ชัย ชิดชอบ Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/ชัย-ชิดชอบ/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Tue, 30 Jun 2026 12:24:25 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 “ผมไม่ได้ทำงานตามใจใคร แต่ทำงานตามกฎหมายที่มีอยู่” แสวง บุญมี กลางสนามเลือกตั้งที่ทุกฝ่ายจับตา https://thestandard.co/sawang-boonmee-election-commission-interview/ Tue, 30 Jun 2026 12:23:56 +0000 https://thestandard.co/?p=1225265 แสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ให้สัมภาษณ์

การจัดการเลือกตั้งทุกครั้งทุกระดับตั้งแต่ท้องถิ่นจนไปถึ […]

The post “ผมไม่ได้ทำงานตามใจใคร แต่ทำงานตามกฎหมายที่มีอยู่” แสวง บุญมี กลางสนามเลือกตั้งที่ทุกฝ่ายจับตา appeared first on THE STANDARD.

]]>
แสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ให้สัมภาษณ์

การจัดการเลือกตั้งทุกครั้งทุกระดับตั้งแต่ท้องถิ่นจนไปถึงระดับชาติ จะต้องตามมาด้วยผลแพ้-ชนะของคู่แข่งทางการเมือง แต่ปรากฏการณ์หนึ่งที่เกิดขึ้นในการเมืองไทยหลายครั้งคือสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะถูกดึงมาเป็นคู่ขัดแย้งด้วยสำหรับฝ่ายที่ไม่พอใจผลการเลือกตั้งหรือฝ่ายที่แพ้การเลือกตั้ง

 

ประเด็นสำคัญ

 

 

THE STANDARD สัมภาษณ์ ‘แสวง บุญมี’ เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (เลขาธิการ กกต.) ซึ่งนั่งตำแหน่งนี้ตั้งแต่ปลายปี 2564 จนถึงปัจจุบัน ผ่านการจัดการเลือกตั้งทั่วไป (สส.) ตั้งแต่ปี 2566 และ 2569 รวมถึงจัดการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ปี 2565 และล่าสุด 28 มิ.ย. 2569

 

เขารับราชการในสำนักงานกกต.เป็นรุ่นแรก นับแต่มีการก่อตั้งกกต.ในฐานะองค์กรตามรัฐธรรมนูญ 2540 โดยย้ายมาจากรัฐสภา ที่ทำงานที่เขารับราชการแห่งแรกตั้งแต่ปี 2531 ดังนั้นเขาอยู่ในเหตุการณ์ที่มีการขับเคลื่อนและร่างรัฐธรรมนูญ 2540 ในฐานะเจ้าหน้าที่ประจำกรรมาธิการ

 

แสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ให้สัมภาษณ์ 1

 

ปัญหาที่กกต. มักจะพบเจอหลังการเลือกตั้ง

 

แสวง: ผู้สมัครรับเลือกตั้งของแต่ละพรรค แต่ละฝ่าย มักจะไม่ใส่ใจช่วงไฮไลต์ของวันเลือกตั้ง คือ ตอนนับคะแนนที่หน่วยเลือกตั้ง

 

ผู้สมัครรับเลือกตั้ง มักจะรอดูจนจบ กระทั่งการรวมคะแนนในระดับเขตเลือกตั้งผ่านไปแล้วพบว่าตัวเองแพ้เลือกตั้ง จึงมาโวยวายร้องเรียน ทั้งที่ความจริงกฎหมายให้ทุกคนทักท้วงได้ตั้งแต่การนับคะแนนที่หน่วยเลือกตั้ง

 

เท่าที่เคยเจอ ผู้สมัครรับเลือกตั้งมักจะไปลุ้นอยู่ข้างนอก พอแพ้ก็ค่อยกลับมาหาจุดที่จะนำไปร้องเรียน

 

จริงๆ ทางเราให้ผู้สมัครส่งผู้สังเกตการณ์ซึ่งก็คือผู้สนับสนุนของผู้สมัครรับเลือกตั้งไปดูได้เลยในแต่ละหน่วย

 

แต่สิ่งที่มักเกิดขึ้นคือ ผู้สมัครรับเลือกตั้งจะต้องการ “ผลชนะ” มากกว่าต้องการ “ความถูกต้อง” คือถ้าเขาชนะก็ไม่เป็นไร แต่พอแพ้เสร็จเขาจะมาร้องเรียน เมื่อกระบวนการรวมคะแนนจบแล้ว

 

แสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ให้สัมภาษณ์ 2

 

หลักการลงคะแนนต้องเป็นความลับ

 

แสวง: กกต. ถือหลักการลงคะแนนเป็นความลับมากกว่าทุกหลักด้วยซ้ำไป เพราะอยู่ในปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติ การลงคะแนนต้องเป็นความลับ เช่น การลงคะแนนนอกราชอาณาจักร หรือลงประชามติ ถ้าหน่วยนั้นมีผู้มาใช้สิทธิ์ลงคะแนนให้ใคร ก็จะรู้ทันทีเพราะเขามาคนเดียว ดังนั้น ต้องมีวิธีจัดการไม่ให้ใครก็ตามรู้ว่าผู้มาใช้สิทธิได้ลงคะแนนให้ใคร

 

เราจึงมีวิธีป้องกัน เช่น เอาบัตรมารวมกับหน่วยอื่นก่อนนับคะแนน เพื่อไม่ให้ใครทราบว่า หน่วยที่มีผู้มาใช้สิทธิคนเดียวนั้นเขาลงคะแนนช่องไหน เพราะเราคำนึงเรื่องเหล่านี้มาก

 

อีกประการ การห้ามถ่ายบัตรที่ลงคะแนนแล้วในคูหาเลือกตั้ง กฎหมายห้ามเพราะมาจากหลักลงคะแนนต้องเป็นความลับ ซึ่งเป็นการคุ้มครองสิทธิประชาชน ไม่ให้มีใครรู้ว่าเขาลงให้ใคร หากคนอื่นรู้ ผู้มาใช้สิทธิคนนั้นอาจจะไม่ปลอดภัย

 

นอกจากนั้น ยังเป็นการป้องกันเรื่องผลประโยชน์อย่างอื่น เช่น นำภาพถ่ายบัตร ที่ลงคะแนนแล้ว เอาไปขึ้นเงิน หลักลงคะแนนลับจึงสำคัญที่สุด กฎหมายจึงกำหนดไม่ให้ผู้ใช้สิทธิถ่ายภาพบัตรที่ตัวเองลงคะแนนแล้ว เพื่อไม่ให้มีการเผยแพร่

 

และป้องกันไม่ให้ใครบังคับใครให้ถ่ายรูปออกมา ถ้ากฎหมายไม่ได้ห้ามถ่าย อาจจะมีคนถูกบังคับให้ถ่ายรูปบัตรที่กาแล้วขณะไปใช้สิทธิ เพื่อไปมีผลกับการจ่ายเงิน-รับเงินกัน เรื่องเหล่านี้มีหลายมุม

 

เชิญชวนประชาชนไปดูกรรมการประจาหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) ‘อ่าน-ขาน-ขีด’ ขณะนับคะแนนที่หน่วยเลือกตั้ง

 

แสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ให้สัมภาษณ์ 3

 

แสวง: ยินดีที่ iLaw กับ we watch จะไปดูการนับคะแนน เพราะช่วงไฮไลต์ของวันเลือกตั้ง ไม่ใช่ตอนหย่อนบัตรเลือกตั้ง แต่คือตอนนับคะแนน หลังปิดหีบบัตรเลือกตั้ง

 

ขณะ กปน. หยิบบัตรมานับคะแนน ประชาชนสามารถถ่ายภาพ ถ่ายวิดิโอได้เลย แต่ต้องไม่ล้ำเส้นเข้าไปรบกวนการทำงานของกปน. ซึ่งแต่ละหน่วยจะมีรายชื่อชัดเจน กปน. ประกอบด้วยใครชื่ออะไรบ้าง

 

ส่วนการขึงเส้นกำหนดเขตหน่วยเลือกตั้ง เพื่อไม่ให้เกิดความวุ่นวาย เพราะกปน.ต้องปฏิบัติหน้าที่ ถ้าปล่อยให้ใครเข้าไปก็ได้ จะเป็นการรบกวนการปฏิบัติหน้าที่ของ กปน. ทำให้เสียสมาธิ และไปรบกวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งขณะเข้าคูหาไปใช้สิทธิ

 

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และสก. ที่กำลังเกิดขึ้น รวมถึงการเลือกตั้งสส. ที่ผ่านมาแล้วด้วย ช่วงไฮไลต์จริงๆ คือตอนนับคะแนนที่หน่วย

 

ประชาชนสามารถไปจับผิด กปน. ได้เลยว่าเขาทำถูกไหม อย่างแรกเลยคือ กปน. จัดหน่วยให้ประชาชนสังเกตได้หรือไม่ การตั้งบอร์ดขีดคะแนน อยู่ในระยะที่ประชาชนมองเห็นได้ไหม ได้ยินเสียงขานไหม ชูบัตรให้เห็นทุกใบหรือไม่ ถ้าไม่ใช่ ให้ประชาชนทักท้วงได้เลย

 

พอกปน. ‘อ่าน ขาน ขีด’ ทุกคนต้องเห็นเป็นสิ่งเดียวกัน เห็นเหมือน จากนั้น จะเอาใบผลคะแนนไปติดที่หน่วยว่านับได้แบบนี้ กรรมการก็จะเซ็นกำกับ ประชาชนสามารถถ่ายภาพใบขีดคะแนนใบใหญ่ๆ ได้เลย มาเทียบใบเล็กๆ ที่สรุปเป็นตัวเลข

 

ถ้าคะแนนสูสีกันมาก จะถ่ายวิดีโอยังได้เลย ตอนกปน. เขาปฏิบัติหน้าที่ เขาอ่านถูกไหม หรือขีดถูกไหม ตั้งกล้องถ่ายได้เลยถ้าเราสังเกตการณ์และต้องการความถูกต้อง ถ้าเราทำแบบนี้จะไม่มีอะไรสงสัยกันเลย

 

กรณีถ้าเจอ กปน. บอกประชาชนหรือผู้สังเกตการณ์ว่า ให้ดูการนับคะแนนเฉยๆ ไม่ให้ทักท้วง ไม่ให้มีส่วนร่วม ถ้าแบบนี้ กปน. ทำไม่ถูกต้องแน่นอน เพราะระหว่างปฏิบัติหน้าที่ต้องให้สิทธิประชาชนไปสังเกตการณ์ เราต้องการความโปร่งใส ไม่งั้นถ้าคนไม่เชื่อแล้วความชอบธรรมจะมีปัญหา

 

ถ้ากปน. ห้ามหรือไม่ฟังการทักท้วงขณะนับคะแนน สามารถเก็บมาเป็นหลักฐานร้องเรียนได้เลย

 

แต่กรณีไม่เก็บหลักฐานตั้งแต่แรก แล้วพอมาร้องภายหลังเหมือนไปสวนทางกับกระบวนการที่กฎหมายวางไว้ เมื่อมีสิทธิทักท้วงทำไมไม่ท้วง “ต้องแฟร์กับ กกต. และผู้ปฏิบัติงานด้วย” กฎหมายให้ท้วงตั้งแต่แรก เพราะเราไม่ได้ปิดบัง เราให้ทกคนเห็น ให้ช่วยกันตรวจสอบ มาดูเอง มาถ่ายรูปเองเลย และโวยขณะนับคะแนนได้เลย ขณะที่เขากำลังขีดเพราะยังสดๆ อยู่ ซึ่งทางกปน. ก็จะบันทึกเหตุการณ์ไว้ด้วย

 

เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ผู้ใช้สิทธิที่เพิ่งย้ายเขต ต้องเข้าคูหา 2 หน่วยเลือกตั้ง

 

แสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ให้สัมภาษณ์ 4

 

แสวง: ผู้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ถ้าเพิ่งย้ายจากเขตหนึ่งไปอยู่อีกเขต การเลือกตั้งตัวผู้ว่าฯ กทม. ทำได้อยู่แล้ว แต่กปน. จะแจกบัตรให้กาได้เฉพาะบัตรเลือกผู้ว่าฯ ส่วนถ้าจะเลือกสก. ต้องกลับไปเขตเดิมก่อนที่จะย้ายมาไม่ถึง 1 ปี ต้องเดินทางไป 2 หน่วยเลือกตั้ง รายชื่อเหล่านี้ทาง กกต. ทำบัญชีพิเศษไว้ให้

 

สิทธิที่ประชาชนทำได้ ระหว่างดู กปน. นับคะแนนที่หน่วยเลือกตั้ง

 

แสวง: ถ้าเห็น กปน. ทำผิดก็ทักท้วงได้เลย ต้องทักท้วงตั้งแต่ตอนนับคะแนน ไม่ใช่ผ่านไปแล้วมาท้วง ต้องมีหลักฐาน ทั้งการขานเลข หรือบัตรเสีย ท้วงได้เลย เพราะจะเป็นหลักฐานให้ตรวจสอบได้

 

แต่ถ้านับคะแนนจนเสร็จ ไม่ท้วง ก็จะเหมือนยืนดูและรับรองจนการนับคะแนนจบไปแล้ว พอแพ้แล้วมาบอกว่ามีข้อทักท้วง

 

ควรมาให้ความสำคัญที่หน่วยเลือกตั้ง จุดที่ประชาชนไปลงคะแนน ต้องโปร่งใส เห็นด้วยตา ทั้งการหย่อนบัตร การนับคะแนนที่หน่วย ต้องสามารถยืนยันกันได้ สามารถตรวจสอบได้

 

ส่วนการรวมคะแนน จะมีขึ้นหลังกปน. แต่ละหน่วยนำคะแนนมาส่งที่เขต

 

ตามลำดับคือ คะแนนเกิดจากการที่ประชาชนไปหย่อนบัตร คนที่จะบอกว่าคะแนนแต่ละหน่วย ใครได้เท่าไหร่ คือ กปน.

