จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/จิรายุส-ทรัพย์ศรีโสภา/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Thu, 18 Jun 2026 12:26:34 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 AssetWise presents Marketing Oops! Summit 2026 เปิดฉากยิ่งใหญ่ เปลี่ยน Insight สู่ Action รับยุค Agentic AI พานักการตลาดชนะเกมการตลาดยุคใหม่ https://thestandard.co/assetwise-marketing-oops-summit-ai/ Thu, 18 Jun 2026 12:26:34 +0000 https://thestandard.co/?p=1220270 ภาพบรรยากาศการจัดงาน AssetWise presents Marketing Oops! Summit 2026 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

กรุงเทพฯ 11 มิถุนายน 2569, Marketing Oops! เปิดฉากงาน A […]

The post AssetWise presents Marketing Oops! Summit 2026 เปิดฉากยิ่งใหญ่ เปลี่ยน Insight สู่ Action รับยุค Agentic AI พานักการตลาดชนะเกมการตลาดยุคใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพบรรยากาศการจัดงาน AssetWise presents Marketing Oops! Summit 2026 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

กรุงเทพฯ 11 มิถุนายน 2569, Marketing Oops! เปิดฉากงาน AssetWise presents Marketing Oops! Summit 2026 ภายใต้ธีม “Intelligence in Action” ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ตอกย้ำบทบาทเวทีการตลาด ธุรกิจ และเทคโนโลยีแห่งปี ที่ปีนี้ยกระดับจากงานสัมมนาสู่ Experience Platform เต็มรูปแบบ เพื่อพานักการตลาดและผู้นำธุรกิจเปลี่ยนความรู้ อินไซต์ และเทคโนโลยี AI ให้กลายเป็นการลงมือทำจริง

 

งานปีนี้มี Speaker ชั้นนำจากทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศมากกว่า 70 คน, 4 เวที ทั้งรูปแบบ Stage และ Theater รวมกว่า 45 Sessions, ผู้เข้าร่วมงานกว่า 2,422 คน พร้อมสื่อมวลชนแถวหน้าของไทยกว่า 58 สื่อที่เข้าร่วมเกาะติดทิศทางการตลาด ธุรกิจ และเทคโนโลยีแห่งปี พร้อม Workshop, Exhibition, AI LIVE Playground และ MOS Black Night โดยเนื้อหาครอบคลุมตั้งแต่ Consumer Insights, Agentic AI, Physical AI + Humanoid, Creative, AI Commerce, MarTech ไปจนถึง Framework และกลยุทธ์ที่นำกลับไปใช้ได้จริงในองค์กร

 

ภาพบรรยากาศการจัดงาน AssetWise presents Marketing Oops! Summit 2026 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ 1

 

“วันนี้ทุกองค์กรเข้าถึง AI และเครื่องมือไม่ต่างกัน แต่ในปี 2026 ความแตกต่างจะอยู่ที่ใครสามารถเปลี่ยนสิ่งเหล่านั้นให้กลายเป็น ‘Action’ ได้จริง  Marketing Oops! Summit ปีนี้ เราจึงออกแบบให้ทุก session ไม่ใช่แค่ insight แต่คือ execution ที่นำไปใช้ได้ทันที และเพื่อให้นักการตลาดได้ Upgrade และตามทันกับการเปลี่ยนแปลงที่กำลังเกิดขึ้นในโลกของการตลาดยุคใหม่ และ Agentic AI”

คุณณธิดา รัฐธนาวุฒิ ผู้ก่อตั้ง Marketing Oops! และผู้จัดงาน Marketing Oops! Summit กล่าวถึงการจัดงานในปีนี้

 

ผนึกกำลัง “AssetWise” ตอกย้ำพันธมิตรระยะยาว ร่วมขับเคลื่อนการตลาดไทยต่อเนื่อง

 

Marketing Oops! Summit 2026 ได้รับเกียรติจาก “AssetWise” แบรนด์อสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของไทย ร่วมเป็น Title Sponsor ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 สะท้อนถึงความร่วมมือระยะยาวระหว่าง AssetWise และ Marketing Oops! ในการร่วมยกระดับ Marketing Oops! Summit ให้เป็น Experience Platform ที่เชื่อมโยงนักการตลาด ธุรกิจ และเทคโนโลยี เพื่อสร้างผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นได้จริงในโลกธุรกิจ

 

ภาพบรรยากาศการจัดงาน AssetWise presents Marketing Oops! Summit 2026 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ 2

 

“AssetWise รู้สึกยินดีอย่างยิ่งที่ได้ร่วมเป็น Title Sponsor ของ Marketing Oops! Summit 2026 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 เพราะเราเชื่อว่างานนี้ไม่ได้เป็นเพียงเวทีแลกเปลี่ยนความรู้และอินไซต์ใหม่ๆ แต่ยังเป็นพื้นที่สำคัญที่ช่วยผลักดันให้ธุรกิจและนักการตลาดสามารถเปลี่ยน ‘Intelligence’ ให้กลายเป็น ‘Action’ ได้จริง ในยุคแห่ง Disruption ที่ความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว

 

ความร่วมมือครั้งนี้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของ AssetWise ในฐานะแบรนด์อสังหาที่ไม่ได้สร้างแค่ที่อยู่อาศัย แต่ตั้งใจสร้าง Quality of Life ผ่านประสบการณ์และคุณค่าที่ตอบโจทย์ทุกการเปลี่ยนแปลงของ lifestyle ลูกค้าและโลกธุรกิจยุคใหม่”

 

คุณปณีตา มาลัยวงศ์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงความร่วมมือกับ Marketing Oops!

 

ไฮไลต์สำคัญของ AssetWise presents Marketing Oops! Summit 2026

 

งานปีนี้อัดแน่นด้วยหัวข้อ เนื้อหา และกิจกรรมที่จะเปลี่ยนจาก Intelligence สู่ Action ที่นำไปใช้ได้จริง

 

  • 2 Main Stages: The Intelligence Stage และ The Action Stage รวมวิสัยทัศน์ เทรนด์ใหญ่ เคสจริง และ Playbook สำหรับนักการตลาดยุคใหม่
  • 2 Experience Theaters: AI Growth Engine Theater และ AI Commerce & Consumer Theater ที่ออกแบบให้ผู้ร่วมงานได้เห็นเครื่องมือจริง Demo จริง และ Framework ที่นำกลับไปใช้ได้
  • Canva ขึ้นเวที Marketing Oops! Summit เป็นครั้งแรกในไทย เปิดอินไซต์ Gen Z + AI และโชว์การสร้างแคมเปญด้วย AI แบบ Real-time
  • Live Debate “AI vs Human” จากรายการถกไม่เถียง ชวนถกประเด็นใหญ่ของคนทำงานยุค AI ว่า AI คือโอกาส หรือจุดจบของทักษะมนุษย์
  • Physical AI และ Humanoid แห่งอนาคต เจาะเทรนด์สำคัญที่กำลังพา AI ออกจากหน้าจอ เข้าสู่โลกจริง ผ่านหุ่นยนต์ ยานยนต์ อุปกรณ์อัจฉริยะ และประสบการณ์ใหม่ในชีวิตประจำวัน
  • AI LIVE Playground: พื้นที่ทดลองใช้ AI ในบริบทธุรกิจจริง ทั้ง AI LIVE Commerce, AI Content Creation และ AI-driven Customer Experience
  • “MOS Black Night” & การประกาศรางวัล “MOS 2026” ปิดท้ายวันด้วย “MOS Black Night” After Party ค่ำคืนของการ networking พร้อม “กรุงเทพราตรี” ศิลปิน Gen Z เปิดการแสดงสด ในบรรยากาศเป็นกันเอง

 

ภาพบรรยากาศการจัดงาน AssetWise presents Marketing Oops! Summit 2026 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ 3ภาพบรรยากาศการจัดงาน AssetWise presents Marketing Oops! Summit 2026 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ 4ภาพบรรยากาศการจัดงาน AssetWise presents Marketing Oops! Summit 2026 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ 5

 

อีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของปีนี้ คือ การประกาศรางวัล “MOS 2026” ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งแรกของ Marketing Oops! Summit โดยผลรางวัลมาจากเสียงโหวตของผู้เข้าร่วมงาน ประกอบด้วยรางวัลดังต่อไปนี้

 

MOS Best Speaker Award ได้แก่ ดร.วิทย์ สิทธิเวคิน, คุณทิน โชคกมลกิจ, คุณท๊อป-จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา, CK Cheong และคุณอภิรัตน์ หวานชะเอม

 

MOS Best Session Award ได้แก่

 

  • ถกไม่เถียง EP. พิเศษ – Human vs AI
  • The Next Humans ถอดรหัส DNA ความสำเร็จแห่งอนาคต
  • Emotional Agency: From Feeling to Impact ความฉลาดอาจมาจาก AI แต่ความหมายต้องมาจากคน

 

MOS Best Booth Design Award ได้แก่ The Mall

 

MOS Best Booth Experience Award ได้แก่ Kaniva

 

ครบทุกมิติ!

 

นอกจากไฮไลต์บนเวทีและ Experience Zone แล้ว Marketing Oops! Summit 2026 ยังออกแบบพื้นที่การเรียนรู้และการต่อยอดหลังจบงานให้ครบมากขึ้น เพื่อให้ผู้ร่วมงานไม่ได้กลับไปเพียงแค่อินไซต์ แต่ได้ทั้งเครื่องมือ โซลูชัน และสิทธิประโยชน์ที่สามารถนำไปใช้จริงได้ทันที

 

  • Workshops สำหรับนักการตลาดยุคใหม่: ครอบคลุมการใช้เครื่องมือและทักษะสำคัญ ทั้ง AI SEO, AI Live Streaming, Claude Co-Work และกลยุทธ์เชิงลึกที่ช่วยให้ผู้ร่วมงานนำความรู้กลับไปปรับใช้ได้จริงในองค์กร
  • Exhibition Zone รวมโซลูชันการตลาดแห่งปี: รวมแพลตฟอร์ม เครื่องมือ และโซลูชันจากแบรนด์ชั้นนำ ให้ผู้ร่วมงานได้สำรวจ เปรียบเทียบ และพูดคุยกับทีมผู้เชี่ยวชาญโดยตรง เพื่อค้นหาเครื่องมือที่เหมาะกับโจทย์ธุรกิจของตัวเอง
  • Exclusive Tools & Access สำหรับผู้ถือบัตรทุกคน: MOS 2026 ไม่ได้ให้ผู้ร่วมงานกลับไปแค่ไอเดีย แต่ยังให้เครื่องมือกลับไปลงมือทำจริง โดยผู้ถือบัตรทุกใบจะได้รับสิทธิทดลองใช้ Canva Pro Subscription ฟรี 3 เดือน พร้อมรับชมคอนเทนต์ย้อนหลังจากงานทางออนไลน์ได้นาน 3 เดือน

 

ภาพบรรยากาศการจัดงาน AssetWise presents Marketing Oops! Summit 2026 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ 6

[Error: Image 7 not found in Drive folder]

 

การรวมตัวของผู้เข้าร่วมงานกว่า 2,422 คน พร้อมสื่อมวลชนแถวหน้าของไทยกว่า 58 สื่อ สะท้อนให้เห็นว่า Marketing Oops! Summit ไม่ได้เป็นเพียงงานสัมมนาสำหรับนักการตลาด แต่เป็นเวทีที่อุตสาหกรรมธุรกิจ การตลาด สื่อ เทคโนโลยี และครีเอทีฟต่างจับตา เพื่อมองทิศทางใหม่ของการแข่งขันในยุค AI

 

ด้วยองค์ประกอบทั้งหมดนี้ Marketing Oops! Summit 2026 จึงไม่ใช่เพียงงานสัมมนาการตลาด แต่คือ Experience Platform ที่รวมความรู้ เครื่องมือ เคสจริง การสาธิตเทคโนโลยี พื้นที่ทดลองใช้ และการสร้าง connection ไว้ในงานเดียว เพื่อให้นักการตลาด ผู้นำธุรกิจ และผู้ประกอบการไทยพร้อมเปลี่ยน Intelligence ให้กลายเป็น Action ได้จริง

 

#AssetWisepresentsMarketingOops!Summit2026

#MarketingOopsSummit2026
#MOS2026 #MarketingOops!

 

[PR NEWS]

The post AssetWise presents Marketing Oops! Summit 2026 เปิดฉากยิ่งใหญ่ เปลี่ยน Insight สู่ Action รับยุค Agentic AI พานักการตลาดชนะเกมการตลาดยุคใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตรวจสอบรายชื่อ มินิ วปอ. รุ่น 2 รุ่นน้องแพทองธาร พบมีทั้งทายาทนักการเมือง, สส., นักร้อง, นักธุรกิจ https://thestandard.co/mini-ndc-batch-2-participants/ Fri, 31 Jan 2025 05:18:21 +0000 https://thestandard.co/?p=1036589 มินิ วปอ. รุ่น 2

วานนี้ (30 มกราคม) เว็บไซต์สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ ป […]

The post ตรวจสอบรายชื่อ มินิ วปอ. รุ่น 2 รุ่นน้องแพทองธาร พบมีทั้งทายาทนักการเมือง, สส., นักร้อง, นักธุรกิจ appeared first on THE STANDARD.

