ค่าแรง Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/ค่าแรง/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Sun, 08 Feb 2026 05:49:22 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 บรรยากาศชาวญี่ปุ่นแห่ใช้สิทธิเลือกตั้ง สส. ท่ามกลางหิมะตกหนักเป็นประวัติการณ์หลายพื้นที่ https://thestandard.co/japan-election-heavy-snow/ Sun, 08 Feb 2026 05:49:22 +0000 https://thestandard.co/?p=1175497 ชาวญี่ปุ่น แห่ใช้สิทธิเลือกตั้ง สส. ท่ามกลางหิมะตกหนักเป็นประวัติการณ์

ประชาชนชาวญี่ปุ่นพากันออกไปใช้สิทธิลงคะแนนเลือกตั้งสมาช […]

The post บรรยากาศชาวญี่ปุ่นแห่ใช้สิทธิเลือกตั้ง สส. ท่ามกลางหิมะตกหนักเป็นประวัติการณ์หลายพื้นที่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชาวญี่ปุ่น แห่ใช้สิทธิเลือกตั้ง สส. ท่ามกลางหิมะตกหนักเป็นประวัติการณ์

ประชาชนชาวญี่ปุ่นพากันออกไปใช้สิทธิลงคะแนนเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในวันนี้ (8 กุมภาพันธ์) ท่ามกลางการจับตามองว่า พรรครัฐบาล LDP ที่นำโดยนายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิ พร้อมด้วยพรรคร่วมรัฐบาล จะสามารถครองเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรได้หรือไม่

 

การเลือกตั้งครั้งนี้ มีขึ้นในขณะที่หลายพื้นที่ของประเทศรวมถึงกรุงโตเกียว มีหิมะตกหนักเป็นประวัติการณ์ โดยในภาคเหนือและภาคตะวันออก คาดว่าอาจมีหิมะตกหนาถึง 70 เซนติเมตร และในบางพื้นที่อาจส่งผลให้ประชาชนไม่สามารถออกไปใช้สิทธิได้

 

ทั้งนี้ ผลสำรวจความคิดเห็นหลายสำนัก คาดการณ์ว่า พรรคร่วมรัฐบาลของทาคาอิจิ อาจจะได้รับที่นั่ง สส. มากถึงประมาณ 300 ที่นั่งจากทั้งหมด 465 ที่นั่ง ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างมากจากเดิม 233 ที่นั่ง

 

โดยประชาชนชาวญี่ปุ่นจำนวนไม่น้อย มองว่าปัญหาค่าครองชีพที่สูงขึ้น ในขณะที่ค่าแรงต่ำ ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่พวกเขาคำนึงถึงในการลงคะแนนเลือกตั้ง

 

ชาวญี่ปุ่น แห่ใช้สิทธิเลือกตั้ง สส. ท่ามกลางหิมะตกหนักเป็นประวัติการณ์ 1ชาวญี่ปุ่น แห่ใช้สิทธิเลือกตั้ง สส. ท่ามกลางหิมะตกหนักเป็นประวัติการณ์ 2ชาวญี่ปุ่น แห่ใช้สิทธิเลือกตั้ง สส. ท่ามกลางหิมะตกหนักเป็นประวัติการณ์ 3ชาวญี่ปุ่น แห่ใช้สิทธิเลือกตั้ง สส. ท่ามกลางหิมะตกหนักเป็นประวัติการณ์ 4ชาวญี่ปุ่น แห่ใช้สิทธิเลือกตั้ง สส. ท่ามกลางหิมะตกหนักเป็นประวัติการณ์ 5ชาวญี่ปุ่น แห่ใช้สิทธิเลือกตั้ง สส. ท่ามกลางหิมะตกหนักเป็นประวัติการณ์ 6

The post บรรยากาศชาวญี่ปุ่นแห่ใช้สิทธิเลือกตั้ง สส. ท่ามกลางหิมะตกหนักเป็นประวัติการณ์หลายพื้นที่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลือกตั้ง 2569 : ณัฐพงษ์แถลงเปิดตีวทีมบริหารรัฐบาลประชาชน ทลายข้อจำกัดระบบราชแบบเดิม เลือกตามความสามารถ-ไม่ใช่โควตา สส. https://thestandard.co/people-government-team-2026/ Sun, 11 Jan 2026 09:11:48 +0000 https://thestandard.co/?p=1163910 เลือกตั้ง 2569 : ณัฐพงษ์ แถลง เปิดตีว ทีมบริหารรัฐบาลประชาชน ทลาย ข้อจำกัดระบบราชแบบเดิม เลือก ตามความสามารถ - ไม่ใช่ โควตา สส.

วันนี้ (11 มกราคม) ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคปร […]

The post เลือกตั้ง 2569 : ณัฐพงษ์แถลงเปิดตีวทีมบริหารรัฐบาลประชาชน ทลายข้อจำกัดระบบราชแบบเดิม เลือกตามความสามารถ-ไม่ใช่โควตา สส. appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลือกตั้ง 2569 : ณัฐพงษ์ แถลง เปิดตีว ทีมบริหารรัฐบาลประชาชน ทลาย ข้อจำกัดระบบราชแบบเดิม เลือก ตามความสามารถ - ไม่ใช่ โควตา สส.

วันนี้ (11 มกราคม) ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค แถลงเปิดเวที ‘รัฐบาลประชาชน’ เพื่อเปิดตัวทีมบริหารและแสดงวิสัยทัศน์ โดยระบุว่า สถานการณ์ที่รุมเร้าเช่นนี้การบริหารประเทศแบบเดิม การจัดตั้งรัฐบาลแบบเดิมไม่สามารถทำให้ประเทศของเราก้าวไปไหนได้อีกต่อไป จึงเป็นโจทย์ของพรรคประชาชน ที่จะตั้งรัฐบาลประชาชนเพื่อออกแบบมาทลายข้อจำกัดต่างๆ

 

ณัฐพงษ์ชี้ว่า การบริหารแบบเดิมมี 2 ปัญหา คือการบริหารนราชการแบบเดิม ทำงานแบบเป็นไซโล ตัวชี้วัดต่างคนต่างตั้ง ประการที่สองคือ การจัดสรรรัฐมนตรีประจำกระทรวงต่างๆ ไม่ได้จัดตามภารกิจที่เหมาะสม ไม่ได้จัดตามคนที่มีความรู้ความสามารถ แต่จัดตามโควตาทางการเมือง เอาจำนวน สส.ในสภาฯ หารแลกรัฐมนตรีแต่ละกระทรวง ยิ่งซ้ำเติมปัญหา ต่างคนต่างพรรค ไม่มีการประสานงานทางกระทรวง เพราะต่างคนต่างกุมผลประโยชน์ ดูแลงบประมาณในกระทรวงของตนเอง

 

ณัฐพงษ์กล่าวว่า เราออกแบบโครงสร้างทีมบริหารที่มุ่งเน้นการทำงานแบบใช้ภารกิจเป็นตัวนำเพื่อตอบสนองความท้าทายของประเทศ และเอาผลประโยชน์ของชาติเป็นตัวตั้ง ชาติในที่นี้หมายถึงประชาชนคนไทยทุกคน รัฐบาลประชาชนจะเป็นรัฐบาลที่ใช้บุคลากรเหมาะสมกับงาน มีความรู้ความสามารถ

 

“แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ เจตจำนงทางการเมือง คือตัวแทนประชาชนที่มาจากประชาชนคนไทยทุกคน รัฐบาลประชาชนจะเป็นรัฐบาลที่สร้างประเทศไทยที่ไม่เทา เท่ากัน และเท่าทันโลก” ณัฐพงษ์กล่าว

 

ณัฐพงษ์ระบุว่า วิธีการบริหารงานของรัฐบาลประชาชนมุ่งเน้นการเอาภารกิจนำ ซึ่งต้องใช้ทีมผู้นำที่เข้มแข็งไม่ใช่ผู้นำที่เข้มแข็งคนเดียว ตนเองทำงานคนเดียวยังไม่เพียงพอ เราต้องการทีมบริหารที่เข้มแข็ง ประกอบไปด้วยโครงสร้างที่สำคัญ 2 ส่วน

 

ส่วนแรก ‘ทีมทำเนียบรัฐบาล’ จะเป็นศูนย์กลางของการทำงานรัฐบาลประชาชน เปรียบเสมือนกองบัญชาการคอยกำหนดเป้าหมายจัดลำดับความสำคัญและเชื่อมประสานการทำงานในแต่ละกระทรวง โดยประกอบด้วย

 

  • ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ นายกรัฐมนตรี

 

  • พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ รองนายกรัฐมนตรีด้านอาชาธิปไตยและความมั่นคงใหม่

 

  • วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ

 

  • เดชรัตน์ สุขกำเนิด รองนายกรัฐมนตรีด้านคุณภาพชีวิต

 

  • ศิริกัญญา ตันสกุล รองนายกรัฐมนตรีด้านการปฏิรูปรัฐ

 

ณัฐพงษ์กล่าวด้วยว่า เราอยากให้รองนายกรัฐมนตรีไม่จำเป็นต้องลงไปตำแหน่งประจำกระทรวง เพราะไม่อยากให้ติดพันกับภารกิจรายวันในแต่ละกระทรวง ตนเองในฐานะนายกรัฐมนตรี จะดูแลภาพใหญ่เชื่อมประสานการทำงานระหว่างรองนายกรัฐมนตรีทุกคน โดยมีรัฐมนตรีแต่ละกระทรวงจะดูแลเชิงประเด็น ภายใต้การกำกับดูแลของนายกรัฐมนตรี

 

”การเลือกตั้งครั้งนี้ พอกันทีกับประโยคที่บอกว่าเลือกใครไปก็เหมือนกัน เลือกใครไปก็เหมือนเดิม ผมยืนยันว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ จะไม่ใช่แค่ประโยคที่บอกว่า กาก้าวไกลหรือพรรคประชาชนแล้ว ประเทศไทยจะไม่เหมือนเดิม ต่อจากนี้คือเวลาของการตั้งรัฐบาลประชาชน รัฐบาลแห่งการเปลี่ยนแปลง” ณัฐพงษ์กล่าว

 

สำหรับ 12 ภารกิจหลัก ทีมบริหารรัฐบาลประชาชน ประกอบด้วย

 

1. อุตสาหกรรม: ฟื้นชีวิตเสือตัวที่ห้า พาอุตสาหกรรมไทย ไปแข่งกับโลก

 

2. เศรษฐกิจ: หยุดหลุมดำเศรษฐกิจ ติดปีก SMEs

 

3. การต่างประเทศ: การทูตโปรไทย สง่างามบนเวทีโลก

 

4. การบริหาร: Lean and Clean Thailand ปฏิรูปงบ ประมาณ กระจายอำนาจ

 

5. คุณภาพชีวิต: คุณภาพชีวิตใหม่

 

6. เกษตรและที่ดิน: พลิกโฉมชนบทไทย ปฏิรูปที่ดินครั้ง ใหญ่ เกษตรยุคใหม่ ยั่งยืน

 

7. โครงการพื้นฐาน: Orange Mega projects

 

8. ยุติธรรม: คืนความยุติธรรมให้สังคม ปฏิรูปตำรวจ ศาล ราชทัณฑ์

 

9. ความมั่นคง: ความมั่นคงยุคใหม่ สร้างกองทัพทันสมัย ปราบภัยสแกมเมอร์ ทุนเทา

 

10. การศึกษา: การเรียนรู้ไร้รอยต่อ ยกระดับทักษะคน ไทย ให้ทันโลก

 

11. พลังงาน: รับมือโลกรวน พร้อมปฏิรูปพลังงานไทย

 

12. แรงงาน: เพิ่มสิทธิแรงงาน ค่าแรงเท่ากันค่าครองชีพ

 

เลือกตั้ง 2569 : ณัฐพงษ์ แถลง เปิดตีว ทีมบริหารรัฐบาลประชาชน ทลาย ข้อจำกัดระบบราชแบบเดิม เลือก ตามความสามารถ - ไม่ใช่ โควตา สส. 1เลือกตั้ง 2569 : ณัฐพงษ์ แถลง เปิดตีว ทีมบริหารรัฐบาลประชาชน ทลาย ข้อจำกัดระบบราชแบบเดิม เลือก ตามความสามารถ - ไม่ใช่ โควตา สส. 2เลือกตั้ง 2569 : ณัฐพงษ์ แถลง เปิดตีว ทีมบริหารรัฐบาลประชาชน ทลาย ข้อจำกัดระบบราชแบบเดิม เลือก ตามความสามารถ - ไม่ใช่ โควตา สส. 3เลือกตั้ง 2569 : ณัฐพงษ์ แถลง เปิดตีว ทีมบริหารรัฐบาลประชาชน ทลาย ข้อจำกัดระบบราชแบบเดิม เลือก ตามความสามารถ - ไม่ใช่ โควตา สส. 4เลือกตั้ง 2569 : ณัฐพงษ์ แถลง เปิดตีว ทีมบริหารรัฐบาลประชาชน ทลาย ข้อจำกัดระบบราชแบบเดิม เลือก ตามความสามารถ - ไม่ใช่ โควตา สส. 5เลือกตั้ง 2569 : ณัฐพงษ์ แถลง เปิดตีว ทีมบริหารรัฐบาลประชาชน ทลาย ข้อจำกัดระบบราชแบบเดิม เลือก ตามความสามารถ - ไม่ใช่ โควตา สส. 6เลือกตั้ง 2569 : ณัฐพงษ์ แถลง เปิดตีว ทีมบริหารรัฐบาลประชาชน ทลาย ข้อจำกัดระบบราชแบบเดิม เลือก ตามความสามารถ - ไม่ใช่ โควตา สส. 7

The post เลือกตั้ง 2569 : ณัฐพงษ์แถลงเปิดตีวทีมบริหารรัฐบาลประชาชน ทลายข้อจำกัดระบบราชแบบเดิม เลือกตามความสามารถ-ไม่ใช่โควตา สส. appeared first on THE STANDARD.

]]>
พนักงานไม่ควรอยู่ได้ด้วยทิป! McDonald’s ประกาศล้มล้าง ‘ค่าแรงทิป’ ชี้ไม่เป็นธรรมและผลักภาระให้ลูกค้า https://thestandard.co/mcdonalds-nra-tipping-fight/ Fri, 05 Sep 2025 05:02:12 +0000 https://thestandard.co/?p=1115805 mcdonalds-nra-tipping-fight

McDonald’s ยักษ์ใหญ่ฟาสต์ฟู้ดระดับโลก ออกโรงวิพากษ์ระบบ […]

The post พนักงานไม่ควรอยู่ได้ด้วยทิป! McDonald’s ประกาศล้มล้าง ‘ค่าแรงทิป’ ชี้ไม่เป็นธรรมและผลักภาระให้ลูกค้า appeared first on THE STANDARD.

