ค่ายทหาร Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/ค่ายทหาร/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Wed, 20 Mar 2024 07:59:27 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 ธิษะณาร้อง กมธ.การทหาร สอบเหตุอดีตผู้ช่วยหาเสียงเสียชีวิตในค่ายทหาร ด้านสุทินสั่งต้นสังกัดหาข้อเท็จจริง https://thestandard.co/tisana-military-camp-case/ Wed, 20 Mar 2024 07:59:27 +0000 https://thestandard.co/?p=913324 ธิษะณา ชุณหะวัน

วันนี้ (20 มีนาคม) ธิษะณา ชุณหะวัณ สส. กทม. พรรคก้าวไกล […]

The post ธิษะณาร้อง กมธ.การทหาร สอบเหตุอดีตผู้ช่วยหาเสียงเสียชีวิตในค่ายทหาร ด้านสุทินสั่งต้นสังกัดหาข้อเท็จจริง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ธิษะณา ชุณหะวัน

วันนี้ (20 มีนาคม) ธิษะณา ชุณหะวัณ สส. กทม. พรรคก้าวไกล ยื่นหนังสือต่อ ธนเดช เพ็งสุข สส. กทม. พรรคก้าวไกล รองประธานคณะกรรมาธิการการทหาร สภาผู้แทนราษฎร เพื่อขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีการเสียชีวิตระหว่างการรับราชการทหารเกณฑ์ของ คมทัช พันฤทธิ์ อดีตผู้ช่วยหาเสียงของตน

 

ธิษะณากล่าวว่า ตนได้รับแจ้งจากเพื่อนสนิทของคมทัชที่ไม่เปิดเผยชื่อและนามสกุลว่า พี่สาวของคมทัชได้แจ้งแก่ตนว่าเมื่อวันที่ 19 มีนาคม เวลาหลังเที่ยงคืน คมทัชซึ่งอยู่ระหว่างการรับราชการทหารเกณฑ์ กองบัญชาการกองทัพบก ได้กระทำการอัตวินิบาตกรรมตนเองเสียชีวิตในค่ายทหารของกองทัพบกแห่งหนึ่ง ซึ่งยังไม่ทราบรายละเอียดแน่ชัดถึงสาเหตุของการเสียชีวิต 

 

จากเหตุดังกล่าวตนเสียใจและกังวลใจต่อการตรวจสอบสาเหตุของการเสียชีวิต ซึ่งเป็นไปได้ว่าอาจมีเหตุจากแรงจูงใจอื่นที่ถูกกดดันหรือไม่ เนื่องจากตนและคมทัชติดต่อกันเป็นระยะ คมทัชเคยบอกกล่าวความรู้สึกทุกข์และความยากลำบากในการรับราชการทหารอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งวันที่ 17 มีนาคม เวลา 16.28 น. มีคนแจ้งตนว่าคมทัชใกล้จะปลดประจำการแล้ว 

 

ตนจึงเห็นสาเหตุของการกระทำอัตวินิบาตกรรมตนเอง และตั้งข้อเกตถึงการป่วยเป็นโรคซึมเศร้าแล้วไม่ได้รับการรักษาเป็นระยะเวลานาน ซึ่งกองทัพไม่มีสวัสดิการดูแลพลทหารหรือนโยบายที่ดูแลผู้ป่วยทางจิตเวช จึงขอให้ประธาน กมธ.การทหาร ตรวจสอบข้อเท็จจริงดังกล่าว โดยเสนอแนะว่ากองทัพบกและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องแสดงความจริงใจและความโปร่งใส โดยการเปิดเผยผลการชันสูตรพลิกศพตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาต่อหน้าสาธารณชนหรือ กมธ.การทหาร 

 

อีกทั้งผู้บังคับบัญชาของคมทัชต้องแสดงความรับผิดชอบต่อกรณีที่เกิดขึ้น รวมทั้งต้องเปิดเผยข้อมูลที่อาจเป็นแรงจูงใจเกี่ยวกับการเสียชีวิต กองทัพบกต้องจัดให้มีมาตรการป้องกันแก้ไขรักษาสภาวะหรือโรคทางจิตเวชที่เกิดจากการฝึกฝนและการปฏิบัติหน้าที่ของกำลังพลอย่างครอบคลุม ทั่วถึง และมีประสิทธิภาพ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำหากผู้ใดเป็นโรคซึมเศร้าและไม่ได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง

 

กมธ.การทหาร พร้อมสอบจนได้คำตอบ

 

