ชัยธวัช ตุลาธน Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/ชัยธวัช-ตุลาธน/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Wed, 28 Jan 2026 06:42:05 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 เลือกตั้ง 2569 : ชัยธวัชเผย คกก. กลั่นกรองเคยเสนอให้สอบสวนเพิ่มก่อนปลด นพ. สุภัทร ทำไม อ.ก.พ. ไม่ดำเนินการ https://thestandard.co/chaithawat-questions-suphat-dismissal-probe/ Wed, 28 Jan 2026 06:40:42 +0000 https://thestandard.co/?p=1170543 ชัยธวัชเผย คกก. กลั่นกรองเคยเสนอให้สอบสวนเพิ่มก่อนปลด นพ. สุภัทร ทำไม อ.ก.พ. ไม่ดำเนินการ

วันนี้ (28 มกราคม) ชัยธวัช ตุลาธน อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไก […]

The post เลือกตั้ง 2569 : ชัยธวัชเผย คกก. กลั่นกรองเคยเสนอให้สอบสวนเพิ่มก่อนปลด นพ. สุภัทร ทำไม อ.ก.พ. ไม่ดำเนินการ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชัยธวัชเผย คกก. กลั่นกรองเคยเสนอให้สอบสวนเพิ่มก่อนปลด นพ. สุภัทร ทำไม อ.ก.พ. ไม่ดำเนินการ

วันนี้ (28 มกราคม) ชัยธวัช ตุลาธน อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล ในฐานะผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน แถลงถึงกรณีการออกคําสั่งลงโทษทางวินัยร้ายแรง ต่อ นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผู้สมัคร สส.สงขลา เขต 2 พรรคประชาชน ซึ่งกระทบต่อการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งในขณะนี้

 

สืบเนื่องจากการแถลงข่าวของกระทรวงสาธารณสุขวันนี้ พรรคประชาชนยืนยันอีกครั้งว่า นพ. สุภัทร ยังมีสถานะเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งโดยชอบด้วยกฎหมายทุกประการ เพราะขณะนี้ ปลัดกระทรวงสาธารณสุขสาธารณสุข ยังไม่มีการลงนามในคําสั่งปลด นพ. สุภัทรตามมติของ อ.ก พ. และต่อให้มีการลงนามแล้ว นพ. สุภัทร ก็ยังคงสถานะผู้สมัครอยู่ ตราบเท่าที่ศาลฎีกายังไม่มีคำสั่งให้พ้นจากสถานะการเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งดังกล่าว

 

“สำหรับกรณีที่กระทรวงสาธารณสุขแถลงถึงการมีมติของ อ.ก.พ. ปลด นพ.สุภัทร ออกจากราชการนั้น เป็นไปตามกระบวนการที่ชอบแล้วทุกประการ เป็นการทํางานตามกระบวนการที่ต้องพิจารณาโดยเร็ว หลังจากคณะกรรมการกลั่นกรองพิจารณาแล้วเสร็จ แต่กระทรวงสาธารณสุขไม่ได้ให้ข้อเท็จจริงว่า คณะกรรมการกลั่นกรองมีข้อเสนออะไรต่อ อ.ก.พ.” ชัยธวัชกล่าว

 

พรรคประชาชนเห็นว่า การแถลงดังกล่าวเป็นการแถลงข้อเท็จจริงโดยที่มีนัยสําคัญไม่ครบถ้วน เพราะเราทราบถึงข้อเสนอของคณะกรรมการกลั่นกรองต่อ อ.ก.พ.ว่าข้อเท็จจริงที่ได้มีการสอบสวน ยังไม่ชัดเจนเพียงพอ ที่จะพิจารณาความผิดวินัยร้ายแรงต่อไป ว่าสมเหตุสมผลหรือไม่

 

ดังนั้น คณะกรรมการกลั่นกรองจึงเห็นควรให้ดําเนินการสอบสวนเพิ่มเติม ดังนี้

 

1. การดําเนินการจัดซื้อ ATK อันมีลักษณะเป็นการแบ่งซื้อ ทางราชการได้รับความเสียหายร้ายแรงอย่างไร และบริษัทผู้ขายได้ประโยชน์จากทางราชการอย่างไร

 

2. จากการสอบสวน ไม่พบข้อเท็จจริงว่า มีการเทียบเคียงข้อมูลการจัดซื้อของหน่วยงานอื่นหรือไม่ รวมถึงข้อมูลของบริษัทผู้ขาย ATK ว่าได้จําหน่ายให้กับหน่วยงานใดบ้างหรือไม่

 

แต่ปรากฏว่า อ.ก.พ.เสียงส่วนใหญ่ กลับไม่ได้สนใจพิจารณาให้มีการสอบสวนเพิ่มเติม ทั้งที่ที่เป็นประเด็นสําคัญในการพิจารณาลงโทษวินัยร้ายแรงต่อ นพ. สุภัทร

 

พรรคประชาชนจึงเห็นว่า หากกระทรวงสาธารณสุข ลงนามปลด นพ. สุภัทร โดยไม่ชอบธรรม พรรคจะดําเนินการทางกฎหมายทุกช่องทาง ในการปกป้องสิทธิของประชาชน จังหวัดสงขลาเขต 2 ในการเลือกผู้แทนราษฎรที่ตนเองต้องการ รวมถึงปกป้องหลักธรรมาภิบาลในระบบราชการ และพรรคประชาชนจะดําเนินคดีต่อเจ้าหน้าที่ที่ใช้อํานาจโดยมิชอบอย่างถึงที่สุด

 

เมื่อถามถึงกรณี นพ.เอกภพ เพียรพิเศษ ผู้สมัคร สส. เชียงราย เขต 1 พรรคภูมิใจไทย ที่อ้างว่า ตัวเลขการจัดซื้อ ATK สูงกว่าราคาในท้องตลาด ชัยธวัชกล่าวว่า ในนามส่วนตัว ไม่อยากเสียเวลาโต้แย้ง รู้สึกเสียใจกับคุณหมอท่านนี้ เพราะเมื่อนึกถึงคุณหมอท่านนี้ทีไร ก็รู้สึกเสียใจทุกครั้งที่เคยไปช่วยหาเสียงที่จังหวัดเชียงราย เขต 1 ซึ่งบุคคลท่านนี้ทรยศต่อพี่น้องประชาชน

 

ชัยธวัชกล่าวถึงเรื่องการจัดซื้อ ATK ว่า จริงๆ แล้ว ข้อมูลมีเยอะ สามารถไปค้นได้ การซื้อแต่ละครั้ง เป็นอย่างไร ATK แต่ละเกรด เป็นอย่างไร ขอเตือนว่า ให้ระวังหากพูดเรื่องนี้เยอะ เพราะก่อนหน้านี้ ในช่วงนั้นก็มีการตั้งข้อสงสัย ข้อสังเกตกับการสั่งซื้อ ATK บริษัทเล่อปู๋ (Lepu) จากประเทศจีน ที่ผิดสังเกต ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขในขณะนั้น แต่ก็ไม่เป็นไร เรื่องนี้ตนเองยินดี และคิดว่าประชาชนก็สนใจกับการซื้อ ATK และวัคซีนในขณะนั้นด้วย

 

ชัยธวัชยังเชื่อว่า นพ.สุภัทร ชี้แจงได้ แต่ประเด็นสําคัญคือข้อเสนอของคณะกรรมการกลั่นกรอง ที่ควรให้มีการสอบสวนข้อเท็จจริงให้ชัดเจนก่อน ว่าการกระทําของ นพ. สุภัทร มีการทุจริตจริงหรือไม่ และทําให้ราชการเสียหายร้ายแรงหรือไม่ นอกจากแค่เรื่องผิดระเบียบ เพราะถ้าจะลงโทษวินัยร้ายแรง ก็ต้องมีข้อมูลที่ชี้ให้เห็นเหมาะสมเพียงพอ

 

ชัยธวัเข้าใจว่า กระทรวงสาธารณสุข คงถูกกระแสสังกดดันไม่ไหว และถูกสังคมตั้งคําถามกับเรื่องนี้มาก จนต้องรีบมาชี้แจง จึงขอฝากคําถามไปยังปลัดกระทรวงฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงฯ ว่าทําไมจึงไม่พิจารณาข้อเสนอของคณะกรรมการกลั่นกรองที่ให้สอบสวนเพิ่ม พร้อมมองว่า ตามระเบียบ ปลัดกระทรวงฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงฯ สามารถทบทวนมติได้ และให้ไปดําเนินเพิ่มเติมได้ พร้อมย้ำว่า ขอให้ดูตามไทม์ไลน์

 


 

เกาะติดความเคลื่อนไหว เลือกตั้ง 2569 : ข่าวล่าสุด บทวิเคราะห์ กติกาการเลือกตั้ง และรายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ได้ที่นี่
https://thestandard.co/election2569/

The post เลือกตั้ง 2569 : ชัยธวัชเผย คกก. กลั่นกรองเคยเสนอให้สอบสวนเพิ่มก่อนปลด นพ. สุภัทร ทำไม อ.ก.พ. ไม่ดำเนินการ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลือกตั้ง 2569 : พิธาเยือนเวทีปราศรัยใหญ่สมุทรปราการ ยกเป็นเมืองหลวงก้าวไกล ด้านศิริกัญญาปลุกเลือกเพื่อเปลี่ยน https://thestandard.co/pita-sirikanya-samut-prakan-rally/ Mon, 26 Jan 2026 01:00:54 +0000 https://thestandard.co/?p=1169336 พิธาเยือนเวทีปราศรัยใหญ่สมุทรปราการ ยกเป็นเมืองหลวงก้าวไกล ด้านศิริกัญญาปลุกเลือกเพื่อเปลี่ยน

วันนี้ (25 มกราคม) วันนี้ (25 มกราคม) ที่ตลาดแบล็คมาร์เ […]

The post เลือกตั้ง 2569 : พิธาเยือนเวทีปราศรัยใหญ่สมุทรปราการ ยกเป็นเมืองหลวงก้าวไกล ด้านศิริกัญญาปลุกเลือกเพื่อเปลี่ยน appeared first on THE STANDARD.

]]>
พิธาเยือนเวทีปราศรัยใหญ่สมุทรปราการ ยกเป็นเมืองหลวงก้าวไกล ด้านศิริกัญญาปลุกเลือกเพื่อเปลี่ยน

วันนี้ (25 มกราคม) วันนี้ (25 มกราคม) ที่ตลาดแบล็คมาร์เก็ต จังหวัดสมุทรปราการ พรรคประชาชนจัดเวทีปราศรัยใหญ่ ‘เชื่อในประชาชน’ โดยมีผู้สมัคร สส. สมุทรปราการ พรรคประชาชน ครบทั้ง 8 เขต พร้อมด้วยแกนนำพรรคและผู้ช่วยหาเสียง ได้แก่ วิโรจน์ ลักขณาอดิศร, ชัยธวัช ตุลาธน

 

พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล ในฐานะผู้ช่วยหาเสียง กล่าวว่ายินดีที่ได้กลับมาเมืองหลวงของพรรคก้าวไกล พร้อมเล่าถึงความทรงจำที่มีกับสมุทรปราการ ว่าเป็นจังหวัดแรกที่มีการประชุมกรรมการบริหารพรรค หลังจากตนเองเป็นหัวหน้าพรรค สถานที่แรกที่ลงพื้นที่ในช่วงโควิด-19 ระบาด และเป็นการลงพื้นที่ภัยพิบัติสิ่งแวดล้อมกรณีโรงงานหมิงตี้เป็นครั้งแรก

 

จากนั้น ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค ปราศรัยเป็นคนสุดท้าย โดยระบุว่า การเลือกตั้งครั้งนี้จะไม่เหมือนเดิมกับปี 2566 ที่ทำให้ทุกคนผิดหวังที่พรรคก้าวไกลไม่ได้จัดตั้งรัฐบาล เพราะรอบนี้ไม่มีอำนาจที่ไม่ยึดโยงกับประชาชนแล้ว ขอให้ครั้งนี้เลือกพรรคประชาชนให้ชนะขาด และชนะต่อไปเรื่อยๆ จนกว่าจะถึงวันที่พิธากลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีได้

 

พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ และ ศิริกัญญา ตันสกุล ปราศรัยบนเวทีใหญ่ที่จังหวัดสมุทรปราการ 1พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ และ ศิริกัญญา ตันสกุล ปราศรัยบนเวทีใหญ่ที่จังหวัดสมุทรปราการ 2พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ และ ศิริกัญญา ตันสกุล ปราศรัยบนเวทีใหญ่ที่จังหวัดสมุทรปราการ 3พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ และ ศิริกัญญา ตันสกุล ปราศรัยบนเวทีใหญ่ที่จังหวัดสมุทรปราการ 4พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ และ ศิริกัญญา ตันสกุล ปราศรัยบนเวทีใหญ่ที่จังหวัดสมุทรปราการ 5พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ และ ศิริกัญญา ตันสกุล ปราศรัยบนเวทีใหญ่ที่จังหวัดสมุทรปราการ 6พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ และ ศิริกัญญา ตันสกุล ปราศรัยบนเวทีใหญ่ที่จังหวัดสมุทรปราการ 7พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ และ ศิริกัญญา ตันสกุล ปราศรัยบนเวทีใหญ่ที่จังหวัดสมุทรปราการ 8พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ และ ศิริกัญญา ตันสกุล ปราศรัยบนเวทีใหญ่ที่จังหวัดสมุทรปราการ 9พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ และ ศิริกัญญา ตันสกุล ปราศรัยบนเวทีใหญ่ที่จังหวัดสมุทรปราการ 10พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ และ ศิริกัญญา ตันสกุล ปราศรัยบนเวทีใหญ่ที่จังหวัดสมุทรปราการ 11พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ และ ศิริกัญญา ตันสกุล ปราศรัยบนเวทีใหญ่ที่จังหวัดสมุทรปราการ 12พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ และ ศิริกัญญา ตันสกุล ปราศรัยบนเวทีใหญ่ที่จังหวัดสมุทรปราการ 13พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ และ ศิริกัญญา ตันสกุล ปราศรัยบนเวทีใหญ่ที่จังหวัดสมุทรปราการ 14พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ และ ศิริกัญญา ตันสกุล ปราศรัยบนเวทีใหญ่ที่จังหวัดสมุทรปราการ 15พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ และ ศิริกัญญา ตันสกุล ปราศรัยบนเวทีใหญ่ที่จังหวัดสมุทรปราการ 17พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ และ ศิริกัญญา ตันสกุล ปราศรัยบนเวทีใหญ่ที่จังหวัดสมุทรปราการ 18
 


 

เกาะติดความเคลื่อนไหว เลือกตั้ง 2569 : ข่าวล่าสุด บทวิเคราะห์ กติกาการเลือกตั้ง และรายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ได้ที่นี่
https://thestandard.co/election2569/

The post เลือกตั้ง 2569 : พิธาเยือนเวทีปราศรัยใหญ่สมุทรปราการ ยกเป็นเมืองหลวงก้าวไกล ด้านศิริกัญญาปลุกเลือกเพื่อเปลี่ยน appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลือกตั้ง 2569 : พิธากลับขึ้นเวทีปราศรัย ปลุกประชาชนเลือก ‘นายกฯ เท้ง’ ยาว 2 สมัย จนแกนนำอนาคตใหม่-ก้าวไกล กลับมากันครบ https://thestandard.co/pita-returns-speech-peoples-party/ Mon, 26 Jan 2026 00:45:30 +0000 https://thestandard.co/?p=1169300 พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ปราศรัยบนเวที 'เชื่อในประชาชน Trust The People' ของพรรคประชาชน ที่สามย่านมิตรทาวน์

วันนี้ (25 มกราคม) พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก […]

The post เลือกตั้ง 2569 : พิธากลับขึ้นเวทีปราศรัย ปลุกประชาชนเลือก ‘นายกฯ เท้ง’ ยาว 2 สมัย จนแกนนำอนาคตใหม่-ก้าวไกล กลับมากันครบ appeared first on THE STANDARD.

]]>
พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ปราศรัยบนเวที 'เชื่อในประชาชน Trust The People' ของพรรคประชาชน ที่สามย่านมิตรทาวน์

วันนี้ (25 มกราคม) พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล ขึ้นเวทีปราศรัย ‘เชื่อในประชาชน Trust The People’ ของพรรคประชาชน ที่หน้าสามย่านมิตรทาวน์ โดยเริ่มปราศรัยว่า กลับมาแล้วเพราะเหตุผลเดียว คือการชักชวน ประชาชนมาเลือกพรรคประชาชน ส่ง ‘นายกฯ เท้ง’ เข้าทำเนียบรัฐบาล แม้วันนี้ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองไป แต่ตัดความคิดถึงที่มีต่อประชาชนไม่ได้

 

พิธากล่าวว่า ครั้งที่แล้วประชาชนกว่า 40% เทคะแนนให้กับ พรรคก้าวไกล 14 ล้านเสียง มาเป็นอันดับ 1 แต่ไม่ยอมให้บริหารเพื่อประชาชน เพราะฉะนั้นครั้งนี้ต้องไม่ยอมอีกต่อไป และวิธีการเดียว พี่จะทำแบบนั้นได้ต้อง ชนะให้เยอะ ชนะให้ยิ่งใหญ่ และชนะให้ยาวกว่าเดิม

 

“ชนะให้เยอะคือ ต้องชนะให้พรรคอันดับ 2 ไม่กล้าจัดตั้งรัฐบาลแข่ง เลือกพรรคประชาชนให้ขาด ให้มันไม่กล้าจัดตั้งรัฐบาลแข่ง และต้องชนะอย่างยิ่งใหญ่ ไม่ซื้อสิทธิ์ขายเสียง ให้สมศักดิ์ศรี ชนะครั้งนี้ต้องชนะกันแบบยาวๆ ยาวขนาดนายกฯ เท้งสมัยแรก เอาพี่ชายสุดที่รักของผม 2 คน ธนาธร ปิยบุตร อนาคตใหม่ กลับมาให้หมด เอานายกฯ เท้ง 2 สมัย พิธา ชัยธวัช ก้าวไกล กลับมาพอดี ชนะให้ยาวจนลูกสาวผมกลับมาเลือกผมได้” พิธาระบุ

 

พิธาย้ำว่า คนอย่างตนเอง อยู่เป็น เย็นพอ รอได้ ตอนนี้โลกคือเวทีของตน ไม่ใช่ที่นี่ ปล่อยให้นายกฯ เท้ง 2 สมัย เต็มๆ ไปเลย งานยากนี้ต้องให้น้องชายเป็นคนทำ ส่วนอีก 8 ปีที่จะเพิ่มมาอีก 8 ล้านเสียง นั่นเป็นงานง่าย เดี๋ยวตนจะทำเอง พร้อมตั้งคำถามว่า ไม่รู้จะมีการเหนี่ยวรั้งอนาคตไว้ทำไม เพราะ 10 ปีก็แป๊บเดียว เดี๋ยว ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, ปิยบุตร แสงกนกกุล แกนนำพรรคอนาคตใหม่กลับมา และสมัยที่ 2 ของนายกฯ เท้ง พิธา และ ชัยธวัช ตุลาธน แกนนำพรรคก้าวไกลกลับมาครบแน่นอน

 

พิธายังกล่าวว่า ประชาชนกว่า 25% ของจำนวน 50 ล้านคนในประเทศ จะไม่ไปใช้สิทธิในการเลือกตั้งที่จะถึงนี้ จึงอยากสื่อสารไปว่า เข้าใจดีว่า การใช้สิทธิใช้เสียงมีต้นทุน แต่การเลือกตั้งครั้งนี้สำคัญกว่าครั้งไหน เพราะไม่มี สว.แล้ว ซึ่งคน 25% เท่ากับ 12 ล้านคน ที่ไม่เคยเลือกตั้งครั้งไหนมาก่อน แต่ครั้งนี้ควรจะเป็นครั้งแรก

 

