ชวน หลีกภัย Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/ชวน-หลีกภัย/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Thu, 08 Oct 2026 19:20:45 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.11 รวมตำนานการเมืองไทย ‘กาลครั้งหนึ่ง ณ บ้านฟ้า’ คืนสู่เหย้า 80 ปี ประชาธิปัตย์ https://thestandard.co/democrat-party-80th-anniversary-reunion/ Thu, 08 Oct 2026 19:20:45 +0000 https://thestandard.co/democrat-party-80th-anniversary-reunion/ อดีตและปัจจุบันสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ร่วมงานคืนสู่เหย้า ‘กาลครั้งหนึ่ง ณ บ้านฟ้า’ ฉลอง 80 ปี

พรรคประชาธิปัตย์จัดงาน ‘กาลครั้งหนึ่ง ณ บ้านฟ้า’ เนื่อง […]

The post รวมตำนานการเมืองไทย ‘กาลครั้งหนึ่ง ณ บ้านฟ้า’ คืนสู่เหย้า 80 ปี ประชาธิปัตย์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
อดีตและปัจจุบันสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ร่วมงานคืนสู่เหย้า ‘กาลครั้งหนึ่ง ณ บ้านฟ้า’ ฉลอง 80 ปี

พรรคประชาธิปัตย์จัดงาน ‘กาลครั้งหนึ่ง ณ บ้านฟ้า’ เนื่องในโอกาสครบรอบ 80 ปีของการก่อตั้งพรรค ซึ่งถือเป็นพรรคการเมืองที่มีประวัติศาสตร์และมีอายุยาวนานที่สุดในประเทศไทย โดยรูปแบบงานเป็นคืนสู่เหย้าเพื่อพบปะกันของอดีตสมาชิกพรรค

 

บรรยากาศภายในงานมีอดีตแกนนำพรรคและอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) เดินทางมาร่วมงานอย่างคับคั่ง บุคคลสำคัญทางการเมืองที่มาร่วมงาน อาทิ สุเทพ เทือกสุบรรณ, คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช ประธานที่ปรึกษาพรรคไทยก้าวใหม่, วันมูหะมัดนอร์ มะทา ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี, พิจิตต รัตตกุล อดีตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร, ประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ อดีตเลขาธิการพรรค, จาตุรนต์ ฉายแสง สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย, พนิต วิกิตเศรษฐ์ อดีต สส. กทม. และอดีตรองผู้ว่าฯ กทม., เทพไท เสนพงศ์, ชุมพล จุลใส, ถาวร เสนเนียม, ชินวรณ์ บุณยเกียรติ, สาวิตต์ โพธิวิหค, ยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา และ คุณหญิงสุพัตรา มาศดิตถ์

 

นอกจากนี้ ยังมีอดีตสมาชิกพรรคที่ปัจจุบันย้ายไปสังกัดพรรคการเมืองอื่นเดินทางมาร่วมงานด้วย เช่น ยุพราช บัวอินทร์ สส. เพชรบูรณ์ พรรคภูมิใจไทย ซึ่งได้ออกมาปฏิเสธกระแสข่าวที่ว่าพรรคภูมิใจไทยสั่งห้ามไม่ให้มาร่วมงาน โดยระบุว่า อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส. แบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้โทรศัพท์มาเชิญชวนด้วยตนเอง และคาดว่าจะมีอดีต สส. ของพรรคทยอยมาร่วมงานเพิ่มเติม

 

ภายในงานมีการจัดนิทรรศการบอกเล่าประวัติศาสตร์การเมืองในแต่ละช่วงเวลา และเปิดโอกาสให้ผู้ร่วมงานเขียนข้อความรำลึกความหลัง โดย อภิสิทธิ์ ได้เขียนข้อความระบุว่า ‘เคียงข้างประชาชน เคียงข้างประชาธิปไตย ในวัย 100’ ขณะที่ ชวน หลีกภัย สส. แบบบัญชีรายชื่อ อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เขียนข้อความสั้นๆ ว่า ‘การเมืองสุจริต’

 

จากนั้น ชวน หลีกภัย ได้ขึ้นกล่าวทักทายผู้ร่วมงาน โดยระบุว่า ระยะเวลา 80 ปีถือเป็นช่วงเวลาที่ยาวนาน พร้อมรำลึกถึงเหตุการณ์เมื่อ 50 ปีก่อน ในวันที่ 8 ตุลาคม ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ตนต้องอยู่ในภาวะยากลำบาก ต้องย้ายที่อยู่ไปมา และสมาชิกพรรคเดิมหลายคนก็กระจัดกระจายไปอยู่พรรคใหม่

 

ชวนเน้นย้ำว่า อุดมการณ์ของพรรคประชาธิปัตย์พิสูจน์ให้เห็นว่าพรรคอยู่ได้ด้วยความจริง แม้บ้านเมืองและผู้คนจะเปลี่ยนไป แต่แนวทางการบริหารงานและอุดมการณ์ของพรรคไม่เคยเปลี่ยนแปลง พรรคการเมืองที่แท้จริงต้องมีความพร้อมในการทำหน้าที่ทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน โดยเฉพาะการเป็นฝ่ายค้าน หากพรรคไม่มีความสุจริตเป็นที่ตั้ง ก็ไม่สามารถไปตรวจสอบการทุจริตหรืออภิปรายบุคคลอื่นได้ เพราะจะถูกย้อนแย้งกลับมา

 

“นี่คือจุดแข็งที่พรรคสะสมมาตลอด 80 ปี และเป็นสิ่งที่ผมภาคภูมิใจที่สุด ผมเชื่อเรื่องความสุจริต ต่อให้ชนะเพียง 1 คะแนน แต่หากได้มาด้วยการโกง ผมก็ไม่เอา” ชวนกล่าว

 

อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ยังยกตัวอย่างถึงจุดยืนในอดีตว่า พรรคยึดมั่นในหลักการที่ว่าพรรคการเมืองที่รวบรวมเสียงได้เป็นอันดับหนึ่งควรได้เป็นรัฐบาลและเป็นนายกรัฐมนตรี ดังเช่นในอดีตที่พรรคประชาธิปัตย์พ่ายแพ้ให้กับพรรคความหวังใหม่ แม้ในขณะนั้นจะสามารถรวบรวมเสียงได้มากกว่า แต่ก็ยอมรับให้ พล.อ. ชวลิต ยงใจยุทธ ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีตามความชอบธรรม

 

ในช่วงท้าย ชวนกล่าวต้อนรับผู้ร่วมงานทุกคนกลับสู่บ้านเดิม โดยระบุว่าแม้หลายคนจะแยกย้ายไปสังกัดพรรคใหม่หรือบางคนยังคงอยู่ที่เดิม แต่ความเป็นลูกบ้านเดียวกันก็ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง

 

อดีตและปัจจุบันสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ร่วมงานคืนสู่เหย้า ‘กาลครั้งหนึ่ง ณ บ้านฟ้า’ ฉลอง 80 ปี 1อดีตและปัจจุบันสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ร่วมงานคืนสู่เหย้า ‘กาลครั้งหนึ่ง ณ บ้านฟ้า’ ฉลอง 80 ปี 2อดีตและปัจจุบันสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ร่วมงานคืนสู่เหย้า ‘กาลครั้งหนึ่ง ณ บ้านฟ้า’ ฉลอง 80 ปี 3อดีตและปัจจุบันสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ร่วมงานคืนสู่เหย้า ‘กาลครั้งหนึ่ง ณ บ้านฟ้า’ ฉลอง 80 ปี 4อดีตและปัจจุบันสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ร่วมงานคืนสู่เหย้า ‘กาลครั้งหนึ่ง ณ บ้านฟ้า’ ฉลอง 80 ปี 5อดีตและปัจจุบันสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ร่วมงานคืนสู่เหย้า ‘กาลครั้งหนึ่ง ณ บ้านฟ้า’ ฉลอง 80 ปี 6อดีตและปัจจุบันสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ร่วมงานคืนสู่เหย้า ‘กาลครั้งหนึ่ง ณ บ้านฟ้า’ ฉลอง 80 ปี 7อดีตและปัจจุบันสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ร่วมงานคืนสู่เหย้า ‘กาลครั้งหนึ่ง ณ บ้านฟ้า’ ฉลอง 80 ปี 8อดีตและปัจจุบันสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ร่วมงานคืนสู่เหย้า ‘กาลครั้งหนึ่ง ณ บ้านฟ้า’ ฉลอง 80 ปี 9อดีตและปัจจุบันสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ร่วมงานคืนสู่เหย้า ‘กาลครั้งหนึ่ง ณ บ้านฟ้า’ ฉลอง 80 ปี 10อดีตและปัจจุบันสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ร่วมงานคืนสู่เหย้า ‘กาลครั้งหนึ่ง ณ บ้านฟ้า’ ฉลอง 80 ปี 11อดีตและปัจจุบันสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ร่วมงานคืนสู่เหย้า ‘กาลครั้งหนึ่ง ณ บ้านฟ้า’ ฉลอง 80 ปี 12อดีตและปัจจุบันสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ร่วมงานคืนสู่เหย้า ‘กาลครั้งหนึ่ง ณ บ้านฟ้า’ ฉลอง 80 ปี 13อดีตและปัจจุบันสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ร่วมงานคืนสู่เหย้า ‘กาลครั้งหนึ่ง ณ บ้านฟ้า’ ฉลอง 80 ปี 14

The post รวมตำนานการเมืองไทย ‘กาลครั้งหนึ่ง ณ บ้านฟ้า’ คืนสู่เหย้า 80 ปี ประชาธิปัตย์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
2 อดีตนายกฯ ประชาธิปัตย์ลงพื้นที่น้ำท่วม ‘แฮปปี้แลนด์-ลาดพร้าว 101’ มอบถุงยังชีพช่วยผู้ประสบภัย ชาวบ้านเผยเป็นกลุ่มแรกที่เข้าถึง https://thestandard.co/abhisit-chuan-flood-ladprao-relief/ Tue, 29 Sep 2026 10:26:18 +0000 https://thestandard.co/?p=1261520 อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และ ชวน หลีกภัย อดีตนายกฯ พรรคประชาธิปัตย์ ลงพื้นที่มอบถุงยังชีพช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมลาดพร้าว 101

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และ ชวน หลีกภัย สองอดีตนายกรัฐมนตรี […]

The post 2 อดีตนายกฯ ประชาธิปัตย์ลงพื้นที่น้ำท่วม ‘แฮปปี้แลนด์-ลาดพร้าว 101’ มอบถุงยังชีพช่วยผู้ประสบภัย ชาวบ้านเผยเป็นกลุ่มแรกที่เข้าถึง appeared first on THE STANDARD.

]]>
อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และ ชวน หลีกภัย อดีตนายกฯ พรรคประชาธิปัตย์ ลงพื้นที่มอบถุงยังชีพช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมลาดพร้าว 101

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และ ชวน หลีกภัย สองอดีตนายกรัฐมนตรีจากพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมแกนนำพรรค ลงพื้นที่ส่งมอบถุงยังชีพให้ประชาชนที่ประสบอุทกภัยในซอยลาดพร้าว 101 แฮปปี้แลนด์ และหมู่บ้านสินธร เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร โดยต้องปรับแผนใช้รถกระบะลำเลียงสิ่งของเข้าซอยลึก ขณะที่ประชาชนผู้ประสบภัยระบุว่าเป็นกลุ่มแรกที่สามารถเข้าถึงพื้นที่ด้านในได้

ดูภาพข่าว 

วันนี้ (29 กันยายน) เวลา 15.00 น. อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส. แบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และ ชวน หลีกภัย สส. แบบบัญชีรายชื่อ อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย ชัยชนะ เดชเดโช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ตลอดจนอดีตผู้สมัคร สส. ของพรรค และคณะทำงาน เดินทางไปเยี่ยมเยียนและให้กำลังใจประชาชนผู้ประสบอุทกภัย ณ ศูนย์พักพิงชั่วคราว วิทยาลัยศิลปหัตถกรรมกรุงเทพ เขตบางกะปิ

 

จากนั้น คณะได้เดินทางต่อไปยังซอยลาดพร้าว 101 แฮปปี้แลนด์ และหมู่บ้านสินธร ซึ่งจากการลงพื้นที่พบว่าเส้นทางดังกล่าวมีลักษณะเป็นซอยลึกและการสัญจรเป็นไปด้วยความยากลำบาก รถบรรทุกขนาดใหญ่ไม่สามารถผ่านเข้าไปได้

 

ทางทีมงานจึงต้องปรับแผนด้วยการถ่ายโอนสิ่งของลงรถกระบะ เพื่อลำเลียงถุงยังชีพเข้าไปให้ถึงพื้นที่ท้ายซอยและช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทั่วถึง ทั้งนี้ อภิสิทธิ์ได้กล่าวขออภัยประชาชนที่ไม่สามารถนำถุงยังชีพเข้ามาได้ในปริมาณที่มากกว่านี้ เนื่องจากมีข้อจำกัดด้านการเดินทาง

 

บรรยากาศการลงพื้นมีประชาชนให้การต้อนรับและขอถ่ายภาพร่วมกับอดีตนายกรัฐมนตรีของพรรคประชาธิปัตย์ทั้งสองคน ขณะที่ประชาชนอีกส่วนหนึ่งเปิดเผยว่า นับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์น้ำท่วมขัง ยังไม่มีหน่วยงานใดเดินทางเข้ามาถึงพื้นที่ด้านใน การลงพื้นที่และเข้าช่วยเหลือของพรรคประชาธิปัตย์ในครั้งนี้จึงถือเป็นกลุ่มแรกที่เข้าถึง

 

 

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และ ชวน หลีกภัย อดีตนายกฯ พรรคประชาธิปัตย์ ลงพื้นที่มอบถุงยังชีพช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมลาดพร้าว 101 1อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และ ชวน หลีกภัย อดีตนายกฯ พรรคประชาธิปัตย์ ลงพื้นที่มอบถุงยังชีพช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมลาดพร้าว 101 2อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และ ชวน หลีกภัย อดีตนายกฯ พรรคประชาธิปัตย์ ลงพื้นที่มอบถุงยังชีพช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมลาดพร้าว 101 3อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และ ชวน หลีกภัย อดีตนายกฯ พรรคประชาธิปัตย์ ลงพื้นที่มอบถุงยังชีพช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมลาดพร้าว 101 4อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และ ชวน หลีกภัย อดีตนายกฯ พรรคประชาธิปัตย์ ลงพื้นที่มอบถุงยังชีพช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมลาดพร้าว 101 5

The post 2 อดีตนายกฯ ประชาธิปัตย์ลงพื้นที่น้ำท่วม ‘แฮปปี้แลนด์-ลาดพร้าว 101’ มอบถุงยังชีพช่วยผู้ประสบภัย ชาวบ้านเผยเป็นกลุ่มแรกที่เข้าถึง appeared first on THE STANDARD.

]]>
อภิสิทธิ์-ชวน วิจารณ์ กกต. ขาดความสุจริตเที่ยงธรรมปล่อยให้เกิดการโกง สว. ยอมการเมืองแทรกแซง https://thestandard.co/abhisit-chuan-ec-senate-fraud/ Wed, 16 Sep 2026 11:44:10 +0000 https://thestandard.co/?p=1255979 อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และ ชวน หลีกภัย อภิปรายในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร

ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วาระพิจารณารายงานผลการปฏิบัติ […]

The post อภิสิทธิ์-ชวน วิจารณ์ กกต. ขาดความสุจริตเที่ยงธรรมปล่อยให้เกิดการโกง สว. ยอมการเมืองแทรกแซง appeared first on THE STANDARD.

]]>
อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และ ชวน หลีกภัย อภิปรายในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร

ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วาระพิจารณารายงานผลการปฏิบัติงานของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส. แบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายเป็นคนสุดท้ายของพรรคร่วมฝ่ายค้าน โดยระบุว่า กกต. ต้องเป็นอิสระเพื่อผดุงรักษาระบอบประชาธิปไตยไม่ให้มีการบิดเบือนเจตนารมณ์ของประชาชนที่เลือกตัวแทนมาทำงาน

 

อภิสิทธิ์กล่าวด้วยว่า สิ่งที่วิพากษ์วิจารณ์นั้นไม่อยากให้เจ้าหน้าที่ กกต. ทราบว่าทุกองค์กรมีคนดีที่ตั้งใจทำงาน แต่ก็มีหลายคนที่ทำหน้าที่แล้วองค์กรเสียหาย พร้อมท้าให้ถามประชาชนที่ไหนก็ได้ ว่ามีใครที่ไหนเชื่อบ้างว่าการเลือก สว. เมื่อปี 2567 และการเลือกตั้ง สส. ที่เตรียมการตั้งแต่ปี 2568 มีความสุจริตเที่ยงธรรม บางคนที่อยากเป็นนักการเมืองก็บอกว่าไม่ไหว เพราะไม่สามารถทำสิ่งผิดกฎหมายได้

 

อภิสิทธิ์ระบุถึงการเตรียมการเลือก สว. ปี 2567 ของ กกต. ว่า ตามคำวินิจฉัยของศาลฎีกาเคยมีแนวทางแล้วว่าเพียงการแลกคะแนนกันก็ผิดแล้ว ถือว่าเป็นการเอาเปรียบผู้สมัครอื่น แต่การเลือก สว. ครั้งนี้ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อป้องกันการฮั้วอีก อย่างกรณีว่าหากผลการเลือกมี 0 คะแนนมาก ให้สันนิษฐานเลยว่าเกิดการสมยอม เพราะสะท้อนว่าไม่ได้ตั้งใจมาสมัครจริง แต่เข้ามาเพื่อเลือกผู้อื่น

 

รวมถึงระเบียบหลักเกณฑ์ว่าใครมีคุณสมบัติจะสมัครกลุ่มไหนก็ไม่รัดกุม จนเปิดโอกาสให้มีขบวนการฮั้วกันในระดับประเทศ อีกทั้งระบบการเลือกกันเองในกลุ่มรอบเช้า และเลือกไขว้ในช่วงบ่าย เหตุใดจึงไม่มีการเปลี่ยนหมายเลขประจำตัวผู้สมัคร เพราะเมื่อใช้หมายเลขเดิมจะเอื้อให้เกิดการฮั้วได้ง่ายขึ้น แต่หากเปลี่ยนเลขก็จะต้องวิ่งไปทำโพยกันใหม่

 

อภิสิทธิ์ระบุถึงคำพูดของ กกต. เสียงข้างน้อยว่า มีความพยายามร้องเรียนการกระทำผิดในระดับอำเภอและจังหวัด แต่ถูกตัดตอนทั้งหมด จึงต้องให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เข้ามาเกี่ยวข้อง แล้ว กกต. ได้ทำอะไรเกี่ยวกับปัญหานี้แล้วหรือไม่

 

ตลอดจนการสาวไปถึงตัวผู้บงการ แต่เส้นทางการเงินอยู่รอบตัวผู้มีอำนาจ แต่ กกต. กลับมีมติ 4 ต่อ 3 เสียง ไม่รับเส้นทางการเงินเข้ามาพิจารณา เหตุผลคืออะไรที่ไม่รับข้อมูลที่เป็นประโยชน์กับคดีเข้ามาในการไต่สวน ถือเป็นการใช้อำนาจเพื่อนำไปสู่ความสุจริตเที่ยงธรรมหรือไม่

 

อภิสิทธิ์ยังระบุถึงการลงมติของ กกต. โดยอ้างการพิจารณาข้อมูลต่างๆ แบบแยกส่วนกัน โดยแต่ละเหตุการณ์ไม่เกี่ยวข้องกัน พร้อมกล่าวว่า เป็นเรื่องดีที่ กกต. ไม่ได้มีหน้าที่รับผิดชอบตรวจสอบเหตุการณ์เกี่ยวกับภาคใต้ เพราะแม้เกิดขึ้น 70 จุดพร้อมกัน กกต. ก็คงไม่เห็นหลักฐานว่ามีความเชื่อมโยงกัน แล้วทำไมเราจึงเชื่อว่าเป็นเรื่องเดียวกัน เหตุการณ์ทุกจังหวัดเกิดขึ้นในลักษณะเดียวกัน แต่ กกต. กลับมองแยกส่วนว่าไม่เกี่ยวข้อง

 