ด้านธนเดชกล่าวว่า ตนได้ทราบเรื่องดังกล่าวตั้งแต่ช่วงบ่ายวานนี้ และติดต่อโดยตรงไปยังเจ้ากรมยุทธการทหารบกเพื่อขอทราบข้อมูลโดยละเอียด จนได้รับข้อมูลกลับมาในช่วงค่ำว่าเป็นเรื่องจริง ซึ่งทางกองทัพบกได้ชี้แจงข้อมูลมาโดยยังไม่มีรายละเอียดมากนัก 

 

หลังจากนี้ กมธ.การทหาร จะดำเนินการตรวจสอบเรื่องที่ถูกตั้งข้อสังเกตอย่างชัดเจนและนำคำตอบมาสู่สังคมให้ได้ ส่วนการดูแลด้านจิตวิทยาต่อกำลังพลในค่ายทหาร ทาง กมธ.การทหาร ได้ตั้งข้อสังเกตนี้ไปยังทั้งสามเหล่าทัพให้หามาตรการในการดูแลกำลังพลทั้งในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต เพื่อป้องกันเหตุที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

 

ผู้สื่อข่าวถามว่า ที่กองทัพบกชี้แจงเบื้องต้นว่ามูลเหตุมาจากเรื่องชู้สาวนั้นได้รับทราบหรือยัง ธนเดชกล่าวว่า ตนตรวจสอบเอกสารของกองทัพบกที่ส่งมาให้ กมธ.การทหาร เมื่อวานนี้ แจ้งว่าพลทหารคมทัช พันฤทธิ์ เป็นพลทหารตำแหน่งพลลูกมือ สังกัด ร้อย บร.ที่ 3 พัน บร. ปฏิบัติราชการที่โรงเรียนกองทัพบกอุปถัมภ์ “โยธินวิทยา” ได้กระทำอัตวินิบาตกรรมเมื่อวันที่ 19 มีนาคม โดยพบว่าเสียชีวิตในเวลา 08.20 น. ระบุว่ามีแรงจูงใจจากเรื่องส่วนตัวกับแฟนสาว ซึ่งประเด็นนี้เป็นของกองทัพบก และยังมีหลายมุมมองมาก รวมถึงมุมมองจากธิษะณาเช่นกัน แต่ทาง กมธ.การทหาร ไม่ทิ้งประเด็นใดเลย

 

ส่งข้อความเผยความกดดันจากผู้บังคับบัญชา

 

ธิษะณากล่าวว่า เรื่องนี้จำเป็นต้องพิจารณาจากทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นความกดดันจากการต้องเข้าไปเกณฑ์ทหารและการถูกบังคับต่างๆ ที่ตนได้เห็นข้อความที่คมทัชเล่าเรื่องราวประสบการณ์ในกองทัพ หรืออาจมีปัญหาส่วนตัว ซึ่งตนไม่อาจทราบได้และไม่มีหลักฐานข้อเท็จจริงในประเด็นนี้ เพราะผู้เสียชีวิตไม่เคยพิมพ์ข้อความมา แต่ได้ส่งข้อความเรื่องความกดดันของผู้บังคับบัญชาที่กระทำต่อตัวเขามาอย่างต่อเนื่อง

 

โดยข้อความที่ส่งมามีแต่เรื่องในกองทัพ ไม่มีประเด็นส่วนตัว ตนจึงยังไม่สามารถพูดในประเด็นส่วนตัวได้ ซึ่งเพื่อนทหารเกณฑ์ด้วยกันอาจทราบถึงเรื่องส่วนตัว ตนก็ไม่ทราบได้ และเป็นอำนาจหน้าที่ของ กมธ.การทหาร ที่จะสืบทราบความจริงต่อไป และอยากให้ผู้บังคับบัญชาแสดงความรับผิดชอบต่อกรณีที่เกิดขึ้นด้วย

 