]]>
มินิ วปอ. รุ่น 2

วานนี้ (30 มกราคม) เว็บไซต์สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ ประกาศรายชื่อ 224 คนผู้มีสิทธิ์เข้ารับการฝึกอบรมหลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักร สำหรับผู้บริหารแห่งอนาคต (วปอ.บอ.) รุ่นที่ 2 โดยมีรายชื่อ เช่น

 

ชลัฐ รัชกิจประการ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย บุตรชายของ พิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน, ชาครีย์ ลาภบุญเรือง นักร้องนำวง Musketeers, ธงธรรม เวชยชัย บุตรชายของ ภูมิธรรม เวชยชัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม, ปณกานต์ ราชสีห์ เลขานุการประธานกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน, พิชชารัตน์ เลาหพงศ์ชนะ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ 

 

จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บิทคับ แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด, รัฐ คลังแสง บุตรชายของ สุทิน คลังแสง สส. พรรคเพื่อไทย อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม, ญาณิกา เทียนทอง ภรรยา สรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา 

 

พราวพุธ ลิปตพัลลภ บุตรสาวของ สุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี, สรรเพ็ชญ ศรีสวัสดิ์ บุตรชายของอดีตประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, อิสริยะ คูหาเปรมกิจ ทายาทคนกลางของครอบครัวคูหาเปรมกิจ เจ้าของธุรกิจค้าทองคำแท่ง, ณณัฏฐ์ หงษ์ชูเวช รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง, เอกวรัญญู อัมระปาล โฆษกของกรุงเทพมหานคร 

 

พิมพ์ศิริ จีนะวิจารณะ บุตรบุญธรรมของ กฤษฎา จีนะวิจารณะ อดีตปลัดกระทรวงการคลัง, ไพโรจน์ ชัยจีระธิกุล อุปนายกสมาคมโลจิสติกส์และขนส่งภาคใต้, อดิทิพ ภาณุพงศ์ หลานปู่ของ อรุณ ภาณุพงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในรัฐบาล พล.อ. เปรม ติณสูลานนท์ และ อาชวิน สีตบุตร อดีตผู้สมัคร สก. เขตคลองสาน พรรคพลังประชารัฐ 

 

สำหรับเป้าหมายของหลักสูตรนั้น เพื่อมุ่งส่งเสริมให้ผู้บริหารรุ่นใหม่ ทั้งจากส่วนราชการ ภาคเอกชน และบุคคลทั่วไป มีจิตสำนึกตระหนักถึงภัยคุกคามในมิติต่างๆ ที่มีผลต่อความมั่นคงแห่งชาติ และเข้ามามีบทบาท มีส่วนร่วม หรือให้การสนับสนุนภาครัฐที่เกี่ยวข้องในการบริหารจัดการปัญหาที่กระทบต่อความมั่นคงในขอบเขตที่พึงกระทำได้

 

ทั้งนี้ คาดว่าจะเปิดเรียนเดือนกุมภาพันธ์-กรกฎาคม 2568 รวม 438 ชั่วโมง เรียนสัปดาห์ละ 1 วัน (วันศุกร์) เวลา 13.00-20.00 น. ไม่นับช่วงเดินทางดูงาน ที่สำคัญหลักสูตรนี้มีการไปศึกษาสภาวะแวดล้อมตามประเด็นปัญหาความมั่นคงร่วมสมัยทั้งภายในและต่างประเทศเช่นเดียวกับ วปอ. ด้วย โดยหลักสูตรนี้เรียนฟรี แต่อาจมีการเก็บเงินในแต่ละรุ่นกันเอง เพื่อใช้ในกิจกรรมรุ่น 

 

อย่างไรก็ตาม สำหรับหลักสูตร มินิ วปอ. ในรุ่นที่ 1 แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เคยเข้าร่วมเรียนในหลักสูตรนี้ด้วย

ตรวจสอบรายชื่อผู้มีสิทธิ์สัมภาษณ์ทั้ง 224 คน https://www.thaindc.org/attachments/view/?attach_id=402283

The post ตรวจสอบรายชื่อ มินิ วปอ. รุ่น 2 รุ่นน้องแพทองธาร พบมีทั้งทายาทนักการเมือง, สส., นักร้อง, นักธุรกิจ appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘ท๊อป บิทคับ’ ถกอนาคตสินทรัพย์ดิจิทัลในงาน WEF 2025 ชี้โทเคนอสังหา-คาร์บอนเครดิตบูมต่อปีนี้ https://thestandard.co/top-bitkub-digital-assets-wef/ Fri, 24 Jan 2025 11:12:05 +0000 https://thestandard.co/?p=1034115 สินทรัพย์ดิจิทัล

“สินทรัพย์ในอนาคตจะถูกแปลงสภาพการใช้งานไปอยู่ในรูปของสิ […]

The post ‘ท๊อป บิทคับ’ ถกอนาคตสินทรัพย์ดิจิทัลในงาน WEF 2025 ชี้โทเคนอสังหา-คาร์บอนเครดิตบูมต่อปีนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
สินทรัพย์ดิจิทัล

“สินทรัพย์ในอนาคตจะถูกแปลงสภาพการใช้งานไปอยู่ในรูปของสินทรัพย์ดิจิทัลและโทเคนดิจิทัล” จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บิทคับ แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด กล่าวในงาน World Economic Forum ประจำปี 2025 บนเวที ‘การเปลี่ยนแปลงจากสินทรัพย์สู่สินทรัพย์ดิจิทัล’

 

จิรายุสได้ร่วมแสดงวิสัยทัศน์ด้านการเงินครั้งนี้ร่วมกับผู้นำด้านการเงินจากหลากหลายหน่วยงานทั่วโลก ทั้ง Ola Doudin ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร BitOasis, Jeremy Allaire ผู้ร่วมก่อตั้ง ประธานกรรมการ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Circle Internet Financial และ Marc Bayle de Jessé ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร CLS Bank International ณ เมืองดาวอส สมาพันธรัฐสวิส

 

ในฐานะผู้ประกอบธุรกิจด้านสินทรัพย์ดิจิทัลในไทย จิรายุสมองว่าประเทศไทยถือเป็นประเทศที่มีศักยภาพและความพร้อมในการเป็นผู้นำด้านสินทรัพย์ดิจิทัล เนื่องจากมีการส่งเสริมจากรัฐบาลและกฎระเบียบกำกับดูแลที่ชัดเจน โดยหนึ่งในกรณีใช้งานที่เริ่มใช้งานแล้วคือการทำ ‘โทเคนอสังหาริมทรัพย์’ ที่เปิดโอกาสให้ทุกคนสามารถลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ได้แม้จะไม่มีทุนมาก ซึ่งแทนที่จะต้องซื้อทั้งห้องในราคา 10 ล้านบาท การซื้อด้วยโทเคนทำให้เราสามารถแบ่งสินทรัพย์นั้นออกเป็นหน่วยที่เล็กลงได้ อาจทำให้ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 10 บาทต่อหน่วย

 

นอกจากนี้การทำโทเคนมิได้จำกัดแค่สินทรัพย์ที่จับต้องได้เท่านั้น แต่ยังสามารถทำได้กับทั้งโทเคนคาร์บอนเครดิตและโทเคนค่าไฟฟ้า หรือที่เรียกว่า ‘Green Token’ ที่จะได้เห็นการเปิดตัวในปีนี้ และจิรายุสเชื่อว่าภายใน 2-3 ปีข้างหน้าเราจะเห็นสินทรัพย์ที่มากกว่าแค่อสังหาริมทรัพย์ถูกทำเป็นโทเคนมากขึ้น 

 

อย่างไรก็ตาม ความท้าทายที่สำคัญในการทำโทเคนให้เกิดการใช้งานอย่างแพร่หลายคือการสร้างมาตรฐานและกฎระเบียบร่วมกัน ทั้งระหว่างหน่วยงานกำกับดูแลในระดับภูมิภาคและระดับโลก เพื่อป้องกันการแสวงหาประโยชน์จากช่องว่างทางกฎหมายและทำให้สภาพคล่องสามารถไหลเวียนได้อย่างอิสระและปลอดภัย 

 

รวมถึงความท้าทายอีกหนึ่งประเด็น นั่นคือการทำให้การใช้งานเทคโนโลยีเป็นเรื่องที่คนทั่วไปสามารถเข้าใจได้ง่ายและสามารถเข้าถึงได้ เช่น การยกเลิกคำศัพท์เฉพาะที่ยากต่อการเข้าใจ อย่าง Cryptographic Hash Function หรือ Private Key และพยายามทำให้เทคโนโลยีเหล่านี้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันโดยที่คนอาจไม่จำเป็นต้องรู้ว่ากำลังใช้งานอยู่ ซึ่งคิดว่าจะช่วยสร้างประโยชน์ได้อีกมาก

 

สำหรับในปี 2568 ความเคลื่อนไหวในโลกคริปโตจากมุมมองของจิรายุส คือการที่เราน่าจะได้เห็นการทำโทเคนอสังหาริมทรัพย์ รวมถึงโทเคนคาร์บอนเครดิตที่แพร่หลายในไทยมากขึ้น หรือในสิงคโปร์และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ที่จะเป็นผู้นำในด้านนี้

 

 

The post ‘ท๊อป บิทคับ’ ถกอนาคตสินทรัพย์ดิจิทัลในงาน WEF 2025 ชี้โทเคนอสังหา-คาร์บอนเครดิตบูมต่อปีนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: ความเสี่ยงคืออะไรหากไทยยังไม่มี Bitcoin ? | Exclusive Interview EP.15 https://thestandard.co/exclusive-interview-ep-15/ Fri, 13 Dec 2024 09:00:43 +0000 https://thestandard.co/?p=1019184 Bitcoin

Bitcoin เริ่มต้นจากเงินดิจิทัลที่เป็นเหมือนของสะสมของกล […]

The post ชมคลิป: ความเสี่ยงคืออะไรหากไทยยังไม่มี Bitcoin ? | Exclusive Interview EP.15 appeared first on THE STANDARD.

]]>
Bitcoin

Bitcoin เริ่มต้นจากเงินดิจิทัลที่เป็นเหมือนของสะสมของกลุ่มคนเล็กๆ ในช่วงเริ่มต้น แต่สกุลเงินดิจิทัลอันดับ 1 นี้ก็เติบโตขึ้นมาเรื่อยๆ จน 16 ปีให้หลัง ประเทศผู้นำอย่างสหรัฐฯ ที่กำลังจะมี โดนัลด์ ทรัมป์ ขึ้นมาเป็นประธานาธิบดีคนที่ 47 ก็ออกตัวว่าสหรัฐฯ จะนำ Bitcoin เข้าเป็นสินทรัพย์สำรองเชิงกลยุทธ์

 

ความเคลื่อนไหวนี้ของมหาอำนาจโลกจะส่งผลกระทบต่อไทยอย่างไร ความเสี่ยงที่ไทยยังไม่ขยับตัวอยู่ตรงไหน และเราควรมอง Bitcoin อย่างไรเมื่อหลายประเทศยอมรับสินทรัพย์นี้มากขึ้น หาคำตอบพร้อมกันกับ ท๊อป-จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา ผู้ก่อตั้งและซีอีโอ บริษัท บิทคับ แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด  

The post ชมคลิป: ความเสี่ยงคืออะไรหากไทยยังไม่มี Bitcoin ? | Exclusive Interview EP.15 appeared first on THE STANDARD.

]]>
จุดประกาย ‘คน’ อาเซียน เปลี่ยนอนาคต เสวนาแลกเปลี่ยนมุ่งสู่วิสัยทัศน์ 2045 [ADVEROTIAL] https://thestandard.co/asean-vision-2045-dialogue/ Wed, 20 Nov 2024 08:00:01 +0000 https://thestandard.co/?p=1010403

เสร็จสิ้นเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับงานเสวนา ‘OUR ASEAN […]

The post จุดประกาย ‘คน’ อาเซียน เปลี่ยนอนาคต เสวนาแลกเปลี่ยนมุ่งสู่วิสัยทัศน์ 2045 [ADVEROTIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>

เสร็จสิ้นเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับงานเสวนา ‘OUR ASEAN VISION: FROM PEOPLE TO POWER จุดประกาย ‘คน’ อาเซียน เปลี่ยนอนาคต’ เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยมีเวทีเสวนาแลกเปลี่ยนความเห็น 2 ช่วง (Session)

 

เวทีแรกเสวนาในหัวข้อ ‘Empowering People for ASEAN Beyond 2025 แผนพัฒนาคนเพื่อรองรับอาเซียนภายหลังปี 2568’ ดำเนินการเสวนาโดย ณัฏฐา โกมลวาทิน ผู้อำนวยการฝ่ายข่าว THE STANDARD โดยมี วิศิษฐ์ ลิ้มลือชา รองประธานกรรมการหอการค้าไทย และนายกสมาคมการค้าอาหารอนาคตไทย, พริษฐ์ วัชรสินธุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาชน พร้อมด้วย จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บิทคับ แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด และ อเล็กซ์ เรนเดลล์ ประธานกรรมการบริหาร ศูนย์สิ่งแวดล้อมศึกษาประเทศไทย ร่วมพูดคุย

 

บางช่วงของการพูดคุย วิศิษฐ์ ลิ้มลือชา ชี้ว่า ไทยกำลังประสบปัญหาใหญ่ เนื่องจากขณะนี้ประชากรไทยราว 20% อายุเกิน 60 ปี และกำลังก้าวเข้าสู่การเป็นสังคมสูงวัย ซึ่งคนกลุ่มนี้จะกลายเป็นฐานประชากรที่สำคัญของไทย อีกทั้งอุตสาหกรรมที่ไทยต้องการดึงนักลงทุนเข้ามาก็ต้องการคนที่มีความรู้ความสามารถ ดังนั้นการพัฒนาคนจึงเป็นกุญแจสำคัญของทั้งไทยรวมถึงอาเซียนด้วย 

 

ด้าน พริษฐ์ วัชรสินธุ ระบุว่า ในประเด็นเรื่องของคน ไทยมีปัญหาในมิติเชิงปริมาณรวมถึงคุณภาพและทักษะ เนื่องจากคนเกิดใหม่น้อย ทักษะแข่งขันไม่ได้ กลายเป็นสังคมแก่ก่อนรวย อีกทั้งการศึกษาไทยก็ไม่ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต โดยพริษฐ์ยังเสนอการแก้ไขปัญหาทักษะของคนผ่านกลไกอาเซียน เช่น Teacher Swaps แลกเปลี่ยนคุณครูในอาเซียน เพื่อส่งเสริมทักษะภาษาอังกฤษ, High Tech – High Touch ผ่านการแลกทรัพยากรมนุษย์ โดยเฉพาะในมิติเทคโนโลยี และ Care Economy ผ่านการดึงบุคลากรที่มีความสามารถจากประเทศสมาชิกอาเซียน เพื่อแก้ไขปัญหาความต้องการทางการแพทย์ที่มีมากกว่าบุคลากรทางการแพทย์ภายในประเทศ

 

ขณะที่ จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา กล่าวว่า โอกาสของสิ่งที่เป็นไปไม่ได้จะเป็นไปได้มากขึ้น โดยอายุเฉลี่ยของคนทำงานจะยาวขึ้นเรื่อยๆ เพราะคนอายุยืนขึ้น ทำให้ 4 ปีในรั้วมหาวิทยาลัยอาจไม่เพียงพอที่จะเตรียมตัวสู่โลกการทำงานในอีกหลายสิบปีข้างหน้า ดังนั้นการเพิ่มทักษะใหม่ๆ และการฟื้นฟูทักษะต่างๆ จำเป็นสำหรับทุกๆ คน และภายใต้กรอบ DEFA ตั้งแต่ปี 2025 เป็นต้นไป จะเกิดการเคลื่อนย้ายของคนและ Payment ทั่วอาเซียน สิ่งหนึ่งที่ไทยต้องเตรียมพร้อมคือ การเดินหน้าสนับสนุนสินค้าที่จับต้องไม่ได้ เช่น AI หรือ Digital Trade ให้มากยิ่งขึ้น เนื่องจากภาคเศรษฐกิจดิจิทัลเหล่านี้จะเติบโตขึ้นและสร้างเม็ดเงินมหาศาล

 

ส่วน อเล็กซ์ เรนเดลล์ ชี้ว่า โลกกำลังประสบ 3 วิกฤตใหญ่ ทั้งการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ รวมถึงการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศและวิกฤตมลพิษ ซึ่งล้วนสร้างความท้าทายต่อการมุ่งสู่เป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (SDGs) อย่างมาก และกระทบต่อวิถีชีวิตของผู้คนในพื้นที่ต่างๆ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ พร้อมทั้งเน้นย้ำถึงจุดแข็งของอาเซียนที่มีความสวยงามทางระบบนิเวศ อาเซียนจึงควรเป็นผู้นำการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน (Sustainable Tourism)