อีกทั้งกรณีมีพยานที่กลับคำให้การ อภิสิทธิ์ตั้งคำถามว่า แล้วเหตุใดหลังกลับคำให้การแล้วจึงยังกันตัวเป็นพยานต่อ แทนที่จะดำเนินคดีเพื่อให้รู้ว่าคำให้การรอบไหนเป็นเท็จ ซึ่งตามกฎหมายกำหนดโทษของผู้ให้การเป็นเท็จไว้ แล้วเหตุใด กกต. จึงวินิจฉัยว่าพยานผู้นี้ไม่ผิด เพราะหากให้การเท็จเพื่อให้ผู้อื่นเสียหายก็จะถือว่าเป็นการกลั่นแกล้ง และมีโทษหนักขึ้นไปอีก

 

อภิสิทธิ์มองว่า การที่ กกต. ดำเนินการล่าช้าไป 2 ปีจะทำให้เกิดความยุ่งยาก ทำให้ศาลฎีการับคำร้องเกี่ยวกับผู้สมัคร สว. ที่สมัครผิดกลุ่ม เพราะศาลคงเห็นแล้วว่า คำร้องนี้ไม่เคยมีการแจ้งคำวินิจฉัย เช่นเดียวกับมติเมื่อวันที่ 14 กันยายน ก็เคยมีผู้ร้องต่อศาลไปแล้ว จึงเป็นเหตุว่าอาจมีการฟ้องศาลฎีกาขึ้นอีกจากกรณีนี้ ยังไม่นับมาตรา 157 สำหรับ กกต. เสียงข้างมาก

 

“ตั้งหลักกันให้ดี เพราะไม่เช่นนั้นสิ่งที่ถูกออกแบบไว้ในรัฐธรรมนูญจะเสมือนถูกล้มล้าง เป็นเรื่องของการล้มล้างการปกครองไป” อภิสิทธิ์ทิ้งท้าย

 

  • ชี้ กกต. ชุดนี้หนีไม่พ้นวัฒนธรรมตอบแทนบุญคุณ ยอมการเมืองเข้าแทรกแซง

 

จากนั้น ชวน หลีกภัย สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อภิปราย โดยอ่านพระบรมราโชวาท เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2527 ที่ กกต. นำมาไว้ในหน้าแรกของรายงานว่า หน้าที่ของข้าราชการทุกฝ่าย แบ่งได้เป็นสองส่วน ส่วนหนึ่งคือการปฏิบัติงานตามภาระรับผิดชอบ ของตนให้สำเร็จผลอย่างมีประสิทธิภาพ อีกส่วนหนึ่งคือ ชาวไทยการร่วมกับชาวไทยทุกคนที่จะจรรโลงรักษาความดีงามของชาติบ้านเมือง จึงขอให้ข้าราชการทุกคน ทุกฝ่ายตั้งใจขวนขวายปฏิบัติหน้าที่นั้นๆ ให้ครบถ้วน

 

ชวนกล่าวว่า สิ่งที่ตนเองอยากจะกล่าวต่อจากการยกพระบรมราโชวาท กกต. ได้ทำหน้าที่ทำให้การเลือกตั้งทุกครั้งเสร็จ แต่ไม่มีประสิทธิภาพ และไม่สามารถจรรโลงรักษาความดีงามของชาติบ้านเมืองได้ เพราะคนผิดลอยนวล กกต. ชุดนี้ถือว่าเป็นชุดที่ถูกวิจารณ์มากที่สุด และมีข้อครหาในเรื่องของที่มา ว่ามีการเมืองเข้าไปแทรกแซง เข้าไปมีส่วนในการกำหนดตัวบุคคล

 

“ปัจจุบันมีการเมืองเข้าไปแทรกแซงมาก จนทำให้บุคคลที่เข้ามาอยู่ในองค์กรอิสระรวมถึง กกต. มีปัญหา แต่ไม่ได้พูดว่าคนเหล่านั้นไม่ดี หรือไม่เก่ง แต่เมื่อมาด้วยระบบที่เป็นหนี้บุญคุณ หนีไม่พ้นตามวัฒนธรรมคนไทยที่ต้องตอบแทนบุญคุณกัน และการตอบแทนบุญคุณ นั้นก็ทำให้เรื่องดีกลายเป็นเรื่องร้าย ร้ายกลายเป็นดี ผิดเป็นถูก ถูกเป็นผิด” ชวนกล่าว

 

ชวนเปิดเผยว่า ตนเองเคยทำหนังสือถึง แสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ก่อนที่จะมีการเลือกตั้ง ขอให้จัดการเลือกตั้งให้มีความสุจริตเที่ยงธรรม อย่าให้มีการทุจริต เสื่อมทำให้เสื่อมเสีย ต่อองค์กร กกต. และยังได้ทำหนังสือถึงประธาน กกต. ชุดปัจจุบันด้วย เพราะเชื่อว่าทุกคนมีความดีอยู่ในตัว ไม่มากก็น้อย เห็นอะไรที่ไม่ถูกต้องอย่างน้อยก็ต้องทบทวน

 

นอกจากนี้ ยังทำหนังสือถึงกระทรวงมหาดไทย เพราะเชื่อว่า กกต. ทำฝ่ายเดียวไม่สำเร็จ แต่ผลก็คือ อธิบดีโทรศัพท์ไปหาผู้ว่าฯ บางจังหวัด เพื่อให้ช่วยพรรคสีน้ำเงิน อีกทั้งตนเองยังทำหนังสือถึงผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ แต่ทุกอย่างก็ไม่ประสบความสำเร็จ เพราะเกรงใจการเมือง

 

ชวนกล่าวอีกว่า กกต. ยังคงเป็นหน่วยงานที่ดำรงอยู่ แม้เราจะรู้สึก ขัดข้องใจกับบทบาทของ กกต.บางคนก็ตาม ได้ยินว่าเจ้าหน้าที่ กกต. หลายระดับ พูดถึงความห่วงใยต่อบทบาท กกต. ถ้า กกต. เป็นแบบนี้ พวกเขาที่เป็นข้าราชการประจำ จะเสื่อมเสียไม่ได้รับความน่านับถือ เพราะการเลือกตั้งล้มเหลว ทำเสร็จแต่ไม่สุจริตเที่ยงธรรม ฝากเลขา กกต. ช่วยให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ทุกระดับ ให้ยึดมั่นความถูกต้อง อย่าเกรงใจ จนไม่สามารถทำอะไรตรงไปตรงมาได้ และอะไรที่เป็นความจริงเราต้องยึดความจริง ตนเห็นด้วยว่าเราอย่าไปใส่ร้ายป้ายสีกัน

 

“อนุทินเป็นนายกรัฐมนตรีเมื่อปี 2568 ฮั้ว สว. โกง สว. เกิดปี 2567 ซึ่งเป็นคนละตอนกัน จะพูดว่านายกรัฐมนตรีใช้ตำแหน่งไปโกงเลือก สว. ก็คงจะไม่จริง แต่คนที่ทำเรื่องนี้ วางแผนโกงทุจริตการเลือก สว. เมื่อปี 2567 ชื่อนามสกุลเหมือนกับคณะรัฐมนตรีชุดนี้ นี่คือสิ่งที่ทุกคนเพ่งเล็งไปว่ารัฐบาลชุดนี้ แต่ความจริงเกิดก่อนรัฐบาลชุดนี้ เราอย่าปฏิเสธเลย เพราะยิ่งปฏิเสธ ก็จะโดน 2 ข้อหา”

 

ชวนเสนอว่า ทางออกที่ดีที่สุดคือ ยึดความจริงเป็นหลัก เป็นที่พึ่ง และหวังว่าศาลจะเป็นที่พึ่งของเรา ในที่สุดเราก็หวังว่า กกต. ยังอยู่ และยังเป็นหน้าที่หลักในการดูแลระบอบประชาธิปไตย ให้เป็นไปโดยสุจริตเที่ยงธรรม สิ่งนี้อยู่ที่ตัวบุคคลแล้ว ไม่ใช่ตัวกฎหมายที่เป็นสาระสำคัญ หาก กกต. ยึดมั่นความถูกต้องชอบธรรม ตามเงื่อนไข ซื่อสัตย์ สุจริต เป็นที่ประจักษ์ การโกง สว. จะไม่เกิดขึ้น

The post อภิสิทธิ์-ชวน วิจารณ์ กกต. ขาดความสุจริตเที่ยงธรรมปล่อยให้เกิดการโกง สว. ยอมการเมืองแทรกแซง appeared first on THE STANDARD.

]]>
คนการเมือง-นักวิชาการ ร่วมจับตาองค์กรอิสระ จี้แก้ปัญหาครอบงำการเมือง หนุนส่งคดีโกง สว. ให้ศาลชี้ขาด https://thestandard.co/independent-orgs-political-interference-senator/ Sat, 12 Sep 2026 07:12:28 +0000 https://thestandard.co/?p=1254022

คณะกรรมาธิการกิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสา […]

The post คนการเมือง-นักวิชาการ ร่วมจับตาองค์กรอิสระ จี้แก้ปัญหาครอบงำการเมือง หนุนส่งคดีโกง สว. ให้ศาลชี้ขาด appeared first on THE STANDARD.

]]>

คณะกรรมาธิการกิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุน สภาผู้แทนราษฎร จัดกิจกรรมสัมมนาในหัวข้อ ‘จับตาบทบาทองค์กรอิสระ ต่อวิกฤตการเมืองไทย’ ที่อาคารรัฐสภา โดยมีผู้ร่วมกล่าวปาฐกถาพิเศษ ได้แก่ ชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี และ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์, โภคิน พลกุล อดีตประธานรัฐสภา และ สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI)

ดูภาพข่าว 

วงปาฐกถามุ่งเน้นไปที่ปัญหาการแทรกแซงและการครอบงำองค์กรอิสระโดยฝ่ายการเมือง ซึ่งส่งผลต่อประสิทธิภาพในการตรวจสอบและสร้างความเคลือบแคลงในกระบวนการยุติธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีข้อสงสัยเกี่ยวกับการทุจริตหรือการฮั้วในการสรรหาสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ชุดปัจจุบัน ซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีกำหนดลงมติว่าจะสั่งฟ้องหรือไม่ในวันที่ 14 กันยายน 2569

 

ชวน หลีกภัย กล่าวถึงความเป็นมาขององค์กรอิสระที่ถือกำเนิดขึ้นในรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2540 เพื่อเสริมสร้างประสิทธิภาพในระบอบประชาธิปไตยและการตรวจสอบการบริหารงานของรัฐ อย่างไรก็ตาม ชวนระบุว่าปัจจุบันองค์กรอิสระกำลังเผชิญกับการแทรกแซงจากฝ่ายการเมืองที่มุ่งใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง หรือดำเนินธุรกิจการเมืองที่เกี่ยวข้องกับการซื้อสิทธิขายเสียง ซึ่งส่งผลให้การทำงานขององค์กรเหล่านี้เกิดความล้มเหลวและกลายเป็นภาระด้านงบประมาณของประเทศ

 

ชวนเรียกร้องให้บุคลากรในองค์กรอิสระยึดมั่นในความซื่อสัตย์สุจริตและหลักธรรมาภิบาลอย่างตรงไปตรงมา ปราศจากความเกรงใจทางการเมือง เพื่อรักษาประสิทธิภาพในการปกครองและปกป้องระบอบประชาธิปไตย

 

ด้าน โภคิน พลกุล วิเคราะห์ว่า ปัญหาการครอบงำองค์กรอิสระมีรากฐานมาจากระบบอำนาจนิยม ระบบอุปถัมภ์ และรัฐราชการ ที่ฝังรากลึกในการเมืองไทยตลอด 94 ปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นระบบที่สร้างเครื่องมือเกื้อหนุนอำนาจแทนที่จะตอบสนองประชาชน ทำให้องค์กรอิสระมีสถานะไม่ต่างจากระบบราชการที่ถูกฝ่ายบริหารครอบงำและใช้เป็นเครื่องมือรักษาอำนาจ

 

นอกจากนี้ โภคินยังชี้ให้เห็นถึงช่องโหว่ในกระบวนการสรรหาองค์กรอิสระที่ถูกแทรกแซงโดยพรรคการเมือง เพื่อสร้างฐานอำนาจและปกป้องพวกพ้อง โภคินเสนอทางออกด้วยการผลักดันให้ภาคประชาชนมีความเข้มแข็งและมีส่วนร่วมในการตรวจสอบ โดยเสนอ 4 แนวทาง ได้แก่

 

  • การนำรูปแบบของรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2540 กลับมาใช้เพื่อให้ประชาชนเข้าชื่อถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งองค์กรอิสระได้
  • การผลักดันให้มี ป.ป.ช.ภาคประชาชน
  • การแก้ไขกฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อประชาชน
  • การลดขนาดรัฐราชการ

 

สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ นำเสนอแนวคิดการแบ่งแยกอำนาจแบบใหม่ที่ให้องค์กรอิสระเป็นเสมือน ‘อำนาจอธิปไตยที่ 4’ ทำหน้าที่สถาบันผู้พิทักษ์เพื่อปกป้องกติกาประชาธิปไตย อย่างไรก็ตาม สมเกียรติชี้ว่าปัญหาหลักของการออกแบบองค์กรอิสระในไทยคือกระบวนการสรรหาและบทบาทของวุฒิสภาที่เป็นผู้ควบคุมการแต่งตั้ง ซึ่งทำให้ระบบเสี่ยงต่อการถูกแทรกแซงและล้มเหลว สมเกียรติเน้นย้ำว่าองค์กรอิสระต้องมีความพร้อมรับผิดและการตรวจสอบได้ทัดเทียมกับอำนาจตรวจสอบหน่วยงานอื่น

 

ในประเด็นวิกฤตของ กกต. สมเกียรติระบุว่า ปัญหาเกิดจากการขาดความพร้อมในการตรวจสอบ การไม่เปิดเผยข้อมูล และการหลีกเลี่ยงที่จะให้คำอธิบายแก่สังคม สมเกียรติได้เสนอให้ กกต. ส่งสำนวนคดีฮั้ว สว. เข้าสู่การพิจารณาของศาลฎีกา เพื่อนำพยานหลักฐานเข้าสู่ระบบไต่สวนที่โปร่งใสและให้ศาลเป็นผู้วางบรรทัดฐานทางกฎหมาย

 

เนื่องจากการสรรหา สว. มีความสำคัญต่อความชอบธรรมในการเห็นชอบผู้ดำรงตำแหน่งองค์กรอิสระอื่นๆ หาก กกต. ตัดสินใจยุติเรื่องเอง อาจเข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่และส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในสถาบันองค์กรอิสระทั้งหมด

 

 

The post คนการเมือง-นักวิชาการ ร่วมจับตาองค์กรอิสระ จี้แก้ปัญหาครอบงำการเมือง หนุนส่งคดีโกง สว. ให้ศาลชี้ขาด appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชวนขอรัฐบาลจัดสรรงบประมาณดูแลต้นไม้ใหญ่ริมทางทั่วประเทศ ห่วงหน่วยงานตัด-โค่น เพราะเห็นเป็นภาระ https://thestandard.co/chuan-leekpai-government-tree-budget/ Tue, 08 Sep 2026 08:07:35 +0000 https://thestandard.co/?p=1252173 ชวน หลีกภัย อภิปรายในสภาผู้แทนราษฎรเกี่ยวกับงบประมาณดูแลต้นไม้ริมทาง

ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วาระพิจารณาร่างพระราชบัญญัติง […]

The post ชวนขอรัฐบาลจัดสรรงบประมาณดูแลต้นไม้ใหญ่ริมทางทั่วประเทศ ห่วงหน่วยงานตัด-โค่น เพราะเห็นเป็นภาระ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชวน หลีกภัย อภิปรายในสภาผู้แทนราษฎรเกี่ยวกับงบประมาณดูแลต้นไม้ริมทาง

ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วาระพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 วาระ 2 ในมาตรา 15 งบประมาณในส่วนของกระทรวงคมนาคม ชวน หลีกภัย สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ได้เสนอสงวนคำแปรญัตติเพื่ออภิปรายถึงความสำคัญของการจัดสรรงบประมาณบำรุงรักษาต้นไม้ใหญ่ริมทางและพื้นที่สาธารณะทั่วประเทศ

 

“เป็นเรื่องที่อยากจะถือโอกาสเป็นปากเป็นเสียงให้กับสมบัติของชาติส่วนหนึ่ง สมบัติของชาติที่ปรากฏ ผมจะทำหน้าที่ผู้แทนเป็นสิ่งมีชีวิตเกิดแก่เจ็บตายเหมือนสิ่งมีชีวิตทั้งหลาย แต่ไม่มีสิทธิเลือกตั้ง”

 

ชวนระบุว่า ที่ผ่านมาหน่วยงานภาครัฐ เช่น กรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท กรมชลประทาน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มักประสบปัญหากับภาระในการตัดแต่งบำรุงรักษาต้นไม้ รวมถึงความรับผิดชอบหากเกิดอุบัติเหตุ ทำให้หลายหน่วยงานใช้วิธีการตัดแต่งกิ่งอย่างผิดวิธีโดยไม่ใช้รุกขกร หรือเลือกใช้วิธีการโค่นต้นไม้เพื่อตัดปัญหาภาระงบประมาณ ซึ่งสร้างความเสียหายต่อสมบัติของชาติ ภูมิทัศน์ของเมือง และลดประสิทธิภาพในการช่วยกรองฝุ่นละออง PM 2.5 รวมถึงการดูดซับความร้อน

 

ชวนชี้แจงว่า เคยทำหนังสือหารือผ่านประธานสภาผู้แทนราษฎรไปยังรัฐบาลเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2569 เพื่อขอให้จัดสรรงบประมาณด้านรุกขกรรมในการดูแลต้นไม้ริมทางอย่างถูกต้อง และขอให้กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องห้ามใช้วิธีตัดโค่นทำลายต้นไม้ แต่ยังคงไม่ได้รับคำตอบจากรัฐบาล

 

“เนื่องจากภาพต้นไม้ที่ปรากฏให้พวกเราได้เห็นนั้นเป็นภาพต้นไม้ที่มีการตัดทอนเสียหาย ไม่ใช่เป็นการตัดแบบประดิดประดอย แต่เรียกว่าเหมือนกับประหารชีวิตเลย” ชวนระบุ

 

ทั้งนี้ เมื่อตรวจสอบงบประมาณของกระทรวงคมนาคม วงเงินกว่า 160,000 ล้านบาท ที่ถูกปรับลดไป 626 ล้านบาท พบว่าไม่มีการจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมให้กับหน่วยงานดูแลต้นไม้แต่อย่างใด

 

นอกจากนี้ ชวนได้ยกตัวอย่างการบริหารจัดการในพื้นที่จังหวัดตรัง ซึ่งใช้วิธีการให้องค์กรภาคเอกชน เช่น ผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ และโรงพยาบาลเอกชน เข้ามาร่วมดูแลพื้นที่เกาะกลางถนนและต้นไม้ริมทาง รวมถึงมีการจัดตั้งกองทุนดูแลต้นไม้เฉพาะ

 

ชวนระบุว่าตนได้ประเดิมมอบเงินตั้งต้นจำนวน 100,000 บาท และมีผู้สมทบจนมีวงเงินเกือบ 500,000 บาท เพื่อใช้ในการตัดแต่งบำรุงรักษา อย่างไรก็ตาม เนื่องจากต้นไม้ในพื้นที่ราชการ เช่น พื้นที่ริมคลองชลประทาน ถือเป็นสมบัติของรัฐ เมื่อหน่วยงานไม่มีงบประมาณในการตัดแต่ง จึงเปิดให้ประชาชนเข้าไปตัดไม้ไปใช้ประโยชน์เอง ส่งผลให้เกิดการตัดฟันจนต้นไม้เสียหายสิ้นเชิง

 

“เมื่อไม่ปรากฏว่ามีการจัดงบประมาณให้ ขอได้ชี้แจงว่ากรุณาจะดำเนินการอย่างไร เพื่อทำให้การดูแลต้นไม้เหล่านี้ของชาติเป็นสมบัติของชาติ ไม่เฉพาะในกระทรวงคมนาคม แต่ทุกหน่วยงาน ผมก็ใช้ต้นไม้ที่เป็นแบบอย่างนี้สะท้อนไปถึงทุกหน่วยงานที่ดูแลต้นไม้ว่า จะดูแลให้สิ่งเหล่านี้ยังคงอยู่ เป็นธรรมชาติที่งดงาม และให้อากาศที่ดีแก่ประชาชนทั่วประเทศ ซึ่งสิ่งเหล่านี้มีคุณค่าเกินกว่าที่เราจะประมาณ” ชวนกล่าว

The post ชวนขอรัฐบาลจัดสรรงบประมาณดูแลต้นไม้ใหญ่ริมทางทั่วประเทศ ห่วงหน่วยงานตัด-โค่น เพราะเห็นเป็นภาระ appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘อภิสิทธิ์’ สะท้อนปัญหาสภาไทย หวั่น ‘เครือข่ายอำนาจ’ แทรกซึมวุฒิสภา-กระบวนการยุติธรรม https://thestandard.co/abhisit-power-network-senate-justice/ Sat, 29 Aug 2026 05:05:28 +0000 https://thestandard.co/abhisit-power-network-senate-justice/ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี กำลังกล่าวบนเวทีเสวนา

วันนี้ (29 สิงหาคม) อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตร […]

The post ‘อภิสิทธิ์’ สะท้อนปัญหาสภาไทย หวั่น ‘เครือข่ายอำนาจ’ แทรกซึมวุฒิสภา-กระบวนการยุติธรรม appeared first on THE STANDARD.

