คู่รัก Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/คู่รัก/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Fri, 21 Nov 2025 00:44:53 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 Emotional Check-in ความรักที่เติบโตจากคำถาม “เธอเป็นไงบ้าง วันนี้เหนื่อยไหม?” https://thestandard.co/life/emotional-check-in-love-grows/ Fri, 21 Nov 2025 00:44:53 +0000 https://thestandard.co/?p=1145655 Emotional Check-in ความรักที่เติบโตจากคำถาม “เธอเป็นไงบ้าง วันนี้เหนื่อยไหม?”

ปฏิเสธไม่ได้ว่ายุคนี้เราอาจมีเวลาให้กันน้อยลง การสื่อสา […]

The post Emotional Check-in ความรักที่เติบโตจากคำถาม “เธอเป็นไงบ้าง วันนี้เหนื่อยไหม?” appeared first on THE STANDARD.

]]>
Emotional Check-in ความรักที่เติบโตจากคำถาม “เธอเป็นไงบ้าง วันนี้เหนื่อยไหม?”

ปฏิเสธไม่ได้ว่ายุคนี้เราอาจมีเวลาให้กันน้อยลง การสื่อสารในความสัมพันธ์มักกลายเป็นเรื่องเชิงเทคนิค เช่น โทรหาหรือส่งข้อความถามว่า “ถึงบ้านหรือยัง” “กินข้าวหรือยัง” หรือ “วันนี้เหนื่อยไหม” แต่สิ่งที่ความรักต้องการจริงๆ อาจไม่ใช่แค่การตั้งคำถามเหล่านี้แบบส่งๆ แต่อยู่ที่ “น้ำเสียง” และ “ความตั้งใจจะฟัง” ที่ซ่อนอยู่ในประโยคนั้นอย่างจริงใจต่างหาก

 

นักจิตบำบัดหลายคนเรียกสิ่งนี้ว่า Emotional Check-in เป็นช่วงเวลาสั้นๆ ที่คู่รักใช้ถามกันด้วยความตั้งใจ ไม่ใช่เพื่ออัปเดตชีวิต แต่เพื่อรับรู้หัวใจของกันและกัน

 

งานวิจัยจาก UCLA พบว่า คู่รักที่มีบทสนทนาเชิงสะท้อน (Reflective Conversation) อย่างน้อย 15 นาทีต่อสัปดาห์ มีระดับความพึงพอใจในความสัมพันธ์สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เพราะ
พวกเขา “ฟัง” มากกว่าที่จะ “ตอบ”
และ “เข้าใจ” มากกว่าที่จะ “ตัดสิน”

 

ลองนึกถึงเวลาที่เราถามใครสักคนว่า “เธอสบายดีไหม”
แล้วเขาตอบกลับว่า “ไม่ค่อยดีเท่าไหร่”
สิ่งที่อีกฝ่ายต้องการ ไม่ใช่คำแนะนำ แต่คือความรู้สึกว่า “ยังมีใครอยู่ตรงนี้ด้วยกัน”

 

Emotional Check-in ไม่ต้องใช้เวลานาน แค่ใช้ใจจริงๆ สักช่วงหนึ่ง
อาจเป็นตอนนั่งรถกลับบ้านด้วยกัน ตอนกินข้าวเย็น หรือก่อนนอน
เพียงถามกันว่า “วันนี้ใจของเธอเหนื่อยตรงไหนบ้าง”
ประโยคนี้อาจกลายเป็นสะพานที่พาเรากลับมาพบกันอีกครั้ง หลังผ่านวันยาวๆ ที่ทำให้ใจห่าง

 

เพราะความรักที่เติบโตได้ ไม่ใช่ความรักที่พูดถูกทุกเรื่อง
แต่คือความรักที่รู้จัก “หยุดฟัง” ในวันที่อีกฝ่ายอาจพูดไม่ออก

 

สุดท้าย การถามว่า “เธอสบายดีไหม”
อาจเป็นการสื่อสารที่เรียบง่ายที่สุด แต่มีพลังมากที่สุด เพราะมันบอกได้มากกว่า “ฉันห่วงเธอ” แต่มันยังแปลว่า “ฉันยังอยากเข้าใจเธออยู่เสมอนะ ที่รักของฉัน”

The post Emotional Check-in ความรักที่เติบโตจากคำถาม “เธอเป็นไงบ้าง วันนี้เหนื่อยไหม?” appeared first on THE STANDARD.

]]>
Hyun Bin และ Son Ye Jin เป็นคู่รักคู่แรกที่คว้ารางวัลนักแสดงยอดเยี่ยมจาก Blue Dragon Film Awards https://thestandard.co/hyun-bin-son-ye-jin-blue-dragon/ Thu, 20 Nov 2025 03:43:06 +0000 https://thestandard.co/?p=1145240 Hyun Bin และ Son Ye Jin เป็นคู่รักคู่แรกที่คว้ารางวัลนักแสดงยอดเยี่ยมจาก Blue Dragon Film Awards

คู่รักขวัญใจแฟนซีรีส์เกาหลีอย่าง Hyun Bin และ Son Ye Ji […]

The post Hyun Bin และ Son Ye Jin เป็นคู่รักคู่แรกที่คว้ารางวัลนักแสดงยอดเยี่ยมจาก Blue Dragon Film Awards appeared first on THE STANDARD.

]]>
Hyun Bin และ Son Ye Jin เป็นคู่รักคู่แรกที่คว้ารางวัลนักแสดงยอดเยี่ยมจาก Blue Dragon Film Awards

คู่รักขวัญใจแฟนซีรีส์เกาหลีอย่าง Hyun Bin และ Son Ye Jin สร้างประวัติศาสตร์บนเวทีประกาศรางวัล Blue Dragon Film Awards ครั้งที่ 46 ด้วยการเป็นคู่รักคู่แรกที่คว้ารางวัลนักแสดงนำชายและหญิงยอดเยี่ยมกันทั้ง 2 คน โดยฝ่ายชายได้รับรางวัลจากภาพยนตร์เรื่อง Harbin และฝ่ายหญิงจากเรื่อง No Other Choice

 

ในขณะรับรางวัล ทั้งสองคนยังกล่าวสปีชขอบคุณถึงลูกชาย โดย Hyun Bin กล่าวว่า “Ye Jin แค่เพียงมีคุณอยู่ตรงนี้ก็เป็นกำลังใจให้กับผม แล้วก็ลูกของเราด้วย ผมรักทั้งสองคนเลย ขอบคุณนะ” ส่วนฝ่ายหญิง Son Ye Jin กล่าวว่า “ฉันเคยรับรางวัล Blue Dragon Awards ครั้งแรกเมื่อตอนอายุ 27 ตอนนี้อายุ 40 ก็มีโอกาสชนะอีกครั้ง การได้เป็นแม่คนในตอนนี้เปลี่ยนวิธีการมองโลกของฉันไป ฉันอยากจะเป็นผู้ใหญ่ที่ดีขึ้น และอยากเป็นนักแสดงที่ดีขึ้นด้วย”

 

นอกจากนี้ ทั้งสองคนยังคว้ารางวัล Popularity Awards จากการโหวตของแฟนๆ อีกด้วย โดยนักแสดงหญิง Son Ye Jin ก็ยังกล่าวขอบคุณแฟนๆ ที่ให้การสนับสนุน และเผยว่า เธอรู้สึกดีใจที่ได้รับรางวัลนี้ร่วมกับสามีเช่นกัน

 

Hyun Bin และ Son Ye Jin เป็นนักแสดงที่มีผลงานแสดงร่วมจอกันครั้งแรกในเรื่อง The Negotiation เมื่อปี 2018 ก่อนที่จะมามีผลงานฮิตด้วยกันอีกครั้งในเรื่อง Crash Landing On You เมื่อปี 2019 หลังจากนั้นพวกเขาก็เปิดตัวว่าคบหากันอย่างเป็นทางการ และแต่งงานกันในปี 2022 ปัจจุบันนี้ พวกเขามีลูกชายด้วยกัน 1 คน ซึ่งทั้งสองคนก็ทำหน้าที่พ่อแม่ไปพร้อมๆ กับการทำงานการแสดง และยังคงฝากผลงานอันยอดเยี่ยมให้แฟนๆ และคอหนังเอเชียชมกันอยู่เสมอ

 

ภาพ: KBS

 

อ้างอิง:

The post Hyun Bin และ Son Ye Jin เป็นคู่รักคู่แรกที่คว้ารางวัลนักแสดงยอดเยี่ยมจาก Blue Dragon Film Awards appeared first on THE STANDARD.

]]>
“เราไม่มีกล้องจับแบบ Coldplay หรอก” Liam Gallagher หยอกล้อคู่รักในคอนเสิร์ตของ Oasis https://thestandard.co/ceo-coldplay-viral/ Tue, 22 Jul 2025 11:25:34 +0000 https://thestandard.co/?p=1098529 ceo-coldplay-viral

ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาคงไม่มีอะไรไวรัลไปกว่าโมเมนต์รักล […]

The post “เราไม่มีกล้องจับแบบ Coldplay หรอก” Liam Gallagher หยอกล้อคู่รักในคอนเสิร์ตของ Oasis appeared first on THE STANDARD.

]]>
ceo-coldplay-viral

ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาคงไม่มีอะไรไวรัลไปกว่าโมเมนต์รักลับๆ ของคู่ CEO และหัวหน้าฝ่าย HR ของบริษัท Astronomer ที่ถูกกล้องจับได้ในคอนเสิร์ต Coldplay ซึ่งตอนนี้โมเมนต์นั้นกลายเป็นมีมฮิตไปทั่วโลก เพราะหลายคนต่างก็นำไปล้อเลียน ทำท่าเลียนแบบ หรือเอาภาพไปตัดต่อให้กลายเป็นคู่รักอื่นๆ จากหนังหรือวงที่พวกเขาชอบ

 

ซึ่งหนึ่งในคนที่ล้อเลียนโมเมนต์นี้ก็คือ Liam Gallagher ฟรอนต์แมนแห่งวง Oasis โดยเขาพูดหยอกล้อถึงคู่รักที่เป็นชู้กันในคอนเสิร์ตรียูเนียนที่เมืองแมนเชสเตอร์ว่า พวกเขาอยากจะทำอะไรก็ทำเลย ที่นี่ไม่มีกล้องจับเหมือนคอนเสิร์ต Coldplay อยู่แล้ว

 

โดยก่อนที่เขาจะร้องเพลง Slide Away เขาก็ถามผู้ชมภายในงานว่า “มีคู่รักอยู่แถวนี้บ้างไหม ไม่ต้องห่วงนะ เราไม่มีกล้องจับภาพคู่รักอะไรนั่นแบบคอนเสิร์ต Coldplay หรอก เราไม่สนใจว่าใครจะควงกับใคร จะจีบใคร จะจู๋จี๋กับใคร หรือทำอะไรกัน ไม่ใช่เรื่องของพวกเราเลยสักนิด ยังไงก็ตามเถอะ เพลงนี้สำหรับคู่รักนะ” 

 

ณ เวลานี้ โมเมนต์ของคู่รัก CEO และหัวหน้าฝ่าย HR ในคอนเสิร์ต Coldplay กลายเป็นวิดีโอที่มียอดวิวรวมหลายร้อยล้านครั้งภายในระยะเวลาไม่กี่วัน ซึ่งนั่นก็นำไปสู่การลาออกของ CEO Andy Byron และในตอนนี้ผู้ร่วมก่อตั้ง Pete DeJoy ก็ต้องมารับหน้าที่เป็นผู้รักษาการตำแหน่ง CEO ของ Astronomer แทน และพวกเขาก็กำลังมองหาผู้บริหารคนใหม่ด้วยเช่นกัน

 

ภาพ:  Gareth Cattermole/Getty Images

 

อ้างอิง:

The post “เราไม่มีกล้องจับแบบ Coldplay หรอก” Liam Gallagher หยอกล้อคู่รักในคอนเสิร์ตของ Oasis appeared first on THE STANDARD.