]]>
mcdonalds-nra-tipping-fight

McDonald’s ยักษ์ใหญ่ฟาสต์ฟู้ดระดับโลก ออกโรงวิพากษ์ระบบ ‘ค่าแรงทิป’ ที่ใช้กันมายาวนานในอุตสาหกรรมร้านอาหาร พร้อมย้ำว่าพนักงานทุกกลุ่มควรได้รับค่าจ้างขั้นต่ำตามกฎหมาย โดยไม่ควรถูกบังคับให้พึ่งพารายได้จากทิปเป็นหลัก

 

ความเคลื่อนไหวในครั้งนี้ถึงขั้นทำให้ McDonald’s ประกาศถอนตัวออกจาก National Restaurant Association (NRA) สมาคมการค้าร้านอาหารที่ทรงอิทธิพลที่สุดในสหรัฐฯ เพื่อยืนยันจุดยืนที่แตกต่างกับแนวทางของสมาคม

 

Chris Kempczinski ซีอีโอของ McDonald’s กล่าวว่า ปัจจุบันสนามการแข่งขันในตลาดร้านอาหารไม่เท่าเทียมกัน โดยมองว่าพนักงานทุกกลุ่มควรได้รับค่าแรงไม่ต่ำกว่าค่าจ้างพื้นฐาน รวมถึงพนักงานเสิร์ฟตามร้านอาหารนั่งทานที่ปัจจุบันพึ่งพารายได้จากทิปเป็นหลักเช่นกัน

 


 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

 


 

เสียงวิจารณ์ดังกล่าวสอดรับกับการถกเถียงที่ยืดเยื้อในสหรัฐฯ เกี่ยวกับความเป็นธรรมของระบบค่าแรงทิป โดยที่ผ่านมาระบบดังกล่าวเปิดช่องให้ร้านอาหาร เช่น บาร์ หรือเชนร้านอาหารนั่งทาน จ่ายค่าแรงพื้นฐานต่ำกว่าค่าจ้างขั้นต่ำ อยู่ที่ 2.13 ดอลลาร์ หรือราว 68 บาทต่อชั่วโมง โดยให้ลูกค้าเป็นผู้จ่ายชดเชยผ่านการให้ทิป เพื่อให้รายได้รวมของพนักงานแตะระดับค่าจ้างขั้นต่ำ 7.25 ดอลลาร์ หรือราว 233 บาทต่อชั่วโมง

 

ทั้งนี้ ในหลายเมืองใหญ่เริ่มปรับทิศทางรับมือกับระบบการให้ทิป เริ่มตั้งแต่ชิคาโก สำนักงานใหญ่ McDonald’s กำลังทยอยยกเลิกระบบค่าแรงทิป รวมถึงรัฐใหญ่ๆ อย่าง แคลิฟอร์เนียและ วอชิงตัน ก็ได้ยกเลิกไปเรียบร้อยแล้ว เหลือเพียงแต่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. แม้จะเคยมีมติยกเลิกแต่กลับชะลอออกไปอย่างไม่มีกำหนด

 

ในอีกด้านหนึ่ง กลุ่มแรงงานและนักเคลื่อนไหวอย่าง One Fair Wage ที่ต่อสู้กับระบบนี้มานานหลายปี เห็นด้วยกับจุดยืนของ McDonald’s แม้จะมองว่าเป็นการเคลื่อนไหวเพื่อประโยชน์ทางธุรกิจ แต่ก็ยืนยันว่าระบบ ‘subminimum wage’ หรือระบบการจ่ายค่าจ้างที่ต่ำกว่าค่าจ้างขั้นต่ำตามกฎหมาย ไม่สามารถปกป้องพนักงานได้จริง และเป็นการผลักภาระต้นทุนแรงงานให้ลูกค้าแบกรับแทน

 

ยิ่งไปกว่านั้นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ McDonald’s ไม่อาจนิ่งเฉยได้ คือการแข่งขันของเชนร้านอาหารนั่งทานดุเดือดมากขึ้น เมื่อแบรนด์ Chili’s หรือ IHOP เริ่มทำการตลาดขายเมนูเบอร์เกอร์ในราคาที่ใกล้เคียงกับฟาสต์ฟู้ดทั่วไป ขณะที่แบรนด์เหล่านี้ยังได้เปรียบด้านต้นทุนแรงงาน จากการจ่ายค่าจ้างที่ต่ำกว่าค่าจ้างขั้นต่ำตามกฎหมาย ซึ่งเป็นสิ่งที่แบรนด์ใหญ่ๆ ไม่สามารถทำได้

 

ซีอีโอของ McDonald’s กล่าวต่อไปว่า หากแบรนด์ร้านอาหารใช้ระบบการจ่ายทิปเป็นส่วนหนึ่งของโมเดลธุรกิจ นั่นหมายความว่ากำลังผลักต้นทุนแรงงานไปให้ลูกค้าจ่ายแทน พร้อมย้ำว่าความเป็นธรรมจะเกิดขึ้นจริงก็ต่อเมื่อทุกฝ่ายจ่ายค่าแรงขั้นต่ำที่เท่ากัน

 

อย่างไรก็ตาม กระแสสังคมเริ่มส่งแรงกดดันเพิ่มขึ้น เนื่องจากลูกค้าอเมริกันจำนวนมากแสดงความไม่พอใจกับการถูกบังคับให้จ่ายทิป ในธุรกิจหลากหลายประเภท สอดรับกับข้อมูลจากผู้ให้บริการชำระเงิน ที่ชี้ว่า ในปีที่ผ่านมาอัตราการให้ทิปโดยรวมลดลงอย่างต่อเนื่อง

 

เรียกได้ว่าการถกเถียงร้อนแรงขึ้นไปอีกเมื่อรัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้การนำของโดนัลด์ ทรัมป์ เสนอแนวคิด ‘ยกเลิกการเก็บภาษีของรัฐบาลกลางจากทิป’ เพื่อบรรเทาภาระของแรงงานบริการ แต่ ซีอีโอของ McDonald’s เห็นว่าแนวทางดังกล่าวไม่ช่วยพนักงานในร้าน เพราะไม่ได้รับทิปตั้งแต่แรก โดยสิ่งที่จะสร้างความเป็นธรรมมากกว่าคือการปรับค่าแรงทิปให้เท่ากับค่าจ้างขั้นต่ำทั่วไป

 

ด้านนักวิเคราะห์จากวอลล์สตรีทยืนยันว่า ประเด็นค่าแรงทิปเป็นแรงจูงใจสำคัญที่ทำให้บริษัทตัดสินใจถอนตัวออกจากสมาคม NRA ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในเชิงกลยุทธ์ของแบรนด์ฟาสต์ฟู้ดอันดับหนึ่งอย่าง McDonald’s

 

และในท้ายที่สุด แม้แรงจูงใจหลักของ McDonald’s จะมาจากการแข่งขันทางธุรกิจ แต่การยืนหยัดในประเด็นนี้ก็ทำให้บริษัทกลายเป็นผู้เล่นสำคัญที่จุดไฟในการถกเถียงเรื่องค่าแรงทิปให้ร้อนแรงขึ้น และอาจเป็นตัวเร่งสำคัญที่ทำให้สหรัฐฯ ต้องหันกลับมาทบทวนระบบค่าจ้างที่ใช้กันมานานหลายทศวรรษ

 

ภาพ: Patcharaporn Puttipon4289

 

อ้างอิง:

The post พนักงานไม่ควรอยู่ได้ด้วยทิป! McDonald’s ประกาศล้มล้าง ‘ค่าแรงทิป’ ชี้ไม่เป็นธรรมและผลักภาระให้ลูกค้า appeared first on THE STANDARD.

]]>
อัปเดตค่าแรงขั้นต่ำปี 2568 ทั่วไทย สูงสุด 400 บาท มีผล 1 ก.ค. https://thestandard.co/wage-400-thailand/ Wed, 02 Jul 2025 08:01:22 +0000 https://thestandard.co/?p=1091920 wage-400-thailand

ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศคณะกรรมการค่าจ้าง เรื่อง อั […]

The post อัปเดตค่าแรงขั้นต่ำปี 2568 ทั่วไทย สูงสุด 400 บาท มีผล 1 ก.ค. appeared first on THE STANDARD.

]]>
wage-400-thailand

ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศคณะกรรมการค่าจ้าง เรื่อง อัตราค่าจ้างขั้นต่ำ (ฉบับที่ 14) ตามมติคณะกรรมการค่าจ้างขั้นต่ำ เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2568 โดยกำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำใหม่ทั่วประเทศ มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2568 เป็นต้นไป

 

สำหรับนำร่องพื้นที่โรงแรมและสถานบริการ รวมถึงบางจังหวัด กำหนดอัตราสูงสุดที่วันละ 400 บาท ส่วนพื้นที่อื่นกำหนดอัตราแตกต่างกันไปตามเขตเศรษฐกิจ ต่ำสุดอยู่ที่ 337 บาทต่อวัน สำหรับ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

 

รวมถึงกำหนดให้ยกเลิกประกาศคณะกรรมการค่าจ้าง เรื่อง อัตราค่าจ้างขั้นต่ำประเภทกิจการโรงแรม ลงวันที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2567 และยกเลิกประกาศคณะกรรมการค่าจ้าง เรื่อง อัตราขั้นต่ำ (ฉบับที่ 13) ลงวันที่ 23 ธันวาคม 2567

 

THE STANDARD ได้สรุปรายละเอียดอัตราค่าจ้างแรงงานใหม่ในแต่ละพื้นที่จากประกาศฉบับเต็ม 

 

ค่าจ้างขั้นต่ำใหม่ 400 บาท เริ่มใช้ทั่วประเทศ

 


 

ค่าจ้างขั้นต่ำใหม่ 400 บาท เริ่มใช้ทั่วประเทศ

 


 

ค่าจ้างขั้นต่ำใหม่ 400 บาท เริ่มใช้ทั่วประเทศ

 


 

ค่าจ้างขั้นต่ำใหม่ 400 บาท เริ่มใช้ทั่วประเทศ

 


 

ค่าจ้างขั้นต่ำใหม่ 400 บาท เริ่มใช้ทั่วประเทศ

 

ภาพประกอบ: พรวลี จ้วงพุฒซา

อ้างอิง

The post อัปเดตค่าแรงขั้นต่ำปี 2568 ทั่วไทย สูงสุด 400 บาท มีผล 1 ก.ค. appeared first on THE STANDARD.

]]>
10 แรงงานไทยถูกนายจ้างกัมพูชาเบี้ยวค่าแรง ปีนหลังคาหนีกลับไทย แต่ไม่รอดถูกจับกุม https://thestandard.co/10-thai-workers-flee-cambodia-and-get-arrested/ Wed, 02 Jul 2025 02:11:59 +0000 https://thestandard.co/?p=1091714 กองกำลังบูรพา

วันนี้ (2 กรกฎาคม) เวลาประมาณ 00.30 น. กองกำลังบูรพา โด […]

The post 10 แรงงานไทยถูกนายจ้างกัมพูชาเบี้ยวค่าแรง ปีนหลังคาหนีกลับไทย แต่ไม่รอดถูกจับกุม appeared first on THE STANDARD.

]]>
กองกำลังบูรพา

วันนี้ (2 กรกฎาคม) เวลาประมาณ 00.30 น. กองกำลังบูรพา โดยเฉพาะหน่วยเฉพาะกิจอรัญประเทศ และกองร้อยทหารพรานที่ 1201 (ชค.ทพ.12) ได้เข้าจับกุมแรงงานไทย 10 ราย ขณะกำลังพยายามปีนหลังคาอาคารในลานจอดรถเอกชน ใกล้จุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว เพื่อลักลอบข้ามแดนกลับประเทศไทยในช่วงกลางดึก

 

จากการสอบสวน แรงงานทั้งหมดให้การทั้งน้ำตาว่า ถูกชักชวนผ่านเฟซบุ๊กให้ไปทำงานก่อสร้างที่กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา โดยตกลงค่าแรงวันละ 300 บาท แต่เมื่อทำงานครบเดือน นายจ้างกลับไม่จ่ายค่าแรง และยึดบัตรประชาชนไว้

 

ทำให้กลุ่มแรงงานตัดสินใจหนีกลับประเทศ โดยนายจ้างได้ขับรถมาส่งที่ปอยเปต แต่เมื่อมาถึง ผู้นำพาได้เรียกเก็บเงินคนละ 3,000 บาท ซึ่งกลุ่มแรงงานทั้งหมดไม่มีเงินจ่าย จึงต้องเสี่ยงชีวิตหาทางกลับประเทศไทยด้วยตัวเอง โดยการปีนหลังคาอาคาร ก่อนจะถูกเจ้าหน้าที่ทหารพรานตรวจพบและจับกุมตัวไว้ได้

 

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวแรงงานไทยทั้ง 10 คน ส่งสถานีตำรวจภูธรคลองลึก เพื่อให้ความช่วยเหลือและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

The post 10 แรงงานไทยถูกนายจ้างกัมพูชาเบี้ยวค่าแรง ปีนหลังคาหนีกลับไทย แต่ไม่รอดถูกจับกุม appeared first on THE STANDARD.

]]>
ครม.รับทราบมติบอร์ดค่าจ้างขึ้นค่าแรง 400 บาท พื้นที่กทม.-กลุ่มโรงแรม-สถานบันเทิง มีผลวันนี้ https://thestandard.co/thailand-cabinet-acknowledges-400-baht-minimum-wage-hike/ Tue, 01 Jul 2025 07:12:35 +0000 https://thestandard.co/?p=1091437 ค่าแรง 400 บาท

วันนี้ (1 กรกฎาคม) ศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกประจำสำน […]

The post ครม.รับทราบมติบอร์ดค่าจ้างขึ้นค่าแรง 400 บาท พื้นที่กทม.-กลุ่มโรงแรม-สถานบันเทิง มีผลวันนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ค่าแรง 400 บาท

วันนี้ (1 กรกฎาคม) ศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีรับทราบประกาศคณะกรรมการค่าจ้าง เรื่องอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ (ฉบับที่ 14) ลงวันที่ 17 มิถุนายน 2568 เพื่อลงประกาศในราชกิจจานุเบกษาให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2568 เป็นต้นไป ตามที่กระทรวงแรงงานได้เสนอ

 

ตามที่คณะกรรมการค่าจ้างชุดที่ 22 (ชุดปัจจุบัน) ได้พิจารณาทบทวนอัตราค่าจ้างขั้นต่ำปี 2568 และมีมติเห็นชอบในการกำหนดอัตราค่าจ้างใน 3 กลุ่ม คือ

 

  • ปรับอัตราค่าจ้างในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ทุกพื้นที่เพิ่มขึ้นเป็นอัตราวันละ 400 บาท
  • ปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำในกิจการประเภทโรงแรมตามกฎหมาย เฉพาะโรงแรมประเภท 2 ประเภท 3 และประเภท 4 ทั่วประเทศเป็นอัตราวันละ 400 บาท
  • กำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำในประเภทกิจการสถานบันเทิง ตามกฎหมายว่าด้วยสถานบริการทั่วประเทศ เป็นอัตราวันละ 400 บาท

 

ทั้งนี้ คณะกรรมการค่าจ้างชุดที่ 22 ได้เห็นชอบให้ประกาศใช้อัตราค่าจ้างขั้นต่ำดังกล่าว ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2568 เป็นต้นไป

The post ครม.รับทราบมติบอร์ดค่าจ้างขึ้นค่าแรง 400 บาท พื้นที่กทม.-กลุ่มโรงแรม-สถานบันเทิง มีผลวันนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘ห้ามยิ้ม เขียนหน้า เจ็บไม่จ่าย’ เปิดชีวิตแรงงานไทยในโรงงานจีน https://thestandard.co/china-grey-capital-labor-rights-violation-thailand/ Sat, 10 May 2025 10:00:44 +0000 https://thestandard.co/?p=1141723 china-grey-capital-labor-rights-violation-thailand

ท่ามกลางสถานการณ์ปัจจุบันที่ไม่ว่าหันไปทางไหนก็เจอแต่กา […]

The post ‘ห้ามยิ้ม เขียนหน้า เจ็บไม่จ่าย’ เปิดชีวิตแรงงานไทยในโรงงานจีน appeared first on THE STANDARD.