 

ส่วนใครจะได้เป็น สส. หรือ ผู้ได้รับการเลือกตั้ง คนที่รวมคะแนนคือ เขตเลือกตั้ง โดยกรรมการเขต

 

ต่อมาผ่านการตรวจสอบจากจังหวัด เมื่อจังหวัดส่งมา กกต. ก็ตรวจสอบว่า “หน่วย-เขต-จังหวัด” ทำถูกต้องหรือไม่ ซึ่งคะแนนอย่างไม่เป็นทางการมีการประกาศที่หน่วยตั้งแต่เช้ารุ่งขึ้นแล้ว

 

ส่วนกกต. ตรวจสอบอย่างเดียว หลังจากคนนับคะแนนคือ กปน. คนรวมคะแนนคือเขตการเลือกตั้ง คนส่งให้กกต.คือจังหวัด

 

การเลือกตั้งทั่วไป (สส.) มีแสนกว่าหน่วย บางหน่วยกระดานไม่พอจึงมีการแปะกระดาษขีดคะแนนซ้อนเหลื่อมกัน ซึ่งประชาชนทักท้วงได้เลยว่าการนับคะแนนโปร่งใส สามารถมองเห็นได้หรือไม่ เปิดกระดาษให้เห็นการขีดคะแนนหรือไม่

 

ถ้ากปน. ไม่ยอม ก็จะมีกระบวนการให้นับคะแนนใหม่ หรือกระทั่งเลือกตั้งใหม่ มีมาตรการอยู่แล้ว

 

นี่คือการมีส่วนร่วมของประชาชนตามที่ควรจะเป็น ไม่ใช่ปล่อยให้ กปน. นับไปก่อน ถ้าชนะก็แล้วไป ถ้าแพ้ค่อยมาร้องว่านับผิด นี่ไงจึงมีปัญหา จะมีแบบนี้ ผู้สมัครรอดูผลอย่างเดียว พอแพ้แล้วค่อยมาร้องเรียน

 

ถ้าท้วงแล้ว กปน. ไม่ฟัง ประชาชนมีโทรศัพท์ก็ถ่ายคลิปแล้วนำมาร้อง ให้มีการตรวจสอบว่าทุจริตหรือไม่ หรือมีข้อจำกัดอะไรจึงทำแบบนี้ ซึ่งอาจจะนำไปสู่การนับคะแนนใหม่ หรือเลือกตั้งใหม่อยู่แล้ว

 

ไม่ใช่ว่า พอแพ้แล้วมาลงที่กกต. ไม่เป็นกลางไม่เป็นธรรมหรือเปล่า ที่จริงเราถูกตรวจสอบ เราอยู่ท่ามกลางสายตาประชาชนอยู่แล้ว ไม่ได้มีปัญหาอะไร

 

คุณโทษเราเราก็ฟังอยู่แล้วทุกวันนี้ แต่สามารถแก้ปัญหาอย่างที่คุณอยากเห็นได้ไหม แพ้-ชนะ เป็นเรื่องของประชาชนเลือก บางทีกติกาอาจจะทำให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้เปรียบ ก็ต้องไปแก้ตรงกติกานั้น

 

ไม่ใช่ครั้งไหนคุณชนะ คุณยอมไม่ร้องเรียน แต่พอแพ้ก็พูดอีกแบบหนึ่ง เปลี่ยนที่ยืนเปลี่ยนเวลา พอชนะไม่ร้องเรียน เราก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรนะ ยืนอยู่ตรงนี้ให้คุณด่า

 

อยากให้คุณมีเวทีแข่งขันที่เป็นธรรม แต่คุณไม่เชื่อก็ไม่เป็นไร ขอให้คุณลองกลับไปคิดดูว่า บริบทการแข่งขันทุกวันนี้ ไม่มีระบบอะไรที่ดีกว่านี้ที่จะเป็นสะพานให้ไปใช้อำนาจเพื่อประชาชนได้ ประชาชนก็ต้องช่วยกันดูแลทั้งการไปเลือกตั้งและการนับคะแนน เพราะเป็นช่องทางเดียวที่จะเลือกผู้แทนที่คิดว่าดีที่สุด ที่จะไปทำหน้าที่แทนคุณ ไม่มีอะไรดีกว่านี้ แต่อย่าไปบั่นทอน อย่าไปด้อยค่าตัวระบบ

 

ล่าสุดจึงบอกว่าให้เข้ามาดู ถ้าคิดว่าไม่โปร่งใสก็ให้ดูทุกขั้นตอน อย่ารอจนแพ้แล้วมาบอกว่าเป็นอย่างโน้นเป็นอย่างนี้ ซึ่งเหมือนจินตนาการ ไม่ได้มีข้อเท็จจริงที่เก็บเป็นหลักฐานรองรับตั้งแต่แรก

 

หน้าที่เรา ต้องทำให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม ไม่ริดรอนหลักการลงคะแนนโดยลับ ซึ่งเราทราบอยู่แล้ว จะให้ใครเข้าไปทราบว่าใครลงคะแนนให้ใครไม่ได้ ไม่ว่ากกต. หรือศาล ไม่มีองค์กรไหนทำได้ ถ้าหากใครจะไปรื้อเปิดดูบัตรเลือกตั้งก็ผิดกฎหมายอยู่แล้ว

 

คนบุรีรัมย์ เข้ามาเรียนกรุงเทพฯ ทำงานกรุงเทพฯ

 

แสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ให้สัมภาษณ์ 5

 

แสวง: ใช่ครับ ถ้าพูดถึงชีวิตตัวตน ก็เป็นลูกชาวบ้านคนธรรมดานี่ล่ะ พ่อแม่เป็นชาวนา พี่น้องเป็นชาวนา ทุกวันนี้ก็เป็นชาวนาอยู่ ใช้ชีวิตแบบลูกชาวนาถึงอายุ 25 ปี ก็ทำงานราชการ

 

ช่วงที่เป็นเด็กก็ผ่านมาทุกเรื่องที่คนบ้านนอกเจอ ตั้งแต่สมัยยังไม่มีไฟฟ้าใช้ กระทั่งอายุเกือบ 20 ปี ไฟฟ้าจึงเข้าหมู่บ้าน โชคดีที่พ่อแม่ส่งมาเรียน เพราะลูก 6 คน ไม่ใช่ได้เรียนทุกคน ผมเป็นลูกคนเล็กเกิด พ.ศ.2506 พอส่งมาเรียนก็ด้วยความเป็นคนบ้านนอกก็อยากมีการมีงานทำ ความใฝ่ฝันอาชีพหลังเรียนจบ เช่น เป็นครู เป็นปลัดอำเภอ

 

จึงพยายามเรียนที่หมู่บ้านตั้งแต่ ป.1 จนจบป.7 ในสมัยนั้น แล้วมาเรียนที่อำเภอจบ ม.ศ. 3 เรียนที่จังหวัดจบ ม.ศ. 5 แล้วมาเรียนต่อในกรุงเทพฯ

 

โชคดีที่มีโอกาสเรียน ความโชคดีของคนไทยสามารถสร้างตัวเองถ้าเรามีความฝัน ผมเจอแต่สิ่งดีๆ ในชีวิต โดยส่วนตัวถือว่าประสบความสำเร็จจากที่เคยฝันไว้แค่อยากมีงานทำ มีเงินเดือน เพราะการเป็นชาวนาเป็นชีวิตที่ลำบากมาก ผมเป็นลูกชาวนาและเป็นชาวนามา 25 ปี เราจะรู้ ทั้งที่ชาวนาเป็นอาชีพที่เลี้ยงประเทศชาติ

 

ประสบการณ์ชาวนา เลี้ยงควาย เก็บข้าว ฟังเสียงฝนตกลงสังกะสี

 

แสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ให้สัมภาษณ์ 6

 

แสวง: ตอนเป็นเด็ก ผมไถนา เลี้ยงควาย ดำนา เกี่ยวข้าว ตีข้าวเพื่อเก็บเมล็ดข้าว เคยนอนที่นา ตื่นเช้าต้องเอาวัวควายไปนา เผาถ่าน หาปลา ปลูกพืช เป็นเศรษฐกิจพอเพียง ทำเพื่อยังชีพในครอบครัว นั่นคือชีวิตสมัยเป็นเด็ก

 

ตอนเรียนประถม จูงควายไปนา ไม่มีรองเท้าใส่ คนบ้านนอกสมัยโน้น ตื่นเช้าต้องไปเรียน ก่อนไปเรียนต้องเอาควายไปนาก่อน ช่วยเอาควายไปให้พ่อแม่ใช้ที่นา ไปตั้งแต่เช้ามืดแล้วไปถึงที่นาก็สว่าง ชาวนาเป็นอาชีพที่เหนื่อยนะ

 

เวลามีน้ำท่วม ชาวนาก็ลำบาก เหลือที่ดอนให้ควายไปกินหญ้าได้อย่างจำกัด เราไม่ได้ตัดหญ้าให้ควายกิน เรายืนอยู่บนหลังควายจับเชือก แล้วก็พาควายข้ามน้ำ ไปที่ดอน เป็นประสบการณ์สมัยนั้น ตอนเย็นก็ไปรับควายมาจากนา ให้มานอนใต้ถุนบ้าน แต่ถ้าเป็นฤดูเก็บเกี่ยว เราต้องไปนอนนา ควายก็จะอยู่ที่นา เมื่อก่อนไม่ค่อยมีโจรขโมย ถ้าจะมีก็คือมาจากหมู่บ้านอื่นซึ่งนานๆ จะเกิดครั้งหนึ่ง

 

ฤดูเก็บเกี่ยวจะมีลานข้าว ตีเมล็ดข้าวออกมา เราก็จะนอนเฝ้าข้าวไปด้วย มีวัวควายอยู่ตรงนั้นด้วย

 

เวลาฝนตกจะคิดถึงภาพเราเป็นเด็ก สมัยก่อนมีวิทยุทรานซิสเตอร์เล็กๆ เครื่องเดียว พ่อฟังข่าวเช้า ฟัง ‘ปรีชา ทรัพย์โสภา’ หลังจากนั้น เราจะเอาวิทยุมาฟังเพลง เวลาเลี้ยงควาย เพราะต้องดูไม่ให้มันไปไม่กินข้าว ก็เลยชอบฟังเพลงมาตั้งแต่นั้น

 

ไม่ต้องพูดถึงโรงหนังเลย ไม่มี มีแต่หนังกลางแปลง หนังขายยาไปฉาย นานๆ จะไปที ความบันเทิงตอนนั้น มีหนังกลางแปลงกับหมอลำ ถ้ามีงานบวชงานศพ ถ้าเป็นคนมีฐานะเขาจะจ้างมาแสดง

 

ส่วนความสุขจริงๆ แบบชาวบ้านไม่ต้องแข่งขันสูง ตอนผมจำความได้ในหมู่บ้านก็จะมีบ้านครู บ้านข้าราชการ เราก็อยากมีงานทำแบบนั้น รู้สึกว่าชีวิตดีกว่า

