ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/ชัชชาติ-สิทธิพันธุ์/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Thu, 29 Jan 2026 03:33:55 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 สภา กทม. รับหลักการงบเพิ่มเติมปี 69 กว่า 4 พันล้าน จ่ายหนี้เดินรถไฟฟ้าสายสีเขียว ‘ชัชชาติ’ ยันจำเป็นต้องดึงเงินสะสมมาใช้เพื่อหยุดภาระดอกเบี้ย https://thestandard.co/bangkok-green-line-debt-budget/ Thu, 29 Jan 2026 03:33:55 +0000 https://thestandard.co/?p=1170898 ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. แถลงถึงความจำเป็นในการใช้เงินสะสมจ่ายหนี้เดินรถไฟฟ้าสายสีเขียวต่อที่ประชุมสภากรุงเทพมหานคร

วานนี้ (28 มกราคม) ในการประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยประช […]

The post สภา กทม. รับหลักการงบเพิ่มเติมปี 69 กว่า 4 พันล้าน จ่ายหนี้เดินรถไฟฟ้าสายสีเขียว ‘ชัชชาติ’ ยันจำเป็นต้องดึงเงินสะสมมาใช้เพื่อหยุดภาระดอกเบี้ย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. แถลงถึงความจำเป็นในการใช้เงินสะสมจ่ายหนี้เดินรถไฟฟ้าสายสีเขียวต่อที่ประชุมสภากรุงเทพมหานคร

วานนี้ (28 มกราคม) ในการประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมสามัญ สมัยแรก (ครั้งที่ 4) ที่ ห้องประชุมสภากรุงเทพมหานคร อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (ดินแดง) โดยมี วิพุธ ศรีวะอุไร ประธานสภากรุงเทพมหานคร ทำหน้าที่ประธานการประชุม วาระสำคัญที่มีการพิจารณาคือ ญัตติร่างข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. ที่เสนอโดย ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

 

ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้แถลงต่อที่ประชุมถึงความจำเป็นในการเสนอร่างข้อบัญญัติดังกล่าว โดยขออนุมัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมจำนวนไม่เกิน 4,009,144,300 บาท ซึ่งเป็นการจ่ายขาดจากเงินสะสมของกรุงเทพมหานคร เพื่อนำไปชำระค่าจ้างเดินรถและซ่อมบำรุงโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ตามคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดที่ให้กทม.ชำระหนี้ดังกล่าว

 

โดยแบ่งเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับส่วนต่อขยายที่ 1 จำนวน 859,184,500 บาท และส่วนต่อขยายที่ 2 จำนวน 3,149,959,800 บาท ครอบคลุมงวดงานตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2568 ถึงเดือนกรกฎาคม 2569 เนื่องจากงบประมาณรายจ่ายประจำปีเดิมที่ตั้งไว้ไม่เพียงพอ และกทม.จำเป็นต้องเร่งดำเนินการเพื่อระงับความเสียหายจากภาระดอกเบี้ยที่อาจเพิ่มสูงขึ้น รวมถึงป้องกันการถูกฟ้องร้องดำเนินคดี

 

ในวาระการอภิปราย สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ได้แสดงความคิดเห็นอย่างกว้างขวาง โดยนภาพล จีระกุล ส.ก.เขตบางกอกน้อย ได้แสดงความห่วงใยต่อสถานะทางการคลังของ กทม. โดยเฉพาะเงินสะสมปลอดภาระหนี้ที่เหลืออยู่ หากมีการเบิกจ่ายก้อนใหญ่อาจกระทบต่อเสถียรภาพทางการเงินในกรณีฉุกเฉิน ซึ่งประเด็นนี้ จักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ชี้แจงยืนยันว่า ปัจจุบัน กทม. ยังมีเงินสะสมคงเหลือในธนาคารกว่า 25,578 ล้านบาท โดยหักภาระผูกพันและเงินสำรองเผื่อกรณีฉุกเฉินไว้ตามเกณฑ์วินัยการเงินการคลังอย่างรัดกุมแล้ว

 

ด้านสุทธิชัย วีรกุลสุนทร ส.ก.เขตจอมทอง ได้ตั้งข้อสังเกตถึงแนวทางการบริหารจัดการรายได้ของโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวเพื่อให้สามารถเลี้ยงตัวเองได้โดยไม่ต้องพึ่งพางบประมาณสนับสนุน ซึ่งวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ชี้แจงข้อมูลสถานะการดำเนินงาน โดยยกตัวอย่างเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา พบว่ารายรับจากค่าโดยสารยังต่ำกว่ารายจ่ายค่าจ้างเดินรถอยู่มาก ทั้งในส่วนต่อขยายที่ 1 และ 2 ทำให้ กทม. ต้องแบกรับภาระส่วนต่าง

 

อย่างไรก็ตาม กทม. มีแนวทางแก้ไขปัญหาด้วยการเร่งจัดหาประโยชน์จากพื้นที่เชิงพาณิชย์และการหารายได้จากการโฆษณา รวมถึงแนวทางสำคัญคือการเสนอให้รัฐบาลรับโอนโครงการส่วนต่อขยายกลับไปดูแล ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างรอการพิจารณาของคณะรัฐมนตรี

 

ผู้ว่าฯ กทม. ได้กล่าวเสริมถึงประเด็นค่าโดยสารว่า แม้ที่ผ่านมาจะมีการปรับขึ้นราคามาแล้ว 2 ครั้งเพื่อลดภาระหนี้สะสม แต่การปรับขึ้นราคาอีกอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนและปริมาณผู้ใช้งาน ดังนั้น แนวทางในอนาคตจึงต้องเน้นการหารายได้เสริมด้านอื่นควบคู่ไปกับการเพิ่มจำนวนผู้โดยสาร

 

ภายหลังการอภิปรายและชี้แจงจากฝ่ายบริหาร ที่ประชุมสภากรุงเทพมหานครมีมติเห็นชอบรับหลักการร่างข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมดังกล่าว และได้ตั้งคณะกรรมการวิสามัญพิจารณาร่างข้อบัญญัติฯ จำนวน 21 ท่าน โดยกำหนดระยะเวลาการแปรญัตติ 2 วัน และกำหนดกรอบเวลาการพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 45 วันทำการ เพื่อให้การเบิกจ่ายงบประมาณเป็นไปตามกรอบเวลาและระเบียบราชการต่อไป

The post สภา กทม. รับหลักการงบเพิ่มเติมปี 69 กว่า 4 พันล้าน จ่ายหนี้เดินรถไฟฟ้าสายสีเขียว ‘ชัชชาติ’ ยันจำเป็นต้องดึงเงินสะสมมาใช้เพื่อหยุดภาระดอกเบี้ย appeared first on THE STANDARD.

]]>
กทม. กางแผนปฏิรูปการศึกษา ปักหมุดปี 2574 ขออนุมัติตั้ง โรงเรียนนานาชาติสังกัด กทม. เต็มรูปแบบ https://thestandard.co/bma-education-reform-international-school/ Wed, 28 Jan 2026 07:53:52 +0000 https://thestandard.co/?p=1170591 ภาพผู้ว่าฯ กทม. ชี้แจงแผนปฏิรูปการศึกษา และการจัดตั้งโรงเรียนนานาชาติสังกัดกรุงเทพมหานคร

วันนี้ (28 มกราคม) ในการประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยประช […]

The post กทม. กางแผนปฏิรูปการศึกษา ปักหมุดปี 2574 ขออนุมัติตั้ง โรงเรียนนานาชาติสังกัด กทม. เต็มรูปแบบ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพผู้ว่าฯ กทม. ชี้แจงแผนปฏิรูปการศึกษา และการจัดตั้งโรงเรียนนานาชาติสังกัดกรุงเทพมหานคร

วันนี้ (28 มกราคม) ในการประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมสามัญ สมัยแรก (ครั้งที่ 4) ที่ ห้องประชุมสภากรุงเทพมหานคร อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (ดินแดง) โดยมี วิพุธ ศรีวะอุไร ประธานสภากรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุม วาระสำคัญที่มีการพิจารณาคือกระทู้ถามสดของ สุทธิชัย วีรกุลสุนทร สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) เขตจอมทอง เรื่อง ความคืบหน้าการยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษาด้วยการเปิดการเรียนการสอนโรงเรียนนานาชาติในสังกัดกรุงเทพมหานคร

 

สุทธิชัย ได้ลุกขึ้นอภิปรายทวงถามความคืบหน้าจากฝ่ายบริหาร โดยระบุว่า ตนได้อภิปรายและผลักดันเรื่องงบประมาณเพื่อการนี้มาต่อเนื่องถึง 4 ปี แต่กลับยังไม่เห็นความชัดเจนที่เป็นรูปธรรมจากผู้บริหาร ทั้งที่กรุงเทพมหานครมีความพร้อมทั้งด้านงบประมาณและบุคลากรครู จึงขอเสนอให้มีการนำร่องโรงเรียนในสังกัด กทม. ยกระดับสู่มาตรฐานนานาชาติให้ได้อย่างน้อยเขตละ 1 แห่ง เพื่อรองรับความต้องการของประชากรที่มีความหลากหลายและลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา แต่ปัญหาสำคัญขณะนี้อยู่ที่ความพร้อมและความกล้าตัดสินใจของผู้บริหารว่าจะเดินหน้าโครงการนี้อย่างจริงจังหรือไม่

 

ด้าน ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ลุกขึ้นชี้แจงในเบื้องต้นว่า กทม. ให้ความสำคัญกับการศึกษาเป็นลำดับต้นๆ แต่การพัฒนาหรือเปลี่ยนแปลงหลักสูตรจำเป็นต้องดำเนินการด้วยความรอบคอบ เพื่อให้มั่นใจว่ามีความพร้อมสูงสุดทั้งในด้านบุคลากรครูและตัวของนักเรียนเอง

 

ขณะที่ ศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ชี้แจงรายละเอียดแผนการดำเนินงานว่า การจัดทำหลักสูตรนานาชาติไม่ได้คำนึงถึงเพียงด้านวิชาการ แต่ต้องดูความพร้อมของสภาพแวดล้อมและครูผู้สอนด้วย โดยในปี 2568 ที่ผ่านมา กทม. ได้ทำการศึกษาวิจัยเพื่อเตรียมความพร้อม และมีเป้าหมายที่จะสร้างโมเดลต้นแบบเพื่อขยายผลสร้างความเท่าเทียมให้กับโรงเรียนอื่นๆ ในอนาคต

 

สำหรับแผนการดำเนินงานล่าสุด กทม. ได้คัดเลือก โรงเรียนมหรรณพาราม เป็นโรงเรียนนำร่องต้นแบบ เนื่องจากมีความพร้อมพื้นฐานจากการเป็นโรงเรียนสองภาษา (Bilingual) และมีครูชาวต่างชาติทำการเรียนการสอนในทุกระดับชั้นอยู่แล้ว ซึ่งเอื้อต่อการปรับเปลี่ยนสู่หลักสูตรนานาชาติได้ทันที โดยในปีการศึกษา 2569 นี้ จะเริ่มกระบวนการเปิดรับสมัครนักเรียน และในช่วงปิดภาคเรียนจะจัดกิจกรรมค่ายภาษาอังกฤษ (English Camp) เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับนักเรียนต่างชาติผ่านระบบออนไลน์

 

ทั้งนี้ รองผู้ว่าฯ ศานนท์ ระบุไทม์ไลน์ที่ชัดเจนว่า ระหว่างปี 2570 – 2573 จะเริ่มเปิดการเรียนการสอนในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6 ตามลำดับ และในปี 2574 จะดำเนินการขออนุมัติจัดตั้งเป็นโรงเรียนหลักสูตรนานาชาติสังกัดกรุงเทพมหานครอย่างเต็มรูปแบบ ควบคู่ไปกับแผนการยกระดับทักษะภาษาอังกฤษให้กับบุคลากรครูในโรงเรียนสังกัด กทม. ทั้ง 437 แห่ง ให้มีมาตรฐานที่สูงขึ้นไปพร้อมกัน

The post กทม. กางแผนปฏิรูปการศึกษา ปักหมุดปี 2574 ขออนุมัติตั้ง โรงเรียนนานาชาติสังกัด กทม. เต็มรูปแบบ appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘ชัชชาติ’ ชี้ฝุ่นกทม. พุ่งเหตุเผาเกษตร 2 หมื่นไร่ ขอความร่วมมือเอกชน WFH 2 วัน 29-30 ม.ค. https://thestandard.co/chatchart-pm25-bkk-farm-burn-wfh/ Wed, 28 Jan 2026 06:01:38 +0000 https://thestandard.co/?p=1170511 ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. แถลงสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 และมาตรการขอความร่วมมือ WFH

วันนี้ (28 มกราคม) ที่ อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุง […]

The post ‘ชัชชาติ’ ชี้ฝุ่นกทม. พุ่งเหตุเผาเกษตร 2 หมื่นไร่ ขอความร่วมมือเอกชน WFH 2 วัน 29-30 ม.ค. appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. แถลงสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 และมาตรการขอความร่วมมือ WFH

วันนี้ (28 มกราคม) ที่ อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (ดินแดง) ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยถึงสถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 ที่ปรับตัวสูงขึ้นจนแตะระดับสีแดงในพื้นที่กรุงเทพมหานครฝั่งตะวันออก 3–4 เขต และจังหวัดปทุมธานี ว่า ปัจจัยหลักเกิดจากการเผาชีวมวลทางการเกษตรในพื้นที่ปริมณฑลและจังหวัดเหนือลม ผสมโรงกับสภาพอากาศปิดในช่วงกลางคืนต่อเนื่องถึงเช้า ทำให้เกิดสภาวะฝาชีครอบ ฝุ่นละอองจึงสะสมตัวและระบายออกได้ยาก

 

ชัชชาติ ระบุว่า จากการตรวจสอบข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียมและประเมินสถานการณ์ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญ พบหลักฐานการเผาวัสดุทางการเกษตร อาทิ ฟางข้าวและซากพืช ในพื้นที่ขนาดใหญ่ โดยมีพื้นที่เผาสะสมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจาก 13,000 ไร่ เป็นเกือบ 20,000 ไร่ ส่งผลให้กลุ่มควันจำนวนมหาศาลเคลื่อนตัวตามทิศทางลมเข้าสู่กรุงเทพมหานคร

 

โดยเฉพาะพื้นที่ฝั่งตะวันออก ได้แก่ เขตหนองจอก มีนบุรี คลองสามวา คันนายาว และประเวศ รวมถึงจังหวัดปทุมธานีบางส่วน ซึ่งได้รับผลกระทบหนักในช่วงเช้าวันนี้ โดยยืนยันว่าแม้จะมีฝุ่นจากการจราจรอยู่บ้าง แต่สาเหตุหลักในครั้งนี้มาจากการเผาชีวมวลอย่างชัดเจน

 

ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เน้นย้ำว่า การชี้แจงสาเหตุไม่ได้ต้องการมุ่งโทษฝ่ายใด แต่เพื่อให้เกิดความเข้าใจและแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ โดย กทม. จะประสานความร่วมมือกับจังหวัดต้นทางอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งหาแนวทางช่วยเหลือเกษตรกรในการจัดการซากพืชโดยไม่ต้องเผา เช่น การใช้จุลินทรีย์ย่อยสลาย หรือการสนับสนุนรถอัดฟางข้าว เพื่อลดต้นตอของปัญหาฝุ่นควันอย่างยั่งยืน

 

สำหรับมาตรการดูแลสุขภาพประชาชน ชัชชาติ ได้แจ้งเตือนกลุ่มเปราะบางในพื้นที่ฝั่งตะวันออกให้งดกิจกรรมกลางแจ้งและสวมหน้ากากป้องกันฝุ่น ส่วนสถานศึกษายังให้เปิดทำการตามปกติเนื่องจากมีมาตรการห้องเรียนปลอดฝุ่นรองรับอยู่แล้ว แต่ได้มอบอำนาจให้ผู้อำนวยการเขตพิจารณาปรับมาตรการได้ตามความเหมาะสมของสถานการณ์ในพื้นที่

 

นอกจากนี้ กรุงเทพมหานครได้ออกประกาศขอความร่วมมือหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ดำเนินมาตรการ Work From Home (WFH) ในวันที่ 29–30 มกราคม 2569 เนื่องจากคาดการณ์ว่าค่าฝุ่น PM2.5 จะอยู่ในระดับสีส้มครอบคลุมพื้นที่มากกว่า 35 เขต

 

โดยหน่วยงานที่สนใจเข้าร่วมเครือข่าย WFH สามารถลงทะเบียนได้ที่ https://u.bangkok.go.th/WFH2569 และสามารถติดตามข้อมูลคุณภาพอากาศได้ทางเฟซบุ๊กสำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร หรือแอปพลิเคชันของ กทม. ต่อไป

The post ‘ชัชชาติ’ ชี้ฝุ่นกทม. พุ่งเหตุเผาเกษตร 2 หมื่นไร่ ขอความร่วมมือเอกชน WFH 2 วัน 29-30 ม.ค. appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไทยเปิดตัว ‘แลนด์มาร์ก’ งานประชุมประจำปี IMF–World Bank 2026 ซึ่งจัดขึ้นในธีม ‘ประเทศไทยบนขอบฟ้าใหม่’ https://thestandard.co/thailand-imf-world-bank-2026/ Wed, 28 Jan 2026 02:09:18 +0000 https://thestandard.co/?p=1170391 ภาพแลนด์มาร์กงานประชุม IMF-World Bank 2026 ธีม ‘ประเทศไทยบนขอบฟ้าใหม่’ ณ สวนเบญจกิติ

