คุณสมบัตินักการเมือง Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/คุณสมบัตินักการเมือง/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Fri, 06 Sep 2024 08:25:46 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 สนธิญาร้องอัยการสูงสุดสอบจริยธรรมนายกฯ ปมแต่งตั้ง ‘เฉลิมชัย-เดชอิศม์’ เป็นรัฐมนตรี อนาคตร้องเพิ่ม กลุ่มคนที่เข้าพบทักษิณ https://thestandard.co/sonthiya-pm-paetongtarn-ethics/ Fri, 06 Sep 2024 08:25:46 +0000 https://thestandard.co/?p=980396

วันนี้ (6 กันยายน) ที่สำนักงานอัยการสูงสุด สนธิญา สวัสด […]

The post สนธิญาร้องอัยการสูงสุดสอบจริยธรรมนายกฯ ปมแต่งตั้ง ‘เฉลิมชัย-เดชอิศม์’ เป็นรัฐมนตรี อนาคตร้องเพิ่ม กลุ่มคนที่เข้าพบทักษิณ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (6 กันยายน) ที่สำนักงานอัยการสูงสุด สนธิญา สวัสดี ยื่นหนังสือขอให้ตรวจสอบคุณสมบัติรัฐมนตรี ประเด็นความซื่อสัตย์สุจริตและการฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรงต่อบุคคล 3 คนคือ เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, เดชอิศม์ ขาวทอง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข และ แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กรณีที่แต่งตั้ง 2 บุคคลข้างต้นเป็นรัฐมนตรี 

 

สนธิญาระบุถึงคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2567 กรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ เศรษฐา ทวีสิน พ้นจากตำแหน่ง มาเป็นบรรทัดฐานในการยื่นเรื่องวันนี้ โดยมองว่าพฤติกรรมของเฉลิมชัยและเดชอิศม์ขาดคุณธรรมและความสุจริตเป็นที่ประจักษ์ เช่น กรณีที่เคยพูดว่า ถ้าไม่ได้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) เกิน 52 คน จะไม่รับตำแหน่งทางการเมือง แต่สุดท้ายก็ผิดสัญญาประชาคม, กรณีที่ดินภาษีบำรุงท้องที่ (ภ.บ.ท.5) ที่ไม่ได้ยื่นบัญชีทรัพย์สินต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (คณะกรรมการ ป.ป.ช.), การไปพบ ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ต่างประเทศขณะที่ทักษิณยังเป็นผู้ต้องหา และอื่นๆ สนธิญามองว่าเป็นสิ่งที่วิญญูชนรับรู้ จึงมายื่นร้องสอบทั้ง 3 คน

 

สนธิญากล่าวว่า การมายื่นเรื่องร้องเรียนในวันนี้ไม่ได้ถูกจ้างมา และไม่ได้กลั่นแกล้งใคร แต่มีความเป็นห่วงแพทองธาร โดยหลังจากนี้ยังมีอีกหลายเรื่องที่ตนเองพิจารณาข้อมูลอยู่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่หัวหน้าพรรคต่างๆ ไปพบทักษิณที่บ้านจันทร์ส่องหล้า และเรื่องสนามกอล์ฟอัลไพน์ ที่อาจจะมายื่นเรื่องร้องสอบในอนาคต

The post สนธิญาร้องอัยการสูงสุดสอบจริยธรรมนายกฯ ปมแต่งตั้ง ‘เฉลิมชัย-เดชอิศม์’ เป็นรัฐมนตรี อนาคตร้องเพิ่ม กลุ่มคนที่เข้าพบทักษิณ appeared first on THE STANDARD.

]]>
สว. นันทนา มองการตรวจสอบจริยธรรมไม่ควรเป็นตัวชี้วัดเดียว เสนอลดอำนาจศาลรัฐธรรมนูญที่ล้นเกิน https://thestandard.co/nantana-senate-ethics-probe/ Mon, 02 Sep 2024 07:21:22 +0000 https://thestandard.co/?p=978442

วันนี้ (2 กันยายน) ที่อาคารรัฐสภา นันทนา นันทวโรภาส สมา […]

The post สว. นันทนา มองการตรวจสอบจริยธรรมไม่ควรเป็นตัวชี้วัดเดียว เสนอลดอำนาจศาลรัฐธรรมนูญที่ล้นเกิน appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (2 กันยายน) ที่อาคารรัฐสภา นันทนา นันทวโรภาส สมาชิกวุฒิสภา กล่าวถึงกรณีที่อดีต สว. ตั้งข้อสังเกตว่า ว่าที่รัฐมนตรี 11 คน อาจมีปัญหาเรื่องคุณสมบัติ เนื่องจากมีคดีอยู่ในองค์กรอิสระ โดยระบุว่า การตรวจสอบคุณสมบัติผู้มาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีเป็นเรื่องที่ต้องตรวจสอบอย่างเข้มข้น เพราะจากประสบการณ์ที่เห็น ตั้งพลาดเพียงคนเดียวอาจหมายถึงผู้ที่แต่งตั้งจะต้องพ้นจากตำแหน่ง

 

นันทนาเห็นว่าตรงนี้เป็นปัญหาในเชิงโครงสร้างอย่างมาก เพราะองค์กรอิสระมีอำนาจกว้างขวางและล้นเกินฝ่ายบริหาร สามารถปลดผู้นำสูงสุดของรัฐบาลได้ รวมถึงยังล้นเกินมาถึงฝ่ายนิติบัญญัติ สามารถยุบพรรคการเมืองได้ ดังนั้นทางแก้คือยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ให้จำกัดขอบเขตขององค์กรอิสระไม่ให้มีอำนาจล้นเกิน และยึดหลักการคานอำนาจระหว่างกัน การคานและถ่วงดุลอำนาจซึ่งกันและกัน

 

ส่วนบทบัญญัติในขณะนี้ทำให้ประเทศเดินหน้าต่อไปไม่ได้ใช่หรือไม่ นันทนากล่าวว่า เป็นเรื่องที่ลำบาก เพราะความจริงเรื่องจริยธรรมเป็นการตรวจสอบบุคคลในสาขาอาชีพของตัวเอง ซึ่งโทษจะเป็นไปอย่างเหมาะสม แต่โทษผิดจริยธรรมร้ายแรงที่ถึงขั้นตัดสิทธิตลอดชีวิตตามรัฐธรรมนูญ หรือเรียกว่าใบดำนั้น ส่วนตัวยังสงสัยว่าได้สัดส่วนกับความผิดหรือสิ่งที่ถูกตีความว่าเป็นจริยธรรมที่ผิดพลาดไปหรือไม่ จึงเห็นว่าเป็นเรื่องที่ควรต้องหันกลับมาทบทวน โดยเฉพาะเรื่องโทษให้เป็นไปตามสัดส่วนที่เหมาะสม

 

“ความจริงแล้วเรื่องคุณสมบัติของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เราก็อยากได้คนที่มีประวัติที่สะอาด ซื่อสัตย์สุจริต พร้อมๆ กับคุณสมบัติด้านอื่น เช่น ความรู้ ความสามารถ และศักยภาพด้านต่างๆ แต่ไม่ใช่การตรวจสอบภูมิหลังแล้วนำมาเป็นดัชนีชี้วัดเพียงตัวเดียวในการขึ้นดำรงตำแหน่ง ถ้าเป็นเช่นนี้หมายความว่าคนที่จะขึ้นดำรงตำแหน่งคงต้องฟูมฟักกันตั้งแต่เกิด คุณสมบัติไม่ด่างพร้อยหรือมีอะไรเสียหาย”

 

นันทนากล่าวต่อไปว่า การวินิจฉัยแบบนี้และบทลงโทษถือว่าไม่ได้สัดส่วน ไม่ควรย้อนพฤติกรรมในอดีตมาชี้ว่ามีพฤติกรรมผิดจริยธรรมร้ายแรง ควรต้องปรับปรุงแก้ไขให้เหมาะสมและได้สัดส่วน แต่ยอมรับว่าควรต้องมีบทบัญญัติจริยธรรม จะบอกว่าไม่สนใจเรื่องนี้ก็ไม่ได้ ไม่ควรตรวจสอบเฉพาะเรื่องเล็กน้อย

 

เมื่อสื่อมวลชนถามถึงกรณีของ พิชิต ชื่นบาน ถือว่าเล็กน้อยหรือไม่ นันทนากล่าวว่า กรณีของพิชิตเป็นตัวอย่างหนึ่งที่หัวหน้ารัฐบาลมองว่าอาจไม่ร้ายแรงที่จะตั้งเข้ามาได้ หรือกรณีของนักการเมืองอีกหลายคนที่ถูกตัดสิทธิทางการเมืองตลอดชีวิตด้วยเหตุการณ์ที่ทำมาในอดีตและไม่ได้สัมพันธ์กับสิ่งที่เป็นการกระทำในปัจจุบัน ส่วนตัวคิดว่าไม่เป็นธรรมกับผู้ที่ได้รับโทษนั้น

The post สว. นันทนา มองการตรวจสอบจริยธรรมไม่ควรเป็นตัวชี้วัดเดียว เสนอลดอำนาจศาลรัฐธรรมนูญที่ล้นเกิน appeared first on THE STANDARD.

]]>
เรืองไกรขอแพทองธารโชว์ใบลาออกกรรมการบริษัท 20 แห่ง พิสูจน์ลาออกก่อนรับตำแหน่งนายกฯ จริงหรือไม่ https://thestandard.co/ruangkrai-asks-paetongtarn-to-show-her-resignation/ Sat, 31 Aug 2024 02:38:12 +0000 https://thestandard.co/?p=977857

วานนี้ (30 สิงหาคม) เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ เปิดเผยว่า ส่งห […]

The post เรืองไกรขอแพทองธารโชว์ใบลาออกกรรมการบริษัท 20 แห่ง พิสูจน์ลาออกก่อนรับตำแหน่งนายกฯ จริงหรือไม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วานนี้ (30 สิงหาคม) เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ เปิดเผยว่า ส่งหนังสือทางไปรษณีย์ถึงแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เพื่อขอให้แสดงหลักฐานต่อสาธารณะเกี่ยวกับการลาออกจากกรรมการบริษัทต่างๆ รวม 20 บริษัท เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2567 ก่อนได้รับโปรดเกล้าฯ เป็นนายกรัฐมนตรี

 

เรืองไกรกล่าวว่า การทำหนังสือมีเหตุมาจากที่นายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์ต่อผู้สื่อข่าวเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม ระบุว่าลาออกจากกรรมการบริษัทในเครือชินวัตรจำนวน 21 บริษัทนั้น แพทองธารลงนามในหนังสือลาออกจริงหรือไม่ มีสำเนาใบลาออกที่ลงรับรองโดยแต่ละบริษัทถูกต้องตามวันและเวลาหรือไม่

 

เรืองไกรกล่าวอีกว่า ตนจึงขอคัดเอกสารจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้ามาตรวจดู พบว่าแพทองธารลาออกจากกรรมการบริษัทต่างๆ รวม 20 บริษัท ซึ่งทั้งหมดไปจดทะเบียนวันที่ 19 สิงหาคม 2567 ระบุตรงกันว่า ให้แก้ไขเพิ่มเติมจำนวนกรรมการของบริษัทเป็นดังนี้ กรรมการออกจากตำแหน่ง 1 คน คือ แพทองธาร ชินวัตร และในแบบคำรับรองการจดทะเบียนบริษัทจำกัด ระบุว่า มีหนังสือลาออกจากตำแหน่งกรรมการของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร ลงวันที่ 15 สิงหาคม 2567 โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 15 สิงหาคม 2567 บริษัทได้รับเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2567

 

เรืองไกรกล่าวว่า บริษัททั้ง 20 แห่งมีที่ตั้งสำนักงานใหญ่ต่างกัน คือมี 14 บริษัทตั้งอยู่ในกรุงเทพมหานคร, มี 2 บริษัทตั้งอยู่ในจังหวัดปทุมธานี, มี 1 บริษัทตั้งอยู่ในจังหวัดนครราชสีมา และมี 3 บริษัทตั้งอยู่ในจังหวัดลำพูน

 

เรืองไกรกล่าวว่า การไปจดทะเบียนว่าบริษัททั้ง 20 แห่งได้รับหนังสือลาออกในวันเดียวกัน คือวันที่ 15 สิงหาคมนั้นน่าสงสัยว่า หนังสือลาออกที่แต่ละบริษัทระบุว่าได้รับเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2567 จริงหรือไม่ เหตุใดจึงไปจดทะเบียนวันที่ 19 สิงหาคม 2567 จึงขอให้นายกรัฐมนตรีสั่งการให้ทีมกฎหมายนำเอกสารออกมาโชว์หรือแสดงต่อสาธารณะ เพื่อให้แน่ใจว่ามีการลาออกจริงตามวันเวลาดังกล่าว และสามารถใช้เป็นหลักฐานยืนยันต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตามที่ได้มีการยื่นตรวจสอบไปแล้วด้วย

 

หากการลาออกถูกต้องตามวันเวลาดังกล่าวจริง ก็ไม่มีปัญหาต่อการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี แต่หากการลาออกมีการทำเอกสารย้อนหลัง หรือลาออกจริงหลังจากวันที่ดำรงตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรีแล้วก็อาจมีประเด็นให้ กกต. ตรวจสอบว่าความเป็นนายกรัฐมนตรีจะต้องสิ้นสุดลงเฉพาะตามรัฐธรรมนูญมาตรา 170 (5) ประกอบมาตรา 187 หรือไม่

 