 

ตอนนั้นเราน้อยใจที่เกิดเป็นลูกชาวบ้านตอนเป็นเด็ก แต่วันนี้เราภูมิใจในสิ่งที่เราเป็นมากกว่า

 

ทุกวันนี้การใช้ชีวิตส่วนตัวก็เหมือนเดิม เพียงแต่แตกต่างจากคนอื่นตรงที่ตำแหน่งหน้าที่เท่านั้น

 

ชีวิตส่วนตัวเรา พูดแบบชาวบ้านคือ ‘เรายังไม่ลืมกำพืดตัวเอง’ แต่ก่อนอาจจะเคยลำบาก ก็ผ่านมาแล้ว ก็ทำให้เราสะสมประสบการณ์ให้เราเป็นคนแข็งแรงทั้งสภาพร่างกายจิตใจ และนิ่งขึ้น

 

บางครั้งเราก็คิดถึงความสุขแบบนั้น ยกตัวอย่าง ผมชอบนอนฟังเสียงฝนที่ตกใส่หลังคาบ้าน เมื่อก่อนเป็นหลังคาสังกะสี เสียงจะดัง รั่วด้วยนะ แต่เรามีความสุขทั้งๆ ที่เสียงฝนตกใส่สังกะสีเป็นเสียงที่ดังมาก เสียงฝนตกคือเสียงธรรมชาติ เป็นความถี่ที่เรารับได้พอดีจากธรรมชาติ เหมือนเสียงน้ำตก เสียงลม เสียงคลื่นทะเลเช่นกัน ทำให้เรารู้สึกมีความสุข

 

ส่วนสมัยนี้เรามีความสุขแบบใหม่ สุขในการทำหน้าที่การคบค้าสมาคมที่เปลี่ยนไป

 

โลกการเรียน กับโลกของการทำงาน เหมือนคนละโลก เพียงแต่เราจะรักษาความฝันหรือตัวตนในระบบราชการ ระบบที่เราอยู่อย่างไร ซึ่งไม่เหมือนในมหาวิทยาลัยหรือสถานศึกษาที่เราต้องแข่งกับตัวเองว่าจะสอบได้คะแนนเท่าไหร่

 

ส่วนโลกของการทำงาน บางคนเสียตัวตนจากสมัยเรียนหนังสือ เพื่อให้ตัวเองบรรลุเป้าหมาย

 

ส่วนผมมีตัวตน ผมมีหลักการทำงาน 3 เรื่อง

 

1)เป็นคนในศาสนา

 

2)เป็นคนดีในการเป็นพลเมือง

 

3)เป็นคนถูกต้องในหน้าที่

 

เราต้องเป็นคนในศาสนา ศาสนาใดก็ตามมีคำสอนที่ดี, เป็นพลเมืองดีของประเทศ แต่บางครั้งก็อาจจะมีขัดหลักศาสนา เช่น ทหารไปรบก็ต้องมีฆ่าศัตรูข้าศึก, ทำหน้าที่อย่างถูกต้องในตำแหน่งหน้าที่

 

ตำแหน่งปัจจุบันที่อยู่ท่ามกลางนักการเมือง ผลประโยชน์ทางการเมือง อยู่ท่ามกลางมวลชนของแต่ละฝ่าย ถ้าเราทำตามหลักการ 3 ข้อ เราจะไม่รู้สึกหวั่นไหว ไม่รู้สึกมีปัญหา แต่รับฟังทุกเรื่องที่เข้ามา ผมเชื่อว่าคนฉลาดจากการรับฟังมากกว่าการพูด เราจึงรับฟัง แต่บางครั้งโดยหน้าที่ก็พูดบ้าง

 

เรียนมหาวิทยาลัยรามคำแหง และ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

 

แสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ให้สัมภาษณ์ 7

 

แสวง: ชีวิตผมไม่ค่อยมีการเฉลิมฉลอง อย่างเราเรียนคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ได้เกียรตินิยม จบปริญญาตรีใน 3 ปี พ่อแม่ก็ไม่ทราบเพราะเราไม่ได้บอก แล้วเขาก็มองว่าเราดูแลตัวเองได้

 

พอทำงานก็ไม่ค่อยมีงานเลี้ยง ไม่ว่าจะสอบทำงานได้ เลื่อนตำแหน่ง จนถึงตำแหน่งเลขาธิการกกต. ไม่มีการฉลอง เราก็อยากใช้ชีวิตของเราแบบนี้ ซึ่งภรรยาและลูกก็ชอบแบบนี้ ลูกอายุยี่สิบกว่าปีถือว่าเป็นคนรุ่นใหม่ เขาก็ใช้ชีวิตเขาแบบนี้เช่นกัน ส่วนภรรยาก็เป็นคนส่งเสริมให้เรารู้สึกว่าเราเดินไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคง เช่นเดียวกับครอบครัวตั้งแต่เราอยู่กับพ่อแม่

 

ที่จริงครอบครัวภรรยาก็เป็นคนมีฐานะ และภรรยาผมเธอเป็นคนเก็บตัว แต่เมื่อเรามีตำแหน่งเลขาธิการกกต. ก็อยากให้คนรู้จักเธอบ้าง

 

ความฝันเดิม อยากเรียนมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เพราะตอนเรียนมัธยมชอบอ่าน ‘ปุลากง’ ตัวเอกเป็นพัฒนากร เราจึงนึกถึง 2 ตำแหน่ง คือปลัดอำเภอหรือพัฒนากร ตามเรื่องปุลากง ผมชอบมากเป็นเรื่องการพัฒนาของคนหนุ่มที่เรียนจบใหม่ ส่วนอีกเล่มที่ผมอ่านหลายรอบคือ สี่แผ่นดิน

 

แต่เอ็นทรานซ์ไม่ติดธรรมศาสตร์ จึงไปเรียนมหาวิทยาลัยรามคำแหง คณะรัฐศาสตร์

 

ที่อยากเรียนธรรมศาสตร์ เพราะอยากมีส่วนทำให้บ้านเมืองดี อยากเรียนเพราะประวัติของธรรมศาสตร์ ที่เขามีมอตโต้ ‘ธรรมศาสตร์สอนให้ฉันรักประชาชน’

 

สุดท้ายได้ไปเรียนปริญญาโทธรรมศาสตร์ เพราะเป็นความใฝ่ฝัน จึงไปเรียนตอนทำงานแล้ว

 

รับราชการครั้งแรก ที่รัฐสภา

 

แสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ให้สัมภาษณ์ 8

 

แสวง: ผมบรรจุเป็นข้าราชการตั้งแต่ปี 2531 ทำงานที่รัฐสภา ส่วนตอนเหตุการณ์ ‘พฤษภา 35’ ผมทำงานที่รัฐสภาแล้ว พอเริ่มทำงานไม่นานก็สอบได้ปลัดอำเภอด้วย นั่นคือความใฝ่ฝันอีกความฝันเลย

 

ตอนนั้นก็ชั่งใจ สอบได้เรียนปริญญาโทธรรมศาสตร์ พอดีกับสอบปลัดอำเภอได้ ทั้ง 2 อย่างเป็นสิ่งที่ใฝ่ฝันตั้งแต่ยังเด็ก แต่ผมเลือกธรรมศาสตร์ เพราะตอนนั้นถ้าเลือกเป็นปลัดอำเภอ ต้องไปต่างจังหวัด เราจะเข้ามาเรียนภาคค่ำไม่ได้ พอดีเรามีงานทำที่รัฐสภาแล้วด้วย ไม่งั้นอาจจะเลือกไปต่างจังหวัด

 

ผมเรียนปริญญาโทตอนอายุ 27 ปี นั่งรถเมล์ไปเรียนธรรมศาสตร์ จบรัฐศาสตร์ การปกครอง

 

ก่อนทำวิทยานิพนธ์ ก็ใช้เวลาทำงานมากกว่าทำวิทยานิพนธ์ แต่โชคดีมีอาจารย์ที่ให้ความเมตตา คือ อาจารย์นรนิติ เศรษฐบุตร กับ อาจารย์ลิขิต ธีรเวคิน ท่านมาเป็นที่ปรึกษากรรมาธิการ

 

ตอนนั้น ผมเป็นเจ้าหน้าที่ประจำกรรมาธิการ ท่านบอกว่า “แสวงคุณมีความรู้เยอะกว่าที่เรียนแล้ว คุณไปทำวิทยานิพนธ์ให้จบเถอะ” จึงได้ไปทำเรื่องรักษาสิทธิ์ เพื่อที่จะไปทำวิทยานิพนธ์ ไม่งั้นจะถูกคัดชื่อออกเพราะมัวแต่ทำงาน

 

ผมทำวิทยานิพนธ์เรื่องวัฒนธรรมทางการเมือง ซึ่งวัฒนธรรมมีอยู่ในทุกองค์กร ประเทศชาติก็ต้องมีวัฒนธรรม ประชาธิปไตยตอนนี้ก็เป็นหลักการ แต่ว่าชีวิตจิตใจในทางปฏิบัติก็ต้องพูดด้วยเหตุผล ไม่ใช่มุสาประชาธิปไตย คือพูดไม่จริง เพื่อประโยชน์ใครก็ตาม ซึ่งจะสร้างผลร้ายจากการพูดไม่จริง

 

ด้วยความเป็นคนบุรีรัมย์ เคยทำงานรัฐสภาจนมาถึงกกต. ได้เจอคุณชัย ชิดชอบ ในฐานะอะไรหรือไม่

 

แสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ให้สัมภาษณ์ 9

 

แสวง: ผมเจอ ‘พ่อชัย ชิดชอบ’ สมัยท่านเป็นกรรมาธิการการปกครอง ที่ท่านสนอง รอดโพธิ์ทอง เป็นประธาน ตอนนั้นผมเป็นเจ้าหน้าที่ซี 3 ผมเป็นเจ้าหน้าที่ประจำกรรมาธิการ

 

ส่วนคุณเนวิน ชิดชอบ ผมเคยเจอตอนที่พ่อชัยแนะนำให้รู้จักว่า คุณเนวินเป็นลูกชายพ่อชัย

 

พ่อชัยมักจะเรียกพวกเราที่อายุน้อยกว่าว่าลูก ส่วนตัวผมก็มีความนับถือท่าน

 

พอเราเป็นคนบุรีรัมย์ ก็มีคนมองว่า ข้าราชการโตเพราะนักการเมืองหนุนหลังหรือเปล่า แต่ผมรู้จักทุกฝ่ายนั่นแหละ เราอยู่ตรงนี้ ตำแหน่งแบบนี้ก็เป็นแบบนี้

 

มีความเข้าใจผิดของคนอื่น ที่บอกว่าผมเคยทำงานกับพ่อชัย ชิดชอบ มีคนไปพูดกันว่าผมเป็นคณะทำงานส่วนตัวของพ่อชัย นั่นคือความเข้าใจผิด ผมไม่แน่ใจคนพูดต้องการอะไร

 

การเป็นข้าราชการประจำ จะมีสายบังคับบัญชาที่เป็นข้าราชการประจำ ส่วนพ่อชัย ชิดชอบ หรือใครก็ตามที่เป็นนักการเมืองจะไม่ใช่ผู้บังคับบัญชาอยู่แล้ว และผมก็ไม่เคยเป็นคณะทำงานของท่านเลย การเป็นข้าราชการจะไปทำงานส่วนตัวให้ท่านไม่ได้ นอกจากใครเป็นคณะทำงานของท่านก็เป็นเรื่องของเขา

 

ตอนท่านเป็นประธานรัฐสภาตอนหลัง ผมก็ออกมาจากรัฐสภาแล้วตั้งแต่ปี 2541

 

ผมไม่เคยทำงานกับพ่อชัย ตอนที่ท่านเป็นประธานสภา และประธานกรรมาธิการ ผมออกมาจากรัฐสภาแล้ว เคยแต่ทำงานกรรมาธิการปกครอง ที่ท่านสนอง รอดโพธิ์ทอง เป็นประธาน ผมเป็นเจ้าหน้าที่ประจำคณะกรรมาธิการ

 

เราต้องเข้าใจด้วยว่า สส. ก็ไม่ได้อยู่ในสภายาวนานนะ อยู่ไปสักพักถ้ามีการรัฐประหาร สส. ก็หายไป กว่าสส.จะมาอีกรอบ ก็ช่วงเวลาห่างกันแล้ว

 