]]>
china-grey-capital-labor-rights-violation-thailand

ท่ามกลางสถานการณ์ปัจจุบันที่ไม่ว่าหันไปทางไหนก็เจอแต่การเข้ามาของทุนจีน ทั้งในรูปแบบร้านค้า ร้านอาหาร ไปจนถึงการเข้ามาทำโรงงานที่จำนวนไม่น้อยถูกเรียกว่า ‘ทุนศูนย์เหรียญ’ ที่ไม่ได้เข้าสู่ระบบกฎหมายของไทยอย่างถูกต้อง และสายพานสำคัญของธุรกิจจีนเทาอย่าง ‘แรงงาน’ ก็มักปรากฏให้เห็นว่าส่วนใหญ่ไม่ใช่แรงงานไทย แต่เป็นเหล่าแรงงานข้ามชาติ 

 

 

แรกเริ่มเรามองเรื่องนี้ไปยังประเด็นว่าที่ทุนจีนเทาไม่จ้างแรงงานไทยอาจมีเหตุผลมากกว่าข้อกังขาเรื่องประสิทธิภาพการทำงาน แต่เป็นเรื่องที่ว่าแรงงานข้ามชาติมักเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้ยากกว่าคนไทย จึงใช้ช่องโหว่ทางกฎหมายกดขี่แรงงานข้ามชาติ แต่พอได้เจาะลึกเรื่องนี้มากขึ้นกลับพบว่าแรงงานไทยจำนวนไม่น้อยถูกโรงงานจีนที่เข้ามาอย่างผิดกฎหมาย ละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างรุนแรงไม่แพ้กับแรงงานชาติอื่นๆ ที่ทำงานอยู่ในไทย

 

เมื่อทุนจีน(เทา) เบี้ยวค่าจ้าง ลดตำแหน่ง กดขี่แรงงาน

 

หลังได้เห็นการเข้ามาของทุนจีนเทามากขึ้น สิ่งที่ตามมาอย่างปฏิเสธไม่ได้คือข่าวเรื่องการละเมิดสิทธิแรงงานของโรงงานจีนที่ตั้งอยู่ในไทยในรูปแบบต่างๆ ที่มีตั้งแต่ความรุนแรงน้อย ไปจนถึงการบาดเจ็บหนัก และพวกเขาก็มักไม่ได้รับความยุติธรรมจากสิ่งที่เกิดขึ้น

 

รายการ KEY MESSAGES ได้รวบรวมเหตุการณ์จากแหล่งข่าวจำนวนหนึ่ง พบว่ามีโรงงานจีนแห่งหนึ่งออกประกาศบริษัทช่วงปลายปี 2566 ที่มีกฎระเบียบเข้มงวดหลายอย่างการระบุว่า พนักงานในไลน์ผลิตต้องให้ความสำคัญกับสินค้าที่กำลังผลิตอยู่ โดยแสดงออกด้วยการห้ามยิ้มแย้มเวลาหัวหน้างานคนจีนเดินผ่าน ลูกจ้างห้ามเงยหน้ามอง ห้ามสบตา หากไม่ปฏิบัติตามจะถูกลงโทษด้วยการยืน 5 นาที และถูกออกใบเตือน รวมถึงออกกฎว่าแรงงานหญิงที่ตั้งครรภ์จำเป็นต้องกลับเข้าไปทำงานในไลน์ผลิตที่มีการใช้สารเคมีหนักอย่างทินเนอร์ โดยไม่ได้พูดถึงผลข้างเคียงที่จะเกิดขึ้นกับสุขภาพของแม่และเด็ก

 

ทุนจีน (เทา)

 

แหล่งข่าวรายแรก: “มีเอกสารออกมาชัดเจนว่าห้ามมองหน้าผู้บริหาร ห้ามยิ้ม ห้ามหัวเราะ ให้ก้มหน้าทำงานอย่างเดียว คนเผลอมองก็จะถูกทำโทษโดนใบเตือน ตอนที่ทำงานอยู่เราเป็นเหมือนกับตัวแทนของพนักงาน ทีนี้มีพนักงานเขียนเอกสารแล้วให้เราไปแจ้งฝ่ายบุคคลว่าไม่เห็นด้วย แต่ก็พอเราไปแจ้ง ฝ่ายบุคคลบอกว่าเป็นกฎของแผนก ไม่สามารถทำอะไรได้ ซึ่งสิ่งที่เราแจ้งไปคือเรื่องขอไม่ให้คนท้องลงไลน์ผลิต เพราะเครื่องจักรมีสารตะกั่วเยอะ เราก็ทำท่าให้ดูว่าพอคนท้องเข้าไปนั่งในไลน์การผลิตท้องจะชนกับตัวเบลต์ เขาก็ไม่ยอม เขาก็จะมารื้อที่ที่เราจัดไว้สำหรับคนท้อง ยืนยันจะให้ลงไลน์เพราะถ้าไม่ลงก็สิ้นเปลืองทรัพยากร เขาว่าอย่างนั้น”

 

KEY MESSAGES ยังได้คุยกับแหล่งข่าวอีกรายหนึ่งเมื่อต้นปีที่ผ่านมา เขาเล่าว่าผู้จัดการโรงงานจีนแห่งหนึ่งเรียกพนักงานระดับปฏิบัติการเข้าประชุมเพราะมีคำสั่งเพิ่มยอดการผลิตสินค้า แต่ระหว่างการประชุม ผู้จัดการหยิบปากกาไวท์บอร์ดแล้วเขียนเลข 4,000 บนหน้าผากของพนักงานรายนี้ และย้ำกับทุกคนว่าตัวเลขดังกล่าวคือเป้าหมายที่ทุกคนจะต้องรับผิดชอบร่วมกัน รวมถึงเล่าเหตุการณ์ที่ตนถูกผู้จัดการทุบตีเวลารู้สึกไม่พอใจ

 

ทุนจีน (เทา)

 

แหล่งข่าวรายที่สอง: “หน้าที่ของเราคือการเอาแพ็กเกจจิ้งสินค้าที่เก็บอยู่ด้านนอกของโกดังเข้ามาด้านใน กล่องพวกนี้พอวางทิ้งไว้พักหนึ่งมันจะมีฝุ่นเกาะ เราก็แจ้งหัวหน้าว่าสินค้าเหล่านี้เอามาจากด้านนอก ยังไม่ได้แกะทำความสะอาดเพราะเพิ่งไปรับเข้ามา 

 

“อยู่ๆ หัวหน้าเอามือลูบกล่องสินค้า เสร็จแล้วก็ตบเข้าที่หลังจนเป็นรอยมือ แล้วพูดว่าพื้นที่นี้เราเป็นคนรับผิดชอบ เรารับของสภาพแบบนี้เข้ามาได้อย่างไร โดยที่เขาไม่ฟังเหตุผลอะไรทั้งนั้น ซึ่งเราทำได้แค่ยืนเงียบๆ เพราะเราทำอะไรไม่ได้ อธิบายไปเขาก็ไม่ฟังอยู่แล้ว” 

 

“มีอีกเหตุการณ์หนึ่งคือประชุมกันเพื่อตกลงกันว่าต้องการงานวันละเท่าไร ด้วยความคึกคะนองของเขา เขาเอาปากกาเคมีมาเขียนเลข 4,000 ที่หน้า โดยที่บอกว่า 4,000 นี้คือเป้าหมายเดียวกันทั้งโรงงาน แต่เจาะจงเขียนที่หน้าเราคนเดียว เราก็ไปร้องเรียนกับ HR แต่ฝ่ายกลับบอกว่าเขาอาจจะทำไปโดยไม่รู้ตัว เราจึงรู้ว่าร้องเรียนไปก็ไม่เกิดประโยชน์”

 

ทุนจีน (เทา)

 

ทำให้บาดเจ็บ ปกปิดความผิด ไร้ความรับผิดชอบ

 

ไม่ใช่แค่การละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐานของแรงงานเท่านั้น รายการ KEY MESSAGES ได้พูดคุยกับผู้เสียหายอีกรายที่ทำงานในโรงงานจีนแถบชลบุรี เขาประสบอุบัติเหตุจากการทำงานถึงสองครั้ง ครั้งแรกคือการถูกรถโฟล์คลิฟท์ชนในโรงงาน และครั้งที่สองถูกสายพานดูดแขนจนกลายเป็นผู้พิการ แต่สิ่งที่ได้รับจากโรงงานคือการถูกไล่ออกด้วยเหตุผลว่าเขาประมาทเอง

 

แหล่งข่าวรายที่สาม: “ปกติเส้นทางนั้นจะมีพนักงานเดินเข้าออกประจำอยู่แล้ว ถ้ารถโฟล์คลิฟท์ขับมาเขาจะต้องบีบแตรมาแต่ไกลประมาณ 3 ครั้ง แต่วันนั้นไม่มีเสียงแตร พอเดินออกมารถก็ชน แล้วโรงงานเขาก็บอกว่าเราประมาท ผมโดนใบเตือน โดนหักตังค์โทษฐานที่เราประมาท 

 

“ส่วนครั้งที่สอง หัวหน้าช่างคนจีนสั่งให้เราเอาเศษยางที่ติดอยู่ใต้สายพานออก เขาอยากให้เราเอามีดกรีดแล้วก็ดึงออก แล้วในจังหวะที่ผมพยายามดึงยางออกมา มันก็ดูดเข้าไปเลย”

 

ผู้เสียหายรายนี้ต้องพักรักษาตัวในโรงพยาบาลร่วมสองเดือน ผ่านการผ่าตัดหลายรอบ ต้องเอาเนื้อบริเวณต้นขามาใส่แขนแล้วดามด้วยเหล็กแทนกระดูก เมื่อเริ่มฟื้นตัวเตรียมกลับเข้าทำงานก็มีเจ้าหน้าที่จากโรงงานแจ้งให้ออก ส่งผลให้เขากลายเป็นผู้พิการและไม่สามารถหางานทำได้เหมือนเดิม

 

กระดูก xray

 

แหล่งข่าวรายที่สาม: “เขาบอกตอนผมออกจากโรงพยาบาลได้เดือนกว่าๆ ว่าไล่ออก เพราะเราประมาท เราไม่หยุดเครื่อง เราผิดกฎข้อ 8+3 ของ SOP (Standard Operating Procedure: ขั้นตอนการปฏิบัติงานที่ถูกกำหนดขึ้นภายในองค์กร) คือผมจะพูดอย่างไร ถ้าผมหยุดเครื่องแล้วแขวนป้าย เราก็จะโดนไปเตือน โดนหักเงิน เพราะว่าเครื่องจักรจะต้องห้ามหยุดทำงาน เพราะผู้จัดการย้ำตลอดว่าต้องเร่งผลิตทุกวันทั้งวัน”

 

อีกเคสหนึ่งเป็นแรงงานชาวไทยที่ได้รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาชาวจีนให้ยกแผ่นเหล็กหนักประมาณ 200 กิโลกรัมออกจากพื้นที่ เพื่อจะได้ผลิตแผ่นเหล็กใหม่ แต่เครนแม่เหล็กเกิดทำงานผิดพลาด ส่งผลให้แผ่นเหล็กหล่นทับขาซ้ายจนเนื้อเปิด เมื่อนำตัวส่งโรงพยาบาล แพทย์ระบุว่ากระดูกหน้าแข้งส่วนกลางหัก แต่โรงงานจีนกลับไม่ยอมจ่ายค่ารักษาพยาบาลจากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นระหว่างการทำงาน

 

บาดแผล

 

และแหล่งข่าวรายที่สี่ เล่าให้เราฟังว่าเธอทำงานอยู่ในไลน์ผลิตแล้วเกิดอุบัติเหตุมือกระแทกกับเครื่องม้วนขดลวดจนได้รับบาดเจ็บ จึงเข้าไปที่ห้องพยาบาลของบริษัท แต่เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยกลับไม่ยอมออกเอกสารใดๆ เพื่อให้ไปหาหมอระหว่างเวลางาน บอกให้รอเลิกงาน 5 โมงเย็นแล้วไปหาหมอเอง แต่เมื่อหาหมอเสร็จ นายทุนจีนกลับบ่ายเบี่ยงที่จะจ่ายค่ารักษาพยาบาลทั้งหมดให้ 

 

แหล่งข่าวรายที่สี่: “เขา (หัวหน้าชาวจีน) พูดประมาณว่ากระดูกมือมีปัญหาอะไรไหม แตกหักไหม หนูก็บอกว่าไม่มีแตกหัก แล้วเหมือนแอป WeChat แปลออกมาว่า “แล้วทำไมต้องพัก แค่บาดเจ็บนิดหน่อยใช่ไหม” แล้วเขาก็บอกว่า “งานมันเยอะนะ จะกลับมาทำงานได้ไหม” ก็ตอบไปว่าเส้นเอ็นอักเสบรุนแรง คุณหมอให้พัก ถ่ายรูปไปให้เขา แล้วเขาบอกกลับมาว่าที่ห้องพยาบาลบอกว่ากระดูกไม่มีปัญหาไม่ใช่เหรอ ทำไมต้องไปเอ็กซเรย์อีก วันต่อมาหนูก็ถ่ายรูปบิลค่ารักษาทั้งหมดให้เขา แจ้งว่าหนูใช้เงินตัวเองทั้งหมดจะเบิกกับบริษัทได้ไหม แล้วแอป WeChat มันแปลว่า “ควรจะเป็นแบบนั้นเหรอ…อาจจะไม่นะ”

 

จากกรณีต่างๆ ที่เกิดขึ้น เราได้เห็นแรงงานจำนวนมากถูกลดตำแหน่ง ถูกเลิกจ้างกะทันหัน ไม่ได้รับค่าชดเชยอย่างที่ควรจะเป็น ทั้งที่จริงๆ แล้วคำสั่งเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้างงาน ลดตำแหน่ง ลดเงินเดือน ตามกฎหมายไทยไม่สามารถทำได้และลูกจ้างมีสิทธิปฏิเสธ 

 

แต่ในความเป็นจริง แรงงานส่วนใหญ่มักไม่รู้ถึงเงื่อนไขนี้ เพราะถูกโรงงานบอกว่าเป็นความผิดของพวกเขาเอง หรือบางคนอาจจะรู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเองไม่ยุติธรรมแต่ไม่รู้จะเรียกร้องสิทธิคืนมาอย่างไร ต้องทำวิธีไหน ใช้เวลายาวนานเท่าไหร่ หรือต้องไปขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานใดได้บ้าง

 

การต่อสู้ของแรงงานที่ไม่รู้จะสู้อย่างไร สู้อีกนานแค่ไหน

 

พื้นที่จังหวัดชลบุรีมีโรงงานและแรงงานจากทั่วประเทศอยู่เป็นจำนวนมาก เราจึงสอบถามไปยัง สหัสวัต คุ้มคง สส. เขตชลบุรี สัดส่วนปีกแรงงาน พรรคประชาชน เขาอธิบายภาพรวมที่เกิดขึ้นว่าเพราะแรงงานส่วนใหญ่มาจากบริษัทจัดหางานแบบซับคอนแทร็กหรือ ‘พนักงานไม่ประจำ’ ส่งผลให้โรงงานแทบไม่ต้องรับผิดชอบอะไรเลย ถ้าไม่ถูกใจลูกจ้างก็แค่ส่งคืนบริษัทซับฯ ส่งผลให้แรงงานไทยจำนวนมากไม่มีความมั่นคงในการจ้างงาน

 

สหัสวัต คุ้มคง: “แม้ถูกกดขี่ แต่ปัจจุบันสถานการณ์เศรษฐกิจก็ไม่ได้ดี ทำให้ทางเลือกของแรงงานในพื้นที่มีน้อยลง จะไปหางานบริษัทอื่นก็ไม่ได้หาง่ายๆ เลยต้องทนอยู่กับโรงงานแบบนี้ไปก่อน กลายเป็นสภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกของแรงงาน

 

“ไม่ใช่ว่าก่อนจีนเข้ามาจะไม่มีเรื่องแบบนี้ แต่พอจีนเข้ามามันเหมือนกระตุ้นให้เรื่องนี้รุนแรงขึ้น ซึ่งเราก็ไม่พบเห็นบริษัทสัญชาติอื่นที่รุนแรงเท่าบริษัทจีน คือพูดกันแบบขำๆ ว่าสมัยก่อนนายจ้างเกาหลีโหดมาก นายจ้างไต้หวันเขี้ยว แต่พอมีนายจ้างจีนเข้ามาเยอะๆ กลายเป็นว่าทุกคนรู้สึกว่าเกาหลีน่ารักไปเลย”

 