]]>
อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี กำลังกล่าวบนเวทีเสวนา

วันนี้ (29 สิงหาคม) อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี ร่วมกล่าวบนเวทีเสวนาของผู้นำฝ่ายค้าน ในหัวข้อ การเมืองไทยในวิกฤตความเชื่อมั่น: ความจริงที่สังคมต้องการคำตอบ โดยระบุถึงสภาวการณ์ทางการเมืองไทยในปัจจุบันที่กำลังเผชิญกับ ‘วิกฤตศรัทธา’ จากประชาชน ซึ่งมีความเชื่อมโยงโดยตรงกับประสิทธิภาพของกลไกการถ่วงดุลและการตรวจสอบอำนาจรัฐ โดยเฉพาะประเด็นกระบวนการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา (สว.)

 

อภิสิทธิ์ กล่าวว่า ดัชนีชี้วัดความเป็นประชาธิปไตยของประเทศไม่ได้ดูที่รัฐบาล แต่ดูที่การมีอยู่และการทำหน้าที่ของ ‘ฝ่ายค้าน’ เพราะหากขาดฝ่ายค้านจะนำไปสู่การรวบอำนาจ อย่างไรก็ตาม สังคมไทยยังขาดความเข้าใจในบทบาทของฝ่ายค้าน มักมองว่าค้านทุกเรื่อง ทั้งที่ในข้อเท็จจริงสภาได้ลงคะแนนเห็นชอบกฎหมายหลายฉบับ แต่การเห็นต่างคือคุณค่าหลักที่สะท้อนว่าปัญหาสังคมมีสองด้านเสมอ

 

เมื่อถามถึงความกังวลต่อสถานการณ์บ้านเมือง อภิสิทธิ์ ยอมรับว่า กังวลต่อโครงสร้างและระบบในปัจจุบันอย่างมาก ในอดีตอาจเกรงกลัวการรวบอำนาจผ่านเสียงข้างมากในสภา แต่ปัจจุบันไทยได้แยกรอบการตรวจสอบออกไปสู่นอกสภาผ่าน ‘องค์กรอิสระ’ โดยยึดโยงผ่านวุฒิสภา ซึ่งมักประสบปัญหาเรื่องความเป็นกลางและกลายเป็นการสร้างเครือข่ายอำนาจในท้ายที่สุด

 

สิ่งที่น่ากังวลที่สุดในปัจจุบันคือ การแผ่อิทธิพลเข้าไปในกระบวนการยุติธรรม ซึ่งทำให้การตรวจสอบทำได้ยากยิ่ง หากเกิดสถานการณ์ที่พรรคการเมืองสามารถครอบงำวุฒิสภาและขยายผลไปสู่การส่งคนเข้าดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ ย่อมส่งผลให้การทำผิดของรัฐบาลไม่ถูกตรวจสอบ

 

“มันกลายเป็นการใช้สิทธิเสรีภาพสมคบกันล้มล้างการปกครองหรือไม่” อภิสิทธิ์ ตั้งตั้งข้อสังเกต

 

อย่างไรก็ตาม ในมิติการทำหน้าที่ของฝ่ายค้าน อภิสิทธิ์ ยืนยันว่าไม่ควรกังวลหรือท้อถอย แม้ต้องเผชิญกับความเสียเปรียบในเชิงโครงสร้าง พร้อมยกบทเรียนในอดีตและคำสั่งสอนของ ชวน หลีกภัย อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่เคยกล่าวไว้ในช่วงวิกฤตตุลาการว่า “ให้ทำหน้าที่ไป มันไม่มีใครที่จะอยู่ได้อย่างยั่งยืนบนความไม่ถูกต้องและไม่เป็นธรรม” ซึ่งเป็นหลักการที่ตนยึดถือมาโดยตลอด และเชื่อมั่นว่าเครื่องมือตามกฎหมายและรัฐธรรมนูญยังคงต้องถูกนำมาใช้ถ่วงดุลอย่างเต็มที่

The post ‘อภิสิทธิ์’ สะท้อนปัญหาสภาไทย หวั่น ‘เครือข่ายอำนาจ’ แทรกซึมวุฒิสภา-กระบวนการยุติธรรม appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชวนเปิดการอบรม DIP รุ่นที่ 16 ขอเยาวชนร่วมขับเคลื่อนแก้ปัญหาสังคมอย่างสร้างสรรค์ ชี้ปัญหาการเมืองไทยเกิดจากตัวบุคคล https://thestandard.co/chuan-leekpai-politics-youth-program/ Sat, 25 Jul 2026 06:31:35 +0000 https://thestandard.co/?p=1234983 ชวน หลีกภัย กล่าวปาฐกถาพิเศษในพิธีเปิดการอบรม DIP รุ่นที่ 16

วันนี้ (25 กรกฎาคม) ชวน หลีกภัย สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประ […]

The post ชวนเปิดการอบรม DIP รุ่นที่ 16 ขอเยาวชนร่วมขับเคลื่อนแก้ปัญหาสังคมอย่างสร้างสรรค์ ชี้ปัญหาการเมืองไทยเกิดจากตัวบุคคล appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชวน หลีกภัย กล่าวปาฐกถาพิเศษในพิธีเปิดการอบรม DIP รุ่นที่ 16

วันนี้ (25 กรกฎาคม) ชวน หลีกภัย สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ อดีตนายกรัฐมนตรี และอดีตประธานรัฐสภา เปิดการอบรมพัฒนาผู้นำรุ่นใหม่ โครงการ Democrat Internship Program หรือ DIP รุ่นที่ 16 เพื่อให้เยาวชนได้เรียนรู้ เข้าใจประเทศไทย และพัฒนาทักษะการคิดเชิงนโยบายผ่านประสบการณ์ตรงจากผู้เชี่ยวชาญ เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาสังคมอย่างสร้างสรรค์

 

ชวนกล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ ‘การเมืองกับสังคมไทย’ โดยยอมรับว่า อนาคตประเทศไทย มีปัญหาทางการเมืองจากพฤติกรรมตัวบุคคล จึงมีการวิจารณ์ว่า ล้มเหลว ทั้งที่การปกครองประเทศไม่ได้ล้มเหลว แต่ผู้บริหารประเทศล้มเหลว หากกฎหมายไม่ศักดิ์สิทธิ์ การปกครองก็ไปไม่รอด ดังนั้น ความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมาย มีความสำคัญมาก เพราะระบอบการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข กฎหมายและหลักนิติธรรม มีความสำคัญมาก หากกฎหมายไม่ศักดิ์สิทธิ์ ก็จะมีการละเมิดสิทธิ์คนอื่น

 

ชวนยังเปิดเผยว่า ตนเองได้ทำหนังสือถึงประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) หลังสังคมมีการวิจารณ์อย่างรุนแรง เพราะการเลือกตั้งไม่สามารถจับการทุจริตได้ และจับได้เพียง 1 เขต จาก 500 เขต ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ที่มีพยานเบิกความเพียงคนเดียว โดยระบุได้ดำเนินการร่วมกับทหารในพื้นที่ซื้อเสียงให้พรรคภูมิใจไทย และนอกนั้นไม่สามารถจับได้เลย ดังนั้น กกต. จัดการเลือกตั้งได้ แต่ไม่สามารถจับการทุจริตได้ ตนจึงได้ให้กำลังใจ กกต.ในการทำหน้าที่ด้วยความกล้าหาญ ไม่คำนึงถึงบุญคุณ เพราะมิเช่นนั้นประเทศจะเสียหาย

 

ชวนยังกล่าวถึงคดีฮั้ว สว. ที่ล่าสุด iLaw ได้ออกมากล่าวหา 9 บุคคลที่เป็น สส. และรัฐมนตรีพรรคภูมิใจไทยไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีฮั้ว สว.ว่า ข้อกล่าวหาต่างๆ ที่ตนอ่านแล้ว ตนไม่ได้บอกว่าจริง แต่หากไม่จริง ผู้ที่ร้องเรียนจะต้องติดคุกหัวโต แต่เชื่อว่า ผู้ที่แถลงข่าวกล่าวหาคงพอใจที่จะถูกฟ้องคดี เพราะเมื่อคดีขึ้นสู่ชั้นศาลแล้ว จะสามารถเรียกหลักฐานที่มีการขอแล้วไม่ได้ได้ ซึ่งถือเป็นการฟ้องเพื่อให้ศาลออกหมายเรียกพยานที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด หรือหากมีการฟ้องแล้วหลักฐานใดที่ยังไม่มีการส่ง ศาลก็จะเรียกพยานมาตรวจสอบข้อเท็จจริง

 

ชวนย้ำถึงปัญหาธุรกิจการเมืองที่เกิดขึ้นในการเมืองไทย พร้อมระบุแนวทางประชาธิปไตยสุจริตของพรรคประชาธิปัตย์ที่แม้จะลำบาก แต่หาก สส. มีคุณภาพ ก็สามารถสู้ได้ และมั่นใจว่าพรรคประชาธิปัตย์ดีพอจึงอยู่รอดด้วยหลักการ และรอดพ้นจากการเป็นพรรคอะไหล่ ก่อนที่ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคฯ จะกลับมา พร้อมฝากให้ผู้เข้าอบรม ที่อยากเป็นนักการเมือง หรือรับราชการตามกระทรวง ทบวง ยึดถือความซื่อสัตย์สุจริต

 

สำหรับการอบรมฯ ในครั้งนี้ เยาวชนผู้เข้าร่วมอบรมจะได้เรียนรู้จากนักการเมือง นักวิชาการ และผู้เชี่ยวชาญในหลากหลายสาขาในระดับประเทศมาร่วมเป็นพี่เลี้ยง ให้คำปรึกษา คำแนะนำ ลงพื้นที่เพื่อศึกษาปัญหาที่เกิดขึ้นจริงในสังคม และแบ่งปันประสบการณ์แบบเอ็กซ์คลูซีฟ อาทิ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคฯ, กรณ์ จาติกวณิช, การดี เลียวไพโรจน์, รัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี รองหัวหน้าพรรคฯ, ดร.อาร์ม ตั้งนิรันดร ผู้อำนวยการศูนย์จีนศึกษา สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ซีเค เจิง นักธุรกิจและอินฟลูเอ็นเซอร์ CEO แพล็ตฟอร์ม Fastwork, จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บิทคับ แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด เป็นต้น

 

ชวน หลีกภัย กล่าวปาฐกถาพิเศษในพิธีเปิดการอบรม DIP รุ่นที่ 16 1ชวน หลีกภัย กล่าวปาฐกถาพิเศษในพิธีเปิดการอบรม DIP รุ่นที่ 16 2ชวน หลีกภัย กล่าวปาฐกถาพิเศษในพิธีเปิดการอบรม DIP รุ่นที่ 16 3ชวน หลีกภัย กล่าวปาฐกถาพิเศษในพิธีเปิดการอบรม DIP รุ่นที่ 16 4ชวน หลีกภัย กล่าวปาฐกถาพิเศษในพิธีเปิดการอบรม DIP รุ่นที่ 16 5

The post ชวนเปิดการอบรม DIP รุ่นที่ 16 ขอเยาวชนร่วมขับเคลื่อนแก้ปัญหาสังคมอย่างสร้างสรรค์ ชี้ปัญหาการเมืองไทยเกิดจากตัวบุคคล appeared first on THE STANDARD.

]]>
ประชาธิปัตย์สัมมนารับมือน้ำท่วมหาดใหญ่ เชิญ ‘นายกแป้น’ เข้าแจง ด้าน ‘ชวน’ วิจารณ์ มท. ย้ายข้าราชการ เป็นเหตุแก้อุทกภัยขาดประสิทธิภาพ https://thestandard.co/democrat-hatyai-flood-chuan-interior/ Sun, 12 Jul 2026 07:11:53 +0000 https://thestandard.co/?p=1229685 ภาพการสัมมนาพรรคประชาธิปัตย์ที่โรงแรมบุรีศรีภู อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เพื่อหารือแนวทางรับมือสถานการณ์อุทกภัย

การเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์อุทกภัย รวมถึงปัญหาเชิ […]

The post ประชาธิปัตย์สัมมนารับมือน้ำท่วมหาดใหญ่ เชิญ ‘นายกแป้น’ เข้าแจง ด้าน ‘ชวน’ วิจารณ์ มท. ย้ายข้าราชการ เป็นเหตุแก้อุทกภัยขาดประสิทธิภาพ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพการสัมมนาพรรคประชาธิปัตย์ที่โรงแรมบุรีศรีภู อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เพื่อหารือแนวทางรับมือสถานการณ์อุทกภัย

การเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์อุทกภัย รวมถึงปัญหาเชิงโครงสร้างในการบริหาราชการส่วนภูมิภาค ถูกหยิบยกมาเป็นประเด็นในการหารือเพื่อหาทางออกร่วมกันในงานสัมมนา ‘ฟ้าใต้ ฟ้าใส ไปด้วยกัน ฟื้นเศรษฐกิจ สร้างความมั่นคง ยกระดับคุณภาพชีวิต’ ของพรรคประชาชนธิปัตย์ ที่โรงแรมบุรีศรีภู อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ในวันนี้ (12 กรกฎาคม)

 

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส. แบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วย ชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ เลขาธิการพรรค, สาทิตย์ วงศ์หนองเตย รองหัวหน้าพรรค และประธาน สส. ตลอดจนสมาชิกพรรคอย่าง อนุชา บูรพชัยศรี อดีตผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และตัวแทนจากสมาคมนักธุรกิจ สถาบันการศึกษา และ ณรงค์พร ณ พัทลุง นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ หรือ ‘นายกแป้น’ เข้าร่วมระดมความคิดเห็น

 

อภิสิทธิ์ได้กำหนดกรอบการหารือไว้ 4 ประเด็นหลัก ประกอบด้วย การตรวจสอบสถานะการเยียวยาฟื้นฟูและการซ่อมแซมบ้านเรือน การเตรียมความพร้อมด้านงบประมาณฉุกเฉินสำหรับรับมือฤดูฝน การเตรียมความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานเมืองในอนาคต และการรับฟังข้อเสนอจากภาคเอกชนเพื่อพัฒนาเมืองและหลีกเลี่ยงความเสียหายจากภัยพิบัติ

 

  • เศรษฐกิจซบเซาหลังหมดช่วงพักดอกเบี้ย 6 เดือน เปรียบเหมือนระเบิดเวลา

 

ในประเด็นการฟื้นฟูเยียวยา จูรี นุ่มแก้ว สส. สงขลา และ อดิศักดิ์ รัตนะ ตัวแทนภาคประชาชน ให้ข้อมูลว่าปัจจุบันยังมีประชาชนในจังหวัดสงขลาราว 1,000 ถึง 4,000 คน ที่ยังไม่ได้รับเงินเยียวยา เนื่องจากติดปัญหาการตีความข้อกฎหมายเกี่ยวกับการอุทธรณ์ รวมถึงปัญหาที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไม่จ่ายเงินช่วยเหลือภัยพิบัติของปี 2567 โดยอ้างว่าไม่มีการเรียกร้อง นอกจากนี้ยังระบุว่าเงินเยียวยาจำนวน 9,000 บาทนั้นไม่เพียงพอต่อการบรรเทาความเดือดร้อน

 

ด้านผลกระทบทางเศรษฐกิจ สมพล ชีววัฒนาพงศ์ อุปนายกสมาคมนักธุรกิจหาดใหญ่ สะท้อนปัญหาการเข้าถึงสินเชื่อของภาครัฐว่า แม้จะมีนโยบายพักชำระดอกเบี้ย 6 เดือน และพักเงินต้น 1 ปี แต่ผู้ประกอบการยังเข้าถึงได้ยากเนื่องจากธนาคารพาณิชย์ยังคงตรวจสอบข้อมูลกับเครดิตบูโร ปัจจุบันระยะเวลาการพักชำระดอกเบี้ย 6 เดือนได้สิ้นสุดลงแล้ว ขณะที่สภาพเศรษฐกิจและกำลังซื้อในพื้นที่ยังไม่ฟื้นตัว

 

สถานการณ์นี้เปรียบเสมือนระเบิดเวลาสำหรับภาคธุรกิจที่ต้องกลับมาชำระหนี้ในจังหวะเดียวกับที่กำลังจะเข้าสู่ฤดูฝนในเดือนพฤศจิกายน และกำลังจะครบกำหนดชำระเงินต้น จึงเสนอให้ภาครัฐผ่อนปรนเกณฑ์การปล่อยสินเชื่อเพื่อสร้างความมั่นใจให้นักท่องเที่ยวและผู้ประกอบการ

 

  • ‘นายกแป้น’ แจงยังขาดงบจากส่วนกลางราว 200 ล้าน รับมือน้ำท่วม

 

สำหรับการเตรียมความพร้อมรับมืออุทกภัย ตัวแทนนักวิชาการและนักศึกษา นำโดย พัตรธีรา สุวรรณวงศ์ อาจารย์จากมหาวิทยาลัยหาดใหญ่ และ นวพล เพ็ชรทูล อาจารย์จากมหาวิทยาลัยทักษิณ ได้เรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งจัดทำ ‘หาดใหญ่โมเดล’ เพื่อกำหนดพื้นที่ปลอดภัยและจุดอพยพที่ชัดเจน พร้อมทั้งสื่อสารข้อมูลที่ถูกต้องแก่ประชาชนและสถานศึกษา เพื่อลดความสับสนและการต้องบริหารจัดการกันเองของสถานศึกษา

 

ณรงค์พร ณ พัทลุง ชี้แจงถึงความคืบหน้าในการขุดลอกคูระบายน้ำระยะทางรวม 430 กิโลเมตร ว่าปัจจุบันดำเนินการเสร็จสิ้นแล้วประมาณ 220 กิโลเมตร และอยู่ระหว่างจัดหาผู้รับจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) งบประมาณ 50 ล้านบาท เพื่อดำเนินการเพิ่มอีก 80 กิโลเมตร

 

ปัญหาหลักในขณะนี้คือการขาดแคลนงบประมาณและเครื่องจักร เนื่องจากรถยนต์และอุปกรณ์กว่า 150 คันได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม และยังไม่ได้รับการจัดสรรงบกลางจำนวน 200 ล้านบาทสำหรับซ่อมแซมยานพาหนะ และอีก 60-70 ล้านบาทสำหรับการขุดลอกคูระบายน้ำ ทำให้การใช้รถดูดโคลนเพื่อนำไปทิ้งนอกพื้นที่ระยะทางกว่า 100 กิโลเมตรเป็นไปอย่างยากลำบาก เนื่องจากเหลือรถที่ใช้งานได้เพียง 2-3 คัน

 

ขณะที่ ชัยชนะ เดชเดโช สส. แบบบัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรค เสนอแนวทางการแก้ปัญหาโดยยกตัวอย่างการขุดคลองเลี่ยงเมืองของจังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งสามารถเพิ่มอัตราการระบายน้ำจาก 250 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เป็น 750 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งพื้นที่หาดใหญ่ควรนำมาถอดบทเรียน พร้อมเสนอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นเจ้าภาพหลักในการบูรณาการหน่วยงาน ยกเว้นระเบียบข้อบังคับที่เป็นอุปสรรค และปรับปรุงผังเมืองเพื่อรองรับการเปลี่ยนทิศทางของน้ำ