ผมทำงานที่สภา เป็นเจ้าหน้าที่กรรมาธิการการปกครอง ตอนนั้นผมอายุน้อยก็มีหัวหน้างาน ผมก็เป็นทีมงานในนั้น ส่วนใหญ่ผมจะทำงานในกรรมาธิการกฎหมาย ซึ่งเป็นเหมือนชุดเฉพาะ ที่ผู้บังคับบัญชามอบหมาย ตอนมีสภาร่างรัฐธรรมนูญผมก็เป็นหัวหน้างานธุรการสภาร่างรัฐธรรมนูญ ทำงานกับประธานอุทัย พิมพ์ใจชน กับท่านนายกฯ อานันท์ ปันยารชุน ก่อนจะมีรัฐธรรมนูญฉบับ 2540

 

ผมมักจะได้รับมอบหมายให้ไปทำงานเกี่ยวกับกฎหมาย แม้ไม่ได้อยู่ฝ่ายกฎหมาย ซึ่งคณะกรรมาธิการที่ผมเป็นเจ้าหน้าที่ประจำ บางครั้งก็ไม่ค่อยได้รับความสนใจ เช่นเดียวกับ สสร. ที่สมัยนั้น ใครจะคิดว่าจะร่างรัฐธรรมนูญได้สำเร็จ

 

แต่ด้วยความร่วมมือระหว่างประธานอุทัย พิมพ์ใจชน กับท่านนายกฯ อานันท์ ปันยารชุน ท่านร่วมมือกันจึงออกมาด้วยดี แล้วสังคมก็สนับสนุนต้องการให้มีรัฐธรรมนูญ จึงมีร่างรัฐธรรมนูญที่ดีฉบับหนึ่ง จากนั้นผมก็มาอยู่ กกต. ไม่ได้กลับไปทำงานที่รัฐสภาอีก

 

ผมทำงานกับกรรมาธิการเชิงปฏิรูปการเมือง ไม่ใช่กรรมาธิการสามัญ ผมทำงานกรรมาธิการที่ อาจารย์ชุมพล ศิลปอาชา เป็นประธาน

 

คณะกรรมการปฏิรูปการเมือง กับ ท่านประจวบ ไชยสาส์น คณะกรรมการศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญ

 

สำนักงานมอบให้ผมทำงานลักษณะแบบนี้ จึงมีความรู้เรื่องรัฐธรรมนูญหรือการปฏิรูปการเมือง พอสมควร เพราะเราเป็นฝ่ายเลขา เราก็นั่งฟังอยู่

 

ตอนผมอยู่สภา จะมีเจ้าหน้าที่ 3 คน ต่อ 1 คณะกรรมาธิการ ผมเข้าไปซี 3 จะมีรุ่นพี่ ซี 5-6 กระทั่งผมอยู่รัฐสภาเป็นข้าราชการซี 6 หัวหน้าฝ่าย จึงย้ายมากกต.

 

ผมเป็นคนธรรมดามาก มีสไตล์ มีตัวตน ไม่เคยตามนักการเมือง มีครั้งเดียวมาทำงานทำเนียบรัฐบาลสมัยอาจารย์ชุมพล ศิลปอาชา ท่านขอจากทางสำนักงานผม เขาก็ส่งผมมา โดยยังเป็นข้าราชการอยู่ เป็นคณะกรรมการปฏิรูปการเมืองของอาจารย์ชุมพล เรื่องการแก้รัฐธรรมนูญ เป็นการศึกษาก่อนมี สสร. ซึ่งนายก บรรหาร ศิลปอาชา มาตั้ง สสร. ตอนหลัง

 

หลัง ‘พฤษภา 35’ สังคมอยากได้รัฐธรรมนูญประชาธิปไตย ผมได้รับมอบหมายให้มาดูงานแบบนี้ เป็นคณะกรรมาธิการวิสามัญ มีทั้งคนนอก นักวิชาการ ทำให้เรามีความรู้เรื่องแบบนี้

 

ผมกินเงินเดือนหลวงไม่เคยกินเงินเดือนใคร ไม่งั้นเราจะอยู่ไม่ได้ โดยเฉพาะองค์กรที่อยู่ท่ามกลางฝ่ายต่างๆ

 

คนที่เอาไปพูดโดยไม่รู้เขามีวัตถุประสงค์อะไร ถ้าเราไปชี้แจงก็อาจจะไปต่อความยาวสาวความยืดหรือไปเพิ่มอะไรให้เขา(หาแสง)

 

ผมกล้าสบตาทุกคน เราทำงานตรงนี้ เวลาคนมองราชการ เหมือนกระทรวงทบวง กรม คนจะมองว่าเราเจริญได้เพราะฝ่ายการเมืองจิ้ม ผมเป็นเลขาธิการ กกต. ตั้งแต่สมัยไหน ไม่ใช่เพิ่งมาเป็น

 

แล้วผมมีอะไรที่ต้องทำให้เบี่ยงเบนตำแหน่งหน้าที่ ผมไม่มีหน้าที่ทำงานตามใจใคร บางครั้งกฎหมายทำให้คนได้เปรียบ ก็ต้องไปแก้กฎหมาย อย่ามาโทษ เวลาแพ้เลือกตั้ง ต้องดูศักยภาพในการแข่งขันของตัวเอง และดูกฎหมายเปิดโอกาสให้ใคร ถ้ามองอย่างเป็นธรรม เราก็ทำตามกฎหมาย

 

การแข่งขันทางการเมืองไม่ได้แบ่งรุ่น เพราะชกด้วยกันหมด คนชนะคือคนมีศักยภาพ ไม่ออมมือให้คนศักยภาพน้อยกว่า

 

อยากให้แก้ปัญหาให้ถูก ต้องดูว่าปัญหาอยู่ตรงไหน อยู่ที่กติกาหรือไม่ อยู่ที่ระบบหรือเปล่า เมื่อแพ้แล้วโทษกกต. ก็โทษได้อยู่แล้ว แต่ไม่ได้แก้ปัญหาอะไรเลย แข่งขันใหม่ก็เป็นแบบนี้เพียงแต่เปลี่ยนคนชนะ จากสิ่งที่ถูกสร้างมาแบบนี้ เราต้องดูว่าปัญหาอยู่ตรงไหนก่อน

 

มาทำงานกกต. เป็นรุ่นแรก ซึ่งเป็นองค์กรตามรัฐธรรมนูญ 2540 จนมาถึงปัจจุบัน ผ่านหลายยุคสมัย มองภาพสะท้อนการเมืองไทยผ่านการทำงานในสำนักงานกกต. ซึ่งเป็นองค์กรเกี่ยวข้องกับประชาธิปไตยโดยตรงอย่างไร

 

แสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ให้สัมภาษณ์ 10

 

แสวง: กกต. เกิดบนความหวังของประชาชน หวังให้เรามาทำให้การเลือกตั้งสุจริต และเที่ยงธรรม เพื่อให้เป็นบันไดขั้นต่อไปให้ดี เป็นที่ยอมรับ ก็ต้องยอมรับว่าบนเส้นทางนี้ไม่ได้ง่าย เพราะคุณภาพของคะแนนเสียงบางพื้นที่ขึ้นอยู่กับระบบอุปถัมภ์ที่ยังมีอยู่ หรือบางคนก็ใช้ตำแหน่งหน้าที่อิทธิพลของรัฐเพื่อที่จะทำให้ตัวเองชนะ เมื่อบริบทในสังคมเป็นแบบนี้ ซึ่งเราจะไปโทษใครก็ไม่ได้ จนถึงทุกวันนี้ความพยายามเหล่านั้นมีอยู่ตลอด

 

แต่เราสำนักงานกกต. มีเป้าหมายชัดเจนจนมาถึงทุกวันนี้ เราอยากเห็นบ้านเมืองดี คนชอบหรือไม่เป็นเรื่องปกติ ผมและทุกคนก็ต้องไปเลือกตั้ง รวมถึงเลือกตั้งผู้ว่า กทม. ผมก็ต้องไปเลือก แต่จะเลือกใครเป็นความลับ ถ้าผมบอกว่าผมเลือกใคร ก็ไม่เป็นกลางแล้ว

 

ผมกำลังจะบอกว่า ผมโตมากับรัฐสภา เป็นนายทะเบียนพรรคการเมือง แต่ละพรรคการเมืองรู้จักผมไหม เขาก็รู้จักทุกคนไม่ว่าจะพรรคไหน โดยเฉพาะผู้อาวุโสเก่าๆ รู้จักผม แต่เราทำงาน เราก็มีหน้าที่ของเรา ทำงานบนความถูกต้อง

 

หากจะให้คำปรึกษาก็ทำได้ตามหลักกฎหมาย บางครั้งคู่ขัดแย้งทั้ง 2 ฝ่ายที่ทะเลาะกัน เขามาหาผมทั้ง 2 ฝ่ายเลยก็มี เราก็ให้คำปรึกษา ทั้ง 2 ฝ่าย เราไม่ใช่คู่ขัดแย้ง แล้วตำแหน่งที่เราทำก็รู้จักทุกฝ่าย พรรคไหนก็รู้จักเรา บางครั้งเขามาปรึกษา ผมก็ให้มาคุยที่สำนักงานกกต. ไม่ได้มีปัญหาอะไร

 

จัดการเลือก สว.ปี 2567

 

แสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ให้สัมภาษณ์ 11

 

แสวง: แม้แต่ผมมีตำแหน่งเลขาธิการกกต. ก็ต้องบอกว่าการเลือกตั้งเป็นของทุกคน ไม่ใช่เพียง กกต. จากประสบการณ์ที่ผ่านมา ก็ต้องเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วม

 

เช่นเรื่องเลือก สว. ทางสำนักงานกกต. คิดป้องกันมาก่อนแล้ว คือระเบียบเกี่ยวกับการแนะนำตัว เราไม่ให้คนไปพบกันเพราะสว.ต้องเลือกจากผู้ทรงคุณวุฒิให้เลือกจากคุณสมบัติประวัติประสบการณ์ลักษณะของเขา เพียงแต่แยกตามสายอาชีพ ซึ่งเขียนข้อมูลของเขาลงกระดาษก็พอแล้ว เราจึงไม่ให้ผู้สมัครไปพบกัน ไม่ให้ขอคะแนนกัน เราต้องการความสุจริตและความถูกต้อง

 

และการห้ามนำเอกสารเข้าไปในหน่วยเลือกตั้ง มีทั้ง 2 ข้อเลย

 

แต่เมื่อมีผู้สมัครไปร้องศาลปกครองว่าจำกัดเสรีภาพ จึงมีการยกเลิกข้อห้ามดังกล่าว

 

ต่อมาเมื่อเปิดโอกาสให้คนเจอกัน พอมาถึงระดับประเทศที่เมืองทองธานี ถ้าเอาตามระเบียบเดิมของกกต. ผู้สมัครจะทำแบบนั้นไม่ได้เลย เราป้องกันตั้งแต่ต้น ไม่สามารถประชุม ไม่สามารถนำเอกสารเข้า

 

แต่การป้องกันของเรานั้นถูกยกเลิก มีผู้สมัครไปร้องศาลปกครอง ศาลจึงยกเลิกโดยเน้นสิทธิเสรีภาพ ก็เป็นเรื่องดี เพียงแต่ต้องชั่งดูว่า สิทธิเสรีภาพ กับ ความสุจริตเรียบร้อย จะวางตำแหน่งตรงไหน ไม่มีใครถูกใครผิดเรื่องนี้

 

เมื่อสุดท้ายต้องให้เสรีภาพเป็นตัวตั้ง ก็เกิดเหตุการณ์ขึ้น ทั้งที่เกิดขึ้นหลังยกเลิกมาตรการที่ กกต. คิดไว้

 

เราอยู่กับการแข่งขันทางการเมือง เรารู้เรื่องเหล่านี้ เราไม่ได้ปล่อยปละละเลย

 

ห้องทำงานที่สำนักงานกกต. มีภาพพระหันหลัง ก่อนจะมีซีรีส์ดัง ‘ทนายปีศาจ’ ภาพพระหันหลังของท่านเลขาฯ แสวง หมายความว่าอย่างไร

 

แสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ให้สัมภาษณ์ 12

 