“มันเลวร้ายมากกับการที่เราให้คนกลุ่มหนึ่งเข้ามาลงทุนแล้วก็มากดขี่คนบ้านเรา เข้ามาลดทอนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของคนในบ้านเรา” 

 

เมื่อเกิดการละเมิดสิทธิ หรือถูกนายจ้างปฏิบัติตัวอย่างไม่เป็นธรรม หน่วยงานแรกที่เหล่าแรงงานจะต้องเข้าไปเรียกร้องและขอความช่วยเหลือคือ ‘สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน’ ในจังหวัดนั้นๆ แต่มักจะมีปัญหาที่พบบ่อยตามมาอีก ในแง่อุปสรรคและข้อจำกัดต่างๆ ของแรงงาน 

 

บุญยืน สุขใหม่ ทนายความ นักสหภาพแรงงาน และตัวแทนกลุ่มพัฒนาแรงงานสัมพันธ์ตะวันออก ระบุว่าพอไม่มีการตรวจสอบเชิงรุก ไม่มีเจ้าหน้าที่คอยมาดูว่าแต่ละโรงงานมีการละเมิดสิทธิหรือไม่ ต้องเกิดเรื่องก่อนแล้วค่อยไปร้องเรียน พอถึงเวลาแรงงานจำนวนมากก็ไม่รู้ว่าจะต้องไปตรงไหน หรือบางคนรู้แต่ไม่สามารถไปได้ง่ายอย่างที่คิด เพราะด้วยระยะเวลา ด้วยการเดินทาง ด้วยทุนทรัพย์ต่างๆ หลายคนมาจากภาคอีสานเพื่อทำงาน เมื่อถูกเลิกจ้างก็ไม่มีเงินไปทำเรื่องจ้างทนาย ที่สังคมก็เห็นอยู่แล้วว่าการร้องเรียนไม่สามารถทำได้จบเพียงแค่วันเดียว 

 

บุญยืน สุขใหม่: คนงานที่นี่ (ชลบุรี) มีแต่คนอีสานมาจากสุรินทร์ มาจากบึงกาฬ มาจากบุรีรัมย์ เขาไม่รู้หรอกว่าสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดชลบุรีอยู่ที่ไหน หรือบางคนไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะต้องไปหน่วยงานนี้ หรือเวลาไปร้องเรียนยื่นคำร้องก็ใช้เวลา 20 วัน ก่อนพนักงานตรวจออกคำสั่ง พอมีคำสั่งแล้วฝ่ายนายจ้างไม่พอใจก็ไปอุทธรณ์เพิกถอนคำสั่งศาล ที่ยืดเยื้อใช้เวลาหลายปี ไม่ว่าจะเป็นแรงงานข้ามชาติหรือแรงงานไทยก็เป็นปัญหาเดียวกัน เราก็ไม่อยากจะใช้คำว่า ‘ตามเวรตามกรรม’ แต่นี่คือสิ่งที่เราเห็น

 

“ขณะเดียวกัน ด้วยอาชีพของเราที่ต้องไปโรงพักบ่อย มันจะมีกลุ่มคนคอยมานั่งเคลียร์มีบัตรแปลกๆ เหมือนที่อยู่ในข่าวเป๊ะเลย เรารู้สึกว่า ‘อะไรวะ บ้านกูทำไมมันแย่ขนาดนี้’ ประเทศไทยทำไมมันปล่อยให้ คือสังคมมันก้าวมาสู่จุดนี้ได้ไวมาก” 

 

กลุ่มพัฒนาตัวแทนแรงงานสัมพันธ์ตะวันออกให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ที่ไม่ค่อยมีแรงงานออกมาพูดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นกับพวกเขามากนัก ไม่ใช่แค่ความยากลำบากในการเข้าถึงกระบวนการ แต่รวมถึงเหตุผลที่บริษัทจีนบางเจ้ามักฟ้องปิดปากหรือฟ้อง SLAPP ต่อแรงงานที่เป็นผู้เสียหาย ใช้กระบวนการทางกฎหมายทำให้ผู้ถูกฟ้องหยุดพูดหรือหยุดกระทำการใดๆ ต่อสาธารณชน เพราะกรณีของผู้เสียหายมือกระแทกขดลวดเล่าให้เราฟังเพิ่มเติมว่าหลังจากเธอไม่ได้รับเงินค่ารักษา เลยเอาเรื่องออกไปเล่าให้เพจหนึ่งฟัง พอเรื่องเริ่มดังขึ้น บริษัทถึงมายื่นเงื่อนไขให้เซ็นสัญญาว่าจะไม่พูดถึงเรื่องนี้ แล้วจะจ่ายเงินค่ารักษาให้

 

บุญยืน สุขใหม่: เงินประกันตัว 50,000 บาท มันไม่ได้หาได้ง่ายๆ มันไม่ได้มีใครมีเงินฝากที่จะมาใช้ประกันตัว แล้วจะไปหาทนายจากไหน สุดท้ายก็ต้องก็ต้องนอนห้องขังฟรีหมด ต้องนอนห้องขังแล้วรอติดต่อญาติ สุดท้ายก็ถูกเลิกจ้าง นี่คือสิ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงกระบวนการยุติธรรมที่บิดเบี้ยว แล้วพอเป็นแบบนี้เขาก็บอกว่าแรงงานไทยเลือกมาก จริงๆ แล้วเราไม่ได้เลือกมากเลย เราแค่พูดถึงสิทธิตามกฎหมายของเรา”

 

แรงงานที่ส่วนใหญ่หาเช้ากินค่ำ ได้ค่าแรงวันละไม่กี่ร้อยบาท แถมยังต้องเผชิญหน้ากับนายจ้างต่างชาติที่มีอำนาจมากกว่า บางคนพอออกจากงานเหล่านี้ ถ้ารู้สึกว่าควรต้องเปิดหน้าให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน หรือโพสต์เล่าถึงสิ่งที่ตัวเองเจอมา ก็เสี่ยงที่จะถูกฟ้อง เสียเงิน เสียเวลา เสียสุขภาพจิต ทำให้เรื่องราวที่เกิดขึ้นมักถูกพูดกันแค่ในวงแคบ และเงียบหายไปตามกาลเวลา 

 

รัฐไทยทำอะไรกับเรื่องนี้บ้าง?

 

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในโรงงานจีนจำนวนมากสร้างความเสียหายรุนแรงต่อชีวิตของแรงงานไทยและแรงงานข้ามชาติ สิ่งที่ต้องตั้งคำถามคือไทยได้จัดการกับเหตุการณ์เหล่านี้อย่างไรบ้าง แรงงานจำนวนมากที่ถูกละเมิดสิทธิหรือบาดเจ็บจนไม่สามารถกลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติ ได้รับการชดเชยเยียวยาอย่างสมเหตุสมผลหรือไม่ และมีวิธีใดบ้างที่จะทำให้ความรุนแรงไม่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำอีกอย่างที่เป็นอยู่ ซึ่งทางออกที่ชัดเจนที่สุดอาจจะต้องเป็นการจัดการโดยรัฐ และความร่วมมือของภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง

 

สหัสวัต คุ้มคง: “จริงๆ ต้องให้ความเป็นธรรมกับสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เพราะจำนวน ‘พนักงานตรวจแรงงาน’ ไม่เคยเพียงพอ แรงงานในชลบุรีมีหลายแสนคนแต่พนักงานตรวจแรงงานมีหลักสิบ ต่อให้ทำงานหนักขนาดไหนมก็ไม่เพียงพอ ดังนั้นการคาดหวังให้ทำงานเชิงรุกมาตรวจสุ่มตรวจ ที่จริงๆ แล้วก็ควรจะเป็นอย่างนั้น อาจทำได้ยากเพราะว่าจำนวนคน งบประมาณที่ไม่เพียงพอ

 

“มันเป็นปัญหาที่ต้องแก้ตั้งแต่ภาพใหญ่จากรัฐบาลในการจัดงบประมาณ ในการวางยุทธศาสตร์ เจ้ากระทรวงต้องกำหนดยุทธศาสตร์นโยบายลงมาว่ากรมสวัสดิฯ แต่ละจังหวัดต้องมีการตรวจเชิงรุกในพื้นที่ ซึ่งพนักงานปฏิบัติการเองหลายคนเขาก็อยากทำ เขาคุยกับผมว่าเขาก็ได้ยินเคสมาแต่ไม่รู้จะทำงานเชิงรุกอย่างไร เพราะว่าแค่งานที่มีอยู่ก็ทำไม่ทันแล้ว

 

“อีกเรื่องหนึ่งที่อยากแชร์ให้ฟัง คณะกรรมาธิการแรงงานงานไปลงพื้นที่แถวนิคมแห่งหนึ่ง เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างกรมจัดหางานและนิคมอุตสาหกรรมเพื่อพูดคุยถึงข้อเท็จจริงเรื่องการละเมิดสิทธิแรงงาน เรื่องที่น่าตกใจคือในการประชุมกรรมาธิการ เราพยายามจะทำให้เปิดเผยต่อสาธารณชน ถามว่าเอาสื่อมวลชนเข้ามาถ่ายได้ไหม ปรากฏว่าเจ้าของสถานที่คือนิคมอุตสาหกรรมไม่ยอมให้สื่อเข้า แล้วในการพูดคุย ณ วันนั้น สิ่งที่น่าตกใจคือแทนที่จะพูดข้อเท็จจริงที่คนเห็น นิคมอุตสาหกรรมกลับออกตัวปกป้องจีนอย่างชัดเจน พูดว่าจีนเข้ามาลงทุนก็จ้างคนไทยทั้งนั้น ถ้ามีตรงไหนที่หาคนไทยไม่ได้จริงๆ ถึงจะจ้างชาติอื่น หรือมีอาชีพไหนที่เป็นความเชี่ยวชาญที่หาในไทยไม่ได้ถึงจะขนคนจีนเข้ามา แต่ข้อเท็จจริงที่เราเห็นมันไม่ตรงกับที่เขาบอกเลย

 

“นิคมเขาบอกอีกว่าที่คนลือว่าจีนมาลงทุนในไทยแล้วเอาสินค้าเอาของจากจีนเข้ามาก็ไม่ใช่เรื่องจริง เพราะว่าจีนจะต้องหาซื้อสินค้าในไทยก่อนอยู่แล้ว ถ้าหาไม่ได้ถึงจะนำเข้าจากจีนเข้ามา ซึ่งถ้าเราไม่ยอมรับข้อเท็จจริง ท้ายที่สุดจะไม่ใช่แค่แรงงานที่รับผลกระทบ เพราะผู้ประกอบการก็โดนสินค้าจีนเข้ามาตีตลาดแล้วทำให้ SMEs ต่างๆ อาจจะอยู่ไม่ได้ด้วยซ้ำ”

 

สหัสวัตระบุว่าสิ่งที่เขาเห็นในการประชุมกรรมาธิการ คือการโบ้ยกันไปมาของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง บอกว่าเป็นภาระหน้าที่ของอีกฝ่าย หรือบอกว่าเรื่องเหล่านี้ไม่ได้อยู่ในขอบเขตความรับผิดชอบของตัวเอง เช่น กรมจัดหางานอ้างว่าไม่สามารถตรวจสอบสิทธิและจำนวนแรงงานต่างชาติได้ เพราะไม่รู้ว่า BOI ให้สิทธิแรงงานต่างชาติกี่คน หรือทาง BOI ก็บอกว่าทำงานได้ยากเพราะไม่รู้ว่ากรมจัดหางานออกใบอนุญาตทำงานจำนวนเท่าไหร่ 

 

เขาจึงมองว่าการแก้ปัญหาที่สามารถเริ่มทำได้เลยหากรัฐให้ความสำคัญต่อประเด็นแรงงาน คือการทำระบบดาตากลางหรือ Data Center เพื่อให้ทุกฝ่ายสามารถเข้าไปตรวจสอบได้อย่างจริงจัง เห็นตัวเลข เห็นรายงานที่ชัดเจน แล้วปัญหาแรงงานเถื่อนอาจจะลดลง และได้เห็นความคืบหน้าเรื่องรายงานการละเมิดสิทธิแรงงานได้มากขึ้น 

 

เรายินดีต้อนรับนักลงทุนทุกคนที่เข้ามาลงทุนในไทย แต่อย่าลืมว่าคนที่สร้างเศรษฐกิจให้เรามันไม่ได้มีแค่นักลงทุน แต่มันมีแรงงานอีกจำนวนมาก เวลาแรงงานกลุ่มนี้ล้มมันคือชีวิตคนคนหนึ่ง รัฐไม่สามารถปล่อยปละละเลยได้จริงๆ ผมว่าวันนี้เราต้องยอมรับกันอย่างตรงไปตรงมาแล้วว่าวิกฤตทุนจีนเป็นปัญหากับระบบเศรษฐกิจและสังคมของบ้านเราอย่างชัดเจน”

 

 

The post ‘ห้ามยิ้ม เขียนหน้า เจ็บไม่จ่าย’ เปิดชีวิตแรงงานไทยในโรงงานจีน appeared first on THE STANDARD.

]]>
กลุ่มผู้รับเหมาเจรจาหาทางแก้ไข ปมถูกเบี้ยวค่าแรงก่อสร้างตึก สตง. ด้านตัวแทนบริษัทแจงค้างเงินจริง https://thestandard.co/contractors-unpaid-wages-stong/ Sun, 06 Apr 2025 08:01:46 +0000 https://thestandard.co/?p=1061262 contractors-unpaid-wages-stong

วันนี้ (6 เมษายน) ตัวแทนบริษัท 9PK จำกัด, ตัวแทนกิจการร […]

The post กลุ่มผู้รับเหมาเจรจาหาทางแก้ไข ปมถูกเบี้ยวค่าแรงก่อสร้างตึก สตง. ด้านตัวแทนบริษัทแจงค้างเงินจริง appeared first on THE STANDARD.

