จุตินันท์ ภิรมย์ภักดี – THE STANDARD https://thestandard.co สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Wed, 05 Jul 2023 01:05:05 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.5.5 พาราลิมปิกไทยเตรียมเลือกประธานคนใหม่แทนจุตินันท์ ‘ตั๊น จิตภัสร์’ อาสาขอสืบสานความตั้งใจของพ่อ https://thestandard.co/thai-paralympics-jittapat-kridakorn/ Sat, 24 Sep 2022 05:30:29 +0000 https://thestandard.co/?p=686051 พาราลิมปิก

หลังจากการเสียชีวิตของ จุตินันท์ ภิรมย์ภักดี ประธานคณะก […]

The post พาราลิมปิกไทยเตรียมเลือกประธานคนใหม่แทนจุตินันท์ ‘ตั๊น จิตภัสร์’ อาสาขอสืบสานความตั้งใจของพ่อ appeared first on THE STANDARD.

]]>
พาราลิมปิก

หลังจากการเสียชีวิตของ จุตินันท์ ภิรมย์ภักดี ประธานคณะกรรมการกีฬาพาราลิมปิกแห่งประเทศไทย ผู้วางรากฐานกีฬาพาราลิมปิกไทย ซึ่งได้รับการแต่งตั้งให้เป็นตำแหน่งประธานคณะกรรมการพาราลิมปิกแห่งประเทศไทย ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2552 จนวาระสุดท้ายของชีวิต

 

ทางคณะกรรมการกีฬาพาราลิมปิกแห่งประเทศไทย จะมีการประชุมเพื่อเลือกประธานคนใหม่ในวันจันทร์ที่ 26 กันยายนนี้ โดย จิตภัสร์ ตั๊น กฤดากร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) แบบบัญชีรายชื่อ และรองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ บุตรสาวคนโตของจุตินันท์ ได้เสนอตัวเข้าร่วมการคัดเลือกในตำแหน่งดังกล่าว 

 

โดยทางครอบครัวได้เห็นพ้อง สนับสนุนการตัดสินใจของจิตภัสร์ เนื่องจากเห็นว่าเป็นผู้มีคุณสมบัติเหมาะสมที่จะเข้าไปรับหน้าที่สานต่อเจตนารมณ์ และคำมั่นสัญญาที่บิดาได้ให้ไว้กับนักกีฬาพาราลิมปิก ส่วน ร.ท. ณัยณพ ภิรมย์ภักดี บุตรชาย จะกลับไปบริหารงานในบริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด แทนบิดาด้วยเช่นกัน

 

สำหรับจิตภัสร์ผ่านประสบการณ์การทำงานในแวดวงกีฬา ทั้งเคยเป็นผู้จัดการทีมนักกีฬาคนพิการ กีฬาเอเชียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 10 สาธารณรัฐประชาชนจีน ในปี 2553, ผู้จัดการนักกีฬาคนพิการทีมชาติไทย พาราลิมปิกเกมส์ ครั้งที่ 12 ประเทศอังกฤษ ในปี 2555, ผู้จัดการทีมสโมสรฟุตซอลลีโอบางซื่อ (คนหูหนวก) ในปี 2556 และผู้ช่วยผู้จัดการนักกีฬาปีนหน้าผาทีมชาติไทย เอเชียนบีชเกมส์ ครั้งที่ 4 ในปี 2557 

 

รวมไปถึงมีบทบาทในการผลักดันให้รัฐบาลดูแลนักกีฬาอย่างเท่าเทียม ระหว่างนักกีฬาพาราลิมปิกเกมส์ กับนักกีฬาโอลิมปิกเกมส์มาตลอดอีกด้วย

The post พาราลิมปิกไทยเตรียมเลือกประธานคนใหม่แทนจุตินันท์ ‘ตั๊น จิตภัสร์’ อาสาขอสืบสานความตั้งใจของพ่อ appeared first on THE STANDARD.

]]>
จุตินันท์ ภิรมย์ภักดี ซีอีโอบุญรอดบริวเวอรี่ เสียชีวิตแล้ว ที่สหรัฐอเมริกา https://thestandard.co/chutinant-bhirombhakdi-has-died/ Tue, 13 Sep 2022 10:41:54 +0000 https://thestandard.co/?p=680900 จุตินันท์ ภิรมย์ภักดี

วันนี้ (13 กันยายน) จุตินันท์ ภิรมย์ภักดี ประธานเจ้าหน้ […]

The post จุตินันท์ ภิรมย์ภักดี ซีอีโอบุญรอดบริวเวอรี่ เสียชีวิตแล้ว ที่สหรัฐอเมริกา appeared first on THE STANDARD.