ส่วนประเด็นเรื่องการชันสูตรพลิกศพ ธนเดชกล่าวว่า เมื่อคืนนี้ตนได้คุยกับผู้บังคับบัญชา พบว่าญาติไม่ติดใจผลการชันสูตร ซึ่งตนได้กำชับว่าหากญาติติดใจขอให้กองทัพบกอำนวยความสะดวกในการแนะนำให้ญาติไปชันสูตรที่โรงพยาบาลเอกชนอีกครั้ง ซึ่งทราบมาว่าผู้บังคับกองพันและหน่วยขึ้นตรงได้ไปพบกับผู้ปกครองของผู้เสียชีวิตแล้วเพื่อเยียวยาในเบื้องต้น ตนขอวิงวอนไปยังผู้บังคับกองพันสอบถามไปยังเพื่อนกำลังพลที่ใกล้ชิดว่า ในช่วงที่ผ่านคมทัชมีภาวะสุขภาพจิตหรือเคยปรับทุกข์กับเพื่อนบ้างหรือไม่ หรือสอบถามไปยังนายทหารรุ่นพี่ว่าเคยทำอะไรให้เกิดความขุ่นข้องหมองใจหรือไม่ ซึ่งทางกองทัพบกได้รับประเด็นนี้ไปและจะรีบรายงานกลับมายัง กมธ.การทหาร

 

ผู้สื่อข่าวถามว่า ลักษณะนิสัยของคมทัชตอนเป็นผู้ช่วยหาเสียงธิษะณาเป็นอย่างไร ธิษะณากล่าวว่า ตอนที่อยู่ด้วยกันไม่มีอาการอะไร เป็นคนทำงาน พักผ่อน ใช้ชีวิต คมทัชเป็นผู้ช่วยหาเสียงเลือกตั้งตั้งแต่การเลือกตั้งซ่อมเขตหลักสี่ และยังช่วยงานพรรคอยู่เสมอ ก็เริ่มมีการส่งข้อความมาบ่นเรื่องการนอนไม่หลับตั้งแต่เข้าไปอยู่ในค่ายทหาร ซึ่งอาจเป็นอาการเริ่มต้นของโรคซึมเศร้า

 

สุทินเผย คุยกับ สส. ก้าวไกลแล้ว เดินหน้าตรวจสอบ

 

ด้าน สุทิน คลังแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการเสียชีวิตของคมทัชว่า วันนี้ตนได้พูดคุยกับ สส. พรรคก้าวไกลแล้ว ซึ่งทาง สส. พรรคก้าวไกลเองก็รู้ว่าผู้เสียชีวิตเป็นโรคซึมเศร้าและอาจขาดยาด้วย

 

ส่วนปัจจัยอื่นนั้นตนได้สั่งการให้ต้นสังกัดสอบสวนอยู่ แต่โดยพื้นฐานแล้วผู้ตายเป็นโรคซึมเศร้าและไม่ได้รับยาอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งตนก็ได้สั่งการให้ต้นสังกัดตรวจสอบแล้ว หากเป็นบรรยากาศที่ไม่ดีจริงจะได้ถือโอกาสปรับปรุง แต่ถ้าเป็นเรื่องส่วนตัวก็ต้องแยกแยะ

 

“ในเรื่องสภาพจิตใจทางกองทัพมีหมอทหารเข้าไปดูแลกำลังพลทุกระดับตลอดอยู่แล้ว รวมถึงการตรวจสุขภาพร่างกาย หากกำลังพลมีพฤติกรรมบ่งชี้น่าเป็นห่วงเรื่องสภาพจิตใจ ทางแพทย์ทหารก็จะตรวจเป็นพิเศษ ซึ่งทางกองทัพก็ดูแลสอดส่องในเรื่องนี้อยู่แล้ว แต่ถ้าเป็นปัจจัยส่วนตัวก็เป็นเรื่องเกินวิสัย” สุทินกล่าว

The post ธิษะณาร้อง กมธ.การทหาร สอบเหตุอดีตผู้ช่วยหาเสียงเสียชีวิตในค่ายทหาร ด้านสุทินสั่งต้นสังกัดหาข้อเท็จจริง appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลือกตั้ง 2566 : กองทัพเรือไฟเขียวทุกพรรคหาเสียงในค่ายทหารอย่างเท่าเทียม ย้ำวางตัวเป็นกลาง พร้อมสนับสนุนรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง https://thestandard.co/political-party-campaign-military-camps/ Tue, 18 Apr 2023 04:09:11 +0000 https://thestandard.co/?p=778044 กองทัพเรือ หาเสียง

วันนี้ (18 เมษายน) พล.ร.อ. ปกครอง มนธาตุผลิน โฆษกกองทัพ […]

The post เลือกตั้ง 2566 : กองทัพเรือไฟเขียวทุกพรรคหาเสียงในค่ายทหารอย่างเท่าเทียม ย้ำวางตัวเป็นกลาง พร้อมสนับสนุนรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง appeared first on THE STANDARD.

