาชีพมั่นคงมากกว่าคนเป็นพ่อที่แสดงออกชัดเจนว่าสนใจการปกป้องโลกมากกว่าปกป้องครอบครัว

 

และถ้ามองให้ลึกลงไปกว่านั้น เราจะเห็นว่าจีจี้ไม่เคยจู้จี้เพื่อตัวเอง เธอเข้มงวดกับลูกเพราะอยากให้ลูกมีอนาคตที่ดี แต่สุดท้ายก็ยอมให้ลูกโดดเรียนไปฝึกวิชาแทบทุกครั้ง คอยเป็นห่วงว่าทุกคนในบ้านจะมีอาหารที่ดีกินหรือเปล่า 

 

เป็นห่วงไปถึงเรื่องเล็กๆ น้อยๆ อย่างการบอกให้ทุกคนใช้ครีมนวดและไดร์เป่าผม ดูเผินๆ เหมือนเป็นเรื่องตลก แต่ถ้ามองจากทรงผมของโกคู โกฮัง โกเท็น แล้วจะเห็นว่านี่คือเรื่องสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามจริงๆ 

 

หรือแม้แต่ มิซาเอะ ที่เป็นแม่และภรรยาในครอบครัวที่ดูเหมือนจะ ‘ธรรมดา’ ก็แบกรับหน้าที่ที่ลำบากไม่แพ้กัน 

 

มิซาเอะคือคนแรกที่ต้องตื่นนอนก่อนใคร รีบอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า เดินมาเปิดผ้าม่านรับแสง ปลุกสามีและลูกชายคนโต จัดเตรียมโต๊ะอาหาร กลับไปปลุกชินจังที่งัวเงียไม่ยอมตื่นลากเข้าห้องน้ำเพื่อล้างหน้า แปรงฟัน และออกมาเก็บที่นอน 

 

สุดท้ายชินจังมักจะขึ้นรถโรงเรียนไม่ทัน มิซาเอะก็ต้องรีบเก็บของ เตรียมตัวผูกน้องสาวอย่างฮิมาวาริเอาไว้ด้านหลัง ปั่นจักรยานข้ามถนน ขึ้นภูเขาไปส่งชินจังที่โรงเรียน หรือถ้าวันไหนชินจังขึ้นรถทัน แต่ลืมข้าวกล่องเอาไว้ที่บ้าน ก็มีแม่ที่แสนขี้บ่นคนนี้นี่ล่ะปั่นจักรยานเอาไปส่งให้ถึงที่ 

 

หลังจากนั้นก็กลับมาซักผ้า เก็บกวาด ถูบ้าน ดูแลลูกสาวคนเล็ก ออกไปจ่ายตลาด ทำงานบ้านทุกอย่าง คอยเตรียมอาหารเย็น เตรียมน้ำอุ่นให้ทุกคนได้อาบ วนเป็นกิจวัตร โดยที่สามีและลูกชายยังมีวันให้หยุดพัก แต่มิซาเอะต้องทำทุกอย่างซ้ำไปซ้ำมาในทุกๆ วันแบบไม่มีวันหยุด 

 

วันไหนที่เห็นสามีกลับมาด้วยท่าทีไม่สบายใจ เธอจะคอยรินเบียร์เย็นๆ ให้เสมอ คอยรับฟังปัญหาด้วยความเข้าใจ (แม้จะโมโหในความไม่เอาไหนของสามีบ้างเป็นบางครั้ง) ปลอบใจทุกคนเวลาร้องไห้ แต่เวลาที่เธอร้องไห้จะไม่ยอมให้ใครเห็น

 

ถ้าไม่ใช่เรื่องกินขนมช็อกโกบีมากเกินไป หรือคำขอทะลึ่งตึงตังเกินเด็ก จะเห็นว่ามิซาเอะเป็นแม่ที่คอยสนับสนุนชินจังในแทบทุกเรื่อง ทั้งวาดรูป ขี่จักรยาน แสดงละคร เล่นสนุกกับเพื่อนๆ ฯลฯ แม้ชินจังจะดื้อขนาดไหน แต่เธอก็เฝ้ามองการเติบโตอย่างอิสระตามใจฝันของลูกชายคนนี้อยู่เสมอ 