]]>
จุตินันท์ ภิรมย์ภักดี

วันนี้ (13 กันยายน) จุตินันท์ ภิรมย์ภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด และประธานคณะกรรมการพาราลิมปิกแห่งประเทศไทย ได้เสียชีวิตลงแล้ว เมื่อเวลา 23.50 น. วันที่ 12 กันยายน ตามเวลาท้องถิ่นสหรัฐอเมริกา หรือเวลา 10.52 น. วันที่ 13 กันยายน ตามเวลาประเทศไทย โดยได้ถึงแก่กรรมอย่างสงบที่โรงพยาบาลในนครบอสตัน สหรัฐอเมริกา อายุ 65 ปี

 

 

สำหรับ จุตินันท์ หรือ ‘นิดหน่อย’ เกิดเมื่อวันที่ 9 เมษายน 2500 เป็นทายาทรุ่นที่ 3 ของตระกูลภิรมย์ภักดี บุตรของ จำนงค์ ภิรมย์ภักดี และคุณหญิงสุภัจฉรี ภิรมย์ภักดี

 

 

ชีวิตส่วนตัวสมรสกับ ม.ล.ปิยาภัสร์ ภิรมย์ภักดี (นามสกุลเดิม กฤดากร) มีทายาท 3 คน คือ จิตภัสร์ ตั๊น กฤดากร, ตุ๊ย-นันทญา ภิรมย์ภักดี และ ต่อย-ร.ท. ณัยณพ ภิรมย์ภักดี

 

 

สำหรับประวัติการศึกษา จุตินันท์จบชั้นมัธยมศึกษาจากโรงเรียนฮอทช์คิส รัฐคอนเนทิคัต สหรัฐอเมริกา

 

 

ปริญญาตรี เศรษฐศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยบอสตัน รัฐแมสซาชูเซตส์ สหรัฐอเมริกา

 

 

หลักสูตร Families in Business: From Generation to Generation บัณฑิตวิทยาลัย คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด สหรัฐอเมริกา

 

 

หลักสูตร Strategic Negotiations: Deal Making for the Long Term บัณฑิตวิทยาลัย คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด สหรัฐอเมริกา

 

 

ปริญญาบริหารธุรกิจดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (การเงิน) ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร

 

 

ปริญญาบริหารธุรกิจดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (การจัดการ) ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก

 

 

ปัจจุบัน จุตินันท์ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด ตั้งแต่ปี 2563 และเป็นประธานกรรมการ บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) รวมถึงประธานกรรมการ บริษัท มิวซิกมูฟ จำกัด, ประธานกรรมการ บริษัท ซี.บี.โฮลดิ้ง จำกัด ฯลฯ โดยแนวคิดการบริหารองค์กรคือ ให้ความสำคัญกับการเติบโตแบบยั่งยืน และการตอบแทนสังคม

 

 

นอกเหนือจากงานที่บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด จุตินันท์ ภิรมย์ภักดี ยังดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการกีฬาพาราลิมปิกแห่งประเทศไทย ตั้งแต่ปี 2552 โดยก่อนหน้านี้ได้เป็นผู้จัดการทีมคณะนักกีฬาคนพิการทีมชาติไทย เมื่อปี 2548 เป็นผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของวงการกีฬาคนพิการของไทย ดูแลนักกีฬาคนพิการในการแข่งขันหลายรายการ ตั้งแต่ระดับอาเซียนจนถึงพาราลิมปิก โดยทํางานร่วมกับ 5 สมาคมกีฬาคนพิการ คือ สมาคมกีฬาคนพิการแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์, สมาคมกีฬาคนพิการทางสมองแห่งประเทศไทย, สมาคมกีฬาคนตาบอดแห่งประเทศไทย, สมาคมกีฬาคนหูหนวกแห่งประเทศไทย และสมาคมกีฬาคนพิการทางปัญญาแห่งประเทศไทย

 

 

จุตินันท์ถือเป็นผู้วางรากฐานการพัฒนาวงการกีฬาคนพิการในประเทศไทย พร้อมทุ่มเทดูแลนักกีฬาอย่างเต็มที่ จนปัจจุบันประสบความสำเร็จ พานักกีฬาพาราไทยสร้างผลงานอยู่แถวหน้าของโลกได้ รวมถึงการผลักดันภาครัฐในการดูแลนักกีฬาอย่างเท่าเทียม ระหว่างนักกีฬาคนปกติ และนักกีฬาคนพิการ