 

  • ชี้ปัญหาน้ำท่วมเกิดจากมหาดไทยโยกย้ายข้าราชการ หวังประโยชน์การเมือง

 

ระหว่างการสัมมนา มีตัวแทนภาคประชาชนตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการบริหารงบประมาณขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยระบุถึงการใช้งบประมาณ 96 ล้านบาทในการจัดซื้อเรือ 100 ลำ และการใช้งบประมาณ 408 ล้านบาทจาก 530 ล้านบาทขององค์การบริหารส่วนจังหวัดไปกับการจัดการขยะ แทนที่จะมุ่งเน้นการขุดลอกคูระบายน้ำ

 

ทำให้อภิสิทธิ์ต้องตัดบทสนทนา โดยย้ำว่าไม่ต้องการให้ประเด็นอุทกภัยกลายเป็นความขัดแย้งทางการเมือง แต่ต้องการรวบรวมข้อมูลเพื่อคลายความกังวลให้ประชาชน และขอให้ส่งข้อมูลเพื่อการตรวจสอบต่อไป

 

ในช่วงท้ายของการสัมมนา ชวน หลีกภัย สส. แบบบัญชีรายชื่อ ได้กล่าววิจารณ์การบริหารงานของกระทรวงมหาดไทย โดยระบุว่า จังหวัดสงขลามีความพร้อมด้านระบบชลประทานและเครื่องมือมากที่สุดในภาคใต้ แต่สาเหตุที่ทำให้การแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขาดประสิทธิภาพ เกิดจากการโยกย้ายผู้ว่าราชการจังหวัดจากจังหวัดกระบี่มายังพื้นที่เพื่อประโยชน์ทางการเมืองและการเลือกตั้ง มากกว่าการพิจารณาด้านการบริหารจัดการ

 

ภาพการสัมมนาพรรคประชาธิปัตย์ที่โรงแรมบุรีศรีภู อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เพื่อหารือแนวทางรับมือสถานการณ์อุทกภัย 1ภาพการสัมมนาพรรคประชาธิปัตย์ที่โรงแรมบุรีศรีภู อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เพื่อหารือแนวทางรับมือสถานการณ์อุทกภัย 2ภาพการสัมมนาพรรคประชาธิปัตย์ที่โรงแรมบุรีศรีภู อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เพื่อหารือแนวทางรับมือสถานการณ์อุทกภัย 3ภาพการสัมมนาพรรคประชาธิปัตย์ที่โรงแรมบุรีศรีภู อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เพื่อหารือแนวทางรับมือสถานการณ์อุทกภัย 4ภาพการสัมมนาพรรคประชาธิปัตย์ที่โรงแรมบุรีศรีภู อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เพื่อหารือแนวทางรับมือสถานการณ์อุทกภัย 5ภาพการสัมมนาพรรคประชาธิปัตย์ที่โรงแรมบุรีศรีภู อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เพื่อหารือแนวทางรับมือสถานการณ์อุทกภัย 6ภาพการสัมมนาพรรคประชาธิปัตย์ที่โรงแรมบุรีศรีภู อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เพื่อหารือแนวทางรับมือสถานการณ์อุทกภัย 7ภาพการสัมมนาพรรคประชาธิปัตย์ที่โรงแรมบุรีศรีภู อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เพื่อหารือแนวทางรับมือสถานการณ์อุทกภัย 8ภาพการสัมมนาพรรคประชาธิปัตย์ที่โรงแรมบุรีศรีภู อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เพื่อหารือแนวทางรับมือสถานการณ์อุทกภัย 9ภาพการสัมมนาพรรคประชาธิปัตย์ที่โรงแรมบุรีศรีภู อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เพื่อหารือแนวทางรับมือสถานการณ์อุทกภัย 10

The post ประชาธิปัตย์สัมมนารับมือน้ำท่วมหาดใหญ่ เชิญ ‘นายกแป้น’ เข้าแจง ด้าน ‘ชวน’ วิจารณ์ มท. ย้ายข้าราชการ เป็นเหตุแก้อุทกภัยขาดประสิทธิภาพ appeared first on THE STANDARD.

]]>
อภิสิทธิ์-ชวน ปล่อยคาราวานรถหาเสียงผู้ว่าฯ กทม.-สก.ทิ้งทวนรับเป็นรอง แต่จะหาเสียงจนถึงที่สุด ชี้ผู้สมัครอิสระ แท้จริงคือแก๊งการเมือง https://thestandard.co/abhisit-chuan-bkk-election-campaign/ Sat, 27 Jun 2026 05:33:04 +0000 https://thestandard.co/?p=1223667 อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และ ชวน หลีกภัย พร้อมผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. อนุชา บูรพชัยศรี บนรถหาเสียงพรรคประชาธิปัตย์

วันนี้ (27 มิถุนายน) อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประ […]

The post อภิสิทธิ์-ชวน ปล่อยคาราวานรถหาเสียงผู้ว่าฯ กทม.-สก.ทิ้งทวนรับเป็นรอง แต่จะหาเสียงจนถึงที่สุด ชี้ผู้สมัครอิสระ แท้จริงคือแก๊งการเมือง appeared first on THE STANDARD.

]]>
อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และ ชวน หลีกภัย พร้อมผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. อนุชา บูรพชัยศรี บนรถหาเสียงพรรคประชาธิปัตย์

วันนี้ (27 มิถุนายน) อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วย ชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคฯ และแกนนำพรรคประชาธิปัตย์ นำ อนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) สักการะพระแม่ธรณีบีบมวยผม ในวันสุดท้ายของการหาเสียง เพื่อความเป็นสิริมงคล ก่อนที่จะขึ้นรถปราศรัย เพื่อปล่อยขบวนรถหาเสียงของพรรคประชาธิปัตย์ ตระเวนหาเสียงทั่วกรุงเทพ

ดูภาพข่าว ▼ 

อภิสิทธิ์กล่าวถึงคนกรุงเทพฯ ในการหาเสียงวันสุดท้าย ก่อนประชาชนเข้าคูหาเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และ ส.ก.ในวันพรุ่งนี้ (28 มิถุนายน) ว่า พรรคประชาธิปัตย์ยังคงเดินหน้าต่อ แม้จะมีการประเมินว่า พรรคเป็นรอง แต่ก็จะหาเสียงจนถึงที่สุด และมั่นใจว่า นโยบายที่พรรคนำเสนอจะเป็นคำตอบให้กับชาวกรุงเทพฯ ทำกรุงเทพฯ ให้เป็นมากกว่านี้

 

พร้อมยังตั้งข้อสังเกตถึงการจัดตั้ง หรือ ระดม I.O. มาโจมตีเว็บไซต์ของพรรคแสดงให้เห็นว่า การที่ ปชป. ออกมาเปิดโปงเรื่องการทุจริตนั้นไปกระทบกับผลประโยชน์คนบางกลุ่มจริง ดังนั้น ปชป. ก็ยังจะคงเดินหน้าตรวจสอบ เพราะมั่นใจว่า คนกรุงเทพฯ ต้องการเห็นบ้านเมืองสะอาด ไม่เฉพาะเชิงกายภาพ แต่รวมถึงความโปร่งใส ที่จะเป็นคำตอบการแก้ปัญหาให้คนกรุงเทพฯ ด้วย

 

อภิสิทธิ์เปิดเผยด้วยว่า สัปดาห์ที่ผ่านมาตนยังเจอประชาชนที่ไม่ทราบวันเลือกตั้ง และยังไม่นับรวมปัญหาหมายเลขผู้สมัคร ที่แม้จะอยู่ทีมเดียวหรือพรรคการเมืองเดียวกันก็หมายเลขไม่ตรงกัน พร้อมย้ำว่า มั่นใจว่าผู้สนับสนุนพรรคฯ จำนวนมาก ยังเหนียวแน่นอยู่กับพรรคประชาธิปัตย์ และอยากสื่อสารถึงคนกรุงเทพฯ ว่า กระบวนการเลือกตั้งมีความสำคัญ ต้องตัดสินใจว่าเมืองที่เราอยู่ขณะนี้ ดีพอแล้วหรือยัง หรือเป็นได้มากกว่านี้

 

ส่วนการปราศรัยใหญ่เมื่อวานนี้ถึงปัญหาการทุจริต หรือระบบอากง อภิสิทธิ์มองว่า ประชาชนเข้าใจ แต่หลายคนอาจคิดว่าไม่สามารถทำอะไรได้ แต่ตนขอยืนยันว่า อนุชา ผู้สมัครผู้ว่าฯ และพรรคประชาธิปัตย์ สามารถเปลี่ยนแปลงได้ และมีแพลตฟอร์มส่องรัฐ ก็ยิ่งทำให้เห็นประเด็นต่างๆ ง่ายขึ้น ทำให้การแก้ปัญหาง่ายขึ้น รวมถึงแนวคิดในการรื้อระบบใบอนุญาตต่างๆ ก็สามารถช่วยให้มีความเปลี่ยนแปลงได้

 

อภิสิทธิ์ยังกล่าวถึงกรณีที่ผู้สมัคร ส.ก.อิสระ ที่ระบุการแก้ปัญหา กทม.ต้องมาจากข้อเท็จจริง ไม่ใช่มติจากพรรคการเมือง ว่า คำว่า อิสระ ใครๆ ก็ชอบ เพราะฟังดูดี แต่คำถามคืออิสระแบบไหนอย่างไร และในการเลือก ส.ก. ครั้งนี้ ตนหงุดหงิด เพราะความไม่ตรงไปตรงมา ซึ่งผู้สมัครอิสระ ตามความหมายสากล คือ การลงคนเดียว ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับใคร แต่ในการเลือกตั้งครั้งนี้ เป็นปรากฏการณ์มีอิสระเป็นทีม เป็นกลุ่มการเมือง และแก๊งการเมือง

 

ฉะนั้น พรรคประชาธิปัตย์อยากเห็นความตรงไปตรงมา และในอดีตทั้งในสภากรุงเทพฯ หรือสภาผู้แทนราษฎร หากคนของพรรคทำอะไรที่ถูกตั้งข้อสงสัย สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ก็จะเป็นคนตรวจสอบ จึงขอให้มั่นใจ และอย่าหลงกับคนว่าอิสระ ที่ไม่ได้สะท้อนความหมายที่แท้จริงของการทำงาน ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ มีระบบพรรค แต่ก็เป็นพรรคที่ชัดเจน เปิดโอกาสให้สมาชิก ทำตามความเชื่อของตนเองได้ ตามกรอบอุดมการณ์ของพรรค

 

ขณะที่ ชวน กล่าวว่า การเมืองขณะนี้มีภาพลบ สส. มาจากการใช้เงิน สว. มาจากการฮั้ว ข้าราชการมาจากการซื้อตำแหน่ง ซึ่งเป็นภาพที่น่าอับอายของบ้านเมือง ฉะนั้น การทำให้การเมืองเปลี่ยนแปลง คือ ความเป็นคนดี และระบบพรรคการเมืองที่จะช่วยการตรวจสอบ ยืนยันว่าพรรคประชาธิปัตย์มีผู้ว่าฯ กทม.หลายคน และไม่มีประวัติด่างพร้อย

 

ด้าน อนุชา กล่าวเชิญชวนชาวกรุงเทพฯ ได้ให้โอกาสพรรคประชาธิปัตย์ ทั้งผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. และ ส.ก. ทั้ง 50 เขต เข้าไปตรวจสอบการทำงาน และนโยบาย ซึ่งในวันพรุ่งนี้ (28 มิถุนายน) จะเป็นวันที่คนกรุงเทพฯ กำหนดอนาคต กทม. อีก 4 ปี ดังนั้น หากพลาดในวันพรุ่งนี้ก็จะต้องรออีก 4 ปี จึงไม่อยากให้คนกรุงเทพฯ เสียโอกาสนี้ไป และอย่าเลือกเฉพาะความถูกใจ แต่จะต้องเลือกความถูกต้อง บนหลักการความเป็นจริงที่พรรคการเมืองควรจะเป็น

 

จากนั้น อภิสิทธิ์ พร้อมอนุชา และคณะ ได้ขึ้นรถแห่หาเสียงเดินทางออกจากพรรคประชาธิปัตย์ ผ่านถนนพระราม 6 ปดิพัทธ์ สะพานควาย พหลโยธิน กำแพงเพชร เข้าตลาด อตก. ตลอดเส้นทางได้รับการตอบรับจากประชาชนที่สัญจรไปมาบนถนน โบกมือทักทาย และถ่ายรูป เช่นเดียวกับที่ตลาด อตก. โดยจะเดินสายหาเสียงรอบพื้นที่กรุงเทพฯ ก่อนปิดท้ายการหาเสียงที่ลานพาร์ค พารากอน ศูนย์การค้าสยามพารากอน เพื่อขอคะแนนจากคน กทม. เป็นครั้งสุดท้าย

 

 

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และ ชวน หลีกภัย พร้อมผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. อนุชา บูรพชัยศรี บนรถหาเสียงพรรคประชาธิปัตย์ 1อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และ ชวน หลีกภัย พร้อมผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. อนุชา บูรพชัยศรี บนรถหาเสียงพรรคประชาธิปัตย์ 2อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และ ชวน หลีกภัย พร้อมผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. อนุชา บูรพชัยศรี บนรถหาเสียงพรรคประชาธิปัตย์ 3อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และ ชวน หลีกภัย พร้อมผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. อนุชา บูรพชัยศรี บนรถหาเสียงพรรคประชาธิปัตย์ 4อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และ ชวน หลีกภัย พร้อมผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. อนุชา บูรพชัยศรี บนรถหาเสียงพรรคประชาธิปัตย์ 5อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และ ชวน หลีกภัย พร้อมผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. อนุชา บูรพชัยศรี บนรถหาเสียงพรรคประชาธิปัตย์ 6อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และ ชวน หลีกภัย พร้อมผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. อนุชา บูรพชัยศรี บนรถหาเสียงพรรคประชาธิปัตย์ 7อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และ ชวน หลีกภัย พร้อมผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. อนุชา บูรพชัยศรี บนรถหาเสียงพรรคประชาธิปัตย์ 8

The post อภิสิทธิ์-ชวน ปล่อยคาราวานรถหาเสียงผู้ว่าฯ กทม.-สก.ทิ้งทวนรับเป็นรอง แต่จะหาเสียงจนถึงที่สุด ชี้ผู้สมัครอิสระ แท้จริงคือแก๊งการเมือง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ปกรณ์ เทียบรัฐธรรมนูญ 3 ฉบับ ชี้ รธน.60 ดูเฉพาะความมั่นคงเศรษฐกิจ มั่นใจ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ไม่ขัดกฎหมาย https://thestandard.co/pakorn-constitution-loan-bill-legal/ Tue, 12 May 2026 04:15:18 +0000 https://thestandard.co/pakorn-constitution-loan-bill-legal/ ภาพข่าว ปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย

วันนี้ (12 พฤษภาคม) ที่ทำเนียบรัฐบาล ปกรณ์ นิลประพันธ์ […]

The post ปกรณ์ เทียบรัฐธรรมนูญ 3 ฉบับ ชี้ รธน.60 ดูเฉพาะความมั่นคงเศรษฐกิจ มั่นใจ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ไม่ขัดกฎหมาย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพข่าว ปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย

วันนี้ (12 พฤษภาคม) ที่ทำเนียบรัฐบาล ปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย กล่าวถึงกรณีที่ฝ่ายค้านเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความการออก พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤตพลังงานและการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ วงเงินไม่เกิน 400,000 ล้านบาท จะกระทบต่อการแก้ปัญหาของประชาชนหรือไม่ ว่า การออกพระราชกำหนดแต่ละครั้งรัฐบาลต้องคิดให้รอบคอบ เพราะหากศาลวินิจฉัยว่าไม่ผ่าน ก็จะมีผลให้กฎหมายไม่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ต้น และจะเกิดปัญหาว่าสิ่งที่ทำไปแล้วจะเป็นอย่างไร ฉะนั้นสิ่งที่รัฐบาลจะทำต้องมั่นใจว่าเป็นไปเพื่อรักษาความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศจริงๆ

 

รวมถึงมีความจำเป็นเร่งด่วนจริงๆ ถึงจะดำเนินการออกพระราชกำหนดดังกล่าว และรัฐบาลมั่นใจว่าจากข้อมูลของกระทรวงการคลัง สำนักงบประมาณ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงจากการไล่ดูเงินทุกก้อนที่มีอยู่ พบว่าไม่เพียงพอ และยังไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในอนาคต ซึ่งสงครามก็ยังไม่น่าจะจบ ถือเป็นประเด็นสำคัญ

 

ปกรณ์ กล่าวว่า เมื่อกฎหมายมีผลบังคับใช้ โครงการก็จะเดินหน้าต่อไป ไม่ได้ติดอะไร เว้นแต่ศาลจะสั่งให้รอไว้ก่อน ขณะเดียวกันรัฐบาลจะส่งกฎหมายไปยังสภาเพื่อให้ดำเนินการต่อและอนุมัติ และขณะนี้เชื่อว่าทางสภาจะต้องรอการพิจารณาจนกว่าศาลจะตัดสินภายใน 60 วัน

 

เมื่อถามว่า สาเหตุที่รัฐบาลมองว่าเรื่องนี้ไม่ขัดรัฐธรรมนูญเพราะเหตุใด ปกรณ์ กล่าวว่า ตนขออธิบายว่า เมื่อดูท้ายของพระราชกำหนด จะเห็นเหมือนเงินกู้แบ่งเป็น 2 ก้อน แต่เงินทั้งสองก้อนสามารถโยกสลับกันได้ ซึ่งสิ่งที่รัฐบาลทำคือทำ 2 เรื่องไปพร้อมกัน คือ 1. การช่วยเหลือเยียวยา 2. การเปลี่ยนผ่านพลังงาน ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องเดียวกัน แยกออกจากกันไม่ได้ และต้องดำเนินการพร้อมกันทั้งหมดเพื่อช่วยเหลือประชาชน ทั้งกลไกและระบบที่จะทำ รวมถึงการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชน ดังนั้นทั้ง 2 วัตถุประสงค์จึงต้องดำเนินการคู่ขนานกันไป ฉะนั้นการใช้จ่ายเงินจึงไม่แยกก้อน แต่เป็นไปตามวัตถุประสงค์

 

เมื่อถามว่า ฝ่ายค้านมองว่าไม่ใช่เรื่องจำเป็นเร่งด่วน จะทำให้กฎหมายขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ ปกรณ์ กล่าวว่า รัฐธรรมนูญมีหลายฉบับ พร้อมยกตัวอย่างว่า รัฐธรรมนูญปี 2540 ให้ตรวจสอบเฉพาะว่าเป็นไปเพื่อรักษาความมั่นคงทางเศรษฐกิจ และความมั่นคงของประเทศหรือไม่ โดยไม่ให้ดูเหตุผลเรื่องความจำเป็นเร่งด่วน และช่วงนั้นก็มีการออก พ.ร.ก.กู้เงินทั้งในยุครัฐบาลชวน หลีกภัย และรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร ซึ่งตอนนั้นก็มีการตั้งคำถามเรื่องความจำเป็นเร่งด่วนเช่นกัน

 

ต่อมามีการเปลี่ยนแปลงในรัฐธรรมนูญปี 2550 โดยนำสิ่งในอดีตมาเขียนใหม่ ให้ตรวจสอบ 2 เงื่อนไข คือ 1. เป็นไปเพื่อรักษาความมั่นคงทางเศรษฐกิจหรือไม่ 2. จำเป็นเร่งด่วนหรือไม่ ซึ่งรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็เคยกู้ โดยครั้งแรกกู้สำเร็จ และอีกครั้งได้ถอนเรื่องออกไปก่อน เพราะติดปัญหาเรื่องความจำเป็นเร่งด่วน

 

รวมถึงสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่กู้สำเร็จในช่วงน้ำท่วมใหญ่ ส่วนครั้งที่สองที่จะกู้ 2 ล้านล้านบาท เพื่อลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศระยะยาว 7 ปีนั้น ก็เกิดปัญหาว่ามีความจำเป็นเร่งด่วนหรือไม่ จนมีวลีว่า “ให้ทำถนนลูกรังทั่วประเทศก่อนดีกว่าหรือไม่” และกลายเป็นประเด็นทางการเมืองอีกครั้ง

