จ้างงาน Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/จ้างงาน/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Mon, 19 Jan 2026 09:35:57 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 ผบ.ตร. กำชับพนักงานสอบสวน เร่งหาสาเหตุเครนถล่ม ย้ำอนาคต ตร. จ้างงาน ‘อิตาเลียนไทยฯ’ ต้องพิจารณาประวัติความปลอดภัย https://thestandard.co/police-chief-warns-italian-thai-must-check-safety/ Mon, 19 Jan 2026 09:35:57 +0000 https://thestandard.co/?p=1166798 ผบ.ตร. กำชับพนักงานสอบสวน เร่งหาสาเหตุเครนถล่ม ย้ำอนาคต ตร. จ้างงาน ‘อิตาเลียนไทยฯ’ ต้องพิจารณาประวัติความปลอดภัย

วันนี้ (19 มกราคม) พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. […]

The post ผบ.ตร. กำชับพนักงานสอบสวน เร่งหาสาเหตุเครนถล่ม ย้ำอนาคต ตร. จ้างงาน ‘อิตาเลียนไทยฯ’ ต้องพิจารณาประวัติความปลอดภัย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผบ.ตร. กำชับพนักงานสอบสวน เร่งหาสาเหตุเครนถล่ม ย้ำอนาคต ตร. จ้างงาน ‘อิตาเลียนไทยฯ’ ต้องพิจารณาประวัติความปลอดภัย

วันนี้ (19 มกราคม) พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. เปิดเผยถึงความคืบหน้าการสืบสวนสอบสวนกรณีอุบัติเหตุร้ายแรงจากโครงการก่อสร้าง 2 กรณี ได้แก่ เหตุการณ์เครนถล่มทับรถไฟโดยสาร ที่อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา และเหตุการณ์เครนถล่มทับรถยนต์ของประชาชน ซึ่งทั้งสองเหตุการณ์ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต โดยพบว่าโครงการทั้งสองแห่งดำเนินการก่อสร้างโดย บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน)

 

พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าวว่า ภายหลังเกิดเหตุได้เรียกประชุมคณะพนักงานสอบสวนเพื่อวางแนวทางการทำงาน โดยกำชับให้เน้นการรวบรวมพยานหลักฐานและข้อมูลในช่วงเวลาก่อนเกิดเหตุอย่างละเอียด เพื่อนำมาวิเคราะห์และพิสูจน์ทราบสาเหตุที่แท้จริงว่า เกิดจากความบกพร่องของตัวบุคคล ความเสื่อมสภาพของเครื่องจักร หรือความหละหลวมในขั้นตอนการปฏิบัติงาน ซึ่งจะนำไปสู่การชี้ชัดว่าเป็นอุบัติเหตุสุดวิสัยหรือความประมาทเลินเล่อ

 

ผบ.ตร. ยังได้กล่าวฝากถึงผู้ประกอบการภาคเอกชน โดยขอให้ตระหนักถึงความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนเป็นสำคัญ ไม่ควรมุ่งเน้นเพียงแต่ผลประกอบการหรือกำไรทางธุรกิจเท่านั้น

 

“กรณีที่เกิดขึ้นซ้ำซากกับบริษัทเดิม ในสถานที่ต่างกันและต่างวาระ เป็นประเด็นสำคัญที่พนักงานสอบสวนได้นำเข้าสู่สำนวนการสืบสวนแล้ว ผมอยากวิงวอนให้ผู้ประกอบการป้องกันและระมัดระวังอย่างเต็มที่ที่สุดก่อนจะลงมือประกอบธุรกิจใดๆ เพราะเมื่อเกิดความสูญเสียขึ้น เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น” พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าว

 

ในส่วนของความเกี่ยวข้องกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ ชี้แจงว่า ปัจจุบันยังไม่มีโครงการก่อสร้างใดที่กำลังดำเนินการร่วมกับบริษัทเอกชนรายดังกล่าว แต่ยอมรับว่าในอดีตมีโครงการที่แล้วเสร็จไปแล้ว เช่น อาคารที่พักอาศัยและแฟลตตำรวจ ส่วนกรณีอาคารศูนย์ฝึกอบรมพัฒนาบุคลากรและสวัสดิการ สตม. ที่มีข้อมูลว่าบริษัทดังกล่าวเป็นผู้ก่อสร้างและได้รับผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหวเมื่อปี 2567 นั้น

 

ไม่ทราบรายละเอียดแน่ชัดเนื่องจากโครงการได้รับการอนุมัติก่อนตนเข้ารับตำแหน่ง

 