กระทรวงการคลัง ร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และกรุ […]

The post ไทยเปิดตัว ‘แลนด์มาร์ก’ งานประชุมประจำปี IMF–World Bank 2026 ซึ่งจัดขึ้นในธีม ‘ประเทศไทยบนขอบฟ้าใหม่’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพแลนด์มาร์กงานประชุม IMF-World Bank 2026 ธีม ‘ประเทศไทยบนขอบฟ้าใหม่’ ณ สวนเบญจกิติ

กระทรวงการคลัง ร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และกรุงเทพมหานคร เปิดตัว ‘แลนด์มาร์ก’ (Landmark) การประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ และกลุ่มธนาคารโลกปี 2569 (2026 IMF–World Bank Group Annual Meetings: AM2026) ณ ลานอเนกประสงค์ สวนเบญจกิติ ด้านหน้าศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ซึ่งนับเป็นการประกาศความพร้อมในการจัดการประชุมดังกล่าว

 

โดยแลนด์มาร์กแห่งนี้จะทำหน้าที่เป็นจุดเริ่มต้นในการต้อนรับผู้เข้าร่วมประชุมจากทั่วโลก สะท้อนภาพลักษณ์ประเทศไทยในฐานะเมืองเจ้าภาพที่พร้อมเชื่อมต่อกับนานาชาติ และส่งเสริมบรรยากาศแห่งการแลกเปลี่ยน และความร่วมมือระหว่างประเทศ เพื่อทำให้การประชุมครั้งนี้เป็นความทรงจำที่ดี และเป็นอีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์ของประเทศไทยบนเวทีเศรษฐกิจโลก

 

ทั้งนี้ ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าชมแลนด์มาร์กได้ทุกวัน ระหว่างเวลา 04.30–22.00 น. ตามเวลาทำการของสวนเบญจกิติ

 

สำหรับงาน IMF–World Bank Group Annual Meetings ประจำปีนี้ เบื้องต้นกำหนดว่า จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 12-18 ตุลาคมนี้ ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

 

AM2026 ในธีม ‘ประเทศไทยบนขอบฟ้าใหม่’

 

ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้ ประเทศไทยได้กำหนดแนวคิดหรือธีม (Theme) หลักในฐานะประเทศเจ้าภาพ คือ “Thailand’s New Horizons: Empowering People, Building Resilience” ซึ่งดร.เอกนิติ ได้แปลธีมนี้ออกเป็นภาษาไทยอย่างง่ายๆ ว่า “ประเทศไทยบนขอบฟ้าใหม่ ผ่านการใส่พลังไปที่คน และเท่าทันต่อความเสี่ยง”

 

“ในมิติของ Empowering People รัฐบาลไทยเชื่อมั่นว่า ‘คน’ คือหัวใจสำคัญที่สุดของการพัฒนาประเทศ เพราะคนที่เข้มแข็งจะเป็นรากฐานในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และระบบเศรษฐกิจที่ดี จะต้องเป็นประโยชน์ และเกื้อหนุนประชาชนทุกกลุ่มอย่างทั่วถึง ในมิติของ Building Resilience ประเทศไทยให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันของประเทศใน ทุกมิติ เช่น เศรษฐกิจ พลังงาน การเงิน สิ่งแวดล้อม และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เป็นต้น” ดร.เอกนิติ กล่าว

 

IMF–World Bank Annual Meetings คือ ‘โอลิมปิกด้านการคลังและการเงินของโลก’

 

ดร.เอกนิติยังกล่าวต่อว่า ไทยมีความภาคภูมิใจที่ได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุม IMF-World Bank Annual Meeting อีกครั้ง หลังจากได้รับโอกาสเป็นเจ้าภาพครั้งก่อนเมื่อปี 1991 (หรือเมื่อ 35 ปีก่อน) ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์อีกครั้ง ซึ่งในอดีต ศูนย์ประชุมแห่งนี้ก็ถูกก่อตั้งขึ้นเพื่อรองรับงาน Annual Meeting เมื่อปี 1991 โดยเฉพาะ

 

ดร.เอกนิติระบุต่อว่า การประชุม IMF-World Bank Annual Meeting ถือมีความสำคัญ เนื่องจากการประชุมดังกล่าวจะต้อนรับผู้นำระดับสูง ได้แก่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ผู้ว่าการธนาคารกลาง ผู้กำหนดนโยบาย และผู้นำองค์กรระหว่างประเทศต่างๆ เช่น OECD และ UN รวมถึงภาคเอกชนจากสมาชิก 191 ประเทศ ทำให้คาดว่า จะมีผู้เดินทางมาเยือนไทยไม่ต่ำกว่า 20,000 คน ดังนั้น งานประชุมครั้งนี้จึงเปรียบเสมือนกับ ‘โอลิมปิกของภาคการคลังและการเงินของโลก’

 

“แม้ประเทศไทยไม่เคยมีโอกาสได้จัดโอลิมปิกด้านกีฬา แต่ไทยกลับสามารถจัดงานโอลิมปิกด้านการคลังและการเงินของโลกได้ถึง 2 ครั้ง” ดร.เอกนิติกล่าว

 

ดร.เอกนิติกล่าวต่อว่า ตนมีโอกาสเจอผู้นำระดับโลกหลายคน ที่ยืนยันว่าจะเข้าร่วมงานแล้ว เช่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและผู้ว่าการธนาคารกลางหลายคน รวมถึงนายกรัฐมนตรีและประธานาธิบดีหลายประเทศ

 

นอกจากนี้ ผู้นำระดับโลกที่จะมาร่วมงานแน่นอนอยู่แล้วก็คือ ประธานธนาคารโลก กรรมการผู้จัดการ IMF และเลขาธิการ OECD ก็ได้ตอบรับแล้ว

 

ดร.เอกนิติ ยังกล่าวเสริมว่า ในปัจจุบันกระทรวงการคลังได้เริ่มหารือกับภาคเอกชน รวมถึงในกรอบคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน หรือ กกร. และในเวทีนานาชาติอย่าง World Economic Forum นอกจากนี้ กระทรวงการคลังได้จัดทำกลไกประสานงานระหว่างภาครัฐ และภาคเอกชน ซึ่งจะมีการหารือร่วมกันในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ นี้ที่กระทรวงการคลัง เพื่อให้การเป็นเจ้าภาพการประชุมฯ ได้สะท้อนเสียงจากประชาชนทุกภาคส่วนและเป็นประโยชน์สูงสุดกับประเทศไทย

 

ไทยเตรียมเสนอ Bangkok Blueprint หลังจบงาน

 

วิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ในส่วนของภาคการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เตรียมผลักดันแนวคิด “Safe and Inclusive Digital Finance (SIDF) for Financial Wellbeing” เพื่อมุ่งเสริมสร้าง “ภูมิคุ้มกันใหม่” ให้ระบบการเงินดิจิทัลมีความปลอดภัย มั่นคง และเข้าถึงได้ โดยครอบคลุม 3 มิติหลัก ได้แก่ การลดภัยทุจริตทางดิจิทัล การเสริมความมั่นคงทางไซเบอร์ และการพัฒนาความพร้อมของระบบนิเวศดิจิทัลเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตทางการเงินของประชาชนทุกกลุ่ม

 

พร้อมทั้งระบุว่า ไทยเตรียมจะเสนอเอกสารสำคัญ (Paper) ที่เรียกว่า Bangkok Blueprint ภายหลังจบงาน โดยมีเป้าหมายเพื่อเป็นแนวทาง (Guideline) หรือหลักการที่ประเทศต่างๆ ทั่วโลกสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริง โดยในเอกสารฉบับนี้จะเน้น 3 เสาหลัก (3 Pillars) ได้แก่ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบดิจิทัล (Digital) ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ เพื่อรับมือกับความเสี่ยงที่มาพร้อมกับเทคโนโลยี (Cybersecurity) และการเปิดโอกาสให้ประชาชนทุกคนสามารถเข้าถึงและใช้เครื่องมือทางการเงินได้อย่างเท่าเทียมกัน (Inclusive)

 

วิทัยต่อว่า ระบุว่า “ปัจจุบันภัยทุจริตทางดิจิทัลเป็นประเด็นที่ทั่วโลกให้ความสำคัญเนื่องจากส่งผลกระทบต่อประชาชนอย่างกว้างขวาง ขณะที่งานวิเคราะห์วิจัยในเรื่องนี้ และแนวปฏิบัติที่มีประสิทธิผล รวมถึงความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อจัดการกับปัญหายังมีไม่มากนัก

 

โดยในส่วนของไทยและประเทศในภูมิภาคเอเชียอาจมีประสบการณ์ และบทเรียนเชิงนโยบายที่เป็นประโยชน์เพื่อนำไปใช้ออกแบบแนวปฏิบัติให้เป็นสากลได้ จึงได้หารือกับกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และธนาคารโลก (World Bank Group) เพื่อผลักดันให้เกิดแนวทางการลดภัยทุจริตทางดิจิทัล เพื่อปกป้องผู้บริโภคและรักษาความเชื่อมั่นในระบบการเงิน”

 

ทั้งนี้ ในห้วงของการประชุมฯ ทาง IMF และ World Bank Group จะมีบทบาทในการนำเสนอองค์ความรู้ที่จะช่วยให้ประเทศสมาชิกสามารถพัฒนาระบบการเงินดิจิทัลที่มั่นคง ปลอดภัย และทั่วถึง อันจะนำไปสู่คุณภาพชีวิตทางการเงินที่ดีของประชาชน และสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืนในระยะต่อไป

 

ภาพแลนด์มาร์กงานประชุม IMF-World Bank 2026 ธีม ‘ประเทศไทยบนขอบฟ้าใหม่’ ณ สวนเบญจกิติ 1ภาพแลนด์มาร์กงานประชุม IMF-World Bank 2026 ธีม ‘ประเทศไทยบนขอบฟ้าใหม่’ ณ สวนเบญจกิติ 2ภาพแลนด์มาร์กงานประชุม IMF-World Bank 2026 ธีม ‘ประเทศไทยบนขอบฟ้าใหม่’ ณ สวนเบญจกิติ 3ภาพแลนด์มาร์กงานประชุม IMF-World Bank 2026 ธีม ‘ประเทศไทยบนขอบฟ้าใหม่’ ณ สวนเบญจกิติ 4ภาพแลนด์มาร์กงานประชุม IMF-World Bank 2026 ธีม ‘ประเทศไทยบนขอบฟ้าใหม่’ ณ สวนเบญจกิติ 5ภาพแลนด์มาร์กงานประชุม IMF-World Bank 2026 ธีม ‘ประเทศไทยบนขอบฟ้าใหม่’ ณ สวนเบญจกิติ 6ภาพแลนด์มาร์กงานประชุม IMF-World Bank 2026 ธีม ‘ประเทศไทยบนขอบฟ้าใหม่’ ณ สวนเบญจกิติ 7ภาพแลนด์มาร์กงานประชุม IMF-World Bank 2026 ธีม ‘ประเทศไทยบนขอบฟ้าใหม่’ ณ สวนเบญจกิติ 8ภาพแลนด์มาร์กงานประชุม IMF-World Bank 2026 ธีม ‘ประเทศไทยบนขอบฟ้าใหม่’ ณ สวนเบญจกิติ 9ภาพแลนด์มาร์กงานประชุม IMF-World Bank 2026 ธีม ‘ประเทศไทยบนขอบฟ้าใหม่’ ณ สวนเบญจกิติ 10ภาพแลนด์มาร์กงานประชุม IMF-World Bank 2026 ธีม ‘ประเทศไทยบนขอบฟ้าใหม่’ ณ สวนเบญจกิติ 11ภาพแลนด์มาร์กงานประชุม IMF-World Bank 2026 ธีม ‘ประเทศไทยบนขอบฟ้าใหม่’ ณ สวนเบญจกิติ 12

 

The post ไทยเปิดตัว ‘แลนด์มาร์ก’ งานประชุมประจำปี IMF–World Bank 2026 ซึ่งจัดขึ้นในธีม ‘ประเทศไทยบนขอบฟ้าใหม่’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘ชัชชาติ’ ชูโมเดลแก้น้ำท่วม กทม. รับมือความเสี่ยงอนาคต ผนึกผู้เชี่ยวชาญจำลองฉากทัศน์ฝน 300 มม. พร้อมแนะรัฐบูรณาการจัดการ 4 ลุ่มน้ำหลัก https://thestandard.co/chatchart-flood-model-bangkok-future/ Tue, 27 Jan 2026 01:06:39 +0000 https://thestandard.co/?p=1169822 ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. ร่วมปาฐกถาพิเศษในงานเสวนา ‘กันก่อนท่วม: น้ำแปรปรวน เมืองต้องพร้อม’

วานนี้ (26 มกราคม) ที่ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาว […]

The post ‘ชัชชาติ’ ชูโมเดลแก้น้ำท่วม กทม. รับมือความเสี่ยงอนาคต ผนึกผู้เชี่ยวชาญจำลองฉากทัศน์ฝน 300 มม. พร้อมแนะรัฐบูรณาการจัดการ 4 ลุ่มน้ำหลัก appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. ร่วมปาฐกถาพิเศษในงานเสวนา ‘กันก่อนท่วม: น้ำแปรปรวน เมืองต้องพร้อม’

วานนี้ (26 มกราคม) ที่ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ร่วมปาฐกถาพิเศษในงานเสวนา ‘กันก่อนท่วม: น้ำแปรปรวน เมืองต้องพร้อม’ (From Risk to Action) ซึ่งจัดโดยศูนย์กันก่อนท่วม คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ภายใต้โครงการ Chula the Impact ครั้งที่ 37 โดยมี ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย นายกสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นประธานกล่าวเปิดงาน เพื่อระดมองค์ความรู้และเทคโนโลยีในการเตรียมความพร้อมรับมือผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

 

ชัชชาติ กล่าวเน้นย้ำถึงหัวใจสำคัญของการบริหารจัดการน้ำในกรุงเทพมหานครว่า อนาคตของเมืองขึ้นอยู่กับการวางแผนในปัจจุบัน หากมีการระดมความรู้และเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ จะช่วยบรรเทาผลกระทบจากภัยธรรมชาติที่ทวีความรุนแรงขึ้นได้ โดยต้องเริ่มจากความเข้าใจปัจจัยเสี่ยงหลัก 3 ประการ ได้แก่ น้ำฝน น้ำเหนือหลาก และน้ำทะเลหนุน

 

สำหรับการจัดการน้ำฝน นั้น กทม. ยึดหลักการระบายออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยาให้เร็วที่สุด ผ่านระบบเส้นเลือดฝอยอย่างท่อระบายน้ำและคูคลอง ซึ่งจากบทเรียนปัญหาน้ำท่วมปี 2565 กทม. ได้สำรวจพบจุดเสี่ยงน้ำท่วมถึง 737 จุด ปัจจุบันดำเนินการแก้ไขเสร็จสิ้นแล้ว 383 จุด แก้ไขบางส่วน 133 จุด และส่วนที่เหลืออยู่ระหว่างเร่งดำเนินการ พร้อมเสริมทัพด้วยระบบเครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่ (Mobile Pump) ในจุดที่ระบบหลักอาจรองรับปริมาณฝนที่ตกหนักผิดปกติไม่เพียงพอ

 

นอกจากมาตรการเชิงโครงสร้าง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า กทม. ได้ยกระดับการเตรียมความพร้อมด้วยการจัดทำแผนจำลองสถานการณ์ (Scenario Planning) โดยถอดบทเรียนจากเหตุการณ์น้ำท่วมหาดใหญ่ มาสู่การจำลองฉากทัศน์กรณีเกิดฝนตกหนักถึง 300 มิลลิเมตรต่อชั่วโมงครอบคลุมทั้ง 50 เขต โดยร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยชั้นนำและสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (MIT) นำข้อมูลศักยภาพการระบายน้ำ ระดับความสูงต่ำของพื้นที่ และปริมาณฝน เข้าสู่แบบจำลองเพื่อวิเคราะห์จุดอ่อนรายพื้นที่อย่างละเอียด

 

ตัวอย่างเช่น ในเขตดินแดง หากมีฝนตกในระดับดังกล่าว จะส่งผลให้มีจุดน้ำท่วมหนัก 2-3 จุด และมีปริมาณน้ำขังกว่า 1.5 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งต้องใช้เวลาการระบายประมาณ 12 ชั่วโมง ข้อมูลเหล่านี้จะถูกนำมาวางแผนบริหารจัดการน้ำและการอพยพประชาชนได้อย่างแม่นยำและทันท่วงที โดยมีการประสานงานร่วมกับการไฟฟ้านครหลวงและการประปานครหลวง เพื่อประกันความมั่นคงของระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานในภาวะวิกฤต

 

