จรูญเกียรติ ปานแก้ว Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/จรูญเกียรติ-ปานแก้ว/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Fri, 17 Apr 2026 06:25:39 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 สุรเชษฐ์ส่งทนายความฟ้อง รอง ผบช.ก. ฐานหมิ่นประมาทฯออกสื่อ ปมทำร้ายลูกน้อง ทนายยันไร้หลักฐาน ขณะศาลนัดไต่สวน 20 ก.ค.นี้ https://thestandard.co/surachate-jaroonkiat-defamation-lawsuit/ Fri, 17 Apr 2026 06:25:39 +0000 https://thestandard.co/?p=1198521 ทนายความของ สุรเชษฐ์ หักพาล ยื่นฟ้อง พล.ต.ต. จรูญเกียรติ ปานแก้ว ฐานหมิ่นประมาทต่อศาลอาญา

วันนี้ (17 เมษายน) ที่ศาลอาญา พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ หักพาล อ […]

The post สุรเชษฐ์ส่งทนายความฟ้อง รอง ผบช.ก. ฐานหมิ่นประมาทฯออกสื่อ ปมทำร้ายลูกน้อง ทนายยันไร้หลักฐาน ขณะศาลนัดไต่สวน 20 ก.ค.นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทนายความของ สุรเชษฐ์ หักพาล ยื่นฟ้อง พล.ต.ต. จรูญเกียรติ ปานแก้ว ฐานหมิ่นประมาทต่อศาลอาญา

วันนี้ (17 เมษายน) ที่ศาลอาญา พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรอง ผบ.ตร. มอบอำนาจให้ สัญญาภัชระ สามารถ ทนายความส่วนตัว ยื่นฟ้อง พล.ต.ต. จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. เป็นจำเลยในความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91, 326, 328, 332

 

โดยศาลได้รับไว้เป็นคดี อ 1025/2569 นัดไต่สวนมูลฟ้องวันที่ 20 กรกฎาคม 2569 เวลา 09.00 น.

 

ภายหลัง สัญญาภัชระ ทนายความ พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ กล่าวว่า นายตำรวจท่านนี้ได้ให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อมวลชนผ่านช่อง YouTube และรายการโทรทัศน์ต่างๆ ให้ประชาชนทั่วไปได้ทราบ เมื่อวันที่ 20 และ 30 มกราคม 2569 ในทำนองว่า พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ ตบลูกน้องยศ พ.ต.ท. และมีลูกน้องคนถูกทำร้ายจิตใจทำให้กลายเป็นซึมเศร้า

 

นอกจากนี้มีลูกน้องอีกหลายคนซึ่งตนไม่แน่ใจว่าหมายถึงลูกน้องทั้ง 17 คนหรือไม่ แต่จากการตรวจสอบรายงานแพทย์ต่างๆ ไม่พบข้อเท็จจริงตามที่นายตำรวจท่านนี้ให้สัมภาษณ์ การให้สัมภาษณ์ดังกล่าวจึงเป็นการใส่ความ พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ ผ่านการบันทึกภาพ กระจายภาพและเสียง เพื่อให้ประชาชนทั่วไปได้รับทราบ ทำให้ พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ เสื่อมเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น เกลียดชัง มองว่านายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ท่านนี้ไม่ควรมาให้สัมภาษณ์ในข้อเท็จจริงที่ไม่เป็นความจริง จึงนำเรื่องมายื่นฟ้องต่อศาล ให้ศาลพิสูจน์ข้อเท็จจริงต่อไป

 

ผู้สื่อข่าวถามว่า ในส่วนของลูกน้องทั้ง 17 คน มีการแจ้งความหรือฟ้องดำเนินคดีกับตัว พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ หรือไม่

 

สัญญาภัชระ กล่าวว่า ตนทราบจากข่าวเท่านั้น ขณะนี้ยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหากับทาง พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ ทั้งนี้จากการปรึกษากับทาง พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ แล้วเห็นว่า หากมีการแจ้งความดำเนินคดี และสิ่งที่แจ้งเป็นเรื่องจริง พิสูจน์ได้ทาง พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ ก็พร้อมเข้าสู่กระบวนการ แต่ถ้าเป็นเรื่องไม่จริงและการนำไปแจ้งความหรือเป็นพยานในคดีต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ พร้อมจะดำเนินคดีกับทุกคน เพราะท่านก็ต้องรักษาชื่อเสียงของท่านเช่นกัน

 

สัญญาภัชระ กล่าวว่า ที่สำคัญในคดีนี้ มีการอ้างว่าเหตุเกิดวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2560 หากตรวจสอบลำดับเหตุการณ์แล้วขณะนั้น พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ เป็น ผบก.สปพ. ส่วน พ.ต.ท.เป็นสารวัตรสืบสวน สน.พญาไท อยู่คนละสายงานกันไม่มีทางมาบรรจบกันได้ และเพิ่งมีการแจ้งความกล่าวโทษเมื่อเดือนมกราคม 2569 ถ้าเหตุการณ์เกิดขึ้นจริงทำไมถึงปล่อยให้ล่วงเลยมาถึง 9 ปี เพราะที่ผ่านมาก็ยังเคยทำงานร่วมกันอยู่ แล้วมีความเจริญเติบโตในหน้าที่การงานด้วยซ้ำ

The post สุรเชษฐ์ส่งทนายความฟ้อง รอง ผบช.ก. ฐานหมิ่นประมาทฯออกสื่อ ปมทำร้ายลูกน้อง ทนายยันไร้หลักฐาน ขณะศาลนัดไต่สวน 20 ก.ค.นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผบ.ตร. ลงนามแต่งตั้ง ‘พล.ต.ท.ไตรรงค์’ นั่งแท่นโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติคนใหม่ พร้อมเปิดตัวทีม 5 รองโฆษกฯ https://thestandard.co/police-chief-appoints-trairong-spokesperson/ Sat, 04 Apr 2026 06:39:08 +0000 https://thestandard.co/police-chief-appoints-trairong-spokesperson/ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติคนใหม่ พร้อมทีมรองโฆษก ภายหลังการแต่งตั้ง

วันนี้ (4 เมษายน) พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญช […]

The post ผบ.ตร. ลงนามแต่งตั้ง ‘พล.ต.ท.ไตรรงค์’ นั่งแท่นโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติคนใหม่ พร้อมเปิดตัวทีม 5 รองโฆษกฯ appeared first on THE STANDARD.

]]>
พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติคนใหม่ พร้อมทีมรองโฆษก ภายหลังการแต่งตั้ง

วันนี้ (4 เมษายน) พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้ลงนามในคำสั่งแต่งตั้งโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติคนใหม่ สืบเนื่องจากกรณีที่ พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ อดีตผู้ช่วย ผบ.ตร. และอดีตโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ขอเข้าร่วมโครงการปรับเปลี่ยนกำลังพล (เออร์ลีรีไทร์)

 

เพื่อให้การดำเนินงานด้านการประชาสัมพันธ์ในภาพรวมของสำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นไปด้วยความถูกต้อง รวดเร็ว ทันต่อเหตุการณ์ และมีประสิทธิภาพสูงสุด ผบ.ตร. จึงได้มีคำสั่งแต่งตั้งให้ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ ซึ่งเดิมดำรงตำแหน่งรองโฆษกฯ ขึ้นดำรงตำแหน่งเป็น โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ อย่างเป็นทางการ

 

นอกจากนี้ เพื่อให้การทำงานของทีมโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติมีความครอบคลุมในทุกมิติ ผบ.ตร. ได้แต่งตั้งข้าราชการตำรวจระดับสูงร่วมเป็นทีมรองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จำนวน 5 นาย ประกอบด้วย:

 

  • พล.ต.ท.ชัยต์พจน สูวรรณรักษ์ ผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล
  • พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง
  • พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล
  • พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ ผู้บังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 1
  • พล.ต.ต.จตุรภัทร์ ภิรมย์แก้ว ผู้บังคับการกองการต่างประเทศ

 

สำหรับบทบาทและภารกิจสำคัญของทีมโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติชุดใหม่ จะมุ่งเน้นการเป็นสะพานเชื่อมโยงระหว่างองค์กรตำรวจกับประชาชน โดยรับหน้าที่สื่อสารและสร้างความเข้าใจในประเด็นต่างๆ ได้แก่ ด้านการบังคับใช้กฎหมาย การป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม การตรวจสอบความโปร่งใส การบูรณาการองค์ความรู้เพื่อสังคม และกิจการต่างประเทศ ตลอดจนการเป็นช่องทางสื่อสารภายในองค์กรระหว่างสำนักงานตำรวจแห่งชาติกับข้าราชการตำรวจทั่วประเทศ

 

ทั้งนี้ ทีมโฆษกฯ ตั้งเป้าหมายในการนำเสนอข้อมูลข่าวสารบนพื้นฐานของความจริง ถูกต้อง ชัดเจน โปร่งใส และทันต่อเหตุการณ์อย่างสร้างสรรค์ โดยมุ่งขยายช่องทางการสื่อสารให้ครอบคลุมและเข้าถึงประชาชนในทุกแพลตฟอร์ม เพื่อยกระดับความเชื่อมั่นและภาพลักษณ์ที่ดีขององค์กรตำรวจในสายตาประชาชน

 

ประชาชนสามารถติดตามข้อมูลข่าวสาร ความเคลื่อนไหว และการแจ้งเตือนภัยต่างๆ จากสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ผ่านช่องทางออนไลน์อย่างเป็นทางการ

 

  • Facebook Page: สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
  • Facebook Page: กองสารนิเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
  • TikTok: @Saranitetpolice
  • TikTok: สาระกับสารนิเทศ

 

ภาพ: 3 คนในปกเดียวค่ะ

The post ผบ.ตร. ลงนามแต่งตั้ง ‘พล.ต.ท.ไตรรงค์’ นั่งแท่นโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติคนใหม่ พร้อมเปิดตัวทีม 5 รองโฆษกฯ appeared first on THE STANDARD.

]]>
โค้งสุดท้ายคดีสินบนทองคำ 246 บาท ตำรวจลุยแจ้งข้อหาผู้จัดซื้อ เตรียมส่งฟ้อง 5 ผู้ต้องหาศาลทุจริตฯ มี.ค. นี้ https://thestandard.co/gold-bribe-case-police-indictment/ Thu, 19 Mar 2026 08:04:50 +0000 https://thestandard.co/?p=1189162 ภาพแฟ้ม: เจ้าหน้าที่ตำรวจปฏิบัติหน้าที่ในคดีสินบนทองคำ 246 บาท

วันนี้ (19 มีนาคม) พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญ […]

The post โค้งสุดท้ายคดีสินบนทองคำ 246 บาท ตำรวจลุยแจ้งข้อหาผู้จัดซื้อ เตรียมส่งฟ้อง 5 ผู้ต้องหาศาลทุจริตฯ มี.ค. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพแฟ้ม: เจ้าหน้าที่ตำรวจปฏิบัติหน้าที่ในคดีสินบนทองคำ 246 บาท

วันนี้ (19 มีนาคม) พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (รอง ผบช.ก.) เปิดเผยความคืบหน้าคดีทุจริตนำทองคำน้ำหนัก 246 บาท ไปติดสินบนเจ้าพนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อให้มีการช่วยเหลือทางคดีให้กับ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ภายหลังถูกตรวจสอบพบความเชื่อมโยงกับคดีเว็บไซต์พนันออนไลน์เมื่อช่วงปี 2567 ที่ผ่านมา

 

ล่าสุด กองกำกับการ 1 กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) ได้ดำเนินการสอบปากคำ สรพงศ์ หนึ่งในผู้ต้องหาซึ่งทำหน้าที่เป็นผู้จัดซื้อทองคำ โดยพฤติการณ์ก่อนหน้านี้ สรพงศ์ได้ส่งเอกสารขอเลื่อนการเข้าพบตามหมายเรียกครั้งแรก ทางเจ้าหน้าที่จึงได้ออกหมายเรียกครั้งที่ 2 ซึ่งผู้ต้องหาก็มีความพยายามจะขอเลื่อนอีกครั้ง แต่เมื่อผู้ต้องหามาปรากฏตัวต่อหน้าพนักงานสอบสวน เจ้าหน้าที่จึงได้ดำเนินการแจ้งข้อหา ร่วมกันให้สินบนกับเจ้าพนักงาน และทำการสอบปากคำก่อนจะปล่อยตัวชั่วคราวในชั้นพนักงานสอบสวน

 

ทั้งนี้ เมื่อสอบถามถึงประเด็นว่าสรพงศ์กระทำการโดยความเต็มใจ หรือถูกข่มขู่บังคับให้ร่วมขบวนการนั้น พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปฏิเสธที่จะเปิดเผยรายละเอียดเชิงลึกในสำนวน โดยระบุเพียงว่าพฤติการณ์ดังกล่าวเป็นการร่วมกันทำเป็นขบวนการ

 

สำหรับการดำเนินคดีในภาพรวมนั้น พล.ต.ต.จรูญเกียรติ อธิบายว่า ได้มีการแยกสำนวนการสอบสวนออกเป็น 2 ชุดอย่างชัดเจน โดยชุดแรกเป็นกรณีของ เอกวิทย์ กรรมการ ป.ป.ช. ซึ่งสำนวนคดีได้ถูกส่งไปยังรัฐสภาและศาลฎีกาแล้ว พร้อมทั้งมีการแต่งตั้งคณะผู้ไต่สวนอิสระขึ้นมาตรวจสอบ โดยมี พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิศมัย ในฐานะผู้ร้อง ได้นำพยานหลักฐานชุดเดียวกับที่ส่งให้ตำรวจไปยื่นต่อรัฐสภาก่อนหน้านี้

 

ส่วนสำนวนชุดที่ 2 ซึ่งเกี่ยวข้องกับผู้ต้องหาอีก 5 ราย ได้แก่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล, สมบัติ (อนุกรรมการและผู้ทรงคุณวุฒิ ป.ป.ช.), สามารถ, สรพงศ์ และนายสุรสิทธิ์ นั้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจมีอำนาจในการสอบสวนอย่างเต็มที่ เนื่องจากก่อนหน้านี้ได้ส่งสำนวนให้ ป.ป.ช. พิจารณาแล้ว และถูกส่งกลับมาให้พนักงานสอบสวนดำเนินการตามมาตรา 61 วรรคสอง

 

โดยปัจจุบันสำนวนคดีชุดนี้มีความพร้อมเกือบสมบูรณ์ เหลือเพียงการตรวจทานรายละเอียดอีกเล็กน้อย และคาดว่าจะสามารถสรุปสำนวนส่งให้อัยการ เพื่อยื่นฟ้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางได้ภายในเดือนมีนาคมนี้ ซึ่งทางตำรวจก็ยินดีหากศาลฎีกาจะมีการเรียกขอสำนวนชุดนี้ไปประกอบการพิจารณาด้วย

 

นอกจากนี้ เมื่อสื่อมวลชนสอบถามถึงกรณีที่ทนายความของผู้ต้องหาได้ไปแจ้งความดำเนินคดีกับพนักงานสอบสวนเพื่อตอบโต้การทำงาน พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ยืนยันว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายยังมีขวัญและกำลังใจที่ดีเยี่ยม ทุกคนตระหนักดีถึงหน้าที่ในการสอบสวนคดีนี้ และรู้ตั้งแต่แรกแล้วว่าจะต้องมีการฟ้องร้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอน

 

ดังนั้น ไม่ว่าจะปฏิบัติหน้าที่ไปถูกใจหรือไม่ถูกใจใคร ท้ายที่สุดก็อาจถูกฟ้องอยู่ดี ทีมพนักงานสอบสวนจึงยึดมั่นในการทำงานด้วยความระมัดระวัง รัดกุม และดำเนินการทุกขั้นตอนให้เป็นไปตามกรอบของกฎหมายอย่างเคร่งครัด

The post โค้งสุดท้ายคดีสินบนทองคำ 246 บาท ตำรวจลุยแจ้งข้อหาผู้จัดซื้อ เตรียมส่งฟ้อง 5 ผู้ต้องหาศาลทุจริตฯ มี.ค. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
บช.ก. เผยคืบหน้าคดีทำร้ายร่างกาย สอบพยานเพิ่ม 10 ปาก ให้ข้อมูลพฤติกรรมซ้อมทรมาน-ข่มขู่ห้ามย้ายสังกัด ของอดีตรอง ผบ.ตร. https://thestandard.co/police-probe-former-deputy-chief-torture/ Fri, 23 Jan 2026 05:57:30 +0000 https://thestandard.co/?p=1168540 พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. แถลงความคืบหน้าคดีทำร้ายร่างกาย

วันนี้ (23 มกราคม) ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก. […]

The post บช.ก. เผยคืบหน้าคดีทำร้ายร่างกาย สอบพยานเพิ่ม 10 ปาก ให้ข้อมูลพฤติกรรมซ้อมทรมาน-ข่มขู่ห้ามย้ายสังกัด ของอดีตรอง ผบ.ตร. appeared first on THE STANDARD.