 

จนมาถึงรัฐธรรมนูญปี 2560 ก็กลับไปใช้หลักเดิมของรัฐธรรมนูญปี 2540 คือให้ตรวจสอบเฉพาะความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ส่วนประเด็นความจำเป็นเร่งด่วนเป็นเรื่องที่รัฐบาลจะรู้ดีที่สุด เพราะกระทรวงการคลังเปรียบเสมือนแม่บ้านที่ถือกระเป๋าสตางค์ อยู่ ฉะนั้นเงินขาดหรือไม่ แม่บ้านจะรู้

 

ดังนั้น หากไปดูรัฐธรรมนูญมาตรา 172 วรรคแรก จะเห็นว่าให้พิจารณาว่าเป็นไปตามวัตถุประสงค์เรื่องความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศหรือไม่ โดยจะไม่ดูเรื่องความจำเป็นเร่งด่วน ฉะนั้นตนมั่นใจว่าศาลจะดูตามกรอบ และวัตถุประสงค์ของรัฐธรรมนูญ มาตรา 172 วรรคหนึ่ง ว่าเป็นไปตามความมั่นคงทางเศรษฐกิจหรือไม่

 

ส่วนความจำเป็นเร่งด่วน ถ้าไม่เร่งด่วนรัฐบาลก็คงไม่ทำ เพราะเป็นการบายพาสสภา และผลของมันร้ายแรง หากกฎหมายไม่ผ่าน รัฐบาลจะต้องรับผิดชอบด้วยการลาออก ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ โดยคณะรัฐมนตรีทุกคนต้องร่วมรับผิดชอบ

 

เมื่อถามย้ำว่า ตามข้อกฎหมายมองว่า ไม่มีปัญหาใช่หรือไม่ ปกรณ์ยืนยันว่า ตนเห็นเช่นนั้น

 

เมื่อถามว่า ฝ่ายค้านมองว่าเป็นการตีเช็คเปล่า รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมายย้อนถามสื่อว่า “เช็คเปล่าอีกแล้ว” ก่อนระบุว่า “เช็คเปล่าที่ไหน มันมีที่ไหนใครให้เช็คเปล่าแก่คุณ ไม่มีหรอก โลกนี้ไม่มีการตีเช็คเปล่า ผมยืนยันไม่มี การตีเช็คเปล่าเป็นวาทกรรม ผมคิดว่าไม่ควรใช้ ตีเช็คเปล่าติดคุกนะ รัฐบาลไม่ทำหรอกครับ”

 

ปกรณ์กล่าวด้วยว่า โดยรายละเอียดการขอโครงการต่าง ๆ จะต้องผ่านคณะกรรมการกลั่นกรอง ที่มีปลัดกระทรวงการคลังเป็นประธาน

 

เมื่อถามว่า แสดงว่าการร้องศาลควรจะร้องในประเด็นทำงานแล้วไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์หรือไม่ ปกรณ์ กล่าวว่า สิ่งที่ควรดูคือตรงปก หรือไม่ และบรรลุวัตถุประสงค์ตามที่ตั้งใจไว้หรือไม่ อย่างนั้นจึงจะถือว่าสร้างสรรค์

The post ปกรณ์ เทียบรัฐธรรมนูญ 3 ฉบับ ชี้ รธน.60 ดูเฉพาะความมั่นคงเศรษฐกิจ มั่นใจ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ไม่ขัดกฎหมาย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ย้อนที่มา ครม. เงา แบบไทย: ตั้งต้นจากไทยรักไทย สู่ฝ่ายค้านสีฟ้า มาถึงสีส้ม https://thestandard.co/thai-shadow-cabinet-history/ Mon, 27 Apr 2026 07:57:16 +0000 https://thestandard.co/?p=1201554 ภาพเงาบุคคลซ้อนทับภาพคณะรัฐมนตรีตัวจริง สื่อถึง ครม. เงา หรือ Shadow Cabinet

ความเคลื่อนไหวที่เด่นชัดจากฟากฝ่ายค้านอย่างพรรคประชาชน […]

The post ย้อนที่มา ครม. เงา แบบไทย: ตั้งต้นจากไทยรักไทย สู่ฝ่ายค้านสีฟ้า มาถึงสีส้ม appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพเงาบุคคลซ้อนทับภาพคณะรัฐมนตรีตัวจริง สื่อถึง ครม. เงา หรือ Shadow Cabinet

ความเคลื่อนไหวที่เด่นชัดจากฟากฝ่ายค้านอย่างพรรคประชาชน ทำให้คำว่า ‘ครม. เงา’ ตกอยู่ในความสนใจอีกครั้ง ภายหลังมีการชูแนวคิดดังกล่าวในที่ประชุมใหญ่สามัญของพรรคประชาชนเมื่อ 26 เมษายน ที่ผ่านมา เพื่อเป็นอีกกลไกในการตรวจสอบและเสนอแนะรัฐบาลแบบตัวต่อตัว

 

 
แม้จะมีบันทึกในหน้าประวัติศาสตร์การเมืองไทยว่าจะเป็น ครม. เงา ครั้งที่ 3 หลังจาก 2 ครั้งแรก พรรค ‘ประชาธิปัตย์’ ได้นำร่องมา 2 ครั้ง เมื่อทศวรรษก่อนหน้า แต่เมื่อมองย้อนให้ลึกลงไป จะพบว่าแนวคิดนี้ปรากฏในไทยมาก่อนหน้านั้นอีก กล่าวคือตั้งแต่ยุคพรรค ‘ไทยรักไทย’ กำลังก่อตัว เมื่อปี 2542

 

รากฐานจากระบบรัฐสภาอังกฤษ

 

เป็นที่รู้กันว่าแนวคิดคณะรัฐมนตรีเงาเป็นวิวัฒนาการทางการเมืองที่ต่อเนื่องมาตั้งแต่ช่วงศตวรรษที่ 19 โดยคำว่า Shadow Cabinet ปรากฏขึ้นครั้งแรกตามหน้าหนังสือพิมพ์ของสหราชอาณาจักรในช่วงคริสตศักราช 1920 ก่อนจะแพร่หลายในแวดวงการเมืองระบอบรัฐสภา

 

โดยเฉพาะกฎหมายอังกฤษได้รับรองสถานภาพของพรรคร่วมฝ่ายค้าน หรือชื่อทางการว่า His Majesty’s Most Loyal Opposition ที่มีการจัดสรรงบประมาณแผ่นดินเพื่อให้มีกำลังในการตรวจสอบรัฐบาล รวมถึงการยกระดับเป็น ‘รัฐบาลรอจัดตั้ง’ (government-in-waiting) เพื่อให้มีรัฐบาลเข้าบริหารประเทศต่อได้ทันทีหากรัฐบาลปัจจุบันล้มลุกคลุกคลาน หรือยุบสภาฯ อย่างกะทันหัน

 

ต่อมานอกจากกลไกตรวจสอบรัฐบาลผ่านรัฐสภาแล้ว เมื่อปี 1923 ได้มีการจัดตั้ง ครม. เงา ชุดแรกขึ้นมาอย่างเป็นทางการ นำโดย Ramsay MacDonald หัวหน้าพรรคแรงงาน (Labour Party) โดยให้ สส. ในพรรคเป็นผู้คัดเลือกบุคคลมาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีเงา ซึ่งต่อบุคคลเหล่านี้ก็ได้ก้าวขึ้นมาเป็นรัฐมนตรีจริงๆ ภายหลังพรรคแรงงานชนะการเลือกตั้ง ธรรมเนียม ครม. เงา ในสหราชอาณาจักรจึงริเริ่มขึ้นนับแต่นั้น และยังดำเนินเรื่อยมาอย่างแข็งแรงถึงปัจจุบัน

 

ไอเดียแรกเริ่มยุคไทยรักไทย แหล่งผลิตนโยบายเรือธง

 

สำหรับประเทศไทยมีบันทึกไว้ว่า แนวคิด ครม. เงา ที่นำมาปฏิบัติจริงเป็นครั้งในการเมืองยุคใหม่ คือไม่นานหลังการก่อตั้งพรรค ‘ไทยรักไทย’ นำโดย พล.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร (ยศขณะนั้น) ที่ดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรค และตรงกับช่วงที่รัฐบาล ชวน หลีกภัย กำลังบริหารประเทศ

 

ในหนังสือ Thaksin: The Business of Politics in Thailand ของ ผาสุก พงษ์ไพจิตร และ Chris Baker ปรากฏรายละเอียดการจัดตั้ง ครม. เงา ของพรรคไทยรักไทย เมื่อช่วงเดือนสิงหาคมปี 2542 ก่อนการเลือกตั้ง สส. ในปี 2544 ที่พรรคไทยรักไทยชนะถล่มทลายได้ สส. เกือบ 300 เสียง

 

ครม. เงา ของไทยรักไทยครั้งนั้น จึงไม่ใช่เพียงกลไกการตรวจสอบรัฐบาล แต่ได้กลายเป็นจุดกำเนิดของ ‘นโยบายเรือธง’ หลายประการ ที่ต่อมาได้นำไปปฏิบัติจริงเมื่อเป็นรัฐบาล รวมถึงยังเป็นการสร้างภาพลักษณ์ ‘ครม. ทางเลือก’ ให้ประชาชนได้เปรียบเทียบกับรัฐบาล ชวน หลีกภัย ในขณะนั้น ที่กำลังฟื้นความเชื่อมั่นจากสถานการณ์วิกฤตต้มยำกุ้ง

 

นพ. สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี ผู้ร่วมก่อตั้งพรรคไทยรักไทย ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ครม. เงา ไทยรักไทย มีการประชุมกันทุกวันพฤหัสบดี ในการประชุมครั้งหนึ่งกลางปี 2542 เขาได้นำเสนอแนวคิด ‘หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า’ และได้นัดหมาย นพ. สงวน นิตยารัมภ์พงศ์ มานำเสนอรายละเอียดต่อที่ประชุม ก่อนที่จะต่อยอดเป็นนโยบาย ‘30 บาท รักษาทุกโรค’ ในรัฐบาลไทยรักไทย

 

สำหรับรายชื่อของ ครม. เงา ไทยรักไทย เป็นการรวมนักวิชาการ นักธุรกิจ แพทย์ เทคโนแครต ภาคประชาสังคม และผู้เชี่ยวชาญจากแวดวงต่างๆ ไม่ใช่เพียงนักการเมือง มาตั้งเป็นคณะทำงานร่วมกัน อาทิ

 

ทักษิณ ชินวัตร และ กิตติ ลิ่มสกุล ดูแลกระทรวงการคลังเงา, สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ดูแลกระทรวงพาณิชย์เงา, พันศักดิ์ วิญญรัตน์ และ สุรนันทน์ เวชชาชีวะ ดูแลกระทรวงอุตสาหกรรมเงา, สุธรรม แสงประทุม และ สุนี ไชยรส ดูแลกระทรวงแรงงานเงา, พงศ์เทพ เทพกาญจนา ดูแลสำนักนายกรัฐมนตรีเงา, คณิต ณ นคร และ ชูศักดิ์ ศิรินิล ดูแลกระทรวงยุติธรรมเงา, นพ. ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ ดูแลกระทรวงสาธารณสุขเงา เป็นต้น

 

อย่างไรก็ตาม หลังพรรคไทยรักไทยชนะการเลือกตั้งในปี 2544 มีราว 11 คนในรายชื่อทั้งหมดเท่านั้นที่ได้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีใน ครม. จริง แต่นอกจากนี้ก็มีบางคนที่ทำหน้าที่ต่อในฐานะ สส. หรือที่ปรึกษา และอีกหลายคนที่ยังสังกัดพรรคเพื่อไทยในปัจจุบัน

 

ครม. เงา ‘สีฟ้า’ ประกบติดรัฐบาล ‘สีแดง’

 

แม้แนวคิดจะย้อนไปไกลถึงยุคก่อตั้งพรรคไทยรักไทยก็ตาม แต่เนื่องจากขณะนั้นพรรคไทยรักไทยยังไม่มี สส. ในสภาฯ จึงมีการนับว่า ครม. เงา อย่างเป็นทางการเริ่มขึ้นในยุคพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร

 

โดยมีการจัดตั้ง ครม. เงา ขึ้น 2 ครั้ง ล้วนแต่นำโดย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ประกอบด้วย

 

ครม. เงา ในยุครัฐบาลพลังประชาชน

 

ช่วงปี 2551 ระยะนี้มีนายกรัฐมนตรีดำรงตำแหน่ง 2 คน คือ สมัคร สุนทรเวช และ สมชาย วงศ์สวัสดิ์ รายชื่อที่น่าสนใจ อาทิ

 

อภิสิทธิ์ เป็นนายกรัฐมนตรีเงา และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเงา, ชำนิ ศักดิเศรษฐ์ สุทัศน์ เงินหมื่น อลงกรณ์ พลบุตร กษิต ภิรมย์ เป็นรองนายกรัฐมนตรีเงา, นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ และ องอาจ คล้ามไพบูลย์ เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเงา, สุเทพ เทือกสุบรรณ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเงา, กรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเงา, พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมเงา และ จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานเงา เป็นต้น

 

ต่อมาหลังจากมีการยุบพรรคพลังประชาชน และ สมชาย วงศ์สวัสดิ์ พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และอภิสิทธิ์ได้ตั้ง ครม. พบว่า มีบางรายชื่อ ใน ครม. เงา ที่ได้ดำรงตำแหน่งใน ครม. จริง

 

ครม. เงา ในยุครัฐบาลเพื่อไทย

 

เมื่อปี 2554 เพื่อตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลเพื่อไทย ที่มี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี รายชื่อที่น่าสนใจ อาทิ

 

อภิสิทธิ์ เป็นนายกรัฐมนตรีเงา และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเงา, จุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเงา, องอาจ คล้ามไพบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเงา, สาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเงา, อภิรักษ์ โกษะโยธิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์เงา และ สุเทพ เทือกสุบรรณ ยังเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเงา เช่นเดิม

 

ครม. เงาสีส้ม พื้นที่ให้บรรดา ‘มืออาชีพ’

 

มาถึงยุคปัจจุบัน การทำหน้าที่ฝ่ายค้านของพรรคสีส้มที่ผ่านมา แม้จะมีแนวคิดแบ่งกลุ่ม สส. ของพรรคแยกตามประเด็นที่ติดตามการทำงานของรัฐบาลแต่ละด้าน แต่ก็ไม่เคยมีการใช้คำว่า ‘ครม. เงา’ อย่างเป็นทางการ จนกระทั่งล่าสุดในการประชุมใหญ่สามัญประจำปีของพรรค เมื่อ 26 เมษายน จึงมีการจับตากันว่า การจัดตั้ง ครม. เงาสีส้ม จะเกิดขึ้นจริงหรือไม่ ซึ่งจะมีการแถลงข่าวอย่างลงรายละเอียดภายในช่วงสัปดาห์นี้

 

อ้างอิงจากคำอธิบายของ วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร สส. แบบบัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน ระบุว่า จะแบ่งการทำงานออกเป็น 4 ด้าน คือ ด้านความมั่นคง, เศรษฐกิจ, คุณภาพชีวิต และการปฏิรูปรัฐและกฎหมาย ซึ่งจะเชื่อมทุกองคาพยพของพรรค โดยมองว่าการแบ่งรูปแบบนี้จะเป็นประโยชน์กว่าการแยกเป็นรายกระทรวงแบบตายตัว

 

“ครม. เงา ของเราจะมีการประชุมเป็นรายสัปดาห์ และอยากให้ประชาชนรู้สึกว่า ประเทศไทยดีกว่านี้ได้ ไม่อยากให้คนหมดความคาดหวังกับการเมืองและเศรษฐกิจไทย อยากเสนอว่าหากเราเป็นรัฐบาล เราจะนำเสนอสิ่งที่ดีกว่าสำหรับประเทศไทยอย่างไรในรายสัปดาห์” วีระยุทธกล่าว

 

กล่าวคือ ครม. เงาสีส้ม อาจไม่ได้เป็นรูปแบบเดียวกันกับ ครม. จริง ที่มีฝ่ายค้านประกบรัฐมนตรีแบบตัวต่อตัว แต่จะเป็นการจัดตั้งรัฐบาลแบบพรรคประชาชนมาคู่ขนาน ตามแนวคิดที่เคยนำเสนอไว้ในช่วงหาเสียง จึงอาจมีความเป็น ‘รัฐบาลทางเลือก’ ให้ประชาชนเห็นว่ามีวิธีจัดการบริหารแบบอื่นที่ดีกว่าหรือไม่ มากกว่ามุ่งการตรวจสอบหรือจับผิดรัฐมนตรีกระทรวงต่างๆ อย่างลงลึก

 

ทำให้อดลุ้นไม่ได้ว่า หากพรรคประชาชนจะเดินหน้าต่อด้วยแนวคิดนี้ แล้วบุคคลใดที่จะได้รับเลือกมาเป็น ครม. เงา ดังกล่าว ตลอดจนรายชื่อของ The Professionals ซึ่งเคยเปิดตัวมาอย่างยิ่งใหญ่นั้น จะเข้ามีส่วนร่วมในกระบวนการนี้ด้วยหรือไม่

 

มองในภาพรวมแล้ว กลไก ครม. เงาของพรรคประชาชนก็อาจมีข้อดี เพื่อให้ สส. หรือบุคลากรของพรรคซึ่งเคยถูกวางตัวให้เป็น ‘ทีมบริหารรัฐบาลประชาชน’ เข้ามามีที่ทางและบทบาทมากขึ้น แทนที่จะต้องไปทำงานด้านการตรวจสอบหรืออภิปรายที่อาจจะไม่ได้ถนัดนักด้วย

The post ย้อนที่มา ครม. เงา แบบไทย: ตั้งต้นจากไทยรักไทย สู่ฝ่ายค้านสีฟ้า มาถึงสีส้ม appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลือกตั้ง 2569 : มติพรรคประชาธิปัตย์งดออกเสียงในการโหวตนายกฯ หวังเสียงข้างมากเปิดโอกาสให้อภิปรายคุณสมบัติแคนดิเดต https://thestandard.co/democrat-abstain-pm-vote/ Wed, 18 Mar 2026 09:54:11 +0000 https://thestandard.co/democrat-abstain-pm-vote/ ภาพกราฟิก สส. พรรคประชาธิปัตย์ 21 คน งดออกเสียงโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี พร้อมข้อความ อภิสิทธิ์ เตรียมอภิปรายคุณสมบัติแคนดิเดต

อีก 1 พรรคร่วมฝ่ายค้านหลักอย่างพรรคประชาธิปัตย์ที่มี สส […]

The post เลือกตั้ง 2569 : มติพรรคประชาธิปัตย์งดออกเสียงในการโหวตนายกฯ หวังเสียงข้างมากเปิดโอกาสให้อภิปรายคุณสมบัติแคนดิเดต appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพกราฟิก สส. พรรคประชาธิปัตย์ 21 คน งดออกเสียงโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี พร้อมข้อความ อภิสิทธิ์ เตรียมอภิปรายคุณสมบัติแคนดิเดต

อีก 1 พรรคร่วมฝ่ายค้านหลักอย่างพรรคประชาธิปัตย์ที่มี สส. 21 เสียง ได้มีความเคลื่อนไหวสำคัญในโค้งสุดท้ายก่อนวันโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ภายหลังการประชุมร่วมกันของ สส. ในช่วงบ่ายวันนี้ (18 มีนาคม)

 

การประชุมเริ่มขึ้นเมื่อเวลา 14.00 น. โดยมี สาทิตย์ วงศ์หนองเตย สส. แบบบัญชีรายชื่อ เป็นประธานในการประชุม โดย สส. ทั้งหมดเข้าประชุมกันอย่างพร้อมเพรียง ขาดแต่เพียง ชวน หลีกภัย สส. แบบบัญชีรายชื่อ อดีตหัวหน้าพรรค ที่ลาการประชุม เนื่องจากต้องไปพบแพทย์

 


รายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ : ติดตามผล คะแนนเลือกตั้ง 2569 และ ผลประชามติ ได้ที่https://election2569.thestandard.co/


 

มติพรรค ‘งดออกเสียง’ มอบอภิสิทธิ์ชี้แจงเหตุผลต่อสภา

 