 

 

จุตินันท์เคยกล่าวไว้เมื่อปี 2564 หลังจากที่ทัพนักกีฬาคนพิการทีมชาติไทย สร้างผลงานคว้า 5 เหรียญทอง 5 เหรียญเงิน 8 เหรียญทองแดง ที่ ‘พาราลิมปิกเกมส์ โตเกียว 2020’ ว่า “สิ่งที่ผมทำทั้งหมด ผมทำด้วยความสุข ผมเป็นนักกีฬามาตั้งแต่เด็ก คลุกคลีอยู่กับนักกีฬามากมาย บอกได้เลยว่านักกีฬาพารามีหัวใจเป็นนักกีฬา มีความตั้งใจพยายามไม่แพ้คนปกติ ผมสัญญากับนักกีฬาของผมว่า ผมจะอยู่เคียงข้างพวกเขา จนกว่าพวกเขาจะไม่ต้องการผม จะอยู่ตรงนี้เคียงข้างพวกเขาตลอดไป”

The post จุตินันท์ ภิรมย์ภักดี ซีอีโอบุญรอดบริวเวอรี่ เสียชีวิตแล้ว ที่สหรัฐอเมริกา appeared first on THE STANDARD.

]]>
87 ปี บุญรอดบริวเวอรี่ มากกว่าการ ‘เติบโต’ คือการ ‘ตอบแทน’ สังคมอย่างยั่งยืน [IN PARTNERSHIP WITH SINGHA CORPORATION] https://thestandard.co/87-years-of-boon-rawd-brewery/ Thu, 29 Oct 2020 02:30:46 +0000 https://thestandard.co/?p=402410

ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจแต่อย่างใดที่ ‘มาตรวัด’ ซึ่งองค์กร […]

The post 87 ปี บุญรอดบริวเวอรี่ มากกว่าการ ‘เติบโต’ คือการ ‘ตอบแทน’ สังคมอย่างยั่งยืน [IN PARTNERSHIP WITH SINGHA CORPORATION] appeared first on THE STANDARD.

]]>

ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจแต่อย่างใดที่ ‘มาตรวัด’ ซึ่งองค์กรส่วนใหญ่ในปัจจุบันนิยมใช้วัดทาบขนาดศักยภาพและความแข็งแกร่งของตนหนีไม่พ้นขนาดขององค์กร (จำนวนพนักงานในบริษัท) ตัวเลขรายได้ กำไรสุทธิ ยอดขายสินค้าที่ถล่มทลาย เส้นกราฟผลประกอบการบริษัทที่กำลังพุ่งทะยาน หรือแม้แต่ราคาหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ 

 

แต่ทั้งหมดที่กล่าวมาข้างต้นนี้เป็นเพียงองค์ประกอบส่วนหนึ่งเท่านั้น เพราะมากกว่ารายได้และการชี้วัดด้วยเรื่องเงินคือคำถามที่ว่า ‘องค์กรของคุณได้ให้อะไรตอบแทนกลับคืนสู่สังคมบ้าง’

 

ตลอดระยะเวลากว่า 87 ปีที่ผ่านมา หนึ่งในสิ่งที่ ‘บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด’ ยึดถือปฏิบัติมาโดยตลอดจนกลายเป็นวัฒนธรรมองค์กร ปณิธานการทำธุรกิจที่ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น นอกเหนือจากการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ ยกระดับการบริการที่ดี คือการสร้างความเจริญก้าวหน้า ตลอดจนการมุ่งเน้นพัฒนา ‘นโยบายตอบแทนสังคมอย่างมั่นคง’

 

 

ในทศวรรษที่ 9 ของบุญรอดบริวเวอรี่สู่การบริหารงานภายใต้แม่ทัพคนปัจจุบัน จุตินันท์ ภิรมย์ภักดี แนวคิดดังกล่าวก็ยังคงเป็นสิ่งที่กรรมการผู้จัดการใหญ่ของบริษัทเน้นย้ำให้ความสำคัญควบคู่กับการพาองค์กรมุ่งทะยานไปข้างหน้า โต้คลื่นความท้าทายมากมายที่ถาโถมเข้ามา ตั้งแต่ดิจิทัลดิสรัปชัน พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป หรือแม้กระทั่งโควิด-19

 

และนี่คือแนวคิดเบื้องหลังการทำธุรกิจคู่ขนานไปกับการสร้างประโยชน์ให้กับสังคมบางส่วนของบุญรอดบริวเวอรี่ที่จุตินันท์ได้บอกเล่าให้กับ THE STANDARD 