ในส่วนของการรับมือน้ำเหนือหลาก และ น้ำทะเลหนุน กทม. ได้เสริมความแข็งแกร่งด้วยแนวคันกั้นน้ำริมแม่น้ำเจ้าพระยา คลองบางกอกน้อย และคลองมหาสวัสดิ์ รวมความยาว 88 กิโลเมตร ที่ระดับความสูง 2.8 – 3.5 เมตร อย่างไรก็ตาม ยังคงมีจุดฟันหลอจำนวน 120 จุด บริเวณท่าเรือและแนวเขื่อนเอกชนที่ยังไม่สมบูรณ์ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้เร่งแก้ไขและเตรียมพร้อมเรียงกระสอบทรายป้องกันเหตุในช่วงวิกฤต

 

พร้อมกันนี้ ชัชชาติ ได้กล่าวถึงความท้าทายระยะยาวในอีก 20 ปีข้างหน้า โดยเฉพาะปัญหาน้ำทะเลหนุนสูง ซึ่งอาจต้องศึกษาแนวทางจากต่างประเทศ เช่น เมืองเวนิส หรือประเทศเนเธอร์แลนด์ มาปรับใช้

 

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ยังเรียกร้องให้มีการบริหารจัดการน้ำในระดับมหภาค โดยมองว่ากรุงเทพฯ เป็นเพียงจังหวัดปลายน้ำ ไม่สามารถแก้ปัญหาได้โดยลำพัง จึงจำเป็นต้องมีการบูรณาการแผนงานร่วมกันทั้ง 4 ลุ่มน้ำหลัก ได้แก่ แม่กลอง ท่าจีน เจ้าพระยา และบางปะกง โดยอาศัยความร่วมมือจากรัฐบาลและจังหวัดที่เกี่ยวข้อง เพื่อวางแผนแก้ไขปัญหาระยะยาวอย่างยั่งยืน

 

ส่วนประเด็นข้อกังวลเรื่องแผ่นดินทรุดตัวนั้น ยืนยันว่าจากการควบคุมการใช้น้ำบาดาลอย่างเข้มงวด ปัจจุบันกรุงเทพฯ หยุดการทรุดตัวในภาพเหลือเพียงระดับเซนติเมตรต่อปี ซึ่งไม่ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างอุโมงค์ระบายน้ำหรือโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของเมืองแต่อย่างใด

The post ‘ชัชชาติ’ ชูโมเดลแก้น้ำท่วม กทม. รับมือความเสี่ยงอนาคต ผนึกผู้เชี่ยวชาญจำลองฉากทัศน์ฝน 300 มม. พร้อมแนะรัฐบูรณาการจัดการ 4 ลุ่มน้ำหลัก appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผู้ว่าฯ ชัชชาติ พอใจสถานการณ์ฝุ่น กทม. ม.ค. 69 ดีขึ้นกว่าปีก่อน เผยยอดจุดความร้อนลดลง 42% แต่ยังต้องเฝ้าระวังตลอดสัปดาห์นี้ https://thestandard.co/chadchart-bangkok-pm25-improves/ Mon, 26 Jan 2026 07:11:03 +0000 https://thestandard.co/?p=1169560 ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. แถลงติดตามสถานการณ์ฝุ่น PM2.5

วันนี้ (26 มกราคม)ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเ […]

The post ผู้ว่าฯ ชัชชาติ พอใจสถานการณ์ฝุ่น กทม. ม.ค. 69 ดีขึ้นกว่าปีก่อน เผยยอดจุดความร้อนลดลง 42% แต่ยังต้องเฝ้าระวังตลอดสัปดาห์นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. แถลงติดตามสถานการณ์ฝุ่น PM2.5

วันนี้ (26 มกราคม)ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย พรพรหม วิกิตเศรษฐ์ ที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และผู้บริหารด้านความยั่งยืน กทม. ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 ที่ ศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศกรุงเทพมหานคร สำนักสิ่งแวดล้อม เขตดินแดง เพื่อประเมินสถานการณ์และวางแผนรับมือในช่วงวิกฤตฝุ่น

 

ชัชชาติ เปิดเผยถึงภาพรวมสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ในช่วงเดือนมกราคม 2569 ว่า จากสถิติตั้งแต่วันที่ 1-26 มกราคมที่ผ่านมา คุณภาพอากาศในกรุงเทพฯ ถือว่าดีขึ้นกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้วอย่างเห็นได้ชัด อย่างไรก็ตาม ในช่วงเช้าของวันนี้ ค่าฝุ่นละอองยังคงอยู่ในระดับสีส้มและสีเหลือง เนื่องจากเมื่อคืนที่ผ่านมาเกิดสภาวะลมปิด ทำให้อัตราการถ่ายเทอากาศไม่ดี ส่งผลให้มีการสะสมของฝุ่นละอองในพื้นที่

 

โดยคาดการณ์ว่าสถานการณ์จะทรงตัวและค่อยๆ ดีขึ้นในช่วงวันอาทิตย์หน้า ทั้งนี้ ระดับฝุ่นในปัจจุบันยังไม่ถึงเกณฑ์วิกฤตที่ต้องประกาศมาตรการ Work from Home แต่อย่างใด

 

ด้าน พรพรหม กล่าวเสริมถึงปัจจัยทางอุตุนิยมวิทยาว่า ในสัปดาห์นี้กรุงเทพฯ จะเผชิญกับอัตราการระบายอากาศที่ค่อนข้างต่ำ ประกอบกับปรากฏการณ์อุณหภูมิผกผันหรือ ฝาชีครอบ รวมถึงกระแสลมจากทิศตะวันออกที่อาจพัดพาฝุ่นละอองจากการเผาชีวมวลเข้ามาสมทบ ทำให้ค่าฝุ่นยังคงไม่ลดลงในช่วงนี้

 

สำหรับสถิติเชิงเปรียบเทียบระหว่างวันที่ 1 – 25 มกราคม ของปี 2568 และปี 2569 พบข้อมูลที่น่าสนใจ ดังนี้

 

1. จำนวนวันที่ค่าฝุ่นเกินมาตรฐาน (สีส้ม): ปี 2568 มีจำนวน 19 วัน ในขณะที่ปี 2569 ลดลงเหลือเพียง 7 วัน คิดเป็นอัตราลดลง 63%

 

2. ค่าเฉลี่ยฝุ่นละออง: ปี 2568 อยู่ที่ 50.5 มคก./ลบ.ม. ส่วนปี 2569 ลดลงเหลือ 35.5 มคก./ลบ.ม. คิดเป็นอัตราลดลง 30%

 

3. จุดความร้อน (Hotspots): ในพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออก ปี 2568 พบ 3,950 จุด ส่วนปี 2569 ลดลงเหลือ 2,292 จุด คิดเป็นอัตราลดลง 42%

 

ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ย้ำว่า ตัวเลขความสำเร็จที่เกิดขึ้นไม่ได้มาจากการบังเอิญ แต่เกิดจากความร่วมมือของทุกภาคส่วน ทั้งมาตรการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง การตรวจจับควันดำที่เข้มงวด และการทำงานเชิงรุกร่วมกับจังหวัดใกล้เคียง โดยเฉพาะจังหวัดนครนายกที่ได้มีการประสานงานล่วงหน้าก่อนฤดูฝุ่นมาหลายเดือน จึงต้องขอขอบคุณทั้งภาครัฐและพี่น้องเกษตรกรที่ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี

 

สำหรับมาตรการในระยะต่อไป ชัชชาติ ระบุว่า กรุงเทพมหานครสามารถควบคุมการเผาชีวมวลจากภาคเกษตรในพื้นที่ได้แล้ว 100% แต่อาจยังมีการลักลอบเผาขยะบ้างเล็กน้อย ซึ่งสิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษคือจุดความร้อนจากจังหวัดรอบนอก เนื่องจากจากการวิเคราะห์เส้นทางลมพบว่า ลมที่พัดเข้าสู่กรุงเทพฯ ทั้งหมดมาจากทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งพาดผ่านพื้นที่ที่มีการเผาไหม้ในจังหวัดใกล้เคียงและประเทศเพื่อนบ้าน

 

“สัปดาห์นี้ กทม. จะยกระดับความเข้มข้นในการติดตามสถานการณ์การเผาในจังหวัดใกล้เคียง พร้อมประสานความร่วมมืออย่างต่อเนื่อง โดยยังไม่สามารถวางใจได้ เพราะฤดูฝุ่นจะยังคงยาวนานไปจนถึงเดือนกุมภาพันธ์” ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กล่าว

The post ผู้ว่าฯ ชัชชาติ พอใจสถานการณ์ฝุ่น กทม. ม.ค. 69 ดีขึ้นกว่าปีก่อน เผยยอดจุดความร้อนลดลง 42% แต่ยังต้องเฝ้าระวังตลอดสัปดาห์นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
​ผู้ว่าฯ กทม. ปฎิเสธไอเดีย ‘หอฟอกอากาศ’ กลางกรุงฯ ยันงบสูงผลน้อย พร้อมกางแผนสู้ฝุ่นระยะยาว https://thestandard.co/chadchart-rejects-air-tower/ Thu, 22 Jan 2026 03:58:45 +0000 https://thestandard.co/?p=1168027 ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. ชี้แจงแผนสู้ฝุ่น PM 2.5 ในที่ประชุม

วานนี้ (21 มกราคม) ที่ อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุง […]

The post ​ผู้ว่าฯ กทม. ปฎิเสธไอเดีย ‘หอฟอกอากาศ’ กลางกรุงฯ ยันงบสูงผลน้อย พร้อมกางแผนสู้ฝุ่นระยะยาว appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. ชี้แจงแผนสู้ฝุ่น PM 2.5 ในที่ประชุม

วานนี้ (21 มกราคม) ที่ อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 (ดินแดง) ในการประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมสามัญ สมัยแรก (ครั้งที่ 3) ประจำปี พ.ศ. 2569 โดยมี วิพุธ ศรีวะอุไร ประธานสภากรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุม วาระสำคัญที่มีการหารือคือการตั้งกระทู้ถามสดเรื่องมาตรการรับมือฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) ที่กำลังส่งผลกระทบต่อประชาชน

 

สุทธิชัย วีระกุลสุนทร สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) เขตจอมทอง ได้ตั้งกระทู้ถามสดถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM 2.5 โดยระบุว่า ระหว่างวันที่ 12-15 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา ค่าฝุ่นเฉลี่ยใน กทม. สูงถึง 55.18 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งเกินค่ามาตรฐานใหม่ที่กำหนดไว้ที่ 37.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพของประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง เช่น เด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจ จึงเร่งรัดให้ฝ่ายบริหารชี้แจงมาตรการเร่งด่วน

 

ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ชี้แจงว่า ภาพรวมสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 ในปีนี้มีแนวโน้มดีขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา ทั้งจำนวนวันที่ค่าฝุ่นเกินมาตรฐานและความเข้มข้นเฉลี่ย ซึ่งเป็นผลจากมาตรการเชิงรุกและความร่วมมือจากทุกภาคส่วน

 

ประเด็นข้อเสนอเรื่องการติดตั้งหอปรับอากาศ ในพื้นที่วิกฤต เช่น เขตปทุมวัน ผู้ว่าฯ กทม. ชี้แจงว่า จากการศึกษาพบว่า ยังไม่คุ้มค่ากับการลงทุน เนื่องจากต้องใช้งบประมาณมหาศาลสำหรับพื้นที่เปิดโล่งขนาดใหญ่ และมีภาระค่าใช้จ่ายด้านการบำรุงรักษาไส้กรองสูง แต่หากในอนาคตมีเทคโนโลยีที่เหมาะสมและคุ้มค่า กทม. พร้อมที่จะนำมาปรับใช้ทันที พร้อมเปรียบเปรยว่าการแก้ปัญหาฝุ่นคือ สงครามที่ต้องต่อสู้ทุกวัน ขอให้ประชาชนการ์ดอย่าตก

 

กรุงเทพมหานครได้จำแนกผลการดำเนินงานและมาตรการสำคัญที่ช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้น ดังนี้:

 

1. ตัวเลขชี้วัดความสำเร็จ จำนวนวันที่ค่าฝุ่นเกินมาตรฐาน ลดลงร้อยละ 40 ค่าเฉลี่ยความเข้มข้นของฝุ่น PM 2.5 ลดลงร้อยละ 12 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

 

2. ผนึกกำลังข้ามจังหวัด ลดจุดความร้อน (Hotspot) บูรณาการความร่วมมือกับจังหวัดภาคกลางและตะวันออก ควบคุมการเผาในพื้นที่เกษตรส่งผลให้จุดความร้อน (Hotspot) ในพื้นที่ต้นลม ลดลงร้อยละ 28 ช่วยลดปริมาณฝุ่นข้ามพื้นที่ได้อย่างเป็นรูปธรรม

 

3. คุมเข้มมลพิษจากการจราจร ปรับเกณฑ์ตรวจจับควันดำเข้มข้นขึ้น (จากไม่เกิน 30% เหลือ ไม่เกิน 20%) ทำให้จับกุมรถควันดำได้เพิ่มขึ้นถึง 3.5 เท่า โครงการรถคันนี้ลดฝุ่นมีรถเข้าร่วมเกือบ 200,000 คัน ช่วยลดมลพิษจากการจราจรได้ราวร้อยละ 9

 

4. ยกระดับการแจ้งเตือน (Warning System) ใช้ระบบ Cell Broadcast แจ้งเตือนเฉพาะพื้นที่สีแดง (ค่าฝุ่นเกิน 75 มคก./ลบ.ม.) ปรับรอบการคำนวณค่าฝุ่นจาก 24 ชม. เป็น 12 ชม. และแจ้งเตือน 3 เวลา (07.00, 12.00, 17.00 น.) พร้อมเพิ่มภาษาอังกฤษรองรับชาวต่างชาติ

 

5. มาตรการ Work From Home (WFH) เห็นผลจริง จากการประกาศใช้ WFH ช่วงต้นเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ช่วยลดปริมาณจราจรได้ร้อยละ 8.5 ส่งผลให้ค่าฝุ่นลดลงถึง ร้อยละ 58 (จาก 47.2 เหลือ 19.6 มคก./ลบ.ม. ภายใน 2 วัน)

 

นอกจากการแก้ปัญหาระยะสั้น กทม. ยังเดินหน้ามาตรการระยะยาว ได้แก่:

 

  • นโยบายปลูกต้นไม้: ปัจจุบันปลูกไปแล้วกว่า 2.3 ล้านต้น โดยเน้นปลูกกว่า 9 แสนต้นในฝั่งตะวันออกเพื่อเป็นกำแพงสีเขียว กรองฝุ่นจากต้นลม และเพิ่มสวน 15 นาที จำนวน 441 แห่
  • คุมเข้มโรงงาน: ร่วมมือกับกระทรวงอุตสาหกรรม ปรับปรุงมาตรฐานปล่องหม้อน้ำ และบังคับติดตั้งระบบตรวจวัดมลพิษอัตโนมัติ (CEMS) เพื่อรายงานผลแบบเรียลไทม์

 

“ตัวเลขที่ดีขึ้นสะท้อนว่าการแก้ปัญหาฝุ่นต้องทำทั้งระบบและอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย กรุงเทพมหานครยืนยันจะเดินหน้ายกระดับคุณภาพอากาศให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืนต่อไป” ชัชชาติ กล่าวทิ้งท้าย

The post ​ผู้ว่าฯ กทม. ปฎิเสธไอเดีย ‘หอฟอกอากาศ’ กลางกรุงฯ ยันงบสูงผลน้อย พร้อมกางแผนสู้ฝุ่นระยะยาว appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลือกตั้ง 2569 : ดรีมทีมภูมิใจไทยเดินหาเสียงสวนลุมพินี ‘ศุภจี-เอกนิติ-สีหศักดิ์’ ดีใจเสียงตอบรับดี บอกทุกข้อเสนอแนะเป็นประโยชน์ ช่วยนโยบายเศรษฐกิจ 10 พลัสชัดขึ้น https://thestandard.co/dream-team-bhumjaithai-lumphini/ Sun, 11 Jan 2026 04:37:06 +0000 https://thestandard.co/?p=1163850 เลือกตั้ง 2569 : ดรีมทีมภูมิใจไทยเดินหาเสียง สวนลุมพินี ‘ศุภจี-เอกนิติ-สีหศักดิ์’ ดีใจเสียงตอบรับดี บอกทุกข้อเสนอแนะเป็นประโยชน์ ช่วย นโยบายเศรษฐกิจ 10 พลัสชัดขึ้น

วันนี้ (11 มกราคม) เวลา 07.00 น. สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว […]

The post เลือกตั้ง 2569 : ดรีมทีมภูมิใจไทยเดินหาเสียงสวนลุมพินี ‘ศุภจี-เอกนิติ-สีหศักดิ์’ ดีใจเสียงตอบรับดี บอกทุกข้อเสนอแนะเป็นประโยชน์ ช่วยนโยบายเศรษฐกิจ 10 พลัสชัดขึ้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลือกตั้ง 2569 : ดรีมทีมภูมิใจไทยเดินหาเสียง สวนลุมพินี ‘ศุภจี-เอกนิติ-สีหศักดิ์’ ดีใจเสียงตอบรับดี บอกทุกข้อเสนอแนะเป็นประโยชน์ ช่วย นโยบายเศรษฐกิจ 10 พลัสชัดขึ้น

วันนี้ (11 มกราคม) เวลา 07.00 น. สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคภูมิใจไทย พร้อมด้วย เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ, ศุภจี สุธรรมพันธุ์ ทีมเศรษฐกิจพรรคภูมิใจไทย, ศุภมาส อิศรภักดี, เอกนัฎ พร้อมพันธุ์ ผู้ดูแลการเลือกตั้งในพื้นที่ กทม. วราวุธ ศิลปอาชา ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ลงพื้นที่บริเวณสวนลุมพินี ช่วย พัชรินทร์ ซำศิริพงศ์ ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) กทม.เขต 2 ปทุมวัน-สาทร-ราชเทวี หาเสียง และยังมีผู้สมัคร สส.กทม.เขตอื่น ๆ ของพรรคภูมิใจไทยมาเข้าร่วมด้วย ภายใต้กิจกรรม วันเดย์ทริป

 

ทันทีที่เดินเข้ามาภายในสวนลุมพินี ได้พบกับกลุ่มนักวิ่งเพื่อนวิ่งสวนลุม ได้รวมตัวให้การต้อนรับ โดยได้นำดอกกุหลาบมามอบให้กับศุภจี ก่อนจะถ่ายรูปร่วมกัน พร้อมอวยพรให้ได้กลับมาบริหารประเทศช่วยชาติอีกครั้ง บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก ขณะที่ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ซึ่งมาวิ่งออกกำลังกายเป็นประจำที่สวนลุมพินี ได้เดินเข้ามาทักทายกับคณะของพรรคภูมิใจไทย

 

จากนั้นแกนนำพรรคภูมิใจไทยได้ร่วมจิบน้ำชา พูดคุยกับประชาชน ซึ่งได้รับคำชื่นชม ทั้งศุภจี และเอกนิติ ว่า เก่งกันทุกคนใช้เวลาไม่กี่เดือน ผลงานสัมผัสได้ ส่วนสีหศักดิ์ ได้รับการชื่นชมเรื่องการต่างประเทศ และเชียร์ให้จัดการกัมพูชาให้ราบคาบ และประชาชนยังกล่าวกับวราวุธด้วยว่า อย่าให้เสียชื่อตระกูลศิลปอาชา โดยวราวุธ ตอบว่า ไม่เสียชื่อแซ่เบ้ ก่อนชาวบ้านจะบอกว่า ดีแล้วที่ทำเพื่อประเทศชาติ ก่อนจะร่วมกันเคารพธงชาติ ในเวลา 08.00 น.