]]>
กองทัพเรือ หาเสียง

วันนี้ (18 เมษายน) พล.ร.อ. ปกครอง มนธาตุผลิน โฆษกกองทัพเรือ กล่าวถึงแนวทางของกองทัพเรือในการสนับสนุนการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) เป็นการทั่วไป ปี 2566 ว่า กองทัพเรือมีแนวทางที่ชัดเจนที่เขียนไว้ในเรื่องการสนับสนุนการเลือกตั้ง ทั้งนี้ เป็นไปตามข้อบังคับกระทรวงกลาโหม ปี 2549 และมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ปี 2562 ที่เกี่ยวกับการสนับสนุนสถานที่หาเสียงและเลือกตั้ง การจัดสถานที่ติดตั้งป้ายหาเสียง

 

ในส่วนการขอเข้ามาหาเสียงในหน่วยทหารสามารถทำได้ เพราะเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วน ทุกพรรคการเมือง ซึ่งกองทัพเรือได้ให้ความสำคัญกับการเลือกตั้ง ส.ส. ในครั้งนี้เป็นอย่างมาก โดยได้มีการออกแนวทางเพื่อให้การสนับสนุน ตลอดจนสร้างการรับรู้ให้แก่กำลังพล ทั้งในเรื่องของสาระสำคัญของกฎหมายที่เกี่ยวข้อง รวมถึงหน้าที่และการปฏิบัติตนในฐานะประชาชนและข้าราชการ

 

สำหรับในส่วนของแนวทางการพิจารณาสำหรับการขอเข้าหาเสียงของพรรคการเมืองต่างๆ ในหน่วยของกองทัพเรือนั้น ได้มีการสั่งการให้หน่วยต่างๆ ให้การสนับสนุนการขอเข้าหาเสียงของพรรคการเมืองที่มีการขออนุญาตเข้ามาโดยเท่าเทียมกันแบบรวมการครั้งเดียว พร้อมทั้งเชิญคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประจำพื้นที่เข้าร่วมสังเกตการณ์ในการเข้ามาหาเสียงของพรรคการเมืองด้วยทุกครั้ง

 

พล.ร.อ. ปกครอง กล่าวต่อไปว่า การสนับสนุนพื้นที่ของหน่วยในการปราศรัยหาเสียง การปิดประกาศของผู้สมัคร จะคำนึงถึงความโปร่งใส เท่าเทียม และเป็นกลาง โดยกำหนดพื้นที่ส่วนกลางสำหรับดำเนินกิจกรรม อาทิ พื้นที่ตลาดหรือภัณฑุปกรณ์ภายในหน่วย หรือสถานที่ภายในหน่วยที่มีความเหมาะสม โดยให้เป็นไปตามประกาศของสำนักงาน กกต. ทั้งนี้ ผู้สมัครต้องทำเรื่องขออนุญาตก่อน จากนั้นให้หน่วยแจ้งไปยังสำนักงาน กกต. ประจำจังหวัด เพื่อประกาศให้ผู้สมัครแต่ละพรรคและผู้สมัครอิสระเข้ามาหาเสียงในวันเวลาเดียวกัน

 

ทั้งนี้ พล.ร.อ. เชิงชาย ชมเชิงแพทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ ได้เน้นย้ำกำลังพลให้วางตัวเป็นกลางทางการเมือง พร้อมทั้งเปิดกว้างให้ทุกคนมีสิทธิในการตัดสินใจของตัวเอง และหากพบว่ากำลังพลนายใดเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับกระบวนการเลือกตั้ง หรือการดำเนินการในส่วนบุคคลที่ทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นไปตามความยุติธรรม ก็มีอัตราโทษตามกฎหมายอยู่แล้วถ้าพบว่ามีความผิดจริง นอกเหนือจากนี้หากพบว่าผิดจากระเบียบของกองทัพก็จะมีโทษทางวินัยของกองทัพตามไปด้วย

 

พล.ร.อ. ปกครอง กล่าวอีกว่า กองทัพเรือดำรงความเป็นกลางการเมือง ยึดหลักสามัคคี ไม่ขัดแย้ง เป็นทหารอาชีพ พร้อมทำงานและสนับสนุนรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน เพื่อดำรงไว้ซึ่งการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข

The post เลือกตั้ง 2566 : กองทัพเรือไฟเขียวทุกพรรคหาเสียงในค่ายทหารอย่างเท่าเทียม ย้ำวางตัวเป็นกลาง พร้อมสนับสนุนรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง appeared first on THE STANDARD.