]]>
พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. แถลงความคืบหน้าคดีทำร้ายร่างกาย

วันนี้ (23 มกราคม) ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (รอง ผบช.ก.) เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีที่ พ.ต.ท.คริษฐ์ ปริยะเกตุ รอง ผกก.สส.สภ.สำโรงเหนือ และ พ.ต.อ.อาริศ คูประสิทธิ์รัตน์ ผกก.ตม.จว.ฉะเชิงเทรา ซึ่งเป็นอดีตผู้ใต้บังคับบัญชาคนสนิทของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรอง ผบ.ตร. ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ให้ดำเนินคดีในข้อหาทำร้ายร่างกาย โดยเบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้รับเรื่องและรวบรวมพยานหลักฐาน รวมถึงใบรับรองแพทย์เพื่อใช้ประกอบสำนวนคดีแล้ว

 

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวว่า ขณะนี้พนักงานสอบสวน บก.ป. ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบคดี ได้ดำเนินการสอบปากคำพยานที่เกี่ยวข้องไปแล้วจำนวน 4 ปาก โดยทั้งหมดเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจที่อยู่ในเหตุการณ์ และมีแผนที่จะเรียกสอบพยานที่รู้เห็นเหตุการณ์เพิ่มเติมอีกหลายปากเพื่อให้สำนวนมีความรัดกุม นอกจากนี้ พนักงานสอบสวนได้ทำหนังสือเชิญนายแพทย์ผู้ทำการตรวจรักษาและออกใบรับรองแพทย์ให้กับ พ.ต.ท.คริษฐ์ มาให้ปากคำเพื่อยืนยันผลการตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์ ซึ่งคาดว่าจะดำเนินการได้ภายในวันนี้

 

รอง ผบช.ก. เปิดเผยข้อมูลสำคัญเพิ่มเติมว่า นอกเหนือจากผู้เสียหายทั้ง 2 นายแล้ว ล่าสุดได้รับการติดต่อจากกลุ่มอดีตเจ้าหน้าที่ตำรวจและบุคลากรที่เคยปฏิบัติหน้าที่ภายในบ้านพักของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ จำนวนกว่า 10 นาย ซึ่งประกอบด้วย ผู้ติดตาม คนขับรถ คนรับใช้ คนเฝ้าบ้าน และคนทำสวน โดยทั้งหมดประสงค์จะเข้าให้ข้อมูลและข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

 

“กลุ่มคนเหล่านี้ระบุว่า เหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นมานานแล้ว และมีการถูกกระทำในลักษณะซ้อมทรมาน โดยพยานกลุ่มนี้มีทั้งผู้ที่ได้รับรู้เรื่องราวจากการบอกเล่า และผู้ที่เป็นประจักษ์พยานเห็นเหตุการณ์ขณะมีการกระทำความผิด ซึ่งทั้งหมดจะทยอยเดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนในช่วงสัปดาห์หน้า” พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าว

 

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ยังระบุถึงประเด็นการข่มขู่ผู้ใต้บังคับบัญชาว่า ที่ผ่านมามีข้าราชการตำรวจบางนายที่มีความประสงค์จะขอย้ายกลับไปปฏิบัติหน้าที่ยังต้นสังกัดเดิม แต่กลับถูกข่มขู่ว่าจะดำเนินการให้ออกจากราชการหากมีการโยกย้าย ทำให้เจ้าหน้าที่เหล่านั้นจำยอมต้องอยู่ต่อในสภาวะจำกัด ไม่สามารถทำอะไรได้ ซึ่งประเด็นนี้ทราบว่า จเรตำรวจแห่งชาติเคยมีการตรวจสอบมาก่อนหน้านี้แล้ว แต่เรื่องได้ยุติลงด้วยเหตุผลบางประการ ซึ่งตนเชื่อว่าหากมีการสอบสวนรื้อฟื้นเรื่องนี้ขึ้นมาใหม่ด้วยพยานหลักฐานและเหตุผลที่ชัดเจน ก็จะสามารถคืนความเป็นธรรมให้กับผู้ถูกกระทำได้

 

ในช่วงท้าย พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ได้ฝากข้อความถึง พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ในฐานะพี่น้องข้าราชการตำรวจว่า ขอให้กำลังใจในการต่อสู้คดี โดยอยากให้นำพยานหลักฐานมาหักล้างข้อกล่าวหาตามกระบวนการยุติธรรม และหากบริสุทธิ์ก็อยากให้กลับมารับราชการตามเดิม แต่ทุกอย่างต้องว่ากันไปตามพยานหลักฐานที่ปรากฏ พร้อมกันนี้ ยังได้ฝากความห่วงใยไปถึงทนายความที่เข้ามาดูแลคดีนี้ว่า ขอให้ทำหน้าที่ให้เต็มที่ แต่หากทำแล้วรู้สึกไม่สบายใจหรือมีความเสี่ยง ก็ขอให้ระมัดระวังตัวและเว้นระยะห่างเพื่อความปลอดภัย

The post บช.ก. เผยคืบหน้าคดีทำร้ายร่างกาย สอบพยานเพิ่ม 10 ปาก ให้ข้อมูลพฤติกรรมซ้อมทรมาน-ข่มขู่ห้ามย้ายสังกัด ของอดีตรอง ผบ.ตร. appeared first on THE STANDARD.

]]>
พล.ต.ต.จรูญเกียรติ เล็งแยกสำนวนคดีสินบนทองคำโยงพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ส่งสภาฯ-ศาลอาญา ยันไม่กังวลถูกฟ้อง ม.157 มั่นใจทำถูกขั้นตอน https://thestandard.co/jaroonkiat-surachate-gold-bribery-case/ Thu, 22 Jan 2026 11:41:51 +0000 https://thestandard.co/?p=1168279 พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน

วันนี้ (22 มกราคม) พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญ […]

The post พล.ต.ต.จรูญเกียรติ เล็งแยกสำนวนคดีสินบนทองคำโยงพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ส่งสภาฯ-ศาลอาญา ยันไม่กังวลถูกฟ้อง ม.157 มั่นใจทำถูกขั้นตอน appeared first on THE STANDARD.

]]>
พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน

วันนี้ (22 มกราคม) พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (รอง ผบช.ก.) เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ส่งสำนวนคดีสินบนทองคำของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กลับมาให้ตำรวจ โดยระบุว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างรอหนังสือและร่างสำนวนที่แท้จริงจาก ป.ป.ช. เมื่อได้รับแล้วจะมีการประชุมคณะกรรมการสอบสวนเพื่อพิจารณาแนวทางดำเนินการต่อไป

 

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ชี้แจงถึงความเป็นไปได้ในการจัดการสำนวนคดีว่า เบื้องต้นได้มีการหารือกันแล้วว่าสามารถแยกสำนวน ได้ เนื่องจากเป็นคดีที่ ป.ป.ช. ส่งมาให้ตำรวจดำเนินการ ซึ่งทางตำรวจมีหน้าที่ต้องรายงานผลการดำเนินงานกลับไปให้ ป.ป.ช. ทราบ โดยมีแนวทาง

 

1. สำนวนส่วนที่เกี่ยวข้องกับกรรมการ ป.ป.ช.: จะดำเนินการยื่นเรื่องไปยังรัฐสภา เพื่อให้เป็นไปตามกระบวนการตรวจสอบ

 

2. สำนวนส่วนของเจ้าหน้าที่รัฐและบุคคลที่เกี่ยวข้อง: จะดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายอาญาปกติและส่งฟ้องต่อศาลอาญา

 

ทั้งนี้ หากในระหว่างการดำเนินการ ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีความประสงค์จะพิจารณาสำนวนคดีอาญาไปพร้อมกัน ทางตำรวจก็พร้อมที่จะส่งสำนวนส่วนดังกล่าวตามไปภายหลัง

 

เมื่อถามถึงกรณีที่ทีมทนายความของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ มองว่าควรส่งรวมเป็นสำนวนเดียวนั้น พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวว่า เป็นเรื่องของเขา เราไม่จำเป็นต้องทำตามเขาทุกเรื่อง โดยยืนยันว่าตำรวจมีหน้าที่สอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานให้ครบถ้วนสมบูรณ์ที่สุด ไม่มีความหนักใจในการทำงานแต่อย่างใด

 

ส่วนกรณีที่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ส่งทนายความไปยื่นฟ้องดำเนินคดีตามมาตรา 157 ต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ยืนยันว่า ไม่กังวล เพราะมองว่าเป็นสิทธิของผู้ถูกกล่าวหาที่จะกระทำได้ แต่ตนมั่นใจว่าสิ่งที่คณะทำงานทำนั้นถูกต้อง ชอบด้วยกฎหมาย และ ไม่ได้ติดกระดุมผิดเม็ดอย่างแน่นอน นอกจากนี้ ยังตั้งข้อสังเกตว่าฝ่ายทนายความพยายามต่อสู้ในข้อกฎหมาย แต่ไม่ได้ต่อสู้ในประเด็นข้อเท็จจริง

 

สำหรับกรณีที่ทนายความนำคำสั่งของ พล.ต.อ.สันต์ ศรุตานนท์ อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เกี่ยวกับแนวทางการดำเนินคดีอาญากับกรรมการ ป.ป.ช. เมื่อปี พ.ศ. 2545 มาอ้างเป็นหลักฐานนั้น รอง ผบช.ก. ระบุว่า เรื่องดังกล่าวมีพยานหลักฐานชัดเจน และคดีนี้ถือเป็นเรื่องใหม่ ซึ่งเป็นคนละเรื่องและคนละบริบทกับเอกสารที่ทนายความนำมาอ้างอิง

The post พล.ต.ต.จรูญเกียรติ เล็งแยกสำนวนคดีสินบนทองคำโยงพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ส่งสภาฯ-ศาลอาญา ยันไม่กังวลถูกฟ้อง ม.157 มั่นใจทำถูกขั้นตอน appeared first on THE STANDARD.

]]>
พล.ต.อ.เอก มองปม พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ฟ้องกลับชุดสอบสวน ชี้ตำรวจทำตามหน้าที่ แต่คดีพัวพัน กรรมการป.ป.ช. ต้องส่งไต่สวนอิสระ https://thestandard.co/surachate-sues-pcc-probe-reaction/ Thu, 22 Jan 2026 09:26:18 +0000 https://thestandard.co/?p=1168220 พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ กรรมการ ก.ตร. ให้ความเห็นคดี พล.ต.อ.สุรเชษฐ์

จากกรณีที่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรองผู้บัญชาการตำร […]

The post พล.ต.อ.เอก มองปม พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ฟ้องกลับชุดสอบสวน ชี้ตำรวจทำตามหน้าที่ แต่คดีพัวพัน กรรมการป.ป.ช. ต้องส่งไต่สวนอิสระ appeared first on THE STANDARD.

]]>
พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ กรรมการ ก.ตร. ให้ความเห็นคดี พล.ต.อ.สุรเชษฐ์

จากกรณีที่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (อดีตรอง ผบ.ตร.) มอบหมายให้ทนายความ ยื่นฟ้อง พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.ประสงค์ เฉลิมพันธ์ ผบก.ปปป. และคณะพนักงานสอบสวนคดีสินบนทองคำ ต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบฯ นั้น

 

วันนี้ (22 มกราคม) พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ กรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ผู้ทรงคุณวุฒิ ได้แสดงความคิดเห็นต่อกรณีดังกล่าว โดยระบุถึงขั้นตอนการทำงานของตำรวจว่า การรับแจ้งความและการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อส่งให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) พิจารณานั้น เป็นไปตามกระบวนการและอำนาจหน้าที่ตามปกติ แต่เนื่องจากคดีนี้มีการกล่าวหาพาดพิงไปถึงกรรมการ ป.ป.ช. ทาง ป.ป.ช. จึงส่งสำนวนกลับมาให้ตำรวจ เพื่อให้ดำเนินการส่งเรื่องต่อไปยังประธานศาลฎีกา สำหรับตั้งคณะผู้ไต่สวนอิสระขึ้นมาพิจารณา

 

ส่วนที่ทีมทนายความ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ที่หยิบยกคำสั่งของ พล.ต.อ.สันต์ ศรุตานนท์ อดีต ผบ.ตร. เมื่อปี 2545 มาเป็นหลักฐาน โดยระบุว่าพนักงานสอบสวนไม่มีอำนาจสอบสวนคดีที่กล่าวหากรรมการ ป.ป.ช. แต่ต้องยื่นเรื่องต่อรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญนั้น พล.ต.อ.เอก มองว่า การที่ทนายความเห็นต่างและมองว่ากระบวนการไม่ถูกต้องถือเป็นสิทธิที่สามารถกระทำได้ เพราะเรื่องนี้ไม่เคยมีแนวทางปฏิบัติหรือกรณีศึกษามาก่อน

 

“โดยพื้นฐานพนักงานสอบสวนได้ดำเนินการไปตามหน้าที่ หากจะสรุปในทันทีว่าสิ่งที่ตำรวจทำมาตั้งแต่ต้นนั้นไม่ถูกต้อง อาจเป็นประเด็นที่ต้องรอการพิสูจน์ จะด่วนสรุปว่าฝ่ายใดถูกหรือผิดคงไม่ได้ ต้องรอจนกว่าผู้มีอำนาจวินิจฉัยชี้ขาด เพื่อใช้เป็นบรรทัดฐานต่อไป” พล.ต.อ.เอก กล่าว

 

เมื่อถามถึงแนวทางการดำเนินคดีหลังจากที่ ป.ป.ช. ส่งสำนวนกลับมา ว่าตำรวจสามารถแยกสอบสวนกลุ่มบุคคลที่ไม่ใช่กรรมการ ป.ป.ช. ได้หรือไม่ พล.ต.อ.เอก ให้ความเห็นว่า ที่ผ่านมาไม่เคยมีกรณีแยกการสอบสวน ในเมื่อสำนวนถูกส่งกลับมาในลักษณะนี้ เข้าใจว่าอาจจะต้องรวมเป็นคดีเดียวกัน และส่งเรื่องทั้งหมดไปยังคณะกรรมการไต่สวนอิสระของประธานศาลฎีกา เพื่อไต่สวนผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมดในคราวเดียว เนื่องจากตำรวจน่าจะหมดอำนาจในการสอบสวนแล้ว

 

ทั้งนี้ พล.ต.อ.เอก ทิ้งท้ายว่า การยื่นฟ้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตฯ ถือเป็นสิทธิของฝ่ายผู้ร้อง ซึ่งต้องขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศาลว่าจะรับฟ้องหรือไม่ เรื่องนี้ถือเป็นกรณีที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน จึงต้องรอให้ศาลเป็นผู้วินิจฉัยชี้ขาดให้เป็นที่ยุติ

The post พล.ต.อ.เอก มองปม พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ฟ้องกลับชุดสอบสวน ชี้ตำรวจทำตามหน้าที่ แต่คดีพัวพัน กรรมการป.ป.ช. ต้องส่งไต่สวนอิสระ appeared first on THE STANDARD.