 

ภายหลังเสร็จสิ้นการสัมภาษณ์ คณะพรรคภูมิใจไทยได้ เดินพบปะกับพ่อค้าแม่ค้า ที่บริเวณตลาดด้านข้างสวนลุมพินี โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก และยังมีพ่อค้ามาพูดคุยถึงปัญหาเศรษฐกิจ และนโยบาย กับเอกนิติด้วย และมีแม่ค้าพูดว่าพูดแล้วทำให้จริงด้วย

 

สีหศักดิ์ กล่าวว่า ถือว่าบรรยากาศดีได้พูดคุยกับผู้ที่มาออกกำลังกายตอนเช้าทั้งผู้สูงวัย และไม่สูงวัย ถือว่าเป็นการมาช่วยสนับสนุนผู้สมัคร

 

ขณะที่ ศุภจี กล่าวว่า วันนี้เป็นวันแรกที่ได้เดินช่วยหาเสียง และได้พูดคุยพบปะกับพี่น้องประชาชนที่มาออกกำลังกายที่สวนลุมพินี รู้สึกดีที่ทุกคนยิ้มแย้มแจ่มใส ที่สำคัญที่สุดคือเห็นรอยยิ้มของทุกคนที่มาออกกำลังกายมีสุขภาพแข็งแรง ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญ หากประชาชนมีรอยยิ้มมีความสุขมีสุขภาพที่แข็งแรง ก็จะทำให้ประเทศของเราเดินไปข้างหน้าได้ และทุกคนทุกช่วงวัยก็จะมีความหวัง

 

ส่วน เอกนิติ กล่าวว่า เป็นการลงพื้นที่ช่วยหาเสียงครั้งแรก รู้สึกดีใจที่ได้มาเจอกับคุณลุงคุณป้าอาเจ็กน้องๆหลานๆ ที่มาวิ่งออกกำลังกาย นอกจากได้เจอรอยยิ้มแล้ว สิ่งสำคัญคือได้ฟังความเห็น ซึ่งนโยบายเศรษฐกิจของพรรคภูมิใจไทย คือ เศรษฐกิจ 10 พลัส ทั้งเศรษฐกิจสีเขียวพลัส สูงวัยพลัส ซึ่งรับฟังความเห็นจากหลายท่านบอกว่าชอบคนละครึ่งพลัส และบอกว่าครั้งหน้าให้ลงทะเบียนง่ายๆ ส่วนสูงวัยพลัสกฌได้เคล็ดลับอาเจ็กหลายคนแนะนำให้ยิ้มเยอะๆ ใครด่าใครชมก็ให้ยิ้ม สงสัยต้องเอาไปคิดนโยบายเศรษฐกิจยิ้มเยอะๆ ทำให้ศุภจี พูดขึ้นมาว่า ‘สงสัยต้องมีสไมล์พลัส’

 

“สิ่งสำคัญคือเศรษฐกิจสีเขียว พอได้มาฟังความเห็นของพี่น้องประชาชนทุกช่วงวัยในครั้งนี้ ถือว่าได้ประโยชน์เยอะมาก ช่วยทำให้นโยบายชัดขึ้น และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน” เอกนิติ กล่าว

 

เอกนิติ ยังกล่าวถึงกระแสตอบรับจากการลงพื้นที่สวนลุมพินีวันนี้ว่า หลายคนบอกว่าดีใจ และขอให้ช่วย ขอบคุณที่พวกเราทุกคนได้มาช่วยประเทศ อยากให้ช่วยนานๆ เราก็บอกว่าเราเต็มที่เพราะอยากให้ประเทศไทยดีขึ้น อยากให้เศรษฐกิจของประเทศคึกคักคนมีความสุข ที่สำคัญคือการเห็นรอยยิ้ม และเห็นคนสุขภาพแข็งแรง เราก็ดีใจที่คนตอบรับนโยบายของพรรคภูมิใจไทย พูดแล้วทำพลัส ซึ่งทุกคนไว้เนื้อเชื่อใจ จึงรู้สึกดีใจที่ได้รับการตอบรับค่อนข้างดี

 

เลือกตั้ง 2569 : ดรีมทีมภูมิใจไทยเดินหาเสียง สวนลุมพินี ‘ศุภจี-เอกนิติ-สีหศักดิ์’ ดีใจเสียงตอบรับดี บอกทุกข้อเสนอแนะเป็นประโยชน์ ช่วย นโยบายเศรษฐกิจ 10 พลัสชัดขึ้น 1เลือกตั้ง 2569 : ดรีมทีมภูมิใจไทยเดินหาเสียง สวนลุมพินี ‘ศุภจี-เอกนิติ-สีหศักดิ์’ ดีใจเสียงตอบรับดี บอกทุกข้อเสนอแนะเป็นประโยชน์ ช่วย นโยบายเศรษฐกิจ 10 พลัสชัดขึ้น 2เลือกตั้ง 2569 : ดรีมทีมภูมิใจไทยเดินหาเสียง สวนลุมพินี ‘ศุภจี-เอกนิติ-สีหศักดิ์’ ดีใจเสียงตอบรับดี บอกทุกข้อเสนอแนะเป็นประโยชน์ ช่วย นโยบายเศรษฐกิจ 10 พลัสชัดขึ้น 3เลือกตั้ง 2569 : ดรีมทีมภูมิใจไทยเดินหาเสียง สวนลุมพินี ‘ศุภจี-เอกนิติ-สีหศักดิ์’ ดีใจเสียงตอบรับดี บอกทุกข้อเสนอแนะเป็นประโยชน์ ช่วย นโยบายเศรษฐกิจ 10 พลัสชัดขึ้น 4เลือกตั้ง 2569 : ดรีมทีมภูมิใจไทยเดินหาเสียง สวนลุมพินี ‘ศุภจี-เอกนิติ-สีหศักดิ์’ ดีใจเสียงตอบรับดี บอกทุกข้อเสนอแนะเป็นประโยชน์ ช่วย นโยบายเศรษฐกิจ 10 พลัสชัดขึ้น 5เลือกตั้ง 2569 : ดรีมทีมภูมิใจไทยเดินหาเสียง สวนลุมพินี ‘ศุภจี-เอกนิติ-สีหศักดิ์’ ดีใจเสียงตอบรับดี บอกทุกข้อเสนอแนะเป็นประโยชน์ ช่วย นโยบายเศรษฐกิจ 10 พลัสชัดขึ้น 6เลือกตั้ง 2569 : ดรีมทีมภูมิใจไทยเดินหาเสียง สวนลุมพินี ‘ศุภจี-เอกนิติ-สีหศักดิ์’ ดีใจเสียงตอบรับดี บอกทุกข้อเสนอแนะเป็นประโยชน์ ช่วย นโยบายเศรษฐกิจ 10 พลัสชัดขึ้น 7เลือกตั้ง 2569 : ดรีมทีมภูมิใจไทยเดินหาเสียง สวนลุมพินี ‘ศุภจี-เอกนิติ-สีหศักดิ์’ ดีใจเสียงตอบรับดี บอกทุกข้อเสนอแนะเป็นประโยชน์ ช่วย นโยบายเศรษฐกิจ 10 พลัสชัดขึ้น 8เลือกตั้ง 2569 : ดรีมทีมภูมิใจไทยเดินหาเสียง สวนลุมพินี ‘ศุภจี-เอกนิติ-สีหศักดิ์’ ดีใจเสียงตอบรับดี บอกทุกข้อเสนอแนะเป็นประโยชน์ ช่วย นโยบายเศรษฐกิจ 10 พลัสชัดขึ้น 9เลือกตั้ง 2569 : ดรีมทีมภูมิใจไทยเดินหาเสียง สวนลุมพินี ‘ศุภจี-เอกนิติ-สีหศักดิ์’ ดีใจเสียงตอบรับดี บอกทุกข้อเสนอแนะเป็นประโยชน์ ช่วย นโยบายเศรษฐกิจ 10 พลัสชัดขึ้น 10เลือกตั้ง 2569 : ดรีมทีมภูมิใจไทยเดินหาเสียง สวนลุมพินี ‘ศุภจี-เอกนิติ-สีหศักดิ์’ ดีใจเสียงตอบรับดี บอกทุกข้อเสนอแนะเป็นประโยชน์ ช่วย นโยบายเศรษฐกิจ 10 พลัสชัดขึ้น 11เลือกตั้ง 2569 : ดรีมทีมภูมิใจไทยเดินหาเสียง สวนลุมพินี ‘ศุภจี-เอกนิติ-สีหศักดิ์’ ดีใจเสียงตอบรับดี บอกทุกข้อเสนอแนะเป็นประโยชน์ ช่วย นโยบายเศรษฐกิจ 10 พลัสชัดขึ้น 12เลือกตั้ง 2569 : ดรีมทีมภูมิใจไทยเดินหาเสียง สวนลุมพินี ‘ศุภจี-เอกนิติ-สีหศักดิ์’ ดีใจเสียงตอบรับดี บอกทุกข้อเสนอแนะเป็นประโยชน์ ช่วย นโยบายเศรษฐกิจ 10 พลัสชัดขึ้น 13เลือกตั้ง 2569 : ดรีมทีมภูมิใจไทยเดินหาเสียง สวนลุมพินี ‘ศุภจี-เอกนิติ-สีหศักดิ์’ ดีใจเสียงตอบรับดี บอกทุกข้อเสนอแนะเป็นประโยชน์ ช่วย นโยบายเศรษฐกิจ 10 พลัสชัดขึ้น 14

The post เลือกตั้ง 2569 : ดรีมทีมภูมิใจไทยเดินหาเสียงสวนลุมพินี ‘ศุภจี-เอกนิติ-สีหศักดิ์’ ดีใจเสียงตอบรับดี บอกทุกข้อเสนอแนะเป็นประโยชน์ ช่วยนโยบายเศรษฐกิจ 10 พลัสชัดขึ้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผู้ว่าฯ ชัชชาติ เปิดงานวันเด็ก กทม. 2569 ชูแนวคิด Bangkok Kids Power ย้ำ “สร้างสรรค์ชีวิตในแบบของเรา” https://thestandard.co/chadchart-childrens-day-bangkok-2026/ Sat, 10 Jan 2026 09:15:56 +0000 https://thestandard.co/?p=1163665 ผู้ว่าฯ ชัชชาติ เปิดงานวันเด็ก กทม. 2569 ชูแนวคิด Bangkok Kids Power ย้ำ “สร้างสรรค์ชีวิตในแบบของเรา”

​วันนี้ (10 มกราคม) กรุงเทพมหานคร จัดงานวันเด็กแห่งชาติ […]

The post ผู้ว่าฯ ชัชชาติ เปิดงานวันเด็ก กทม. 2569 ชูแนวคิด Bangkok Kids Power ย้ำ “สร้างสรรค์ชีวิตในแบบของเรา” appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผู้ว่าฯ ชัชชาติ เปิดงานวันเด็ก กทม. 2569 ชูแนวคิด Bangkok Kids Power ย้ำ “สร้างสรรค์ชีวิตในแบบของเรา”

​วันนี้ (10 มกราคม) กรุงเทพมหานคร จัดงานวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2569 ที่ ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร (ไทย-ญี่ปุ่น) ดินแดง ภายใต้แนวคิด Bangkok Kids Power มุ่งเสริมพลังเด็กยุคดิจิทัล พร้อมกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้และวัฒนธรรมไทย

 

ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานในพิธีเปิดงานวันเด็กแห่งชาติของกรุงเทพมหานคร ประจำปี 2569 โดยมีคณะผู้บริหารระดับสูงเข้าร่วมงานอย่างพร้อมเพรียง อาทิ

 

ณรงค์ เรืองศรี ปลัดกรุงเทพมหานคร และไทวุฒิ ขันแก้ว รองปลัดกรุงเทพมหานคร ท่ามกลางบรรยากาศความคึกคักของเด็กและเยาวชนที่มาร่วมงาน

 

​ในโอกาสนี้ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้กล่าวให้โอวาทโดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของเด็กและเยาวชนว่า วันนี้ถือเป็นวันที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะไม่มีสิ่งใดสำคัญต่อเมืองมากไปกว่าเด็ก ซึ่งเป็นอนาคตที่แท้จริงของเมืองและประเทศชาติ

 

“หากเรามีเด็กที่มีความสุข มีคุณภาพ มีความรัก และรู้จักแบ่งปันกัน สุดท้ายเมืองก็จะเจริญเติบโตตามไปด้วย ขอให้น้อง ๆ ทุกคนมีความสุขมาก ๆ ทั้งในวันเด็กปีนี้และตลอดไป อย่าลืมความฝันของตัวเอง เพราะความฝันของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ขอให้ขวนขวายหาความรู้ เตรียมพร้อมตัวเองเพื่อมุ่งหน้าไปให้ถึงฝัน” ชัชชาติ กล่าว

 

​สำหรับไฮไลต์สำคัญในปีนี้ คือคำขวัญวันเด็กประจำปี 2569 ของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ที่มีความแปลกใหม่และสะท้อนตัวตนของคนรุ่นใหม่ ได้แก่

 

​“ถึงหัวจะดื้อความรู้ ถึงหูจะบ้วนคำขวัญ แต่ใจอย่าทิ้งความฝัน สร้างสรรค์ชีวิตในแบบของเรา”

 

​โดยผู้ว่าฯ ชัชชาติ ได้ขยายความหมายของคำขวัญนี้ว่า ต้องการสื่อสารถึงธรรมชาติของเด็กและเยาวชนที่อาจไม่ได้เรียนรู้หรือรับฟังทุกอย่างตามกรอบเดิม ๆ อย่างสมบูรณ์แบบ แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องไม่ละทิ้งความฝัน มีความมุ่งมั่น และกล้าที่จะออกแบบเส้นทางชีวิตของตนเอง พร้อมเรียนรู้จากประสบการณ์รอบตัว

 

​งานวันเด็กแห่งชาติของกรุงเทพมหานครในปีนี้ จัดขึ้นระหว่างเวลา 08.00 – 16.00 น. ภายใต้คอนเซปต์ Bangkok Kids Power สื่อถึงการเสริมพลังให้เด็ก กทม. พร้อมที่จะเรียนรู้ สร้างสรรค์ และลงมือทำ เพื่อเติบโตเป็นกำลังสำคัญในยุคดิจิทัล

 

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ เปิดงานวันเด็ก กทม. 2569 ชูแนวคิด Bangkok Kids Power ย้ำ “สร้างสรรค์ชีวิตในแบบของเรา” 1ผู้ว่าฯ ชัชชาติ เปิดงานวันเด็ก กทม. 2569 ชูแนวคิด Bangkok Kids Power ย้ำ “สร้างสรรค์ชีวิตในแบบของเรา” 2ผู้ว่าฯ ชัชชาติ เปิดงานวันเด็ก กทม. 2569 ชูแนวคิด Bangkok Kids Power ย้ำ “สร้างสรรค์ชีวิตในแบบของเรา” 3ผู้ว่าฯ ชัชชาติ เปิดงานวันเด็ก กทม. 2569 ชูแนวคิด Bangkok Kids Power ย้ำ “สร้างสรรค์ชีวิตในแบบของเรา” 4