 

ส่วนเวทีที่ 2 เป็นการเสวนาในหัวข้อ ‘Positioning Thailand Amidst Changes and Opportunities ทิศทางไทยท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงและโอกาส’ ดำเนินการเสวนาโดย ดร.วิทย์ สิทธิเวคิน ผู้ดำเนินรายการ 8 Minute History และ Morning Wealth โดยมี รศ. ดร.ปิติ ศรีแสงนาม ผู้อำนวยการบริหาร มูลนิธิอาเซียน, ดร.อาร์ม ตั้งนิรันดร ผู้อำนวยการศูนย์จีนศึกษา สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และรองคณบดีคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พร้อมด้วย ดร.ฟูอาดี้ พิศสุวรรณ Fellow สถาบันนโยบายสาธารณะ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และประธานมูลนิธิสุรินทร์ พิศสุวรรณ และ ผศ.ชล บุนนาค ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG Move), ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายพัฒนาคุณภาพและความยั่งยืน และอาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยน

 

โดย รศ. ดร.ปิติ ศรีแสงนาม ชี้ว่า โลกในยุคสงครามเย็น 2.0 มีความท้าทายต่างๆ มากมาย เกิดการแข่งขันกันระหว่างโลกเหนือและโลกใต้ ภายใต้การนำของสองมหาอำนาจใหญ่อย่างสหรัฐอเมริกาและจีน โดยเฉพาะในมิติของภูมิรัฐศาสตร์และภูมิเศรษฐศาสตร์ รวมถึงมิติที่เป็นดิจิทัลเพิ่มมากขึ้น แรงกระเพื่อมนี้ส่งผลต่อประชาคมโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยทักษะสำคัญที่ทุกคนพึงมีท่ามกลางโลกที่เปลี่ยนแปลงไปนี้คือทักษะการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning)

 

ด้าน ดร.อาร์ม ตั้งนิรันดร แสดงความเห็นว่า ผลการเลือกตั้งสหรัฐฯ จะทำให้สถานการณ์การเมืองโลกเปลี่ยนไปอย่างมาก โดยเฉพาะต้นปี 2025 ในยุคทรัมป์ 2.0 โดยอาเซียนอาจเป็นภูมิภาคที่ ‘เจ็บหนัก’ และได้รับผลกระทบมากที่สุดจากความเปลี่ยนแปลงนี้ เพราะกำลังจะถูก 3 แรงบีบ ได้แก่ แรงบีบจากตลาดสหรัฐฯ ที่กำลังจะดำเนินนโยบายขึ้นภาษีบรรดาประเทศที่เกินดุลการค้ากับสหรัฐฯ ซึ่งหนึ่งในนั้นคือไทย (อันดับที่ 12), แรงบีบจากตลาดจีนที่เตรียมมุ่งเน้นตลาดภายในประเทศมากยิ่งขึ้น ทำให้ไทยและอาเซียนเข้าไปแบ่งส่วนแบ่งทางการตลาดได้ยาก และแรงบีบจากตลาดอื่นๆ ทั่วโลกที่จะทำให้เกิดโลกาภิวัตน์ใหม่ที่ไม่นับรวมสหรัฐฯ และจีน ดังนั้นการสร้างความสัมพันธ์กับตลาดใหม่ๆ จึงเป็นสิ่งจำเป็น โดยตลาดอาเซียนอาจกลายเป็นหัวใจของโลกาภิวัตน์ที่เหลืออยู่

 

ขณะที่ ดร.ฟูอาดี้ พิศสุวรรณ ระบุว่า ปัญหาเมียนมาเป็นโจทย์ใหญ่สำหรับไทยและอาเซียน จึงเสนอให้มีการปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ (Paradigm Shift) เช่น การไม่มองปัญหานี้เป็นภัยคุกคาม แต่มองหาจุดที่เป็นผลประโยชน์ร่วมกัน และการมองปัญหาเมียนมาในเชิงปัญหาด้านมนุษยธรรมมากขึ้น นอกจากนี้ ดร.ฟูอาดี้ ยังมองว่า การวางตัวเองเป็น Adapter จะมีส่วนช่วยเสริมสร้างประโยชน์ให้ไทยและอาเซียนท่ามกลางการแข่งขันของมหาอำนาจได้ โดยไทยเป็นมหาอำนาจขนาดกลางที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 2 ของอาเซียน แต่ไทยมักมองตนเองเป็นรัฐขนาดเล็ก การปรับเปลี่ยนมุมมองจุดนี้อาจช่วยให้ไทยกล้าที่จะแสดงจุดยืนในเรื่องต่างๆ มากยิ่งขึ้น อย่างที่สิงคโปร์กล้าแสดงความเห็นต่างต่อจุดยืนของมหาอำนาจอย่างสหรัฐฯ และจีน

 

ส่วน ผศ.ชล บุนนาค ชี้ว่า เทคโนโลยีสีเขียวเป็นคีย์สำคัญในการสร้างสังคมที่ยั่งยืน โดยเน้นย้ำถึงการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน (Energy Transition) มาสู่พลังงานสะอาดมากยิ่งขึ้น ซึ่งอาเซียนขณะนี้กำลังมุ่งส่งเสริมเรื่องพลังงานทดแทน แต่การลงทุนยังค่อนข้างน้อย เนื่องจากคำว่า ‘สีเขียว’ (Green) มีราคาแพงและมีต้นทุนสูง การทำสิ่งนี้ให้ถูกลงและเข้าถึงผู้คนกลุ่มต่างๆ ได้มากขึ้นจึงเป็นสิ่งจำเป็น โดยใช้องค์กรอาเซียน (ASEAN) เป็นกลไกสำคัญในการปฏิรูปและเปลี่ยนผ่านไปสู่สังคมที่มีความยั่งยืนด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้นในอนาคต ตามเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (SDGs) ของสหประชาชาติ

 

ย้อนชมงานเสวนา ‘OUR ASEAN VISION: FROM PEOPLE TO POWER จุดประกาย ‘คน’ อาเซียน เปลี่ยนอนาคต’ ได้ที่: https://www.facebook.com/ThaiMFA/videos/584837757558684 

 

The post จุดประกาย ‘คน’ อาเซียน เปลี่ยนอนาคต เสวนาแลกเปลี่ยนมุ่งสู่วิสัยทัศน์ 2045 [ADVEROTIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
Bitkub เตรียมขายหุ้น IPO เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ของไทยภายในปี 2568 https://thestandard.co/bitkub-ipo-set-2568/ Tue, 02 Apr 2024 02:07:44 +0000 https://thestandard.co/?p=918213

จากข้อมูลของสำนักข่าว Bloomberg เผยว่า ในวันจันทร์ที่ผ่ […]

The post Bitkub เตรียมขายหุ้น IPO เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ของไทยภายในปี 2568 appeared first on THE STANDARD.

]]>

จากข้อมูลของสำนักข่าว Bloomberg เผยว่า ในวันจันทร์ที่ผ่านมา (1 เมษายน) จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Bitkub Capital Group Holdings ให้สัมภาษณ์ว่ามีแผนจะนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ของประเทศไทย (SET) ภายในปี 2568

 

โดยแผนการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์จะเป็นไปเพื่อระดมเงินทุนไว้สำหรับการขยายธุรกิจและการเพิ่มความน่าเชื่อถือของบริษัท ซึ่งในระหว่างนี้ Bitkub ก็อยู่ในช่วงของการจ้างที่ปรึกษาทางการเงินสำหรับการเข้าตลาดหลักทรัพย์

 

พร้อมกับมีแผนการขยายทีมงานจากระดับ 2,000 คนในปัจจุบันไปสู่ 3,000 คนภายในปี 2568 อีกเช่นกัน หลังจากที่เคยลดขนาดพนักงานลดไป 6% ในช่วงปี 2565-2566

 

ทั้งนี้ จิรายุสได้เคยส่งสัญญาว่าจะเข้าตลาดหลักทรัพย์มาตั้งแต่ในช่วงปี 2566 ผ่านจดหมายถึงผู้ถือหุ้นของ Bitkub แต่ ณ ขณะนั้นยังไม่ได้กำหนดระยะเวลาว่าภายในกี่ปี

 

ในช่วงปีที่ผ่านมา Bitkub ยังได้ขายหุ้นจำนวน 9.2% ของบริษัทให้กับ Asphere Innovations เป็นมูลค่า 600 ล้านบาท สะท้อนว่า Bitkub ถูกประเมินมูลค่าตลาดไว้ที่ราว 6 พันล้านบาท 

 

ซึ่งน้อยกว่าที่ทางธนาคาร SCBX ได้เคยประกาศว่าจะซื้อหุ้นของ Bitkub Online ซึ่งเป็นบริษัทที่อยู่ภายใต้ Bitkub Capital Group Holdings ในสัดส่วน 51% ด้วยมูลค่ากว่า 1.78 หมื่นล้านบาท ก่อนที่จะล้มเลิกดีลดังกล่าวในท้ายที่สุด

 

โดยรายได้ของ Bitkub Online คิดเป็นสัดส่วนถึงกว่า 80% ของรายได้ในเครือ Bitkub Capital Group Holdings ทั้งหมด

 

แต่ทางจิรายุสประเมินว่าในอนาคตมูลค่าของ Bitkub มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะในปัจจุบันยอดเทรดบนแพลตฟอร์มก็เริ่มฟื้นตัวกลับมาสู่ระดับที่ไม่ได้เห็นมาตั้งแต่ช่วงตลาดขาขึ้นในปี 2564

 

ไม่เพียงเท่านั้น ตลาดการแข่งขันในอุตสาหกรรมคริปโตของประเทศไทยก็เริ่มดุเดือดขึ้นในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมานี้ หลังจากที่ธนาคารกสิกรไทยได้เปิดตัว orbix Trade และทาง Binance ที่หวังชิงส่วนแบ่งทางการตลาดนี้จาก Bitkub

 

โดยข้อมูลล่าสุดจากทางสำนักงาน ก.ล.ต. ของไทย เผยว่า ตัวเลขนักลงทุนคริปโตของไทยที่ใช้งานสม่ำเสมอ (Active) ในเดือนมีนาคม มีตัวเลขสูงถึง 238,000 บัญชี ซึ่งเป็นตัวเลขที่มากที่สุดนับตั้งแต่เดือนกันยายนของปี 2565

 

อ้างอิง:

The post Bitkub เตรียมขายหุ้น IPO เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ของไทยภายในปี 2568 appeared first on THE STANDARD.

]]>
บิทคับชี้ ราคา Bitcoin ไม่เคยทำสถิติใหม่ได้ก่อนเกิด Halving JPMorgan เชื่อ ราคาที่สูงสุดในรอบกว่า 2 ปี รับรู้ข่าวดีไปหมดแล้ว https://thestandard.co/bitcoin-never-hit-a-new-record-before-the-halving/ Wed, 28 Feb 2024 06:54:09 +0000 https://thestandard.co/?p=905251

จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา ผู้ก่อตั้ง และประธานเจ้าหน้าที่บร […]

The post บิทคับชี้ ราคา Bitcoin ไม่เคยทำสถิติใหม่ได้ก่อนเกิด Halving JPMorgan เชื่อ ราคาที่สูงสุดในรอบกว่า 2 ปี รับรู้ข่าวดีไปหมดแล้ว appeared first on THE STANDARD.

]]>

จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา ผู้ก่อตั้ง และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บิทคับ แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด เตือนให้นักลงทุนจับตาการเคลื่อนไหวของราคา Bitcoin อย่างใกล้ชิด พร้อมเตือนว่าจากสถิติของปรากฏการณ์ Bitcoin Halving ที่ผ่านมา 3 ครั้ง ไม่เคยมีครั้งไหนที่ราคา Bitcoin พุ่งขึ้นไปทำสถิติสูงสุดได้ก่อนที่เหตุการณ์จะเกิดขึ้น

 

ขณะที่ JPMorgan เชื่อว่าราคา Bitcoin ที่สูงสุดในรอบกว่า 2 ปี รับรู้ข่าวดีไปหมดแล้ว

 

บิทคับเตือนระวังการลงทุน

 

จิรายุสกล่าวผ่านงานเสวนา ‘Digital Assets Navigator เจาะลึกวงในทิศทางสินทรัพย์ดิจิทัล (by Bitkub’s Crypto Theses)’ เพื่อนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับเทรนด์สินทรัพย์ดิจิทัลในแง่มุมต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นในปี 2567 และเหตุการณ์ Bitcoin ETF และ Bitcoin Halving ที่จะส่งผลต่อการเติบโตของตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลว่า ในปี 2567 เป็นปีที่วงการสินทรัพย์ดิจิทัลมีความคึกคักและน่าจับตามอง เพราะมีเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้นถึง 2 เรื่อง อาทิ การประกาศอนุมัติให้ Bitcoin Spot ETF สามารถเปิดซื้อขายได้อย่างถูกกฎหมายของ ก.ล.ต. สหรัฐฯ เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา 

 

ตลาดคริปโตในปัจจุบันมีมูลค่ากว่า 1.8 ล้านล้านดอลลาร์ เมื่อเทียบกับกองทุนระดับโลกต่างๆ เช่น BlackRock, Vanguard ฯลฯ ที่มีมูลค่าประมาณ 130 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งมูลค่าของวงการคริปโตยังนับว่าน้อยอยู่มาก แต่หากกองทุนที่เพิ่งได้อนุมัติ Bitcoin Spot ETF มีการซื้อขาย Bitcoin เพียงแค่ 5% ของมูลค่ากองทุน จะทำให้เงินสถาบันจำนวนมหาศาลไหลเข้าสู่ตลาดคริปโตมากยิ่งกว่ามูลค่าของตลาดทั้งหมดเสียอีก

 

อย่างไรก็ตาม ปีนี้เป็นปีที่จะเกิดปรากฏการณ์ Bitcoin Halving ขึ้นเป็นรอบที่ 4 ในช่วงเดือนเมษายนนี้ ซึ่งตามสถิติในแต่ละรอบที่ผ่านมา ยังไม่เคยมีรอบไหนที่ Bitcoin ทำ New High ก่อน Halving นักลงทุนจึงควรระมัดระวังและคอยจับตาอย่างใกล้ชิด แต่อย่างน้อย Bitcoin Spot ETF ก็ยังทำให้รู้สึกปลอดภัยได้ว่า ยังมีเงินสถาบันที่จะไหลเข้ามาเป็นผู้เล่นหน้าใหม่ในรอบนี้เพิ่มอีกด้วย โดยเมื่อดูตามสถิติต่างๆ และตัวเลขแล้ว เชื่อว่าวงการคริปโตยังมีโอกาสเติบโตได้อีก

 