หลังการประชุม 1 ชั่วโมงครึ่ง สาทิตย์เปิดเผยมติของพรรคประชาธิปัตย์ว่า จะโหวต ‘งดออกเสียง’ ในการลงคะแนนโหวตนายกรัฐมนตรีวันพรุ่งนี้ (15 มีนาคม) เพราะจากที่ผ่านมาพรรคจะลงมติงดออกเสียงเป็นส่วนใหญ่

 

ทั้งนี้ หากที่ประชุมสภาฯ จะเปิดโอกาสให้สมาชิกอภิปรายเรื่องคุณสมบัติของผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี พรรคก็มีมติให้ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส. แบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรค เป็นผู้อภิปราย และชี้แจงเหตุผลรายละเอียดว่า เหตุใดพรรคจึงงดออกเสียง

 

หวังเสียงข้างมากให้โอกาสอภิปรายคุณสมบัตินายกฯ

 

อย่างไรก็ตาม พรรคประชาธิปัตย์ได้รับการประสานงานจากประธานสภาฯ เชิญหัวหน้าพรรคเข้าหารือที่อาคารรัฐสภา ในเวลา 9.00 น. ของวันที่ 19 มีนาคม สาทิตย์ระบุว่า ทำให้ไม่แน่ใจว่าอาจไม่เปิดโอกาสให้มีการอภิปรายเรื่องคุณสมบัติของผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรีหรือไม่

 

“ก็ได้แต่หวังว่าเสียงข้างมากในสภาฯ คือพรรคภูมิใจไทย จะเปิดโอกาสให้มีการอภิปรายเรื่องคุณสมบัตินายกรัฐมนตรี เพราะถือว่าเป็นเรื่องใหญ่มาก และตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเป็นตำแหน่งที่สำคัญในการบริหารราชการแผ่นดิน คุณสมบัติความโปร่งใสก็ควรได้รับการตรวจสอบ จากสภาฯ ด้วยเช่นกัน” สาทิตย์กล่าว

 

สาทิตย์ยังยอมรับว่าด้วยว่า เนื่องจากมีพรรคการเมืองที่จะเสนอชื่อแข่งกับ อนุทิน ชาญวีรกูล จากพรรคภูมิใจไทย เป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้พรรคมีมติงดออกเสียง แต่ไม่ใช่ทั้งหมด เพราะ สส. ของพรรคได้พิจารณาคุณสมบัติของทั้งสองคนที่จะลงแข่งขันเป็นนายกรัฐมนตรี แต่เห็นว่าการงดออกเสียงจำเป็นและสำคัญ ส่วนเหตุผล และรายละเอียดนั้น อภิสิทธิ์จะเป็นผู้ชี้แจง

 

ขณะที่ล่าสุด นอกจากพรรคภูมิใจไทยที่เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลจะเสนอชื่ออนุทินแล้ว ก็มีความชัดเจนว่าพรรคประชาชนในฐานะฝ่ายค้านอันดับ 1 จะเสนอชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีอย่าง ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน เข้าแข่งขันในการประชุมสภาฯ วันพรุ่งนี้เช่นกัน

 


 

เกาะติดความเคลื่อนไหว เลือกตั้ง 2569 : ข่าวล่าสุด บทวิเคราะห์ กติกาการเลือกตั้ง และรายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ได้ที่นี่
https://thestandard.co/election2569/

The post เลือกตั้ง 2569 : มติพรรคประชาธิปัตย์งดออกเสียงในการโหวตนายกฯ หวังเสียงข้างมากเปิดโอกาสให้อภิปรายคุณสมบัติแคนดิเดต appeared first on THE STANDARD.

]]>
อ่านให้ลึกอีก: ผลโหวตประธานสภา ไม่เพียงกำหนดโฉมหน้านายกฯ แต่สะท้อนเสถียรภาพใหม่รัฐบาลสีน้ำเงิน https://thestandard.co/speaker-vote-anutin-government-stability/ Wed, 18 Mar 2026 04:02:10 +0000 https://thestandard.co/?p=1188628 โหวตประธานสภาและนัยยะต่อเสถียรภาพรัฐบาลใหม่

ในสายตาของประชาชนส่วนมากอาจมองว่าบทบาทของ ‘ประธานสภาผู้ […]

The post อ่านให้ลึกอีก: ผลโหวตประธานสภา ไม่เพียงกำหนดโฉมหน้านายกฯ แต่สะท้อนเสถียรภาพใหม่รัฐบาลสีน้ำเงิน appeared first on THE STANDARD.

]]>
โหวตประธานสภาและนัยยะต่อเสถียรภาพรัฐบาลใหม่

ในสายตาของประชาชนส่วนมากอาจมองว่าบทบาทของ ‘ประธานสภาผู้แทนราษฎร’ นั้น ไม่โดดเด่นเท่า ‘นายกรัฐมนตรี’

 

แต่แท้จริงแล้วตำแหน่งประธานสภาฯ ไม่ใช่เก้าอี้ธรรมดาในสายตาของบรรดานักการเมือง หากแต่เป็น ‘กระดุมเม็ดแรก’ ที่ต้องกลัดให้ถูกต้อง เพื่อปูทางไปสู่เก้าอี้นายกรัฐมนตรีตามที่คาดหมาย

 

หลังการโหวตเลือกประธานสภาฯ คนใหม่เมื่อวันที่ 15 มีนาคมที่ผ่านมา เรามองเห็นอะไรบ้าง

 

ภาพ: ณาฌารัฐ ภักดีอาสา, ศวิตา พูลเสถียร

 

แกะรอยผลโหวตประธานสภาฯ แต่ละฝ่ายมีเสียงเท่าไรกันแน่

 

การประชุมสภาผู้แทนราษฎรนัดแรกเพื่อเลือกประธานสภาฯ ผ่านไปอย่างไม่เหนือความคาดหมาย เมื่อเสียงข้างมาก 289 เสียงในสภาฯ ส่ง โสภณ ซารัมย์ สส. บุรีรัมย์ 7 สมัย พรรคภูมิใจไทย คนสนิท เนวิน ชิดชอบ คว้าเก้าอี้ประธานสภาฯ มาได้ ขณะที่คู่แข่งจากพรรคประชาชนอย่าง พริษฐ์ วัชรสินธุ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ที่ได้คะแนนโหวต 123 เสียง

 

ตัวเลขแพ้ชนะที่ห่างกัน 166 เสียง อาจไม่น่าสนใจเท่ากับจำนวนโหวต ‘งดออกเสียง’ 80 เสียง และ ‘บัตรเสีย’ อีก 5 ใบ ในกระบวนการโหวตที่ใช้วิธีเขียนตัวเลขลงบนบัตรว่าจะเลือกผู้ได้รับการเสนอชื่อคนใด

 

คำนวณอย่างคร่าวๆ ในตัวเลขงดออกเสียง 80 เสียงนั้น ย่อมประกอบไปด้วย 2 พรรคร่วมฝ่ายค้าน ที่ประกาศจุดยืนว่าจะงดออกเสียงตั้งแต่ก่อนการประชุมสภาฯ จะเริ่ม ได้แก่พรรคประชาธิปัตย์ที่มี สส. 21 เสียง ตามด้วยพรรคกล้าธรรมที่มี สส. 58 เสียง รวมกันเป็น 79 เสียง

 

ส่วนอีก 1 เสียงที่เพิ่มมา คาดว่าเป็นของ นพ. วรงค์ เดชกิจวิกรม สส. หนึ่งเดียวของพรรคไทยภักดี ที่ประกาศตัวเป็น ‘ฝ่ายค้านผู้รักชาติ’ หลังไม่ได้ถูกเชิญเข้าร่วมรัฐบาลภูมิใจไทย เขาได้เปิดเผยผ่านเพจเฟซบุ๊กว่า “ผม ‘งดออกเสียง’ ครับ”

 

ภาพ: ศวิตา พูลเสถียร

 

สำหรับการเสนอชื่อพริษฐ์ชิงตำแหน่งประธานสภาฯ นั้น เป็นมติของพรรคประชาชนที่ไม่ได้ทำข้อตกลงเป็นมติร่วมกับพรรคฝ่ายค้านอื่นๆ ดังนั้น เดิมที่เคยมีการรวมเสียงพรรคฝ่ายค้าน (พรรคที่ไม่ได้ร่วมรัฐบาล) ว่ามีทั้งหมด 209 เสียง

 

แม้จะตัดเสียงทั้งหมดของพรรคกล้าธรรม พรรคประชาธิปัตย์ และ 1 เสียงจากพรรคไทยภักดีไปแล้ว เสียงของฝ่ายค้านที่ควรจะเทมายังพริษฐ์ คือ 128 เสียง

 

128 เสียงที่ว่า เกิดจาก สส. พรรคประชาชน 120 คน บวกกับ 6 คน จากพรรคไทรวมพลัง และอย่างละ 1 เสียง จากพรรครวมไทยสร้างชาติกับพรรคเสรีรวมไทย รวมแล้วคือหายไป ‘5 เสียง’ จากทั้งหมด 209 เสียง

 

เอกภาพฝ่ายค้านไม่มีจริง ลงคะแนนลับเปิดช่อง ‘งูเห่า’ หนุนฝ่ายค้าน?

 

เมื่อวิเคราะห์ ‘บัตรเสีย’ ทั้ง 5 ใบ เพิ่มเติม จากการตรวจสอบการถ่ายทอดสดการประชุมสภาฯ ในช่วงนับคะแนนจะพบว่า เหตุผลที่คณะกรรมการตรวจนับคะแนนจำนวน 6 คน ซึ่งคัดเลือกมาจากกลุ่ม สส. ต่างพรรคกัน ลงความเห็นว่าเป็นบัตรเสีย มีดังนี้:

 

  • 2 ใบ เขียนว่า ‘งดออกเสียง’ แต่เขียนด้านหลังบัตร แทนที่จะเขียนในช่องทำเครื่องหมาย (แปลว่าคะแนน ‘งดออกเสียง’ จริงๆ คือ 82 เสียง)
  • 1 ใบ เขียนหมายเลข 2 (เลือกพริษฐ์) แต่เขียนผิดด้านเช่นกัน (แปลว่าคะแนนของพริษฐ์จริงๆ คือ 124 เสียง)
  • 1 ใบ ตัวเลขที่เขียนมีความคลุมเครือไม่ชัดเจน ไม่สามารถตีความได้ว่าเป็นเลข 1 หรือ 2 กรรมการตรวจนับคะแนนลงความเห็นร่วมกันว่าเป็นบัตรเสีย
  • และอีก 1 ใบ เป็นบัตรเปล่าที่ไม่มีการเขียนตัวเลขใดๆ

 

ภาพ: ณาฌารัฐ ภักดีอาสา

 

ทำให้หลังผลนับคะแนนเสร็จสิ้น มี สส. จากพรรคประชาชน เช่น ณัฐวุฒิ บัวประทุม และ ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ลุกขึ้นทักท้วงการตีความของคณะกรรมการฯ ที่ตีความเป็นบัตรเสียทั้ง 5 ใบ ว่าควรเคารพเจตจำนงในบัตร 3 ใบ ซึ่งแม้จะเขียนไว้ด้านหลังบัตรแทนที่จะเป็นในช่องลงคะแนน ควรนับเป็นการลงคะแนนหรือไม่

 

“ท่านผ่านการเลือกตั้งมาแล้ว ผมคิดว่าการแสดงเจตจำนงผิดหน้ากระดาษ พวกผมตีความว่าเป็นบัตรเสีย” วรวงศ์ วรปัญญา สส. ลพบุรี พรรคเพื่อไทย ในฐานะคณะกรรมการฯ กล่าวชี้แจงต่อที่ประชุมในตอนหนึ่ง

 

ข้อมูลของบัตรเสียทั้ง 5 ใบ สอดคล้องกับความเห็นของแหล่งข่าวจากพรรคประชาชน ที่ร่วมสังเกตการณ์นับคะแนนในวันที่ 15 มีนาคม ที่ระบุว่า พรรคประชาชนไม่ได้หารือกับพรรคในขั้วฝ่ายค้านอื่นๆ ว่ามีมติจะโหวตอย่างไร เนื่องจากให้เกียรติแต่ละพรรค (ยกเว้นพรรคประชาธิปัตย์ พรรคกล้าธรรม และพรรคไทยภักดี ที่ประกาศจุดยืนมาก่อนแล้ว)

 

ทำให้ตั้งข้อสังเกตต่อไปได้ว่า 5 เสียงที่หายไปจากขั้วฝ่ายค้าน อาจกระจายออกเป็น ‘งดออกเสียง’ 2 ใบ, เลือกพริษฐ์ 1 ใบ, เลือกฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง 1 ใบ และอีกใบที่ไม่ลงคะแนน (ไม่ว่าจะโดยจงใจหรือผิดพลาด)

 

ภาพ: ณาฌารัฐ ภักดีอาสา

 

อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวคนเดิมประเมินว่า พรรคร่วมฝ่ายค้านขนาดเล็กที่เหลืออีก 8 เสียงนั้น อาจพร้อมใจกันงดออกเสียงทั้งหมด

 

และมองว่า 3-4 เสียง ที่โหวตให้พริษฐ์นั้น เป็นเสียงที่ ‘เพิ่มมา’ และไม่แน่ว่าอาจมาจากพรรคร่วมรัฐบาลเองหรือไม่ ถ้าเป็นเช่นนั้นจริงจะต้องเรียกว่า ‘งูเห่า’ มุมกลับ ที่หันมาหนุนฝ่ายค้านหรือไม่

 

ควรคำนึงด้วยว่า พรรคประชาชนที่เป็นแกนนำพรรคร่วมฝ่ายค้านอันดับ 1 เคยแสดงออกในหลายวาระว่า ฝ่ายค้านไม่จำเป็นต้องมีเอกภาพเป็นปึกแผ่น สังคมอาจจดจำภาพฝ่ายค้านเมื่อการเลือกตั้งปี 2562 ที่มักจะมีมติไปในทางเดียวกัน แต่ปัจจุบันบริบททางการเมืองได้เปลี่ยนไปแล้ว ความจำเป็นที่ฝ่ายค้านต้องรวมเสียงกันอาจมีเพียงโอกาสสำคัญอย่างการอภิปรายไม่ไว้วางใจ หรือการลงมติร่าง พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปีฯ เท่านั้น

 

นอกจากนี้ ข้อมูลจาก สส. ในห้องประชุมยังยืนยันว่า สส. ฝ่ายรัฐบาลยังมีเสียงที่ ‘แฝง’ อยู่อีกอย่างน้อย 2-3 เสียง ทำให้จำนวนแท้จริงต้องบวกเพิ่มจาก 289 เสียง ที่โสภณได้ เป็นอย่างน้อย 291 เสียง ที่ต้องจับตาในวันโหวตเลือกนายกฯ

 

จึงสามารถอนุมานเสียงโหวตเห็นชอบให้กับ อนุทิน ชาญวีรกูล ผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรีจากพรรคภูมิใจไทย อยู่ที่ประมาณ 289-291 เสียงเป็นขั้นต่ำ

 

ขณะที่ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้ได้รับการเสนอชื่อจากพรรคประชาชน คาดว่าจะได้รับ 123-125 เสียง เพราะมีกระแสข่าวว่า พรรคกล้าธรรมและพรรคประชาธิปัตย์จะงดออกเสียงดังเดิม

 

หมดยุคดีล ‘คนกลาง’ ถึงเวลาประมุข 2 ฝ่าย ค่าย ‘น้ำเงิน’ เดียวกัน

 

มองไปให้ไกลกว่าการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ในวันที่ 19 มีนาคมที่จะถึงนี้ ซึ่งว่ากันอย่างหาความก็เป็นเพียงการออก ‘ใบเสร็จ’ ให้นายกรัฐมนตรีที่การันตีชัยชนะอยู่แล้ว ให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ตามกฎหมายเท่านั้น คำถามที่ควรถามต่อไปคือ รัฐบาลที่จัดตั้งขึ้นใหม่นี้จะมีเสถียรภาพเพียงใด

 

เฉพาะผลการเลือกประธานสภาฯ ซึ่งคาดเดาได้ยากกว่าผลโหวตนายกรัฐมนตรีเล็กน้อย จึงไม่แปลกที่พรรคร่วมฝ่ายค้านจะต้องเสนอชื่อแข่ง แม้จะรู้ว่าแพ้ แต่อย่างน้อยก็ได้เห็นเสียงในสภาฯ ที่มีอยู่จริงว่าเป็นตัวเลขประมาณใด ก่อนที่ตัวเลขเหล่านั้นจะ ‘เปิดหน้า’ ในวันโหวตนายกรัฐมนตรี เพราะเป็นการนับคะแนนแบบขานชื่อโดยเปิดเผย

 

ถึงอย่างนั้นเอง เมื่อบริบทการเมืองเปลี่ยน ผลการโหวตนายกรัฐมนตรีจึงไม่อาจบอกได้ทุกอย่างแบบตรงไปตรงมา แต่อย่างน้อย โฉมหน้าประธานสภาฯ คนใหม่ ก็บอกเราได้ว่า เป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 15 ปี ที่ประเทศไทยมีนายกรัฐมนตรีมาจากพรรคการเมืองเดียวกับประธานสภาฯ

 

ภาพ: ศวิตา พูลเสถียร

 

ที่ผ่านมา การวางตัวบุคคลมาดำรงตำแหน่งประธานสภาฯ ล้วนต้องอาศัยการทำดีล ‘คนกลาง’ มารับตำแหน่งนี้ เนื่องจากความขัดแย้งกันเองระหว่างพรรคการเมืองจนไม่สามารถรวมเสียงข้างมากได้

 

ตัวอย่างที่เด่นชัดคือ หลังการรัฐประหารปี 2557 และ พล.อ. ประยุทธ์ ที่ยึดอำนาจในฐานะหัวหน้า คสช. ลงสนามเลือกตั้งเพื่อชิงเก้าอี้นายกฯ สมัยที่ 2 แกนนำขั้วรัฐบาลอย่างพรรคพลังประชารัฐในขณะนั้นมีเสียงปริ่มน้ำสูสีกับฝ่ายค้านอย่างมาก ทำให้ต้องเสนอชื่อ ชวน หลีกภัย จากพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งทุกฝ่ายให้การยอมรับมาเป็นประธานสภาฯ

 

อีกครั้งคือการเลือกตั้งในปี 2566 ที่พรรคก้าวไกลได้คะแนนมาเป็นอันดับ 1 แต่ไม่สามารถหาจุดลงตัวกับพรรคเพื่อไทยในฐานะพรรคร่วมรัฐบาลอันดับ 2 ได้ว่าตำแหน่งประธานสภาฯ ควรเป็นของพรรคใด สุดท้ายจึงมีการเสนอชื่อ วันมูหะมัดนอร์ มะทา จากพรรคประชาชาติ เป็นคนกลางรับตำแหน่งดังกล่าว เพื่อให้ได้ข้อยุติ

 

มาถึงปัจจุบันที่ทั้งประธานสภาฯ และนายกรัฐมนตรีมาจากพรรคการเมืองเดียวกัน ย่อมสะท้อนถึงการยอมรับในเสียงข้างมากโดยดุษฎี นำมาสู่การยึดกุมเก้าอี้ 2 ผู้นำสูงสุดของฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหารอย่างเบ็ดเสร็จ ปราศจากการต่อรองหรือหาคนกลางใดๆ กล่าวคือพรรคการเมืองเดียวกัน จะกำกับดูแลทั้งด้านการเสนอกฎหมาย แก้รัฐธรรมนูญ และคุมวาระต่างๆ ในสภาฯ พร้อมกับมีอำนาจสั่งการผ่านกระทรวงต่างๆ ไปด้วย

 

ยังไม่นับรวมตำแหน่งประธานวุฒิสภาที่ถูกเพ่งเล็งมาตลอดว่า อาจมีความโยงใยสายสัมพันธ์ถึงกัน แม้ล่าสุดอนุกรรมการไต่สวนชุดที่ 36 ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะมีความเห็นให้ตีตกข้อกล่าวหาดังกล่าวไปแล้วก็ตาม

 

โจทย์ที่เหลืออยู่ต่อไปของพรรคภูมิใจไทยซึ่งกุมเสียงข้างมากนั้น จะสามารถนำพาประเทศไทยผ่านห้วงวิกฤตอันท้าทายนี้ไปได้อย่างตลอดรอดฝั่งหรือไม่ เพราะประวัติศาสตร์การเมืองที่ผ่านมาล้วนสอนเราว่า จำนวนเสียงที่มีในครอบครอง ไม่ได้การันตีเสถียรภาพทางการเมืองที่ครอบคลุม

 

ภาพ: ศวิตา พูลเสถียร

The post อ่านให้ลึกอีก: ผลโหวตประธานสภา ไม่เพียงกำหนดโฉมหน้านายกฯ แต่สะท้อนเสถียรภาพใหม่รัฐบาลสีน้ำเงิน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผู้นำ 2 ฝ่าย ค่ายเดียวกัน ย้อนดูพรรคที่นายกฯ-ประธานสภาฯ สังกัด https://thestandard.co/pm-speaker-same-party-thailand/ Tue, 17 Mar 2026 01:31:45 +0000 https://thestandard.co/pm-speaker-same-party-thailand/

ย้อนดูประวัติศาสตร์การเมืองไทย มีกี่ครั้งที่ 2 ผู้นำ จา […]

The post ผู้นำ 2 ฝ่าย ค่ายเดียวกัน ย้อนดูพรรคที่นายกฯ-ประธานสภาฯ สังกัด appeared first on THE STANDARD.