‘ศักดิ์สยาม’ หลุดจากตำแหน่ง เพราะถือครองหุ้นบุรีเจริญคอนสตรัคชั่น

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศาลรัฐธรรมนูญเคยตัดสินให้ความเป็นรัฐมนตรีของศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ขณะนั้น สิ้นสุดลงตามมาตรา 170 (5) ประกอบมาตรา 187 จากกรณียังคงไว้ซึ่งหุ้นส่วน เป็นผู้ถือหุ้น และเป็นเจ้าของห้างหุ้นส่วนจำกัด บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น

 

ทำให้เข้าไปเกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการหุ้น หรือกิจการของห้างหุ้นส่วน เป็นการกระทำต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญมาตรา 187 ประกอบพระราชบัญญัติการจัดการหุ้นส่วนและหุ้นของรัฐมนตรี มาตรา 4 (1)

The post เรืองไกรขอแพทองธารโชว์ใบลาออกกรรมการบริษัท 20 แห่ง พิสูจน์ลาออกก่อนรับตำแหน่งนายกฯ จริงหรือไม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
สมศักดิ์ระบุ บรรทัดฐานรัฐมนตรีต้องเข้มแข็งขึ้น หลังบอบช้ำจากยุคเศรษฐา ส่วนตัวยังตอบไม่ได้ จะได้เป็น รมต. สมัยที่ 17 หรือไม่ https://thestandard.co/ministerial-norms-must-be-strengthened/ Tue, 20 Aug 2024 03:25:03 +0000 https://thestandard.co/?p=972989

วันนี้ (20 สิงหาคม) ที่ทำเนียบรัฐบาล สมศักดิ์ เทพสุทิน […]

The post สมศักดิ์ระบุ บรรทัดฐานรัฐมนตรีต้องเข้มแข็งขึ้น หลังบอบช้ำจากยุคเศรษฐา ส่วนตัวยังตอบไม่ได้ จะได้เป็น รมต. สมัยที่ 17 หรือไม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (20 สิงหาคม) ที่ทำเนียบรัฐบาล สมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงการตรวจสอบคุณสมบัติรัฐมนตรีที่จากนี้จะมีความเข้มข้นขึ้นว่า มาตรฐานคุณสมบัติผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่ได้ใช้ไปกับเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นความบอบช้ำที่เห็นได้ชัดเจนแล้ว การที่จะนำมาตรฐานนั้นมาปรับใช้ในครั้งต่อๆ ไป ก็ต้องเป็นไปตามบรรทัดฐาน ซึ่งต้องยอมรับว่าอาจมีความบอบช้ำเกิดขึ้นอีกบ้าง แต่บรรทัดฐานใหม่นี้ต้องยอมรับกันให้ได้ เนื่องจากบ้านเมืองถูกเปลี่ยนแปลงในแง่ของกฎหมายที่ถูกนำมาใช้อย่างแข็งแรงขึ้น ดังนั้นทุกฝ่ายต้องปรับให้ได้

 

ส่วนรัฐมนตรีหลายคนที่อยู่ในคณะรัฐมนตรีเดิมจะต้องถูกตรวจสอบคุณสมบัติและอาจไม่ได้กลับเข้ามาในคณะรัฐมนตรีใหม่ จะกลายเป็นความขัดแย้งระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่ สมศักดิ์มองว่าน่าจะไม่มีเรื่องของความขัดแย้ง แต่ต้องยอมรับผลกระทบที่เกิดขึ้นให้ได้ เพราะประเทศต้องก้าวเดินไป บ้านเมืองมีการเปลี่ยนแปลงในนวัตกรรมใหม่ๆ

 

เมื่อถามถึงสัดส่วนรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย สมศักดิ์กล่าวว่า ตนเห็นจากข่าว ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรี ให้ส่งรายชื่อภายในวันนี้ ส่วนตนจะได้ไปต่อในสมัยที่ 17 หรือไม่ ยังไม่กล้าตอบอะไร

 

ผู้สื่อข่าวจึงถามทิ้งท้ายว่า ได้กรอกคุณสมบัติรัฐมนตรีแล้วหรือไม่ สมศักดิ์ยิ้ม พร้อมตอบว่า “ยังครับ”

The post สมศักดิ์ระบุ บรรทัดฐานรัฐมนตรีต้องเข้มแข็งขึ้น หลังบอบช้ำจากยุคเศรษฐา ส่วนตัวยังตอบไม่ได้ จะได้เป็น รมต. สมัยที่ 17 หรือไม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
สมชายยืนยัน เชื่อมั่นในหลักนิติรัฐ นิติธรรม ‘เศรษฐา-พิชิต’ ขาดคุณสมบัติรัฐมนตรี น้อมรับทุกคำวินิจฉัยของศาล https://thestandard.co/somchai-believes-in-the-rule-of-law-and-justice/ Wed, 14 Aug 2024 05:01:56 +0000 https://thestandard.co/?p=970784

วันนี้ (14 สิงหาคม) สมชาย แสวงการ อดีตสมาชิกวุฒิสภา (สว […]

The post สมชายยืนยัน เชื่อมั่นในหลักนิติรัฐ นิติธรรม ‘เศรษฐา-พิชิต’ ขาดคุณสมบัติรัฐมนตรี น้อมรับทุกคำวินิจฉัยของศาล appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (14 สิงหาคม) สมชาย แสวงการ อดีตสมาชิกวุฒิสภา (สว.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุถึงกรณีที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญออกนั่งบัลลังก์อ่านคำวินิจฉัยคดีถอดถอน เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี กรณีแต่งตั้ง พิชิต ชื่นบาน เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีว่า

 

 “นักวิเคราะห์การเมือง สื่อมวลชน ประชาชน สงสัยว่าคดีวันนี้ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยอย่างไร คุณเศรษฐาจะรอดหรือร่วง คาดเดาต่างๆ นานานั้น

 

“ผมและอดีตสมาชิกวุฒิสภาอีก 2 ท่าน ได้รับอนุญาตจากท่านประธานศาลรัฐธรรมนูญให้เข้ารับฟังคำแถลงเวลา 15.00 น. วันนี้ และในฐานะผู้แทนอดีตสมาชิกวุฒิสภา 40 คนที่ได้เข้าชื่อร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ

 

“ขอเรียนว่าได้ยื่นร้องขอให้ถอดถอน เศรษฐา ทวีสิน และ พิชิต ชื่นบาน ให้พ้นจากความเป็นรัฐมนตรี ด้วยคำร้องที่ระบุถึงข้อกฎหมายและข้อเท็จจริง ประกอบด้วยเอกสารพยานหลักฐาน

 

“รวมถึงความชัดเจนในความมุ่งหมายของรัฐธรรมนูญ 2560 ว่าคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ 2560 นี้ถูกกำหนดให้มีมากขึ้นมากกว่าคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้สมัครรับเลือกเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

 

“โดยต้องมีเพิ่มขึ้นมากกว่า คือต้องมีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ และไม่มีพฤติกรรมเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง

 

“ในฐานะผู้ร้องจึงยืนยันด้วยความเชื่อมั่นในหลักกฎหมายตามหลักนิติรัฐ นิติธรรม ว่าผู้ถูกร้องทั้งสองขาดคุณสมบัติและมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 160 (4) (5) ชัดเจน จึงขอให้ศาลวินิจฉัยให้พ้นจากความเป็นรัฐมนตรีครับ

 

“พวกเราทุกคนเชื่อมั่นในการทำหน้าที่ของผู้ร้องว่าได้กระทำด้วยความถูกต้องครบถ้วนแล้ว และพร้อมน้อมรับคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญไม่ว่าผลจะออกมาในทางใด”

 

อ้างอิง:

The post สมชายยืนยัน เชื่อมั่นในหลักนิติรัฐ นิติธรรม ‘เศรษฐา-พิชิต’ ขาดคุณสมบัติรัฐมนตรี น้อมรับทุกคำวินิจฉัยของศาล appeared first on THE STANDARD.

]]>
จับตาปฏิกิริยาเศรษฐา ทวีสิน ก่อนศาลรัฐธรรมนูญตัดสินคดีแต่งตั้งพิชิต ชื่นบาน https://thestandard.co/srettha-reaction-before-the-constitutional-courts-decision/ Wed, 14 Aug 2024 04:25:49 +0000 https://thestandard.co/?p=970765

นับตั้งแต่วันที่ 6 กันยายน 2566 ก้าวแรกที่เศรษฐา ทวีสิน […]

The post จับตาปฏิกิริยาเศรษฐา ทวีสิน ก่อนศาลรัฐธรรมนูญตัดสินคดีแต่งตั้งพิชิต ชื่นบาน appeared first on THE STANDARD.

]]>

นับตั้งแต่วันที่ 6 กันยายน 2566 ก้าวแรกที่เศรษฐา ทวีสิน เข้าปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรีคนที่ 30 พร้อมปณิธานว่า “จะทำงานไม่รู้จักเหน็ดไม่รู้จักเหนื่อย”

 

เศรษฐาเดินสายไปจนเกือบครบทุกพื้นที่ของประเทศ และเดินทางไปต่างประเทศเพื่อร่วมการประชุม ปฏิบัติภารกิจทำหน้าที่เซลส์แมนเกินกว่า 10 ประเทศ จนแทบได้รับฉายา ‘นิดสัญจร’ 344 วัน หรือเกือบ 1 ปี ในการทำหน้าที่นายกรัฐมนตรี อาจดูราบเรียบ นโยบายทยอยออกมาเริ่มให้เห็นเป็นรูปธรรม แต่เมื่อขึ้นชื่อว่าการเมือง หนทางที่ปูด้วยกลีบกุหลาบย่อมต้องมีหนามแหลมแอบซ่อนอยู่เสมอ

 

ในห้วงเวลานับตั้งแต่ 40 สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ยื่นคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยคุณสมบัติความเป็นนายกรัฐมนตรีในการแต่งตั้ง ‘พิชิต ชื่นบาน’ เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

 

ความกดดันทั้งจากคดี ทั้งจาก สว. ผู้ร้อง จากสื่อมวลชน และจากพรรคร่วมรัฐบาล นับตั้งแต่ศาลรัฐธรรมนูญมีมติ 6 ต่อ 3 รับคำร้อง และมติ 5 ต่อ 4 ไม่สั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ แม้เศรษฐาจะมีท่าทีนิ่งเฉยเมื่อต้องตอบคำถามสื่อ แต่ก็ยอมรับว่ากังวลกับคดีนี้ไม่น้อย ที่ผ่านมาเศรษฐามีท่าทีรับมือกับคดีนี้อย่างไร THE STANDARD รวบรวมมาให้รับทราบ

 

เศรษฐา ทวีสิน รับโทรศัพท์ ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญมีมติเสียงข้างมากรับคำร้องของสมาชิกวุฒิสภา 40 คนที่ร่วมลงชื่อถอดถอนนายกฯ ที่โรงแรม The Peninsula Tokyo ประเทศญี่ปุ่น

เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2567

 

ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ของหลายฝ่าย ภายหลังเศรษฐาผลักดันพิชิต จากที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี สู่ตำแหน่งรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในการปรับคณะรัฐมนตรีรอบ 2 หรือ ครม. เศรษฐา 1/1

 

เศรษฐายังคงมั่นใจว่าพิชิตมีคุณสมบัติเพียงพอ

 

30 เมษายน 2567 เศรษฐาระบุก่อนที่จะมีการเสนอชื่อ ก็ส่งรายชื่อให้ตรวจสอบโดยคณะกรรมการกฤษฎีกาแล้ว และได้สอบถามคณะกรรมการกฤษฎีกาเรียบร้อยแล้ว ก็มั่นใจ

 

3 พฤษภาคม 2567 เศรษฐายืนยันว่า มีการตรวจสอบคุณสมบัติว่าที่รัฐมนตรีทุกคนอยู่แล้ว และผ่านการตรวจสอบของกฤษฎีกาแล้ว

 

20 พฤษภาคม 2567 เศรษฐายอมรับว่ากังวลทุกเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของรัฐบาล เพราะเป็นหน้าที่ก็ต้องมีการเตรียมความพร้อมทั้งหมดให้ครบถ้วนและเหมาะสม ให้ถูกต้องเป็นไปตามข้อเท็จจริง มั่นใจว่าทำถูกต้องด้วยความบริสุทธิ์ใจ

 

“ไม่เสียสมาธิหรอกครับ มาถึงตำแหน่งนี้แล้ว อยู่ในตำแหน่งนี้ ดูแลตรงนี้ แม้มีเรื่องกวนใจเยอะก็ต้องแยกแยะให้ถูก และต้องแบ่งเวลาให้เป็น ไม่เช่นนั้นก็อย่าเข้ามาดีกว่า”

 

เศรษฐา ทวีสิน นำประชุมคณะรัฐมนตรี โดยมี พิชิต ชื่นบาน ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ขณะนั้นติดตามคณะเพื่อเข้าร่วมการประชุมที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2566

 

21 พฤษภาคม 2567 พิชิตตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี หลังอยู่ในตำแหน่งเพียง 23 วัน

 

23 พฤษภาคม 2567 ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญมีมติรับคำร้องของ 40 สว. ไว้พิจารณา ปรากฏภาพเศรษฐาหน้าตาเคร่งเครียดรับสายโทรศัพท์ที่โรงแรม The Peninsula Tokyo ประเทศญี่ปุ่น พร้อมระบุเพียงว่า น้อมรับมติศาลรัฐธรรมนูญ

 

