งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/งบประมาณรายจ่ายประจำปี/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Thu, 27 Jul 2023 02:42:24 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 สภา กทม. เห็นชอบวาระแรกงบประมาณฯ กทม. ปี 2567 กว่า 9 หมื่นล้านบาท พร้อมตั้งคณะกรรมการพิจารณาเฉพาะ https://thestandard.co/first-session-budget-of-bangkok-2024/ Thu, 27 Jul 2023 02:42:24 +0000 https://thestandard.co/?p=822587 บประมาณฯ กทม. ปี 2567

วานนี้ (26 กรกฎาคม) ในการประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยประ […]

The post สภา กทม. เห็นชอบวาระแรกงบประมาณฯ กทม. ปี 2567 กว่า 9 หมื่นล้านบาท พร้อมตั้งคณะกรรมการพิจารณาเฉพาะ appeared first on THE STANDARD.

]]>
บประมาณฯ กทม. ปี 2567

วานนี้ (26 กรกฎาคม) ในการประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมสามัญ สมัยที่สาม (ครั้งที่ 4) ประจำปีพุทธศักราช 2566 ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เสนอร่างข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567

 

ชัชชาติกล่าวถึงหลักการและเหตุผลของร่างข้อบัญญัติฯ ว่า กรุงเทพมหานครตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 โดยกำหนดวงเงินให้เหมาะสมกับสภาวะเศรษฐกิจและสถานะการเงินการคลังของกรุงเทพมหานคร บนหลักของการมีประสิทธิภาพและโปร่งใส จำนวน 90,819.48 ล้านบาท จำแนกได้ดังนี้ รายจ่ายของกรุงเทพมหานคร 90,000 ล้านบาท และรายจ่ายของการพาณิชย์กรุงเทพมหานคร 819.48 ล้านบาท 

 

เพื่อให้หน่วยรับงบประมาณต่างๆ ได้มีงบประมาณเป็นหลักในการจ่ายเงินงบประมาณ โดยชี้แจงเหตุผลความจำเป็นของการตั้งงบประมาณแบบสมดุลของกรุงเทพมหานคร ภายใต้การคำนึงถึงความคุ้มค่า ผลประโยชน์ที่จะได้รับ และสอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ต่างๆ พร้อมรายงานสถานะการเงินการคลังของกรุงเทพมหานคร ณ วันที่ 20 กรกฎาคม 2566 ภาระหนี้ตามโครงการต่อเนื่องที่ได้ก่อหนี้ผูกพันแล้ว ณ วันที่ 30 กันยายน 2565

 

“ร่างข้อบัญญัติฯ ที่ได้เสนอเข้าสู่สภา กทม. เพื่อพิจารณารับหลักการในวาระที่หนึ่ง ประกอบด้วย งบประมาณตามนโยบายด้านเดินทางดี จำนวน 7,913 ล้านบาท คิดเป็น 38.48%, ด้านปลอดภัยดี จำนวน 1,700 ล้านบาท คิดเป็น 8.27%, ด้านโปร่งใสดี จำนวน 82 ล้านบาท คิดเป็น 0.4%, ด้านสิ่งแวดล้อมดี จำนวน 7,137 ล้านบาท คิดเป็น 34.71%, ด้านสุขภาพดี จำนวน 2,664 ล้านบาท คิดเป็น 12.96%, ด้านเรียนดี จำนวน 488 ล้านบาท คิดเป็น 2.37%, ด้านเศรษฐกิจดี 36 ล้านบาท คิดเป็น 0.17%, ด้านสังคมดี จำนวน 285 ล้านบาท คิดเป็น 1.39% และด้านบริหารจัดการดี จำนวน 258 ล้านบาท คิดเป็น 1.25% นอกจากนี้ยังจัดสรรงบประมาณเพื่อลงสู่เส้นเลือดฝอย ครอบคลุม 50 เขต อีกจำนวน 3,356 ล้านบาท และหากจำแนกงบประมาณตามลักษณะงานและลักษณะรายจ่าย พบว่าเป็นการจัดบริการของสำนักงานเขต สูงสุดถึง 22.85%” ชัชชาติกล่าว

 

สำหรับงบประมาณปี 2567 หากแยกตามหน่วยงาน ระดับสำนัก มีจำนวน 54,713,217,100 บาท, งบกลาง 14,718,825,400 บาท และสำนักงานเขต 20,567,957,500 บาท สำนักที่ขอจัดสรรมากที่สุด 3 ลำดับแรกคือ สำนักการโยธา 11,563 ล้านบาท, สำนักการระบายน้ำ 8,936 ล้านบาท และสำนักสิ่งแวดล้อม 7,579 ล้านบาท กลุ่มเขตที่ขอจัดสรรงบประมาณสูงสุดตามลำดับคือ กลุ่มเขตกรุงเทพฯ ตะวันออก 4,744 ล้านบาท คิดเป็น 23%, กลุ่มเขตกรุงเทพฯ เหนือ 3,296 ล้านบาท คิดเป็น 16%, กลุ่มเขตกรุงเทพฯ ใต้ 3,371 ล้านบาท คิดเป็น 16%, กลุ่มเขตกรุงธนเหนือ 3,231 ล้านบาท คิดเป็น 16%, กลุ่มเขตกรุงธนใต้ 3,055 ล้านบาท คิดเป็น 15% และกลุ่มเขตกรุงเทพฯ กลาง 2,870 ล้านบาท คิดเป็น 14%

 

จากนั้นสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ได้ร่วมอภิปรายเกี่ยวกับการจัดสรรงบประมาณของกรุงเทพมหานครในด้านต่างๆ เช่น 

 

สุทธิชัย วีรกุลสุนทร ส.ก. เขตจอมทอง กล่าวว่า การตั้งงบประมาณของ กทม. ที่ผ่านมาเพื่อให้ประชาชนได้อยู่ดีกินดี งบประมาณ กทม. เป็นแบบสมดุล รับเท่าไรจ่ายเท่านั้น แต่ยังพบความล่าช้าของโครงการหลายหน่วยงาน อาทิ โครงการของสำนักการโยธา นอกจากนี้ได้ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับโครงการก่อสร้างศูนย์กำจัดมูลฝอยอ่อนนุชของสำนักสิ่งแวดล้อม, การติดตั้งกล้อง CCTV ของสำนักการจราจรและขนส่ง และโครงการคอมพิวเตอร์เพื่อการเรียนรู้ของสำนักการศึกษา 

 

“การแต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาความคุ้มค่าของฝ่ายบริหารจะทำให้การขับเคลื่อนการทำงานเป็นไปได้ช้า และซ้ำซ้อนกับการทำงานของสภาที่ได้พิจารณาตรวจสอบ เนื่องจากได้กลั่นกรองงบประมาณไปแล้ว งบที่ผ่านไปแล้วจึงขอให้หน่วยงานรีบดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างทันที” สุทธิชัยกล่าว

 

สราวุธ อนันต์ชล ส.ก. เขตพระโขนง อภิปรายถึงการจัดสรรงบประมาณ โดยคำนึงความสำคัญของภารกิจการนำข้อมูลร้องเรียนจากทราฟฟี่ฟองดูว์มากำหนดเป็นแผนการทำงาน เพื่อจัดสรรงบแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน

 

วิรัช คงคาเขตร ส.ก. เขตบางกอกใหญ่ ได้ตั้งข้อสังเกตเพื่อเพิ่มความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินให้กับผู้ที่สัญจรบนทางเท้าและถนนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยขอให้หน่วยงานของกรุงเทพมหานครได้บูรณาการการทำงานร่วมกัน และขอให้กรุงเทพมหานครได้ศึกษาประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ประเพณี และเส้นทางเดินเรือคลองบางกอกใหญ่ เพื่อส่งเสริมเป็นแหล่งท่องเที่ยวของฝั่งธน

 

พีรพล กนกวลัย ส.ก. เขตพญาไท กล่าวว่า งบปีนี้จะได้ใช้ตามนโยบายของผู้ว่าฯ ปัจจุบันมากขึ้น โดยนโยบายที่เห็นว่าควรยกขึ้นมาทำก่อน ได้แก่ นโยบายการลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางของประชาชน โดยจัดทำจุดจอดรถจักรยานเพื่อเชื่อมต่อการเดินทาง, นโยบายการเพิ่มรถเมล์สายหลักและสายรอง โดยรถเมล์สายรองจะทำให้ประชาชนเชื่อมต่อกับระบบหลักได้และเป็นการใช้งบที่ไม่มาก, นโยบายการจัดตั้ง Command Center โดยจัดสรรงบเพื่ออุดหนุนหน่วยงานอื่น เมื่อดำเนินการไปแล้วต้องติดตามการใช้จ่ายอย่างใกล้ชิด และนโยบายรถไฟฟ้าสายสีเขียว ประชาชนต้องได้ประโยชน์สูงสุด ทั้งนี้ ฝ่ายบริหารต้องทำนโยบายให้ครบทุกข้อที่ประกาศไว้