]]>
แฟนไม่ชอบลงรูปคู่: สัญญาณเตือนหรือแค่เรื่องส่วนตัว? https://thestandard.co/life/why-partner-avoids-posting-couple-pics/ Thu, 05 Jun 2025 02:49:37 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1082078 แฟนไม่ลงรูปคู่

เคยไหมที่แฟนไม่เคยลงรูปคู่บนโซเชียล แล้วใจเราก็เริ่มคิด […]

The post แฟนไม่ชอบลงรูปคู่: สัญญาณเตือนหรือแค่เรื่องส่วนตัว? appeared first on THE STANDARD.

]]>
แฟนไม่ลงรูปคู่

เคยไหมที่แฟนไม่เคยลงรูปคู่บนโซเชียล แล้วใจเราก็เริ่มคิดไปคิดมา… เขาอายเราหรือเปล่า?, เขารักเราจริงไหม? แต่ก่อนจะกังวลไปมากมาย เรามาทำความเข้าใจกันดีกว่าว่าการไม่ลงรูปคู่อาจมีสาเหตุหลากหลายที่ไม่เกี่ยวกับความรัก ไม่เกี่ยวกับความอาย แต่เกี่ยวกับมุมมองชีวิตที่แตกต่างกัน นี่แหละคืออีกหลายๆ มุมมองที่จะช่วยให้เราเข้าใจคนรักได้ลึกกว่าแค่การโพสต์รูปคู่

 

สำหรับบางคน มันคือโลกส่วนตัว

 

บางคนมองโซเชียลมีเดียเป็นแค่เครื่องมือสำหรับงาน ข่าวสาร หรือการติดต่อเบื้องต้น ไม่ใช่พื้นที่สำหรับความสัมพันธ์ส่วนตัว พวกเขาเชื่อว่าความรักเป็นเรื่องของคนสองคน เป็นสมบัติที่หวงแหนและไม่จำเป็นต้องป่าวประกาศ การไม่ลงรูปคู่จึงเป็นการรักษาความเป็นส่วนตัวให้กับสิ่งที่พวกเขาให้ค่ามากที่สุด

 

รูปแบบความผูกพันที่แตกต่างกัน

 

จิตวิทยาความผูกพันอธิบายว่า คนที่มีความผูกพันแบบหลีกเลี่ยงมักจะรู้สึกอึดอัดกับเปิดเผยต่อสาธารณะ ไม่ใช่เพราะไม่รัก แต่เพราะพวกเขาต้องการรักษาความเป็นอิสระส่วนตัว ในขณะที่คนที่มีความผูกพันแบบมั่นคงอาจไม่รู้สึกจำเป็นต้องมีการยืนยันจากคนนอก ไม่ต้องคอยโพสต์โชว์ความหวานตลอดเวลา เพราะพวกเขามั่นใจในความสัมพันธ์อยู่แล้ว

 

เมื่อ ‘Pocketing’ กลายเป็นสัญญาณเตือน

 

แต่ก็มีกรณีที่ต้องระวังด้วยนะ เมื่อการไม่ลงรูปคู่กลายเป็น ‘Pocketing’ คือการจงใจซ่อนความสัมพันธ์ ไม่เพียงแค่บนโซเชียลเท่านั้น แต่รวมถึงเพื่อนและครอบครัวด้วย สาเหตุอาจมาจากความไม่แน่ใจในความสัมพันธ์ กลัวการตัดสินจากสังคม กลัวความยุ่งยากถ้าเลิกกัน หรือในกรณีเลวร้ายคือการมีคนอื่นอยู่แล้ว

 

มุมมองต่อโซเชียลมีเดียที่หลากหลาย


บางคนมองโซเชียลมีเดียเป็นเพียงแพลตฟอร์มหนึ่งไม่ใช่ชีวิตจริง พวกเขาไม่ได้ให้ความสำคัญกับการแสดงออกบนโลกออนไลน์ เพราะเชื่อว่าความสัมพันธ์ที่แท้จริงเกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน ไม่ใช่หน้าจอ

The post แฟนไม่ชอบลงรูปคู่: สัญญาณเตือนหรือแค่เรื่องส่วนตัว? appeared first on THE STANDARD.

]]>
สงกรานต์นี้ ‘ปีนัง’ มาแรงแซงภูเก็ต หลังคู่รักคนไทยแห่เที่ยวยอดจองพุ่ง 80% แม้กรุงเทพฯ ยังครองแชมป์ ส่วนญี่ปุ่น-เวียดนาม ก็ยังฮิตไม่เลิก! https://thestandard.co/penang-trending-songkran-2025-couples-travel-booking-surge/ Mon, 07 Apr 2025 02:47:35 +0000 https://thestandard.co/?p=1061354 นักท่องเที่ยวคู่รักชาวไทยท่องเที่ยวในย่านเมืองเก่าปีนังช่วงเทศกาลสงกรานต์

ฉากหน้าถนนคนเดินเมืองเก่าภูเก็ตอาจจะแออัดเกินไป แต่ใครจ […]

The post สงกรานต์นี้ ‘ปีนัง’ มาแรงแซงภูเก็ต หลังคู่รักคนไทยแห่เที่ยวยอดจองพุ่ง 80% แม้กรุงเทพฯ ยังครองแชมป์ ส่วนญี่ปุ่น-เวียดนาม ก็ยังฮิตไม่เลิก! appeared first on THE STANDARD.

]]>
นักท่องเที่ยวคู่รักชาวไทยท่องเที่ยวในย่านเมืองเก่าปีนังช่วงเทศกาลสงกรานต์

ฉากหน้าถนนคนเดินเมืองเก่าภูเก็ตอาจจะแออัดเกินไป แต่ใครจะรู้ว่าปีนังกลับกลายเป็น ‘ดาวดวงใหม่’ ของคู่รักคนไทยในช่วงสงกรานต์ปีนี้ 

 

จากข้อมูลล่าสุดที่ AirAsia MOVE เปิดเผย พบว่ายอดจองทริปแบบคู่ไปปีนังพุ่งสูงขึ้นถึง 80% ทำเอาเมืองเก่าแก่ริมทะเลของมาเลเซียขึ้นแท่นเป็นหนึ่งในสามจุดหมายปลายทางยอดฮิตของคู่รักไทย นั่งเรียงหน้ากระดานกับกัวลาลัมเปอร์และโตเกียว

 

แม้ประเทศไทยยังครองตำแหน่งจุดหมายปลายทางยอดนิยมอันดับหนึ่งของคนไทย โดยกรุงเทพฯ นำโด่งด้วยยอดจองที่พักสูงถึง 35% ของการจองทั้งหมด ด้วยราคาเฉลี่ยที่พัก 3,800 บาทต่อการจอง ตามมาด้วยเชียงใหม่ที่ 10% (ราคาเฉลี่ย 4,500 บาท) และภูเก็ตที่ 6% (ราคาเฉลี่ย 6,600 บาท) แต่ที่น่าสนใจคือการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของปีนังในกลุ่มคู่รัก

 

ไม่เพียงแค่นั้น ในภาพรวมของพฤติกรรมการจองทริปช่วงสงกรานต์ เผยให้เห็นว่าคนไทยมีการปรับตัวที่น่าสนใจ โดยนิยมจองแพ็กเกจที่รวมตั๋วเครื่องบินและโรงแรมสูงถึง 45% เพิ่มขึ้นถึง 30% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า สะท้อนให้เห็นการให้ความสำคัญกับความคุ้มค่าของราคาที่มากขึ้น

 

นอกเหนือจากประเทศไทยแล้ว คนไทยยังนิยมเดินทางไปญี่ปุ่นมากที่สุด ซึ่งไม่น่าแปลกใจเพราะเป็นช่วงซากุระบาน โดยเฉพาะในเมืองยอดฮิตอย่างโตเกียว ฟุกุโอกะ และโอซาก้า ด้วยราคาโรงแรมเฉลี่ย 6,100 บาทต่อการจอง 

 

แต่เวียดนามก็ไม่น้อยหน้า เพราะยอดจองห้องพักเติบโตสูงถึง 30% ในปีนี้ โดยเฉพาะในเมืองโฮจิมินห์ ดานัง และเกาะฟู้ก๊วก

 

ที่น่าสนใจไม่แพ้กันคือพฤติกรรมของนักท่องเที่ยว 3 กลุ่มหลัก โดยคู่รัก (Couple Traveler) ครองสัดส่วนมากที่สุดถึง 77% ขณะที่นักท่องเที่ยวคนเดียว (Solo Traveler) มี 10% ซึ่งนิยมจุดหมายปลายทางอย่างกัวลาลัมเปอร์ โตเกียว และโกตากีนาบาลู

 

โดยเลือกที่พักราคาประหยัดเฉลี่ย 2,400 บาทต่อการจอง และส่วนใหญ่มุ่งเน้นกิจกรรมผจญภัยและพักผ่อน เช่น ปีนเขา ดำน้ำ หรือทัวร์ธรรมชาติ

 

อีกกลุ่มที่น่าจับตามองคือนักท่องเที่ยวแบบกลุ่ม (Group Traveler) ที่มี 3 คนขึ้นไป ซึ่งมีสัดส่วน 8% โดยนิยมเดินทางไปดานัง กัวลาลัมเปอร์ และไทเป ที่น่าสนใจคือมีการเดินทางไปไทเปเพิ่มขึ้นถึง 33% ในสงกรานต์นี้ และกลุ่มนี้มักเลือกที่พักหรูหรือรีสอร์ตขนาดใหญ่ถึง 90%