]]>
พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ยื่นฟ้อง พล.ต.ต.จรูญเกียรติ-คณะพนักงานสอบสวน ม.157 ปมสอบสวนมิชอบคดีสินบนทอง https://thestandard.co/surachate-sues-charoonkiat-bribery/ Thu, 22 Jan 2026 05:28:44 +0000 https://thestandard.co/?p=1168082 ทนายความพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ยื่นฟ้องคดีที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ

วันนี้ (22 มกราคม) ที่ ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบก […]

The post พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ยื่นฟ้อง พล.ต.ต.จรูญเกียรติ-คณะพนักงานสอบสวน ม.157 ปมสอบสวนมิชอบคดีสินบนทอง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทนายความพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ยื่นฟ้องคดีที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ

วันนี้ (22 มกราคม) ที่ ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง สัญญาภัชระ สามารถ ทนายความผู้รับมอบอำนาจจาก พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เดินทางมายื่นฟ้อง พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง , พล.ต.ต. ประสงค์ เฉลิมพันธ์ ผู้บังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ผบก.ปปป.) และคณะพนักงานสอบสวน ฐานความผิดมาตรา 157 ที่ว่าด้วยความผิดของเจ้าพนักงานที่ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหาย หรือโดยทุจริต

 

สืบเนื่องจากกรณีที่วานนี้ (21 มกราคม) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติคืนสำนวนการสอบสวนกรณีกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ส่งคำกล่าวโทษให้ดำเนินคดีกับ พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ ในกรณีการให้ทรัพย์สินแก่เจ้าพนักงานของรัฐ(กรรมการ ป.ป.ช.) เพื่อช่วยเหลือในทางคดี ให้พนักงานสอบสวนเพื่อส่งให้ดำเนินการตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 61 วรรคสอง และดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายที่ถูกต้องต่อไป

 

สัญญาภัชระ กล่าวว่า คณะพนักงานสอบสวนถือว่าไม่มีอำนาจในการดำเนินคดีดังกล่างด้วยตัวเอง รวมทั้งป.ป.ช. ด้วย ฉะนั้นการกระทำของพนักงานสอบสวนจึงถือว่าเกินขอบเขต เป็นการกระทำที่ผิดหลักของกฎหมาย ก่อให้เกิดความเสียหายกับทาง พล.ต.อ.สุรเชษฐ์

 

ซึ่งกรณีการกล่าวหาเจ้าหน้าที่รัฐและบุคคลอื่น แม้จะเป็นบุคคลที่ไม่ได้ดำรงตำแหน่งกรรมการ ป.ป.ช. แต่ข้อกล่าวหานั้นระบุถึงพฤติการณ์ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง สนับสนุน หรือให้ทรัพย์สินแก่กรรมการ ป.ป.ช. เพื่อจูงใจให้กระทำการอันมิชอบด้วยหน้าที่ ซึ่งถือเป็นความผิดที่เกี่ยวข้องกันและต้องดำเนินการในคราวเดียวกัน

 

ฉะนั้นเมื่อพิจารณาแล้วกรณีการกล่าวหากรรมการ ป.ป.ช.ตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 มาตรา 236 ประกอบ พ.ร.ป. ป.ป.ช. พ.ศ. 2561 มาตรา 45 วรรคหนึ่ง กฎหมายบัญญัติกระบวนการตรวจสอบกรรมการ ป.ป.ช. ไว้เป็นการเฉพาะ ระบุว่า หากมีการกล่าวหากรรมการ ป.ป.ช. ว่าทุจริตต่อหน้าที่ หรือฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง ผู้มีสิทธิกล่าวหาคือ สส., ส.ว. หรือประชาชน 20,000 คน โดยต้องยื่นเรื่องต่อประธานรัฐสภา หากประธานรัฐสภาเห็นว่ามีเหตุอันควรสงสัย จะส่งเรื่องไปยังประธานศาลฎีกา เพื่อตั้งคณะผู้ไต่สวนอิสระ ตามกฎหมายวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

 

ด้วยเหตุผลทางกฎหมายดังกล่าว ตามมาตรา 28 (2) ประกอบมาตรา 30 และมาตรา 45 แห่ง พ.ร.ป. ป.ป.ช. พ.ศ. 2561 ซึ่งระบุว่าคดีที่มีลักษณะการกระทำความผิดที่เกี่ยวข้องกันจะต้องดำเนินการในคราวเดียวกัน และอำนาจในการไต่สวนกรณีนี้ต้องผ่านประธานรัฐสภาเพื่อตั้งคณะผู้ไต่สวนอิสระ

 

เรื่องนี้ตนเคยกล่าวไว้แต่แรกว่าต้องไปเริ่มที่รัฐสภาเท่านั้น ส่วนการออกมาฟ้องพนักงานสอบสวนและผู้บังคับบัญชาที่เกี่ยวข้องยืนยันว่าไม่ได้ทำเพื่อประวิงเวลา และอยากฝากถึงตำรวจให้ศึกษาโครงสร้างของอำนาจดีๆ ต้องทำให้ถูกต้อง ท่านเป็นผู้บังคับใช้กฎหมายแต่ท่านก็ทำผิดกฎหมาย สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นชัดเจนว่าท่านพยายามเพิ่มกรอบอำนาจตัวเอง โดยพุ่งเป้าไปที่อดีตรองผบ. ตร.หรือไม่

 

ตนตั้งข้อสังเกตว่าที่ผ่านมายิ่งเฉพาะกับลูกความของตน(พล.ต.อ.สุรเชษฐ์)ท่านขยันเหลือเกิน ขยันมาก ท่านพยายามตีความว่ามีอำนาจ แต่บางคดีความท่านกลับไม่เห็นมีความเร่งรีบ ฉะนั้นตามขั้นตอนของกฎหมายมีคนผิดก็ต้องผิด คนถูกก็ต้องถูก แต่ทุกอย่างอยู่ในกรอบของอำนาจทุกอย่างมีขั้นตอนวิธีการ ถ้าท่านไม่เคารพกรอบอำนาจชาวบ้านจะหวังพึ่งอย่างไร ท่านที่เป็นตำรวจนั่งสอบสวนไม่รู้กฎหมายก็คงจะเป็นเรื่องที่ไม่ดี

 

ส่วนแนวทางที่ออกมาของปปช. วานนี้ ตนไม่ได้มองว่าเป็นการชนะในยกแรกแต่มองว่าตนทราบแนวทางการดำเนินคดีทางระบบยุติธรรมมากกว่าด้วยซ้ำ เหตุใดเจ้าหน้าที่จึงพยายามจะจัดการทุกอย่างเอง ย้อนกลับไปในวันที่พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ เดินทางไปรายงานตัว วันนั้นตนจำได้ว่า พล.ต.ต.จรูญเกียรติ พยายามแจ้งข้อกล่าวหา พิมพ์ลายนิ้วมือพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ทันที ทั้งที่ตนเองและอดีตรองผบ. ตร. ทักท้วงว่าตำรวจมีอำนาจหรือไม่

 

อย่างไรก็ตามที่อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติระบุก่อนหน้านี้ว่าจะมีการดำเนินการฟ้องกลับทุกเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องอาจหมายรวมถึงผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติในฐานะผู้ที่ออกคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่เกี่ยวข้องกับคดีของตนเองด้วย

 

เมื่อถามถึงกรณที่ พ.ต.ท.คริษฐ์ ปริยะเกตุ นายตำรวจคนสนิทและอดีตผู้ใต้บังคับบัญชาของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ แจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีกับ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ในข้อหา ทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ยอมรับว่าตนเองเริ่มรู้จักอดีตรอง ผบ.ตร. ได้ไม่ถึง 1 เดือนก็เริ่มทำงานให้ ขณะนั้นทำให้ได้เจอกับพ.ต.ท.คริษฐ์ ตลอดเวลาที่ผ่านมา พ.ต.ท.คริษฐ์ เป็นผู้ประสานส่งข้อมูลต่างๆให้ระหว่างตนเองกับ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ส่วนเรื่องของคดียืนยันว่า พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ มีหลักฐานว่าไม่ได้ทำร้ายพ.ต.ท.คริษฐ์ ตามที่ร้องทุกข์กล่าวโทษแน่นอน

 

โดยในช่วงท้ายของการแถลงข่าวทนายความได้เปิด ประวัติการสนทนากับพ.ต.ท.คริษฐ์ ว่ามีการเป็นคนกลางส่งมอบข้อมูลหลักฐานทางคดี หลายๆอย่าง ได้ส่งข้อความคุยครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2568 แต่จากนั้นก็ได้พบกันอีก

The post พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ยื่นฟ้อง พล.ต.ต.จรูญเกียรติ-คณะพนักงานสอบสวน ม.157 ปมสอบสวนมิชอบคดีสินบนทอง appeared first on THE STANDARD.

]]>
พล.ต.ต.จรูญเกียรติ มั่นใจหลักฐานมัดตัวการใหญ่คดีสินบนทองคำ เผยปม พ.ต.อ.ภาคภูมิ ยอมเป็นพยานเพราะห่วงศักดิ์ศรีบิดา https://thestandard.co/witness-father-dignity-gold-bribe/ Tue, 06 Jan 2026 06:34:08 +0000 https://thestandard.co/?p=1161872 พล.ต.ต.จรูญเกียรติ มั่นใจหลักฐานมัดตัวการใหญ่คดีสินบนทองคำ เผยปม พ.ต.อ.ภาคภูมิ ยอมเป็นพยานเพราะห่วงศักดิ์ศรีบิดา

วันนี้ (6 มกราคม) พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญช […]

The post พล.ต.ต.จรูญเกียรติ มั่นใจหลักฐานมัดตัวการใหญ่คดีสินบนทองคำ เผยปม พ.ต.อ.ภาคภูมิ ยอมเป็นพยานเพราะห่วงศักดิ์ศรีบิดา appeared first on THE STANDARD.

]]>
พล.ต.ต.จรูญเกียรติ มั่นใจหลักฐานมัดตัวการใหญ่คดีสินบนทองคำ เผยปม พ.ต.อ.ภาคภูมิ ยอมเป็นพยานเพราะห่วงศักดิ์ศรีบิดา

วันนี้ (6 มกราคม) พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (รอง ผบช.ก.) เปิดเผยความคืบหน้ากรณีการดำเนินคดีที่กล่าวหาว่า พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (อดีต รอง ผบ.ตร.) กับพวกที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ให้สินบนทองคำกับหนึ่งในกรรมการ ป.ป.ช.

 

โดยยืนยันว่าการดำเนินการทั้งหมดไม่ได้มีเจตนาเพื่อกลั่นแกล้งหรือน็อคใครเพื่อประโยชน์ส่วนตน แต่เป็นการทำเพื่อเรียกร้องความถูกต้องและความเป็นธรรมให้กับสำนักงานตำรวจแห่งชาติและประชาชน โดยมุ่งเน้นที่พยานหลักฐานและข้อเท็จจริงเป็นหลัก มิใช่การทะเลาะเบาะแว้งด้วยทัศนคติส่วนตัว

 

รอง ผบช.ก. ยอมรับว่าการดำเนินคดีกับนายตำรวจระดับสูงรายนี้มีความซับซ้อน เปรียบเสมือนการจับผี เนื่องจากผู้ถูกกล่าวหามีความเชี่ยวชาญในการหลบเลี่ยงและสร้างพฤติกรรมที่ไร้ร่องรอย ดังนั้น หลักฐานที่รวบรวมได้จะต้องมีความชัดเจนที่สุด

 

ล่าสุด เจ้าหน้าที่ได้พยานหลักฐานเพิ่มเติมที่เป็นประโยชน์ต่อรูปคดีอย่างมาก รวมถึงการทำแผนประกอบคำให้การและจำลองเหตุการณ์ ณ จุดเกิดเหตุ โดยใช้รถยนต์รุ่นเดียวกัน พบข้อเท็จจริงว่า ภายในรถมีบุคคลโดยสารมาด้วยกัน 4 คน หนึ่งในนั้นคือกรรมการ ป.ป.ช. ซึ่งจากการจำลองเหตุการณ์ พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิศมัย (ผู้กล่าวหา) ได้ให้ข้อมูลที่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง ทั้งระยะการมองเห็นและรายละเอียดต่างๆ ประกอบกับมีคลิปวิดีโอหลักฐานยืนยันความถูกต้องของคำให้การ

 

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ เปิดเผยถึงสาเหตุสำคัญที่ทำให้ พ.ต.อ.ภาคภูมิ ตัดสินใจนำหลักฐานทั้งหมดมามอบให้พนักงานสอบสวน ว่าเกิดจากความกดดันทางจิตใจและครอบครัว โดยเฉพาะบิดาของ พ.ต.อ.ภาคภูมิ ซึ่งเป็นอดีตนักเรียนนายร้อยตำรวจรุ่น 25 ที่รักในศักดิ์ศรีขององค์กรตำรวจ ได้พยายามโทรศัพท์ติดต่อไปยังอดีตรอง ผบ.ตร. เพื่อขอความชัดเจน แต่กลับถูกตัดสายทิ้ง เหตุการณ์นี้สร้างความเสียใจให้แก่บิดาจนถึงขั้นเปรยเรื่องการฆ่าตัวตาย เนื่องจากข่าวที่เกิดขึ้นสร้างความเสื่อมเสียแก่วงศ์ตระกูล

 

ด้วยความกตัญญูและแรงกดดันจากการที่ผู้บังคับบัญชาพยายามโยนความผิดให้ลูกน้องตามที่ปรากฏในคลิป ทำให้ พ.ต.อ.ภาคภูมิ รู้สึกสะเทือนใจและต้องการกู้ภาพลักษณ์ของตำรวจคืน จึงตัดสินใจ “เปิดประตูให้กับน้องๆ ที่ถูกจองจำมานาน” โดยนำความจริงและหลักฐานเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ไม่ได้มีเจตนามาแฉ แต่เป็นการพูดความจริงเพื่อความถูกต้อง

 

นอกเหนือจากคดีเว็บพนัน พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ยังเปิดเผยข้อมูลเรื่องการทารุณกรรมผู้ใต้บังคับบัญชา โดยระบุว่านายตำรวจท่านนี้มีอารมณ์รุนแรง มักทำร้ายร่างกายลูกน้องในเรื่องไม่เป็นเรื่อง เช่น การถือเสื้อไปขูดกับรถ ก็จะถูกทำร้ายจนกว่าจะพอใจ โดยเฉพาะตำรวจชั้นประทวน (นายสิบ) จะถูกกระทำรุนแรงกว่า ถึงขั้นล้มลงไปกองกับพื้นแล้วยังถูกเตะซ้ำ ซึ่งขณะนี้ตำรวจมีหลักฐานเป็นใบรับรองแพทย์จำนวนมาก และอยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลจากตำรวจชั้นผู้น้อยที่เคยตกเป็นเหยื่อ

 

สำหรับความคืบหน้าทางคดี ขณะนี้สำนวนอยู่ในความรับผิดชอบของ ป.ป.ช. ซึ่งตำรวจกำลังดำเนินการตามระเบียบกฎหมายอย่างเคร่งครัด ไม่มีการกลั่นแกล้งหรือช่วยเหลือ หากพบความผิดก็จะแจ้งข้อกล่าวหาทันที

 

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ทิ้งท้ายว่า ส่วนตัวเชื่อว่าหากคดีมีความชัดเจนจนถึงที่สุด ผู้ถูกกล่าวหาอาจจะตัดสินใจหลบหนี เพราะเป็นบุคคลที่เอาแน่เอานอนไม่ได้ จากเดิมที่เคยพูดคุยกันดี แต่ปัจจุบันกลับส่งทนายความมาฟ้องร้องดำเนินคดี ม.157 กับตน ยืนยันว่าแม้จะเคยเป็นพี่น้องกัน แต่เมื่อทำผิดก็ต้องรับสภาพตามกฎหมาย

The post พล.ต.ต.จรูญเกียรติ มั่นใจหลักฐานมัดตัวการใหญ่คดีสินบนทองคำ เผยปม พ.ต.อ.ภาคภูมิ ยอมเป็นพยานเพราะห่วงศักดิ์ศรีบิดา appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตำรวจไล่ไทมไลน์ เปิดคลิปภาพ-เสียง ใบเสร็จทอง พฤติกรรมคดีสินบนทองคำโยงอดีตรองผบ.ตร. ยืนยันไม่มีตัดต่อใส่ความ ขอศาลโซเชียลอย่าตัดสิน https://thestandard.co/police-gold-bribery-ex-deputy/ Tue, 06 Jan 2026 05:35:31 +0000 https://thestandard.co/?p=1161829 ตำรวจไล่ไทมไลน์ เปิดคลิปภาพ-เสียง ใบเสร็จทอง พฤติกรรมคดีสินบนทองคำโยง อดีตรองผบ.ตร. ยืนยันไม่มีตัดต่อใส่ความ ขอ ศาลโซเชียลอย่าตัดสิน

วันนี้ (6 มกราคม) ที่ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง พล.ต.ท […]

The post ตำรวจไล่ไทมไลน์ เปิดคลิปภาพ-เสียง ใบเสร็จทอง พฤติกรรมคดีสินบนทองคำโยงอดีตรองผบ.ตร. ยืนยันไม่มีตัดต่อใส่ความ ขอศาลโซเชียลอย่าตัดสิน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตำรวจไล่ไทมไลน์ เปิดคลิปภาพ-เสียง ใบเสร็จทอง พฤติกรรมคดีสินบนทองคำโยง อดีตรองผบ.ตร. ยืนยันไม่มีตัดต่อใส่ความ ขอ ศาลโซเชียลอย่าตัดสิน