 

ทั้งนี้ คณะกรรมการวิสามัญเพื่อพิจารณาร่างข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ได้ประชุมนัดแรกในวันเดียวกันนี้ โดยมีมติให้ สุทธิชัย วีรกุลสุนทร ส.ก. เขตจอมทอง เป็นประธานฯ, นภาพล จีระกุล ส.ก. เขตบางกอกน้อย เป็นรองประธานคนที่ 1, ยิ่งยงค์ จิตเพียรธรรม ส.ก. เขตทวีวัฒนา เป็นรองประธานคนที่ 2, สุชัย พงษ์เพียรชอบ ส.ก. เขตคลองเตย เป็นรองประธานคนที่ 3, ต่อศักดิ์ โชติมงคล ประธานที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นรองประธานคนที่ 4 และ สุรจิตต์ พงษ์สิงห์วิทยา ส.ก. เขตลาดกระบัง เป็นเลขานุการคณะกรรมการวิสามัญฯ

The post สภา กทม. เห็นชอบวาระแรกงบประมาณฯ กทม. ปี 2567 กว่า 9 หมื่นล้านบาท พร้อมตั้งคณะกรรมการพิจารณาเฉพาะ appeared first on THE STANDARD.

]]>
รัฐบาลเพิ่มกรอบวงเงินงบปี 66 อีก 1.19 แสนล้านบาท เป็นรายจ่ายผูกพัน-ชำระหนี้ และงบฟื้นฟูบรรเทาปัญหาเศรษฐกิจหลังโควิด https://thestandard.co/add-and-change-the-annual-expenditure-budget-2023/ Tue, 26 Jul 2022 12:11:18 +0000 https://thestandard.co/?p=659236 งบปี 66

วันนี้ (26 กรกฎาคม) ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนัก […]

The post รัฐบาลเพิ่มกรอบวงเงินงบปี 66 อีก 1.19 แสนล้านบาท เป็นรายจ่ายผูกพัน-ชำระหนี้ และงบฟื้นฟูบรรเทาปัญหาเศรษฐกิจหลังโควิด appeared first on THE STANDARD.

]]>
งบปี 66

วันนี้ (26 กรกฎาคม) ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้เห็นชอบการเพิ่มและเปลี่ยนแปลงงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2566 ประกอบด้วยการเพิ่มงบประมาณรายจ่าย รวมวงเงินทั้งสิ้น 119,199.41 ล้านบาท และการเปลี่ยนแปลงงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 วงเงิน 4,092.17 ล้านบาท พร้อมกับมอบหมายให้สำนักงบประมาณนำเรื่องดังกล่าวเสนอต่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

           

สำหรับการปรับเพิ่มงบประมาณรายจ่ายนั้น ประกอบไปด้วย 

 

  1. รายจ่ายที่ต้องดำเนินการตามข้อผูกพัน หรือค่าใช้จ่ายตามสิทธิที่เกิดจากฎหมาย สัญญา ข้อตกลงระหว่างประเทศ รวมถึงค่าใช้จ่ายเพื่อการชำระหนี้ วงเงิน 26,862.25 ล้านบาท 
  2. รายจ่ายเพื่อการพัฒนาหรือแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ รายจ่ายเพื่อป้องกันหรือบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน หรือในการฟื้นฟูเศรษฐกิจภายหลังสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด วงเงิน 92,337.16 ล้านบาท

          

ทั้งนี้ สำนักงบประมาณได้พิจารณาแล้ว วงเงินงบประมาณที่เพิ่มขึ้นดังกล่าวเป็นไปตามแนวทาง หลักเกณฑ์ แผน และขั้นตอนที่ ครม. ได้เห็นชอบเมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2565 ที่กำหนดให้หน่วยรับงบประมาณเสนอขอเพิ่มงบประมาณรายจ่ายเฉพาะรายการที่มีความจำเป็นเร่งด่วนอย่างแท้จริง สอดคล้องกับสถานการณ์ของประเทศ, ยุทธศาสตร์ชาติ, แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ, (ร่าง) แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13, (ร่าง) นโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติ, แผนการปฏิรูปประเทศ (ฉบับปรับปรุง) และนโยบายสำคัญของรัฐบาลที่ต้องดำเนินภายในปี 2566 

          

ไตรศุลีกล่าวอีกว่า การขอปรับเพิ่มงบประมาณรายจ่าย จำแนกตามกระทรวงได้ดังนี้ 

 

  1. งบกลาง 58,075 ล้านบาท
  2. สำนักนายกรัฐมนตรี 217.49 ล้านบาท
  3. กระทรวงกลาโหม 108.35 ล้านบาท
  4. กระทรวงการคลัง 6,196.57 ล้านบาท
  5. กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา 38 ล้านบาท 
  6. กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ 520.26 ล้านบาท 
  7. กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม 18.59 ล้านบาท
  8. กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 6,516.54 ล้านบาท
  9. กระทรวงคมนาคม 4,413.65 ล้านบาท 
  10. กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 1,368.32 ล้านบาท 
  11. กระทรวงมหาดไทย 1,278.50 ล้านบาท
  12. กระทรวงยุติธรรม 179.67 ล้านบาท 
  13. กระทรวงแรงงาน 15,455.76 ล้านบาท
  14. กระทรวงวัฒนธรรม 61.88 ล้านบาท
  15. กระทรวงศึกษาธิการ 2,600.54 ล้านบาท
  16. กระทรวงสาธารณสุข 969.62 ล้านบาท 
  17. ส่วนราชการไม่สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวงหรือทบวง และหน่วยงานภายใต้การควบคุมของนายกรัฐมนตรี 648.39 ล้านบาท
  18. รัฐวิสาหกิจ 1,596.16 ล้านบาท
  19. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 4,266.35 ล้านบาท
  20. ทุนหมุนเวียน 14,669.68 ล้านบาท

          

ไตรศุลีกล่าวว่า พร้อมกันนี้ ครม. ได้เห็นชอบการปรับปรุงแผนการบริหารหนี้สาธารณะ ประจำปีงบประมาณ 2565 ครั้งที่ 3 โดยอนุมัติการปรับแผนการก่อหนี้ใหม่เพิ่มขึ้นสุทธิ 14,177 ล้านบาท จากเดิม 1,415,103.57 ล้านบาท เป็น 1,429,280.57 ล้านบาท, แผนบริหารหนี้เดิมปรับเพิ่มขึ้นสุทธิ 1,500 ล้านบาท จากเดิม 1,501,163.56 ล้านบาท เป็น 1,502,663.56 ล้านบาท และแผนการชำระหนี้ปรับเพิ่มขึ้นสุทธิ 20,835.80 ล้านบาท จากเดิม 363,269.01 ล้านบาท เป็น 384,104.81 ล้านบาท และเห็นควรให้หน่วยงานที่บรรจุกรอบวงเงินกู้ภายใต้แผนบริหารหนี้สาธารณะที่ปรับปรุงครั้งที่ 3 เร่งรัดการดำเนินการตามแผนดังกล่าวต่อไป

The post รัฐบาลเพิ่มกรอบวงเงินงบปี 66 อีก 1.19 แสนล้านบาท เป็นรายจ่ายผูกพัน-ชำระหนี้ และงบฟื้นฟูบรรเทาปัญหาเศรษฐกิจหลังโควิด appeared first on THE STANDARD.

]]>
โฆษกรัฐบาลขอบคุณสภาฯ ผ่านร่าง พ.ร.บ.งบฯ ปี 66 พร้อมรับทุกข้อเสนอไปพิจารณาปรับปรุง ยืนยันรัฐใช้จ่ายเงินด้วยความโปร่งใส https://thestandard.co/spokesperson-for-the-prime-ministers-office-030665/ Fri, 03 Jun 2022 03:58:51 +0000 https://thestandard.co/?p=637415

วันนี้ (3 มิถุนายน) ธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายก […]

The post โฆษกรัฐบาลขอบคุณสภาฯ ผ่านร่าง พ.ร.บ.งบฯ ปี 66 พร้อมรับทุกข้อเสนอไปพิจารณาปรับปรุง ยืนยันรัฐใช้จ่ายเงินด้วยความโปร่งใส appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (3 มิถุนายน) ธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรผ่านร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ระบุว่า ขอขอบคุณประธานสภาฯ และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ทุกท่านที่ให้ความเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ซึ่งมีความสำคัญต่อการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาล โดยให้ความสำคัญกับประโยชน์ของประเทศและประชาชนอย่างยั่งยืน รวมทั้งเพื่อเป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศตามเป้าหมายที่รัฐบาลได้กำหนดไว้ 

 