ทั้งนี้ อีกกลุ่มที่อยากจะสื่อสารด้วยคือคน 10-25% ที่ยังตัดสินใจไม่ได้ว่าใครจะเป็นรัฐบาล ยังมีเวลาอีก 2 สัปดาห์ ขอให้คิดดูดีๆ ว่ามีพรรคการเมืองไหน ไม่มีนักการเมืองพรรคไหนสมบูรณ์แบบคนบทุกอย่าง แต่ขอให้คิดว่าใครจะตื่นเช้า เพื่อสู้ให้กับประชาชน เหมือน รังสิมันต์ โรม, รักชนก ศรีนอก หากยังตัดสินใจไม่ได้ ขอให้เลือกพรรคประชาชน

 

พิธาทิ้งท้ายว่า ส่วนกลุ่มสุดท้ายที่เป็นกลุ่มที่จะใช้สิทธิใช้เสียงเป็นครั้งแรกอีก 2.4 ล้านคน ขออย่าเพิ่งหมดหวังกับประเทศไทย ผิดหวังได้ แต่อย่าหมดหวังเด็ดขาด ซึ่งกลุ่มคนทั้งหมดนี้หากออกมาใช้สิทธิ เราชนะแน่นอน วันนี้จะเป็นการเมืองแบบเป็นไปได้ หรือเป็นไปไม่ได้ ขึ้นอยู่กับประชาชนทุกคน แล้ว เพราะฉะนั้นเรามาร่วมกันจัดตั้งรัฐบาลของประชาชน โดยประชาชน เพื่อประชาชนไปด้วยกัน

 

พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ปราศรัยบนเวที 'เชื่อในประชาชน Trust The People' ของพรรคประชาชน ที่สามย่านมิตรทาวน์ 1พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ปราศรัยบนเวที 'เชื่อในประชาชน Trust The People' ของพรรคประชาชน ที่สามย่านมิตรทาวน์ 2พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ปราศรัยบนเวที 'เชื่อในประชาชน Trust The People' ของพรรคประชาชน ที่สามย่านมิตรทาวน์ 3พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ปราศรัยบนเวที 'เชื่อในประชาชน Trust The People' ของพรรคประชาชน ที่สามย่านมิตรทาวน์ 4พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ปราศรัยบนเวที 'เชื่อในประชาชน Trust The People' ของพรรคประชาชน ที่สามย่านมิตรทาวน์ 5พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ปราศรัยบนเวที 'เชื่อในประชาชน Trust The People' ของพรรคประชาชน ที่สามย่านมิตรทาวน์ 6พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ปราศรัยบนเวที 'เชื่อในประชาชน Trust The People' ของพรรคประชาชน ที่สามย่านมิตรทาวน์ 7พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ปราศรัยบนเวที 'เชื่อในประชาชน Trust The People' ของพรรคประชาชน ที่สามย่านมิตรทาวน์ 8พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ปราศรัยบนเวที 'เชื่อในประชาชน Trust The People' ของพรรคประชาชน ที่สามย่านมิตรทาวน์ 9พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ปราศรัยบนเวที 'เชื่อในประชาชน Trust The People' ของพรรคประชาชน ที่สามย่านมิตรทาวน์ 10พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ปราศรัยบนเวที 'เชื่อในประชาชน Trust The People' ของพรรคประชาชน ที่สามย่านมิตรทาวน์ 11พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ปราศรัยบนเวที 'เชื่อในประชาชน Trust The People' ของพรรคประชาชน ที่สามย่านมิตรทาวน์ 12พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ปราศรัยบนเวที 'เชื่อในประชาชน Trust The People' ของพรรคประชาชน ที่สามย่านมิตรทาวน์ 13พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ปราศรัยบนเวที 'เชื่อในประชาชน Trust The People' ของพรรคประชาชน ที่สามย่านมิตรทาวน์ 14พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ปราศรัยบนเวที 'เชื่อในประชาชน Trust The People' ของพรรคประชาชน ที่สามย่านมิตรทาวน์ 15พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ปราศรัยบนเวที 'เชื่อในประชาชน Trust The People' ของพรรคประชาชน ที่สามย่านมิตรทาวน์ 16พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ปราศรัยบนเวที 'เชื่อในประชาชน Trust The People' ของพรรคประชาชน ที่สามย่านมิตรทาวน์ 17พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ปราศรัยบนเวที 'เชื่อในประชาชน Trust The People' ของพรรคประชาชน ที่สามย่านมิตรทาวน์ 18พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ปราศรัยบนเวที 'เชื่อในประชาชน Trust The People' ของพรรคประชาชน ที่สามย่านมิตรทาวน์ 19พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ปราศรัยบนเวที 'เชื่อในประชาชน Trust The People' ของพรรคประชาชน ที่สามย่านมิตรทาวน์ 20
 


 

เกาะติดความเคลื่อนไหว เลือกตั้ง 2569 : ข่าวล่าสุด บทวิเคราะห์ กติกาการเลือกตั้ง และรายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ได้ที่นี่
https://thestandard.co/election2569/

The post เลือกตั้ง 2569 : พิธากลับขึ้นเวทีปราศรัย ปลุกประชาชนเลือก ‘นายกฯ เท้ง’ ยาว 2 สมัย จนแกนนำอนาคตใหม่-ก้าวไกล กลับมากันครบ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลือกตั้ง 2569 : พิธาเปิดใจกลับมาช่วยหาเสียง หวังปลุกประชาชน 25% ที่ยังไม่ตัดสินใจ ออกมาใช้สิทธิ https://thestandard.co/pita-campaign-people-party/ Sun, 25 Jan 2026 11:17:10 +0000 https://thestandard.co/?p=1169277 ภาพประกอบ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ระหว่างการช่วยหาเสียงให้กับ พรรคประชาชน พร้อมสโลแกน '4T' เพื่อส่ง ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ เข้าทำเนียบ

วันนี้ (25 มกราคม) พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก […]

The post เลือกตั้ง 2569 : พิธาเปิดใจกลับมาช่วยหาเสียง หวังปลุกประชาชน 25% ที่ยังไม่ตัดสินใจ ออกมาใช้สิทธิ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพประกอบ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ระหว่างการช่วยหาเสียงให้กับ พรรคประชาชน พร้อมสโลแกน '4T' เพื่อส่ง ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ เข้าทำเนียบ

วันนี้ (25 มกราคม) พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล ในฐานะผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน เปิดเผยว่า วันนี้ได้กลับมาอีกครั้ง อยู่ในบรรยากาศที่คุ้นเคย และยังมีเรื่องที่เรายังค้างคาอยู่ ยังทำไม่จบ วันนี้ก็ได้มาร่วมทีมด้วยกัน และหวังว่าจะเชิญชวนทุกคนไปร่วมเลือกเบอร์ 46 ส่ง ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน เข้าทำเนียบรัฐบาล

 

“ถือเป็นบรรยากาศที่คิดถึง ตั้งแต่ถูกตัดสิทธิ แต่ก็ตัดสิทธิความคิดถึงประชาชนไม่ได้” พิธากล่าว

 

สำหรับความท้าทายในการเลือกตั้งครั้งนี้ที่พรรคประชาชนอาจไม่ได้รับคะแนนเสียงเป็นอันดับ 1 นั้น พิธากล่าวว่า การเลือกตั้งยากทุกครั้ง คนก็เปลี่ยนไปตลอด แต่สิ่งสำคัญและเป็นจุดเด่นของพวกเราต้องแต่สมัยอนาคตใหม่ จนถึงปัจจุบัน ก็คือการทำงานทำงานเป็นทีม

 

“ก็จะได้เห็น ธร (ธนาธร) ทิม (พิธา) เท้ง (ณัฐพงษ์) ต๋อม (ชัยธวัช) หรือ ‘4T’ ที่จะร่วมกันทำให้คุณณัฐพงษ์เข้าสู่ทำเนียบรัฐบาลให้ได้แน่ๆ ส่วนการดึงคะแนนในช่วงโค้งสุดท้ายก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของคุณณัฐพงษ์ ผมเพียงมาเป็นผู้ช่วย”

 

ส่วนการที่ครั้งนี้เจอศึกหนักทั้งจากเพื่อไทยและภูมิใจไทย พิธายอมรับว่า ไม่มีครั้งไหนที่ไม่หนัก เป็นเรื่องธรรมดาของการเมือง เราควรเอาบรรยากาศที่คุ้นเคยกลับมาการเมืองเป็นเรื่องสนุก เป็นเรื่องความเป็นไปได้ เป็นเรื่องการมีส่วนร่วม

 

“เวทีนี้ถ้าจะให้เฉลยกับผู้สื่อข่าว ตั้งใจสื่อสารกับคน 25% หรือ 10 ล้านคน ที่ปกติแล้วไม่ได้ออกมาใช้สิทธิ ซึ่งเราก็เข้าใจ เพราะการเดินทางออกมาใช้สิทธิอะไรต่างๆ ก็มีต้นทุน ขณะเดียวกันก็ยังมีอีกประมาณ 10-15% ที่ยังไม่ได้มีการตัดสินใจ หรือประมาณ 7 ล้านคน รวมกับคนรุ่นใหม่ 3 ปีที่ผ่านมา เกิดประมาณปีละ 8 แสน รวมแล้วก็ประมาณ 2 ล้านคน ซึ่งคนที่สนับสนุนคุณเท้งอยู่แล้ว ก็เป็นหน้าที่ของคุณเท้ง แต่คนที่มักจะไม่มาใช้สิทธิ์กับคนที่ยังติดสินใจไม่ได้ ก็เป็นหน้าที่ของผมที่จะต้องปลุกพวกเขา 25 ล้านคนออกมาให้ได้ เพราะคุณไอซ์ (รักชนก ศรีนอก) ก็ได้ล่อไปแล้ว 24 ล้านคนจากประกันสังคม” พิธากล่าว

 

พิธาย้ำว่า เป็นยุทธศาสตร์ที่ทำให้เห็นว่าการออกมาเลือกตั้งมีประโยชน์ แน่นอนว่ามีต้นทุนในการออกมาเลือกตั้ง ก็อาจจะต้องปิดร้านก๋วยเตี๋ยว บางคนลางานไม่ได้

 

ขณะที่กระแสชาตินิยมกับวาทกรรม ‘ทหารมีไว้ทำไม’ จะกระทบต่อการเลือกตั้งหรือไม่ พิธากล่าวว่า เรื่องนี้ก็ได้มีการอธิบายไปหลายครั้งมากแล้ว ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นคืออะไร ได้ขอโทษที่ทำให้ทหารมืออาชีพไม่สบายใจ เพื่อปรับความเข้าใจกัน และหลังจากปรับความเข้าใจ ก็ได้เห็นทหารมืออาชีพชั้นผู้น้อย ได้ออกมาระบายความอัดอั้นตันใจ ดังนั้น จุดยืนของเราในการปฏิรูปกองทัพให้ทันสมัยและมีสิทธิมนุษยชน ไม่มีคอร์รัปชันในกองทัพ เป็นสิ่งที่ทหารมืออาชีพจำนวนมากเข้าใจ

 


 

เกาะติดความเคลื่อนไหว เลือกตั้ง 2569 : ข่าวล่าสุด บทวิเคราะห์ กติกาการเลือกตั้ง และรายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ได้ที่นี่
https://thestandard.co/election2569/

The post เลือกตั้ง 2569 : พิธาเปิดใจกลับมาช่วยหาเสียง หวังปลุกประชาชน 25% ที่ยังไม่ตัดสินใจ ออกมาใช้สิทธิ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลือกตั้ง 2569 : เชียงใหม่คึกคักหลังรับสมัคร สส. ‘ประชาชน-กล้าธรรม’ สักการะครูบาศรีวิชัย ชัยธวัช นำทัพช่วยลูกทีมเขต 8 https://thestandard.co/chiang-mai-mp-people-klatham-kruba/ Sat, 27 Dec 2025 11:42:07 +0000 https://thestandard.co/?p=1159206 เชียงใหม่คึกคักหลังรับสมัคร สส. ‘ประชาชน-กล้าธรรม’ สักการะ ครูบาศรีวิชัย ชัยธวัช นำทัพช่วยลูกทีมเขต 8

วันนี้ (27 ธันวาคม) ภายหลังจากเสร็จสิ้นกระบวนการรับสมัค […]

The post เลือกตั้ง 2569 : เชียงใหม่คึกคักหลังรับสมัคร สส. ‘ประชาชน-กล้าธรรม’ สักการะครูบาศรีวิชัย ชัยธวัช นำทัพช่วยลูกทีมเขต 8 appeared first on THE STANDARD.

]]>
เชียงใหม่คึกคักหลังรับสมัคร สส. ‘ประชาชน-กล้าธรรม’ สักการะ ครูบาศรีวิชัย ชัยธวัช นำทัพช่วยลูกทีมเขต 8

วันนี้ (27 ธันวาคม) ภายหลังจากเสร็จสิ้นกระบวนการรับสมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบแบ่งเขต จังหวัดเชียงใหม่ ในช่วงเช้าที่ผ่านมา ทีมข่าว THE STANDARD รายงานบรรยากาศการเริ่มต้นหาเสียงที่เป็นไปอย่างคึกคัก โดยจุดหมายแรกของผู้สมัครส่วนใหญ่คือการเดินทางไปสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง

 

โดยที่ อนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัย อำเภอเมืองเชียงใหม่ ผู้สมัคร สส. พรรคประชาชน จังหวัดเชียงใหม่ ครบทั้ง 10 เขต ได้เดินทางมารวมตัวกันเพื่อกราบไหว้ขอพรเอาฤกษ์เอาชัย ในขณะเดียวกัน นเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ ผู้สมัครจาก พรรคกล้าธรรม ก็ได้เดินทางมาสักการะอนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัยในช่วงเวลาเดียวกัน ก่อนที่ผู้สมัครของแต่ละพรรคจะแยกย้ายกันลงพื้นที่เพื่อพบปะพี่น้องประชาชนในเขตรับผิดชอบของตน

 

ในส่วนของแกนนำพรรคประชาชน ชัยธวัช ตุลาธน ผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน (อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล) ได้เดินทางลงพื้นที่อำเภอหางดง เพื่อช่วยหาเสียงให้กับ ภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ ผู้สมัคร สส. เขต 8 โดยปักหมุดสำคัญที่งานหัตถกรรมบ้านถวาย ซึ่งเป็นแหล่งเศรษฐกิจสำคัญของชุมชน

 

ชัยธวัช กล่าวถึงสถานการณ์ของบ้านถวายว่า พื้นที่นี้เคยเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญและเป็นหมู่บ้าน OTOP แห่งแรกของประเทศไทย ถือเป็นศูนย์กลางงานไม้แกะสลักที่ใหญ่ที่สุดของเชียงใหม่ ในอดีตเคยมีเม็ดเงินหมุนเวียนสร้างรายได้สูงกว่า 3,000 ล้านบาทต่อปี แต่ผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้รายได้และจำนวนร้านค้าลดลงกว่าร้อยละ 50 เนื่องจากโครงสร้างเศรษฐกิจที่พึ่งพานักท่องเที่ยวต่างชาติและการส่งออกเป็นหลัก จึงจำเป็นต้องมีการฟื้นฟูอย่างรอบด้าน

 

“หากพรรคประชาชนได้รับความไว้วางใจให้เป็นรัฐบาล เราพร้อมสนับสนุนภาคการส่งออกด้วยการ ‘ผ่อนคลายกฎระเบียบ’ และขั้นตอนการขออนุญาตที่เกี่ยวข้องกับสินค้าประเภทไม้ เพื่อขจัดอุปสรรคทางการค้าให้เหลือน้อยที่สุด ควบคู่ไปกับการกระตุ้นกำลังซื้อภายในประเทศ ผ่านโครงการ ‘คนละครึ่งแบบมีเป้าหมาย’ ที่เน้นสนับสนุนสินค้า SME และงานหัตถกรรมโดยเฉพาะ เพื่อให้เม็ดเงินกระจายลงสู่ผู้ประกอบการรายย่อยอย่างตรงจุด” ชัยธวัช กล่าว

 

นอกจากนี้ ชัยธวัช ยังนำเสนอนโยบายเชิงโครงสร้าง โดยเสนอให้มีการจัดสรรงบประมาณลงสู่พื้นที่เศรษฐกิจสร้างสรรค์อย่างต่อเนื่อง และเปิดโอกาสให้ท้องถิ่นมีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทางเพื่อแก้ปัญหาความไม่ต่อเนื่องของงบประมาณ พร้อมทั้งผลักดันการพัฒนาฝีมือแรงงานผ่านระบบคูปองอัปสกิล เพื่อฝึกทักษะใหม่โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย รวมถึงมาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการที่กำลังเผชิญปัญหาต้นทุนสูงและขาดสภาพคล่อง ให้สามารถต่อยอดธุรกิจต่อไปได้

 

เชียงใหม่คึกคักหลังรับสมัคร สส. ‘ประชาชน-กล้าธรรม’ สักการะ ครูบาศรีวิชัย ชัยธวัช นำทัพช่วยลูกทีมเขต 8 1เชียงใหม่คึกคักหลังรับสมัคร สส. ‘ประชาชน-กล้าธรรม’ สักการะ ครูบาศรีวิชัย ชัยธวัช นำทัพช่วยลูกทีมเขต 8 2เชียงใหม่คึกคักหลังรับสมัคร สส. ‘ประชาชน-กล้าธรรม’ สักการะ ครูบาศรีวิชัย ชัยธวัช นำทัพช่วยลูกทีมเขต 8 3เชียงใหม่คึกคักหลังรับสมัคร สส. ‘ประชาชน-กล้าธรรม’ สักการะ ครูบาศรีวิชัย ชัยธวัช นำทัพช่วยลูกทีมเขต 8 4เชียงใหม่คึกคักหลังรับสมัคร สส. ‘ประชาชน-กล้าธรรม’ สักการะ ครูบาศรีวิชัย ชัยธวัช นำทัพช่วยลูกทีมเขต 8 5เชียงใหม่คึกคักหลังรับสมัคร สส. ‘ประชาชน-กล้าธรรม’ สักการะ ครูบาศรีวิชัย ชัยธวัช นำทัพช่วยลูกทีมเขต 8 6เชียงใหม่คึกคักหลังรับสมัคร สส. ‘ประชาชน-กล้าธรรม’ สักการะ ครูบาศรีวิชัย ชัยธวัช นำทัพช่วยลูกทีมเขต 8 7

The post เลือกตั้ง 2569 : เชียงใหม่คึกคักหลังรับสมัคร สส. ‘ประชาชน-กล้าธรรม’ สักการะครูบาศรีวิชัย ชัยธวัช นำทัพช่วยลูกทีมเขต 8 appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลือกตั้ง 2569 : ‘ชัยธวัช’ นำทีมพรรคประชาชน ปั่นจักรยานสมัคร สส. เชียงใหม่ 10 เขต ชูธงขจัดทุนเทา-กวาดที่นั่งภาคเหนือ https://thestandard.co/chaithawat-leads-peoples-party-team/ Sat, 27 Dec 2025 01:53:26 +0000 https://thestandard.co/?p=1158940 ‘ชัยธวัช’ นำทีมพรรคประชาชน ปั่นจักรยานสมัคร สส. เชียงใหม่ 10 เขต ชูธงขจัดทุนเทา-กวาดที่นั่งภาคเหนือ

วันนี้ (27 ธันวาคม) ทีมข่าว THE STANDARD รายงานบรรยากาศ […]

The post เลือกตั้ง 2569 : ‘ชัยธวัช’ นำทีมพรรคประชาชน ปั่นจักรยานสมัคร สส. เชียงใหม่ 10 เขต ชูธงขจัดทุนเทา-กวาดที่นั่งภาคเหนือ appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘ชัยธวัช’ นำทีมพรรคประชาชน ปั่นจักรยานสมัคร สส. เชียงใหม่ 10 เขต ชูธงขจัดทุนเทา-กวาดที่นั่งภาคเหนือ