 

ฉากที่มิซาเอะลงไปงมหาจักรยานที่ตกลงไปในคลองจนดึกดื่น ในขณะที่ชินจังกลับบ้านไปดูหน้ากากแอ็กชันอย่างสบายใจ ยังเป็นฉากที่ทำให้เราน้ำตารื้นทุกครั้งที่นึกถึงการ์ตูนเรื่องนี้

 

การดูแลสภาพความเป็นอยู่ทั้งร่างกายและจิตใจของทุกชีวิตในครอบครัวไม่เคยเป็นเรื่องง่าย และมันก็แสดงออกผ่านลักษณะและ ‘ร่องรอย’ บางอย่างที่มิซาเอะไม่อาจฝืน 

 

ทั้งดวงตาลึกคล้ำจากการพักผ่อนไม่เพียงพอ ความเหี่ยวคล้อยตามส่วนต่างๆ รอยตีนกาที่ชินจังเอามาล้ออยู่เป็นประจำ เสื้อยืดและกางเกงที่ใส่ซ้ำๆ ฯลฯ นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้เธอมักจะบอกคนอื่นว่าอายุ 24-25 ปี เพราะเธออยากหยุดเวลาเอาไว้เท่านั้น ในช่วงที่เธอสวยสะพรั่งและเฉิดฉายประกายของหญิงสาวได้มากที่สุด 

 

จนกระทั่งหน้าที่ของภรรยาและแม่จะพรากช่วงเวลาอันแสนสดใส พร้อมกับความจริงที่ว่าเธอคือคุณแม่ลูกสองอายุ 29 ปีที่แทบไม่เคยมีเวลาว่างแม้แต่จะออกไปเที่ยวหรือทำในสิ่งที่เธอชอบ 

 

ที่น่าเศร้ากว่านั้นคือเราแทบไม่มีโอกาสรู้ด้วยซ้ำว่าจริงๆ แล้วมิซาเอะเป็นคนอย่างไร เคยมีความฝันแบบไหน เธอต้องการอะไรมากที่สุด ราวกับตัวละครของมิซาเอะถูกกำหนดมาให้เป็น ‘แม่’ เพียงอย่างเดียวเท่านั้น เรื่องอื่นไม่มีความสำคัญอีกต่อไป

 

เช่นเดียวกับคุณแม่ของโนบิตะ, มารุโกะ, ซาโตชิ ใน Pokemon, มิโดริยะ อิซึคุ ใน My Hero Academia, มาเอดะ ใน คุโรมาตี้ ฯลฯ และอีกหลายคนที่เราแทบไม่รู้เรื่องราวในวันวานของพวกเธอ แถมยังถูกแปะป้ายให้เป็น ‘ปีศาจขี้บ่น’ ในโลกแห่งการ์ตูน 

 

แม้ภาพของคุณแม่ทั้งหลายจะถูกนำเสนอด้วยความขำขัน แต่ลึกๆ เราคิดว่านี่คือการใช้อารมณ์ขันฉาบเคลือบประเด็นทางสังคมที่หลายคนมักจะมองข้ามได้อย่างน่าสนใจ 

 

โดยเฉพาะการใช้เสียงหัวเราะเพื่อให้คนอ่านนึกถึง ‘ใคร’ คนหนึ่ง 

 

หญิง (เคย) สาวผมฟู หน้ามัน ก้มหน้าก้มตาทำงานไม่หยุด คอยดุเมื่อเราทำผิด คอยคอยเป็นลมใต้ปีก พยุงให้เราได้ออกบินไปตามความฝัน คอยเป็นอ้อมกอดสำคัญที่คอยปลอบใจในวันที่เราท้อแท้และหมดแรง คอยเป็นห่วงเหมือนเราเป็นเด็กอยู่เสมอแม้ว่าเราคิดว่าตัวเองเป็นผู้ใหญ่ คอยส่งรูปภาพ ‘สวัสดีทุกวัน’ พร้อมคำอวยพรให้พบแต่เรื่องดีๆ มาให้ในทุกเช้า 