]]>
contractors-unpaid-wages-stong

วันนี้ (6 เมษายน) ตัวแทนบริษัท 9PK จำกัด, ตัวแทนกิจการร่วมค้าบริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (ไอทีดี) และตัวแทนผู้รับเหมาช่วงที่ถูกเบี้ยวค่าแรงการก่อสร้างอาคารสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แห่งใหม่ได้มีการหารือกันในช่วงเช้าที่ผ่านมาหลังจากกรณีคลิปเหตุการณ์ที่ผู้รับเหมา บุกประท้วงทวงเงินผู้รับสัมปทานจีน ในเรื่องค่าแรงนอกเหนือจากการรับเหมา ก่อนจะเกิดเหตุตึก สตง. ถล่ม

 

ตัวแทนของบริษัท 9PK จำกัด ยอมรับว่า ค้างค่าแรงผู้รับเหมาช่วงจริง เพราะ สตง.ต้องรอตรวจงานและแก้ไขสัญญาบางส่วน ก่อนจะจ่ายเงินงวดที่ 23 ซึ่งเป็นงวดสุดท้าย โดยมีการตกลงกับทางผู้รับเหมาช่วงที่เสียหาย และบริษัทไชน่าเรลเวย์ฯ ลงนามกันไว้ว่าจะจ่ายเงินค่าจ้าง 7 ล้านบาทให้กับผู้รับเหมาช่วงแต่ละเจ้า หลังจากได้รับเงินจาก สตง. งวดดังกล่าว ประมาณ 70 กว่าล้านบาท ซึ่งน่าจะประมาณปลายเดือนมีนาคมหรือต้นเดือนเมษายน แต่ตึกถล่มลงมาเสียก่อน

 

บริษัท 9PK และบริษัท ไชน่า เรลเวย์ฯ ต่างก็เป็นผู้สูญเสีย ต้องเยียวยาผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต ซึ่งตนเองวางแผนไว้ว่าหลังดำเนินเรื่องผู้ประสบภัยครบเรียบร้อยแล้ว ก็จะดำเนินการเคลียร์เรื่องเงินให้กับผู้รับเหมาช่วง บริษัทตนเองยอมรับสภาพนี้สามารถทำหนังสือยืนยันเป็นเอกสารได้หมด แต่วันนี้คงยังไม่สามารถหาเงินมาจ่ายให้ผู้รับเหมาช่วงได้  จะทยอยจ่ายหรืออย่างไรก็ค่อยตกลงกัน

 

ทั้งนี้ ยืนยันว่าบริษัท 9PK รับผิดชอบอยู่แล้ว และหากการก่อสร้างตึก สตง. ยังมีต่อไป บริษัท 9PK มีสัญญากับทางบริษัท ไชน่า เรลเวย์ฯ อยู่แล้ว ก็ต้องทำให้เสร็จ และมีเงินเหลืออยู่ เพราะบริษัทตนเองรับงานมามูลค่า 500 ล้านบาท แต่ทางบริษัทเบิกเงินออกมาเพียง 100 ล้านบาทเท่านั้น ยังเหลืออีกตั้ง 400 ล้านบาท

 

ส่วนที่ฝั่งผู้รับเหมากล่าวว่า มีการค้างชำระมาตั้งแต่งวด 17-18 แล้วนั้น ก็ยอมรับว่าค้างจ่ายจริง เพราะบริษัทตนเองถูกให้ทำงานเพิ่มไปจากเดิมหลายส่วน และยังไม่ได้เบิกเงินกับบริษัทไชน่าเรลเวย์ ทำให้จ่ายเงินผู้รับเหมาช่วงล่าช้า แต่บริษัทก็พยายามทยอยจ่ายมาตลอด และตนต้องแบกรับภาระอยู่เช่นกัน

 

ขณะที่ตัวแทนบริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 ที่เป็นชาวจีน ก็ชี้แจงผ่านล่ามว่า ยืนยันว่า ไม่ได้ค้างชำระเงินให้กับบริษัท 9PK ส่วนที่ต้องส่งเบิกเพิ่มเติมนั้น ทางเราก็ได้เร่งให้บริษัท 9PK ส่งเอกสารที่จะเบิกมาให้ตรวจสอบทั้งหมด รวมถึงจะมีการตั้งศูนย์รับเรื่องร้องทุกข์ของผู้รับเหมาช่วง เพื่อรวบรวมสัญญาที่บริษัท 9PK ทำกับผู้รับเหมาช่วงแต่ละเจ้าว่ามีการค้างชำระอยู่เท่าใดด้วย

 

ทางบริษัท ไชน่าเรลเวย์ฯ ได้นัดผู้บริหารของบริษัท 9PK เพื่อหาทางเยียวยาในวันที่ 9 เมษายนนี้ จากนั้นจึงให้คำตอบกับผู้รับเหมาช่วง เพราะบริษัทไชน่าเรลเวย์ ไม่ได้มีสัญญาโดยตรงกับผู้รับเหมาช่วง เหมือนบริษัท 9PK หากทางบริษัทไชน่าเรลเวย์จะเข้ามาช่วยแก้ปัญหาด้วยการต้องจ่ายตรงให้ผู้รับเหมาช่วง ก็อาจต้องเซ็นสัญญาใหม่ ซึ่งจะใช้เวลาสักระยะ

 

ผู้สื่อข่าวได้สอบถามตัวแทนบริษัท ไชน่าเรลเวย์ฯ ว่าได้รับเงินจาก สตง. งวดล่าสุดเมื่อไร ทางตัวแทนปฏิเสธที่จะให้ข้อมูลในส่วนนี้ และผู้สื่อข่าวยังพยายามสอบถามตัวแทนบริษัท 9PK ว่าได้รับเงินจากบริษัท ไชน่า เรลเวย์ฯ งวดสุดท้ายเมื่อใด ทางบริษัทแจ้งว่า เมื่อช่วงตรุษจีนที่ผ่านมา

 

ถูกเบี้ยวค่าแรงก่อสร้างตึก สตง. ถูกเบี้ยวค่าแรงก่อสร้างตึก สตง. ถูกเบี้ยวค่าแรงก่อสร้างตึก สตง. ถูกเบี้ยวค่าแรงก่อสร้างตึก สตง. ถูกเบี้ยวค่าแรงก่อสร้างตึก สตง.

The post กลุ่มผู้รับเหมาเจรจาหาทางแก้ไข ปมถูกเบี้ยวค่าแรงก่อสร้างตึก สตง. ด้านตัวแทนบริษัทแจงค้างเงินจริง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ค่าแรงญี่ปุ่น ‘ต่ำเตี้ยเรี่ยดิน’ เทียบ Big Mac Index ซื้อเบอร์เกอร์ได้แค่ 2 ชิ้นต่อชั่วโมง วิกฤตค่าครองชีพพุ่งแซงค่าแรง https://thestandard.co/big-mac-exposes-japan-s-weak-hourly-wage-purchasing-power/ Sat, 01 Mar 2025 05:16:23 +0000 https://thestandard.co/?p=1047372 Big Mac Index

ค่าแรงของญี่ปุ่นอยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ […]

The post ค่าแรงญี่ปุ่น ‘ต่ำเตี้ยเรี่ยดิน’ เทียบ Big Mac Index ซื้อเบอร์เกอร์ได้แค่ 2 ชิ้นต่อชั่วโมง วิกฤตค่าครองชีพพุ่งแซงค่าแรง appeared first on THE STANDARD.

]]>
Big Mac Index

ค่าแรงของญี่ปุ่นอยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ทั่วโลก จากการวิเคราะห์ของ Nikkei ที่ใช้แฮมเบอร์เกอร์ ‘Big Mac’ ของ McDonald’s เป็นมาตรวัดพบว่าแรงงานญี่ปุ่นซื้อเบอร์เกอร์ได้เพียง 2.18 ชิ้นต่อชั่วโมงการทำงาน น้อยกว่าออสเตรเลียที่ 3.95 ชิ้น และฮ่องกงที่ 2.56 ชิ้น ลดลงจาก 5 ปีก่อนถึง 0.2 ชิ้น สะท้อนปัญหาค่าแรงที่เพิ่มช้ากว่าราคาสินค้า

 

การเปรียบเทียบข้อมูลเศรษฐกิจระหว่างประเทศโดยตรงทำได้ยาก เนื่องจากผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนและความแตกต่างของสภาพแวดล้อมการทำงาน วิธีหนึ่งที่จะปรับผลกระทบของอัตราแลกเปลี่ยนคือการเปรียบเทียบราคาสินค้าเดียวกันที่มีจำหน่ายอย่างแพร่หลายในหลายประเทศ Big Mac เป็นตัวอย่างทั่วไปของสินค้าดังกล่าว

 

Nikkei ใช้ข้อมูลจาก Indeed เว็บไซต์หางานทั่วโลกจากอเมริกา ซึ่งรวบรวมข้อมูลค่าจ้างรายชั่วโมงของพนักงานร้านจากเชนร้านอาหารและร้านค้าปลีกทั่วโลก 22 แห่ง รวมถึง McDonald’s จากหลายประเทศ นอกจากนี้ Nikkei ยังนำราคา Big Mac ในแต่ละประเทศที่เผยแพร่โดย The Economist มาใช้ในการวิเคราะห์ เพื่อคำนวณว่าพนักงานทำงานหนึ่งชั่วโมงสามารถซื้อแฮมเบอร์เกอร์ Big Mac ได้กี่ชิ้น

 

ราคา Big Mac ตาม The Economist อยู่ที่ 3.2 ดอลลาร์ในญี่ปุ่นเมื่อเดือนกรกฎาคม 2024 ต่ำกว่าในสหรัฐฯ และสหราชอาณาจักรเกือบ 50% สร้างภาพลักษณ์ว่าอาหารฟาสต์ฟู้ดในญี่ปุ่นมีราคาถูก แต่ Yusuke Aoki นักเศรษฐศาสตร์ที่ Indeed Japan กล่าวว่าราคาขายปลีกของแฮมเบอร์เกอร์ไม่ได้ ‘คุ้มค่า’ สำหรับคนงานในญี่ปุ่นอย่างที่คิด

 

จำนวน Big Mac ที่สามารถซื้อได้ลดลง 0.2 ชิ้นในญี่ปุ่นในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ในช่วงเวลานี้ ค่าจ้างรายชั่วโมงเพิ่มขึ้น 11% ในขณะที่ราคาของ Big Mac เพิ่มขึ้น 23% แม้ว่าระดับค่าจ้างจะค่อนข้างคงที่ตั้งแต่การล่มสลายของเศรษฐกิจฟองสบู่ในยุค 1990 การระบาดของโควิดและวิกฤตยูเครนได้ส่งผลให้ราคาสินค้าและบริการเพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้เกิดเงินเฟ้อเร็วกว่าการเพิ่มขึ้นของค่าจ้าง

 

พนักงานที่ร้าน McDonald’s ในย่านกินซ่าของโตเกียวเผยว่า “ค่าจ้างอยู่ในระดับเดียวกันทุกสาขา การขึ้นเงินเดือนตามทักษะที่พัฒนาขึ้นนั้นพบได้ยาก และถ้ามีก็เพียง 10 ถึง 20 เยนเท่านั้น”

 

การชะลอตัวของการเติบโตของค่าจ้างในญี่ปุ่นที่คำนวณเป็นดอลลาร์นั้นเห็นได้ชัดเจน แรงงานได้รับ 7 ดอลลาร์ต่อชั่วโมงในปี 2024 ลดลงจาก 8.6 ดอลลาร์ในปี 2019 ค่าจ้างรายชั่วโมงในญี่ปุ่นต่ำกว่าประเทศเพื่อนบ้านในเอเชีย เช่น สิงคโปร์ ฮ่องกง และเกาหลีใต้ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะการลดค่าของเงินเยน

 

ข้อมูลเศรษฐกิจมหภาคชี้ว่ายังมีช่องว่างสำหรับการเพิ่มค่าจ้างในญี่ปุ่น ส่วนแบ่งแรงงานของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศของญี่ปุ่นอยู่ที่ 54% ในปี 2024 ลดลง 2% จากปี 2019 ซึ่งต่างจากสหรัฐฯ และยุโรปที่มีสัดส่วนมากกว่า 50% ตามรายงานขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ

 

ดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจสำหรับผู้บริโภคและธุรกิจที่รวบรวมโดย OECD มีความใกล้เคียงกันในสหรัฐฯ และยุโรป แต่ในญี่ปุ่นธุรกิจยังคงมีความมั่นใจมากกว่าผู้บริโภค บ่งชี้ว่าผลประโยชน์ส่วนใหญ่ตกอยู่กับภาคธุรกิจ

 

UA Zensen พันธมิตรของสหภาพในอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น ร้านอาหารและค้าปลีก เตรียมเรียกร้องการเพิ่มค่าจ้าง 7% สำหรับพนักงานพาร์ตไทม์ในการเจรจาแรงงานประจำปีที่กำลังจะมาถึง ซึ่งทาง Tamon Nishio เลขาธิการของพันธมิตรได้ประกาศจุดยืนชัดเจนว่า “เราจะเปลี่ยนแปลงจากการที่ญี่ปุ่นถูกมองว่าเป็นประเทศค่าแรงต่ำให้สำเร็จในปีนี้”

 

ภาพ: 18th Studio / Shutterstock

อ้างอิง:

 

The post ค่าแรงญี่ปุ่น ‘ต่ำเตี้ยเรี่ยดิน’ เทียบ Big Mac Index ซื้อเบอร์เกอร์ได้แค่ 2 ชิ้นต่อชั่วโมง วิกฤตค่าครองชีพพุ่งแซงค่าแรง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ราชกิจจานุเบกษาประกาศขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำอัตราใหม่ มีผลวันปีใหม่ 1 ม.ค. 68 https://thestandard.co/new-minimum-wage-announced-68/ Tue, 31 Dec 2024 13:22:35 +0000 https://thestandard.co/?p=1026091

วันนี้ (31 ธันวาคม) เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกา […]

The post ราชกิจจานุเบกษาประกาศขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำอัตราใหม่ มีผลวันปีใหม่ 1 ม.ค. 68 appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (31 ธันวาคม) เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศคณะกรรมการค่าจ้าง เรื่อง อัตราค่าจ้างขั้นต่ำ (ฉบับที่ 13) ลงนามโดย บุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน และประธานกรรมการค่าจ้าง 

 

ในประกาศดังกล่าวระบุว่า ด้วยคณะกรรมการค่าจ้างมีการประชุมศึกษาและพิจารณาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับอัตราค่าจ้างที่ลูกจ้างได้รับอยู่ ประกอบกับข้อเท็จจริงอื่นตามที่กฎหมายกำหนด เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2567 และมีมติเห็นชอบให้กำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ เพื่อใช้บังคับแก่นายจ้างและลูกจ้างทุกคน

 

ทั้งนี้ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 79 (3) และมาตรา 88 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2551 คณะกรรมการค่าจ้างจึงออกประกาศไว้ดังต่อไปนี้

 

ข้อ 1 ให้ยกเลิกประกาศคณะกรรมการค่าจ้าง เรื่อง อัตราค่าจ้างขั้นต่ำ (ฉบับที่ 12) ลงวันที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2566

 

ข้อ 2 ให้กำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำเป็นเงินวันละ 400 บาทในท้องที่จังหวัดฉะเชิงเทรา, ชลบุรี, ภูเก็ต, ระยอง และจังหวัดสุราษฎร์ธานี เฉพาะอำเภอเกาะสมุย

 

ข้อ 3 ให้กำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำเป็นเงินวันละ 380 บาทในท้องที่จังหวัดเชียงใหม่ เฉพาะอำเภอเมืองเชียงใหม่ และจังหวัดสงขลา เฉพาะอำเภอหาดใหญ่

 

ข้อ 4 ให้กำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำเป็นเงินวันละ 372 บาทในท้องที่กรุงเทพมหานคร, จังหวัดนครปฐม, นนทบุรี, ปทุมธานี, สมุทรปราการ และสมุทรสาคร

 

ข้อ 5 ให้กำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำเป็นเงินวันละ 359 บาทในท้องที่จังหวัดนครราชสีมา

 

ข้อ 6 ให้กำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำเป็นเงินวันละ 358 บาทในท้องที่จังหวัดสมุทรสงคราม

 

ข้อ 7 ให้กำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำเป็นเงินวันละ 357 บาทในท้องที่จังหวัดขอนแก่น, เชียงใหม่ ยกเว้นอำเภอเมืองเชียงใหม่, ปราจีนบุรี, พระนครศรีอยุธยา และสระบุรี

 

ข้อ 8 ให้กำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำเป็นเงินวันละ 356 บาทในท้องที่จังหวัดลพบุรี

 

ข้อ 9 ให้กำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำเป็นเงินวันละ 355 บาทในท้องที่จังหวัดนครนายก สุพรรณบุรี และหนองคาย

 

ข้อ 10 ให้กำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำเป็นเงินวันละ 354 บาทในท้องที่จังหวัดกระบี่และตราด

 

ข้อ 11 ให้กำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำเป็นเงินวันละ 352 บาทในท้องที่จังหวัดกาญจนบุรี, จันทบุรี, เชียงราย, ตาก, นครพนม, บุรีรัมย์, ประจวบคีรีขันธ์, พังงา, พิษณุโลก, มุกดาหาร, สกลนคร, สงขลา ยกเว้นอำเภอหาดใหญ่, สระแก้ว, สุราษฎร์ธานี ยกเว้นอำเภอเกาะสมุย และอุบลราชธานี

 

ข้อ 12 ให้กำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำเป็นเงินวันละ 351 บาทในท้องที่จังหวัดชุมพร เพชรบุรี และสุรินทร์

 

ข้อ 13 ให้กำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำเป็นเงินวันละ 350 บาทในท้องที่จังหวัดนครสวรรค์ ยโสธร และลำพูน

 