ทั้งนี้ ฝากคำแนะนำให้นักลงทุนหน้าใหม่และผู้ที่สนใจลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลว่า ขอให้ศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจลงทุนให้ดี เพราะสินทรัพย์ดิจิทัลเป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงสูง แต่ละคนมีความพร้อม เงินทุน และระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ไม่เหมือนกัน นึกถึงคำที่ Warren Buffett เคยบอกว่า คุณไม่จำเป็นต้องสวิงไม้เบสบอลทุกครั้งที่เขาขว้างลูกมา แต่ให้ดูความพร้อมของตัวเองและรอจังหวะที่คุณพร้อม ดังนั้นทุกคนควรทำความเข้าใจในสิ่งที่ตัวเองจะลงทุนให้ดีทุกครั้ง

 

JPMorgan เชื่อ ราคา Bitcoin สะท้อนข่าวดีไปหมดแล้ว

 

Nikolaos Panigirtzoglou หัวหน้านักวิเคราะห์ของ JPMorgan สถาบันการเงินชั้นนำของโลก และทีมงาน ออกรายงานเกี่ยวกับ Bitcoin ล่าสุดว่า ณ ราคาปัจจุบันของเหรียญ Bitcoin และ Ethereum ได้รับรู้ข่าวดีเกี่ยวกับปรากฏการณ์ Halving และการอัปเกรดเครือข่ายในปี 2024 ของ Bitcoin และ Ethereum ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

ล่าสุดราคา Bitcoin เคลื่อนไหวอยู่ที่ประมาณ 56,000-57,000 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับแต่ปลายปี 2021

 

รายงานดังกล่าวประเมินว่า ณ ตอนนี้ตลาดคริปโตมีปัจจัยขับเคลื่อน (Catalysts) หลักอยู่ 3 ประการ ได้แก่ 1. ปรากฏการณ์ Halving ของ Bitcoin ในปีนี้ 2. การอัปเกรดเครือข่าย Ethereum และ 3. การอนุมัติกองทุน Ethereum Spot ETF ในช่วงเดือนพฤษภาคมปีนี้

 

ปัจจัยดังกล่าวทำให้ราคาของคริปโตต่างๆ ปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง และทำให้กระแสของนักลงทุนรายย่อยเริ่มกลับเข้ามาสนใจคริปโตนับตั้งแต่ต้นปีเป็นต้นมา หลังจากห่างหายไปเป็นปีนับตั้งแต่ช่วง 2 ปีก่อน 

 

Nikolaos ยังได้บอกอีกว่า กิจกรรมการซื้อขายในวอลเล็ตของนักลงทุนรายย่อยแซงหน้ากิจกรรมการซื้อขายคริปโตของนักลงทุนสถาบันไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

จากข้อมูลของ Block Inc., PayPal Inc. และ Robinhood Market Inc. สะท้อนให้เห็นว่า ยอดการซื้อขาย Bitcoin สุทธิเป็นบวกโดยลูกค้านับตั้งแต่ไตรมาส 4/23 กลับตัวขึ้นมาจากไตรมาส 3/23 อย่างมีนัยสำคัญ

 

ไม่เพียงเท่านั้น ยอดการซื้อขาย Bitcoin ของนักลงทุนรายย่อยใน Coinbase ยังเป็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยมีการปรับตัวขึ้นมามากสุดในรอบ 2 ปีเช่นกัน

 

แต่ทั้งนี้นักวิเคราะห์รายดังกล่าวได้เขียนในรายงานว่า ปัจจัยสองอย่างแรกอันได้แก่ การ Halving ของ Bitcoin ในช่วงกลางปีนี้ และการอัปเกรดเครือข่าย Ethereum ได้สะท้อนอยู่ในราคาปัจจุบันของทั้ง Bitcoin และ Ethereum เป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่โอกาสสำหรับการอนุมัติกองทุน Ethereum Spot ETF ในช่วงเดือนพฤษภาคมปีนี้ สะท้อนอยู่ในราคาประมาณ 50%

 

โดย JPMorgan มองว่า Gary Gensler ประธานกรรมการ ก.ล.ต. สหรัฐฯ มอง Ethereum ว่าไม่ได้เป็นหลักทรัพย์มาโดยตลอด ทำให้กองทุนดังกล่าวอาจไม่ได้รับการอนุมัติ แต่อย่างไรก็ดี สถาบันการเงินอื่นอย่าง Standard Chartered กลับมองว่า Ethereum Spot ETF มีโอกาสได้รับการอนุมัติภายในเดือนพฤษภาคมนี้

 

อ้างอิง:

The post บิทคับชี้ ราคา Bitcoin ไม่เคยทำสถิติใหม่ได้ก่อนเกิด Halving JPMorgan เชื่อ ราคาที่สูงสุดในรอบกว่า 2 ปี รับรู้ข่าวดีไปหมดแล้ว appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: เมื่อ AI จะเปลี่ยนโลกไปตลอดกาล! ผ่านมุมมองของท๊อป Bitkub จากงาน WEF 2024 https://thestandard.co/top-bitkub-wef-2024/ Tue, 23 Jan 2024 11:00:08 +0000 https://thestandard.co/?p=891058 ท๊อป Bitkub

ปัญญาประดิษฐ์ หรือ Artificial Intelligence (AI) เป็นหนึ […]

The post ชมคลิป: เมื่อ AI จะเปลี่ยนโลกไปตลอดกาล! ผ่านมุมมองของท๊อป Bitkub จากงาน WEF 2024 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ท๊อป Bitkub

ปัญญาประดิษฐ์ หรือ Artificial Intelligence (AI) เป็นหนึ่งในเทคโนโลยีกระแสหลักที่กำลังเข้ามาเปลี่ยนแปลงโลกในปัจจุบัน

 

AI ถูกยกขึ้นมาเป็นหนึ่งในธีมหลักของงาน World Economic Forum ครั้งที่ 54 ซึ่ง ท๊อป-จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ Bitkub และเป็นหนึ่งในตัวแทนภาคเอกชนที่เดินทางไปร่วมงาน โดยยังเป็นหนึ่งใน Speaker ที่ได้ขึ้นพูดบนเวทีของงานในปีนี้ เล่าให้ฟังว่า นี่เป็นครั้งแรกที่ World Economic Forum ยกเทคโนโลยีใดเทคโนโลยีหนึ่งขึ้นมาเป็นธีมหลักของงาน พร้อมกับเล่าเรื่องราวและยุคถัดไปของ AI ที่ถูกพูดถึงในปีนี้

The post ชมคลิป: เมื่อ AI จะเปลี่ยนโลกไปตลอดกาล! ผ่านมุมมองของท๊อป Bitkub จากงาน WEF 2024 appeared first on THE STANDARD.

]]>
กมธ.การต่างประเทศจัดสัมมนา ‘ทิศทางประเทศไทยในพลวัตโลก’ 26 ม.ค. ยกระดับความรู้ความเข้าใจต่างประเทศ https://thestandard.co/foreign-affairs-commission-host-seminar/ Wed, 17 Jan 2024 06:00:06 +0000 https://thestandard.co/?p=888674 กมธ.การต่างประเทศ

วันนี้ (17 มกราคม) ธิดารัตน์ ยิ่งเจริญ นักวิชาการ คณะกร […]

The post กมธ.การต่างประเทศจัดสัมมนา ‘ทิศทางประเทศไทยในพลวัตโลก’ 26 ม.ค. ยกระดับความรู้ความเข้าใจต่างประเทศ appeared first on THE STANDARD.

]]>
กมธ.การต่างประเทศ

วันนี้ (17 มกราคม) ธิดารัตน์ ยิ่งเจริญ นักวิชาการ คณะกรรมาธิการ (กมธ.) การต่างประเทศ สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่าทาง กมธ.การต่างประเทศได้กำหนดจัดงานสัมมนาเรื่อง ‘ทิศทางประเทศไทยในพลวัตโลก’ ในวันศุกร์ที่ 26 มกราคม 2567 ตั้งแต่เวลา 08.00-16.00 น. ณ ห้องประชุมสัมมนา B1-1 ชั้น B1 อาคารรัฐสภา และผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์

 

โดยกิจกรรมนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ความรู้ ประสบการณ์ มุมมอง และบทบาทการดำเนินนโยบายต่างประเทศของประเทศไทยในเวทีโลก พร้อมทั้งร่วมแลกเปลี่ยนความรู้ด้านการเมืองและเศรษฐกิจที่ส่งผลกระทบต่อประเทศไทย

 

กมธ.การต่างประเทศ

 

งานสัมมนาดังกล่าวได้กำหนดจัดเวทีทั้งหมด 2 ช่วง ช่วงเช้าเวลา 08.00-12.00 น. เป็นการพูดคุยแลกเปลี่ยนในหัวข้อ ‘การต่างประเทศ ความมั่นคง แลภูมิรัฐศาสตร์’ ซึ่งมีวิทยากรผู้มากประสบการณ์ ประกอบด้วย

 

  1. ศ.กิตติคุณ ดร.สุรชาติ บำรุงสุข คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  2. ศ.ดร.ฐิตินันท์ พงษ์สุทธิรักษ์ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  3. รศ.ดร.จิตติภัทร พูนขำ รองคณบดีฝ่ายวิชาการและวิเทศสัมพันธ์ คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
  4. ผศ.ดร.ลลิตา หาญวงษ์ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

 

ช่วงบ่ายเวลา 13.00-16.00 น. เป็นการพูดคุยแลกเปลี่ยนในหัวข้อ ‘เศรษฐกิจระหว่างประเทศ’ ซึ่งได้รับเกียรติจาก

 

  1. รศ.ดร.สมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์ นักวิชาการอิสระ
  2. ดร.อาร์ม ตั้งนิรันดร คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  3. จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา ผู้ก่อตั้ง และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บิทคับ แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด
  4. จรีพร จารุกรสกุล ประธานคณะกรรมการบริหาร และประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)

 

โดยมี ศ.ดร.ภวิดา ปานะนนท์ เป็นผู้ดำเนินรายการ

 

สำหรับผู้ที่สนใจเข้าร่วมงาน สามารถลงทะเบียนและสอบถามได้ที่ [email protected] ทั้งนี้ งานสัมมนาดังกล่าวจะมีการเผยแพร่ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ สามารถรับชมสดได้ทางเพจเฟซบุ๊ก ‘คณะกรรมาธิการการต่างประเทศ ชุดที่ 26’ ตามวันเวลาดังกล่าว

The post กมธ.การต่างประเทศจัดสัมมนา ‘ทิศทางประเทศไทยในพลวัตโลก’ 26 ม.ค. ยกระดับความรู้ความเข้าใจต่างประเทศ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: ล้วงแผน IPO ‘Bitkub’ หวังปูทางตลาดต่างประเทศ | WEALTH IN DEPTH #96 https://thestandard.co/wealth-in-depth-22092023/ Fri, 22 Sep 2023 11:00:45 +0000 https://thestandard.co/?p=844776 WEALTH IN DEPTH วันที่ 22 กันยายน 2566 จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา Bitkub

พบกับ WEALTH IN DEPTH รายการเศรษฐกิจ ธุรกิจ และการลงทุน […]

The post ชมคลิป: ล้วงแผน IPO ‘Bitkub’ หวังปูทางตลาดต่างประเทศ | WEALTH IN DEPTH #96 appeared first on THE STANDARD.

]]>
WEALTH IN DEPTH วันที่ 22 กันยายน 2566 จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา Bitkub

พบกับ WEALTH IN DEPTH รายการเศรษฐกิจ ธุรกิจ และการลงทุนเชิงลึก ในหัวข้อ ล้วงแผน IPO ‘Bitkub’ หวังปูทางตลาดต่างประเทศ

 

ร่วมพูดคุยกับ จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บิทคับ แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด

 

ดำเนินรายการโดย ศรวณีย์ พรมเสน

 

ติดตาม WEALTH IN DEPTH วันที่ 22 กันยายน 2566 เวลา 18.00 น. ทาง Facebook และ YouTube ของ THE STANDARD WEALTH

 

อัปเดตข่าวสารจากสำนักข่าวเศรษฐกิจ ธุรกิจ และการลงทุน โดยทีมข่าว THE STANDARD ได้ที่ https://thestandard.co/wealth/

The post ชมคลิป: ล้วงแผน IPO ‘Bitkub’ หวังปูทางตลาดต่างประเทศ | WEALTH IN DEPTH #96 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: เจาะมุมมอง 8 ผู้บริหาร เศรษฐกิจไทยครึ่งปีหลังรุ่งหรือร่วง? https://thestandard.co/thai-economy-outlook-from-8-executives/ Wed, 28 Jun 2023 11:00:43 +0000 https://thestandard.co/?p=808656

สัมภาษณ์พิเศษจากงาน THE STANDARD 6th BIRTHDAY เมื่อวันท […]

The post ชมคลิป: เจาะมุมมอง 8 ผู้บริหาร เศรษฐกิจไทยครึ่งปีหลังรุ่งหรือร่วง? appeared first on THE STANDARD.