 

ก่อนที่จะวางโทรศัพท์ แล้วกลับไปเตรียมอาหาร ทำงานบ้าน รอให้ทุกคนกลับมาหาซ้ำๆ เหมือนทุกวัน 

 

ราวกับว่าชีวิตของเธอมีเพียงแค่ครอบครัวเท่านั้นที่สำคัญจริงๆ 

 

 

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

The post จีจี้, มิซาเอะ ลมใต้ปีกที่ประคองครอบครัวไปสู่ความฝัน และอ้อมกอดสำคัญที่คอยปลอบใจวันอ่อนแรง appeared first on THE STANDARD.

]]>
โนะฮาร่า มิซาเอะ ‘คุณแม่’ ที่ยอมทิ้งวัยสาวและความสวยเพื่อมาช่วยดูแลทุกคนในครอบครัว https://thestandard.co/misae-nohara-birthday/ Thu, 10 Oct 2019 07:52:46 +0000 https://thestandard.co/?p=294318 โนะฮาร่า มิซาเอะ

“ปีศาจหน้าเหี่ยว ก้นใหญ่ อกเล็ก มีรอยตีนกา”   คือน […]

The post โนะฮาร่า มิซาเอะ ‘คุณแม่’ ที่ยอมทิ้งวัยสาวและความสวยเพื่อมาช่วยดูแลทุกคนในครอบครัว appeared first on THE STANDARD.

]]>
โนะฮาร่า มิซาเอะ

“ปีศาจหน้าเหี่ยว ก้นใหญ่ อกเล็ก มีรอยตีนกา”

 

คือนิยามสั้นๆ ที่เจ้าหนูชินจังจอมแก่นพูดถึง โนะฮาร่า มิซาเอะ อยู่บ่อยๆ ก่อนจะลงท้ายด้วยการถูก ‘กำปั้นสว่าน’ เจาะหัว จากผู้หญิงผมฟูที่ทำให้หลายคนนึกถึง ‘แม่’ ของตัวเองขึ้นมา

 

นอกจากภาพลักษณ์ประจำตัวที่จู้จี้ขี้บ่น เจ้าอารมณ์ ซึ่งเกิดขึ้นจากสามีตัวแสบ ฮิโรชิ และลูกชาย-ลูกสาวที่แสบยิ่งกว่า โนะฮาร่า มิซาเอะ คือหนึ่งในตัวการ์ตูนที่สะท้อนลักษณะของหญิงสาวที่ละทิ้งทุกอย่างในชีวิตเพื่อมาทำหน้าที่ ‘แม่’ และ ‘ภรรยา’ เพื่อดูแลทุกคนในบ้านให้ดีที่สุด 

 

มิซาเอะคือคนแรกที่ต้องตื่นนอนก่อนใคร รีบอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า เดินมาเปิดผ้าม่านรับแสง ปลุกสามีและลูกชายคนโต จัดเตรียมโต๊ะอาหาร กลับไปปลุกชินจังที่งัวเงียไม่ยอมตื่น ลากเข้าห้องน้ำเพื่อล้างหน้า แปรงฟัน และออกมาเก็บที่นอน 

 

สุดท้ายชินจังมักจะขึ้นรถโรงเรียนไม่ทัน มิซาเอะก็ต้องรีบเก็บของ เตรียมตัวผูกน้องสาวอย่างฮิมาวาริเอาไว้ด้านหลัง ปั่นจักรยานข้ามถนน ขึ้นภูเขา ไปส่งชินจังที่โรงเรียน หรือถ้าวันไหนชินจังขึ้นรถทัน แต่ลืมข้าวกล่องเอาไว้ที่บ้าน ก็มีแม่ที่แสนขี้บ่นคนนี้นี่ล่ะปั่นจักรยานเอาไปส่งให้ถึงที่ 