24 พฤษภาคม 2567 เศรษฐาให้สัมภาษณ์หลังเดินทางถึงประเทศไทยจากภารกิจเยือนต่างประเทศว่า “ผมมองว่าเราเข้าสู่การเมืองแล้ว แบบที่ผมพูดเมื่อวานนี้​ ฝ่ายบริหารก็มีหน้าที่ตอบคำถามกับฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายตุลาการอยู่แล้ว ถ้าเราทำแล้วเขาสงสัยก็เป็นหน้าที่เราที่จะต้องตอบ ผมมั่นใจเรื่องที่ทำมาว่าถูกต้อง แต่ไม่อยากจะพูดเยอะไป ต้องให้เกียรติกับศาลรัฐธรรมนูญด้วย ขอเตรียมข้อมูลก่อน”

 

แต่ยอมรับว่ากังวลทุกเรื่อง และโทรหาพิชิตเรียบร้อยแล้ว ขอบคุณที่ท่านลาออก​และเห็นแก่ประเทศชาติ

 

26 พฤษภาคม 2567 เศรษฐายอมรับเดินทางไปพบ วิษณุ เครืองาม อดีตรองนายกรัฐมนตรี เพื่อปรึกษาเกี่ยวกับคดีที่บ้านพักของวิษณุ เชื่อมั่นว่าจะสามารถชี้แจงได้

 

30 พฤษภาคม 2567 เศรษฐาลงนามคำสั่งแต่งตั้ง วิษณุ เครืองาม เป็นที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรีด้านกฎหมายและระเบียบปฏิบัติราชการ เพื่อให้คำปรึกษาและพิจารณาเสนอความเห็น หรือข้อเสนอแนะต่างๆ ในส่วนที่เกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ในฐานะที่ปรึกษาของสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี

 

เศรษฐา ทวีสิน นำประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2567
ภาพ: ณาฌารัฐ ภักดีอาสา 

 

7 มิถุนายน 2567 เศรษฐาเปิดเผยว่า วิษณุตรวจคำชี้แจงศาลรัฐธรรมนูญ​ ปมตั้งพิชิตเสร็จแล้ว​

 

10 มิถุนายน 2567 เศรษฐายังไม่เปิดเผยแนวทางการต่อสู้ ขอสื่ออย่าถามเรื่องกังวลอีกเพราะกังวลตลอดเวลา

 

13 มิถุนายน 2567 เศรษฐานำประชุมปรึกษาทีมกฎหมาย กรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญขอให้มีการชี้แจงพยานหลักฐานข้อมูลเพิ่มเติม

 

14 มิถุนายน 2567 เศรษฐาส่งพยานเพิ่มเติมในการต่อสู้คดี ยืนยันว่าไม่เคยคิดที่จะชิงลาออกก่อนที่ศาลรัฐธรรมนูญจะตัดสินคดี และไม่มีการใช้วิธีพิสดารในการหนี

 

19 มิถุนายน 2567 เศรษฐาให้สัมภาษณ์ระหว่างเข้าร่วมการประชุมรัฐสภา มั่นใจส่งชื่อ ณัฐฏ์จารี อนันตศิลป์ เลขาธิการคณะรัฐมนตรี เพียงคนเดียวชี้แจงไปตามข้อเท็จจริงได้

 

24 กรกฎาคม 2567 ศาลรัฐธรรมนูญกำหนดนัดแถลงด้วยวาจาในวันที่ 14 สิงหาคม 2567

 

25 กรกฎาคม 2567 เศรษฐาขอบคุณหลายคนที่ให้กำลังใจ เชื่อว่าทำดีที่สุดแล้ว และเข้าใจว่าตอนนี้ส่งข้อมูลไปครบถ้วนทั้งหมดแล้ว และอยู่ในกระบวนการยุติธรรมทั้งหมด ก็ไม่อยากจะพูด

 

13 สิงหาคม 2567 เศรษฐาตอบคำถามสื่อมวลชน ถึงกรณีหากไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรีต่อไป มีแผนสำรองอย่างไรว่า “ตอนนี้ยังไม่ได้มีการพูดคุยเรื่องแผนสำรอง”

ส่วนที่สื่อหลายสำนักนำเสนอว่าหน้าเศร้า เป็นธรรมดาเพราะคุณแม่เพิ่งเสีย ส่วนกาเซ็ตอัพตารางงานไปถึงสิ้นเดือน เพราะเป็นหน้าที่ของนายกรัฐมนตรีที่ต้องบริหารราชการแผ่นดิน

 

เศรษฐา ทวีสิน ลงพื้นที่หาเสียงที่จังหวัดจันทบุรี เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2566

 

นายกฯ พรรคเพื่อไทยต้องคดีทุกราย?

 

วันนี้ (14 สิงหาคม) แม้ไม่อาจฟันธงได้ว่าศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยผลออกมาเป็นบวกหรือลบต่อตัวเศรษฐา แต่คงปฏิเสธไม่ได้ว่า ที่ผ่านมานายกรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทยหนีไม่พ้น ต้องโทษคดีทุกราย

 

นายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของไทย ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร น้องสาวของอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร พ้นจากตำแหน่งกรณีสั่งโยกย้าย ถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ หรือ สมช. (ขณะนั้น) มาเป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีโดยมิชอบ

 

และนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันคือ ‘เศรษฐา ทวีสิน’ ที่คงต้องลุ้นว่าประวัติศาสตร์จะซ้ำรอยเดิมหรือไม่ เศรษฐาจะแก้อาถรรพ์นี้ให้กับพรรคเพื่อไทยได้หรือไม่ เวลา 15.00 น. รู้ชัดแน่นอน

The post จับตาปฏิกิริยาเศรษฐา ทวีสิน ก่อนศาลรัฐธรรมนูญตัดสินคดีแต่งตั้งพิชิต ชื่นบาน appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายกฯ ใส่ชุดสีมงคลเข้าปฏิบัติงานที่ทำเนียบรัฐบาล ก่อนศาลนัดชี้ชะตาคดีถอดถอนฯ บ่ายวันนี้ เผยนอนหลับสบาย แต่กังวลทุกเรื่องตลอดเวลา https://thestandard.co/prime-minister-wears-auspicious-colors/ Wed, 14 Aug 2024 03:25:30 +0000 https://thestandard.co/?p=970727

วันนี้ (14 สิงหาคม) เวลา 09.18 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล เศรษ […]

The post นายกฯ ใส่ชุดสีมงคลเข้าปฏิบัติงานที่ทำเนียบรัฐบาล ก่อนศาลนัดชี้ชะตาคดีถอดถอนฯ บ่ายวันนี้ เผยนอนหลับสบาย แต่กังวลทุกเรื่องตลอดเวลา appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (14 สิงหาคม) เวลา 09.18 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี นายกเข้าปฏิบัติหน้าที่ภายในตึกไทยคู่ฟ้าด้วยรถยนต์ส่วนตัว ป้ายทะเบียน ศฐ 30 กรุงเทพมหานคร ก่อนที่ศาลรัฐธรรมนูญจะอ่านคำวินิจฉัย กรณี 40 สมาชิกวุฒิสภา (สว.) มีคำร้องขอให้ถอดถอนออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี อันสืบเนื่องมาจากการแต่งตั้ง ‘พิชิต ชื่นบาน’ ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ทั้งที่รู้หรือควรรู้ว่าขาดคุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ ในเวลา 15.00 น.

 

เศรษฐาให้สัมภาษณ์ว่า เมื่อคืนนี้ตนเองนอนหลับสบาย โดยในช่วงเช้าที่ผ่านมาเดินทางไปทำบุญที่วัดเทพศิรินทร์ และเข้าไปกราบสมเด็จพระธีรญาณมุนี เจ้าอาวาสวัดเทพศิรินทร์ เนื่องจากท่านช่วยงานศพของคุณแม่ ซึ่งท่านไม่ได้ให้กำลังใจอะไร แต่มีพูดเรื่องฟุตบอล

 

เมื่อถามว่า ณ เวลานี้มีความกังวลหรือไม่ เศรษฐากล่าวว่า ตนเองกังวลทุกเรื่อง และกังวลตลอดเวลา แต่ว่ามันไม่อยู่ในมือผมแล้ว ปล่อยทุกอย่างดำเนินให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม และยืนยันว่าจะทำหน้าที่ตามปกติ โดยในช่วงบ่ายวันนี้มีกำหนดการที่จะลงพื้นที่ใต้ทางด่วนเพลินจิตเพื่อสำรวจพื้นที่จำนวนมากที่ว่างอยู่ ซึ่งเป็นโครงการนำร่องของผู้ว่าการการทางพิเศษแห่งประเทศไทย และผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เพื่อเปิดโอกาสในการสร้างรายได้ เสริมสร้างอาชีพให้กับประชาชน ซึ่งเรื่องดังกล่าวนี้เป็นเรื่องที่ดี และจะสามารถทำได้ในหลายพื้นที่

 

ทั้งนี้ ภายหลังเสร็จสิ้นการจากศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิจฉัยแล้ว นายกรัฐมนตรีระบุว่า จะให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนอีกครั้ง

 

อย่างไรก็ตาม ในวันนี้มีการตั้งข้อสังเกตว่า นายกรัฐมนตรีสวมใส่เสื้อชุดสีมงคลเข้าปฏิบัติหน้าที่ โดยสวมใส่เสื้อเชิ้ตสีฟ้า ช่วยเรื่องโชคลาภ และสวมสูทสีเทาทับ ซึ่งช่วยเรื่องสำเร็จแคล้วคลาด

 

 

The post นายกฯ ใส่ชุดสีมงคลเข้าปฏิบัติงานที่ทำเนียบรัฐบาล ก่อนศาลนัดชี้ชะตาคดีถอดถอนฯ บ่ายวันนี้ เผยนอนหลับสบาย แต่กังวลทุกเรื่องตลอดเวลา appeared first on THE STANDARD.

]]>
เศรษฐา…รอดหรือร่วง? สื่อนอกจับตาคดีศาลวินิจฉัยถอดถอนนายกฯ หากหลุดเก้าอี้เสี่ยงฉุด GDP โตต่ำกว่า 2% ทำโครงการ Digital Wallet ล้ม https://thestandard.co/srettha-survive-or-fall/ Tue, 13 Aug 2024 13:53:43 +0000 https://thestandard.co/?p=970657

สื่อนอกจับตา หาก เศรษฐา ทวีสิน ไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรีอี […]

The post เศรษฐา…รอดหรือร่วง? สื่อนอกจับตาคดีศาลวินิจฉัยถอดถอนนายกฯ หากหลุดเก้าอี้เสี่ยงฉุด GDP โตต่ำกว่า 2% ทำโครงการ Digital Wallet ล้ม appeared first on THE STANDARD.

]]>

สื่อนอกจับตา หาก เศรษฐา ทวีสิน ไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรีอีกต่อไปจะส่งผลต่อเศรษฐกิจไทยแค่ไหน โครงการเรือธงของพรรคเพื่อไทยอย่าง Digital Wallet จะได้ไปต่อหรือไม่?

 

ในวันพรุ่งนี้ (14 สิงหาคม) เวลา 15.00 น. ศาลรัฐธรรมนูญจะอ่านคำวินิจฉัยซึ่งจะทราบผลชี้ชะตาเศรษฐาว่าจะพ้นจากตำแหน่งนายกฯ คนที่ 30 หรือจะทำให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) หลุดไปทั้งคณะ หรือสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จะต้องโหวตเลือกนายกฯ คนใหม่ หรือรัฐบาลสุญญากาศ

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

สืบเนื่องจากกรณี 40 สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ยื่นคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย กรณีแต่งตั้ง พิชิต ชื่นบาน เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ทั้งที่รู้หรือควรรู้ว่าพิชิตขาดคุณสมบัติ หรือมีลักษณะต้องห้าม เนื่องจากเคยถูกคำสั่งศาลฎีกาคุมขังเป็นเวลา 6 เดือน

 

แม้พิชิตได้ลาออกไปแล้ว และเศรษฐา ซึ่งดำรงตำแหน่งมาได้ไม่ถึง 1 ปีเต็มนัก ยืนยันว่าเขาบริสุทธิ์

 

ก่อนหน้านี้ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเสียงข้างมาก 6 ต่อ 3 เสียง รับคำร้อง 40 สว. ยื่นถอดถอนนายกฯ ขณะที่ 5 ต่อ 4 ไม่มีคำสั่งให้เศรษฐาหยุดปฏิบัติหน้าที่นายกฯ จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัย

 

อย่างไรก็ตาม รายงานข่าวระบุว่า เศรษฐาจะไม่อยู่ที่ศาลในวันพรุ่งนี้เพื่อฟังคำตัดสิน โดยให้เหตุผลว่าติดภารกิจ แต่จะส่ง นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ไปแทน

 

สำนักข่าว Bloomberg วิเคราะห์คำวินิจฉัยไว้ 2 ฉากทัศน์ ดังนี้

 

1. กรณีไม่มีความผิด

 

คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญจะเป็นผลดีกับเศรษฐา หมายความว่า ทิศทางเศรษฐกิจไทยที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก็จะดำเนินไปตามปกติ เนื่องจากหลุดความเสี่ยงคำครหาที่อาจเกิดขึ้นกับรัฐบาลผสม (Coalition Government) ทันที โดยพรรคเพื่อไทยที่ครองอำนาจอยู่จะยังรักษาตำแหน่งทางการเมืองสูงสุดไว้ได้ เอาชนะพันธมิตรในรัฐบาลผสมฝ่ายอนุรักษนิยม ที่ถูกตั้งคำถามว่าสนับสนุนคำร้องที่ต่อต้านเศรษฐา

 