วันนี้ (27 ธันวาคม) ทีมข่าว THE STANDARD รายงานบรรยากาศการรับสมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบแบ่งเขต จังหวัดเชียงใหม่ วันแรก ที่ โรงพลศึกษา 2 (ยิมเนเซียม 2) สนามกีฬาสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี อำเภอเมืองเชียงใหม่ ซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดเชียงใหม่กำหนดให้เป็นสถานที่รับสมัครระหว่างวันที่ 27-31 ธันวาคม 2568

 

สำหรับพรรคประชาชน นำโดย ชัยธวัช ตุลาธน ผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน (อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล) พร้อมด้วย นิติพล ผิวเหมาะ ว่าที่ผู้สมัคร สส. แบบบัญชีรายชื่อ ในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการเลือกตั้งพรรคประชาชน จังหวัดเชียงใหม่ ได้นำทีมว่าที่ผู้สมัคร สส. เชียงใหม่ ครบทั้ง 10 เขต ร่วมกันปั่นจักรยานสีส้มซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของพรรค เข้าสู่สถานที่รับสมัครอย่างพร้อมเพรียง

 

ชัยธวัช กล่าวแสดงความมั่นใจถึงความพร้อมของผู้สมัครในการสู้ศึกเลือกตั้งครั้งนี้ โดยเชื่อมั่นว่าชาวเชียงใหม่จะให้ความไว้วางใจไม่น้อยไปกว่าเดิม เป้าหมายหลักคือการรักษาที่นั่งในเขตเดิม และมุ่งมั่นที่จะชนะเพิ่มเติมในเขตที่ยังไม่เคยได้ นอกจากนี้ พรรคยังตั้งเป้าขยายฐานเสียงในพื้นที่ภาคเหนือจังหวัดอื่นๆ อาทิ แม่ฮ่องสอน แพร่ พะเยา น่าน และอุตรดิตถ์

 

“เรามีความตั้งใจที่จะชนะการเลือกตั้งเป็นอันดับหนึ่ง เพื่อแสดงความพร้อมในการเข้าไปบริหารประเทศและนำพาไทยก้าวพ้นวิกฤตรอบด้าน โดยเฉพาะภารกิจสำคัญในการต่อสู้กับกลุ่มทุนสีเทาที่เข้ามาทำลายระบบเศรษฐกิจและครอบงำระบบราชการ จึงขอเชิญชวนประชาชนมาร่วมกันสร้างรัฐบาลของประชาชน” ชัยธวัช กล่าว

 

ทางด้าน นิติพล เปิดเผยถึงยุทธศาสตร์การหาเสียงในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ว่า พรรคมีความพร้อมเต็มที่และผู้สมัครได้ลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง โดยมีการแบ่งการทำงานออกเป็น 2 ส่วน คือ การรักษาฐานเสียงใน 7 เขตเดิมที่เคยชนะการเลือกตั้ง และการรุกหนักในอีก 3 เขตเป้าหมายใหม่ โดยใช้กลยุทธ์การทำงานเป็นทีมเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและสะท้อนปัญหาของประชาชนในแต่ละพื้นที่

 

สำหรับนโยบายหลักที่จะนำเสนอต่อชาวเชียงใหม่ พรรคประชาชนจะเน้นการแก้ไขปัญหาเร่งด่วนและปัญหาเชิงโครงสร้าง ครอบคลุมประเด็นสำคัญ ได้แก่ การแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 การยกระดับภาคการเกษตร และการสร้างสวัสดิการเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนตั้งแต่เกิดจนตาย

 

‘ชัยธวัช’ นำทีมพรรคประชาชน ปั่นจักรยานสมัคร สส. เชียงใหม่ 10 เขต ชูธงขจัดทุนเทา-กวาดที่นั่งภาคเหนือ 1‘ชัยธวัช’ นำทีมพรรคประชาชน ปั่นจักรยานสมัคร สส. เชียงใหม่ 10 เขต ชูธงขจัดทุนเทา-กวาดที่นั่งภาคเหนือ 2‘ชัยธวัช’ นำทีมพรรคประชาชน ปั่นจักรยานสมัคร สส. เชียงใหม่ 10 เขต ชูธงขจัดทุนเทา-กวาดที่นั่งภาคเหนือ 3‘ชัยธวัช’ นำทีมพรรคประชาชน ปั่นจักรยานสมัคร สส. เชียงใหม่ 10 เขต ชูธงขจัดทุนเทา-กวาดที่นั่งภาคเหนือ 4‘ชัยธวัช’ นำทีมพรรคประชาชน ปั่นจักรยานสมัคร สส. เชียงใหม่ 10 เขต ชูธงขจัดทุนเทา-กวาดที่นั่งภาคเหนือ 5‘ชัยธวัช’ นำทีมพรรคประชาชน ปั่นจักรยานสมัคร สส. เชียงใหม่ 10 เขต ชูธงขจัดทุนเทา-กวาดที่นั่งภาคเหนือ 6

The post เลือกตั้ง 2569 : ‘ชัยธวัช’ นำทีมพรรคประชาชน ปั่นจักรยานสมัคร สส. เชียงใหม่ 10 เขต ชูธงขจัดทุนเทา-กวาดที่นั่งภาคเหนือ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชัยธวัชเรียกร้องสภาฯ นิรโทษกรรมคดี ม. 112 แบบมีเงื่อนไข หรืออย่างน้อยสงวนพิจารณาคดี ม. 112 กับเยาวชน https://thestandard.co/chaitawat-seeks-112-conditional-amnesty/ Tue, 21 Oct 2025 08:07:44 +0000 https://thestandard.co/?p=1133393 ชัยธวัชเรียกร้อง สภาฯ นิรโทษกรรมคดี ม. 112 แบบมีเงื่อนไข หรืออย่างน้อยสงวนพิจารณาคดี ม. 112 กับเยาวชน

วันนี้ (21 ตุลาคม) ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 3 […]

The post ชัยธวัชเรียกร้องสภาฯ นิรโทษกรรมคดี ม. 112 แบบมีเงื่อนไข หรืออย่างน้อยสงวนพิจารณาคดี ม. 112 กับเยาวชน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชัยธวัชเรียกร้อง สภาฯ นิรโทษกรรมคดี ม. 112 แบบมีเงื่อนไข หรืออย่างน้อยสงวนพิจารณาคดี ม. 112 กับเยาวชน

วันนี้ (21 ตุลาคม) ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 32 สมัยสามัญประจำปีครั้งที่ 1 วาระพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. … หรือร่างกฎหมายว่าด้วยการนิรโทษกรรมคดีการเมือง ที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว

 

ชัยธวัช ตุลาธน ในฐานะกรรมาธิการผู้สงวนความเห็นในมาตรา 3 ได้อภิปรายว่า คณะกรรมาธิการเสียงข้างมากมีนัยสำคัญเพียงประเด็นเดียว คือขอให้กำหนดข้อยกเว้นไม่นิรโทษกรรมให้กับผู้กระทำความผิดมาตรา 112 เฉพาะคนที่ไม่ยอมรับมาตรการการกระทำผิดซ้ำและให้อำนาจคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข

 

“ผมได้เสนอให้ พ.ร.บ. ฉบับนี้นิรโทษกรรมคดีมาตรา 112 อย่างมีเงื่อนไข เพราะได้พูดคุยกับหลายฝ่ายที่มีความเห็นแตกต่างกันกับเยาวชนคนรุ่นใหม่ และบุคคลที่มาแสดงออกทางการเมืองแต่ถูกดำเนินคดีในมาตรา 112 ผมไม่ปฏิเสธว่าจะมีการปรองดองกันสร้างเสริมสังคมสันติสุข ให้อภัยต่อกันด้วยการนิรโทษคดี 112 เพียงแต่มีความกังวลว่า ถ้านิรโทษกรรมผู้กระทำความผิดตามมาตรา 112 แล้วนั้น เมื่อออกมาแล้วจะกลับมาแสดงออกทางการเมืองในสิ่งที่หลายฝ่ายไม่เห็นด้วยอีกหรือไม่
จึงเป็นที่มาของการนิรโทษกรรมคดี 112 แบบมีเงื่อนไข ซึ่งเชื่อว่ามาตรการแบบนี้เป็นมาตรการที่พยายามหาจุดตรงกลาง เข้าใจทุกฝ่าย เข้าใจฝ่ายที่กังวลและฝ่ายที่ถูกดำเนินคดี เพื่อให้การนิรโทษกรรมตาม พ.ร.บ.ฉบับนี้บรรลุเป้าหมายสูงสุดได้อย่างแท้จริง” ชัยธวัชกล่าว

 

ชัยธวัชยังเชื่อว่า ถ้าการนิรโทษกรรมครั้งนี้มีการขีดเส้นความขัดแย้งข้อต่างๆ ของกลุ่มการเมืองในอดีต แต่กีดกันการดำเนินคดีทางการเมืองที่มีนัยที่สุดในปัจจุบันและอนาคต เราจะไม่สามารถบรรลุสิ่งที่เราบอกว่าสร้างเสริมสังคมสันติสุขได้ แต่อาจเป็นการบ่มบาดแผลและความขัดแย้งในสังคมไทยปัจจุบันเอาไว้ให้บาดลึกมากยิ่งขึ้น และอาจกดดันให้เกิดเหตุการณ์ความขัดแย้งที่ไม่ควรเกิดขึ้นในสังคมไทยในอนาคต

 

ชัยธวัชย้ำว่า ถ้าเราพยายามทำความเข้าใจการแสดงออกของเยาวชนคนรุ่นใหม่ที่ถูกดำเนินคดีตามมาตรา 112 และมาตราอื่นๆ นั้น เป็นเพียงปลายเหตุ เป็นเพียงผลสะท้อนของความไม่พอใจของพวกเขาต่อสิ่งที่คนรุ่นเก่า ที่เรียกว่าเป็นผู้ใหญ่ ได้สร้างไว้ให้กับการเมือง และส่งมอบเป็นมรดกให้กับพวกเขา

 

ดังนั้น ทางออกเพื่อให้เกิดการยุติการแสดงออกทางการเมือง เป็นภาระของเราทุกคนที่จะต้องช่วยกันทำให้การเมืองภายใต้ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เข้ารูปเข้ารอยอย่างที่ควรจะเป็น ไม่ใช่หาทางออกด้วยการลงทัณฑ์คนรุ่นใหม่ที่รับเอามรดกบาปไป แล้วแสดงความรู้สึกออกมา

 

ช่วงท้ายชัยธวัชยังได้หยิบยกคำพูดของ เบญจา อะปัญ นักเคลื่อนไหวทางการเมืองที่ถูกคดี 112 ว่า “พวกเราเปลี่ยนอดีตไม่ได้แต่พวกเราร่วมกันเปลี่ยนอนาคตได้” ดังนั้น จึงอยากเชิญชวนให้ทุกคนร่วมเปลี่ยนอนาคตร่วมสร้างสรรค์สังคมสันติสุขภายใต้ชื่อ พ.ร.บ. ฉบับนี้ได้ ด้วยการทำให้สังคมอยู่ร่วมกันได้ แม้มีความเห็นแตกต่างกัน จึงขอเสนอให้พิจารณานิรโทษกรรมคดีมาตรา 112 อย่างมีเงื่อนไข หรืออย่างน้อย เห็นด้วยกับการสงวนให้พิจารณานิรโทษกรรมคดี 112 ให้แก่เยาวชนที่อายุต่ำกว่า 18 ปี

The post ชัยธวัชเรียกร้องสภาฯ นิรโทษกรรมคดี ม. 112 แบบมีเงื่อนไข หรืออย่างน้อยสงวนพิจารณาคดี ม. 112 กับเยาวชน appeared first on THE STANDARD.

]]>
กมธ. นิรโทษกรรมมีมติเสียงข้างมากไม่รวมคดี ม. 112 ตามที่ ‘ชัยธวัช-ศศินันท์’ เสนอ ยังได้ลุ้นถกมาตรา 6 นัดต่อไป https://thestandard.co/amnesty-bill-112-vote/ Thu, 28 Aug 2025 13:23:33 +0000 https://thestandard.co/?p=1112863 amnesty-bill-112-vote

วันนี้ (28 สิงหาคม) ผู้สื่อข่าวรายงานจากอาคารรัฐสภาว่า […]

The post กมธ. นิรโทษกรรมมีมติเสียงข้างมากไม่รวมคดี ม. 112 ตามที่ ‘ชัยธวัช-ศศินันท์’ เสนอ ยังได้ลุ้นถกมาตรา 6 นัดต่อไป appeared first on THE STANDARD.

]]>
amnesty-bill-112-vote

วันนี้ (28 สิงหาคม) ผู้สื่อข่าวรายงานจากอาคารรัฐสภาว่า ในการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ…. สภาผู้แทนราษฎร ที่มี ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี เป็นประธานกรรมาธิการ 

 

ที่ประชุมมีวาระพิจารณาเนื้อหาของมาตรา 3 ว่าด้วยข้อยกเว้นของการบังคับใช้กฎหมายกับผู้กระทำความผิดฐานทุจริตประพฤติมิชอบ ทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และความผิดที่ทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย หรือเป็นความผิดต่อส่วนตัวหรือการกระทำที่ต้องรับผิดต่อบุคคลที่ไม่ใช่หน่วยงานของรัฐเป็นเฉพาะรายหรือกลุ่ม 

 

ลุ้นเสียงโหวตรวมคดี ม. 112 แบบมีเงื่อนไขหรือไม่

 

หลังเปิดการประชุม ณัฐวุฒิได้เปิดให้มีการเสนอญัตติว่า หากไม่เอาถ้อยคำตามร่างเดิมจะเอาแบบใด โดยผู้ที่เสนอญัตติเข้าไปได้แก่ วิชัย สุดสวาสดิ์ สส. ชุมพร พรรครวมไทยสร้างชาติ ที่เสนอให้คงตามร่างเดิมที่รับหลักการมา

 

ขณะที่ ชัยธวัช ตุลาธน อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล เสนอให้มีการนิรโทษกรรมมาตรา 112 แบบมีเงื่อนไข และ ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ สส. กทม. พรรคประชาชน เสนอให้มีการนิรโทษกรรมกับผู้ที่กระทำความผิดอายุต่ำกว่า 18 ปี แต่หากผู้ที่กระทำความผิดอายุครบ 18 ปี ณ วันนั้น จะไม่ให้นิรโทษกรรม ซึ่งเมื่อเสนอญัตติเสร็จประธานได้ให้โหวตทันที โดยไม่ได้ให้อภิปรายเนื้อหาของญัตติ และให้เหตุผลว่าสัปดาห์ที่ผ่านมามีการพูดคุยกันมาเยอะแล้ว 

 

ทั้งนี้ ขณะที่กำลังจะโหวต ชัยธวัชได้ขอถอนญัตติของตนเองออกเพื่อไม่ให้เสียงแตก และขอสงวนความเห็นไว้เพื่ออภิปรายในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ทั้งนี้เป็นโหวตโดยการยกมือว่าจะเลือกแก้แบบของใคร ระหว่างญัตติของวิชัยกับศศินันท์ 

 

ผลการลงมติปรากฏว่า มีกรรมาธิการเห็นด้วยกับญัตติของวิชัย 15 เสียง ส่วนใหญ่เป็นเสียงจากพรรคร่วมรัฐบาล และมีกรรมาธิการเห็นด้วยกับญัตติของศศินันท์ 8 เสียง คือเสียงของกรรมาธิการในสัดส่วนของพรรคประชาชน และงดออกเสียง 1 เสียงคือณัฐวุฒิ ในฐานะประธาน

 

สัปดาห์หน้าถกต่อมาตรา 6 นิรโทษกรรมให้ใคร

 

กรรมาธิการส่วนใหญ่ให้เหตุผลว่า กลัวจะไม่ผ่านมติของที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ขณะที่กรรมาธิการในสัดส่วนของพรรคประชาชนพยายามสู้ในแง่ของการนิรโทษกรรมมาตรา 112 แบบมีเงื่อนไข คือ หากยอมรับมาตรการการทำผิดซ้ำก็จะให้นิรโทษกรรม เป็นต้น แต่เมื่อไม่ผ่านก็ทำให้ต้องไปสู้ต่อที่มาตรา 6 โดยมาตรา 6 จะเกี่ยวข้องกับคำขยายของการนิรโทษกรรมว่าจะนิรโทษกรรมให้ใคร ซึ่งวันนี้ได้เพียงแค่การพูดคุยเบื้องต้น ยังไม่ได้ข้อสรุปอะไร 

 

สำหรับในสัปดาห์หน้าต้องมาดูว่าผลสุดท้ายจะออกมาเป็นอย่างไร เพราะหากไม่มีการเพิ่มเงื่อนไขอะไรเข้าไปในมาตรา 6 ผู้ที่กระทำผิดมาตรา 112 จะไม่ได้อะไรเลยจากการนิรโทษกรรมครั้งนี้ 

 

อย่างไรก็ตาม กรรมาธิการส่วนใหญ่มองว่าสำหรับโทษที่อยู่ในบัญชีแนบท้ายทั้งหมดจะได้รับการโทษกรรม แต่ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 จะต้องใช้มาตรการอื่น เช่น อภัยโทษ ลดโทษ คุมขังนอกเรือนจำ เป็นต้น 

 

หลังจากที่ใช้เวลาประชุมกว่า 4 ชั่วโมง ประธานได้สั่งปิดประชุมและนัดประชุมเพื่อพิจารณามาตรา 6 ต่อในสัปดาห์หน้า เวลา 09.00 น. 

 

จากนั้น ยุทธพร อิสรชัย นักวิชาการรัฐศาสตร์ ในฐานะกรรมาธิการ เปิดเผยว่า มติของที่ประชุมลงความเห็นให้แก้ไขในประเด็นถ้อยคำ ตามที่กฤษฎีกาแนะนำให้เป็นไปตามการเขียนกฎหมายและคำเชื่อมเล็กน้อย โดยไม่ปรับหรือแก้ไขในสาระสำคัญ รวมถึงไม่ตัดเงื่อนไขของข้อยกเว้นการบังคับใช้กฎหมายหรือเติมถ้อยคำให้ยกเว้นบุคคลที่อายุต่ำกว่า18 ปี

 

“การประชุมสัปดาห์ที่ผ่านมาที่ประชุมมีมติให้แก้ไข และมีข้อเสนอหลายรูปแบบนั้น เป็นเพียงความเห็นของกรรมาธิการเท่านั้น แต่ไม่ใช่การเสนอให้กรรมาธิการพิจารณาแก้ไข วันนี้ที่ประชุมจึงได้ให้กรรมาธิการเสนอ ซึ่งพบว่าวิชัยในฐานะผู้ที่เสนอร่างกฎหมายได้เสนอเพิ่มให้ที่ประชุมพิจารณา ทำให้ต้องมีการลงมติตัดสินและข้อเสนอของวิชัยโหวตชนะ” ยุทธพรกล่าว

 

ยุทธพรกล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้พิจารณาเนื้อหาของมาตราที่เกี่ยวข้องกับคดี และระยะเวลาที่จะครอบคลุมการบังคับใช้ เบื้องต้นยังไม่มีข้อสรุปใดๆ ซึ่งที่ประชุมให้กรรมาธิการแต่ละคนไปศึกษา ก่อนจะกลับมาพิจารณาร่วมกันอีกครั้งในสัปดาห์หน้า

The post กมธ. นิรโทษกรรมมีมติเสียงข้างมากไม่รวมคดี ม. 112 ตามที่ ‘ชัยธวัช-ศศินันท์’ เสนอ ยังได้ลุ้นถกมาตรา 6 นัดต่อไป appeared first on THE STANDARD.