วันนี้ (6 มกราคม) ที่ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง และ พล.ต.ต.ประสงค์ เฉลิมพันธ์ ผู้บังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ ร่วมกันแถลงข่าวกรณีมีผู้มาร้องทุกข์กล่าวโทษให้ดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ต้องหารวม 6 ราย ในความผิดฐานร่วมกันให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด (ทองคำแท่ง) แก่เจ้าพนักงานฯ เพื่อจูงใจในการปฏิบัติหน้าที่

 

สำหรับรายชื่อผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 6 ราย ประกอบด้วย 1. พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ 2. เอกวิทย์ กรรมการ ป.ป.ช. 3. สมบัติ อนุกรรมการและผู้ทรงคุณวุฒิ ป.ป.ช. ซึ่งทำหน้าที่เป็นคนกลางประสานงาน 4. นสามารถ หรือเอ็ดเวิร์ด พลเรือนคนสนิทของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ 5. สรพงษ์ พลเรือนผู้ทำหน้าที่ซื้อทอง และ 6. สุรสิทธิ์ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยประจำตัวของเอกวิทย์ ซึ่งเป็นผู้รับทองคำจาก พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิศมัย

 

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2567 พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ได้สั่งการให้ สามารถ ส่งมอบทองคำจำนวน 2 กล่อง น้ำหนักรวม 246 บาททองคำ ให้แก่ พ.ต.อ.ภาคภูมิ (ผู้กล่าวหา) เพื่อให้นำไปมอบต่อให้กับเอกวิทย์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อจูงใจให้เอกวิทย์ ซึ่งรับผิดชอบสำนวนคดีที่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กับพวกตกเป็นผู้ต้องหาในชั้นไต่สวนของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ให้ช่วยเหลือทางคดีด้วยการมีมติไม่ชี้มูลความผิดทั้งทางอาญาและวินัย พร้อมทั้งกำชับให้ พ.ต.อ.ภาคภูมิ บันทึกวิดีโอขณะส่งมอบไว้เป็นหลักฐาน

 

ต่อมาในวันที่ 1 กันยายน 2567 พ.ต.อ.ภาคภูมิ ได้นำทองคำแท่งดังกล่าวไปส่งมอบให้กับเอกวิทย์ ผ่านทางสุรสิทธิ์ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยประจำตัว ที่บริเวณลานจอดรถสมาคมชาวปักษ์ใต้ เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร โดยพยานระบุว่าในวันดังกล่าว เอกวิทย์นั่งอยู่ในรถประจำตำแหน่งที่มารับทองด้วย

 

ภายหลังจากการรับมอบทองคำ ในช่วงเดือนกันยายนถึงพฤศจิกายน 2567 พบว่าเอกวิทย์ได้เรียกผู้ต้องหาในคดีมาชี้แจงข้อเท็จจริงและเร่งรัดกระบวนการสอบสวน จนกระทั่งคณะอนุกรรมการมีมติไม่ชี้มูลความผิด พล.ต.อ.สุรเชษฐ์

 

ทั้งนี้ พนักงานสอบสวนได้รับคำร้องทุกข์ รวบรวมพยานหลักฐาน และได้ส่งสำนวนไปยังสำนักงาน ป.ป.ช. แล้วเมื่อวันที่ 5 มกราคม 2568

 

ในการแถลงข่าว คณะตำรวจได้เปิดเผยหลักฐานสำคัญ ประกอบด้วยคลิปวิดีโอเหตุการณ์ขณะ พ.ต.อ.ภาคภูมิ เตรียมนำทองคำแท่งจากในรถไปส่งมอบให้กับสุรสิทธิ์ที่รถประจำตำแหน่งของเอกวิทย์ จนกระทั่งรถคันดังกล่าวเคลื่อนตัวออกไป รวมถึงมีการเปิดคลิปเสียงสนทนาระหว่าง พ.ต.อ.ภาคภูมิ กับผู้ต้องหารายอื่น ที่มีเนื้อหาพาดพิงถึงการรับสินบนทองคำและการพิจารณาคดีในชั้น ป.ป.ช.

 

พล.ต.ท.ไตรรงค์ กล่าวถึงความคืบหน้าและรายละเอียดของคดีว่า ตำรวจมีพยานหลักฐานชัดเจนในการซื้อทองคำ ซึ่งทองชุดดังกล่าวมีความพิเศษทำให้ผู้ขายจดจำได้ โดยผู้ซื้อทอง (สรพงษ์) ซึ่งอยู่ในกลุ่มผู้เสนอสินบน ไม่ได้รู้จักเป็นการส่วนตัวกับ พ.ต.อ.ภาคภูมิ นอกจากนี้ จากการตรวจค้นจุดต้องสงสัย พบหลักฐานใบเสร็จรับทองกว่า 70 ใบ และพบทองคำน้ำหนัก 120 บาท ในที่ทำงานของผู้ถูกกล่าวหารายหนึ่ง ซึ่งเป็นทองจากร้านเดียวกันกับทองสินบน แต่ยังอยู่ระหว่างตรวจสอบว่าเป็นทองส่วนที่รับคืนมาจากกรรมการ ป.ป.ช. หรือไม่ อย่างไรก็ตาม ยืนยันได้ว่าทองคำหนัก 246 บาท มีการซื้อจริง มีใบรับรอง และถูกส่งมอบให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของกรรมการ ป.ป.ช. โดยใช้รถประจำตำแหน่งมารับจริง

 

ด้านสถานะทางคดีของ พ.ต.อ.ภาคภูมิ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ชี้แจงว่า คดีนี้ตำรวจไม่ได้เริ่มสืบสวนเอง แต่ พ.ต.อ.ภาคภูมิ เป็นผู้นำพยานหลักฐานเข้ามามอบให้และให้การยืนยันว่ากระทำไปตามคำสั่งของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ด้วยความจำเป็นและภาวะจำยอมในฐานะผู้ใต้บังคับบัญชา ซึ่งหากปฏิเสธอาจเกิดผลร้ายต่อตนเอง

 

โดยเมื่อตรวจสอบพยานหลักฐานทั้งพยานบุคคลและพยานทางอิเล็กทรอนิกส์แล้วพบว่าสอดคล้องกัน พนักงานสอบสวนจึงจัดสถานะ พ.ต.อ.ภาคภูมิ เป็นผู้กล่าวโทษและพยาน ไม่ใช่ผู้ต้องหา และเชื่อว่าการดำเนินการนี้ไม่ใช่ความแค้นส่วนตัว ซึ่งทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะให้ความคุ้มครองพยานตามกฎหมายแก่ผู้ให้ข้อมูลทุกคน

 

สำหรับประเด็นการต่อสู้คดีและการฟ้องกลับ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ยืนยันว่าไม่กังวลใจ โดยระบุว่าการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจย่อมมีความเสี่ยงอยู่แล้ว แต่ต้องยึดความถูกต้องตรงไปตรงมา การตัดสินผิดถูกเป็นหน้าที่ของศาลยุติธรรม พร้อมย้ำว่าคดีของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ทั้งเรื่องเว็บพนันเครือข่ายมินนี่, BNKMASTER, การตกแต่งบัญชีทรัพย์สิน และคดีสินบนทองคำ ล้วนผ่านการสืบสวนสอบสวนอย่างรอบคอบ โดยหาก ป.ป.ช. ส่งสำนวนคืนมา ตำรวจก็พร้อมรับกลับมาดำเนินการต่อ

 

เบื้องต้น พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหาแก่ผู้ต้องหาดังนี้

 

1. เอกวิทย์: ผิดฐานเป็นเจ้าพนักงาน เรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินฯ โดยมิชอบเพื่อกระทำการในตำแหน่ง, เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต และความผิดตามกฎหมาย ป.ป.ช.

 

2. สุรสิทธิ์: ผิดฐานสนับสนุนเจ้าพนักงาน เรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินฯ

 

3. พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ และพวกรวม 4 คน: ผิดฐานร่วมกันให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดแก่เจ้าพนักงานฯ เพื่อจูงใจให้กระทำการ ไม่กระทำการ หรือประวิงการกระทำอันมิชอบด้วยหน้าที่

 

ตำรวจไล่ไทมไลน์ เปิดคลิปภาพ-เสียง ใบเสร็จทอง พฤติกรรมคดีสินบนทองคำโยงอดีตรองผบ.ตร. ยืนยันไม่มีตัดต่อใส่ความ ขอศาลโซเชียลอย่าตัดสิน ตำรวจไล่ไทมไลน์ เปิดคลิปภาพ-เสียง ใบเสร็จทอง พฤติกรรมคดีสินบนทองคำโยงอดีตรองผบ.ตร. ยืนยันไม่มีตัดต่อใส่ความ ขอศาลโซเชียลอย่าตัดสิน ตำรวจไล่ไทมไลน์ เปิดคลิปภาพ-เสียง ใบเสร็จทอง พฤติกรรมคดีสินบนทองคำโยงอดีตรองผบ.ตร. ยืนยันไม่มีตัดต่อใส่ความ ขอศาลโซเชียลอย่าตัดสิน ตำรวจไล่ไทมไลน์ เปิดคลิปภาพ-เสียง ใบเสร็จทอง พฤติกรรมคดีสินบนทองคำโยงอดีตรองผบ.ตร. ยืนยันไม่มีตัดต่อใส่ความ ขอศาลโซเชียลอย่าตัดสิน ตำรวจไล่ไทมไลน์ เปิดคลิปภาพ-เสียง ใบเสร็จทอง พฤติกรรมคดีสินบนทองคำโยงอดีตรองผบ.ตร. ยืนยันไม่มีตัดต่อใส่ความ ขอศาลโซเชียลอย่าตัดสิน ตำรวจไล่ไทมไลน์ เปิดคลิปภาพ-เสียง ใบเสร็จทอง พฤติกรรมคดีสินบนทองคำโยงอดีตรองผบ.ตร. ยืนยันไม่มีตัดต่อใส่ความ ขอศาลโซเชียลอย่าตัดสิน ตำรวจไล่ไทมไลน์ เปิดคลิปภาพ-เสียง ใบเสร็จทอง พฤติกรรมคดีสินบนทองคำโยงอดีตรองผบ.ตร. ยืนยันไม่มีตัดต่อใส่ความ ขอศาลโซเชียลอย่าตัดสิน ตำรวจไล่ไทมไลน์ เปิดคลิปภาพ-เสียง ใบเสร็จทอง พฤติกรรมคดีสินบนทองคำโยงอดีตรองผบ.ตร. ยืนยันไม่มีตัดต่อใส่ความ ขอศาลโซเชียลอย่าตัดสิน ตำรวจไล่ไทมไลน์ เปิดคลิปภาพ-เสียง ใบเสร็จทอง พฤติกรรมคดีสินบนทองคำโยงอดีตรองผบ.ตร. ยืนยันไม่มีตัดต่อใส่ความ ขอศาลโซเชียลอย่าตัดสิน

 

The post ตำรวจไล่ไทมไลน์ เปิดคลิปภาพ-เสียง ใบเสร็จทอง พฤติกรรมคดีสินบนทองคำโยงอดีตรองผบ.ตร. ยืนยันไม่มีตัดต่อใส่ความ ขอศาลโซเชียลอย่าตัดสิน appeared first on THE STANDARD.

]]>
พล.ต.ต.จรูญเกียรติ หอบสำนวนหมื่นหน้า ยื่น ป.ป.ช. ฟัน 6 ราย เอี่ยวสินบน-ค้านกรรมการร่วมสอบ ให้กำลังใจ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ สู้คดี https://thestandard.co/pol-maj-gen-jaroonkiat-submitted/ Mon, 05 Jan 2026 07:22:12 +0000 https://thestandard.co/?p=1161510 พล.ต.ต.จรูญเกียรติ หอบสำนวนหมื่นหน้า ยื่น ป.ป.ช. ฟัน 6 ราย เอี่ยวสินบน-ค้านกรรมการร่วมสอบ ให้กำลังใจ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ สู้คดี

วันนี้ (5 มกราคม) ที่ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบป […]

The post พล.ต.ต.จรูญเกียรติ หอบสำนวนหมื่นหน้า ยื่น ป.ป.ช. ฟัน 6 ราย เอี่ยวสินบน-ค้านกรรมการร่วมสอบ ให้กำลังใจ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ สู้คดี appeared first on THE STANDARD.

]]>
พล.ต.ต.จรูญเกียรติ หอบสำนวนหมื่นหน้า ยื่น ป.ป.ช. ฟัน 6 ราย เอี่ยวสินบน-ค้านกรรมการร่วมสอบ ให้กำลังใจ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ สู้คดี

วันนี้ (5 มกราคม) ที่ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (รอง ผบช.ก.) พร้อมด้วยคณะพนักงานสอบสวน ได้นำสำนวนการสอบสวนและพยานหลักฐานสำคัญ เข้ายื่นต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อดำเนินการกับกลุ่มเจ้าหน้าที่รัฐและบุคคลที่เกี่ยวข้อง ภายหลังจากการสืบสวนพบพฤติการณ์การให้สินบนเพื่อแลกเปลี่ยนกับการช่วยเหลือทางคดี

 

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ได้เปิดเผยก่อนเข้ายื่นหนังสือว่า การดำเนินการในวันนี้ประกอบด้วยการส่งมอบสำนวนคดี และการยื่นเรื่องเพื่อคัดค้านกรรมการ ป.ป.ช. จำนวน 1 ท่าน โดยขอให้ระงับการเข้าร่วมพิจารณาหรือสอบสวนในคดีนี้ เนื่องจากมีข้อเท็จจริงปรากฏว่ากรรมการท่านดังกล่าวอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น นอกจากนี้ ยังเตรียมดำเนินการยื่นหนังสือรายงานไปยังประธานวุฒิสภา (สว.) เพื่อให้รับทราบถึงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับความเชื่อมโยงของกรรมการ ป.ป.ช. รายดังกล่าวด้วย

 

สำหรับความคืบหน้าของคดี พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ยืนยันว่าขณะนี้การสอบสวนดำเนินการเสร็จสิ้นไปแล้วกว่าร้อยละ 90 และมั่นใจในน้ำหนักของพยานหลักฐานที่รวบรวมมาตั้งแต่ต้นว่าเพียงพอที่จะดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดได้ โดยปัจจุบันได้มีการแจ้งข้อกล่าวหาแก่บุคคลที่เกี่ยวข้องรวมทั้งสิ้น 6 ราย ซึ่งมีทั้งผู้ที่เข้ารับทราบข้อกล่าวหาเรียบร้อยแล้วและผู้ที่อยู่ระหว่างการดำเนินการ

 

ต่อมาในเวลา 13.00 น. พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ได้ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมถึงรายละเอียดของสำนวนคดีว่า พยานหลักฐานที่นำมายื่นในวันนี้มีจำนวนมาก บรรจุในกล่อง 7 ใบ รวม 38 แฟ้ม เอกสารประมาณ 10,000 หน้า พร้อมด้วยคลิปวิดีโอหลักฐานอีกจำนวนหนึ่ง โดยระบุรายละเอียดของผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 6 รายว่า ประกอบด้วย ข้าราชการปัจจุบัน 2 ราย (ซึ่งหนึ่งในนั้นดำรงตำแหน่งกรรมการ ป.ป.ช.) อดีตข้าราชการ 2 ราย และพลเรือนอีก 2 ราย ส่วนความคืบหน้าของคดีอีกร้อยละ 10 ที่เหลือ อยู่ระหว่างการพิจารณาของพนักงานสอบสวนว่าจำเป็นต้องสอบปากคำพยานหรือผู้ให้การเพิ่มเติมหรือไม่

 

เมื่อถามถึงความกังวลหากมีการตอบโต้จากฝ่ายผู้ถูกกล่าวหา อาทิ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (อดีต รอง ผบ.ตร.) พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ยืนยันว่าไม่ได้มีการเตรียมการรับมือเป็นพิเศษ เนื่องจากเป็นการดำเนินการตามข้อเท็จจริง ไม่มีการกลั่นแกล้ง ส่วนตัวไม่ได้มีความโกรธเคืองกันและขอให้กำลังใจทุกฝ่ายในการต่อสู้คดี

 

พร้อมกันนี้ ได้ชี้แจงถึงกรณีข้อมูลที่ได้รับจาก พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิศมัย อดีตนายตำรวจคนสนิทของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ว่าไม่ใช่การออกมาแฉ แต่เป็นการเปิดเผยความจริงถึงช่วงเวลาที่ต้องทำงานร่วมกับผู้บังคับบัญชาที่ขาดคุณธรรม ถูกเอารัดเอาเปรียบและโยนความผิด ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะนำไปสู่การสะสางคดีอื่นๆ ต่อไป