]]>

สัมภาษณ์พิเศษจากงาน THE STANDARD 6th BIRTHDAY เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2566 กับผู้บริหารจากหลายวงการธุรกิจ ทั้ง ดร.พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย, จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา, สัญชัย ปอปลี, ปิยจิต รักอริยะพงศ์, ภก.กิตติณัฐ ศรภิญญา, ณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์, จรีพร จารุกรสกุล และ ปิยะพงศ์ สุวรรณรัตน์ ถึงมุมมองเศรษฐกิจและธุรกิจไทยว่า ครึ่งปีหลัง 2566 ที่เหลือนี้จะรุ่งหรือร่วง? ติดตามได้ในคลิปนี้

The post ชมคลิป: เจาะมุมมอง 8 ผู้บริหาร เศรษฐกิจไทยครึ่งปีหลังรุ่งหรือร่วง? appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชัชชาติ เปิดโครงการ ‘ไม่เทรวม’ นำร่องแยกขยะ 10 เส้นทาง 3 เขต https://thestandard.co/chadchart-trash-campaign/ Sun, 04 Sep 2022 05:26:38 +0000 https://thestandard.co/?p=676078 ชัชชาติ สิทธิพันธุ์

วันนี้ (4 กันยายน) ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุง […]

The post ชัชชาติ เปิดโครงการ ‘ไม่เทรวม’ นำร่องแยกขยะ 10 เส้นทาง 3 เขต appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชัชชาติ สิทธิพันธุ์

วันนี้ (4 กันยายน) ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมคณะผู้บริหาร, แอนนา เสืองามเอี่ยม ผู้ชนะเวทีประกวด Miss Thailand Universe 2022, ทีมผู้ประกวด Miss Earth Thailand 2022, วรรณสิงห์ ประเสริฐกุล, อวัช รัตนปิณฑะ, ปิยาภรณ์ แสนโกศิก หรือ ปุ้ย TPN และ จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา หรือ ท็อป Bitkub ร่วมเปิดตัวโครงการ ‘ไม่เทรวม’ พร้อมทั้งเปิดตัวรถขยะนำร่องของโครงการใน 3 เส้นทาง 3 เขต ซึ่งเป็นรถขยะแบบใหม่ที่มีพื้นที่จัดเก็บเศษอาหารแยกจากขยะทั่วไป มี 2 แบบ คือ รถอัดท้ายที่ต่อเติมส่วนจัดเก็บขยะเศษอาหาร และรถขยะเปิดข้างเพื่อจัดเก็บขยะเศษอาหารโดยเฉพาะ

 

ชัชชาติกล่าวว่า เรื่องขยะเป็นปัญหาใหญ่ของ กทม. ปัจจุบัน กทม. ใช้วิธีหลุมฝังกลบจัดการขยะ 70-80% จากทั้งหมด แต่พบว่าไม่ยั่งยืน และการแยกขยะที่ผ่านมา ประชาชนพูดกันมานานแล้วว่าการแยกขยะสร้างมูลค่าได้มากขึ้น ซึ่ง กทม. มักถูกตั้งข้อสงสัยว่า ประชาชนแยกขยะไปสุดท้ายก็นำมารวมกันทั้งหมดที่รถอยู่ดี 

 

ฉะนั้นจึงถึงเวลาแล้วที่จะจัดกระบวนการจากต้นน้ำถึงปลายน้ำอย่างจริงจัง คือ ประชาชนแยกที่ต้นน้ำ กทม. จัดเก็บที่กลางน้ำ และกำจัดอย่างเป็นระบบที่ปลายน้ำ วันนี้จึงเป็นวันประวัติศาสตร์ของ กทม. ต้องยอมรับว่าที่ผ่านมา กทม. ต้องเสียเงินค่าจัดการขยะเป็นหมื่นล้านบาท 

 

ชัชชาติกล่าวต่ออีกว่า โครงการนี้จะเริ่มทำแบบจำลอง 3 เขต คือ ปทุมวัน พญาไท และหนองแขม ซึ่งแต่ละพื้นที่จะเป็นทั้งชุมชน ตลาดสด คอนโดอยู่กลางเมือง เพื่อดูผลว่าทำแล้วดีหรือไม่ แต่เชื่อว่าถ้าแยกขยะเปียกได้แล้วจะง่ายขึ้น และหากดำเนินการในเส้นทางนำร่อง 3 เขต 10 เส้นทางสำเร็จ ก็จะขยายผลได้ และเชื่อว่าการแยกขยะจะทำให้ค่าใช้จ่ายงบประมาณลดลง

 

ชัชชาติกล่าวย้ำด้วยว่า เรื่องนี้ไม่ได้ทำแค่เอาหน้าจัดอีเวนต์ แต่ต้องทำต่อเนื่อง และติดตามความก้าวหน้าอย่างจริงจังด้วย ส่วนแรงจูงใจที่จะทำให้ประชาชนมาเก็บขยะนั้น หลังจากนี้จะมีการออกแบบแรงจูงใจให้เหมาะสม อาจจะมีแรงจูงใจในการลดค่าจัดเก็บขยะและแจกปุ๋ยหมักให้ตอบแทน หรือมีสติกเกอร์ไปติดหน้าบ้าน เพื่อให้เกิดความภาคภูมิใจว่าได้เป็นส่วนร่วมในการทำเมืองให้ดีขึ้น

 

สำหรับโครงการไม่เทรวมแบ่งออกเป็น 3 ระยะ เพื่อติดตามประเมินและปรับปรุงแก้ไข โดยระยะที่ 1 (กันยายน-ตุลาคม 2565) ช่วงนำร่อง กำหนดเส้นทางเขตละ 1 เส้นทาง จากนั้นระยะที่ 2 (พฤศจิกายน-ธันวาคม 2565) จะขยายเป็นเก็บทุกเส้นทางในระดับแขวง และระยะที่ 3 (มกราคม-มีนาคม 2566) จะขยายทั่วทั้งพื้นที่ 3 เขตนำร่อง

 

ด้าน พรพรหม วิกิตเศรษฐ์ ที่ปรึกษาผู้ว่าฯ กทม. ด้านสิ่งแวดล้อม กล่าวถึงเกณฑ์การคัดเลือกเส้นทางนำร่องโครงการไม่เทรวมว่า กทม. ได้ตั้งไว้ 4 ประเด็น คือ 1. จำนวนประชากร 2. ปริมาณขยะต่อวัน 3. ขนาดพื้นที่เขต 4. จำนวนชุมชน จากนั้นดำเนินการหาค่าเฉลี่ยของทั้ง 50 เขตมา และจะนำร่องโครงการเป็นเวลา 2 เดือน คือ กันยายน-ตุลาคมนี้ ก่อนจะพัฒนาขยายพื้นที่เส้นทางอื่นๆ ต่อไป 

 

ทั้งนี้ ได้เลือกเขตพญาไทเพราะมีค่าเฉลี่ยต่ำกว่าเกณฑ์ทั้งหมด เขตหนองแขม เพราะมีค่าเฉลี่ยสูงกว่าเกณฑ์ทั้งหมด และเขตปทุมวัน เพราะเป็นเสมือนไข่แดงของเมือง 

 

อีกหนึ่งปัจจัยที่นำมาพิจารณาร่วมด้วยคือระยะทางจากศูนย์กำจัดขยะ กทม. ซึ่งเขตหนองแขมถือว่าใกล้โรงกำจัดขยะหนองแขมอยู่แล้ว ขณะที่เขตพญาไทและเขตปทุมวัน อยู่ไกลจากโรงกำจัดขยะอ่อนนุช

 

ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์

The post ชัชชาติ เปิดโครงการ ‘ไม่เทรวม’ นำร่องแยกขยะ 10 เส้นทาง 3 เขต appeared first on THE STANDARD.

]]>
เคลื่อนไหวแล้ว! ท๊อป จิรายุส ย้ำดีลกับ SCBX ยังเดินหน้าต่อไป ส่วนการเข้มงวดขึ้นของ ก.ล.ต. ไม่กระทบ Bitkub มากนัก https://thestandard.co/bitkub-deal-with-scbx-continues/ Mon, 01 Aug 2022 12:23:14 +0000 https://thestandard.co/?p=661368 SCBX

นับเป็นความเคลื่อนไหวครั้งล่าสุดของ ท๊อป จิรายุส ทรัพย์ […]

The post เคลื่อนไหวแล้ว! ท๊อป จิรายุส ย้ำดีลกับ SCBX ยังเดินหน้าต่อไป ส่วนการเข้มงวดขึ้นของ ก.ล.ต. ไม่กระทบ Bitkub มากนัก appeared first on THE STANDARD.

]]>
SCBX

นับเป็นความเคลื่อนไหวครั้งล่าสุดของ ท๊อป จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา ผู้ก่อตั้ง Bitkub ที่ได้ออกมาพูดถึงดีลที่หยุดชะงักของ SCB และการเข้มงวดขึ้นของ ก.ล.ต. ซึ่งเขาบอกว่าไม่กระทบต่อธุรกิจมากนัก

 

ในการให้สัมภาษณ์กับ Bloomberg TV จิรายุสกล่าวว่า เขายังไม่สามารถพูดถึงข้อตกลงนี้ในที่สาธารณะได้ เนื่องจากอยู่ระหว่างกระบวนการตรวจสอบ แต่ทุกอย่างยังอยู่ในไทม์ไลน์ นั่นคือสิ่งที่เขาพูดได้

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคมที่ผ่านมา SCBX ทำหนังสือแจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยถึงความคืบหน้ากรณีการเข้าลงทุนใน บริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกัด มูลค่า 1.78 หมื่นล้านบาท โดยขยายการเข้าทำธุรกรรมเดิมออกไปอย่างไม่มีกำหนด

 

รายงานของ Bloomberg ชี้ว่า ระบบคริปโตเคอร์เรนซีทั่วโลกกำลังต่อสู้กับการล่มสลายของโทเคนดิจิทัลหลายตัว มีการยื่นฟ้องล้มละลายหลายครั้ง และการปรับโครงสร้างหนี้ ซึ่งทั้งหมดนี้กระตุ้นให้มีการตรวจสอบอย่างละเอียดจากหน่วยงานกำกับดูแล อย่างในไทยเองทาง Zipmex ได้ระงับการถอนเงินของลูกค้าและยื่นขอพักชำระหนี้จากเจ้าหนี้

 

Bitkub ยังอยู่ภายใต้การกำกับดูแลด้านกฎระเบียบที่เข้มงวดยิ่งขึ้น โดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้ลงโทษปรับบริษัทจำนวน 24 ล้านบาท และเจ้าหน้าที่อีกสองคนฐานละเมิดกฎการซื้อขาย

 

“ไม่มีนักลงทุนรายใดได้รับผลกระทบจากเรื่องดังกล่าว เราได้วัดจำนวนผู้ใช้งานประจำวันแล้ว และมันก็ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อบริษัทมากนัก” จิรายุสกล่าว 

 

โดยผู้ใช้งานคนไทยหลายรายได้ย้ายมาใช้ Bitkub หลังจากปัญหาของ Zipmex เหรียญของ Bitkub ลดลงประมาณ 85% จากระดับสูงสุด และอยู่ที่ประมาณ 2.60 ดอลลาร์ในวันจันทร์ (1 สิงหาคม) ตามข้อมูลของ CoinGecko

 

ภาพ: Peerapon Boonyakiat / SOPA Images / LightRocket via Getty Images

อ้างอิง:

The post เคลื่อนไหวแล้ว! ท๊อป จิรายุส ย้ำดีลกับ SCBX ยังเดินหน้าต่อไป ส่วนการเข้มงวดขึ้นของ ก.ล.ต. ไม่กระทบ Bitkub มากนัก appeared first on THE STANDARD.

]]>
ซีอีโอ Bitkub ชี้ อุตสาหกรรมคริปโตต้องรับผิดชอบสังคมด้วยการให้ความรู้แก่ผู้ลงทุน https://thestandard.co/bitkub-ceo-opinion-crypto-industry-and-social-responsibility/ Wed, 22 Jun 2022 09:00:54 +0000 https://thestandard.co/?p=644982 Bitkub

จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา ซีอีโอและผู้ก่อตั้ง Bitkub ชี้ว่า […]

The post ซีอีโอ Bitkub ชี้ อุตสาหกรรมคริปโตต้องรับผิดชอบสังคมด้วยการให้ความรู้แก่ผู้ลงทุน appeared first on THE STANDARD.

]]>
Bitkub

จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา ซีอีโอและผู้ก่อตั้ง Bitkub ชี้ว่าผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมคริปโตเคอร์เรนซีนั้นจำเป็นต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคมส่วนรวม ด้วยการให้ความรู้แก่นักลงทุนและเตรียมความพร้อมสำหรับพวกเขาในการรับมือกับความเสี่ยงในช่วงขาลง

 

จากสถานการณ์ผันผวนของสกุลเงินคริปโตในช่วงที่ผ่านมาที่ดิ่งลงอย่างหนัก โดย Bitcoin สกุลเงินคริปโตที่มีการค้าขายกันสูงสุดนั้นมีมูลค่าต่ำลงกว่า 20,000 ดอลลาร์ หรือราว 6.7 แสนบาทต่อหนึ่งเหรียญ เป็นครั้งแรกในรอบ 18 เดือน ทำให้นักลงทุนจำนวนมากสูญเสียจากสถานการณ์ครั้งนี้ โดยบางคนถึงขั้นแทบสิ้นเนื้อประดาตัว ซึ่งในประเทศไทยก็มีข่าวนักลงทุนเกิดวู่วามบุกปล้นร้านทองกลางเมืองเหตุเพราะขาดทุนจากการเล่นคริปโต

 

ในเรื่องนี้ทางด้านจิรายุส ในฐานะผู้จุดกระแสคริปโตในประเทศไทยได้แสดงความห่วงใยและเน้นย้ำถึงความรับผิดชอบของผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมนี้ว่า การให้ความรู้แก่นักลงทุนถือเป็นความรับผิดชอบที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้

 


 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 


 

“เราบอกเสมอว่าไม่ควรที่จะลงทุนทุกอย่างในคราวเดียวและไม่ควรยืมเงินเพื่อมาเก็งกำไร เราจำเป็นที่จะต้องมีการให้ความรู้ที่ถูกต้องไม่ใช่เฉพาะแค่ในเรื่องของสกุลเงินคริปโต แต่รวมถึงการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ทั้งหมดด้วย” จิรายุสให้สัมภาษณ์กับ Nikkei Asia

 

ปัจจุบัน Bitkub ซึ่งใช้งบการตลาดกว่า 200 ล้านบาท ในการประชาสัมพันธ์ ทำให้ไม่ว่าจะไปที่ใดในกรุงเทพมหานครก็จะพบหน้าของจิรายุสบนป้ายโฆษณา มีลูกค้าที่ลงทะเบียนกับบริษัทมากถึง 4.2 ล้านคน และซีอีโอวัย 32 ปี ยืนยันว่า ในการจะสร้างความเชื่อมั่นในใจของลูกค้าบริษัทจะต้องโปร่งใส

 

Bitkub

ภาพ: เทอดพงศ์ ตระการรุ่งโรจน์

 

“สิ่งสำคัญคือการต้องมีจิตวิญญาณของบริษัท ลูกค้าสามารถจะโวยเรา เชื่อใจเรา และมีสัมพันธ์กับเรา” จิรายุสกล่าว “เราไม่ได้เป็นสถาบันการเงินที่มีประวัติชื่อเสียงมากกว่า 200 ปี พวกเราเพิ่งจะก่อตั้งกันได้แค่ 4 ปี และทางที่จะทำให้ลูกค้าเชื่อมั่นก็คือความโปร่งใส ใครคือคนที่บริหารบริษัท ใครคือคนที่อยู่เบื้องหลัง ใครคือผู้สนับสนุน”

 

อย่างไรก็ดี ความเชื่อมั่นของ Bitkub เวลานี้อาจจะขึ้นอยู่กับดีลยักษ์ที่ธนาคารไทยพาณิชย์จะเข้ามาลงทุนด้วยการซื้อหุ้น 51% ในมูลค่า 1.78 หมื่นล้านบาท ซึ่งจะทำให้บริษัทของจิรายุสกลายเป็นยูนิคอร์นตัวที่ 2 ของประเทศไทย

 

แม้ว่าปัจจุบันค่าของเหรียญคริปโตจะตกต่ำอย่างหนัก ส่งผลต่อความมั่นใจของนักลงทุนรายย่อย ทางด้าน ‘จิรายุส’ ยังยืนยันว่าธนาคารและสถาบันทางการเงินจะยังคงลงทุนกับผู้นำในตลาดของไทยในเวลานี้อย่าง Bitkub “เราต้องแยกกันระหว่างการผันผวนระยะสั้นที่เกิดในตลาดตอนนี้กับวิสัยทัศน์ในระยะยาว”

 