 

 

ความแข็งแกร่งของบริษัทจะเกิดขึ้นได้ด้วยสังคมที่เข้มแข็งและนโยบายที่ยั่งยืน ในมุมมองของจุตินันท์ เขาเชื่อมั่นว่าดัชนีชี้วัด ‘ความแข็งแกร่ง’ ขององค์กรคือศักยภาพ หรือการมองจากมุมที่ว่าบริษัทนั้นๆ สามารถสร้างความเจริญก้าวหน้าตอบแทนให้กับสังคมได้อย่างต่อเนื่องและมั่นคงแค่ไหน 

 

เพราะยิ่งสังคมมีความก้าวหน้า ยืนหยัดด้วยตัวเองได้อย่างเข้มแข็ง และเจริญเติบโตได้มากเท่าไร องค์กรนั้นๆ ก็จะเสมือนหนึ่งว่าถูกเสริมใยเหล็กเพิ่มความแข็งแกร่งตามไปมากเท่าทวีด้วย

 

กรรมการผู้จัดการใหญ่บุญรอดบริวเวอรี่ย้อนเล่ากลับไปสู่ช่วงเริ่มต้นทำธุรกิจของบริษัทโดยพระยาภิรมย์ภักดี (บุญรอด เศรษฐบุตร) ที่ริเริ่มสร้างเนื้อสร้างตัวดำเนินกิจการในห้วงเวลาดังกล่าวด้วยการให้บริการเรือเมล์ข้ามฟาก (ทำธุรกิจโรงเบียร์ในภายหลัง) แต่ก็ยังไม่ลืมที่จะตอบแทนสังคมด้วยความสามารถและกำลังที่ตัวเองพอจะทำได้

 

“ก่อนที่พระยาภิรมย์ภักดีจะเริ่มธุรกิจโรงเบียร์ ท่านได้ดำเนินธุรกิจเรือเมล์ข้ามฟากมาก่อน สมัยนั้นยังไม่มีสะพานพุทธ ท่านมีเรือให้บริการหลายลำ จึงเกิดแนวคิดเปลี่ยนเรือลำหนึ่งเป็น ‘เรือดับเพลิง’ เนื่องจากในเวลาดังกล่าว การเข้าถึงสถานที่บางจุดยังทำได้ไม่ถนัดและง่ายเท่าที่ควร เรือดับเพลิงจึงมีความสำคัญและจำเป็นมากๆ ยามที่เกิดไฟไหม้ตามสถานที่ต่างๆ ซึ่งนี่คือตัวอย่างและเจตนารมณ์ของพระยาภิรมย์ภักดีที่ได้ถ่ายทอดมาต่อเนื่องจากรุ่นสู่รุ่น

 

“มากไปกว่านั้น ผมมองว่าการช่วยเหลือที่จะเป็นประโยชน์จริงๆ กับผู้รับก็คือการช่วยเหลือให้มีความต่อเนื่องและยั่งยืน ซึ่งบุญรอดบริวเวอรี่ได้พยายามสานต่อสิ่งเหล่านี้มาโดยตลอด

 

“สิ่งที่บุญรอดบริวเวอรี่ปฏิบัติในเชิงการดูแลสังคม เราทำมาต่อเนื่องยาวนานกว่า 87 ปี พระยาภิรมย์ภักดีเคยสอนว่าที่บริษัทของเรามีวันนี้ได้ก็เพราะได้รับการสนับสนุนจากทุกๆ ภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นสังคม พี่น้องประชาชน หน่วยงานภาครัฐ ท่านจึงปลูกฝังแนวคิดการช่วยเหลือสังคมให้กับลูกๆ หลานๆ ตลอดจนพนักงานทุกคนในองค์กร นั่นจึงทำให้นอกจากนโยบายของเราจะต้องมุ่งพัฒนาให้บริษัทเข้มแข็งแล้ว ยังต้องสามารถช่วยเหลือดูแลสังคมให้เจริญเติบโตไปพร้อมๆ กันได้ด้วย”

 

 