 

ในด้านการเตรียมตัว นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ 60% นิยมจองตั๋วเครื่องบินและที่พักล่วงหน้า 1-3 เดือน แต่ก็ยังมีกลุ่ม Millennials ที่ยังคงชอบจองนาทีสุดท้ายอยู่ที่ 13% และที่น่าสนใจคือการใช้สมาร์ทโฟนในการจองที่เพิ่มขึ้น สังเกตได้จากยอดดาวน์โหลดแอปพลิเคชันที่เพิ่มขึ้นกว่า 20%

 

อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกอย่างจะเป็นบวก เพราะพฤติกรรมการใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวของคนไทยกลับลดลง 10% โดยเฉพาะค่าที่พัก โดยนักท่องเที่ยวหันไปให้ความสำคัญกับการจองที่ให้ราคาคุ้มค่ามากขึ้น เช่น จองช่วงโปรโมชัน Flash Sales หรือบริการ Buy Now, Pay Later

 

นอกจากนี้ ยังมีแนวโน้มที่น่าสนใจเกี่ยวกับการหลีกเลี่ยงความวุ่นวาย โดยนักท่องเที่ยวมักเข้าพักก่อนหรือหลังวันหยุดยาว 1-3 วัน เพื่อหลีกเลี่ยงที่พักเต็มและความแออัดในสถานที่ท่องเที่ยวหรือการจราจร

 

เม็ดเงินท่องเที่ยวอาจไม่ได้พุ่งพรวดเหมือนจำนวนนักท่องเที่ยว แต่การปรับตัวของคนไทยยุคนี้ตอกย้ำว่า ‘ทริปในฝัน’ ไม่จำเป็นต้องแพง แค่ฉลาดจองก็เที่ยวได้ ไกลกว่าที่คิด

The post สงกรานต์นี้ ‘ปีนัง’ มาแรงแซงภูเก็ต หลังคู่รักคนไทยแห่เที่ยวยอดจองพุ่ง 80% แม้กรุงเทพฯ ยังครองแชมป์ ส่วนญี่ปุ่น-เวียดนาม ก็ยังฮิตไม่เลิก! appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผลสำรวจชี้ 62% ของคู่รักเก็บเงินแยกกันอย่างน้อยบางส่วน แต่สำคัญกว่ารวมหรือแยกคือวางแผนร่วมกัน https://thestandard.co/couples-separate-finances-survey/ Sun, 16 Feb 2025 07:01:07 +0000 https://thestandard.co/?p=1042551 การวางแผนเงินร่วมกับคู่รัก

สำหรับคู่รักมักเผชิญกับคำถามสำคัญเกี่ยวกับเรื่องเงิน “เ […]

The post ผลสำรวจชี้ 62% ของคู่รักเก็บเงินแยกกันอย่างน้อยบางส่วน แต่สำคัญกว่ารวมหรือแยกคือวางแผนร่วมกัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
การวางแผนเงินร่วมกับคู่รัก

สำหรับคู่รักมักเผชิญกับคำถามสำคัญเกี่ยวกับเรื่องเงิน “เราควรแยกเงินกัน, รวมกัน หรือใช้ผสมกัน” ผลสำรวจของ Bankrate เมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมาพบว่า 62% ของคู่รักที่มีความสัมพันธ์กันอย่างจริงจัง เก็บเงินอย่างน้อยบางส่วนแยกจากกัน

 

จากการสำรวจความเห็นของผู้ใหญ่ 2,217 คน พบว่า 38% ใช้บัญชีร่วมกัน ในขณะเดียวกัน 34% มีทั้งบัญชีร่วมและบัญชีส่วนตัว ส่วนอีก 27% เก็บเงินแยกกันโดยสิ้นเชิง

 

Bankrate พบว่าคู่รักที่อายุน้อยกว่ามีแนวโน้มที่จะชอบการแยกเงินกันมากกว่า ผลสำรวจพบว่า 88% ของ Gen Z เก็บเงินอย่างน้อยบางส่วนไว้กับตัวเอง เทียบกับ 70% ของ Millennial, 59% ของ Gen X และ 52% ของ Baby Boomer

 

Ted Rossman นักวิเคราะห์อาวุโสของ Bankrate กล่าวว่า คู่รักที่อายุน้อยกว่าอาจให้ความสำคัญกับบัญชีแยกต่างหากมากขึ้น เพราะพวกเขาแต่งงานกันช้าลงและคุ้นเคยกับการจัดการรายได้ของตนเอง นอกจากนี้การทำธุรกรรมธนาคารและการช้อปปิ้งออนไลน์ทำได้ง่ายขึ้น ซึ่งส่งเสริมให้คู่รักที่อายุน้อยกว่ามีบัญชีแยกกัน

 

ทั้งนี้ การแยกเงินกันแต่เท่าเทียมกันสามารถทำได้ ตราบใดที่คู่รักตกลงกันล่วงหน้า Rossman กล่าว

 

“นั่นเป็นกุญแจสำคัญสำหรับผู้คน คือคุณต้องสื่อสารเกี่ยวกับสิ่งที่คุณทำกับเงินของคุณ” Rossman กล่าว

 

ที่ปรึกษาทางการเงินหลายคนกล่าวว่า ทางเลือกที่ดีที่สุดขึ้นอยู่กับความชอบส่วนตัวของคู่รัก และสิ่งที่เหมาะสมที่สุดคือเมื่อเป็นการทำเพื่อบรรลุเป้าหมายทางการเงิน

 

David Zavarelli นักวางแผนทางการเงินที่ได้รับการรับรองและที่ปรึกษาทางการเงินของ LPL กล่าวว่า เขากำลังทำงานร่วมกับคู่รักที่ยืนยันที่จะมีบัญชีแยกกันสำหรับทุกสิ่ง โดยคู่รักบางส่วนมีบัญชีมากถึง 27 บัญชี ซึ่งอาจเป็นเรื่องยุ่งยากในการดูแลด้วยซอฟต์แวร์การวางแผนทางการเงินของบริษัท แต่ก็ยังสามารถบริหารจัดการได้

 

การวิจัยจาก Cornell University ชี้ให้เห็นว่าทัศนคติของคู่รักที่มีต่อเงิน ไม่ว่าพวกเขาจะมองว่าปัญหาต่างๆ ว่าสามารถแก้ไขได้หรือไม่ มีอิทธิพลต่อวิธีที่พวกเขาพูดคุยกันเกี่ยวกับเรื่องการเงิน หากพวกเขารู้สึกว่าไม่มีทางออก พวกเขามักจะไม่พูดคุยกัน การขาดการสื่อสารนั้นอาจนำไปสู่การนอกใจทางการเงิน เมื่อคู่รักคนใดคนหนึ่งหรือทั้งสองคนโกหกหรือซ่อนข้อมูลทางการเงิน 

 

ผลสำรวจของ Bankrate พบว่า 40% ของผู้ใหญ่ที่อาศัยอยู่กับคู่ของตนกำลังกระทำหรือเคยกระทำการนอกใจทางการเงิน ตัวอย่างของความลับที่พวกเขาเก็บไว้ ได้แก่ การใช้จ่ายมากกว่าที่คู่ของตนต้องการ มีหนี้สินลับ หรือมีบัตรเครดิตลับ บัญชีออมทรัพย์ หรือบัญชีเช็ค เพื่อช่วยป้องกันสิ่งนั้น การใช้เวลาสื่อสารกับคู่ของคุณเกี่ยวกับเป้าหมายทางการเงินทั้งระยะสั้นและระยะยาวนั้นเป็นประโยชน์ Rossman กล่าว

 

เคล็ดลับบริหารเงินสำหรับคู่รัก

 

ไม่ว่าคุณจะเลือกจัดการเงินอย่างไร คือแยกบัญชีกันโดยสิ้นเชิง แชร์บัญชีกันบางส่วน หรือเก็บเงินร่วมกันทั้งหมด ทุกครอบครัวต้องตัดสินใจว่าใครจะเป็นคนจ่ายอะไร อย่างไรก็ตาม ไม่เหมือนกับประสบการณ์ก่อนหน้านี้กับเพื่อนร่วมห้อง อาจไม่ต้องการแยกรายการอาหารในครัวออกจากกันเมื่อแต่งงานกัน แต่อย่างน้อยควรคุยกันก่อนว่าใครจ่ายบิลอะไร รวมทั้งเป้าหมายทางการเงินที่อาจมีร่วมกัน และวางแผนการพูดคุยเป็นประจำเพื่อให้แน่ใจว่าคุณทั้งคู่เห็นด้วยกับกลยุทธ์ทางการเงินของตัวเอง

 

ตั้งค่าการชำระเงินอัตโนมัติเพื่อหลีกเลี่ยงค่าธรรมเนียมล่าช้าและลดความเครียด ตรวจสอบการเงินเป็นประจำ ขณะเดียวกันแต่ละคู่ควรพูดคุยเกี่ยวกับเป้าหมายการเกษียณอายุ และเป้าหมายระยะยาว เช่น การซื้อบ้านหรือไปเที่ยวพักผ่อนในฝัน หากเป็นไปได้ทั้งสองคนควรมีส่วนร่วมในบัญชีเกษียณอายุ และตั้งค่าการออมอัตโนมัติสำหรับความต้องการในอนาคต

 

เก็บรวม เก็บแยก หรือทั้งรวมและแยก

 

3 แนวทางหลักในการจัดการเงินสำหรับคู่แต่งงานใหม่ บัญชีแยก บัญชีร่วม หรือแบบผสมผสาน

 

สำหรับบัญชีแยก

 

การมีบัญชีแยกกันอาจเป็นจุดเริ่มต้นที่สะดวกสบายสำหรับคู่รักหลายคู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุ้นเคยกับการจัดการการเงินของตัวเอง ระบบบัญชีแยกต่างหากสามารถช่วยให้ความแตกต่างของรายได้ หนี้สิน และความขัดแย้งทางบุคลิกภาพที่อาจเกิดขึ้นระหว่าง ‘นักใช้จ่าย’ กับ ‘นักออม’ ชัดเจนขึ้น

 

อย่างไรก็ตาม บัญชีแยกต้องมีการสื่อสารมากขึ้นว่าใครจ่ายอะไร บางคู่แบ่งค่าใช้จ่ายเท่าๆ กัน ในขณะที่บางคู่อาจชอบจ่ายตามสัดส่วนรายได้

 

ข้อดีคือ แต่ละคนรับผิดชอบนิสัยการใช้จ่ายของตัวเองและชำระหนี้สินใดๆ ที่นำเข้ามาในการแต่งงาน วิธีการจัดการเงินนี้มักถูกมองว่ายุติธรรม และคุณอาจมีโอกาสน้อยที่จะทะเลาะกันเรื่องนิสัยการใช้จ่ายของคู่สมรสของคุณ