แสวง: ภาพ พระหันหลัง จริงๆ คือ เห็นแล้วถูกใจ เหมือนตัวเรา ไม่ได้หนีโลกนะ เราเป็นคนในศาสนา เป็นพลเมืองดี ทำถูกต้องในหน้าที่ รูปพระหันหลัง หมายความว่า เราใช้หลักพุทธศาสนา เรารับฟังและวางเฉยได้ ไม่ได้เอามากังวล เมื่อกลับบ้านก็ฟังเพลงเป็นความสุข ใช้หลักศาสนาในชีวิตส่วนตัว ทำให้เราสงบได้

 

“ถ้าดูแลตัวเองไม่ได้ก็ดูแลองค์กรและประเทศชาติไม่ได้”

 

เราทำหน้าที่ตรงนี้เหมือนรับผิดชอบประเทศอยู่ด้วย พอเกิดเรื่องเกิดราว เราคิดว่าเราทำดี แต่คนอื่นอาจจะบอกว่าคุณนั่งอยู่เป็นตัวถ่วงประเทศก็ได้ เพราะตำแหน่งเรามีผลได้ผลเสียกับทุกคนเวลาแข่งขัน

 

แต่หลักในการอยู่กับคน ทำงานกับลูกน้อง ทำงานกับสังคม จะใช้หลักศาสนาอย่างเดียวไม่ได้ หลักศาสนาใช้กับตัวเรา แต่กับผู้คนมีหลายองค์ประกอบ ถ้าพูดภาษาหนังจีนคือ ถ้าเดินบนก้อนเมฆไม่ได้ ก็อยู่ในตำแหน่งนี้ไม่ได้ ต้องใช้หลายอย่าง ซึ่งศาสนาจะทำให้เรานิ่งสงบก่อน

 

เมื่อใช้ชีวิตกับคนไม่ใช่มีแต่เรื่องเรื่องขาว-ดำเท่านั้น และสุดท้ายต้องใช้กฎหมาย

 

เรามองว่า เมื่อเรารับผิดชอบองค์กร พอเรามาเป็นเลขาธิการกกต. มีคนมาด่าองค์กร เราก็ต้องปกป้อง ผมพูดกับลูกน้องเสมอ สิ่งเดียวที่จะทำให้เราอยู่ได้คือเราต้องพูดความจริง อย่าไปบิดเบือน แม้บางคนอาจจะมองว่าแก้ตัว แต่ที่ผ่านมาเราก็พูดความจริง

 

บางคนถามว่าทำไมยังยิ้มได้ปกติ เราบอกเราก็เป็นแบบนี้ ไม่งั้นเราอยู่ไม่ได้ถ้าต้องมาหวั่นไหว ใครพูดเรื่องหนึ่งก็สะดุ้ง ใครพูดเรื่องหนึ่งก็สะดุ้งทุกครั้ง “เราจะทำการใหญ่ไม่ได้”

 

“ผมไม่เคยมองพี่เลี้ยง” หมายความว่า ถ้าคุณรักษาตัวเองยังไม่ได้ คุณจะไปรักษาองค์กรรักษาประเทศชาติได้อย่างไร ทั้งตำแหน่ง ทั้งตัวเราเอง ถ้าเอาตัวเองไม่รอด คุณจะไปดูแลองค์กร ดูแลคนอื่นได้อย่างไร ถ้าลำพังเรายังไม่แกร่งพอที่จะอยู่ในตำแหน่งนี้ได้

 

ไม่เฉพาะข้อโจมตีต่างๆ ที่จริงมีแรงกดดันอยู่แล้ว ทั้งข้างในและบริบทรอบข้าง เมื่อเราอยู่ในตำแหน่ง เราต้องดูแลเป้าหมายองค์กร ดูแลลูกน้องให้ได้ เพราะเราทำงานให้ประชาชน

 

แสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ให้สัมภาษณ์ 13

 

ครอบครัวให้ความเห็นอย่างไร เวลา “ทัวร์ลง” ถูกถล่มวิพากษ์วิจารณ์ในโซเชียลมีเดีย

 

แสวง: ลูกโตแล้ว ผมเคยถามเขาว่าคิดอย่างไร เขาก็หัวเราะ คือ จริงๆ แล้วเขารู้ว่าเราเป็นอย่างไร สิ่งที่ดีที่สุดอย่างน้อยคนใกล้ชิดเรา เขารู้ว่าเราเป็นอย่างไร ถ้าเราทำตัวแย่ เราก็ละอายอยู่แล้ว ไม่ต้องให้ลูกเมียมาบอกเราหรอก

 

เขายังบอกเลยว่าทำไมทุ่มเทขนาดนี้เอาชีวิตไปให้งานทั้งหมด ครอบครัวผม ผมแคร์แน่นอน ครอบครัวคนรอบข้าง มีคนเป็นห่วงเราเยอะแยะ

 

ส่วนลูกผมผ่านช่วงวัยรุ่นซึ่งเป็นช่วงน่าห่วงที่สุดมาแล้ว จึงไม่ได้ห่วงลูกเพราะเขาโตแล้ว เขาใช้ชีวิตของเขารับผิดชอบตัวเอง เราไม่ต้องเป็นห่วงตัวบุคคล แต่เราควรเป็นห่วงระบบที่เขาอยู่ว่าดีสำหรับทุกคนไหม ระบบการเมืองซึ่งเป็นสิ่งที่เราทำคนเดียวไม่ได้ เขาต้องอยู่กับบ้านเมืองแบบทุกวันนี้

 

เขาไม่ใช่ลูกชาวนาเหมือนพ่อ เขาเกิดมาโดยฐานะครอบครัวเราก็พออยู่ได้แล้ว แต่สังคมแบบที่ควรจะเป็น อย่างที่เราเรียกร้องกันอยู่ทุกวันว่าควรจะดีกว่านี้ไหม ก็เป็นเรื่องของคนในชาติ คนรุ่นเขาต้องสร้างเอง

 

อย่างที่ทราบ บ้านเมืองเรามีหลายรุ่น ก็มีวิธีคิดแตกต่างกัน เขาเกิดมาเป็นคนรุ่นใหม่ก็มีวิธีคิดอีกแบบหนึ่ง แล้วคนหลายรุ่น เราจะไปด้วยกันได้อย่างไร จึงไม่ค่อยห่วงตัวบุคคลแต่ห่วงสังคมมากกว่า

 

The post “ผมไม่ได้ทำงานตามใจใคร แต่ทำงานตามกฎหมายที่มีอยู่” แสวง บุญมี กลางสนามเลือกตั้งที่ทุกฝ่ายจับตา appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทนายเขากระโดง ย้ำปมที่ดิน ศาลไม่ได้สั่งเพิกถอนโฉนดทันที เตือนอย่าตีความเกินผลคำพิพากษา โยงผิดจริยธรรมการเมือง https://thestandard.co/khao-kradong-land-lawyer-warns/ Sat, 13 Jun 2026 03:23:20 +0000 https://thestandard.co/?p=1217886 ภาพทนายความ ชนินทร์ แก่นหิรัญ แถลงข่าวหรือให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับคดีที่ดินเขากระโดง

วันนี้ (13 มิถุนายน) ชนินทร์ แก่นหิรัญ ทนายความกลุ่มผู้ […]

The post ทนายเขากระโดง ย้ำปมที่ดิน ศาลไม่ได้สั่งเพิกถอนโฉนดทันที เตือนอย่าตีความเกินผลคำพิพากษา โยงผิดจริยธรรมการเมือง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพทนายความ ชนินทร์ แก่นหิรัญ แถลงข่าวหรือให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับคดีที่ดินเขากระโดง

วันนี้ (13 มิถุนายน) ชนินทร์ แก่นหิรัญ ทนายความกลุ่มผู้ได้รับผลกระทบ (ชาวบ้านผู้ถือครองเอกสารสิทธิในพื้นที่) รับผิดชอบคดีเขากระโดง โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า “ส.ค.1 ( ใบแจ้งการครอบครองที่ดิน) ที่ปรากฏในหน้าสื่อได้อธิบายไปแล้ว แต่ก็ดูไม่อาจซับสติปัญญาในการรับรู้ได้สำหรับบางคน”

 

ชนินทร์ ระบุว่า เห็นว่า การอ้างพระราชกฤษฎีกา พ.ศ. 2462 ซึ่งไม่ปรากฏชื่อของราษฎรในพื้นที่พิพาทแม้แต่คนเดียว กับแบบแจ้งการครอบครองปี 2498 นั้น ยังไม่พอจะสรุปว่า การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) มีกรรมสิทธิ์ครบทั้ง 5,083 ไร่เลย เพราะต้องพิสูจน์ต่อว่า พระราชกฤษฎีกานั้นมีผลทางกฎหมายเพียงใด เป็นเพียงการกำหนดเขตเพื่อสร้างทางรถไฟหรือเป็นการได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์โดยสมบูรณ์ และแนวเขตตามเอกสารนั้นครอบคลุมที่ดินแต่ละแปลงที่ถูกฟ้องในวันนี้จริงหรือไม่ ส่วน ส.ค.1 เป็นเพียงแบบแจ้งการครอบครอง ไม่ใช่โฉนด ไม่ใช่หลักฐานกรรมสิทธิ์เด็ดขาด และไม่อาจใช้แทนการพิสูจน์แนวเขตตามกฎหมายได้

 

ประเด็นที่สอง การพูดว่า ‘ศาลฎีกาและศาลปกครองชี้หมดแล้ว กรมที่ดินมีหน้าที่เพิกถอน’ เป็นการพูดเกินผลของคำพิพากษา เพราะคำพิพากษาย่อมต้องอ่านว่า ศาลวินิจฉัยกับคู่ความใด ที่ดินแปลงใด และสั่งให้เพิกถอนอะไรบ้าง ไม่ใช่เอาคำพิพากษาในคดีหนึ่งไปขยายผลว่าโฉนดทุกแปลงในพื้นที่ 5,083 ไร่ไม่ชอบด้วยกฎหมายทั้งหมดโดยอัตโนมัติ โดยเฉพาะบุคคลภายนอกที่ไม่ใช่คู่ความเดิม ยังมีสิทธิพิสูจน์สิทธิที่ดีกว่า หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงที่แตกต่างได้ตามหลักวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 145 (วนอีกแล้ว)

 

ประเด็นที่สาม ศาลปกครองไม่ได้สั่งให้กรมที่ดินเพิกถอนโฉนดทั้ง 995 แปลงทันที แต่ให้ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่และตามกระบวนการของประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 61 ซึ่งหมายความว่า ต้องสอบสวน แสวงหาข้อเท็จจริง รับฟังผู้มีส่วนได้เสีย ตรวจสอบแนวเขต และพิจารณาเป็นรายแปลงว่าเอกสารสิทธิออกโดยคลาดเคลื่อนหรือไม่ชอบด้วยกฎหมายจริงหรือไม่ คำว่า ‘มีอำนาจเพิกถอน’ จึงไม่ใช่คำเดียวกับ ‘ต้องเพิกถอนทันที’

 

ประเด็นที่สี่ การนำบันทึกข้อตกลงระหว่าง ชัย ชิดชอบ กับ ยุค จีระพันธ์ มาอ้าง ก็ต้องแยกให้ชัดว่าเป็นข้อพิพาทระหว่างใคร กับที่ดินบริเวณใด และมีผลรับสภาพสิทธิของ รฟท. ทั้ง 5,083 ไร่หรือไม่ การที่บุคคลหนึ่งเคยทำสัญญา ขอใช้พื้นที่ หรือยอมรับข้อเท็จจริงบางส่วนในเหตุการณ์เฉพาะ ไม่ได้แปลว่าทายาทหรือบุคคลอื่นทุกคนต้องถูกผูกพันว่าโฉนดของตนไม่ชอบด้วยกฎหมายทั้งหมด

 

ประเด็นที่ห้า การยกระดับเรื่องนี้ไปเป็นความผิดจริยธรรมร้ายแรงของบุคคลทางการเมือง ต้องมีข้อเท็จจริงเฉพาะตัวและเจตนาที่ชัด ไม่ใช่เพียงอาศัยข้อพิพาทสิทธิในที่ดินที่ยังอยู่ในศาล แล้วสรุปว่าผู้ถือเอกสารสิทธิหรือบุคคลในครอบครัวนักการเมืองเป็นผู้กระทำผิดจริยธรรมทันที เพราะตราบใดที่เอกสารสิทธิยังไม่ถูกเพิกถอนโดยชอบ และคดียังอยู่ระหว่างพิสูจน์ การกล่าวหาเช่นนั้นย่อมเป็นการตัดสินล่วงหน้าทางการเมืองมากกว่าการวิเคราะห์ตามกฎหมาย

The post ทนายเขากระโดง ย้ำปมที่ดิน ศาลไม่ได้สั่งเพิกถอนโฉนดทันที เตือนอย่าตีความเกินผลคำพิพากษา โยงผิดจริยธรรมการเมือง appeared first on THE STANDARD.