เมื่อ ‘คน’ คือ ‘รากฐานของสังคม’ การมุ่งเน้นพัฒนาบุคลากรคนจึงถือเป็นสิ่งสำคัญ ด้วยความเชื่อที่ว่าคนคือรากฐานของสังคม ดังนั้นการที่สังคมจะดีขึ้นได้ คนก็ต้อง ‘ดี’ เสียก่อน ทั้งหมดจึงทำให้บุญรอดบริวเวอรี่มุ่งเน้นการตอบแทนสังคมผ่านการพัฒนาและสร้างบุคลากรคนที่ดีเป็นอย่างมาก สังเกตได้จากการสนับสนุนด้านกีฬา ที่โครงการต่างๆ ของบุญรอดบริวเวอรี่ได้มีส่วนในการผลักดันนักกีฬากอล์ฟสัญชาติไทยมากมายให้โลดแล่นในวงการจนสามารถสร้างรายได้หาเลี้ยงตนและครอบครัวได้อย่างมั่นคง รวมถึงการเป็น หนึ่งในผู้อยู่เบื้องหลังนักกีฬาพาราไทย โดยเข้าไปสนับสนุนกีฬาคนพิการตั้งแต่ยังไม่เป็นที่รู้จัก จนกระทั่งวันนี้สังคมได้ให้ความสำคัญและเป็นกำลังใจให้ทัพนักกีฬาคนพิการมากขึ้น

 

เช่นเดียวกับการผลักดันพัฒนาด้าน ‘การศึกษา’ ที่ทำมาอย่างต่อเนื่อง ตัวอย่างเช่น การมอบทุนบุญรอดพัฒนานิสิตนักศึกษา ทุนอาหารกลางวันให้กับเยาวชนที่อาศัยในภาคเหนือ ทุนการศึกษาสิงห์ปาร์คเชียงรายสำหรับเด็กเรียนดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ตลอดจนการช่วยเหลือกิจกรรมสังคมต่างๆ ผ่านกลุ่มสิงห์อาสา เป็นต้น

 

ทั้งหลายทั้งมวลเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นข้อยืนยันที่พิสูจน์ให้เห็นถึงเจตนารมณ์และปรัชญาการสร้างประโยชน์ให้กับสังคมของพระยาภิรมย์ภักดีที่ถูกส่งต่อมาเป็นแนวทางการบริหารองค์กรของคนภิรมย์ภักดีในรุ่นลูกและหลาน โดยในเวลาเดียวกันก็ไม่ลืมที่จะมุ่งตอบแทนสังคม 

 

 

โควิด-19 ที่สร้างผลกระทบถ้วนหน้ากับความมุ่งมั่นของบุญรอดบริวเวอรี่ในการมุ่งตอบแทนสังคม

แม้ว่าบุญรอดบริวเวอรี่จะมีแผนการรับมือกับความท้าทายทางธุรกิจ ดิจิทัลดิสรัปชัน หรือการแข่งขันในตลาดที่ดุเดือดด้วยการกระจายธุรกิจ เพิ่มความหลากหลายในพอร์ตของบริษัท จากเดิมที่ผลิตแค่อาหารและเครื่องดื่มก็หันมาจับตลาด ‘อสังหาริมทรัพย์’ ด้วย ทรานส์ฟอร์มองค์กรให้พร้อมสู้รบกับภูมิทัศน์ที่เปลี่ยนแปลงไป หรือหากลยุทธ์ใหม่ๆ มาสร้างรสชาติที่หวือหวาให้กับตลาดเครื่องดื่มประเภทต่างๆ อย่างต่อเนื่อง

 

แต่สำหรับโควิด-19 ที่เกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงปลายปี 2562 ที่ผ่านมานั้นถือเป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายล้วนแล้วแต่ลงความเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่านี่คือเรื่องที่ ‘เหนือความคาดหมาย’ ทั้งยังสร้างผลกระทบเชิงลบเป็นอย่างมากกับระบบเศรษฐกิจ ถึงขั้นที่องค์กรหลายแห่งจำต้องประกาศปิดตัว ปลดพนักงานหลายชีวิต และนำไปสู่ปัญหาต่างๆ มากมายในที่สุด

 

กระนั้นก็ดี บุญรอดบริวเวอรี่กลับประกาศตัวชัดเจนในการยืนหยัดช่วยเหลือสังคม แม้จะต้องทนแบกรับแรงกดดันจากโรคระบาดดังกล่าว เริ่มต้นที่การดูแลพนักงานของบริษัทและบริษัทในเครือ รวมทั้งคู่ค้าของบริษัททั่วประเทศจำนวนกว่า 25,000 ชีวิตให้ได้รับการจ้างงานต่อไป แม้กิจการหลายส่วนของบริษัท บริษัทในเครือ รวมทั้งคู่ค้าของบริษัทต้องหยุดชะงักหรือชะลอตัวลงก็ตาม เพื่อไม่ให้พนักงานเหล่านั้นต้องประสบความเดือดร้อน

 