 

ข้อเสียคือ การติดตามว่าใครเป็นหนี้อะไรกลายเป็นงานหนักในแต่ละเดือน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากมีการเปลี่ยนแปลงอาชีพหรือมีลูก หากคู่รักแต่ละคนออมเงินเพื่อการเกษียณอายุโดยพิจารณาจากรายได้ส่วนบุคคล คุณอาจไม่ได้รับการปรับปรุงการลงทุนร่วมกันให้เหมาะสม

 

สำหรับบัญชีร่วม

 

การจัดการการเงินด้วยบัญชีร่วมกันสามารถทำให้สิ่งต่างๆ ง่ายขึ้นสำหรับคู่รัก เมื่อค่าใช้จ่ายทั้งหมดของครอบครัวจ่ายจากบัญชีเดียว การติดตามการใช้จ่ายจะง่ายขึ้น 

 

ข้อดีคือ การติดตามงบประมาณและการใช้จ่ายทำได้ง่ายขึ้น ไม่มีการแบ่งทรัพยากรรายเดือน และวิธีนี้ปรับให้เข้ากับความต้องการของครอบครัวที่เปลี่ยนแปลงและเติบโต

 

ข้อเสียคือ: นิสัยการใช้จ่ายที่แตกต่างกันอาจนำไปสู่ความไม่พอใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคู่รักคนหนึ่งมีรายได้มากกว่าอีกคน นอกจากนี้อาจเป็นเรื่องยากที่จะเก็บของขวัญเซอร์ไพรส์เป็นความลับ

 

สำหรับบัญชีแบบผสม

 

แนวทางแบบไฮบริดของบัญชีแยกและบัญชีร่วมสามารถสร้างสมดุลได้ ด้วยวิธีนี้รายได้ทั้งหมดจะเข้าบัญชีร่วมสำหรับค่าใช้จ่ายร่วมกัน ในขณะที่คู่รักแต่ละคนมีบัญชีส่วนตัวพร้อมการโอนเงินรายเดือนที่กำหนด การออม หนี้สิน และการเกษียณอายุทั้งหมดได้รับการจัดการร่วมกัน

 

บัญชีส่วนตัวนี้อนุญาตให้ซื้อของใช้ส่วนตัวได้อย่างอิสระโดยไม่มีการตัดสินจากทั้งสองฝ่าย จำนวนเงินที่โอนไปยังบัญชีส่วนตัวต้องมีการพูดคุยและตกลงกันเพื่อหลีกเลี่ยงความขัดแย้ง

 

ข้อดีคือ ไม่ต้องจัดการกับความแตกต่างของรายได้เมื่อจ่ายบิล ในขณะที่ยังคงมีอิสระในการซื้อสิ่งที่คุณต้องการ แต่ยังคงมีบัญชีเพื่อบรรลุเป้าหมายร่วมกัน รวมทั้งการเกษียณอายุ

 

ข้อเสียคือ การจัดการบัญชีธนาคารหลายบัญชี การมีเงินฝากเข้าบัญชีส่วนตัวของคุณในแต่ละเดือนอาจให้ความรู้สึกเหมือนเบี้ยเลี้ยง ซึ่งอาจทำให้บางคนรู้สึกไม่พอใจ

 

อ้างอิง:

 

The post ผลสำรวจชี้ 62% ของคู่รักเก็บเงินแยกกันอย่างน้อยบางส่วน แต่สำคัญกว่ารวมหรือแยกคือวางแผนร่วมกัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
16 คู่รักควงแขนบอกรักก้องน่านฟ้า ‘สิงห์ปาร์ค เชียงราย’ หวานรับวาเลนไทน์ https://thestandard.co/valentines-singha-park/ Fri, 14 Feb 2025 13:22:39 +0000 https://thestandard.co/?p=1041916 valentines-singha-park

มวลความรักกระจายตัวทั่วน่านฟ้า สิงห์ปาร์ค เชียงราย อีกค […]

The post 16 คู่รักควงแขนบอกรักก้องน่านฟ้า ‘สิงห์ปาร์ค เชียงราย’ หวานรับวาเลนไทน์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
valentines-singha-park

มวลความรักกระจายตัวทั่วน่านฟ้า สิงห์ปาร์ค เชียงราย อีกครั้ง กับกิจกรรม ‘บอลลูนเลิฟ-บอกรักบนฟ้า’ ที่เปิดโอกาสสำหรับ 16 คู่รัก ขึ้นบอลลูนบอกรักเหนือท้องฟ้าท่ามกลางขุนเขา พร้อมชมความสวยงามของจังหวัดเชียงรายแบบ 360 องศา 

 

ถูกยกให้เป็นกิจกรรมไฮไลต์สุดพิเศษของงานบอลลูนฯ ทุกปี ที่คู่รักทั่วไทยเฝ้ารอ โดยปีนี้มีคู่รัก 16 คู่ที่ได้รับเลือกให้ขึ้นบอลลูนบอกรักบนท้องฟ้าเชียงรายในวันแห่งความรักท่ามกลางบรรยากาศโรแมนติก รายล้อมด้วยเหล่าบอลลูนหลากสีสันกว่า 30 ลูก จาก 13 ประเทศทั่วโลก

 

เป็นอีกปีที่ได้เห็นความรักในหลากหลายรูปแบบที่อัดแน่นไปด้วยมวลความรักแสนบริสุทธิ์ ทั้งคู่รัก LGBTQIA+ คู่รักชาวต่างชาติ หรือแม้แต่ความหวานของคู่รักสายลุย แซมมี่ เคาวเวลล์ ที่ควงแฟนหนุ่ม แชมป์ ชนาธิป มาเสิร์ฟความโรแมนติกในกิจกรรมนี้ด้วยเช่นกัน

 

พงษ์รัตน์ เหลืองธำรงเจริญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สิงห์ปาร์ค เชียงราย จำกัด เชื่อมั่นว่า กิจกรรม ‘บอลลูนเลิฟ-บอกรักบนฟ้า’ เป็นกิจกรรมไฮไลต์ของงานบอลลูนฯ ที่จัดขึ้นตรงกับวันวาเลนไทน์ของทุกปี จะสร้างภาพจำให้เชียงรายเป็นหนึ่งในเมืองแห่งความรักหรือ Romantic City ที่ดึงดูดคู่รักจากทั่วโลก

 

“เทศกาลบอลลูนนานาชาติฯ เป็นหนึ่งในอีเวนต์ใหญ่ประจำปีที่สิงห์ปาร์คจัดขึ้นในช่วงเทศกาลวาเลนไทน์ต่อเนื่องเข้าสู่ปีที่ 7 ซึ่งถือเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในจังหวัด ด้วยเสน่ห์ทางธรรมชาติ วัฒนธรรมที่งดงาม อากาศเย็นสบาย และมีพื้นที่อุดมสมบูรณ์ รวมทั้งอัธยาศัยไมตรีและความเป็นมิตรของผู้คนในจังหวัดเชียงราย จะดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกให้อยากมาเยือนที่นี่” พงษ์รัตน์กล่าว

 

นอกจากกิจกรรมบอลลูนเลิฟ-บอกรักบนฟ้า งาน ‘Singha Park Chiangrai International Balloon Fiesta 2025’ เทศกาลบอลลูนนานาชาติที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน ครั้งที่ 7 ระหว่างวันที่ 13-17 กุมภาพันธ์ ยังมีการแข่งขันบอลลูนนานาชาติ ชิงเงินรางวัลกว่า 100,000 บาท และการแสดงโชว์บอลลูน แสง สี เสียงจัดเต็ม

 

อีกไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาดคือ การแสดงโขนกลางแปลงชุดใหญ่แบบใกล้ชิดคนดู ตอนพิเศษ ‘สัจจะ เดชา พญามาร’ โดยคณะศิลปินวังหน้าและเยาวชนจากจังหวัดเชียงรายกว่า 160 ชีวิต จัดแสดงวันที่ 14-15 กุมภาพันธ์

 

สนุกกับคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดังตลอด 5 วัน 5 คืน ตั้งแต่วันที่ 13-17 กุมภาพันธ์ เปิดเวทีคืนวันที่ 13 กุมภาพันธ์ ด้วย MEAN, BEDROOM AUDIO, PUN และ URBOY TJ ส่งความสุขต่อในคืนวันที่ 14 กุมภาพันธ์ กับ MEYOU, PONCHET, BOWKYLION, ATOM จัดเต็มความมันชุดใหญ่กับ guncharlie, Paper Planes, YOKEE Playboy วันเสาร์ที่ 15 กุมภาพันธ์ มันกันต่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ กับ Musketeers, THE TOYS, TIMETHAI, MILLI และปิดท้ายความสนุกสุดมันวันจันทร์ที่ 17 กุมภาพันธ์ กับ Bodyslam, The Darkest Romance และ PARADOX

 

และกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมาย เช่น งาน Chiangrai Brewtopia รวมสุดยอดร้านชา-กาแฟของภาคเหนือและเอเชีย, เวิร์กช็อปสนุกๆ ท่ามกลางลมหนาว, โซนเด็ก, บูธอาหาร และกิจกรรมที่สิงห์ปาร์ค เชียงราย เปิดให้บริการ เช่น ฟาร์มทัวร์, ขี่สกูตเตอร์, จักรยาน, ATV และ Zipline ชมวิวมุมสูงได้ 360 องศา

 

ยังมีเวลาให้มาร่วมสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษที่ Singha Park Chiangrai International Balloon Fiesta 2025 ณ สิงห์ปาร์ค เชียงราย ระหว่างวันที่ 13-17 กุมภาพันธ์ 2568

 

ซื้อบัตรออนไลน์ได้ที่ https://ticket.eventpass.co/t/balloonfiesta25 

 

ราคา 1 Day Pass 300 บาท และ VIP Zone 3,500 บาท หรือซื้อบัตรหน้างานบริเวณจุดบริการร้านค้าสิงห์ปาร์ค เชียงราย และร้าน Department of Tea by Singha Park x MFU

 

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เฟซบุ๊ก Singha Park Chiang Rai  

 

16 คู่รักควงแขนบอกรักก้องน่านฟ้า ‘สิงห์ปาร์ค เชียงราย’ หวานรับวาเลนไทน์

 

16 คู่รักควงแขนบอกรักก้องน่านฟ้า ‘สิงห์ปาร์ค เชียงราย’ หวานรับวาเลนไทน์

 ‘สิงห์ปาร์ค เชียงราย’ หวานรับวาเลนไทน์

16 คู่รักควงแขนบอกรักก้องน่านฟ้า ‘สิงห์ปาร์ค เชียงราย’ หวานรับวาเลนไทน์

16 คู่รักควงแขนบอกรักก้องน่านฟ้า ‘สิงห์ปาร์ค เชียงราย’ หวานรับวาเลนไทน์

16 คู่รักควงแขนบอกรักก้องน่านฟ้า ‘สิงห์ปาร์ค เชียงราย’ หวานรับวาเลนไทน์

 ‘สิงห์ปาร์ค เชียงราย’ หวานรับวาเลนไทน์

 

The post 16 คู่รักควงแขนบอกรักก้องน่านฟ้า ‘สิงห์ปาร์ค เชียงราย’ หวานรับวาเลนไทน์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
จริงไหม เวลาอยู่ใกล้คนที่เรารักมักจะรู้สึกง่วงนอน? https://thestandard.co/life/sleepy-near-loved-ones/ Wed, 12 Feb 2025 09:38:06 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1041105 sleepy-near-loved-ones

หลายคนอาจเคยสังเกตว่า เวลาอยู่ใกล้ชิดกับคนรัก ไม่ว่าจะเ […]

The post จริงไหม เวลาอยู่ใกล้คนที่เรารักมักจะรู้สึกง่วงนอน? appeared first on THE STANDARD.