]]>
จิราพร แฉหลานประยุทธ์ ทำธุรกิจในค่ายทหาร ฮั้วประมูลฟันงบโครงการรัฐ เอี่ยวบริษัททัวร์ตู้ห่าว https://thestandard.co/jiraporn-expose-prayuths-nephew/ Wed, 15 Feb 2023 12:08:59 +0000 https://thestandard.co/?p=751070

วันนี้ (15 กุมภาพันธ์) ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนรา […]

The post จิราพร แฉหลานประยุทธ์ ทำธุรกิจในค่ายทหาร ฮั้วประมูลฟันงบโครงการรัฐ เอี่ยวบริษัททัวร์ตู้ห่าว appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (15 กุมภาพันธ์) ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาญัตติอภิปรายทั่วไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 152 เพื่อซักถามข้อเท็จจริงหรือเสนอแนะต่อคณะรัฐมนตรี โดยไม่มีการลงมติ โดยมี ศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาคนที่ 2 เป็นประธาน

 

จิราพร สินธุไพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) จังหวัดร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย อภิปรายทวงถามนโยบายเร่งด่วนเรื่องการปราบปรามทุจริตว่า ได้ดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา รวมถึงบุคคลใกล้ตัวด้วยหรือไม่ สืบเนื่องจาก ปฐมพล จันทร์โอชา ในฐานะหลานชายของ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้เปิดห้างหุ้นส่วนจำกัด คอนเทมโพรารี คอนสตรัคชั่น โดยใช้บ้านพักในค่ายสมเด็จพระเอกาทศรถ ในการทำธุรกิจส่วนตัวถึง 5 ปี

 

จิราพรกล่าวว่า การที่หลานชาย พล.อ. ประยุทธ์ได้ใช้ค่ายทหารเปิดบริษัท อาจเป็นพฤติกรรมเลียนแบบจากผู้เป็นลุง (พล.อ. ประยุทธ์) ที่ได้ใช้บ้านพักหลวง ไม่ยอมย้ายออก พ้นจากตำแหน่งเป็นนักการเมืองก็ไม่ย้ายออกมา หลานอาจจะคิดว่าลุงทำได้จึงเลียนแบบ สำนวนไทยว่า ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น แต่พฤติกรรมของหลาน พล.อ. ประยุทธ์ คือลูกไม้หล่นไม่ไกลค่าย 

 

จากนั้นเริ่มมีกระแสวิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสมในการใช้ค่ายทหารทำธุรกิจส่วนตัว และยังได้งานประมูลงานของรัฐในวงเงินที่สูง หลังโหนกระแสวิพากษ์วิจารณ์ของสังคมไม่ไหวจึงได้ย้ายที่ตั้งสำนักงานออกจากค่ายทหาร แต่ยังเดินหน้าประมูลงานของรัฐอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมีข้อพิรุธน่าสงสัย เนื่องจากที่ผ่านมาบริษัทมีสถานะขาดทุน

 

“วินาทีที่ พล.อ. ประยุทธ์ยึดอำนาจในปี 2557 มีลูกหลาน คนหนุ่มคนสาวออกมาต่อต้านการทำรัฐประหารจนถูกจับกุมคุมขัง ช่วงเวลานั้นกลับเป็นช่วงที่ลูกหลานของ พล.อ. ประยุทธ์กำลังสบโอกาสกอบโกย ตักตวงงบประมาณของแผ่นดินอยู่” จิราพรกล่าว

 

จิราพรกล่าวต่อไปว่า หลังตรวจสอบกลับพบว่า หจก. ดังกล่าวมีเครื่องมือและอุปกรณ์ไม่เพียงพอ ทั้งสำนักงานใหญ่ยังมีสภาพเป็นเพียงบ้านพักปกติ แต่กลับรับจ้างรับเหมาก่อสร้างโครงการของรัฐมูลค่าหลายสิบล้านบาทได้ และเมื่อพิจารณาสภาพที่ตั้งของบริษัทคู่เทียบที่เข้ามาแข่งขันราคากับ หจก. ของหลาน พล.อ. ประยุทธ์ ก็ไม่สมกับเป็นสถานประกอบการแต่อย่างใด จึงน่าสงสัยว่าจะส่อแววฮั้วประมูล และใช้บริษัทนอมินีมาเป็นคู่เทียบเพื่อให้ชนะประมูลโดยง่าย

 