 

หลังจากนั้นก็กลับมาซักผ้า เก็บกวาด ถูบ้าน ดูแลลูกสาวคนเล็ก ออกไปจ่ายตลาด ทำงานบ้านทุกอย่าง คอยเตรียมอาหารเย็น เตรียมน้ำอุ่นให้ทุกคนได้อาบ วนเป็นกิจวัตร โดยที่สามีและลูกชายยังมีวันให้หยุดพัก แต่มิซาเอะต้องทำทุกอย่างซ้ำไปซ้ำมาในทุกๆ วันแบบไม่มีวันหยุด 

 

ถึงแม้จะมีแอบไปงีบหลับจนเลยเวลาและแวะ ‘เมาท์’ กับเพื่อนบ้านนาน 2 ชั่วโมงอยู่บ้าง แต่ก็พูดได้ว่าเธอทำหน้าที่ของตัวเองได้ไม่ขาดตกบกพร่อง และเป็นตัวอย่างที่ดีที่สะท้อนให้เห็นว่าไม่ใช่แค่สามีที่ต้องออกไปทำงานหนัก เพราะภรรยาที่คอยทำหน้าที่อยู่เบื้องหลังก็ต้องทำงานหนักไม่แพ้กัน 

 

นอกจากนี้มิซาเอะยังเป็นภรรยาและแม่ที่สังเกตรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ของคนในครอบครัวอยู่ตลอดเวลา วันไหนที่เห็นฮิโรชิกลับมาด้วยท่าทีไม่สบายใจ เธอจะคอยรินเบียร์เย็นๆ ให้เสมอ คอยรับฟังปัญหาด้วยความเข้าใจ (แม้จะโมโหในความไม่เอาไหนของสามีบ้างเป็นบางครั้ง) ปลอบใจทุกคนเวลาร้องไห้ แต่เวลาที่เธอร้องไห้จะไม่ยอมให้ใครเห็น

 

ถ้าไม่ใช่เรื่องกินขนมช็อกโกบีมากเกินไปหรือคำขอทะลึ่งตึงตังเกินเด็ก จะเห็นว่ามิซาเอะเป็นแม่ที่คอยสนับสนุนชินจังในแทบทุกเรื่อง ทั้งวาดรูป ขี่จักรยาน แสดงละคร เล่นสนุกกับเพื่อนๆ ฯลฯ แม้ชินจังจะดื้อขนาดไหน แต่เธอก็เฝ้ามองการเติบโตอย่างอิสระตามใจฝันของลูกชายคนนี้อยู่เสมอ 

 

ฉากที่มิซาเอะลงไปงมหาจักรยานที่ตกลงไปในคลองจนดึกดื่น ในขณะที่ชินจังกลับบ้านไปดูหน้ากากแอ็กชันอย่างสบายใจ ยังเป็นฉากที่ทำให้เราน้ำตารื้นทุกครั้งที่นึกถึงการ์ตูนเรื่องนี้   

 

การดูแลสภาพความเป็นอยู่ทั้งร่างกายและจิตใจของทุกชีวิตในครอบครัวไม่เคยเป็นเรื่องง่าย และมันก็แสดงออกผ่านลักษณะและ ‘ร่องรอย’ บางอย่างที่มิซาเอะไม่อาจฝืน 

 

ทั้งดวงตาลึกคล้ำจากการพักผ่อนไม่เพียงพอ ความเหี่ยวคล้อยตามส่วนต่างๆ รอยตีนกาที่ชินจังเอามาล้ออยู่เป็นประจำ เสื้อยืดและกางเกงที่ใส่ซ้ำๆ ฯลฯ นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้เธอมักจะบอกคนอื่นว่าอายุ 24-25 ปี เพราะชีวิตของเธอถูกหยุดไว้เท่านั้น ในช่วงที่เธอสวยสะพรั่งและเฉิดฉายประกายของหญิงสาวได้มากที่สุด 