]]>
sleepy-near-loved-ones

หลายคนอาจเคยสังเกตว่า เวลาอยู่ใกล้ชิดกับคนรัก ไม่ว่าจะเป็นแฟน คู่ชีวิต หรือแม้แต่สัตว์เลี้ยงที่เรารัก มักจะรู้สึกง่วงนอนได้ง่ายกว่าปกติ ปรากฏการณ์นี้ไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่มีการศึกษาทางวิทยาศาสตร์รองรับว่าเป็นผลมาจากฮอร์โมนที่ชื่อว่า ‘ออกซิโทซิน’ (Oxytocin) 

 

ออกซิโทซินเป็นฮอร์โมนที่หลั่งออกมาเมื่อเรามีปฏิสัมพันธ์ทางบวกกับผู้อื่น โดยเฉพาะการสัมผัส การกอด หรือการใกล้ชิดกับคนที่เรารัก ฮอร์โมนนี้มีผลต่อร่างกายหลายด้าน โดยเฉพาะการทำให้เกิดความรู้สึกผ่อนคลาย ลดความเครียดและความวิตกกังวล

 

ออกซิโทซินมีบทบาทสำคัญในการเตรียมสมองให้พร้อมสำหรับการพักผ่อน โดยลดการทำงานของระบบประสาทที่เกี่ยวข้องกับความเครียด ทำให้ร่างกายอยู่ในสภาวะที่เหมาะสมสำหรับการนอนหลับ นอกจากนี้ ยังช่วยลดความดันโลหิตและอัตราการเต้นของหัวใจ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้เราหลับได้ง่ายขึ้น ทั้งนี้ ออกซิโทซินก็ส่งผลแบบ Dual Effects คือเป็นได้ทั้งการกระตุ้นและผ่อนคลาย 

 

ดังนั้นถ้าคุณรู้สึกง่วงขณะอยู่กับคนรักก็ไม่ต้องแปลกใจ เพราะนั่นเป็นการตอบสนองตามธรรมชาติของร่างกายที่กำลังบอกว่าคุณกำลังรู้สึกผ่อนคลายและปลอดภัยนั่นเอง

The post จริงไหม เวลาอยู่ใกล้คนที่เรารักมักจะรู้สึกง่วงนอน? appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไอเดียเปลี่ยนมุมเดิมๆ ในบ้านเป็นมุมเดต สำหรับคนไม่อยากออกจากบ้านช่วงวาเลนไทน์ https://thestandard.co/life/valentines-at-home/ Tue, 11 Feb 2025 01:00:13 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1040524 valentines-at-home

ถ้ารถติดมากก็เดตที่บ้านไปเลย!   ใกล้ช่วงวันวาเลนไท […]

The post ไอเดียเปลี่ยนมุมเดิมๆ ในบ้านเป็นมุมเดต สำหรับคนไม่อยากออกจากบ้านช่วงวาเลนไทน์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
valentines-at-home

ถ้ารถติดมากก็เดตที่บ้านไปเลย!

 

ใกล้ช่วงวันวาเลนไทน์แล้ว แน่นอนว่าหลายคนคงอยากใช้เวลาอยู่กับคนที่รัก ยิ่งในปีนี้ วันที่ 14 กุมภาพันธ์ตรงกับวันศุกร์อีก ยิ่งเป็นช่วงเวลาดีที่เลิกงานมาเหนื่อยๆ จะได้มาชาร์จแบตด้วยกัน และด้วยความที่วันวาเลนไทน์ปีนี้ตรงกับวันศุกร์นี่แหละ คาดว่ารถน่าจะติดแน่ๆ ร้านอาหารก็น่าจะคนเต็มไปหมด เราเลยอยากจะมาเสนอไอเดียให้ทุกคนลองเปลี่ยนมุมเดิมๆ ในบ้านให้เป็นมุมพิเศษ หากิจกรรมใหม่ๆ ทำ ใช้เวลาร่วมกัน มาดูกันว่าต้องเตรียมตัวเตรียมบ้านอย่างไรบ้าง

 

เปลี่ยนห้องนั่งเล่นเป็นโรงภาพยนตร์ส่วนตัว

 

เปลี่ยนห้องนั่งเล่นเป็นโรงภาพยนตร์ส่วนตัว

 

เชื่อว่าไอเดียการเดตด้วยการดูภาพยนตร์คือสิ่งที่หลายคนชื่นชอบ เหมือนเป็นกิจกรรมแรกๆ ที่คนเริ่มเดตชอบทำ แต่ในช่วงวาเลนไทน์ ใครๆ ก็คิดแบบนั้น! ทำให้โรงภาพยนตร์คนน่าจะเต็มไปหมด เราเลยอยากเสนอไอเดียเปลี่ยนมุมห้องนั่งเล่นให้กลายเป็นโรงภาพยนตร์ด้วยการลองเปลี่ยนไปใช้โปรเจกเตอร์แทนโทรทัศน์ เพื่อภาพที่เต็มตาและละเอียดมากขึ้น หรี่ไฟให้สลัวๆ เพื่อบรรยากาศที่โรแมนติกและคุณภาพของภาพที่ชัดขึ้น ปิดท้ายด้วยการมีขนมและเครื่องดื่ม แค่นี้ก็ไม่ต้องไปโรงภาพยนตร์แล้ว

 

เปลี่ยนระเบียงเป็น Rooftop Bar

 

เปลี่ยนระเบียงเป็น Rooftop Bar

 

อีกหนึ่งสถานที่เดตสุดคลาสสิกคือ Rooftop Bar แต่ก็แน่นอนว่าน่าจะเป็นอีกหนึ่งที่ที่จองยากเช่นกัน เราเลยอยากชวนให้เปลี่ยนระเบียงที่บ้านให้กลายเป็นมุมเดต นั่งจิบเครื่องดื่มเอาต์ดอร์ สิ่งที่ควรเตรียมคือเก้าอี้นั่งสบายๆ โต๊ะเล็กๆ ไว้วางเครื่องดื่ม และอย่าลืมโคมไฟสวยๆ สักหนึ่งโคมที่แสงสลัวๆ เพื่อความโรแมนติก และลำโพงเพื่อสร้างบรรยากาศ

 

เปลี่ยนห้องครัวเป็นห้องเวิร์กช็อปทำเมนูใหม่ๆ

 

เปลี่ยนห้องครัวเป็นห้องเวิร์กช็อปทำเมนูใหม่ๆ

 

การทำอาหารก็เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ช่วยละลายพฤติกรรมได้ดี ยิ่งหาเมนูแปลกๆ มาทำยิ่งดี เพราะจะได้มีเรื่องคุยกันมากขึ้น แต่อย่าลืมเพิ่มพร็อพเล็กๆ น้อยๆ เพิ่มความน่ารักให้กับการทำอาหารครั้งนี้ เช่น ผ้ากันเปื้อนคู่ และบริเวณโต๊ะอาหารอาจเพิ่มผ้าปูโต๊ะสีขาว พร้อมจุดเทียนหอมเพิ่มบรรยากาศ หรืออาจมีกิมมิกเขียนแก้วเครื่องดื่มเล็กๆ น้อยๆ

 

เปลี่ยนมุมว่างๆ ให้กลายเป็นมุมเวิร์กช็อปงานศิลปะ

 

เปลี่ยนมุมว่างๆ ให้กลายเป็นมุมเวิร์กช็อปงานศิลปะ

 

สำหรับใครที่อยากพักผ่อนแนะนำให้ลองเปลี่ยนมุมห้องที่ว่างๆ ให้กลายเป็นมุมผ่อนคลาย ทำงานศิลปะ เช่น มุมระบายสีน้ำหรือสีน้ำมัน เพราะการนั่งทำงานศิลปะเป็นเหมือนการถ่ายทอดอารมณ์ ทำให้สิ่งที่ติดค้างหลุดออกไป แนะนำให้เปิดเพลงคลอระหว่างนั่งระบายสีไปด้วย

The post ไอเดียเปลี่ยนมุมเดิมๆ ในบ้านเป็นมุมเดต สำหรับคนไม่อยากออกจากบ้านช่วงวาเลนไทน์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ยุค ‘คนโสด’ ครองเมือง ปรากฏการณ์ใหม่ทำอัตราเกิดดิ่งเหว เมื่อคนใช้ชีวิตลำพังพุ่งสูงขึ้น https://thestandard.co/rise-of-singledom-birth-rate-drops/ Mon, 03 Feb 2025 06:52:09 +0000 https://thestandard.co/?p=1037587

ในยุคที่ ‘อัตราการเกิด’ กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในแทบทุกว […]

The post ยุค ‘คนโสด’ ครองเมือง ปรากฏการณ์ใหม่ทำอัตราเกิดดิ่งเหว เมื่อคนใช้ชีวิตลำพังพุ่งสูงขึ้น appeared first on THE STANDARD.