นอกจากนี้ จะเป็นข่าวดีสำหรับนักลงทุนต่างชาติที่กังวลถึงผลกระทบของเสถียรภาพทางการเมือง เนื่องจากรัฐบาลที่นำโดยพลเรือนถือเป็นชัยชนะที่ต่อสู้มาอย่างยากลำบาก หลังจากไทยปกครองโดยสถาบันที่ได้รับการสนับสนุนจากกองทัพมาเกือบ 10 ปีเต็ม

 

อีกทั้งปีนี้กองทุนต่างชาติ (Foreign Funds) ไหลออกจากตลาดหุ้นไทยมากกว่า 3 พันล้านดอลลาร์ ส่งผลให้ดัชนี SET ของไทยลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 4 ปี ถือเป็นหนึ่งในดัชนีที่มีผลงานแย่ที่สุดในบรรดาดัชนีตลาดหุ้นโลกทั้งหมดที่ Bloomberg ติดตามในปีที่ผ่านมา

 

แต่เนื่องจากเศรษฐาไม่ได้ถูกสั่งให้พักการปฏิบัติหน้าที่ จึงมุ่งเน้นไปที่การเดินหน้าโครงการแจกเงิน (Digital Wallet) ของรัฐบาลมูลค่าประมาณ 1.4 หมื่นล้านดอลลาร์ เพื่อกระตุ้นการบริโภคและกระตุ้นเศรษฐกิจได้ ความสำเร็จของโครงการนี้จะยิ่งตอกย้ำต่อคะแนนนิยมของรัฐบาลเศรษฐาและพรรคเพื่อไทยที่ครองอำนาจอยู่ หลังจากที่คะแนนนิยมของพรรคลดลงในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา

 

2. กรณีมีความผิด

 

คำวินิจฉัยไม่เป็นผลดีต่อเศรษฐาแน่นอน หมายความว่า เศรษฐา และ ครม. จะต้องลาออก ทำให้เกิดการแย่งชิงกันระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล เพื่อเจรจาและตกลงกันเกี่ยวกับผู้สมัครรับตำแหน่งนายกฯ คนต่อไป

 

หลังจากนั้น สส. จะต้องเปิดประชุมเพื่อลงคะแนนเสียงเลือกนายกฯ คนใหม่ โดยไม่มีการกำหนดระยะเวลาในการเลือกผู้นำคนใหม่ที่ชัดเจน ซึ่งถือเป็นความเสี่ยงที่อาจทำให้เศรษฐกิจหยุดชะงักได้

 

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญทางการเมืองและนักกฎหมายมีความเห็นแตกต่างว่าจำเป็นต้องมีนายกฯ รักษาการในระหว่างนี้หรือไม่ และอาจจำเป็นต้องเป็นเศรษฐา หรือ ‘รองนายกฯ คนใดคนหนึ่งในจำนวน 6 คน’ เนื่องจากรัฐธรรมนูญไม่ได้ให้ความชัดเจนในประเด็นนี้

 

ทั้งนี้ สถานการณ์ดังกล่าวยิ่งสร้างความเสี่ยงต่ออัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากมีแรงกดดันทางการเมืองระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล ซึ่งอาจทำให้เกิดช่องว่างทางอำนาจ การลงทุนจากต่างประเทศอาจหยุดชะงักลง เนื่องจากตลาดต้องรอความชัดเจนก่อนว่าใครจะเป็นผู้นำประเทศ ทว่าเศรษฐาจะทิ้งทวนเศรษฐกิจที่มีอัตราการเติบโต 2% ต่อปี มานานกว่า 10 ปีอีกต่อไปหรือไม่ ท่ามกลางบรรยากาศตลาดและนักลงทุนที่ต่างกังวลปมวิวาทะระหว่างแบงก์ชาติกับรัฐบาลเกี่ยวกับการกำหนดอัตราดอกเบี้ย

 

Krystal Tan นักเศรษฐศาสตร์จาก Australia and New Zealand Banking Group กล่าวว่า “หากมองด้านเศรษฐกิจ ความกังวลแรกที่อาจเกิดขึ้นคือความเสี่ยงที่จะเกิดการประท้วงและอาจส่งผลต่อความล่าช้าของงบประมาณปี 2568”

 

ส่วนโครงการ Digital Wallet 10,000 บาท นั้น “หากพรรคเพื่อไทยไม่สามารถรักษาตำแหน่งนายกฯ ไว้ได้ ก็จะมีความเสี่ยงอย่างมากที่จะล่าช้าออกไปอีกหรือยกเลิกไปในที่สุด”

 

จับตาแคนดิเดต 6 คนจากพรรคร่วมรัฐบาล ที่มีสิทธิเสียบแทนตำแหน่งนายกฯ

 

อย่างไรก็ตาม พรรคเพื่อไทยยังมีผู้สมัคร 2 คนที่มีคุณสมบัติเหมาะสมที่จะเป็นนายกฯ ได้แก่ แพทองธาร ชินวัตร ลูกสาวของ ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ และ ชัยเกษม นิติสิริ อายุ 75 ปี

 

ทั้งนี้ เชื่อว่าทั้งคู่มีโอกาสน้อยมาก เนื่องจากแพทองธารไม่พร้อมสำหรับตำแหน่งนี้ และชัยเกษมมีปัญหาสุขภาพร้ายแรงในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

 

ขณะที่ อนุทิน ชาญวีรกูล จากพรรคภูมิใจไทย ซึ่งเป็นกลุ่มการเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ถือเป็น ‘ตัวเต็ง’ ส่วน ประวิตร วงษ์สุวรรณ จากพรรคพลังประชารัฐ ได้รับการสนับสนุนจากกองทัพ และ พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ คืออีกหนึ่งทางเลือกจากกลุ่มอนุรักษนิยม

 

อ้างอิง:

The post เศรษฐา…รอดหรือร่วง? สื่อนอกจับตาคดีศาลวินิจฉัยถอดถอนนายกฯ หากหลุดเก้าอี้เสี่ยงฉุด GDP โตต่ำกว่า 2% ทำโครงการ Digital Wallet ล้ม appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลขาฯ สภาแถลงยืนยัน ไม่เคยรับรองวุฒิการศึกษา California University แจง ‘ชวน’ แค่รับรองความเสียหายฐานะผู้ถูกพาดพิง เตรียมศึกษากฎหมายเอาผิด https://thestandard.co/never-certified-california-university-degree/ Mon, 15 Jul 2024 04:15:43 +0000 https://thestandard.co/?p=957838

วันนี้ (15 กรกฎาคม) ที่รัฐสภา ว่าที่ ร.ต.ต. อาพัทธ์ สุข […]

The post เลขาฯ สภาแถลงยืนยัน ไม่เคยรับรองวุฒิการศึกษา California University แจง ‘ชวน’ แค่รับรองความเสียหายฐานะผู้ถูกพาดพิง เตรียมศึกษากฎหมายเอาผิด appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (15 กรกฎาคม) ที่รัฐสภา ว่าที่ ร.ต.ต. อาพัทธ์ สุขะนันท์ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีที่มีการพาดพิงว่า รัฐสภาไทยให้การรับรองวุฒิการศึกษาของ California University ว่า ได้ตรวจสอบและยืนยันว่าสภาผู้แทนราษฎรไม่มีอำนาจรับรองปริญญาบัตรแห่งใด ไม่ว่าในประเทศหรือต่างประเทศ ส่วนการพิจารณาคุณสมบัติของ สส. และ สว. รัฐธรรมนูญไม่ได้กำหนดไว้ สภาผู้แทนราษฎรจึงไม่มีการตรวจสอบในเรื่องนี้ แต่ในการรายงานตัวของ สส. ก็จะแสดงวุฒิการศึกษา ซึ่งทางสภาไม่มีอำนาจไปตรวจสอบว่าได้สำเร็จการศึกษาจากสถาบันนั้นมาจริงหรือไม่ 

 

ส่วนที่มีการกล่าวพาดพิงว่า ชวน หลีกภัย อดีตประธานสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 25 ให้การรับรองคุณสมบัติของบางมหาวิทยาลัย ว่าที่ ร.ต.ต. อาพัทธ์ ชี้แจงว่า ชวนไม่เคยให้การรับรอง เพียงแต่ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจของสมาชิกในปี 2563 มี สส. ท่านหนึ่งอภิปรายพาดพิงบุคคลภายนอก และมีข้อมูลที่เกี่ยวข้องทำให้ ผศ.สุขุมพงศ์ ชาญนุวงศ์ ทำหนังสือมาถึงชวน ว่าได้รับความเสียหายจากการอภิปรายพาดพิงซึ่งเป็นผู้ที่ไม่ใช่รัฐมนตรี 

 

หลังจากนั้นชวนจึงได้ติดประกาศคำร้องของดังกล่าว แต่ไม่ใช่การรับรองการมีอยู่ของสถาบันดังกล่าว เพียงแต่รับรองเรื่องความเสียหายของผู้ร้องเท่านั้น ส่วนเรื่องการพาดพิงเรื่องการรับรองวุฒิการศึกษา สำนักเลขาธิการสำหรับผู้แทนราษฎรจะไปปรึกษากับฝ่ายกฎหมายอีกครั้ง

 

ว่าที่ ร.ต.ต. อาพัทธ์ ยังปฏิเสธที่จะแสดงความเห็นเกี่ยวกับเรื่องวุฒิการศึกษาของ ศ.ดร. พญ.เกศกมล เปลี่ยนสมัย สมาชิกวุฒิสภา แต่ชี้แจงว่าตอนที่ พญ.เกศกมล เป็นกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎร ไม่ได้ตรวจสอบวุฒิการศึกษา ซึ่งตามขั้นตอนจะใช้คุณวุฒิการศึกษามาประกอบ แตกต่างจากข้าราชการที่จะต้องใช้ปริญญาบัตรมาเป็นคุณสมบัติที่จะต้องมีการตรวจสอบย้อนหลังไม่ว่าจะเป็นสถาบันในประเทศหรือต่างประเทศ แต่หลังจากนี้จะสอบถามไปยังสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) เพื่อตรวจสอบและบูรณาการข้อมูลร่วมกัน

The post เลขาฯ สภาแถลงยืนยัน ไม่เคยรับรองวุฒิการศึกษา California University แจง ‘ชวน’ แค่รับรองความเสียหายฐานะผู้ถูกพาดพิง เตรียมศึกษากฎหมายเอาผิด appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: อ่านทางคดีทักษิณ-เศรษฐา-ก้าวไกล ไม่โลกาวินาศ แต่ต้องจับตา! | THE STANDARD NOW (HL) https://thestandard.co/thestandardnow170667-3/ Tue, 18 Jun 2024 03:05:51 +0000 https://thestandard.co/?p=946373

สมชัยอ่านทางคดีทักษิณ-เศรษฐา-ก้าวไกล ไม่โลกาวินาศ แต่ต้ […]

The post ชมคลิป: อ่านทางคดีทักษิณ-เศรษฐา-ก้าวไกล ไม่โลกาวินาศ แต่ต้องจับตา! | THE STANDARD NOW (HL) appeared first on THE STANDARD.

]]>

สมชัยอ่านทางคดีทักษิณ-เศรษฐา-ก้าวไกล ไม่โลกาวินาศ แต่ต้องจับตา!

The post ชมคลิป: อ่านทางคดีทักษิณ-เศรษฐา-ก้าวไกล ไม่โลกาวินาศ แต่ต้องจับตา! | THE STANDARD NOW (HL) appeared first on THE STANDARD.

]]>
อนุทินเผย ครม. ไม่กังวล-ไม่มีแผนสำรอง ปมศาลรัฐธรรมนูญรับเรื่องนายกฯ https://thestandard.co/cabinet-is-not-concerned-about-the-prime-minister/ Mon, 27 May 2024 10:06:23 +0000 https://thestandard.co/?p=938076

วันนี้ (27 พฤษภาคม) ที่ทำเนียบรัฐบาล อนุทิน ชาญวีรกูล ร […]

The post อนุทินเผย ครม. ไม่กังวล-ไม่มีแผนสำรอง ปมศาลรัฐธรรมนูญรับเรื่องนายกฯ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (27 พฤษภาคม) ที่ทำเนียบรัฐบาล อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์กรณีศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้อง 40 สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ยื่นตรวจสอบคุณสมบัติ เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ว่าต้องรอคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่นายกฯ ต้องชี้แจงตามกระบวนการ

 

เมื่อถามว่าพรรคภูมิใจไทยมีแผนรองรับหรือไม่ อนุทินกล่าวว่า ยังไม่มีอุบัติเหตุอะไร การบริหารราชการแผ่นดินยังดำเนินไปอย่างปกติ การทำงานของพรรคร่วมก็ยังเป็นหนึ่งเดียวกัน ไม่ต้องกังวลอะไรเกินเหตุ

 

เมื่อถามอีกว่าศาลรับวินิจฉัยเช่นนี้กระทบต่อความเชื่อมั่นของรัฐบาลหรือไม่ อนุทินกล่าวว่า ขอเรียนว่าต้องเชื่อมั่นรัฐบาล รัฐบาลชุดนี้รัฐมนตรีทุกคนทำงานอย่างหนัก และทำตามนโยบายของพรรคตัวเอง รัฐบาล และของนายกรัฐมนตรี สนับสนุนนโยบายซึ่งกันและกัน ยืนยันว่าไม่มีเกียร์ว่าง และข้าราชการประจำก็ทำงานตามหน้าที่ ไม่มีเกียร์ว่าง อย่าไปคาดเดาอะไรจนเกินไป ตนไม่กังวลตรงนั้น