 

จนกระทั่งหน้าที่ของภรรยาและแม่จะพรากช่วงเวลาอันแสนสดใส พร้อมกับความจริงที่ว่าเธอคือคุณแม่ลูกสองอายุ 29 ปีที่แทบไม่เคยมีเวลาว่างแม้แต่จะออกไปเที่ยวหรือทำในสิ่งที่เธอชอบ 

 

ที่น่าเศร้ากว่านั้นคือเราแทบไม่มีโอกาสรู้ด้วยซ้ำว่าจริงๆ แล้วมิซาเอะเป็นคนอย่างไร เคยมีความฝันแบบไหน เธอต้องการอะไรมากที่สุด ราวกับตัวละครของมิซาเอะถูกกำหนดมาให้เป็น ‘แม่’ เพียงอย่างเดียวเท่านั้น เรื่องอื่นไม่มีความสำคัญอีกต่อไป

 

แม้กระทั่งเวลาอยากได้ของบางอย่าง เธอยังไม่มีสิทธิ์ใช้เงินของ ‘ตัวเอง’ ซื้อหามาครอบครอง นอกจากแอบ ‘หัก’ เงินจากค่าอาหารประจำบ้าน เพื่อซื้อเครื่องสำอางหรือเสื้อผ้าราคาแพงเอาไว้ใส่ออกงานสังคมเพื่อไม่ให้สามีและลูกรู้สึกอายที่มีภรรยาและแม่ที่ไม่สวย 

 

เธอทำงานหนักจนกระทั่งไม่มีเวลาดูแลตัวเอง ต้องหันไปใช้บริการ ‘ยาลดความอ้วน’ อยู่หลายครั้ง รวมทั้งครีมอาบน้ำหรือของใช้แพงๆ ที่เธออยากได้ก็มักจะถูกลูกสุดที่รักทำพังก่อนได้ใช้อยู่เสมอ 

 

แน่นอนว่าในการ์ตูน เราจะเห็นผู้เขียนอย่าง โยชิโตะ อูซูอิ นำเสนอภาพเหล่านี้ด้วยความขำขันอยู่เสมอ แต่ลึกๆ เราคิดว่านี่คือการใช้อารมณ์ขันฉาบเคลือบประเด็นทางสังคมที่หลายคนมักจะมองข้ามได้อย่างน่าสนใจ 

 

โดยเฉพาะการใช้เสียงหัวเราะเพื่อให้คนอ่านนึกถึง ‘ใคร’ คนหนึ่ง 

 

หญิงสาวผมฟู หน้ามัน ที่ก้มหน้าก้มตาทำงานไม่หยุด คอยดุเมื่อเราทำผิด ส่งสติกเกอร์และรูปภาพ ‘สวัสดีทุกวัน’ มาให้ในตอนเช้า คอยโทรมาว่ามีเงินพอใช้หรือเปล่า 

 

หญิงสาวที่ทำให้เรานึกไม่ออกจริงๆ ว่าถ้าขาดเธอไปสักคนแล้วชีวิตทุกวันนี้จะเป็นอย่างไร  

 

เหมือนที่ฮิโรชิผู้เป็นสามีเคยพูดเอาไว้ว่า “ถ้าขาดมิซาเอะไปสักคน ชีวิตพวกเราก็คงจะทำอะไรไม่ได้สักอย่างเลย”

 

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

The post โนะฮาร่า มิซาเอะ ‘คุณแม่’ ที่ยอมทิ้งวัยสาวและความสวยเพื่อมาช่วยดูแลทุกคนในครอบครัว appeared first on THE STANDARD.