 

สำหรับขั้นตอนการดำเนินการหลังจากนี้ ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ว่าจะดำเนินการไต่สวนเองหรือส่งสำนวนกลับมาให้ตำรวจ หากมีการส่งเรื่องกลับมา ยอมรับว่ากระบวนการของตำรวจในระบบกล่าวหานั้นจะใช้เวลาน้อยกว่าระบบไต่สวนของ ป.ป.ช. โดยคาดว่าจะใช้เวลาไม่กี่เดือนในการสรุปสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้องได้ ทั้งนี้ คาดว่าจะมีความชัดเจนเรื่องแนวทางการทำสำนวนภายในสัปดาห์นี้ พร้อมย้ำว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือเป็นเรื่องการกระทำผิดของปัจเจกบุคคล ไม่ได้สะท้อนภาพรวมความเลวร้ายของทั้งองค์กร

 

ในช่วงท้าย พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ยังได้กล่าวถึงกรณีคดีของ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล อดีต ผบ.ตร. และพวก ที่ถูกกล่าวหาเรื่องความเชื่อมโยงกับเว็บพนันว่า ขณะนี้อยู่ในความรับผิดชอบของ 2 องค์กรอิสระ คือ ป.ป.ช. และคณะกรรมการพิจารณาเรื่องร้องเรียนตำรวจ (ก.ร.ตร.) ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติไม่สามารถเข้าไปแทรกแซงได้

 

ขอยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ไม่มีความลำเอียงหรือเลือกปฏิบัติระหว่าง พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ และ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ เหตุผลที่คดีของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ มีความคืบหน้าเร็วกว่า เป็นเพราะกระบวนการสอบสวนได้เริ่มต้นมาตั้งแต่สมัย พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ เป็น ผบ.ตร. และมีการตรวจพบเส้นทางการเงินที่เชื่อมโยงชัดเจน จึงขอให้สังคมเข้าใจข้อเท็จจริงตามระเบียบกฎหมาย ไม่ให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนจากกระแสในโซเชียลมีเดีย

 

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ หอบสำนวนหมื่นหน้า ยื่น ป.ป.ช. ฟัน 6 ราย เอี่ยวสินบน-ค้านกรรมการร่วมสอบ ให้กำลังใจ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ สู้คดี 1พล.ต.ต.จรูญเกียรติ หอบสำนวนหมื่นหน้า ยื่น ป.ป.ช. ฟัน 6 ราย เอี่ยวสินบน-ค้านกรรมการร่วมสอบ ให้กำลังใจ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ สู้คดี 2พล.ต.ต.จรูญเกียรติ หอบสำนวนหมื่นหน้า ยื่น ป.ป.ช. ฟัน 6 ราย เอี่ยวสินบน-ค้านกรรมการร่วมสอบ ให้กำลังใจ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ สู้คดี 3พล.ต.ต.จรูญเกียรติ หอบสำนวนหมื่นหน้า ยื่น ป.ป.ช. ฟัน 6 ราย เอี่ยวสินบน-ค้านกรรมการร่วมสอบ ให้กำลังใจ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ สู้คดี 4

The post พล.ต.ต.จรูญเกียรติ หอบสำนวนหมื่นหน้า ยื่น ป.ป.ช. ฟัน 6 ราย เอี่ยวสินบน-ค้านกรรมการร่วมสอบ ให้กำลังใจ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ สู้คดี appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตำรวจยันหลักฐานแน่น คดีสินบนทอง ป.ป.ช. โยงอดีตรอง ผบ.ตร. เผยพยานที่ให้ข้อมูลเก็บกด เคยถูกปืนจ่อหัว-ทำร้ายร่างกาย https://thestandard.co/police-confirm-strong-evidence-gold/ Wed, 31 Dec 2025 06:17:11 +0000 https://thestandard.co/?p=1160421 ตำรวจยันหลักฐานแน่น คดีสินบนทอง ป.ป.ช. โยงอดีตรอง ผบ.ตร. เผยพยานที่ให้ข้อมูลเก็บกด เคยถูกปืนจ่อหัว-ทำร้ายร่างกาย

วันนี้ (31 ธันวาคม) ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ต.จร […]

The post ตำรวจยันหลักฐานแน่น คดีสินบนทอง ป.ป.ช. โยงอดีตรอง ผบ.ตร. เผยพยานที่ให้ข้อมูลเก็บกด เคยถูกปืนจ่อหัว-ทำร้ายร่างกาย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตำรวจยันหลักฐานแน่น คดีสินบนทอง ป.ป.ช. โยงอดีตรอง ผบ.ตร. เผยพยานที่ให้ข้อมูลเก็บกด เคยถูกปืนจ่อหัว-ทำร้ายร่างกาย

วันนี้ (31 ธันวาคม) ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (รอง ผบช.ก.) พร้อมด้วย พล.ต.ต.ประสงค์ เฉลิมพันธุ์ ผู้บังคับการปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ผบก.ปปป.) แถลงข่าวชี้แจงความคืบหน้ากรณีการสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริง กรณีเจ้าหน้าที่รัฐถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการรับผลประโยชน์และติดสินบนคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)

 

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ เปิดเผยว่า จากข้อมูลการสืบสวนปรากฏข้อเท็จจริงที่ระบุว่า พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้สั่งการให้นำทองคำแท่ง น้ำหนักรวม 246 บาท ไปมอบให้แก่กรรมการ ป.ป.ช. รายหนึ่ง ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบสำนวนคดีของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์

 

ในส่วนของพยานหลักฐาน คณะพนักงานสอบสวนได้รวบรวมหลักฐานประกอบด้วย ภาพบันทึกจากกล้องวงจรปิด บันทึกเสียง ภาพถ่าย และพยานเอกสารจากการสอบปากคำบุคคลที่เกี่ยวข้อง ทั้งเจ้าหน้าที่รัฐและผู้ประกอบการ โดยยืนยันว่าพยานหลักฐานมีความเชื่อมโยงสมเหตุสมผลและมีน้ำหนักเพียงพอต่อการดำเนินคดี แม้แผนประทุษกรรมจะพบว่าผู้ถูกกล่าวหามักหลีกเลี่ยงการดำเนินการด้วยตนเอง โดยใช้บุคคลอื่นดำเนินการแทนก็ตาม

 

รอง ผบช.ก. ชี้แจงถึงกรณีที่มาของพยานในคดีว่า ไม่ได้เกิดจากการชี้นำของเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่พยานกลุ่มดังกล่าวตัดสินใจให้ข้อมูลเนื่องจากเคยถูกกระทำในลักษณะข่มขู่และทำร้ายร่างกาย โดยมีข้อมูลระบุถึงพฤติการณ์การใช้อาวุธปืนข่มขู่ ซึ่งพนักงานสอบสวนได้รับหลักฐานเป็นเอกสารทางการแพทย์ยืนยันการบาดเจ็บ เพื่อประกอบสำนวนการสอบสวนแล้ว

 

จากการสืบสวนขยายผล พบข้อมูลความเชื่อมโยงไปยังอาจารย์มหาวิทยาลัยรายหนึ่ง ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านสื่อสังคมออนไลน์และทำหน้าที่ที่ปรึกษาด้านภาพลักษณ์ให้กับ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ โดยเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลดังกล่าวกับกลุ่มผู้ต้องหาในคดีทองคำ รวมถึงการตรวจสอบพฤติการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารเพื่อดิสเครดิตฝ่ายตรงข้าม หากพบพยานหลักฐานการกระทำความผิดที่ชัดเจน จะดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

 

ปัจจุบัน พนักงานสอบสวนได้ออกหมายเรียกผู้ถูกกล่าวหาที่เป็นพลเรือนจำนวน 3 ราย โดยมีผู้เข้ารับทราบข้อกล่าวหาแล้ว 2 ราย ได้แก่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล และ สมบัติ (สงวนนามสกุล)

 

สำหรับผู้ถูกกล่าวหาที่ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ (ป.ป.ช.) จะมีขั้นตอนการดำเนินคดีเฉพาะ โดยเมื่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติรวบรวมพยานหลักฐานเสร็จสิ้น จะส่งสำนวนไปยัง ป.ป.ช. เพื่อพิจารณาส่งเรื่องต่อให้ประธานรัฐสภา และประธานศาลฎีกา เพื่อตั้งคณะกรรมการไต่สวนอิสระตามกฎหมาย

 

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ยืนยันว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติยึดหลักการบังคับใช้กฎหมายด้วยความเสมอภาคและเป็นธรรม ทั้งนี้ จะมีการแถลงข่าวสรุปรายละเอียดสำคัญของคดีอย่างเป็นทางการอีกครั้ง ในช่วงประมาณวันที่ 5 มกราคม 2569 โดยจะมีผู้บังคับบัญชาระดับสูงของสำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นผู้แถลงรายละเอียดด้วยตนเอง

 

ในช่วงท้าย ผู้สื่อข่าวสอบถามถึงข้อเปรียบเทียบมาตรฐานการดำเนินคดีระหว่าง พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กับ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล อดีต ผบ.ตร. พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ยืนยันว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติบังคับใช้กฎหมายอย่างเท่าเทียม ไม่มีการกลั่นแกล้งหรือรังแกใคร ไม่ว่าจะเป็นประชาชนหรือข้าราชการชั้นผู้ใหญ่

 

ตำรวจยันหลักฐานแน่น คดีสินบนทอง ป.ป.ช. โยงอดีตรอง ผบ.ตร. เผยพยานที่ให้ข้อมูลเก็บกด เคยถูกปืนจ่อหัว-ทำร้ายร่างกาย 1ตำรวจยันหลักฐานแน่น คดีสินบนทอง ป.ป.ช. โยงอดีตรอง ผบ.ตร. เผยพยานที่ให้ข้อมูลเก็บกด เคยถูกปืนจ่อหัว-ทำร้ายร่างกาย 2ตำรวจยันหลักฐานแน่น คดีสินบนทอง ป.ป.ช. โยงอดีตรอง ผบ.ตร. เผยพยานที่ให้ข้อมูลเก็บกด เคยถูกปืนจ่อหัว-ทำร้ายร่างกาย 3ตำรวจยันหลักฐานแน่น คดีสินบนทอง ป.ป.ช. โยงอดีตรอง ผบ.ตร. เผยพยานที่ให้ข้อมูลเก็บกด เคยถูกปืนจ่อหัว-ทำร้ายร่างกาย 4ตำรวจยันหลักฐานแน่น คดีสินบนทอง ป.ป.ช. โยงอดีตรอง ผบ.ตร. เผยพยานที่ให้ข้อมูลเก็บกด เคยถูกปืนจ่อหัว-ทำร้ายร่างกาย 5

The post ตำรวจยันหลักฐานแน่น คดีสินบนทอง ป.ป.ช. โยงอดีตรอง ผบ.ตร. เผยพยานที่ให้ข้อมูลเก็บกด เคยถูกปืนจ่อหัว-ทำร้ายร่างกาย appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘ผบ.ตร.’ เข้าชี้แจง กมธ. ตำรวจ ปมเรื่องร้องเรียนโยกย้ายแต่งตั้ง ด้าน ‘พล.ต.ต. จรูญเกียรติ’ ไม่ติดใจ https://thestandard.co/police-chief-briefs-committee-transfers/ Thu, 11 Sep 2025 06:17:50 +0000 https://thestandard.co/?p=1118118 โยกย้ายแต่งตั้ง ตำรวจ

วันนี้ (11 กันยายน) ในการประชุมคณะกรรมาธิการการตำรวจ สภ […]

The post ‘ผบ.ตร.’ เข้าชี้แจง กมธ. ตำรวจ ปมเรื่องร้องเรียนโยกย้ายแต่งตั้ง ด้าน ‘พล.ต.ต. จรูญเกียรติ’ ไม่ติดใจ appeared first on THE STANDARD.

]]>
โยกย้ายแต่งตั้ง ตำรวจ

วันนี้ (11 กันยายน) ในการประชุมคณะกรรมาธิการการตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร ที่มี สุณัฐชา โล่สถาพรพิพิธ สส. ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ เป็นประธานในการประชุม 

 

วาระพิจารณา เรื่องร้องเรียนของ พล.ต.ต. จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ขอความเป็นธรรมสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ให้ทบทวนการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจประจำปี 2568

 

สำหรับการประชุมนัดนี้ พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เข้าร่วมให้ข้อมูลต่อกรรมาธิการ

 

อย่างไรก็ตาม พล.ต.ต.จรูญเกียรติ เปิดเผยกับสื่อมวลชนก่อนการประชุม โดยระบุว่า ต้องการให้ใช้ พ.ร.บ. ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565 ฉบับนี้มาใช้เพื่อเป็นประโยชน์กับเพื่อนข้าราชการ ในการสร้างขวัญและกำลังใจและในการทำงาน แต่สิ่งที่เราได้ร้องไป ก็มีการเปลี่ยนเอาผู้ที่มีความรู้ความสามารถขึ้นมา คือ พล.ต.ต. นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ และ พล.ต.ต. รุ่งโรจน์ ฐากูรปุณยสิริ ซึ่งตรงนี้พอใจ 

 

“ดังนั้น จึงไม่ติดใจเรื่อง การแต่งตั้งแล้ว เพราะเราถือว่าเวลาเราเรียกร้อง เราอยากสร้างบรรทัดฐานให้เกิดขึ้นกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติมากกว่า” พล.ต.ต. จรูญเกียรติกล่าว

 

The post ‘ผบ.ตร.’ เข้าชี้แจง กมธ. ตำรวจ ปมเรื่องร้องเรียนโยกย้ายแต่งตั้ง ด้าน ‘พล.ต.ต. จรูญเกียรติ’ ไม่ติดใจ appeared first on THE STANDARD.

]]>
พล.ต.ต. จรูญเกียรติ เข้าชี้แจง กมธ.ตำรวจ ยอมรับการแต่งตั้งโยกย้ายเป็นธรรมขึ้น ขอบคุณ ก.ตร. ชุดใหญ่ให้โอกาสคนทำงาน https://thestandard.co/charoonkiat-police-transfer-clarification/ Thu, 04 Sep 2025 09:55:18 +0000 https://thestandard.co/?p=1115514 พล.ต.ต. จรูญเกียรติ รอง ผบช.ก. เข้าชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการตำรวจที่อาคารรัฐสภา

ที่ อาคารรัฐสภา พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาก […]

The post พล.ต.ต. จรูญเกียรติ เข้าชี้แจง กมธ.ตำรวจ ยอมรับการแต่งตั้งโยกย้ายเป็นธรรมขึ้น ขอบคุณ ก.ตร. ชุดใหญ่ให้โอกาสคนทำงาน appeared first on THE STANDARD.