The post ผู้ว่าฯ ชัชชาติ เปิดงานวันเด็ก กทม. 2569 ชูแนวคิด Bangkok Kids Power ย้ำ “สร้างสรรค์ชีวิตในแบบของเรา” appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ประกาศขอความร่วมมือ WFH 12–13 ม.ค. 69 รับมือวิกฤตฝุ่น PM2.5 พร้อมงัด 5 มาตรการเข้มข้นสกัดมลพิษ https://thestandard.co/chadchart-wfh-pm25-measures/ Fri, 09 Jan 2026 12:27:43 +0000 https://thestandard.co/?p=1163414 ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ประกาศขอความร่วมมือ WFH 12–13 ม.ค. 69 รับมือวิกฤตฝุ่น PM2.5 พร้อมงัด 5 มาตรการเข้มข้นสกัดมลพิษ

​วันนี้ (9 มกราคม) ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุง […]

The post ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ประกาศขอความร่วมมือ WFH 12–13 ม.ค. 69 รับมือวิกฤตฝุ่น PM2.5 พร้อมงัด 5 มาตรการเข้มข้นสกัดมลพิษ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ประกาศขอความร่วมมือ WFH 12–13 ม.ค. 69 รับมือวิกฤตฝุ่น PM2.5 พร้อมงัด 5 มาตรการเข้มข้นสกัดมลพิษ

​วันนี้ (9 มกราคม) ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยถึงสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภายหลังการประชุม ว่า จากการคาดการณ์สภาพอากาศในช่วงวันที่ 10–17 มกราคม 2569 พื้นที่กรุงเทพฯ จะเผชิญสภาวะอากาศปิดและการระบายอากาศต่ำเสมือนมีฝาชีครอบ ส่งผลให้ฝุ่นละอองสะสมตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและอาจเข้าสู่ขั้นวิกฤต

 

เพื่อให้การรับมือสถานการณ์เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและลดผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน กรุงเทพมหานครจึงขอความร่วมมือหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และสถานประกอบการ ให้บุคลากรปฏิบัติงานที่บ้าน (Work From Home: WFH) ในวันจันทร์ที่ 12 และวันอังคารที่ 13 มกราคม 2569 เพื่อลดปริมาณการจราจรและการปล่อยมลพิษจากยานพาหนะ

 

ผู้ว่าฯ กทม. ระบุว่า แม้ภาพรวมคุณภาพอากาศปีนี้จะดีขึ้น แต่สัปดาห์หน้าถือเป็นช่วงวิกฤต โดยสาเหตุหลักของฝุ่น PM2.5 มาจาก 3 ปัจจัยในสัดส่วนใกล้เคียงกัน ได้แก่:

 

  • สภาพอากาศ: อากาศนิ่ง ปิด และถูกกดทับ ทำให้ฝุ่นระบายออกไม่ได้
  • การเผาชีวมวล: จากภาคการเกษตรในพื้นที่รอบนอก ปริมณฑล และประเทศเพื่อนบ้าน
  • ไอเสียยานพาหนะและโรงงาน: โดยเฉพาะเครื่องยนต์ดีเซลและการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์

 

กรุงเทพมหานครได้กำหนดมาตรการเร่งด่วน 5 ด้าน เพื่อควบคุมสถานการณ์ ได้แก่:

 

  • Work From Home: ขอความร่วมมือลดการเดินทางในช่วงวันที่ 12–13 ม.ค. 69
  • ห้ามเผาเด็ดขาด: ประกาศเขตควบคุมเหตุรำคาญ ห้ามเผาขยะและหญ้าในที่โล่งทุกประเภทในพื้นที่ กทม. หากฝ่าฝืนมีโทษตามกฎหมาย
  • เข้มงวดตรวจควันดำ: ปรับเกณฑ์ค่าความทึบแสงจากร้อยละ 30 เหลือร้อยละ 20 พร้อมตรวจสอบไซต์ก่อสร้างและโรงงานแพลนท์ปูนอย่างเข้มงวด
  • ผนึกกำลัง 6 จังหวัดปริมณฑล: ประสานจังหวัดต้นลม (ปทุมธานี นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา และชลบุรี) งดการเผา 100% ในช่วงสัปดาห์วิกฤต
  • การมีส่วนร่วมของประชาชน: แจ้งเบาะแสการเผาหรือรถควันดำผ่านแอปพลิเคชัน Traffy Fondue เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าดำเนินการทันที

 

หากค่าฝุ่น PM2.5 อยู่ในระดับสีแดงเกิน 5 เขต กทม. จะพิจารณายกระดับมาตรการประกาศ เขตพื้นที่ปล่อยมลพิษต่ำ (Low Emission Zone) ห้ามรถบรรทุกเข้าเมือง ยกเว้นรถใน บัญชีสีเขียว (Green List) ที่ปรับปรุงเครื่องยนต์แล้ว โดยจะใช้กล้อง CCTV AI ตรวจจับทะเบียนผู้ฝ่าฝืนเพื่อดำเนินคดี

The post ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ประกาศขอความร่วมมือ WFH 12–13 ม.ค. 69 รับมือวิกฤตฝุ่น PM2.5 พร้อมงัด 5 มาตรการเข้มข้นสกัดมลพิษ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผู้ว่าฯ กทม. ชูแนวคิด ‘เด็กคือเจ้าของเมือง’ หนุนเยาวชนใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเติมเต็มความฝัน https://thestandard.co/bkk-governor-children-city-owners/ Thu, 08 Jan 2026 04:35:20 +0000 https://thestandard.co/?p=1162686 ตามกฎ add a space before proper nouns that follow a verb ในพาดหัวนี้ไม่มีส่วนใดที่เข้าข่ายเงื่อนไขดังกล่าวครับ ดังนั้น พาดหัวจะยังคงเหมือนเดิม: ผู้ว่าฯ กทม. ชูแนวคิด ‘เด็กคือเจ้าของเมือง’ หนุนเยาวชนใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเติมเต็มความฝัน

วันนี้ (8 มกราคม) ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเ […]

The post ผู้ว่าฯ กทม. ชูแนวคิด ‘เด็กคือเจ้าของเมือง’ หนุนเยาวชนใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเติมเต็มความฝัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตามกฎ add a space before proper nouns that follow a verb ในพาดหัวนี้ไม่มีส่วนใดที่เข้าข่ายเงื่อนไขดังกล่าวครับ ดังนั้น พาดหัวจะยังคงเหมือนเดิม: ผู้ว่าฯ กทม. ชูแนวคิด ‘เด็กคือเจ้าของเมือง’ หนุนเยาวชนใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเติมเต็มความฝัน

วันนี้ (8 มกราคม) ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานในพิธีมอบโอวาทแก่นักเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร ตามโครงการเด็กดีศรี กทม. เนื่องในโอกาสวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2569 ที่ ห้องบางกอก อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 (ดินแดง) โดยมี วิพุธ ศรีวะอุไร ประธานสภากรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมให้การต้อนรับเยาวชนตัวแทนจากโรงเรียนต่าง ๆ จำนวน 874 คน

 

ในโอกาสนี้ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของพลังแห่งความฝัน โดยสนับสนุนให้เด็ก ๆ กล้าคิด กล้าลอง และก้าวข้ามกรอบความคิดเดิม ๆ พร้อมชี้ให้เห็นว่าความฝันสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามบริบทของชีวิต แต่สิ่งสำคัญคือการไม่หยุดพัฒนาตนเอง

 

“เด็กทุกคนมีความแตกต่างและมีศักยภาพในเส้นทางของตนเอง แม้บางคนอาจไม่ถนัดด้านวิชาการ แต่หากมีความพยายามแสวงหาความรู้อยู่อย่างสม่ำเสมอ โดยไม่จำกัดอยู่เพียงแค่ในห้องเรียน ก็สามารถประสบความสำเร็จได้” ชัชชาติ กล่าว

 

นอกจากนี้ ยังได้ระบุถึงความสำคัญของเทคโนโลยีดิจิทัลและอินเทอร์เน็ตที่เป็นกุญแจสำคัญในการเปิดประตูสู่แหล่งความรู้ทั่วโลก ซึ่งกรุงเทพมหานครมีนโยบายชัดเจนในการเร่งพัฒนาห้องคอมพิวเตอร์และแหล่งเรียนรู้ในโรงเรียนสังกัด กทม. เพื่อให้เป็นพื้นที่แห่งโอกาสในการค้นคว้าและต่อยอดอนาคตให้กับเยาวชน

 

ย้ำเด็กคือเจ้าของเมืองในอนาคต

 

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กล่าวเพิ่มเติมว่า เด็กและเยาวชนคือทรัพยากรที่มีค่าที่สุดของเมือง ซึ่งในอนาคตจะเป็นทั้งผู้พัฒนาและเป็นเจ้าของเมืองต่อจากคนรุ่นปัจจุบัน จึงขอให้เด็กทุกคนดูแลสุขภาพกายและใจ สร้างวินัยที่ดี และใช้ชีวิตอย่างมีความสุขโดยไม่กดดันตนเองจนเกินไป พร้อมย้ำว่าแม้วันเด็ก จะมีเพียงปีละครั้ง แต่กรุงเทพมหานครจะให้ความสำคัญกับเด็กและเยาวชนในทุกวัน เพื่อให้เติบโตเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพ

 

สำหรับกิจกรรมเด็กดีศรี กทม. จัดขึ้นโดยสำนักการศึกษา เพื่อเปิดโอกาสให้ตัวแทนนักเรียนได้เข้ามาศึกษาเรียนรู้ระบบการทำงานจริงของกรุงเทพมหานคร และได้เข้าพบบุคคลสำคัญเพื่อสร้างทัศนคติเชิงบวก รวมถึงสร้างแรงบันดาลใจในการตั้งเป้าหมายชีวิต ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาเด็กเยาวชนให้มีความพร้อมสู่การเป็นผู้นำในอนาคต

 

ตามกฎ add a space before proper nouns that follow a verb ในพาดหัวนี้ไม่มีส่วนใดที่เข้าข่ายเงื่อนไขดังกล่าวครับ ดังนั้น พาดหัวจะยังคงเหมือนเดิม: ผู้ว่าฯ กทม. ชูแนวคิด ‘เด็กคือเจ้าของเมือง’ หนุนเยาวชนใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเติมเต็มความฝัน 1ตามกฎ add a space before proper nouns that follow a verb ในพาดหัวนี้ไม่มีส่วนใดที่เข้าข่ายเงื่อนไขดังกล่าวครับ ดังนั้น พาดหัวจะยังคงเหมือนเดิม: ผู้ว่าฯ กทม. ชูแนวคิด ‘เด็กคือเจ้าของเมือง’ หนุนเยาวชนใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเติมเต็มความฝัน 2ตามกฎ add a space before proper nouns that follow a verb ในพาดหัวนี้ไม่มีส่วนใดที่เข้าข่ายเงื่อนไขดังกล่าวครับ ดังนั้น พาดหัวจะยังคงเหมือนเดิม: ผู้ว่าฯ กทม. ชูแนวคิด ‘เด็กคือเจ้าของเมือง’ หนุนเยาวชนใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเติมเต็มความฝัน 3ตามกฎ add a space before proper nouns that follow a verb ในพาดหัวนี้ไม่มีส่วนใดที่เข้าข่ายเงื่อนไขดังกล่าวครับ ดังนั้น พาดหัวจะยังคงเหมือนเดิม: ผู้ว่าฯ กทม. ชูแนวคิด ‘เด็กคือเจ้าของเมือง’ หนุนเยาวชนใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเติมเต็มความฝัน 4ตามกฎ add a space before proper nouns that follow a verb ในพาดหัวนี้ไม่มีส่วนใดที่เข้าข่ายเงื่อนไขดังกล่าวครับ ดังนั้น พาดหัวจะยังคงเหมือนเดิม: ผู้ว่าฯ กทม. ชูแนวคิด ‘เด็กคือเจ้าของเมือง’ หนุนเยาวชนใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเติมเต็มความฝัน 5ตามกฎ add a space before proper nouns that follow a verb ในพาดหัวนี้ไม่มีส่วนใดที่เข้าข่ายเงื่อนไขดังกล่าวครับ ดังนั้น พาดหัวจะยังคงเหมือนเดิม: ผู้ว่าฯ กทม. ชูแนวคิด ‘เด็กคือเจ้าของเมือง’ หนุนเยาวชนใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเติมเต็มความฝัน 6ตามกฎ add a space before proper nouns that follow a verb ในพาดหัวนี้ไม่มีส่วนใดที่เข้าข่ายเงื่อนไขดังกล่าวครับ ดังนั้น พาดหัวจะยังคงเหมือนเดิม: ผู้ว่าฯ กทม. ชูแนวคิด ‘เด็กคือเจ้าของเมือง’ หนุนเยาวชนใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเติมเต็มความฝัน 7ตามกฎ add a space before proper nouns that follow a verb ในพาดหัวนี้ไม่มีส่วนใดที่เข้าข่ายเงื่อนไขดังกล่าวครับ ดังนั้น พาดหัวจะยังคงเหมือนเดิม: ผู้ว่าฯ กทม. ชูแนวคิด ‘เด็กคือเจ้าของเมือง’ หนุนเยาวชนใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเติมเต็มความฝัน 8ตามกฎ add a space before proper nouns that follow a verb ในพาดหัวนี้ไม่มีส่วนใดที่เข้าข่ายเงื่อนไขดังกล่าวครับ ดังนั้น พาดหัวจะยังคงเหมือนเดิม: ผู้ว่าฯ กทม. ชูแนวคิด ‘เด็กคือเจ้าของเมือง’ หนุนเยาวชนใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเติมเต็มความฝัน 9ตามกฎ add a space before proper nouns that follow a verb ในพาดหัวนี้ไม่มีส่วนใดที่เข้าข่ายเงื่อนไขดังกล่าวครับ ดังนั้น พาดหัวจะยังคงเหมือนเดิม: ผู้ว่าฯ กทม. ชูแนวคิด ‘เด็กคือเจ้าของเมือง’ หนุนเยาวชนใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเติมเต็มความฝัน 10ตามกฎ add a space before proper nouns that follow a verb ในพาดหัวนี้ไม่มีส่วนใดที่เข้าข่ายเงื่อนไขดังกล่าวครับ ดังนั้น พาดหัวจะยังคงเหมือนเดิม: ผู้ว่าฯ กทม. ชูแนวคิด ‘เด็กคือเจ้าของเมือง’ หนุนเยาวชนใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเติมเต็มความฝัน 11ตามกฎ add a space before proper nouns that follow a verb ในพาดหัวนี้ไม่มีส่วนใดที่เข้าข่ายเงื่อนไขดังกล่าวครับ ดังนั้น พาดหัวจะยังคงเหมือนเดิม: ผู้ว่าฯ กทม. ชูแนวคิด ‘เด็กคือเจ้าของเมือง’ หนุนเยาวชนใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเติมเต็มความฝัน 12ตามกฎ add a space before proper nouns that follow a verb ในพาดหัวนี้ไม่มีส่วนใดที่เข้าข่ายเงื่อนไขดังกล่าวครับ ดังนั้น พาดหัวจะยังคงเหมือนเดิม: ผู้ว่าฯ กทม. ชูแนวคิด ‘เด็กคือเจ้าของเมือง’ หนุนเยาวชนใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเติมเต็มความฝัน 13

The post ผู้ว่าฯ กทม. ชูแนวคิด ‘เด็กคือเจ้าของเมือง’ หนุนเยาวชนใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเติมเต็มความฝัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลือกตั้ง 2569 : ยศชนัน ควงทีมเพื่อไทย บุกศาลาฯ กทม. ถก ชัชชาติ แลกเปลี่ยนการบริหารเมือง ชูโมเดลคืนอำนาจ กทม. ทลายข้อจำกัดงบประมาณ https://thestandard.co/yodchanan-pheu-thai-chadchart/ Thu, 08 Jan 2026 04:15:32 +0000 https://thestandard.co/?p=1162666 ยศชนัน ควงทีม เพื่อไทย บุก ศาลาฯ กทม. ถก ชัชชาติ แลกเปลี่ยนการบริหารเมือง ชูโมเดลคืนอำนาจ กทม. ทลายข้อจำกัดงบประมาณ

วันนี้ (8 มกราคม) ศ.ดร. ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายก […]

The post เลือกตั้ง 2569 : ยศชนัน ควงทีมเพื่อไทย บุกศาลาฯ กทม. ถก ชัชชาติ แลกเปลี่ยนการบริหารเมือง ชูโมเดลคืนอำนาจ กทม. ทลายข้อจำกัดงบประมาณ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ยศชนัน ควงทีม เพื่อไทย บุก ศาลาฯ กทม. ถก ชัชชาติ แลกเปลี่ยนการบริหารเมือง ชูโมเดลคืนอำนาจ กทม. ทลายข้อจำกัดงบประมาณ

วันนี้ (8 มกราคม) ศ.ดร. ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย พร้อมคณะทำงาน เดินทางเข้าเยี่ยมชมศูนย์ปฏิบัติการ ณ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 (ดินแดง) เพื่อศึกษาและแลกเปลี่ยนแนวทางการบริหารจัดการเมืองหลวงในมิติต่างๆ โดยมี ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และคณะผู้บริหารให้การต้อนรับอย่างเป็นกันเอง