เรื่องนี้ยังเป็นการตอกย้ำว่าดีลกับธนาคารไทยพาณิชย์จะเดินหน้าต่อไป หลังเกิดกระแสข่าวในช่วงก่อนหน้านี้ว่าประสบปัญหาติดขัดในเรื่องข้อบังคับทางกฎหมาย หลังจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ออกเกณฑ์จำกัดไม่ให้สถาบันการเงินลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลเกินกว่า 3% ของเงินกองทุนฯ โดยจิรายุสเชื่อว่าทุกอย่างจะเรียบร้อยตามกรอบเวลาเดิมที่วางไว้

 

“เราน่าจะปิดดีลได้ตามกรอบเวลาเดิม” จิรายุสกล่าวอย่างมั่นใจ ซึ่งหากทุกอย่างเป็นไปตามที่คาดไว้ Bitkub จะเดินหน้าขยายตลาดต่อไปที่ประเทศฟิลิปปินส์และกัมพูชา ซึ่งยังไม่มีผู้ชนะในตลาดการค้าสกุลเงินคริปโตในเวลานี้

 

ส่วนการแข่งขันตลาดคริปโตภายในประเทศไทยที่คาดว่าจะทวีความรุนแรงขึ้นเพราะ Binance กระดานเทรดคริปโตที่ใหญ่ที่สุดในโลกเตรียมจะบุกประเทศไทยนั้น จิรายุสยังมั่นใจว่า Bitkub พร้อมจะแข่งขันแน่นอนและยินดีที่จะมีคู่แข่งเข้ามา

 

“มันคงจะยากหน่อยสำหรับพวกเขา” จิรายุสกล่าวถึง Binance “พวกเราเป็นเทคแชมเปี้ยนในวงการสตาร์ทอัพของไทย และเราเป็นหนึ่งในคนที่ผลักดันให้วงการนี้มาไกลขนาดนี้”

 

อ้างอิง:

 


 

ช่องทางติดตาม THE STANDARD WEALTH


Twitter: twitter.com/standard_wealth
Instagram: instagram.com/thestandardwealth
Official Line: https://lin.ee/xfPbXUP

The post ซีอีโอ Bitkub ชี้ อุตสาหกรรมคริปโตต้องรับผิดชอบสังคมด้วยการให้ความรู้แก่ผู้ลงทุน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ท๊อป จิรายุส ตอบชัด ดีล SCB-Bitkub ยังไม่เปลี่ยน มองรายใหม่ ‘กัลฟ์ ไบแนนซ์’ ช่วยขยายตลาดโตเร็วขึ้น https://thestandard.co/jirayut-srupsrisopa-answered-scb-bitkub-deal/ Wed, 18 May 2022 11:42:09 +0000 https://thestandard.co/?p=630433 ท๊อป จิรายุส

จากงานแถลงข่าวการลงนามความร่วมมือระหว่างบริษัท บิทคับ แ […]

The post ท๊อป จิรายุส ตอบชัด ดีล SCB-Bitkub ยังไม่เปลี่ยน มองรายใหม่ ‘กัลฟ์ ไบแนนซ์’ ช่วยขยายตลาดโตเร็วขึ้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
ท๊อป จิรายุส

จากงานแถลงข่าวการลงนามความร่วมมือระหว่างบริษัท บิทคับ แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (Bitkub) และกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ โดยมีเป้าหมายที่จะร่วมกันพัฒนาองค์ความรู้และความสามารถของบุคลากร เพื่อให้พร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกไปสู่ยุคเศรษฐกิจดิจิทัล 

 

ท๊อป-จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Bitkub เปิดเผยว่า ในอีก 5 ปีข้างหน้า โลกของเราจะเปลี่ยนไปอย่างมาก ที่ผ่านมาประเทศไทยเคยได้ประโยชน์จากอุตสาหกรรมเก่าๆ แต่ในอีก 5-10 ปีข้างหน้า เราควรจะพึ่งพาเศรษฐกิจดิจิทัลมากขึ้น 

 

“ช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ในอาเซียนมีคนใช้งานอินเทอร์เน็ตเพิ่มขึ้น 70 ล้านคน และ 9 ใน 10 คน เป็นผู้ที่จับจ่ายใช้สอยผ่านอินเทอร์เน็ต เพราะฉะนั้นเราควรจะมุ่งเป้าไปสู่การเป็นดิจิทัลฮับของอาเซียน” 

 

พร้อมกันนี้ ท๊อป จิรายุส ยังได้เปิดเผยถึงเหตุการณ์เกี่ยวกับ LUNA หรือ Terra ที่มูลค่าหายไปจำนวนมหาศาล โดยมองว่าเหตุการณ์ดังกล่าวไม่ได้หมายความว่าตลาดของสินทรัพย์ดิจิทัลจะกระทบไปด้วยทั้งหมด ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อวงการโดยรวมในระยะสั้น อาจเรียกได้ว่าเป็น Noise และหากดูจากจำนวนคนที่เทรดโดยจับคู่กับ UST ยังมีน้อยมาก และอีกส่วนหนึ่งก็เป็นรอบวัฏจักรอยู่แล้ว ซึ่งขณะนี้เป็นช่วงที่เรียกว่า Crypto Winter

 

หากมองระยะยาวจะเห็นว่าบริษัทใหญ่ๆ ยังคงเตรียมพร้อมสำหรับการวางโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับสินทรัพย์ดิจิทัล และในอนาคตตลาดของสินทรัพย์ดิจิทัลจะใหญ่ขึ้นมากๆ โดยจะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจนในอีก 3-5 ปีข้างหน้า

 

“ในระยะสั้นคงจะเป็น Noise ที่กระทบต่อความเชื่อมั่นของคนในระยะสั้น เหมือนกับเหตุการณ์ในอดีต เช่น ช่วงเกิดรถยนต์ใหม่ๆ และชนคนตาย คนก็จะมองรถยนต์เป็น Death Machine หรือช่วงฟองสบู่อินเทอร์เน็ต คนก็สูญเสียความเชื่อมั่นต่ออินเทอร์เน็ต แต่หลังจากเหตุการณ์นั้น คนที่สามารถยืนระยะได้นานพอก็แทบจะประสบความสำเร็จมหาศาลทั้งหมด สุดท้ายความรู้และความเข้าใจเป็นสิ่งสำคัญที่สุด พอทุกคนมีความรู้และความเข้าใจที่ถูกต้อง ก็จะไม่เกิดความกลัว”

 

ทั้งนี้ หากดูผลกระทบต่อมูลค่าตลาดคริปโตโดยรวมอาจไม่ได้มีผลกระทบมากนักเทียบกับก่อนเกิดเหตุการณ์ขึ้น และในมุมกลับกันก็เป็นเหมือนการสร้างการรับรู้ ให้คนเก่งๆ เข้ามาศึกษาและช่วยกันแก้ไขปัญหามากขึ้น

 

อย่างไรก็ตาม การเข้ามาลงทุนในตลาดคริปโต ซึ่งทุกๆ 4 ปีที่ผ่านมาจะเกิดปีทองจากเหตุการณ์ Bitcoin Halving ราคาปรับตัวขึ้นเป็น 1,000% แต่เมื่อขึ้นแรงก็ลงแรง เพราะฉะนั้นคนที่จะเข้ามาลงทุนควรจะใช้เงินเย็น และต้องรับความผันผวนในระดับ 50-70% ให้ไหว สำหรับ Bitcoin Halving ครั้งหน้าคือปี 2567 และต้องเข้าใจว่ามันคือวัฏจักรของตลาดคริปโต

 

“เป็นเรื่องปกติของตลาดการเงิน เมื่อตลาดยังเล็กความผันผวนก็จะสูง เมื่อคนเริ่มเข้ามาในตลาดมากขึ้นความผันผวนก็จะลดลง ซึ่งเราเห็นได้ชัดเจนว่าความผันผวนของ Bitcoin ลดลงหากดูจากการปรับฐานในแต่ละครั้ง และเริ่มเห็นเงินทุนของนักลงทุนสถาบันไหลเข้ามามากขึ้น กฎหมายก็ชัดเจนมากขึ้น โดยรวมคือทุกคนควรเริ่มต้นจากการมีความรู้และความเข้าใจที่ถูกต้องก่อนเริ่มลงทุน”

 

ส่วนเรื่องของพัฒนาการของตลาดคริปโตในไทย Bitkub ยังคงเชื่อว่าตลาดจะยังขยายตัวขึ้นทุกปีในระยะนี้ และการเข้ามาของคู่แข่งที่มากขึ้น เช่น กัลฟ์ ไบแนนซ์ ที่เกิดจากการร่วมทุนระหว่าง Binance กับ GULF จะยิ่งช่วยกันส่งเสริมให้ตลาดขยายตัวได้มากขึ้น ส่วนความคืบหน้าเกี่ยวกับดีลที่ธนาคารไทยพาณิชย์เข้าซื้อ Bitkub ขณะนี้ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดใดๆ ได้

 


 

ช่องทางติดตาม THE STANDARD WEALTH

The post ท๊อป จิรายุส ตอบชัด ดีล SCB-Bitkub ยังไม่เปลี่ยน มองรายใหม่ ‘กัลฟ์ ไบแนนซ์’ ช่วยขยายตลาดโตเร็วขึ้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘ท๊อป จิรายุส’ เผย Bitcoin Halving ในปี 2024 อาจกลับมาดันให้ราคาเป็นขาขึ้นอีกครั้ง https://thestandard.co/bitcoin-halving-in-2024-may-return-push-prices-up-again/ Wed, 02 Feb 2022 08:54:07 +0000 https://thestandard.co/?p=589776 Bitcoin Halving

‘Bitcoin Halving’ ปรากฏการณ์ที่รางวัลซึ่งได้จากการขุด B […]

The post ‘ท๊อป จิรายุส’ เผย Bitcoin Halving ในปี 2024 อาจกลับมาดันให้ราคาเป็นขาขึ้นอีกครั้ง appeared first on THE STANDARD.

]]>
Bitcoin Halving

‘Bitcoin Halving’ ปรากฏการณ์ที่รางวัลซึ่งได้จากการขุด Bitcoin จะลดลงครึ่งหนึ่งหลังจากที่มีการพบบล็อกใหม่จำนวน 210,000 บล็อก ซึ่งจะใช้ระยะเวลาประมาณ 4 ปี

 

ปัจจุบันรางวัลจากการขุด Bitcoin อยู่ที่ 6.25 Bitcoin ต่อ 1 บล็อก ซึ่งในปี 2024 รางวัลจากการขุดก็จะลดลงไปเหลือ 3.125 Bitcoin ต่อ 1 บล็อก

 

ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ทำให้เกิดการตั้งข้อสังเกตว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่จะทำให้ราคา Bitcoin ขยับขึ้นในแต่ละรอบ

 

ล่าสุด จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บิทคับ แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด กล่าวกับสำนักข่าว Bloomberg ว่า จากแนวโน้มในอดีตที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นว่าช่วงเวลาทองของ Bitcoin และคริปโตเคอร์เรนซีอื่นๆ โดยทั่วไปแล้วจะเกิดขึ้นหลังจากปรากฏการณ์ Bitcoin Halving ราว 6 เดือน ซึ่งรอบถัดไปจะตรงกับช่วงปี 2024-2025

 

ช่วงที่ผ่านมาตลาดคริปโตเคอร์เรนซีเปลี่ยนแปลงไปพอสมควร เนื่องจากการเข้ามาของนักลงทุนสถาบัน ขณะเดียวกันหน่วยงานกำกับของแต่ละประเทศต่างเข้ามาควบคุมมากขึ้น โดยเฉพาะเรื่องของการที่จะสั่งห้ามเกี่ยวกับการใช้สินทรัพย์ดิจิทัลในการชำระราคาสินค้าและบริการต่างๆ

 

อย่างในประเทศไทย ธนาคารพาณิชย์ถูกสั่งให้หลีกเลี่ยงที่จะข้องเกี่ยวกับคริปโตเคอร์เรนซีโดยตรง ขณะที่ภาครัฐจะเริ่มเก็บภาษีจากกำไรที่ได้จากซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล 

 

“หน่วยงานกำกับพยายามที่จะใช้กรอบแนวคิดแบบเก่าเพื่อควบคุมนวัตกรรมใหม่ ซึ่งเป็นวิธีที่ไม่ถูกต้องเสมอไป นโยบายที่ไม่เหมาะสมจะเป็นอุปสรรคต่อนวัตกรรมและอาจทำให้สูญเสียโอกาสไปได้” 

 

ทั้งนี้ ราคา Bitcoin ในช่วงที่ผ่านมาร่วงลงจากจุดสูงสุดที่ 69,000 ดอลลาร์ เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2021 มาแตะระดับ 32,917 ดอลลาร์ เมื่อปลายเดือนมกราคม 2022 ก่อนจะฟื้นตัวกลับขึ้นมาอยู่ในระดับ 38,200 ดอลลาร์

 

จากข้อมูลในอดีตอิงจากเว็บไซต์ Buy Bitcoin Worldwide พบว่า หลังจาก Bitcoin Halving 3 ครั้งที่ผ่านมา เมื่อปี 2012, 2016 และ 2020 ราคา Bitcoin ต่างปรับขึ้นทั้งหมดในอีก 150 วันถัดมา โดยเมื่อปี 2012 ราคา Bitcoin เพิ่มจาก 12.35 ดอลลาร์ มาเป็น 127 ดอลลาร์, ปี 2016 ราคาขึ้นจาก 650.63 ดอลลาร์ มาเป็น 758.81 ดอลลาร์ และปี 2020 ราคาขึ้นจาก 8,821.42 ดอลลาร์ มาเป็น 10,943 ดอลลาร์ 

 

อ้างอิง: 

 


 

ช่องทางติดตาม THE STANDARD WEALTH


Twitter: twitter.com/standard_wealth
Instagram: instagram.com/thestandardwealth
Official Line: https://lin.ee/xfPbXUP

The post ‘ท๊อป จิรายุส’ เผย Bitcoin Halving ในปี 2024 อาจกลับมาดันให้ราคาเป็นขาขึ้นอีกครั้ง appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘บิทคับ ออนไลน์’ มั่นใจตลาดคริปโตปีนี้โตต่อเนื่อง เผยสัดส่วนนักลงทุนสถาบันแตะ 30-40% แล้ว https://thestandard.co/bitkub-online-confident-crypto-market-continue-grow/ Mon, 17 Jan 2022 13:55:43 +0000 https://thestandard.co/?p=583573 Bitkub

ตลาดคริปโตเคอร์เรนซียังครองกระแสความร้อนแรงได้ต่อเนื่อง […]

The post ‘บิทคับ ออนไลน์’ มั่นใจตลาดคริปโตปีนี้โตต่อเนื่อง เผยสัดส่วนนักลงทุนสถาบันแตะ 30-40% แล้ว appeared first on THE STANDARD.