ทั้งนี้ รัฐบาลจะนำทุกความคิดเห็น ข้อเสนอแนะต่างๆ รวมถึงข้อกังวลของที่ประชุมสภาฯ ที่ได้แสดงความห่วงใยไว้ตลอดระยะเวลาการประชุมที่ผ่านมา ไปพิจารณาปรับปรุงการดำเนินงานเพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์จากการใช้เงินงบประมาณให้มากที่สุด

 

“ขอให้ทุกคนมั่นใจว่า งบประมาณที่ได้รับการอนุมัติในครั้งนี้จะถูกนำไปใช้ตามวัตถุประสงค์ ดำเนินการภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด และภายใต้วงเงินงบประมาณที่มีอยู่อย่างจํากัด และรัฐบาลจะกำกับดูแลการใช้จ่ายเงินงบประมาณด้วยความโปร่งใส เพื่อให้บรรลุผลสำเร็จตามนโยบายที่ได้กำหนดไว้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อให้ประเทศมีความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน เพื่อขับเคลื่อนประเทศให้ก้าวพ้นวิกฤต รวมทั้งฟื้นฟูเศรษฐกิจให้กลับคืนมาโดยเร็ว” ธนกรกล่าว

 

The post โฆษกรัฐบาลขอบคุณสภาฯ ผ่านร่าง พ.ร.บ.งบฯ ปี 66 พร้อมรับทุกข้อเสนอไปพิจารณาปรับปรุง ยืนยันรัฐใช้จ่ายเงินด้วยความโปร่งใส appeared first on THE STANDARD.

]]>
ก้าวไกลจัด ‘Hackathon งบ 66’ ร่วมออกแบบงบประมาณ ชี้รัฐจัดสรรไม่ตอบโจทย์ประเทศ เกิดโครงการเบี้ยหัวแตกเต็มไปหมด https://thestandard.co/hackathon-budget-66/ Sat, 28 May 2022 12:22:39 +0000 https://thestandard.co/?p=635154 พรรคก้าวไกล

วันนี้ (28 พฤษภาคม) ที่อาคารอนาคตใหม่ พรรคก้าวไกล จัดกิ […]

The post ก้าวไกลจัด ‘Hackathon งบ 66’ ร่วมออกแบบงบประมาณ ชี้รัฐจัดสรรไม่ตอบโจทย์ประเทศ เกิดโครงการเบี้ยหัวแตกเต็มไปหมด appeared first on THE STANDARD.

]]>
พรรคก้าวไกล

วันนี้ (28 พฤษภาคม) ที่อาคารอนาคตใหม่ พรรคก้าวไกล จัดกิจกรรม ‘Hackathon งบ 66: ร่วมออกแบบ #งบประมาณฉบับก้าวไกล ที่เราอยากเห็น’ ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ให้ประชาชนร่วมตรวจสอบงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2566 ซึ่งเป็นปีสุดท้ายของรัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และให้ประชาชนได้ร่วมออกแบบงบประมาณฉบับพรรคก้าวไกล โดยมีผู้ให้ความสนใจเข้าร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก

 

พริษฐ์ วัชรสินธุ กล่าวว่า เอกสารงบประมาณรายจ่ายประจำปีเป็นหนึ่งในสิ่งที่บ่งบอกโครงสร้างของประเทศด้านการจัดสรรเงิน ว่าหลังจากรัฐบาลเก็บภาษีจากประชาชนแล้วได้นำไปใช้จ่ายหรือลงทุนกับอะไร และประเทศจะเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางไหน ทั้งนี้ ประเทศไทยกำลังเผชิญ 2 โจทย์สำคัญที่งบปี 66 ต้องตอบโจทย์ให้ได้ ได้แก่ โจทย์เฉพาะหน้า เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังโควิด และโจทย์แห่งยุคสมัย คือความท้าทายใหม่ๆ ที่จะเข้ามาส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อโครงสร้างเศรษฐกิจและสังคมทั้งของไทยและของโลก เช่น สังคมสูงวัย ภาวะโลกรวน และผลกระทบของเทคโนโลยีต่อความเหลื่อมล้ำ

 

“งบประมาณปี 2566 มีปัญหา 3 ส่วนที่คิดว่ายังไม่ตอบโจทย์เหล่านี้ ได้แก่

 

1. ขนาดงบประมาณ 3.185 ล้านล้านบาท ที่สูงขึ้นจากปีที่แล้วแค่ 2.7% และต่ำกว่างบประมาณปี 2563 หรือช่วงก่อนวิกฤต เพียงพอหรือไม่ในการกระตุ้นเศรษฐกิจที่อยู่ในภาวะฝืดเคืองและบรรเทาปัญหาของประชาชน ในขณะที่หลายประเทศทั่วโลกเลือกเพิ่มวงเงินงบประมาณ

 

2. การจัดลำดับความสำคัญของภารกิจ ซึ่งเราสังเกตว่า อาจมีการจัดลำดับความสำคัญที่ยังไม่ตอบโจทย์ ทั้งโจทย์เรื่องเศรษฐกิจที่ประเทศไทยต้องการเครื่องยนต์เศรษฐกิจตัวใหม่ เพื่อมาเสริมการส่งออกหรือการท่องเที่ยวที่ถูกกระทบจากโควิด แต่งบลงทุนปี 2566 เพื่อพัฒนาประเทศกลับลดลง 10% และส่วนใหญ่ถูกใช้ไปกับการสร้างถนนมากกว่าสร้างอุตสาหกรรมใหม่ หรือโจทย์เรื่องสวัสดิการที่ยังไม่มีการตั้งงบเพื่อยกระดับเบี้ยผู้สูงอายุอย่างถาวร เพื่อจัดสรรเบี้ยเด็กแรกเกิดอย่างถ้วนหน้า หรือเพื่อฟื้นฟูการเรียนรู้ที่สูญเสียไปของนักเรียนจากช่วงโควิด

 

3. เราเลือกหน่วยงานที่เหมาะสมกับการขับเคลื่อนภารกิจหรือไม่ เช่น โจทย์ความมั่นคง ซึ่งปัจจุบันมีรูปแบบหลากหลายมากขึ้นกว่าแค่การทหารที่เราอาจคุ้นเคยในอดีต เช่น ภาวะโลกรวน แต่ถ้าเราไปดูการจัดสรรงบประมาณตามภารกิจความมั่นคง จะเห็นว่ารัฐบาลอาจยังตีความความมั่นคงในรูปแบบเดิม งบกระทรวงกลาโหมปีนี้ลดลงจริงในภาพรวม แต่งบบุคลากรกลาโหมเพิ่มขึ้น 2,400 ล้านบาท ขณะที่งบที่ถูกจัดสรรในแผนงานยุทธศาสตร์เพื่อรับมือผลกระทบจากภาวะโลกรวนมีเพียง 1,574 ล้านบาท” พริษฐ์กล่าว

 

พริษฐ์กล่าวด้วยว่า เป้าหมายของพรรคก้าวไกลในปีนี้ ซึ่งเป็นปีสุดท้ายของรัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก่อนมีการเลือกตั้งในปีหน้า นอกจากเราจะ ‘ตั้งคำถามกับรัฐบาล’ เพื่อตรวจสอบการจัดสรรงบประมาณให้เป็นไปอย่างคุ้มค่า มีประสิทธิภาพ และตอบโจทย์ประชาชนมากขึ้น เรายังต้องการสื่อสารและ ‘ตั้งความหวังกับประชาชน’ เพื่อฉายภาพให้เห็นชัดว่า ถ้าก้าวไกลเป็นรัฐบาลจะจัดสรรงบประมาณแบบไหน ซึ่งกว่าจะไปถึงตรงนั้นได้ต้องมี 2 องค์ประกอบ คือ

 

1. เครื่องมือวิเคราะห์งบที่ดี เพื่อเพิ่มความโปร่งใสและเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจสอบ

2. การมีส่วนร่วมของประชาชน ซึ่งเป็นเหตุผลในการจัดกิจกรรมวันนี้ เพื่อนำไปสู่งบประมาณฉบับก้าวไกล ที่ทำให้ประชาชนมีความมั่นใจมากขึ้นว่านโยบายเราทำได้จริงและอยู่บนพื้นฐานของตัวเลขที่ถูกคิดมาอย่างรอบคอบ 

 

โดยตัวชี้วัดความสำเร็จของการจัดสรรงบประมาณที่เราอยากเห็นคือ เมื่อประชาชนทั่วประเทศไม่รู้สึกเสียดาย แต่รู้สึกภูมิใจที่ได้จ่ายภาษี

 