]]>
เปิดบัญชีทรัพย์สิน ‘สว.ปราณีต’ อดีตคนขับรถ ‘ชัย ชิดชอบ’ มีทรัพย์สิน 1.9 แสนบาท ไร้หนี้ https://thestandard.co/praneet-assets-190k-no-debt/ Fri, 24 Jan 2025 08:08:29 +0000 https://thestandard.co/?p=1034015

วันนี้ (24 มกราคม) สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแ […]

The post เปิดบัญชีทรัพย์สิน ‘สว.ปราณีต’ อดีตคนขับรถ ‘ชัย ชิดชอบ’ มีทรัพย์สิน 1.9 แสนบาท ไร้หนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (24 มกราคม) สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยบัญชีทรัพย์สินของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองกรณีเข้ารับตำแหน่ง จำนวน 31 ราย และกรณีพ้นจากตำแหน่ง จำนวน 8 ราย โดยมีรายชื่อที่น่าสนใจคือ ปราณีต เกรัมย์ กรณีเข้ารับตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภา (สว.) เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2567

 

ปราณีตแจ้งสถานะโสด มีทรัพย์สินรวม 192,152 บาท ไม่มีหนี้สิน โดยทรัพย์สินแบ่งเป็นเงินฝาก 5 บัญชี 25,561 บาท และสิทธิสัมปทาน 166,591 บาท พร้อมทั้งแจ้งว่า มีรายได้ต่อปี 123,399 บาท เป็นเงินบำนาญชราภาพเดือนละ 3,383 บาท จำนวน 12 เดือน รวม 40,599 บาท เงินสงเคราะห์ผู้สูงอายุเดือนละ 600 บาท 12 เดือน รวม 7,200 บาท และค่าจ้าง 75,600 บาท

 

ส่วนรายจ่ายต่อปี 122,000 บาท แบ่งเป็นค่าอุปโภคบริโภค 72,000 บาท ท่องเที่ยว 15,000 บาท บริจาค 15,000 บาท และช่วยงานศพ 20,000 บาท

 

ทั้งนี้ ปราณีตไม่ได้กรอกข้อมูลการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในรอบปีที่ผ่านมา โดยแจ้งว่ารายได้ไม่ถึงเกณฑ์การประเมินการเสียภาษีรายได้บุคคลธรรมดา โดยปี 2566 มีรายได้จากเงินบำนาญชราภาพ 40,599 บาท เงินสงเคราะห์ผู้สูงอายุ 7,200 บาท และเงินค่าจ้างขับรถ 75,600 บาท รวมรายได้ทั้งสิ้น 123,399 บาท

 

สำหรับปราณีต ปัจจุบันอายุ 61 ปี เป็นสมาชิกวุฒิสภาจากจังหวัดบุรีรัมย์ ได้คะแนนเป็นลำดับที่ 6 ได้ 54 คะแนน ในกลุ่มที่ 16 กลุ่มศิลปะ วัฒนธรรม ดนตรี การแสดงและบันเทิง นักกีฬา และในเอกสารแนะนำตัวระบุประวัติการทำงานหรือประสบการณ์เป็นนักกีฬาฟุตบอลอาวุโส พ.ศ. 2527-2547 และเป็นอดีตคนขับรถของ ชัย ชิดชอบ อดีตประธานรัฐสภา บิดาของ เนวิน ชิดชอบ ครูใหญ่แห่งพรรคภูมิใจไทย ซึ่งในการยื่นบัญชีทรัพย์สินครั้งนี้ ปราณีตแจ้งประวัติการทำงานย้อนหลัง 5 ปีว่า ปี 2562-2567 เป็นพนักงานขับรถชั่วคราวที่ห้างหุ้นส่วนจำกัด บุรีรัมย์ วรางสิริ 2017

The post เปิดบัญชีทรัพย์สิน ‘สว.ปราณีต’ อดีตคนขับรถ ‘ชัย ชิดชอบ’ มีทรัพย์สิน 1.9 แสนบาท ไร้หนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ปราณีต เกรัมย์ นักฟุตบอลอาวุโส อดีตคนขับรถปู่ชัย เข้ารายงานตัว สว. https://thestandard.co/praneet-kram-footballer-puchai-driver-becomes-senator/ Thu, 11 Jul 2024 08:21:46 +0000 https://thestandard.co/?p=956431 ปราณีต เกรัมย์

วันนี้ (11 กรกฎาคม) ที่อาคารรัฐสภา ปราณีต เกรัมย์ อายุ […]

The post ปราณีต เกรัมย์ นักฟุตบอลอาวุโส อดีตคนขับรถปู่ชัย เข้ารายงานตัว สว. appeared first on THE STANDARD.

]]>
ปราณีต เกรัมย์

วันนี้ (11 กรกฎาคม) ที่อาคารรัฐสภา ปราณีต เกรัมย์ อายุ 61 ปี สมาชิกวุฒิสภาจากจังหวัดบุรีรัมย์ ผู้ที่ได้คะแนนเป็นลำดับที่ 6 ได้ 54 คะแนนในกลุ่มที่ 16 กลุ่มศิลปะ วัฒนธรรม ดนตรี การแสดงและบันเทิง นักกีฬา และในเอกสารแนะนำตัวระบุประวัติการทำงานหรือประสบการณ์เป็นนักกีฬาฟุตบอลอาวุโส พ.ศ.2527-2547 และเป็นอดีตคนขับรถของชัย ชิดชอบ อดีตประธานรัฐสภา บิดาของเนวิน ชิดชอบ ครูใหญ่แห่งพรรคภูมิใจไทย

 

ทั้งนี้ ในช่วงเวลาประมาณ 13.00 น. ปราณีตเข้าไปรายงานตัวเข้ารับตำแหน่ง โดยไม่ได้ปรากฏตัวให้ผู้สื่อข่าวและช่างภาพที่เฝ้ารออยู่บริเวณประตูห้อง 102-106 ชั้น 1 พบเจอแต่อย่างใด

The post ปราณีต เกรัมย์ นักฟุตบอลอาวุโส อดีตคนขับรถปู่ชัย เข้ารายงานตัว สว. appeared first on THE STANDARD.

]]>
รู้จักตระกูลชิดชอบ บ้านใหญ่บุรีรัมย์ https://thestandard.co/know-chidchob-family/ Tue, 05 Sep 2023 10:10:31 +0000 https://thestandard.co/?p=837757 ตระกูลชิดชอบ

‘ชิดชอบ’ คือหนึ่งในตระกูลการเมืองที่มีอิทธิพลที่สุดตระก […]

The post รู้จักตระกูลชิดชอบ บ้านใหญ่บุรีรัมย์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตระกูลชิดชอบ

‘ชิดชอบ’ คือหนึ่งในตระกูลการเมืองที่มีอิทธิพลที่สุดตระกูลหนึ่งในการเมืองไทย เป็นตระกูลที่ครองความยิ่งใหญ่ทั้งในจังหวัดบุรีรัมย์และการเมืองระดับชาติ 

 

โดยเฉพาะในการเลือกตั้ง 14 พฤษภาคม 2566 พรรคภูมิใจไทยกวาด สส. ยกจังหวัดบุรีรัมย์ และมีคนในตระกูลชิดชอบได้รับเลือกให้เป็นผู้แทนราษฎรด้วย 

 

คณะรัฐมนตรีเศรษฐา 1 ที่ได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ เมื่อวันที่ 2 กันยายนที่ผ่านมา ก็มีคนในตระกูลชิดชอบนั่งเก้าอี้รัฐมนตรีด้วยเช่นกัน 

 

คนทั่วไปอาจรู้จักตระกูลชิดชอบจากชายที่ชื่อ ‘เนวิน ชิดชอบ’ ประธานสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และครูใหญ่ในฐานะผู้ร่วมก่อตั้งพรรคภูมิใจไทย 

 

แต่แท้จริงแล้วตระกูลชิดชอบอยู่คู่กับการเมืองไทยมานานตั้งแต่ปี 2500 หรือกว่า 60 ปีแล้ว แต่ละคนมีบทบาทอย่างไรบ้าง THE STANDARD สรุปมาให้ดังนี้

 

 

ภาพประกอบ: พิชามญชุ์ วรรณสาร

The post รู้จักตระกูลชิดชอบ บ้านใหญ่บุรีรัมย์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
BREAKING: ประกาศสภาผู้แทนฯ เลื่อน สวาป เผ่าประทาน เป็น ส.ส. บัญชีรายชื่อพรรคภูมิใจไทย แทน ชัย ชิดชอบ ที่ถึงแก่อนิจกรรม https://thestandard.co/breaking-nominate-new-mp/ Mon, 27 Jan 2020 12:20:58 +0000 https://thestandard.co/?p=324974

สวาปนับเป็นนักการเมืองท้องถิ่นผู้กว้างขวางในจังหวัดประจ […]

The post BREAKING: ประกาศสภาผู้แทนฯ เลื่อน สวาป เผ่าประทาน เป็น ส.ส. บัญชีรายชื่อพรรคภูมิใจไทย แทน ชัย ชิดชอบ ที่ถึงแก่อนิจกรรม appeared first on THE STANDARD.

]]>

สวาปนับเป็นนักการเมืองท้องถิ่นผู้กว้างขวางในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เขาเคยเป็นกำนันจนเกษียณอายุ เคยดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรี รวมทั้งยังเป็นที่นับถือของมุสลิมสายปาทาน ใกล้เคียงกับ ชาดา ไทยเศรษฐ์ รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย

 

The post BREAKING: ประกาศสภาผู้แทนฯ เลื่อน สวาป เผ่าประทาน เป็น ส.ส. บัญชีรายชื่อพรรคภูมิใจไทย แทน ชัย ชิดชอบ ที่ถึงแก่อนิจกรรม appeared first on THE STANDARD.

]]>
เคลื่อนร่างอดีตประธานรัฐสภา ชัย ชิดชอบ ประกอบพิธีน้ำหลวงอาบศพ ที่บ้านบุรีรัมย์ https://thestandard.co/chai-chidchob-250163/ Sat, 25 Jan 2020 12:45:41 +0000 https://thestandard.co/?p=324398

วันนี้ (25 มกราคม) บรรยากาศที่โรงโม่หินศิลาชัย ต.อิสาณ […]

The post เคลื่อนร่างอดีตประธานรัฐสภา ชัย ชิดชอบ ประกอบพิธีน้ำหลวงอาบศพ ที่บ้านบุรีรัมย์ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (25 มกราคม) บรรยากาศที่โรงโม่หินศิลาชัย ต.อิสาณ อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ สถานที่ตั้งสวดอภิธรรม ชัย ชิดชอบ อดีตประธานรัฐสภา และอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งถึงแก่อนิจกรรมลงอย่างสงบด้วยวัย 92 ปี ภายในบ้านพัก เมื่อเวลา 08.01น. ของวันที่ 24 มกราคม

 

ตั้งแต่ช่วงเช้าได้มีการจัดสถานที่ทั้งเต็นท์ เก้าอี้ สำหรับผู้ที่จะมาร่วมพิธี ซึ่งเวลา 13.30 น. จะมีการเคลื่อนย้ายศพอดีตประธานรัฐสภา ออกจากบ้านพักมายังศาลาด้านหน้า จากนั้นเวลา 14.00 น. จะมีพิธีเซ่นปะกำช้าง ตามประเพณีความเชื่อของชาวส่วย ที่ได้สืบทอดต่อกันมาแต่โบราณของคนเลี้ยงช้าง จากนั้นเวลา 15.00 น. เปิดให้ประชาชนรดน้ำศพ เวลา 16.00 น. พิธีน้ำหลวงอาบศพ และเวลา 18.00 น. สวดพระอภิธรรม คาดว่าจะมีผู้มาร่วมเคารพศพจำนวนมาก

 

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 26 มกราคม ถึงวันที่ 31 มกราคม 2563 เปิดให้ประชาชนเข้าเคารพศพได้ตั้งแต่เวลา 10.00 น. ของทุกวัน และเวลา 19.00 น. ทำพิธีสวดพระอภิธรรมและในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2563 จะประกอบพิธีพระราชทานเพลิงศพ 

 