]]>
Bitkub

ตลาดคริปโตเคอร์เรนซียังครองกระแสความร้อนแรงได้ต่อเนื่องจากปีที่แล้ว ทั้งในประเด็นของการจัดเก็บภาษีคริปโต ซึ่งยังคงเป็นประเด็นที่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งวงการกำลังหารือกับหน่วยงานภาครัฐ รวมถึงประเด็นความเคลื่อนไหวของราคาคริปโตเด่นๆ ในตลาดที่เริ่มหักหัวลง 

 

จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา Group CEO ผู้ร่วมก่อตั้ง และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บิทคับ แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ กล่าวว่า ปี 2565 เชื่อว่าตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลจะยังเติบโตได้ต่อเนื่องจากปีที่แล้ว โดยเชื่อว่าปีนี้จะเป็นปีเริ่มต้นของ WEB 3.0 ซึ่งเป็นอินฟราสตรักเจอร์หลักๆ ที่จะผลักดันการเติบโตของคริปโต รวมไปถึง NFT และ GameFi 

 

นอกจากนี้ความสนใจจากนักลงทุนสถาบันในตลาดคริปโตก็เพิ่มขึ้นด้วย โดยจากสัดส่วนรายได้ของ Coinbase ซึ่งเป็น Cryptocurrency Exchange Platform สัญชาติอเมริกัน ปีล่าสุด (2564) พบว่ามีรายได้จากนักลงทุนสถาบันเพิ่มขึ้นเป็น 30-40% แล้ว จากเมื่อ 8 ปีก่อนที่มีสัดส่วนไม่ถึง 10% 

 

“ใน 8 ปีแรก เม็ดเงินลงทุนในตลาดคริปโตส่วนใหญ่มาจากนักลงทุนรายย่อย แต่ในปีที่แล้วสัดส่วนเม็ดเงินลงทุนเริ่มเปลี่ยนไป โดยมีเงินลงทุนจากนักลงทุนสถาบันเพิ่มมากขึ้น อย่างใน Coinbase เองก็มีสัดส่วนนักลงทุนสถาบันเพิ่มขึ้นเป็น 30-40% แต่สัดส่วนตลาดโดยรวมอาจจะลดหลั่นลงมาบ้าง” จิรายุสกล่าว 

 

สำหรับปัจจัยที่จะทำให้ WEB 3.0 เกิดขึ้นในประเทศไทย มาจากกฎระเบียบที่เหมาะสม ความรู้ความเข้าใจในเทคโนโลยีดิจิทัล อีโคซิสเต็มต่างๆ และเม็ดเงินลงทุน ในทางกลับกัน หากปัจจัยเหล่านี้ไม่เกิดขึ้นหรือเกิดขึ้นแต่ไม่เหมาะสม ก็จะกลายเป็นปัจจัยที่ฉุดรั้งการเกิดขึ้นของ WEB 3.0 เช่นกัน 

 

จิรายุสกล่าวเพิ่มว่า ความคืบหน้าล่าสุดของการจัดเก็บภาษีคริปโตนั้น ทางบิทคับฯ ได้รวบรวมความคิดเห็นเสนอต่อสรรพากร และอยู่ระหว่างนัดหารือกับสรรพากรเพิ่มเติม โดยส่วนตัวแล้วมองว่า จากปัจจุบันที่กฎหมายภาษีคริปโตยังมีความไม่ชัดเจน จึงเสนอให้เลื่อนการจัดเก็บภาษีคริปโตไปอีก 2 ปี เพื่อให้มีเวลาในการปรับปรุงและพัฒนากฎหมายต่างๆ ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันมากที่สุด 

 

“มองว่าไม่แฟร์กับนักลงทุนที่ต้องทำตามกฎหมายที่มีการตีความออกมาตั้งแต่ยุคก่อน โดยเป็นการตีความที่เร่งรีบและยังไม่ได้มองครบในทุกมิติ กฎหมายภาษีนั้นจึงยังไม่อัปเดต ฉะนั้นมองว่าควรออกกฎหมายให้เหมาะสม ซึ่งน่าจะต้องใช้เวลาศึกษาและปรับปรุงข้อกฎหมายราว 2 ปี” จิรายุสกล่าว 

The post ‘บิทคับ ออนไลน์’ มั่นใจตลาดคริปโตปีนี้โตต่อเนื่อง เผยสัดส่วนนักลงทุนสถาบันแตะ 30-40% แล้ว appeared first on THE STANDARD.

]]>
สมาคมฟินเทค-ท็อป จิรายุส ขอรัฐทบทวนเก็บภาษีคริปโต ทำประเทศขาดดุลมหาศาล มาดามเดียร์ เตรียมนำเรื่องถก กมธ. การเงินฯ https://thestandard.co/fintech-community-top-jirayut-extra-time-for-cryptocurrency-tax-collecting/ Mon, 17 Jan 2022 02:18:37 +0000 https://thestandard.co/?p=583164 ภาษีคริปโต

วันนี้ (17 มกราคม) ที่โรงแรม The Westin Grande Sukhumvi […]

The post สมาคมฟินเทค-ท็อป จิรายุส ขอรัฐทบทวนเก็บภาษีคริปโต ทำประเทศขาดดุลมหาศาล มาดามเดียร์ เตรียมนำเรื่องถก กมธ. การเงินฯ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาษีคริปโต

วันนี้ (17 มกราคม) ที่โรงแรม The Westin Grande Sukhumvit วทันยา วงษ์โอภาสี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) บัญชีรายชื่อพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ในฐานะโฆษกกรรมาธิการ (กมธ.) การเงิน การคลัง สถาบันการเงินและตลาดการเงิน สภาผู้แทนราษฎร รับยื่นหนังสือจากสมาคมฟินเทคประเทศไทย นำโดย ชลเดช เขมะรัตนา นายกสมาคม จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา รองนายกสมาคม และคณะ ถึงกรณีขอให้รัฐบาลทบทวนการจัดเก็บภาษีสินทรัพย์ดิจิทัล หรือคริปโตเคอร์เรนซี 

 

วทันยากล่าวว่า จากการที่ตนพูดคุยกับผู้ประกอบการในตลาดหลักทรัพย์ และได้ร้องเรียนความเดือดร้อนมาที่ตน จึงได้มีการนำเรื่องเข้าสู่ กมธ. ขอให้เชิญกรมสรรพกรเข้ามาชี้แจงในรายละเอียด แนวทางที่มาที่ไป วิธีการทั้งหลาย เดิมทีเรื่องนี้ถูกบรรจุเข้าสู่การประชุมของ กมธ. ไปแล้วเมื่อวันที่ 5 มกราคมที่ผ่านมา แต่ด้วยสถานการณ์โควิด ทางรัฐสภาจึงได้เลื่อนการเปิดออกไป ทั้งนี้ ช่วงหลังปีใหม่ก็มีประเด็นภาษีคริปโตเคอร์เรนซีขึ้นมาอีก ซึ่งเข้าใจว่าตัวปัญหาการจัดเก็บภาษีของคริปโตเคอร์เรนซีจะคล้ายกับของทางตลาดทุน แต่จะต่างที่ทางตลาดทุนมีพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ขอให้เวฟเรื่องค่าภาษีออกเพื่อส่งเสริมตลาดหลักทรัพย์ของไทยให้แข่งขันกับต่างประเทศได้ โดยกฎหมายของทางคริปโตออกมาตั้งแต่ปี 2561 แต่ในแง่ดำเนินการจริงยังไม่ได้มีการจัดเก็บตามที่กฎหมายได้ออกมา

 

ส่วนนี้อาจจะยังเป็นประเด็นคำถามว่า ถ้ากรมสรรพกรจะบังคับใช้อย่างจริงจัง และพยายามเร่งรัดเพื่อบังคับใช้ให้นักลงทุนยื่นรายได้ส่วนบุคคลในช่วงเดือนมีนาคม 2565 ซึ่งเป็นรายได้ของปี 2564 สิ่งที่จะเกิดตามมาอาจจะไม่ใช่แค่ปี 2564 แต่จะย้อนกลับไปตั้งแต่กฎหมายออกมาในปี 2561 เพราะไม่เคยมี พ.ร.บ. ที่ออกมาให้เวฟเรื่องค่าภาษีเหล่านี้ ช่องว่างในส่วนนี้จะดำเนินการอย่างไร 

 

รวมถึงประเด็นที่เกิดขึ้นในกระแสสังคมโซเชียลมีเดีย เรื่องวิธีการจัดเก็บที่ชัดเจน การปฏิบัติได้จริง และในแง่ของสภาพอุตสาหกรรมโดยรวม จะได้รับผลกระทบมากน้อยแค่ไหน ซึ่งคริปโตกำลังจะเป็นตลาดของเจเนอเรชันที่สองที่กำลังเติบโตขึ้น ดังนั้นช่วงนี้มีความเหมาะสมหรือไม่ที่จะเริ่มจัดเก็บภาษี หรือควรจะสนับสนุนในแง่อุตสาหกรรมโดยรวมให้เติบโตไปได้มากกว่านี้ และหากจะต้องจัดเก็บภาษีจริงๆ ในแง่ต้นทุนจะต้องจัดเก็บเท่าไหร่ถึงจะไม่เป็นภาระเกินไป และสุดท้ายด้วยกฎของรัฐจะไม่เป็นการบอนไซตลาดในประเทศของเรา รวมถึงผู้ประกอบการที่จะเติบโตไม่ได้ 

 

“การที่เชิญหน่วยงานมาพูดคุยใน กมธ. ในวันพุธที่จะถึงนี้ ที่จะมีการประชุมออนไลน์ ถือเป็นการเปิดเวทีกลางให้แต่ละฝ่ายที่เกี่ยวข้องเข้ามาพูดคุยและร่วมหารือกัน แต่สิ่งที่คาดหวังในเวทีนี้ คือการที่เราเป็นคนกลางได้รับความเห็นจากทุกฝ่าย การจะจัดเก็บภาษีที่ทางกระทรวงการคลังออกมาเป็นกฎหมายและมีเป้าหมายของเขา ซึ่งยังมีรายละเอียดปลีกย่อยที่จะต้องมีการใคร่ครวญให้ละเอียดรอบคอบกว่านี้ เช่น การบังคับใช้กฎหมายหากเร่งให้ทันในช่วงมีนาคมจะมีคำถามว่า นักลงทุนในปี 2564 จะต้องนำรายได้มาคำนวณในภาษีเงินได้ และหากไม่ได้เริ่มเล่นในปี 2564 แต่เริ่มก่อนหน้านั้นจะต้องทำอย่างไร กรมสรรพากรจะมีนโยบายที่จะปฏิบัติกับนักลงทุนก่อนหน้านี้อย่างไรบ้าง ดังนั้นกรมสรรพกรชะลอเรื่องออกไปก่อนได้หรือไม่ เพื่อที่จะได้รับความชัดเจนครบถ้วน” วทันยากล่าว

 

ด้านชลเดชกล่าวว่า ในเรื่องของตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล ส่วนตัวมองว่าคงไม่ขอให้ไม่เก็บเลย แต่เบื้องต้นเรามองว่าการเก็บเฉพาะธุรกรรมที่ทำกำไรอย่างเดียวโดยไม่ดูผลกลับคืน ไม่ได้เอามาหักห้างกันไม่เป็นธรรม และไม่มีที่ไหนในโลกทำกัน ฉะนั้นข้อแรกเราอยากให้กรมสรรพกรไปทบทวนเรื่องนี้ก่อน หลังจากนั้นขั้นตอนต่อไปจะมองถึงเรื่องการขอให้เป็น Final Tax โดยยกตัวอย่างภาษีเงินได้ที่เกิดจากเงินปันผล ทั้งนี้ ทุกคนหากซื้อหุ้นจะถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 10% ขึ้นอยู่กับการจะไปขอเครดิตคืนหรือไม่ ถ้าเป็นสินทรัพย์ดิจิทัลแล้วเราขอในลักษณะเดียวกัน อาจจะเป็น 10% หรือ 15% ก็เป็นสิ่งที่ตรงไปตรงมา เช่นนี้ในแง่ระบบคิดว่าจะทำได้ เป็นการ Offset กัน และเป็น Final Tax ส่วนการส่งเสริมไม่ให้เก็บภาษีเลยพวกเราต้องพิสูจน์ว่าตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลก่อให้เกิดการระดมทุนภายใต้การสร้างงาน สร้างรายได้ ทำให้กลุ่มภาคการผลิตเกิด GDP จริงๆ เช่น ที่ตลาดทุนมีการระดมทุน ถ้าทำแบบนี้อาจจะขอเรื่องการส่งเสริมจากทางภาครัฐได้นั่นเอง

 

ขณะที่จิรายุสกล่าวว่า ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลไม่ได้รับการสนับสนุน หรือการลงทุน Real Center แต่สิ่งที่เรากำลังสร้างคือโลกใหม่ กำลังสร้างสิ่งที่เรียกว่า Web 3.0 ซึ่งตนไม่อยากให้อุตสาหกรรมนี้ไปเกิดที่ต่างประเทศ ดังนั้นตอนนี้สิ่งที่อยากให้ทำคือ การเวฟภาษี 2 ปี เพราะเป็นสิ่งที่ยุติธรรม เนื่องจากกฎหมายยังไม่มีความพร้อม ออกมาเมื่อ 4 ปีที่แล้ว และอยู่ดีๆ จะมาเรียกเก็บภาษีในทันทีซึ่งไม่ทันต่อผู้ใช้ ดังนั้นอย่างน้อยควรเว้นระยะเวลา 2 ปี ในการคิดที่จะทำอะไรที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศจริงๆ ไม่ใช่รีบนำออกมาบังคับใช้ ทั้งที่กฎหมายไม่พร้อม จนทำให้หลายสิ่งไม่สามารถเกิดขึ้นในประเทศไทย และทำให้เกิดการขาดดุลอย่างมหาศาล

 

อย่างไรก็ตาม หากผ่านช่วงระยะเวลา 2 ปีแล้วจะต้องมีการเก็บภาษีจริงๆ ต้องทำอย่างไรให้เมืองไทยถือปืน ต่างชาติถือมีด ไม่เช่นนั้นอุตสาหกรรมนี้จะไปเติบโตที่ต่างประเทศ ถ้าเมืองไทยถือมีด ต่างชาติถือปืน  

 

นอกจากนี้ บริษัทบิทคับฯ ขอเสนอไปยังผู้บริหาร รัฐบาล ไปจนถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ทบทวนการเก็บภาษีคริปโต 15% โดยการชะลอภาษีออกไปเป็นการชั่วคราว และมอบหมายให้กรมสรรพกรเปิดการรับฟังความเห็นจากทั้งผู้ประกอบกิจการ นักลงทุน ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจ รวมถึงผู้ที่เกี่ยวข้องต่างๆ เพื่อจะได้นำข้อมูลมาพิจารณาหามาตรการด้านภาษีที่เหมาะสม และสอดคล้องกับบริบทการพัฒนาประเทศ

The post สมาคมฟินเทค-ท็อป จิรายุส ขอรัฐทบทวนเก็บภาษีคริปโต ทำประเทศขาดดุลมหาศาล มาดามเดียร์ เตรียมนำเรื่องถก กมธ. การเงินฯ appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘Bitkub’ เตรียมส่งฟีดแบ็กภาษีคริปโต และหารือสรรพากรสัปดาห์นี้ หวังประเทศไทยมีกฎหมายภาษีที่เอื้อต่อการพัฒนาวงการดิจิทัล https://thestandard.co/bitkub-sending-feed-back-on-cryptocurrency-tax/ Mon, 10 Jan 2022 09:47:19 +0000 https://thestandard.co/?p=580884 Bitkub

จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา Group CEO Bitkub Group กล่าวผ่าน […]

The post ‘Bitkub’ เตรียมส่งฟีดแบ็กภาษีคริปโต และหารือสรรพากรสัปดาห์นี้ หวังประเทศไทยมีกฎหมายภาษีที่เอื้อต่อการพัฒนาวงการดิจิทัล appeared first on THE STANDARD.