]]>
2 อดีตผู้นำพรรคส้มช่วย ‘ธีรวุฒิ แก้วฟอง’ หาเสียงชิงนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ ด้านวีระเดชสวนทักษิณ https://thestandard.co/teerawuth-chiang-mai-election/ Mon, 28 Apr 2025 00:26:37 +0000 https://thestandard.co/?p=1068771

วานนี้ (27 เมษายน) ช่างภาพทีมข่าว THE STANDARD เดินทางไ […]

The post 2 อดีตผู้นำพรรคส้มช่วย ‘ธีรวุฒิ แก้วฟอง’ หาเสียงชิงนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ ด้านวีระเดชสวนทักษิณ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วานนี้ (27 เมษายน) ช่างภาพทีมข่าว THE STANDARD เดินทางไปยัง The Haven Playground (โกดังช้างม่อย) อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเก็บภาพบรรยากาศการปราศรัยหาเสียงของ ชัยธวัช ตุลาธน อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล และ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ในฐานะผู้ช่วยหาเสียง เพื่อขอคะแนนเสียงให้กับ ธีรวุฒิ แก้วฟอง ผู้สมัครนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ของพรรคประชาชน

 

บรรยากาศการปราศรัยหาเสียงเริ่มด้วย วีระเดช ภู่พิสิฐ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ลำพูน, ธีรวุฒิ แก้วฟอง ผู้สมัครนายกเทศมนตรีเทศบาลนครเชียงใหม่ พรรคประชาชน, ชัยธวัช ตุลาธน อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล และ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ในฐานะผู้ช่วยหาเสียง

 

ในช่วงหนึ่งวีระเดชกล่าวถึง ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ปราศรัยช่วยผู้สมัครพรรคเพื่อไทยเมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา แล้วพาดพิงถึง ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ว่าเป็นคนสึ่งตึง โดยตอบโต้ว่า “คนเฒ่านี่มันวอกนัก ใครเขาไม่เห็นด้วยก็มาหาว่าเขาสึ่งตึง หาว่าไม่มีใครคบเลยตั้งรัฐบาลไม่ได้ ทั้งที่เดิมก็คบกันอยู่ดีๆ ไม่กี่วันกลับไปคบชู้เสียอย่างนั้น”

 

โดยชัยธวัชขอให้พี่น้องผู้มีสิทธิเลือกตั้งออกไปใช้สิทธิ เพื่อให้ได้ตัวแทนของเทศบาลจริงๆ และเข้าคูหากาผู้สมัครจากพรรคประชาชนยกทีม ซึ่งหากประชาชนในเขตเทศบาลนครเชียงใหม่ ออกมาใช้สิทธิแบบเดียวกับการเลือก นายก อบจ. เชื่อว่าการเลือกตั้งครั้งนี้พรรคประชาชนจะได้รับเลือกอย่างแน่นอน ด้านธนาธรได้ปราศรัยโดยการนำเสนอโมเดลโครงการพัฒนาจังหวัดของอบจ.ลำพูน โดยยกเป็นต้นแบบ ทั้งเรื่องการพัฒนาศาลากลาง การศึกษา รถรับส่งฟรีของโรงเรียน และการพัฒนาอีกหลายอย่าง

 

ทั้งนี้ หลังจากการปราศรัย ธนาธรได้ให้สัมภาษณ์ถึงการบริหารประเทศของรัฐบาลว่า เป็นการบริหารไปวันๆ แบบปะผุไปวันๆ ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ ซึ่งเห็นได้จากเรื่องปลาหมอคางดำที่ตอนนี้ก็ยังระบาดอยู่ ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ อีกทั้งปัญหา PM2.5 ตนลงสมัครครั้งแรกปี 2562 ตอนนี้ยังไม่มีการแก้ปัญหาเป็นรูปธรรม ตึกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ที่ถล่มลงมา ทัวร์ศูนย์เหรียญเข้ามายึดเศรษฐกิจการท่องเที่ยวการส่งออก ภาคอุตสาหกรรม ปล่อยให้กลุ่มทุนใหญ่เอารัดเอาเปรียบประชาชน ก็ไม่มีใครทำอะไรกับมัน พวกเราตั้งแต่อนาคตใหม่ ก้าวไกล จนถึงประชาชน เชื่อเหลือเกินว่าต้องมีการแก้ไข การแก้ปัญหาแบบปะผุไปวันๆ ไม่สามารถแก้ปัญหาได้

 

The post 2 อดีตผู้นำพรรคส้มช่วย ‘ธีรวุฒิ แก้วฟอง’ หาเสียงชิงนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ ด้านวีระเดชสวนทักษิณ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชัยธวัชพาลูกชายขึ้นมอเตอร์ไซค์พ่วง พรมน้ำสงกรานต์รอบคูเมืองเชียงใหม่ https://thestandard.co/chaithawat-songkran-chiang-mai/ Mon, 14 Apr 2025 11:26:50 +0000 https://thestandard.co/?p=1064500 ชัยธวัช

วันนี้ (14 เมษายน) ที่บริเวณคูเมือง อำเภอเมืองเชียงใหม่ […]

The post ชัยธวัชพาลูกชายขึ้นมอเตอร์ไซค์พ่วง พรมน้ำสงกรานต์รอบคูเมืองเชียงใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชัยธวัช

วันนี้ (14 เมษายน) ที่บริเวณคูเมือง อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ ชัยธวัช ตุลาธน อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล พร้อมบุตรชาย และ ธีรวุฒิ แก้วฟอง ผู้สมัครนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ พรรคประชาชน ร่วมเล่นน้ำสงกรานต์รอบคูเมืองเชียงใหม่

 

สำหรับบรรยากาศการเล่นน้ำรอบคูเมืองเป็นไปด้วยความสนุกสนาน ชัยธวัชและบุตรชายนั่งจักรยานยนต์พ่วงข้างและรถกระบะร่วมเล่นน้ำกับนักท่องเที่ยวที่อยู่ในบริเวณดังกล่าว โดยผู้ที่มาร่วมเล่นน้ำกับชัยธวัชส่วนใหญ่แต่งกายด้วยโทนสีส้ม รวมถึงชัยธวัชใช้ขันและอุปกรณ์เล่นน้ำ เช่น ที่พรมน้ำมนต์พระ ทำให้มีวัยรุ่นสอบถามว่า “พวกพี่มาจากวัดไหน” โดยหนึ่งในผู้ร่วมเล่นน้ำตอบว่า “What do you mean” ทำให้ทุกคนที่เล่นน้ำอยู่บริเวณดังกล่าวหัวเราะชอบใจ

 

อย่างไรก็ตามในวันนี้ ชัยธวัชเดินทางไปสักการะพระพุทธสิหิงค์ ณ วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร อำเภอเมืองเชียงใหม่ จากนั้นเดินทางไปเยี่ยมชมนิทรรศการลาบ และชิมลาบที่ย่านสันป่าข่อย อำเภอเมืองเชียงใหม่ ก่อนจะร่วมเล่นน้ำสงกรานต์

 

The post ชัยธวัชพาลูกชายขึ้นมอเตอร์ไซค์พ่วง พรมน้ำสงกรานต์รอบคูเมืองเชียงใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ธนกรเตือนชัยธวัช อย่าปกป้องต่างชาติด้อยค่าหัวใจคนไทย ชี้ นักวิชาการอเมริกันผิด ม.112 ต้องรับโทษตามกฎหมาย https://thestandard.co/thanakorn-warns-chaithawat-defending-foreigners/ Fri, 11 Apr 2025 02:40:54 +0000 https://thestandard.co/?p=1063249 ธนกร ชัยธวัช

วันนี้ (11 เมษายน) ธนกร วังบุญคงชนะ อดีตรัฐมนตรีประจำสำ […]

The post ธนกรเตือนชัยธวัช อย่าปกป้องต่างชาติด้อยค่าหัวใจคนไทย ชี้ นักวิชาการอเมริกันผิด ม.112 ต้องรับโทษตามกฎหมาย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ธนกร ชัยธวัช

วันนี้ (11 เมษายน) ธนกร วังบุญคงชนะ อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี รองหัวหน้าพรรคและ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ ดร.พอล แชมเบอร์ส นักวิชาการชาวอเมริกันประจำสถานประชาคมอาเซียนศึกษา มหาวิทยาลัยนเรศวร ถูกศาลออกหมายจับในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ โดยมีกองทัพภาคที่ 3 เป็นผู้แจ้งความดำเนินคดี ซึ่งต่อมา ชัยธวัช ตุลาธน อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล ได้ออกมาแสดงความเห็นว่าเป็นการบังคับใช้กฎหมายที่มีปัญหา

 

ธนกร กล่าวว่า ตนมองว่าผู้ที่แสดงความเห็น แม้จะมีความรู้ความสามารถหรือมีชื่อเสียงระดับใดก็ตาม เมื่ออยู่ในประเทศไทยก็ควรเคารพและปฏิบัติตามกฎหมายไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ควรให้ความเคารพและไม่ละเมิดหรือดูหมิ่น นักวิชาการควรทราบดีในเรื่องนี้

 

ไม่ใช่อ้างเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น แต่กลับไปล่วงละเมิดและหมิ่นประมาทสถาบันเบื้องสูง ซึ่งเจ้าหน้าที่ที่พบเห็นการกระทำผิดย่อมยอมรับไม่ได้ หากเป็นตนเองก็จะไม่ยอมเช่นกัน หากกระทำผิดกฎหมายก็ต้องรับโทษ กฎหมายไม่มีปัญหา หากไม่มีผู้ใดละเมิดและกระทำผิด

 

เมื่อถูกถามถึงผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ธนกร กล่าวว่า ทุกประเทศมีกฎหมายของตนเอง ตนเชื่อว่าสหรัฐอเมริกาจะเข้าใจและเคารพกฎหมายของประเทศไทย และเชื่อว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เพราะเป็นคดีความผิดส่วนบุคคล เช่นเดียวกับที่หากคนไทยไปละเมิดกฎหมายของสหรัฐฯ ก็ต้องถูกดำเนินคดีและอาจถูกยึดพาสปอร์ตหรือวีซ่าเช่นกัน ซึ่งเป็นหลักสากล

 

“ไม่ควรนำประเด็นนี้มาขยายจนกลายเป็นเรื่องระหว่างประเทศ และไม่ควรโยงไปถึงประเด็นการเจรจาขอลดภาษีจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เพราะเป็นคนละเรื่องกัน สิ่งที่ถูกต้องคือต้องเคารพกฎหมายของทุกประเทศ ไม่ละเมิดสิทธิ หรืออ้างสิทธิเสรีภาพของตนเองในการแสดงความคิดเห็นเพื่อไปละเมิดและดูหมิ่นผู้อื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ไม่สมควรพาดพิงสถาบันเบื้องสูง ซึ่งเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนไทยทั้งชาติและเป็นรากเหง้าของประเทศ ซึ่งชาวต่างชาติอาจไม่เข้าใจถึงที่มาที่ไปของประเทศไทย” ธนกร กล่าว

The post ธนกรเตือนชัยธวัช อย่าปกป้องต่างชาติด้อยค่าหัวใจคนไทย ชี้ นักวิชาการอเมริกันผิด ม.112 ต้องรับโทษตามกฎหมาย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชัยธวัช หวังได้ถก พ.ร.บ.นิรโทษกรรม สมัยประชุมสภาหน้า ชี้ไม่ควรมีร่างใดถูกปัดตก กรณีคดี ‘พอล แชมเบอร์ส’ สะท้อน ม.112 มีปัญหา https://thestandard.co/amnesty-bill-thai-parliament/ Thu, 10 Apr 2025 12:36:53 +0000 https://thestandard.co/?p=1063137 amnesty-bill-thai-parliament

วันนี้ (10 เมษายน) ชัยธวัช ตุลาธน อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไก […]

The post ชัยธวัช หวังได้ถก พ.ร.บ.นิรโทษกรรม สมัยประชุมสภาหน้า ชี้ไม่ควรมีร่างใดถูกปัดตก กรณีคดี ‘พอล แชมเบอร์ส’ สะท้อน ม.112 มีปัญหา appeared first on THE STANDARD.

]]>
amnesty-bill-thai-parliament

วันนี้ (10 เมษายน) ชัยธวัช ตุลาธน อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล ในฐานะผู้เสนอร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) แก่บุคคลซึ่งได้กระทำความผิด อันเนื่องมาจากเหตุการณ์ความขัดแย้งทางการเมือง พ.ศ. …. กล่าวถึงการพิจารณาร่าง พ.ร.บ. ที่เกี่ยวข้องกับการนิรโทษกรรมทั้ง 4 ฉบับ ซึ่งจะเข้าสู่ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรในสมัยประชุมหน้าจะเกิดเกมการเมืองทำให้ไม่ได้พิจารณาหรือไม่ ว่า หวังว่าจะไม่มี จริงๆ ร่างกฎหมายของตน ที่เสนอตั้งแต่สมัยพรรคก้าวไกล จนถึง สส.พรรคประชาชน อยู่ในลำดับต้นๆ อยู่แล้ว แม้ว่าจะไม่มีการเลื่อนขึ้นมา ดังนั้นในสมัยการประชุมหน้า ถ้าไม่มีอะไรเกิดขึ้น หรือมีเจตนาที่จะขัดขวางไม่ให้เรื่องนี้ได้รับการพิจารณา ก็จะต้องมีการพิจารณาในไม่ช้า

 

สำหรับกรณีที่พรรคร่วมรัฐบาลประกาศตัวจะไม่รับร่าง พ.ร.บ. ฉบับที่นิรโทษกรรมความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ชัยธวัช หวังว่า พรรคการเมืองต่างๆ จะเห็นด้านบวก และประโยชน์ จากการที่จะนิรโทษกรรม ให้กับคดีการเมืองทุกกลุ่ม เพื่อบรรลุเป้าหมายในการคลี่คลายความขัดแย้งที่มีมา เราต้องยอมรับว่า คดีการเมือง โดยเฉพาะเรื่องมาตรา 112 ที่หลายฝ่ายกังวล และไม่อยากให้หยิบนำมารวมในการนิรโทษกรรมครั้งที่จะถึงนี้ ผมคิดว่าเรายังมีเวลาที่จะหาทางออกต่อเรื่องนี้ ที่ยอมรับกันได้

 

ชัยธวัช ยกตัวอย่าง กลไกในคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการตราพระราชบัญญัตินิรโทษกรรม ได้มีการเสนอไว้ส่วนหนึ่งว่า มีความเป็นไปได้ที่จะมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมา เพื่อพิจารณาสำหรับคดีที่มีความอ่อนไหวทางการเมือง จากข้อกังวลที่ว่า หากมีการนิรโทษกรรมไปแล้ว จะกลับมากระทำผิดซ้ำหรือไม่ ซึ่งก็เป็นหนึ่งในข้อเสนอของรายงานคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ ว่า ให้คณะกรรมการนิรโทษกรรม พิจารณาวางเงื่อนไข และกำหนดมาตรการป้องกันการกระทำความผิดซ้ำ ให้เป็นเงื่อนไขก่อนที่จะได้รับการนิรโทษกรรมโดยสมบูรณ์

 

ชัยธวัช ยังหวังว่า เมื่อมีการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ก็อยากให้เปิดโอกาส ยังไม่อยากให้รีบปัดตกร่างของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง และไปพูดคุยหารือกันให้รอบคอบ มองเห็นทั้งผลดีผลเสียอย่างรอบด้าน ถ้าเราปิดกั้นการนิรโทษกรรมบางคดีไปแล้ว จะบรรลุวัตถุประสงค์ในการคลี่คลายความขัดแย้งในปัจจุบันได้จริงหรือไม่ เพราะอย่างไรการคุยกันในชั้นกรรมาธิการก็ยังมีเวลาอยู่ และ สส.ฝ่ายรัฐบาล ก็เป็นเสียงข้างมากอยู่แล้ว จึงไม่อยากให้ปัดตกร่างใดร่างหนึ่งไป

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีที่ พอล แชมเบอร์ส นักวิชาการชาวอเมริกัน ถูกออกหมายจับในคดี ม.112 นั้น ชัยธวัช มองว่า กรณีนี้ยิ่งเห็นได้ชัดว่า คดี ม.112 มีปัญหาจริงๆ ทั้งปัญหาในเชิงตัวบทกฎหมาย และการบังคับใช้ ซึ่งก็เป็นตัวอย่างที่ดี เพราะเป็นคดีที่หลายคนยังสงสัย ว่าการกระทำอะไรที่ทำให้พอลถูกตั้งข้อกล่าวหาร้ายแรงเช่นนี้ ยังไม่นับกรณีที่ถึงขั้นต้องออกหมายจับแทนที่จะออกหมายเรียกตามปกติ

 

ทั้งนี้ เมื่อพอลรับทราบ ก็ได้มีเข้าไปเจรจา และรายงานตัวโดยไม่คิดหลบหนี เพราะเป็นอาจารย์ที่สอนอยู่ในมหาวิทยาลัยนเรศวร มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง แม้จะได้รับการประกันตัวในภายหลัง ก็ยังจะให้ถอนวีซ่าอยู่ดี ทั้งที่ยังไม่มีการพิจารณาว่า พอลได้กระทำผิดตามข้อกล่าวหาหรือไม่ ซึ่งก็เป็นกรณีที่สะท้อนให้เห็นว่า ไม่ได้สำคัญว่า จะเป็นคนสัญชาติอเมริกัน หรือสัญชาติไทย

 

คดีนี้คือการตอกย้ำว่า คดี ม.112 มีปัญหาจริงๆ กลายเป็นคดีที่มีแรงจูงใจทางการเมือง และไปเกี่ยวข้องกับความขัดแย้งทางการเมืองที่ปฏิเสธไม่ได้ แต่สิ่งที่อยากให้เกิดขึ้นต่อจากนี้ คือ กระบวนการที่เป็นปกติ ทั้งสิทธิในการต่อสู้ตามกระบวนการ สิทธิที่จะได้รับการประกันตัว หรือสิทธิอื่นๆ และหวังว่าคดีนี้ จะไม่ทำให้สถานการณ์คดีการเมืองเลวร้ายลงไปอีก

The post ชัยธวัช หวังได้ถก พ.ร.บ.นิรโทษกรรม สมัยประชุมสภาหน้า ชี้ไม่ควรมีร่างใดถูกปัดตก กรณีคดี ‘พอล แชมเบอร์ส’ สะท้อน ม.112 มีปัญหา appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชะตากรรม 44 สส. อดีตพรรคก้าวไกล จะต่อสู้อย่างไรใน ‘คดีที่ไม่ควรเกิด’ https://thestandard.co/move-forward-party-mps-fight-unjust-case/ Thu, 20 Feb 2025 11:53:58 +0000 https://thestandard.co/?p=1044237 พรรคก้าวไกล

ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2567 เป็นต้นมา กระแสลมของตุลาการภิว […]

The post ชะตากรรม 44 สส. อดีตพรรคก้าวไกล จะต่อสู้อย่างไรใน ‘คดีที่ไม่ควรเกิด’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
พรรคก้าวไกล

ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2567 เป็นต้นมา กระแสลมของตุลาการภิวัตน์พัดแรงโดยไม่มีแนวโน้มจะแผ่วลง และคงไม่เกินจริงนักหากจะกล่าวว่าพรรคประชาชนตลอดจนพลพรรคการเมืองในค่ายสีส้มจะเริ่มต้นนับถอยหลังในชะตากรรมของตนเอง

 

คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ 20/2567 เป็นดาบแรกที่ขีดเส้นถางทางให้องค์กรอิสระดำเนินการตาม และในช่วงกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา ดาบสองก็บรรจงฟันลงมาแล้ว

 

พรรคก้าวไกล

 

พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ พร้อมด้วย สส. พรรคก้าวไกล ยื่นหนังสือถึงประธานศาลฎีกา สอบถามเรื่องสิทธิประกันตัวของนักโทษการเมือง เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2563

ภาพ: ฐานิส สุดโต

 

คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ส่งหนังสือตีตราลับถึงกลุ่ม 44 สส. อดีตพรรคก้าวไกล ที่ถูกร้องว่ากระทำผิดหรือฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง กรณีเมื่อครั้งพรรคก้าวไกลยังดำรงอยู่ ผู้แทนราษฎรทั้ง 44 คนนี้ร่วมกันลงชื่อเสนอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และใช้ตำแหน่ง สส. ยื่นศาลขอประกันตัวบรรดาผู้ชุมนุมที่เคลื่อนไหวผลักดันข้อเรียกร้องปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์