]]>

ย้อนดูประวัติศาสตร์การเมืองไทย มีกี่ครั้งที่ 2 ผู้นำ จากฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติ คือนายกรัฐมนตรีและประธานสภาผู้แทนราษฎร สังกัดในพรรคการเมืองเดียวกัน

 

หากมองตามหลักการรวมเสียงในสภาฯ ทั้งนายกรัฐมนตรีและประธานสภาฯ ล้วนแต่เป็นตำแหน่งระดับสูงที่ต้องได้รับความไว้วางใจโดยเสียงข้างมากในสภาฯ ทั้งสิ้น ดังนั้น หาก 2 ตำแหน่งนี้มาจากพรรคการเมืองเดียวกัน ย่อมสะท้อนว่าพรรคนั้นคุมเสียงในสภาฯ ได้มากไปด้วย

 

เช่นหลังการเลือกตั้งปี 2554 พรรคเพื่อไทยชนะเลือกตั้งอย่างแลนด์สไลด์ จึงมีทั้งเก้าอี้นายกฯ และประธานสภาฯ ทว่าต่อมาเมื่อเกิดรัฐประหาร พล.อ. ประยุทธ์ เข้าสู่อำนาจ แต่ในปี 2562 เมื่อเข้าสู่สนามเลือกตั้ง เสียงในสภาฯ ของฝ่ายรัฐบาลปริ่มน้ำสูสีกับฝ่ายค้านอย่างมาก จึงเกิดดีลอาศัย ‘คนกลาง’ อย่าง ชวน หลีกภัย จากพรรคประชาธิปัตย์ ชิงตำแหน่งประธานสภาฯ เพื่อให้ได้การยอมรับจากเสียงข้างมากในสภาฯ

 

เหตุการณ์คล้ายกันเกิดขึ้นอีกครั้งหลังการเลือกตั้งปี 2566 ที่พรรคก้าวไกลได้คะแนนเสียงเป็นอันดับ 1 ทว่าประธานสภาฯ กลับเป็น วันมูหะมัดนอร์ มะทา จากพรรคประชาชาติ เพื่อเป็นผู้ประสานความขัดแย้งระหว่างพรรคก้าวไกลและพรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นพรรคอันดับ 2 นั่นเอง

 

กลับมายังปัจจุบัน นับเป็นครั้งแรกในเกือบ 10 ปี ที่พรรคการเมืองหนึ่งสามารถกุมเสียงข้างมาก และได้ทั้งตำแหน่งประธานสภาฯ และนายกรัฐมนตรีมาจากสังกัดพรรคเดียวกัน นั่นคือพรรคภูมิใจไทย ซึ่งต้องอาศัยปัจจัยอื่นๆ ร่วมด้วย เพื่อบ่งชี้ว่า รัฐบาลภายใต้การนำของพรรคภูมิใจไทย จะเดินหน้าไปอย่างมีเสถียรภาพหรือไม่

 

 

The post ผู้นำ 2 ฝ่าย ค่ายเดียวกัน ย้อนดูพรรคที่นายกฯ-ประธานสภาฯ สังกัด appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลือกตั้ง 2569 : 21 สส. ประชาธิปัตย์ รวมตัว ก่อนเดินทางเข้าร่วมพิธีเปิดประชุมรัฐสภา https://thestandard.co/democrat-mps-parliament-opening/ Sat, 14 Mar 2026 08:15:11 +0000 https://thestandard.co/?p=1187431 21 สส. พรรคประชาธิปัตย์ นำโดย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ, ชวน หลีกภัย, ชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ รวมตัวถ่ายภาพหมู่ที่ทำการพรรค ก่อนร่วมพิธีเปิดประชุมรัฐสภา

วันนี้ (14 มี.ค. 69) สส. ทั้ง 21 คนของพรรคประชาธิปัตย์ใ […]

The post เลือกตั้ง 2569 : 21 สส. ประชาธิปัตย์ รวมตัว ก่อนเดินทางเข้าร่วมพิธีเปิดประชุมรัฐสภา appeared first on THE STANDARD.

]]>
21 สส. พรรคประชาธิปัตย์ นำโดย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ, ชวน หลีกภัย, ชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ รวมตัวถ่ายภาพหมู่ที่ทำการพรรค ก่อนร่วมพิธีเปิดประชุมรัฐสภา

วันนี้ (14 มี.ค. 69) สส. ทั้ง 21 คนของพรรคประชาธิปัตย์ในชุดปกติขาว รวมตัวกันที่ลานพระแม่ธรณีบีบมวยผม ณ ที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์ นำโดย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค พร้อมด้วย ชวน หลีกภัย อดีตหัวหน้าพรรค และ ชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ เลขาธิการพรรค ได้ร่วมถ่ายภาพหมู่ร่วมกันเพื่อแสดงความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะตัวแทนประชาชน ก่อนเริ่มสมัยประชุมสภาประจำปี 2569

 

จากนั้นในเวลา 17.00 น. คณะ สส. ทั้งหมดจะเดินทางไปยังอาคารรัฐสภา ถนนสามเสน เพื่อเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ในวโรกาสเสด็จพระราชดำเนินไปทรงประกอบรัฐพิธีเปิดประชุมรัฐสภา สมัยสามัญประจำปีครั้งแรก ณ ห้องประชุมอาคารรัฐสภา

 


รายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ : ติดตามผล คะแนนเลือกตั้ง 2569 และ ผลประชามติ ได้ที่
https://election2569.thestandard.co/


 

สำหรับ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เอง ยังถือเป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 7 ปี ที่ได้กลับมาดำรงตำแหน่ง สส. ด้วย

 

21 สส. พรรคประชาธิปัตย์ นำโดย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ, ชวน หลีกภัย, ชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ รวมตัวถ่ายภาพหมู่ที่ทำการพรรค ก่อนร่วมพิธีเปิดประชุมรัฐสภา 121 สส. พรรคประชาธิปัตย์ นำโดย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ, ชวน หลีกภัย, ชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ รวมตัวถ่ายภาพหมู่ที่ทำการพรรค ก่อนร่วมพิธีเปิดประชุมรัฐสภา 221 สส. พรรคประชาธิปัตย์ นำโดย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ, ชวน หลีกภัย, ชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ รวมตัวถ่ายภาพหมู่ที่ทำการพรรค ก่อนร่วมพิธีเปิดประชุมรัฐสภา 321 สส. พรรคประชาธิปัตย์ นำโดย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ, ชวน หลีกภัย, ชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ รวมตัวถ่ายภาพหมู่ที่ทำการพรรค ก่อนร่วมพิธีเปิดประชุมรัฐสภา 421 สส. พรรคประชาธิปัตย์ นำโดย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ, ชวน หลีกภัย, ชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ รวมตัวถ่ายภาพหมู่ที่ทำการพรรค ก่อนร่วมพิธีเปิดประชุมรัฐสภา 521 สส. พรรคประชาธิปัตย์ นำโดย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ, ชวน หลีกภัย, ชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ รวมตัวถ่ายภาพหมู่ที่ทำการพรรค ก่อนร่วมพิธีเปิดประชุมรัฐสภา 621 สส. พรรคประชาธิปัตย์ นำโดย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ, ชวน หลีกภัย, ชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ รวมตัวถ่ายภาพหมู่ที่ทำการพรรค ก่อนร่วมพิธีเปิดประชุมรัฐสภา 721 สส. พรรคประชาธิปัตย์ นำโดย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ, ชวน หลีกภัย, ชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ รวมตัวถ่ายภาพหมู่ที่ทำการพรรค ก่อนร่วมพิธีเปิดประชุมรัฐสภา 8
 


 

เกาะติดความเคลื่อนไหว เลือกตั้ง 2569 : ข่าวล่าสุด บทวิเคราะห์ กติกาการเลือกตั้ง และรายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ได้ที่นี่
https://thestandard.co/election2569/

The post เลือกตั้ง 2569 : 21 สส. ประชาธิปัตย์ รวมตัว ก่อนเดินทางเข้าร่วมพิธีเปิดประชุมรัฐสภา appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไพโรจน์ โล่ห์สุนทร สส. เพื่อไทย อาวุโสสุดในสภาฯ พร้อมทำหน้าที่ประธานชั่วคราว เชื่อประชุมราบรื่น https://thestandard.co/pairoj-lohsuntorn-interim-speaker/ Fri, 06 Mar 2026 07:57:49 +0000 https://thestandard.co/?p=1185028 ไพโรจน์ โล่ห์สุนทร สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนถึงความพร้อมในการทำหน้าที่ประธานสภาฯ ชั่วคราว

วันนี้ (6 มีนาคม) ที่อาคารรัฐสภา ไพโรจน์ โล่ห์สุนทร สส. […]

The post ไพโรจน์ โล่ห์สุนทร สส. เพื่อไทย อาวุโสสุดในสภาฯ พร้อมทำหน้าที่ประธานชั่วคราว เชื่อประชุมราบรื่น appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไพโรจน์ โล่ห์สุนทร สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนถึงความพร้อมในการทำหน้าที่ประธานสภาฯ ชั่วคราว

วันนี้ (6 มีนาคม) ที่อาคารรัฐสภา ไพโรจน์ โล่ห์สุนทร สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะ สส. ที่มีอาวุโสสูงสุดในสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 27 ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวถึงความพร้อมในการทำหน้าที่ประธานสภาผู้แทนราษฎรชั่วคราวในการประชุมสภาฯ นัดแรก วาระเลือกประธานสภาฯ คนใหม่ และรองประธานสภาฯ คนที่ 1 และคนที่ 2

 

ไพโรจน์ยืนยันว่า ตนเองมีความพร้อมในการทำหน้าที่ประธานสภาฯ ชั่วคราว และไม่จำเป็นต้องซักซ้อมการทำหน้าที่ เพราะเมื่อครู่นี้มีเจ้าหน้าที่มาอธิบายรายละเอียดให้เข้าใจแล้ว อย่างไรก็ตาม ส่วนสำคัญคือ ในการเปิดประชุมสภาฯ ต้องมีการปฏิญาณตนของ สส. ตามมาตรา 115 ของรัฐธรรมนูญเสียก่อน

 

ส่วนการประท้วงของสมาชิกฯ หรือความวุ่นวายในการประชุมสภาฯ นั้น ไพโรจน์เชื่อว่า ไม่มี คิดว่า สส. แต่ละท่านเข้าใจดีเกี่ยวกับการประชุมสภาฯ จึงคาดว่าจะไม่มีเรื่องเหล่านี้

 

ขณะที่คุณสมบัติของบุคคลที่จะมารับตำแหน่งประธานสภาฯ คนใหม่ ควรมีอะไรบ้างนั้น ไพโรจน์ระบุว่า สส. แต่ละท่านก็มีคุณสมบัติพร้อมเป็นประธานสภาฯ อยู่แล้ว และมีความเข้าใจเรื่องเหล่านี้ดี เชื่อว่า สส. เป็นประธานได้ทุกคน

 

ไพโรจน์เปิดเผยด้วยว่า ปีนี้ตนเองมีอายุ 90 ปีแล้ว ถือว่ามีอาวุโสสูงสุดในสภาฯ และสุขภาพยังคงแข็งแรง สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้

 

สำหรับ ไพโรจน์ โล่ห์สุนทร เคยเป็นอดีต สส. ลำปาง ย้ายมาสังกัดพรรคไทยรักไทยตั้งแต่ปี 2544 และได้รับเลือกตั้งเป็น สส. ในสมัยนี้ ต่อเนื่องเป็นสมัยที่ 10 เคยได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีในหลายกระทรวงในรัฐบาล ชวน หลีกภัย ปี 2537 และรัฐบาล พล.อ. ชวลิต ยงใจยุทธ เมื่อปี 2539

The post ไพโรจน์ โล่ห์สุนทร สส. เพื่อไทย อาวุโสสุดในสภาฯ พร้อมทำหน้าที่ประธานชั่วคราว เชื่อประชุมราบรื่น appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลือกตั้ง 2569 : อภิสิทธิ์หาเสียงจังหวัดตรัง ชู ‘ชวน หลีกภัย’ พาการเมืองสุจริตกลับมาสู่ภาคใต้ https://thestandard.co/abhisit-chuan-trang-honest-politics/ Tue, 03 Feb 2026 11:34:58 +0000 https://thestandard.co/?p=1173311 อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หาเสียงที่ตลาดทุ่งยาว ตรัง โดยมีประชาชนให้การต้อนรับและชูรูป ชวน หลีกภัย

วันนี้ (3 กุมภาพันธ์) อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคปร […]

The post เลือกตั้ง 2569 : อภิสิทธิ์หาเสียงจังหวัดตรัง ชู ‘ชวน หลีกภัย’ พาการเมืองสุจริตกลับมาสู่ภาคใต้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หาเสียงที่ตลาดทุ่งยาว ตรัง โดยมีประชาชนให้การต้อนรับและชูรูป ชวน หลีกภัย

วันนี้ (3 กุมภาพันธ์) อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค นำคณะหาเสียงตลาดทุ่งยาว อำเภอปะเหลียน จังหวัดตรัง เพื่อช่วยหาเสียงให้กับ กฤตย์อิชย์ ภาคย์อิชณน์ ผู้สมัคร สส. ตรัง เขต 3 พรรคประชาธิปัตย์ และได้เปิดเวทีปราศรัยย่อยที่เกาะกลางถนน

 

อภิสิทธิ์ปราศรัยช่วงหนึ่งว่า ใครเคยสบประมาทประชาธิปัตย์ ให้มาดูพี่น้องที่นี่ก่อน ที่เป็นกำลังใจให้กับพรรคประชาธิปัตย์ เชื่อว่าจะช่วยให้บ้านเมืองไทยไม่ทุจริตคอรัปชั่นอีกต่อไป

 


รายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ : ติดตามผล คะแนนเลือกตั้ง 2569 และ ผลประชามติ ได้ที่
https://election2569.thestandard.co/


 

อภิสิทธิ์ย้ำว่า วันนี้เรามาตั้งหลักกันใหม่ เพราะอยากให้เศรษฐกิจดี ค้าขายดี มีโครงการดีๆ มาให้ประชาชน ต้องเอาการเมืองสุจริตกลับมา ซึ่งการเมืองสุจริตที่จะกลับมา คือ การเมืองที่คนตรัง ชื่อ ชวน หลีกภัย ต่อสู้มาโดยตลอด การเมืองสุจริต คือ การเมืองที่จะทำให้เราได้นักการเมืองที่ไม่เพียงแต่สุจริต แต่เมื่อไม่มีผลประโยชน์แอบแฝงก็จะทำสิ่งดีๆ โครงการดีๆ ให้กับประชาชนได้

 

“วันนี้ขออาสาเข้ามาทำเรื่องนี้ ที่เน้นที่นี่เพราะว่าพี่น้องชาวใต้เคยเคียงบ่าเคียงไหล่ต่อสู้กันมานานหลาย 10 ปี วันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ จะไล่นักการเมืองซื้อสิทธิขายเสียงออกจากตรัง ออกจากภาคใต้ ให้หมด” อภิสิทธิ์กล่าว

 

จากนั้นอภิสิทธิ์ได้เดินทางไปยังตลาดย่านตาขาว อำเภอย่านตาขาว จังหวัดตรัง พร้อมด้วย กาญจน์ ตั้งปอง ผู้สมัคร สส. ตรัง เขต 4, กฤตย์อิชย์ ภาคย์อิชณน์ ผู้สมัคร สส. ตรัง เขต 3 เพื่อพบปะและปราศรัยทักทายประชาชน

 

ภิสิทธ์กล่าวขอบคุณที่ประชาชนมาต้อนรับกันอย่างล้นหลาม เพราะประชาชนอาจจะอึดอัดกับการเมืองที่ผ่านมา โดยเฉพาะพรรคการเมืองที่มีทุนผลประโยชน์ และอำนาจเป็นเรื่องใหญ่ แต่ประชาชนในพื้นที่โดยเฉพาะจังหวัดตรัง ที่ต่อสู้เคียงบ่า เคียงไหล่เพื่อความถูกต้องกับพรรคมาโดยตลอด และยังย้ำถึงอันตรายของธุรกิจการเมือง การซื้อเสียง ซึ่งขอให้ทุกคนต้องสู้กับธุรกิจการเมืองแบบนี้ เพราะทุนเทา ได้เงินมาจากการทุจริต และไม่ถูกต้อง ผิดกฎหมาย และครั้งนี้ก็สงสัยกันมากว่าทุนเทากำลังจะมาครอบงำการเมืองอีก

 

“ผมรู้เพราะว่าช่วงที่ผมกลับเข้ามาใหม่ๆ เขาบอกผมว่ามันมีตัวเลขน่ากลัวมาก เวลาย้ายพรรคเขาบอกว่ามีตัวเลข 30 50 70 ซึ่งไม่ใช่ 30 50 70 บาท เขาพูดกัน 30 50 70 ล้านบาท พี่น้องนึกภาพดู ถ้า สส.1 คนมีราคา 50 ล้านบาท สส.400 คน เฉพาะพรรคเดียว ถ้า 2 พรรค 3 พรรค เขาไปเอาเงินมาจากไหน ถ้าไม่ใช่เงินที่ผิดกฎหมาย หรือเงินที่โกงกินไปจากพี่น้องประชาชน เราจะทนต่อไปหรือไม่ ต้องไม่ทน นี่คือเหตุผลที่เราต้องช่วยกันเพื่อให้การเมืองกลับมาเป็นการเมืองเพื่อพี่น้องทุกคน“ อภิสิทธิ์กล่าว

 

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หาเสียงที่ตลาดทุ่งยาว ตรัง โดยมีประชาชนให้การต้อนรับและชูรูป ชวน หลีกภัย 1อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หาเสียงที่ตลาดทุ่งยาว ตรัง โดยมีประชาชนให้การต้อนรับและชูรูป ชวน หลีกภัย 2อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หาเสียงที่ตลาดทุ่งยาว ตรัง โดยมีประชาชนให้การต้อนรับและชูรูป ชวน หลีกภัย 3อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หาเสียงที่ตลาดทุ่งยาว ตรัง โดยมีประชาชนให้การต้อนรับและชูรูป ชวน หลีกภัย 4อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หาเสียงที่ตลาดทุ่งยาว ตรัง โดยมีประชาชนให้การต้อนรับและชูรูป ชวน หลีกภัย 5
 


 

เกาะติดความเคลื่อนไหว เลือกตั้ง 2569 : ข่าวล่าสุด บทวิเคราะห์ กติกาการเลือกตั้ง และรายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ได้ที่นี่
https://thestandard.co/election2569/

The post เลือกตั้ง 2569 : อภิสิทธิ์หาเสียงจังหวัดตรัง ชู ‘ชวน หลีกภัย’ พาการเมืองสุจริตกลับมาสู่ภาคใต้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลือกตั้ง 2569 : อภิสิทธิ์-กรณ์ บุกถิ่นเก่าสาทร ยังไม่ประเมินเก้าอี้ สส. กทม. แม้กระแสดี ชี้นโยบายแจกเงินล้านเพื่อไทยไม่ยั่งยืน แนะนำเงินไปอัปสกิลคน https://thestandard.co/abhisit-korn-pheu-thai-policy/ Sat, 24 Jan 2026 05:00:20 +0000 https://thestandard.co/?p=1168899 อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และ กรณ์ จาติกวณิช ลงพื้นที่หาเสียงที่เขตสาทร กรุงเทพฯ พบปะประชาชน

วันนี้ (24 มกราคม) อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แคนดิเดตนายกรัฐม […]

The post เลือกตั้ง 2569 : อภิสิทธิ์-กรณ์ บุกถิ่นเก่าสาทร ยังไม่ประเมินเก้าอี้ สส. กทม. แม้กระแสดี ชี้นโยบายแจกเงินล้านเพื่อไทยไม่ยั่งยืน แนะนำเงินไปอัปสกิลคน appeared first on THE STANDARD.