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามอีกว่าถ้าเกิดการเปลี่ยนแปลงเกมการเมืองเพื่อไทยยังคุมเกมอยู่หรือไม่ อนุทินกล่าวว่า ยังไม่เกิดเหตุนั้น

 

“ถามว่าวันนี้ในคณะรัฐมนตรี (ครม.) จะมีใครคิดว่าเกิดการเปลี่ยนแปลงหรือไม่ เท่าที่ผมพูดคุยเจอกันตามงานต่างๆ ไม่มีใครมานั่งคุยกันว่าจะทำอย่างไรดี หรือเตรียมแผนสองแผนสามอย่างไร ยังไม่มี ตอนนี้มีแต่แผนหนึ่งคือเศรษฐา 1/1” อนุทินกล่าว

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่านายกรัฐมนตรีได้ไปปรึกษา วิษณุ เครืองาม อดีตรองนายกรัฐมนตรี ถือเป็นการกังวลของเศรษฐาใช่หรือไม่ อนุทินกล่าวว่า ตนก็ปรึกษาวิษณุเวลามีอะไรสงสัยเรื่องข้อกฎหมายอยู่เป็นประจำ ท่านก็พร้อมให้ความแนะนำหากท่านให้ได้ เป็นเรื่องปกติที่ผู้มีความรู้ มีประสบการณ์ และเป็นที่พึ่งพิงเวลาใครมีปัญหาก็ไปปรึกษา ส่วนการตัดสินใจอยู่ที่เจ้าตัว

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าตำแหน่งฝ่ายกฎหมายของรัฐบาลก็ว่าง มีแนวคิดที่รัฐบาลจะไปชวนวิษณุมาร่วมงานหรือไม่ อนุทินกล่าวว่า อันนี้ต้องแล้วแต่นายกรัฐมนตรี เรื่องการเปลี่ยนแปลง ครม. เป็นการตัดสินใจของนายกรัฐมนตรี

The post อนุทินเผย ครม. ไม่กังวล-ไม่มีแผนสำรอง ปมศาลรัฐธรรมนูญรับเรื่องนายกฯ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เศรษฐาเริ่มหารือทีมกฎหมายเพื่อชี้แจงศาลรัฐธรรมนูญแล้ว เตรียมคุยกับ รมว.คลัง ก่อนประชุม ครม. เศรษฐกิจ จันทร์นี้ https://thestandard.co/srettha-began-to-discuss-with-the-legal-team/ Sat, 25 May 2024 11:09:50 +0000 https://thestandard.co/?p=937594

วันนี้ (25 พฤษภาคม) ที่สวนสาธารณะบึงหนองบอน เขตประเวศ ก […]

The post เศรษฐาเริ่มหารือทีมกฎหมายเพื่อชี้แจงศาลรัฐธรรมนูญแล้ว เตรียมคุยกับ รมว.คลัง ก่อนประชุม ครม. เศรษฐกิจ จันทร์นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (25 พฤษภาคม) ที่สวนสาธารณะบึงหนองบอน เขตประเวศ กรุงเทพมหานคร เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ว่า เช้าวันนี้ได้เริ่มพูดคุยกับทีมงานฝ่ายกฎหมายแล้ว เพื่อเตรียมชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญ กรณีศาลฯ รับคำร้อง 40 สมาชิกวุฒิสภา (สว.) วินิจฉัยคุณสมบัติของตนเอง กรณีแต่งตั้ง พิชิต​ ชื่นบาน​ เป็นรัฐมนตรี​

 

เศรษฐากล่าวว่า ตนจะชี้แจงครั้งเดียวเพื่อให้เกียรติทางทีมทนาย และในความจริงเรื่องนี้เข้าสู่กระบวนการและเข้าสู่ระบบของตุลาการ ตนไม่ต้องการมาพูดเป็นรายวันว่าใครทำอะไร ต้องให้เกียรติทั้งสองฝ่ายด้วยเช่นกัน ตนคิดว่าเรื่องนี้เมื่อเข้าสู่กระบวนการแล้ว ตนเองก็พร้อมที่จะให้ความกระจ่างกับทุกๆ ฝ่าย

 

เมื่อถามว่า มั่นใจว่าจะชี้แจงได้ใช่หรือไม่ เศรษฐากล่าวว่า มั่นใจครับ ก็มีความสบายใจ คุยกับทางทีมทนายแล้ว เดี๋ยวเราก็เตรียมเรื่อง เมื่อถามย้ำว่านายกฯ พร้อมที่จะชี้แจงทั้งในเรื่องของเอกสารและชี้แจงด้วยตัวเองใช่หรือไม่ เศรษฐากล่าวว่า มีการพูดคุยกันอยู่แล้วตลอดเวลา

 

เมื่อถามว่าจะทำให้เสียสมาธิอะไรหรือไม่ในระหว่างที่ยังต้องเดินหน้าบริหารราชการแผ่นดิน นายกฯ หัวเราะพร้อมกล่าวว่า พวกท่านเองก็ถามเป็นครั้งที่ 3 แล้ว ถามกันทุกวัน และเชื่อว่าพรุ่งนี้ก็ต้องถามอีกว่าเสียสมาธิหรือเปล่า ความจริงแล้วอย่างผม อย่าง อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ไม่อายุ 60 ปี ก็ใกล้ 60 ปีกันแล้ว

 

เราผ่านมาเยอะ สามารถทำทุกอย่างในเวลาเดียวกันได้หลายๆ อย่าง มันเป็นหน้าที่ที่มากับตำแหน่งอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นนายกฯ รองนายกฯ ผู้ว่าฯ กทม. เราเองต้องทำได้หลายๆ อย่างในเวลาเดียวกัน ไม่ห่วงหรอกครับ เพราะอย่างที่บอกเมื่อมีเรื่องนี้เข้ามาก็เป็นเรื่องของกระบวนการยุติธรรมไป ผมมีหน้าที่ชี้แจงก็ชี้แจงไป ขณะเดียวกันสำหรับหน้าที่ของฝ่ายบริหาร เราเองก็ต้องไม่ให้หย่อนยาน สบายใจได้ครับ

 

เศรษฐากล่าวถึงกรณี ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ระบุว่า เป็นคนแนะนำให้มีการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เศรษฐกิจว่า มีหลายคนแนะนำ อนุทินก็แนะนำเพราะเป็นห่วงเรื่องเศรษฐกิจ เราทำงานกันเป็นทีม

 

อนุทินมาพูดคุยกับตนว่าเป็นห่วงเรื่องเศรษฐกิจ เพราะเป็นเรื่องสำคัญตอนที่ตนอยู่ต่างประเทศ ตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ที่ออกมา โดยสำนักงานสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) มารายงานตนก่อนที่จะเดินทางไปต่างประเทศ 1 วัน

 

เมื่อถามว่าจะมีการประชุม ครม. เศรษฐกิจทุกวันจันทร์เลยหรือไม่ นายกฯ ตอบว่า ก็แล้วแต่ความจำเป็น หรือเป็นการประชุมแต่ละเรื่อง โดยวันที่ 26 พฤษภาคม เวลา 18.00 น. ตนมีนัดรับประทานอาหารและพูดคุยกับ พิชัย ชุณหวชิร รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นการเตรียมการก่อนที่จะมีการประชุม ครม. เศรษฐกิจ

 

เมื่อถามว่า ขณะนี้ได้เตรียมความพร้อมในการชี้แจงร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ต่อที่ประชุมรัฐสภา ระหว่างวันที่ 19-21 มิถุนายนแล้วหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า มีความพร้อมแน่นอน ก่อนไปต่างประเทศคุยกับทีมงานแล้ว เมื่อถามว่าการประชุม ครม. เศรษฐกิจ ได้เชิญผู้ว่าธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เข้าร่วมประชุมด้วยหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า เข้าใจว่ามีการเชิญผู้ว่าธนาคารแห่งประเทศไทย เลขาธิการสภาพัฒน์ เข้าร่วมประชุมด้วย

The post เศรษฐาเริ่มหารือทีมกฎหมายเพื่อชี้แจงศาลรัฐธรรมนูญแล้ว เตรียมคุยกับ รมว.คลัง ก่อนประชุม ครม. เศรษฐกิจ จันทร์นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
โรมห่วงเศรษฐา ประสบการณ์ไม่มาก รู้ไม่เท่าทัน กังขาเพื่อไทย คนตั้งเยอะ ตั้ง ‘พิชิต’ ทำไม https://thestandard.co/rome-is-concerned-about-srettha/ Thu, 23 May 2024 05:23:21 +0000 https://thestandard.co/?p=936705

วันนี้ (23 พฤษภาคม) ที่อาคารรัฐสภา รังสิมันต์ โรม สส. แ […]

The post โรมห่วงเศรษฐา ประสบการณ์ไม่มาก รู้ไม่เท่าทัน กังขาเพื่อไทย คนตั้งเยอะ ตั้ง ‘พิชิต’ ทำไม appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (23 พฤษภาคม) ที่อาคารรัฐสภา รังสิมันต์ โรม สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวถึงกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญเตรียมวินิจฉัยจะรับคำร้องของ 40 สว. เรื่องคุณสมบัติความเป็นรัฐมนตรีของ พิชิต ชื่นบาน อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี โดยระบุว่า ต้องยอมรับว่าเรื่องนี้การจะตั้งคนเป็นรัฐมนตรีมีลักษณะคุณสมบัติอยู่ ซึ่งเมื่อตั้งไปแล้วต้องมีการพิจารณาว่าคุณสมบัติมีอะไร หากเป็นคุณสมบัติที่ไม่ได้ชัดแจ้ง เรื่องนี้ก็อาจมีการถกเถียงกันได้ 

 

“แต่ต้องยอมรับอีกว่าเรื่องนี้สังคมก็รับรู้ว่าคุณพิชิตมีเรื่องของถุงขนม 2 ล้านบาท มีการถูกเพิกถอนใบอนุญาตทนายความ และอาจถูกคำพิพากษาจำคุก 6 เดือนด้วยซ้ำ ดังนั้นในเรื่องของจริยธรรมต่างๆ มีปัญหาแน่นอน” รังสิมันต์กล่าว

 

รังสิมันต์กล่าวต่อไปว่า การที่ เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ตั้งพิชิตก็มีปัญหาแน่นอน ว่าสุดท้ายการตั้งก็อาจกระทบต่อการใช้อำนาจของนายกรัฐมนตรี และมากไปกว่านั้นคือหากพิจารณาต่อไปเราจะพบว่า การปรึกษาคณะกรรมการกฤษฎีกา ซึ่งเท่าที่ได้ฟังข้อเท็จจริงก็ชัดว่ามีการถามในลักษณะที่ไม่ครบถ้วน และทางคณะกฤษฎีกาก็ให้ข่าวเองว่าถามแค่ไหนตอบแค่นั้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทำให้เห็นว่าการใช้อำนาจของนายกรัฐมนตรีย่อมจะต้องถูกตรวจสอบได้ และเมื่อถูกตรวจสอบได้ก็จะเกิดประเด็นว่า การตรวจสอบนั้นอาจทำให้นายกรัฐมนตรีมีปัญหา ถึงขนาดที่ว่าสามารถพ้นจากการเป็นนายกรัฐมนตรีได้โดยศาลรัฐธรรมนูญ 

 

รังสิมันต์กล่าวอีกว่า ปัญหาเรื่องนี้เป็นปัญหาที่เกิดขึ้น ตนไม่แน่ใจว่าทีมกฎหมายที่ให้คำปรึกษานายกรัฐมนตรีให้คำปรึกษากันอย่างไร ทำไมจึงตั้งพิชิตเช่นนี้ และต่อให้ไม่มีการไปยื่นก็เชื่อว่ากรณีคุณสมบัติหรือสิ่งที่พิชิตเคยทำจะถูกตรวจสอบในสภาโดยฝ่ายค้านแน่นอน ว่าการตั้งบุคคลในลักษณะเช่นนี้มีความเหมาะสมหรือไม่ เพราะเรื่องเหล่านี้ไม่ใช่ว่าไม่เคยเกิดขึ้น รัฐบาลชุดที่แล้วก็ตั้งรัฐมนตรีที่อาจมีคุณสมบัติไม่เหมาะสมต่างๆ ขึ้นมา

 

“ผมแปลกใจที่คนของเพื่อไทยมีหลายคน แต่ทำไมจึงเลือกที่จะตั้งคุณพิชิต ซึ่งเป็นเรื่องที่ทำให้ผมคิดต่อว่ามีการวางยากันหรือไม่ คงเป็นปัญหาภายในของรัฐบาลที่แสดงให้เห็นถึงความไม่มีเสถียรภาพ และสิ่งที่ต้องคิดต่อไป คือหลังจากที่มีการปรับคณะรัฐมนตรี มีรัฐมนตรีลาออกถึง 3 คน และผมคิดว่าเรื่องนี้กระทบต่อทุกภาคส่วนที่สูญเสียความเชื่อมั่น เนื่องจากรัฐบาลนี้เป็นรัฐบาลที่ไร้เสถียรภาพ“ รังสิมันต์กล่าว

 

รังสิมันต์ยังมองว่า เรื่องนี้คงไม่ได้เป็นการฟอกขาวพิชิต และหากดูจากปฏิกิริยาของคณะกรรมการกฤษฎีกา ก็ไม่คิดว่าคณะกรรมการกฤษฎีกาจะไม่ทำตามการสั่งซ้ายหันขวาหันของรัฐบาล แต่อาจมีกระบวนการบางอย่างที่อาจทำให้นายกรัฐมนตรีหลงเชื่อหรือไม่ เพื่อที่จะสามารถทำให้ตั้งพิชิตได้ โดยที่คำถามต่างๆ อาจถามไม่ครบ และคิดว่าเศรษฐาซึ่งเป็นผู้ที่อาจมีประสบการณ์ทางการเมืองไม่มากนัก อาจไม่เท่าทันหรือไม่ ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องดูกันต่อไป 