ข้อ 14 ให้กำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำเป็นเงินวันละ 349 บาทในท้องที่จังหวัดกาฬสินธุ์, นครศรีธรรมราช, บึงกาฬ, เพชรบูรณ์ และร้อยเอ็ด

 

ข้อ 15 ให้กำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำเป็นเงินวันละ 348 บาทในท้องที่จังหวัดชัยนาท, ชัยภูมิ, พัทลุง, สิงห์บุรี และอ่างทอง

 

ข้อ 16 ให้กำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำเงินวันละ 347 บาทในท้องที่จังหวัดกำแพงเพชร, พิจิตร, มหาสารคาม, แม่ฮ่องสอน, ระนอง, ราชบุรี, ลำปาง, เลย, ศรีสะเกษ, สตูล, สุโขทัย, หนองบัวลำภู, อำนาจเจริญ, อุดรธานี, อุตรดิตถ์ และอุทัยธานี

 

ข้อ 17 ให้กำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำเป็นเงินวันละ 345 บาทในท้องที่จังหวัดตรัง, น่าน, พะเยา และแพร่

 

ข้อ 18 ให้กำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำเป็นเงินวันละ 337 บาทในท้องที่จังหวัดนราธิวาส ปัตตานี และยะลา

 

ข้อ 19 เพื่อประโยชน์ตามข้อ 2 ถึงข้อ 18 คำว่า ‘วัน’ หมายถึง เวลาทำงานปกติของลูกจ้าง ซึ่งไม่เกินชั่วโมงทำงานดังต่อไปนี้ แม้นายจ้างจะให้ลูกจ้างทำงานน้อยกว่าเวลาทำงานปกติเพียงใดก็ตาม

 

  1. 7 ชั่วโมง สำหรับงานที่อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพและความปลอดภัยของลูกจ้าง ตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2541) ออกตามความในพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541
  2. 8 ชั่วโมง สำหรับงานอื่นซึ่งไม่ใช่งานตามข้อ 1

 

ข้อ 20 ห้ามมิให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างเป็นเงินแก่ลูกจ้างน้อยกว่าอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ

 

ข้อ 21 ประกาศคณะกรรมการค่าจ้างฉบับนี้ให้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2568 เป็นต้นไป

 

ประกาศ ณ วันที่ 23 ธันวาคม 2567

 

อ้างอิง: 

The post ราชกิจจานุเบกษาประกาศขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำอัตราใหม่ มีผลวันปีใหม่ 1 ม.ค. 68 appeared first on THE STANDARD.

]]>
แพทองธารแถลงผล ครม. รับทราบขึ้นค่าแรง 400 บาท 4 จังหวัด 1 อำเภอ เห็นชอบแจกเงินหมื่นเฟส 2 ยันไม่นิ่งนอนใจปม MOU 44 https://thestandard.co/paetongtarn-cabinet-400-baht/ Tue, 24 Dec 2024 09:49:39 +0000 https://thestandard.co/?p=1023241

วันนี้ (24 ธันวาคม) ที่ทำเนียบรัฐบาล แพทองธาร ชินวัตร น […]

The post แพทองธารแถลงผล ครม. รับทราบขึ้นค่าแรง 400 บาท 4 จังหวัด 1 อำเภอ เห็นชอบแจกเงินหมื่นเฟส 2 ยันไม่นิ่งนอนใจปม MOU 44 appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (24 ธันวาคม) ที่ทำเนียบรัฐบาล แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ที่ประชุม ครม. รับทราบตามที่กระทรวงแรงงานกำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำปี 2568 ตามมติคณะกรรมการค่าจ้างชุดที่ 22 เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2567 ที่ปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำเพิ่มวันละ 7-55 บาท เป็นวันละ 337-400 บาท  

 

ทั้งนี้ กำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำเป็นวันละ 400 บาทใน 4 จังหวัด 1 อำเภอ ได้แก่ จังหวัดภูเก็ต ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง และอำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นจังหวัดนำร่อง และจังหวัดอื่นๆ จะทยอยปรับตามแผน ซึ่งกระทรวงแรงงานจะชี้แจงในรายละเอียดต่อไป ทั้งนี้ ให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2568

 

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเห็นชอบตามที่กระทรวงการคลังเสนอโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านผู้สูงอายุ เพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพของผู้สูงอายุให้มีโอกาสเข้าถึงการใช้จ่ายที่จำเป็น โดยยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยกลุ่มเป้าหมายคือผู้ที่ลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชันทางรัฐที่มีสัญชาติไทย อายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป จะจ่ายเงินกลุ่มเป้าหมาย 10,000 บาทต่อคน ภายในเดือนมกราคม 2568 ผ่านบัญชีพร้อมเพย์ ขณะที่ดิจิทัลวอลเล็ต เฟส 3 ภายในไตรมาส 2 ของปีหน้าจะได้ความชัดเจน

 

รัฐบาลไม่นิ่งนอนใจปม MOU 2544

 

นายกรัฐมนตรียังกล่าวถึงกรณีที่ สนธิ ลิ้มทองกุล เดินทางมายื่นหนังสือทวงถาม และเรียกร้องให้ยุติ MOU 2544 หลังเคยมายื่นร้องต่อรัฐบาลแล้วเมื่อ 15 วันก่อน โดยระบุว่า เรื่องนี้คุยกันในรายละเอียด อยู่ในกระบวนการของกระทรวงที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจัดทำตามกระบวนการทางกฎหมาย การเจรจาทั้งหมดก็มีรายละเอียดอยู่ ยืนยันว่ารัฐบาลไม่ได้ปล่อยผ่าน ยังมีการพูดคุยและมีความเห็นที่หลากหลายไม่ตรงกันหลายเรื่อง ฉะนั้นเรื่องนี้ต้องคุยในรายละเอียดให้ชัดเจนยิ่งขึ้น ยืนยันว่าเราพยายามรับฟังทุกฝ่ายให้มากที่สุด 

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงเหตุผลที่รัฐบาลไม่เปิดเวทีสาธารณะ แพทองธารกล่าวว่า เวลาเป็นเรื่องระหว่างประเทศแล้วเรามาสัมภาษณ์กันแบบนี้ มันไม่ได้เป็นข้อได้เปรียบสำหรับประเทศ บางเรื่องเป็นรายละเอียดที่เปิดเผยไม่ได้ ขอให้พี่น้องประชาชนสบายใจ เรื่องนี้เราไม่ได้นิ่งนอนใจ กระทรวงการต่างประเทศปรึกษากันอยู่ตลอด ผู้คนที่จะเกี่ยวข้องคุยเรื่องนี้กันอย่างละเอียด เพราะเป็นเรื่องที่เซนสิทีฟมาก จึงต้องใช้ความรอบคอบในการทำเรื่องนี้ เพราะยังมีอีกหลายประเด็น

 

สำหรับวิธีการที่จะทำให้ประชาชนที่เห็นค้านไม่ลงถนน ตัดไฟแต่ต้นลมอย่างไร แพทองธารระบุว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เซนซิทีฟมาก เป็นเรื่องระหว่างประเทศ คุยกันเรื่องผลประโยชน์ของประเทศชาติ เราไม่สามารถแถลงได้ก่อนพูดคุยกับต่างประเทศ จะทำให้เราเสียเปรียบ ดังนั้นเรื่องนี้เราไม่ได้ปล่อยผ่าน และจะให้รายละเอียดได้ในต้นปีหน้า

 

ผู้สื่อข่าวจึงถามต่อว่า จะให้ ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ช่วยเหลือเรื่องนี้อย่างไรบ้าง แพทองธารกล่าวว่า เป็นเรื่องที่ต้องคุยกันในประเทศ เพราะยังไม่ได้คุยในรายละเอียดต่างประเทศ เรามีข้อมูลของแต่ละประเทศอยู่แล้ว

 

พร้อมแจ้งสื่อ หลัง ป.ป.ช. เปิดทรัพย์สิน 

 

แพทองธารยังกล่าวถึงกรณีการยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จะเปิดเผยได้หรือไม่ และบริหารจัดการหุ้นทั้ง 16 บริษัทอย่างไร โดยระบุว่า ตอนนี้ตนส่งทุกอย่างไปหมดแล้ว ขอให้รอก่อน ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการ หาก ป.ป.ช. เผยแพร่ออกมาแล้วสื่อมวลชนมีคำถามอะไรก็ค่อยถามมา 

 

จริงจังปราบผู้มีอิทธิพล 

 

แพทองธารยังกล่าวถึงกรณีที่มีนักวิชาการออกมาปรามาสการนั่งตำแหน่งประธานการปราบปรามผู้มีอิทธิพล โดยแพทองธารย้อนถามสื่อมวลชนว่า “ปรามาสดิฉันทำไมคะ ทำไมไม่ปรามาสผู้มีอิทธิพล อันนี้มันเริ่มก็ผิดแล้ว อันนี้ความจริงแล้วต้องถามว่าการปรามาสแบบนี้มันเกิดประโยชน์อะไร ทำไมเราไม่ดูเรื่องของผู้มีอิทธิพล เพราะตอนนี้ความจริงแล้วรัฐบาลมีนโยบายและแนวทางทำเรื่องนี้อย่างจริงจัง เพราะเราไม่อยากทำให้เกิดความไม่สงบสุขจนประชาชนต้องลำบากจากผู้มีอิทธิพล ยืนยันว่าเรื่องนี้เราทำเต็มที่”

 

“เจอกันปกติ” ย้ำความสัมพันธ์พีระพันธุ์

 

แพทองธารยังกล่าวถึงความสัมพันธ์กับ พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ในฐานะหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ที่มีกระแสเกิดความขัดแย้งในพรรคร่วมรัฐบาล โดยระบุว่า “ดีค่ะ เจอกันปกติ”

 

เมื่อถามว่า ในอนาคตพรรครวมไทยสร้างชาติยังคงเป็นพรรคร่วมรัฐบาลใช่หรือไม่ แพทองธารไม่ตอบคำถามดังกล่าว แต่เดินเข้าห้องรับรองภายในตึกบัญชาการ 1 ทันที

The post แพทองธารแถลงผล ครม. รับทราบขึ้นค่าแรง 400 บาท 4 จังหวัด 1 อำเภอ เห็นชอบแจกเงินหมื่นเฟส 2 ยันไม่นิ่งนอนใจปม MOU 44 appeared first on THE STANDARD.

]]>
เปิดอัตราค่าแรงขั้นต่ำ ปี 2568 ครบทั้ง 77 จังหวัด มีผลบังคับใช้ 1 ม.ค. 2568 https://thestandard.co/minimum-wage-rates-thailand-2568/ Tue, 24 Dec 2024 08:17:38 +0000 https://thestandard.co/?p=1023144 อัตราค่าแรงขั้นต่ำ 2568

เมื่อวานนี้ (23 ธันวาคม) คณะกรรมการค่าจ้างชุดที่ 22 มีม […]

The post เปิดอัตราค่าแรงขั้นต่ำ ปี 2568 ครบทั้ง 77 จังหวัด มีผลบังคับใช้ 1 ม.ค. 2568 appeared first on THE STANDARD.

]]>
อัตราค่าแรงขั้นต่ำ 2568

เมื่อวานนี้ (23 ธันวาคม) คณะกรรมการค่าจ้างชุดที่ 22 มีมติในการประชุมครั้งที่ 11/2567 เห็นชอบการกำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำปี 2568 โดยให้ปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำเพิ่มเป็นวันละ 7-55 บาท (เฉลี่ยร้อยละ 2.9) แบ่งเป็น 17 อัตรา ซึ่งพิจารณาจากค่าครองชีพและโครงสร้างทางเศรษฐกิจเป็นสำคัญ โดยมีอัตราสูงสุดคือวันละ 400 บาท และอัตราต่ำสุดคือวันละ 337 บาท ดังนี้

 

  1. กำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำเป็นวันละ 400 บาท ใน 4 จังหวัด และ 1 อำเภอ ได้แก่ จังหวัดภูเก็ต, ฉะเชิงเทรา, ชลบุรี, ระยอง และอำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี
  2. กำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำเป็นวันละ 380 บาท ในอำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ และอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา
  3. กำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำเป็นวันละ 372 บาท ในเขตท้องที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวม 6 จังหวัด (เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.5)
  4. กำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำอีก 67 จังหวัดที่เหลือ ให้ปรับค่าจ้างขั้นต่ำเพิ่มขึ้นร้อยละ 2

 

ทั้งนี้ ให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2568 เป็นต้นไป

 

 

ภาพประกอบ: ฉัตรชัย เฉยชิต

The post เปิดอัตราค่าแรงขั้นต่ำ ปี 2568 ครบทั้ง 77 จังหวัด มีผลบังคับใช้ 1 ม.ค. 2568 appeared first on THE STANDARD.

]]>
บอร์ดไตรภาคีปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 7-55 บาททั่วประเทศ 17 อัตรา สูงสุด 400 บาท 5 พื้นที่ ‘ภูเก็ต-ฉะเชิงเทรา-ชลบุรี-ระยอง-เกาะสมุย’ https://thestandard.co/minimum-wage-increased-in-5-areas/ Mon, 23 Dec 2024 13:10:33 +0000 https://thestandard.co/?p=1022749

วันนี้ (23 ธันวาคม) คณะกรรมการค่าจ้างชุดที่ 22 มีมติในก […]

The post บอร์ดไตรภาคีปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 7-55 บาททั่วประเทศ 17 อัตรา สูงสุด 400 บาท 5 พื้นที่ ‘ภูเก็ต-ฉะเชิงเทรา-ชลบุรี-ระยอง-เกาะสมุย’ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (23 ธันวาคม) คณะกรรมการค่าจ้างชุดที่ 22 มีมติในการประชุมครั้งที่ 11/2567 เห็นชอบการกำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำปี 2568 โดยให้ปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำเพิ่มเป็นวันละ 7-55 บาท (เฉลี่ยร้อยละ 2.9) แบ่งเป็น 17 อัตรา ซึ่งพิจารณาจากค่าครองชีพและโครงสร้างทางเศรษฐกิจเป็นสำคัญ โดยมีอัตราสูงสุดคือวันละ 400 บาท และอัตราต่ำสุดคือวันละ 337 บาท ดังนี้

 

  1. กำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำเป็นวันละ 400 บาท ใน 4 จังหวัด และ 1 อำเภอ ได้แก่ จังหวัดภูเก็ต, ฉะเชิงเทรา, ชลบุรี, ระยอง และอำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี

 

  1. กำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำเป็นวันละ 380 บาท ในอำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ และอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา

 

  1. กำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำเป็นวันละ 372 บาท ในเขตท้องที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวม 6 จังหวัด (เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.5)

 

  1. กำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำอีก 67 จังหวัดที่เหลือ ให้ปรับค่าจ้างขั้นต่ำเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.0

 

ทั้งนี้ ให้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2568 เป็นต้นไป

 

สำหรับการปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำเพิ่มขึ้นในครั้งนี้ เป็นการปรับเพื่อให้แรงงานทั่วไปแรกเข้าทำงาน สามารถดำรงชีพอยู่ได้ตามสมควรแก่มาตรฐานการครองชีพ สภาพเศรษฐกิจและสังคมในปัจจุบัน รวมทั้งเหมาะสมตามความสามารถของธุรกิจในท้องถิ่นนั้น ซึ่งการปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำครั้งนี้จะทำให้ลูกจ้างได้รับประโยชน์จำนวน 3,760,697 คน

 

สำหรับปี 2568 คณะกรรมการค่าจ้าง กระจายอำนาจการพิจารณาอัตราค่าจ้างขั้นต่ำไปยังภูมิภาค โดยคณะอนุกรรมการพิจารณาอัตราค่าจ้างขั้นต่ำจังหวัด รวม 77 คณะ เพื่อนำข้อเสนอแนะอัตราค่าจ้างขั้นต่ำของจังหวัดมาพิจารณาประกอบข้อเท็จจริงตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2560 มาตรา 87 แบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ 