ด้าน ศิริกัญญา ตันสกุล กล่าวว่า งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2566 ที่ 3.185 ล้านล้านบาทนั้นถือว่าไม่เยอะเมื่อเทียบกับปัญหาที่ประเทศไทยกำลังเผชิญ ทั้งยังเป็นการจัดสรรงบที่น้อยกว่าตอนเกิดวิกฤตโควิดเสียอีก ซึ่งอาจกล่าวได้ว่า งบโดยรวมเหลือน้อย และที่ใช้ได้จริงนั้นก็ยิ่งน้อยมาก เพราะมีภาระงบประมาณที่ตัดได้ยากหรือต้องทำตามกฎหมายในแต่ละปี พบว่าส่วนใหญ่ที่สุด 40 เปอร์เซ็นต์ถูกใช้จ่ายไปกับค่าใช้จ่ายของบุคลากร ไม่ว่าจะเป็นเงินเดือน ค่าตอบแทน สวัสดิการข้าราชการที่มีแนวโน้มว่าเพิ่มขึ้นทุกปี โดยเฉพาะในส่วนของสวัสดิการข้าราชการ 

 

ส่วนที่ 2 ที่ตัดไม่ได้คือ งบชำระหนี้และดอกเบี้ยที่ในอนาคตจะสูงขึ้น เพราะหลายประเทศทั่วโลกปรับเพิ่มดอกเบี้ยนโยบายแล้ว ซึ่งจะกระทบอัตราดอกเบี้ยที่รัฐบาลไทยกู้ยืมมาด้วยเช่นกัน

 

ส่วนที่ 3 คือเงินอุดหนุนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีเป้าว่า 25 เปอร์เซ็นต์เป็นขั้นต่ำที่จะแบ่งรายได้ให้กับท้องถิ่น แต่ในความเป็นจริงมีภารกิจหลายเรื่องที่ท้องถิ่นไม่ได้คิดหรือมีอิสระทางการเงิน แต่เป็นเพียงแค่ท่อผ่านงบประมาณ เช่น เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ เบี้ยคนพิการ ฯลฯ ซึ่งเหล่านี้รัฐบาลฉลาดแกมโกงเอาไปเป็นรายได้ให้ เหมือนจะทำให้ถึงขั้นต่ำ ซึ่งเป็นโครงสร้างที่ผิดและบิดเบี้ยวมาก 

 

ส่วนที่ 4 ในส่วนของสวัสดิการที่รัฐบาลต้องจัดสรรตามกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นบัตรทองหรือประกันสังคม ซึ่งส่วนนี้จะเพิ่มขึ้นตามอายุประชากรในวันที่เราเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยแล้ว 

 

และสุดท้ายส่วนที่ 5 คือภาระผูกพัน ซึ่งเป็นหนี้เดิมที่มาจากรัฐบาลได้เคยตั้งโครงการไว้ และจะรวมกับก้อนใหม่ที่จะเพิ่มขึ้นมาในปีนี้ด้วย

 

“ดังนั้นเมื่อดูรายจ่ายทั้ง 5 ส่วนนี้ ทำให้งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2566 ที่ 3.185 ล้านล้านบาทนั้นใช้ได้จริงแค่ 9.3 แสนล้านบาทเท่านั้น และพื้นที่ทางการคลังของรัฐบาลตรงนี้ยังต้องเอาไปใช้กับโครงการใหญ่ๆ ที่จะเริ่มโครงการในปีนี้อีก เช่น ถนน 5.4 หมื่นล้าน, น้ำ 3.6 หมื่นล้าน, ใช้หนี้อื่นๆ 6 หมื่นล้าน และอาวุธ 1.6 หมื่นล้าน ซึ่งหมายความว่างบประมาณที่รัฐบาลเหลือใช้จริงๆ ที่จะเอามาคิดโครงการต่างๆ มีไม่ถึง 1 ใน 3 ของงบประมาณประเทศปีนี้ ทั้งๆ ที่ปัญหาของประเทศมีอยู่มากมาย และเงินก้อนนี้ก็ต้องแบ่งกันใช้ 362 หน่วยราชการ 30 กองทุนหมุนเวียน 37 องค์การมหาชน และ 25 รัฐวิสาหกิจ ซึ่งรวมแล้วกว่า 400 หน่วยงาน สิ่งที่เกิดขึ้นคือ มีแต่โครงการที่เป็นเบี้ยหัวแตกเต็มไปหมด จะไม่สามารถตอบโจทย์ใหญ่ๆ ของประเทศได้ จะมีแต่โครงการอบรมสัมมนา ดูงาน ที่ประเมินผลไม่ได้เต็มไปหมด” ศิริกัญญากล่าว

 

สำหรับกิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นระหว่างวันที่ 28-29 พฤษภาคมนี้ ซึ่งนอกจากจะมีการบรรยายในหัวข้อต่างๆ แล้ว ยังมีเวิร์กช็อปร่วมตรวจสอบงบปี 66 กับ ส.ส. และทีมนโยบายของพรรค ตามหัวข้อที่แต่ละคนสนใจไม่ว่าจะเป็น เศรษฐกิจ การศึกษา สวัสดิการ หรือท้องถิ่น โดยแต่ละกลุ่มจะร่วมกันออกแบบด้วยว่าอยากเห็นงบประมาณใช้ไปกับเรื่องอะไรด้วย

The post ก้าวไกลจัด ‘Hackathon งบ 66’ ร่วมออกแบบงบประมาณ ชี้รัฐจัดสรรไม่ตอบโจทย์ประเทศ เกิดโครงการเบี้ยหัวแตกเต็มไปหมด appeared first on THE STANDARD.

]]>
ฝ่ายค้านยืนยันโหวตคว่ำงบปี 2566 สุทินบอกถ้าปรับตามข้อเสนอแนะอาจเปลี่ยนใจ ชี้งบรอบนี้เหมือนขอทานจัดงานเลี้ยงวันเกิด https://thestandard.co/sutin-budget-expenditures-for-the-fiscal-year-2566/ Fri, 27 May 2022 03:40:12 +0000 https://thestandard.co/?p=634443 สุทิน คลังแสง

วันนี้ (27 พฤษภาคม) สุทิน คลังแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร […]

The post ฝ่ายค้านยืนยันโหวตคว่ำงบปี 2566 สุทินบอกถ้าปรับตามข้อเสนอแนะอาจเปลี่ยนใจ ชี้งบรอบนี้เหมือนขอทานจัดงานเลี้ยงวันเกิด appeared first on THE STANDARD.

]]>
สุทิน คลังแสง

วันนี้ (27 พฤษภาคม) สุทิน คลังแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) จังหวัดมหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน แถลงข่าวถึงการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ระหว่างวันที่ 31 พฤษภาคม – 2 มิถุนายนนี้ว่า

 

ความเห็นของพรรคร่วมฝ่ายค้านยังคงยืนยันที่จะไม่รับร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ ฉบับนี้ ซึ่งเวลาที่เหลือนี้ต้องการให้รัฐบาลชี้แจง และออกมายอมรับว่าจะสามารถปรับปรุงตามข้อเสนอแนะได้อย่างไร ซึ่งหากรัฐบาลใจกว้างที่จะยอมรับและปรับปรุง ฝ่ายค้านอาจเปลี่ยนใจยอมรับ พ.ร.บ.งบประมาณ ฉบับนี้ได้ แต่หากรัฐบาลยังยืนยันที่จะจัดสรรงบประมาณตามเดิมอยู่ ฝ่ายค้านก็ไม่สามารถที่จะปล่อยผ่านไปได้

 

สุทินกล่าวว่า การจัดสรรงบประมาณปี 2566 เปรียบเสมือนขอทานจัดงานเลี้ยงวันเกิด เนื่องจากประเทศไทยยังคงอยู่ในสภาพที่ยากจน ไม่มีเงิน ลำบาก ประกอบกับฐานะการคลังถดถอยและย่ำแย่ ยังจำเป็นต้องกู้เงิน และการจัดสรรงบประมาณของรัฐบาลยังไม่สามารถก่อให้เกิดการจัดเก็บรายได้ ซึ่งการกระตุ้นและการอัดฉีดของรัฐบาลยังคงเป็นการกระตุ้นเรื่องการบริโภค ยังไม่มีการกระตุ้นในภาคการผลิต จึงเชื่อว่ารัฐบาลจะไม่สามารถจัดเก็บรายได้ให้เป็นไปตามเป้าหมายได้อย่างแน่นอน โดยการจัดงบประมาณปี 2566 ยังคงเป็นการจัดงบประมาณในเชิงกระจายไปยังพรรคร่วมรัฐบาล เพื่อรักษาสถานะของรัฐบาลไว้มากกว่า เพื่อซื้อใจพรรคร่วมรัฐบาลไว้ ซึ่งเป็นการส่อถึงการทุจริต 

 

“ให้รัฐบาลไปทำการบ้านและชี้แจงกับเราให้สบายใจว่าจะจัดเก็บรายได้อย่างไร งบประมาณจะก่อให้เกิดรายได้อย่างไร ไม่เป็นการลงทุนแต่เป็นการเพิ่มงบประจำขึ้นกว่าหมื่นล้าน”สุทินกล่าว

 