]]>
พล.ต.ต. จรูญเกียรติ รอง ผบช.ก. เข้าชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการตำรวจที่อาคารรัฐสภา

ที่ อาคารรัฐสภา พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (รอง ผบช.ก.) เดินทางเข้าชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการตำรวจ ภายหลังจากที่มีการยื่นหนังสือร้องเรียนเกี่ยวกับการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจครั้งล่าสุด

 

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ เปิดเผยว่า วันนี้คณะกรรมาธิการตำรวจได้สอบถามและขอรายละเอียดในประเด็นการแต่งตั้ง ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ได้รับการจับตามองในหลายตำแหน่ง โดยยอมรับว่ามีเจ้าหน้าที่บางรายยังรู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรม แต่ส่วนตัวเห็นว่าการแต่งตั้งครั้งนี้ถือว่าจบแล้ว เนื่องจากคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ชุดใหญ่ได้ให้ความเป็นธรรมแก่ผู้ปฏิบัติงานจริง

 

“เราออกมาเรียกร้องไม่ได้เพื่อตัวเอง แต่เพื่อทุกคนที่มีสิทธิ์ การแต่งตั้งครั้งนี้ถือว่ามีความเป็นธรรมมากขึ้น อย่างเช่น พล.ต.ต.นพศิลป์ และ พล.ต.ต.ทาโรจน์ ที่ได้รับการพิจารณา ก็เป็นคนทำงานจริง ผมพอใจกับผลที่ออกมา เพราะเมื่อ ก.ตร. ชุดใหญ่เข้ามากำกับดูแล ทำให้ผู้มีความสามารถได้รับโอกาส” พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าว

 

พร้อมกันนี้ยังย้ำว่า จะไม่อุทธรณ์ใด ๆ เพิ่มเติม เพราะถือว่ากระบวนการได้สิ้นสุดลงแล้ว และต้องการให้การแต่งตั้งครั้งต่อ ๆ ไปยึดหลักคุณธรรม ความรู้ ความสามารถ ตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565 เพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้แก่ข้าราชการตำรวจ

 

อีกทั้ง ปีที่แล้ว2567 คนที่ได้รับการแต่งตั้งส่วนใหญ่เป็นผู้ใหญ่ใกล้ชิด แต่ปีนี้ ก.ตร. ชุดใหญ่ได้ให้ความเป็นธรรมมากขึ้น จึงต้องขอบคุณที่เปิดโอกาสให้คนทำงานได้รับตำแหน่ง

 

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ยังเปิดเผยถึงความคืบหน้าการสอบสวนกรณีอดีตพระอลงกต ว่า ขณะนี้มีผู้ร้องเรียน ประกอบด้วย นักร้อง 4 ราย กลุ่มตลก และนักธุรกิจอีก 1 คน ซึ่งจะทยอยเข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจในวันจันทร์ที่จะถึงนี้ ส่วนรายชื่อบุคคลที่ปรากฏในสื่อบางส่วน ยืนยันว่ามีบางคนติดต่อมาแล้ว

 

เมื่อถามถึงความเกี่ยวพันของกลุ่มผู้ร้อง พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ระบุว่า เงินบริจาคที่เกี่ยวข้องไม่ได้อยู่เพียงภายในวัด แต่กระจายอยู่ในเครือข่ายบริวารรอบข้าง ซึ่งเป็นประเด็นที่เจ้าหน้าที่ต้องตรวจสอบว่า มีการนำไปใช้หาประโยชน์ส่วนตนหรือไม่

 

“ผู้มีจิตศรัทธาอยากช่วยเหลือผู้ป่วยโรคเอดส์และผู้ยากไร้ แต่หากเงินถูกนำไปใช้ส่วนตัวก็ถือว่าผิด ขณะนี้ตำรวจจะตรวจสอบทั้งเงินสด ทรัพย์สิน ที่ดิน อาคาร และธุรกิจในเครือมูลนิธิทั้งหมด ซึ่งคาดว่าจะมีความคืบหน้าในเร็ว ๆ นี้” พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าว

 

The post พล.ต.ต. จรูญเกียรติ เข้าชี้แจง กมธ.ตำรวจ ยอมรับการแต่งตั้งโยกย้ายเป็นธรรมขึ้น ขอบคุณ ก.ตร. ชุดใหญ่ให้โอกาสคนทำงาน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตำรวจพบอดีต ผอ.สำนักพุทธฯ และตลกชื่อดังถือโฉนดที่ดินแทนอดีตพระอลงกต มูลค่า 140 ล้านบาท ด้านสมปองยังเสี่ยงถูกดำเนินคดี https://thestandard.co/alongkot-theatre-fraud-case-update/ Mon, 01 Sep 2025 06:50:36 +0000 https://thestandard.co/?p=1114058 alongkot-theatre-fraud-case-update

วันนี้ (1 กันยายน) พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญ […]

The post ตำรวจพบอดีต ผอ.สำนักพุทธฯ และตลกชื่อดังถือโฉนดที่ดินแทนอดีตพระอลงกต มูลค่า 140 ล้านบาท ด้านสมปองยังเสี่ยงถูกดำเนินคดี appeared first on THE STANDARD.

]]>
alongkot-theatre-fraud-case-update

วันนี้ (1 กันยายน) พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (รอง ผบช.ก.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการสืบสวนคดีฉ้อโกง ‘อลงกตการละคร’ ว่าขณะนี้คดีมีความคืบหน้าอย่างมีนัยสำคัญ และพบว่ามีผู้เกี่ยวข้องหลายรายที่อาจถูกดำเนินคดี โดยเจ้าหน้าที่กำลังเร่งรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อความชัดเจน

 

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ยืนยันว่า จากการตรวจสอบเส้นทางการเงินและทรัพย์สิน พบว่ามีอดีตผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) และตลกชื่อดัง มีพฤติกรรมถือครองโฉนดที่ดินแทนอดีตพระอลงกต โดยทั้งสองมีพฤติกรรมคล้ายกันคือแสวงหาผลประโยชน์จากเงินวัดและกลุ่มเครือข่าย ซึ่งมีมูลค่าสูงถึง 140 ล้านบาท ซึ่งอดีตพระอลงกตมองว่าตนเองถูกโกงทรัพย์สินไปหลายรายการ แต่ที่ไม่ได้ออกมาแจ้งความอย่างเป็นทางการ เพราะพยายามติดตามทวงถามด้วยตนเองมาตลอดแต่ก็ไม่เป็นผล

 

ในส่วนของ สมปอง นครไธสง หรืออดีตพระสมปอง ที่เข้าให้ปากคำเมื่อช่วงวันเสาร์ที่ผ่านมานั้น พล.ต.ต.จรูญเกียรติระบุว่า ได้รับรายงานว่า สมปองอ้างว่าเป็นการยืมเงินจากอดีตพระอลงกต อย่างไรก็ตาม ตำรวจยังคงมองถึงเจตนาและที่มาของเงินจำนวนดังกล่าว รวมถึงกระบวนการคืนเงินที่อาจเข้าข่ายการฟอกเงินได้ ทำให้ยืนยันว่านายสมปองยังคงอยู่ในข่ายที่จะถูกดำเนินคดี

 

สำหรับกลุ่มศิลปินดาราและอินฟลูเอนเซอร์ที่ถูกโยงในคดีนี้ พล.ต.ต.จรูญเกียรติเปิดเผยว่า วงดนตรีพิงค์แพนเตอร์ ได้ประสานขอเข้าพบตำรวจเพื่อให้ข้อมูลแล้ว เนื่องจากเป็นวงดนตรีขนาดใหญ่ที่มีค่าจ้างสูง นอกจากนี้ยังมีนักธุรกิจบางรายที่ถูกกล่าวถึงในโซเชียลมีเดียได้ประสานขอเข้าพบตำรวจเช่นกัน เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีดังกล่าว

 

The post ตำรวจพบอดีต ผอ.สำนักพุทธฯ และตลกชื่อดังถือโฉนดที่ดินแทนอดีตพระอลงกต มูลค่า 140 ล้านบาท ด้านสมปองยังเสี่ยงถูกดำเนินคดี appeared first on THE STANDARD.

]]>
พล.ต.ต.จรูญเกียรติ เปิดใจครั้งแรกหลังไม่มีชื่อในบัญชีแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจ ยืนยันไม่รู้สึกน้อยใจ เตรียมผลักดันเกณฑ์แต่งตั้งให้เป็นธรรม https://thestandard.co/police-joroonkiat-no-transfer-news/ Mon, 01 Sep 2025 04:24:39 +0000 https://thestandard.co/?p=1114006 police-joroonkiat-no-transfer-news

ภายหลังการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) วานนี้ […]

The post พล.ต.ต.จรูญเกียรติ เปิดใจครั้งแรกหลังไม่มีชื่อในบัญชีแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจ ยืนยันไม่รู้สึกน้อยใจ เตรียมผลักดันเกณฑ์แต่งตั้งให้เป็นธรรม appeared first on THE STANDARD.

]]>
police-joroonkiat-no-transfer-news

ภายหลังการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) วานนี้ (31 สิงหาคม) ใช้เวลานานกว่า 7 ชั่วโมงในการพิจารณาบัญชีรายชื่อแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจ ซึ่งมีรายงานว่า พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) ไม่มีรายชื่อในการแต่งตั้งโยกย้ายครั้งนี้

 

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ เปิดเผยกับสื่อมวลชนในวันนี้ (1 กันยายน) ว่าตนเองไม่รู้สึกน้อยใจที่ไม่มีชื่อในบัญชีแต่งตั้งโยกย้าย เพราะเชื่อว่าการกระทำเพื่อส่วนรวมและทำให้ระบบเดินหน้าต่อไปได้เป็นสิ่งที่ดีที่สุด พร้อมยืนยันว่าการออกมาเคลื่อนไหวเรียกร้องก่อนหน้านี้มีจุดประสงค์เพื่อต้องการให้ข้าราชการตำรวจที่ตั้งใจทำงานได้รับโอกาส และเห็นด้วยที่ ก.ตร. ชุดใหญ่ภายใต้การนำของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้เข้ามาแก้ไขปัญหาและคืนความเป็นธรรมให้กับกลุ่มคนทำงาน

 

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวแสดงความยินดีกับ พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้บัญชาการประจำสำนักงาน ผบ.ตร. โดยให้เหตุผลว่า พล.ต.ต.นพศิลป์ เป็นผู้มีความรู้ความสามารถในงานสืบสวน และมองว่าตนเองไม่ได้รับการแต่งตั้งเป็นเรื่องธรรมดา เพราะมีอาวุโสน้อยกว่าผู้อื่น แต่ก็ไม่เสียกำลังใจและยืนยันว่าจะทำงานในหน้าที่ปราบปรามการทุจริตอย่างเต็มที่ต่อไป

 

พร้อมกันนี้ พล.ต.ต.จรูญเกียรติยังระบุอีกว่า หลังจากนี้จะหารือกับฝ่ายกฎหมายเพื่อหาแนวทางผลักดันให้คณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมข้าราชการตำรวจ (ก.พ.ค.ตร.) พิจารณากำหนดหลักเกณฑ์การแต่งตั้งโยกย้ายที่ชัดเจน โดยเฉพาะในระดับผู้บัญชาการและรองผู้บัญชาการ เพื่อให้การพิจารณาเป็นไปอย่างเป็นธรรมและเป็นขวัญกำลังใจให้กับตำรวจทุกคนในอนาคต ซึ่งจะช่วยลดปัญหาในเรื่องของระบบอุปถัมภ์ และสร้างมาตรฐานให้กับวงการตำรวจต่อไป

 

ท้ายนี้ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ย้ำว่าชีวิตที่ผ่านมาเผชิญกับเรื่องราวต่าง ๆ มากมาย จึงไม่รู้สึกน้อยใจใด ๆ และมองว่าการออกมาเคลื่อนไหวในครั้งนี้เป็นการสร้างการเปลี่ยนแปลงในเชิงบวก และเป็นตัวอย่างที่แสดงให้เห็นว่าหากคิดจะทำเพื่อส่วนรวมก็ไม่จำเป็นต้องคิดถึงเรื่องส่วนตัว

The post พล.ต.ต.จรูญเกียรติ เปิดใจครั้งแรกหลังไม่มีชื่อในบัญชีแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจ ยืนยันไม่รู้สึกน้อยใจ เตรียมผลักดันเกณฑ์แต่งตั้งให้เป็นธรรม appeared first on THE STANDARD.

]]>
สรุปผลประชุม ก.ตร. วาระแต่งตั้งโยกย้ายนายพลตำรวจ ประจำปี 2568 กว่า 200 ตำแหน่ง มีพลิกโผหลายตำแหน่ง https://thestandard.co/police-appointment-result-gbk/ Mon, 01 Sep 2025 01:27:27 +0000 https://thestandard.co/?p=1113950 police-appointment-result-gbk

หัวข้อในเนื้อหานี้   รอง ผบ.ตร. ว่าง 2 ตำแหน่ง&nbs […]

The post สรุปผลประชุม ก.ตร. วาระแต่งตั้งโยกย้ายนายพลตำรวจ ประจำปี 2568 กว่า 200 ตำแหน่ง มีพลิกโผหลายตำแหน่ง appeared first on THE STANDARD.

]]>
police-appointment-result-gbk

 

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 31 สิงหาคม 2568 ที่ห้องศรียานนท์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ( ตร. ) พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ( ผบ.ตร. ) ในฐานะรองประธานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ ( รองประธาน ก.ตร. ) เป็นประธานการประชุม ก.ตร. ครั้งที่ 8/2568 วาระแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจ ระดับผู้บังคับการ ( ผบก. ) ถึง รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ( รอง ผบ.ตร. ) ประจำปี 2568 

 

โดยแต่งตั้งเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้น และโยกย้ายสับเปลี่ยน กว่า 200 ตำแหน่ง ทั้งนี้ ก.ตร.ครบองค์ประชุม ขาดเพียงภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรี ประธาน ก.ตร. ที่ยื่นจดหมายลาประชุมเนื่องจากติดภารกิจสำคัญ 

 

ก.ตร. ใช้เวลาประชุมนานกว่า 7 ชั่วโมง ซึ่งก.ตร.ได้พิจารณาเปลี่ยนแปลงรายชื่อจากบัญชีแต่งตั้งที่ ตร.เสนอ หลายตำแหน่ง

 

บรรยากาศก่อนการประชุมเป็นไปอย่างชื่นมื่น พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ สีหน้ายิ้มแย้มเดินทักทาย รอง ผบ.ตร. และจเรตำรวจแห่งชาติ พูดคุยกับ ก.ตร.ก่อนเริ่มประชุมในเวลา 15.00 น. ซึ่งการประชุมดำเนินการไปอย่างเข้มข้น ก.ตร.พิจารณาทุกรายชื่อ ก่อนพักประชุมเพื่อรับประทานอาหารเย็นในเวลา 18.30 น. แล้วเริ่มประชุมอีกครั้ง 

 

มีรายงานว่า ระหว่างการประชุม ก.ตร. ในที่ประชุมมีการทักท้วงไม่เห็นชอบการเสนอชื่อแต่งตั้งหลายตำแหน่ง ทำให้ ผบ.ตร. รอง ผบ.ตร. และจเรตำรวจแห่งชาติ และตัวแทนสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน ซึ่งเป็นคณะกรรมการคัดเลือกแต่งตั้ง ต้องแยกออกมาประชุมคัดเลือกแต่งตั้งใหม่ โดยเชิญ ผบช.หน่วยต่าง ๆ เข้าชี้แจงที่ห้องประชุม 2 ก่อนส่งรายชื่อใหม่ให้ ก.ตร.พิจารณาเห็นชอบ

 

พล.ต.ท.อนุชา รมยะนันทน์ ผู้บัญชาการสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ ( ผบช.สง.ก.ตร. ) ในฐานะเลขา ก.ตร. กล่าวในที่ประชุมว่า ก.ตร.ครั้งนี้ พิจารณา 4 วาระ ทั้งนี้เนื่องจากประธานก.ตร.มีหนังสือแจ้งติดภารกิจสำคัญเร่งด่วนไม่สามารถเข้าร่วมประชุมได้ ตามข้อบังคับ ก.ตร.ว่าด้วยการประชุมและการลงมติของ ก.ตร.กำหนดไว้ว่าหากประธานก.ตร.ไม่มาประชุมหรือไม่อาจมาปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้รองประธาน ก.ตร.ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม สำหรับเอกสารประกอบการประชุมตามระเบียบวาระที่ 3 เรื่องที่ค้างพิจารณาเรื่องที่ 1 ( แต่งตั้งข้าราชการตำรวจ ) ให้ใช้เอกสารเดิมตามที่ได้จัดส่งให้คณะกรรมการก.ตร.พิจารณาในครั้งที่ 7/2568 เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2568

 

การแต่งตั้ง รอง ผบ.ตร. – ผบก. วาระ 2568 นั้น รอง ผบ.ตร. ตำแหน่งว่าง 2 ตำแหน่ง ผู้ช่วย ผบ.ตร.ว่าง 7 ตำแหน่ง ผบช. ว่าง 16 ตำแหน่ง รองผบช.ว่าง 40 ตำแหน่ง และผบก.ว่าง 71 ตำแหน่ง โยกย้ายสับเปลี่ยนอีกจำนวนมาก รวมกว่า 250 ตำแหน่ง

 

ทั้งนี้มีรายงานว่า สำหรับตำแหน่งที่มีการจับตา กรณี พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. ที่ร้องเรียนว่าไม่ได้รับการพิจารณาเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นนั้นยังอยู่ในตำแหน่งเดิม เป็น รอง ผบช.ก. ไม่มีการโยกย้ายสับเปลี่ยนแต่อย่างใด

 

รอง ผบ.ตร. ว่าง 2 ตำแหน่ง 

 

พิจารณาแต่งตั้งเรียงตามลำดับอาวุโส พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้ช่วย ผบ.ตร. นรต.รุ่น 50 อาวุโส ลำดับที่ 1 ขึ้นเป็น รองผบ.ตร. และพล.ต.ท.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ รองจเรตำรวจแห่งชาติ นรต.รุ่น 43 อาวุโสลำดับที่ 3 ขึ้นมาเป็น จเรตำรวจแห่งชาติ ติดยศ พล.ต.อ. สำหรับ พล.ต.ท.โสภณรัชต์ สิงหจารุ ผู้ช่วย ผบ.ตร. อดีตนายแพทย์ใหญ่ รพ.ตำรวจ อาวุโสอันดับ 2 นั้น เนื่องจากแพทยสภามีมติลงโทษพักใบอนุญาต ฐานประพฤติผิดจรรยาบรรณ จากกรณีชั้น 14 ทำให้ ตร.พิจารณาจัดอยู่ในกลุ่มผู้ไม่เหมาะสมให้ได้รับการแต่งตั้งเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้น จึงไม่ได้รับการเสนอชื่อเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้น