]]>

ในยุคที่ ‘อัตราการเกิด’ กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในแทบทุกวงสนทนา และถูกจับตาโดยผู้กำหนดนโยบายทั่วโลก ‘ปรากฏการณ์คนโสด’ กำลังระบาดหนักและแผ่ขยายวงกว้างไปทั่วทุกมุมโลก ไม่ว่าจะเป็นสหรัฐอเมริกา, ฟินแลนด์, เกาหลีใต้, ตุรกี, ตูนิเซีย หรือแม้แต่ไทย อัตราการเกิดที่ลดลงล้วนเป็นผลพวงมาจากความสัมพันธ์ที่ลดน้อยลงในกลุ่มคนวัยหนุ่มสาว

 

จนนำไปสู่อัตราการเกิดที่ลดลงอย่างน่าใจหาย ซึ่งการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่นี้ส่งผลกระทบในวงกว้าง ทั้งด้านเศรษฐกิจ การเมือง และสิ่งแวดล้อม แต่สิ่งที่น่าสนใจคือความเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้มี ‘ความแตกต่าง’ จากอดีตอย่างสิ้นเชิง 

 

เพราะไม่ใช่แค่การตัดสินใจมีลูกน้อยลงของคู่รัก แต่เป็นการลดลงของจำนวน ‘คู่รัก’ อย่างเห็นได้ชัด เรื่องราวสำคัญทางประชากรศาสตร์ในยุคนี้จึงไม่ใช่แค่อัตราการมีลูกที่ลดลง แต่เป็น ‘อัตราความโสด’ ที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดต่างหาก

 

ถือเป็นการเปลี่ยนแปลง ‘พื้นฐาน’ ครั้งใหญ่ในสังคมยุคใหม่ โดยข้อมูลจากสหรัฐฯ ชี้ชัดว่า หากอัตราการแต่งงานและการอยู่ร่วมกันของคนอเมริกันยังคงที่ตลอดทศวรรษที่ผ่านมา อัตราการเจริญพันธุ์โดยรวมของสหรัฐฯ ในวันนี้จะสูงกว่าที่เป็นอยู่ ความสัมพันธ์ไม่ได้แค่เกิดขึ้นน้อยลง แต่ยังเปราะบางมากขึ้นอย่างไม่เคยมีมาก่อน

 

แม้แต่ในฟินแลนด์ที่ขึ้นชื่อเรื่องความเท่าเทียม ก็พบว่าคู่รักที่ย้ายมาอยู่ด้วยกันมีแนวโน้มที่จะ ‘เลิกรา’ มากกว่าการมีลูก ซึ่งตรงกันข้ามกับบรรทัดฐานในอดีตอย่างสิ้นเชิง แม้คู่รักยุคใหม่ที่ทั้งสองคนต่างทำงานและเลือกที่จะไม่มีลูก ซึ่งทำให้พวกเขามีอิสระทางการเงินและสามารถใช้ชีวิตได้ตามใจ อาจเป็นเทรนด์ที่ดูเหมือนไม่มีปัญหาอะไร

 

แต่การเพิ่มขึ้นของความโสดและการแยกทางกลับไม่ได้สวยหรูอย่างที่คิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพบว่าการก่อตัวของความสัมพันธ์ที่ลดลงนั้น ‘รุนแรงที่สุด’ ในกลุ่มคนยากจน แม้ว่าจะมีหลายคนที่พึงพอใจกับการเป็นโสด และเสรีภาพในการเลือกใช้ชีวิตเป็นสิ่งที่น่ายินดี แต่ข้อมูลที่สะท้อนความเหงาและความผิดหวังจากการออกเดต บ่งชี้ว่าทุกอย่างอาจไม่ได้ราบรื่นอย่างที่คิด

 

John Burn-Murdoch ผู้สื่อข่าวแห่ง Financial Times เคยกล่าวไว้ว่า “เรื่องราวสำคัญทางประชากรศาสตร์ในยุคนี้ไม่ใช่แค่การมีลูกที่ลดลง แต่คือการเพิ่มขึ้นของความโสด” คำถามคืออะไรเป็นสาเหตุของการลดลง และทำไมถึงเกิดขึ้นในตอนนี้ การที่ปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้น ‘เกือบทุกที่’ พร้อมๆ กัน ชี้ให้เห็นว่ามีปัจจัยในระดับโลกที่ส่งผลกระทบมากกว่าปัจจัยเฉพาะของแต่ละประเทศ

 

การแพร่หลายของสมาร์ทโฟนและโซเชียลมีเดียเป็นหนึ่งในปัจจัยภายนอกที่เข้ามามีบทบาท ความแตกต่างทางภูมิศาสตร์ในการเพิ่มขึ้นของความโสดสอดคล้องกับการใช้อินเทอร์เน็ตบนมือถือ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้หญิงที่มีวิธีคิดในการเลือกคู่ครองเปลี่ยนไป สอดคล้องกับงานวิจัยที่แสดงให้เห็นว่าโซเชียลมีเดียช่วยให้ ‘ค่านิยมเสรี’ แพร่กระจายและส่งเสริมพลังของผู้หญิง

 

การลดลงของคู่รักพบมากที่สุดในยุโรป เอเชียตะวันออก และลาตินอเมริกา ตามมาด้วยตะวันออกกลางและแอฟริกา ความโสดนั้นยังคงหายากในเอเชียใต้ ซึ่งผู้หญิงเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้ ‘จำกัดกว่า’ แม้กลไกที่แท้จริงยังคงเป็นที่ถกเถียง แต่การแพร่หลายของความโสดและบทบาทในการทำให้อัตราการเกิดลดลงอย่างรวดเร็วแสดงให้เห็นว่า ในขณะที่แรงจูงใจทางการเงินและนโยบายอื่นๆ สามารถกระตุ้นอัตราการเกิดได้บ้าง แต่ก็กำลังเผชิญกับ ‘แรงต้าน’ จากกระแสสังคมและวัฒนธรรมที่แข็งแกร่งกว่ามาก นโยบายที่มุ่งเน้นการส่งเสริมการสร้างความสัมพันธ์อาจมีประสิทธิภาพมากกว่านโยบายที่มุ่งเน้นการช่วยเหลือคู่รักให้มีลูก โลกที่เต็มไปด้วยคนโสดอาจไม่ได้ดีหรือแย่ไปกว่าโลกที่เต็มไปด้วยคู่รักและครอบครัว

 

แต่มัน ‘แตกต่าง’ อย่างสิ้นเชิงจากสิ่งที่เคยเป็นมา ซึ่งส่งผลกระทบอย่างมากต่อสังคม เศรษฐกิจ และการเมือง ทำให้เกิดคำถามสำคัญว่า นี่คือสิ่งที่ผู้คนต้องการจริงๆ หรือไม่ ถ้าไม่ใช่ อะไรคือสิ่งที่ต้องเปลี่ยนแปลง

 

อ้างอิง:

The post ยุค ‘คนโสด’ ครองเมือง ปรากฏการณ์ใหม่ทำอัตราเกิดดิ่งเหว เมื่อคนใช้ชีวิตลำพังพุ่งสูงขึ้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
ได-ชุน คู่รักจาก The Boyfriend ปล่อยซิงเกิลแรกด้วยกันในชื่อ Last Person https://thestandard.co/daishun-the-boyfriend-first-single-last-person/ Wed, 08 Jan 2025 11:55:44 +0000 https://thestandard.co/?p=1028328 dai-chun-the-boyfriend-first-single-last-person

หลังจากที่คู่รัก ไดและชุน จากรายการ The Boyfriend เพิ่ง […]

The post ได-ชุน คู่รักจาก The Boyfriend ปล่อยซิงเกิลแรกด้วยกันในชื่อ Last Person appeared first on THE STANDARD.

]]>
dai-chun-the-boyfriend-first-single-last-person

หลังจากที่คู่รัก ไดและชุน จากรายการ The Boyfriend เพิ่งมีแฟนมีตติ้งในหลายๆ เมืองทั่วเอเชีย รวมทั้งประเทศไทย ไปไม่นานมานี้ วันนี้ (8 มกราคม) พวกเขาเพิ่งปล่อยซิงเกิลด้วยกันเป็นครั้งแรก กับเพลงที่มีชื่อว่า Last Person

 

ก่อนที่เพลงนี้จะปล่อยอย่างเป็นทางการ ในแฟนมีตติ้งที่ผ่านมาพวกเขาก็ได้ร้องเพลงนี้ให้กับแฟนๆ ฟังกันด้วยเป็นครั้งแรก และในช่วงวันคริสต์มาส ไดและชุนก็ยังโพสต์ข้อความผ่านโซเชียลมีเดียเกี่ยวกับการปล่อยซิงเกิลนี้อีกด้วยว่า “เรามีโอกาสประกาศข่าวนี้ในวันครบรอบ 1 ปี พวกเรามีความสุขมาก และอยากจะขอขอบคุณทุกๆ คนที่สนับสนุนไดและชุนด้วยความรัก การมีพวกคุณอยู่ข้างๆ นั้นเปรียบเสมือนพลังที่ทำให้พวกเราทำสิ่งต่างๆ ได้มากยิ่งขึ้น สุขสันต์วันคริสต์มาสนะ”

 

สำหรับเพลง Last Person เป็นซิงเกิลแนวบัลลาดสุดโรแมนติกที่พูดถึงความรักและความสัมพันธ์ของคนสองคนที่จะรักและสนับสนุนกันไปตลอดชีวิต ไม่ว่าอีกฝ่ายจะตัดสินใจทำอะไรพวกเขาก็จะอยู่เคียงข้างกันไปอย่างยาวนานจนเป็นคนสุดท้ายของกันและกัน

 

ภาพ: dainakai / Instagram

 

อ้างอิง:

The post ได-ชุน คู่รักจาก The Boyfriend ปล่อยซิงเกิลแรกด้วยกันในชื่อ Last Person appeared first on THE STANDARD.

]]>
คนอเมริกัน 51% ที่ยังไม่แต่งงาน เล็งย้ายเข้าไปอยู่กับคู่ของตัวเองเพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย https://thestandard.co/americans-cohabiting-to-save-costs/ Sat, 21 Dec 2024 04:02:08 +0000 https://thestandard.co/?p=1022000 americans-cohabiting-to-save-costs

Eharmony แอปหาคู่ของสหรัฐฯ เผยนิยามของการออกเดตในปี 202 […]

The post คนอเมริกัน 51% ที่ยังไม่แต่งงาน เล็งย้ายเข้าไปอยู่กับคู่ของตัวเองเพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย appeared first on THE STANDARD.