 

ใจความของคำวินิจฉัยระบุชัดว่า พรรคก้าวไกล “มีส่วนร่วมในการกระทำหลายพฤติการณ์ประกอบกันในลักษณะต่อเนื่องเป็นขบวนการ” และเป็นการ “ลดทอนคุณค่าสถาบันพระมหากษัตริย์” ซึ่งหากยังปล่อยให้กระทำต่อไป “ย่อมไม่ไกลเกินเหตุที่จะนำไปสู่การล้มล้างการปกครอง”

 

ดาบสองซึ่งถูกวางไว้ในมือ ป.ป.ช. เป็นชนักจ่อหลังพรรคประชาชนซึ่งถ่ายเทอุดมการณ์และบุคลากรมาจากพรรคก้าวไกลนับแต่นั้น จนวันนี้หลังผ่านไปหลายเดือน สัญญาณแรกปรากฏเมื่อ ป.ป.ช. เรียกกลุ่ม 44  สส. เข้ารับทราบข้อกล่าวหาตั้งแต่สัปดาห์นี้เป็นต้นไป

 

เข็มนาฬิกาเริ่มเดินถอยหลัง

 

ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน แสดงจุดยืนต่อคดีนี้ โดยคาดหวังว่า ป.ป.ช. จะไม่มัดรวมคดีของทั้ง 44 สส. ไว้ด้วยกัน แล้วเร่งรัดดำเนินการอย่างรวดเร็วกว่าคดีอื่นๆ สอดคล้องกับ สาโรจน์ พึงรำพรรณ เลขาธิการ ป.ป.ช. ที่เปิดเผยก่อนหน้านี้ว่า แม้จะเป็นคดีในสำนวนเดียวกัน แต่จะพิจารณาพฤติการณ์เป็นรายบุคคล

 

หลังจากมีหนังสือเรียกเข้ารับทราบข้อกล่าวหาแล้ว จะเป็นโอกาสให้ผู้ถูกกล่าวหาทุกคนเข้าชี้แจง แสดงหลักฐาน และต่อสู้คดี ซึ่งหัวหน้าพรรคประชาชนระบุว่า ให้เป็นเอกสิทธิ์ของ สส. แต่ละคน แต่โดยเบื้องต้นพรรคประชาชนมีคณะทำงานฝ่ายกฎหมายหาแนวทางสู้คดี และจัดเตรียมทนายของพรรคประกบตาม สส. แต่ละคนเข้ารับทราบข้อกล่าวหา ภายใต้ นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง รองหัวหน้าพรรคฝ่ายกฎหมาย

 

ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ พร้อมด้วยตัวแทน 44 สส. อดีตพรรคก้าวไกล ที่ปัจจุบันสังกัดพรรคประชาชน ร่วมกันแถลงข่าวแสดงจุดยืน

 

ในหนังสือของ ป.ป.ช. ระบุวันรับทราบข้อกล่าวหาไว้คือวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2568 เวลา 10.00 น. ถึงกระนั้นสำนักงาน ป.ป.ช. ยังเงียบสงบ ไม่มีผู้ใดปรากฏตัว เพราะพรรคประชาชนยื่นขอขยายเวลารับทราบข้อกล่าวหาออกไป เนื่องด้วยติดภารกิจต้องเตรียมการอภิปรายไม่ไว้วางใจภายในกลางเดือนมีนาคมที่จะถึงนี้ อย่างไรก็ตาม พรรคแบ่ง สส. ที่จะเดินทางเข้าชี้แจงต่อ ป.ป.ช. ไว้ร่วม 10 คน

 

คิวแรกเป็นของ วิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรคฝ่ายกิจการพิเศษ ที่จะเดินทางไปยังสำนักงาน ป.ป.ช. ในวันพรุ่งนี้ (21 กุมภาพันธ์) พร้อมทีมกฎหมายของพรรค

 

หลังจากนี้พัฒนาการของคดีจะดำเนินไปตามลำดับ จนถึงจุดที่คณะกรรมการไต่สวน ซึ่งมี อาคม วิทยาพิทักษ์ กรรมการ ป.ป.ช. เป็นประธาน จะพิจารณาลงความเห็นว่าข้อต่อสู้และพยานหลักฐานต่างๆ มีน้ำหนักหรือไม่ อย่างไร และจะส่งความเห็นไปยังที่ประชุมใหญ่ของกรรมการ ป.ป.ช.

 

ในขั้นนี้ที่ประชุมใหญ่อาจมีความเห็นแย้งก็ได้ แต่หากกรรมการ ป.ป.ช. ลงมติว่าผู้ถูกร้องฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมจริง ก็จะส่งเรื่องไปยังศาลฎีกาได้ทันที แล้วระเบิดเวลาลูกต่อไปก็จะเริ่มนับขึ้นอีกในตอนนั้น ซึ่งโทษร้ายแรงที่สุดอาจถึงขั้นตัดสิทธิทางการเมืองตลอดชีวิต และเป็นไปได้เช่นกันที่โทษอาจลดหลั่นกันตามฐานความผิด หากมีการชี้มูลแยกเป็นรายบุคคลแตกต่างกัน

 

จังหวะทางการเมืองมักเรียงร้อยลำดับเหตุการณ์ให้ลงตัวอย่างไม่น่าเชื่อ จะโดยตั้งใจหรือไม่ก็ตามที หากจะสมมติเหตุการณ์ ในขั้นที่ศาลฎีการับคำร้อง มีโอกาสบ้างที่จะไม่รับ แต่น้อยเต็มที

 

ศาลจะใช้เวลาพิจารณาอย่างเร็วสุดประมาณ 1 ปี ซึ่งจะตรงกับปี 2569 ทว่าอาจยืดเยื้อไปจนถึง 2570 หรือหลังจากนั้นที่เป็นช่วงครบวาระของรัฐบาล และเข้าสู่การหาเสียงเลือกตั้งใหม่ จังหวะนี้เองคือโซนอันตรายที่กระแสทางการเมืองกำลังเชี่ยวกรากที่สุด ซึ่งยังต้องจับตามองไปข้างหน้าจนกว่าจะถึงวันนั้น

 

พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล และ ศิริกัญญา ตันสกุล สส. พรรคประชาชน ต่างก็อยู่ใน 44 รายชื่อ

ภาพ: ศวิตา พูลเสถียร

 

สถานะ 44 บุคคล วัดใจเฮือกสุดท้าย

 

ว่ากันตามจริง แม้ ป.ป.ช. จะมีหนังสือเรียก แต่ก็ไม่ใช่ว่าทั้ง 44 สส. อดีตพรรคก้าวไกล จะต้องไปรับทราบข้อกล่าวหากันครบทุกคน เนื่องจากสามารถส่งเป็นหนังสือชี้แจงไปแทนได้ หรือกระทั่งว่าบางคนเข้าชี้แจงข้อกล่าวหาไปก่อนหน้านี้แล้ว

 

ในจำนวน 44 คน สามารถแบ่งตามสถานะปัจจุบันได้เป็น

 

▪ 25 คน เป็น สส. พรรคประชาชน ที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในสภาขณะนี้ ซึ่งเป็นกลุ่มเสี่ยงและล้วนมีชื่อชั้นในระดับแกนนำของพรรค ในจำนวนนี้แบ่งเป็น สส. แบบบัญชีรายชื่อ 17 คน และ สส. แบบแบ่งเขต 8 คน ซึ่งหากผลของคดีไม่เป็นคุณ หลุดจากตำแหน่ง สส. พรรคจะต้องฝ่าฟันต่อในการเลือกตั้งซ่อมทั้ง 8 พื้นที่ดังกล่าว ด้วยความหวังจะชิงเก้าอี้ สส. คืน โดยจะขาดปัจจัยบวกคือไม่มีการเลือกตั้งล่วงหน้าหรือนอกเขต

 

▪8 คน กลุ่มที่ถูกตัดสิทธิทางการเมืองไปแล้ว 10 ปี ด้วยผลจากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญให้ยุบพรรคก้าวไกล และตัดสิทธิกรรมการบริหารพรรค เช่น พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล, อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล อดีตกรรมการบริหารพรรคก้าวไกล และ ปดิพัทธ์ สันติภาดา อดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฎร 

 

▪ 11 คน เป็นอดีต สส. ที่ไม่ได้เข้าสภาในสมัยนี้ บางคนก็ไม่ได้เป็น สส. แล้ว ในจำนวนนี้คอการเมืองหลายฝ่ายจับตาไปที่อดีต สส. ซึ่งถูกแปะป้ายว่าเป็นงูเห่า หรือมีพฤติกรรมตีตัวออกหากจากพรรคก้าวไกลเพื่อเตรียมเข้าสังกัดพรรคอื่น ถึงขั้นมีกระแสข่าวว่าบางคนได้รับการกันตัวไว้เป็นพยานของ ป.ป.ช. เพื่อให้ไม่ต้องถูกไต่สวน และให้การในลักษณะลอยแพเพื่อนสมาชิก ซึ่งบัดนี้มีจุดยืนและอุดมการณ์ไม่ตรงกันแล้ว

 

ภาพแสดงสถานะปัจจุบันของ 44 สส. อดีตพรรคก้าวไกล ที่ร่วมลงชื่อเสนอแก้ไขมาตรา 112

 

อย่างไรก็ตาม วันนี้ (20 กุมภาพันธ์) สมเกียรติ ถนอมสินธุ์ อดีต สส. กทม. พรรคก้าวไกล หนึ่งในบุคคลที่ถูกเพ่งเล็ง เปิดเผยว่า ในวันนี้ควรเรียก 44 สส. ว่า 43+1 เพราะตนเองได้แยกทางกับพรรคก้าวไกล หลังจากพรรค “ส่งผู้ต้องหาคดี ม.112 เป็นตัวแทนลงสมัครเลือกตั้ง สส. กทม. ซึ่งเขาคงคิดว่าเหมาะสมกว่าผม” ซึ่งคาดว่าจะสื่อถึง ปิยรัฐ จงเทพ อดีตผู้เคลื่อนไหวทางการเมือง ซึ่งปัจจุบันเป็น สส. กทม. เขตพระโขนง-บางนา ของพรรคประชาชน

 

อดีต สส. คนดังกล่าวปฏิเสธว่า ไม่ได้ไปเป็นพยานให้กับ ป.ป.ช. ตามที่บางสำนักข่าวรายงาน แต่ไปชี้แจงข้อกล่าวหาตามข้อเท็จจริง และส่วนตัวแม้จะร่วมลงชื่อเสนอแก้ไขกฎหมาย แต่ก็ไม่เคยเคลื่อนไหวใดๆ เกี่ยวกับมาตรา 112 เลย

 

เขายังตอบโต้บุคคลในพรรคที่เรียกเขาว่างูเห่า โดยมองว่าเป็นการกลั่นแกล้งกัน และ “ทำไมไม่หาหลักฐานมาพิสูจน์”

 

อีกข้อสังเกตที่สำคัญคือ ในรายชื่อทั้ง 44 คนดังกล่าวไม่ปรากฏชื่อ ชัยธวัช ตุลาธน อดีตเลขาธิการ และหัวหน้าพรรคก้าวไกล รวมอยู่ด้วย นั่นหมายความว่าแม้ชัยธวัชจะถูกตัดสิทธิทางการเมืองไปแล้ว 10 ปี สืบเนื่องจากกรณียุบพรรคก้าวไกล แต่ก็จะไม่ได้รับผลกระทบตัดสิทธิตลอดชีพซ้ำสอง เป็นกรณีเดียวกับ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และ ปิยบุตร แสงกนกกุล อดีตแกนนำพรรคอนาคตใหม่ ที่รอวันหวนกลับมาสู่ถนนการเมืองในปี 2573

 

ชัยธวัช ตุลาธน เป็นหนึ่งในกรรมการบริหารพรรคที่ถูกตัดสิทธิ 10 ปี แต่ไม่ได้อยู่ใน 44 สส. ที่เสนอแก้ไขมาตรา 112

ภาพ: ศวิตา พูลเสถียร

 

คดีที่ไม่ควรเกิด แต่ต้องลุ้นปาฏิหาริย์

 

ความคิดเห็นของทั้ง สส. และอดีต สส. พรรคก้าวไกล ที่ยังยึดมั่นในอุดมการณ์เดียวกัน เช่น รังสิมันต์ โรม รองหัวหน้าพรรคประชาชน, มานพ คีรีภูวดล และ คำพอง เทพาคำ สส. แบบบัญชีรายชื่อ ล้วนมองว่าคดีดังกล่าวไม่ควรเกิดตั้งแต่ต้น เนื่องจากการทำหน้าที่ของ สส. คือการเสนอแก้ไขกฎหมาย โดยที่ผ่านมาไม่เคยมีข้อห้ามว่าการเสนอกฎหมายใดๆ เป็นสิ่งผิด จึงเสมือนเป็นการตัดสินว่าผิดโดยที่ไม่ได้มีข้อห้ามมาก่อน

 

ส่วนกรณีใช้ตำแหน่ง สส. ยื่นศาลขอประกันตัวให้กับกลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมืองนั้น ธีรัจชัย พันธุมาศ สส. กทม. พรรคประชาชน ซึ่งเป็นอดีตทนายความ ชี้ว่า หลักการปล่อยตัวชั่วคราวและสิทธิการประกันตัวเป็นสิทธิพื้นฐานในระบบยุติธรรมที่ต้องสันนิษฐานไว้ก่อนว่าบริสุทธิ์ อีกทั้งการยื่นศาลขอประกันตัวก็ยังจำเป็นต้องให้ศาลอนุมัติก่อน แล้วผู้ที่ยื่นขอประกันตัวจะมีความผิดได้อย่างไร

 

ถึงกระนั้นเอง แม้ ป.ป.ช. จะเดินหน้าไต่สวนและแจ้งข้อกล่าวหาตามแนวทางคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ แต่เมื่อเรื่องเข้าสู่ศาลฎีกาแล้ว ศาลฎีกาจะมีแนวทางพิจารณาที่แตกต่างจากศาลรัฐธรรมนูญ เพราะต้องมี ‘เจตนา’ เป็นปัจจัยสำคัญร่วมพิเคราะห์ด้วย ซึ่งอาจเป็นจุดเปลี่ยนของคดีก็เป็นได้

 

หากองค์คณะผู้พิพากษาของศาลฎีกาเห็นว่าการเสนอแก้ไขกฎหมายเป็นการทำหน้าที่ สส. ตามที่รัฐธรรมนูญให้อำนาจไว้ และการใช้ตำแหน่ง สส. ประกันตัวนั้นถือเป็นการใช้สิทธิขั้นพื้นฐานตามกระบวนการยุติธรรม เนื่องจากคดียังไม่ถึงที่สุด จึงเป็นสิ่งที่ทำได้โดยไม่ฝ่าฝืนจริยธรรม นี่อาจเป็นทางรอดของทั้ง 44 สส. จากข้อกล่าวหาดังกล่าว และที่ผ่านมาก็มีคดีการเมืองที่ศาลฎีกาตัดสินในแนวทางที่ต่างจากศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นคุณต่อจำเลย

 

ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน และ 1 ใน 44 สส. ที่ถูกแจ้งข้อกล่าวหาโดย ป.ป.ช.

ภาพ: ฐานิส สุดโต

 

ในห้วงที่สถานการณ์ยังคลุมเครือและมีเรื่องให้ลุ้นระทึก ยังคงต้องใช้เวลาอีกสักพักหรืออย่างน้อยก็ไม่ต่ำกว่า 1-2 ปี กว่าจะเห็นว่าสถานการณ์จะเผยโฉมออกมาอย่างไร ระหว่างนี้การต่อสู้ทางการเมืองยังต้องดำเนินต่อไป ซึ่งสถานการณ์ในแต่ละวันล้วนเป็นตัวแปรสร้างความพลิกผันได้เสมอ

 

เอาเฉพาะสถานการณ์เฉพาะหน้าที่เป็นจังหวะการเมืองอันประจวบเหมาะอีกเช่นกัน เมื่อพรรคประชาชนจับเอาประเด็นคลิปหลุดหรือคลิปปล่อยระหว่างประธาน ป.ป.ช. และประธานรัฐสภา ซึ่งเป็นที่โจษจันในช่วงนี้มาเป็นเหตุร่วมลงชื่อถอดถอนประธาน ป.ป.ช. ซึ่งเป็นเจ้าภาพของคดี ก็ดูเสมือนการเดินเกมแลกกันหมัดต่อหมัด แม้ พริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรคประชาชน จะยืนยันว่าไม่ใช่การเอาคืน แต่เป็นการทำหน้าที่ สส. เพื่อตรวจสอบการทำงานขององค์กรอิสระ และพฤติกรรมส่อทุจริต

 

“ถึงแม้ไม่มีคดี 44 สส. ก็เป็นสิ่งที่เราต้องทำ เพราะมีหลักฐาน และไม่ใช่แค่พรรคประชาชนทำได้เท่านั้น แต่เป็นสิทธิของสมาชิกรัฐสภาทุกคน ทุกฝ่าย ดังนั้นถ้ามี สส. พรรคอื่น และ สว. เห็นตรงกันว่าปัญหาทุจริตเป็นเรื่องสำคัญ ก็ใช้กลไกนี้ในการตรวจสอบและสามารถร่วมลงชื่อสนับสนุนได้ ย้ำว่าเราไม่ได้คิดถึงผลกระทบต่อคดี หรือหากพรุ่งนี้คดี 44 สส. ถูกยกไปหมด เราก็ยังยืนยันในการทำหน้าที่ตรวจสอบ” โฆษกพรรคประชาชนย้ำ

The post ชะตากรรม 44 สส. อดีตพรรคก้าวไกล จะต่อสู้อย่างไรใน ‘คดีที่ไม่ควรเกิด’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชัยธวัช-พรรณิการ์ ช่วยหาเสียง อบจ.ลำพูน ตอบทักษิณปม ‘แดงกินส้ม’ ย้ำไม่ใช่เรื่องสีไหนกินสีไหน เป็นสิทธิประชาชนเลือกคนที่ดีที่สุด https://thestandard.co/lamphun-local-election-red-orange-debate/ Thu, 30 Jan 2025 03:25:07 +0000 https://thestandard.co/?p=1035996 ชัยธวัช-พรรณิการ์ หาเสียง อบจ.ลำพูน

วันนี้ (30 มกราคม) เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ชัยธวัช ตุลาธ […]

The post ชัยธวัช-พรรณิการ์ ช่วยหาเสียง อบจ.ลำพูน ตอบทักษิณปม ‘แดงกินส้ม’ ย้ำไม่ใช่เรื่องสีไหนกินสีไหน เป็นสิทธิประชาชนเลือกคนที่ดีที่สุด appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชัยธวัช-พรรณิการ์ หาเสียง อบจ.ลำพูน

วันนี้ (30 มกราคม) เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ชัยธวัช ตุลาธน อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล และ พรรณิการ์ วานิช โฆษกคณะก้าวหน้า ในฐานะผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน เดินตลาดป่ารกฟ้า อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน พร้อม วีระเดช ภู่พิสิฐ ผู้สมัครนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ลำพูน พรรคประชาชน และทีมผู้สมัคร ส.อบจ. 