]]>
Bitkub

จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา Group CEO Bitkub Group กล่าวผ่าน Facebook ส่วนตัวที่ชื่อว่า ท๊อป จิรายุส – Topp Jirayut ถึงประเด็นการเก็บภาษีคริปโต ซึ่งกำลังเป็นที่น่าสนใจ และมีการวิพากษ์กันอย่างร้อนแรงในปัจจุบันว่า จากที่มีการตั้งโพสต์ใน Facebook เพื่อรวบรวมความคิดเห็นจากนักลงทุนเกี่ยวกับการจัดเก็บภาษีคริปโตนั้น ล่าสุดมีการแสดงความคิดเห็นมากกว่า 4,000 รายการ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นความคิดเห็นที่ไม่เห็นด้วยกับอัตราการจัดเก็บภาษีและวิธีการจัดเก็บภาษี รวมถึงข้อเสนอแนะต่างๆ ซึ่งหลังจากนี้ ทางทีมงาน Bitkub จะประมวลผลและนำเสนอต่อกรมสรรพากรและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในสัปดาห์นี้ เพื่อวัตถุประสงค์หลักคือช่วยพัฒนาและผลักดันตลาดคริปโตให้เติบโต และสามารถส่งเสริมการเติบโตของ GDP ประเทศไทยได้ 

 

จิรายุสกล่าวว่า ส่วนตัวมองว่ากฎหมายต้องปรับเปลี่ยนให้ทันกับโลก ซึ่งในอนาคตอันใกล้นี้จะเป็นยุคของเทคโนโลยีที่จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงทุกอย่างไปอย่างรวดเร็ว ดังนั้น ประเทศที่เห็นโอกาสก่อน และมีความพร้อมก่อนก็จะเป็นประเทศที่ได้รับประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงมากที่สุด 

 

โดยเทคโนโลยีล่าสุดที่จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงทุกสิ่งในปัจจุบันก็คือ Web 3.0 ซึ่งมีบล็อกเชนเป็นเทคโนโลยีรองรับ ซึ่งหากประเทศไทยสามารถเข้าใจและนำเทคโนโลยีมาพัฒนาวงการดิจิทัล เพื่อดึงเงินต่างชาติให้เข้ามาลงทุนในประเทศไทย ก็จะสามารถสร้างการเติบโตให้กับ GDP ได้อย่างมหาศาล และช่วยให้ประเทศไทยหลุดจากกับดับรายได้ปานกลางได้ในที่สุด 

 

ทั้งนี้ ในมุมองความเข้าใจและพัฒนานั้น การพัฒนาด้านกฎหมายมีความสำคัญอย่างมาก หนึ่งในนั้นคือกฎหมายทางด้านภาษี ประเทศที่เข้าใจและมีกฎหมายสอดคล้องกับทิศทางของโลก มีกฎหมายที่รองรับและเข้าใจเทคโนโลยีใหม่ๆ ก็จะมีโอกาสมากกว่าในการดึงดูด รวมทั้งจะสร้างโอกาสให้เม็ดเงินและคนเก่งๆ ไหลเข้ามาในประเทศ ช่วยยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันให้เพิ่มมากขึ้น

 

“สิ่งที่พวกเรากำลังผลักดัน คือโครงสร้างพื้นฐานของ Web 3.0 ซึ่งไม่ว่าอย่างไรก็ต้องเกิดขึ้นในประเทศไทย หากเราใช้ Web 3.0 พัฒนาให้วงการดิจิทัลเกิดขึ้นในประเทศไทยได้ ก็จะสามารถดึงเงินเข้าประเทศได้ และสร้างโอกาสใหม่ๆ ให้กับคนไทย ซึ่งหนึ่งในการพัฒนาก็คือการพัฒนาด้านกฎหมายภาษี หากมองย้อนไป 10 ปีที่ผ่านมา จะพบว่าวงการสตาร์ทอัพของไทยไปที่สิงคโปร์กันหมด ก็เพราะว่ากฎหมายภาษีของสิงคโปร์เอื้อกว่า ทำให้สามารถสร้างความได้เปรียบได้ และดึงเม็ดเงินเข้าไปอย่างมหาศาล” จิรายุสกล่าว 

The post ‘Bitkub’ เตรียมส่งฟีดแบ็กภาษีคริปโต และหารือสรรพากรสัปดาห์นี้ หวังประเทศไทยมีกฎหมายภาษีที่เอื้อต่อการพัฒนาวงการดิจิทัล appeared first on THE STANDARD.

]]>
หุ้น ‘SO’ ปิดตลาดพุ่ง 14.3% หลังดึง ‘ท๊อป จิรายุส’ นั่งบอร์ดยุทธศาสตร์ ด้านนักวิเคราะห์เผย ไตรมาส 4 มีลุ้นปิดดีล M&A เพิ่ม https://thestandard.co/so-shares-271264/ Mon, 27 Dec 2021 10:32:25 +0000 https://thestandard.co/?p=576561 สยามราชธานี

บมจ.สยามราชธานี หรือ SO ดึง ‘จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา’ ซีอ […]

The post หุ้น ‘SO’ ปิดตลาดพุ่ง 14.3% หลังดึง ‘ท๊อป จิรายุส’ นั่งบอร์ดยุทธศาสตร์ ด้านนักวิเคราะห์เผย ไตรมาส 4 มีลุ้นปิดดีล M&A เพิ่ม appeared first on THE STANDARD.

]]>
สยามราชธานี

บมจ.สยามราชธานี หรือ SO ดึง ‘จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา’ ซีอีโอ Bitkub ร่วมเป็นกรรมการบริษัทเพื่อเสริมกลยุทธ์ SO ให้แข็งแกร่ง พร้อมลุยธุรกิจปี 2565 ขณะที่ราคาหุ้นตอบรับเชิงบวกตลอดวัน โดยปรับเพิ่มขึ้น 14.29% ราคาปิดที่ 22.40 บาท เพิ่มขึ้น 2.80 บาทจากวันก่อนหน้า ขณะที่ราคาตั้งแต่ต้นปีจนปัจจุบัน (YTD) ปรับเพิ่มขึ้นแล้ว 153.68% 

 

ณัฐพล วิมลเฉลา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สยามราชธานี จำกัด (มหาชน) หรือ SO ผู้นำด้านธุรกิจการจ้างเหมาบริการครบวงจร (Outsourcing Services) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 23 ธันวาคมที่ผ่านมา คณะกรรมการบริษัท (บอร์ด) ได้มีการแต่งตั้ง จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา ดำรงตำแหน่งกรรมการ กรรมการอิสระ และกรรมการยุทธศาสตร์ของบริษัท แทนกรรมการที่ลาออกไปเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2564 ซึ่งจะมีผลตั้งแต่วันที่ 4 มกราคม 2565 เป็นต้นไป

 

“เหตุผลที่มีการแต่งตั้งคุณจิรายุสเป็นกรรมการแทนตำแหน่งกรรมการที่ว่างลง เนื่องจากเห็นว่าเป็นบุคคลและผู้บริหารรุ่นใหม่ที่มีความสามารถ และมีศักยภาพที่น่าจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งในธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องให้กับสยามราชธานีเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งในอนาคต” ณัฐพลกล่าว

 

ทั้งนี้ ตามกฎหมายตำแหน่งกรรมการดังกล่าว SO สามารถแต่งตั้งได้เลย เนื่องจากเป็นตำแหน่งที่ว่างอยู่โดยไม่ต้องขอมติประชุมผู้ถือหุ้น

 

กรอบหน้าที่และความรับผิดชอบของกรรมการด้านยุทธศาสตร์คือช่วยกำกับให้ฝ่ายบริหารจัดทำแผนยุทธศาสตร์ที่จะช่วยให้องค์กรสามารถแข่งขันได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถสร้างผลตอบแทนได้อย่างยั่งยืน อีกทั้งยังร่วมพิจารณากลั่นกรองของฝ่ายจัดการที่มีการนำเสนอโครงการต่างๆ หรือการขยายกิจการการลงทุนด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ พร้อมคำนึงถึงความเสี่ยงจากการลงทุนด้วยเช่นกัน รวมถึงการกำกับศึกษาความเป็นไปได้สำหรับโครงการการลงทุนในธุรกิจ และติดตามความคืบหน้าจากโครงการที่ลงทุน พร้อมให้คำแนะนำต่างๆ ต่อปัญหาและอุปสรรคที่อาจเกิดขึ้นกับโครงการ

 

สำหรับ จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา หรือ ท๊อป ปัจจุบันอายุ 31 ปี เป็นที่รู้จักกันดีในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านเงินดิจิทัล (คริปโตเคอร์เรนซี) และบล็อกเชนเทคโนโลยี โดยเป็นผู้ร่วมก่อตั้งและซีอีโอของบริษัท บิทคับ แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด หรือ Bitkub ซึ่งเป็นเว็บไซต์ให้บริการการซื้อขายเงินดิจิทัลต่างๆ จนปัจจุบันได้ประกาศเป็นยูนิคอร์นลำดับที่สองของประเทศไทย

 

ทั้งนี้ SO ประกอบธุรกิจใน 2 กลุ่มธุรกิจหลัก ได้แก่ 

  1. ธุรกิจให้บริการจัดหาบุคลากร (Outsourcing Services) ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ (1) ธุรกิจบริการบริหารจัดการ ซึ่งประกอบด้วยการให้บริการจัดหาพนักงานขับรถยนต์ พนักงานสำนักงาน พนักงานช่างเทคนิค และบริการงานบันทึกข้อมูล (2) ธุรกิจบริการดูแลภูมิทัศน์ 
  2. ธุรกิจให้เช่าและบริการ เป็นการให้บริการรถยนต์ให้เช่า และให้เช่าอสังหาริมทรัพย์

 

ด้านผลการดำเนินงานของ SO งวด 9 เดือนแรกปีนี้ มีรายได้รวม 1,554 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 1,524.48 ล้านบาทในช่วงเดียวกันปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 126.27 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 100.73 ล้านบาทในช่วงเดียวกันปีก่อน 

 

ขณะที่ฝ่ายวิจัย บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ระบุว่า แนวโน้มรายได้ในไตรมาส 4/64 คาดว่าจะดีขึ้นจากไตรมาสที่ 3 ปีนี้ และไตรมาสเดียวกันปีที่แล้ว จากสถานการณ์โควิดที่คาดว่าจะคลี่คลายในทางที่ดีขึ้น และมีการเปิดประเทศ โดยคาดว่าลูกค้าด้านงานบุคลากรมีโอกาสจ้างงานเพิ่ม และในส่วนของกลุ่มงานพนักงานขับรถ ส่วนแบ่งรายได้ค่าล่วงเวลา (โอที) ของพนักงานขับรถส่งของบริษัทจะกลับมามากขึ้น 

 

นอกจากนี้บริษัทมีโครงการใหม่ๆ ที่มี Potential ในการสร้างรายได้เพิ่มขึ้นในช่วงครึ่งปีหลังได้แก่

  1. โครงการเช่ารถดัดแปลงประเภทรถเครน สัญญาเช่าระยะยาวมากกว่า 10 ปี 
  2. งาน IT Outsourcing อาทิ UI Designer, Project Manager, Database Administration และ IT Help Desk เป็นต้น 
  3. งาน Outsource ในกลุ่มพนักงานขับรถ กว่า 2,000 อัตรา 
  4. Technology บริการพัฒนาระบบให้ตรงตามความต้องการลูกค้า ได้แก่ ระบบอ่านมาตรค่าน้ำ ระบบแสดงผลพิกัดผู้ใช้น้ำ ระบบบันทึกข้อมูลใบสมัครสมาชิก ระบบสลิปเงินเดือน

 

ขณะเดียวกัน ได้คงประมาณการกำไรปี 2564 เติบโต 14% จากปีที่แล้ว เป็น 160 ล้านบาท เนื่องจาก 

  1. รายได้จากกลุ่มลูกค้าเอกชนที่ฟื้นตัวหลังสถานการณ์โควิดเริ่มคลี่คลาย ขณะที่ธุรกิจ HRM มีการขยายการให้บริการใหม่โดยใช้เทคโนโลยีมาช่วยเสริม โดยประมาณการรายได้ปีนี้เติบโต 7% จากปีที่แล้ว เป็น 2,169 ล้านบาท ซึ่งต่ำกว่าเป้าของบริษัทที่มองเติบโต 11-12% 
  2. ประสิทธิภาพในการทำกำไรดีขึ้น หลักๆ มาจากนโยบายควบคุมต้นทุนตั้งแต่

กลางปีก่อน ทั้งการควบคุมค่าใช้จ่ายด้านแรงงาน และนำระบบ Automation มาทดแทน ซึ่งจะเห็นผลบวกเต็มปีในปีนี้ รวมถึงงานจากลูกค้าใหม่ที่ให้บริการเช่ารถดัดแปลง ซึ่งมีมาร์จิ้นที่สูงกว่าเดิม และคาดต้นทุนดอกเบี้ยจ่ายที่ลดลงหลังจากการนำเงินได้จาก IPO ไปชำระหนี้ 

 

นอกจากนี้ SO ยังมีดีลในการเข้าซื้อกิจการ M&A เพื่อต่อยอดธุรกิจราว 3 ดีล ได้แก่ การจ้างงาน IT ภายนอก บริษัทซอฟต์แวร์ และการจัดอบรมบุคลากร คาดว่าจะมีความชัดเจนในช่วงไตรมาส 4/64 โดยขนาดรายได้ที่ราว 200-300 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะเห็นผลบวกเต็มปีในปี 2565

 


ช่องทางติดตาม THE STANDARD WEALTH

Twitter: twitter.com/standard_wealth

Instagram: instagram.com/thestandardwealth

Official Line คลิก https://lin.ee/xfPbXUP

 

The post หุ้น ‘SO’ ปิดตลาดพุ่ง 14.3% หลังดึง ‘ท๊อป จิรายุส’ นั่งบอร์ดยุทธศาสตร์ ด้านนักวิเคราะห์เผย ไตรมาส 4 มีลุ้นปิดดีล M&A เพิ่ม appeared first on THE STANDARD.

]]>