นอกจากนี้ในส่วนของคู่ค้าของบริษัททั่วประเทศกว่า 200 ราย บุญรอดบริวเวอรี่ยังได้ขยายเครดิตให้กับตัวแทนจำหน่ายเหล่านั้น เพื่อให้ตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับผลกระทบจากพิษโควิด-19 สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างคล่องตัวมากขึ้นในสถานการณ์ดังกล่าว และยังคงรักษาสถานภาพการจ้างงานให้กับพนักงานและคู่ค้าทุกราย

 

 

ขณะที่การช่วยเหลือบุคลากรแพทย์ผู้ที่ทำหน้าที่เป็น ‘ด่านหน้า’ ในการรับมือกับโควิด-19 บุญรอดบริวเวอรี่ยังได้มอบเงินจำนวน 50 ล้านบาทเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของโรงพยาบาลหลักที่ดูแลผู้ป่วยโควิด-19 ทั่วประเทศ เพื่อใช้ในการจัดหาอุปกรณ์ป้องกันการติดเชื้อให้กับแพทย์ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ เช่น อุปกรณ์ที่ใช้ในห้องผ่าตัด หรืออุปกรณ์ทั่วไปเพื่อใช้ในการป้องกันร่างกายให้บุคลากรทางการแพทย์ ตลอดจนจัดหาอุปกรณ์ทางการแพทย์เพื่อใช้ในการดูแลรักษาชีวิตผู้ป่วย พร้อมดูแลอาหารและน้ำดื่มให้กับบุคลากรทางการแพทย์ที่ปฏิบัติงานในสถานที่ต่างๆ

 

สำหรับการช่วยเหลือสังคมในด้านอื่นๆ ด้วยการจัดโครงการ จัดโครงการการจ้างงานและสร้างอาชีพทั้งในระยะสั้นและระยะยาวเพื่อช่วยลดปัญหาการว่างงาน รวมทั้งเพิ่มพูนความรู้ ทักษะอาชีพ เพื่อเป็นเครื่องมือในการสร้างรายได้ให้กับผู้ว่างงานในทุกภูมิภาคทั่วประเทศผ่านโครงการ ‘สิงห์อาสา’

 

ตลอดจนการเปิดพื้นที่ให้นักดนตรีหรือศิลปินกว่า 2,500 ชีวิตสามารถแสดงผลงานของตัวเองผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ในช่วงล็อกดาวน์

 

“ช่วงนั้นเป็นช่วงที่เราได้รับจดหมายจากนายกรัฐมนตรีพอดี (เมษายน 2563: พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ส่งจดหมายถึง 20 นักธุรกิจไทยเพื่อขอความร่วมมือในการนำเสนอโครงการและไอเดียเพื่อช่วยเหลือพี่น้องคนไทย) โจทย์ของเราในตอนนั้นคือการสร้างงาน ซึ่งประจวบเหมาะกับโครงการ ‘สิงห์อาสา’ ที่เราทำอยู่แล้ว

 

“เราจึงได้ช่วยเหลือชาวบ้านที่ว่างงานโดยฝึกอบรมให้พวกเขาเหล่านั้นก้าวขึ้นมาเป็นอาสาสมัครดูแลท้องถิ่นของตนเอง โดยได้รับเบี้ยเลี้ยงรายวันจากการทำงานเป็นอาสาสมัครหรือการฝึกอบรม เช่น โครงการสิงห์อาสาสู้ไฟป่า จัดอบรมวิธีการดับไฟป่าให้กับชุมชนในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดไฟป่า 10 จังหวัด, โครงการสิงห์อาสาสู้ภัยแล้ง จัดจ้างประชาชนในพื้นที่ที่ประสบภัยแล้ง ร่วมเป็นอาสาสมัครในจุดแจกน้ำ หรือในจุดติดตั้งแท็งก์น้ำในชุมชน ในพื้นที่ประสบภัยแล้ง 20 จังหวัด และโครงการสิงห์อาสาป้องกันน้ำท่วม ร่วมขุดลอกคูคลอง เก็บผักตบชวา ครอบคลุม 7 จังหวัดภาคกลาง

 

 

ทั้งนี้สำหรับโครงการสิงห์อาสานั้น บุญรอดบริวเวอรี่ได้สนับสนุนเงินช่วยเหลือในโครงการดังกล่าว เพื่ออบรมทักษะวิชาชีพให้กับชาวบ้านในท้องถิ่นต่างๆ แบบไม่มีค่าใช้จ่ายผ่านการใช้ศักยภาพของบริษัทในเครือและเครือข่ายของสิงห์อาสาทุกภูมิภาคทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้ที่เข้าโครงการสามารถนำทักษะความรู้ความสามารถที่ได้รับจากการอบรมไปต่อยอดสร้างอาชีพและหาเลี้ยงครอบครัว