]]>
americans-cohabiting-to-save-costs

Eharmony แอปหาคู่ของสหรัฐฯ เผยนิยามของการออกเดตในปี 2025 ว่าจะเป็นปีแห่งการ ‘แหกกฎ’

 

หนึ่งในประเด็นร้อนของชีวิตคู่ที่เป็นเรื่องถกเถียงกันในสังคมก็คงจะหนีไม่พ้น ‘การอยู่ก่อนแต่ง’ แต่ Eharmony เผยว่า 51% ของชาวอเมริกันมีความเห็นว่า หากการย้ายเข้าไปใช้ชีวิตอยู่กับคนที่ตนเองไว้ใจก่อนที่จะมีพิธีสมรสกันอย่างเป็นทางการจะช่วยให้ตนประหยัดเงิน นั่นก็เป็นสิ่งที่คนกลุ่มนี้ยินดีจะทำ

 

CNBC อ้างอิงข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญทางการเงินว่า กฎทั่วไปของการใช้ชีวิตคือค่าใช้จ่ายด้านที่อยู่อาศัยไม่ควรมีสัดส่วนเกิน 30% ของรายได้ แต่ในปัจจุบันเงินที่คนอเมริกันหลายรายใช้จ่ายกับที่อยู่อาศัยมีอัตราส่วนเกิน 30%

 

เมื่อค่าใช้จ่ายเพิ่มสูง หากการย้ายเข้าไปใช้ชีวิตคู่ก่อนแต่งงานจะช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายได้ นั่นจึงเป็นเหตุผลสนับสนุนว่าทำไมชาวอเมริกันเกินครึ่งถึงเลือกทำเช่นนี้

 

อย่างไรก็ตาม Jessica Small นักให้คำปรึกษาด้านการแต่งงานและนักบำบัด ย้ำกับ CNBC ว่า การเลือกที่จะย้ายเข้าไปอยู่กับใครสักคนถือเป็นก้าวสำคัญ และไม่ควรตัดสินใจเพียงเพราะเหตุผลทางการเงิน

 

“ความสัมพันธ์จะเดินหน้าได้ดีที่สุดเมื่อมันเกิดจาก ‘ความต้องการ’ มากกว่า ‘ความจำเป็น’ ที่อาจต้องฝืน” Jessica กล่าว

 

คำถามที่ว่า ‘คู่ของคุณชอบใช้เงินไปกับมื้อเย็นหรูหราในคืนวันธรรมดามากกว่าคุณหรือเปล่า?’ หรือ ‘คุณทั้งคู่จะแบ่งค่าใช้จ่ายกันอย่างไร?’ เรื่องเหล่านี้ควรคุยกันให้ชัดเจนก่อนที่ทั้งคู่จะย้ายมาอยู่ด้วยกัน เพื่อให้เข้าใจความคาดหวังซึ่งกันและกัน

 

หลายครั้ง Jessica กล่าวว่า เรื่องสำคัญที่คนมักมองข้ามก่อนตัดสินใจคบหากันก็คือ การไม่คุยความคาดหวังของแต่ละฝ่ายตั้งแต่แรก และเมื่อย้ายมาอยู่ร่วมกันแล้ว หลายคู่ก็เกิดปัญหาความไม่ลงรอยกัน

 

“การถามคำถามเหล่านี้ด้วยกัน นั่นจะเปิดโอกาสให้ทั้งคู่มั่นใจได้ว่าทั้งสองฝ่ายมีความสอดคล้องกัน และมีความคาดหวังที่เข้าใจกัน” Jessica กล่าวทิ้งท้าย

 

อ้างอิง:

https://www.cnbc.com/2024/12/18/51percent-of-singles-would-fast-track-moving-in-with-a-partner-to-save-money.html

The post คนอเมริกัน 51% ที่ยังไม่แต่งงาน เล็งย้ายเข้าไปอยู่กับคู่ของตัวเองเพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย appeared first on THE STANDARD.

]]>
วิธีหยุดพฤติกรรม Micro-Cheating การนอกใจในรูปแบบเล็กๆ น้อยๆ https://thestandard.co/life/micro-cheating/ Mon, 25 Nov 2024 07:43:22 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1012517

ในยุคดิจิทัลที่การติดต่อสื่อสารเป็นไปอย่างง่ายดาย Micro […]

The post วิธีหยุดพฤติกรรม Micro-Cheating การนอกใจในรูปแบบเล็กๆ น้อยๆ appeared first on THE STANDARD.

]]>

ในยุคดิจิทัลที่การติดต่อสื่อสารเป็นไปอย่างง่ายดาย Micro-Cheating เป็นปัญหาที่แพร่หลายในความสัมพันธ์ของคู่รักจำนวนมาก Micro-Cheating เป็นคำที่ใช้เรียกพฤติกรรมที่อยู่บนเส้นบางๆ ระหว่างความสัมพันธ์ที่ซื่อสัตย์กับการนอกใจ พฤติกรรมเหล่านี้อาจดูเล็กน้อยหรือไม่ร้ายแรงนัก แต่ก็สามารถสร้างความไม่ไว้วางใจและความเจ็บปวดในความสัมพันธ์ได้ แม้จะไม่ใช่การนอกใจอย่างชัดเจน แต่การกระทำเหล่านี้สามารถทำลายความไว้วางใจและบั่นทอนความสัมพันธ์ได้อย่างค่อยเป็นค่อยไป

 

พฤติกรรม Micro-Cheating มีหลากหลายรูปแบบที่เราอาจพบเห็นในชีวิตประจำวัน เช่น การแอบคุยกับแฟนเก่าทางโซเชียลมีเดียโดยไม่ให้แฟนคนปัจจุบันรู้ การกดไลก์และคอมเมนต์ภาพคนที่เราสนใจอย่างสม่ำเสมอ หรือการเก็บเบอร์โทรศัพท์คนที่เราแอบชอบไว้ในแอ็กเคานต์หลุมหรือชื่อปลอม บางคนอาจพูดโกหกเล็กๆ น้อยๆ เกี่ยวกับการติดต่อกับคนอื่น หรือแชตหยอกล้อกับเพื่อนต่างเพศในเชิงชู้สาว พฤติกรรมเหล่านี้แม้จะดูไม่รุนแรง แต่ก็สามารถสร้างรอยร้าวในความสัมพันธ์ได้ 

 


 

สาเหตุของ Micro-Cheating

 

สาเหตุอาจเกิดจากหลายปัจจัย เช่น ความต้องการที่จะยืนยันว่าตัวเองยังมีเสน่ห์และน่าดึงดูดเป็นหนึ่งในสาเหตุหลัก บางครั้งความเบื่อหน่ายในความสัมพันธ์อาจผลักดันให้เราแสวงหาความตื่นเต้นจากที่อื่น ความไม่มั่นคงในตัวเองก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้เราต้องการการยอมรับจากคนอื่นเพื่อเติมเต็มความรู้สึกขาด และบ่อยครั้งที่เราเลือกหนีปัญหาด้วยการหาความสนใจจากที่อื่น แทนที่จะเผชิญหน้ากับปัญหาในความสัมพันธ์

 

วิธีหยุดพฤติกรรม Micro-Cheating

 

การจะหยุดพฤติกรรม Micro-Cheating ได้นั้นเราต้องเริ่มจากการตระหนักรู้และยอมรับในสิ่งที่เราทำ การสังเกตพฤติกรรมของตัวเองและยอมรับว่าสิ่งที่ทำอยู่อาจเป็นการทำลายความสัมพันธ์เป็นก้าวแรกที่สำคัญ เราต้องเข้าใจว่าความสุขชั่วครู่นั้นไม่คุ้มค่ากับความไว้วางใจที่อาจสูญเสียไป

 

การสื่อสารกับคู่รักอย่างเปิดเผยเป็นกุญแจสำคัญในการแก้ปัญหา การพูดคุยถึงความรู้สึกและความต้องการที่ยังไม่ได้รับการตอบสนอง การกำหนดขอบเขตที่ชัดเจนร่วมกัน และการรับฟังความรู้สึกของอีกฝ่ายอย่างจริงใจ จะช่วยสร้างความเข้าใจและความไว้วางใจระหว่างกัน

 

การสร้างความตื่นเต้นในความสัมพันธ์ก็เป็นสิ่งสำคัญ แทนที่จะหาความตื่นเต้นจากภายนอก เราควรหากิจกรรมใหม่ๆ ทำร่วมกัน สร้างโมเมนต์พิเศษในชีวิตประจำวันและให้ความสนใจชื่นชมคู่รักอย่างสม่ำเสมอ การพัฒนาตนเองก็เป็นส่วนสำคัญ เราต้องทำความเข้าใจความต้องการที่แท้จริงของตัวเอง หาวิธีเพิ่มความมั่นใจโดยไม่ต้องพึ่งการยอมรับจากคนอื่นและเรียนรู้ที่จะมีความสุขกับปัจจุบันขณะ

 

การรักษาความสัมพันธ์ให้ยั่งยืนนั้นต้องอาศัยความไว้วางใจ ความโปร่งใส และความซื่อสัตย์ เป็นรากฐาน การเคารพขอบเขตและข้อตกลงในความสัมพันธ์ รวมถึงการใส่ใจความรู้สึกของคู่รักก่อนจะทำอะไรที่อาจกระทบกระเทือนจิตใจ เป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญ

 

ท้ายที่สุดการเอาชนะ Micro-Cheating ไม่ใช่เพียงแค่การควบคุมพฤติกรรมเท่านั้น แต่เป็นการพัฒนาความสัมพันธ์ให้แข็งแกร่งขึ้น เมื่อเราตระหนักถึงคุณค่าของความไว้วางใจและความรักที่แท้จริง เราจะพบว่าความสุขที่ยั่งยืนนั้นเกิดจากการรักษาและพัฒนาความสัมพันธ์ที่มีอยู่ ไม่ใช่การแสวงหาความตื่นเต้นชั่วครู่จากที่อื่น

The post วิธีหยุดพฤติกรรม Micro-Cheating การนอกใจในรูปแบบเล็กๆ น้อยๆ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทะเลาะกันแล้วเงียบ ตกลงเป็นวิธีที่ดีหรือทำลาย? https://thestandard.co/life/silent-treatment-in-relationships/ Wed, 20 Nov 2024 09:13:47 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1010773

คู่รักล้วนมีวันที่ดีและมีวันที่เผลอร้ายใส่กัน โดยเฉพาะใ […]

The post ทะเลาะกันแล้วเงียบ ตกลงเป็นวิธีที่ดีหรือทำลาย? appeared first on THE STANDARD.