 

ชัยธวัชกล่าวถึงกรณีที่ ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ปราศรัยขอคะแนนเสียงจากชาวเชียงรายและเชียงใหม่ว่าอยากได้ท้องถิ่นมาเป็นแขนขา ช่วยรัฐบาลแก้ปัญหาจากฐานราก ชัยธวัชยืนยันว่า อบจ. ไม่ใช่แขนขาหรือเครื่องมือทางการเมืองให้กับรัฐบาลหรือนายใหญ่ แต่เป็นกลไกดูแลประชาชนในท้องถิ่น พร้อมถามกลับว่า 20 ปีที่ผ่านมา นายก อบจ. หลายที่ก็เป็นคนของพรรคเพื่อไทย แต่ประชาชนก็ไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงอะไร 

 

ชัยธวัชยังกล่าวถึงวลีแดงกินส้มว่า เรื่องการเลือกตั้ง เรื่องประชาธิปไตย ไม่ใช่สีไหนกินสีไหน แต่เป็นเรื่องที่ประชาชนใช้สิทธิใช้เสียงเลือกคนที่ดีที่สุดที่ประชาชนคิดว่าตอบโจทย์ เรื่องสีแดงคงไม่ใช่สมบัติส่วนตัวของทักษิณหรือพรรคเพื่อไทย แต่เป็นสีของสัญลักษณ์การต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย สีแดงไม่ได้หายไปไหน อยู่ในใจทุกคน

 

ชัยธวัชกล่าวต่อไปว่า ที่ผ่านมาทักษิณอาจจะไม่อยู่ เลยกลับมาบอกว่า ตัวเองกลับมาแล้ว ดังนั้นขอให้แดงกินส้ม แต่ขอยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวอะไรกับทักษิณ ที่ผ่านมาประชาชนให้ความไว้วางใจพรรคก้าวไกลหรือพรรคประชาชนเพราะเชื่อมั่นในอุดมการณ์ เรามีความชัดเจน ตรงไปตรงมา ไม่เคยทรยศเสียงของพี่น้องประชาชน พวกเราสีส้มไม่ใช่เอาเสียงเอาอำนาจที่ได้มาจากประชาชนไปแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตัว

 

ด้านพรรณิการ์ตอบคำถามกรณีวิวาทะ ‘ประชาชนคายส้ม’ และ ‘ใส่เสื้อแดงกินส้ม’ ว่า ไม่ต้องให้ทักษิณยืนยัน ผลเลือกตั้งปี 2566 ก็บอกอยู่ชัดเจนว่าคนเสื้อแดงและเสื้ออื่นๆ หันมากินส้มกันมาก ที่ประชาชนกินส้มก็เพราะเป็นผลไม้ที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพในระยะยาว และเป็นผลไม้ตรงปกไม่จกตา ต่างจากสตรอว์เบอร์รีบางแผง ตอนโฆษณาขายบอกประชาชนว่าพันธุ์ดี หวานฉ่ำ แต่พอซื้อไปแล้วกลับเปรี้ยว แล้วยังจะบอกคนซื้อว่าสถานการณ์บังคับให้จำใจเปลี่ยนเป็นเปรี้ยว ทั้งที่จริงๆ เปรี้ยวตั้งแต่ก่อนคนจะซื้อแล้ว ส่วนส้มนั้นตรงไปตรงมา ไม่เดี๋ยวแดงเดี๋ยวเหลือง ก่อนหรือหลังเลือกตั้งก็ส้มเหมือนเดิม 

The post ชัยธวัช-พรรณิการ์ ช่วยหาเสียง อบจ.ลำพูน ตอบทักษิณปม ‘แดงกินส้ม’ ย้ำไม่ใช่เรื่องสีไหนกินสีไหน เป็นสิทธิประชาชนเลือกคนที่ดีที่สุด appeared first on THE STANDARD.

]]>
อนุทินชี้ ไม่เอี่ยวไลน์หลุดสั่งจับตาพรรคประชาชนหาเสียง บอกเป็นเรื่องปกติติดตามคนเข้า-ออกพื้นที่ เผยตั้งสอบแล้ว หากจงใจกลั่นแกล้งโดนแน่ https://thestandard.co/anutin-denies-involvement-line-leaks-investigation-ordered/ Fri, 03 Jan 2025 05:23:23 +0000 https://thestandard.co/?p=1026738 anutin-denies-involvement-line-leaks-investigation-ordered

วันนี้ (3 มกราคม) อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และร […]

The post อนุทินชี้ ไม่เอี่ยวไลน์หลุดสั่งจับตาพรรคประชาชนหาเสียง บอกเป็นเรื่องปกติติดตามคนเข้า-ออกพื้นที่ เผยตั้งสอบแล้ว หากจงใจกลั่นแกล้งโดนแน่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
anutin-denies-involvement-line-leaks-investigation-ordered

วันนี้ (3 มกราคม) อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณี ชัยธวัช ตุลาธน อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล ออกมาทวงถามว่าอนุทินมีส่วนรู้เห็นด้วยหรือไม่หลังพบไลน์หลุดปลัดอำเภอสั่งการให้ติดตามการหาเสียงของพรรคประชาชนเพียงพรรคเดียวว่า ตนจะไปมีส่วนได้อย่างไร เพราะตนเป็นคนออกหนังสือและนโยบายว่าในช่วงที่มีการเลือกตั้งท้องถิ่นให้ข้าราชการกระทรวงมหาดไทยทุกคนวางตัวเป็นกลาง

 

ส่วนแชตที่ออกมานั้นได้ตรวจสอบหรือไม่ เพราะมีชื่อพรรคประชาชนเพียงพรรคเดียว อนุทินกล่าวว่า รายงานดังกล่าวเป็นรายงานใครเข้าพื้นที่ ซึ่งหน่วยงานด้านความมั่นคงมีวิธีการ โดยเฉพาะบุคคลที่มีชื่อเสียง คนที่มีบทบาทในทางการเมือง หรือแม้กระทั่งข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ใครก็ตามที่เข้าไปในพื้นที่ต่างๆ ทางอำเภอแต่ละอำเภอจะต้องมีการติดตามการข่าวเพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าไม่มีอะไรหรือสิ่งที่ไม่พึงประสงค์เกิดขึ้น เป็นการสั่งการตามลำดับชั้นลงไป

 

ส่วนที่มีการเขียนชื่อพรรคนั้นนี่คือเหตุผลที่ปลัดกระทรวงมหาดไทยและอธิบดีกรมการปกครองสั่งให้มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนออกมา และได้สั่งการให้ปลัดอำเภอคนนั้นเข้ามาประจำที่สำนักงานจังหวัดในระหว่างที่มีการสอบสวน ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 7 วัน แต่เบื้องต้นผู้ว่าราชการจังหวัดได้ทำเป็นหนังสือรายงานมาอย่างเป็นทางการแล้วว่าเป็นการปฏิบัติทั่วไป ไม่ว่าใครไป พรรคไหนไป หรือบุคคลสำคัญคนไหนไป ก็มีวิธีการแบบนี้หมด

 

ส่วนเหตุใดถึงที่มีชื่อพรรคประชาชนอย่างเดียวนั้น อนุทินกล่าวว่า ขอให้รอการสอบสวน ตนจะไปรู้ได้อย่างไร วันนี้พรรคประชาชนมา ถ้าวันไหนที่พรรคเพื่อไทยไป ก็อาจจะระบุพรรคอื่น แต่ในบางทีพอไม่ไปสนใจ ไม่ติดตาม ก็มีการโวยวายว่าไม่ดูแล ไม่ให้ความสำคัญ

 

อนุทินย้ำว่า ขออย่ากังวล ถ้าหากมั่นใจว่าเรามีความนิยมอยู่แล้ว มีพื้นฐานที่ดีอยู่แล้ว ไม่มีอะไรที่จะทำให้เกิดอุปสรรคอย่างแน่นอน นี่เป็นเรื่องปกติของการทำงานราชการ ชัยธวัชก็เคยเป็นถึงอดีตผู้นำฝ่ายค้านและอดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล หากทักมาแล้วจะบอกไม่สนใจก็ไม่ใช่ ตนก็รู้จักท่านดี ท่านทักมาตนก็ต้องมาติดตามว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร

 

ส่วนที่ชัยธวัชออกมาพูดนั้นมองว่าเป็นการออกอาการว่าเป็นรองทางการเมืองหรือไม่ อนุทินระบุว่า แต่ละคนก็มีเทคนิคอยู่แล้ว แต่ในเมื่อเรื่องนี้ชัยธวัชนำออกมาเผยแพร่ตามโซเชียลมีเดีย หากผลการสอบสวนออกมาเป็นการจงใจกลั่นแกล้ง เลือกปฏิบัติ อันนี้โดนแน่ เพราะมีการออกคำสั่งไว้แล้วว่าต้องเป็นกลาง ขอให้มีความมั่นใจได้ ไม่มีการช่วยเหลือใคร และปลัดอำเภอคนนั้นก็ไม่ได้มีอิทธิพลที่จะทำให้ผลการสอบสวนถูกบิดเบือนได้

 

ส่วนหลายคนมองว่าค่ายส้มดิสเครดิตค่ายน้ำเงินหรือไม่ ถึงหยิบยกประเด็นนี้มา อนุทินกล่าวว่า ไม่มีเรื่องนี้ก็มีเรื่องนั้น ถ้าเป็นเรื่องของการดิสเครดิต แสดงว่าน้ำเงินมาแรง ยืนยันว่าไม่ได้สนใจเรื่องนี้ ตอนนี้เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ก็ทำหน้าที่ในราชการที่ต้องทำ ยืนยันให้ความเป็นธรรมแน่นอนทั้งสองฝ่าย

 

ภูมิใจไทยไม่ส่งผู้สมัคร อบจ. ต้องวางตัวเป็นกลาง

 

อนุทินยังกล่าวถึงศึกเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ซึ่งหลายพื้นที่ โดยเฉพาะจังหวัดศรีสะเกษและนครพนม ที่คนใกล้ชิดของพรรคภูมิใจไทยต้องแข่งกับผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทยว่า พรรคภูมิใจไทยไม่ได้ส่งคนลงสมัครเลือกตั้ง อบจ. ในนามของพรรค แต่เป็นคนที่มีความผูกพันกับพรรคภูมิใจไทยและเป็นคนที่อยู่ในพื้นที่อยู่ ซึ่งจำเป็นต้องสู้เพื่อป้องกันแชมป์ต่อไป ตนก็ส่งกำลังใจไปช่วย ทำได้แค่นั้น

 

ส่วนกรณีที่ ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เตรียมลงพื้นที่ปราศรัยใหญ่ที่จังหวัดนครพนมและศรีสะเกษนั้น ทุกคนก็ทำตามสิทธิ์ที่มีอยู่ แต่เมื่อตนอยู่กระทรวงมหาดไทยและสั่งให้ทุกคนวางตัวเป็นกลางก็ต้องวางตัวเป็นกลาง แม้ใจจะอยากไปช่วย แต่ก็ไม่ไป ส่งแรงใจ ส่งแรงเชียร์ พร้อมย้ำว่าเป็นนโยบายที่ไม่เคยส่งนายก อบจ. หรือท้องถิ่นในนามของพรรคภูมิใจไทย ขอให้ประชาชนในพื้นที่เป็นคนตัดสินใจเลือกคนของเขาเองโดยไม่มีพรรคมาครอบ ซึ่งเราก็ยังยึดถือแนวทางนี้อยู่

The post อนุทินชี้ ไม่เอี่ยวไลน์หลุดสั่งจับตาพรรคประชาชนหาเสียง บอกเป็นเรื่องปกติติดตามคนเข้า-ออกพื้นที่ เผยตั้งสอบแล้ว หากจงใจกลั่นแกล้งโดนแน่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชัยธวัชเปิดหลักฐานแชต LINE สั่งเจ้าหน้าที่ตามเก็บภาพหาเสียง อบจ. พรรคประชาชน พรรคเดียว https://thestandard.co/chaithawat-line-chat-evidence-election-campaign/ Thu, 02 Jan 2025 11:55:44 +0000 https://thestandard.co/?p=1026610 chaithawat-line-chat-evidence-election-campaign

วันนี้ (2 มกราคม) ชัยธวัช ตุลาธน อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล […]

The post ชัยธวัชเปิดหลักฐานแชต LINE สั่งเจ้าหน้าที่ตามเก็บภาพหาเสียง อบจ. พรรคประชาชน พรรคเดียว appeared first on THE STANDARD.

]]>
chaithawat-line-chat-evidence-election-campaign

วันนี้ (2 มกราคม) ชัยธวัช ตุลาธน อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล ในฐานะผู้ช่วยหาเสียงนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) พรรคประชาชน โพสต์ภาพผ่าน X เป็นภาพแชต LINE ของปลัดอำเภอคนหนึ่งที่ส่งไปในแชตกลุ่มของกำนันและผู้ใหญ่บ้าน สั่งการให้ติดตามการหาเสียง อบจ. พรรคประชาชน 

 

ชัยธวัชระบุว่า สองวันนี้เริ่มงานปีใหม่ด้วยการมาช่วยหาเสียงให้ทีม อบจ. เชียงใหม่-ลำพูนของพรรคประชาชน การเลือกตั้ง อบจ. คราวนี้นอกจากจะผิดปกติที่จัดเลือกตั้งวันเสาร์ ซึ่งทำให้หลายคนติดงาน ไม่สะดวกไปใช้สิทธิแล้ว ยังน่ากังวลว่าอาจจะมีการใช้อำนาจรัฐเอื้อประโยชน์ให้แก่ผู้สมัครบางคนหรือบางพรรคด้วย 

 

อย่างเช่น เช้าวันนี้มีปลัดอำเภอส่งข้อความไปในกลุ่ม LINE ของกำนันและผู้ใหญ่บ้านตำบลหนึ่งโดยแจ้งว่า “ทางท่านนายอำเภอ xxx มี ว.0 (คำสั่ง) ให้ทางกำนันและผู้ใหญ่บ้านลงพื้นที่หรือมอบหมายผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน สารวัตร (กำนัน) ติดตาม/บันทึกภาพกิจกรรมของพรรคประชาชน รายงานให้ทราบครับ” 

 

“คำถามคือ ทำไมถึงมีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ติดตามและบันทึกภาพกิจกรรมหาเสียง อบจ. ของพรรคประชาชน แค่พรรคเดียวเท่านั้น และ แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และ อนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รวมทั้งผู้ช่วยหาเสียงผู้มากบารมีเหนือนายกรัฐมนตรี มีส่วนรู้เห็นหรือสั่งการให้เจ้าหน้าที่กระทำการดังกล่าวด้วยหรือไม่” ชัยธวัชระบุ

 

อ้างอิง: 

 

The post ชัยธวัชเปิดหลักฐานแชต LINE สั่งเจ้าหน้าที่ตามเก็บภาพหาเสียง อบจ. พรรคประชาชน พรรคเดียว appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลือกตั้ง อบจ.อุดรธานี: การเมืองระดับท้องถิ่นถึงระดับชาติ ทุกชัยชนะสำคัญเท่ากัน https://thestandard.co/key-messages-udon-pao-election/ Thu, 21 Nov 2024 05:34:19 +0000 https://thestandard.co/?p=1011068 เลือกตั้ง อบจ.อุดรธานี

เหตุใดการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) อ […]

The post เลือกตั้ง อบจ.อุดรธานี: การเมืองระดับท้องถิ่นถึงระดับชาติ ทุกชัยชนะสำคัญเท่ากัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลือกตั้ง อบจ.อุดรธานี

เหตุใดการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) อุดรธานี ในวันที่ 24 พฤศจิกายนที่จะถึงนี้ จึงเป็นการเปลี่ยนแปลงบรรยากาศของการเลือกตั้งระดับท้องถิ่นในประเทศไทยไปอีกนาน หรืออย่างน้อยก็จนกว่าดุลอำนาจทางการเมืองจะแตกต่างไปจากปัจจุบัน

 

สังเกตได้ว่าการเลือกตั้งระดับท้องถิ่น เช่น นายก อบจ. ในอดีตที่ผ่านมาจะไม่ค่อยได้รับความสนใจเป็นวงกว้างนอกจังหวัดที่มีการเลือกตั้ง แต่หลังจาก ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หนึ่งในผู้เล่นทางการเมืองที่มีแรงดึงดูดมหาศาลขณะนี้ ลงพื้นที่ช่วยหาเสียงให้ ศราวุธ เพชรพนมพร ผู้สมัครนายก อบจ.อุดรธานี ในนามพรรคเพื่อไทย หลายวันต่อเนื่องกัน

 

ทักษิณ ปราศรัยหาเสียงช่วยศราวุธที่ทุ่งศรีเมือง จังหวัด อุดรธานี

ทักษิณปราศรัยหาเสียงช่วยศราวุธที่ทุ่งศรีเมือง จังหวัดอุดรธานี

 

การเดินหน้าของทักษิณสร้างแรงกระเพื่อมใหญ่ เพราะผิดจากที่แวดวงการเมืองเคยคาดหมายว่าทักษิณจะออกโรงเองก็ต่อเมื่อมีการเลือกตั้งนายก อบจ.เชียงใหม่ เพื่อลงพื้นที่ช่วย พิชัย เลิศพงศ์อดิศร รักษาแชมป์

 

ต่อมาพรรคประชาชนก็รุกกลับ ด้วยการขนแกนนำพรรคทุกยุคสมัย โดยเฉพาะ ‘ขวัญใจมหาชน’ อย่าง พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล ขึ้นเวทีปราศรัยช่วย คณิศร ขุริรัง ผู้สมัครนายก อบจ.อุดรธานี ในนามพรรคประชาชน อย่างไม่ยอมน้อยหน้า

 

พิธา ปราศรัยช่วย คณิศร หาเสียงที่หนองประจักษ์ จังหวัด อุดรธานี

พิธาปราศรัยช่วยคณิศรหาเสียงที่หนองประจักษ์ จังหวัดอุดรธานี

 

เป็นเหตุให้การเมืองท้องถิ่นถูกยกระดับขึ้นเป็นสมรภูมิ ‘การเมืองระดับชาติ’ โดยทันที และแรงสะเทือนที่อุดรธานีจะสะท้านไปถึงสนามเลือกตั้งนายก อบจ. ระดับประเทศในต้นปีหน้า และอาจจะปีต่อๆ ไปหลังจากนี้โดยไม่อาจหลีกเลี่ยง

 

อุดรธานี: เกมที่แพ้ไม่ได้ของ ‘เพื่อไทย’

 

ความเข้มข้นของสนามท้องถิ่นในอุดรธานีน่าจะจุดประกายจากคำสัมภาษณ์ของคนจากพรรคเพื่อไทย เช่น ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี และอดีตแกนนำคนเสื้อแดง, อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ที่ยกจังหวัดอุดรธานีเป็นเสมือน ‘เมืองหลวงของคนเสื้อแดง’ ทำให้กลายเป็นศึกศักดิ์ศรีที่พรรคเพื่อไทยต้องชนะเพื่อเรียกศรัทธากลับคืน

 

หากย้อนดูสถิติผลการเลือกตั้งทั่วไปในจังหวัดอุดรธานีนับตั้งแต่ทศวรรษ 2540 เป็นต้นมา สส. จากพรรคไทยรักไทยได้รับความไว้วางใจจากประชาชนชาวอุดรธานีอย่างเหนียวแน่น จวบจนกลายเป็นพรรคพลังประชาชนและพรรคเพื่อไทยในปัจจุบัน

 

ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และ ศราวุธ เพชรพนมพร ผู้สมัครนายก อบจ

ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และ ศราวุธ เพชรพนมพร ผู้สมัครนายก อบจ.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย

 

ศราวุธ เพชรพนมพร ก็ไม่ใช่ใครอื่น หากเป็น สส. พรรคไทยรักไทยที่ชนะการเลือกตั้งในจังหวัดอุดรธานี เขต 1 เมื่อปี 2548 นั่นเอง ทว่าเกิดจุดเปลี่ยนเมื่อพรรคก้าวไกลสามารถปักธงได้ในการเลือกตั้งทั่วไปปี 2566 ณัฐพงษ์ พิพัฒน์ไชยศิริ เอาชนะศราวุธได้ ทำให้เขาต้องขยับมาสู่การเมืองท้องถิ่นในการเลือกตั้งนายก อบจ.