สุทินยังกล่าวถึงการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า แต่เดิมฝ่ายค้านจะยื่นขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจหลังการพิจารณากฎหมายลูกแล้วเสร็จ แต่เมื่อดูไทม์ไลน์แล้วพบว่ารัฐบาลมีท่าทีที่จะดึงกฎหมายลูกให้นานออกไป เพื่อทำลายจังหวะในการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยฝ่ายค้านพยายามเสนอให้เปลี่ยนระเบียบวาระการประชุมโดยนำกฎหมายลูกขึ้นมาพิจารณาก่อนร่าง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ เนื่องจากกฎหมายลูกมีข้อจำกัดเรื่องเวลาซึ่งหากกฎหมายถูกตีตกไป หรือมีการปรับกลุ่มแก้ไข การเดินทางของกฎหมายลูกก็จะยาวขึ้น เวลาของสภาที่เหลืออาจไม่พอและเกิดปัญหา และประเทศไทยอาจเกิดทางตัน ซึ่งท้ายที่สุดฝ่ายรัฐบาลไม่ยอมให้นำกฎหมายลูกขึ้นมาพิจารณาก่อนร่าง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ ซึ่งถือเป็นกฎหมายที่มีรายละเอียดเยอะ อาจใช้เวลาในการพิจารณากฎหมายร่วม 2 สัปดาห์

 

“ฝ่ายค้านจะไม่รอแล้ว การยื่นขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจอาจเกิดขึ้นก่อนที่กฎหมายลูกจะผ่าน และการประชุมพรรคร่วมฝ่ายค้านในวันจันทร์ที่ 30 พฤษภาคมนี้ จะมีการหยิบยกประเด็นดังกล่าวเข้าพิจารณา เนื่องจากฝ่ายค้านอาจจะเจอเทคนิคดีเลย์” สุทินกล่าว

 

สุทินกล่าวต่อไปว่า ขอฝากไปยังรัฐบาลถึงการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจว่าฝ่ายค้านมีข้อมูลพร้อมแล้ว ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการเขียนญัตติ และที่ฝ่ายค้านต้องการยื่นเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจหลังกฎหมายลูกแล้วเสร็จนั้น เพียงต้องการหลักประกันว่าเมื่อฝ่ายค้านยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจแล้วเกิดมีปัญหาหรืออุบัติเหตุ รัฐบาลอยู่ไม่ได้หรือรัฐบาลล้มระหว่างการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ก็จะมีกฎหมายเลือกตั้งใหม่ 

The post ฝ่ายค้านยืนยันโหวตคว่ำงบปี 2566 สุทินบอกถ้าปรับตามข้อเสนอแนะอาจเปลี่ยนใจ ชี้งบรอบนี้เหมือนขอทานจัดงานเลี้ยงวันเกิด appeared first on THE STANDARD.

]]>
“พร้อมออกจาก ส.ส. และเลิกเล่นการเมืองตลอดชีวิต” ยุทธพงศ์ เพื่อไทย ประกาศ หากมีหลักฐานรัฐบาลนำงบกลางช่วยโควิดไปใช้ผิดระเบียบ-ทำอย่างอื่น https://thestandard.co/yuthaphong-charassathien-and-central-budget/ Wed, 04 Aug 2021 10:18:15 +0000 https://thestandard.co/?p=521436 Yuthaphong Jaratsathien

วันนี้ (4 สิงหาคม) ที่อาคารรัฐสภา ยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส […]

The post “พร้อมออกจาก ส.ส. และเลิกเล่นการเมืองตลอดชีวิต” ยุทธพงศ์ เพื่อไทย ประกาศ หากมีหลักฐานรัฐบาลนำงบกลางช่วยโควิดไปใช้ผิดระเบียบ-ทำอย่างอื่น appeared first on THE STANDARD.

]]>
Yuthaphong Jaratsathien

วันนี้ (4 สิงหาคม) ที่อาคารรัฐสภา ยุทธพงศ์ จรัสเสถียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) จังหวัดมหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 แถลงข่าวถึงกรณีที่กรรมาธิการงบประมาณในส่วนพรรคเพื่อไทยตัดสินใจโหวตโยกงบประมาณที่ถูกปรับลงไปไว้ในงบกลาง 1.63 หมื่นล้านบาท ว่า มีการตั้งคำถามว่าจะเป็นการตีเช็คเปล่าให้กับ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หรือไม่ และเมื่อดูงบกลางปี 2564 ได้รับประมาณ 6.14 แสนล้านบาท เพื่อนำไปใช้จ่ายในการบรรเทาแก้ปัญหาเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากโควิดจำนวน 4.03 หมื่นล้านบาท ขณะที่ปี 2565 มีงบกลางประมาณ 5.71 แสนล้านบาท แต่กลับไม่มีงบประมาณที่จะนำไปบรรเทาเยียวยาแก้ไขปัญหาโควิดเลย จึงเป็นเหตุให้กรรมาธิการงบประมาณฝั่งพรรคเพื่อไทยมีมติโหวตเป็นเอกฉันท์ เพื่อให้นำเงิน 1.63 หมื่นล้านบาท ไปช่วยแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนทั้งหมด และมั่นใจว่าไม่ใช่เป็นการตีเช็คเปล่า เพราะทุกอย่างมีระเบียบว่าด้วยการบริหารงบประมาณรายจ่ายงบกลาง รายการค่าใช้จ่ายในการบรรเทาแก้ไขปัญหาและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด ที่ออกโดยสำนักงบประมาณ มากำกับไว้ ซึ่งในระเบียบดังกล่าวยังระบุวัตถุประสงค์ในการใช้จ่ายไว้อย่างชัดเจน โดยทุกหน่วยงานต้องปฏิบัติตามระเบียบขั้นตอน ถ้าพบการทุจริตต้องรับผิดชอบ

 

นอกจากนั้นยุทธพงศ์ยังกล่าวว่า งบประมาณที่ให้ไปทั้งหมดการันตีได้ว่าจะถูกนำไปช่วยประชาชนที่เกี่ยวกับปัญหาโควิดอย่างแน่นอน แม้ทางพรรคก้าวไกลจะออกมาระบุว่า เหตุใดไม่โยกไปให้ในส่วนของท้องถิ่น ก็ยอมรับว่าท้องถิ่นก็มีความจำเป็น แต่เงินเราก็มีจำกัด กรณีที่มี ส.ส. พรรคก้าวไกล ออกมาตอบโต้ตนนั้น ตนก็ไม่อยากตอบโต้กลับ เพราะแต่ละพรรคและแต่ละคนมีสิทธิคิดและตัดสินใจ 

 

ในการตัดปรับลดงบประมาณปี 2565 นั้นจะเห็นได้ว่า ทางพรรคเพื่อไทยได้ขอให้ตัดงบประมาณตั้งแต่กรณีการจัดซื้อเรือดำน้ำแล้ว แต่การแปรญัตติพรรคก้าวไกลไม่เห็นมีการแปรญัตติไปช่วยโควิดเลย การโหวตของกรรมาธิการงบประมาณฝั่งพรรคเพื่อไทยที่ไปตรงกับพรรคร่วมรัฐบาลคงเป็นเพราะ ส.ส. ทุกคนเห็นว่าขณะนี้ประชาชนกำลังเดือดร้อนกับโควิดจริงๆ ขอย้ำว่าถ้ามีการนำงบประมาณในส่วนของงบกลางไปใช้ผิดระเบียบ ไม่ได้ใช้เกี่ยวกับโควิด ถ้ามีหลักฐานที่พิสูจน์ได้ ตนก็พร้อมลาออกจาก ส.ส. และเลิกเล่นการเมืองตลอดชีวิต

 

ทั้งนี้ ยุทธพงศ์ได้กล่าวถึงกรณีการโต้ตอบกับ ตรีรัตน์ ศิริจันทโรภาส อดีตผู้สมัคร ส.ส. กทม. พรรคเพื่อไทย ด้วยถ้อยคำรุนแรง จนออกมาตั้งคำถามว่าไม่เหมาะสมนั้น ตรีรัตน์ไม่เคยเป็น ส.ส. และพรรคเพื่อไทยให้โอกาสหลายครั้ง ถามว่ามาอ้างสิทธิเป็นตัวแทนประชาชนได้อย่างไร ทั้งที่สอบตกและออกจากพรรคเพื่อไทยไปแล้ว แต่กลับมาว่าพรรคเพื่อไทย ตรีรัตน์ไม่มีราคาทางการเมือง แต่กลับเข้ามาใน Clubhouse และอ้างว่าเป็นตัวแทนประชาชน ตนจึงถามว่าเป็นตัวแทนประชาชนได้อย่างไร ในเมื่อไม่ได้เป็น ส.ส. ทั้งที่เคยอยู่พรรคเพื่อไทยแต่กลับมาด่าพรรค และที่อ้างว่าออกไปเพราะเลือดไหล ย้ำว่าจะเลือดไหลได้อย่างไร ในเมื่อไม่ได้เป็น ส.ส. ทำไมตรีรัตน์ออกไปแล้วต้องมาด่าพรรค หากใครดีเลวก็ว่าไป พรรคทำอะไรให้เสียหาย อย่าลืมว่าคนรู้จักวันนี้เพราะลงสมัคร ส.ส. ในนามพรรคเพื่อไทย