]]>
ครบรอบ 10 ปี การจากไปของ อ.โยชิโตะ อูซึอิ ผู้เขียนเครยอนชินจัง และไข่กวนกระทะ https://thestandard.co/10-years-death-yoshito-usui/ https://thestandard.co/10-years-death-yoshito-usui/#respond Tue, 11 Sep 2018 05:51:28 +0000 https://thestandard.co/?p=120299

11 กันยายน 2009 หรือวันนี้เมื่อ 10 ปีที่แล้ว โลกแห่งเสี […]

The post ครบรอบ 10 ปี การจากไปของ อ.โยชิโตะ อูซึอิ ผู้เขียนเครยอนชินจัง และไข่กวนกระทะ appeared first on THE STANDARD.

]]>

11 กันยายน 2009 หรือวันนี้เมื่อ 10 ปีที่แล้ว โลกแห่งเสียงหัวเราะต้องร้องไห้ เมื่อทราบข่าวร้ายว่า อ.โยชิโตะ อูซึอิ ผู้เขียนการ์ตูนเรื่อง เครยอนชินจัง หรือ ชินจังจอมแก่น ได้จากโลกนี้ไปอย่างไม่มีวันกลับด้วยวัย 51 ปี ทางเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่าสาเหตุน่าจะเป็นเพราะอุบัติเหตุพลัดตกระหว่างปีนภูเขาอะราฟูเนะ จังหวัดกุนมะ ประเทศญี่ปุ่น

 

อ.โยชิโตะ เกิดเมื่อวันที่ 21 เมษายน 1958 ที่จังหวัดชิซึโอกะ แต่มาเติบโตที่เมืองคาซึคาเบะในจังหวัดไซตามะ เริ่มต้นชีวิตการทำงานในบริษัทโฆษณาแห่งหนึ่ง และเข้าสู่วงการมังงะอย่างเต็มตัวในปี 1987 จากเรื่อง Darakuya Store Monogatari ที่เล่าเรื่องอันแสนวุ่นวายในร้านสะดวกซื้อ ตีพิมพ์ในนิตยสารการ์ตูนรายสัปดาห์ Manga Action

 

หลังสะสมประสบการณ์และพัฒนาตัวเองในฐานะนักเขียนอยู่ 3 ปี ในที่สุดการ์ตูนในตำนานอย่าง เครยอนชินจัง ก็ถือกำเนิดขึ้น อ.โยชิโตะ ได้สร้างตัวละครโนะฮาร่า ชินโนซึเกะ โดยส่วนหนึ่งอ้างอิงจากชีวิตวัยเด็กของตัวละครที่ชื่อ นิไกโด ชินโนซึเกะเจ้าของร้านสะดวกซื้อในเรื่อง Darakuya Store Monogatari และอีกส่วนหนึ่งมาจากชีวิตวัยเด็กของ อ.โยชิโตะ โดยมีเมืองคาซึคาเบะเป็นพื้นหลัง และเป็นจุดกำเนิดหน่วยพิทักษ์คาซึคาเบะ ที่ชินจังและเพื่อนๆ ในแก๊งอย่างซากุราดะ เนเน่, คาซาม่า โทโอรุ และซาโต้ มาซาโอะ ร่วมกันก่อตั้งขึ้นมา

 

ถึงแม้เนื้อหาในเรื่อง เครยอนชินจัง จะไม่มีอะไรมากไปกว่าการเล่าชีวิตประจำของเด็กทะลึ่งจอมกวนอย่างชินจัง แต่ด้วยลายเส้นเรียบง่ายเป็นเอกลักษณ์ ตัวละครคาที่ ‘จัด’ ทั้งหน้าตาและคาแรกเตอร์ ประกอบกับมุกตลกที่คาดไม่ถึง และฉากซึ้งๆ ที่หลายคนเสียน้ำตา ก็ทำให้ เครยอนชินจัง กลายเป็นหนึ่งในการ์ตูนคลาสสิกที่หยิบมาอ่านเมื่อไรก็ยิ้มได้ตลอดเวลา

 