 

หากวัดแต้มกันแล้ว พรรคเพื่อไทยค่อนข้างเป็นต่ออยู่มากในสนามนี้ ประวัติของศราวุธที่เป็น สส. เขต 1 อุดรธานีมาหลายสมัย และเป็นลูกเขยของ พล.ต.อ. ประชา พรหมนอก อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติคนแรก และอดีตรองนายกรัฐมนตรีในสมัยรัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

 

นอกจากนี้ศราวุธยังมาสานต่องานของ วิเชียร ขาวขำ อดีต สส. อุดรธานี พรรคเพื่อไทย ที่ได้รับเลือกเป็นนายก อบจ.อุดรธานี มาแล้ว 2 สมัย จึงเรียกได้ว่าเป็นการรับช่วงแบบไร้รอยต่อ

 

ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี

ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี

 

ทว่าพรรคเพื่อไทยก็ไม่อาจประมาทได้ เนื่องจากผลคะแนน สส. แบบบัญชีรายชื่อ ในจังหวัดอุดรธานีของพรรคก้าวไกลในการเลือกตั้งปีล่าสุดสูงถึง 295,097 คะแนน แม้จะยังตามหลังพรรคเพื่อไทย และได้ สส. เขตไปเพียงคนเดียว แต่คะแนนของพรรคสีส้มที่ทะยานสูงขึ้นเท่าตัวจากการเลือกตั้งปี 2562 ที่ 148,850 คะแนน ทำให้เป็นการเติบโตที่น่ากลัวสำหรับพรรคเพื่อไทย

 

ด้วยเหตุนี้จึงไม่แปลกที่พรรคเพื่อไทยต้องวางกลยุทธ์ เปิดเวทีให้ทักษิณเร่งทำคะแนน ด้วยหวังว่าจะรักษากระแสนิยมของพรรคเพื่อไทยในอุดรธานีให้ไม่เสื่อมคลาย ดังที่ทักษิณปราศรัยบนเวทีช่วงหนึ่งว่า

 

“วันนี้ผมมาแล้ว ผมจะมาชวนคนเสื้อแดงที่เข้าใจผิด สีอะไรตกใส่ เปลี่ยนไปนิดหน่อย ให้กลับมาอยู่ด้วยกัน”

 

พรรคประชาชนเทหมดหน้าตัก หวังล้างอาถรรพ์

 

แม้การเลือกตั้งนายก อบจ.อุดรธานี จะสร้างความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ให้กับการเมืองท้องถิ่น แต่ที่ผ่านมาผลคะแนนฟ้องว่าสนามท้องถิ่นยังไม่ใช่เวทีซึ่งผู้เล่นในฝ่ายของพรรคประชาชนถนัดที่สุด โดยเฉพาะเครือข่าย ‘บ้านใหญ่’ ซึ่งไม่อาจถูกตีแตกได้โดยง่าย

 

เมื่อปี 2563 คณะก้าวหน้า นำโดย ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ใช้ยุทธศาสตร์หว่านแห ส่งผู้สมัครชิงตำแหน่งนายก อบจ. 42 จังหวัด ครบทั้งภูมิภาค แต่กลับไม่สามารถเอาชนะได้เลยในทุกพื้นที่ กลายเป็นบทเรียนฝังลึกว่าการเมืองท้องถิ่นไม่ได้วัดกันที่ความแหลมคมของนโยบายเท่านั้น แต่ยังมีปัจจัยอื่นซึ่งเป็นสูตรสำเร็จของบรรดาบ้านใหญ่ที่ผูกขาดพื้นที่

 

ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน และว่าที่ผู้สมัครนายก อบจ. ของพรรคประชาชนทั้ง 12 คน

ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน และว่าที่ผู้สมัครนายก อบจ. ของพรรคประชาชนทั้ง 12 คน

 

กระทั่งปัจจุบัน ศรายุทธิ์ ใจหลัก เพื่อนสนิทธนาธร ที่มารับบทกุนซือเดินหมากการเลือกตั้งนายก อบจ. ของพรรคประชาชน ปรับจากกลยุทธ์หว่านแหเป็น ‘ล็อกเป้า’ ส่งผู้สมัครลงสู้ในพื้นที่ซึ่งหวังผลชนะได้ โดยอิงจากผลการเลือกตั้งปี 2566 และความพร้อมของสาขาพรรคในแต่ละพื้นที่ ล่าสุดเปิดตัวมาแล้ว 12 ผู้สมัคร ตั้งเป้าหมายอย่างไม่ทะเยอทะยานนักว่า ‘ขอชัยชนะ 1 คนต่อ 1 ภูมิภาค’ ก็เพียงพอ

 

อย่างไรก็ตาม ในสมรภูมิแรกอย่างการเลือกตั้งนายก อบจ.ราชบุรี กลับเริ่มต้นได้ไม่สวยนัก หลังผู้สมัครอย่างเป็นทางการในนามพรรคประชาชนพ่ายแพ้ให้แชมป์เก่าอย่างขาดลอย ด้วยยุทธวิธีที่หลายฝ่ายวิเคราะห์ว่า เครือข่ายการเมืองอนุรักษนิยมร่วมใจกันสกัดกั้น ‘สีส้ม’

 

สำหรับการเลือกตั้งจังหวัดที่เหลือ รวมถึงการเลือกตั้งทั่วประเทศต้นปีหน้า พรรคประชาชนจึงต้องฝากความหวังกับ ‘สูตร’ ใหม่ คือดึงดูดให้คนกลับมาใช้สิทธิเลือกตั้งนายก อบจ. ในภูมิลำเนาให้มากที่สุด เพื่อโกยคะแนนจากฐานเสียงของพรรคที่อยู่ในตัวเมือง

 

หากปัจจัยนี้นำมาสู่ชัยชนะในจังหวัดอุดรธานีได้ ก็อาจจะกลายเป็นโมเดลสู่ผลสำเร็จในจังหวัดอื่นๆ เช่นกัน เพราะดูตามคะแนน สส. แบบบัญชีรายชื่อของพรรคประชาชนในการเลือกตั้งปี 2566 ที่เพิ่มขึ้นมาก รวมทั้งชนะได้ สส. เขตในพื้นที่อำเภอเมืองมา 1 คน

 

ชัยธวัช ตุลาธน อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล

ชัยธวัช ตุลาธน อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล

 

ขณะที่ในแง่ความรู้สึก เมื่อทักษิณออกจากหลังม่านมาด้วยตนเอง แกนนำของพรรคประชาชนจึงใช้เวทีหาเสียงเป็นพื้นที่ ‘ชกข้ามรุ่น’ ด้วยเนื้อหาการปราศรัยที่ดุเดือดรุนแรง โจมตีทั้งตัวทักษิณและรัฐบาล จนอาจเรียกได้ว่าเข้มข้นยิ่งกว่าการอภิปรายในสภาเมื่อครั้งมีเอกสิทธิ์ สส. คุ้มครองเสียอีก เช่น ชัยธวัช ตุลาธน อดีตผู้นำฝ่ายค้าน ที่ปราศรัยว่า

 

คุณทักษิณบอกว่าเกลียดพวกพ่อค้ายามากเลย ถ้าเจอแล้วจะเรียกมา เรียกมาร่วมรัฐบาลหรือครับ พ่อค้าแป้งก็เป็นรัฐมนตรีได้ใช่ไหม”

 

ระดับชาติ-ระดับท้องถิ่น: ทุกสนามสำคัญเท่ากัน

 

บนเวที THE POWER GAME: Thai Political Landscape 2025 เช็กกำลังขั้วอำนาจการเมืองไทย 2568 วงสนทนาสุดท้ายในงาน THE STANDARD ECONOMIC FORUM 2024 ร่วมแลกเปลี่ยนโดย สรกล อดุลยานนท์, ธนกร วงษ์ปัญญา และ พลวุฒิ สงสกุล Host และ Co-host รายการ THE POWER GAME ได้วิเคราะห์ถึงการเลือกตั้งนายก อบจ.

 

สรกลมองว่า พรรคประชาชนตัดสินใจลงเล่นในสนามเลือกตั้งนายก อบจ. ครั้งนี้อย่างเต็มตัว เพราะเชื่อว่าเป็นโอกาสสร้างกระแสให้กับพรรค และหากพรรคประชาชนชนะเลือกตั้งได้ตำแหน่งนายก อบจ. มา แม้จะเพียงเก้าอี้เดียวก็สามารถสร้างผลงานได้ เพราะจุดอ่อนของพรรคประชาชนคือแม้จะมีความกล้า มีนโยบาย มีกระแส แต่ยังขาดผลงานการบริหารที่จะสร้างความเชื่อมั่น

 

สรกล อดุลยานนท์, ธนกร วงษ์ปัญญา และ พลวุฒิ สงสกุล

สรกล อดุลยานนท์, ธนกร วงษ์ปัญญา และ พลวุฒิ สงสกุล บนเวที THE POWER GAME: Thai Political Landscape 2025 ในงาน THE STANDARD ECONOMIC FORUM 2024

 

สรกลยังตั้งข้อสังเกตถึงเหตุผลที่ทักษิณต้องลงพื้นที่หาเสียงนายก อบจ.อุดรธานี ด้วยตนเองทั้งที่ไม่จำเป็น ซึ่งมองว่าเป็นเหตุการณ์ที่อธิบายการเมืองทั้งหมดในเวลานี้ได้ และสาเหตุหลักเป็นเพราะ ‘แบรนด์ทักษิณ’ ไม่ได้แข็งแกร่งเหมือนเดิมในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา

 

สรกลชี้ให้เห็นว่า ความจริงทักษิณไม่จำเป็นต้องลงพื้นที่ด้วยตนเอง เพราะลำพังจากการเลือกตั้ง สส. ที่ผ่านมา พรรคเพื่อไทยน่าจะชนะขาดได้ไม่ยาก แต่หนึ่งในสาเหตุสำคัญคือทักษิณต้องการสร้างบารมี เพราะหากครั้งนี้พรรคเพื่อไทยชนะเลือกตั้งนายก อบจ.อุดรธานี ก็สามารถอ้างได้ว่าเป็นเพราะบารมีของทักษิณ และเมื่อทักษิณลงพื้นที่จังหวัดอื่นๆ ต่อไป ก็สามารถการันตีชัยชนะ เพิ่มความเชื่อมั่นให้มากขึ้นได้

 

นอกจากนี้เมื่อกระแสของพรรคเพื่อไทยเริ่มกลับมาดีขึ้น ก็จะทำให้ สส. พรรคเพื่อไทย ที่กำลังคิดว่าจะย้ายพรรค เริ่มไม่กล้าออกไป เพราะรัฐบาลที่นำโดย แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคเพื่อไทย และลูกสาวของทักษิณ ยังมี ‘ไพ่สุดท้าย’ คือการยุบสภาและเลือกตั้งใหม่ ขณะที่พรรคเพื่อไทยกำลังได้เปรียบในทางการเมือง

 

“แต่ความศักดิ์สิทธิ์ของคาถายุบสภานั้นต้องสร้างขึ้นตั้งแต่เวทีเลือกตั้งนายก อบจ.อุดรธานี” สรกลระบุ

 

สุดท้ายสรกลยังมองว่า เหตุผลสำคัญที่สุดซึ่งทำให้พรรคเพื่อไทยต้องได้ชัยชนะในครั้งนี้ คือพรรคเพื่อไทยต้องแสดงให้ ‘ผู้มีอำนาจ’ เห็นว่าพรรคเพื่อไทยยังคงเป็นตัวเลือกที่ดีกว่าพรรคภูมิใจไทย

 

โค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งนายก อบจ.อุดรธานี อุณหภูมิทางการเมืองเดือดดาลขึ้นทุกขณะ ซึ่งไม่ว่าผลการเลือกตั้งจะเป็นอย่างไรก็ตาม คงต้องยอมรับตรงกันได้ว่าการเมืองระดับชาติและระดับท้องถิ่นในเวลานี้ไม่มีความแตกต่างกันอีกแล้ว เพราะทุกชัยชนะในทุกสนามล้วนมีผลต่อการรักษาดุลอำนาจทางการเมืองในปัจจุบันทั้งสิ้น

 

ทักษิณปราศรัยหาเสียงช่วยศราวุธที่อำเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานี

ทักษิณปราศรัยหาเสียงช่วยศราวุธที่อำเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานี

The post เลือกตั้ง อบจ.อุดรธานี: การเมืองระดับท้องถิ่นถึงระดับชาติ ทุกชัยชนะสำคัญเท่ากัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
พร้อมพงศ์ฝากถึง ‘ชัยธวัช-พิธา’ เลิกย้อนอดีตทักษิณ ปมขึ้นเวทีช่วยหาเสียง อบจ.อุดรธานี ขอให้สู้ด้วยนโยบาย ไม่ใช่ชกใต้เข็มขัด https://thestandard.co/prompong-message-pita-chaithawat-udon/ Sun, 17 Nov 2024 08:23:24 +0000 https://thestandard.co/?p=1009725 พร้อมพงศ์

วันนี้ (17 พฤศจิกายน) พร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ อดีตโฆษกพรรคเพื […]

The post พร้อมพงศ์ฝากถึง ‘ชัยธวัช-พิธา’ เลิกย้อนอดีตทักษิณ ปมขึ้นเวทีช่วยหาเสียง อบจ.อุดรธานี ขอให้สู้ด้วยนโยบาย ไม่ใช่ชกใต้เข็มขัด appeared first on THE STANDARD.

]]>
พร้อมพงศ์

วันนี้ (17 พฤศจิกายน) พร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ อดีตโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางไปปราศรัยหาเสียงที่จังหวัดอุดรธานีว่า ท่านทักษิณไปในฐานะผู้ช่วยหาเสียงของ ศราวุธ เพชรพนมพร ผู้สมัครรับเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) อุดรธานี พรรคเพื่อไทย

 

แต่กลับมีการตั้งข้อสงสัยจากบรรดานักร้อง ผู้ที่จ้องจับผิด ทั้งเรื่องครอบงำพรรค ครอบงำนายกรัฐมนตรี ครอบงำรัฐบาล มองหาแต่เรื่องจะร้องเรียนไม่จบสิ้น ตนอยากฝากไปถึงคนเหล่านั้นว่า เวลาเป็นสิ่งมีค่า เลิกทำอะไรที่ไร้สาระสักที

 

พร้อมพงศ์กล่าวต่อว่า กรณีที่ ชัยธวัช ตุลาธน ผู้ช่วยหาเสียงผู้สมัครนายก อบจ.อุดรธานี พรรคประชาชน ออกมากล่าวถึงทักษิณกรณีปราศรัยช่วยหาเสียงที่อุดรธานีทุกประเด็น เรื่องนี้ในมุมของตนมองว่าทักษิณแค่เอานโยบายมานำเสนอ จะทำได้จริงหรือไม่ก็คงต้องให้ชาวอุดรธานีเป็นคนตัดสิน

 

ท่านเป็นนายกฯ มา 2 สมัย การปราศรัยช่วยหาเสียงจะด้วยสีสันหรืออะไรก็ตามแต่ก็คงต้องมีกระทบกระทั่งคู่แข่งบ้าง ก็เหมือนนักกีฬา แต่ชัยธวัชกลับออกมาอัดท่านเรื่องไม่เลี้ยงหลานแล้วเหรอ ลามไปตู้ห่าว โยงไปชั้น 14

 

พร้อมพงศ์ระบุว่า หลังโดนตัดสิทธิชัยธวัชเปลี่ยนไปมาก ไม่ตอบโต้เรื่องนโยบาย แต่กลับชกใต้เข็มขัด ผมว่ามันไม่แฟร์ สิ่งที่ชัยธวัชพูดเชื่อว่าทักษิณคงไม่ออกมาโต้กลับ แต่ตนอยากให้ชัยธวัชคิดถึงสโลแกนพรรคเดิมของท่านที่โดนยุบไปที่บอกว่าจะทำการเมืองใหม่ อยากให้สู้กันด้วยนโยบายจะดีกว่า

 

ส่วนพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ที่ฟาดทุกดอกก็ไม่ได้ต่างอะไรกับที่ชัยธวัชทำ เหมือนแผ่นเสียงตกร่องทั้งคู่ พรรคของท่านยังไม่มีโอกาสบริหารประเทศ สิ่งที่ท่านคิดใช่ว่าจะทำได้ทุกเรื่อง การทำงานของรัฐบาลก็อย่างที่เราเห็นกันอยู่ พอจะเริ่มทำพอจะตั้งหลักได้ก็ต้องมาเริ่มกันใหม่ เพราะเรื่องอะไรเราๆ ก็คงจะรู้

 

“ผมก็อยากฝากให้คิดว่าถ้าท่านยังมัวมาย้อนอดีต คาดการณ์อนาคต แล้วประชาชนจะจับต้องอะไรได้ สู้กันด้วยนโยบายเถอะครับ อย่าไปพูดเรื่องเก่าๆ เลย บ้านเมืองกำลังจะเดินไปข้างหน้า ถ้ามัวแต่ถอยหลังก็ลงคลองกันพอดี” พร้อมพงศ์กล่าว

The post พร้อมพงศ์ฝากถึง ‘ชัยธวัช-พิธา’ เลิกย้อนอดีตทักษิณ ปมขึ้นเวทีช่วยหาเสียง อบจ.อุดรธานี ขอให้สู้ด้วยนโยบาย ไม่ใช่ชกใต้เข็มขัด appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘พิธา-ชัยธวัช’ เดินสายหาเสียงเลือกตั้งนายก อบจ.อุดรธานี ย้ำว่าความสำเร็จงานท้องถิ่น ใครทำไม่ได้ พรรคประชาชนพร้อมทำให้ดู https://thestandard.co/pita-chaithawat-udon-thani-election/ Sun, 17 Nov 2024 08:03:52 +0000 https://thestandard.co/?p=1009705 พิธา

วันนี้ (17 พฤศจิกายน) พรรคประชาชนเปิดเวทีปราศรัยเลือกตั […]

The post ‘พิธา-ชัยธวัช’ เดินสายหาเสียงเลือกตั้งนายก อบจ.อุดรธานี ย้ำว่าความสำเร็จงานท้องถิ่น ใครทำไม่ได้ พรรคประชาชนพร้อมทำให้ดู appeared first on THE STANDARD.