The post “พร้อมออกจาก ส.ส. และเลิกเล่นการเมืองตลอดชีวิต” ยุทธพงศ์ เพื่อไทย ประกาศ หากมีหลักฐานรัฐบาลนำงบกลางช่วยโควิดไปใช้ผิดระเบียบ-ทำอย่างอื่น appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายกฯ และ ครม. พร้อมแจงร่าง พ.ร.บ. งบฯ 2565 ชี้ถือเป็นโอกาส สร้างความเข้าใจให้ประชาชน https://thestandard.co/pm-cabinet-draft-of-the-budget-act-2022/ Sun, 30 May 2021 03:54:30 +0000 https://thestandard.co/?p=494271 พ.ร.บ. งบฯ 2565

วันนี้ (30 พฤษภาคม) อนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายก […]

The post นายกฯ และ ครม. พร้อมแจงร่าง พ.ร.บ. งบฯ 2565 ชี้ถือเป็นโอกาส สร้างความเข้าใจให้ประชาชน appeared first on THE STANDARD.

]]>
พ.ร.บ. งบฯ 2565

วันนี้ (30 พฤษภาคม) อนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมชี้แจ้งรายละเอียดถึงการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2565 ในวาระที่ 1 ในช่วงวันที่ 31 พฤษภาคม ถึง 2 มิถุนายน 2564

 

โดย พล.อ. ประยุทธ์ ได้กำชับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในการประชุม ครม. ครั้งที่ผ่านมาเมื่อต้นสัปดาห์นี้ว่า การประชุมสภาในครั้งนี้นอกจากจะเป็นการชี้แจงให้ ส.ส. ทราบถึง พ.ร.บ. งบประมาณ ในรายละเอียดแล้ว ยังถือเป็นโอกาสดีที่รัฐบาลจะสร้างการรับรู้และสร้างความเข้าใจให้กับประชาชน เพื่อได้รับทราบถึงการจัดทำงบประมาณในครั้งนี้ด้วย และย้ำให้รัฐมนตรีแต่ละกระทรวงเข้าร่วมประชุมสภา เพื่อชี้แจงข้อสงสัยของ ส.ส. และสื่อสารให้ประชาชนได้รับทราบไปในคราวเดียวกัน

 

สำหรับวงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 มีจำนวนทั้งสิ้น 3.1 ล้านล้านบาท ประกอบด้วยรายจ่ายประจำ จำนวน 2,360,543 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 76.15 ของวงเงินงบประมาณ สำหรับรายจ่ายลงทุนมีจำนวนทั้งสิ้น 624,399.9 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 20.14 ของวงเงินงบประมาณ ซึ่งน้อยกว่าวงเงินส่วนที่ขาดดุลที่มีจำนวน 7 แสนล้านบาท 

 

อย่างไรก็ตาม การที่งบประมาณรายจ่ายลงทุนมีจำนวนน้อยกว่าวงเงินส่วนที่ขาดดุลของงบประมาณประจำปี ไม่เป็นปัญหาในการจัดงบประมาณในครั้งนี้แต่อย่างใด เนื่องจากรัฐบาลสามารถเพิ่มแหล่งเงินลงทุนของประเทศในช่องทางอื่นนอกเหนือจากงบประมาณรายจ่าย ซึ่งประกอบด้วย 

 

1. การให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ (Public Private Partnership: PPP) ซึ่งในปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 คาดว่าจะมีโครงการตามแผนการจัดทำโครงการร่วมลงทุนในปี 2565 รวม 52,320.63 ล้านบาท

 

2. กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย (Thailand Future Fund) ซึ่งในปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 ประมาณการแผนการใช้จ่ายกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย มีจำนวนรวมทั้งสิ้น 9,983.98 ล้านบาท 

 

3. การใช้เงินกู้เพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม รวมทั้งสิ้น 109 รายการ วงเงินรวม 91,705.5119 ล้านบาท ซึ่งสำนักงบประมาณพิจารณาแล้วว่าเป็นรายการลงทุนที่มีความพร้อมในการดำเนินการให้ผลตอบแทนทางเศรษฐกิจและสังคม และสามารถใช้จ่ายจากเงินกู้เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมได้

 

นอกจากนี้หากจำแนกงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 ตามยุทธศาสตร์การจัดสรรงบประมาณ จะเห็นได้ว่ารัฐบาลให้ความสำคัญด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคมที่มีสัดส่วนสูงสุดที่ร้อยละ 23.67 ตามด้วยยุทธศาสตร์ด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ ที่มีสัดส่วนร้อยละ 18.05 และด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ ที่มีสัดส่วนร้อยละ 17.68

 

อนุชา ระบุว่า พล.อ. ประยุทธ์ จะได้ใช้โอกาสนี้ชี้แจงหลักการจัดทำงบประมาณที่คำนึงถึงความจำเป็นเร่งด่วน และให้ความสำคัญในการดำเนินนโยบายภายใต้แผนแม่บทเฉพาะกิจภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติจากสถานการณ์โควิด-19 (พ.ศ. 2564-2565) รวมทั้งแผนปฏิรูปประเทศ (ฉบับปรับปรุง) โดยได้พิจารณาทั้งแหล่งเงิน ศักยภาพหน่วยงาน และได้ดำเนินการภายใต้กฎหมายที่เกี่ยวข้องครบถ้วนทั้งหมดเรียบร้อยแล้ว

 

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

The post นายกฯ และ ครม. พร้อมแจงร่าง พ.ร.บ. งบฯ 2565 ชี้ถือเป็นโอกาส สร้างความเข้าใจให้ประชาชน appeared first on THE STANDARD.

]]>
คณะรัฐมนตรีไฟเขียวรายละเอียดงบปี 2565 จำนวน 3.1 ล้านล้านบาท ลดลง 6.98% https://thestandard.co/details-of-the-year-2022-in-the-amount-of-3-1-trillion-baht/ Tue, 16 Mar 2021 09:22:03 +0000 https://thestandard.co/?p=465577 คณะรัฐมนตรีไฟเขียวรายละเอียดงบปี-2565

วันนี้ (16 มีนาคม) อนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกร […]

The post คณะรัฐมนตรีไฟเขียวรายละเอียดงบปี 2565 จำนวน 3.1 ล้านล้านบาท ลดลง 6.98% appeared first on THE STANDARD.

]]>
คณะรัฐมนตรีไฟเขียวรายละเอียดงบปี-2565

วันนี้ (16 มีนาคม) อนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบแนวทางจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 จำนวน 3.1 ล้านล้านบาท รายละเอียดดังนี้

 

  • รายจ่ายประจำ จำนวน 2,360,543.0 ล้านบาท ลดลง 177,109.3 ล้านบาท หรือร้อยละ 6.98 จากปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 และคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 76.15 ของวงเงินงบประมาณ

  

  • รายจ่ายเพื่อชดใช้เงินคงคลัง จำนวน 596.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 100 จากปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 เนื่องจากในปีงบประมาณปี 2564 ไม่มีรายการที่ต้องเสนอตั้งงบประมาณ คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 0.02 ของวงเงินงบประมาณ

  

  • รายจ่ายเพื่อชดใช้เงินทุนสำรองจ่าย จำนวน 24,978.6 ล้านบาท เพื่อชดใช้เงินทุนสำรองจ่ายที่ได้นำไปใช้จ่ายตามนัยมาตรา 45 ของพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2561 เพิ่มขึ้นร้อยละ 100 จากปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 และคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 0.81 ของวงเงินงบประมาณ

 

  • รายจ่ายลงทุน จำนวน 624,399.9 ล้านบาท ลดลง 24,910.3 ล้านบาท จากปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 และคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 20.14 ของวงเงินงบประมาณ 

 

  • รายจ่ายชำระคืนต้นเงินกู้ จำนวน 100,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 จำนวน 1,000 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.01 และคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 3.22 ของวงเงินงบประมาณ (รายจ่ายชำระคืนต้นเงินกู้เป็นรายจ่ายลงทุน กรณีการกู้เพื่อการลงทุนของรัฐวิสาหกิจ จำนวน 10,518.2 ล้านบาท) 

 