 

  • กลุ่มที่ 1 ด้านความจำเป็นในการครองชีพของลูกจ้าง
  • กลุ่มที่ 2 ด้านความสามารถในการจ่ายของนายจ้าง
  • กลุ่มที่ 3 ด้านเศรษฐกิจและสังคมโดยรวม

 

ทั้งนี้ จะพิจารณาจากค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้นเป็นปัจจัยสำคัญ เพื่อให้ลูกจ้างมีค่าจ้างที่เพียงพอต่อการดำรงชีวิต และพิจารณาอยู่บนพื้นฐานของความเสมอภาค รวมทั้งรับฟังความคิดเห็นของทุกฝ่าย เพื่อให้นายจ้าง/ลูกจ้าง สามารถประกอบธุรกิจและดำรงชีวิตอยู่ได้ ทั้งนี้ กระทรวงแรงงานจะนำเรื่องนี้เสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษาให้มีผลบังคับใช้ต่อไป

The post บอร์ดไตรภาคีปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 7-55 บาททั่วประเทศ 17 อัตรา สูงสุด 400 บาท 5 พื้นที่ ‘ภูเก็ต-ฉะเชิงเทรา-ชลบุรี-ระยอง-เกาะสมุย’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ครม. เห็นชอบงดเก็บค่าไฟเดือน ก.ย. และลด 30% เดือน ต.ค. ในพื้นที่ประสบอุทกภัย สั่งศึกษาใช้แอปทางรัฐรายงานตัว-แบ่งหน้าที่อาสาสมัคร https://thestandard.co/flood-electricity-bill-waiver-sep/ Tue, 24 Sep 2024 07:28:30 +0000 https://thestandard.co/?p=987378

วันนี้ (24 กันยายน) แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าว […]

The post ครม. เห็นชอบงดเก็บค่าไฟเดือน ก.ย. และลด 30% เดือน ต.ค. ในพื้นที่ประสบอุทกภัย สั่งศึกษาใช้แอปทางรัฐรายงานตัว-แบ่งหน้าที่อาสาสมัคร appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (24 กันยายน) แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ที่ประชุมเห็นชอบตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอ ในเรื่องของมาตรการช่วยเหลือค่าไฟฟ้าแก่ผู้ใช้ไฟฟ้าที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในเดือนกันยายนจะไม่เรียกเก็บค่าไฟฟ้า และในเดือนตุลาคมจะให้ส่วนลดค่าไฟฟ้าร้อยละ 30 โดยกำหนดให้เป็นส่วนลดก่อนการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม

 

นอกจากนี้ที่ประชุม ครม.ยังได้อนุมัติตามที่กระทรวงการคลังเสนอมาตรการพักชำระหนี้ให้กับลูกหนี้รายย่อย ตามนโยบายรัฐบาล ในระยะ 2 และ 3 เพื่อฟื้นฟูและการพัฒนาศักยภาพฟื้นฟูลูกหนี้ของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และให้เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการได้รับการช่วยเหลือจากรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง

 

โดยในระยะที่ 2 จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม – กันยายน 2566 และตุลาคม 2567 – 30 กันยายน 2568 ส่วนระยะ 3 จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 – 30 กันยายน 2569

 

ใช้แอปทางรัฐรายงานตัวอาสาสมัคร

 

นายกฯ ยังเปิดเผยด้วยว่า จากการรับฟังความเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและเจ้าหน้าที่อาสาสมัคร ได้สั่งการให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงคณะกรรมการอำนวยการและบริหารสถานการณ์อุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม (คอส.) และศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม (ศปช.) สั่งอนุมัติงบเยียวยาผู้ประสบอุทกภัย​น้ำท่วมรอบ​ 2 ภายในสัปดาห์หน้า และดำเนินการศึกษาถึงความเป็นไปได้ในการใช้แอปพลิเคชันทางรัฐในสถานการณ์ฉุกเฉิน เพื่อใช้สำหรับการรายงานตัวของอาสาสมัคร แบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบ และใช้ในการรายงานเหตุการณ์ฉุกเฉิน

 

เนื่องจากได้รับคำแนะนำมาว่า การรายงานตัวของอาสาสมัครเพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนมีการรายงานซ้ำซ้อน ทำให้เสียเวลา และเตรียมจะใช้แอปดังกล่าวในการลงทะเบียนรับเงินเยียวยา และการประสานงานกับเจ้าหน้าที่ให้เกิดการบูรณาการให้เกิดความรวดเร็วในส่วนของภาครัฐ ภาคประชาชน รวมถึงเร่งรัดให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ดำเนินการใช้ระบบแจ้งเตือนภัยฉุกเฉิน (Cell Broadcast Service) เพื่อให้การเตือนภัยประชาชนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น

 

นายกฯ กล่าวด้วยว่า รัฐบาลพยายามพัฒนาระบบนี้ เพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงข้อมูลถึงประชาชนโดยตรงให้ได้มากที่สุด เวลาที่รัฐบาลจ่ายเงินเยียวยาก็จะรวดเร็วขึ้น จึงขอให้ประชาชนโหลดแอปดังกล่าวและลงทะเบียนใส่ข้อมูลสำคัญให้ครบถ้วน

 

พร้อมดันค่าแรง 400 บาทให้เกิดขึ้นปีนี้

 

นอกจากนี้ นายกฯ กล่าวอีกว่า รัฐบาลมีนโยบายชัดเจนในการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 400 บาท แต่ต้องอาศัยคณะกรรมการค่าจ้าง ทั้งนี้ยืนยันจะเดินหน้านโยบายและจะคอยผลักดันเรื่องนี้ เชื่อไม่มีเตะถ่วง ทุกอย่างต้องเป็นไปตามกฎหมาย ซึ่งตั้งใจว่าจะให้ทันปีนี้

 

ขอสื่ออย่าถามยุแยง​​ หลังถูกจี้จุดยืนแก้รัฐธรรมนูญ

 

นายก​ฯ ยังกล่าวถึงจุดยืนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ​ว่า​ ขณะนี้รัฐบาลขอโฟกัสเรื่องน้ำท่วมก่อน ขอโฟกัสเรื่องนี้เป็นสำคัญ และเมื่อเช้าได้รับรายงานจาก อนุทิน​ ชาญวีรกูล​ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ว่าได้มอบหมายให้ อรรษิ​ษฐ์​ สัม​พัน​ธ​รัตน์​ ปลัดกระทรวงมหาดไทยคนต่อไป ปฏิบัติหน้าที่แทน สุทธิพงษ์​ จุลเจริญ​ ที่จะเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 กันยายน​ และขณะนี้อยู่ในพื้นที่ ได้บูรณาการการทำงานในพื้นที่จังหวัดเชียงราย

 

นายกฯ ย้ำด้วยว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องที่ต้องที่อยู่ในสภา​ รัฐบาลต้องทำงานให้ประชาชนก่อน

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่พรรคร่วมรัฐบาลบางพรรค​ เช่น ภูมิใจไทย​ และรวมไทยสร้างชาติ​ กลับลำมีท่าทีไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ​นั้น​ ทำให้อนุทิน​รีบตอบสวนผู้สื่อข่าวทันทีว่า “ไม่ได้กลับลำ ไม่ได้กลับลำครับ เราต้องทำงานให้กับพี่น้องประชาชนก่อน”

 

ขณะที่นายกฯ กล่าวเสริมต่อว่า ต้องพูดคุยกัน ไม่อยากให้นักข่าวถามแบบนี้ เข้าใจว่าเวลาสัมภาษณ์จะมีการตัดบางคำพูด ทำให้รู้สึกว่ากลับลำหรือไม่เห็นด้วยได้ แต่ความจริงแล้วเราคุยกันหลังไมค์​อยู่แล้ว​ หัวหน้าพรรคหลายๆ คนมีความคิดเหมือนกันว่า ตอนนี้สิ่งที่รัฐบาลควรเน้นคือเรื่องของประชาชน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องน้ำท่วม หรือการกระตุ้นเศรษฐกิจ ถ้ารัฐบาลมั่นคง​ การเมืองมั่นคง ประเทศชาติก็มั่นคงไปด้วย อันนี้นักข่าวก็ต้องช่วยกันในเรื่องนี้ด้วย

 

The post ครม. เห็นชอบงดเก็บค่าไฟเดือน ก.ย. และลด 30% เดือน ต.ค. ในพื้นที่ประสบอุทกภัย สั่งศึกษาใช้แอปทางรัฐรายงานตัว-แบ่งหน้าที่อาสาสมัคร appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายกฯ ฝ่าฝนนำประชุม​ ครม.​ เตรียมเคาะยกเว้นค่าน้ำ-ค่าไฟเดือน ก.ย. ในพื้นที่น้ำท่วม บอก​ขึ้น​ค่าแรง 400​ บาทควรจบในปีนี้​ https://thestandard.co/pm-cabinet-meeting-flood/ Tue, 24 Sep 2024 04:58:38 +0000 https://thestandard.co/?p=987285

วันนี้ (24 กันยายน) ที่ทำเนียบรัฐบาล แพทองธาร​ ชิน​วัตร […]

The post นายกฯ ฝ่าฝนนำประชุม​ ครม.​ เตรียมเคาะยกเว้นค่าน้ำ-ค่าไฟเดือน ก.ย. ในพื้นที่น้ำท่วม บอก​ขึ้น​ค่าแรง 400​ บาทควรจบในปีนี้​ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (24 กันยายน) ที่ทำเนียบรัฐบาล แพทองธาร​ ชิน​วัตร​ นายกรัฐมนตรี​ สวมชุดผ้าไทยสีแดง​ เดินฝ่าสายฝน เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี​ โดยผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามถึงเรื่องการจ่ายเงินกลุ่มเปราะบางในวันพรุ่งนี้ (25 กันยายน) นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า​ ได้ค่ะ

 

ส่วนค่าแรงขั้นต่ำ 400 บาท ที่ไม่สามารถจ่ายได้ในวันที่ 1 ตุลาคม​นั้น นายกฯ​ กล่าวว่า​​ เดี๋ยวต้องมีการประชุมกันอีก และควรจะต้องผลักดันให้ได้ 400 บาทภายในปีนี้

 

ขณะที่รัฐมนตรีทยอยเข้าร่วมประชุม โดยวาระการประชุมที่น่าสนใจวันนี้ เช่น กระทรวงมหาดไทย​จะเสนอยกเว้นเก็บค่าน้ำ​-ค่าไฟในพื้นที่น้ำท่วมเดือนกันยายน

 

ขณะเดียวกัน วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ยืนยันว่า พรุ่งนี้เงิน 10,000 บาทจากโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจเข้ากระเป๋าคนพิการและกลุ่มเปราะบางแน่นอน แต่ยังบอกตัวเลขผู้ตกหล่นแน่ชัดไม่ได้ เนื่องจากบางพื้นที่ได้รับเงินจากท้องถิ่น ทั้งนี้รัฐบาลเปิดโอกาสให้ลงทะเบียนเพื่อรักษาสิทธิภายในวันที่ 3 ธันวาคมนี้

 

ทั้งนี้จากการตัดยอดเมื่อวันที่ 31 สิงหาคมที่ผ่านมา คนที่มีชื่ออยู่ในระบบอยู่แล้ว ได้รับเบี้ยคนพิการอยู่แล้ว มีบัญชีธนาคารเรียบร้อยแล้ว จะได้รับเงิน 10,000 บาทในวันที่ 25 กันยายนแน่นอน ซึ่งนายกฯ จะกดปุ่มคิกออฟเพื่อโอนเงินเข้าบัญชีของผู้ที่ได้รับสิทธิ

 

ด้านภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงการพูดคุยสันติสุขชายแดนใต้ว่า ยังไม่มีความชัดเจนว่าทางออกจะเป็นอย่างไร ส่วนเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) คนใหม่ ต้องเลือกคนที่เหมาะสมที่สุดกับสถานการณ์ที่เป็นอยู่

 

The post นายกฯ ฝ่าฝนนำประชุม​ ครม.​ เตรียมเคาะยกเว้นค่าน้ำ-ค่าไฟเดือน ก.ย. ในพื้นที่น้ำท่วม บอก​ขึ้น​ค่าแรง 400​ บาทควรจบในปีนี้​ appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘ศุภวุฒิ สายเชื้อ’ มองดอกเบี้ยนโยบายไม่ควรเกิน 2% เตือนหากไม่ลด บาทจ่อแข็งต่อ ถ้าทนได้ก็ไม่ว่ากัน https://thestandard.co/policy-interest-rate-should-not-exceed-2-percent/ Mon, 23 Sep 2024 13:03:05 +0000 https://thestandard.co/?p=987147

วันนี้ (23 กันยายน) ดร.ศุภวุฒิ สายเชื้อ ประธานสภาพัฒนาก […]

The post ‘ศุภวุฒิ สายเชื้อ’ มองดอกเบี้ยนโยบายไม่ควรเกิน 2% เตือนหากไม่ลด บาทจ่อแข็งต่อ ถ้าทนได้ก็ไม่ว่ากัน appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (23 กันยายน) ดร.ศุภวุฒิ สายเชื้อ ประธานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) ตอบคำถามผู้สื่อข่าวกรณี เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ย้ำว่า อัตราดอกเบี้ยนโยบายไทยไม่จำเป็นต้องลดตามธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) โดย ดร.ศุภวุฒิ ระบุว่า ตามหลักการนั้นถูกต้อง แต่ในความเป็นจริงทั้งโลกเขาพึ่งเงินดอลลาร์ และใช้นโยบายการเงินผ่อนคลายผ่านการลดดอกเบี้ย ดังนั้นประเทศที่ไม่ผ่อนคลายค่าเงินก็จะแข็ง ถ้าคุณทนได้ก็ไม่ว่ากัน

 

ดร.ศุภวุฒิ ยังกล่าวอีกว่า ตนมีจุดยืนมานานแล้วว่าดอกเบี้ยนโยบายไทยไม่ควรเกิน 2% ตั้งแต่ช่วงที่มีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายขึ้น 0.5% เมื่อปีก่อน จากการพิจารณาถึงเงินเฟ้อและภาวะเศรษฐกิจไทยตั้งแต่ช่วงเวลานั้น

 

วันนี้เงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบราว 32.86-33.05 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ หรือแข็งค่าขึ้นมา 4% ตั้งแต่ต้นปี (YTD) นับว่าแข็งค่าเป็นอันดับต้นๆ ของภูมิภาค

 

เงินเฟ้อไทยขึ้นยาก แม้ขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ

 

ดร.ศุภวุฒิ กล่าวถึงอัตราเงินเฟ้อไทยน่าจะปรับตัวขึ้นได้ยาก แม้จะมีการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำก็ตาม เนื่องจากการปรับขึ้นค่าแรงเป็นการทำให้ต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้น (Cost Push) แต่ถ้าหากอุปสงค์ (Demand) ไม่มา ผู้ผลิตก็จะยังส่งต่อราคาสินค้าไม่ได้ ทำให้อัตราเงินเฟ้อปรับขึ้นยาก

 

ดร.ศุภวุฒิ อธิบายอีกว่า ภาวะดังกล่าวทำให้บรรดานักธุรกิจออกมาคัดค้านการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำอย่างรุนแรง เนื่องจากนักธุรกิจรู้ว่าถ้ามีการปรับขึ้นค่าแรงจริง เขาจะส่งต่อราคาไม่ได้เลย ต้องปิดกิจการ

 

“สังเกตว่าการคัดค้านการขึ้นค่าแรงครั้งอื่นๆ ไม่แรงขนาดนี้ แต่ครั้งนี้ภาคธุรกิจรู้ว่าสถานการณ์มันแย่มาก ท่ามกลางภาวะที่จีนแข่งขันรุนแรงแบบนี้” ดร.ศุภวุฒิ กล่าว