เวอร์ชันมังงะ เครยอนชินจัง มีฉบับรวมเล่มออกมาทั้งหมด 50 เล่ม ส่วนฉบับภาษาไทยมีทั้งหมด 33 เล่ม (มีจำนวนตอนต่อเล่มมากกว่า) ทำยอดขายทั่วโลกจาก 15 ประเทศที่ตีพิมพ์ได้มากกว่า 100 ล้านเล่ม

 

ในปี 1992 ได้ถูกดัดแปลงเป็นเวอร์ชันแอนิเมชัน และได้รับความนิยมยิ่งกว่าฉบับการ์ตูน มีการแปลมากถึง 30 ภาษาและออกอากาศใน 45 ประเทศทั่วโลก รวมทั้งเวอร์ชัน The Movies อีก 26 ภาค ในช่วงพีกสุด เคยติดดับที่ 24 ในลิสต์แฟรนไชส์แอนิเมชัน ที่ทำรายได้มากที่สุดในโลกมาแล้ว

นอกจากเครยอนชินจัง อ.โยชิโตะ ยังมีอีกหนึ่งผลงานเลื่องชื่อ คือ ไข่กวนกระทะ การ์ตูนแก๊กที่ผู้ใหญ่หลายคนมองว่าเป็นการ์ตูนต้องห้ามสำหรับเด็กๆ เพราะความทะลึ่ง ล่อแหลม ที่อัปเกรดจาก เครยอนชินจัง อยู่หลายเท่าตัว แต่ถ้ามองให้ลึกกว่านั้น ไข่กวนกระทะ คืออีกหนึ่งมาสเตอร์พีซที่แสดงให้เห็นถึงความฉลาดหลักแหลมของ อ.โยชิโตะ ในการสะท้อนและเสียดสีสังคมโดยใช้ความตลกฉาบเคลือบเนื้อหาหนักๆ เอาไว้ได้เป็นอย่างดี

 

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

The post ครบรอบ 10 ปี การจากไปของ อ.โยชิโตะ อูซึอิ ผู้เขียนเครยอนชินจัง และไข่กวนกระทะ appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/10-years-death-yoshito-usui/feed/ 0
10 กันยายน 1992 วันเกิดโบจัง ตัวละครแห่งความลับที่มีคนรักมากที่สุด https://thestandard.co/bo-chan-birthday-26th-years-old/ https://thestandard.co/bo-chan-birthday-26th-years-old/#respond Sun, 09 Sep 2018 17:01:06 +0000 https://thestandard.co/?p=119056

ถ้ามีตัวตนจริงและเติบโตมาจนถึงวันนี้ ‘โบจัง’ จะมีอายุคร […]

The post 10 กันยายน 1992 วันเกิดโบจัง ตัวละครแห่งความลับที่มีคนรักมากที่สุด appeared first on THE STANDARD.

]]>

ถ้ามีตัวตนจริงและเติบโตมาจนถึงวันนี้ ‘โบจัง’ จะมีอายุครบ 31 ปีพอดี

 

ซูซูกิ โบ หรือโบจัง หนึ่งในสมาชิกแก๊งหน่วยพิทักษ์คาซึคาเบะร่วมกับ โนะฮาร่า ชินโนะสึเกะ, ซากุราดะ เนเน่, คาซาม่า โทโอรุ และซาโต้ มาซาโอะ จากการ์ตูนเรื่อง ชินจังจอมแก่น

 

ถ้าเทียบกับคนอื่นๆ ที่พูดกันน้ำไหลไฟดับ เปิดเผยความในใจและความต้องการตามประสาเด็กๆ ออกมาอย่างชัดเจน โบจังถือว่าเป็นตัวละครที่พูดน้อยที่สุด เพราะพอมานั่งคิดดูดีๆ เราแทบจำบทพูดของโบจังไม่ได้เลย ยกเว้นแต่ภาพน้ำมูกที่ไหลย้อยลงมาตลอดเวลาจากใบหน้ารูปไข่ไร้ความรู้สึก