ขณะที่บรรยากาศในวันนี้มี อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เดินทางมาร่วมประกอบพิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ โดยมีบรรดานักการเมืองระดับประเทศ ระดับท้องถิ่น สมาชิกพรรคภูมิใจไทย ข้าราชการ กลุ่มแม่บ้าน และประชาชน ทยอยเดินทางเข้าเคารพศพอย่างต่อเนื่อง 

 

สำหรับพิธีบำเพ็ญกุศลศพอดีตประธานรัฐสภา วันแรกวันนี้ที่บ้านชิดชอบ จังหวัดบุรีรัมย์ ได้มีการนำช้าง 15 เชือก ร่วมพิธีเซ่นปะกำช้าง โดยมีหมอช้าง 9 คน จาก จ.สุรินทร์ บ้านเกิดของ ชัย ชิดชอบ มาทำพิธี ซึ่งเป็นพิธีกรรมที่ครอบครัวได้สืบทอดกันมาอย่างต่อเนื่องในวันสำคัญต่างๆ โดยเฉพาะในวันเกิดทุกๆ ปีของอดีตประธานรัฐสภา

 

ขณะที่ตลอดการจัดงาน ทางเจ้าภาพของดรับพวงหรีด หากใครประสงค์จะร่วมทำบุญบริจาคให้แก่โรงพยาบาลบุรีรัมย์ เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ป่วย โดยภายในงานจะมีเต็นท์สำหรับเจ้าหน้าที่ที่มารอรับบริจาค หรือสามารถบริจาคผ่าน ‘ธนาคารกรุงไทย สาขาบุรีรัมย์ เลขที่บัญชี 308-0-70047-3 ชื่อบัญชี เงินบริจาคของโรงพยาบาลบุรีรัมย์’

 

 

The post เคลื่อนร่างอดีตประธานรัฐสภา ชัย ชิดชอบ ประกอบพิธีน้ำหลวงอาบศพ ที่บ้านบุรีรัมย์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชัย ชิดชอบ อดีตประธานรัฐสภา ถึงแก่อนิจกรรม ด้วยวัย 92 ปี https://thestandard.co/chai-chidchob-dead/ Fri, 24 Jan 2020 03:07:10 +0000 https://thestandard.co/?p=323797

วันนี้ (24 มกราคม) เวลาประมาณ 09.00 น. ชัย ชิดชอบ อดีตป […]

The post ชัย ชิดชอบ อดีตประธานรัฐสภา ถึงแก่อนิจกรรม ด้วยวัย 92 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (24 มกราคม) เวลาประมาณ 09.00 น. ชัย ชิดชอบ อดีตประธานรัฐสภา บิดาของ ศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และ เนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ถึงแก่อนิจกรรม ด้วยวัย 92 ปี

 

สำหรับ ชัย ชิดชอบ ปัจจุบันดำรงตำแหน่งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อของพรรคภูมิใจไทย และเป็น ส.ส. ที่มีอายุมากที่สุดในสภาฯ ภารกิจทางการเมืองครั้งสุดท้ายคือ การทำหน้าที่ประธานสภาฯ ชั่วคราว ในการเปิดประชุมสภาฯ ชุดที่ 25 หลังว่างเว้นการเลือกตั้ง เพราะ คสช. เข้าควบคุมอำนาจทางการเมืองกว่า 5 ปี และจากไปในขณะที่ยังคงได้ทำงานที่รักมากที่สุดก็คือ งานการเมืองนั่นเอง ปิดตำนานประธานสภาฯ ที่ได้ชื่อว่า สร้างสีสันให้กับสภาฯ หินอ่อนและการเมืองไทยมากที่สุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์

The post ชัย ชิดชอบ อดีตประธานรัฐสภา ถึงแก่อนิจกรรม ด้วยวัย 92 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘ปู่ชัย’ ประธานสภาฯ ชั่วคราว ผู้สร้างเสียงฮือปนฮาให้กับการประชุมสภาฯ นัดแรก https://thestandard.co/chai-chidchob/ Sat, 25 May 2019 09:43:40 +0000 https://thestandard.co/?p=253369 Chai Chidchob

ชัย ชิดชอบ วัย 91 ปี หรือที่สื่อมวลชนเรียกว่า ‘ปู่ชัย’ […]

The post ‘ปู่ชัย’ ประธานสภาฯ ชั่วคราว ผู้สร้างเสียงฮือปนฮาให้กับการประชุมสภาฯ นัดแรก appeared first on THE STANDARD.

]]>
Chai Chidchob

ชัย ชิดชอบ วัย 91 ปี หรือที่สื่อมวลชนเรียกว่า ‘ปู่ชัย’ ประธานสภาผู้แทนราษฎรชั่วคราว ผู้ทำหน้าที่ขับเคลื่อนการประชุมสภาผู้แทนราษฎรนัดแรก โดยมีวาระสำคัญคือการเลือกประธานสภาฯ และรองประธานสภาฯ

 

ปู่ชัย เจ้าของฉายา ตลกเฒ่าร้อยเล่ห์ สร้างเสียงฮือปนฮาให้กับการประชุมสภาฯ นัดแรกในรอบกว่า 5 ปีอยู่เป็นระยะๆ

 

อาทิ ช่วงหลังพักการประชุมและเริ่มการประชุมในช่วงบ่าย กลุ่ม ส.ส. พรรคพลังประชารัฐยังไม่เข้ามาในห้องประชุม

 

ส.ส. พรรคเพื่อไทยขอให้ปู่ชัยกดออดเรียกอีกครั้ง เพื่อไม่ให้เสียเวลาประชุม

 

ปู่ชัยกล่าวตอบว่า ให้เกียรติพรรคพวกหน่อย เขากำลังทุกข์ ตอนนี้พรรคพลังประชารัฐกำลัง ประชุมเครียดที่ห้องเบอร์ 14 เรียกเสียงเฮฮาจากผู้อยู่ในห้องประชุม

 

ขณะที่ช่วงหนึ่งระหว่างการประชุม รังสิมันต์ โรม ส.ส. บัญชีรายชื่อพรรคอนาคตใหม่ กำลังทำหน้าที่อภิปราย

 

ปู่ชัยขออนุญาตโรมเรียกนามสกุลแทนว่า ‘ท่านโรม’ จากนั้น ส.ส. พรรคอนาคตใหม่กล่าวตอบว่า “อนุญาตครับ”

The post ‘ปู่ชัย’ ประธานสภาฯ ชั่วคราว ผู้สร้างเสียงฮือปนฮาให้กับการประชุมสภาฯ นัดแรก appeared first on THE STANDARD.

]]>
สภาเดือด ต้องพักการประชุม! https://thestandard.co/first-house-meeting-break-for-one-hour/ Sat, 25 May 2019 05:00:27 +0000 https://thestandard.co/?p=253225 ประชุมสภาผู้แทนราษฎร

ัชัย ชิดชอบ ประธานสภาฯ ชั่วคราว ให้พักการประชุม หลัง วี […]

The post สภาเดือด ต้องพักการประชุม! appeared first on THE STANDARD.

]]>
ประชุมสภาผู้แทนราษฎร

ัชัย ชิดชอบ ประธานสภาฯ ชั่วคราว ให้พักการประชุม หลัง วีระกร คำประกอบ ส.ส. นครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ เสนอพักการประชุม แล้วจะถอนญัตติเลื่อนการประชุมสภาฯ เพื่อเลือกประธานสภาฯ ท่ามกลางกระแสข่าวความขัดแย้งเรื่องเก้าอี้ประธานสภาฯ ที่ไม่สามารถตกลงกันได้อย่างลงตัว

The post สภาเดือด ต้องพักการประชุม! appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชัย ชิดชอบ นั่งวีลแชร์ทำหน้าที่ประธานชั่วคราว คุมเกมเลือกเก้าอี้ประมุขฝ่ายนิติบัญญัติ https://thestandard.co/chai-chidchob-temporary-house-speaker/ Sat, 25 May 2019 02:35:10 +0000 https://thestandard.co/?p=253067 ชัย ชิดชอบ

ชัย ชิดชอบ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคภูมิใจไทย เดินทางมา […]

The post ชัย ชิดชอบ นั่งวีลแชร์ทำหน้าที่ประธานชั่วคราว คุมเกมเลือกเก้าอี้ประมุขฝ่ายนิติบัญญัติ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชัย ชิดชอบ

ชัย ชิดชอบ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคภูมิใจไทย เดินทางมาประชุมสภานัดแรกด้วยวีลแชร์ โดยวันนี้จะทำหน้าที่เป็นประธานชั่วคราวในที่ประชุม เนื่องจากมีอายุมากที่สุดในสภา เพื่อดำเนินการตามวาระการประชุมซึ่งจะมีการเลือกประธานสภาฯ และรองประธานสภาฯ โดยคาดว่าจะใช้เวลานานกว่า 6 ชั่วโมง และต้องจับตาว่าประธานจะอนุญาตให้ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ทำหน้าที่ในสภาได้จนถึงช่วงเวลาใด

The post ชัย ชิดชอบ นั่งวีลแชร์ทำหน้าที่ประธานชั่วคราว คุมเกมเลือกเก้าอี้ประมุขฝ่ายนิติบัญญัติ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลือกประธานสภาฯ ศึกประลองกำลังแรกสู่อำนาจการเมือง https://thestandard.co/parliamentary-leader-selection/ Wed, 22 May 2019 13:00:44 +0000 https://thestandard.co/?p=251535 ประธานสภาฯ

อีกไม่กี่วัน ศึกชิงเก้าอี้ประธานสภาผู้แทนราษฎรในสภาล่าง […]

The post เลือกประธานสภาฯ ศึกประลองกำลังแรกสู่อำนาจการเมือง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ประธานสภาฯ

อีกไม่กี่วัน ศึกชิงเก้าอี้ประธานสภาผู้แทนราษฎรในสภาล่างกำลังจะดุเดือด เพราะหมายถึงเกมอำนาจทางการเมืองจะอยู่ในมือขั้วใด ขณะที่ตั้งแต่การเลือกตั้ง 24 มีนาคม ยังไม่มีขั้วใดที่สามารถรวมเสียงชูธงประกาศเป็นพรรครัฐบาลได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด

 

เกมชิงเสียงเลือกประธานสภาฯ จึงสำคัญยิ่ง เพราะหากใครได้ขึ้นแท่นคุมบัลลังก์ นั่นหมายถึงเก้าอี้นายกฯ ของฝ่ายนั้นเริ่มสดใส ขณะเดียวกันประธานสภาฯ คือผู้คุมเกมทั้งหมดในฝ่ายนิติบัญญัติ ที่มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจไว้เป็นดาบเชือดรัฐบาลในอนาคต

 

ประธานสภาฯ

ประธานสภาฯ

ประธานสภาฯ

ประธานสภาฯ

 

ภาพประกอบ: Karin Foxx

The post เลือกประธานสภาฯ ศึกประลองกำลังแรกสู่อำนาจการเมือง appeared first on THE STANDARD.

]]>
วันเกิด 91 ปี ‘ปู่ชัย ชิดชอบ’ คึกคัก ‘อนุทิน’ บอกตอนนี้ต้องใจเย็น และเตรียมเข้าสู่งานพระราชพิธีสำคัญ https://thestandard.co/chai-chidchob-91st-birthday/ Thu, 04 Apr 2019 04:17:11 +0000 https://thestandard.co/?p=231786 อนุทิน ชาญวีรกูล

4 เมษายน 2562 วันคล้ายวันเกิดครบรอบ 91 ปี ของนายชัย ชิด […]

The post วันเกิด 91 ปี ‘ปู่ชัย ชิดชอบ’ คึกคัก ‘อนุทิน’ บอกตอนนี้ต้องใจเย็น และเตรียมเข้าสู่งานพระราชพิธีสำคัญ appeared first on THE STANDARD.