 

“ผมคิดว่าวันนี้รัฐบาลควรเป็นตัวอย่าง คือการตั้งคนที่มีคุณสมบัติ มีความสามารถ แต่ประเภทที่ตอบแทนในเรื่องของบุญคุณกันมา เปลี่ยนผลัดกันไปทุก 6-7 เดือน ผมคิดว่าไม่ควรเกิดขึ้น ส่วนคุณเศรษฐาจะเป็นคนที่รู้จริงหรือไม่ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง” รังสิมันต์กล่าว

The post โรมห่วงเศรษฐา ประสบการณ์ไม่มาก รู้ไม่เท่าทัน กังขาเพื่อไทย คนตั้งเยอะ ตั้ง ‘พิชิต’ ทำไม appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘พิชิต’ ประกาศตัวเป็นองครักษ์พิทักษ์เศรษฐา ยันคุณสมบัติครบ พร้อมลาออกหากเป็นทนายถุงขนม 2 ล้าน เผยขบวนการล้มนายกฯ มีอยู่จริง https://thestandard.co/phichit-declared-himself-to-be-sretthas-bodyguard/ Tue, 21 May 2024 05:23:33 +0000 https://thestandard.co/?p=936105

วันนี้ (21 พฤษภาคม) ที่ทำเนียบรัฐบาล พิชิต ชื่นบาน รัฐม […]

The post ‘พิชิต’ ประกาศตัวเป็นองครักษ์พิทักษ์เศรษฐา ยันคุณสมบัติครบ พร้อมลาออกหากเป็นทนายถุงขนม 2 ล้าน เผยขบวนการล้มนายกฯ มีอยู่จริง appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (21 พฤษภาคม) ที่ทำเนียบรัฐบาล พิชิต ชื่นบาน รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณี 40 สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ยื่นคำร้องผ่าน พรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา เพื่อขอให้ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าความเป็นรัฐมนตรีของ เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ผู้ถูกร้องที่ 1 และตนเอง ในฐานะผู้ถูกร้องที่ 2 สิ้นสุดลงเฉพาะตัว ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) (5) หรือไม่ เนื่องจากเห็นว่าเศรษฐาใช้อำนาจนายกฯ ในการแต่งตั้งพิชิตเป็นรัฐมนตรีทั้งที่รู้หรือควรรู้อยู่แล้วว่าขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ

 

พิชิตกล่าวว่า ในวันนี้ตนเองในฐานะผู้ที่ทำงานมืออาชีพ ขอยืนยันว่านายกรัฐมนตรีที่ได้จัดตั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) นั้นไม่ได้ผิดหรือแปลกจากอดีตนายกรัฐมนตรีท่านอื่น ก่อนจัดตั้ง ครม. หรือรัฐมนตรี บุคคลที่จะเป็นรัฐมนตรีนั้นจะเข้าไปกรอกรับรองคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามหรือไม่ นายกรัฐมนตรีดำเนินการทุกอย่างตามกระบวนการการบริหารราชการแผ่นดิน โดยมีสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีเป็นหน่วยงานที่เป็นมืออาชีพที่ไม่สามารถช่วยเหลือใครให้เป็นรัฐบาลได้

 

เมื่อสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้รับเอกสารของบุคคลที่จะเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีแล้ว บุคคลที่จะเข้ารับเป็นรัฐมนตรีนั้นจะถูกตรวจสอบโดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติ, สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และกรมบังคับคดี ซึ่งหน่วยงานเหล่านี้มีวิธีการตรวจสอบว่าบุคคลไหนมีคดีทางกฎหมายหรือไม่ ซึ่งมีอยู่ในทะเบียนประวัติอาชญากร การจะพิจารณาว่าคนใดจะมีคุณสมบัติหรือไม่ ดังนั้นจึงขอตั้งคำถามกลับว่าจะเอาผิดนายกฯ ด้วยเหตุใด

 

“ผมอยู่ตรงจุดนี้ ผมพูดอย่างไม่อาย ผมเป็นองครักษ์พิทักษ์ท่านนายกฯ และผมก็เป็นองครักษ์พิทักษ์หลายนายกฯ มาแล้ว เราเอาความจริงมาพูดกัน ไม่มีวาระซ่อนเร้นทางการ ท่านนายกฯ ทำตามกระบวนการทางกฎหมาย สุดท้ายแล้วก็ต้องมีการพิจารณาว่าตั้งใครได้หรือไม่ได้ หากตั้งไม่ได้ท่านก็ไม่ฝืนตั้ง” พิชิตกล่าว

 

พิชิตกล่าวต่อว่า ตนเองไม่ได้มีอภิสิทธิ์เหนือใคร แต่มานั่งในตำแหน่งได้ตนเองนั้นมาเพราะสติปัญญาตนเอง มีสมองที่จะทำงาน หากตนเองทำผิด ทำชั่ว ตนเองคงไม่ได้มายืนอยู่จุดนี้ และตนเองก็ขอโอกาสที่จะทำงาน และขอโอกาสให้ท่านนายกฯ ได้ปฏิบัติหน้าที่ในฐานะหัวหน้าผู้บริหารราชการแผ่นดิน เพื่อแก้ไขปัญหาต่างๆ ให้แก่พี่น้องประชาชน ยืนยันว่านายกรัฐมนตรีไม่มีสิทธิ์ใช้ดุลพินิจคิดเอง ทำเองใดๆ ทั้งสิ้น ตนเองอยู่มา 7 เดือน ไม่เคยประจบสอพลอ อยู่บนเนื้องาน และท่านนายกรัฐมนตรีเป็นคนตรงไปตรงมา เอางานเป็นที่ตั้ง ท่านบอกแล้วการทำงานคือวัคซีน ท่านอยากจะเมตตาแต่งตั้งผมแทบตาย ถ้าผมมีปัญหามันก็ตั้งไม่ได้ เราเอาหัวใจมาพูดกัน ถ้าตั้งไม่ได้ สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีหรือสำนักงานกฤษฎีกาก็ช่วยอะไรไม่ได้

 

พิชิตยังชี้แจงถึงกรณีที่ตนเองผิดจริยธรรมว่า ขอให้พิจารณาในเรื่องของกฎหมายให้ดี ศาลฎีกาได้พิพากษาให้แบบอย่างบรรทัดฐานแล้ว ซึ่งเรื่องจริยธรรมนั้นถ้ากฎหมายเป็นกฎหมาย บ้านเมืองมีหลักนิติธรรมต้องดูว่าอยู่ช่องไหน พร้อมทั้งขอบคุณ 40 สว. และขออโหสิกรรม สิ่งที่ตนถูกกระทำ หลายคนไม่เคยศึกษาชีวิต ตั้งแต่ปี 2551 ที่ถูกกระทำตนโหยหาความยุติธรรมมาทั้งชีวิต ฉะนั้นการที่ตนได้มีโอกาสจากการที่ถูกตัดสิทธิ์ในกระบวนการที่ทำนั้น ควรเป็นกรณีศึกษาว่าคนไทย พระธรรมนูญศาลยุติธรรม บัญญัติว่าศาลมี 3 ชั้นศาล แต่ในกรณีตนเองนั้นตัดสินโดยศาลเดียวให้จบเลย นี่จึงเป็นความขมขื่นในใจ

 

“ผมไม่ได้โกรธ สว. เลย และต้องขอบคุณด้วยที่คุณให้โอกาสผม และผมมั่นใจว่าหลักนิติธรรม หลักความเป็นธรรมของศาลรัฐธรรมนูญนั้นมีจริง ตนเองจึงไม่ได้หวั่นไหว เพราะโดยบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญนั้นผูกพันทุกองค์กร แต่คำวินิจฉัยของศาลฎีกาไม่ได้ผูกพันศาลรัฐธรรมนูญ ผมรอจังหวะยิงลูกนี้มานานแล้ว มันจะเป็นโอกาสในชีวิตผมที่ผมได้ Declare ชีวิตของตนตนเอง ผมไม่ได้หวั่นไหวอะไรเลย แต่ถ้ามีตรงไหนว่าผมเป็นคนหิ้วถุงเงิน 2 ล้านบาท ผมลาออกวันนี้เลย”

 

ทั้งนี้ หากไปพิจารณาในคำสั่งแล้วเห็นว่าผมใช่คนหิ้วถุงเงินหรือไม่ นี่คือความเจ็บปวดที่ตนโหยหาความยุติธรรมมาตลอด ผมตัวเบาหวิวตั้งแต่รับตำแหน่ง ผมนามสกุลชื่นบาน ไม่ได้คิดอะไร ขอทำงาน แม้ตนจะติดใจคำสั่งศาลฎีกาเรื่องประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 ตั้งแต่ปี 2551 เอามาใส่ได้อย่างไร ในเมื่อตนไม่ได้กระทำอะไร และในคำสั่งศาลฎีกามีคำว่า ‘ผมน่าจะรู้’ ก็ขังตนแล้ว แต่นี่คดีแพ่งแต่ก็ขังตนแล้วเต็มพิกัด 6 เดือน

 

พิชิตยังตั้งข้อคำถามอีกว่า เรื่องจริยธรรม ความซื่อสัตย์สุจริตวัดกันตรงไหน ต่อให้ถามกฤษฎีกาก็ตอบคำถามไม่ได้ว่า ‘พิชิต ชื่นบาน ซื่อสัตย์หรือไม่’ เพราะเป็นนามธรรม ตนไม่มีประวัติผิดกฎหมาย ได้รับการตรวจสอบแล้วทั้งจากกระบวนการทางกฎหมาย ดังนั้นอย่าไปสงสัยเรื่องหนังสือกฤษฎีกาที่หลุด สำนักเลขานายกฯ ก็ติดใจ นายกฯ ก็สงสัย การที่ตนต้องโทษคือโทษอะไร มีคำพิพากษามากมายบอกว่าโทษที่ตนได้รับเป็นมาตรการทางแพ่ง ไม่ผิดการกระทำทางอาญา เรื่องที่ตนต้องโทษเป็นโทษตามคำสั่ง คำพิพากษาต่างกัน

 

จึงทำให้ตนเองไม่ใช่คนที่มีคุณสมบัติต้องห้ามที่จะเป็นรัฐมนตรี คนที่ตอบกลับนายกฯ ถึงคุณสมบัติของตนก็คือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี จะบอกนายกฯ ประพฤติผิดจริยธรรมไม่ได้ เป็นวงจรอุบาทว์ ท่านบริหารประเทศดีแล้วเกิดการกระทำแบบนี้ให้ผู้นำประเทศต้องหลุดจากตำแหน่ง ตนมีเพื่อนใน สว. รู้รายละเอียดการกระทำ ตนจึงขอความเป็นธรรม รู้ว่าคนของใครทำอะไร ขอบคุณ สว. เสรี สุวรรณภานนท์ ที่ออกมาพูดเรื่องจริง ไม่ต้องมาถามว่าตนกังวลไหม ตนสบายๆ ชี้แจงได้ทุกประเด็น

 

“ในชีวิตผม ผมไม่ได้ยึดติด ผมมาทำงาน ผมไม่ได้มาโกง มาทำงานให้ประชาชน ผมมีความสุข ทำงานไม่เคยหยุด คำตอบเพื่อแก้วงจรอุบาทว์ คือถ้าบอกว่าพิชิตลาออกแล้วทุกอย่างจบ ผมจะทำให้พ่อแม่พี่น้อง ผมพูดกลางแดดต่อหน้าพระสยามเทวาธิราช ในองคาพยพของกระบวนการยุติธรรมไปคิดมา หากจบปัญหา ประเทศเดินหน้าได้ วันนี้ พรุ่งนี้ เดือนนี้ เดือนไหน ก็พร้อม ผมมีตัวตนของผม ผมทำงานหลังบ้านมาตลอด ผมอายุ 66 ปี ใจสบายสมกับนามสกุลชื่นบาน สบายๆ”

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าทั้งหมดนี้เป็นเกมการเมืองที่จะล้มนายกฯ เศรษฐาหรือไม่ พิชิตย้ำว่า แน่นอน ส่วนถ้าลาออกแล้วเศรษฐาอยู่ต่อได้นั้น มันมีเงื่อนไขของวงจรอุบาทว์ มาทำให้บ้านเมืองและนายกฯ ยุ่งเหยิงทำไม ต้องไปช่วยกันคิด ไม่ใช่การบ้านตนเอง ถ้าพิชิตลาออกแล้วจบ ประเทศเดินหน้า ตนไป ไม่ลำบากใจ แต่กลับมีความสุข ตนรักและเคารพนายกฯ จะไม่ทำให้ท่านหนักใจ

 

เมื่อถามว่าไม่มีแนวคิดจะลาออกก่อนวันที่ 23 พฤษภาคมใช่หรือไม่ พิชิตระบุว่า บางคนอยากให้อยู่ บางคนอยากให้ออก บ้านเมืองไม่ใช่ของผมคนเดียว ถ้าจะแก้วงจรอุบาทว์เพื่อนายกฯ ที่ตนเองรักและเคารพ ตนเป็นองครักษ์พิทักษ์นายกฯ เศรษฐา ขอเชิญ 40 สว. ทีละคนมาชี้แจงกับผม บางคนยังไม่รู้เลยยื่นเรื่องไปใช้เหตุผลอะไร โดยที่ยังไม่ทราบว่าเกี่ยวข้องกับคุณสมบัติของตนเองเลย ส่วนคนที่อยู่เบื้องหลังการร้องของ 40 สว. นั้นใช่กลุ่มอำนาจเก่าหรือไม่ ตนเองไม่ขอก้าวล่วง แต่ขอให้รู้ว่ามีขบวนการล้มรัฐบาลหรือนายกฯ จริง