 

ผู้ช่วย ผบ.ตร. ว่าง 7 ตำแหน่ง

 

แต่งตั้งตามลำดับอาวุโส ประกอบด้วย พล.ต.ท.สุรพงษ์ ถนอมจิตร ผบช.ภ.8 นรต.รุ่น 42 พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. นรต.รุ่น 50 พล.ต.ท.นัยวัฒน์ ผะเดิมชิต ผบช.ภ.7 นรต.รุ่น 40 พล.ต.ท.อนุชา รมยะนันทน์ ผบช.สง.ก.ตร. นรต.รุ่น 43  พล.ต.ท.อุดร ยอมเจริญ ผบช.ส. นรต.รุ่น 42 พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผบช.ภ.2  นรต.รุ่น 41 ขึ้นเป็น ผู้ช่วย ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผบช.สอท. นรต.รุ่น 46 ขึ้นเป็น รองจเรตำรวจแห่งชาติ

 

ระดับ ผบช.ว่าง 16 ตำแหน่ง 

 

โดยตาม กฎ ก.ตร.ตำแหน่ง ผบช. ต้องพิจารณาจากกลุ่มอาวุโส 50% แต่งตั้งตามลำดับ และกลุ่มความรู้ความสามารถ 50% โดยคำนึงถึงความอาวุโส และ ความรู้ความสามารถประกอบกัน

 

มีรายงานว่า ก.ตร. มีมติแต่งตั้งโยกย้ายระดับ ผบช. หลายตำแหน่ง ขณะที่หลายตำแหน่งสำคัญ ตร.ยังพิจารณาให้อยู่ที่เดิมไม่มีการโยกย้ายสับเปลี่ยน ดังนี้

 

รอง ผบช.เลื่อนเป็น ผบช. 16 ตำแหน่ง ประกอบด้วย 

  • พล.ต.ต.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย รอง ผบช.ก. นรต.รุ่น 47 ขึ้นเป็น ผบช.ก.
  • พล.ต.ต.รุ่งโรจน์ ฐากูรปุณยสิริ รอง ผบช.ตชด. นรต.48 ขึ้นเป็น ผบช.ตชด.
  • พล.ต.ต.ยสวินท์ หรรษมนตร์ รอง ผบช.ส. นรต.รุ่น 45 ขึ้นเป็น ผบช.ส.
  • พล.ต.ต.ศักดิ์รพี เพรียวพานิช รอง ผบช.รร.รนรต. นรต.รุ่น 43 ขึ้นเป็น ผบช.รร.นรต.
  • พล.ต.ต.ไพบูลย์ น้อยหุ่น รอง ผบช.ก. นรต.รุ่น 42 ขึ้นเป็น ผบช.สทส. 
  • พล.ต.ต.ภาณุพงศ์ ชอบเพื่อน รอง ผบช.สงป.ขึ้นเป็น ผบช.สงป.
  • พล.ต.ต.ชัยต์พจน สูวรรณรักษ์ รอง ผบช.ภ.2 นรต.รุ่น 43 ขึ้นเป็น ผบช.สกพ. 
  • พล.ต.ต.ฐายุฏฐ์ จันทร์ถาวร รอง ผบช.สง.ก.ตร.ขึ้นเป็น ผบช.สง.ก.ตร.
  • พล.ต.ต. นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น. นรต.46 ขึ้นเป็น ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร.
  • พล.ต.ต.ภูมินทร์ พุ่มพันธุ์ม่วง รอง ผบช.ก. นรต.52  ขึ้นเป็น ผบช.ประจำสำนักงาน ผบ.ตร.
  • พล.ต.ต.นราเดช  ทิพย์รักษ์ รอง ผบช.ภ.1 ขึ้นเป็น  ผบช.ประจำสำนักงาน ผบ.ตร.
  • พล.ต.ต.กฤษฎา แก้วจันดี รอง ผบช.ภ.9 ขึ้นเป็น ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร.
  • พล.ต.ต.ศิลปคมณ์ เอี่ยมวงศ์ รอง ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.อรรถสิทธิ์ สุดสงวน รอง ผบช.สอท.พล.ต.ต.วิมล พิทักษ์บูรพา รอง ผบช.ภ.8
  • พล.ต.ต.หัสชัย เรืองมาลัย รอง ผบช.สพฐ.ตร.ขึ้นเป็น ผบช.ฯ

 

สำหรับตำแหน่ง ผบช. ที่เก้าอี้แข็งแรงยังอยู่ที่เดิม และโยกสับเปลี่ยน อาทิ 

  • พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. นรต.รุ่น 46 อยู่ที่เดิม เป็น ผบช.น.
  • พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผบช.ภ.3 โยกเป็น ผบช.ภ.1 
  • พล.ต.ท.ฉัตรชัย สุรเชษฐ์พงษ์ ผบช.ภ.4 นรต.รุ่น 42 โยกเป็น ผบช.ภ.2
  • พล.ต.ท.พฤทธิพงษ์ ประยูรศิริ  จตร.(สบ.8) นรต.รุ่น 42 โยกเป็น ผบช.ภ.3
  • พล.ต.ท.สันติ ชัยนิรามัย ผบช.ปส. นรต.รุ่น 48 โยกเป็น ผบช.ภ.4
  • พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5 นรต.รุ่น 42 อยู่ที่เดิม เป็น ผบช.ภ.5
  • พล.ต.ท.กิตติศักดิ์ ดุรงควิบูลย์ ผบช.ภ.6 นรต.รุ่น 42 บุตรชาย พล.ต.อ.พรศักดิ์ ดุรงควิบูลย์ อดีต ผบ.ตร. อยู่ที่เดิม เป็น ผบช.ภ.6
  • พล.ต.ท.พิสิฐ ตันประเสริฐ ผบช.สกบ. นรต.รุ่น 40 โยกเป็น ผบช.ภ.7
  • พล.ต.ท.สิทธิชัย โล่กันภัย ผบช.สยศ.ตร. นรต.รุ่น 41 เพื่อนร่วมรุ่น ผบ.ตร. โยกเป็น ผบช.ภ.8 
  • พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผบช.ภ.9 นรต.รุ่น 39 อยู่ที่เดิม เป็น ผบช.ภ.9
  • พล.ต.ต.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ รองผบช.สตม. นรต.รุ่น 41 อยู่ที่เดิม เป็น ผบช.สตม.
  • พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.ภ.1 นรต.รุ่น 41 ร่วมรุ่น ผบ.ตร. โยกเป็น ผบช.สอท. ( ตำรวจไซเบอร์ )
  • พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผบช.ทท. นรต.รุ่น 41 เพื่อนร่วมรุ่นผบ.ตร.อยู่ที่เดิม เป็น ผบช.ทท.
  • พล.ต.ท.นิธิธร จินตกานนท์ ผบช.ศ. นรต.รุ่น 47 อยู่ที่เดิม เป็น ผบช.ศ. หลังจากตามบัญชีแต่งตั้งเสนอให้เป็น ผบช.ตชด. แต่ที่ประชุม ก.ตร.ทักท้วง 
  • พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผบช.สกพ. นรต.46  โยกเป็น ผบช.ปส. 
  • พล.ต.ท.อาทิชา เปาอินทร์ ผบช.สพฐ.ตร. นรต.รุ่น 44 อยู่ที่เดิม เป็น ผบช.สพฐ.ตร.
  • พล.ต.ท.ทวีศิลป์ เวชวิทารณ์ แพทย์ใหญ่ รพ.ตำรวจ อยู่ที่เดิม เป็นแพทย์ใหญ่ รพ.ตำรวจ
  • พล.ต.ต.กฤษฎา  กาญจนอลงกรณ์ จตร.โยกเป็น ผบช.กมค.

 

ตำแหน่งน่าสนใจระดับ รอง ผบช. – ผบก. ก.ตร.

 

พิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายหลายตำแหน่ง อาทิ 

 

พล.ต.ต.วรศักดิ์ พิสิษฐบรรณกร ผู้บังคับการกองสารนิเทศ (ผบก.สท.) นรต.52 โยกเป็น ผบก.น.1 พล.ต.ต.เกียรติกุล สนธิเณร ผบก.น.3 โยกเป็น ผบก.น.2 แทน พล.ต.ต.เจษฎา สวยสม ที่มีคำสั่งช่วยราชการ ศปก.บช.น. หลังกรมการปกครองบุกทลายบ่อนย่านสรงประภา ดอนเมือง ครั้งนี้ ก.ตร.มีมติโยกนั่งเก้าอี้ ผบก.น.7 พล.ต.ต.ธนันท์ธร รัตนสิทธิภาคย์  ผบก.น.4 เลื่อนขึ้นเป็น รอง ผบช.ในหน่วยขึ้นตรงสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเก้าอี้ว่าง มี พล.ต.ต.กัมปนาท อรุณคีรีโรจน์ ผบก.น.7 โยกนั่ง ผบก.น.4

 

พล.ต.ต.วิทวัฒน์ ชินคำ ผบก.น.5 เก้าอี้แข็งอยู่ที่เดิม พล.ต.ต.ชัยกฤต โพธิ์อ๊ะ ผบก.อคฝ. โยกเป็น ผบก.น.6 แทน พล.ต.ต.สามารถ พรหมชาติ ผบก.น.6 ที่สไลด์นั่ง ผบก.น.9 แทน พล.ต.ต.คมสิทธิ์ รังไสย์ ที่ถูกโยกเป็น ผบก.ประจำ ตร. พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ บัณฑิตย์ ผบก.น.8 อยู่ที่เดิม พล.ต.ต.ดำรงศักดิ์ สว่างงาม ผบก.จร. อยู่ที่เดิม เช่นเดียวกับ พล.ต.ต.วรวิทย์ ญาณจินดา ผบก.สปพ.หรือ 191 อยู่ที่เดิม พ.ต.อ.เพลิน กลิ่นพะยอม รอง ผบก.ตม.3 ขึ้นเป็น เลขานุการ ตร. 

 

พล.ต.ต.วาที อัศวุฒมางกุร ผบก.สพฐ. ขึ้นเป็น นักวิทยาศาสตร์ (สบ 7) พล.ต.ต.กานต์ ธรรมเกษม จเรตำรวจ โยกไป ผบก.สส.ภ.7 พล.ต.ต.ประสาธน์ เขมประสิทธิ์ ผู้บังคับการตำรวจตรวจคนเข้าเมือง 1 อยู่ที่เดิม พ.ต.อ.คธาธร คำเที่ยง รอง ผบก.ตม.3 ขึ้นเป็น ผู้บังคับการตำรวจตรวจคนเข้าเมือง 2 พล.ต.ต.ทรงโปรด สิริสุขะ ผบก.ตม. 6 โยกเป็น ผู้บังคับการตำรวจตรวจคนเข้าเมือง 3 

 

พล.ต.ต.เกียรติศักดิ์ สระทองออย ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปราจีนบุรี โยกไปเป็น ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 พ.ต.อ.ชัยวัฒน์ ศรีอัศวอมร รองผู้บังคับการกองสารนิเทศ ขึ้นเป็น ผู้บังคับการกองสารนิเทศ 

 

พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุปผาสุวรรณ ผบก.ปคบ. นรต. 50 โยกเป็น ผบก.ป. พล.ต.ต.วิทยา ประเสริฐภาพ ผบก.ป. โยกไป ผบก.ปคม. พล.ต.ต.ทรงกลด เกริกกฤตยา ผบก.ปคม. โยกออกนอกหน่วยเป็น ผบก.ตอท. บช.สอท พ.ต.อ.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย รอง ผบก.ป. เลื่อนขึ้น ผบก.ทางหลวง พ.ต.อ.เอนก เตาสุภาพ รอง ผบก.ป. เลื่อนขึ้น ผบก.ประจำ พล.ต.ต.ชนันนัทธ์ สารถวัลย์แพศย์  ผบก.ประจำ โยกไป ผบก.ปอท.

The post สรุปผลประชุม ก.ตร. วาระแต่งตั้งโยกย้ายนายพลตำรวจ ประจำปี 2568 กว่า 200 ตำแหน่ง มีพลิกโผหลายตำแหน่ง appeared first on THE STANDARD.

]]>
พล.ต.ต.จรูญเกียรติ เผยเส้นทางการเงินอดีตพระอลงกต พุ่งหมื่นล้านบาท ลั่นดำเนินคดีเครือข่ายทั้งหมด https://thestandard.co/tid-alongkot-fraud-case-update/ Fri, 29 Aug 2025 07:59:54 +0000 https://thestandard.co/?p=1113086 tid-alongkot-fraud-case-update

วันนี้ (29 สิงหาคม) พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บั […]

The post พล.ต.ต.จรูญเกียรติ เผยเส้นทางการเงินอดีตพระอลงกต พุ่งหมื่นล้านบาท ลั่นดำเนินคดีเครือข่ายทั้งหมด appeared first on THE STANDARD.

]]>
tid-alongkot-fraud-case-update

วันนี้ (29 สิงหาคม) พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เปิดเผยความคืบหน้าคดีเครือข่ายอดีตพระอลงกต โดยระบุว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับข้อมูลจากผู้เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง รวมถึงคณะกรรมการมูลนิธิพุทธสถานลพบุรีศรีสุวรรณภูมิที่จะเข้ามาให้ข้อมูลในวันนี้เกี่ยวกับพฤติการณ์ความผิดและเส้นทางการเงินของเครือข่ายดังกล่าว

 

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวว่า พฤติการณ์ของเครือข่ายนี้มีลักษณะคล้ายบริษัทอลงกตการละคร ที่มีการจัดตั้งเจ้าหน้าที่ในตำแหน่งต่าง ๆ เพื่อบริหารและจัดการการเงินโดยเฉพาะ ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจมีข้อมูลอยู่เป็นจำนวนมาก แต่ต้องรอหลักฐานเส้นทางการเงินมาประกอบให้ชัดเจนก่อน และเมื่อพร้อมจะมีการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการ

 

ในประเด็นที่สื่อมวลชนตั้งข้อสังเกตว่ามีดาราหรืออินฟลูเอนเซอร์เข้ามาเกี่ยวข้องกับเส้นทางการเงินหรือไม่ พล.ต.ต.จรูญเกียรติยืนยันว่าจะ ดำเนินคดีกับทุกคนที่เกี่ยวข้องโดยไม่มีข้อยกเว้น ไม่ว่าจะเป็นดารา อินฟลูเอนเซอร์ หรือนักการเมือง หากพบว่ามีส่วนพัวพันกับเส้นทางการเงินหรือผลประโยชน์ จะต้องถูกดำเนินคดีทั้งหมด

 

นอกจากนี้ พล.ต.ต.จรูญเกียรติยังระบุว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นอาจสูงถึง หลักหมื่นล้านบาท เนื่องจากอดีตพระอลงกตได้ตระเวนเรี่ยไรเงินไปทั่วประเทศ ไม่ใช่แค่ในพื้นที่วัด ทำให้ความเสียหายกระจายไปทั่วทุกจังหวัด และตำรวจจะเร่งสืบสวนขยายผลในเรื่องนี้อย่างเต็มที่ เพื่อเป็นกรณีตัวอย่างสำหรับวัดอื่น ๆ ที่มีพฤติกรรมในลักษณะเดียวกัน

The post พล.ต.ต.จรูญเกียรติ เผยเส้นทางการเงินอดีตพระอลงกต พุ่งหมื่นล้านบาท ลั่นดำเนินคดีเครือข่ายทั้งหมด appeared first on THE STANDARD.

]]>
ถกลับ ก่อนประชุม ก.ตร. คาดหนังสือร้องเรียน ‘พล.ต.ต.จรูญเกียรติ’ เป็นเหตุทำโผนายพลไม่ลงตัว https://thestandard.co/phumtham-police-committee-meeting/ Thu, 28 Aug 2025 10:35:48 +0000 https://thestandard.co/?p=1112730 phumtham-police-committee-meeting

วันนี้ (28 สิงหาคม) ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) นาย […]

The post ถกลับ ก่อนประชุม ก.ตร. คาดหนังสือร้องเรียน ‘พล.ต.ต.จรูญเกียรติ’ เป็นเหตุทำโผนายพลไม่ลงตัว appeared first on THE STANDARD.