]]>
อนุทิน ชาญวีรกูล

4 เมษายน 2562 วันคล้ายวันเกิดครบรอบ 91 ปี ของนายชัย ชิดชอบ นักการเมืองอาวุโส บิดาของนายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย

 

บรรยากาศที่บ้านพักภายในโรงโม่หินศิลาชัย ต.อิสาณ อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ คึกคักอย่างมาก นักการเมือง นักธุรกิจ พ่อค้า ประชาชน มาร่วมแสดงความยินดี ขณะที่สื่อมวลชนจับตาการเดินทางมาของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย

 

นายอนุทินกล่าวถึงสถานการณ์การเมืองในเวลานี้ โดยย้ำว่าตอนนี้มีแต่เพียงการคาดการณ์ ต้องรอวันที่ 9 พฤษภาคม ที่ กกต. จะประกาศรับรองผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการก่อน จะได้รู้ว่าพรรคภูมิใจไทยได้ ส.ส. เขต และบัญชีรายชื่อเท่าใด

 

ตอนนี้ต้องใจเย็นๆ เนื่องจากยังมีการดำเนินการอีกหลายขั้นตอน และตอนนี้กำลังเข้าสู่งานพระราชพิธีสำคัญ เราต้องทำให้ทุกอย่างนิ่ง เพื่อให้เกิดความเรียบร้อยที่สุด

 

เมื่อถามถึงกรณีที่มีกลุ่มนิสิตนักศึกษามหาวิทยาลัยต่างๆ ออกมาเคลื่อนไหวล่าชื่อเพื่อถอดถอน กกต. จะทำให้เกิดความวุ่นวายหรือไม่

 

นายอนุทินกล่าวว่า คงไม่มีอะไร เพราะทุกคนเป็นคนไทยด้วยกันทั้งหมด คิดว่าไม่น่าจะมีการก่อความวุ่นวายอะไร แต่ตอนนี้ควรปล่อยให้ กกต. ทำงาน ไม่ใช่เวลาที่ฝ่ายการเมืองจะต้องเข้าไปเกี่ยวข้องอะไร

 

ขณะที่ นายชัย มาพร้อมรถวีลแชร์ สวมเสื้อผ้าไหมสีเหลืองใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส ภายในงานมีพิธีเซ่นเทพปะกำช้าง ซึ่งเป็นประเพณีของชาวไทยกูย หรือส่วย ที่ได้สืบทอดกันมาตั้งแต่โบราณของครอบครัวคนเลี้ยงช้าง โดยใช้ช้างในพิธี 21 เชือก ซึ่งมากกว่าทุกปี

 

นอกจากนี้ยังมีพิธีเสี่ยงทายคางไก่ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งความเชื่อของตระกูลชิดชอบ ซึ่งผลทายออกมาว่าจะมีความอุดมสมบูรณ์ สุขภาพร่างกายแข็งแรง

 

จากนั้นเปิดให้ผู้ที่มาร่วมงานได้ผูกสายสิญจน์ที่ข้อมือของนายชัย เพื่ออวยพรวันเกิด และรับพรจากนายชัยด้วย

 

โดยนายชัยให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่า วันเกิดไม่ได้ให้แนวทางอะไรเป็นพิเศษกับบุตรชายทั้งสองคน คือ นายเนวิน และนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ เพราะทั้งคู่เป็นผู้ใหญ่แล้ว บางครั้งยังมาสอนตนเองเลย ส่วนอนาคตพวกเขาจะได้ทำประโยชน์ให้บ้านเมืองหรือไม่ ก็อยู่ที่ประชาชนคนไทยจะใช้หรือไม่ ถ้าใช้ เขาทั้งสองคนก็ทำประโยชน์แก่บ้านเมืองได้  

 

ส่วนเมื่อได้เข้าสภาจะทำหน้าที่ประธานสภาผู้แทนราษฎรไหวไหม นายชัยหัวเราะและตอบว่า ชั่วคราว

 

นายชัยยังบอกด้วยว่าอยากเห็นบ้านเมืองอยู่กันด้วยความร่มเย็นเป็นสุข มีความสามัคคีเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน อย่าเห็นแก่หน้าใครทั้งสิ้น เราพยายามสร้าง ทำยังไงให้คนดี ถ้าทุกคนมีความดี มีสัจจะในตัวเอง บ้านเมืองก็ไปรอด ทั้งนี้ ไม่เป็นห่วงสถานการณ์บ้านเมือง เพราะนิสัยคนไทยเอาใจง่าย

 

ภายในงาน นายชัยยังเปิดให้ผู้ร่วมงานทำบุญบริจาคเงินผ่าน ‘กองทุนผ่าตัดต้อกระจกกับสาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์’ รวมทั้งประชาชนทั่วไปยังสามารถบริจาคเงินผ่านธนาคารกรุงไทย เลขที่บัญชี 308-074484-5 อีกด้วย โดยทางเจ้าภาพขอความกรุณางดรับดอกไม้และของขวัญวันเกิด

 

สำหรับผู้ที่มาร่วมงานในส่วนของพรรคภูมิใจไทย อาทิ นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล อดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฎร นายสรอรรถ กลิ่นประทุม ประธานที่ปรึกษาพรรคภูมิใจไทย

 

นอกจากนี้ยังมีว่าที่ ส.ส. ของพรรคภูมิใจไทย อาทิ นายโสภณ ซารัมย์, นายสนอง เทพอักษรณรงค์, นายภราดร ปริศนานันทกุล, นายชาดา ไทยเศรษฐ์, นายเขมพล อุ้ยตยะกุล และอดีต ส.ส. ของพรรค อาทิ นางกนกวรรณ วิลาวัลย์, ดร.นาที รัชกิจประการ, นายวัชรพงศ์ คูวิจิตรสุวรรณ, นายธีระชัย แสนแก้ว, แพทย์หญิงเพชรดาว โต๊ะมีนา, นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล รวมไปถึงนางกรุณา ชิดชอบ นายก อบจ. บุรีรัมย์

 

ภาพ: พรรคภูมิใจไทย

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

The post วันเกิด 91 ปี ‘ปู่ชัย ชิดชอบ’ คึกคัก ‘อนุทิน’ บอกตอนนี้ต้องใจเย็น และเตรียมเข้าสู่งานพระราชพิธีสำคัญ appeared first on THE STANDARD.

]]>
พรรคภูมิใจไทย ใช้ถิ่น ‘เนวิน’ จัดใหญ่เปิดตัวผู้สมัครครบ 500 คน ประกาศใช้บุรีรัมย์โมเดลกับทุกจังหวัด https://thestandard.co/bhumjaithai-party-launching-500-applicants/ https://thestandard.co/bhumjaithai-party-launching-500-applicants/#respond Thu, 17 Jan 2019 11:26:57 +0000 https://thestandard.co/?p=181825

ตั้งแต่ช่วงบ่ายวันนี้ (17 ม.ค.) ชาวจังหวัดบุรีรัมย์และพ […]

The post พรรคภูมิใจไทย ใช้ถิ่น ‘เนวิน’ จัดใหญ่เปิดตัวผู้สมัครครบ 500 คน ประกาศใช้บุรีรัมย์โมเดลกับทุกจังหวัด appeared first on THE STANDARD.

]]>

ตั้งแต่ช่วงบ่ายวันนี้ (17 ม.ค.) ชาวจังหวัดบุรีรัมย์และพื้นที่ใกล้เคียงนับหมื่นคนทยอยเดินทางมาที่หน้าสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ สถานที่ตั้งเวทีปราศรัยเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ของพรรคภูมิใจไทยทั้ง 350 เขต และแบบบัญชีรายชื่อ 150 คนอย่างเป็นทางการ พร้อมการเปิดเวทีปราศรัยนโยบายพรรค

 

เวลา 16.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ปรากฏตัวพร้อม นายชัย ชิดชอบ อดีตประธานรัฐสภา พร้อมด้วยว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ของพรรคทั้ง 500 คน ก่อนขึ้นปราศรัยกับประชาชนท่ามกลางสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าว

 

แม้บริเวณเวทีปราศรัยจะไร้เงา ‘นายเนวิน ชิดชอบ’ เจ้าของพื้นที่และผู้ก่อตั้งพรรค แต่ชื่อของเขาถูกกล่าวถึงทั้งใน VTR ของพรรค และจากปากนายอนุทิน ในฐานะพี่ชายที่เคารพรักและอาจารย์สอนวิชาการเมือง

 

นายอนุทินกล่าวปราศรัยถึงเหตุผลที่เลือกจังหวัดบุรีรัมย์เปิดตัวผู้สมัครและนโยบายพรรคว่า “เมื่อ 10 ปีก่อนพวกเรามารวมตัวกันที่บุรีรัมย์ แล้วตัดสินใจกันที่นี่ว่าจะเดินหน้าทำงานการเมืองด้วยกันภายใต้ชื่อ ‘พรรคภูมิใจไทย’

 

“อีกทั้งบุรีรัมย์เป็นบ้านของคนที่ผมยึดถือเป็นแบบอย่าง 2 คนคือ ‘พ่อชัย ชิดชอบ’

​ซึ่งเคารพนับถือเหมือนพ่อแท้ๆ

 

“ขณะที่ ‘เนวิน ชิดชอบ’ เป็นทั้งพี่ชายที่แสนดีและเป็นครูที่สอนงานการเมือง คอยชี้แนะให้ได้เติบโตในทางการเมืองจนถึงวันนี้”

 

ไฮไลต์สำคัญของการปราศรัยคือ การชู ‘บุรีรัมย์ โมเดล’ โดยนายอนุทินกล่าวว่า

 

หลายปีมานี้บุรีรัมย์เจริญเติบโตเร็วมาก จากเมืองที่ไม่มีใครเคยเหลียวมองมา กลายเป็นเมืองที่ไม่มีใครมองข้าม เพียงเวลาไม่นาน นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวบุรีรัมย์จากปีละ 8 แสนคน เพิ่มเป็นปีละ 3 ล้านคน​

 

สิ่งเหล่านี้เราเรียกมันว่า ‘บุรีรัมย์ โมเดล’ ซึ่งเป็นรูปแบบการพัฒนาบ้านเมืองที่พรรคภูมิใจไทยจะนำเอาไปใช้เพื่อสร้างความเจริญให้ทุกๆ จังหวัดในประเทศไทย โดยเริ่มจากการเอาจุดที่แข็งของแต่ละจังหวัดมาเป็นตัวนำ เพื่อทำให้ประชาชนมีรายได้เพิ่มขึ้น มีมูลค่าทรัพย์สินเพิ่มขึ้น และที่สำคัญต้องมีความสุขและไม่มีความขัดแย้ง

 

“ถ้าพ่อแม่พี่น้องเลือกคนของพรรคภูมิใจไทย ให้พวกเขาไปเป็นผู้แทนของท่าน ไปเป็นรัฐบาลบริหารประเทศ ผมขอรับรองว่าสิ่งที่ผมได้กราบเรียนมานี้ก็จะเกิดขึ้นกับทุกพื้นที่ของประเทศไทยอย่างแน่นอน เพราะพวกเราได้ร่วมกันทำสำเร็จมาแล้วที่นี่…บุรีรัมย์” นายอนุทินกล่าว

 

นายอนุทินกล่าวด้วยว่า พรรคภูมิใจไทยขึ้นป้ายประกาศเจตนารมณ์ของพรรคว่า ‘ลดอำนาจรัฐ เพื่อปากท้องประชาชน’ โดยทุกนโยบายของพรรคภูมิใจไทยเน้นแต่การแก้ไขปัญหาปากท้องของประชาชน ไม่สร้างความขัดแย้ง พร้อมประกาศเคารพกติกา เลือกข้างประชาชน

 

“พ่อแม่พี่น้องครับ ผมขอยืนยันว่าพรรคภูมิใจไทยไม่ใช่ตัวแทนของใคร กลุ่มอำนาจใด นอกจากเป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชนชาวไทยทุกคน” นายอนุทินกล่าว

 

สำหรับพรรคภูมิใจไทย ก่อร่างสร้างโดย นายเนวิน ชิดชอบ หลังนักการเมืองกลุ่ม ‘เพื่อนเนวิน’ ยกพลออกจาก ‘พรรคพลังประชาชน’ ไปก่อตั้งพรรคภูมิใจไทย จากปมความขัดแย้งในการสนับสนุน นายสมัคร สุนทรเวช กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้งหลังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้นายสมัครพ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2551

 

โดยพรรคภูมิใจไทยลงสนามเลือกตั้งครั้งแรกและครั้งเดียวเมื่อปี 2554 กวาดที่นั่ง ส.ส.ในสภาฯ ได้ 34 เก้าอี้ มีสถานะเป็นพรรคอันดับ 3 รองจากพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาธิปัตย์

 

 

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

The post พรรคภูมิใจไทย ใช้ถิ่น ‘เนวิน’ จัดใหญ่เปิดตัวผู้สมัครครบ 500 คน ประกาศใช้บุรีรัมย์โมเดลกับทุกจังหวัด appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/bhumjaithai-party-launching-500-applicants/feed/ 0