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าวานนี้ (20 พฤษภาคม) นายกรัฐมนตรีได้โทรมาคุยหรือไม่ พิชิตยืนยันว่ายังไม่คุยกับนายกฯ ส่วนจะดำรงตำแหน่งต่อไปจนกว่าจะมีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่หรือพ้นตำแหน่งหรือไม่นั้น เคารพในดุลพินิจของศาล

The post ‘พิชิต’ ประกาศตัวเป็นองครักษ์พิทักษ์เศรษฐา ยันคุณสมบัติครบ พร้อมลาออกหากเป็นทนายถุงขนม 2 ล้าน เผยขบวนการล้มนายกฯ มีอยู่จริง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ราเมศเตือนนายกฯ ต้องรับผิดชอบ หาก ‘พิชิต ชื่นบาน’ รมต.ใหม่ มีคุณสมบัติขัดจริยธรรมร้ายแรง https://thestandard.co/rames-warns-the-prime-minister/ Sun, 28 Apr 2024 09:14:42 +0000 https://thestandard.co/?p=927687

วันนี้ (28 เมษายน) ราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ […]

The post ราเมศเตือนนายกฯ ต้องรับผิดชอบ หาก ‘พิชิต ชื่นบาน’ รมต.ใหม่ มีคุณสมบัติขัดจริยธรรมร้ายแรง appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (28 เมษายน) ราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ได้กล่าวถึงการปรับคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ของรัฐบาลเศรษฐา โดยระบุว่า ขอแสดงความยินดีกับรัฐมนตรีใหม่ทุกคน ขอให้ปฏิบัติหน้าที่เพื่อประโยชน์ของประชาชนและประเทศเป็นที่ตั้ง หลายคนมีความเหมาะสม แต่ก็ต้องติดตามในภาคปฏิบัติว่าจะทำหน้าที่เพื่อตอบแทนพี่น้องประชาชนหรือตอบแทนใคร

 

ราเมศกล่าวต่อไปว่า ในส่วน พิชิต ชื่นบาน ที่ได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีนั้น นายกฯ จะมีปัญหาตามมาอย่างแน่นอน เพราะนายกฯ ทราบข้อเท็จจริงดีว่าพิชิตมีปัญหาเรื่องคุณสมบัติที่ต้องตีความว่า คดีละเมิดอำนาจศาล กรณีถุงขนม 2 ล้านบาท ที่ศาลฎีกาได้มีคำพิพากษาให้จำคุกและคดีถึงที่สุดแล้ว

 

ถ้าไปดูรายละเอียดในคำพิพากษาศาลฎีกาจะเห็นพฤติกรรมทั้งหมดที่ศาลได้ชี้ให้เห็นถึงการกระทำที่ทำให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันศาลยุติธรรม และจะส่งผลกระทบต่อความเชื่อถือและความศรัทธาในการปฏิบัติหน้าที่ของบุคลากรในอำนาจตุลาการ จึงเห็นสมควรลงโทษในสถานหนัก เพื่อมิให้เป็นเยี่ยงอย่างอีกต่อไป ให้จำคุกผู้ถูกกล่าวหาทั้งสามคนละ 6 เดือน

 

ราเมศกล่าวด้วยว่า เรื่องทั้งหมดนี้ไม่มีอะไรสลับซับซ้อน  มีหลักในรัฐธรรมนูญ มาตรา 160 ว่า คนที่จะเป็นรัฐมนตรีจะต้องมีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ และไม่มีพฤติกรรมอันเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง มีหลักที่ต้องพิจารณาว่า เรื่องราวทั้งหมดของพิชิตที่ยุติแล้วตามคำพิพากษาศาลฎีกานั้นถือว่ามีความซื่อสัตย์สุจริตหรือไม่ พฤติกรรมทั้งหมดที่ยุติแล้วตามคำพิพากษาศาลฎีกานั้นถือว่ามีพฤติกรรมอันเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงหรือไม่

 

ราเมศเชื่อว่าจะมีการยื่นตีความในเรื่องนี้อย่างแน่นอน และอย่าออกมาโต้ด้วยเหตุผลว่า มาตรา 98 มีคุณสมบัติครบ หรือใช้ข้ออ้างของ วิษณุ เครืองาม อดีตรองนายกรัฐมนตรี ว่าคดีเกิน 10 ปีแล้ว เพราะประเด็นที่พูดกันอยู่คือมาตรา 160 ที่มีเจตนารมณ์กำหนดความสำคัญของคนที่จะมาเป็นรัฐมนตรี โดยเฉพาะเรื่องจริยธรรมและความซื่อสัตย์สุจริต สุดท้ายเรื่องนี้ผลเป็นเช่นไร นายกฯ ต้องรับผิดชอบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

The post ราเมศเตือนนายกฯ ต้องรับผิดชอบ หาก ‘พิชิต ชื่นบาน’ รมต.ใหม่ มีคุณสมบัติขัดจริยธรรมร้ายแรง appeared first on THE STANDARD.

]]>
วิษณุเผย เท่าที่ตรวจสอบยังไม่มีว่าที่รัฐมนตรีรายใดมีปัญหาคุณสมบัติ แต่หากอนาคตตรวจพบ สามารถยื่นถอดถอนได้ https://thestandard.co/no-ministers-who-have-qualification-problems-yet/ Fri, 01 Sep 2023 00:40:12 +0000 https://thestandard.co/?p=836187 วิษณุ เครืองาม

วานนี้ (31 สิงหาคม) วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายก […]

The post วิษณุเผย เท่าที่ตรวจสอบยังไม่มีว่าที่รัฐมนตรีรายใดมีปัญหาคุณสมบัติ แต่หากอนาคตตรวจพบ สามารถยื่นถอดถอนได้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
วิษณุ เครืองาม

วานนี้ (31 สิงหาคม) วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย กล่าวถึงคุณสมบัติของผู้ที่จะเข้ามาดูแลฝ่ายกฎหมายของรัฐบาลว่า ไม่มีคุณสมบัติพิเศษ ในอดีตก็ไม่เคยมีการกำหนดไว้ เดิมทีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมจะดูแลในส่วนของตัวเอง เช่นเดียวกับส่วนอื่นๆ ส่วนของนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) จะดูแลให้ 

 

วิษณุระบุว่า สมัยที่ตนเป็นเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก็ไม่มีรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย ตนก็เป็นคนดูแลให้ ซึ่งข้าราชการประจำสามารถดูแลกฎหมายให้ได้ และรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีก็สามารถดูแลให้ได้ แต่ในระยะหลังปริมาณงานมีมากขึ้น หากทุกกระทรวงมีปัญหา ตนในฐานะเนติบริกรกลับต้องให้บริการนายกฯ และ ครม. น้อยกว่าที่ให้บริการกระทรวงต่างๆ เช่น กรมศุลกากรไปจับ กรมสรรพากรไปปรับ แต่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) กลับไม่ฟ้อง ซึ่งเป็นเรื่องที่ขัดแย้งกัน จึงต้องมีใครเข้ามาดูแล จึงเกิดรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมายขึ้น ดังนั้นต่อไปในรัฐบาลหน้า หากโฉมหน้าเป็นอย่างที่ออกมา รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีก็สามารถดูแลฝ่ายกฎหมายได้

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ภาพลักษณ์และประวัติของรัฐมนตรีจะกระทบต่อความน่าเชื่อถือของข้าราชการประจำหรือไม่ วิษณุระบุว่า ขอไม่วิจารณ์ในเรื่องนี้ เพราะงานกฎหมายของรัฐบาลอยู่ในสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา อยู่สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีส่วนหนึ่ง สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีซึ่งมีนายกรัฐมนตรีรับผิดชอบส่วนหนึ่ง อยู่ในสำนักงานอัยการสูงสุดซึ่งอัยการสูงสุดรับผิดชอบ 

 

แต่เนื่องจากไม่ได้อยู่ในอาณัติของรัฐบาล จึงเป็นลักษณะในการประสานขอความช่วยเหลือ และหากเกี่ยวข้องกับกฎหมายระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศจะเป็นเจ้าของเรื่อง แต่ตนไม่มีคำแนะนำอะไรให้กับผู้ที่จะเข้ามาดูแลฝ่ายกฎหมายของรัฐบาลต่อไป 

 

ส่วนกระแสข่าวว่ามีว่าที่รัฐมนตรี 2 คนที่มีคุณสมบัติไม่ผ่านนั้น วิษณุกล่าวว่า เท่าที่ตรวจสอบตอนนี้ไม่มีใครมีปัญหา เพียงแต่ว่ากำลังขอหลักฐานยืนยันให้ชัดเจนเท่านั้น บางอย่างหลักฐานไม่ได้มีที่เรา อยู่ที่เจ้าตัว บางอย่างหลักฐานอยู่ที่หน่วยงาน เช่น กระทรวงพาณิชย์ คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เรื่องหุ้นแบบนี้ต้องการหลักฐานยืนยัน และรัฐมนตรีต้องกรอกประวัติและเซ็นชื่อรับผิดชอบ เพราะหากเกิดอะไรขึ้นมาต้องรับผิดชอบ

 

ส่วนประวัติจะระบุการถูกตัดสินโทษจำคุกหรือไม่นั้น วิษณุกล่าวว่า การตรวจสอบเบื้องต้นไม่สามารถบอกได้ ต้องรอให้มีการกรอกประวัติเซ็นรับผิดชอบมาเพื่อนำไปตรวจสอบกับหน่วยงานของรัฐ ส่วนกรณีการบกพร่องคุณธรรมจริยธรรม ไม่มีหน่วยงานไหนเช็กได้ มันเป็นนามธรรม แต่เจ้าตัวเขาจะเซ็นรับผิดชอบมา 

 

หากมีอะไรเกิดขึ้นในอนาคตก็ไปถอดถอนเอา หรือถ้าใครสงสัยก็ให้ไปยื่นศาลตรวจสอบเอา ส่วนการรอเอกสารยืนยันจากว่าที่รัฐมนตรีจะไม่ทำให้กระบวนการทูลเกล้าฯ รายชื่อคณะรัฐมนตรีล่าช้า แต่ไม่สามารถบอกได้ว่าจะมีการทูลเกล้าฯ เมื่อใด เพราะยังไม่ได้หลักฐาน

The post วิษณุเผย เท่าที่ตรวจสอบยังไม่มีว่าที่รัฐมนตรีรายใดมีปัญหาคุณสมบัติ แต่หากอนาคตตรวจพบ สามารถยื่นถอดถอนได้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
กกต. ดำเนินคดีอาญาสิระ ปมสมัคร ส.ส. ทั้งที่รู้ไม่มีคุณสมบัติ หลังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้สิ้นสมาชิกภาพ https://thestandard.co/ect-criminal-prosecution-sira-jenjaka/ Thu, 10 Mar 2022 04:52:33 +0000 https://thestandard.co/?p=603997 Sira Jenjaka

วานนี้ (9 มีนาคม) มีรายงานว่าคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กก […]

The post กกต. ดำเนินคดีอาญาสิระ ปมสมัคร ส.ส. ทั้งที่รู้ไม่มีคุณสมบัติ หลังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้สิ้นสมาชิกภาพ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Sira Jenjaka

วานนี้ (9 มีนาคม) มีรายงานว่าคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติให้สำนักงานแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีอาญากับ สิระ เจนจาคะ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) กรุงเทพมหานคร (กทม.) พรรคพลังประชารัฐ กรณีรู้อยู่แล้วว่าไม่มีคุณสมบัติสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. แต่ยังใช้สิทธิลงสมัคร ตามมาตรา 151 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. 2560 

 

โดยหลังจากได้พิจารณาสำนวนการสอบสวนกรณี พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส. บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ยื่นคำร้องว่าสิระขาดคุณสมบัติในการลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. จากเหตุเคยต้องคำพิพากษาในคดีฉ้อโกง และเห็นว่าสิระขาดคุณสมบัติจริง ขณะเดียวกันศาลรัฐธรรมนูญก็มีคำวินิจฉัยให้สมาชิกภาพ ส.ส. ของสิระสิ้นสุดลงจากเหตุดังกล่าวด้วย 

 

ทั้งนี้ ตามมาตรา 151 ได้กำหนดโทษของผู้ที่รู้ว่าตนมีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเนื่องจากขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครไว้ว่าต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1-10 ปี ปรับตั้งแต่ 20,000-200,000 บาท และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้นมีกำหนด 20 ปี 

 

อย่างไรก็ตามในส่วนที่ ศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทยยื่นร้องขอให้เอาผิดกับ อุตตม สาวนายน กรณีขณะเป็นหัวพรรคพลังประชารัฐลงนามรับรองส่งสิระลงสมัคร ยังอยู่ในชั้นการดำเนินการของสำนักงาน 

The post กกต. ดำเนินคดีอาญาสิระ ปมสมัคร ส.ส. ทั้งที่รู้ไม่มีคุณสมบัติ หลังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้สิ้นสมาชิกภาพ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เช็กลิสต์เงินเดือน-ค่าตอบแทนที่ ‘สิระ เจนจาคะ’ ต้องคืนสภา หลังพ้น ส.ส. https://thestandard.co/salary-remuneration-sira-chenchaka-return-council/ Thu, 23 Dec 2021 06:34:31 +0000 https://thestandard.co/?p=574796 Sira Jenjaka

วันนี้ (23 ธันวาคม) นพ.สุกิจ อัถโถปกรณ์ ที่ปรึกษาประธาน […]

The post เช็กลิสต์เงินเดือน-ค่าตอบแทนที่ ‘สิระ เจนจาคะ’ ต้องคืนสภา หลังพ้น ส.ส. appeared first on THE STANDARD.