 

ชัชชาติกล่าวต้อนรับพร้อมระบุว่า กรุงเทพมหานครยินดีต้อนรับทุกพรรคการเมืองที่จะมาเยี่ยมเรา ซึ่งพรรคเพื่อไทยติดต่อมาเป็นพรรคแรกว่าจะมาศึกษาระบบการบริหารจัดการของกรุงเทพฯ เรายินดีที่จะแลกเปลี่ยนเพราะพรรคการเมืองคือหัวใจสำคัญของระบอบประชาธิปไตย และไม่ว่าใครจะเป็นรัฐบาล เราก็สามารถร่วมกันทำงานเพื่อผลประโยชน์ของประชาชนได้

 

ผลงานที่เราภูมิใจคือระบบ Traffy Fondue ซึ่งประสบความสำเร็จในการทำให้ประชาชนร่วมแจ้งปัญหาและรับเรื่อง ตั้งแต่เรื่องเล็กไปจนถึงเรื่องใหญ่ จนปัจจุบันสามารถลัดขั้นตอนให้ข้าราชการ ในรอบหลายปีที่ผ่านมา ระบบนี้แก้ปัญหาไปได้กว่า 900,000 เรื่อง จาก 1 ล้านเรื่อง นี่คือ Smart protocol ที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง ใช้เทคโนโลยีกระจายอำนาจ และมีประสิทธิภาพการให้บริการประชาชนที่สะดวกทุกที่ อยู่ที่บ้านก็แจ้งได้ เป็นการเปลี่ยนวิธีคิดข้าราชการและไม่มี Gatekeeper

 

ภายหลังการรับฟังบรรยายสรุปเรื่องการบริหารจัดการจราจรด้วยระบบ AI, การบริหารจัดการระบบน้ำท่วม และการใช้งานระบบ Traffy Fondue ศ.ดร. ยศชนัน ได้ถ่ายทอดมุมมองเชิงนโยบายโดยเน้นย้ำว่า หัวใจสำคัญของการพัฒนาเมืองหลวงคือการเอ็มพาวเวอร์ (Empower) หรือการเพิ่มขีดความสามารถและอำนาจหน้าที่ให้กับกรุงเทพมหานคร เพื่อให้สามารถทำงานได้อย่างไร้รอยต่อ โดยเฉพาะในโครงการที่ กทม. ดำเนินการอยู่แล้ว ซึ่งพร้อมที่จะเข้ามารับไม้ต่อและขยายผลให้เป็นรูปธรรมมากขึ้น

 

จากการลงพื้นที่ ศ.ดร. ยศชนัน ระบุว่า พบปัญหาเชิงโครงสร้างหลายประการ โดยเฉพาะช่องว่างทางงบประมาณ และข้อจำกัดด้านอำนาจการตัดสินใจที่ กทม. ไม่สามารถบริหารจัดการได้ด้วยตนเองอย่างเบ็ดเสร็จ ส่งผลให้เมื่อเกิดปัญหา กทม. มักตกเป็นจำเลยหลัก ทั้งที่เป็นข้อจำกัดเชิงระบบ ดังนั้น การสร้างความร่วมมือเชิงรุกกับรัฐบาลกลางจึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะทลายข้อจำกัดเหล่านี้

 

ด้านโครงสร้างพื้นฐาน ได้เสนอแผนผลักดันรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ผ่านกลไกการบริหารจัดการรูปแบบใหม่ โดยให้ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการอุดหนุน เมื่อราคาสมเหตุสมผลจะดึงดูดให้ประชาชนหันมาใช้ระบบขนส่งมวลชนมากขึ้น ช่วยลดการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล แก้ไขปัญหาฝุ่น PM 2.5 และมุ่งสู่เป้าหมายเมือง Net Zero ด้วยการจัดการขยะเทคโนโลยีขั้นสูง

 

นอกจากนี้ ยังเสนอการท่องเที่ยวแบบไร้รอยต่อระหว่างกรุงเทพฯ และปริมณฑล ในลักษณะ Day Trip และการทำ One Stop Service เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนและการถ่ายทอดเทคโนโลยี รวมถึงการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ด้วยการยกระดับโรงเรียนสังกัด กทม. ผ่านโมเดลกิจการเพื่อสังคม และสร้างความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยกับอาชีวะเพื่อ Upskill และ Reskill แรงงาน ให้มีการ Matching งานที่ตรงกับตลาด เพื่อลดความแออัดในกรุงเทพฯ และเพิ่มประสิทธิภาพในการพัฒนาเมืองในท้ายที่สุด

The post เลือกตั้ง 2569 : ยศชนัน ควงทีมเพื่อไทย บุกศาลาฯ กทม. ถก ชัชชาติ แลกเปลี่ยนการบริหารเมือง ชูโมเดลคืนอำนาจ กทม. ทลายข้อจำกัดงบประมาณ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผู้ว่าฯ ชัชชาติ แจงประเด็น คำขวัญวันเด็ก 2569 ย้ำหัวใจสำคัญคือ ความฝันที่เลือกเอง พร้อมชวนเที่ยวงานวันเด็ก กทม. หลายจุด https://thestandard.co/chadchart-childrens-day-2026/ Wed, 07 Jan 2026 05:21:20 +0000 https://thestandard.co/?p=1162148 ผู้ว่าฯ ชัชชาติ แจงประเด็น คำขวัญวันเด็ก 2569 ย้ำหัวใจสำคัญคือ ความฝันที่เลือกเอง พร้อมชวนเที่ยว งานวันเด็ก กทม. หลายจุด

วันนี้ (7 มกราคม) ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเ […]

The post ผู้ว่าฯ ชัชชาติ แจงประเด็น คำขวัญวันเด็ก 2569 ย้ำหัวใจสำคัญคือ ความฝันที่เลือกเอง พร้อมชวนเที่ยวงานวันเด็ก กทม. หลายจุด appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผู้ว่าฯ ชัชชาติ แจงประเด็น คำขวัญวันเด็ก 2569 ย้ำหัวใจสำคัญคือ ความฝันที่เลือกเอง พร้อมชวนเที่ยว งานวันเด็ก กทม. หลายจุด

วันนี้ (7 มกราคม) ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีความเห็นบนสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับ คำขวัญวันเด็ก ประจำปี 2569 ของกรุงเทพมหานครที่ว่า ‘ถึงหัวจะดื้อความรู้ ถึงหูจะบ้วนคำขวัญ แต่ใจอย่าทิ้งความฝัน สร้างสรรค์ชีวิตในแบบของเรา’

 

ชัชชาติกล่าวชี้แจงว่า ตนอาจจะไม่มีความเชี่ยวชาญในด้านการประพันธ์หรือฉันทลักษณ์ที่สละสลวยนัก แต่สิ่งที่ต้องการเน้นย้ำคือ เนื้อหาและหัวใจสำคัญ ของข้อความดังกล่าว โดยมีจุดประสงค์หลักคืออยากให้เด็กและเยาวชนมีความสุขในเส้นทางที่ตนเองเลือก กล้าที่จะสร้างฝันและทำในสิ่งที่ตนเองชอบ ซึ่งความฝันเหล่านั้นอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามช่วงวัย แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการไม่ละทิ้งเป้าหมายและมุ่งมั่นสร้างสรรค์ชีวิตในรูปแบบที่เหมาะสมกับความเป็นตัวเอง

 

สำหรับการจัดงานวันเด็กในปีนี้ กรุงเทพมหานครได้เตรียมความพร้อมจัดกิจกรรมสร้างสรรค์ตามปกติในหลายพื้นที่สำคัญ เพื่อมอบความสุขให้แก่เด็กๆ ทั่วกรุง อาทิ:

 

  • ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร (ไทย-ญี่ปุ่น) ดินแดง
  • พิพิธภัณฑ์เด็กกรุงเทพมหานคร ทั้ง 2 แห่ง (จตุจักร และทุ่งครุ)
  • ห้องสมุดเพื่อการเรียนรู้กรุงเทพมหานคร ในจุดต่างๆ

 

อย่างไรก็ตาม ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครได้กล่าวขออภัยประชาชนล่วงหน้า สำหรับกิจกรรมยอดนิยมอย่างการนั่งเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม. ซึ่งในปีนี้มีความจำเป็นต้องงดกิจกรรมดังกล่าวชั่วคราว เนื่องจากห้องทำงานผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครอยู่ระหว่างการปรับปรุงและซ่อมแซมพื้นที่ แต่ยืนยันว่ากิจกรรมในจุดอื่นๆ ยังคงจัดเต็มความสนุกและสาระความรู้เช่นเดิม

The post ผู้ว่าฯ ชัชชาติ แจงประเด็น คำขวัญวันเด็ก 2569 ย้ำหัวใจสำคัญคือ ความฝันที่เลือกเอง พร้อมชวนเที่ยวงานวันเด็ก กทม. หลายจุด appeared first on THE STANDARD.

]]>
กทม. เสนอ ‘ชะลอ’ ใช้ข้อบัญญัติควบคุมการเลี้ยงสุนัขและแมว 1 ปี เพื่อขยายหน่วยบริการเชิงรุก แก้ไขเงื่อนไขที่เป็นอุปสรรค https://thestandard.co/bma-delay-pet-control/ Wed, 07 Jan 2026 05:01:10 +0000 https://thestandard.co/?p=1162126 กทม. เสนอ ชะลอ ใช้ข้อบัญญัติควบคุมการเลี้ยงสุนัขและแมว 1 ปี เพื่อขยายหน่วยบริการเชิงรุก แก้ไขเงื่อนไขที่เป็นอุปสรรค

วันนี้ (7 มกราคม) ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเ […]

The post กทม. เสนอ ‘ชะลอ’ ใช้ข้อบัญญัติควบคุมการเลี้ยงสุนัขและแมว 1 ปี เพื่อขยายหน่วยบริการเชิงรุก แก้ไขเงื่อนไขที่เป็นอุปสรรค appeared first on THE STANDARD.

]]>
กทม. เสนอ ชะลอ ใช้ข้อบัญญัติควบคุมการเลี้ยงสุนัขและแมว 1 ปี เพื่อขยายหน่วยบริการเชิงรุก แก้ไขเงื่อนไขที่เป็นอุปสรรค

วันนี้ (7 มกราคม) ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยภายหลังการประชุมสภากรุงเทพมหานคร ที่ อาคารไอราวัฒพัฒนา ว่า กรุงเทพมหานครได้เสนอพิจารณาชะลอการบังคับใช้ ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง การควบคุมการเลี้ยงหรือปล่อยสัตว์ พ.ศ. 2567 ออกไปอีก 1 ปี จากกำหนดเดิมที่จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 10 มกราคม 2569 นี้ เพื่อปรับปรุงแนวทางการปฏิบัติงานและขยายขีดความสามารถในการให้บริการแก่ประชาชนให้ครอบคลุมและมีประสิทธิภาพสูงสุด

 

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ระบุว่า ในรอบปีที่ผ่านมา กทม. ประสบความสำเร็จในการส่งเสริมให้ประชาชนนำสัตว์เลี้ยงมาฝังไมโครชิปแล้วกว่า 50,000 ตัว ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้ากว่า 10 เท่า อย่างไรก็ตาม จากการประเมินผลการดำเนินงานก่อนเข้าสู่การบังคับใช้จริง พบอุปสรรคสำคัญ 4 ประเด็นหลักที่จำเป็นต้องแก้ไข ได้แก่:

 

1. ปริมาณสัตว์เลี้ยงที่มากกว่าคาดการณ์: คาดว่ามีจำนวนสัตว์เลี้ยงหลายแสนตัวในพื้นที่ กทม. ทำให้การบริการปัจจุบันยังไม่ครอบคลุมทั่วถึง

 

2. ข้อจำกัดด้านสถานที่ให้บริการ: ปัจจุบันเน้นบริการที่ศูนย์หลักเพียงไม่กี่แห่ง ทำให้ผู้เลี้ยงสัตว์จำนวนมากไม่สะดวกในการเคลื่อนย้ายสัตว์เลี้ยงมาขอรับบริการ

 

3. ความเข้าใจของภาคประชาชน: ประสบปัญหาเรื่องความกังวลด้านความปลอดภัยในการฝังไมโครชิป รวมถึงความตื่นตระหนกต่อบทลงโทษตามกฎหมาย ซึ่งต้องเร่งสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง

 

4. เงื่อนไขด้านเอกสาร: ข้อกำหนดที่ต้องได้รับหนังสือยินยอมจากเจ้าของที่พักหรือผู้ให้เช่า กลายเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้ผู้เช่าไม่สามารถนำสัตว์เลี้ยงมาจดทะเบียนได้

 

สำหรับการขยายระยะเวลาออกไปอีก 1 ปี กรุงเทพมหานครจะมุ่งเน้นการเพิ่มหน่วยบริการเคลื่อนที่เชิงรุก (Mobile Unit) เพื่อเข้าถึงชุมชนต่างๆ โดยตรง พร้อมทั้งปรับปรุงระบบฐานข้อมูลและพิจารณาแก้ไขข้อกำหนดที่เป็นอุปสรรค โดยเฉพาะเรื่องเอกสารยินยอมจากเจ้าของที่พัก เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนเข้าสู่ระบบได้ง่ายที่สุด

 

“การฝังไมโครชิปเป็นมาตรการสากลที่หลายประเทศใช้แก้ปัญหาสัตว์จรจัดได้อย่างยั่งยืน เป้าหมายของ กทม. ไม่ใช่การมุ่งเน้นลงโทษ แต่เป็นการส่งเสริมความรับผิดชอบร่วมกันของผู้เลี้ยงสัตว์ ยกระดับสวัสดิภาพสัตว์ และคุณภาพชีวิตของคนเมืองในระยะยาว” ชัชชาติ กล่าวทิ้งท้าย

The post กทม. เสนอ ‘ชะลอ’ ใช้ข้อบัญญัติควบคุมการเลี้ยงสุนัขและแมว 1 ปี เพื่อขยายหน่วยบริการเชิงรุก แก้ไขเงื่อนไขที่เป็นอุปสรรค appeared first on THE STANDARD.

]]>
กทม. ผนึกกำลัง กระทรวงอุตสาหกรรม แถลงยกระดับแผนรับมือ PM2.5 ปี 69 ชูพร้อมเดินหน้ามาตรการเข้มข้น คุมรถ-คุมโรงงาน-เพิ่มพื้นที่สีเขียว https://thestandard.co/pm25-bma-industry-control/ Tue, 06 Jan 2026 09:36:23 +0000 https://thestandard.co/?p=1161922 กทม. ผนึกกำลัง กระทรวงอุตสาหกรรม แถลงยกระดับแผนรับมือ PM2.5 ปี 69 ชูพร้อมเดินหน้ามาตรการเข้มข้น คุมรถ-คุมโรงงาน-เพิ่มพื้นที่สีเขียว

วันนี้ (6 มกราคม) ที่ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (เสาชิงช้ […]

The post กทม. ผนึกกำลัง กระทรวงอุตสาหกรรม แถลงยกระดับแผนรับมือ PM2.5 ปี 69 ชูพร้อมเดินหน้ามาตรการเข้มข้น คุมรถ-คุมโรงงาน-เพิ่มพื้นที่สีเขียว appeared first on THE STANDARD.