 

โดยแบ่งกลุ่มทักษะอาชีพในโครงการออกเป็น 3 ส่วนคือ การอบรมทักษะวิชาชีพทางด้านอาหารสู่การเป็นเจ้าของธุรกิจขนาดเล็ก การอบรมทักษะวิชาชีพทางด้านงานช่าง Home service and office skills และการอบรมทักษะวิชาชีพทางด้านการเกษตร เพื่อผลักดันให้เกิดวิสาหกิจชุมชน ต่อไป

 

โดยหากนับตั้งแต่สถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ที่ผ่านมา บริษัทบุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด และบริษัทในเครือฯ ตลอดจนตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศเพื่อส่งมอบความช่วยเหลือไปยังบุคลากรทางการแพทย์ ผู้ป่วยและประชาชนทั่วไปที่ได้รับความเดือดร้อนทั่วประเทศ ในรูปแบบต่างๆเป็นมูลค่าการช่วยเหลือรวมกว่า 200 ล้านบาท

 

 

“สิ่งสำคัญที่มากกว่าการช่วยให้พวกเขามีรายได้คือการช่วยให้พวกเขาสัมผัสได้ถึงคุณค่าของสิ่งที่ได้ทำ เพราะถ้าพวกเขารู้สึกว่ามีจุดมุ่งหมายในชีวิต มีงานที่ได้ช่วยเหลือและเป็นประโยชน์ต่อสังคม มันก็จะเป็นเรื่องที่ดีต่อจิตใจของพวกเขาในที่สุด”

 

 

ท้ายสุดนี้ จุตินันท์ยังได้กล่าวทิ้งท้ายกับเราโดยบอกว่าตัวเขาและพนักงานทุกคนขององค์กรยังคงยึดถือหลักปฏิบัติและวัฒนธรรมการตอบแทนสิ่งดีๆ ให้กับสังคมอย่างยั่งยืนมาโดยตลอด เพราะทั้งหมดทั้งมวลล้วนแล้วแต่เป็นคำสอนที่พระยาภิรมย์ภักดีได้ปลูกฝังให้กับคนบุญรอดบริวเวอรี่ทุกคนนั่นเอง

 

“วันข้างหน้า ในวันที่ผมมีโอกาสพบกับคุณปู่ (พระยาภิรมย์ภักดี) ผมจะมองท่านด้วยความภาคภูมิใจว่าผมได้ทำหน้าที่ที่ดีที่สุดแล้วให้กับบริษัท ปรัชญาที่ท่านส่งทอดให้ลูกหลานของท่าน พวกเราทุกคนได้ทำกันอย่างเต็มที่ ไม่เคยทำให้ชื่อเสียงของบริษัทเสื่อมเสียไม่ว่าจะในมิติใดๆ ก็ตาม”

 

เพราะเชื่อว่าความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมขององค์กรต้องทำให้ได้ในระดับการสร้างประโยชน์อย่างยั่งยืนให้กับสังคม ดังนั้นสิ่งเหล่านี้จึงถูกถ่ายทอดไหลเวียนอยู่ในดีเอ็นเอของบุญรอดบริวเวอรี่มายาวนานต่อเนื่องกว่า 87 ปี และจะยังดำเนินต่อไปเช่นนี้ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานสักแค่ไหน หรือองค์กรจะต้องเผชิญกับความท้าทายในอีกกี่พันหมื่นแสนครั้งก็ตาม

 

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

The post 87 ปี บุญรอดบริวเวอรี่ มากกว่าการ ‘เติบโต’ คือการ ‘ตอบแทน’ สังคมอย่างยั่งยืน [IN PARTNERSHIP WITH SINGHA CORPORATION] appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘สิงห์’ บริจาค 50 ล้านบาท ช่วยโรงพยาบาลสู้วิกฤตโควิด-19 https://thestandard.co/sing-donate-50-million-baht-helping-hospital-fighting-coronavirus/ Fri, 27 Mar 2020 11:28:46 +0000 https://thestandard.co/?p=347369

วันนี้ (27 มีนาคม) จุตินันท์ ภิรมย์ภักดี กรรมการผู้จัดก […]