 

ถึงแม้จะแสดงความรู้สึกไม่เก่งเท่าไร แต่ในเรื่อง ‘ตัวตน’ โบจังชัดเจนไม่แพ้ใคร เขามีความสามารถทางด้านศิลปะเป็นเลิศ ได้รับรางวัลจากการประกวดวาดภาพอยู่หลายครั้ง มีงานอดิเรกคือการสะสมหินหายากรูปทรงแปลกๆ ชอบใช้เวลาหลังเลิกเรียนไปดูวิธีทำเสื่อทาทามิ และมีความสนใจในเรื่องลึกลับอย่างเช่น UFO

 

เวลาเพื่อนๆ ในกลุ่มเล่นพ่อแม่ลูก โบจังคืออาสาสมัครรับบทสุนัขหรือแมวที่ไม่มีใครอยากเป็น บางคนอาจคิดว่าเป็นเพราะเขาพูดน้อย พูดช้า ไม่ทันเพื่อน แต่เราคิดว่าเป็นเพราะโบจังรู้ดีว่าเพื่อนๆ ต้องการอะไร และเขารับหน้าที่นั้นได้โดยไม่ต้องมีใครร้องขอ

 

 

เหมือนเหตุการณ์ตอนหนึ่งที่เพื่อนๆ ทุกคนอยากรู้ความจริงว่าแม่ของโบจังคือใคร เลยแอบสะกดรอยตามไปจนเกือบได้เห็นหน้าแม่ของเขา สุดท้ายดันมีขบวนโชว์ตัวการ์ตูนโผล่มาดึงความสนใจ ทำให้ไม่มีใครได้รู้ความจริงนั้น แล้วเพื่อนๆ ทุกคนก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ถึงไม่รู้ว่าแม่ของโบจังหน้าตาเป็นอย่างไร แต่พวกเขาก็รักโบจังเหมือนเดิม

 

ตามธรรมชาติของเด็กๆ พวกเขาไม่ได้สนใจหรอกว่าเพื่อนคนนั้นจะมีนิสัยกวนโมโหเหมือนชินจัง ชอบบังคับให้เพื่อนๆ เล่นพ่อแม่ลูกเหมือนเนเน่จัง ขี้อวดเหมือนคาซาม่าคุง ขี้แงเหมือนมาซาโอะคุง หรือเชื่องช้าน้ำมูกย้อยเหมือนโบจัง เพียงแค่พวกเขายอมรับลักษณะนิสัยที่แตกต่างของแต่ละคน

ก็สามารถมอบความรักและเรียกทุกคนว่า ‘เพื่อน’ ได้อย่างบริสุทธิ์ใจโดยไม่ต้องคิดถึงผลประโยชน์ที่จะตามมาให้ปวดหัว  

 

ถึงแม้บางครั้งเราอาจจะเคยหงุดหงิดกับความช้าของโบจังไปบ้าง แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าหลายครั้งเราก็แอบอิจฉานิสัยช้าๆ นั่งมองท้องฟ้านิ่งๆ ปล่อยให้ทุกสิ่งอย่างไหลผ่านรอบตัวอย่างไม่เดือดร้อนอาทรของเขาอยู่เหมือนกัน

 

และใครจะรู้ ไม่แน่ว่าถ้าคนอย่างโบจังเติบโตขึ้นมาในโลกแห่งความเป็นจริง ณ ตอนนี้ เขาอาจจะกำลังฉลองวันเกิดครบรอบ 31 ปีอยู่ในห้องแล็บไปพร้อมๆ กับการทดลองวิทยาศาสตร์เรื่องที่เขาสนใจ เพลิดเพลินไปกับผืนผ้าใบในฐานะจิตรกรเอกอยู่ก็ได้

 

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

The post 10 กันยายน 1992 วันเกิดโบจัง ตัวละครแห่งความลับที่มีคนรักมากที่สุด appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/bo-chan-birthday-26th-years-old/feed/ 0