เมื่อจำแนกการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 ตามยุทธศาสตร์แล้ว พบว่ายุทธศาสตร์ที่มีการจัดสรรงบประมาณสูงสุด คือ ยุทธศาสตร์ด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม อยู่ที่ 733,749.6 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 23.67 ขณะที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้รับการจัดสรร 709,866.98 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนการกระจายอำนาจเพิ่มขึ้น และสอดคล้องกับแนวทางปฏิรูปรายได้ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้สามารถพึ่งพาตนเอง รวมทั้งยังให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นพิจารณานำเงินนอกงบประมาณหรือเงินสะสมมาใช้สมทบ เพื่อดำเนินโครงการลงทุนในท้องถิ่นมากขึ้น

  

ทั้งนี้ สำนักงบประมาณได้เสนอแนวทางการปรับปรุงรายละเอียดงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 โดยขอให้หน่วยรับงบประมาณรักษาสัดส่วนรายจ่ายลงทุน ไม่ควรเปลี่ยนแปลงรายจ่ายลงทุนไปเพิ่มในรายจ่ายประจำ และไม่ควรเปลี่ยนแปลงงบประมาณในแผนงานบูรณาการหรือแผนงานยุทธศาสตร์ไปเพิ่มในแผนงานพื้นฐาน รวมทั้งไม่ควรเพิ่มรายการใหม่ที่มีภาระผูกพัน โดยให้หน่วยรับงบประมาณปรับปรุงรายละเอียดตามแนวทางดังกล่าว และส่งผลการปรับปรุงให้สำนักงบประมาณส่งสำนักงบประมาณภายในวันที่ 18 มีนาคม 2564 เพื่อให้สำนักงบประมาณนำเสนอ ครม. พิจารณาในสัปดาห์ต่อไป (วันอังคาร 23 มีนาคม 2564) โดยส่วนที่ขาดดุลของงบประมาณประจำปี ให้พิจารณาเพิ่มรายจ่ายลงทุนจากแหล่งเงินลงทุนของประเทศในช่องทางอื่นนอกเหนือจากงบประมาณรายจ่าย เช่น การร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (PPP) และการลงทุนของหน่วยงาน ในกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย (THAILAND FUTURE FUND) รวมทั้งพิจารณาการใช้เงินกู้เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ตามมาตรา 22 แห่งพระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะ พ.ศ. 2548 และที่แก้ไขเพิ่มเติมด้วย

 

 

พิสูจน์อักษร: วรรษมล สิงหโกมล

The post คณะรัฐมนตรีไฟเขียวรายละเอียดงบปี 2565 จำนวน 3.1 ล้านล้านบาท ลดลง 6.98% appeared first on THE STANDARD.

]]>
เปิดรายละเอียด ร่าง พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่าย ประจำปี 2564 วงเงิน 3.3 ล้านล้านบาท https://thestandard.co/expense-budget-act-detail-of-2021/ Wed, 17 Jun 2020 06:34:26 +0000 https://thestandard.co/?p=372624

เมื่อวานนี้ (16 มิถุนายน) คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติเห […]

The post เปิดรายละเอียด ร่าง พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่าย ประจำปี 2564 วงเงิน 3.3 ล้านล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>

เมื่อวานนี้ (16 มิถุนายน) คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติเห็นชอบร่าง พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2564 ในวงเงินไม่เกิน 3.3 ล้านล้านบาท และเตรียมเสนอสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาต่อไป และนี่คือสัดส่วนรายละเอียดงบประมาณในแต่ละรายการ 

 

 

ภาพประกอบ: กริน วสุรัฐกร

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

The post เปิดรายละเอียด ร่าง พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่าย ประจำปี 2564 วงเงิน 3.3 ล้านล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
ครม. เคาะปรับรายละเอียดงบประมาณปี 64 สั่งทุกหน่วยตัดงบ รองรับผลกระทบโควิด-19 https://thestandard.co/adjusting-budget-details-year-2564/ Wed, 15 Apr 2020 08:49:02 +0000 https://thestandard.co/?p=354260

วันนี้ (15 เมษายน) นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนาย […]

The post ครม. เคาะปรับรายละเอียดงบประมาณปี 64 สั่งทุกหน่วยตัดงบ รองรับผลกระทบโควิด-19 appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (15 เมษายน) นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่าคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบตามที่สำนักงบประมาณเสนอการปรับปรุงรายละเอียดงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 เพื่อรองรับสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ดังนี้

1. รายจ่ายประจำในทุกงบรายจ่ายที่ไม่มีข้อผูกพันหรือสามารถชะลอข้อผูกพันได้ ประกอบด้วย ค่าใช้จ่ายในการสัมมนา การฝึกอบรม การประชาสัมพันธ์ การจ้างที่ปรึกษา และค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการต่างประเทศ รวมทั้งค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องต่างๆ เช่น ค่าเบี้ยเลี้ยง ค่าเช่าที่พัก และค่าพาหนะ และการดำเนินกิจกรรม (Event) ที่มีการจ้างผู้จัดกิจกรรม (Organizer) หรือดำเนินการเอง ให้พิจารณาทบทวนวงเงินงบประมาณลงร้อยละ 25

2. รายจ่ายลงทุนในทุกงบรายจ่ายที่ไม่มีข้อผูกพัน (รายการปีเดียว) ที่เป็นครุภัณฑ์ทดแทนหรือเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานที่สามารถชะลอการดำเนินงานได้ ให้พิจารณาทบทวนวงเงินงบประมาณลงร้อยละ 50

3. รายการและงบประมาณที่หน่วยรับงบประมาณพิจารณาแล้วเห็นว่าสามารถชะลอการดำเนินการได้โดยไม่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อราชการ

  
ตั้งเป็นงบประมาณรายจ่ายงบกลาง รายการบรรเทาหรือแก้ไขผลกระทบจากการระบาดของโรคโควิด-19

  
ให้หน่วยรับงบประมาณเสนอการปรับปรุงรายละเอียดงบประมาณฯ ตามแนวทางการปรับปรุงรายละเอียดงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 เสนอคณะรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรีเจ้าสังกัด เพื่อให้ความเห็นชอบและส่งข้อเสนอการปรับปรุงให้สำนักงบประมาณภายในวันที่ 22 เมษายน 2563

 

 

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

The post ครม. เคาะปรับรายละเอียดงบประมาณปี 64 สั่งทุกหน่วยตัดงบ รองรับผลกระทบโควิด-19 appeared first on THE STANDARD.

]]>
รัฐบาลประยุทธ์ตั้งงบกลางปี 3 ปีรวด ล่าสุด ครม. เคาะตั้งงบกลางปี 61 วงเงิน 1.5 แสนล้าน เน้นกระตุ้นเศรษฐกิจช่วยคนจน https://thestandard.co/prayut-plan-council-budget-and-annual-governance-statement-for-3-years/ https://thestandard.co/prayut-plan-council-budget-and-annual-governance-statement-for-3-years/#respond Tue, 16 Jan 2018 10:34:33 +0000 https://thestandard.co/?p=62664

(16 ม.ค.) ณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระ […]

The post รัฐบาลประยุทธ์ตั้งงบกลางปี 3 ปีรวด ล่าสุด ครม. เคาะตั้งงบกลางปี 61 วงเงิน 1.5 แสนล้าน เน้นกระตุ้นเศรษฐกิจช่วยคนจน appeared first on THE STANDARD.

]]>

(16 ม.ค.) ณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบแนวทางการจัดทำงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปีงบประมาณ 2561 หรืองบกลางปี 2561 วงเงิน 1.5 แสนล้านบาท แบ่งเป็นค่าใช้จ่ายดำเนินการตามนโยบายรัฐบาล 100,358.1 ล้านบาท และรายจ่ายเพื่อชดใช้เงินคงคลัง 49,641.9 ล้านบาท

 

ทั้งนี้ค่าใช้จ่ายตามนโยบายรัฐบาลแบ่งเป็น 3 เรื่องคือ หนึ่ง การพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก ยกระดับสวัสดิการส่งเสริมสร้างโอกาสทางอาชีพการจ้างงานผู้มีรายได้น้อย งบประมาณ 35,000 ล้านบาท เป็นส่วนงานของกระทรวงการคลัง กระทรวงแรงงาน กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

 

สอง การพัฒนาพื้นที่ผ่านกระบวนการประชาคม สร้างโอกาสการเข้าถึงแหล่งเงินทุนหมุนเวียนในการพัฒนาและสร้างอาชีพในชุมชน สนับสนุนวิสาหกิจชุมชน การท่องเที่ยวชุมชน โครงการดำเนินการโดยกระทรวงมหาดไทย กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และกองทุนหมู่บ้าน วงเงิน 35,358.1 ล้านบาท

 

สาม การปฏิรูปภาคการเกษตรทั้งระบบ วงเงิน 30,000 ล้านบาท พัฒนาศักยภาพการผลิตให้สอดคล้องกับตลาด ลดต้นทุนการผลิต เพิ่มรายได้แก่เกษตรกรรายย่อย ส่งเสริมตลาดสมัยใหม่ แก้ปัญหาราคาสินค้าเกษตร กระทรวงที่รับผิดชอบคือกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงอุตสาหกรรม และกระทรวงมหาดไทย