]]>
Sira Jenjaka

วันนี้ (23 ธันวาคม) นพ.สุกิจ อัถโถปกรณ์ ที่ปรึกษาประธานสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) แถลงถึงกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญมีมติวินิจฉัยให้ สิระ เจนจาคะ พ้นสมาชิกภาพสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส) กรุงเทพมหานคร พรรคพลังประชารัฐ ตามรัฐธรรมนูญ นับตั้งแต่วันเลือกตั้ง คือ วันที่ 24 มีนาคม 2562

 

ขณะที่พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 151 วรรคสอง ระบุในกรณีกระทำผิดตามวรรคหนึ่ง ผู้ได้รับเลือกให้เป็น ส.ส. ให้ศาลมีคำสั่งให้ผู้นั้นคืนเงินประจำตำแหน่ง และประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่นที่ได้รับมา แก่สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร โดยมีรายการดังต่อไปนี้

 

 

ภาพประกอบ: กริน วสุรัฐกร

The post เช็กลิสต์เงินเดือน-ค่าตอบแทนที่ ‘สิระ เจนจาคะ’ ต้องคืนสภา หลังพ้น ส.ส. appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘เสรีพิศุทธ์’ เผยสเตปต่อไป กกต. ต้องแจ้งความสิระ ข้อหาปกปิดคุณสมบัติ ชี้ถูกตัดสิทธิ 20 ปี ค่อยมาเจอกันใหม่ บอกสภาสูงขึ้น https://thestandard.co/sereepisuth-the-election-commission-must-report-charge-of-concealment/ Wed, 22 Dec 2021 11:38:27 +0000 https://thestandard.co/?p=574586 Sereepisuth Temeeyaves

วันนี้ (22 ธันวาคม) พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส สมาชิก […]

The post ‘เสรีพิศุทธ์’ เผยสเตปต่อไป กกต. ต้องแจ้งความสิระ ข้อหาปกปิดคุณสมบัติ ชี้ถูกตัดสิทธิ 20 ปี ค่อยมาเจอกันใหม่ บอกสภาสูงขึ้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
Sereepisuth Temeeyaves

วันนี้ (22 ธันวาคม) พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) แบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย กล่าวถึงกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ สิระ เจนจาคะ ส.ส. กรุงเทพมหานคร พรรคพลังประชารัฐ สิ้นสุดสมาชิกภาพ ส.ส. ว่า ขอบคุณศาลรัฐธรรมนูญที่ทรงไว้ซึ่งความยุติธรรม ประชาชนอยากได้คำตอบนี้มา 1 ปีเต็ม วันนี้พิสูจน์แล้วว่าศาลรัฐธรรมนูญมีความยุติธรรม 

 

ส่วนขั้นตอนหลังจากนี้สภาต้องเรียกคีนเงินเดือน เบี้ยประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร และ กมธ.การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ค่าเดินทาง และค่ารักษาพยาบาลต่างๆ ที่เคยเบิกจากสภา ต้องคืนให้หมด 

 

พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ เผยว่า ได้ยื่นต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อดำเนินคดีอาญากับสิระ กรณีให้การเท็จเรื่องคุณสมบัติการลงสมัครรับเลือกตั้ง หลังจากนี้เมื่อศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยออกมาแล้ว กกต. ต้องแจ้งข้อหาแจ้งความเท็จในการลงสมัครรับเลือกตั้ง กรณีที่ไม่เคยต้องโทษความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ ซึ่งคดีนี้มีโทษจำคุก 1-10 ปี ไม่มีรอลงอาญา และถูกตัดสิทธิทางการเมือง 20 ปี ตอนนี้สิระอายุ 57 ปี อีก 20 ปีก็ครบ 77 ปี แล้วค่อยมาเจอกัน รวมถึงต้องชดใช้ค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งซ่อมใหม่ด้วย ยังไม่รู้ว่าเท่าไร แต่เห็นว่าอวดร่ำอวดรวยก็ขอให้จ่ายให้หมด

 

พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ ยังย้ำถึงพฤติกรรมที่ผ่านมาของสิระว่ากร่างไปทั่ว กร่างไปถึงตำรวจที่ภูเก็ต และยังกร่างกับอดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เลยต้องให้รู้ดำรู้แดงว่าถ้าสิระรู้จักเป็นมิตรกับคนอื่นๆ เป็นมิตรกับตำรวจ เป็นมิตรกับผม เรื่องนี้คงไม่เกิด ที่ผ่านมาเคยมานั่งด่าตนใน กมธ. ซึ่งก็ยอมให้เขาด่า เพราะ ส.ส. มีเอกสิทธิ์คุ้มครอง ตนก็ยอมให้เขาด่า แล้วก็มาเก็บ พวกนี้โดนเก็บหมด 

 

พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ ยังบอกด้วยว่า รู้สึกว่าตอนนี้สภาสูงขึ้นเยอะ เวลาเดินอย่าลืมก้าวข้ามบันได นับขั้นให้ดี สภามันสูงขึ้นด้วย 

The post ‘เสรีพิศุทธ์’ เผยสเตปต่อไป กกต. ต้องแจ้งความสิระ ข้อหาปกปิดคุณสมบัติ ชี้ถูกตัดสิทธิ 20 ปี ค่อยมาเจอกันใหม่ บอกสภาสูงขึ้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
สหรัฐฯ จ่อคว่ำบาตรเจ้าหน้าที่จีนฐานกวาดล้างนักการเมืองฝั่งประชาธิปไตยในฮ่องกง https://thestandard.co/us-prepare-boycott-chinese-officials-over-hong-kong-democratic-politicians/ Mon, 07 Dec 2020 07:41:02 +0000 https://thestandard.co/?p=429253 สหรัฐฯ จ่อคว่ำบาตรเจ้าหน้าที่จีนฐานกวาดล้างนักการเมืองฝั่งประชาธิปไตยในฮ่องกง

สำนักข่าว Reuters รายงานว่า รัฐบาลสหรัฐฯ กำลังพิจารณาปร […]

The post สหรัฐฯ จ่อคว่ำบาตรเจ้าหน้าที่จีนฐานกวาดล้างนักการเมืองฝั่งประชาธิปไตยในฮ่องกง appeared first on THE STANDARD.

]]>
สหรัฐฯ จ่อคว่ำบาตรเจ้าหน้าที่จีนฐานกวาดล้างนักการเมืองฝั่งประชาธิปไตยในฮ่องกง

สำนักข่าว Reuters รายงานว่า รัฐบาลสหรัฐฯ กำลังพิจารณาประกาศใช้มาตรการคว่ำบาตรเจ้าหน้าที่รัฐบาลจีน 14 คน เพื่อลงโทษฐานมีส่วนเกี่ยวข้องกับการตัดสิทธิ์นักการเมืองฝ่ายค้านฮ่องกง 4 คนให้พ้นสภาพ ส.ส.

 

รายงานเอ็กซ์คลูซีฟนี้อ้างอิงข้อมูลจากแหล่งข่าว 3 คน รวมถึงเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ที่ใกล้ชิดกับประเด็นนี้แต่ไม่ประสงค์ออกนาม โดยระบุว่าบุคคลที่จะถูกคว่ำบาตร อาทิ การอายัดทรัพย์สินและคว่ำบาตรทางการเงิน จะครอบคลุมทั้งเจ้าหน้าที่รัฐบาลจีนในฮ่องกงและจีนแผ่นดินใหญ่ 

 

แต่แหล่งข่าวทั้งสามไม่ได้เปิดเผยรายชื่อหรือตำแหน่งของบุคคลที่จะเผชิญการคว่ำบาตรระลอกใหม่ ระบุเพียงว่าการประกาศมาตรการอาจมีขึ้นเร็วสุดในวันนี้ (7 ธันวาคม) หรือล่าช้าไปจนถึงปลายสัปดาห์นี้

 

รัฐบาลภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ พยายามใช้ช่วงเวลาที่เหลืออยู่ในทำเนียบขาวอีกไม่กี่สัปดาห์ เพิ่มการกดดันรัฐบาลจีน ก่อนที่ โจ ไบเดน จะขึ้นสาบานตนรับตำแหน่งในวันที่ 20 มกราคมปีหน้า

 

อย่างไรก็ดี Reuters ได้ติดต่อกระทรวงการต่างประเทศและทำเนียบขาวเพื่อขอความชัดเจนในเรื่องนี้ แต่ยังไม่ได้รับคำตอบ

 

เมื่อเดือนที่แล้ว (พฤศจิกายน) รัฐบาลเขตปกครองพิเศษฮ่องกงที่หนุนโดยจีนแผ่นดินใหญ่ ได้ปลด ส.ส. ฝ่ายค้าน 4 คนออกจากสมาชิกภาพ หลังรัฐบาลจีนผ่านกฎหมายเพิ่มอำนาจให้ฮ่องกงควบคุมบุคคลที่มีแนวคิดเห็นต่างได้ ส่งผลให้นักการเมืองฝ่ายค้านที่สนับสนุนประชาธิปไตยรวมตัวกันลาออกจากการเป็น ส.ส. เป็นจำนวนมาก

 

ความเคลื่อนไหวนี้สร้างความวิตกในชาติตะวันตกไม่น้อย โดย ‘ห้าภาคีหน่วยข่าวกรอง’ ประกอบด้วย ออสเตรเลีย สหราชอาณาจักร แคนาดา นิวซีแลนด์ และสหรัฐฯ แถลงการณ์ร่วมกันว่าการกระทำของจีนเข้าข่ายการกวาดล้างแนวคิดที่เห็นต่าง และเรียกร้องให้จีนยกเลิกนโยบายนี้

 

โรเบิร์ต โอไบรอัน ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงทำเนียบขาว กล่าวเมื่อเดือนพฤศจิกายนว่า การถอนสมาชิกภาพ ส.ส. ฝ่ายค้าน แสดงให้เห็นว่า ‘หลักการหนึ่งประเทศสองระบบ’ ที่รับรองอำนาจปกครองตนเองของฮ่องกง นับแต่สหราชอาณาจักรมอบฮ่องกงคืนให้จีนเมื่อปี 1977 “เป็นเพียงใบปะหน้าเท่านั้น” พร้อมให้คำมั่นว่าสหรัฐฯ จะดำเนินการตอบโต้ 

 

เมื่อเดือนตุลาคม กระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ เตือนสถาบันการเงินระหว่างประเทศที่ทำธุรกิจกับบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกวาดล้างผู้ประท้วงและนักเคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตยในฮ่องกงว่าอาจจะถูกคว่ำบาตรทางการเงินที่รุนแรงขึ้น

 

ปัจจุบันรัฐบาลสหรัฐฯ ได้ใช้มาตรการคว่ำบาตรกับ แคร์รี ลัม ผู้บริหารสูงสุดฮ่องกง รวมถึงผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติคนเก่าและคนปัจจุบัน และเจ้าหน้าที่ระดับสูงอีกหลายคน โทษฐาน ‘บั่นทอนเสรีภาพและกวาดล้างการขับเคลื่อนประชาธิปไตยในฮ่องกง’

 

ไม่เพียงเท่านั้น เมื่อเดือนพฤศจิกายน กระทรวงต่างประเทศและกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ใช้มาตรการคว่ำบาตรกับเจ้าหน้าที่จีนเพิ่มเติมอีก 4 คน ทั้งในรัฐบาลและหน่วยงานด้านความมั่นคงของฮ่องกง โดยสั่งห้ามไม่ให้เดินทางเข้าสหรัฐฯ และอายัดทรัพย์สินของพวกเขาที่มีอยู่ในสหรัฐฯ 

 

สำหรับรัฐบาลสหรัฐฯ ชุดใหม่ภายใต้การนำของ โจ ไบเดน ประเด็นเรื่องฮ่องกง ถือเป็นหนึ่งในความท้าทายที่สุดเพื่อต้านทานรัฐบาลจีน ท่ามกลางความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ และจีนที่อยู่ในจุดต่ำสุดในรอบหลายทศวรรษ จากข้อพิพาทมากมายทั้งทางการเมือง เศรษฐกิจ และประเด็นสิทธิมนุษยชนที่เกิดขึ้นในช่วงปีหลังๆ ของรัฐบาลทรัมป์ 

 

ทั้งนี้ไบเดนให้คำมั่นว่าจะแข็งกร้าวกับจีนและประเทศอื่นๆ ให้มากกว่าสมัยของทรัมป์เสียอีก โดยเฉพาะต่อกรณีการละเมิดสิทธิมนุษยชน ดังนั้นจึงต้องจับตาว่าเมื่อสาบานตนรับตำแหน่งแล้วไบเดนจะตอบโต้การกวาดล้างนักการเมืองฝั่งประชาธิปไตยในฮ่องกงอย่างไร 

 

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

อ้างอิง:

The post สหรัฐฯ จ่อคว่ำบาตรเจ้าหน้าที่จีนฐานกวาดล้างนักการเมืองฝั่งประชาธิปไตยในฮ่องกง appeared first on THE STANDARD.

]]>