]]>
พิธา

วันนี้ (17 พฤศจิกายน) พรรคประชาชนเปิดเวทีปราศรัยเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) อุดรธานีต่อเนื่อง

 

โดยในช่วงเช้าเปิดเวทีที่อำเภอเพ็ญและช่วงเย็นที่อำเภอสร้างคอม โดยมีแกนนำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) และผู้ช่วยหาเสียงร่วมปราศรัยให้กับ คณิศร ขุริรัง ผู้สมัครนายก อบจ.อุดรธานี เบอร์ 1 ของพรรคประชาชน

 

ชัยธวัช ตุลาธน อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล และผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน กล่าวกับประชาชนว่า พรรคประชาชนมีความมั่นใจเพราะมีประสบการณ์เรียนรู้การเมืองท้องถิ่นมาแล้ว แม้จะยังไม่มีโอกาสได้บริหาร อบจ. แต่ก็มีโอกาสบริหารเทศบาลและ อบต. โดยริเริ่มนโยบายหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นน้ำประปาดื่มได้, การแพทย์ทางไกล, การบริหารจัดการขยะตั้งแต่ต้นทาง แปรรายได้จากขยะเป็นสวัสดิการ, การยกระดับคุณภาพศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก และอีกหลายนโยบายที่ทำสำเร็จ

 

ดังนั้นพรรคประชาชนจึงมีทั้งความมุ่งมั่นตั้งใจในการทำงานท้องถิ่น มีประสบการณ์ และพร้อมทำงานทันที อะไรที่นักการเมืองท้องถิ่นในอดีตไม่พร้อมทำ เราจะทำ อะไรที่เขาบอกว่าทำไม่ได้ ต้องใช้งบประมาณมาก งบประมาณไม่พอ เราจะทำให้ดู แค่ไม่ทุจริตก็มีเงินเหลือแล้ว ไม่มีความจำเป็นต้องหาเงินทอน ต้นทุนที่เรามีอย่างเดียวคือความไว้วางใจของประชาชน การเมืองแบบอนาคตใหม่ ก้าวไกล ประชาชน คือการเมืองที่อยู่ได้เพราะประชาชน เราไม่ต้องเกรงใจใครทั้งสิ้น

 

ชัยธวัชกล่าวต่อไปว่า ช่วงที่ผ่านมา ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี มาหาเสียงที่อุดรธานี โดยขอว่าการเลือกตั้งครั้งนี้อย่าทำให้ตัวเองเสียหน้า แต่สำหรับพรรคประชาชนแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการเมืองระดับชาติหรือท้องถิ่น ทุกการเลือกตั้งมีความหมายเพราะเป็นการใช้เสียงของประชาชนในการตัดสินอนาคตของบ้านเมือง เพื่อประโยชน์และชีวิตที่ดีกว่าของประชาชน การเลือกตั้งในวันที่ 24 พฤศจิกายนนี้จึงไม่ใช่การเลือกตั้งเพื่อทำให้ใครเสียหน้าหรือไม่เสียหน้า แต่เป็นการเลือกตั้งเพื่อผลประโยชน์ของชาวอุดรธานีทุกคน

 

ในส่วนของ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ที่ปรึกษาประธานคณะก้าวหน้า และผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน ระบุว่า ที่ผ่านมาตนเดินทางไปต่างประเทศหลายแห่ง เจอพี่น้องแรงงานอีสานในทุกที่ที่ไป ต้องจากบ้านจากเมืองทั้งที่ไม่ได้เต็มใจ อยากกลับบ้าน ต้องเสี่ยงต่อสู้ ค่าแรงมาก แต่ก็ต้องใช้ชีวิตอย่างเหนื่อยยาก นี่คือหนึ่งในเรื่องที่คณิศรมีเป้าหมายในการบริหาร อบจ.อุดรธานี

 

ภายใน 4-8 ปีอยากให้อุดรธานีเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยโอกาสทางเศรษฐกิจ อีกไม่นานแรงงานต่างประเทศที่อยากกลับมาอยู่บ้านที่อุดรธานีต้องได้กลับบ้าน คณิศรจะใช้งบประมาณปีละ 1.2 พันล้านบาทเพื่อครอบครัวของชาวอุดรธานีทุกคน ทำให้เศรษฐกิจกลับมาแข็งแรง การเดินทางดี มีโรงเรียนที่ดี มีระบบสาธารณสุขที่ดี เอาแรงงานชั้นสูงจากอุดรธานีที่ไปอยู่ต่างประเทศกลับมาพัฒนาอุดรธานี พัฒนาอีสาน และพัฒนาประเทศไทย

 

พิธากล่าวต่อว่า เส้นแบ่งการเลือกตั้งครั้งนี้คือการเลือกตั้งของ 2 พรรค ตนอยากเชิญชวนทุกคนให้ลองถามตัวเองว่า พรรคใด ผู้สมัครคนใด ที่พร้อมสู้เพื่อครอบครัวของคนอุดรธานีมากกว่า ใครพร้อมสู้เพื่อโอกาสทางเศรษฐกิจของชาวอุดรธานีมากกว่า ใครเข้าใจปัญหาคนป่วยที่ไม่มีเตียง ไม่มีหมอ และความรุนแรงของโรคร้ายในผู้สูงอายุมากกว่า จาก 20 อำเภอ 160 กว่าตำบลในอุดรธานี คณิศรไปมาครบแล้ว นี่คือความต่างของผู้สมัคร คณิศรมีประสบการณ์เป็นรองนายก อบจ. เคยเป็นประธานสภาทนายความ มีประสบการณ์ และจะต่อสู้ทุกวันเพื่อครอบครัวของพวกท่าน ไม่ใช่เพื่อครอบครัวของคนอื่นอย่างแน่นอน

 

พิธากล่าวต่อไปว่า พรรคประชาชนสืบต่ออุดมการณ์มาจากอดีตพรรคอนาคตใหม่และพรรคก้าวไกล เปรียบเสมือนเป็นผ้าขาวม้า เรียบง่าย ใช้คล่อง สารพัดประโยชน์ มีความหลากหลาย และสวยงาม สำหรับเราการเมืองคือเรื่องของทุกคน คือเรื่องของความเป็นไปได้ ทำทุกอย่างเต็มที่ จะแพ้หรือชนะก็เป็นแบบนี้เหมือนเดิม คิดแบบนี้มีแต่ชนะกับพัฒนา ไม่มีแพ้ เราจะแพ้เมื่อเราหยุดเดิน ตราบใดที่ไม่หยุดเดิน เราชนะแน่นอน

 

The post ‘พิธา-ชัยธวัช’ เดินสายหาเสียงเลือกตั้งนายก อบจ.อุดรธานี ย้ำว่าความสำเร็จงานท้องถิ่น ใครทำไม่ได้ พรรคประชาชนพร้อมทำให้ดู appeared first on THE STANDARD.

]]>
พรรคประชาชนขนทัพแกนนำ ‘พิธา-ชัยธวัช’ ปราศรัยใหญ่รอบเมืองอุดรธานี https://thestandard.co/pita-chaithawatt-udon-thani/ Sat, 16 Nov 2024 07:51:52 +0000 https://thestandard.co/?p=1009403

วันนี้ (16 พฤศจิกายน) ที่จังหวัดอุดรธานี แกนนำ สส. และผ […]

The post พรรคประชาชนขนทัพแกนนำ ‘พิธา-ชัยธวัช’ ปราศรัยใหญ่รอบเมืองอุดรธานี appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (16 พฤศจิกายน) ที่จังหวัดอุดรธานี แกนนำ สส. และผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน ร่วมเวทีปราศรัยหาเสียงเลือกตั้งนายก อบจ.อุดรธานี ที่จะเลือกตั้งในวันที่ 24 พฤศจิกายนนี้ ซึ่งพรรคประชาชนส่ง คณิศร ขุริรัง เป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นนายก อบจ.อุดรธานี โดยเปิดเวทีปราศรัยในพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอบ้านผือในช่วงเช้า อำเภอหนองหานในช่วงบ่าย และอำเภอเมืองอุดรธานีในช่วงค่ำ

 

อภิชาติ ศิริสุนทร อดีตเลขาธิการพรรคก้าวไกล และผู้ช่วยหาเสียง กล่าวว่านักการเมืองต้องมีสัจจะ พูดคำไหนคำนั้น ให้สัญญาผ่านนโยบายกับประชาชนก็ต้องทำ ตอนที่ตนเป็น สส. นโยบายที่อดีตพรรคก้าวไกลเคยหาเสียง แม้เราไม่ได้เป็นรัฐบาลแต่เอานโยบายที่ให้ไว้กับประชาชนไปเดินต่อ ใช้กลไกในสภาผู้แทนราษฎร เช่น กรรมาธิการ ตนในฐานะอดีตประธาน กมธ.ที่ดิน รับเรื่องร้องเรียนของประชาชน ไม่เคยพูดว่าตัวเองไม่มีอำนาจ ไม่ได้เป็นรัฐมนตรีแล้วจะแก้ปัญหาไม่ได้

 

เราเคยหาเสียงว่าจะปฏิรูปที่ดินทั้งระบบ อดีตพรรคก้าวไกลก็ร่างกฎหมายเพื่อยกระดับสิทธิของประชาชน ประชาชนมีปัญหาเรื่องที่ดิน ส.ป.ก. เราก็เสนอกฎหมายยกระดับให้เป็นโฉนด ปรากฏว่าถูกตีความเป็นกฎหมายการเงิน ต้องส่งให้นายกรัฐมนตรี แล้ว เศรษฐา ทวีสิน นายกฯ ในเวลานั้นก็ตอบกลับเป็นหนังสือว่าหน่วยงานราชการไม่เห็นด้วย เช่นเดียวกับพี่น้องที่อยู่ในเขตป่าและอุทยานถูกจำกัดสิทธิและไล่ออกจากพื้นที่ทำกิน ตนก็ใช้กลไก กมธ.ที่ดิน เพื่อชะลอปัญหาให้หน่วยงานมาชี้แจงจนปัญหาทุเลาลงหลายพื้นที่ แต่ล่าสุดรัฐบาลกลับออกพระราชกฤษฎีกากีดกันพี่น้องที่อยู่ในพื้นที่ป่า

 

ดังนั้นไม่ต้องกังวล พรรคประชาชนพูดอย่างไรทำอย่างนั้น ตรงไปตรงมา พี่น้องไม่ต้องกลัวว่าได้ตำแหน่งแล้วจะไม่ทำ คณิศรก็เช่นเดียวกัน เขาจะทำตามคำสัญญาที่ให้ไว้ ถ้าเขาไม่ทำรอบหน้าก็ไม่ต้องเลือกเขาอีก

 

พรรณิการ์ วานิช กรรมการบริหารคณะก้าวหน้า และผู้ช่วยหาเสียง กล่าวถึงนโยบายน้ำประปาดื่มได้ โดยระบุว่าแม้ฝ่ายตรงข้ามจะพยายามโจมตีว่าเป็นไปไม่ได้ แต่คณะก้าวหน้าก็พิสูจน์มาแล้วว่าทำได้ โดยทำสำเร็จมาแล้วที่ตำบลอาจสามารถ อำเภออาจสามารถ จังหวัดร้อยเอ็ด เป็นที่แรกตั้งแต่ปี 2564 มาจนถึงวันนี้ได้รับการรับรองโดยกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข และต่อมาก็ทำสำเร็จที่ตำบลโพน อำเภอคำม่วง จังหวัดกาฬสินธุ์, ตำบลหนองแคน อำเภอดงหลวง จังหวัดมุกดาหาร, ตำบลดอนงัว อำเภอบรบือ จังหวัดมหาสารคาม และตำบลนาบัว อำเภอเพ็ญ จังหวัดอุดรธานี และกำลังจะทำสำเร็จอีก 2 แห่งในปีหน้า

 

ดังนั้นที่มีการดูถูกว่าทำได้ไม่กี่แห่งนั้นจึงไม่จริง และต้องไม่ลืมว่าคณะก้าวหน้าชนะเทศบาลและ อบต. ไม่ถึง 50 ที่จากพันกว่าแห่งทั่วประเทศ และที่บอกว่าทำไม่ได้จริงและต้องใช้งบประมาณเยอะนั้นก็เป็นข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง อย่างที่ตำบลนาบัวใช้งบประมาณเพียง 2 แสนบาทเท่านั้นในการทำน้ำประปาให้ทั้งตำบลดื่มได้ ถ้าครั้งนี้พรรคประชาชนได้เป็น อบจ. นโยบายของคณิศรคือน้ำประปาใสดื่มได้ทั้งจังหวัด อบจ. จะให้งบประมาณสนับสนุนงบแก่ 179 องค์การปกครองส่วนท้องถิ่นระดับตำบลทั้งอุดรธานี สามารถทำให้น้ำประปาดื่มได้ทั้งจังหวัดภายใน 1 ปีแน่นอน

 

ขณะที่ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ที่ปรึกษาประธานคณะก้าวหน้า และผู้ช่วยหาเสียง ระบุว่าที่ผ่านมามีการพูดถึงว่าที่ตนกลับมาจากอเมริกาเพราะกลัวแพ้ แต่สำหรับนักการเมืองแบบตนนั้นไม่มีกลัวแพ้ เพราะแพ้มาเยอะแล้ว แต่ชนะมาก็แยะเหมือนกัน อย่างการเลือกตั้งที่อุดรธานี ปี 2562 อนาคตใหม่ได้ 1.4 แสนคะแนน เลือกตั้ง อบจ.อุดรธานี ปี 2563 ได้ 1.8 แสนคะแนน เลือกตั้งปี 2566 ได้มา 2.2 แสนคะแนน นี่คือการพัฒนา

 

ดังนั้นสำหรับพรรคประชาชนการลงแข่งเลือกตั้งมีแต่ชนะกับพัฒนา ไม่มีคำว่าแพ้ ตอนเป็นพรรคอนาคตใหม่ปี 2562 เราก็แพ้ที่อุดรธานี เขต 1 แต่ก็ไม่กี่คะแนน ต่อมาเลือกตั้งปี 2566 พรรคก้าวไกลก็ชนะได้ สส. เขต 1 อุดรธานี เราถึงไม่กลัวแพ้ การเมืองในระบอบประชาธิปไตยย่อมมีแพ้มีชนะ คนชนะกลับมาแพ้ คนแพ้ก็กลับมาชนะได้ ไม่มีใครกลัวทั้งนั้น การทำงานแบบพรรคประชาชนคือการทำงานระยะยาว คู่แข่งอาจดูการเลือกตั้งต่อการเลือกตั้ง แต่พรรคประชาชนดูไปถึง 3 การเลือกตั้งข้างหน้า การเมืองแบบพวกเราคือแข่งกับตัวเองทุกวันและการต่อสู้อย่างเต็มที่ไม่ท้อแท้ถดถอย

พิธายังกล่าวต่อไปว่าที่ผ่านมา ทักษิณ ชินวัตร และพรรคเพื่อไทย หาเสียงเหมือนตัวเองเป็นฝ่ายค้าน อบจ. คนเก่าเป็นมา 12 ปีเพิ่งมาบอกว่าจะทำน้ำประปาสะอาด แปลว่า 12 ปีที่ผ่านมาไม่สะอาดใช่หรือไม่ บอกว่าจะจัดการปัญหายาเสพติด แต่ทุกวันนี้ก็ยังมีปัญหาเจ้าพ่อยาเสพติด ทุนจีนสีเทา เมื่อปีก่อนหน้านี้ก็มีเรื่องตั๋วตำรวจเพื่อไทย ตราบใดที่ยังมียาเสพติดจากต่างประเทศแล้วยังมีตั๋วตำรวจ ยาเสพติดก็แก้ไม่ได้ เป็นรัฐบาลมา 14 เดือนราคายาบ้ายังเหมือนเดิม ตั๋วตำรวจยังมีหรือไม่ ขอให้ตอบให้กระจ่างด้วย

 

พิธากล่าวต่อไปว่ามีคนกล่าวว่าอุดรธานีเป็นเมืองหลวงของคนเสื้อแดง แต่สำหรับตนแล้วคนอุดรธานีไม่มีเจ้าของ อุดรธานีเป็นเมืองหลวงของประชาธิปไตยซึ่งมีหลายเฉด บางคนเลือกพรรคเพื่อไทย บางคนเลือกพรรคก้าวไกล บางคนก็เลือกพรรคไทยสร้างไทย ดังนั้นแม้การแข่งขันครั้งนี้เรามั่นใจแต่ก็ไม่ประมาท เพราะการเลือกตั้งท้องถิ่นไม่เหมือนการเลือกตั้งระดับชาติ ประชาชนอยู่ต่างประเทศหรือต่างจังหวัดกลับมาลงคะแนนไม่ได้ แต่ตนก็ขอให้ทุกคนออกมาเลือกตั้งกันให้มากที่สุด และขอสื่อสารไปถึงชาวอุดรธานีที่ทำงานอยู่ต่างจังหวัดและต่างประเทศ ขอให้ช่วยพรรคประชาชนบอกกลับมาที่ครอบครัว ถ้าอยากให้คนอุดรธานีมีงานทำ มีสาธารณสุขที่ดี มีการคมนาคมที่ดี จะได้กลับมาบ้านเสียที ส่งข้อความกลับมาให้ครอบครัวที่อุดรธานีให้ไปเลือกตั้งเยอะๆ

 

ขณะที่ ชัยธวัช ตุลาธน คณะกรรมการคณะก้าวหน้า และผู้ช่วยหาเสียง ขึ้นเวทีปราศรัยว่าทักษิณลงมาหาเสียงกับพี่น้องอุดร​ธานี ให้เกียรติพวกเรา พูดถึงพวกเราหลายเรื่อง ตนก็อยากจะพูดถึงบ้าง แต่เอาเป็นบางเรื่องพอ​ เพราะถ้าพูดทุกเรื่องเดี๋ยวคืนนี้ไม่จบ​ เขาฝากบอกพี่น้อง​ให้บอกพรรคประชาชน​ว่า​ไม่ต้องแข่งกันเสนอกฎหมายเยอะๆ หรอก ไปยกเลิกกฎหมายเก่า​ที่สร้างปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนก่อน​ อันนี้ตนก็ต้องพูดกับคนอุดรธานี​ เดี๋ยวจะเข้าใจผิด กฎหมายเป็นเครื่องมือสำคัญ จะยกเลิกกฎหมายเก่าที่มีปัญหาหรือการแก้ไขกฎหมายเก่าที่มีปัญหาก็ต้องออกกฎหมายใหม่มายกเลิก​ เรื่องแบบนี้ยังพูดบิดไปมา​

 

ดังนั้นแข่งกันออกกฎหมายใหม่​ดีแล้ว ออกกฎหมายใหม่เพื่อยกเลิกกฎหมายเก่า​ที่มีปัญหา และออกกฎหมายใหม่ที่เป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนเป็นสิ่งที่​ สส. ต้องทำ ไม่เช่นนั้นพี่น้องประชาชนจะเลือก สส. ไปทำไม ไปนั่งง่อยๆ เหมือน สส. ฝั่งรัฐบาลในสภาหรือครับ เลือกเข้าไปก็ต้องไปแก้ไขกฎหมาย เพราะเป็นฝ่ายนิติบัญญัติ และถ้าจริงใจอยากแก้ไขปัญหาของพี่น้องประชาชนจริงๆ ก็ต้องพิสูจน์ด้วยการปฏิบัติ ไม่ใช่มาโจมตีกันแบบนี้ ไร้สาระที่สุด

 

ชัยธวัชกล่าวว่าไม่ควรนำประเด็นพวกนี้มาโจมตีกัน ควรเอาผลประโยชน์ของพี่น้องมาพูดกัน อย่ามาพูดเฉี่ยวไปมาสร้างความเข้าใจผิด​ มันไม่สร้างสรรค์ มีหลายเรื่องทักษิณบอกว่า​ถ้านึกชื่อเบอร์ 2 ไม่ออกให้นึกถึงหน้าทักษิณ​ก็ได้​ ตนเลยเลิกนึกถึงหน้าทักษิณไม่ได้เลย​ ทักษิณมาหาเสียงว่าต้องแก้ปัญหาการผูกขาด​ ลดต้นทุนการใช้ชีวิตของพี่น้องประชาชน​ ตนถามว่ารัฐบาลใหม่ของพรรคเพื่อไทย​ทำอะไรบ้างกับการผูกขาดค่าไฟฟ้า​ที่ทำให้ค่าไฟแพง ทำไมยังสืบต่อการให้สัมปทานที่เอื้อประโยชน์กับทุนใหญ่เพียงคนเดียว​ นี่ไงลดต้นทุน ทำไมไม่ทำ เกรงใจใคร

 

ชัยธวัชกล่าวต่อว่า​พยายามโจมตีกันเป็นเด็กอ่อน เด็กใหม่ไม่มีประสบการณ์ ขอย้ำว่าตนยอมรับว่าเป็นเด็กหน้าใหม่ เป็นพรรคการเมืองใหม่จริงๆ แต่ก็ไม่ใหม่มาก ชนะการเลือกตั้งแล้ว แต่เขาไม่ยอมให้เป็นนายกฯ​ ก่อนจะย้อนถามว่า​ทำไมต้องมีพรรคการเมืองใหม่ การเมืองแบบใหม่​ เพราะนักการเมืองแบบเก่าไม่ตอบโจทย์พี่น้อง เมื่อมีของใหม่ ความมุ่งมั่นเปลี่ยนการเมืองตั้งแต่ท้องถิ่นไปถึงระดับชาติโดยเอาผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชนเป็นตัวตั้ง จะมาบอกว่าไม่มีประสบการณ์ ถ้าอยากรู้ว่ามีประสบการณ์หรือมีประสบการณ์อย่างไรลองเลือกดู แล้วพี่น้องจะไม่ผิดหวัง

 

The post พรรคประชาชนขนทัพแกนนำ ‘พิธา-ชัยธวัช’ ปราศรัยใหญ่รอบเมืองอุดรธานี appeared first on THE STANDARD.

]]>