อย่างไรก็ตาม ผบ.ตร. ยืนยันว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง จะส่งผลต่อการพิจารณาจ้างงานในอนาคตอย่างแน่นอน หากสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะมีคู่สัญญาเป็นบริษัทเอกชนรายนี้ จะต้องมีการตรวจสอบและพิจารณามาตรการด้านความปลอดภัยอย่างรอบคอบและรัดกุมมากยิ่งขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดภัยอันตรายซ้ำรอยเดิม

The post ผบ.ตร. กำชับพนักงานสอบสวน เร่งหาสาเหตุเครนถล่ม ย้ำอนาคต ตร. จ้างงาน ‘อิตาเลียนไทยฯ’ ต้องพิจารณาประวัติความปลอดภัย appeared first on THE STANDARD.

]]>
แค่คิดจะ ‘หางานใหม่’ ก็หมดแรง ผลสำรวจชี้วัยทำงานใน สหรัฐฯ เลือกกอดงานแน่น หลังตลาดจ้างงานซบเซา https://thestandard.co/new-job-thoughts-tire-us/ Thu, 15 Jan 2026 03:26:42 +0000 https://thestandard.co/?p=1165447 แค่คิดจะ ‘หางานใหม่’ ก็หมดแรง ผลสำรวจชี้วัยทำงานใน สหรัฐฯ เลือกกอดงานแน่น หลังตลาดจ้างงานซบเซา

เพียงแค่คิดจะเริ่ม ‘หางานใหม่’ ก็ทำให้วัยทำงานจำนวนมากร […]

The post แค่คิดจะ ‘หางานใหม่’ ก็หมดแรง ผลสำรวจชี้วัยทำงานใน สหรัฐฯ เลือกกอดงานแน่น หลังตลาดจ้างงานซบเซา appeared first on THE STANDARD.

]]>
แค่คิดจะ ‘หางานใหม่’ ก็หมดแรง ผลสำรวจชี้วัยทำงานใน สหรัฐฯ เลือกกอดงานแน่น หลังตลาดจ้างงานซบเซา

เพียงแค่คิดจะเริ่ม ‘หางานใหม่’ ก็ทำให้วัยทำงานจำนวนมากรู้สึกหมดแรงตั้งแต่ยังไม่ก้าวออกจากจุดเดิม ท่ามกลางตลาดแรงงานสหรัฐฯ ที่ยังซบเซา และ ไร้สัญญาณฟื้นตัวชัดเจน ซึ่งมีส่วนให้กระบวนการสมัครงานยืดเยื้อ บวกกับการแข่งขันสูง และ ความไม่แน่นอนของโอกาสจ้างงาน กลายเป็นแรงกดดันที่ค่อยๆ บั่นทอนกำลังใจของผู้สมัคร จนทำให้วัยทำงานจำนวนไม่น้อยตัดสินใจพักแผนการหางานใหม่อย่างไม่มีกำหนด แม้จะยังเผชิญความกังวลด้านรายได้ และ ค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้นก็ตาม

 

สะท้อนจากผลสำรวจของ Monster แพลตฟอร์มหางานรายใหญ่ของสหรัฐฯ ได้สำรวจแรงงาน 1,504 คน โดยมีเพียง 43% ของผู้ตอบแบบสอบถามระบุว่ามีแผนจะหางานใหม่ในปี 2026 ถือว่าลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 93% ที่เคยสำรวจเอาไว้ในปีก่อนหน้า โดยตัวเลขดังกล่าวสะท้อนการเปลี่ยนแปลงเชิงจิตวิทยาของแรงงาน จากเดิมที่เคยเปิดรับโอกาสใหม่ กลับกลายเป็นความระมัดระวัง และ ถอยกลับมาให้ความสำคัญกับความมั่นคงมากขึ้น

 

วิกกี ซาเลมี ผู้เชี่ยวชาญด้านอาชีพจาก Monster กล่าวว่า ในปี 2025 ที่ผ่านมา แนวโน้มการเปลี่ยนงาน ยังอยู่ในระดับที่ค่อนข้างสดใส และ ใกล้เคียงกับช่วง Great Resignation หรือยุคลาออกครั้งใหญ่ โดยวัยทำงานจำนวนมากมองว่าค่าครองชีพที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นแรงผลักดันให้ต้องมองหางานใหม่ที่ให้ค่าตอบแทนดีกว่า

 