]]>
กทม. ผนึกกำลัง กระทรวงอุตสาหกรรม แถลงยกระดับแผนรับมือ PM2.5 ปี 69 ชูพร้อมเดินหน้ามาตรการเข้มข้น คุมรถ-คุมโรงงาน-เพิ่มพื้นที่สีเขียว

วันนี้ (6 มกราคม) ที่ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (เสาชิงช้า) ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม (อก.) ร่วมกันแถลงข่าวในหัวข้อ การยกระดับมาตรการจัดการมลพิษทางอากาศในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เพื่อประกาศเดินหน้าแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 ทั้งระบบ ครอบคลุมทั้งแหล่งกำเนิดจากยานพาหนะ โรงงานอุตสาหกรรม และมาตรการคุ้มครองสุขภาพประชาชน

 

ชัชชาติ เปิดเผยถึงภาพรวมสถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 ในปีนี้ว่า มีแนวโน้มดีขึ้นอย่างต่อเนื่องเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ทั้งในแง่จำนวนวันที่ค่าฝุ่นเกินมาตรฐานและค่าเฉลี่ยความเข้มข้น ซึ่งเป็นผลสัมฤทธิ์จากการดำเนินมาตรการเชิงรุกและความร่วมมือจากทุกภาคส่วน

 

อย่างไรก็ตาม แม้สถานการณ์จะดีขึ้น แต่ยังคงต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดตลอดเดือนมกราคมไปจนถึงต้นเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งคาดว่าสถานการณ์จะคลี่คลายดีขึ้นตามลำดับเนื่องจากสภาพอากาศที่เปิดมากขึ้น

 

“การทำงานร่วมกับกระทรวงอุตสาหกรรมในครั้งนี้ สะท้อนการบูรณาการที่เข้มแข็งและเป็นรูปธรรม ทำให้เราสามารถกำกับดูแลต้นตอของฝุ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อเป้าหมายสำคัญคือคุณภาพชีวิตที่ดีและอากาศที่สะอาดสำหรับชาวกรุงเทพฯ” ผู้ว่าฯ กทม. กล่าว

 

สำหรับผลการดำเนินงานในปี 2568 ที่ผ่านมา กทม. ได้ยกระดับมาตรการจนเห็นผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมใน 4 ด้านหลัก ดังนี้:

 

1. ตัดวงจรฝุ่นข้ามพื้นที่: ความร่วมมือระหว่าง กทม. กับจังหวัดในภาคกลางและภาคตะวันออก ทำให้ จุดความร้อน (Hotspot) จากการเผาในพื้นที่เกษตรลดลงถึงร้อยละ 28 ช่วยลดผลกระทบจากฝุ่นต้นลมที่พัดเข้าสู่กรุงเทพฯ ได้อย่างชัดเจน

 

2. คุมเข้มจราจรและมาตรฐานยานยนต์: กทม. ได้ปรับเกณฑ์ค่าควันดำใหม่ให้เข้มงวดขึ้น (จาก 30% เหลือ 20%) ส่งผลให้ยอดจับกุมรถควันดำพุ่งสูงขึ้น 3.5 เท่า เมื่อเทียบกับปีก่อน นอกจากนี้ โครงการ รถคันนี้ #ลดฝุ่น ได้รับความร่วมมือจากประชาชนนำรถเข้าร่วมกว่า 1.86 แสนคัน ช่วยลดมลพิษจากการจราจรได้ราวร้อยละ 9.3 ประกอบกับการบังคับใช้มาตรฐานไอเสีย ยูโร 6 (Euro 6) เต็มรูปแบบ ทั้งรถยนต์ขนาดเล็กและขนาดใหญ่ที่เริ่มมีผลบังคับใช้แล้วเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา

 

3. Work from Home (WFH) ลดฝุ่นได้จริง: การประกาศ WFH ในช่วงต้นเดือนธันวาคมที่ผ่านมา พิสูจน์แล้วว่าช่วยลดปริมาณจราจรได้เฉลี่ยร้อยละ 8.5 และส่งผลโดยตรงให้ ค่าฝุ่น PM2.5 ลดลงถึงร้อยละ 58 (เปรียบเทียบข้อมูลวันที่ 3 และ 5 ธ.ค.)

 

4. สร้างกำแพงสีเขียว: นโยบายปลูกต้นไม้ล้านต้นมีความคืบหน้าทะลุเป้าหมาย โดยปลูกไปแล้วกว่า 2.3 ล้านต้น โดยเน้นการปลูกเชิงยุทธศาสตร์กว่า 9 แสนต้นในฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ เพื่อเป็นแนวกันชนดักจับฝุ่น พร้อมเพิ่มสวน 15 นาที ให้ประชาชนเข้าถึงได้แล้ว 441 แห่ง

 

ทางด้าน ณัฐพล กล่าวเสริมถึงมาตรการควบคุมภาคอุตสาหกรรมว่า กระทรวงฯ ได้ยกระดับมาตรฐานสิ่งแวดล้อมขั้นสูง โดยเฉพาะการออกประกาศเกณฑ์มาตรฐานค่าสารเจือปนในอากาศจากปล่องหม้อน้ำในเขต กทม. พ.ศ. 2568 ที่เข้มข้นขึ้น

 

มาตรการสำคัญคือการกำหนดให้โรงงานในพื้นที่กรุงเทพฯ ต้องติดตั้งระบบตรวจวัดมลพิษอากาศจากปล่องแบบอัตโนมัติ (CEMS) และรายงานผลแบบ Real-time เพื่อความโปร่งใส โดยคาดว่าจะเปิดให้ประชาชนสามารถตรวจสอบอัตราการปล่อยควันได้ตลอด 24 ชั่วโมง ภายในเดือนกรกฎาคม 2569 นี้

 

ทั้งนี้ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ยังระบุถึงการบังคับใช้มาตรฐานยูโร 6 กับรถบัสและรถบรรทุกขนาดใหญ่เครื่องยนต์เบนซิน ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ควบคู่ไปกับมาตรการส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้า (EV3.5) และการควบคุมการเผาอ้อยอย่างยั่งยืน เพื่อแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศของประเทศไทยในระยะยาว

The post กทม. ผนึกกำลัง กระทรวงอุตสาหกรรม แถลงยกระดับแผนรับมือ PM2.5 ปี 69 ชูพร้อมเดินหน้ามาตรการเข้มข้น คุมรถ-คุมโรงงาน-เพิ่มพื้นที่สีเขียว appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชัชชาติแจงชัด หากลงผู้ว่าฯ กทม. ครั้งหน้า ยังลงในนามอิสระ ปัดสวมเสื้อเพื่อไทย หลังมีภาพวิ่งกับยศชนัน https://thestandard.co/chadchart-independent-pheu-thai/ Fri, 02 Jan 2026 07:19:52 +0000 https://thestandard.co/?p=1160943 ชัชชาติแจงชัด หากลงผู้ว่าฯ กทม. ครั้งหน้า ยังลงในนามอิสระ ปัดสวมเสื้อเพื่อไทย หลังมีภาพวิ่งกับยศชนัน

วันนี้ (2 มกราคม) ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเ […]

The post ชัชชาติแจงชัด หากลงผู้ว่าฯ กทม. ครั้งหน้า ยังลงในนามอิสระ ปัดสวมเสื้อเพื่อไทย หลังมีภาพวิ่งกับยศชนัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชัชชาติแจงชัด หากลงผู้ว่าฯ กทม. ครั้งหน้า ยังลงในนามอิสระ ปัดสวมเสื้อเพื่อไทย หลังมีภาพวิ่งกับยศชนัน

วันนี้ (2 มกราคม) ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวถึงการลงสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในครั้งหน้า โดยระบุว่า ถ้าลงก็จะลงในนามส่วนตัว เพราะเราเห็นตรงกันว่า 4 ปีหลังจากนี้เป็นเรื่องที่สำคัญมากๆ เพราะโลกเปลี่ยนแปลงมาก หากจะลงสมัครต่อ ต้องมีชุดนโยบายที่สามารถต่อยอดได้อีก 4 ปี ซึ่งตอนนี้กำลังคิดอยู่ว่า ตอนนี้เรามีคำตอบที่ดีสำหรับคนกรุงเทพฯ หรือไม่หากมีเซ็ตนโยบายหรือเซ็ตคำตอบที่ดีก็จะลงสมัครต่อ ขณะนี้อยู่ระหว่างการระดมสมองกันอยู่

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า หากลงสมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ ต่อจะมีนโยบายใดที่จะต่อยอดใช่หรือไม่ ชัชชาติมองว่า หัวใจคือการเพิ่มประสิทธิภาพของเมืองกรุง ปัญหาและสถานการณ์เริ่มดีขึ้นแล้ว แต่ยังมีปัญหาในด้านประสิทธิภาพของเมือง ทั้งในเรื่องความโปร่งใส ทุจริตคอรัปชั่น โดยต้องยอมรับว่ายังมีอยู่ รวมถึงปัญหาการจราจรติดขัด ซึ่งเราจะนำเทคโนโลยีมาใช้ได้อย่างไรบ้าง เพื่อให้เมืองเป็นเมืองที่มีประสิทธิภาพ และตอบโจทย์ประชาชนได้มากขึ้น ซึ่งการแก้กฎหมายต้องคู่ขนานกับการเทคโนโลยี และการให้บริการและต้องแก้ให้ดีขึ้นซึ่งต้องใช้เวลา ซึ่งไม่ว่าใครจะเข้ามาสานงานต่อหัวใจ คือการแก้ปัญหาเมืองกรุง

 

ส่วนหากลงสมัครจะใช้ทีมงานชุดเดิมหรือไม่ ชัชชาติระบุว่า หากไม่มีปัญหาอะไรก็อย่าไปแก้มัน ก็ใช้ทีมงานเดิมต่อ แต่ตอนนี้ขอให้ผ่านการเลือกตั้งใหญ่ไปก่อน และต้องดูสถานการณ์การเมือง ว่าเราจะมีคำตอบที่ดีสำหรับ 4 ปีต่อไปหรือไม่

 

ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า วันนี้มาวิ่งออกกำลังกายมีหลายคนแซวว่ามาพร้อมกับ ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย มีแนวโน้มจะลงในนามของพรรคเพื่อไทยหรือไม่ ชัชชาติหัวเราะ ก่อนกล่าวว่า บังเอิญ ตนเองวิ่งทุกเสาร์อาทิตย์อยู่แล้ว และปกติจะวิ่งอยู่ 2 สวนสาธารณะอยู่แล้ว ทั้งสวนเบญจกิตติและสวนลุมพินี แต่ที่สะพานเขียว (สวนเบญจกิตติ) มีปัญหาความสะอาดจึงต้องวิ่งไปตรวจ และบังเอิญเจอยศชนันพอดี

 

ทั้งนี้ ส่วนตัวยังอยากให้ทุกพรรคการเมืองมาออกกำลังกาย เพราะสวนสาธารณะเป็นนโยบายสำคัญ ทำให้ประชาชนมีสุขภาพที่ดีขึ้น ซึ่งยังมองว่าสวนสาธารณะสำคัญไม่น้อยไปกว่าโรงพยาบาล เพราะเหมือนเป็นการป้องกันในเบื้องต้น จึงอยากให้ทุกพรรคการเมืองนำนโยบายนี้ไปผลักดันด้วย ในทุกจังหวัดทุกอำเภอ ควรจะต้องมีสวนสาธารณะที่ดีให้ประชาชนออกกำลังกาย

 

ชัชชาติกล่าวอีกว่า เรื่องนี้ได้พูดคุยกับยศชนันระหว่างวิ่งออกกำลังกาย ซึ่งจะต้องเตรียมโครงสร้างพื้นฐาน เพราะประชาชนไม่มีสวนสาธารณะที่บ้าน จึงต้องออกมาข้างนอกเราต้องพัฒนาทำสวนสาธารณะให้ดี ไม่ว่าจะเป็นทางเดินเท้า และมีต้นไม้มากๆ ทำให้ภูมิทัศน์ดี และให้ประชาชนไม่ต้องเสียค่ารักษาพยาบาล และมีสุขภาพที่ดี

The post ชัชชาติแจงชัด หากลงผู้ว่าฯ กทม. ครั้งหน้า ยังลงในนามอิสระ ปัดสวมเสื้อเพื่อไทย หลังมีภาพวิ่งกับยศชนัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
กทม. ร่วมขับเคลื่อนความร่วมมือสีเขียวไทย–จีน ฉลอง 50 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูต https://thestandard.co/bma-green-thai-china-50th/ Mon, 22 Dec 2025 05:21:01 +0000 https://thestandard.co/?p=1156756 กทม. ร่วมขับเคลื่อนความร่วมมือสีเขียวไทย–จีน ฉลอง 50 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูต

วันนี้ (22 ธันวาคม) ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุ […]

The post กทม. ร่วมขับเคลื่อนความร่วมมือสีเขียวไทย–จีน ฉลอง 50 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูต appeared first on THE STANDARD.

]]>
กทม. ร่วมขับเคลื่อนความร่วมมือสีเขียวไทย–จีน ฉลอง 50 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูต

วันนี้ (22 ธันวาคม) ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานร่วมในพิธีเปิดการประชุมสัมมนา China–Thailand Green Development Symposium ภายใต้หัวข้อ การพัฒนาสีเขียวคุณภาพสูงผ่านนวัตกรรมด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อเฉลิมฉลองโอกาสครบรอบ 50 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–จีน และเสริมสร้างมิตรภาพความร่วมมือด้านสิ่งแวดล้อมให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

 

ชัชชาติ เปิดเผยว่า กรุงเทพมหานครมีความมุ่งมั่นที่จะต่อยอดความร่วมมือกับสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยเฉพาะในด้านการจัดการคุณภาพอากาศและการพัฒนาเมืองสีเขียว โดยหัวใจสำคัญคือการเตรียมลงนามบันทึกความเข้าใจ (MoU) ระหว่าง Bangkok Climate Action Week และ Shanghai Climate Week เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในระดับเมืองและระดับสากล

 

นอกจากนี้ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครยังได้แสดงความขอบคุณสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อมแห่งประเทศจีน (CRAES) สำหรับการสนับสนุนภายใต้ โครงการอากาศสะอาดกรุงเทพฯ (Clean Air Bangkok Project) ซึ่งเป็นต้นแบบการทำงานบูรณาการร่วมกับภาคส่วนต่าง ๆ อาทิ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และเครือข่าย C40 Cities เพื่อแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 อย่างเป็นระบบบนพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์

 

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ เน้นย้ำว่า กทม. พร้อมทำงานร่วมกับ CRAES และพันธมิตรทุกภาคส่วน เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน โดยยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีและสร้างความยั่งยืนให้เกิดขึ้นในภูมิภาค

 

สำหรับการประชุมสัมมนาในครั้งนี้ จัดโดยสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย ร่วมกับสถาบัน CRAES และสมาคมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไทย-จีน (TSAST) โดยได้รับเกียรติจาก จาง เจี้ยนเว่ย เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย, ดร.สี เป้ยโต่ว ประธานสถาบัน CRAES และ ดร.พิชัย สนแจ้ง นายกสมาคมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไทย–จีน เข้าร่วมหารือเพื่อส่งเสริมความร่วมมือทวิภาคีในการเผชิญความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมและสภาพอากาศผ่านนวัตกรรมสมัยใหม่

The post กทม. ร่วมขับเคลื่อนความร่วมมือสีเขียวไทย–จีน ฉลอง 50 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูต appeared first on THE STANDARD.

]]>
กทม. ผนึกกำลังภาคีเครือข่าย เปิดตัวหลักสูตรอย่าปล่อยให้เด็กอ้วน ตั้งเป้าขยายผลครบ 437 โรงเรียนภายในปี 70 https://thestandard.co/bma-obesity-course-schools/ Thu, 11 Dec 2025 09:14:25 +0000 https://thestandard.co/?p=1153583 กทม. ผนึกกำลังภาคีเครือข่าย เปิดตัวหลักสูตรอย่าปล่อยให้เด็กอ้วน ตั้งเป้าขยายผลครบ 437 โรงเรียนภายในปี 70

วันนี้ (11 ธันวาคม) ที่ โรงแรมอีสติน แกรนด์ พญาไท ชัชชา […]

The post กทม. ผนึกกำลังภาคีเครือข่าย เปิดตัวหลักสูตรอย่าปล่อยให้เด็กอ้วน ตั้งเป้าขยายผลครบ 437 โรงเรียนภายในปี 70 appeared first on THE STANDARD.

]]>
กทม. ผนึกกำลังภาคีเครือข่าย เปิดตัวหลักสูตรอย่าปล่อยให้เด็กอ้วน ตั้งเป้าขยายผลครบ 437 โรงเรียนภายในปี 70

วันนี้ (11 ธันวาคม) ที่ โรงแรมอีสติน แกรนด์ พญาไท ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานในพิธีส่งมอบหลักสูตรและอบรมบุคลากรโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง กทม., สถานเอกอัครราชทูตเดนมาร์กประจำประเทศไทย และบริษัท โนโว นอร์ดิสค์ ฟาร์มา (ประเทศไทย) จำกัด พร้อมด้วยภาคีเครือข่าย อาทิ สสส. และ Nudge Thailand

 

ชัชชาติ กล่าวเน้นย้ำถึงความสำคัญของโครงการนี้ว่า โรคอ้วนในเด็กถือเป็นวาระสำคัญของยุคปัจจุบัน โดยข้อมูลชี้ว่าผู้ใหญ่ในกรุงเทพฯ เป็นโรคอ้วนถึง 50% และในเด็กน่าจะเกินกว่า 20% ซึ่งเด็กเหล่านี้คือทรัพยากรสำคัญที่จะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพในอนาคต

 

“การแก้ปัญหาเรื่องน้ำหนักเด็ก ไม่สามารถใช้กฎระเบียบไปบังคับได้ แต่ต้องเริ่มจากการสร้างพฤติกรรมที่ดี โดย ‘ครู’ มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการเป็นต้นแบบ (Role Model) ดูแลสุขภาพไปพร้อมกับเด็กๆ หัวใจสำคัญคือต้องทำให้เกิดผลสัมฤทธิ์จริง โดย กทม. จะมีการติดตามประเมินผลตัวเลขก่อนและหลังการใช้หลักสูตรอย่างต่อเนื่อง” ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กล่าว

 

หลักสูตรอย่าปล่อยให้เด็กอ้วน พัฒนาขึ้นโดยความร่วมมือของสำนักการศึกษา, Nudge Thailand และ สสส. เพื่อสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ด้านสุขภาพ (SDG 3) โดยมีแผนการดำเนินงานดังนี้:

 

ระยะที่ 1 (นำร่อง): ทดลองใช้ในโรงเรียนสังกัด กทม. แบ่งเป็น

  • กลุ่มทดลอง: 21 โรงเรียน
  • กลุ่มควบคุม: 19 โรงเรียน

 

ระยะที่ 2 (ขยายผล): ตั้งเป้าขยายผลสู่โรงเรียนในสังกัด กทม. ให้ครบทั้ง 437 โรงเรียน ภายในปีงบประมาณ พ.ศ. 2570

 

ทั้งนี้ ภายในงานได้รับเกียรติจาก ศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าฯ กทม., พญ.เลิศลักษณ์ ลีลาเรืองแสง รองปลัด กทม., ผู้บริหารจาก บริษัท โนโว นอร์ดิสค์ ฟาร์มาฯ, ผู้แทนจาก สสส. และผู้บริหารสถานศึกษาเข้าร่วมงาน เพื่อร่วมกันผลักดันกรุงเทพฯ สู่การเป็นเมืองแห่งสุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืน

The post กทม. ผนึกกำลังภาคีเครือข่าย เปิดตัวหลักสูตรอย่าปล่อยให้เด็กอ้วน ตั้งเป้าขยายผลครบ 437 โรงเรียนภายในปี 70 appeared first on THE STANDARD.