]]>
phumtham-police-committee-meeting

วันนี้ (28 สิงหาคม) ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการนายกรัฐมนตรีไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) เป็นประธานการประชุม ก.ตร.ครั้งที่ 7/2568 ณ ห้องประชุมศรียานนท์ ชั้น 2 อาคาร 1 

 

โดยมีระเบียบวาระการประชุม 5 วาระ ประกอบด้วย 

 

วาระที่ 1 เรื่องที่ประธานแจ้งให้ที่ประชุมทราบ 

 

วาระที่ 2 รับรองรายงานการประชุม ก.ตร.ครั้งที่ 6/2568 

 

วาระที่ 3 เรื่องที่เสนอเพื่อทราบ เรื่องที่ 1 รายงานการดำเนินการของ อ.ก.ตร.สืบสวนสอบสวน ที่ ก.ตร. มอบหมายให้ทำการแทน เรื่องที่ 2 รายงานผลตามมติ ก.ตร.ครั้งที่ 5/2568 เรื่องที่ 3 ขอสำเนารายงานการประชุม ก.ตร.

 

วาระที่ 4 เรื่องที่เสนอเพื่อพิจารณา เรื่องที่ 1 การคัดเลือกแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ เรื่องที่ 2 การนับระยะเวลาการดำรงตำแหน่งของข้าราชการดำรวจ เรื่องที่ 3 การเลื่อนเงินเดือนหรือให้ได้รับเงินตอบแทนพิเศษ ประจำปี 2568 ครั้งที่ 1 ครึ่งปีแรก (1 เม.ย.68) กรณีพิเศษ (นอกเหนือโควตาปกติ) ในโควตา กอ.รมน. ให้แก่ข้าราชการตำรวจผู้รับเงินเดือนในระดับ ส.6 ขึ้นไป 

 

และวาระที่ 5 เรื่องอื่นๆ

      

สำหรับตำแหน่งที่ว่าง รอง ผบ.ตร. 2 ตำแหน่ง ผู้ช่วย ผบ.ตร. 7 ตำแหน่ง ผบช. 16 ตำแหน่ง รองผบช. 40 ตำแหน่ง และ ผบก. 71 ตำแหน่ง  

 รวม 136 ตำแหน่ง   

 

บรรยากาศก่อนการประชุม นายภูมิธรรม เดินทางมาถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติตั้งแต่เวลา 14.50 น. โดยมีการหารือกับ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร ) ที่ห้องรับรอง เป็นเวลามากกว่า 2 ชั่วโมง ก่อนจะเริ่มประชุม ก.ตร.

 

ซึ่งคาดว่ามีการหารือประเด็นที่ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ยื่นหนังสือร้องเรียน ประเด็นการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจประจำปี 2569 เนื่องจากไม่ได้รับความเป็นธรรม ถึงหลายหน่วยงาน

 

ทั้งนี้ช่วงเวลาประมาณ 16.45 น. พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาสายตรงของพล.ต.ต.จรูญเกียรติ ได้ปรากฎตัวบริเวณสถานที่ประชุมโดยมีการพูดคุยกับ ก.ตร.

 

ถกลับ ก่อนประชุม ก.ตร. ถกลับ ก่อนประชุม ก.ตร. ถกลับ ก่อนประชุม ก.ตร. ถกลับ ก่อนประชุม ก.ตร. ถกลับ ก่อนประชุม ก.ตร. ถกลับ ก่อนประชุม ก.ตร. ถกลับ ก่อนประชุม ก.ตร. ถกลับ ก่อนประชุม ก.ตร.

The post ถกลับ ก่อนประชุม ก.ตร. คาดหนังสือร้องเรียน ‘พล.ต.ต.จรูญเกียรติ’ เป็นเหตุทำโผนายพลไม่ลงตัว appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘พล.ต.ต. จรูญเกียรติ’ เข้าสภาฯ ‘ขอพลีชีพ’ ร้องแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจไม่เป็นธรรม อิงระบบอุปถัมภ์ https://thestandard.co/charoonkiat-police-appointment-complaint/ Thu, 28 Aug 2025 08:01:12 +0000 https://thestandard.co/?p=1112631

วันนี้ (28 สิงหาคม) ที่อาคารรัฐสภา พล.ต.ต. จรูญเกียรติ […]

The post ‘พล.ต.ต. จรูญเกียรติ’ เข้าสภาฯ ‘ขอพลีชีพ’ ร้องแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจไม่เป็นธรรม อิงระบบอุปถัมภ์ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (28 สิงหาคม) ที่อาคารรัฐสภา พล.ต.ต. จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เข้าร้องขอความเป็นธรรมในการพิจารณาแต่งตั้งเลื่อนและโยกย้ายตำแหน่งข้าราชการตำรวจ ต่อ สุณัฐชา โล่สถาพรพิพิธ สส. ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร

 

พล.ต.ต. จรูญเกียรติเปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ได้ร้องเรียนไปยัง ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะรักษาการแทนนายกรัฐมนตรีแล้ว การร้องเรียนต่อสภาฯ ถือเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนกระบวนการตำรวจให้ไปในแนวทางที่ถูกต้องชอบธรรม 

 

“การมาวันนี้ไม่ได้มีเจตนาที่จะสร้างความแตกแยกในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แต่มองว่าเราน่าจะเป็นตัวแทนของผู้ที่ถูกลิดรอนอีกหลายคน ไม่ได้ร้องเพื่อตนเอง แต่ร้องให้คณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ทบทวน ยึดวิธีคิดและแนวปฏิบัติ” พล.ต.ต. จรูญเกียรติระบุ

 

พล.ต.ต. จรูญเกียรติกล่าวถึงพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565 ที่ยกระดับมาตรฐานการพิจารณาในแง่ต่าง ๆ เมื่อก่อนการแต่งตั้งใช้ระบบอุปถัมภ์ แต่เมื่อ พ.ร.บ. ฉบับนี้มีจุดมุ่งหมายและเจตนารมณ์ในการแบ่งส่วนผู้ที่มีคุณสมบัติอาวุโสไว้ 50% ส่วนอีก 50% ให้คำนึงความอาวุโสและความสามารถ เพื่อต้องการให้คนทำงานได้รับขวัญและกำลังใจในการพิจารณา เป็นประโยชน์ต่อภาพรวมของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ การที่มีกฎเกณฑ์กติกาเช่นนี้แล้ว หากไม่ปฏิบัติหรือเลือกปฏิบัติ ผลสัมฤทธิ์ออกมาก็บ่งบอกถึงการใช้ดุลยพินิจที่อาจจะเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย

 

“เรารู้เห็นเพราะเราทำงานด้วยกันมา เรารู้ว่าใครเป็นอย่างไร ใครขาว ใครเทา ใครดำ สิ่งหนึ่งที่สภาฯ และคณะกรรมาธิการจะทำได้คือ การให้ความเป็นธรรมกับทุกคน ทุกภาคส่วน ด้วยความเสมอภาค” พล.ต.ต. จรูญเกียรติ ระบุ

 

พล.ต.ต.จรูญเกียรติชี้ว่า การชะลอคำสั่งใน พ.ร.บ. ฉบับนี้แล้วไม่เอาผลปฏิบัติงานมาใช้ จะทำให้ตำรวจเสียขวัญกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ อยู่กันแบบเช้าชามเย็นชาม ที่ผ่านมามีเพื่อนพี่น้องหลายคนที่เข้ามาพบตนเองแล้วบอกว่า หลายคนมีฝีมือแต่ไม่ได้รับการแต่งตั้ง น้อง ๆ ที่กำลังจะโตขึ้นในวันข้างหน้า ซึ่งเป็นดาวรุ่ง จะทำไปทำไม ในเมื่อไม่พิจารณาเรื่องความรู้ความสามารถ

 

ด้านสุณัฐชากล่าวว่า เป็นอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมาธิการตำรวจที่จะต้องติดตามปัญหา และหยิบยกประเด็นมาพิจารณาโดยใช้กลไกของสภาฯ เป็นส่วนหนึ่งในการปฏิรูปองค์กรตำรวจทำให้เกิดความชอบธรรม และมีมติว่าจะนำกรณีนี้เข้าสู่การพิจารณานัดถัดไป จะมีการพิจารณาหลักเกณฑ์การแต่งตั้งโยกย้ายสับเปลี่ยนหมุนเวียนตำแหน่งในภาพรวม  นอกจากนี้ ยังมีมติให้คณะกรรมการออกหนังสือเชิญผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกคน เข้าร่วมชี้แจงด้วยตนเองต่อคณะกรรมาธิการในวันที่ 4 กันยายนนี้

 

ผู้สื่อข่าวถามว่า ได้มีการสอบถามผู้บังคับบัญชาหรือไม่ ในกรณีที่ไม่มีชื่อตนเองในบัญชีโยกย้าย รวมถึงการเข้าร้องเรียนคณะกรรมาธิการ ถือเป็นความไม่ไว้วางใจในระบบของ ก.ตร หรือไม่ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ระบุว่า ก่อนดำเนินการทุกอย่าง ได้เห็นข้อมูลในบัญชี ที่ผ่านคณะกรรมการกลั่นกรองชุดเล็กแล้ว ซึ่งเป็นชื่อของบุคคลที่ใกล้ชิดผู้มีอำนาจ บางคนที่อยู่ในบัญชี ก็ไม่มีความรู้ความสามารถที่เพื่อนตำรวจจะเห็นได้ 

 

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ย้ำว่าการยื่นร้องต่อคณะกรรมาธิการตำรวจเพื่อผลต่อตนเอง แต่ได้พูดไปถึงผู้ที่มีสิทธิ์ทั้งหมด เช่น ผู้บัญชาการอายุราชการ 4 ปี ก็ไม่พิจารณา แต่ไปดูคนอื่นที่อายุเกินจริงไปอีก 1 ปี ซึ่งนี่ถือเป็นข้อชัดเจนแล้วว่าไม่ได้ใช้หลักการประเมิน แต่ใช้หลักดุลยพินิจ เพราะมีคำสั่งชะลอการประเมินจากสำนักงานกำลังพล (ตร.) ในวันที่ 29 กรกฎาคม 2568

 

“การออกมาครั้งนี้ถือว่าเป็นการพลีชีพ ผมเป็นคนจริง แก้ปัญหาสร้างความเปลี่ยนแปลงของหน่วยงานมาเยอะ พระก็เปลี่ยนแล้ว ตอนนี้จะมาเปลี่ยนตำรวจด้วย” พล.ต.ต. จรูญเกียรติกล่าว

 

ผู้สื่อข่าวถามว่าหากคำสั่งออกมาตามบัญชีแต่งตั้ง จะฟ้องเรื่องนี้กับศาลปกครองหรือไม่ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ  ระบุว่า ส่วนนี้ไว้ทีหลัง แต่ตนเองดูถึงการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ด้วย การที่จะเข้าละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ ก็ต้องดูผลสัมฤทธิ์ และดูรายชื่อที่จะออกมา จะเข้าหรือไม่เข้าข่ายต้องว่ากันอีกที ศาลปกครองไว้ทีหลัง แต่เราจะพิจารณาอย่างไรขอดูก่อน

 

พล.ต.ต. จรูญเกียรติ ร้องสภาฯ พล.ต.ต. จรูญเกียรติ ร้องสภาฯ พล.ต.ต. จรูญเกียรติ ร้องสภาฯ พล.ต.ต. จรูญเกียรติ ร้องสภาฯ พล.ต.ต. จรูญเกียรติ ร้องสภาฯ

The post ‘พล.ต.ต. จรูญเกียรติ’ เข้าสภาฯ ‘ขอพลีชีพ’ ร้องแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจไม่เป็นธรรม อิงระบบอุปถัมภ์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ร้องขอความเป็นธรรมปมแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจปี 2568 เผยถึงระบบอุปถัมภ์ในวงการตำรวจ ยืนยันพร้อมถูกตรวจสอบ https://thestandard.co/police-reshuffle-2025-fairness-plea/ Thu, 28 Aug 2025 02:38:24 +0000 https://thestandard.co/?p=1112338 จรูญเกียรติ

วานนี้ (27 สิงหาคม) พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บั […]

The post พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ร้องขอความเป็นธรรมปมแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจปี 2568 เผยถึงระบบอุปถัมภ์ในวงการตำรวจ ยืนยันพร้อมถูกตรวจสอบ appeared first on THE STANDARD.

]]>
จรูญเกียรติ

วานนี้ (27 สิงหาคม) พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (รอง ผบช.ก.) เปิดเผยถึงการเข้าพบภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รักษาการแทนนายกรัฐมนตรี เมื่อช่วงค่ำวันที่ 26 สิงหาคม ซึ่งได้มีการยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมเกี่ยวกับการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจประจำปี 2568 ซึ่งภูมิธรรมได้รับปากว่าจะพิจารณาตามเหตุผลและความเหมาะสม

 

เมื่อถูกตั้งข้อสังเกตว่าตัวของ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ เองก็มีการเลื่อนขั้นอย่างรวดเร็วผิดปกติ เจ้าตัวยืนยันว่าพร้อมให้ตรวจสอบ และไม่ได้เลื่อนขั้นเร็วเกินไปตามที่มีการกล่าวอ้าง พร้อมทั้งเล่าว่าเคยมีคนโทรศัพท์มาเสนอตำแหน่งโดยไม่ต้องวิ่งเต้น ซึ่งในยุคทหารก็มีระบบที่ทำให้เลื่อนขั้นได้เร็วขึ้น 2 ปี แต่ตนเองมาตามขั้นตอน ไม่ได้ใช้ระบบวิ่งเต้นตำแหน่งแต่อย่างใด

 

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวว่า ไม่ได้กังวลใจที่จะถูกตรวจสอบ เพราะยุคนี้ทุกคนที่ก้าวขึ้นเป็นผู้ใหญ่ล้วนใช้ระบบฟาสต์แทร็ก กันทั้งนั้น แต่ไม่มีใครกล้าพูด ซึ่งตนพร้อมที่จะระเบิดพลีชีพ เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับข้าราชการตำรวจทุกคน เพราะเชื่อว่าหากไม่กล้าทำ ก็จะทำให้ระบบอุปถัมภ์ยังคงอยู่ต่อไป และบั่นทอนขวัญกำลังใจของเจ้าหน้าที่ รวมถึงทำลายความศรัทธาของประชาชน

 

“สำนักงานตำรวจแห่งชาติถึงเวลาต้องเปลี่ยนแล้ว ยังเป็นระบบอุปถัมภ์และยังไม่ให้ความเป็นธรรมกับข้าราชการ” พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าว พร้อมประกาศว่าพร้อมน้อมรับผลการร้องขอความเป็นธรรมในครั้งนี้ ไม่ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร และหากไม่ได้ก็จะไม่งอแง แต่ขอให้พิจารณาคนที่มีความรู้ความสามารถจริง ๆ

 

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ยังกล่าวถึงการแต่งตั้งโยกย้ายในปี2557 ซึ่งตนเองเกือบถูกย้ายไปอยู่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) โดยไม่มีเหตุผล ซึ่งมาทราบภายหลังว่าเป็นคำสั่งตามนโยบาย โดยต้นเหตุมาจากคดีไร่ภูนับดาว จังหวัดสระบุรี ซึ่งมีตำรวจระดับรองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลางที่ใกล้ชิดกับผู้ใหญ่ในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พยายามให้ผู้การฯ ปปป. มาบอกให้ตนหยุดเรื่องนี้ แต่ต่อมาที่ประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) พิจารณาไม่ให้ย้าย เพราะเห็นว่าตนทำงานดีอยู่แล้ว

 

“ผมเชื่อว่าผมคือก้างขวางคอของคนบางคนที่จะขึ้นตำแหน่ง” พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าว พร้อมระบุว่าบุคคลดังกล่าวมีส่วนในการจัดทำบัญชีแต่งตั้งและคะแนนประเมินตำแหน่ง โดยเหตุการณ์เมื่อปีที่แล้วสอดคล้องกับปีนี้ เพราะคนที่ทำบัญชีก็คือคนคนเดียวกัน ซึ่งตนพร้อมจะต่อสู้เพื่อความเป็นธรรมในหลักการ

The post พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ร้องขอความเป็นธรรมปมแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจปี 2568 เผยถึงระบบอุปถัมภ์ในวงการตำรวจ ยืนยันพร้อมถูกตรวจสอบ appeared first on THE STANDARD.

]]>