อย่างไรก็ตาม ภาพในปี 2026 กลับเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง แม้แรงงานยังต้องเผชิญแรงกดดันด้านค่าครองชีพและภาวะเงินเฟ้อเช่นเดิม แต่ความเชื่อมั่นในการหางานใหม่กลับลดลงอย่างมาก หลายคนไม่มั่นใจว่าจะสามารถหางานใหม่ได้และไม่มั่นใจว่างานที่ใหม่จะให้รายได้สูงกว่าเดิม

 

นักเศรษฐศาสตร์บางรายประเมินว่า สหรัฐฯ กำลังเข้าสู่ภาวะ Hiring Recession หรือภาวะถดถอยด้านการจ้างงาน โดยข้อมูลระบุว่าปี 2025 เป็นปีที่มีการเพิ่มขึ้นของตำแหน่งงานใหม่ต่ำที่สุด นับตั้งแต่ปี 2003 หากไม่นับรวมช่วงเศรษฐกิจถดถอย ในภาวะดังกล่าวได้ซ้ำเติมความกังวลของแรงงาน และทำให้บรรยากาศในตลาดงานเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน

 

โดยผลพวงจากสถานการณ์นี้ ทำให้คนในวัยทำงานจำนวนมากเลือกกอดงานไว้แน่น หรือที่เรียกว่า Job Hugging คือการยึดติดกับงานปัจจุบัน แม้จะไม่พึงพอใจมากนัก แต่ก็ไม่กล้าเสี่ยงออกไปเผชิญความไม่แน่นอนในตลาดแรงงาน ซึ่งสอดคล้องกับผลสำรวจของ Monster รายงานว่า 52% ของผู้ตอบแบบสอบถามคาดว่าการเลิกจ้างทั่วประเทศจะเพิ่มขึ้นในปี 2026 ขณะที่ 40% มองว่าตลาดแรงงานจะย่ำแย่ลง และอีก 40% เชื่อว่าสถานการณ์จะไม่ดีขึ้นเลย

 

ในทิศทางเดียวกัน รายงานอีกฉบับของ Monster เมื่อเดือนตุลาคม 2025 พบว่า พนักงานถึง 75% วางแผนจะอยู่กับงานปัจจุบันอย่างน้อยจนถึงปี 2027 สะท้อนการตัดสินใจเชิงป้องกันความเสี่ยง และการให้ความสำคัญกับเสถียรภาพมากกว่าการเติบโตแบบก้าวกระโดด และเมื่อโอกาสงานใหม่มีจำกัด คนทำงานจำนวนไม่น้อยหันไปมองหาอาชีพเสริม เพื่อเพิ่มรายได้และลดความเสี่ยงทางการเงิน

 

ผู้เชี่ยวชาญด้านอาชีพจาก Monster มองว่า พฤติกรรมดังกล่าวสะท้อนการเปลี่ยนลำดับความสำคัญของแรงงาน จากการไล่ล่าความก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว ไปสู่การปกป้องรายได้และความมั่นคงในระยะยาว ที่สำคัญคนในวัยทำงานเลือกค่อยๆ สร้างอาชีพเสริม เรียนรู้ทักษะใหม่ และมองหาโอกาสอย่างรอบคอบมากขึ้น และเพื่อรองรับอนาคต หากตลาดแรงงานกลับมาฟื้นตัว การเติบโตของอาชีพเสริมอาจกลายเป็นแรงผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนงานอีกครั้ง เนื่องจากช่วยเปิดโอกาสให้แรงงานได้ทดลองเข้าสู่อุตสาหกรรมใหม่ สร้างเครือข่าย และอาจพัฒนาเป็นงานประจำในระยะยาว

 

พร้อมย้ำว่า แม้ภาพรวมจะดูซบเซา แต่คนในวัยทำงานไม่ได้หมดใจหรือเลิกสนใจเส้นทางอาชีพของตนเอง หากแต่กำลังวางแผนระยะยาวมากขึ้น โดยแนะนำให้ใช้โอกาสจากงานปัจจุบันให้เกิดประโยชน์ สูงสุด ไม่ว่าจะเป็นการอาสาทำ โปรเจกต์ ใหม่ การพัฒนาทักษะเพิ่มเติม การสร้างเครือข่ายทั้งภายในองค์กรและในอุตสาหกรรมเดียวกัน รวมถึงการพูดคุยกับหัวหน้าอย่างตรงไปตรงมาเกี่ยวกับเส้นทางการเติบโต การขึ้นเงินเดือน หรือการเลื่อนตำแหน่ง

 