The post ‘ศุภวุฒิ สายเชื้อ’ มองดอกเบี้ยนโยบายไม่ควรเกิน 2% เตือนหากไม่ลด บาทจ่อแข็งต่อ ถ้าทนได้ก็ไม่ว่ากัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ส่องปัจจัยทำนโยบายค่าแรง 400 บาท ไม่ทัน 1 ตุลาคมนี้ https://thestandard.co/factors-that-prevent-wage-policy-in-time/ Mon, 23 Sep 2024 12:28:05 +0000 https://thestandard.co/?p=987133

นโยบายค่าแรงขั้นต่ำ 400 บาทของรัฐบาล อาจเป็นค่าจ้างในฝั […]

The post ส่องปัจจัยทำนโยบายค่าแรง 400 บาท ไม่ทัน 1 ตุลาคมนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>

นโยบายค่าแรงขั้นต่ำ 400 บาทของรัฐบาล อาจเป็นค่าจ้างในฝันของแรงงาน รวมถึงรัฐบาลที่อยากผลักดันนโยบายนี้ให้เกิดขึ้นในวันที่ 1 ตุลาคม 2567 แต่โอกาสที่จะเกิดขึ้นนั้นอาจจะไม่ง่าย เพราะบทเรียนจากการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาทอย่างก้าวกระโดดในรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร แม้จะช่วยลดความเหลื่อมล้ำของโครงสร้างค่าจ้างในแต่ละพื้นที่ได้ และช่วยเพิ่มรายได้ให้กับแรงงานส่วนใหญ่

 

แต่ผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ คือนัยสำคัญที่ทำให้ธุรกิจที่ไม่เข้มแข็งมากพอทยอยปิดกิจการ หรือลดการจ้างงานแรงงานที่มีทักษะต่ำ หรืออาจผลักภาระไปยังผู้บริโภคโดยปรับราคาสินค้าให้สูงขึ้น

 

ขณะเดียวกันการจะขึ้นค่าแรงขั้นต่ำให้ได้ 400 บาทนั้นจะต้องให้ที่ประชุมคณะกรรมการค่าจ้าง หรือบอร์ดไตรภาคีซึ่งมีทั้งหมด 15 คน ประกอบด้วย ตัวแทนฝ่ายภาครัฐ ฝ่ายนายจ้าง และฝ่ายลูกจ้าง เข้าประชุม

 

โดยจะต้องมีกรรมการฝ่ายนายจ้างและลูกจ้างอย่างน้อยฝ่ายละ 2 คน และจะต้องได้คะแนนเห็นชอบ 2 ใน 3 (10 เสียง) เพื่อปรับขึ้นค่าแรง หรือหากฝ่ายใดมาไม่ครบแต่มีเสียงครบ 2 ใน 3 และทั้งหมดเห็นตรงกันก็สามารถปรับขึ้นค่าแรงได้ทันที

 

ในช่วงเวลาที่ผ่านมา การประชุมบอร์ดไตรภาคีล่มไปถึง 3 ครั้งเนื่องจากองค์ประชุมไม่ถึง 10 คน และมีแนวโน้มเลื่อนการประชุมอย่างไม่มีกำหนด เนื่องจากคณะกรรมการฝ่ายภาครัฐและฝ่ายลูกจ้างมาไม่ครบองค์ประชุม บางคนป่วย บางคนติดภารกิจ ขณะที่ตัวแทนภาครัฐมีทั้งคนที่กำลังจะเกษียณ อาทิ ปลัดกระทรวงแรงงานที่ทำหน้าที่ประธานบอร์ดไตรภาคี

 

ส่วนปัญหาเรื่อง เมธี สุภาพงษ์ ตัวแทนภาครัฐจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่เกษียณไปแล้ว และ ธปท. แจ้งว่าขาดคุณสมบัติการเป็นตัวแทนนั้น คงต้องตรวจสอบให้แน่ชัดว่าเมธียังคงมีอำนาจในฐานะตัวแทนอยู่หรือไม่ เพราะที่ผ่านมาแม้กรรมการค่าจ้างจะเกษียณอายุก็ยังดำรงตำแหน่งอยู่

 

นอกจากนี้ มาตรา 80 พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 หมวด 6 คณะกรรมการค่าจ้างระบุว่า กรรมการค่าจ้างมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละ 2 ปี หากพ้นจากตำแหน่งตามวาระแต่ยังมิได้มีการแต่งตั้งกรรมการใหม่ ให้กรรมการนั้นปฏิบัติหน้าที่ไปพลางก่อนจนกว่าจะได้แต่งตั้งกรรมการใหม่เข้ามารับหน้าที่

 

หากยังไม่ครบองค์ประชุม และยังไม่มีบุคคลเข้ามาทำหน้าที่แทนผู้ที่เกษียณ สามารถฟันธงได้แน่นอนแล้วว่าวันที่ 1 ตุลาคมนี้ จะยังไม่สามารถขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 400 บาทได้

 

 

ภาพประกอบ: กันยกร กาญจนวิไล

The post ส่องปัจจัยทำนโยบายค่าแรง 400 บาท ไม่ทัน 1 ตุลาคมนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ปลัดแรงงานรับ ปรับขึ้นค่าแรง 400 บาท อาจไม่ทัน 1 ต.ค. นี้ รอ ‘เมธี’ ตัวแทนแบงก์ชาติลาออก-หาคนใหม่ร่วมบอร์ดไตรภาคี https://thestandard.co/labor-wage-increase-delay/ Mon, 23 Sep 2024 05:56:56 +0000 https://thestandard.co/?p=986885

วันนี้ (23 กันยายน) ไพโรจน์ โชติกเสถียร ปลัดกระทรวงแรงง […]

The post ปลัดแรงงานรับ ปรับขึ้นค่าแรง 400 บาท อาจไม่ทัน 1 ต.ค. นี้ รอ ‘เมธี’ ตัวแทนแบงก์ชาติลาออก-หาคนใหม่ร่วมบอร์ดไตรภาคี appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (23 กันยายน) ไพโรจน์ โชติกเสถียร ปลัดกระทรวงแรงงาน เปิดเผยถึงการประชุมคณะกรรมการค่าจ้าง หรือบอร์ดไตรภาคี เพื่อพิจารณาค่าแรงขั้นต่ำ 400 บาท หลังการประชุมเมื่อวันที่ 20 กันยายน ล่มมา 2 ครั้ง ว่า ได้รับการแจ้งจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ว่า เมธี สุภาพงษ์ ไม่ได้เป็นตัวแทน ธปท. แล้ว จึงต้องรอให้ ธปท. ยืนยันกลับมาเป็นลายลักษณ์อักษรและให้ส่งผู้แทนคนใหม่มา ส่วนเมธีต้องลาออก เพราะการแต่งตั้งทำโดยมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เป็นการตั้งโดยชื่อ ซึ่งการจะแต่งตั้งคนอื่นได้ คนเก่าจะต้องลาออกก่อน

 

ไพโรจน์ระบุด้วยว่า ในวันที่ประชุมบอร์ดค่าจ้างที่ผ่านมายังคิดว่าเมธีเป็นตัวแทน ธปท. อยู่ แต่เมื่อตรวจสอบส่วนราชการที่ไม่มาประชุม รวมถึง ธปท. ระบุว่า ไม่รับผิดชอบต่อการกระทำของเมธี ตนจึงได้ทำหนังสือไปยัง ธปท. ให้ทำเป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อเป็นหลักฐานว่าเมธีไม่เกี่ยวข้องแล้ว

 

เมื่อถามว่า จะไม่ทันประกาศขึ้นค่าแรง 1 ตุลาคมนี้ และต้องเลื่อนไปก่อนใช่หรือไม่ ไพโรจน์ยอมรับว่า น่าจะไม่ทัน 1 ตุลาคมนี้ แต่หากเมธีลาออกภายในสัปดาห์นี้และเราสามารถหาคนแทนเมธีได้ และเสนอเข้า ครม. ก็อาจประกาศในราชกิจจานุเบกษาได้ทัน โดยอาจล่าช้าไป 1-2 สัปดาห์

 

ไพโรจน์ยังระบุอีกว่า หลังจากตนเกษียณอายุราชการแล้วก็เป็นหน้าที่ของประธานไตรภาคี นั่นคือปลัดกระทรวงแรงงานคนใหม่ ยืนยันว่า ตนทำหน้าที่อย่างดีที่สุดและทำเต็มที่

 

ไพโรจน์ย้ำด้วยว่า เรื่องค่าแรงเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ถ้าไม่อยู่ในห้องประชุมก็ไม่รู้ว่าการพิจารณาแต่ละประเด็น ฝ่ายนายจ้างก็มีมุมมองหนึ่ง นายจ้างทุกคนมีเหตุผล ส่วนลูกจ้างก็มีเหตุผล ภาครัฐก็ต้องเป็นคนประสานมิติความคิดทั้งสองฝ่าย รวมถึงฝ่ายราชการ มารวมในรูปแบบว่าจะขึ้นเท่าไร ซึ่งตนรู้ว่าสื่อมวลชนก็รอคำตอบอยู่

The post ปลัดแรงงานรับ ปรับขึ้นค่าแรง 400 บาท อาจไม่ทัน 1 ต.ค. นี้ รอ ‘เมธี’ ตัวแทนแบงก์ชาติลาออก-หาคนใหม่ร่วมบอร์ดไตรภาคี appeared first on THE STANDARD.

]]>
ปลัดกระทรวงแรงงานแจง เหตุบอร์ดขึ้นค่าแรง 400 บาทล่มรอบ 2 ไม่มีนัยการเมือง รอถกใหม่ 24 ก.ย. นี้ https://thestandard.co/400-baht-wage-collapse-no-politics/ Fri, 20 Sep 2024 12:20:06 +0000 https://thestandard.co/?p=986100

วันนี้ (20 กันยายน) ที่กระทรวงแรงงาน ไพโรจน์ โชติกเสถีย […]

The post ปลัดกระทรวงแรงงานแจง เหตุบอร์ดขึ้นค่าแรง 400 บาทล่มรอบ 2 ไม่มีนัยการเมือง รอถกใหม่ 24 ก.ย. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (20 กันยายน) ที่กระทรวงแรงงาน ไพโรจน์ โชติกเสถียร ปลัดกระทรวงแรงงาน เปิดเผยผลการประชุมคณะกรรมการค่าจ้างชุดที่ 22 ครั้งที่ 9/2567 เพื่อพิจารณาปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 400 บาทว่า การประชุมครั้งนี้ไม่เรียกว่าล่ม แต่ไม่ครบองค์ประชุม โดยมีตัวแทนราชการไม่เข้าประชุม 4 คน และลูกจ้างไม่เข้า 2 คน จึงทำให้ไม่ครบองค์ประชุม 2 ใน 3 ที่จะต้องมีผู้เข้าประชุม 10 คนขึ้นไป

 

ไพโรจน์กล่าวต่อว่า วันนี้จึงเป็นเพียงการนำเสนอข้อมูลสภาพการจ้างงานของลูกจ้างให้ที่ประชุม ได้ทราบว่าปัจจุบันมีธุรกิจที่มีการจ้างลูกจ้างที่จ่ายค่าจ้าง 400 บาทจำนวนเท่าไร รวมถึงมีผลกระทบต่อแรงงานไทยอย่างไร และกระทบด้านใดบ้าง หากดูข้อมูลจากประกันสังคม และมีการปรับขึ้นค่าแรงในธุรกิจที่มี 200 คนขึ้นไป จะมีแรงงานต่างด้าวได้รับประโยชน์จากการขึ้นค่าแรง 400 บาท ประมาณ 1 ล้านคน และแรงงานไทยเกือบ 4 ล้านคน

 

ไพโรจน์กล่าวอีกว่า ได้มีการสอบถามถึงสาเหตุของการไม่เข้าร่วมประชุมของฝ่ายภาครัฐและลูกจ้างจากฝ่ายเลขาฯ แล้ว แจ้งว่า สำหรับฝ่ายลูกจ้างที่ขาดไป 2 คนแจ้งว่าติดภารกิจและป่วย ส่วนฝ่ายภาครัฐ 4 คน แจ้งว่า ติดภารกิจด่วน คาดว่า อยู่ในช่วงปิดงบประมาณรายจ่ายฯ จึงมีภารกิจสำคัญที่ต้องเร่งดำเนินการ ทำให้ไม่สามารถมาเข้าร่วมประชุมได้ ซึ่งบางรายมีการแจ้งลาด่วนเมื่อช่วงเช้าวันนี้

 

ไพโรจน์ยืนยันว่าสาเหตุที่ตัวแทนฝ่ายภาครัฐและลูกจ้างไม่เข้าร่วมประชุมในวันนี้ไม่ได้มีนัยทางการเมือง หากวันที่ 24 กันยายนนี้ มีผู้เข้าร่วมประชุมครบองค์ประชุม และมีมติ 2 ใน 3 ก็จะนำผลเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 1 ตุลาคม 2567 เพื่อให้พิจารณา เพื่อให้มีผลบังคับใช้ แต่หากไม่ทันวันที่ 1 ตุลาคม 2567 ก็จะมีการเลื่อนออกไป จนกว่าองค์ประชุมจะครบและจะมีมติออกมาจากไตรภาคี

 

ไพโรจน์กล่าวย้ำว่า ขอให้คณะกรรมการค่าจ้างชุดใหญ่เข้าร่วมประชุม เพราะการส่งตัวแทนทำให้ไม่สามารถลงมติได้ และไม่สามารถเดินหน้าปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 400 บาทได้ตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ ยืนยันว่าการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำอยากให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จก่อนที่ตนเองจะเกษียณ ซึ่งยังเหลือระยะเวลาอีกประมาณ 6 วันเท่านั้น

The post ปลัดกระทรวงแรงงานแจง เหตุบอร์ดขึ้นค่าแรง 400 บาทล่มรอบ 2 ไม่มีนัยการเมือง รอถกใหม่ 24 ก.ย. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: ดีเดย์ขึ้นค่าแรง 1 ต.ค. สัญญาณเตือนธุรกิจเสี่ยงปิดกิจการเพิ่ม | Morning Wealth 19 ก.ย. 2567 https://thestandard.co/morning-wealth-19092024/ Thu, 19 Sep 2024 02:15:13 +0000 https://thestandard.co/?p=985126

ส.อ.ท. ห่วง ขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 400 บาท วันที่ 1 ตุลาคมนี […]

The post ชมคลิป: ดีเดย์ขึ้นค่าแรง 1 ต.ค. สัญญาณเตือนธุรกิจเสี่ยงปิดกิจการเพิ่ม | Morning Wealth 19 ก.ย. 2567 appeared first on THE STANDARD.

]]>

ส.อ.ท. ห่วง ขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 400 บาท วันที่ 1 ตุลาคมนี้ อาจเป็นสัญญาณอันตราย ธุรกิจเสี่ยงปิดกิจการเพิ่ม รายละเอียดเป็นอย่างไร

 

ตลาดหุ้นอินเดีย วิเคราะห์การเติบโตและความเสี่ยงที่ต้องจับตา พูดคุยกับ สกลฉัฐฐ์ เชาวน์เลิศเสรี CFA นักวิเคราะห์การลงทุน SCB Chief Investment Office ธนาคารไทยพาณิชย์

 

ติดตาม รายการ Morning Wealth ทุกวัน จันทร์ – ศุกร์ เวลา 7.00-8.00 ทาง Facebook และ YouTube ของ THE STANDARD WEALTH

 

อัปเดตข่าวสารจากสำนักข่าวเศรษฐกิจ ธุรกิจ และการลงทุน โดยทีมข่าว THE STANDARD ได้ที่ https://thestandard.co/wealth/

The post ชมคลิป: ดีเดย์ขึ้นค่าแรง 1 ต.ค. สัญญาณเตือนธุรกิจเสี่ยงปิดกิจการเพิ่ม | Morning Wealth 19 ก.ย. 2567 appeared first on THE STANDARD.

]]>