]]>
โพลชี้ผลงานชัชชาติ 3 ปีครึ่ง “ค่อนข้างดี” ทุกด้าน ยกเว้นปัญหาปากท้องยังไม่ค่อยดี https://thestandard.co/nida-poll-chatchart-3-5-years-bkk/ Sun, 07 Dec 2025 07:54:03 +0000 https://thestandard.co/?p=1152071 โพลชี้ผลงานชัชชาติ 3 ปีครึ่ง “ค่อนข้างดี” ทุกด้าน ยกเว้นปัญหาปากท้องยังไม่ค่อยดี

วันนี้ (7 ธันวาคม) ศูนย์สำรวจความคิดเห็น นิด้าโพล สถาบั […]

The post โพลชี้ผลงานชัชชาติ 3 ปีครึ่ง “ค่อนข้างดี” ทุกด้าน ยกเว้นปัญหาปากท้องยังไม่ค่อยดี appeared first on THE STANDARD.

]]>
โพลชี้ผลงานชัชชาติ 3 ปีครึ่ง “ค่อนข้างดี” ทุกด้าน ยกเว้นปัญหาปากท้องยังไม่ค่อยดี

วันนี้ (7 ธันวาคม) ศูนย์สำรวจความคิดเห็น นิด้าโพล สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจหัวข้อ ‘3 ปีครึ่ง ผู้ว่าฯ ชัชชาติ’ ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 25 พฤศจิกายน – 2 ธันวาคม 2568 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป และมีสิทธิเลือกตั้งใน กรุงเทพมหานคร ครอบคลุมพื้นที่ทั้ง 50 เขต กระจายทุกระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ รวมจำนวนทั้งสิ้น 2,000 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับการทำงานในรอบ 3 ปีครึ่ง ของ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

 

ด้านการเพิ่มพื้นที่สีเขียว สวนสาธารณะ อยู่ที่ 38.75% ระบุว่า ค่อนข้างดี รองลงมา อยู่ที่ 37.20% ระบุว่า ดีมาก อยู่ที่ 14.15% ระบุว่า ไม่ค่อยดี อยู่ที่ 5.25% ระบุว่า ไม่ดีเลย และอยู่ที่ 4.65% ระบุว่า ไม่มีข้อมูล

 

การปรับปรุงและจัดระเบียบทางเท้า เช่น หาบเร่ แผงลอย การจอดยานพาหนะหรือตั้งร้านบนทางเท้า อยู่ที่ 40.70% ระบุว่า ค่อนข้างดี รองลงมา อยู่ที่ 36.70% ระบุว่า ดีมาก อยู่ที่ 14.80% ระบุว่า ไม่ค่อยดี อยู่ที่ 6.20% ระบุว่า ไม่ดีเลย และอยู่ที่ 1.60% ระบุว่า ไม่มีข้อมูล

 

การแก้ไขปัญหาความสะอาด ขยะ ฝุ่นละออง น้ำเสีย อยู่ที่ 40.80% ระบุว่า ค่อนข้างดี รองลงมา อยู่ที่ 32.60% ระบุว่า ดีมาก อยู่ที่ 19.25% ระบุว่า ไม่ค่อยดี อยู่ที่ 6.40% ระบุว่า ไม่ดีเลย และอยู่ที่ 0.95% ระบุว่า ไม่มีข้อมูล

 

การปรับปรุงทัศนียภาพ ถนน ตรอก ซอย อยู่ที่ 40.85% ระบุว่า ค่อนข้างดี รองลงมา อยู่ที่ 32.20% ระบุว่า ดีมาก อยู่ที่ 18.45% ระบุว่า ไม่ค่อยดี อยู่ที่ 6.40% ระบุว่า ไม่ดีเลย และอยู่ที่ 2.10% ระบุว่า ไม่มีข้อมูล

 

การป้องกันอาชญากรรม และสร้างความปลอดภัย ในชีวิตและทรัพย์สิน เช่น การติดไฟส่องสว่าง กล้องวงจรปิด ระบบรักษาความปลอดภัย ตัวอย่าง อยู่ที่ 39.15% ระบุว่า ค่อนข้างดี รองลงมา อยู่ที่ 32.15% ระบุว่า ดีมาก อยู่ที่ 18.35% ระบุว่า ไม่ค่อยดี อยู่ที่ 6.90% ระบุว่า ไม่ดีเลย และอยู่ที่ 3.45% ระบุว่า ไม่มีข้อมูล

 

การสนับสนุนการกีฬา อยู่ที่ 37.75% ระบุว่า ค่อนข้างดี รองลงมา อยู่ที่ 28.55% ระบุว่า ดีมาก อยู่ที่ 15.75% ระบุว่า ไม่ค่อยดี อยู่ที่ 11.85% ระบุว่า ไม่มีข้อมูล และอยู่ที่ 6.10% ระบุว่า ไม่ดีเลย

 

การส่งเสริมการท่องเที่ยวใน กทม. อยู่ที่ 39.50% ระบุว่า ค่อนข้างดี รองลงมา อยู่ที่ 28.00% ระบุว่า ดีมาก อยู่ที่ 16.55% ระบุว่า ไม่ค่อยดี อยู่ที่ 9.50% ระบุว่า ไม่มีข้อมูล และอยู่ที่ 6.45% ระบุว่า ไม่ดีเลย

 

การแก้ไขปัญหาน้ำท่วม อยู่ที่ 40.20% ระบุว่า ค่อนข้างดี รองลงมา อยู่ที่ 23.90% ระบุว่า ดีมาก อยู่ที่ 21.65% ระบุว่า ไม่ค่อยดี อยู่ที่ 10.80% ระบุว่า ไม่ดีเลย และอยู่ที่ 3.45% ระบุว่า ไม่มีข้อมูล

 

การปรับปรุงการให้บริการในหน่วยงานของ กทม. อยู่ที่ 40.25% ระบุว่า ค่อนข้างดี รองลงมา อยู่ที่ 21.95% ระบุว่า ดีมาก อยู่ที่ 18.80% ระบุว่า ไม่ค่อยดี อยู่ที่ 10.35% ระบุว่า ไม่ดีเลย และอยู่ที่ 8.65% ระบุว่า ไม่มีข้อมูล

 

การพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะ เช่น รถไฟฟ้า เรือ อยู่ที่ 40.10% ระบุว่า ค่อนข้างดี รองลงมา อยู่ที่ 21.80% ระบุว่า ดีมาก อยู่ที่ 17.15% ระบุว่า ไม่ค่อยดี อยู่ที่ 15.00% ระบุว่า ไม่มีข้อมูล และอยู่ที่ 5.95% ระบุว่า ไม่ดีเลย

 

การแก้ไขปัญหาสุขภาพ/สาธารณสุข อยู่ที่ 38.60% ระบุว่า ค่อนข้างดี รองลงมา อยู่ที่ 22.60% ระบุว่า ไม่ค่อยดี อยู่ที่ 20.95% ระบุว่า ดีมาก อยู่ที่ 9.85% ระบุว่า ไม่มีข้อมูล และอยู่ที่ 8.00% ระบุว่า ไม่ดีเลย

 

การจัดระเบียบการชุมนุม อยู่ที่ 40.25% ระบุว่า ค่อนข้างดี รองลงมา อยู่ที่ 20.60% ระบุว่า ดีมาก อยู่ที่ 16.95% ระบุว่า ไม่มีข้อมูล อยู่ที่ 16.40% ระบุว่า ไม่ค่อยดี และอยู่ที่ 5.80% ระบุว่า ไม่ดีเลย

 

การจัดระเบียบ คนเร่ร่อน คนจรจัด ขอทาน อยู่ที่ 38.80% ระบุว่า ค่อนข้างดี รองลงมา อยู่ที่ 23.65% ระบุว่า ไม่ค่อยดี อยู่ที่ 20.35% ระบุว่า ดีมาก อยู่ที่ 11.00% ระบุว่า ไม่ดีเลย และอยู่ที่ 6.20% ระบุว่า ไม่มีข้อมูล

 

การแก้ไขปัญหาจราจรและรถติด อยู่ที่ 41.40% ระบุว่า ค่อนข้างดี รองลงมา อยู่ที่ 26.60% ระบุว่า ไม่ค่อยดี อยู่ที่ 16.95% ระบุว่า ดีมาก อยู่ที่ 11.25% ระบุว่า ไม่ดีเลย และอยู่ที่ 3.80% ระบุว่า ไม่มีข้อมูล

 

การพัฒนาการศึกษา แก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชน อยู่ที่ 37.50% ระบุว่า ค่อนข้างดี รองลงมา อยู่ที่ 20.60% ระบุว่า ไม่ค่อยดี อยู่ที่ 16.80% ระบุว่า ไม่มีข้อมูล อยู่ที่ 16.60% ระบุว่า ดีมาก และอยู่ที่ 8.50% ระบุว่า ไม่ดีเลย

 

การแก้ไขปัญหาทุจริตคอร์รัปชันในหน่วยงานของ กทม. อยู่ที่ 25.05% ระบุว่า ค่อนข้างดี รองลงมา อยู่ที่ 23.50% ระบุว่า ไม่ค่อยดี อยู่ที่ 22.95% ระบุว่า ไม่ดีเลย อยู่ที่ 16.25% ระบุว่า ไม่มีข้อมูล และอยู่ที่ 12.25% ระบุว่า ดีมาก

 

การแก้ไขปัญหาค่าครองชีพ/ปากท้อง อยู่ที่ 33.40% ระบุว่า ไม่ค่อยดี รองลงมา อยู่ที่ 28.05% ระบุว่า ค่อนข้างดี อยู่ที่ 20.20% ระบุว่า ไม่ดีเลย อยู่ที่ 9.95% ระบุว่า ไม่มีข้อมูล และอยู่ที่ 8.40% ระบุว่า ดีมาก

 

ท้ายที่สุดเมื่อถามถึงความพึงพอใจของคนกรุงเทพมหานครต่อการทำงานในรอบ 3 ปีครึ่งของผู้ว่าฯ กทม. พบว่า อยู่ที่ 46.55% ระบุว่า ค่อนข้างพอใจ รองลงมา อยู่ที่ 31.85% ระบุว่า พอใจมาก อยู่ที่ 14.70% ระบุว่า ไม่ค่อยพอใจ อยู่ที่ 6.70% ระบุว่า ไม่พอใจเลย และอยู่ที่ 0.20% ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

 

การสำรวจอาศัยการสุ่มตัวอย่างโดยใช้ความน่าจะ เป็นจากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลัก (Master Sample) ของ “นิด้าโพล” สุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน (Multi-stage Sampling) เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ โดยกำหนดค่า ความคลาดเคลื่อนไม่เกิน 0.05 ที่ระดับความเชื่อมั่นอยู่ที่ 97.0

The post โพลชี้ผลงานชัชชาติ 3 ปีครึ่ง “ค่อนข้างดี” ทุกด้าน ยกเว้นปัญหาปากท้องยังไม่ค่อยดี appeared first on THE STANDARD.

]]>
กทม. เผยผลตรวจสุขภาพ พบคนเมือง ‘ไขมันในเลือดสูง-ความดันโลหิตสูง’ ทะลุแสน ชี้วัยรุ่นเสี่ยงซึมเศร้าสูงสุด https://thestandard.co/bangkok-high-pressure-cholesterol-youth-depression/ Thu, 04 Dec 2025 05:35:54 +0000 https://thestandard.co/?p=1151278 กทม. เผย ผลตรวจสุขภาพ พบ คนเมือง ไขมันในเลือดสูง-ความดันโลหิตสูง ทะลุ แสน ชี้ วัยรุ่น เสี่ยง ซึมเศร้า สูงสุด

วันนี้ (4 ธันวาคม) ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุง […]

The post กทม. เผยผลตรวจสุขภาพ พบคนเมือง ‘ไขมันในเลือดสูง-ความดันโลหิตสูง’ ทะลุแสน ชี้วัยรุ่นเสี่ยงซึมเศร้าสูงสุด appeared first on THE STANDARD.

]]>
กทม. เผย ผลตรวจสุขภาพ พบ คนเมือง ไขมันในเลือดสูง-ความดันโลหิตสูง ทะลุ แสน ชี้ วัยรุ่น เสี่ยง ซึมเศร้า สูงสุด

วันนี้ (4 ธันวาคม) ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เป็นประธานการประชุมหัวหน้าหน่วยงานของกรุงเทพมหานคร ครั้งที่ 12/2568 โดยมี ณรงค์ เรืองศรี ปลัด กทม. และผู้บริหาร กทม. ร่วมประชุม ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เสาชิงช้า เขตพระนคร

 

สำนักการแพทย์ได้รายงานผลการดำเนินโครงการตรวจสุขภาพ 1 ล้านคน และกิจกรรมวิ่งล้อมเมือง ดังนี้

 

โครงการตรวจสุขภาพ 1 ล้านคน ที่ดำเนินการมาเกือบ 2 ปี มีประชาชนเข้ารับบริการตรวจสุขภาพรวมแล้วทั้งสิ้น 886,709 ราย (ข้อมูล ณ 30 พฤศจิกายน 2568) โดยให้บริการตรวจสุขภาพที่ได้มากกว่าการคัดกรองความเสี่ยง อาทิ ตรวจโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิต ตรวจวัดระดับไขมันในเลือด ตรวจการทำงานของไต จากการเจาะเลือด ตรวจโรคหัวใจ เอ็กซเรย์ปอด ประเมินความเครียด ภาวะซึมเศร้า เป็นต้น

 

จากผลการตรวจสุขภาพพบว่าปัญหาสุขภาพหลักของคนเมือง คือ โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) 3 อันดับแรก คือ โรคไขมันในเลือดสูง 184,256 คน น้ำตาลในเลือดสูง 52,379 คน โรคความดันโลหิตสูง 242,785 คน

 

นอกจากนี้ พบแนวโน้มที่น่ากังวลด้านสุขภาพ โดยเฉพาะประชาชนที่มีภาวะน้ำหนักเกินถึง 476,581 คน และมีความเสี่ยงโรคซึมเศร้า 84,132 คน และปัญหาเกี่ยวกับระดับความเครียด จากการจำแนกตามช่วงวัย พบว่า วัยรุ่น/วัยเริ่มต้นทำงาน (15-34 ปี) เป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงด้านสุขภาพจิตสูงสุด

 

กทม. จึงต้องดำเนินนโยบายให้สอดคล้องกับปัญหาที่พบ โดยนโยบายสุขภาพจิต ได้มีการขยายช่องทางการให้คำปรึกษาสำหรับกลุ่มเยาวชน ขณะเดียวกันจะเน้นส่งเสริม การปรับพฤติกรรม ด้านโภชนาการและการออกกำลังกายในวัยกลางคนที่มีภาวะไขมันในเลือดสูงและภาวะน้ำหนักเกิน และใช้หน่วยบริการปฐมภูมิ เป็นกลไกหลักในการคัดกรองและจัดการโรคเรื้อรังในผู้สูงอายุอย่างต่อเนื่อง

 

ด้านกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพ ‘วิ่งล้อมเมือง’ ซึ่งจัดขึ้นฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย ประสบความสำเร็จอย่างสูง โดยจัดไปแล้ว 27 ครั้ง ใน 36 เขต ตั้งแต่วันที่ 2 มีนาคม-15 พฤศจิกายน 68 มีประชาชนร่วมวิ่งรวม 51,264 คน

 

“กิจกรรมวิ่งล้อมเมืองถือเป็นกิจกรรมที่ดี แต่ขอให้อย่าไปรบกวนภาคเอกชนหรือให้ต้องสนับสนุนในรูปแบบใด ๆ ควรเกิดขึ้นด้วยใจ เพราะการวิ่งมีเพียงแค่รองเท้า 1 คู่ และชุดที่พร้อมก็สามารถวิ่งได้” ชัชชาติกล่าว

 

ด้าน ต่อศักดิ์ โชติมงคล ประธานที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวย้ำว่า หลังดำเนินโครงการตรวจสุขภาพ 1 ล้านคนแล้ว ต้องเอาผลมาวางแผนในการวางระบบสาธารณสุข ในโรคต่างๆ ที่จะเกิดขึ้น พร้อมทั้งติดตามและวิเคราะห์ว่าเราควรจะต้องดำเนินการอย่างไรต่อไป

The post กทม. เผยผลตรวจสุขภาพ พบคนเมือง ‘ไขมันในเลือดสูง-ความดันโลหิตสูง’ ทะลุแสน ชี้วัยรุ่นเสี่ยงซึมเศร้าสูงสุด appeared first on THE STANDARD.

]]>