The post ‘สิงห์’ บริจาค 50 ล้านบาท ช่วยโรงพยาบาลสู้วิกฤตโควิด-19 appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (27 มีนาคม) จุตินันท์ ภิรมย์ภักดี กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด กล่าวว่าคณะกรรมการบริษัทฯ มีมติมอบเงิน 50 ล้านบาทเพื่อสนับสนุนการทำงานของโรงพยาบาลต่างๆ ที่รับหน้าที่ในการดูแลรักษาผู้ป่วยจากการติดเชื้อโควิด-19  

 

เงินจำนวนนี้จะถูกนำไปช่วยเหลือทั้งในด้านของการจัดหาอุปกรณ์ป้องกัน เช่น หน้ากากอนามัย, Face Shield หรือชุด PPE และจัดซื้ออุปกรณ์ที่ช่วยในการคัดกรองผู้ป่วยทั้งในส่วนของอาคารแรกรับและหอผู้ป่วยโควิด-19 เพื่อลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อของบุคลากรทางการแพทย์ รวมทั้งจัดหาอุปกรณ์ที่มีความจำเป็นต่อการรักษาชีวิตผู้ป่วย เช่น เครื่องช่วยหายใจ และอุปกรณ์ทางการแพทย์อื่นๆ ที่จำเป็น

 

เบื้องต้น บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด ได้มอบเงินบริจาคให้กับ 6 โรงพยาบาลหลักของรัฐที่ทำหน้าที่ในการดูแลผู้ป่วยโควิด-19 โรงพยาบาลละ 5 ล้านบาท ได้แก่ โรงพยาบาลศิริราช, โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์, โรงพยาบาลรามาธิบดีจักรีนฤบดินทร์, โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ, โรงพยาบาลราชวิถี และสถาบันบำราศนราดูร

 

รวมทั้งได้มอบเงินบริจาคให้กับโรงพยาบาลในจังหวัดสำคัญทุกภูมิภาคทั่วประเทศ เพื่อทำหน้าที่ดูแลผู้ป่วยโควิด-19 ได้แก่ โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่, โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์, โรงพยาบาลศูนย์ขอนแก่น, โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา, โรงพยาบาลอุดรธานี, โรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี, โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา รวมทั้งสิ้นเป็นจำนวนเงิน 50 ล้านบาท

 

นอกจากนี้ทางบริษัทได้สนับสนุนอาหารและน้ำดื่มสิงห์ให้กับโรงพยาบาลต่างๆ ทั้งในส่วนของการดูแลผู้ป่วยและบุคลากรทางการแพทย์มาโดยตลอด และยืนยันที่จะมอบต่อไปเพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้กับผู้ปฏิบัติหน้าที่ทุกคนรวมทั้งผู้ป่วย

 

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

The post ‘สิงห์’ บริจาค 50 ล้านบาท ช่วยโรงพยาบาลสู้วิกฤตโควิด-19 appeared first on THE STANDARD.

]]>
เบื้องหลังความสำเร็จของฮีโร่คลื่นลูกใหม่แห่งทัพนักกีฬาเอเชียนพาราเกมส์ 2018 https://thestandard.co/asian-para-games-2018/ https://thestandard.co/asian-para-games-2018/#respond Wed, 07 Nov 2018 09:59:21 +0000 https://thestandard.co/?p=143454

“ประเทศส่วนใหญ่เริ่มหันมาให้ความสำคัญมากๆ กับกีฬาคนพิกา […]

The post เบื้องหลังความสำเร็จของฮีโร่คลื่นลูกใหม่แห่งทัพนักกีฬาเอเชียนพาราเกมส์ 2018 appeared first on THE STANDARD.

]]>

“ประเทศส่วนใหญ่เริ่มหันมาให้ความสำคัญมากๆ กับกีฬาคนพิการ เพราะเขามองทะลุ เขามองว่ามันเป็นแรงบันดาลใจ มันสร้างศักยภาพให้กับประชากรของเขา”

 

สัมภาษณ์พิเศษกับ จุตินันท์ ภิรมย์ภักดี ประธานคณะกรรมการพาราลิมปิกแห่งประเทศไทย ถึงเบื้องหลังความสำเร็จในฐานะผู้ขับเคลื่อนและวางกลยุทธ์ของทัพนักกีฬาเอเชียนพาราเกมส์ไทย ที่ไปคว้าชัยที่ประเทศอินโดนีเซียกลับมาถึง 23 เหรียญทอง

The post เบื้องหลังความสำเร็จของฮีโร่คลื่นลูกใหม่แห่งทัพนักกีฬาเอเชียนพาราเกมส์ 2018 appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/asian-para-games-2018/feed/ 0