 

ส่วนวงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2562 คณะรัฐมนตรีเห็นชอบวงเงิน 3 ล้านล้านบาท โดยงบประมาณเพิ่มจากปี 2561 จำนวน 100,000 ล้านบาท คาดว่าร่างพระราชบัญญัติงบกลางปีจะเข้าสู่การพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติวาระแรกในวันที่ 22 มีนาคมนี้ และนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายในวันที่ 30 มีนาคม ขณะที่ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2562 คาดว่าจะเข้าสู่การพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติวาระแรกได้ในวันที่ 7 มิถุนายน 2561 เข้าวาระ 2-3 ในวันที่ 30 สิงหาคม และนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายในวันที่ 7 กันยายนนี้

 

สำหรับงบกลางปี หรืองบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปี คืองบประมาณที่รัฐบาลขอเพิ่มเติมจากงบประมาณประจำปีเพื่อนำไปใช้ตามภารกิจเร่งด่วนที่รัฐบาลตั้งเป้าไว้

 

 

ที่ผ่านมา รัฐบาล คสช. มีการของบเพิ่มเติมกลางปีรวมล่าสุดเป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน เริ่มตั้งแต่ปี 2559 วงเงิน 5.6 หมื่นล้านบาท โดยรัฐบาลได้รายได้จากการประมูลคลื่น 3G และงบส่วนใหญ่ถูกโอนไปอยู่ในส่วนงบกลางเพื่อรอนายกรัฐมนตรีตัดสินใจ แต่ไม่ปรากฏผลงานที่เป็นรูปธรรม

 

ส่วนปี 2560 ของบกลางปีวงเงิน 1.9 แสนล้านบาท โดยมาจากเงินกู้ชดเชยขาดดุลและภาษีและรายได้อื่นของรัฐซึ่งเก็บได้สูงกว่าเป้า หลักๆ ถูกนำไปใช้ในโครงการช่วยคนจนและกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศผ่านโครงการกองทุนหมู่บ้านและช้อปช่วยชาติ

 

ขณะที่ล่าสุดปี 2561 รัฐบาลของบกลางปีวงเงิน 1.5 แสนล้านบาท แหล่งเงินมาจากการออกพันธบัตรกู้เงินและภาษีจากกรมสรรพากร ซึ่งคาดว่าจะเก็บได้มากกว่าเป้า โดยมีเป้าหมายนำไปใช้กระตุ้นเศรษฐกิจในระดับรากหญ้าตามรายละเอียดข้างต้น

 

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. กล่าวภายหลังประชุมคณะรัฐมนตรีว่า ในช่วงนี้มีหลายปัญหาที่ทับซ้อนอยู่ แต่สิ่งที่ต้องการทำความเข้าใจวันนี้คือเรากำลังจะขับเคลื่อนประเทศไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และตามแผนการปฏิรูปและแก้ปัญหาความยากจน

 

“ผมได้สั่งการให้ตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนฯ เพื่อให้ใช้งบประมาณของทุกกระทรวงให้สอดรับกับความต้องการของประเทศ ซึ่งจะเชื่อมโยงกับเรื่องการปรองดองสมานฉันท์ร่วมไปกับมาตรการแก้ไขความยากจน เพิ่มขีดความสามารถของประเทศ”

 

นอกจากนี้ยังเปิดเผยว่ารัฐบาลต้องตั้งคณะทำงานประมาณ 7,800 ชุดเพื่อลงไปสอบถามความต้องการจากประชาชนที่แตกต่างกัน โดยใช้หลักการเดียวกับที่ประเทศจีนทำเมื่อ 5 ปีที่ผ่านมา

 

อันนี้เป็นสิ่งที่รัฐบาลมุ่งมั่น และเป็นเหตุผลที่เราทำงบประมาณเพิ่มเติมรายจ่ายกลางปี เพราะว่าวันนี้เราต้องทำงานให้รวดเร็วขึ้น ดังนั้นจึงต้องมีการจัดทำแผนงานเพิ่มเติม อะไรที่มันเร่งด่วนก็ต้องหางบประมาณเพิ่มเติมให้ได้ตรงนี้ เพื่อตอบประชาชนให้ได้ ทั้งเรื่องของการลงทะเบียนคนยากจนระยะที่ 1 และระยะที่ 2

 

“ไม่อยากให้สังคมเข้าใจว่าเราทำเพื่อรักษาคะแนนเสียง หาคะแนนเสียงเพื่อนำไปสู่การเป็นนายกรัฐมนตรี ผมไม่เคยคิดอย่างนั้น ผมคิดว่าเป็นสิ่งที่ต้องเกิดความชัดเจนในการทำเพื่อประชาชน ผมจะอยู่หรือไม่อยู่ไม่ใช่เรื่องสำคัญ เป็นเรื่องที่ต้องทำให้ประชาชนที่เขาเดือดร้อนวันนี้มีความสุข ไม่ใช่ทำเพื่อการเมือง” นายกรัฐมนตรีกล่าว

 

อ่านบทความที่เกี่ยวข้องได้ที่

The post รัฐบาลประยุทธ์ตั้งงบกลางปี 3 ปีรวด ล่าสุด ครม. เคาะตั้งงบกลางปี 61 วงเงิน 1.5 แสนล้าน เน้นกระตุ้นเศรษฐกิจช่วยคนจน appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/prayut-plan-council-budget-and-annual-governance-statement-for-3-years/feed/ 0
โปรดเกล้าฯ พ.ร.บ. งบประมาณ ปี 61 วงเงิน 2.9 ล้านล้านบาท งบกลางเฉียดแสนล้าน https://thestandard.co/budget-2561-act/ https://thestandard.co/budget-2561-act/#respond Tue, 03 Oct 2017 07:11:51 +0000 https://thestandard.co/?p=32106

     เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม เว็บไซต์ราชกิจ […]

The post โปรดเกล้าฯ พ.ร.บ. งบประมาณ ปี 61 วงเงิน 2.9 ล้านล้านบาท งบกลางเฉียดแสนล้าน appeared first on THE STANDARD.

]]>

     เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่พระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 โดยมีรายละเอียดดังนี้

     สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร มีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและคำยินยอมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติทำหน้าที่รัฐสภา โดยมีพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นผู้รับสนองพระราชโองการ

     สำหรับสาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้มีจำนวน 65 มาตรา และให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2560 เป็นต้นไป สำหรับเหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้คือเพื่อให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานอื่นได้มีงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 สําหรับใช้เป็นหลักในการจ่ายเงินแผ่นดิน

     ซึ่งในมาตรา 3 ได้ระบุวงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 ซึ่งเป็นวงเงินรวม โดยตั้งเป็นจำนวนรวมทั้งสิ้น 2,900,000,000,000 บาท จำแนกเป็นรายจ่ายตามที่จะระบุต่อไปในพระราชบัญญัตินี้ (คลิกอ่าน)

     จุดที่น่าสนใจคือมาตรา 4 ได้กำหนดวงเงินงบประมาณรายจ่ายสำหรับงบกลางที่อยู่ในความควบคุมของกระทรวงการคลังและสำนักงบประมาณให้ตั้งเป็นจำนวน 97,423,525,500 บาท

     ไทยพับลิก้า ได้เคยนำเสนอรายงานเกี่ยวกับการใช้จ่ายงบกลางของรัฐบาล โดยได้อธิบายถึงลักษณะของ ‘งบกลาง’ ไว้ว่า

     “งบกลางมีความยืดหยุ่นในการบริหารจัดการงบประมาณ และทำให้มีความคล่องตัวกว่าการใช้จ่ายงบประมาณปกติ แต่มีปัญหาว่าตรวจสอบได้ยาก ไม่ผ่านกลไกการตรวจสอบจากรัฐสภาเหมือนงบประมาณรายจ่ายของกระทรวงต่างๆ

     “เนื่องจากการบริหารและเบิกจ่ายงบกลางในแต่ละรายการที่ได้รับการจัดสรรวงเงินตามพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีเหมือนรายจ่ายงบประมาณของกระทรวงต่างๆ ทางฝ่ายบริหารสามารถปรับเปลี่ยนและโอนระหว่างรายการได้ตามความเหมาะสมในการบริหาร แตกต่างจากงบประมาณของกระทรวงต่างๆ ที่ทำแบบนั้นไม่ได้ นี่คือจุดอ่อนของงบกลาง ถ้าไม่ระมัดระวังอาจทำให้ขาดวินัยการคลังและมีช่องทางการทุจริตได้”

 

อ้างอิง:

The post โปรดเกล้าฯ พ.ร.บ. งบประมาณ ปี 61 วงเงิน 2.9 ล้านล้านบาท งบกลางเฉียดแสนล้าน appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/budget-2561-act/feed/ 0