]]>

คู่รักล้วนมีวันที่ดีและมีวันที่เผลอร้ายใส่กัน โดยเฉพาะในสถานการณ์ทะเลาะกันบางคนเลือกที่จะเงียบ จากการศึกษาของ Dr.John Gottman ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาความสัมพันธ์พบว่า “การเงียบในยามขัดแย้งมีได้ทั้งด้านบวกและลบ ขึ้นอยู่กับวิธีการและจุดประสงค์ของการเงียบนั้น”

 

หลายคนเลือกที่จะเงียบเพื่อ Time out ให้ตัวเอง นี่เป็นการเงียบที่สร้างสรรค์ เพราะเป็นการขอเวลาสงบสติอารมณ์ ทบทวนความคิด และจัดการกับความรู้สึกของตัวเอง แต่สิ่งสำคัญคือต้องบอกคู่สนทนาว่าเราต้องการเวลา และควรกำหนดระยะเวลาที่ชัดเจน เช่น 30 นาที เพื่อไม่ให้อีกฝ่ายรู้สึกถูกทอดทิ้งหรือกังวล แต่ในทางกลับกันการเงียบก็อาจกลายเป็นอาวุธทำร้ายความสัมพันธ์ได้เช่นกัน

 


 

ความอันตรายของการสร้างกำแพงด้วยความเงียบ

 

การ Stonewalling หรือการสร้างกำแพงด้วยความเงียบ ซึ่งเป็นการปฏิเสธการสื่อสารโดยสิ้นเชิง หรือ Silent Treatment การเงียบเพื่อลงโทษอีกฝ่าย พฤติกรรมเหล่านี้สามารถสร้างความเจ็บปวดและทำลายความไว้วางใจในความสัมพันธ์ได้อย่างรุนแรง

 

จะรู้ได้อย่างไรว่าเงียบแล้วจะนำไปสู่ด้านบวกหรือลบ

 

สังเกตได้จากพฤติกรรมและผลลัพธ์ การเงียบที่ดีจะนำไปสู่การสื่อสารที่ดีขึ้น มีการกลับมาพูดคุยกันอย่างสร้างสรรค์ ใช้ I message ที่บอกความรู้สึกของตัวเอง แทนที่จะกล่าวโทษอีกฝ่าย

 

ยกตัวอย่างเช่น

 

สมมติว่าแฟนกลับบ้านดึก

❌ แบบกล่าวโทษ: “เธอทำตัวแย่มาก ไม่เคยคิดถึงใจคนรออยู่ที่บ้านเลย”

✅ แบบ I message: “ถ้าเธอกลับดึกดื่นแบบนี้อยากให้บอกล่วงหน้าหน่อยนะ เพราะรู้สึกไม่สบายใจและเป็นห่วง”

 

สมมติว่าแฟนลืมวันสำคัญ

❌ แบบกล่าวโทษ: “สมองจำอะไรไม่ได้เลยนะ! วันสำคัญทั้งทีกลับลืมเฉย ใจร้ายมากๆ”

✅ แบบ I message: “วันนี้เป็นวันครบรอบนะ เรารู้สึกเสียใจที่ไม่ได้ฉลองด้วยกัน หวังว่าครั้งหน้าจะได้ฉลองวันสำคัญนี้ด้วยกันนะ”

 

คู่ความสัมพันธ์ที่ดีควรตกลงกติกาการทะเลาะไว้ล่วงหน้า รวมถึงวิธีจัดการกับช่วงเวลาที่ต้องการความเงียบ เมื่อฝ่ายหนึ่งขอเวลา อีกฝ่ายควรให้เกียรติและเคารพการตัดสินใจนั้นโดยไม่กดดันให้พูดคุยทันที รอจนกว่าทั้งสองฝ่ายพร้อมที่จะสื่อสารอย่างสร้างสรรค์

 

จริงๆ แล้วเราอยากบอกว่าการเงียบก็ไม่ได้เลวร้ายเสมอไป หากเงียบพอดี มีขอบเขต และมีเป้าหมายที่ชัดเจน ก็สามารถเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้คู่ความสัมพันธ์เข้าใจกันมากขึ้น แต่ถ้าใช้การเงียบเป็นอาวุธหรือหลบหนีปัญหา ก็อาจกลายเป็นตัวทำลายความสัมพันธ์ในระยะยาวได้ ดังนั้นเมื่อเกิดความขัดแย้ง ลองถามตัวเองก่อนว่าเราเงียบเพื่ออะไร และการเงียบของเราจะนำไปสู่การแก้ปัญหาหรือสร้างปัญหาเพิ่ม

 

The post ทะเลาะกันแล้วเงียบ ตกลงเป็นวิธีที่ดีหรือทำลาย? appeared first on THE STANDARD.

]]>
รักแท้…ไม่แพ้คำว่าเลิก แต่จะทำอย่างไรให้รักเราผ่านพ้นทุกอุปสรรค? https://thestandard.co/life/true-love-overcoming-obstacles/ Wed, 13 Nov 2024 07:49:11 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1008109 รักแท้...ไม่แพ้คำว่าเลิก

ความรักของหลายๆ คู่ อาจดูเหมือนเข้าสู่สภาวะเปราะบางกว่า […]

The post รักแท้…ไม่แพ้คำว่าเลิก แต่จะทำอย่างไรให้รักเราผ่านพ้นทุกอุปสรรค? appeared first on THE STANDARD.

]]>
รักแท้...ไม่แพ้คำว่าเลิก

ความรักของหลายๆ คู่ อาจดูเหมือนเข้าสู่สภาวะเปราะบางกว่าที่เคย บางคู่อาจทำให้เพื่อนๆ เบื่อหน่ายกับปัญหารักๆ เลิกๆ ที่เกิดขึ้นวนลูปจนเพื่อนๆ ขี้เกียจจะปลอบหรือให้คำปรึกษาแล้ว เมื่อคำว่า ‘เลิก’ กลายเป็นทางออกง่ายๆ ของคู่รักมากมาย แต่อยากให้คงความเชื่อมั่นเอาไว้ว่ายังมีหนทางที่รักแท้จะเกิดขึ้นได้ หากคนสองคนยังคงยืนหยัดท้าทายกาลเวลาและอุปสรรคทั้งปวงด้วยการเกาให้ตรงจุดที่คัน ปัญหารักๆ เลิกๆ เหล่านั้นอาจได้รับการแก้ไขอย่างถูกต้อง และนำไปสู่รักแท้ที่ยั่งยืนและมีความสุขร่วมกันได้ทุกฝ่าย 

 

ทำไมทะเลาะแล้วต้องบอกเลิก?


ในยุคปัจจุบัน คำว่า ‘เลิกกัน’ ดูเหมือนจะกลายเป็นทางออกที่ง่ายที่สุดสำหรับคู่รักจำนวนมาก สาเหตุสำคัญมาจากการเปลี่ยนแปลงของค่านิยมและวิถีชีวิตในสังคมยุคใหม่ เมื่อความอดทนลดน้อยลง แต่ทางเลือกในชีวิตมีมากขึ้น คนรุ่นใหม่จึงมักเลือกยุติความสัมพันธ์เมื่อเจอปัญหาที่ดูเหมือนจะแก้ไขได้ยาก แต่นั่นอาจไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ตรงจุดเสมอไป


ความขัดแย้งคือบททดสอบ

 

ความขัดแย้งของคู่รักแต่ละคู่เปรียบเสมือนสงครามที่ต้องใช้ทั้งกลยุทธ์และความอดทนในการฝ่าฟัน ความสำเร็จเริ่มต้นจากการรู้เท่าทันศัตรู เข้าใจว่าความขัดแย้งมักเกิดจากความเข้าใจผิด การสื่อสารที่ไม่ชัดเจน และความคาดหวังที่แตกต่าง การใช้อาวุธแห่งการเยียวยา ทั้งการรับฟังอย่างตั้งใจ การเห็นอกเห็นใจ และการให้อภัย คือเครื่องมือสำคัญในการสร้างสันติภาพ กลยุทธ์การรบที่ชาญฉลาดคือการเลือกเวลาและสถานที่ที่เหมาะสมในการพูดคุย การใช้ภาษาที่สร้างสรรค์ และการหลีกเลี่ยงการโจมตีกันและกัน 

 

ดับไฟความขัดแย้ง ฟื้นฟูความสัมพันธ์

 

เมื่อไรก็ตามที่ความสัมพันธ์เข้าสู่ภาวะวิกฤต การดับไฟแห่งความขัดแย้งต้องทำอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ เริ่มจากการตามหาสาเหตุที่แท้จริงของปัญหาว่าต้นตอคืออะไร แยกแยะระหว่างอารมณ์ชั่ววูบและปัญหาที่แท้จริง พร้อมทั้งยอมรับความผิดพลาดของตนเอง

 

การดับไฟอย่างชาญฉลาดนั้นต้องรู้จักหยุดพักการสื่อสารเมื่อจำเป็น แต่ไม่ทิ้งปัญหาให้ค้างคา ใช้คำพูดที่สร้างสรรค์แทนการกล่าวโทษ และสร้างพื้นที่ปลอดภัยสำหรับการพูดคุย การป้องกันไฟลุกลามทำได้ด้วยการพัฒนาทักษะการสื่อสารอย่างสม่ำเสมอ สร้างกิจกรรมร่วมกันเพื่อเสริมสร้างความผูกพัน และเรียนรู้จากความขัดแย้งในอดีต

 

ช่วยกันรับมือความท้าทายในยุคดิจิทัล

 

ยุคสมัยที่เปลี่ยนไปนำมาซึ่งความท้าทายใหม่ๆ สำหรับคู่รัก การจัดการพื้นที่ส่วนตัวกลายเป็นเรื่องสำคัญ คู่รักต้องรู้จักกำหนดขอบเขตการแชร์เรื่องราวความสัมพันธ์บนโซเชียลมีเดีย เคารพความเป็นส่วนตัวของกันและกัน และไม่ใช้โซเชียลมีเดียเป็นเวทีระบายความไม่พอใจ การรักษาสมดุลระหว่างโลกออนไลน์และออฟไลน์เป็นสิ่งจำเป็น คู่รักควรแบ่งเวลาระหว่างการใช้โซเชียลมีเดียและการใช้เวลาร่วมกันอย่างเหมาะสม 

 

รักแท้คือการเลือกที่จะรักกันทุกวัน

 

รักแท้ไม่ได้หมายถึงความสมบูรณ์แบบ แต่คือการเลือกที่จะอยู่เคียงข้างกันแม้ในวันที่ยากลำบาก การสร้างความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งต้องอาศัยความมุ่งมั่นในการเลือกที่จะรักและให้อภัยกันทุกวัน ต้องเรียนรู้เพื่อพัฒนาและปรับตัวไปพร้อมกัน และต้องเข้าใจว่าความรักต้องผ่านการทดสอบและการเติบโต

อย่าลืมว่ารักแท้ไม่ใช่เพียงความรู้สึก แต่คือการกระทำที่แสดงออกถึงความมุ่งมั่นที่จะฝ่าฟันทุกอุปสรรคไปด้วยกัน ไม่ว่าจะเจอปัญหาหรืออุปสรรคใดๆ รักแท้จะยืนหยัดและแข็งแกร่งกว่าคำว่า ‘เลิก’ เสมอ 

 

คำว่า เลิกกัน

 

 

 

 

 

 

The post รักแท้…ไม่แพ้คำว่าเลิก แต่จะทำอย่างไรให้รักเราผ่านพ้นทุกอุปสรรค? appeared first on THE STANDARD.

]]>