ส่วนคนที่ตั้งใจจะหางานใหม่ในปีนี้ แนะนำให้ปรับเรซูเม่ให้ตรงกับแต่ละตำแหน่ง ใช้คีย์เวิร์ดให้สอดคล้องกับประกาศงาน เน้นทักษะที่สามารถถ่ายโอนได้ และมองหาโอกาสในอุตสาหกรรมที่ยังขาดแคลนแรงงาน เช่น ภาคสาธารณสุข เป็นต้น

 

ภาพ: eamesBot/shutterstock

 

อ้างอิง:

The post แค่คิดจะ ‘หางานใหม่’ ก็หมดแรง ผลสำรวจชี้วัยทำงานใน สหรัฐฯ เลือกกอดงานแน่น หลังตลาดจ้างงานซบเซา appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตัวเลข การจ้างงาน นอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ เดือน ก.ค. พุ่งขึ้น 528,000 ตำแหน่ง สูงกว่าคาดการณ์ตลาดกว่าเท่าตัว https://thestandard.co/payrolls-increased-528000-in-july/ Sat, 06 Aug 2022 03:41:39 +0000 https://thestandard.co/?p=663813 การจ้างงาน

กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยว่า ตัวเลข การจ้างงาน นอกภาค […]

The post ตัวเลข การจ้างงาน นอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ เดือน ก.ค. พุ่งขึ้น 528,000 ตำแหน่ง สูงกว่าคาดการณ์ตลาดกว่าเท่าตัว appeared first on THE STANDARD.

]]>
การจ้างงาน

กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยว่า ตัวเลข การจ้างงาน นอกภาคเกษตรในเดือนกรกฎาคมพุ่งขึ้น 528,000 ตำแหน่ง มากกว่าระดับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 258,000 ตำแหน่ง กว่าเท่าตัว ขณะที่ตัวเลขการว่างงานลดลงสู่ระดับก่อนเกิดวิกฤตโควิดที่ 3.5% ซึ่งเป็นระดับต่ำที่สุดนับจากปี 1969

 

ขณะเดียวกัน ตัวเลขค่าจ้างรายชั่วโมงโดยเฉลี่ยของแรงงานยังปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.5% จากเดือนก่อนหน้า และพุ่งขึ้นถึง 5.2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ทั้งนี้ ตัวเลขค่าจ้างรายชั่วโมงถือเป็นข้อมูลที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ให้ความสำคัญเพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ภาวะเงินเฟ้อ

 

ทั้งนี้ หากแยกดูเป็นรายอุตสาหกรรมพบว่า ภาคท่องเที่ยวและบริการมีการจ้างงานเพิ่มขึ้นมากที่สุดที่ 96,000 ตำแหน่ง ตามมาด้วยภาคธุรกิจที่ 89,000 ตำแหน่ง ภาคสาธารณสุข 70,000 ตำแหน่ง และการจ้างงานของภาครัฐที่ 57,000 ตำแหน่ง ขณะที่ภาคการผลิตสินค้าและก่อสร้างมีการจ้างงานเพิ่มขึ้น 32,000 และ 30,000 ตำแหน่ง ตามลำดับ

 

นอกจากนี้กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ ยังได้ปรับตัวเลขการจ้างงานในเดือนพฤษภาคม โดยปรับเพิ่มขึ้น 386,000 ตำแหน่ง จากเดิมรายงานว่าเพิ่มขึ้น 384,000 ตำแหน่ง และปรับตัวเลขการจ้างงานในเดือนมิถุนายน โดยปรับเพิ่มขึ้น 398,000 ตำแหน่ง จากเดิมรายงานว่าเพิ่มขึ้น 372,000 ตำแหน่ง

 

Daniel Zhao หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของเว็บไซต์เกี่ยวกับการจ้างงาน Glassdoor ระบุว่า ตัวเลขการจ้างงานที่ออกมาดีกว่าคาดนี้จะช่วยเพิ่มความมั่นใจให้ Fed ว่าพวกเขายังสามารถเดินหน้าทำนโยบายการเงินตึงตัวได้โดยไม่ก่อให้เกิดปัญหาการว่างงาน แต่ในขณะเดียวกัน ตัวเลขการจ้างงานก็สะท้อนว่าเศรษฐกิจยังมีความร้อนแรงและมีโอกาสที่เงินเฟ้อจะชะลอตัวช้ากว่าที่คาด

 

อ้างอิง:

The post ตัวเลข การจ้างงาน นอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ เดือน ก.ค. พุ่งขึ้น 528,000 ตำแหน่ง สูงกว่าคาดการณ์ตลาดกว่าเท่าตัว appeared first on THE STANDARD.

]]>