เมื่อตรวจสอบแล้วยังพบว่ามีพฤติการณ์สมยอมราคากัน เพราะกลุ่มบริษัทที่มาเป็นคู่เทียบกับ หจก. ของหลาน พล.อ. ประยุทธ์เสนอราคาไล่เลี่ยกัน ต่างกันไม่เกิน 1% เป็นเรื่องบังเอิญที่ไม่น่าเชื่อ เข้าข่ายเป็นการฮั้วประมูลไม่ให้บริษัทอื่นได้โอกาส ขณะที่หน่วยงานรัฐเองก็อาจสมยอมให้มีการฮั้วประมูลหรือไม่

 

“ที่ผ่านมาคนมักจับตา 3 ป. ในสภาว่ามีอิทธิพลกันมาก แต่ยังมีอีก 3 ป. ที่มีอิทธิพลไม่แพ้กัน คือ ป.ประยุทธ์ ป.ปรีชา และ ป.ปฐมผล 3 ป. ในรัฐบาลแยกกันเดินแล้ว แต่ 3 ป. ข้างนอกยังเดินด้วยกันอยู่ เพราะ ป.ประยุทธ์ ทำรัฐบาล ป.ปรีชา เป็นปลัดกระทรวง ป้อนงานให้ ป.ปฐมพล” จิราพรกล่าว

 

จิราพรยังตั้งข้อสังเกตว่า หจก. ของหลาน พล.อ. ประยุทธ์อาจมีการตกแต่งบัญชีรายได้เพื่อหลีกเลี่ยงภาษี ด้วยการนำรายได้สุทธิมาตกแต่งให้ต่ำกว่าความเป็นจริง เพราะแม้จะได้รับประมูลงานจากรัฐเป็นจำนวนมาก แต่กลับมีงบบัญชีที่ขาดทุน และยังมีบัญชีค่าน้ำค่าไฟน้อยเกินกว่าที่จะเป็นไปได้ เห็นว่า พล.อ. ประยุทธ์ควรตรวจสอบประเด็นดังกล่าวเพื่อปราบปรามการทุจริต

 

จิราพรยังเปิดเผยข้อมูลความเชื่อมโยงของ หจก. หลาน พล.อ. ประยุทธ์ที่เกี่ยวโยงกับกลุ่มทุนสีเทาชาวจีน และได้ทำธุรกิจนำเข้ารถยนต์โดยสารร่วมกับตู้ห่าว ผู้ต้องหาคดียาเสพติดและฟอกเงิน ซึ่งทุนจีน 2 กลุ่มที่ได้รับสัญชาติไทยพร้อมกัน ไม่ทำธุรกิจกันโดยตรง 

 

แต่อาศัย หจก. หลานชายของ พล.อ. ประยุทธ์เป็นตัวกลาง เนื่องจากเคยมีปัญหาการสำแดงสินค้าเป็นเท็จ ทำให้ศาลพิพากษาให้บริษัทต้องชดใช้เงินให้แผ่นดิน นำมาสู่ปัญหาที่ควรตรวจสอบต่อไปว่า รถยนต์โดยสารที่ หจก. หลานของ พล.อ. ประยุทธ์เกี่ยวข้องนั้น มีการสำแดงสินค้าอย่างถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ และ หจก. ที่มีบัญชีขาดทุน เหตุใดจึงมีทุนมากพอจะทำธุรกิจนำเข้ารถยนต์จากต่างประเทศ และเมื่อได้รับเงินจากตู้ห่าวแล้ว รับเงินมาโดยวิธีใด นำเงินไปใช้อย่างไร ถูกต้องตาม พ.ร.บ.การฟอกเงินหรือไม่

 

จิราพรกล่าวทิ้งท้ายว่า การจะทำเรื่องใหญ่ระดับชาติ โดยเฉพาะการแก้ปัญหาทุจริต ต้องเริ่มจากหน่วยเล็กที่สุดคือครอบครัว พล.อ. ประยุทธ์บอกว่ามาเป็นนายกรัฐมนตรีด้วยใจซื่อบริสุทธิ์ ไม่เคยโกงแม้แต่บาทเดียว ช่วยไปตรวจสอบหน่อยว่าครอบครัวของท่านมีความเกี่ยวข้องกับการทุจริตนี้หรือไม่อย่างไร

The post จิราพร แฉหลานประยุทธ์ ทำธุรกิจในค่ายทหาร ฮั้วประมูลฟันงบโครงการรัฐ เอี่ยวบริษัททัวร์ตู้ห่าว appeared first on THE STANDARD.

]]>