]]>
อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และ กรณ์ จาติกวณิช ลงพื้นที่หาเสียงที่เขตสาทร กรุงเทพฯ พบปะประชาชน

วันนี้ (24 มกราคม) อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วย กรณ์ จาติกวณิช แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีและรองหัวหน้าพรรค, สกลธี ภัททิยกุล ลงพื้นที่เขตเลือกตั้งที่ 2 เขตสาทร เขตปทุมวัน เขตราชเทวี ช่วย เจษฎา เลิศธนสาร ผู้สมัคร สส. หาเสียง ที่บริเวณสวนสุขภาพสมาคมแต้จิ๋ว

 

บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชน มาขอถ่ายรูปอภิสิทธิ์จำนวนมาก โดยช่วงหนึ่ง มีประชาชนเดินมาทักทายอภิสิทธิ์ พร้อมกับกล่าวว่า “มีอยู่ 2 สีที่ห้ามเลือก คือสีน้ำเงินกับสีเขียว เพราะเลือกไปแล้วประชาชนตาย” ขณะเดียวกันก็มีประชาชนเดินมาสวมกอด พร้อมกับกล่าวว่า “ซื่อสัตย์สุจริตต้องพรรคนี้ เลือกอยู่แล้ว”, “ขอให้ได้เป็นนายกฯ เลือกอยู่แล้ว”

 

ขณะเดียวกัน มีคนที่มาออกกำลังกาย บอกกับอภิสิทธิ์ว่า “เลือกอยู่แล้ว เที่ยวนี้น่าจะได้ 20-30”, “ขอให้ประสบความสำเร็จนะ”

 

นอกจากนี้ 2 แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค ยังได้ร่วมตีแบดมินตันและล้อมวงจิบน้ำชา สัญลักษณ์ของสมาคมแต้จิ๋ว พร้อมเล่าถึงอดีตว่าตนเคยเดินหาเสียงกับคุณแม่ของอภิสิทธิ์ขอให้ประสบความสำเร็จมากๆ เรายังไงก็ประชาธิปัตย์อยู่แล้ว ตั้งแต่สมัยชวน หลีกภัย ดีใจมากที่มา พร้อมขอให้ช่วยกันเชียร์ให้ถึงจุดสูงสุด

 

ขณะเดียวกัน อภิสิทธิ์และคณะได้นั่งรถแห่มายังตลาดกิตติ หรือ ตลาดเซนต์หลุยส์ ซึ่งทันทีที่รถแห่ผ่านตลาด ได้มีแม่ค้าตะโกนเรียกอภิสิทธิ์ ว่า “อภิสิทธิ์ลงมาหน่อย ถ้าไม่ลงไม่เลือกนะ” ทำให้อภิสิทธิ์รีบลงจากรถเพื่อไปหาทันที

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พื้นที่เขตสาทรเป็นพื้นที่เก่าที่ทั้ง อภิสิทธิ์ และกรณ์เคยเป็น สส.

 

อภิสิทธิ์ยังประเมินตัวเลข สส. ในช่วงการหาเสียงโค้งสุดท้าย ว่า มีความเป็นไปได้หลายทาง ซึ่งบางครั้งคะแนนเลือกตั้ง สส. บัญชีรายชื่อ และแบ่งเขตก็ไม่สัมพันธ์กัน ตามที่ประชาชนเข้าใจ แต่จากการลงพื้นที่ที่ตนได้เดินทางไปหาเสียงภาคตะวันออก 4 จังหวัด เมื่อวานนี้ (23 มกราคม) ได้รับการตอบรับที่ดีมาก ซึ่งก็เป็นกำลังใจให้กับพรรค เพราะจากเดิมจะถูกมองเฉพาะพื้นที่ภาคใต้ แต่ขณะนี้ กระแสทั้งกรุงเทพมหานคร และภาคตะวันออกก็ดีขึ้น หรือแม้แต่ที่ตนเดินทางไปหาเสียงที่จังหวัดสุโขทัย ประชาชนจำนวนมากก็ยืนยันว่า จะกลับมาเลือกพรรคประชาธิปัตย์

 

ส่วนการหาเสียงในพื้นที่กรุงเทพฯ ที่ได้รับการต้อนรับและการตอบรับอย่างดี คาดจะได้ สส. กรุงเทพฯ เท่าไหร่นั้น อภิสิทธิ์ระบุว่า หากเปรียบเทียบเชิงปฏิกิริยาของประชาชน ก็ดีกว่าการเลือกตั้ง 2 ครั้งที่ผ่านมา แต่ตอบได้ยากว่าจะนำไปสู่การได้ที่นั่งหรือไม่

 

เมื่อถามว่า กรณีที่พรรคเพื่อไทยได้ประกาศนโยบายแจกเงินล้านทุกวัน วันละ 9 คน จะสามารถทำได้จริงหรือไม่นั้น อภิสิทธิ์กล่าวว่า หากจะทำก็คงทำได้ แต่ตนพยายามพิจารณาว่า เหตุผลในเชิงนโยบายสาธารณะ และประโยชน์เชิงเศรษฐกิจคืออะไร ซึ่งหากแจกวันละ 9 ล้านบาท 1 ปี ใช้งบประมาณกว่า 3,600 ล้านบาท ตนเห็นว่า หากนำเงินดังกล่าวไปให้ประชาชน 1,000,000 คน เพื่อปรับปรุงทักษะจะดีกว่า ซึ่งการที่ทำให้ประชาชนรู้สึกรวยขึ้นมาเฉียบพลันได้วันละ 9 คน ในแง่เศรษฐกิจภาพรวมความยั่งยืนและความเป็นธรรม เงินจำนวนนี้นำไปใช้ประโยชน์อื่นน่าจะดีกว่า

 

ส่วนในช่วงโค้งสุดท้ายพรรคประชาธิปัตย์จะมีหมัดเด็ดหรือนโยบายเด็ดออกมาเพิ่มเติมอีกหรือไม่นั้น อภิสิทธิ์ระบุว่า พรรคประชาธิปัตย์ยังมีเรื่องที่จะสื่อสารเพิ่มเติมในช่วงท้ายการหาเสียง ทั้งเรื่องเชิงนโยบายและแนวทางการเมือง แต่ตนยังไม่ขอเปิดเผยรายละเอียด แต่ย้ำว่าเป็นเรื่องสำคัญ

 

ส่วนกรณีที่พรรคเพื่อไทยยังไม่ประกาศจับมือจัดตั้งรัฐบาลกับใคร แสดงว่าจะสามารถจับมือได้กับทุกพรรคการเมืองใช่หรือไม่นั้น อภิสิทธิ์ กล่าวว่า ควรจะต้องไปถามพรรคเพื่อไทย ซึ่งตนเข้าใจว่า พรรคเพื่อไทยได้มีการสื่อสารบนเวทีปราศรัยหลายครั้งว่า พร้อมทำงานร่วมกันกับทุกพรรคการเมือง

 

ส่วนการปราศรัยของพรรคเพื่อไทยเมื่อวานนี้ (24 มกราคม) ที่สยามพารากอน มีเนื้อหาปราศรัยโจมตีพรรคประชาชนเป็นส่วนใหญ่ แต่ถ้อยทีถ้อยอาศัยกับพรรคภูมิใจไทยนั้น อภิสิทธิ์ระบุว่า ตนเองไม่ทราบ และจะต้องไปถามพรรคเพื่อไทย เพราะเป็นทางเลือกและสิทธิของพรรคเพื่อไทย

 

อภิสิทธิ์ยังกล่าวถึงการปราศรัยที่จังหวัดชลบุรี ที่ระบุตนเองแก่แล้วอย่ามาหลอกนั้น ยอมรับว่า เป็นการกล่าวแซว เพราะมีประชาชนมาฟังปราศรัยอย่างล้นหลาม แต่ก็แพ้การเลือกตั้ง

 

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และ กรณ์ จาติกวณิช ลงพื้นที่หาเสียงที่เขตสาทร กรุงเทพฯ พบปะประชาชน 1อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และ กรณ์ จาติกวณิช ลงพื้นที่หาเสียงที่เขตสาทร กรุงเทพฯ พบปะประชาชน 2อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และ กรณ์ จาติกวณิช ลงพื้นที่หาเสียงที่เขตสาทร กรุงเทพฯ พบปะประชาชน 3อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และ กรณ์ จาติกวณิช ลงพื้นที่หาเสียงที่เขตสาทร กรุงเทพฯ พบปะประชาชน 4อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และ กรณ์ จาติกวณิช ลงพื้นที่หาเสียงที่เขตสาทร กรุงเทพฯ พบปะประชาชน 5อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และ กรณ์ จาติกวณิช ลงพื้นที่หาเสียงที่เขตสาทร กรุงเทพฯ พบปะประชาชน 6อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และ กรณ์ จาติกวณิช ลงพื้นที่หาเสียงที่เขตสาทร กรุงเทพฯ พบปะประชาชน 7อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และ กรณ์ จาติกวณิช ลงพื้นที่หาเสียงที่เขตสาทร กรุงเทพฯ พบปะประชาชน 8อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และ กรณ์ จาติกวณิช ลงพื้นที่หาเสียงที่เขตสาทร กรุงเทพฯ พบปะประชาชน 9อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และ กรณ์ จาติกวณิช ลงพื้นที่หาเสียงที่เขตสาทร กรุงเทพฯ พบปะประชาชน 10อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และ กรณ์ จาติกวณิช ลงพื้นที่หาเสียงที่เขตสาทร กรุงเทพฯ พบปะประชาชน 11
 


 

เกาะติดความเคลื่อนไหว เลือกตั้ง 2569 : ข่าวล่าสุด บทวิเคราะห์ กติกาการเลือกตั้ง และรายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ได้ที่นี่
https://thestandard.co/election2569/

The post เลือกตั้ง 2569 : อภิสิทธิ์-กรณ์ บุกถิ่นเก่าสาทร ยังไม่ประเมินเก้าอี้ สส. กทม. แม้กระแสดี ชี้นโยบายแจกเงินล้านเพื่อไทยไม่ยั่งยืน แนะนำเงินไปอัปสกิลคน appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลือกตั้ง 2569 : ‘ชวน หลีกภัย’ พร้อม ‘ต๊ะ นารากร’ เดินหาเสียงเชียงใหม่ รับฟังปัญหาชาวบ้าน https://thestandard.co/chuan-ta-chiang-mai-issues/ Mon, 19 Jan 2026 05:18:08 +0000 https://thestandard.co/?p=1166703 ชวน หลีกภัย

วันนี้ (19 มกราคม) เวลา 07.00 น. ชวน หลีกภัย อดีตนายกรั […]

The post เลือกตั้ง 2569 : ‘ชวน หลีกภัย’ พร้อม ‘ต๊ะ นารากร’ เดินหาเสียงเชียงใหม่ รับฟังปัญหาชาวบ้าน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชวน หลีกภัย

วันนี้ (19 มกราคม) เวลา 07.00 น. ชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี และอดีตประธานสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะผู้สมัคร สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่เพื่อช่วยหาเสียงให้กับ ต๊ะ-นารากร ติยายน ผู้สมัคร สส. พรรคประชาธิปัตย์ เขต 1 หมายเลข 7

 

จุดแรก ชวนได้เดินพบปะพ่อค้า-แม่ค้าและประชาชนที่ตลาดดอกไม้และตลาดต้นลำไย อำเภอเมืองเชียงใหม่ โดยได้แนะนำตัว ขอคะแนนเสียงให้กับนารากรและพรรคประชาธิปัตย์ โดยพบว่าบริเวณดังกล่าวมีประชาชนชาวใต้ที่อาศัยอยู่ในจังหวัดเชียงใหม่เดินทางมารอต้อนรับจำนวนหนึ่ง อีกทั้งมีแม่ค้าได้มอบพวงมาลัยและขอให้ชวนช่วยเหลือหากได้เป็นรัฐบาลเกี่ยวกับความกังวลเรื่องพื้นที่ค้าขายดอกไม้ ซึ่งอาจถูกปิดในอนาคต

 

จากนั้น ชวนเดินทางต่อไปยังวัดเชียงมั่น อำเภอเมืองเชียงใหม่ ซึ่งเป็นวัดแห่งแรกของจังหวัด เพื่อสักการะพระแก้วขาวและเยี่ยมชมเจดีย์ช้างล้อม โดยมีพระมหาสมชาย ให้การต้อนรับ โดยมีผู้สนับสนุนนำเสื้อในครั้งที่ชวนเป็นนายกรัฐมนตรีมาให้เซ็นชื่อเพื่อเก็บเป็นที่ระลึกอีกด้วย

 

ทั้งนี้ชวนได้สอบถามถึงปัญหาค่าน้ำค่าไฟของวัด จากกรณีที่เกิดความกังวลเรื่องการรับบริจาคภายหลังเหตุการณ์สีกากอล์ฟและวัดพระบาทน้ำพุ จนส่งผลให้หลายวัดประสบปัญหาด้านค่าใช้จ่าย โดยชวนกล่าวว่า เคยนำประเด็นดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาของสภาฯ จนคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติจัดสรรงบประมาณสนับสนุนค่าน้ำค่าไฟแก่ทุกวัด แต่ยังพบว่าหลายวัดไม่ได้รับการแจ้งจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ

 

นอกจากนี้ ชวนยังได้พูดคุยกับภาคประชาชนที่ร่วมขับเคลื่อนการเสนอให้จังหวัดเชียงใหม่เป็นเมืองมรดกโลก โดยแสดงความชื่นชมต่อการมีส่วนร่วมของประชาชน โดยจะนำแนวทางการทำงานร่วมกันของภาคประชาชนไปปรับใช้เพื่อให้เกิดประโยชน์กับพื้นที่อื่นทั่วประเทศอีกด้วย

 

‘ชวน หลีกภัย’ พร้อม ‘ต๊ะ นารากร’ เดินหาเสียง เชียงใหม่ รับฟังปัญหาชาวบ้าน 1‘ชวน หลีกภัย’ พร้อม ‘ต๊ะ นารากร’ เดินหาเสียง เชียงใหม่ รับฟังปัญหาชาวบ้าน 3‘ชวน หลีกภัย’ พร้อม ‘ต๊ะ นารากร’ เดินหาเสียง เชียงใหม่ รับฟังปัญหาชาวบ้าน 4‘ชวน หลีกภัย’ พร้อม ‘ต๊ะ นารากร’ เดินหาเสียง เชียงใหม่ รับฟังปัญหาชาวบ้าน 5‘ชวน หลีกภัย’ พร้อม ‘ต๊ะ นารากร’ เดินหาเสียง เชียงใหม่ รับฟังปัญหาชาวบ้าน 6‘ชวน หลีกภัย’ พร้อม ‘ต๊ะ นารากร’ เดินหาเสียง เชียงใหม่ รับฟังปัญหาชาวบ้าน 7

 


 

เกาะติดความเคลื่อนไหว เลือกตั้ง 2569 : ข่าวล่าสุด บทวิเคราะห์ กติกาการเลือกตั้ง และ รายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ ได้ที่ https://thestandard.co/election2569/

 

The post เลือกตั้ง 2569 : ‘ชวน หลีกภัย’ พร้อม ‘ต๊ะ นารากร’ เดินหาเสียงเชียงใหม่ รับฟังปัญหาชาวบ้าน appeared first on THE STANDARD.

]]>
สกลธีเปิดตัวคนรุ่นใหม่หลายอาชีพ เสนอตัวสมัคร สส. กทม. พรรคประชาธิปัตย์ พบทั้งอดีตข้าราชการ-สตาร์อัพ-SMEs https://thestandard.co/sakonthi-unveils-young-candidates/ Mon, 10 Nov 2025 10:55:30 +0000 https://thestandard.co/?p=1141769 สกลธีเปิดตัวคนรุ่นใหม่หลายอาชีพ เสนอตัวสมัคร สส. กทม. พรรคประชาธิปัตย์ พบทั้งอดีตข้าราชการ-สตาร์อัพ-SMEs

วันนี้ (10 พฤศจิกายน) ที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์ สกลธี ภั […]

The post สกลธีเปิดตัวคนรุ่นใหม่หลายอาชีพ เสนอตัวสมัคร สส. กทม. พรรคประชาธิปัตย์ พบทั้งอดีตข้าราชการ-สตาร์อัพ-SMEs appeared first on THE STANDARD.

]]>
สกลธีเปิดตัวคนรุ่นใหม่หลายอาชีพ เสนอตัวสมัคร สส. กทม. พรรคประชาธิปัตย์ พบทั้งอดีตข้าราชการ-สตาร์อัพ-SMEs

วันนี้ (10 พฤศจิกายน) ที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์ สกลธี ภัททิยกุล รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ดูแลพื้นที่กรุงเทพมหานคร ได้นำผู้เสนอตัวเป็นผู้สมัคร สส. ในพื้นที่ กทม. เข้าพบกับ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และ ชวน หลีกภัย สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ และอดีตหัวหน้าพรรค

 

กลุ่มผู้เสนอตัวเป็นผู้สมัคร สส. กทม. จำนวนนี้ ประกอบด้วย พ.ต.ต.กฤติ ม่วงศิริ อาจารย์สอนโรงเรียนนายร้อยตำรวจ, นริศรา ลิ้มธนากุล อดีตที่ปรึกษาด้านขนส่งสาธารณะ บริษัทกรุงเทพธนาคม, วิเวียน จุลมนต์ ผู้ก่อตั้ง บริษัท Growth2geter, ฐิตยากร พรโรจนากูร, เจษฎา เลิศธนสาร ผู้จัดการทีมสโมสรฟุตบอลระยอง, ผศ.ดร. ชญณา ศิริภิรมย์ เจ้าของแบรนด์ “Chayanna Silk” ดร. ไปรพร แสงจันทร์ อาจารย์จาก สาขาวิชาการบริหารการพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา

 

ผู้สมัครรุ่นใหม่ส่วนใหญ่ให้เหตุผลของการเข้ามาร่วมอุดมการณ์กับประชาธิปัตย์ว่า เพราะเชื่อมั่นใน “อุดมการณ์ ความซื่อสัตย์ สุจริต” ของผู้นำ และแนวทางการทำงานที่ยึดมั่นหลักการของพรรค ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าในภาวะที่การเมืองเต็มไปด้วยความขัดแย้ง ประชาธิปัตย์ยังคงเป็นสถาบันหลักที่คนรุ่นใหม่มองหาความชัดเจนทางด้านจริยธรรม

 

ด้าน สกลธีระบุว่า การรวมตัวกันของบุคคลเหล่านี้ เป็นการตอบรับแคมเปญ ‘สส.ที่ดี…คุณเองก็เป็นได้นะ’ ซึ่งเป็นการเปิดกว้างอย่างแท้จริงของพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อค้นหาผู้ที่มีอุดมการณ์เดียวกัน โดยกลุ่มผู้เสนอตัวเหล่านี้ จะเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของคณะกรรมการสรรหาฯ เพื่อเตรียมพร้อมเป็นกำลังสำคัญในการชิงพื้นที่ สส. กทม. ต่อไป

 

นอกจากนี้ ยังมี เมธวิน อังคทะวานิช นักธุรกิจและนักการตลาดในแวดวงมีเดีย สื่อสารมวลชน และวงการบันเทิง เดินทางมาแสดงความจำนงเพื่อลงสมัคร สส. แบบบัญชีรายชื่อ อีกด้วย

The post สกลธีเปิดตัวคนรุ่นใหม่หลายอาชีพ เสนอตัวสมัคร สส. กทม. พรรคประชาธิปัตย์ พบทั้งอดีตข้าราชการ-สตาร์อัพ-SMEs appeared first on THE STANDARD.

]]>